Burberry Kisses อัพลุคให้โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662845

วันที่ 10 ก.ย. 2564 เวลา 12:55 น.Burberry Kisses อัพลุคให้โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองBurberry เปิดตัวแคมเปญ Burberry Kisses คอลเลคชั่นใหม่สีสันสดชัด เพื่อเรียวปากชวนหลงใหลพร้อมสะกดทุกสายตา

Burberry เผยแคมเปญ Burberry Kisses คอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งได้ Fran Summers แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Burberry Beauty มาเป็นผู้ถ่ายทอดความงามอันโดดเด่นของเรียวปากชวนหลงใหล ผ่านมุมมองภาพถ่ายของ Suffo Moncloa ที่เผยความงามเหนือกาลเวลา ด้วยจิตวิญญาณอันกล้าหาญและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแคมเปญนี้แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของ Burberry ภายใต้การบริหารของ Riccardo Tisci ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนผ่านความต่างสุดขั้วของ Fran Summers กับฉากหลังที่สดใสซึ่งอ้างอิงเฉดสี แดงสด หรือ The Red อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น ภาพสะท้อนกระจกของ Fran สะท้อนให้เห็นบุคลิกที่หลากหลายของเธอ พร้อมทั้งความงามเหนือกาลเวลาและทัศนคติที่กล้าหาญ กล้าที่จะโดดเด่น

Burberry Kisses  ลิปสติกเม็ดสีเข้มข้นมาพร้อมกับเนื้อซาตินเนื้อสัมผัสพิเศษสูตรเฉพาะจาก Burberry ซึ่งมอบประสิทธิภาพการปกปิดแบบ Full-coverage ที่ช่วยเติมเต็มร่องปากได้แนบเนียน ติดทนนานตลอดวัน อีกทั้งเป็นสูตรที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูโรนิกช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นนานถึง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ แต่ละเฉดสีในคอลเลกชั่นยังอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ

สำหรับ Burberry Kisses มีให้เลือกถึง 31 เฉดสี ซึ่งมาในแพ็กเกจใหม่สีทองอร่ามสลักด้วยลวดลายเชคอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีเฉดสีอันเป็นซิกเนเจอร์ 6 เฉดสี ซึ่งได้รวมเอาความงามเหนือกาลเวลาสำหรับผู้หญิงที่กล้าที่จะโดดเด่น ได้แก่

TB Orange No.17 ตั้งชื่อตาม Thomas Burberry ผู้ก่อตั้งแบรนด์ สีส้มนี้ถูกนำมาใช้ในลาย Monogram TB ของ Burberry ที่สร้างสรรค์โดย Riccardo Tisci และ Peter Saville นักออกแบบกราฟิกชาวอังกฤษ Thomas Burberry Monogram เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งกลายลวดลายอันเป็นซิกเนเจอร์ให้กับแบรนด์จวบจนปัจจุบัน

Russet No. 93 หนึ่งในเฉดสีที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ Russet คือ สีน้ำตาลประกายแดง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับหนังสีแทน เฉดสีนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ

Oxblood No. 97 เฉดสีเบอร์กันดี เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางแฟชั่นของอังกฤษที่ Riccardo Tisci นำมาใช้ในคอลเลกชันกระเป๋า Burberry จำนวนมาก

The Red No. 106 สีแดงสดที่ทาบนริมฝีปากของ Fran Summers ในแคมเปญนี้ เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น The Red ถูกนำมาใช้ในคอลเลกชั่น Burberry และ Burberry Beauty เพื่อความคลาสสิกและสง่างาม แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม

Military Red No. 109 สีแดงเหลือบน้ำเงิน แดงคลาสสิกนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบของเครื่องแบบอังกฤษ เลือกสีแดงทหารเพื่อความโดดเด่นแบบคลาสสิก

Signature Gold No. 188 สีทองประกายแวววาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฮาร์ดแวร์บนกระเป๋าซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Signature Gold เป็นทางเลือกสุดชิค เป็นตัวของตัวเองเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ไม่กลัวที่จะยอมรับความเป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ซึ่งมาในบรรจุภัณฑ์แบบใหม่สีทองหรูหราของ Burberry Beauty ที่สื่อถึงการเฉลิมฉลองความงามแบบอังกฤษคลาสสิกด้วยความแปลกใหม่และน่าสนใจ

เคล็ดลับเพื่อเรียวปาดสวยสะกดทุกสายตา

วาดกรอบริมฝีปากด้วยดินสอเขียนขอบปากด้วย Lip Definer ก่อน จากนั้นจึงตามด้วย Burberry Kisses เพื่อความคมชัด จากนั้นใช้ Fresh Glow Highlighting Luminous Pen ไฮไลท์เนื้อครีมในรูปแบบแท่งปากกา วาดตามแนวโค้งและตรงกลางริมฝีปาก เพื่อเพิ่มริมฝีปากดูอวบอิ่มสะกดสายตา

อัพลุคสวยมั่นสะกดทุกสายตากับ Burberry Beauty ได้ที่เคาน์เตอร์ Burberry Beauty Counter ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลชิดลม สยามพารากอน เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และสยามทาคาชิมายา และร้าน Sephora สยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือทางเว็บไซต์ sephora และ central

เปียกแค่ไหนก็พร้อมลุย!! รวมไอเดียเท่ท้าฝนฉบับคนรักรองเท้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662575

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 14:55 น.เปียกแค่ไหนก็พร้อมลุย!! รวมไอเดียเท่ท้าฝนฉบับคนรักรองเท้าหล่อๆ เท่ๆ แม้ฝนเทก็ไม่หวั่น ชี้เป้าตัวเลือกรองเท้าคู่ใจในหน้าฝน พร้อมไอเท็มเสริมที่ต้องมีฉบับคนรักรองเท้า พร้อมเคล็ดลับดูแลสุขภาพเท้าให้ปลอดภัยจากกลิ่นไม่พึงประสงค์

ในช่วงหน้าฝนหนุ่มๆ หลายคนเลือกเก็บรองเท้าคู่โปรดไว้ในโหมดปลอดภัย เพราะกังวลกับความสกปรก ความชื้น และกลิ่นอับในรองเท้า แล้วหันมาใช้ตัวเลือกสำรองของตายอย่าง “รองเท้าแตะ” แต่บางเวลาและสถานที่หนุ่มๆ ก็ต้องคีพลุคดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ตัวเลือกนี้จึงอาจไม่เหมาะเสมอไป โพสต์ทูเดย์ รวมไอเดียหล่อเท่แม้วันฝนเท พร้อมเคล็ดลับในแบบฉบับคนรักรองเท้ามาให้แล้ว

ตัวเลือกรองเท้าช่วงหน้าฝน

สายลุย

เพราะโลกไม่เคยหยุดหมุนแม้ในวันฝนตก หนุ่มๆ คนไหนพร้อมลุยพร้อมเปียก keen Uneek อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่ เพราะเป็นรองเท้าที่ออกแบบได้สอดรับกับสไตล์เอาท์ดอร์ที่หลากหลายของหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นใส่เดินบนถนนในเมือง หรือแม้แต่ใส่ท่องเที่ยว แคมปิ้ง ขณะสวมใส่ให้ความรู้สึกกระชับแต่ไม่อึดอัด มีสายรัดบริเวณส้นเท้า ป้องกันนิ้วเท้าจากการกระแทกในรูปแบบต่างๆ  แถมยังกันน้ำ กันลื่น และระบายเหงื่อรวมถึงความชื้นได้ดี

