ถอด 3 กลยุทธ์สร้างห้องเรียนออนไลน์ให้ถูกใจผู้สอน โดนใจคนเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662127

วันที่ 02 ก.ย. 2564 เวลา 11:35 น.ถอด 3 กลยุทธ์สร้างห้องเรียนออนไลน์ให้ถูกใจผู้สอน โดนใจคนเรียนการเรียนการสอนออนไลน์ในยุคโควิด–19 ยังคงเป็นเรื่องท้าทายทั้งผู้สอนและผู้เรียน เพราะต่างก็กำลังเผชิญกับอุปสรรคจนทำให้การเรียนการสอนสะดุด ขณะที่ผู้ปกครองก็กังวลว่าบุตรหลานจะไม่ได้ประโยชน์จากการเรียนเต็มที่เหมือนกับตอนเรียนที่โรงเรียน จนเกิดข้อเสนอให้หยุดเรียนหนึ่งปีตามที่กำลังเป็นข่าวอยู่ขณะนี้

อย่างไรก็ตาม อาจจะยังไม่ได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ ขณะที่การเรียนการสอนยังคงต้องดำเนินต่อไปท่ามกลางความท้าทายรอบด้านของทั้งครูผู้สอนและตัวนักเรียนเอง โดยเฉพาะคุณครูที่ต่างกำลังพยายามหา “จุดสมดุล” ระหว่างรูปแบบการสอนให้น่าสนใจ การใช้เครื่องไม้เครื่องมือให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังต้องคิดหาวิธีทำให้ชั่วโมงเรียนออนไลน์น่าสนใจ และอาจรวมถึงความพึงพอใจของนักเรียนในชั้น  

3 กลยุทธ์ต่อไปนี้ อาจเป็นแนวทางสำหรับคุณครูในการสร้างห้องเรียนออนไลน์ให้ถูกใจผู้สอน โดนใจผู้เรียนได้ง่ายยิ่งขึ้น

1.สูตรเนื้อหา 3 จ.  “จูงใจ – จดจ่อ – จดจำ”

การเรียนการสอนออนไลน์ ไม่ใช่เป็นแค่การนำเนื้อหามาสอนผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น แต่หมายถึง      การปรับวิธีปรับเนื้อหาการสอนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนออนไลน์ที่แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง

  • จูงใจ ปรับเนื้อหาให้น่าจูงใจจะช่วยให้นักเรียนตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรียบเรียงเนื้อหา การยกตัวอย่าง การสอดแทรกเกมและกิจกรรมไปในเนื้อหา
  • จดจ่อ เพิ่มสื่อการสอนที่เหมาะสมเพื่อสร้างความน่าสนใจ เช่น ใช้สื่อวิดีโอขนาดสั้น ประมาณ 2-3 นาที ประกอบการสอน ขนาดวิดีโอไม่ควรยาวจนเกินไป เพราะจะทำให้ผู้เรียนสนใจน้อยลง
  • จดจำ ออกแบบเนื้อหาการเรียนให้เข้าใจและจดจำได้ง่าย เช่น การร้อยเรียงเนื้อหาที่คล้องจอง การใช้ภาพแอนิเมชันและสีช่วยจำ การใช้บทบาทสมมติ รวมถึงการใช้เพลงช่วยทำให้จดจำเนื้อหายากๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคำศัพท์ หรือ สูตรต่างๆ

2.ใช้ประโยชน์เครื่องมือออนไลน์ สร้างการมีส่วนร่วมทั่วถึง

ปัจจุบันมีฟีเจอร์มากมายในโปรแกรมการสอนออนไลน์ คุณครูสามารถศึกษาและหยิบข้อดีของ “ออนไลน์” มาช่วยสร้างการมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์กับนักเรียน เช่น การจับเวลาตอบคำถามคั่นบทเรียน การค้นคว้าข้อมูลออนไลน์ การนำเสนอหน้าชั้นเรียนด้วยสื่อวิดีโอ การโหวต หรือแม้แต่ฟีเจอร์เครื่องมือวาดเขียนให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถวาดเขียนบนหน้าจอเดียวกันได้ เช่นที่สามารถใช้ได้บนฟีเจอร์ LINE Meeting ฯลฯ นอกจากนี้คุณครูยังสามารถสร้างแบบประเมินหลังจบชั้นเรียนเพื่อวัดการมีส่วนร่วมในการเรียนแต่ละครั้งก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยวัดประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์ได้เช่นกัน

3.สร้างคอมมูนิตี้ให้เป็นสังคมโรงเรียนออนไลน์ คุณครูสะดวก นักเรียนเต็มใจ

นอกเหนือจาก “บทเรียน” แล้วการสร้างห้องเรียนออนไลน์จะสมบูรณ์ไม่ได้เลย หากขาดความเป็น “คอมมูนิตี้” ที่ยึดโยงนักเรียน คุณครู และโรงเรียนเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันคอมมูนิตี้ออนไลน์นี้ก็ควรจะต้องเข้าถึงง่าย สอดรับกับพฤติกรรมผู้ใช้และเคารพความเป็นส่วนตัวของทุกคนบนโลกออนไลน์ ยกตัวอย่าง การใช้ LINE OpenChat ช่วยบริหารจัดการชั้นเรียนออนไลน์ ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายเพื่อเป็น “สังคมห้องเรียน” จำลอง ที่คุณครูใช้สื่อสารกับนักเรียนได้อย่างทั่วถึงมีระบบ Admin ในการดูแลสมาชิกและจัดระเบียบภายในห้องแชท ขณะที่นักเรียนเองสามารถตั้งชื่อในกรุ๊ป OpenChat นั้นด้วยชื่อนามสกุลจริงโดยไม่กระทบกับตัวตนบนบัญชี LINE ส่วนตัว ฯลฯ

การเรียนการสอนออนไลน์จึงไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของการ “สอนออนไลน์” เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประยุกต์ใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้เรียน สอดรับกับพฤติกรรมออนไลน์ที่ต่างจากในชั้นเรียนจริง รวมถึงการเคารพความเป็นส่วนตัวของทุกคนบนโลกออนไลน์ ที่รวมแล้วจะเป็น “จุดสมดุล” ที่ทำให้ผู้สอนและผู้เรียนเกิดความพึงพอใจมากที่สุด

เปิดเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ของเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Cartier #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662112

วันที่ 02 ก.ย. 2564 เวลา 10:25 น.เปิดเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ของเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของ CartierCartier เปิดเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ของเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมนับถอยหลังสู่การเผยโฉม Tank Must เรือนเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

หากเอ่ยถึงนาฬิการุ่นที่เป็นเอกลักษณ์มากที่สุดรุ่นหนึ่งของคาร์เทียร์ แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส ย่อมจะต้องมีภาพของนาฬิการุ่นแทงก์ (Tank) ปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน นาฬิการุ่นแทงก์ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปีแห่งการรังสรรค์ขึ้นครั้งแรกในค.ศ. 1917 และขึ้นแท่นเป็นเรือนเวลาคู่ใจของบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมาย และไฮไลต์สำคัญประจำปีนี้คือการเผยโฉมนาฬิการุ่น แทงก์มัสท์ (Tank Must) อีกหนึ่งสมาชิกใหม่แห่งตระกูลแทงก์

เรือนเวลารุ่นแทงก์ได้จารึกความสง่างามของคาร์เทียร์ผ่านดีไซน์ที่คมชัดและเพรียวบาง นับตั้งแต่หลุยส์ คาร์เทียร์ (Louis Cartier) สร้างสรรค์เรือนเวลานี้โดยรับแรงบันดาลใจมาจากสี่เหลี่ยมผืนผ้าเมื่อปี ค.ศ. 1917 หลุยส์ คาร์เทียร์ เลือกหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ทำให้นาฬิกาแทงก์โดดเด่นจากนาฬิกาข้อมือทั่วไปในยุคนั้นซึ่งมีหน้าปัดเป็นทรงกลม ทำให้นาฬิกาแทงก์มีกลิ่นอายที่ล้ำสมัย อยู่เหนือกาลเวลามาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน เส้นตรงสองเส้นที่ขนาบข้างหน้าปัดนับเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลารุ่นนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพมุมสูงของรถถัง โดยมีเอกลักษณ์เป็นคานสองชิ้นประกบเข้ากับตัวเรือนทรงเหลี่ยมดุจล้อรถและหอบังคับการ การประกอบตัวเรือนกับสายนาฬิกาทำได้กลมกลืนเสียจนเกือบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อรักษาหัวใจหลักของแรงบันดาลใจที่น่าทึ่งนี้เอาไว้

