M2S Signature คอลเลกชั่น Scandinavian Summer แรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของชาวสแกนดิเนเวีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660803

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 15:55 น.M2S Signature คอลเลกชั่น Scandinavian Summer แรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของชาวสแกนดิเนเวียเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ M2S Signature ในคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า Scandinavian Summer นำเสนอแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของชาวสแกนดิเนเวีย ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าดีไซน์เรียบเท่ สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ก้าวข้ามได้ทุกขีดจำกัด

สัมผัสสไตล์การแต่งตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจ และกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ต้องการ ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ ‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ (M2S Signature) ในคอลเลกชั่นเปิดตัวที่มีชื่อว่า ‘สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์’ (Scandinavian Summer) นำเสนอแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวอันเรียบเท่ของหญิงสาวชาวสแกนดิเนเวีย ที่สอดผสานเข้ากับความโก้หรูในการออกแบบสไตล์เฟมินีน และมาสคิวลีนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ (Ready-to-wear) ดีไซน์เรียบโก้ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้เวิร์กกิ้งวูแมน ได้แก่ อภินรา ศรีกาญจนา, อรชุมา ดุรงค์เดช, ยุวเรต ศรุตานนท์ และพิมดาว พานิชสมัย มาร่วมเผยถึงคุณสมบัติของผู้หญิงเก่งที่สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบฉบับของตนเอง ผ่านสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ และการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ในช่วงเวิร์คฟอร์มโฮม

‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ (M2S Signature) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ที่ยึดมั่นในเรื่องการส่งต่อพลังให้ผู้หญิง (Empowerment) และเป็นเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาส (Versatility) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด โมเดิร์น อิลิแกนท์ (Modern Elegant) ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ที่ยังคงไว้ซึ่งความทันสมัยจากเอกลักษณ์การดีไซน์ที่ใส่ใจในรายละเอียด และการคัดเลือกวัสดุคุณภาพสูง ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์มากฝีมือ ควบคู่ไปกับการตัดเย็บอันปราณีตบรรจงจากทีมช่างมากประสบการณ์ ที่สามารถเสริมสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับคอลเลกชั่น ‘สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์’ (Scandinavian Summer) ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเรื่องราวการแต่งกายของหญิงสาวชาวสแกนดิเนเวียที่มีความเรียบเท่ มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ พร้อมผสมผสานความเฟมินีน ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่น่าสนใจ อาทิ ผ้าลูกไม้ ผ้าซาติน และผ้าทวีต ลดทอนความหวานด้วยสไตล์มาสคิวลีน ด้วยการออกแบบซิลลูเอทให้มีความเท่ และการใช้สีในโทนคลาสสิก เรียบโก้ อาทิ สีขาว, สีฟ้า, สีน้ำเงิน และสีเทา ซึ่งเป็นโทนสีที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย โดยนำเสนอผ่านผลงานการออกแบบที่สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาสที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีติดตู้เสื้อผ้า โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเบลเซอร์สีขาวตัวสั้นคัตติ้งเนี้ยบ ที่นำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการตกแต่งลูกไม้บริเวณด้านหลังเสื้อ สวมใส่คู่กับกางเกงเอวสูงเทเลอร์หรือเดรสสายเดี่ยวสไตล์มินิมอล ก็จะได้ลุคเรียบโก้ที่มีความหวานซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นลุคที่สามารถสวมใส่ได้แม้ในวันทำงาน ชิ้นต่อมาคือ ชุดเดรสคอวีดีไซน์เรียบหรู ที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บผ้าสองชนิดเข้าด้วยกัน โดยตัวเดรสใช้ผ้าซาตินที่มีคุณสมบัติสวมใส่สบาย และเพิ่มความน่าค้นหาด้วยการใช้ผ้าลูกไม้ตัดเย็บเป็นบริเวณแขนเสื้อ และยังมีกระโปรงซาติน ปลายเฉียง และมีดีเทลจับเดรป

ทางทีมดีไซน์ยังได้หยิบแมททีเรียลสุดคลาสสิกอย่างผ้าทวีต ที่เนื้อผ้ามีความโดดเด่น มอบสไตล์ที่หรูหรา มาใช้ออกแบบในหลากหลายไอเทม อาทิ เสื้อครอป และเดรสสั้นปลายเฉียงผ้าทวีตสีน้ำเงิน ที่มาในซิลลูเอททรงหลวม เหมาะสำหรับวันพักผ่อน และสามารถเพิ่มความโดดเด่นได้ด้วยผ้าผูกเอวที่ผูกเป็นโบว์ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งยังมีคอเสื้อที่สามารถเลือกสวมใส่ได้ถึงสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเสื้อคอปาดหรือแบบเสื้อคอวี รวมถึงเดรสยาวปลายเฉียงสไตล์เรียบหรู และเดรสสั้นผ้าทวีตสีฟ้า โดยเดรสสั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้ผ้าทวีตออกแบบเลเยอร์ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงผ้าลูกไม้สัญลักษณ์แห่งความเฟมินีนที่ถูกนำมาออกแบบด้วยเทคนิคการสร้างเลเยอร์ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ และเดรสผ้าลูกไม้สีขาว และสีฟ้า รวมถึงชิ้นเบสิกอย่างเสื้อเดรสเชิ้ตสียีนส์ทรงโอเวอร์ไซส์ ปักประดับตกแต่งด้วยการเลเยอร์ผ้าลูกไม้บริเวณด้านขวา ที่สามารถปล่อยชายผ้าให้ยาวทิ้งตัวลงมา หรือจับเป็นเดรปก็จะได้ลุคที่มีความคล่องตัวขึ้น เป็นไอเทมที่สามารถผสมผสานความมาสคิวลีน และความเฟมินีนเอาไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ เหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ได้มาร่วมเผยถึงคุณสมบัติของผู้หญิงเก่งที่สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบฉบับของตนเอง ผ่านสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ และการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ในช่วงเวิร์คฟอร์มโฮม เริ่มจากเวิร์คกิ้งวูแมน อภินรา ศรีกาญจนา เผยว่า “ผู้หญิงทุกคนควรมีความมั่นใจ และรู้จักที่จะรักตัวเองให้เป็น ไม่ว่าเราจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน ก็ไม่ควรโทษตัวเอง เราอยากให้ทุกคนค้นหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ และมั่นใจในแบบที่ตัวเองเป็น อย่างเราเองจะเป็นคนที่ตัวเล็กมาก ถ้าวันไหนต้องใส่กระโปรงหรือเดรส ก็จะเลือกชิ้นที่ความยาวคลุมเข่า เพราะถ้าสั้นเกินไปก็จะเห็นได้ชัดว่าขาเล็ก แล้วก็จะแมทช์ด้วยเข็มขัดเพื่อช่วยขับให้สรีระมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะสไตล์การแต่งตัวที่ชอบคือแบบคลาสสิกเลย ทั้งซิลลูเอทและโทนสี แมททีเรียลที่ชอบก็จะเป็นผ้าทวีต เพราะใส่แล้วทำให้คนรูปร่างเล็กดูมีน้ำมีนวลขึ้น รวมถึงชุดสไตล์คลาสสิกที่ใช้ผ้าลูกไม้มาเพิ่มดีเทลด้วย เพราะใส่แล้วจะทำให้ลุคในวันนั้นน่าสนใจขึ้น แต่ถ้าวันไหนต้องการความคล่องตัวในการทำงานก็จะเลือกใส่กางเกง อย่างช่วงนี้ที่เวิร์คฟอร์มโฮมก็จะแต่งตัวสบายขึ้น เป็นเสื้อแขนยาวแมทช์กับกางเกงผ้า หรือไม่ก็เดรสเรียบโก้สักตัว”

ต่อมาที่คุณแม่คนเก่ง อรชุมา ดุรงค์เดช เล่าว่า “ผู้หญิงเก่งคือผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง ต้องรู้ว่าตัวเองมีความสามารถด้านไหน แล้วดึงสิ่งนั้นออกมาให้ได้ แต่ที่สำคัญเลยคือต้องมีความมั่นใจ ฉลาดเลือก และกล้าที่จะใช้ชีวิต ซึ่งหนึ่งสิ่งที่จะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้ ก็คือสไตล์การแต่งตัวที่เป็นตัวเอง อย่างเราจะชอบการแต่งตัวสไตล์มินิมอล ที่ไม่เรียบจนเกินไป อย่างถ้าใส่เสื้อเรียบๆ ก็จะต้องมีแอคเซสเซอรี่มาช่วยให้ดูน่าสนใจขึ้น แต่ก็จะเลือกชิ้นที่ใส่แล้วมั่นใจด้วย อย่างเราเป็นคนแขนเล็กก็จะชอบใส่เสื้อแขนกุดแมทช์กับกระโปรง หรือกางเกง เพราะผู้หญิงทุกคนถ้าได้ใส่ชุดที่เหมาะกับตัวเองแล้ว ความมั่นใจจากภายในก็จะสร้างได้ไม่ยาก ส่วนการแต่งตัวช่วงเวิร์คฟอร์มโฮมก็ยังคงเป็นสไตล์ที่ชอบอยู่ จะไม่ได้แต่งชิลล์มาก เพราะยังต้องประชุมออนไลน์ ต้องเจอคน แต่จะเลือกชิ้นที่ใส่แล้วคล่องตัวขึ้น ไม่รัดรูปเกินไป เพราะเราต้องทั้งทำงาน และเลี้ยงลูกไปด้วย”

