เขย่าวงการสตรีทแฟชั่น G-SHOCK ปล่อยนาฬิกาโมเดลใหม่ล่าสุด GM-2100 และ GM-S2100 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663383

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 17:23 น.เขย่าวงการสตรีทแฟชั่น G-SHOCK ปล่อยนาฬิกาโมเดลใหม่ล่าสุด GM-2100 และ GM-S2100สลัดความน่าเบื่อทิ้งไป แล้วโชว์ Vibe ในสไตล์คุณให้โลกเห็น G-SHOCK เปิดตัวนาฬิกาโมเดลใหม่ล่าสุด GM-2100 และ GM-S2100 แรงบันดาลใจจากดีไซน์รุ่นยอดนิยม GA-2100 โชว์รูปทรงหน้าปัดแปดเหลี่ยม Metal Face เพรียวบางคล่องตัว

กลับมาเขย่าวงการสตรีทแฟชั่นครั้งใหญ่เลยทีเดียว สำหรับ G-SHOCK (จีช๊อค) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ที่ล่าสุดได้เปิดตัวนาฬิกาโมเดลใหม่รุ่น GM-2100 สำหรับผู้ชาย และ GM-S2100 สำหรับผู้หญิง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ของรุ่น GA-2100 ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมสำหรับรูปทรงหน้าปัดแปดเหลี่ยม มีการออกแบบให้เพรียวบางคล่องตัว เสริมด้วยกรอบตัวเรือน Metal Face ในทั้งสองรุ่นเพื่อให้ดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Wear Your Vibe” ชวนวัยรุ่นสายแฟลุกขึ้นมาสลัดความน่าเบื่อทิ้งไป แล้วโชว์ Vibe ในสไตล์คุณให้โลกเห็น โดยนาฬิการุ่นดังกล่าวจะเริ่มจำหน่ายทั่วประเทศในเดือนกันยายน 2564

WEAR YOUR VIBE: เติมเต็มชีวิตที่ใช่ (ให้ Cool) ในโอกาสที่ชอบ

ในยุคที่เราต้องเผชิญกับโรคระบาดจนทำให้ชีวิตต้องปรับตัวในหลายๆด้าน จนเรียกได้ว่าเป็น New Normal Lifestyle  ทั้งการ Work from home ที่การทำงานที่ไม่เป็นเวลา ทั้งการไม่ได้เจอเพื่อน การเดินทางท่องเที่ยวก็โดนจำกัด ผู้คนย่อมมีความเครียด ความเบื่อหน่ายได้ง่าย G-Shock ก็ไม่อยากให้ Vibe แห่งความสนุกในชีวิตของคุณขาดหายไป เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็ม Vibe แห่งความ Fun, Cool, Confident ให้คุณ ซึ่งคุณสามารถหยิบนาฬิกา G-SHOCK GM-2100 และ GM-S2100 ขึ้นมาใส่เพื่อเพิ่มความ Cool ได้ในทุกวัน ทุกลุค และทุกโอกาส

ดีไซน์ใหม่ ให้ Cool กระแทกใจสายแฟ

ในปี 2019 G-SHOCK ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น GA-2100 โดยสืบทอดแนวคิดจากรุ่น DW-5000C ซึ่งเป็น G-SHOCK รุ่นแรกที่ผสมผสานระหว่างระบบดิจิตอลกับอะนาล็อกได้อย่างลงตัว พร้อมรูปทรงที่เพรียวบางคล่องตัวโดยนาฬิการุ่นพื้นฐาน GA-2100 นี้ มีความโดดเด่นด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ทำให้เป็นที่นิยมของกลุ่มผู้ใช้ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น

GM-2100 รุ่นใหม่สำหรับผู้ชาย ยังคงเอกลักษณ์ที่เน้นความเพรียวบางคล่องตัวจากรุ่น GA-2100 ไว้ เสริมด้วยกรอบตัวเรือน Metal Face ทำให้นาฬิกามีรูปลักษณ์ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น พื้นผิวด้านบนของกรอบนาฬิกาขัดด้าน ด้านข้างของตัวเรือนขัดเงาสร้างความประกายแวววาวจากโลหะอันสวยงาม โดย GM-2100 รุ่นใหม่มาพร้อมกับกรอบตัวเรือนเคลือบไอพีสองสี ได้แก่ สีน้ำเงินเทา (GM-2100N) และสีเทาเข้ม (GM-2100B) เพื่อให้เหมาะกับหลากหลายสไตล์ หน้าปัดเคลือบเฉดสีน้ำเงิน เขียว และแดงโทนสีเมทัลลิก สายนาฬิกามีลวดลายจุดสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลากหลายขนาด ให้รูปลักษณ์ที่คมชัด สอดคล้องกับดีไซน์ของหน้าปัด

GM-S2100 รุ่นใหม่สำหรับผู้หญิง ยังคงเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย กะทัดรัด สวยงามสไตล์มินิมอล เสริมกรอบตัวเรือน Metal Face เน้นความแข็งแกร่งและความสวยงามเฉพาะตัว GM-S2100 รุ่นใหม่หน้าปัดมีการออกแบบอย่างประณีต พร้อมตำแหน่งบอกชั่วโมงแบบขัดเงา โดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อจับคู่กับกรอบตัวเรือนขัดด้าน ทำให้นาฬิกามีรูปลักษณ์ที่ซับซ้อนแต่ทรงพลัง กรอบตัวเรือนมีการเคลือบไอพีสองแบบ ได้แก่ สีพิงค์โกลด์ (GM-S2100PG) และ สีเทาเข้ม (GM-S2100B) ลงตัวกับแฟชั่นหลากหลายสไตล์

นาฬิกาทั้งสองรุ่นใหม่นี้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ตามสไตล์ G-SHOCK อย่างแท้จริง โดยมีโครงสร้างกันกระแทก พร้อมกรอบตัวเรือนโลหะและตัวเรือนเรซินที่แข็งแกร่งและทนทาน สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร อีกทั้งยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ อาทิ การแสดงเวลาโลก นาฬิกาจับเวลา นาฬิกาปลุก ไฟ LED และอื่น ๆ อีกมากมายที่ออกแบบมาอย่างครบครันทั้งด้านประโยชน์ใช้สอยและแฟชั่น เพื่อเป็นนาฬิกาคู่ใจที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวันสำหรับทุกคน

ติดตามข้อมูลใหม่ๆ ได้ที่

Facebook >> Casio Watches Thailand

Instagram >> @casiothailand

CHAT & SHOP >> https://lin.ee/a96lBTJ

Website >> www.casio-cmg.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมโมเดลใหม่ล่าสุด GM-2100 ได้ที่ : https://www.casio-intl.com/asia/en/wat/g_shock/mcovered/ และ GM-S2100 : https://www.casio-intl.com/asia/en/wat/g_shock/s_series/

#GSHOCKTH

#MetalFace

#WearYourVibe

Timeless Accessories ที่นางเอกเลือก Madison Bag กระเป๋าหนังเอ็กโซติกรุ่นพิเศษจาก S’uvimol #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663325