นาฬิการุ่นแทงก์ ได้รับความนิยมอย่างมากและเป็นนาฬิกาคู่ใจของบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายจนมีคำกล่าวว่า การสวมใส่แทงก์ คือการประกาศตัวตน แวดการ์ด แอนดี้ วอร์ฮอล์ (Vanguard Andy Warhol) ศิลปินแนวป๊อปอาร์ตผู้โด่งดัง สวมนาฬิกาแทงก์ติดข้อมือตลอดเวลา เขากล่าวว่า “ผมไม่ได้ใส่นาฬิกาแทงก์เพื่อดูเวลา ที่จริงผมไม่เคยไขลานมันด้วยซ้ำ แต่ผมใส่เพราะมันคือนาฬิกาที่ต้องใส่” ซึ่งการปฏิเสธการไขลานนาฬิกาของผู้นำวัฒนธรรมป๊อปอย่าง วอร์ฮอล์ นับได้ว่าเป็นการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับความสง่างามเหนือการเวลาของเรือนเวลาแทงก์เลยทีเดียว

นอกจากแอนดี้ วอร์ฮอล์แล้ว ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงอีกมากมายที่เป็นสาวกของนาฬิการุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแคเธอรีน เดอเนิฟ (Catherine Deneuve) นักแสดงหญิงชาวฝรั่งเศส, ชาร์ลอตต์ แลมพลิง (Charlotte Rampling) นักแสดงหญิง ชาวอังกฤษ, แพตตี้ สมิทธิ์ (Patti Smith) นักแต่งเพลงและนักร้องชาวอเมริกัน อีฟส์ มงต็องด์ (Yves Montand) นักร้องและนักแสดงชาวอิตาลี – ฝรั่งเศส รวมถึง เจ้าหญิงไดอาน่า (Princess of Wales) แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่มีนาฬิกาแทงก์ เป็นเรือนเวลาคู่พระวรกายอยู่เสมอ และเมแกน มาร์เคิล (Duchess of Sussex) ที่โปรดปรานนาฬิกาแทงก์เช่นกัน

ตั้งแต่ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นแรกเมื่อปี 1917 ดีไซน์เหนือกาลเวลา โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้นาฬิกาแทงก์กลายเป็นวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย หลังจากเวลาล่วงเลยไปกว่าศตวรรษ นาฬิการุ่นนี้จึงถูกนำกลับมาตีความใหม่อีกครั้งในปี 2021 ในชื่อรุ่น แทงก์ มัสท์ โดยทั้ง แทงก์ (Tank) และมัสท์ (Must) คือผลลัพธ์ที่ลงตัวระหว่างสัญลักษณ์สำคัญประจำเมซงคาร์เทียร์ โดยแทงก์ (Tank) คือคอลเลคชั่นสำคัญของแบรนด์ ในขณะที่มัสท์ (Must) คือคอลเลคชั่นนาฬิกาอันเป็นอมตะของคาร์เทียร์ โดดเด่นด้วยการเลือกใช้วัสดุที่คงไว้ซึ่งความหรูหราในราคาที่จับต้องได้ นาฬิกามัสท์เป็นเป็นที่นิยมในยุค 1970 อย่างมากและปรากฏในภาพแฟชั่นเซ็ตมากมาย นาฬิกามัสท์มีวิวัฒนาการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดแบบกลมและสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสีสันหลากหลาย เช่น ดำ แดง และน้ำเงิน หน้าปัดหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบมีตัวเลขโรมันและไม่มีตัวเลข กล่าวได้ว่า นาฬิกามัสท์เป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นเรือนเวลาของคาร์เทียร์ที่หลายคนปรารถนาจะครอบครอง

ในปีนี้ คาร์เทียร์นำขนบของความหรูหราคลาสสิกกลับมาอีกครั้งผ่านนาฬิกาแทงก์มัสท์ อันเป็นเสมือนการบรรจบกันระหว่างเรือนเวลาที่เป็นไอคอนของแบรนด์ และเรือนเวลาที่โด่งดังในยุค 1970 ดังที่ปิแอร์ ไรเนโร (Pierre Rainero) ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์, สไตล์ และเฮอริเทจ ของคาร์เทียร์ได้กล่าวไว้ว่า “นาฬิกามัสท์เป็นส่วนหนึ่งในตำนานและมรดกของเมซงคาร์เทียร์ที่ยืดหยัดต่อสู้กับบททดสอบของเวลา ด้วยสไตล์คลาสสิกหาตัวจับยากที่ทุกส่วนประกอบไปจนถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุดล้วนเป็นผลงานหัตถศิลป์เชิงช่างชั้นยอดของคาร์เทียร์”

ติดตามชมความงามของนาฬิกาแมงก์มัสท์ (Tank Must) เรือนเวลาที่จะเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเรือนเวลาตระกูลแทงก์เร็วๆ นี้ที่ cartier

GUESS เอาใจนักช้อปออนไลน์ เปิดตัวช่องทางการขายใหม่ GUESS.CO.TH #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662016

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 10:10 น.GUESS เอาใจนักช้อปออนไลน์ เปิดตัวช่องทางการขายใหม่ GUESS.CO.THซื้อของแท้กับแบรนด์โดยตรง GUESS ปักหมุดออนไลน์ เปิด “GUESS.CO.TH” one stop shopping destination ของแบรนด์เป็นครั้งแรก ขนทัพสินค้ามอบส่วนลด-สิทธิพิเศษ

เอาใจนักช้อปออนไลน์ GUESS (เกส) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอเมริกา ภายใต้การนำเข้าของ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป เดินหน้ารุกตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดตัวอีกหนึ่งช่องทางการขายใหม่คือ official e-commerce website “GUESS.CO.TH” ที่เป็น one stop shopping destination ของแบรนด์เป็นครั้งแรก โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2564 เพื่อเอาใจนักช้อปรับเทรนด์ยุคใหม่ New Normal

สำหรับ “GUESS.CO.TH” จะเป็นแพลตฟอร์มหลักอันใหม่ที่ลูกค้าจะได้ช้อปปิ้งสินค้าที่เสมือนกับได้ช้อปจาก GUESS flagship store โดยตรง ที่มีขายตั้งแต่เสื้อผ้าหญิง ชาย เสื้อผ้าเด็ก กระเป๋า นาฬิกา แอคเซสซอรี่ เครื่องประดับ รองเท้า รวมไปถึงยังมีแคปซูลคอลเลคชั่นต่างๆมากมายที่หาซื้อไม่ได้บนแพล็ตฟอร์มอื่นๆ หรือได้ขายที่นี่ก่อนที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชั่น GUESS x Mickey & Friends, GUESS Originals capsule collection, ไปจนถึงนาฬิการุ่น limited ต่างๆที่มีขาย exclusive เฉพาะบนเว็บ GUESS.CO.TH เท่านั้น โดยลูกค้าจะสามารถมั่นใจได้เลยว่าได้ซื้อของแท้กับทางแบรนด์โดยตรง แถมสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังสามารถสะสมและแลกคะแนน The1 ได้เหมือนกับเวลาซื้อของจากที่หน้าร้านอีกด้วย

พิเศษ!! โปรโมชั่นฉลองเปิดร้านออนไลน์ รับส่วนลด 500 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,500 บาท ตั้งแต่ 1-15 กันยายน 2564 และฟรี กระเป๋าถุงผ้าตาข่าย เมื่อซื้อครบ 4,000 บาท ตั้งแต่ 1-30 กันยายน 2564 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) และรับส่วนลด 200 บาท เพียงลงทะเบียนรับข่าวสารจากแบรนด์ในช่องทาง WWW.GUESS.CO.TH พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆมากมายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ปัญหาคาบ้าน “เมื่อพ่อแม่ต้องทำงาน vs ลูกต้องเรียนออนไลน์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662011

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 09:50 น.ปัญหาคาบ้าน "เมื่อพ่อแม่ต้องทำงาน vs ลูกต้องเรียนออนไลน์"เคล็ดลับจัดการงานให้ดีในแบบวิถีที่ลูกต้องเรียนออนไลน์ “เมื่อพ่อแม่ต้องทำงาน vs ลูกต้องเรียนออนไลน์” จะบาลานซ์ทั้งเรื่องงานและการเรียนให้เสถียรได้อย่างไร