ตามด้วย Must Have Items! อย่าง Crocs และ Native สองแบรนด์รองเท้าเพื่อสุขภาพที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ น้ำหนักเบา ทนทาน ลุยน้ำ ลุยทราย ลุยโคลน ทำความสะอาดง่าย จัดเป็นรองเท้าแบบ Casual ที่ใส่สบายที่สุด มีสีให้เลือกค่อนข้างมากและสามารถแมตช์กับเสื้อผ้าได้หลายลุค แถมบางรุ่นยังใส่ไปทำงานได้อีก เท่ๆ คูลๆ แบบนี้จึงถูกใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ไปตามๆ กัน

สายหล่อ

ขอเท่กับสนีกเกอร์แบบไม่มีอุปสรรคกับน้ำฝน ควรเลือกรองเท้าแบบที่มีนวัตกรรมเคลือบกันน้ำที่มีตะเข็บซีลกันน้ำที่อยู่บนพื้นผิวชั้นนอก และมีชั้นวัสดุเคลือบกันน้ำบางๆ ที่ด้านในรองเท้าเพื่อช่วยให้เท้าแห้งอยู่เสมอ อย่างแบรนด์ adidas , Scholl , BAOJI , หรือ NIKE ก็หล่อเท่ได้ไม่แพ้กัน

สายแฟ

ต้องเลือกแบบที่เปียกได้ ไม่เอาท์ด้วย อย่าง birkenstock รองเท้าที่ได้รับความนิยมตลอดกาล แบรนด์รองเท้าเพื่อสุขภาพชื่อดังที่มีทั้งรองเท้าแตะ รองเท้ากีฬา รองเท้าแฟชั่น แต่โดดเด่นเรื่องการเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ เพราะจุดประสงค์แรกสุดของผู้ผลิตคือการสร้างรองเท้าที่ใส่สบาย หนุ่มคนไหนไม่อยากตกเทรนด์หรือต้องเปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ แบรนด์นี้ต้องมีติดตู้รองเท้าแล้วล่ะ

สายเนี้ยบ

คอมพลีทลุคหล่อเนี้ยบเทียบผู้บริหาร หน้าฝนแบบนี้ก็ยังต้องเลือกรูปทรงรองเท้าที่ดูภูมิฐาน แต่ขอแนะนำรองเท้าคัทชูที่มีการใช้วัสดุที่เหมาะสำหรับการสวมใส่รองเท้าภายนอกอาคาร หรือหลายรุ่นอาจจะเลือกใช้สารเคลือบบางชนิดที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำให้กับรองเท้า เพื่อป้องกันรองเท้าเปียกและคราบเลอะต่าง ๆ ที่อาจทำให้รองเท้าสกปรก นอกจากนี้ เชื่อว่ามีบ่อยครั้งที่อาจเดินไปเจอกับบริเวณที่พื้นลื่น ด้วยเหตุนี้เอง วัสดุที่นำมาใช้ทำพื้นรองเท้าจึงมีความสำคัญมาก โดยในปัจจุบันก็ได้มีรองเท้าคัทชูผู้ชายที่เสริมด้วยวัสดุยางที่มีคุณสมบัติกันลื่นได้ดีมากขึ้น อาทิ ECCOHush Puppies , Bata

สายเซฟ

เซฟทั้งรองเท้าคู่เก่ง และยังประหยัดเงินในกระเป๋า ด้วยไอเท็มเสริมที่คนรักรองเท้าควรหามาติดบ้าน อย่างซิลิโคนกันฝน ที่สามารถคลุมรองเท้าเพื่อกันน้ำ กันลื่นในวันฝนตก ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบใสและแบบมีสีสันให้เลือกกันตามความชอบ

ไอเท็มเสริมสำหรับคนรักรองเท้า 

นอกจากนี้ ยังไอเท็มเสริมที่คนรักรองเท้าต้องมีเพื่อดูแลรักษารองเท้าคู่ใจให้ได้ใช้กันยาวๆ ไม่ว่าจะเป็น สเปรย์กันน้ำนาโน สำหรับฉีดพ่นบนรองเท้าเพื่อเคลือบกันน้ำ โฟมทำความสะอาดรองเท้า Quick Wipes ผ้าเช็ดทำความสะอาด เซฟแรงเซฟเวลา ที่สำคัญยังถนอมวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของรองเท้า เรียกว่าทั้งดูแลและรักษาในเวลาเดียวกัน

How to ดูแลสุขภาพเท้าลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

รองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้าที่ปกปิดเท้ามิดชิด และมีวัสดุที่หนา ไม่ค่อยระบายอากาศ จึงเป็นสาเหตุที่มักทำให้เกิดกลิ่นได้ง่ายๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ที่ช่วยให้กลิ่นเท้าลดลงได้

1 ไม่ควรสวมรองเท้าที่คับจนเกินไป เพราะรองเท้าคับๆ จะยิ่งเร่งให้เท้าผลิตเหงื่อออกมามากขึ้น ควรเลือกสวมรองเท้าขนาดที่พอดี

2 เลือกสวมถุงเท้าที่เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี เช่นถุงเท้าที่ทำจากผ้าฝ้าย เพราะจะช่วยระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไนลอน

3 เปลี่ยนสลับสวมรองเท้าคู่อื่นบ้าง ไม่ควรสวมรองเท้าคู่เดิมตลอดทั้งวันเกิน 2 วัน

4 นอกจากรองเท้าแล้ว ก็อย่าสวมถุงเท้าคู่เดิมๆ ซ้ำวันด้วย

5 หมั่นทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบ โดยนอกจากซักแล้ว ควรตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ้าง

6 หากวันไหนรู้ตัวว่าเหงื่อออกเท้ามาก และไม่ค่อยได้ถอดรองเท้า กลับบ้านควรรีบทำความสะอาดเท้า และอาจแช่เท้าด้วยน้ำผสมมะนาว หรือชาดำ เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

7 หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงเท้าที่ซอกนิ้วเท้า เพราะอาจไม่ซึมแห้ง และอับชื้นจนเกิดเป็นเชื้อราในภายหลังได้

8 หากรู้ตัวว่าเป็นคนเหงื่อเท้าออกมาก และจำเป็นต้องสวมรองเท้าผ้าใบนานๆ อาจเตรียมถุงเท้าไปเปลี่ยนระหว่างวันได้เช่นกัน

9 ไม่สวมรองเท้าผ้าใบในขณะที่เท้ายังเปียกอยู่

10 ไม่สวมรองเท้า ถุงเท้า ร่วมกับคนอื่น

ตามหารองเท้าที่ใช่ เลือกให้ตอบโจทย์พร้อมลุยตามไลฟ์สไตล์ ได้ที่ Shopee  พบกับ Shopee 9.9 Super Shopping Day | โปร 9.9 โค้ดส่วนลด 999 บาท  สินค้ายอดฮิตโปร 9.9 สินค้าดีลปังเพียง 9 บาท! เก็บโค้ดส่วนลด 999 บาท พร้อมส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ!

ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662626

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 08:40 น.ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้นเปิด 3 มุมมองของนักสร้างสรรค์ นักสะสม และนักอนุรักษ์ กับสมการความยั่งยืนของวงการศิลปะ The Art of Masterpiece ศิลปะในการดูแลรักษางานชิ้นเอกให้คงคุณค่ายืนยาว

ภาพวาดหัวหมี อายุกว่า 500 ปี ผลงานชิ้นเล็กๆ ของลีโอนาร์โด ดาวินชี ทุบสถิติการประมูลด้วยมูลค่า 395 ล้านบาท เมื่อเร็วๆ นี้ สร้างกระแสและแรงบันดาลใจให้ศิลปินและผู้หลงใหลงานศิลปะไม่น้อย ผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง ยิ่งผ่านวันเวลา คุณค่าก็ยิ่งมากขึ้น มูลค่าของชิ้นงานก็สูงมากขึ้นไม่แพ้กัน กระบวนการสร้างสรรค์ สะสม และรักษาผลงานเหล่านั้นให้คงคุณค่ายืนยาว…ทำอย่างไร

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รวบรวมเคล็ดลับในหัวข้อ “The Art of Masterpiece ศิลปะในการดูแลรักษางานชิ้นเอกให้คงคุณค่ายืนยาว” ผ่าน 3 มุมมองของนักสร้างสรรค์ นักสะสม และนักอนุรักษ์ ได้แก่ อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (นักสร้างสรรค์) คุณธีระ วานิชธีรนนท์ (นักสะสม) และคุณขวัญจิต เลิศศิริ (นักอนุรักษ์) เอกอุแห่งแวดวงศิลปะของไทยในมิติที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันเพื่อให้ความรู้และน่าจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับศิลปินให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเลือกสรรวัสดุการจัดเก็บรักษาและการซ่อมแซมผลงานชิ้นเอกที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกให้คงคุณค่ายืนยาว

อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2557 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ศิลปินผู้สร้างสรรค์จิตรกรรมไทยโดยผสมผสานศาสตร์แห่งตะวันตกเป็นคนแรกๆ ในประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า “เยาวชนรุ่นใหม่ๆ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงมาก เพราะมีข้อมูลเยอะ มีโอกาสเรียนรู้ในวงกว้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อยากให้ศิลปินยุคใหม่ศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์ ศึกษาการเคลื่อนไหวของวงการนี้ เพื่อที่จะหาจุดแตกต่างของตัวเองให้เจอ”

อาจารย์ปัญญาเป็นผู้หนึ่งที่สร้างสรรค์งานศิลปะแบบไม่จำกัดเทคนิค และให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดจนถึงคุณภาพของงาน เพื่อให้ชิ้นงานคงทนเมื่อถูกส่งต่อไปยังผู้ชื่นชอบผลงาน ทั้งนี้ คุณค่าของงานศิลปะเป็นเรื่องที่มากกว่าความสวยงาม หากงานศิลป์มีเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรสามารถมาทดแทนได้ ก็จะเป็นที่ต้องการของนักสะสม

คุณธีระ วานิชธีรนนท์ นักสะสม/เจ้าของ 333 Gallery จากวิศวกรไฟฟ้ามาสู่นักสะสมผลงานศิลปะชั้นแนวหน้าของไทย ได้กล่าวไว้ว่า “ผมเก็บประวัติศาสตร์ งานที่สะสมเป็นผลงานที่เป็น signature ของศิลปิน ผมให้ความสำคัญกับการเก็บรักษา ผู้ที่รักในการสะสมผลงานศิลปะควรต้องศึกษาวิธีคงสภาพผลงานให้ยาวนาน” ซึ่งคุณธีระไม่ได้จำกัดเพียงแค่ชิ้นงานที่สมบูรณ์ แม้แต่รูปสเก็ต (งานร่าง) ก็มีคุณค่าเป็น masterpiece เพราะเป็นลายแทงสู่ความสำเร็จของศิลปิน

ปัจจุบันโลกเปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงผลงานอย่างเท่าเทียมในโลกออนไลน์ศิลปินมีโอกาสได้พบและซื้อขายกับนักสะสมโดยตรงแต่แม้ว่าศิลปะดิจิทัลจะมีบทบาทมากขึ้นก็ยังมีศิลปินจำนวนไม่น้อยและนักสะสมจำนวนมากที่ยังชื่นชอบสร้างสรรค์และสะสมชิ้นงานจิตรกรรมงานประติมากรรมรวมถึงต้องการอนุรักษ์ผลงานชิ้นที่ครอบครองให้ยั่งยืนเพื่อคงคุณค่าของงานศิลป์และเป็นประวัติศาสตร์ให้แก่คนรุ่นต่อๆ ไป

คุณขวัญจิต เลิศศิริ นักอนุรักษ์ชั้นครู อีกหนึ่งตำนานแห่งการอนุรักษ์ผลงานศิลปะของไทย มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าศิลปินสามารถซ่อมแซมผลงานของตนเองได้ อันที่จริงแล้วงานอนุรักษ์ต้องใช้ความเข้าใจในผลงานชิ้นนั้นๆ และต้องอาศัยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความสามารถในงานศิลป์ จึงจะสามารถสืบสานลมหายใจของผลงานศิลปะได้โดยไม่เอาตัวเองเข้าไปแทรกแซงชิ้นงานดั้งเดิม

คุณขวัญจิต กล่าวว่า “ทุกการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปินต้องคำนึงถึงปัจจัยภายใน คือ “คุณภาพของวัสดุ” และปัจจัยภายนอก คือ “สภาวะแวดล้อม” ไม่ว่าจะเป็นแมลง ความชื้น เชื้อรา รวมถึงวิธีการเก็บรักษาล้วนส่งผลต่อชิ้นงาน เมื่อผลงานป่วยจนเกิดความเสียหาย หน้าที่ของนักอนุรักษ์ไม่ใช่การทำให้ผลงานกลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง แต่จะเป็นการทำให้งานคงสภาพเดิมให้มากที่สุด เพราะหากเติมแต่งเข้าไป ‘คุณค่า’ ดั้งเดิมของชิ้นงานจะหายไป”

งานศิลปะที่ทำวันนี้ จะไม่ได้จบแค่วันนี้ แต่อาจจะเป็นอีกหน้าของประวัติศาสตร์ ใครจะรู้ วันนี้เราอาจจะเป็นแค่นักศึกษาศิลปะ อาจจะไม่ดัง แต่ศิลปินที่ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืนก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ งานชิ้นแรก งานร่าง ล้วนมีคุณค่าที่ส่งผลต่อศิลปินในอนาคต จึงควรเก็บรักษาผลงานให้ดีในทุกๆ ชิ้น

“Ars Longa, Vita Brevis ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” ส่วนโอกาสจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับการเปิดใจและลงมือทำจะเป็นผู้สร้างผู้สะสมหรือผู้รักษาวงการศิลปะมีพื้นที่ให้เลือกยืนและฝันมากกว่าที่ตาเห็น

ยลโฉมผลงานศิลปะทางวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านชุดแต่งงาน 3 ลุค 3 สไตล์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662624

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 09:10 น.ยลโฉมผลงานศิลปะทางวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านชุดแต่งงาน 3 ลุค 3 สไตล์“ชมพู เดอะเฟซ” อวดโฉมผลงานศิลปะทางวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านชุดแต่งงาน 3 สไตล์ จากห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส

นับเป็นโอกาสพิเศษอีกครั้งที่ทางห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส ได้ร่วมจัดทำคอลเลคชั่นชุดแต่งงานสุดพิเศษ ร่วมกับโรงแรมชื่อดังระดับ 5 ดาว อย่างโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ โดยครั้งนี้ สรรค์ สุดเกตุ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส และ วนัช กูตูร์ ได้ออกแบบและจัดทำคอลเลคชั่นชุดแต่งงานสุดพรีเมียมออกมาถึง 3 ลุค 3 สไตล์

ไม่ว่าจะเป็นชุดพิธีไทย ชุดพิธีจีน และชุดสำหรับงานเลี้ยงฉลองมากกว่า 10 ชุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Oriental bridal couture” โดยการนำเอาความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชุดแต่งงานชาวตะวันออกและชาวตะวันตก มาผสมผสานร้อยเรียงจนเกิดเป็นชุดแต่งงานที่สุดแสนวิจิตรงดงามตระการตา และถ่ายทอดออกมาเป็นภาพถ่ายภายใต้บรรยากาศของโรงแรมสุโขทัย ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทยที่น่าหลงไหล

ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกให้ถ่ายทอดผลงานชิ้นเอกครั้งนี้เป็นนางแบบสาวหุ่นดี “ชุติมณฑน์ ประสานวรรณ” หรือชมพู เดอะเฟซ ด้วยลุคสาวมั่นสุดเฟียส ทำให้แต่ละชุดทั้ง 3 ลุค ดูโดดเด่นและมีสไตล์มากยิ่งขึ้น ดูงดงามและน่าจับตามองไม่แพ้คอลเลคชั่นอื่น ๆ ที่ผ่านมา ทางห้องเสื้อได้จัดเตรียมคอลเลคชั่นนี้ขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมให้กับคู่รักทุกคู่ได้เริ่มจับจองเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานพิธีสำคัญที่ถูกวางไว้หลังคลายล็อคช่วงปลายปีนี้

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดแต่งงานร่วมสมัยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมของทางห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส สามารถติดตามผลงานทั้งหมดได้ผ่านช่องทาง https://www.facebook.com/Vanus-First และสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02-085-3688, 088-569-1441  หรือ Line : @ vanusfirst

4 Tips ดูแลผิวสวยสุขภาพดี กับคัมภีร์ช้อปคุ้มเพื่อสาวกบิวตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662566

วันที่ 07 ก.ย. 2564 เวลา 17:40 น.4 Tips ดูแลผิวสวยสุขภาพดี กับคัมภีร์ช้อปคุ้มเพื่อสาวกบิวตี้อัปเดตสกินแคร์และบิวตี้รูทีน บูสต์ผิวสวยด้วยไอเท็มเด็ดจาก 3 แบรนด์ดัง “ลอรีอัล ปารีส-การ์นิเย่-เมย์เบลลีน นิวยอร์ก” พร้อมเตรียมตัวช้อปกับโปรปังๆ รับเทศกาลการช้อปปิ้งแห่งปี Shopee 9.9 Super Shopping Day

เป็นผู้หญิง “อย่าหยุดสวย” ลองหาตัวช่วยเยียวยาจิตใจให้ฟูไปในทุกๆ วัน พร้อมส่งพลังบวกให้กันในช่วงสเตย์โฮม กับ 4 ทิปส์ดีๆ ที่ ลอรีอัล ประเทศไทย ขอแชร์ พร้อมชวนอัปเดตสกินแคร์และบิวตี้รูทีนจากแบรนด์ดังรับเทศกาลการช้อปปิ้งสุดปังแห่งปี Shopee 9.9 Super Shopping Day และบิ๊กเซอร์ไพรส์ ร่วมกับช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ด้วยโปรโมชั่นและของสมนาคุณแบบจัดเต็มให้บิวตี้เลิฟเว่อร์ได้ช้อปเพลินๆ ตั้งแต่วันนี้-9 กันยายน 2564

งานนี้ยกพาเหรดไอเท็มเด็ดจาก 3 แบรนด์ดังทั้ง ลอรีอัล ปารีส การ์นิเย่ และเมย์เบลลีน นิวยอร์ก มาช่วยบำรุงให้สาวๆ มีผิวสวยช่วงเริ่มคลายล็อกดาวน์ เพราะการดูแลผิวพรรณโดยเฉพาะ “ผิวหน้า” เป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม แม้โควิดจะทำให้หลายคนจำเป็นต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้นหรือไม่ได้ออกไปเจอใคร แต่รู้หรือไม่ว่า ผิวหน้าของเรานั้นต้องการการบำรุงและดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา ยิ่งเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ความเครียดอาจก่อตัวและทำร้ายผิวเราได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น สาวๆ จึงควรใช้เวลาอันมีค่านี้ปรนนิบัติและดูแลผิวหน้าให้มากขึ้น ซึ่งยังเป็นการเติมพลังด้านบวกให้กับตนเองได้อีกด้วย!

Tips : อยากสุขภาพดีต้องทำความสะอาดใบหน้าให้ถูกต้อง! 

แม้สาวๆ ไม่ได้แต่งหน้า ใช้เครื่องสำอาง แต่การล้างหน้าด้วย Cleanser จำเป็นมาก! เพราะผิวหน้าของเรามีโอกาสพบกับฝุ่นละอองจากมลพิษทางอากาศทุกวัน การทำความสะอาดใบหน้าที่ถูกต้อง จึงควรใช้ Cleanser สเต็ปแรก! ตามด้วยโฟมล้างหน้าหรือเจลล้างหน้าอีกครั้ง เพื่อชะล้างคราบเหงื่อไหล และสิ่งสกปรกบนใบหน้าให้หมดจด โดยแนะนำ ‘การ์นิเย่ ไมเซล่า คลีนซิ่ง วอเตอร์ วิตามินซี’ ช่วยทำความสะอาดผิวได้หมดจดถึง 99.9% ด้วยพลังไมเซล่าเทคโนโลยี ผสานกับพลังวิตามินซีช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นทันที

Tips : เติมน้ำให้ผิว! 

ช่วยบำรุงฟื้นความชุ่มชื้น สเต็ปที่สำคัญไม่แพ้การล้างหน้าคือ การเติมน้ำให้ผิว ทดแทนความชุ่มชื้นที่เสียไประหว่างวันที่อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองได้ โดยสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ที่มีส่วนผสมอื่นๆ ในตัว เพื่อเป็นการบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นไปอีกขั้น

Tips : อยู่บ้าน ทาครีมกันแดดทุกวันสุดสำคัญ! 

แม้ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน แต่ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นหนึ่งในสเต็ปการดูแลผิวที่สำคัญมากๆ สำหรับบิวตี้รูทีน เพราะสาวๆ ไม่สามารถหลีกหนีแสงแดดและรังสี UV ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะรังสี UVA ที่สามารถเล็ดลอดเข้ามาในบ้านได้ รวมถึง HEV Light หรือแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ต้องทำงานในทุกวัน ซึ่งสามารถทำร้ายผิวได้เช่นกัน ฉะนั้นจึงควรเลือกทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติ Broad-Spectrum ที่ช่วยปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVA และ UVB โดยแนะนำ ‘ลอรีอัล ปารีส ยูวี ดีเฟนเดอร์ SPF 50+ PA++++ สูตร Bright & Clear’ เซรั่มกันแดดที่นอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวด้วยไบรท์เทนนิ่ง ไนอาซินาไมด์ ปรับระดับให้ผิวดูกระจ่างใสได้ในทันที

Tips : ปากไม่แดงไม่มีแรงทำงาน! 