ต่อมาที่สาวสังคม ยุวเรต ศรุตานนท์ เผยว่า “เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความเก่ง ความสามารถ ในแบบของตนเอง แต่ผู้หญิงเก่งสำหรับเราต้องเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี และสามารถส่งต่อพลังบวกให้ผู้อื่นได้ด้วย ส่วนสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ จะเป็นสไตล์เรียบโก้ ผ่านการเลือกชุดที่การตัดเย็บมีดีเทลหน่อย หรือเลือกชุดที่เนื้อผ้ามีเท็กซ์เจอร์ อย่างเดรสผ้าทวีตที่มีการเล่นเลเยอร์ เพราะเราเป็นคนสูงโปร่ง เวลาใส่เดรสก็จะช่วยขับรูปร่างให้ดูชัดขึ้น แต่ถ้าเป็นช่วงเวิร์คฟอร์มโฮมช่วงนี้ ก็จะเลือกชุดที่เรียบโก้ แต่มีความสมาร์ทขึ้น อย่างเสื้อผ้าทวีตแมทช์กับกางเกงผ้าเอวสูง”

ปิดท้ายที่เซเลบริตี้สาวมากความสามารถ พิมดาว พานิชสมัย เล่าว่า “ผู้หญิงเก่งในความคิดของเราจะต้องเป็นผู้หญิงที่ฉลาดคิด ฉลาดเลือก มีความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้หญิงที่มีแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ และที่สำคัญต้องสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นให้กับคนรอบตัวได้ สำหรับสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบก็จะเป็นสมาร์ทแคชชวล เพราะส่วนตัวเราไม่ได้เป็นคนหวาน ชิ้นที่ชอบก็จะเป็นกางเกงเอวสูง แมทช์กับเสื้อเชิ้ต เพราะเราเป็นคนตัวเล็กด้วย การใส่กางเกงเอวสูงก็จะช่วยทำให้รูปร่างสูงโปร่งขึ้น หรืออาจจะเป็นเดรสสบายๆ แมทช์กับเข็มขัด แล้วเติมเต็มลุคด้วยเครื่องประดับชิ้นโปรด อย่างต่างหู กำไล นาฬิกา ส่วนการแต่งตัวเวิร์คฟอร์มโฮมช่วงนี้ เราก็แต่งตัวเหมือนวันทำงานปกติเลย เพราะก็ยังต้องประชุมออนไลน์อยู่ตลอด อีกอย่างเสื้อผ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้ขณะทำงาน”

พบกับเสื้อผ้าจากแบรนด์ ‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ (M2S Signature) ในคอลเลกชั่น ‘สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์’ (Scandinavian Summer) ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Instagram: @M2SSignature Line: @M2SSignature หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่ M2SSignature Line Shopping หรือ ทางเว็บไซต์ www.shopat24.com/brands/fashion/m2s-signature/

AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “HERE COMES THE SUN” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660771

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 12:35 น.AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “HERE COMES THE SUN”เติมแสงสว่างและความสดใสให้ฤดูหนาวอันเงียบเหงากับ AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “HERE COMES THE SUN”

ไม่ว่าฤดูไหน หรือจะเกิดเหตุการณ์ใดบนโลก ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงสว่างและมอบความอบอุ่นให้สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์สีฟ้าใบนี้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดวงอาทิตย์เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่อย่างมีความหวังพลังบวกและการมองไปยังอนาคตที่สดใสและเต็มไปด้วยความสุข ท่ามกลางช่วงเวลายากลำบากและความเงียบเหงาในฤดูหนาว

แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แบรนด์ AB. Angelys Balek (เอบี. แอนเจลิส บาเลก) จึงหยิบยกคอนเซปต์นี้มาถ่ายทอดผ่านคอลเลกชั่นล่าสุด  Fall/Winter 2021 (ฟอลล์/วินเทอร์ 2021) ภายใต้ชื่อ “Here comes the sun” (เฮียร์ คัมส์ เดอะ ซัน) เพื่อสรรสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อความหวัง และมอบความสุขให้กับผู้หญิงทุกคนให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน โดยถ่ายทอดผ่านภาพแฟชั่นเซ็ทภายใต้แนวคิด Selfie การหากิจกรรมสนุกๆ ทำ สร้างความสดใสให้กับชีวิตในช่วงที่ทุกคนพร้อมใจกันกักตัวอยู่บ้านและออกไปข้างนอกให้น้อยที่สุด

“ซีซั่นนี้เริ่มต้นการรังสรรค์ขึ้นจากงานอดิเรกอย่างการเพนท์ภาพ และได้แรงบันดาลจากงานศิลปะของจิตรกรคนโปรด Gustav Klimt (กุสทัฟ คลิมท์) ทุกครั้งที่ได้มองภาพของกุสทัฟทำให้เรามีความสุขเสมอ  ซึ่งนอกจากบรรดางานชิ้นสำคัญของเขาอย่าง The Kiss (1908) , Portrait of Adele Bloch-Bauer I (1907) และ The Maiden (1913) จะโดดเด่นด้วยรูปเรขาคณิตและการใช้สีโทนสดใส โดยเฉพาะสีทอง ซึ่งเป็นทั้งสีประจำตัวเขาและพาเลตต์สีของดวงอาทิตย์ กุสทัฟยังเป็นที่เลื่องลือในฐานะศิลปินผู้เอกอุด้านการวาดผู้หญิงได้สวยที่สุดในโลก ซึ่งตรงกับความปรารถนาของแองจี้ที่ต้องการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ผู้หญิงสวมใส่แล้วสวยมีความสุขที่สุดในแบบฉบับของตนเอง พร้อมกับการเติมเต็มพลังบวก ความหวังและความสดใสให้กับทุกคนให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้” แองจี้-แอนเจลิส บาเลก กล่าว

คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “Here comes the sun”  แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ได้นำเฉดสี Solid (ซอล ลิด) อย่าง สีแดง สีกรมท่า และเฉดสีน้ำเงินม่วง มาเป็นองค์ประกอบหลักผสมผสานรูปเรขาคณิตเข้ากับลายดอกไม้ในโทนสีต่าง ๆ รวมถึงยังดึงความละเอียดของชิ้นงานอันโด่งดังออกมาถ่ายทอดผ่านเส้นสายเพื่อเสริมกลิ่นอายงานของกุสทัฟ โดยใช้เทคนิคการรวมภาพ (Collage-คอลลาจ) และการลดทอนรายละเอียดด้วยการซูมเข้าไปใกล้ คอลเลกชั่นนี้นอกจากจะผสานโทนสีสดใสกว่าทุกคอลเลกชั่นที่ผ่านมา ยังโดดเด่นด้วยงานปักประดับ (Embroidery) ด้วยเทคนิคการเดินเส้นแบบผ้าทอที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเทคนิคต่างๆ  ของชาวเขา ชิ้นงานบางส่วนจึงมีกลิ่นอายแบบ Tribal (ทไรเบิล) ที่ผสมผสานด้วยหลายสีสันในไอเทมเดียว และยังได้เพิ่มลูกเล่นใหม่กับบีชแวร์ สีเดนิม ซึ่งใช้เทคนิคการกัดสีที่ซับซ้อนจนได้สียีนส์ สีนิยมตามเทรนด์โลกเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นเพื่อถ่ายทอดความเซ็กซี่อย่างมีระดับหรือที่ Angelys Balek (แอนเจลิส บาเลก) เรียกว่า High-class sexy (ไฮ-คลาส เซ็กซี่) พร้อมยังคงความปรารถนาที่อยากรักษาความสวยงามของโลกใบนี้ไว้โดยใช้ sustainable fabric หรือเส้นใยรีไซเคิลในกระบวนการผลิตมากกว่า 80%

จากความลุ่มหลงในผลงานของ Gustav Klimt จิตรกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งออสเตรียสู่การรังสรรค์ลายพิมพ์ 3 สไตล์คือ

THE LIFE AQUATIC ถ่ายทอดวิวดวงอาทิตย์เหนือท้องทะเลผ่านสีสันและลวดลายจากรูปทรงเรขาคณิตและโทนสีจัดจ้านของดวงอาทิตย์สู่งานออกแบบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ที่มีภาพวาดลายดอกไม้ฝีมือแอนเจลิสบาเลกที่โดดเด่นด้วยสีแดงและสีน้ำเงิน

A GLEAM OF SUNSHINE โทนสีเหลืองทองในยามดวงอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตกดินถูกนำมาตีความใหม่ผสานกับเทคนิคการจับสม็อกและการใช้เส้นสายต่างๆ ปรากฏเป็นบีชแวร์ที่ดึงความเซ็กซี่ของผู้หญิงได้อย่างมีมิติ เพราะเชื่อว่า #ABwomen เติบโตขึ้น และกล้าที่จะเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ 