ปัญหาที่หลายบ้านกำลังเจอในสถานการณ์แบบนี้คือ การเรียนออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทในแบบที่ทุกคนอาจไม่ทันตั้งตัว ยิ่งต้องเจอกับเชื้อไวรัสโควิด-19 จนต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างออกมามากมาย ทำให้เด็ก ๆ ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้าน ส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเหนื่อยมากขึ้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องทำงาน ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะต้องสอนการบ้านลูก ต้องคอยดูแลระหว่างที่ลูกเรียน ทำให้โฟกัสกับการทำงานได้น้อยลง ไหนจะมีเรื่องของงานบ้าน ที่ต้องแบ่งช่วงเวลาไหนต้องทำงาน ช่วงเวลาไหนพักผ่อน รวมไปถึงต้องเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ เพื่อให้ลูก เรียนออนไลน์ ได้อย่างไม่ติดขัด กลายเป็นว่าผู้ปกครองต้องกลายเป็นครูผู้ช่วยไปทันที หากไม่มีวิธีการจัดการกับเวลาที่ดีอาจทำให้หลายคนเกิดความเครียดสะสมได้

คุณพ่อคุณแม่ที่ต้อง Work from home ไปพร้อมกับการดูแลลูกที่ เรียนออนไลน์ หากกำลังมองหาวิธีการจัดการกับสถานการณ์แบบนี้เพื่อให้งานออกมาดี ลูกก็เรียนอย่างมีความสุข ตัวเราเองก็ไม่เครียด  มีเคล็ดลับในการจัดการงานให้ดีในวันที่ลูกต้องเรียนออนไลน์จาก JobsDB มาฝากกัน

เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารให้พร้อม

เนื่องจากแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ไม่สามารถใช้แค่หนังสือเล่มเดียวแล้วจบได้ เพราะต้องมีทั้งคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด หูฟัง ไมค์  อินเทอร์เน็ต และโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับการเรียนในชั้นเรียน ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ไม่เตรียมพร้อมให้ดี อาจทำให้เสียเวลาทั้งวันเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ จนตัวเองไม่สามารถทำงานต่อได้ และลูกก็อาจเข้าชั้นเรียนไม่ทันตามเวลาอีกด้วย

สร้างความสมดุลของเวลา

หากไม่มีการจัดสรรเวลาก่อนล่วงหน้าจะทำให้ไม่สามารถแบ่งเวลาได้ ว่าเวลาไหนต้องทำงาน เวลาไหนต้องดูลูก อาจส่งผลให้ในหนึ่งวันผ่านไปด้วยความวุ่นวายแน่นอน การแบ่งช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจนจะช่วยให้เราสามารถดำเนินตามแผนที่วางไว้ได้ โดยเริ่มจากการจัดวางตารางเวลางานของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก หากอยากช่วยลูกทบทวนบทเรียนที่เขาไม่เข้าใจให้ศึกษาตารางสอน / แผนการเรียนของลูกล่วงหน้าเพื่อจัดการตารางงานให้สมดุลกัน แต่จะวางแผนแค่สองเวลานี้คงไม่ได้ เพราะต้องจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ ไว้ด้วยเช่นกัน และเวลาสำคัญที่ไม่ควรลืมเลย คือ เวลาพักเบรคของตัวเอง ในระหว่างวันอาจแบ่งเวลาในการพักเบรคเพื่อยืดเส้นยืดสาย ลุกไปดื่มน้ำ เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้กับตัวเองด้วย

บันทึกวีดีโอการสอนเพื่อเปิดดูภายหลัง

การบันทึกวีดีโอการสอนของลูกเอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีมากเช่นกัน เพราะช่วงเวลาที่เราต้องตั้งใจและวุ่นวายกับการทำงานอาจทำให้ตัวเราเองไม่มีเวลาช่วยอธิบายสิ่งที่ลูกไม่เข้าใจในขณะเรียนได้ การบันทึกวีดีโอแล้วนำกลับมาเปิดอีกครั้ง ช่วยให้ลูกสามารถย้อนดูเนื้อหา และทำความเข้าใจในบทเรียนพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งได้

แบ่งมุมทำงานและมุมเรียนให้ชัดเจน

ควรแบ่งพื้นที่ของแต่ละคนให้ชัดเจน เพื่อเป็นการสร้างสมาธิให้กันและกัน สำหรับมุมทำงานของคุณพ่อคุณแม่ควรจัดให้ใกล้กับหน้าต่างจะดีที่สุด หากต้องทำงานนานและต้องใช้ความคิดตลอดเวลา การได้มองต้นไม้หรือท้องฟ้าจะช่วยให้สมองโล่ง และคิดงานต่อได้ ส่วนมุมสำหรับ เรียนออนไลน์ ของลูกก็สามารถจัดให้อยู่ห่างจากมุมโต๊ะที่ติดหน้าต่างของเราได้เลย สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถปล่อยความรับผิดชอบให้ดูแลด้วยตัวเองได้  โต๊ะเรียนควรจัดให้อยู่ห่างออกไปจากโต๊ะทำงานในแบบที่สามารถมองเห็นได้ แต่ต้องเป็นระยะห่างที่พอดีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนต่อการทำงาน

ใช้แอปพลิเคชันช่วยโฟกัส

หากต้องทำงานหรือเรียนเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เราสามารถหลุดโฟกัสได้ การมีแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยอาจทำให้เรามีสมาธิมากขึ้นได้

สำหรับคุณพ่อคุณแม่

Coffitivity : แอปพลิเคชันจำลองบรรยากาศเสียงร้านกาแฟที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ หลายคนที่ชินกับการทำงานในร้านกาแฟ ถือว่าแอปพลิเคชันนี้ตอบโจทย์มากเลยทีเดียว เพราะเราสามารถเลือกได้ทั้งเสียงร้านกาแฟตอนเช้าที่มีคนเดินเข้าบ่อย ๆ หรือเสียงคนพูดคุยกันตามสไตล์เหมือนอยู่ในร้านกาแฟก็สามารถเลือกได้ ผลวิจัยยังบอกอีกว่า การได้ฟังเสียงในร้านกาแฟมีส่วนช่วยกระตุ้นให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยสถานการณ์ที่ออกไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟไม่ได้ ก็จำลองเสียงแล้วจิบกาแฟตามไปก่อนได้ แต่หากใครที่ชอบทำงานแบบใช้สมาธิเงียบ ๆ แอปพลิเคชันนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก

สำหรับลูก / คุณพ่อคุณแม่

Forest – Stay focused : แอปพลิเคชันนี้จะช่วยให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ลดอาการติดมือถือแล้วเปลี่ยนไปโฟกัสกับการทำงานได้แอปพลิเคชันนี้จะเป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ดิจิทัล เพียงแค่เข้าไปหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้และวางโทรศัพท์ลง เมื่อเวลาผ่านไปต้นไม้ก็จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น แต่ถ้าหากอดใจไม่ไหวไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ก่อน ต้นไม้ก็จะเหี่ยวเฉาลงนั่นเอง หากเราวางโทรศัพท์ไว้ได้ตามเวลาที่กำหนดไปเรื่อย ๆ ก็สามารถปลูกดอกไม้ได้หลากหลายในพื้นที่ของป่าไปเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยในเรื่องของการวางแผนในการจัดการเวลา สร้างสมาธิและสนุกไปพร้อม ๆ กัน 

Cold Turkey Blocker : แอปพลิเคชันนี้เหมาะสำหรับคนที่สมาธิหลุด แล้วชอบเผลอกดเข้าไปเล่นอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ เราสามารถตั้งค่าเวลาที่ต้องการล็อคการเข้าถึงเว็บไซต์อื่น ๆ ไว้ได้ แอปพลิเคชันจะช่วยปิดและล็อคการเข้าถึงไว้ตามกำหนดเวลาที่ต้องการ เป็นอีกแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เราสามารถปรับพฤติกรรมการติดโทรศัพท์ได้ดีเลยทีเดียว

ตั้งกระทู้พูดคุยจากสิ่งที่เจอ

เชื่อว่าหลายคนที่ต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ที่ไม่เคยเจอมาก่อน จนอาจเกิดคำถามในหัวมากมาย การสร้างกรุ๊ปหรือเข้าไปร่วมกรุ๊ปที่เกี่ยวข้องกับการดูแลลูกที่ต้อง เรียนออนไลน์ ไปพร้อมกับการ Work from home เพื่อแชร์ไอเดียเพื่อปรึกษาแลกเปลี่ยนปัญหาต่าง ๆ กับคนอื่นที่กำลังเผชิญสถานการณ์เดียวกันถือเป็นอีกสิ่งที่ช่วยได้มากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น วิธีการปรับตัว หัวข้อที่ลูกต้องเรียน การบ้าน แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เจอในระบบออนไลน์ ก็สามารถหยิบยกมาพูดคุยเพื่อช่วยให้เราปรับตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น