สาวๆ ที่ทำงานอยู่บ้านอาจจะทนประชุมหน้ากล้องแบบหน้าสดๆ ไม่ค่อยไหว ฟิลเตอร์ซูมก็อาจเอาไม่อยู่ การแต่งหน้าระหว่างอยู่บ้านไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาประชุมหน้ากล้อง แต่ยังเป็นการสร้างความปกติ (normalcy) ให้กับตัวเราเองในช่วงเวลาที่เคร่งเครียดได้ด้วย ซึ่งหลายคนพบว่าการแต่งหน้าเป็นการเพิ่มพลังด้านบวกในการทำงาน ดังนั้น การเติมสีสันบนใบหน้าก็อาจเป็นการเติมความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวเองได้เช่นกัน โดยแนะนำ ‘เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ซุปเปอร์สเตย์ แมท อิงค์’ ลิปจิ้มจุ่มติดทนนานตลอดทั้งวัน ให้ริมฝีปากสวยชัด จัดเต็ม จะเปิดกล้องเวลาไหนก็พร้อม เพราะสีปากสดใสตลอด 16 ชั่วโมง

นอกจากนี้ จ่ายน้อยแต่สวยมาก! เปิดให้ร่วมเฉลิมฉลองแคมเปญ Shopee 9.9 Super Shopping Day กับกองทัพสินค้าสกินแคร์และบิวตี้ พร้อมโปรโมชันพิเศษ และของสมนาคุณอีกมากมายให้เลือกช้อปกันจนหนำใจ บน Shopee Mall โดยมีไฮไลท์พิเศษ อาทิ ลอรีอัล ปารีส แบรนด์ความงามอันดับหนึ่งจากฝรั่งเศส เพียงช้อปสินค้าครบ 1,999 บาท รับทันทีของสมนาคุณรวม 25 ชิ้น มูลค่ากว่า 6,000 บาท (จำกัด 1,000 ออเดอร์แรก เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) การ์นิเย่ แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 เพื่อสิ่งแวดล้อมและส่วนผสมจากธรรมชาติ ลดสูงสุด 70% พร้อมคูปองลดเพิ่มสูงสุด 999 บาท และของแถมมากมาย พิเศษรับเงินคืน 9,999 Shopee Coins สำหรับผู้ที่มียอดซื้อสะสมสูงสุด 3 รางวัล (ระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2564) และ เมย์เบลลีน นิวยอร์ก แบรนด์เมคอัพอันดับหนึ่งของโลก พิเศษ 2 ชั่วโมงแรก (เที่ยงคืน-ตีสอง) สินค้าราคาสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 99 บาท พร้อมรับฟรี อายแชโดว์พาเลท ส่งตรงจากนิวยอร์ก มูลค่า 599 บาท เเละพิเศษสุดๆ พร้อมตั๋วรับชมเวอชวล อีเวนท์ของ ITZY, PHOTO CARDS รูปสาวๆ ITZY (คละแบบ 1 ใบ ) เเละหมวก Take Me To New York เพียงช้อปสินค้าขั้นต่ำ 699 บาท หลังหักส่วนลดและ Shopee Coins พร้อมคุ้มสุดๆ ไปอีกขั้นกับโค้ดส่งฟรี เมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay

กดติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นความงามเด็ดๆ จากแบรนด์ดังบน Shopee Mall อาทิ L’Oreal Paris Official Store , Garnier Official Store และ Maybelline Official Store

เตรียมช้อปทุกมิติ กับ 5 เทคนิคช้อปออนไลน์ฉบับมือโปร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662513

วันที่ 07 ก.ย. 2564 เวลา 09:09 น.เตรียมช้อปทุกมิติ กับ 5 เทคนิคช้อปออนไลน์ฉบับมือโปรปักหมุดเตรียมพร้อมช้อปทุกมิติ เพื่อไม่พลาดโปร 9.9 ด้วย 5 สุดยอดเทคนิคช้อปออนไลน์ไม่มีสะดุดฉบับมือโปร

ในปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกมีแนวโน้มในการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาทำกิจกรรมในโลกออนไลน์มากขึ้น กระแส Digital Transformation ได้เข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด จากแต่ก่อนที่เรามีโทรศัพท์มือถือไว้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์สื่อสาร แต่ตอนนี้เรามีสมาร์ทโฟนเอาไว้ทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การช้อปปิ้งออนไลน์ การจ่ายเงินแบบไร้สัมผัส

ในช่วงที่มีมาตรการจำกัดการเดินทาง การช้อปปิ้งออนไลน์ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คนยุคดิจิทัล และช่วยเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไปในช่วงนี้ ยิ่ง เซ็นทรัล รีเทล กำลังจะจัดเทศกาลเซลล์สุดร้อนแรงแห่งปี กับแคมเปญ ‘เซ็นทรัล รีเทล 9.9 เมกาเฟสติวัล’#จังหวะนี้ต้องช้อป ระหว่างวันที่ 1-13 กันยายน นี้ มาอุ่นเครื่องกันก่อนว่า เราจะสามารถช้อปออนไลน์แบบมือโปรได้อย่างไร ให้ปังกว่าใครในยุคนี้

1. โหลดซูเปอร์แอปเตรียมไว้ช้อปกระจาย

ก่อนจะช้อปต้องเช็คให้ชัวร์ว่าสินค้าที่เราต้องการคืออะไร ดูขนาด สี ไซส์ ราคา ให้ละเอียด ซึ่งเมื่อก่อน เราจะต้องเดินทางไปห้างสรรพสินค้า เพื่อเลือกดูสินค้าเป็นวัน ๆ แต่ในปัจจุบัน ทุกอย่างมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าจากที่ไหนก็ได้ และยังสามารถเปรียบเทียบสินค้ารุ่นต่าง ๆ ได้มากเท่าที่ต้องการ อย่าง 2 ซูเปอร์แอป แอปพลิเคชัน CENTRAL ที่จะทำให้คุณได้พบกับโลกใบใหม่ ด้วยความหลากหลายของสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, ไทวัสดุ และบ้านแอนด์บียอนด์ ที่นำมารวมกันไว้ในที่เดียวการันตีแบรนด์แท้100%อัดแน่นไปด้วยสินค้าเทรนด์ใหม่ล่าสุดที่ให้ได้ช้อปก่อนใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ได้เลือกดูสินค้าที่ต้องการได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะช้อปตอนไหนก็ได้ผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ต้องกังวลว่าจะหาสินค้าที่ต้องการไม่เจอ และ แอปพลิเคชัน Tops Online ที่พร้อมให้ช้อปสินค้าอาหารกว่า 20,000 รายการ ส่งตรงถึงบ้าน สะดวกสบายทันใจ

2. เพิ่ม Shopping List ไว้ในใจ

เมื่อได้ข้อมูลสินค้าที่อยากได้แล้ว ก็สร้างรายการสินค้าสำหรับช้อปไว้ จะได้ไม่สับสนเวลาเลือกของ แต่นักช้อปออนไลน์หลายคนอาจจะประสบปัญหาที่ว่า อยากได้คนมาคอยให้คำปรึกษาเวลาช้อป เพื่อช่วยดูว่าสินค้าตัวไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับตัวเรา ปัญหานี้จะหมดไป ถ้ามาช้อปออนไลน์กับเซ็นทรัล รีเทล เพราะมีบริการ Chat & Shop เสมือนว่าคุณมีผู้ช่วยส่วนตัวมาอยู่ข้าง ๆ คอยแนะนำเวลาเลือกซื้อสินค้า ให้ช้อปแบบสะดวก คุ้มค่า และปลอดภัย สั่งสินค้าจากที่ไหนก็ได้แบบไม่มีสะดุด หรือจะเป็นบริการ Personal Shopper On Demand 1425 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับลูกค้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน และ บริการ Personal Shopper – Tops Market ผ่าน LINE ของ ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาใกล้บ้าน ที่จะทำให้ทุกการช้อปของคุณเป็นเรื่องง่าย ด้วยผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับลูกค้าทุกท่าน ที่นอกจากจะช่วยเลือกสินค้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แล้ว ยังสามารถแนะนำโปรโมชั่นเด็ด ๆ ได้อีกด้วย

3. มองหาช่องทางช้อปหลากหลาย สะดวกสบายไร้กังวล

ความสะดวกสบายในการช้อปปิ้ง เป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดที่ทำให้นักช้อปหันมาเลือกซื้อของออนไลน์ ไม่ต้องกังวลใจหากมาช้อปกับ เซ็นทรัล รีเทล เพราะด้วยบริการที่หลากหลายจะช่วยให้นักช้อปได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด อาทิ บริการ Click & Collect ให้ลูกค้าซื้อของออนไลน์แล้วสามารถไปรับสินค้าได้ด้วยตัวเอง ในจุดบริการมากกว่า 120 จุดบริการทั่วประเทศ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน, ท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท หรือจะเป็นบริการ Shop & Drive Thru ที่ลูกค้าสามารถแชทหรือโทรสั่งซื้อสินค้า แล้วมารับของที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ได้เลยโดยไม่ต้องลงจากรถ