SERENE BY THE SEA ที่มีท้องทะเลเป็นตัวจุดประกายการสร้างสรรค์โทนสีและดีไซน์ เพราะท้องทะเลในหน้าหนาวชวนให้เรารู้สึกสงบ สีของกลุ่มนี้จึงถ่ายทอดออกมาผ่านสีโทนเย็น ซึ่งก็ตรงกับโทนกลุ่มสีกรมที่ออกเฉดสีม่วงมากกว่าสีฟ้าตามที่เห็นบนผลงานของกุสทัฟ

นอกจากนี้ Angelys Balek ยังตอกย้ำการเป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำแบบ Double Duty (ดับเบิ้ลดิวตี้) ที่สามารถสวมใส่ได้ตั้งแต่บนชายหาดหรือสระว่ายน้ำ งานปาร์ตี้ ไปจนถึงงานกลางคืน Kaftans (คาฟทัน) และ Cover ups (คัฟเวอร์ อัพ) เนื้อผ้าที่พลิ้วไหวผสานความลงตัวของดีไซน์ที่ดึงความเซ็กซี่และความน่ารักเพื่อให้สาว ๆ ได้มิกซ์แอนด์แมตช์ใส่คลุมชุดว่ายน้ำ

พบกับ AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall / Winter 2021: “Here comes the sun” ได้ที่ช่องทางออนไลน์ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth, @angelysbalek หรือ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่

#ABAngelysBalek #ABFW21 #ABWorld

Matter Makers ‘California Dreaming’ แฟชั่นสุดเท่ สดใสซาบซ่าสไตล์สาวแคลิฟอร์เนีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660767

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 11:30 น.Matter Makers ‘California Dreaming’ แฟชั่นสุดเท่ สดใสซาบซ่าสไตล์สาวแคลิฟอร์เนียMatter Makers ปล่อยคอลเลกชั่นล่าสุด “California Dreaming” ดึงเสน่ห์ซาบซ่าแบบสาวแคลิฟอร์เนีย สะท้อนผ่านลายพิมพ์กราฟิกและซิลูเอทที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์สตรีทแวร์ Matter Makers ต้องพ่วงด้วยคำว่า exCOOLsive ดีไซน์ความเท่ที่ไม่เหมือนใคร และในคอลเลกชั่นล่าสุด California Dreaming ดึงเสน่ห์ซาบซ่า แบบสาวแคลิฟอร์เนีย ในช่วงฤดูร้อนอันแสนเย้ายวนที่เต็มไปด้วย แสงแดด สายลม ท้องทะเล ความมีชีวิตชีวาของสาวนักโต้คลื่นและความหลงใหลในกีฬาเอ็กซ์ตรีม สะท้อนผ่านลายพิมพ์กราฟิก ลวดลายต้นปาล์ม และซิลูเอทที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

บรรยากาศของเมือง เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านการแต่งตัวของผู้คนบนท้องถนนซึ่งเป็นการผสมผสานมนต์เสน่ห์ของความเป็นเมือง ที่เน้นความกระฉับกระเฉง ว่องไว และคล่องตัว ออกมาเป็นชุด Sportswear อย่าง กางเกง และแจ็คเก็ตยีนส์ สีสันอันสดใสเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในฤดูร้อน ในขณะที่บรรยากาศชายหาด ได้รับการบอกเล่าผ่านเส้นสาย และลายเส้นกราฟิกของลายพิมพ์หลักในคอลเลกชั่นนี้ ที่ยังคงแทรกอยู่บนเสื้อยืด และเสื้อฮาวาย ที่เป็นชิ้นโปรดของใครหลายๆ คนอีกด้วย

Matter Makers แบรนด์สตรีทแวร์ดีไซน์เท่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงผสานความอ่อนหวานของหญิงสาวไว้ด้วยลูกไม้ปักดอก (Floral lace) คอตตอน ทวิล (cotton twill) และเนื้อผ้าที่เน้นส่วมใส่สบายอย่างผ้า Cotton และ Rayon ผสมผสานในโทนสีพาสเทลเฉดต่างๆ ซึ่งนำมาใช้ในชีวิตจริงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น สีชมพู ฟ้า ม่วง เหลือง หรือเขียว แต่ยังคงมีความ casual และไม่ทิ้งความหลากหลาย อย่าง เสื้อเชิ้ตลายกราฟฟิก โอเวอร์ไซส์ เพิ่มลูกเล่นด้วยดีเทลโบว์, เสื้อยืด (T-shirt) สกีนลายต้นปาล์ม และ เสื้อยืด ซิกเนเจอร์ ปักคำว่า Matter และตกแต่งด้วยระบายผ้าลูกไม้ เอาใจสาย mix and match แบบชาว Matter Makers

พบกับคอลเลกชั่น ‘California Dreaming’ ได้ที่ช่องทางออนไลน์ www.matter-makers.com หรือ Line: @mattermakers และร้าน Matter Makers เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร 02-656-1388 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม โซนไทยดีไซน์เนอร์ และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @mattermakers Facebook: https://www.facebook.com/mattermakers

#MMCaliforniaDreaming #TeamMatterMakers

จะยั่งยืน มันต้องสมดุลระหว่าง Hard Skills และ Soft Skills ตอนที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660684

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:45 น.จะยั่งยืน มันต้องสมดุลระหว่าง Hard Skills และ Soft Skills ตอนที่ 2โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่แน่นอน อ่อนไหว และซับซ้อน องค์กรจึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เพราะแนวทางการดำเนินงานแบบเดิมๆ ไม่ได้ผล เราจึงลงทุนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ผลที่ได้กลับต่ำกว่าที่คาดหวังและไม่ยั่งยืน ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง และกำลังเผชิญกับภาวะล่มสลาย หรือ Disruption ท่านคิดว่าเพราะอะไร

เหตุผลหนึ่ง ก็เพราะเรายังยึดติดอยู่กับการพัฒนา Hard Skills เพียงด้านเดียว นั่นคือ เราให้ความสำคัญแต่เรื่องทักษะการบริหารจัดการเพียงลำพัง ซึ่งว่าไปแล้วมันสำคัญ จำเป็น แต่ไม่พอ การพัฒนาจึงไม่ยั่งยืน เพราะเรามองข้ามคุณสมบัติบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังของทักษะการบริหารจัดการทั้งปวง มันคือ Soft Skills

จากบทความคราวที่แล้ว เราเสนอว่าทางออกของปัญหาด้าน Soft Skills จะแบ่งเป็น 5 หัวข้อ คือ กรอบความคิด การคิดเชิงระบบ ตัวตน อารมณ์ และภาวะผู้นำ และได้นำเสนอไป 2 หัวข้อแรก คราวนี้ขอต่อด้วยหัวข้อที่เหลือ ดังนี้

ประการที่สาม คำสำคัญคือ ตัวตนปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคคลขาดความมั่นคงทางอารมณ์ รู้สึกท้อแท้ ขาดแรงบันดาลใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่เล่นเชิงรุก ภายในเปราะบาง อ่อนไหวต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ ขาดภูมิต้านทาน ขาดความทนทาน ขาดความเชื่อมั่น จะรู้สึกดีก็ต่อเมื่อมีคนอื่นมายืนยัน ไม่กล้าแสดงออก กลัวผิด ชอบเปรียบเทียบ รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า รู้สึกว่าตนไม่ได้รับการยอมรับ ชอบคุยข่ม หรือคิดว่าตนเหนือกว่าบางคนติดความสมบูรณ์แบบ เอาตนเป็นศูนย์กลางจักรวาล หรือการใช้ความรุนแรง ตามมาด้วยความซึมเศร้า โดยรวมแล้ว ปัญหาตัวตนมีจุดเริ่มที่ปมที่ไม่เห็นคุณค่าตนเอง แล้วจบลงที่ภาวะซึมเศร้า

เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุ เพราะรากของปัญหาคือ คุณค่าตนเองมันพร่องไป มันขาดหายไป คุณค่าที่หายไปนี้ มันเป็นความรู้สึกลึกๆ ถึงความผิดหวัง และความพลาดพลั้งถึงสิ่งที่ทำลงไปในอดีต และไม่ว่าจะเกิดจากอะไรก็ตาม สุดท้ายแล้วมันคือ ปม

ทางออกจึงต้องปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเสียใหม่ มองเรื่องที่ผ่านมาในอดีตอย่างเข้าใจ ให้อภัยตนเอง เห็นตนเองมีค่า ให้กำลังใจตนเอง

ประการที่สี่ คำสำคัญคือ อารมณ์ปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคลากรขาดศรัทธา ไม่ไว้ใจกัน ไม่เข้าใจกัน ทีมงานจึงขาดความเข้มแข็ง ขาดพลังร่วม ไม่เสริมกัน เล่นไม่เป็นทีม ไม่ไปในแนวเดียวกัน

สาเหตุเกิดจากการไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ใจจึงไม่เปิดกว้างรับฟัง นำไปสู่ความไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน ขาดความเชื่อมั่นต่อกัน