การแก้ปัญหาระบบซับซ้อนเชิงรุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661815

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 08:45 น.การแก้ปัญหาระบบซับซ้อนเชิงรุกโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหา ผลกระทบ

เพราะโลกเปลี่ยนแปลง อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ เอไอยุคดิจิทัลพัฒนาอย่างไปไกลอย่างก้าวกระโดด โควิด-19 ทำให้สถานการณ์ต่างๆ ไม่แน่นอน กำลังซื้อในตลาดลดลง พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเดิม มีความละเอียดในการจับจ่ายมากขึ้น องค์กรธุรกิจไม่ว่าทั้งภาครัฐหรือเอกชนกำลังเร่งปรับกระบวนการทำงานใหม่ ทั้งการลงทุนในด้าน Digital Transformation การเน้นทำตลาดออนไลน์ การไลฟ์สดขายสินค้ามากขึ้น ขยายฐานลูกค้าและหากลุ่มลูกค้าใหม่ รวมทั้งการทำตลาดแบบเฉพาะเจาะจงบนฐานของข้อมูลลูกค้าเชิงลึก หรือการทำ CSR ร่วมกับภาครัฐ และการร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อยกระดับการบริการที่ดียิ่งขึ้นและครอบคลุมมากกว่าเดิม ทั้งนี้ เพื่อใส่ใจและให้ความมั่นใจแก่ลูกค้า

เพราะการทำงานคือการแก้ปัญหา ปัญหาคือความท้าทาย ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันทับซ้อนกันมาอย่างสลับซับซ้อน อีกทั้งการจัดการกับปัญหา เราไม่สามารถคอยแต่จะตั้งรับได้ ในการที่องค์กรจะรับมือกับปัญหานั้น องค์กรจำเป็นต้องสร้างทุนมนุษย์ขึ้นใหม่ ต้นทุนดังกล่าวก็เพื่อ การแก้ปัญหาระบบซับซ้อนเชิงรุก ซึ่งประกอบคุณสมบัติสำคัญ 2 ประการคือ

  1. การพัฒนาศักยภาพทีมงานเชิงรุก
  2. การพัฒนาแนวคิดระบบเชิงซ้อน

การพัฒนาศักยภาพทีมงานเชิงรุก

เมื่อพูดถึงการพัฒนาศักยภาพ โดยทั่วไปเรามักหมายถึงการพัฒนาขีดความสามารถที่แสดงออกมาในรูปของพฤติกรรมเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ศักยภาพมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันคือแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น คุณสมบัติดังกล่าวมาจากฐานของทัศนคติและกรอบความคิดเชิงบวก

จากมุมมองดังกล่าว ศักยภาพจึงมาจากกรอบความคิด กรอบความคิดคือภาพ มันคือภาพในใจ มันคือภาพที่ตนมีอำนาจเหนือ มันอยู่ในอำนาจที่เราสร้างขึ้นมาเองได้ และกรอบความคิดดังกล่าวจะเหนี่ยวนำไปสู่แรงขับเคลื่อนภายใน มีความคล่องตัว ว่องไว รวดเร็ว ปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น และผลักดันออกมาเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนว่าบุคคลคนนั้นมีศักยภาพเพียงใด

ดังนั้น เมื่อพูดถึงศักยภาพ โดยความหมายที่แท้แล้ว จึงต้องเป็นการเปลี่ยนวิธีคิด ที่สำคัญและเป็นความท้าทายอย่างยิ่งก็คือ ทำอย่างไรทีมงานจึงจะสามารถสร้างภาพเป้าหมายเดียวกัน เป็นภาพเดียวกัน เพื่อเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว

ดังนั้น การเล่นเชิงรุก โดยความหมายก็คือ ความสามารถที่บุคคลจะมองไปข้างหน้า และคาดการณ์ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และจะส่งผลกระทบอย่างไร แล้วเอามาตั้งคำถามว่า ในปัจจุบันเราควรจะทำอะไร เพื่อป้องกันหรือรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น นี่คือความหมายของการเล่นเชิงรุก

ดังนั้น องค์กรที่ประสบความสำเร็จ บุคลากรต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ด้วยการคิดนอกกรอบ มีมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ เพื่อมาปรับแนวคิด ทัศนคติ และวัฒนธรรมในองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสามารถมองภาพสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แล้วกลับเอามาแปลงเป็นขั้นตอนงานต่างๆ เพื่อการรับและป้องกันความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาแนวคิดระบบเชิงซ้อน

นอกจากการพัฒนาศักยภาพเชิงรุกแล้ว ในการรับมือกับปัญหา จำเป็นต้องใช้แนวคิดเชิงระบบและการมองภาพเชิงองค์รวม โดยเห็นความจริงว่าระบบคือ ภาวะองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะใหม่ที่เกิดขึ้นนี้สามารถแสดงคุณสมบัติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม (เมื่ออยู่อย่างแยกส่วน) ระบบที่ต่างกันก็เกิดจากการเชื่อมโยงที่แตกต่างขององค์ประกอบที่หลากหลาย

ทางออกของปัญหาก็เช่นกัน มันคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงของตัวแปรต่างๆ ทางออกอย่างสร้างสรรค์ก็เกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายของตัวแปรที่แตกต่าง

ที่สำคัญ ทุกปัญหาเป็นระบบซ้อนระบบ เป็นปัญหาทับซ้อนปัญหาอย่างเป็นลำดับชั้น ดังนั้น ในการแก้ปัญหาหรือการบริหารโครงการใดๆ จำเป็นต้องแตกโครงการดังกล่าวเป็นขั้นตอนย่อยๆ ว่ามีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นลำดับชั้น และด้วยการเชื่อมโยงที่แตกต่างและหลากหลายขององค์ประกอบในแต่ละระดับชั้น เพื่อให้ออกมาเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนการทำงานที่แตกต่าง เพื่อสร้างทางเลือกที่มีคุณค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ เพื่อบริหารโครงการให้สำเร็จหรือแก้ปัญหาให้ลุล่วง

เพราะโลกไม่เคยหยุดหมุน การพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง องค์กรธุรกิจจึงต้องปรับตัว ยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขัน เพื่อสร้างคุณค่าและความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อความอยู่รอดขององค์กรอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ มันจะเป็นจริงได้ องค์กรจำเป็นต้องพัฒนาทุนมนุษย์ ด้วยการพัฒนาศักยภาพทีมงานเชิงรุก มีความคล่องตัว มีอำนาจในการตัดสินใจ สามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นผ่านการเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ อีกทั้ง ต้องพัฒนามุมมองเชิงระบบและการมองภาพเชิงองค์รวมที่เห็นความจริงว่า ทุกปัญหามีความสลับซับซ้อนกันอย่างเป็นลำดับชั้น

ดังนั้น ในการจัดการกับความท้าทายใดๆ จำเป็นต้องแตกโครงการดังกล่าวเป็นขั้นตอนย่อยๆ ว่ามีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างไร อย่างเป็นลำดับชั้น ตรงนี้เองที่องค์ความรู้ได้เกิดขึ้น และที่สำคัญคือ ต้องนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาสร้างให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กันในทีมงานด้วยการสื่อสารด้วยใจที่เปิดกว้าง

ลูกเรือ แอร์ สจ๊วต รู้สึกอย่างไร…ถ้าต้องกลับไปบิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661814

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 08:30 น.ลูกเรือ แอร์ สจ๊วต รู้สึกอย่างไร...ถ้าต้องกลับไปบินเจาะความรู้สึกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และพนักงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขารู้สึกอย่างไรกับการทำงานช่วงนี้ พร้อมซูมงานวิจัยเรื่อง “ทัศนคติของลูกเรือต่อการทำงานในช่วงที่มีโรคระบาด” จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ว่าเหล่าลูกเรือ แอร์ สจ๊วต รู้สึกอย่างไรถ้าต้องกลับไปบิน

บทความโดยอาจารย์สถาวร เลิศสุวรรณกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยว่า COVID-19 ส่งผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินก็โดนหนักไม่เบา ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญความท้าทายหลายรูปแบบ ส่งผลให้พนักงานเกิดความเครียดและความกังวล ซึ่งจากงานวิจัยเรื่อง “ทัศนคติของลูกเรือต่อการทำงานในช่วงที่มีโรคระบาด” จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า พนักงานมีความกังวลและความเครียดในรูปแบบต่าง ๆ เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในขณะนั้น

แต่ในช่วงกลางปี 2564 หลังจากการฉีดวัคซีนเริ่มเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ประกอบกับมีระบบ มาตรการป้องกันที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สายการบินต่าง ๆ และประชาชนเริ่มมีความมั่นใจ และสายการบินก็ทยอยกลับมาให้บริการ และมีการเรียกตัวพนักงานให้กลับมาประจำการ

แล้วพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และพนักงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขารู้สึกอย่างไรกับการทำงานช่วงนี้?