4. สะสมคะแนนไว้ ได้ส่วนลดเยอะกว่าใคร

แน่นอนว่าความพิเศษที่เหล่าสมาชิกของแบรนด์จะได้รับ คือ สิทธิประโยชน์หรือข้อมูลบางอย่างที่เหนือกว่าคนทั่วไป ดังนั้น นักช้อปจะต้องศึกษาให้ดีก่อนจะสมัครสมาชิกว่า แต่ละสิทธิประโยชน์เฉพาะสมาชิกของแต่ละแบรนด์คุ้มค่ามากแค่ไหน หรือมีความโดดเด่นแตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ อย่างไร สำหรับสมาชิก The 1 เพียงมีแอป The 1 ก็สามารถการันตีได้เลยว่าจะไม่พลาดทุกดีลสุดคุ้ม พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์และส่วนลดที่หลากหลาย พร้อมโปรโมชั่นเด็ดโดนใจอยู่ตลอด และยังสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ทำได้ครบจบที่เดียวในแอป The 1 แถมต่อยอดไปยัง ดอลฟิน วอลเล็ท ที่ช่วยเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้เป็นเรื่องสนุกและฟินกว่าเดิม ให้สมาชิกเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายแบบลดเสี่ยง เลี่ยงสัมผัสได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับดีลสุดคุ้มทั้งส่วนลดเพิ่ม โบนัสเงินคืน รวมถึงคะแนน The 1 พิเศษเมื่อผูกบัญชี The 1 กับแอปพลิเคชัน ดอลฟิน และ สแกนจ่ายครบทุก ๆ 100 บาท

5. จังหวะนี้ต้องเตรียมตัวช้อป

ขาช้อปตัวจริงจะรู้ว่าช่วงไหนจะมีโปรเด็ดหรือส่วนลดแรง ๆ ยิ่งเป็นนักช้อปออนไลน์ที่ชั่วโมงช้อปปิ้งสูง ๆ จะรู้ดีว่าช่วงส่งท้ายปีแบบนี้ หลายแบรนด์จะต้องจัดโปรโมชันกระหน่ำทุกเดือน ดังนั้น ถ้าไม่อยากพลาดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปีแบบนี้ ควรจะติดตาม เฟซบุ๊ค Central Retail ไว้ตลอด พร้อมชวนให้ทุกคนมาประเดิมช้อปแบบมันส์ ๆ ได้แล้ววันนี้ กับแคมเปญ ‘เซ็นทรัล รีเทล 9.9 เมกา เฟสติวัล’ #จังหวะนี้ต้องช้อป ระหว่างวันที่ 1-13 กันยายน ด้วยสินค้าทุกหมวดหมู่กว่า 1 ล้านรายการ จากมากกว่า 1,000 ร้านค้า ลดร้อนแรงสูงสุด 90% จากร้านค้าในเครือที่เข้าร่วม ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ซีเอ็มจี, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, และออโต้วัน ห้ามพลาด!

สนีกเกอร์รุ่นใหม่แกะกล่อง Keds Kick back คอลเลคชั่น Autumn/ Winter 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662477

วันที่ 06 ก.ย. 2564 เวลา 16:30 น.สนีกเกอร์รุ่นใหม่แกะกล่อง Keds Kick back คอลเลคชั่น Autumn/ Winter 2021ใครที่เป็นแฟนสนีกเกอร์ของ Keds (เคดส์) ที่ติดตามกันมาตลอด ในคอลเลคชั่น Autumn/ Winter 2021 นี้ทาง แบรนด์ได้ครีเอทสนีกเกอร์รุ่นใหม่แกะกล่อง อย่าง Kickback เป็นสนีกเกอร์ที่ออกแบบมาให้ผู้หญิงได้สวมใส่สบายและมีดีไซน์สวยที่สามารถเลือกหยิบแมทช์กับเสื้อผ้าในสไตล์ของตัวเองได้ไม่ยาก

โดยจุดเด่นของรุ่น Kickback นั้นอยู่ที่ความสบายและความสะดวกในการสวมใส่ ด้วยซับในผลิตจากผ้าเจอร์ซีย์ที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ และพื้นรองเท้าที่นุ่มสบาย พร้อมแถบดึงตรงส้นเท้าเพื่อช่วยให้ใส่และถอดรองเท้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์คนรักสนีกเกอร์ที่ไม่อยากยุ่งยากกับการผูกเชือกรองเท้าทุกครั้งที่ใส่ได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านบนโดดเด่นด้วยผ้าฝ้ายออร์แกนิกที่นุ่มแต่แฝงด้วยความทนทาน และให้ความรู้สึกสบายผิวอย่างไม่น่าเชื่อ โดยในช่วง Autumn/Winter 2021 นี้ มาพร้อม 5 เฉดสีที่สะท้อนบรรยากาศสบายๆ ช่วงปลายปี ได้แก่ สี Latte, Lilac, Burnt Red, White และTan Multi

จุดเด่นของสนีกเกอร์รุ่น Kickback รูปแบบใหม่

  • มีดีไซน์โดดเด่นแบบรองเท้าสนีกเกอร์ แต่สามารถสวมใส่ได้ง่ายตามสไตล์รองเท้า Slip on
  • ด้านบนโดดเด่นด้วยผ้าฝ้ายออร์แกนิกที่นุ่มแต่แฝงด้วยความทนทาน ให้ความรู้สึกสบายผิวอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนพื้นทำจากSofterra ที่เพิ่มความสบายให้กับฝ่าเท้าตลอดการสวมใส่
  • ซับในผลิตจากผ้าเจอร์ซีย์ที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายไม่อึดอัดยามสวมใส่ ในขณะเดียวกันก็โอบอุ้มเท้าได้อย่างดีในทุกการเคลื่อนไหว
  • ดีไซน์แถบดึงตรงส้นเท้า ดู Sporty และยังช่วยให้ใส่และถอดรองเท้าได้ง่ายยิ่งขึ้นโดยไม่ทำให้รองเท้าเสียรูปทรง

เป็นเจ้าของคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ได้ที่ www.keds.co.th ทาง LINE :@KedsThailand พร้อมทั้งติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand

ครบรอบ 30 ปี adidas Equipment (EQT) ครั้งแรกที่แบรนด์ไทยได้ร่วมออกแบบรองเท้ากับ adidas #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662375

วันที่ 05 ก.ย. 2564 เวลา 10:40 น.ครบรอบ 30 ปี adidas Equipment (EQT) ครั้งแรกที่แบรนด์ไทยได้ร่วมออกแบบรองเท้ากับ adidasadidas Consortium x CARNIVAL EQT Running Support 93 ผลงานครั้งพิเศษของ CARNIVAL และ adidas Consortium ภายใต้โปรเจ็กต์ “Life Needs Equipment” ร่วมฉลองการครบรอบ 30 ปี adidas Equipment (EQT)

การร่วมงานครั้งพิเศษระหว่าง CARNIVAL และ adidas Consortium ไลน์การผลิตระดับสูง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์จากประเทศไทยได้ร่วมออกแบบรองเท้าร่วมกับ adidas ภายใต้โปรเจกต์ “Life Needs Equipment” เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 30 ปีของ adidas Equipment (EQT) หนึ่งในไลน์การผลิตที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดของแบรนด์ adidas