ทางออกคือ ปรับมุมมองที่มีต่อทีมงานเสียใหม่ เพราะคนเราต่างกัน จึงต้องเห็นคุณค่าในความแตกต่าง เมื่อนั้น ใจจึงเปิดกว้างรับฟังซึ่งกันและกัน ไม่เอาตนคนเป็นศูนย์กลาง

ประการที่ห้า คือ ภาวะผู้นำปัญหาลหลักในประเด็นนี้คือ บุคลาการขาดภาวะผู้นำ (มิใช่ขาดผู้นำโดยตำแหน่ง) เพราะต่างก็ไม่เห็นบุคคลอื่นว่าคือมนุษย์ที่มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน ตามมาด้วยการขาดภาวะผู้นำ จึงไม่สามารถนำองค์กรไปในแนวทางเดียวกันได้อย่างเป็นเอกภาพ

ทางออกจึงต้องปรับมุมมองที่มีต่อเพื่อนร่วมงานว่าคือมนุษย์ที่มีชีวิต ชีวิตคือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย เมื่อบุคคลได้รับการยอมรับ เขาจึงยอมรับตอบ เมื่อนั้นภาวะผู้นำก็เกิดขึ้น

ปัญหาทั้ง 5 ประเด็นที่เสนอนี้ (กรอบความคิด การคิดเชิงระบบ ตัวตน อารมณ์ และภาวะผู้นำ) เจอทุกบ้าน ทุกองค์กร ทุกช่วงวัย ไม่มียกเว้น ต่างกันที่ช้าเร็วหนักเบา ยังไงก็ต้องเจอในบริบทที่ต่างกัน ประเด็นใต้พรมนี้ เราต่างตระหนักว่ามันมีอยู่จริง มันสำคัญ มันคือตัวตัดสินว่าใครหรือองค์กรใดจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไร มันล้วนสัมพันธ์กันทั้งหมดอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

วิชาการต่างๆ ที่เรียนมาในสถาบันการศึกษานั้นมันดีมีประโยชน์ แต่มันไม่จบ มันเป็นเพียงแก้ที่ปลายเหตุ มันดีเฉพาะหน้าระยะสั้นเท่านั้น แต่มันต้องมาจัดการที่ต้นเหตุที่รากของปัญหา มันจึงจะยั่งยืน ใช่หรือไม่

Soft Skills มันเกี่ยวข้องกับทุกมิติชีวิต เพราะมันเป็นฐานรากของทุกการกระทำ มันคือรากของความสำเร็จเชิงประจักษ์ มันเป็นตัวเสริมความสามารถด้าน Hard Skills ความสำเร็จอย่างยั่งยืนจึงต้องใช้ทั้งสองส่วนอย่างสมดุล แต่การพัฒนา Sot Skills นี้ มันไม่ง่าย แต่สำคัญ มันมีทางออก มันต้องฝึก อดทน จึงจะได้วิชานี้มา มันมิใช่แค่รู้ว่าหนึ่งบวกเป็นสอง ดังนั้นสองบวกสองต้องเป็นสี่ แต่คนเราส่วนใหญ่ขาดความอดทน อยากได้อะไรเร็วๆ โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ต้องการทางลัด เราจึงเห็นบ่อยครั้งว่าเราสะดุด เราไปต่อไม่ได้ เพราะนั่นเรากำลังเดินด้วยขาข้างเดียว มันจึงหกล้ม ไม่ยั่งยืน แล้วเราจะยังมองข้ามอีกหรือ ทำไมไม่หันมาให้เวลากับมันบ้าง

เพราะ Soft Skills มันคือรากของความสำเร็จอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

ท่านในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อยกระดับ Soft Skills ให้มาเสริมสร้างศักยภาพด้าน Hard Skills เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้สมดุล เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

The role parents play with children attending classes at home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/pr-news/life/40004090

The role parents play with children attending classes at home


Owing to the Covid-19 pandemic, Thailand’s educational sector has had to transition from classrooms to online learning. As per the Office of the Basic Education Commission (Obec), schools must continue using online learning/teaching methods through the first semester of the 2021 academic year given the surge in infections.

For this new system to be successful, cooperation is required between the Education Ministry, school principals, teachers, students and most importantly, parents, who need to spend more time understanding the change in their children’s needs.

When a child, especially the very young, has to study online, it inevitably becomes the parents’ duty to provide the resources and manage the setup. This in many cases becomes challenging because remote study is still a new concept.

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at home

Children also must adapt to the new set up and change in their learning environment. Also, the lack of physical activity may cause additional stress for children. Online learning may not be suitable for young children, but most of us have no chance but to adapt to the “new normal”.

To make online learning effective for young children, parents must develop methods and techniques to get their kids happily involved in learning by doing the following:

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at home

Start with an open mind

Parents must open their minds to online learning, so they can make adjustments to ensure positive outcomes.

They should encourage their children to practice social skills, albeit virtually, by interacting with their teachers and friends.

Online learning also helps develop children’s IT skills and parents should set up a variety of online activities daily.

With the absence of school, children may start losing the discipline of waking up early, getting to school and sitting in their classroom focusing on what the teacher is saying. Parents, however, must be open-minded and accept that learning online can be more difficult, especially when children do not have other classmates sitting with them.

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at home

Setting up a schedule

Firstly, parents must know and understand their children’s concentration and attention level, as well as ability to learn certain subjects.

Without the need to go to school, a child’s daily life changes completely. They have more free time, and they may become fussy or refuse to pay attention when their class begins. To avoid this, parents should set up a daily “activity schedule” for their children.

Getting children involved in setting up a schedule that covers activities like waking up, studying, playing, eating, bathing, resting and going to bed will also give them a sense of purpose.

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at home

The second factor is setting up the right environment. Parents need to provide a suitable spot for their children to sit and study. The desk and chair should be of the right size to ensure the child has the correct sitting posture. The study area should also be quiet, not crowded or have any stimuli that may distract the child. School supplies should also be available and ready to use.

Parents must also understand teaching styles and coordinate with teachers to learn about their children’s potential, so appropriate arrangements can be made.

Parents also need to understand technology because online learning can be conducted via different devices, including computers, notebooks and tablets.

These devices and learning methods may be new to both parents and children, and it may take time for them to learn about the applications required for distance learning. Parents must also have to learn how to set up parental controls on the internet, but most importantly, they must set up rules for their children to follow.

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at homePay attention

Parents must also explore their own physical and emotional readiness, including their stress levels. Keep in mind that being irritated, stressed or losing your temper can affect your children’s studies. If parents are able to control their emotions, stay calm and cope with situations, children will also learn to do the same.

Pay special attention to preparing your child for online classes. Normally, children have activities before starting classes such as breakfast with friends, playing and doing morning exercise routines.

Parents should also set up similar activities for children to do before they start their online classes, such as doing some cardio exercise.

Spending at least 20 minutes on physical activity, such as running, cycling or kicking a football will help prepare the body and stimulate the brain to release dopamine and norepinephrine, key neurotransmitters associated with attention, concentration and self-control. However, do not do too much heavy exercise or it may make the child tired and sleepy.

Parents must also understand that children cannot be expected to always focus on the screen. In classrooms, children have a lot of distractions, and it is normal sometimes for them to lose interest in what is being taught.

Hence, parents should focus on what will keep their kids engaged as well as whether their children are understanding the lesson and if they can answer questions.

Parents should also do away with negative words like “no, don’t, not or stop” to prevent children from developing a bad attitude towards learning. For instance, sentences like “why don’t you listen to your teacher” or “don’t be silly, baby” will make them anxious and stop them from wanting to learn.

Instead, parents should show appreciation to their children for focusing on their studies and completing their assignments.

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at homeMany parents think their children get to interact with their teachers and classmates during classes, so no other activities need to be planned.

However, activities are necessary, not just for helping children relax after school but to also help them develop and strengthen familial bonds.

However, the most important thing is caring and realizing that online classes alone cannot help with children’s cognitive development.

For this, parents can invite their children to read, describe the environment around them or practice daily routines. Children should also be given simple household chores.

But the most important job for parents is to be by their children’s side when they are in trouble because for children, their parents are always their “important teachers, friends and toys”.