ได้มีการการสำรวจสอบถามความคิดเห็นของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของหลาย ๆ สายการบิน พบว่า หลายคนรู้สึกเครียดตอนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสายการบินแต่อย่างไรก็ตาม พนักงานอีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่เครียดเท่าใดนัก เนื่องจากเข้าใจถึงธรรมชาติของงานว่าต้องพบเจออะไรบ้าง

จริง ๆ แล้วงานบริการบนเครื่องบินนั้น พนักงานอาจจะต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ มากมายนอกเหนือจาก COVID-19 อาทิเช่น ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และโรคต่าง ๆ บางครั้งอันตรายอาจเกิดขึ้นได้จากผลของ Flight Turbulence (การตกหลุมอากาศ) ทีอาจทำให้เกิดแผล การฟกช้ำ หรือศีรษะกระทบกระเทือนจากการกระแทก เป็นต้น หรือแม้กระทั่งอาการ Shift Work Disorder (SWD) หรือความผิดปกติของการนอนจากการทำงานเป็นกะ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

สรุปว่า ลูกเรือนั้นมีความเข้าใจถึงธรรมชาติของงานเป็นอย่างดี และพร้อมเผชิญความท้าทายต่าง ๆ นั่นเอง โดยสิ่งที่ทำได้ และต้องทำ คือป้องกันตนเองให้ดีที่สุด ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ขั้นตอนของสายการบิน และองค์กรด้านการบินอย่างเคร่งครัด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ของตนเอง ควบคู่กับการบริการที่ดีเลิศไปพร้อม ๆ กัน

แต่มีปัจจัยที่น่าสนใจปัจจัยหนึ่งที่งานวิจัยเรื่อง Flight Attendants’ Attitudes Against The Pandemic Outbreaks: Investigate On How Pandemics Affect On The Job Stress and Job Performance ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ค้นพบคือ ความเครียดที่เกิดจากแรงกดดันของญาติ (พ่อ แม่ พี่ น้อง) ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูก หลาน พี่น้อง ที่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลด้านมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆที่ สายการบินกำหนดอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันกับพนักงานเมื่อต้องไปทำงานนั่นเอง

ซึ่งในช่วงนี้ภาพรวมจะดีขึ้นเนื่องจากมีการสื่อสารที่เข้าถึงทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ และนโยบายการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรในกลุ่มเสี่ยง ทำให้ความเครียดที่เกิดจากความกังวลในการทำงานลดลง ด้านสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (The Association of Flight Attendants: AFA) ที่มีสมาชิกที่เป็นลูกเรือกว่า 50,000 คน จากกว่า 20 สายการบิน ระบุว่าทางสมาคมหวังว่าสายการบินต่าง ๆ จะเข้มงวดเรื่องการบังคับใช้กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันสวัสดิภาพของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ทางสมาคมได้มีการออกข้อเรียกร้องต่อสายการบินต่าง ๆ หลายอย่าง เช่น การขอให้เลิกบริการผ้าร้อน มีการขอให้ใช้แก้วน้ำแบบใช้แล้วทิ้งแทน เป็นต้น

ด้านสายการบินเองก็มีมาตรการต่าง ๆ ออกมามากมาย เช่น การให้พนักงานใส่ชุดและอุปกรณ์ป้องกัน การให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากตลอดเวลาการเดินทาง อย่างสายการบินฝั่งอเมริกา และอีกหลายสายการบินได้มีการยกเลิกการบริการอาหารและเครื่องดื่มขณะเดินทาง เป็นต้น ล่าสุดทางองค์กรอย่าง ICAO และ IATA เองก็ได้หาแนวทางการเดินทางทางอากาศที่ปลอดภัยมากยิ่งขี้น เช่น การใช้ IATA Travel Pass หรือ Vaccine Passport และคาดว่าจะนำมาใช้จริงในเร็วๆ วันนี้ 

สรุปแล้ว การที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่จำกัดอย่างบนเครื่องบิน และด้วยธรรมชาติของงานด้วยแล้ว ความเครียดจากการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยมาตรการทั้งขององค์กรด้านการบิน ภาครัฐ สายการบิน ทีมงานที่ดี หรือแม้กระทั่งการปฏิบัติตัวของตัวพนักงานเอง ล้วนมีส่วนช่วยให้บรรเทาความเครียดลงได้

ซูม 6 เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ที่เปลี่ยนลุคในแต่ละวันให้ดูไม่จำเจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661534

วันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 09:10 น.ซูม 6 เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ที่เปลี่ยนลุคในแต่ละวันให้ดูไม่จำเจซูมทีละเรือน กับ Piaget Polo Date เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ล่าสุดที่สาวๆ ต่างคอนเฟิร์มว่าต้องมี!

เพียเจต์ โปโล เรือนเวลาที่เฉลิมฉลองปรัชญาการใช้ชีวิตอันเปี่ยมสุขตามแบบฉบับเพียเจต์ โซไซตี้ อย่างแท้จริง ถือเป็นอีกคอลเลคชั่นที่เมซงประณีตในการรังสรรค์ โดยผสมผสานทั้งความล้ำสมัย ฟังก์ชั่นการทำงาน และดีเทล ความสนุกสนานไว้บนชิ้นงานได้อย่างไร้ที่ติ เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ที่เปลี่ยนลุคในแต่ละวันให้ดูไม่จำเจ

THE ORIGINS OF THE PIAGET POLO

เพียเจต์ โปโล เปิดตัวครั้งแรกปี 1979 ในฐานะสปอร์ต วอท์ช สุดหรู ที่รังสรรค์เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกม เชนเจอร์ ผู้ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองในแบบไม่ตามใคร ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกีฬายอดนิยมสำหรับสังคมชั้นสูงอย่างกีฬาโปโล รวมถึงวิถีชีวิตสุดหรูของชาวเจ็ตเซ็ต และด้วยดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ จึงส่งให้เรือนเวลาชิ้นนี้ดึงดูดความสนใจของเหล่าคนดังจากหลายแวดวงได้ไม่ยาก อาทิ เจ้าพ่อป๊อปอาร์ต Andy Warhol, นักแสดงมากฝีมือ Roger Moore ไปจนถึงอดีตนักเทนนิสชายระดับตำนาน อย่าง Bjorn Borg และภรรยาของเขา Mariana

EVOLUTION OF THE POLO STYLE

เพียเจต์ โปโล เดท (Piaget Polo Date) ตัวเรือน 36 มิลลิเมตร คือ นิยามและตัวตนใหม่ของคอลเลคชั่นเพียเจต์ โปโล ที่ถอดรหัสมาจากดีไซน์ดั้งเดิมของรุ่นไอคอนในปี 1979 สะท้อนอารมณ์และเอกลักษณ์ของตัวเองผ่านดีไซน์ โค้ดของเมซงได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Style, Casual elegance และ Freedom

ทว่า เพียเจต์ โปโล เดท ในเจนเนอเรชั่นใหม่นี้กลับหลงใหลในการรังสรรค์ที่แตกต่างออกไป โดยปรับแต่งดีเทลบางอย่างเพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัย ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากขึ้น

THE STYLISTIC CODES OF THE PIAGET POLO

เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของเพียเจต์ โปโล รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงเป็นหน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมมนหรือทรงคุชชั่นเช่นเคย แต่ครั้งนี้มาในดีไซน์กะทัดรัดบนตัวเรือนทรงกลมขนาด 36 มิลลิเมตร ซึ่งภายในยังเสริมความเป็นเลิศด้วยการใส่ระบบกลไกอัตโนมัติ 500P1 แบบบางเอาไว้ และเมื่อพลิกกลับก็ยังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล พื้นหน้าปัดสลักลวดลายกิโยเช่ (Guilloché) ตามแนวนอน เข็มบอกเวลาแบบ สเกเลตันทรง Dauphine มาพร้อมช่องหน้าต่างบอกวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และอินเด็กซ์ประดับเพชร สายนาฬิกาเกือบทุกรุ่นออกแบบให้ถอดเปลี่ยนสายรัดข้อมือได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นแบบสายหนังจระเข้ เรียบหรู สเตนเลสสตีล หรือทองคำ 

และนี่คือ 6 เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ล่าสุด ที่สาวๆ ต่างคอนเฟิร์มว่าต้องมี!