ด้วยการนำเอาหนึ่งในโมเดลชื่อดังของตระกูล EQT อย่าง EQT Running Support 93 มาดีไซน์มหท่ในคอนเซปต์ที่อ้างอิงจากคติพจน์ของ adidas Consortium อย่าง “The respect is mutual” ที่หมายถึง “การเคารพซึ่งกันและกัน” ผ่านการ “สวัสดี” วิธีการแสดงความเคารพและการทักทายแบบไทยๆ

ตัวรองเท้าจะมาพร้อมกับวัสดุผ้าเมชและหนังกลับ (suede) ในเฉดสีขาว-ม่วง และลวดลาย Orchid Camouflage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกกล้วยไม้ หนึ่งในดอกไม้ของประเทศไทย เสริมรายละเอียดด้วย Lace Lock ที่มีข้อความภาษาไทย (อาดิดาส, คาร์นิวาล) และสัญลักษณ์การทักทาย (การจับมือ, การไหว้) ปิดท้ายด้วยพื้นด้านนอกลาย Orchid Camouflage ที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Torsion System เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจหลักของรองเท้าโมเดลนี้เอาไว้อย่างครบถ้วน

พบกับ adidas Consortium x CARNIVAL EQT Running Support 93 ได้ในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 โดยสามารถติดตามรายละเอียดการวางจำหน่ายได้ตามช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้ www.facebook.com/carnivalbkk ,  www.instagram.com/carnivalbkk  , www.carnivalbkk.com

#LifeNeedsEquipment #adidasEquipment #carnivalbkk

5 แบรนด์แฟชั่นสุดเก๋ฝีมือนักออกแบบไทยเรียกไลค์แฟชั่นนิสต้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662368

วันที่ 05 ก.ย. 2564 เวลา 09:10 น.5 แบรนด์แฟชั่นสุดเก๋ฝีมือนักออกแบบไทยเรียกไลค์แฟชั่นนิสต้าสายแฟชั่นห้ามพลาด ของมันต้องมี! กับสินค้าแฟชั่นสุดเก๋แบรนด์นักออกแบบไทย ในโครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่สากล DESIGNERS’ ROOM & TALENT THAI PROMOTION 2021

โดยสํานักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อให้นักออกแบบไทยได้การแสดงศักยภาพสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อก้าวสู่มืออาชีพในระดับสากล แบรนด์นี้คัดมาแล้วว่าปัง สายแฟชั่นนิสต้าต้องห้ามพลาด

Open on Museum

แบรนด์เครื่องประดับสุดเก๋ที่เป็นงาน Handcraft ทุกชิ้นโดยใช้วัสดุจากเงินและทองมาผสมผสานออกมาในรูปแบบเครื่องประดับต่างๆ โดยตัวเจ้าของแบรนด์ต้องการให้งานที่ออกมาไม่ใช่แค่เครื่องประดับแต่เป็นศิลปะที่อยู่บนตัวผู้สวมใส่ จึงได้สร้างผลงานออกมาโดยยึดจากความโค้งเว้าของร่างกายและท่าทางออกมา จึงได้ผลงานที่ไม่ซ้ำใครและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครที่เป็นชอบในงานฝีมือที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์ต้องห้ามพลาดกับแบรนด์นี้ รับรองไม่ผิดหวัง สามารถสั่งซื้อได้ที่ FB: openonmuseum หรือ IG: openonmuseum

Bullet by Army of Interns

แบรนด์ชุดว่ายน้ำเอาใจสายรักษ์โลก ที่ใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าของแบรนด์มีแรงบันดาลใจมาจากความมินิมอล ผสมผสานกับ bauhuas movement ในการสร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปแบบชุดว่ายน้ำที่มีความเรียบง่ายชัดเจนโดยใช้สีพื้นฐานอยู่ในรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ ทำให้รู้สึกถึงความมินิมอลแต่ก็ดูมีความพิเศษเล่นกับสีและรูปทรงที่อยู่บนชุดว่ายน้ำ สามารถเลือกซื้อได้ที่ FB: bulletbyaoi หรือ IG: bulletbyaoi

PetGlam

แบรนด์สำหรับสายน้องหมาและน้องแมว ที่เป็นงานฝีมือที่ใช้วัสดุหนังแท้มาผสมผสานกับการวาดลวดลายด้วยสีอะคริลิค สืบเนื่องจากเจ้าของแบรนด์เลี้ยงสัตว์และบวกกับแรงบันดาลใจของลวดลายต่างๆที่อยู่รอบตัว จึงสร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปแบบแฟชั่นของสัตว์เลี้ยง ที่เน้นความหรูหราแต่ก็มีความขี้เล่นผสมอยู่ โดยมีความทนทานและแข็งแรง แถมลูกค้ายังสามารถเลือกออกแบบได้ตามความต้องการได้อีกด้วย สามารถออกแบบสั่งซื้อได้ที่ http://www.petglam-store.com

Copse Studio

อีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความคลาสสิคแต่แฝงไปด้วยความเป็นพิเศษโดยใช้วัสดุเป็นหนัง สร้างสรรค์ผ่านงานฝีมือเป็นรองเท้าแตะ โดยเจ้าของแบรนด์มีแรงบันดาลใจจากศิลปะ วัฒนธรรม และจากการท่องเที่ยวต่างๆ จึงต้องการสื่อออกมาในรูปแบบของสิ่งที่เป็นประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตทุกๆวัน โดยสามารถใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงออกแบบเป็นรองเท้าแตะที่สวมใส่สบายแต่ก็มีดีไซน์ที่เก๋และเรียบง่าย ใครที่ชอบความมินิมอลแต่มีความโดดเด่นต้องห้ามพลาดกับแบรนด์นี้ สั่งซื้อได้ที่ FB: copse.studio หรือ IG: copse.studio

KIN.KO

แบรนด์สุดท้ายกับเครื่องประดับ handcraft ที่เน้นความหรูหราแต่ก็ใช้วัสดุเหลือใช้มารีไซเคิลออกมาเป็นเครื่องประดับต่างๆ ไม่เพียงแต่สินค้าที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่เจ้าของยังคำนึงถึง packaging อีกด้วย โดยตัวแบรนด์เริ่มมาจากสองพี่น้องที่มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกันและช่วยกันพัฒนาออกมาเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงคอนเซปท์ timeless ที่เหมาะกับทุกยุคทุกสมัย แถมยังเป็น unisex อีกด้วย ใครที่เป็นสายรักษ์โลกทั้งตัวสินค้าและแพคเกจ แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา สั่งซื้อได้ที่ FB: kinko.store หรือ IG: kinko.store

ทั้งหมดนี้คือ แบรนด์นักออกไทยสายแฟชั่น ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวต่างๆ ใครที่ชื่นชอบ งานเก๋สุดครีเอทไม่ซ้ำใครบอกเลยว่าคัดมาให้แล้ว ต้องห้ามพลาด

สมการผิวพัง : สุขภาพผิว + ความเครียด = ผิวเครียด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662364

วันที่ 05 ก.ย. 2564 เวลา 07:40 น.สมการผิวพัง : สุขภาพผิว + ความเครียด = ผิวเครียดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เตือนระวังเรื่อง “ความเครียด” ภัยเงียบใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว พร้อมแนะทางออกสำหรับรับมือกับอาการผิวเครียด

โควิด-19 ทำให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงต้องทำงานที่บ้าน (Work from home) ส่งผลให้มีระยะเวลาในการทำงานยาวนานขึ้นกว่าปกติ จนทำให้ไม่สามารถแยกแยะสถานที่ทำงานออกจากบ้านได้ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของอาการ “ผิวเครียด” แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) คำนึงถึงความกังวลดังกล่าวจึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง มา ‘แนะนำ “ความเครียด” ภัยเงียบใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว พร้อมแนะแนวทางรับมือกับอาการผิวเครียด’