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 10:10 น.Timeless Accessories ที่นางเอกเลือก Madison Bag กระเป๋าหนังเอ็กโซติกรุ่นพิเศษจาก S’uvimolสาวแพนเค้กร่วมสัมผัส “Madison Bag” กระเป๋าหนังเอ็กโซติกรุ่นพิเศษจาก S’uvimol พร้อมเผยเทคนิคเลือกกระเป๋า ดีไซน์สวย สีโดนใจ ใช้ได้หลากหลายโอกาส

S’uvimol (สุวิมล) แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก ชวนนางเอกสาว แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ มาช้อปปิ้งและร่วมสัมผัสกระเป๋ารุ่นพิเศษ Madison Bag (เมดิสัน แบ็ก) แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมีวางจำหน่ายเฉพาะ S’uvimol Flagship Store ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี เท่านั้น งานนี้สาวแพนเค้กสนุกกับการเลือกกระเป๋ารุ่นที่ถูกใจ และสีสันที่ชอบเป็นพิเศษ

ชวมณฑ์ ปวโรดม ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์  S’uvimol กล่าวว่า “S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติกที่โลดแล่นในตลาดแฟชั่นระดับโลกมากว่า 10 ปี ผลิตแต่กระเป๋าหนังเอ็กโซติกซึ่งเป็นหนังหายากเท่านั้น สำหรับกระเป๋ารุ่นพิเศษ ‘Madison Bag’ ดีไซน์ตามคอนเซ็ปต์และความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ภายใต้ความทันสมัย สามารถใช้งานได้หลายโอกาส ซึ่งเป็น Timeless Accessories และไม่ตกเทรนด์ ด้วยตัวกระเป๋าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของเรขาคณิตอันโดดเด่น ทรงของกระเป๋าเป็นแบบ Slope ที่มีความแคบจากด้านบนลงมาขยายความกว้างที่ฐานด้านล่าง ทำให้กระเป๋าดูเพรียว สำหรับส่วนหูหิ้วของกระเป๋าถูกออกแบบมาให้สูงเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มความภูมิฐาน และมาพร้อมกับสายสะพายแบบยาวใช้สำหรับสะพายไหล่ มีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาด ได้แก่ Large , Regular และ Mini ในส่วนของประเภทของหนังก็มีมาให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ ‘หนังจระเข้’ สุดยอดหนังที่ได้ชื่อว่าเป็น The King of Leather, ‘หนัง LIZARD (ลิซาร์ด)’ โดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์ผิวสัมผัส และความยูนิคของลวดลาย  และ ‘หนังงูหลามหรืองูเหลือม (PYTHON)’ ซึ่งหายากและมีขนาดใหญ่ ลวดลายของหนังงูมีรูปทรงคล้ายกับเพชร (Diamond Shape) ให้อารมณ์กราฟฟิกที่ทันสมัย สมกับเป็นแบรนด์ที่ได้ชื่อว่า Queen of Exotic (ควีน ออฟ  เอ็กโซติก) ผลิตแต่กระเป๋าหนังเอ็กโซติกที่หายากเท่านั้นค่ะ”

ทางด้านแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ กล่าวถึงการเลือกกระเป๋าในสไตล์ของตัวเองว่า “ถ้าจะซื้อกระเป๋าสักใบ แพนจะคำนึงถึงประโยชน์การใช้งานเป็นหลักค่ะ ซื้อมาแล้วต้องใช้ได้จริง มีขนาดที่พอดี สามารถใส่ของจำเป็นอย่างมือถือ, กระเป๋าสตางค์ใบเล็ก, สเปรย์แอลกอฮอล์ ,หน้ากากอนามัย ฯลฯ  ที่สำคัญสามารถแมทช์กับเสื้อผ้าของเราได้ก็โอเคแล้วค่ะ  แพนเป็นคนชอบแต่งตัว ดังนั้น ถ้าเจอกระเป๋าที่ดีไซน์สวย และสีที่โดนใจ ก็จะยิ่งชอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกระเป๋าแบรนด์ของคนไทยมีที่เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แพนจะรู้สึกว่ามันยูนิคมากๆ อย่างเช่น กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เมื่อก่อนคนจะมองว่ากระเป๋าประเภทนี้จะเหมาะกับรุ่นคุณแม่ แต่สำหรับตอนนี้แพนว่าไม่ใช่แล้ว ยิ่งของแบรนด์สุวิมล เค้ามีดีไซน์ที่หลากหลายตามแฟชั่น มีสีสันที่ทันสมัย คนรุ่นแพน หรือเด็กๆ ก็สามารถใช้ได้ไม่มีตกเทรนด์แน่นอนค่ะ”

ร่วมสัมผัส Madison Bag กระเป๋าหนังเอ็กโซติก ได้ที่ S’uvimol Flagship Store ชั้น 1 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี  หรือเลือกชมสินค้ารุ่นอื่นๆ ได้ที่สาขา สยาม พารากอน ชั้น M, สาขา เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 1 และช่องทางออนไลน์  www.suvimol.com,  Line Official @suvimolbkk , IG : suvimolbkk

ถูกใจนักช้อปนักสะสม กับคอลเลคชั่นพิเศษ Tops 25th Anniversary X Gongkan #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663274

วันที่ 15 ก.ย. 2564 เวลา 15:40 น.ถูกใจนักช้อปนักสะสม กับคอลเลคชั่นพิเศษ Tops 25th Anniversary X Gongkanนักช้อปต้องชอบ! นักสะสมต้องมี! ท็อปส์ฉลองครบรอบ 25 ปี คว้า “ก้องกาน” ศิลปินป็อปอาร์ตชื่อดังออกแบบสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ Tops 25th Anniversary X Gongkan

ส่องโปรเจ็กต์สุดพิเศษ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี “ท็อปส์” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนลูกค้าทุกคนร่วมเดินทางไปยังโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งการช้อปปิ้ง ผ่านผลงานศิลปะที่มีลายเซ็นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินหนุ่มป็อปอาร์ตชื่อดังของไทยที่โด่งดังไกลระดับโลก ก้อง-กันตภณ เมธีกุล หรือ “Gongkan” (ก้องกาน) กับโปรเจ็กต์สุดพิเศษ “Tops 25th Anniversary X Gongkan” มาร่วมคอลลาบอเรชั่นออกแบบสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นฉลองครบรอบ 25 ปี ผ่านมุมมองประสบการณ์ช้อปปิ้งของศิลปินรุ่นใหม่ในคอนเซ็ปต์ “The Future of Shopping”

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์ร่วมเดินทางเคียงข้างนักช้อปทุกรุ่น ทุกวัย มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการให้ทันยุคสมัย ในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี ท็อปส์อยากเชิญชวนลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปข้างหน้าสู่โลกอนาคตของการช้อปปิ้งที่ไม่เคยหยุดนิ่งผ่านมุมมองศิลปินหนุ่ม “ก้องกาน” ที่มาพร้อมผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Tops 25th Anniversary X Gongkan” กับการออกแบบสินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่นซึ่งสะท้อนเรื่องราวการข้ามมิติหรือ Teleport เพื่อตอกย้ำว่า ท็อปส์ พร้อมแล้วในการก้าวไปสู่โลกอนาคตในฐานะผู้นำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของไทย

สำหรับการออกแบบสินค้าลวดลายลิมิเต็ดอิดิชั่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Future of Shopping” เกิดจากการผสมผสานภาพจินตนาการของการช้อปปิ้งที่ท็อปส์ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นรถเข็นหรือตะกร้าลอยได้ หุ่นยนต์ผู้ช่วยนักช้อปที่ให้บริการอย่างอบอุ่นมีกลิ่นอายของคนคุ้นเคยที่รู้ใจนักช้อปไม่ต่างจากเพื่อนสนิท ทำให้การช้อปปิ้งมีสีสัน สนุกสนาน เกิดเป็นความประทับใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดย “ก้องกาน” เลือกใช้ซิกเนเจอร์ดีไซน์ที่สร้างชื่อให้ตนเองอย่าง ‘เทเลพอร์ต’ ผลงานการเล่นกับสเปซผ่านพื้นที่วงกลมสีดำ (Teleport Art) มาประยุกต์ออกแบบให้เหมาะกับผลงานคอลลาบอเรชั่น “Tops 25th Anniversary X Gongkan” ให้เลือกช้อปและสะสม ได้แก่

· Tops X Gongkan Gift Card บัตรของขวัญที่ใครได้รับก็แฮปปี้ เพราะช้อปเสร็จก็สามารถเก็บสะสมได้ มีให้เลือกถึง 10 ดีไซน์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ! รับฟรี Exclusive Bag มูลค่า 99 บาท เมื่อซื้อ Tops X Gongkan Gift Card ครบ 5 ใบ และเติมเงินขั้นต่ำใบละ 500 บาท

· Tops X Gongkan Bag ถุงผ้าดีไซน์มินิมอล ผลิตจากผ้าฝ้าย 100% คุณภาพดี ทรงสวย บรรจุของได้เยอะ เป็นกระเป๋าช้อปปิ้งก็เหมาะ หรือจะใช้ในชีวิตประจำวันก็เก๋ มีให้เลือก 4 ลวดลาย ราคาใบละ 169 บาท

· Tops X Gongkan Cooler Bag กระเป๋าเก็บความเย็น ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี ใบใหญ่ ใส่ของได้เยอะ ช่วยให้สินค้าคงความสด คุณภาพคุ้มค่าในราคาเบาๆ เพียงใบละ 249 บาท 

มาเทเลพอร์ตไปยังโลกอนาคตในแบบฉบับท็อปส์ และรีบเป็นเจ้าของคอลเลคชั่น “Tops 25th Anniversary X Gongkan” ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ทุกสาขา และ www.tops.co.th รายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก TopsThailand หรือ แอปพลิเคชั่นไลน์ @TopsThailand

Jaspal จับมือแบรนด์ดังระดับโลก Diane von Furstenberg ปล่อยคอลลาบอเรชั่นพิเศษแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663134

วันที่ 14 ก.ย. 2564 เวลา 11:16 น.Jaspal จับมือแบรนด์ดังระดับโลก Diane von Furstenberg ปล่อยคอลลาบอเรชั่นพิเศษแห่งปีเขย่าวงการแฟชั่นไทย Jaspal จับมือแบรนด์ดังระดับโลก Diane von Furstenberg ส่งคอลเลคชั่นใหม่สุดปัง! เอาใจผู้หญิงทุกเจเนอเรชั่น 28 ก.ย.นี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ล้วนเป็นรสนิยมของแต่ละบุคคล ไม่เว้นแต่ผู้สวมใส่เท่านั้นการสร้างสรรค์ผลงาน หรือการออกแบบ ของผู้ที่ถูกเรียกว่าดีไซเนอร์ก็ย่อมมีเอกลักษณ์และจุดเด่นของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่ากว่าคนเหล่านี้จะได้รับการยอมรับไม่ใช่เรื่องง่ายในวงการแฟชั่นที่มีดีไซเนอร์มากมายไม่ใช่เรื่องง่าย

วันนี้จะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงระดับแนวหน้าของวงการแฟชั่นของสหรัฐอเมริกา ‘ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก’ ดีไซเนอร์สาวผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า สร้างความมุ่งมั่นและเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้หญิงในการเดินทางสู่การเป็นผู้หญิง  InCharge เพื่อเอาชนะเป้าหมายของตนเอง และเร็วๆ นี้ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำสัญชาติไทยขวัญใจสาวกแฟชั่นในทุกวงการ ได้เชิญ ไดแอน วอน ดีไซเนอร์ที่มีความโดดเด่น ได้รับการยอมรับระดับแนวหน้าในวงการแฟชั่นอเมริกา มาสร้างสรรค์ผลงานในคอลเลคชั่น FW2021 ที่ได้รวบรวมความงามและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก นักออกแบบแฟชั่นที่เกิดในเบลเยี่ยม ก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่นในปี 2513 และ 2 ปีต่อมา (ปี 2515) เธอได้ก่อตั้งแบรนด์ Diane von Fürstenberg (DVF) ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงระดับแนวหน้าของวงการแฟชั่นสหรัฐอเมริกา โดยผลงานที่สร้างไดแอนให้เป็นตำนานในอุตสาหกรรมแฟชั่นก็คือ เสื้อถัก”ชุดเดรสรัดรูป” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความเป็นอิสระสำหรับผู้หญิงรุ่นหนึ่ง และด้วยความสามารถด้านการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เธอได้รับคัดเลือกให้ขึ้นปกนิตยสารนิวส์วีก ซึ่งเป็นนิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของสหรัฐที่โด่งดังมาก และในปี 2540ไดแอน ได้กลับมาขึ้นแท่นอีกครั้งด้วยการเปิดตัวแบรนด์ ที่มีชีวิตชีวาในแบบฉบับของเธอ ซึ่งในปีนี้ถือว่าเธอได้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างเต็มตัว เพราะได้รับรางวัลมากมาย หนึ่งในนั้นคือ รางวัล Lifetime Achievement Award จาก Council of Fashion Designers of America (CFDA) รางวัลใหญ่แห่งวงการแฟชั่นในสหรัฐอเมริกาที่เหล่าดีไซเนอร์หลายคน ใฝ่ฝันตั้งเป้าหมายจะคว้ามันมาให้ได้

ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก เป็นดีไซเนอร์ที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบเสื้อผ้า และมุ่งมั่นเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้หญิงผ่านงานแฟชั่น และสัญลักษณ์อันโดดเด่นนั้นคือ Iconic Wrap Dress เธอยังให้คำปรึกษาและก่อตั้งมูลนิธิ The Diller – von Furstenberg Family (องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร-DVF)  และได้มอบรางวัล DVF Awards ให้กับผู้หญิงที่แสดงความเป็นผู้นำความเข้มแข็งและความกล้าหาญในความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายของตนเอง และล่าสุดไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก เปิดตัวรายการ InCharge เพื่อสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงในการเพิ่มขีดความสามารถและเป็นแนวทางให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาเอาชนะเป้าหมายของตัวเอง