The role parents play with children attending classes at homeThe role parents play with children attending classes at home

By: Keerathi Oanmun, Occupational Therapist

Faculty of Physical Therapy, Mahidol University

Published : August 02, 2021

ส่องกองทัพน้องหมี Rare items เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660588

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

ส่องกองทัพน้องหมี Rare items เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick Absolute Siam Store เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick ขนทัพน้องหมี Rare items มาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop

Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมนำเสนอสินค้าสุดพิเศษ สำหรับเหล่าคอลเลคเตอร์และแฟนๆ Bearbrick ทั้งหลายบนช่องทาง OneSiam Ultimat Chat & Shop ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว กับ Rare items เด็ดมากมายที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจแน่นอน

Be@rbrick Flowers Bomber 1000% ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในไซส์ 1000% ขนาด 70 cm. เป็นการนำภาพกราฟิตี้หนึ่งในผลงานชิ้นที่โด่งดังที่สุดชิ้นนึงของ BANSKY อย่าง Flower Bomber มา collab ลงบนหมี เป็นแบร์บริคที่ฮิตสุดๆ นำไปวางมุมไหนก็สวยมากแน่นอน

Be@rbrick Mickey R&W 1000% ตัวยอดนิยมที่เป็นแนวการ์ตูนตอนนี้ต้องยกให้ Mickey เลย ด้วยดีไซน์รูปหน้าแบบน่ารักสุดๆ เป็นที่รู้จักของทุกคน ตัวนี้ห้ามพลาด นำไปตกแต่งบ้าน ออฟฟิศ หรือมอบเป็นของขวัญให้คนรู้ใจก็ได้เช่นกัน

Be@rbrick Tim 400% ตัวนี้เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ชอบน้องตัวขนๆ พลาดไม่ได้กับ Tim 400% ตัวนี้เป็นการนำการ์ตูนสุดฮิตนำมาทำเป็นแบร์บริค ดีไซน์หุ้มเป็นขน ซึ่งรุ่นที่เป็นขนได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งตัวนี้จะมีขนไม่มากเกินไปกำลังพอดี ใครชอบแบร์บริคแบบขนน่ารัๆ ต้องไม่พลาดคว้ามาสะสมไว้ในคอลเลคชั่น

Be@rbrick Joker 100%+400% สาวกโจ๊กเกอร์พลาดไม่ได้เลยกับตัวนี้ เพราะดีไซน์จากคาแรคเตอร์การ์ตูนและภาพยนตร์ชื่อดัง สีสันสวยงาม ใครที่ชอบแนวนี้ ตัวJoker เป็นอีกตัวที่น่าสะสมทีเดียว

Be@rbrick Andy Muhammad Ali 100%+400% ตัวนี้เป็นการ collab โดยการนำนักกีฬาชื่อดังระดับโลกอย่าง Muhammad Ali มาดีไซน์ลงบนตัวของหมีแบร์บริค ใครชื่นชอบและเป็นทั้งแฟนกีฬาและแฟนแบร์บริคควรเก็บสะสมไว้ได้เลย มาเป็นแพคคู่ ตัว 100% และ 400% ใครชื่นชอบตัว 1000% ก็มีเช่นกัน

Be@rbrick Vangogh Self Protrait 1000% ส่วนตัวนี้เรียกได้ว่าสาวกBe@rbrick พลาดไม่ได้กับVangogh Self Protrait ด้วยการออกแบบร่วมกับศิลปินชื่อดัง ทั้งดีไซน์ลาย ที่ทำลงบนผิวของตัวหมี ตัวนี้จะเงานิดนึง สวยมาก เป็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสะสมเลย ทั้งลาย ดีไซน์และ ความนิยม วางตั้งตรงไหนสวยเท่แน่นอน

Be@rbrick Keith Haring6 100%+400% ตัวนี้สีสันโดดเด่นมากๆ มาพร้อมกับไซส์ 100% ขนาด 7 cm. 400% ขนาด 28 cm. มาเป็นคู่ในกล่องเดียวกัน เป็นลายศิลปะแนวป๊อบอาร์ตที่มีชื่อว่า Heart Face จากยุค 80 ของ Keith Haring บนพื้นหลังสีขาว สกรีนลงทั่วตัวของหมีแบร์บริค

ปิดท้ายกับ Be@rbrick Betty Boop 1000% Betty Boop ตัวนี้วางตรงไหนรับรองว่าสวยแน่นอน ด้วยหน้าตาของหมีที่น่ารัก สีที่ตัดกันเด่นชัด รวมทั้งเป็นการนำตัวการ์ตูนชื่อดังมาดีไซน์เป็นแบร์บริค ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก

ไม่เพียงแต่แบร์บริคที่โดดเด่นเหล่านี้ ยังมีแบร์บริคดีไซน์เท่ๆ น่ารักๆ อีกมากมายให้เลือกสรร สามารถเข้าไปช้อปชมกันได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop @Absolute Siam Store หรือ Line@ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

Piaget Sunlight คอลเลคชั่นใหม่จากแสงแห่งดวงอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660306

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

Piaget Sunlight คอลเลคชั่นใหม่จากแสงแห่งดวงอาทิตย์อัพเดตแฟชั่นปลายปี ซูม 3 คอลเลกชั่นใหม่จาก Piaget แบรนด์ดังที่หยิบเอาแสงอาทิตย์มาเป็นแรงบันดาลใจ ส่งความสดใสให้ปลายฤดูฝนนี้

แสงอาทิตย์คือแหล่งกำเนิดของทุกชีวิต

เป็นความมหัศจรรย์ที่ปลุกโลกของเราให้ตื่นขึ้นพร้อมกับความสว่างไสว ไม่ว่าจะเป็นแดดอ่อน ๆ ในบรรยากาศท้องฟ้ายามเช้า, ไออุ่นที่มอบให้เราตลอดทั้งวัน หรือแม้แต่ช่วงเวลารื่นรมย์ยามเย็นก่อนลาลับขอบฟ้า โดยดวงอาทิตย์ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ชิ้นงานของเพียเจต์เรื่อยมา เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ความสดใส และความปิติยินดี ที่สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดี และจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของเมซงได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ

และนี่คือคอลเลคชั่นใหม่จากดวงอาทิตย์ ที่แต่ละชิ้นผสมผสานความอบอุ่นและความเจิดจรัสของทองคำในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่พร้อมให้คุณเปล่งประกายได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

From Dawn to Dusk

ปีนี้ เพียเจต์ปล่อยคอลเลคชั่นเครื่องประดับ Piaget Sunlight อีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเดินทางของดวงอาทิตย์ ขณะเคลื่อนผ่านท้องฟ้าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และเพื่อหยิบความเจิดจรัสเฉพาะตัวในแต่ละช่วงเวลามาถ่ายทอด นักอัญมณีศาสตร์และทีมนักออกแบบของเมซงจึงใช้หลัก “camaieu” กับอัญมณีที่เป็นเฉดสีเดียวกันเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ให้เปล่งประกายอย่างมีเอกลักษณ์และสมจริงมากที่สุด – ไม่เพียงแต่ความยากในการตามหาหินล้ำค่าเพื่อให้ได้เฉดสีที่สมบูรณ์แบบตามต้องการ แต่การประดับอัญมณีก็ใช้ความทุ่มเทไม่แพ้กัน อาทิ จี้เพียงชิ้นเดียวใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงในการฝังอัญมณีแต่ละเม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting

The Magic of Dawn

แสงแรกแห่งรุ่งอรุณคือช่วงเวลามหัศจรรย์ที่ปลุกให้เราก้าวเข้าสู่วันใหม่ โมเมนต์อันเงียบสงบของดวงอาทิตย์ขณะเริ่มพ้นจากขอบฟ้า ช่วยขับกล่อมบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหวังและคำมั่นสัญญา เป็นอีกวันที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น – เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษนี้ เพียเจต์ได้เปิดตัวแหวนโรสโกลด์ 18 กะรัต ใหม่ 2 วง; Piaget Sunlight Rose Gold Ring (G34R0500) ดีไซน์เรียบ และ Piaget Sunlight Rose Gold Diamond Ring (G34R0600) ที่จำลองภาพขณะพระอาทิตย์ขึ้น ผ่านงานแกะสลักอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซงอย่าง Palace Décor พร้อมประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 19 เม็ด

Watching the Sunrise

ดวงอาทิตย์กำลังหยอกล้อเล่นแสงกับสิ่งรอบตัวอย่างช้า ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำค้างบนยอดหญ้า ไปจนถึงนกบนต้นไม้ที่ขับกล่อมเช้าวันใหม่ด้วยบทเพลงอันแสนไพเราะ ประกายระยิบระยับที่ส่องมาจึงเป็นเหมือนการเติมพลังเพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีชีวิตชีวา

Piaget Sunlight Pendant (G33R1500) จี้รูปดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ตกแต่งด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินที่แตกต่างกันถึงสามเฉดสี (อัญมณี 98 เม็ด ราว 2.15 กะรัต) รายล้อมไปด้วยแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าซึ่งประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 61 เม็ด (ราว 0.96 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R0900) แหวนไวท์โกลด์เข้าคู่ที่แฝงดีเทลของรัศมีแสงอาทิตย์ไว้ด้านข้างตัวเรือน ตกแต่งด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.33 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

ต่อด้วยตุ้มหูในธีมสีเดียวกันกับ Piaget Sunlight Hoops Earrings (G38R7400) ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัต 18 เม็ด (ราว 0.11 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 36 เม็ด (ราว 0.52 กะรัต)

นอกจากนี้ ยังมี นาฬิกา Limelight Gala Sunrise (G0A46183) เรือนเวลาที่หยิบประกายงามของดวงอาทิตย์ยามเช้าขณะซ่อนตัวอยู่หลังก้อนเมฆมาเล่าเรื่องราว – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีน้ำเงินไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) หน้าปัดประดับเพชรกว่า 289 เม็ด (ราว 1.76 กะรัต) ซึ่งแต่ละเม็ดถูกฝังอย่างประณีตด้วยเทคนิค Snow Setting เข้าคู่สายรัดข้อมือที่ตกแต่งด้วยเทคนิคงานฝีมือแบบ Palace Décor ผลิตจำกัดเพียง 18 เรือน ซึ่งแต่ละชิ้นมีหมายเลขกำกับไว้