เริ่มต้นด้วยเพียเจต์ โปโล เดท ตัวเรือนสเตนเลสสตีล จับคู่สายรัดข้อมือวัสดุเดียวกัน มีให้เลือก 2 สไตล์ โมเดลคลาสสิคที่มาพร้อมหน้าปัดไอคอนนิคสีน้ำเงิน และอินเด็กซ์ประดับเพชร ขณะที่อีกตัวเรือนมาพร้อมหน้าปัดสีโอพาลีน ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัตทั้งบนขอบตัวเรือนและอินเด็กซ์โรสโกลด์

ต่อด้วยอีก 2 โมเดลในโทนสีอบอุ่น กับเพียเจต์ โปโล เดท ตัวเรือนโรสโกลด์ มาพร้อมหน้าปัดสีโอพาลีน ประดับเพชร จับคู่สายรัดข้อมือได้ทั้งแบบสายหนังจระเข้สีเทา หรือสายโรสโกลด์เข้ากับตัวเรือน

เอาใจผู้ที่ชื่นชอบไอเท็มแนวระยิบระยับกับ 2 เวอร์ชั่นสุดท้าย โดยไฮไลต์อยู่ที่ดีไซน์หน้าปัดที่ถูกเติมเต็มด้วยเพชรแบบ Fully-paved; จับคู่สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน และสายรัดข้อมือประดับเพชร

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

5 เทคนิคหางานสำหรับคนเรียนจบยุคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661529

วันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 08:02 น.5 เทคนิคหางานสำหรับคนเรียนจบยุคโควิด-19จบใหม่ก็ยังได้ไปต่อ กับ 5 เทคนิคหางานสำหรับคนเรียนจบยุคโควิด-19

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การสมัครเข้าทำงานในองค์กรต่าง ๆ เริ่มมีความซับซ้อนกว่าแต่ก่อน มีการสัมภาษณ์งานหลายรอบ มีบททดสอบมากมาย ด้วยสาเหตุจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ต่อเนื่องมาจนถึงยุคโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การหางานของเด็กจบใหม่ยิ่งเพิ่มความยากลำบาก เพราะงาน 1 ตำแหน่ง อาจต้องแข่งขันกับคนอีก 100 คน แต่นั่นก็ไม่ได้ความว่า คุณจะไม่มีโอกาสในการสมัครเข้าทำงานที่ไหนเลย มีหลายเทคนิคในการสมัครงาน มาดู 5 เทคนิคการหางานสำหรับเด็กจบใหม่ที่เรียนจบยุคโควิด-19

1 เรซูเม่ปัง

ด่านแรกเลยก่อนจะเข้าไปสู่การได้สัมภาษณ์งาน คือการพิจารณาคัดเลือกจากเรซูเม่ การเขียนเรซูเม่ให้ปังจนองค์กรต้องเรียกสัมภาษณ์นั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว เรเซูม่ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อมูลกระชับไม่เวิ่นเว้อ ใส่ทักษะความสามารถที่โดดเด่น และผลงานสร้างชื่อเสียงที่จะเป็นประโยชน์กับองค์กรลงไปด้วย

เขียนเรซูเม่สำหรับเด็กจบใหม่ ควรเขียนอะไรลงไปในเรซูเม่บ้าง ?

ระบุเฉพาะข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญและจำเป็นต่อการพิจารณาในการทำงาน ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรระบุในเรซูเม่ของคุณ ควรเป็นข้อมูลการติดต่อที่ถูกต้องและอัปเดต ที่ควรจะมีในเรซูเม่ของคุณ นั่นคือ ประวัติการศึกษา สาขาที่เรียนจบ (หากคุณได้เกรดนิยมหรือได้คะแนนสูง สามารถระบุเพิ่มเติมลงในเรซูเม่เพื่อเพิ่มแรงจูงใจของผู้พิจารณาเพิมเติมได้) นอกจากนี้ทักษะพิเศษต่างๆ ถ้าหากคุณมี จะยิ่งเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเพิ่มเติม อาทิ ทักษะการใช้โปรแกรมกราฟฟิค การถ่ายรูป หรือการใช้โปรแกรมเฉพาะทาง ฯลฯ รวมถึงความสามารถพิเศษต่างๆ เช่น การสื่อสาร ภาษา และทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิค

ทั้งนี้ ในเรซูเม่ของคุณ ควรจะแนบรูปภาพที่ใช้ในการสมัครงาน ขอย้ำ ว่าเป็นรูปภาพที่ใช้ในการสมัครงาน (รูปถ่ายที่สุภาพ) ส่วนข้อมูลวันเกิด น้ำหนัก และส่วนสูง รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ คุณอาจพิจารณาตามความเหมาะสมสำหรับการระบุข้อมูล เพราะบางสายงานอาจต้องการข้อมูลเหล่านี้เพื่อการพิจารณาในการคัดเลือกเข้าสัมภาษณ์งานอีกด้วย

ภาษาที่เขียน ถ้าเป็นไปได้ขอแนะนำให้เขียนเรซูเม่ให้เป็นภาษาอังกฤษ(เนื่องด้วยหลายๆบริษัท โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติมักจะมีผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติ ทำให้พิจารณาประวัติของคุณได้รวดเร็วยิ่งขึ้น) แต่ถ้าใครที่คิดว่าเรซูเม่ภาษาอังกฤษอาจจะยากไป จะเขียนเป็นเรซูเม่ภาษาไทยก็ได้ครับ (เราขอแนะนำวิธีการเขียนเรซูเม่เป็นภาษาอังกฤษที่นี่)

จุดมุ่งหมายสำหรับงานที่ต้องการ รวมถึงการระบุเงินเดือน แนะนำให้เขียน “จุดมุ่งหมายในอาชีพ” (Career Objective) ไว้ที่ย่อหน้าแรกของเรซูเม่ ส่วนนี้จะช่วยสรุปให้ผู้ประกอบการทราบว่าคุณต้องการทำงานตำแหน่งอะไร และต้องการทำอะไรให้กับองค์กร ภายใน 2 บรรทัด ถ้าคุณใช้คีย์เวิร์ด หรือคำที่ผู้ประกอบการกำลังมองหาอยู่ลงไป จะทำให้เรซูเม่ฉบับนี้เตะตาให้ผู้ประกอบการตัดสินใจอ่านเรซูเม่ของคุณต่อ ส่วนต่อมาคือการระบุเงินเดือน ซึ่งส่วนมากเด็กจบใหม่มักจะยังไม่ทราบฐานเงินเดือนในสายอาชีพของตนเอง ลองเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานว่างตามสาขาอาชีพของคุณใน JobsDB แล้วคุณอาจจะลองประเมินเงินเดือนที่ต้องการ หรือถ้าคุณยังไม่แน่ใจ อาจระบุเป็น เงินเดือนตามตกลง ไว้ในเรซูเม่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ประสบการณ์การทำงานก่อนเรียนจบอย่ามองข้าม สิ่งสำคัญที่คุณอาจเลือกเขียนเพิ่มลงในเรซูเม่ได้ในกรณีที่จบใหม่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน สามารถเขียนได้ทั้งการฝึกงาน, ทำงาน part-time, ทำงานเป็นอาสาสมัคร หรือมีโอกาสเป็นผู้นำในกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างเรียน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการมองหาจากเด็กจบใหม่ นายจ้างสามารถพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจรับคุณเพิ่มเติมได้อีกด้วย ทั้งนี้หากประสบการณ์ที่คุณเคยมีมาเหมาะสมกับงานที่ต้องการสมัคร ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานได้มากยิ่งขึ้นอีก

หลักการเขียน “ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง” นี้ ให้เขียนเรียงลำดับตามช่วงเวลา ให้ช่วงเวลาล่าสุดขึ้นต้น โดยเขียนระยะเวลา (วัน/ เดือน/ ปี) ตามด้วยลักษณะการทำงาน (ชื่อหรือตำแหน่ง) และเขียนรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงทักษะที่ใช้ในการทำงาน (ทักษะทั่วไปและทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิค) แต่ต้องเขียนให้สั้น กระชับ ได้ใจความ แค่ 1-2 บรรทัดเท่านั้นนะคะ และต้องพยายามเขียนให้สอดคล้อง เชื่อมโยงกับตำแหน่งงานที่จะสมัคร เพื่อให้เรซูเม่ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้ประกอบการสนใจอยากที่จะเชิญไปสัมภาษณ์งาน