ในวันที่ 28 กันยายนนี้ ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก จะมาส่งมอบพลังบวก สร้างความประทับใจขั้นสุดให้กับวงการแฟชั่นไทยด้วยการ จับมือกับ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำสัญชาติไทย ในการส่งคอลเลคชั่นที่ดึงจุดเด่นด้านดีไซน์ของ ไดแอน ในเรื่อง Wrap dress และ Floral print มาผสมผสานกับตัวตนของผู้หญิงแบบฉบับ Jaspal ที่หลงใหลในลายดอกไม้ แฝงด้วยความหวานน่าทะนุทนอม  แต่ในขณะเดียวกัน ก็ดูสมาร์ท มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ๆ และมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนความเป็นผู้หญิง #InCharge อย่างชัดเจน

ห้ามพลาด! กับคอลลาบอเรชั่นพิเศษแห่งปี ที่จะถ่ายทอดพลังบวกให้ผู้หญิงอันทรงพลังผ่านแฟชั่นดีไซน์สุดประทับใจ ให้สาวๆ Incharge ในทุกเจเนอเรชั่น!

หรูหราควรค่าการครอบครอง บิวตี้ เจมส์ รังสรรค์อัญมณีสุดล้ำค่าสะท้อนจุดเด่นของ 12 ประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663078

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 16:01 น.หรูหราควรค่าการครอบครอง บิวตี้ เจมส์ รังสรรค์อัญมณีสุดล้ำค่าสะท้อนจุดเด่นของ 12 ประเทศท่องเที่ยวต่างแดนผ่านสุดยอดเครื่องประดับ กับ “บิวตี้ เจมส์” ส่งความสุขให้คนไทยผ่านอัญมณีสุดล้ำค่า ถ่ายทอดผ่าน 12 เครื่องประดับ กับจุดเด่น 12 ประเทศทั่วโลก

ช่วงที่ผ่านมานี้ เราทุกคนต้องเผชิญและตึงเครียดกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ความสุขในออกไปผจญภัยกับท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่ในวันนี้ Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) แบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบอัญมณีเบอร์ 1 ของเมืองไทย โดย หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล ได้ส่งความสุขให้คนไทยผ่านอัญมณีและเครื่องประดับ ที่สร้างสรรค์อัญมณีให้กลายเป็น 12 เครื่องประดับ ที่ถ่ายทอดจุดเด่นของ 12 ประเทศทั่วโลก ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่โดดเด่นและสวยงามจากฝีมือคนไทย

สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด กล่าวว่า “การส่งมอบความสุขให้ผู้คนท่ามกลางสภาวะปัจจุบันทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งตนเองมีความถนัดและความเชี่ยวชาญในเรื่องของอัญมณีและเครื่องประดับ จึงคิดว่า ควรนำจุดเด่นในเรื่องนี้มาส่งมอบความสุขให้คนไทย ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนมีความสุขได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความรักและชื่นชอบในอัญมณีและเครื่องประดับ และสำหรับคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์เครื่องประดับที่ถ่ายทอดผลงานออกมาเป็น 12 เครื่องประดับ กับจุดเด่น12 ประเทศทั่วโลกเพื่อให้คนไทยได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดในสถานการณ์โควิด ประกอบกับปัจจุบันที่ยังไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศไทยทางบิวตี้ เจมส์ บริษัทในเครือ และพาร์ทเนอร์ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่ความสุขผ่านเครื่องประดับ ทั้งความสวยงามของสถานที่ สิ่งของ รวมไปถึงวัฒนธรรมประเพณีที่บ่งบอกถึงประเทศนั้นๆ ชวนให้ทุกคนหวนคิดถึงการท่องเที่ยวในต่างแดนผ่านเครื่องประดับและอัญมณี ที่สวยงามและล้ำค่าโดยช่างฝีมือคนไทย”

สำหรับ 12 เครื่องประดับ ที่รังสรรค์ความสวยงามและถ่ายทอดจุดเด่นของ 12 ประเทศ ประกอบด้วย

1. THE POSITIVE ENERGY (เดอะ-พอซ-ซะ-ทีฟ-เอน-เออะ-ยี่) สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู และแหวน พลอยประดับเพชร เป็นดั่งตัวแทนของประเทศไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่งพลังงานออโรร่า หรือพลังงานแสงเหนือที่มีความสวยงามเปรียบเสมือนแสงแห่งพลังงานบวก

2. THE LOVER  (เดอะ-เลิฟเวอร์) เข็มกลัดพลอยประดับเพชรรูปนกฟลามิงโก้ สัญลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสวนนกฟลามิงโก้ แห่งลาสเวกัส อเมริกา โดยนกฟลามิงโก้ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรัก ความอบอุ่น   

3.THE LAND OF SAFARI  (เดอะ-แลนด์-ออฟ-ซาฟารี) แหวนและเข็มกลัดพลอยประดับเพชร ตัวแทนของ ประเทศแอฟริกา ที่รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งซาฟารี เครื่องประดับจึงถูกออกแบบมาเป็นรูปสัตว์สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความโชค

4. THE JEWEL OF BHARAT (เดอะ-จิวเวล-ออฟ-ภารตะ) สร้อยคอพลอยประดับเพชร ที่นำความศรัทธาและความเชื่อในความหมายของพลอยแต่ละชนิด มาบรรจงอย่างมีลวดลายอักขระ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่งทางศิลปวัฒนธรรม เป็นมนต์เสน่ห์ที่งดงาม ชวนหลงไหล อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศอินเดีย

5. THE HERITAGE OF GEMS (เดอะ-เฮอ-ริ-เทจ-ออฟ-เจมส์) เข็มกลัดพลอยประดับเพชร อัญมณีอันล้ำค่าเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของประเทศบรูไน ที่ได้ชื่อเป็นดินแดนแห่งความสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ บ่งบอกถึงความ  มั่งคั่ง ร่ำรวย ที่มีพร้อมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

6. THE ELEGANCE OF EGYPT (ดิ-เอ-เล-แกนซ-ออฟ-อียิปต์)  สร้อยคอพลอยประดับเพชร  ได้รับแรงบันดาลใจจากหญิงสาวในตำนานของอียิปต์ที่งดงาม และเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา และอียิปต์ถือเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมที่ลึกลับแต่แฝงไปด้วยความมีเสน่ห์เย้ายวน พลอยสีต่างๆถูกนำมาร้อยเรียงเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง

7. THE COLOUR OF BRAZIL (เดอะ-คัลเลอร์-ออฟ-บราซิล) สร้อยคอพลอยประดับเพชร  เป็นตัวแทนของ ความอุดมสมบูรณ์พร้อมไปด้วยธรรมชาตินานาพรรณ สีฟ้าครามของท้องทะเล แสงแดดอันอบอุ่น และสายลมที่พริ้วไหว สะท้อนถึงความสดใส รื่นเริง สีสันอันเป็นเสน่ห์ของประเทศบราซิล