The Sun at its Zenith

แสงเหลืองอร่ามเหนือศีรษะ ยามเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นถึงจุดสูงสุด คือช่วงเวลาอันทรงพลังที่เมซงหยิบมาสะท้อนถึงความกระตือรือร้น และการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณเอง ดังปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า “Always doing better than necessary” และนี่คือเหล่าชิ้นงานที่ประดับประดาด้วยเพชรและแซฟไฟร์สีเหลือง เพื่อเฉลิมฉลองโมเมนต์ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

อย่างแรกคือ Piaget Sunlight Pendant (G33R1600) จี้สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ประดับด้วยแซฟไฟร์สีเหลืองสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต 98 เม็ด (ราว 2.15 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 61 เม็ด (ราว 0.96 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R1000) แหวนเข้าคู่ที่เจิดจรัสด้วยประกายทองของเยลโลว์โกลด์ ตกแต่งด้านข้างตัวเรือนด้วยลวดลายรัศมีแสงอาทิตย์ ประดับแซฟไฟร์สีเหลืองสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.35 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

Piaget Sunlight Hoop Earrings (G38R7500) ตุ้มหูในธีมสีเดียวกัน ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีเหลือง 18 เม็ด (ราว 0.09 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 36 เม็ด (ราว 0.52 กะรัต)

ปิดท้ายธีมด้วย Limelight Gala Sunlight (G0A46189) เรือนเวลาที่หยิบยืมความเจิดจรัสของดวงอาทิตย์ ขณะหยอกล้อเล่นแสงยามเที่ยงวันมาเป็นแรงบันดาลใจ – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ผสมผสานแซฟไฟร์ บริลเลียนต์คัตสีเหลืองไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) กับเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ไว้อย่างเข้ากัน หน้าปัดประดับเพชร 289 เม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting จับคู่สายรัดข้อมือไฮจิวเวลรี่ที่สอดประสานเพชรบริลเลียนต์คัต 267 เม็ด 327 เม็ด (ราว 11.83 กะรัต) และแซฟไฟร์สีเหลืองน้ำงามอีก 124 เม็ด (ราว 4.58 กะรัต) ได้อย่างโดดเด่น ทั้งยังมอบสัมผัสที่บางเบาเป็นเนื้อเดียวกับข้อมือ ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น

Sunset Time

ถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้า เหลือทิ้งไว้เพียงประกายนวลสีชมพูอมม่วง โมเมนต์แสนโรแมนติกที่ไม่ว่าใครก็อยากแบ่งปันร่วมกับคนที่รู้ใจ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และความสนุกสนานที่คาดไม่ถึง

โดยเมซงถอดรหัสความโรแมนติกเมื่อยามพระอาทิตย์ตก ผ่านประกายนวลของโรสโกลด์ 18 กะรัต กับ 4 ชิ้นงานที่น่ายินดี เริ่มต้นด้วย Piaget Sunlight Pendant (G33R1700) จี้สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ประดับด้วยแซฟไฟร์สีชมพูสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต 110 เม็ด (ราว 2.38 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 49 เม็ด (ราว 0.79 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R1100) แหวนเข้าคู่ที่สะท้อนประกายงามของท้องฟ้ายามเย็นได้เป็นอย่างดี ตัวเรือนด้านข้างตกแต่งด้วยลวดลายรัศมีแสงอาทิตย์ ประดับแซฟไฟร์สีชมพูสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.35 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

Piaget Sunlight Hoop Earrings (G38R7600) ตุ้มหูตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพู 36 เม็ด (ราว 0.62 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 18 เม็ด (ราว 0.09 กะรัต)

Limelight Gala Precious Sunset (G0A46182) เรือนเวลารับซัมเมอร์ที่มาพร้อมประกายอบอุ่นของดวงอาทิตย์ยามอัสดง – ตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพูไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ตัดรับกับหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีขาวได้อย่างลงตัว จับคู่สายรัดข้อมือซาตินสีขาว ผลิตจำกัดเพียง 50 เรือน

Three Piaget Sunlight Diamond Creations

ปิดท้ายการเดินทางของดวงอาทิตย์ในปีนี้ด้วย ชุดสร้อยคอ, สร้อยข้อมือ และตุ้มหู ที่ให้คุณคอมพลีทลุคได้หลากสไตล์ ทุกชิ้นทำขึ้นจากไวท์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมแต่งแต้มประกายของแสงอาทิตย์ด้วยเพชรเม็ดงาม

Piaget Sunlight Necklace (G37R5600) สร้อยคอประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 7 เม็ด (ราว 0.42 กะรัต) จับคู่สร้อยข้อมือดีไซน์เดียวกัน Piaget Sunlight Bracelet (G36R1000) ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 7 เม็ด (ราว 0.43 กะรัต) มิกซ์แอนด์แมตช์ ด้วย Piaget Sunlight Drop Earrings (G38R7700) ตุ้มหูประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 8 เม็ด (ราว 0.54 กะรัต) ที่สวมใส่ได้ถึงสามแบบ 1) แบบสั้นด้วยโซ่เพียงเส้นเดียว 2) แบบยาวโดยให้ส่วนที่ยาวกว่าอยู่ด้านหลังใบหู หรือ 3) แบบอสมมาตรด้วยสายโซ่สองเส้นในข้างเดียว

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Piaget #PiagetSunlight

“รู้รอบ รู้ลึก” ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไปจากมุมมอง SEAC #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660300

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 14:01 น.

“รู้รอบ รู้ลึก” ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไปจากมุมมอง SEAC“รู้รอบ รู้ลึก” แบบ T-Shaped & M-Shaped Skills ทักษะที่ผู้นำ คนทำงานทุกระดับต้องมี ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไป จากมุมมอง SEAC และ 3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022

เคยมีคำถามว่า ถ้าเราในฐานะผู้นำ ลงทุนใน “คน” หรือ “พนักงาน” แต่เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป กับ ถ้าเราไม่ได้ลงทุนอะไรเลยในพนักงานของเรา แล้วเขาอยู่กับเราตลอดไป ตัวเลือกไหนจะเป็น สิ่งที่น่าเสียดายมากกว่ากัน? จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องเลือกพัฒนาทักษะให้กับทั้งตัวเราและคนทำงานตลอดเวลา เพราะแน่นอนว่าทักษะเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ผ่านไปนานวันเข้าจะเข้าสู่ระยะหมดอายุ และไม่สามารถใช้งานได้อีก คีย์เวิร์ดสำคัญของเกมส์การอยู่รอดในครั้งนี้คงหนีไม่พ้น การเร่งปรับตัว เพื่อรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยิ่งสำหรับคนทำงานในยุควันนี้ ที่ต้องเจอกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การใช้ทักษะเพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ รวมถึงสร้างผลลัพธ์ในบริบทงานที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถใช้ชุดทักษะในสายงานที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว ขับเคลื่อนผลลัพธ์ใหม่ด้วยความรวดเร็วได้ แต่จำเป็นต้องพัฒนาทักษะแวดล้อมให้มีความคล่องตัว และสามารถส่งมอบผลลัพธ์ (Job Outcomes) ด้วยการเติมทักษะรอบด้าน ที่จำเป็นในการทำงานรูปแบบใหม่ของแต่ละกลุ่มงาน (Job-based skills) กล่าวคือคนทำงานต้องมีความรู้และทักษะที่นอกเหนือจากสายงานของตัวเอง เรียกได้ว่า ยิ่งมี ”ทักษะรอบด้าน” มากเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบ มากเท่านั้น โดยตระหนักรู้เสมอว่า การพัฒนาตัวเองและเพิ่มทักษะเป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” และต้องทำให้เร็วที่สุด หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Director of Product Marketing, YourNextU by SEAC (เอสอีเอซี) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ปัจจุบัน การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “คน” รวมไปถึงธุรกิจในหลากหลายภาคส่วน ล้วนถูกผลกระทบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจถดถอย ภาวะตกงาน จนทำให้เกิดอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความท้าทายใหม่ของคนทำงานในทุกๆ ระดับที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่เปลี่ยนไป คนเก่งในองค์กร อาจจะกลายเป็นแค่คน(เคย)เก่ง เมื่อไม่สามารถทำวิธีเดิมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิม บนบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนไป องค์กรต่างๆ กำลังต้องการสร้าง Multi-Skills Talent Pool ที่ช่วยให้องค์กรยืดหยุ่น คล่องตัวมากขึ้น และทลาย Silo ให้คนในองค์กรที่แตกต่างกันสามารถต่อยอดและทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น นิยามความเก่ง เปลี่ยนไป จนหลายๆ คนเกิดการตั้งคำถามที่ว่า ถ้าอยากเป็นคนเก่งยุคนี้ต้องเริ่มจากอะไร?