การเขียนเรซูเม่ คือการงานเขียนให้น่าอ่านอย่างน่าสนใจ โดยการเลือกเขียนสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่น่าสนใจ และสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการลงไป เขียนให้มีความต่อเนื่อง ตามลำดับเวลาและพยายามให้อยู่ภายใน 1 หน้ากระดาษ และเขียนเล่าเรื่องง่าย ๆ ตามคำถามเหล่านี้ คุณคือใคร, คุณทำอะไรมาบ้าง, จุดมุ่งหมายในการทำงานของคุณคืออะไร และคุณวางแผนที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร เขียนให้น่าสนใจ เชื่อมโยงกันในแต่ละย่อหน้า เพื่อชักจูงใจให้ผู้ประกอบการใช้เวลาในการอ่านเรซูเม่ของน้องให้ได้นานที่สุด และอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะปกติแล้วผู้ประกอบการจะสแกนดูเรซูเม่แต่ละฉบับแค่ 7 วินาทีเท่านั้นเอง

2 ปรับทักษะให้เข้ากับยุค

ทักษะการทำงานที่แค่เพียง Hard skill และ Soft skill อาจไม่เพียงพอต่อการทำงานในยุคโควิดอีกต่อไปแล้ว แต่ควรต้องมีทักษะด้าน Meta skill เป็นความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงถือเป็นทักษะที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ และมีความสามารถพิเศษรอบด้าน

3 มี Resilience สูง

เป็นการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก คนที่สามารถปรับตัวได้เร็ว เรียนรู้งานได้เร็ว ย่อมมีโอกาสได้งานสูง เราเห็นการ Work From Home, Workation หรือ Remote Work เกิดขึ้นมากมายในยุคโควิดนี้ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานทางไกล เช่น Zoom VDO Conference, Google Meeting หากเราสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้ได้เร็ว ก็จะทำให้มีโอกาสถูกจ้างงานได้มากกว่าคนที่เรียนรู้และปรับตัวได้ช้า

4 ไม่เลือกงาน

เหตุผลที่ผู้สมัครงานส่วนใหญ่ไม่ได้งาน เพราะมัวแต่ตัดสินใจเลือกงานที่ชอบหรืองานที่ถนัด รวมถึงเลือกที่ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เลือกองค์กรใหญ่ที่รู้สึกว่ามีความมั่นคงและมีชื่อเสียง ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้โอกาสได้งานนั้นน้อยลงไปอีก แนะนำว่าลองค้นหางานในฝันผ่าน JobsDB เด็กจบใหม่ที่เรียนจบยุคโควิดและกำลังหางานจะได้ไม่ต้องกังวลใจเพราะสามารถหางานได้ง่ายๆ จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

5 เลือกสายงานที่อ้าแขนรับ

หากอยากเพิ่มโอกาสที่จะได้งาน แนะนำให้เลือกสมัครงานในสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เช่น งานด้านการขาย ที่แทบทุกองค์กรเปิดรับสมัครเป็นจำนวนมากเสมอ งานด้านเทคนิคเฉพาะทาง เช่น งานช่างเทคนิค งานด้านโปรแกรมเมอร์ งานไอที งานสายการผลิตต่าง ๆ รวมถึงงานด้านบริการหลังการขาย

อัพสกิลที่สนใจไปให้สุด เปิด 10 กรุ๊ป LINE OpenChat แชร์ความรู้รอบด้าน 10 หมวดหมู่ฟรี!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661457

วันที่ 25 ส.ค. 2564 เวลา 11:05 น.อัพสกิลที่สนใจไปให้สุด เปิด 10 กรุ๊ป LINE OpenChat แชร์ความรู้รอบด้าน 10 หมวดหมู่ฟรี!!พลิกวิกฤตเป็นโอกาส อัพสกิลเปิดโลกการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ตัวเองสนใจใน 10 กรุ๊ป LINE OpenChat ชวนติดตาม เสริมทักษะ แชร์ความรู้รอบด้านใน 10 หมวดหมู่แบบฟรีๆ

Work From Home ช่วงล็อกดาวน์อยู่บ้านช่วงนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกเสียดายเวลาและคันไม้คันมืออยากทำกิจกรรมสารพัด ขณะเดียวกันนี่ก็คือช่วงเวลาที่หลายคนพลิกเป็นโอกาสในการเรียนและพัฒนาทักษะสิ่งที่ตัวเองสนใจ แต่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรและเริ่มต้นที่ไหนดี

สำหรับคนที่อยากอัพสกิล หนึ่งในทางเลือกที่โพสต์ทูเดย์อยากแนะนำ คือ LINE OpenChat เป็นคอมมูนิตี้แหล่งสาระความรู้ออนไลน์อีกที่ที่กำลังมาแรง รวมผู้คนที่สนใจและมีความชอบในเรื่องเดียวกันมาแบ่งปันพูดคุยได้ตลอด 24 ชม. ซึ่ง OpenChat เป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านต่างๆ หลากหลายแทบจะครอบคลุมทุกความสนใจ โดยมีกรุ๊ปสาระความรู้มากกว่า70,000 กรุ๊ปให้เลือก ทั้งยังสามารถสนทนาโต้ตอบกันได้แบบเรียลไทม์ ง่ายๆ เพียงเข้าจากแท็บ Home บนแอปฯ LINE แล้วเลือก OpenChat ใต้แถบรวมกลุ่ม จะพบกับหน้าแรกซึ่งรวมกรุ๊ปต่างๆ ไว้ให้เลือกเข้าร่วม ทั้งยังสามารถสร้างกรุ๊ปใหม่ได้ที่นี่ 

10 กรุ๊ป LINE OpenChat ชวนติดตาม เสริมทักษะ แชร์ความรู้รอบด้านใน 10 หมวดหมู่

1. หมวดเรียนภาษา – กรุ๊ป “เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากชีวิตประจำวัน”-

อยากเก่งอังกฤษห้ามพลาด กับกรุ๊ปสอนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ศัพท์ง่ายๆ ใช้ได้บ่อย                     พร้อมแลกเปลี่ยนคำศัพท์ใหม่

2. หมวดถ่ายภาพ – กรุ๊ป “มือใหม่หัดถ่ายภาพขาย” – มีช่างภาพหน้าใหม่มากมายในยุคโซเชียล กรุ๊ปนี้จึงเป็นกรุ๊ปแนะแนวผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ ขายออนไลน์ และ Footage Stock ฉบับเริ่มต้น พร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ รวมถึงวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ในการส่งรูปขาย

3. หมวดความงาม – กรุ๊ป “เคล็ดลับสวยเป๊ะ” – แหล่งรวมคนรักสวยรักงามที่พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับและเทคนิคแต่งหน้าทำผม แต่งตัว เมคโอเวอร์  ปรับลุคและเรื่องราวเคล็ดลับสารพันสำหรับสาวๆยุคใหม่โดยเฉพาะ

4. หมวดต้นไม้ – กรุ๊ป “มือใหม่หัดปลูกแคคตัส” – คนรักต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะได้อยู่บ้านปลูกต้นไม้ หนึ่งในนั้นคือ “แคคตัส” กรุ๊ปนี้จึงรวมเอาคนรักแคคตัสมาพูดคุยแบ่งปันสารพัดวิธีรักษาแคคตัสต้นโปรดให้อยู่กับเราไปนานๆ พร้อมเทคนิคสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง

5. หมวดงานอดิเรก (วาดภาพ) – กรุ๊ป “ฝึก+สอนวาดรูป ลงรูป จัดกิจกรรม” – สำหรับใครที่เริ่มหลงใหลในลายเส้นและอยากเริ่มต้นวาดภาพเพื่อเป็นงานอดิเรก หรือจะใช้เป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาจิตใจ กรุ๊ปนี้จะช่วยแชร์และสอนการวาดภาพจากประสบการณ์จริง พร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย

6. หมวดเทคโนโลยี – กรุ๊ป “Excel, Word, PPT คนออฟฟิศ” – มนุษย์ออฟฟิศไม่น้อยบอบช้ำกับการใช้โปรแกรม Excel, Word และ PowerPoint กรุ๊ปนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแชร์เคล็ดลับและวิธีการใช้งานในแบบที่โดนใจ ตอบข้อสงสัยได้ถูกจุด รับรองได้เทคนิค                 เอาไปใช้กับงานที่กำลังทำอยู่แน่นอน

7. หมวดไฟแนนซ์ – กรุ๊ป “Crypto Club มือใหม่หัดเทรด Bitcoin วิเคราะห์กราฟฟรี” – บิทคอยน์เป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่กำลังให้ความสนใจกันอย่างแพร่หลายหลายคนสนใจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรกรุ๊ปนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำวิธีการเทรดบิทคอยน์เบื้องต้นพร้อมชวนแลกเปลี่ยนความรู้กับนักเทรดมือโปร