8. THE CITY OF LOVE (เดอะ-ซิ-ตี้-ออฟ-เลิฟ) กระเป๋าทองคำ และปลอกลิปสติกประดับเพชร เปรียบเสมือนตัวแทนของ ปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ที่ได้รับฉายาว่าคือ มหานครแห่งรัก ด้วยบรรยากาศที่สุดแสนคลาสสิคและสถานที่อันสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำหอมและเครื่องสำอางค์ จึงเป็นที่มาของเครื่องประดับคอลเลกชันนี้ 

9. DANCE OF THE BUTTERFLY (แดนซ์-ออฟ-เดอะ-บัต-เทอร์-ฟราย)  สร้อยคอพลอยประดับเพชร  ที่ดึงความเชื่อของญี่ปุ่น เกี่ยวกับผีเสื้อ ที่เปรียบดั่งสัญลักษณ์ของการเติบโตจากวัยเด็กสาว ไปสู่วัยหญิงสาวเต็มตัว จึงนำเอาความงดงามเหล่านั้น มาบอกเล่าเรื่องราวของความสุข ที่เต็มไปด้วยความร่าเริงและความสนุกสนาน 

10. THE RISING DRAGON (เดอะ-ไรซ์-ซิ่ง-ดรา-กอน) เข็มกลัดพลอยประดับเพชร ประเทศจีนหรือที่ถูกขนานนามรู้จักกันในชื่อ “ดินแดนมังกร”  มังกรถือเป็นสัตว์วิเศษในวรรณคดีของจีน ตามคติจีนเชื่อว่า มังกรนั้นคือตัวแทนของเทพเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคล จึงนิยมนำรูปมังกรมาเป็นเครื่องประดับ เครื่องรางเพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความร่ำรวย 

11. THE STATE OF YACHING (เดอะ-สเตท-ออฟ-ยอช-ชิ่ง) เรือพลอยประดับเพชร  ถ้าเปรียบสิ่งที่ทำให้นึกถึงประเทศสวีเดน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนคือ พิพิธภัณฑ์เรือ สวีเดนถือเป็นดินแดนแห่งท้องทะเลอันสวยงามและมีชื่อเสียงในการสร้างเรือเดินสมุทร จึงเป็นที่มาของเรือลำนี้เพื่อรำลึกถึงสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างประเทศไทยและประเทศสวีเดน

12. THE TREASURE OF SIAM (เดอะ-เทรซ-เออะ-ออฟ-สยาม) สร้อยคอ กำไล และเข็มกลัดพลอยประดับเพชร  เอกลักษณ์ความเป็นไทยถูกรังสรรค์ เจียรไนอย่างประณีตผ่านเพชรและพลอย ผสมผสานลวดลายอันอ่อนช้อยวิจิตรบรรจง ออกมาเป็นคอลเลคชั่น THE TREASURE OF SIAM ตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองถือเป็นสมบัติอันล้ำค่า ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ควรค่าแก่การเก็บรักษาให้คงอยู่คู่ชาติไทย 

ทั้ง 12 เครื่องประดับที่รังสรรค์โดย Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) แบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบอัญมณีเบอร์ 1 ของเมืองไทย ถือว่าเป็นสินค้าล้ำที่มีความสวยงามชวนให้หลงใหล และน่าค้นหา ที่สำคัญทำให้เรารู้สึกมีความสุขในการดื่มด่ำกับความสวยงามของอัญมณีและเครื่องประดับจนลืมความตึงเครียดของบ้านเมืองไปได้ชั่วครู่ อย่างไรก็ดี หากใครอยากชมความสวยงามของ 12 เครื่องประดับ สามารถเดินเข้าประตูวิเศษไปท่องเที่ยว 12 ประเทศได้ในงาน Beauty gems all around the world  จนถึงวันที่ 15 กันยายน 64 ณ The Event Hall ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม 

ทั้งนี้ หากแฟนอัญมณีและเครื่องประดับที่จะไปผจญภัยในงาน อย่าลืมที่จะปฎิบัติตามมาตรการของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่เชื้อของโควิด-19 อาทิ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง

คอลเลคชั่นใหม่ Michael Kors ใน New York Fashion Week 2022 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663044

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 13:50 น.คอลเลคชั่นใหม่ Michael Kors ใน New York Fashion Week 2022สองสาวหน้าสวย “พลอย เฌอมาลย์” และ “วุ้นเส้น วิริฒิพา” นั่งฟรอนต์โรว์ร่วมชมแฟชั่นแบรนด์ Michael Kors คอลเลคชั่นล่าสุด Spring/Summer 2022 ในงาน New York Fashion Week 2022

เริ่มกลับมามีสีสันสร้างบรรยากาศคึกคักให้วงการแฟชั่นอีกครั้ง หลังต้องเบรกไว้หลายเดือน ทำให้ช่วงนี้หลายๆ แบรนด์เริ่มจัดแฟชั่นโชว์อวดคอลเลคชั่นล่าสุด ซึ่งหนึ่งในงานใหญ่ระดับโลกที่เปิดพรมแดงให้เดินเฉิดฉายคือ New York Fashion Week 2022 ที่มหานครนิวยอร์ก

สำหรับโชว์ที่ครั้งนี้มีนักแสดงสาวไทยได้รับเชิญไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ Michael Kors Collection Spring/Summer 2022 ด้วย โดยนางเอกสาวพลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นั่งฟร้อนต์โรลร่วมชมโชว์ที่เซ็นทรัลปาร์ค สวนกลางใจเมืองในนิวยอร์ก พร้อมอวดความสวยด้วยโททอลลุคเดรสสีดำปักเลื่อม และเสื้อคลุมลายแอนิมอลพริ้นต์ คู่กับกระเป๋าไมเคิล คอรส์ รุ่นใหม่สีขาว รุ่น คาร์ลี Karlie ในแบบฉบับสาว ไมเคิล คอรส์ ส่วนสาวสวยอย่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน มาในลุคที่สวยตามแบบฉบับสาววุ้นเส้นที่เห็นแล้วต้องมองซ้ำกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในโชว์ครั้งนี้ได้มีนางแบบชื่อดังระดับโลกอย่าง Kendall Jenner, Gigi Hadid, Precious Lee, Natasha Poly, Adut Akech and Irina Shayk ร่วมเดินในโชว์ด้วย

สายแฟทั้งหลายตามไปรับชมรันเวย์โชว์ได้ทาง  http://www.michaelkors-collection.com/

ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663036

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 11:30 น.ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เอไอ ก้าวหน้าในอัตราเร่ง นำมาซึ่งความท้าทายต่อการปรับตัวขององค์กรธุรกิจเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

ความท้าทายในการแก้ปัญหาการดำเนินไปของโลกทุกวันนี้คือการแก้ปัญหา ปัญหามีทั้งใหม่เก่าเข้ามาตลอดเวลา แต่การแก้ปัญหา เรามักเจอความท้าทายต่อไปนี้