“SEAC ในฐานะผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำเสมอ คือ เราต้องการกระตุ้นให้คนไทยเกิดการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ บุคลากรและกลุ่มคนทำงานทุกระดับ ทั้งเรื่องของ Mindset, Hard Skills และ Soft Skills โดยเฉพาะการเรียนรู้เพื่อสร้างคนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) ในแบบ T-Shaped และ M-Shaped Skills เพื่อพัฒนาทักษะทั้งแนวลึกและแนวกว้างที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผนวกกับ Learning Mindset ซึ่งทำให้คนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) มีความได้เปรียบ และเป็นที่ต้องการขององค์กรยุคนี้ เพราะนอกจากมีทักษะการเรียนรู้ที่ “รู้รอบ รู้ลึก” แล้ว ยังผนวกองค์ความรู้ต่างๆ และเปิดรับสิ่งใหม่ ทำให้สามารถหมุนตัวเองและทำงานที่หลากหลายอย่างคล่องตัวและเชี่ยวชาญ”

3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022

การหมั่นพัฒนาทักษะไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยน หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน คือ ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนเดียวกัน และเพื่อนร่วมงานของคุณ มี Growth Mindset มองวิกฤติให้เป็นโอกาส กลับกันที่คุณมี Fixed Mindset ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพื่อนร่วมงาน ก็จะนำหน้าไปก่อนอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับ องค์กรที่บริหารคนมากมาย อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ไวคือการที่องค์กรไปให้ความสำคัญกับเครื่องมือในการช่วยเหลือมากเกินไป โดยละเลยพื้นฐานสำคัญ อย่าง Mindset จึงทำให้ไม่สามารถเกิดการ Transform อย่างแท้จริง

· ทักษะการบริหารจัดการตัวเอง (Self-Management Skills) – เริ่มต้นที่ Mindset ว่าทำอย่างไรจะสามารถจัดการกับปัญหาหรือความเครียดที่เกิดขึ้น การมีมุมมองความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์จะทำให้เราสามารถปรับมุมมอง (Reframe) ต่อสถานการณ์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี พอเห็นโอกาสเกิดขึ้น เราก็จะสามารถกระตุ้นตัวเราไปให้ถึงเป้าหมาย

· ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Interpersonal Skills) – การทำงานร่วมกับคนที่แตกต่างให้สามารถต่อยอดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีได้ โดยอาศัย การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และการรับฟัง (Listening) ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม ความท้าทายใหม่จะเกิดขึ้นระหว่างหัวหน้าและลูกน้องทั้งในและนอกแผนก อีกทั้ง ใครๆ ก็สามารถเป็นผู้นำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ และตัวบุคคลเองก็สามารถมีทักษะ ภาวะผู้นำในตนเอง (Self-Leadership) หากเข้าใจถึงภาพใหญ่ว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนการกระทำแบบเดิมๆ เพื่อมุ่งพิชิตเป้าหมายองค์กรไปด้วยกัน

· ทักษะการรู้รอบด้านในแต่ละสายงาน (Job-based skills) – เมื่อความรู้มีวันหมดอายุ ทักษะการรู้รอบด้านในสายงานที่เกี่ยวข้อง คือสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ ทั้งระดับผู้บริหารหรือคนทำงานต้องรีสกิลหลากหลายทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกทุกวันนี้ เสริมทักษะการทำงานรอบด้าน ผสมผสานทั้ง Hard Skills และ Soft Skills สู่การนำไปสร้างผลงานให้โดดเด่นได้ทันที

“สิ่งนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด YourNextU by SEAC สังคมการเรียนรู้คุณภาพ ที่ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากถึง 30,000 คน เราอยากให้คนไทยได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยแนวคิดที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้สู่มิติใหม่ มองการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผสมผสานวิธีการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน (Blended Learning) จัดสรรให้เข้ากับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล (Personalized Learning) และเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน โดย YourNextU by SEAC ได้รวบรวมหลักสูตรชั้นนำจากสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลก อย่าง The Arbinger Institute และ The Ken Blanchard Companies เป็นต้น เพื่อสร้างบริบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้เรียนด้วยคอร์สการเรียนรู้ อาทิ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) วิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Outward Mindset) ทักษะการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) กระบวนการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ศาสตร์แห่งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การพัฒนาบริหารทีม (E3s Leader Series – Engage Empower Execute) และคอร์สทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อโลกทำงานปัจจุบันและในอนาคต ล่าสุด YourNextU by SEAC ออกหลักสูตรคอร์สเรียนออนไลน์และ Virtual Classroom สอนสดผ่านซูม “Job-based Skills Pack” ที่มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เหมาะกับบริบทของแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็น Digital Marketing, Sales, Data Analyst, Human Resources และสายอาชีพอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาด ตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

นางสาวนิภัทรา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและผันผวนของโลกในปัจจุบัน ทักษะวิธีการที่เคยใช้ได้ดีในวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำมากกว่านั้นคือ การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องให้เท่าทันบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมิติการอัพสกิลมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการอัพสกิลให้รู้รอบด้านในสายงานปัจจุบัน (Job-based skills) การอัพสกิลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง แต่เป็นการจับเทรนด์โลก (World Trends Captured Skills) ว่าสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปนั้นมีผลกระทบต่อเรามากน้อยแค่ไหน หรือ การอัพสกิลที่สอดคล้องกับแพชชั่นเป็นหลัก เช่น ถ้าวันนี้ไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว อยากทำอาชีพอะไร เพราะความรู้หมดอายุเร็วมาก ต้องหมั่นเติมเสริมสร้างคุณค่าในตัวเอง ให้เป็นคนที่สดใหม่ ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน”

ค้นพบหลักสูตรแรก Digital Marketing ในหมวด Job-based Skills Pack ที่ YourNextU ได้ทำการสำรวจและ รวมทักษะที่บริษัทชั้นนำมองหาในนักการตลาดดิจิทัล เรียกได้ว่าหากอยากรุ่งในสายงานนี้ ทักษะพวกนี้ต้องมี ถ้ายังไม่มี ต้องรีบแล้ว! มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เลือกเรียน Virtual Class ได้ไม่จำกัด สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานและธุรกิจของคุณได้จริง เรียนรู้ไปด้วยกันกับ YourNextU by SEAC คลิกเลย https://www.yournextu.com/th/Digital-maketing-5skills

เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ วนัช เฟิร์ส ร่วมงาน คาร์เทียร์ อีกขั้นของความหรูหราสุดพรีเมียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660265

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:55 น.

เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ วนัช เฟิร์ส ร่วมงาน คาร์เทียร์ อีกขั้นของความหรูหราสุดพรีเมียมวนัช เฟิร์ส ตอกย้ำความเป็น Luxury Wedding จับมือแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลก คาร์เทียร์ เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดหรูขึ้นปกนิตยสารดัง L’officiel Wedding Thailand

การจับมือกันครั้งแรกของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่น ระหว่างห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส และแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลก คาร์เทียร์ ที่มาร่วมถ่ายทอดผลงานคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง L’officiel Wedding Thailand ซึ่งครั้งนี้ทาง ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดกว่า 12 ชุด ด้วยสองนางแบบ ชื่อดัง อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563  และ แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์ชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทยที่ถูกยกให้เป็น Luxury Wedding ภายใต้การกำกับดูแลของ สรรค์ สุดเกตุ เจ้าของห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส และ วนัช กูตูร์ โดยคอนเซปต์ของชุดที่ทางดีไซเนอร์ ได้วางเอาไว้ถ่ายแบบร่วมกับ คาร์เทียร์ ในครั้งนี้ ต้องการที่จะสื่อถึงความเป็นเจ้าสาวโซนเอเชีย ถึงแม้นางแบบที่เลือกใช้จะเป็นสาวไทยลูกครึ่ง ทั้งอแมนด้า และแพทริเซีย แต่ทั้งสองสาวก็สามารถ่ายทอดผลงานชุดแต่งงานออกมาได้อย่างงดงาม มีความสวยหวานละมุน และโดดเด่นแบบชาวตะวันออก ซึ่งมูลค่าของชุดที่นางแบบทั้งสองใส่นั้นมีมูลค่ารวมสูงถึงหนึ่งล้านบาท เลยทีเดียว

สรรค์ สุดเกตุ ได้กล่าวถึงคอลเลคชั่นชุดแต่งงานในครั้งนี้ว่า “นับเป็นโอกาสที่ดีมากๆที่ห้องเสื้อของเราได้ร่วมงานกับ   แบรนด์ใหญ่ ๆ ระดับโลก อย่าง คาร์เทียร์ ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นและหัวใจพองโตมาก ๆ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นและได้สัมผัสผลงานของเราที่พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในคอลเลคชั่นนี้ที่เราเน้นความพรีเมียมและหรูหราเป็นพิเศษด้วยงานปักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคริสตัล ไข่มุก และหินต่างๆ รวมทั้งรูปแบบของชุดที่มีความหลากหลายและมีสไตล์เฉพาะตัว ดีเทลของชุดเราเน้นเลเยอร์ของผ้า และ การนำผ้ามาจับเดรป หรือ ขยุ้มให้มีระบาย เป็นสไตล์ของแฟชั่นชุดแต่งงานแบบเอเชียนลุค ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้านิยมสวมใส่ในงานแต่งงาน และครั้งนี้เราได้นางแบบสาวลูกครึ่ง คุณอแมนด้า และ คุณแพทริเซีย สองสาวสองสไตล์ที่สามารถถ่ายทอดผลงานออกมาได้สวยงาม ตรงคอนเซ็ปต์ และ ตรงใจเรามากที่สุด และด้วยความเพอร์เฟคทั้งหมดนี้ ทำให้ห้องเสื้อของเราได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ มากเลยทีเดียว แถมยังได้แฟนคลับมากขึ้นอีกด้วย        

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดแต่งงานของทางห้องเสื้อวนัช เฟิร์ส และ วนัช กูตูร์ สามารถติดตามผลงานทั้งหมดได้ผ่านทาง https://www.facebook.com/Vanus-First  และ www.facebook.com/vanuscouture

ฉลองครบรอบ 200 ปี ‘มองซิเออร์หลุยส์ วิตตอง’ และจิตวิญญาณแห่งการเดินทางอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660227

วันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 16:25 น.