8. หมวดอาหาร – กรุ๊ป “มือใหม่หัดทำอาหาร” – อยู่บ้านว่างๆผันตัวเป็นเชฟหน้าใหม่กับกรุ๊ปหัดทำอาหารแชร์สูตรลับพร้อมบอกต่อเทคนิคทำอาหารที่ควรรู้พื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนทำอาหารมือใหม่ไม่มีผิดมีถูกต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

9. หมวดกีฬา – กรุ๊ป “โค้ชโชคสอนวิ่งและเดินเร็ว” – การวิ่งเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โค้ชโชค สอนวิ่งผู้เชี่ยวชาญจะมาแชร์วิธีวิ่ง เดินเร็ว วิ่งมาราธอน เคล็ดลับการลดน้ำหนักและตารางฝึกวิ่ง ให้มือใหม่ได้เรียนรู้และทำตามกันได้ง่ายๆ

10. หมวด HR Community – กรุ๊ป “ความรู้ HR” – เรื่องเป็นการเป็นงานก็มีกรุ๊ปเฉพาะบน OpenChat เช่นกันอย่างเช่นนานาสาระเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลใครที่ทำงานอยู่ในสายนี้ก็สามารถเข้าไปส่องเคล็ดลับหรือแชร์ปัญหาการบริหารจัดการคนพร้อมระดมไอเดียแก้ไขได้เช่นกัน

สนใจเรื่องไหนลองไปค้นหาตัวเองกันได้ใน LINE ช่วยให้ไลฟ์สไตล์คุณในช่วงล็อกดาวน์สะดวก สบายขึ้นผ่านแคมเปญ “WE LOVE YOU” ได้ที่  https://lin.ee/IjS8xtx/wcvn/PR/weloveyou

ครั้งแรกกับลีลานาฏกรรม ความงดงามที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661454

วันที่ 25 ส.ค. 2564 เวลา 10:45 น.ครั้งแรกกับลีลานาฏกรรม ความงดงามที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือVan Cleef & Arpels เผยคอลเลคชั่น LADY DANSE AND LADY DANSE DUO WATCHES เอกลักษณ์ความงามเหนือชั้นบนหน้าปัดบอกเวลา

สายใยแห่งความผูกพันระหว่าง Van Cleef & Arpels กับศิลปะการเต้น มีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1920 ในกรุงปารีส ลูอิส อารเปลส์ ผู้รักการแสดงบัลเลต์เป็นชีวิตจิตใจ มักจะพาโคลด หลานชายของตนไปยังโรงอุปรากรการนิเยร์ ซึ่งอยู่ห่างจากบูติกที่จัตุรัสว็องโดมไปไม่กี่ก้าว ส่วนเข็มกลัดนางระบำหรือที่เรียกกันว่า “บัลเลรินา คลิป” (ballerina clip) ชุดแรกของเมซงนั้นก็ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1940 และกลายเป็นผลงานสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels ในเวลาอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าที่ดูคล่องแคล่ว และอ่อนช้อย ร่วมกับความงดงามของเครื่องแต่งกายบนเข็มกลัดเหล่านี้สะกดสายตาและจุดอารมณ์ปรารถนาให้ครอบครองขึ้นในใจของบรรดานักสะสมทั้งหลายได้ทันที วงหน้าที่เผยเนื้อทองของตัวเรือน หรือใช้เพชรเดี่ยวเจียระไนอย่างประณีต ได้รับการเติมเต็มด้วยเครื่องประดับศีรษะอันเลอค่า เช่นเดียวกันกับรองเท้าหัวแหลมและกระโปรงบานฟูฟ่องของนางระบำที่ต่างรองรับความพิถีพิถันของงานฝังเพชรกับรัตนชาติหลากสี ก่อเป็นลีลาพลิ้วไหวตามอากัปการเคลื่อนกายไปตามจังหวะเพลง

นี่เป็นครั้งแรกที่ลีลานาฏกรรมจะมาปรากฏความงามบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อคอลเลคชั่น Extraordinary Dials ผลงานซึ่งโดดเด่นเป็นหนึ่งจากเอกลักษณ์ความงามเหนือชั้นบนหน้าปัดบอกเวลา ภายในกรอบตัวเรือนขนาด 33 มม. ของงานออกแบบทั้งสองคือ Lady Danse และ Lady Danse Duo ต่างถ่ายทอดช่วงเวลาอันเปี่ยมพลังอารมณ์ของศิลปินในสองรูปแบบ นั่นก็คือก่อนขึ้นเวที และระหว่างดำเนินการแสดง

บนหน้าปัดของงานออกแบบนาฬิกา Lady Danse นางระบำปลายเท้าเจ้าของวงหน้าเพชรเดี่ยว กำลังเตรียมพร้อมก้าวออกไปสู่เวทีการแสดง ด้วยแรงบันดาลใจจากแฟชั่นการแต่งกายระหว่างทศวรรษ 1950 ถึง 1960 ชุดเดรสที่เธอสวมรองรับงานฝังทับทิม และใช้ทองคำต่างงานเดินขอบขลิบริมกระโปรงเพื่อร่วมกันจำลองความพลิ้วไหวของน้ำหนักผ้าบางเบาระหว่างเธอเตรียมออกท่าวาดลวดลายการเต้น พร้อมกับเผยให้เห็นงานจิตรกรรมย่อส่วนบนรองเท้าที่ช่วยเติมเต็มความครบครัน เรือนร่างประติมากรรมนูนต่ำของเธอ โดดเด่นตัดกับฉากหลังพื้นหน้าปัด ซึ่งอาศัยเทคนิคฝังแผ่นรัตนชาติปูพื้นก่อทรวดทรงสามมิติ ในการดำเนินเทคนิคอันละเอียดอ่อนเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล, หินเทอร์คอยซ์ และโมราสีเขียวคริโซเพรส ล้วนผ่านการตัดเจียนเป็นแผ่นบางในขนาดซึ่งผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำให้สามารถนำมาบรรจงวางเคียงกันได้อย่างสม่ำเสมอ และไล่ระดับความกลมกลืนเพื่อก่อมิติความลึก ทวีความโดดเด่นให้แก่อากัปการเคลื่อนไหวของนางระบำปลายเท้า การแสดงของเธอยังต่อเนื่องมาสู่ด้านหลังตัวเรือนนาฬิกาซึ่งใช้ศิลปะการสลักลวดลายเล่าเรื่องราวที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดได้อย่างคล้องจอง 

ในขณะเดียวกัน นาฬิกาข้อมือ Lady Danse Duo คือบรรยากาศตระการตาของกลุ่มนักเต้น ซึ่งกำลังวาดลวดลายอยู่หน้าสถาปัตยกรรมอันชวนให้นึกถึงกลิ่นอายแห่งมหานครนิวยอร์ก หมู่ตึกหินไข่นกการเวกกับทองคำขาวฝังเพชร ก่อโครงสร้างรูปทรงนูนต่ำตัดกับฉากหลังที่ปูพื้นด้วยแผ่นแม่มุกขาว เครื่องแต่งกายของนักเต้นทั้งสาม อาศัยความวิจิตรบรรจงของงานจิตรกรรมย่อมส่วนจำลองท่วงท่าที่พร้อมเพรียง ส่วนอีกด้านของเวทีบนหน้าปัดตัวเรือน นางระบำปลายเท้าในชุดกระโปรงตูตูสีแดงสด กำลังก้าวตามจังหวะการนำของคู่เต้นไปบนเวทีสามมิติปูพื้นด้วยแผ่นพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิ อีกหนึ่งความประณีต ซึ่งไม่อาจมองข้ามของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่งานประกอบแถบรัตนชาติสีน้ำเงินเข้มต่างขนาดไล่ระดับ เพื่อเน้นให้เห็นถึงมิติภาพความลึกเชิงรายละเอียดบนผืนหน้าปัด ในขณะเดียวกัน ด้านหลังตัวเรือนก็รองรับงานสลักลายเป็นภาพคู่เต้น ซึ่งดูคล้ายกำลังหยุดพักร่วมกันก่อการแสดงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 

พบกับนาฬิกา Lady Danse และ Lady Danse Duo ที่ Van Cleef & Arpels บูติค ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม ชั้น G , เว็บไซต์  vancleefarpels , และ Van Cleef & Arpels ป๊อปอัพ บูติค ชั้น M สยามพารากอน หรือโทร. 001 800 852 5410