1. เวลาจะแก้ปัญหา คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเก่าๆ คิดวนเวียนเหมือนติดอยู่ใน “กับดักกรอบความคิดเดิมๆ” ไม่สามารถตีทะลุออกนอกกรอบได้

2. ไม่เข้าใจว่าทำไมในขณะที่กำลังจัดการกับปัญหาหนึ่งๆ แม้มันยังไม่เรียบร้อยดีเลย มันก็มีปัญหาอื่นๆ แทรกและพ่วงติดเข้ามาทุกครั้ง ทำไมปัญหามันไม่จบซักที ทำไมแก้แล้วมันไม่สุด มันมีปัญหาต่อยอดไปเรื่อยๆ

3. เวลามีปัญหาเข้ามา ทำไมแก้ปัญหาไม่ตก คิดไม่ได้ เหมือนคิดไม่เป็น หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่เป็น ไม่เป็นลำดับชั้น คิดสับสน วนไปมา การแก้ปัญหาจึงไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง องค์กรก็ล้าหลัง ขาดความสามารถด้านการแข่งขัน

4. เวลาแก้ปัญหา คิดทีไรมันก็ได้แต่แนวทางแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่มีอะไรใหม่ขาดทางเลือกที่หลากหลาย ไม่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ จึงขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้

5. องค์กรไม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ขาดการเชื่อมโยง การถ่ายทอด และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขาดการต่อยอดองค์ความรู้ เพราะการทำงานยังแยกส่วน ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจในสาระสำคัญได้ เพราะมองภาพคนละเป้าหมาย จึงไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน ไม่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว

ทางออกการแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ แล้วเราจะสร้างปัญญา และความคิดที่แตกต่างขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น โดยรวมแล้วเป็นเพราะขาดมุมมองเชิงระบบ แล้วมุมมองเชิงระบบคืออะไร การทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมขอเสนอ ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory

เวลาท่านจะทานกาแฟร้อน โดยมาตรฐานก็มีผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน แล้วท่านสงสัยไหมว่า ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง แต่ท่านต้องนำองค์ประกอบทั้งสี่มาผสมมาชง มาคนให้เข้ากันก่อนแล้วจึงดื่ม

เมื่อพิจารณาถึงกาแฟร้อนที่ชงเสร็จแล้ว จะเห็นว่ามันมีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วย ในความเป็นหนึ่งเดียวนั้น มันต้องมีองค์ประกอบ ก็คือผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน องค์ประกอบทั้งสี่ต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะที่มันเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ได้เป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่สูงกว่าเดิม ภาวะใหม่ที่ว่านี้สามารถแสดงศักยภาพ ในรูปของความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม และคุณสมบัติเหล่านี้เองที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าและสะท้อนออกมาในรูปของราคาและมูลค่าที่สูงขึ้น และเราเรียกส่วนต่างนั้นว่ากำไร

และไม่ว่าเราจะพิจารณาอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ นาฬิกา คอมพิวเตอร์ ปากกา แม้แต่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด หรือข้าวของเครื่องใช้ทุกประเภท หรือแม้แต่ตัวความรู้ ปัญญา กระบวนการเรียนรู้เราพบว่าสรรพสิ่งรอบตัว ไม่ว่าอะไรก็ตามทั้งรูปและนาม ต่างล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน เช่นเดียวกับความเป็นกาแฟร้อน กล่าวคือ มันมีภาวะของความเป็นองค์รวมที่สะท้อนออกมาจากความเป็นระบบ และขอเรียกแนวคิดนี้ว่า ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงให้ความหมายที่เข้าใจง่ายถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งว่าคืออะไร โลกเรานี้มันมีธรรมชาติเป็นอย่างไร แล้วเราจะนำเอาความเข้าใจในธรรมชาติดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

สรรพสิ่งคือระบบ ระบบมีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะใหม่ที่เกิดขึ้นนี้สามารถแสดงศักยภาพหรือคุณสมบัติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

ที่สำคัญคุณสมบัติทั้ง 6 ประการนี้ใช้อธิบายสรรพสิ่งรอบตัว ทั้งในระดับอะตอมและที่เล็กกว่า รวมทั้งในระดับจักรวาลและที่ใหญ่กว่า เพราะทั้งหมดนี้ล้วนมีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมทั้ง 6 นี้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น การพัฒนาใดๆ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงธรรมชาติทั้ง 6 นี้ตามทฤษฎีกาแฟร้อน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาปัญญา องค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา การพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ รวมทั้งการคิดค้นนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเอไอ หุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด

โดยสรุป ปัญหาคือความท้าทาย การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เราเข้าใจในความหมายของมุมมองเชิงระบบ อันเป็นฐานรากสำคัญของการยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงเป็นศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

waterandothers ชุดว่ายน้ำคลาสสิคแต่ไม่เอาท์ ไอเท็มที่สาวๆ ต้องมีติดตู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663029

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 10:40 น.waterandothers ชุดว่ายน้ำคลาสสิคแต่ไม่เอาท์ ไอเท็มที่สาวๆ ต้องมีติดตู้พาชมชุดว่ายน้ำคลาสสิคแต่ไม่วินเทจ waterandothers ของ 3 เพื่อนซี้ ‘ส้มโอ-ปุ๋ย-เป๊ก’ เปิดใจความชอบที่บรรจบลงตัวเป็นชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร แถมหยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ร่วมสมัยอยู่เสมอ

โด่งดังเป็นพลุในโลกโซเชียลด้วยคอนเซปต์ของชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใครของ waterandothers ที่เกิดจากความชอบและความพร้อมที่บรรจบลงตัวของ 3 เพื่อนซี้  ส้มโอ – อทิตยา ประเสริฐสังข์, ปุ๋ย – ปัทมา บัวแก้ว และ เป๊ก – รัตนเทพ แป้นกระโทก กับซิกเนเจอร์ที่เน้นเรื่องของความเป็น feminine มีความเป็นผู้หญิงสูง colourful สีสันสดใส และ functionable ใช้ประโยชน์ได้ มีแพทเทิร์นที่คลาสสิค สามารถใส่ได้นานไม่เอาท์ เรียกได้ว่ามีติดตู้เสื้อผ้าไว้ถือเป็น classic piece หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ร่วมสมัยอยู่เสมอ สามารถหาได้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

เจ้าของแบรนด์ทั้งสามคน เล่าว่า waterandothers ไม่ใช่แบรนด์แรกที่ทำ ก่อนหน้านี้เคยทำแบรนด์มาก่อนร่วมกับเพื่อนอีกหลายคน แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นทำให้ทั้งสามคนตัดสินใจแยกตัวออกมาเปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง หัวหอกสำคัญคือส้มโอ ที่ชอบว่ายน้ำเดินชายหาด แต่หาชุดถูกใจไม่ค่อยได้ จึงอยากทำของตัวเองประกอบกับสบช่องทางการตลาดที่ยังไม่มีแบรนด์ชุดว่ายน้ำมากนัก จึงชวนเพื่อนอีกสองคนมาทำ เป๊กจะถนัดในเรื่องแฟชั่นเพราะเป็นสไตล์ลิสต์ ส่วนปุ๋ยจะเข้ามาเติมเต็มเรื่องการบริหารจัดการบัญชีการเงิน waterandothers เป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำและไลฟ์สไตล์ ที่แตกไลน์บีชแวร์ออกมาด้วย เพื่อให้ตลาดกว้างขึ้น เป็นแบรนด์สำหรับผู้หญิงทุกคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรจะเซ็กซี่ ฮิปสเตอร์ หญิงหวาน แนวไหนก็มาได้หมด เพราะคอนเซปต์หลักของเราคือ feminine , colourful และ functionable