ฉลองครบรอบ 200 ปี ‘มองซิเออร์หลุยส์ วิตตอง’ และจิตวิญญาณแห่งการเดินทางอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์เฉลิมฉลองแด่วาระครบรอบ 200 ปี ของมองซิเออร์หลุยส์ วิตตอง บุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรหลุยส์ วิตตอง กับจิตวิญญาณแห่งการเดินทางอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์

บุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรหลุยส์ วิตตองเสมอมาจะเป็นใครไม่ได้นอกจากผู้ก่อตั้ง “มร.หลุยส์ วิตตอง” และเพื่อเป็นการรำลึกถึงบุคคลผู้อันเป็นตำนานซึ่งเกิดในวันที่ 4 สิงหาคม ปีค.ศ.1821 ได้เวียนมาบรรจบครบรอบ 200 ปีในปีนี้ หลุยส์ วิตตองจึงเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญไปพร้อมกันทั่วโลกด้วยซีรีส์โปรเจ็กต์สุดสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ โดยจะมุ่งเน้นไปที่การสืบทอดจิตวิญญาณแห่งการเดินทางอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของ มร.หลุยส์ วิตตอง พร้อมทั้งก้าวไปกับอนาคตข้างหน้าด้วยความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกในยุคปัจจุบัน

ตลอด 2-3 เดือนข้างหน้านี้ เรื่องชีวิตและตำนานของ มร.หลุยส์ วิตตอง ผู้เป็นทั้งนักผจญภัย นักธุรกิจ นักออกแบบ และนักรังสรรค์นวัตกรรมใหม่ จะถูกนำเสนอผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การร่วมงานกับนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอเกมที่มีการฝัง NFTs (โทเคนที่เป็นสิทธิ์ของเกมเมอร์), วินโดว์ดิสเพลย์หน้าร้านหลุยส์ วิตตองที่จัดแสดงหีบเดินทางอันเลื่องชื่อที่จะนำเสนอผลงานจากการร่วมมือของศิลปินจำนวน 200 คน, งานจิตรกรรมภาพมร.หลุยส์ วิตตองขนาดใหญ่ในรูปแบบ triptych โดย Alex Katz, นวนิยายเกี่ยวกับชีวิตและเจตจำนงของมร.หลุยส์ วิตตองที่แต่งขึ้นโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศส Caroline Bongrand (คาโรลีน บงกรองด์) ซึ่งตีพิมพ์ในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษโดยสำนักพิมพ์ Gallimard (กัลลิมาร์) ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป รวมถึง Looking for Louis สารคดีที่หวนรำลึกถึงเรื่องราวในวัยเด็กของหนุ่มนักบุกเบิกจากจุดเริ่มต้นอันแสนยากลำบาก ไปสู่บุคคลผู้เป็นตำนานอมตะนิรันดร์กาล โดยจะฉายให้ชมทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆ ป็นต้น กล่าวได้ว่าความยิ่งใหญ่ของโปรเจกต์นี้นั้นเป็นมากกว่าการอุทิศแด่บุคคลสำคัญปกติทั่วไป หากแต่คือการเผยแพร่เรื่องราวการเดินทางของนักเก็บเกี่ยวประสบการณ์ผู้จุดประกายแรงบันดาลใจอันเป็นนิรันดร์ให้กับผู้คนทั่วโลก เสมือนว่ามร. หลุยส์ วิตตอง ยังคงมีมีชีวิตอยู่กับผลงานต่างๆที่รังสรรค์อันไม่มีวันสิ้นสุด

เรื่องราวจากจุดเริ่มต้นในอดีตของ มร.หลุยส์ วิตตอง ในวัย 13 ปีที่ออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนในเมืองอองเชย์ หุบเขาฌูรา ด้วยการเดินเท้าจนมาถึงมหานครปารีสในอีกสองปีให้หลัง และภายหลังจากฝึกงานกับช่างทำหีบเดินทางชื่อดังอย่าง Romain Maréchal (โรแมง มาเรชาล) เขาจึงก่อตั้งเมซงของตนเองขึ้นในปีค.ศ.1854 ณ ถนน Neuve-des-Capucines (เนิฟ-เดส์-กาปูซีนส์) ที่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส Place Vendôme (ปลาส ว็องโดม) ซึ่งเป็นสถานที่ให้กำเนิดแฟชั่นเฮาส์ใหญ่ๆ มากมาย ด้วยความสัมพันธ์อันดีกับกูตูริเยร์ Charles Federick Worth (ชาร์ลส์ เฟรเดอริค เวิร์ธ) ทั้งยังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งช่างทำกล่องและหีบเดินทางถวายจักรพรรดินีเออเฌนี จึงทำให้มร.หลุยส์ วิตตอง ได้สั่งสมชื่อเสียงของตนเอง รวมถึงสัญชาตญาณที่บอกเขาว่ากระเป๋าเดินทางจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดการปฏิวัติด้านการคมนาคม เขาจึงพัฒนาแคนวาสที่มีคุณสมบัติกันน้ำขึ้นมาและออกแบบหีบเดินทางที่มีฝาปิดทรงเรียบแบน ซึ่งเข้ามาปรับเปลี่ยนประโยชน์การใช้สอยของหีบเดินทางไปอย่างสิ้นเชิง โดยทั้งหมดล้วนเกิดมาจากความเฉลียวฉลาดและทักษะความชำนาญของเขานั่นเอง

จากอดีตสู่ปัจจุบัน เป็นเสมือนการสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่าง มร.หลุยส์ วิตตอง ผู้ริเริ่มบุกเบิกการทำหีบเดินทาง กับนักคิดนักสร้างสรรค์ยุคปัจจุบันที่กำลังพยายามท้าทายกับผลงานของตนเองให้บรรลุเป้าหมาย การนำเสนอการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ โดยแทนที่จะจัดเป็นนิทรรศการทั่วไป มาสู่รูปแบบการนำเสนอด้วยวิธีใหม่อันเต็มไปด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลินเช่นนี้จะเป็นการเชื้อเชิญกลุ่มคนที่ชื่นชอบและหลงใหลในแบรนด์หลุยส์ วิตตอง มาร่วมสืบค้นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมซงแห่งนี้ในบริบทร่วมสมัยไปพร้อมกัน

ประเดิมงานแรกกับ Louis: The Game ที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดทาง App Store และ Google Play for Android ในวันที่ 4 สิงหาคมเป็นต้นไป ในขณะเดียวกันร้านหลุยส์ วิตตองทั่วโลกจะมีการจัดวินโดว์ดิสเพลย์เฉลิมฉลองแด่วาระครบรอบ 200 ปีของ มร.หลุยส์ วิตตองซึ่งจะเผยโฉมไปพร้อมกัน โดยจะสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการที่ศิลปินผู้เปี่ยมความสามารถจากหลากหลายวงการจำนวน 200 คนได้ตีความและถ่ายทอดมุมมองความเป็นมร.หลุยส์ วิตตอง บุรุษผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ในด้านองค์ความรู้และผลงานคุณภาพชั้นเลิศ ออกมาในแบบฉบับของตนเอง นอกจากนี้ยังมีหนังสือนวนิยาย สารคดี และแชมเปญเอดิชั่นพิเศษ และผลงานศิลปะตามมาอีกจนถึงสิ้นปี 2021

ไมเคิล เบิร์ค ประธานและซีอีโอของหลุยส์ วิตตอง กล่าวว่า “นวัตกรรมที่ช่วยหล่อหลอมประวัติศาสตร์ของหลุยส์ วิตตอง มาจากจุดเริ่มต้นของมุมมองที่ต้องการขับเคลื่อนไปยังอนาคตข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งล้วนเกิดขึ้นมาจากจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักบุกเบิกของมร.หลุยส์ วิตตอง เราขอยกย่องชื่นชมถึงความสามารถในการเป็นบุคคลสำคัญแห่งยุคสมัยของเขา ตลอดจนถึงยุคสมัยของเราที่เข้ามาปฏิวัติวงการให้เปี่ยมไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์”

ติดตามเรื่องราวครบรอบ 200 ปีของ มร.หลุยส์ วิตตอง พร้อมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.th.louisvuitton.com