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้กล่าวถึงผลกระทบของความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อผิว รวมถึงวิธีการรับมือกับอาการผิวเครียดว่า “อาการ ‘ผิวเครียด’ เป็นโรคทางจิตวิทยาผิวหนัง (Psychodermatology) เกิดจากสภาวะของจิตใจหรือความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อสภาพของผิวพรรณ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นอาการหนึ่งของโรค “ภูมิแพ้” ซึ่งรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย เพราะต้นตอของอาการนั้นมาจาก “ความเครียด” โดยสามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆ คือ ความเครียดไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “ฮอร์โมนแห่งความเครียด” ออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเสียสมดุล ส่งผลเสียต่อกระบวนการทำงานของร่างกายและผิวพรรณ ทำให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่น ระคายเคือง เป็นสิว ติดเชื้อได้ง่าย

นอกจากนี้ ฮอร์โมนความเครียดยังไปกระตุ้นการหลั่ง ‘เมลาโนไซด์ สติมูเลติง ฮอร์โมน’ (Melanicyte Stimulating Hormone หรือ MSH) ซึ่งส่งผลต่อการสร้างเม็ดสี (Melanin) ทำให้หน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ เข้มขึ้นได้ ดังคำโบราณบอกว่าหน้าดำคร่ำเครียด อีกทั้งยังส่งผลยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาวหรือ ‘โกรทฮอร์โมน’ (Growth Hormone) ทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้าน สิว ริ้วรอยก่อนวัยและความหย่อนคล้อยได้ อาการ “ผิวเครียด” หากยิ่งสะสมเป็นเวลานานมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมามากขึ้นเท่านั้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

แนวทางสำหรับรับมือกับอาการผิวเครียด เริ่มจากการดูแลตัวเองจากภายในนั่นคือ พยายามลดความเครียด หรือออกห่างจากสิ่งที่ทำให้เครียด หาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เช่น การใช้กลิ่นหอมบำบัด ดนตรีบำบัด สวดมนต์นั่งสมาธิ ออกกำลังกายเบาๆ อย่างโยคะ พิลาทิส เต้นรำ หากิจกรรมที่ชื่นชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ดูแลอาหารการกิน เลือกอาหารที่มีประโยชน์เน้นกลุ่มโปรตีน และไขมันดี อย่างเช่น โอเมก้า 3, น้ำมันมะกอก, ไขมันจากถั่ว เพราะเป็นสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมนต้านความเครียด รวมถึงอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่วนการดูแลตัวเองจากภายนอก ควรให้ความสำคัญการดูแลผิวเพิ่มเติมจากขั้นตอนปกติ เช่น การกระชับรูขุมขนและคืนความสมดุลของผิวด้วยแอสตริเจนต์ โทนเนอร์, การเติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิวด้วยไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น, การปกป้องผิวจากริ้วรอยและความหย่อนคล้อยแห่งวัยด้วยเฟเชียล เซรั่ม และการคืนความกระจ่างใสสู่ผิวด้วย รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลผิวให้มีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติได้”

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘ชิโซะ คอลเลกชั่น’ (Shiso Collection) พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเองเริ่มที่ พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าว่า “การที่ต้องเวิร์คฟอร์มโฮมเป็นอะไรที่เราต้องปรับตัวเยอะพอสมควร ทำให้เราต้องมาจัดมุมสำหรับนั่งทำงานใหม่ภายในบ้าน เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อการทำงาน งานจะได้ออกมาดีมีประสิทธิภาพมากที่สุด ยอมรับเลยว่าหลายครั้งก็ต้องพบเจอปัญหาหรืออุปสรรค์ในการทำงานที่ทำให้เราเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่านอนไม่พอ ตื่นเช้ามาส่องกระจกพบว่าผิวเริ่มหมองคล้ำ ดูไม่สดใส ดังนั้นเราจึงจัดการตัวเองใหม่ด้วยการหาวิธีผ่อนคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย แบ่งเวลาพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติ เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น รวมถึงเน้นความสำคัญเรื่องการดูแลผิวพรรณให้กลับมาสดใสมีชีวิตชีวา ซึ่งขั้นตอนการดูแลนั้นก็ไม่ยุ่งยาก โดยเราจะเช็ดทำความสะอาดผิวหลังการล้างหน้าด้วยแอสตริเจนต์ โทนเนอร์ เพื่อกระชับรูขุมขนและปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงจากนั้นก็จะฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อป้องกันการเกิดความหย่อนคล้อยและริ้วรอยก่อนวัย และเราก็จะมาส์กหน้าด้วย ไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก สัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ”

ถัดมาที่ ชวมณฑ์ ปวโรดม เผยว่า “ช่วงนี้เราต้องเวิร์คฟอร์มโฮมทำให้การจัดสรรเวลาไม่ค่อยลงตัวนัก เพราะเราอดไม่ได้ที่จะเก็บเอาเรื่องงานมาคิดในช่วงเวลาที่เราต้องพักผ่อน ร่างกายจึงเกิดความเหนื่อยล้า และรู้สึกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะกระทบต่อจิตใจอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อผิวพรรณอย่างเห็นได้ชัด เช่น ผิวหมองคล้ำและแห้งอีกด้วย เมื่อมานั่งวิเคราะห์ดูถึงสาเหตุจึงรู้ว่าเราจำเป็นต้องหมั่นสังเกตสภาวะร่างกายและจิตใจของเราทุกวันว่าเป็นอย่างไร หากเริ่มอ่อนล้า หรือเครียด เราก็จะเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการหากิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างงานศิลปะทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด ควบคู่กับการดูแลสุขภาพผิว โดยเราจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการทำความสะอาดและปรับสภาพผิวหน้าหลังการล้างด้วยการใช้แอสตริเจนต์ โทนเนอร์ เพื่อขจัดการกับสิ่งสกปรกตกค้างและกระชับรูขุมขน ซึ่งเราก็มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ อย่างการแช่โทนเนอร์ในตู้เย็น เมื่อเวลานำออกมาใช้ก็จะรู้สึกว่าผิวเย็นสดชื่นได้ทันที รวมถึงการบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยก่อนวัย”

ปิดท้ายที่ กนกรส กิตติขจร เล่าว่า “ปกติแล้วเราเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบออกไปพบปะผู้คน ชอบที่จะออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านตลอดเวลา แต่ด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตมาอยู่ภายในบ้าน งดกิจกรรมนอกบ้าน ทำให้ต้องอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ หลายครั้งก็รู้สึกเบื่อหน่าย ขาดแรงบันดาลใจ และเกิดความเครียดสะสม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกับสุขภาพผิวทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ โดยเฉพาะบริเวณใต้ดวงตาคล้ำ รวมถึงการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วงนี้เราจึงต้องดูแลเรื่องอารมณ์มากเป็นพิเศษ พยายามที่จะไม่เครียดและหากิจกรรมเพื่อสร้างความผ่อนคลายด้วยการเล่นกับสัตว์เลี้ยง ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ดูแลเรื่องระบบขับถ่าย รวมถึงการดูแลสุขภาพผิวหลังการล้างหน้าด้วยแอสตริเจนต์ โทนเนอร์ และเพิ่มความชุ่มชื้นสู่ผิวด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น โดยก่อนนอนเราจะมาส์กหน้าด้วย ไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อคืนความกระจ่างใสให้กับผิว เวลาที่ตื่นมาผิวจะได้อิ่มน้ำดูสดใส”