ดีไซน์ชุดจะมีคาแรคเตอร์ base on classic timeline ถึงจะเป็นแบบเดียวกันแต่ภาพสะท้อนของคนที่ใส่จะออกมาไม่เหมือนกัน จะดูเปลี่ยนไปตามคาแรคเตอร์ของคนใส่กลายเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ แม้ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกันสีเดียวกันก็ตาม เราอออกแบบให้ดูคลาสสิคแต่ไม่วินเทจ เป็น timeless pieces  คลาสสิคไอเท็ม ที่สำคัญใส่ว่ายน้ำได้จริง ทำกิจกรรมทางน้ำได้หมดไม่ใช่แค่ชุดที่ใส่ถ่ายรูปสวยๆเท่านั้น ในหนึ่งปีแบรนด์จะออก 4  คอลเลคชั่น แต่ละคอลเลคชั่นจะมีลูกเล่นบนพื้นฐานความเป็นคลาสสิค จะเล่นสีหรือลายปริ้นท์ แต่ถ้าอยากมีลายปริ้นท์ดีไซน์ชุดก็จะเรียบหน่อย หรือชุดมีลีลาก็จะใช้สีเรียบแทน มีความผสมผสานกันไป ดีไซน์ของเราจะไม่ตามเทรนด์แฟชั่นไม่ตามใคร เอาความชอบของตัวเองใส่ลงไปแทน

“ประสบการณ์ในการทำแบรนด์แรกถือเป็นบทเรียนสำคัญมาก ทำให้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ชีวิต ไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิด ไม่เสียดายด้วย กลับทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำ พอมาทำแบรนด์ของตัวเองจึงมั่นใจกว่าเดิม พร้อมและสนุกกว่าเดิม รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง รู้ว่าต้องทำยังไงแบรนด์ถึงอยู่ได้นานนั่นคือความไม่แฟชั่นจ๋ามากไม่หวือหวามาก แบรนด์เราโตขึ้น กลุ่มลูกค้าก็โตขึ้นเช่นกัน แบรนด์เก่าเน้นความเป็นแฟชั่น แต่แบรนด์ใหม่เราเน้นความอยู่นานเป็น timeless ชุดว่ายน้ำของแบรนด์อื่นจะเป็น want เห็นแล้วชอบอยากได้ใส่ฉาบฉวย แต่ของแบรนด์เราจะเป็น need ที่คุณจะขาดไม่ได้เลย ที่สำคัญชุดเราใส่สวยและใช้ประโยชน์ได้จริง ลูกค้าไม่ได้ซื้อแล้วแค่อยากใส่ถ่ายรูปโชว์สวยๆ แต่เขารู้ว่าชอบอะไรและต้องการอะไรจากชุดของเรา ใส่แล้วมั่นใจ ซึ่งจุดนี้เรามองว่ามาถูกทางแล้ว ชุดของเราต่อให้ซื้อไว้สิบปีหยิบออกมาใส่ก็ยังสวยอยู่ ยั่งยืน ซื้อแล้วหยิบมาใส่ได้เรื่อยๆไม่มีเอาท์ คุ้มค่า ซึ่งทุกครั้งที่จะไปทะเล เราอยากให้เขาคิดถึงเรา”

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทั้งสามอยากฝากไว้ก็คือ ลูกค้ามาซื้อชุดว่ายน้ำที่เราถึงจะใส่ไม่ได้ทุกรุ่น แต่เรามีรุ่นแนะนำให้ทุกรูปร่างแน่นอน เพราะสิ่งที่พวกเรายึดถือกันมาตลอดคือความห่วงใยซึ่งไม่เพียงแต่ห่วงใยในตัวเพื่อนด้วยกันเท่านั้น แต่เราส่งต่อความห่วงใยไปถึงลูกค้าด้วย ซึ่งเราเชื่อว่าลูกค้ารู้สึกได้และรับได้ถึงพลังส่งต่อนี้ทำให้ทุกคนมีความสุข

สำหรับใครที่มองหาชุดว่ายน้ำ timeless pieces  คลาสิคไอเท็มที่ต้องมีติดตู้ ต้องไม่พลาด waterandothers ในร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือ FB :absolutesiamstore  หรือช้อปเพลินๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop หรือ Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop

Welcome back ต้อนรับการกลับมาให้ทุกคนได้ Everyday Surprise #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662968

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 13:15 น.Welcome back ต้อนรับการกลับมาให้ทุกคนได้ Everyday Surpriseร้าน Loft ไลฟ์สไตล์ช้อปชื่อดังจากญี่ปุ่น จัดทัพสินค้าต้อนรับการกลับมาให้ทุกคนได้ Everyday Surprise เอาใจทั้งกลุ่มคนทำงาน คนรักแกดเจ็ท หนุ่มสาวสายเฮลท์ตี้ บิวตี้ไอเท็ม และสินค้าที่ควรค่าแก่การสะสม

“ลอฟท์” ไลฟ์สไตล์ช้อปชื่อดังจากญี่ปุ่น Welcome back หลังจากมีการผ่อนคลายเปิดศูนย์ฯได้ปกติ ร้านลอฟท์จึงจัดทัพสินค้ามาต้อนรับให้ทุกคนได้ Everyday Surprise กับหลากหลายสินค้าที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สินค้าแก็ดเจ็ต เครื่องสำอาง อุปกรณ์เสริมต่างๆ และของสะสมมากมาย ที่เหมือนได้บินไปญี่ปุ่นเลยทีเดียว ณ ร้านลอฟท์ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่, ชั้น 3 ไอคอนสยาม และ ชั้น 1 เมกาบางนา

เอาใจกลุ่มทำงาน และรักอุปกรณ์ไอทีต่างๆ “กระเป๋าเป้โน๊ตบุ๊ค INCASE” มีหลากหลายรุ่นให้เลือก ทั้งแบบรุ่น Compass มีความทนทานสามารถใส่ MacBook, iPad หรือ เอกสารต่างๆ มีแผ่นรองไหล่ สายสะพายสามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ, “กระเป๋าเป้ รุ่น DSLR Pro Pack” มีช่องที่ใหญ่สามารถใส่กล้องได้ พร้อมช่องใส่เลนส์เสริมและแฟลชได้อีกสี่อัน พร้อมกับช่องเสริม เพิ่มการเก็บของสำหรับอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆได้, “คีบอร์ดและเม้าส์ไร้สาย” LOGITECH  เติมเต็มความล้ำสมัยบนโต๊ะทำงาน เป็นชุดคอมโบไร้สายแบบบาง MK470 โดยคีบอร์ดและเมาส์มีความบางเป็นพิเศษและมีดีไซน์ล้ำ หรือ “คีบอร์ดไร้สาย” LOGITECH รุ่น K480 คีย์บอร์ดตั้งโต๊ะแบบไร้สายสำหรับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ดีไซน์สวย ล้ำสมัยมาก หากใครอยากได้เพียงคีบอร์ดตัวเลขเท่านั้น ขอแนะนำ “คีย์บอร์ดแป้นตัวเลขไร้สาย” MOFII (CRACKER BISCUIT WIRELESS 2.4G) ปุ่มกดสัมผัสนุ่ม เพิ่มประสิทธิภาพในการพิมพ์ตัวเลขได้รวดเร็วขึ้น หรือเพิ่มความสะดุดตาขึ้นมาหน่อยกับ “แป้นตัวเลขไร้สาย” MOFII (BISCUIT WIRELESS 2.4G) แป้นตัวเลขกลมมน เชื่อมต่อได้ไกล ไม่ดีเลย์ในระยะ 10 เมตร

สายเฮลท์ตี้รักสุขภาพ กับไอเท็มที่ต้องมีติดบ้าน อย่าง “เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell” ขนาด 5 ลิตร รุ่น 8F-5AW เป็นเครื่องผลิตออกซิเจนที่แยกออกซิเจนออกจากอากาศในห้อง สำหรับใช้งานที่บ้าน หรือสถานพยาบาล ดีไซน์สวยงาม ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และ “เครื่องผลิตออกซิเจน YU300” จาก YUWELL สามารถพกพาได้, “หน้ากากอนามัย” MANDINA READ MY LIPS MASK แบบใสสามารถทาลิปสติกโชว์ความสวยที่ปากได้, “สติ๊กเกอร์แปะหน้ากากอนามัย” FRONTIER COOLING ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ด้วยกลิ่นของเมนทอล นำเข้าจากญี่ปุ่น

อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยากแนะนำในร้านลอฟท์ กับ KIDNAP ME ไม่ว่าจะเป็น “กระเป๋าคาร์ตัน” สามารถปักชื่อบนสายกระเป๋าได้ฟรี 7 ตัวอักษร สามารถถือและสะพายไหล่ข้าง สามารถกันน้ำได้ 100% ทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบา มาพร้อมกับฐานรองก้นเพื่อช่วยรับน้ำหนักสัมภาระ, “กระเป๋า รุ่น CART BAG” กระเป๋าผ้าใบขนาดกลาง แข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน, “สายคล้องกระบอกน้ำแบบยาว/สั้น” ทำให้พกพาแก้วสะดวกมากขึ้น และ “สายคล้อง” สามารถคล้องได้ทั้งหน้ากากอนามัยพร้อมคล้องแว่นตาได้อีกด้วย

รวมถึงผลิตภัณฑ์การบำรุงผิวที่ต้องใส่ใจ ร้านลอฟท์ได้แนะนำแบรนด์ ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ (SANA NAMERAKAHONPO) มีทั้งโฟมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว แผ่นมาร์กหน้า เอสเซ้นส์บำรุงผิว อุดมด้วยสกัดจากถั่วเหลืองเข้มข้น ทำให้ผิวสวยใส ไร้ริ้วรอย

ชวนเพลิดเพลินไปกับสินค้าควรค่าแก่การสะสม อาทิ “ตัวต่อโมเดลรูปต้นไม้ญี่ปุ่น” ทำจากกระดาษ บอนไซเป็นต้นไม้ย่อส่วนที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในวัฒนธรรม ธรรมชาติดั้งเดิมของญี่ปุ่น ช่วยแก้เบื่อได้ดีทีเดียว, “TOY Camera DSC Pieni” กล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้, “ตัวช่วยรูดซิป” (Zipper Bite) มี 10 ลายให้เลือก ที่จะช่วยเพิ่มความน่ารักและสะดวกสบายมากขึ้นในการรูดซิป

ชวนมาช้อปให้เพลินไปกับอาณาจักรที่รวมของมากมาย ได้ที่ ร้านลอฟท์ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่, ชั้น 3 ไอคอนสยาม และ ชั้น 1 เมกาบางนา หรือช้อปปิ้งออนไลน์ง่ายๆ เพียงคลิกไปที่ Loft หรือ Facebook : Loftbangkok

ซูมโททัลลุค ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ผลงานจากฝีมือดีไซเนอร์สายเลือดไทยแบรนด์ Landmee #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662959

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.ซูมโททัลลุค 'ลิซ่า BLACKPINK' ผลงานจากฝีมือดีไซเนอร์สายเลือดไทยแบรนด์ Landmeeตอกย้ำกระแสความฮอตให้กับ ลิซ่า BLACKPINK อย่างต่อเนื่องด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อไทย ในโททัลลุคจากแบรนด์ Landmee ฝีมือดีไซเนอร์สายเลือดไทย เนตรดาว วัฒนะสิมากร จากคอลเลกชั่น Spring-Summer 2021

นาทีนี้ต้องยกความฮอตให้กับ ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หลังปล่อยมิวสิกวิดีโอ เพลง “LALISA” ซิงเกิลอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตออกมาเรียกเสียงฮือฮารัวๆ 

ซัพพอร์ตไอดอลสาวตอกย้ำกระแสฮิตต่อเนื่องด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก กับลุคที่บอกเลยว่าสวยจัดเต็มในโททัลลุคจากแบรนด์ไทย Landmee ของดีไซเนอร์สาวสายเลือดไทย มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร จากคอลเลคชั่น Spring-Summer 2021 ‘Will you Landmeé’ ที่ตั้งใจถ่ายทอดความรู้สึกของความรักที่ทำให้สาวๆ รู้สึกใจเต้นแรงราวกับว่ากำลังตกหลุมรักตามแบบฉบับของ Landmee ซึ่งชุดที่สาวลิซ่าเลือกมาใส่คือชุดสูทสีน้ำตาลที่มีกิมมิคเล็กๆ แต่ง Pocket Square ชิ้นเล็กๆ สีฟ้าสอดไว้บนตัวสูท แมตช์เข้ากับเสื้อครอปลูกไม้สีฟ้าด้านใน เมื่อความลูกไม้ที่เป็นซิกเนอเจอร์ของแบรนด์ตัดสลับกับผ้าสูททรงสวย เลยกลายเป็นคู่สีแปลกตาที่เข้ากันอย่างลงตัว เรียกได้ว่าสวยเฟี๊ยซมองเพลินๆ ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สาวๆ อยากอัพลุคแต่งตามไอดอลกันเลยทีเดียว

ใครสนใจตามไปช้อปกันได้ที่ Landmee Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี หรือช้อปออนไลน์ผ่านทาง Line Official: @landmee , Instagram : @landmee_official

#LandmeeGIRLS

#LandmeeSS21