อย่าให้อายุมาพรากความเยาว์วัย เพราะเพียงแค่ฟันสวยก็ช่วยได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659452

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 13:30 น.

อย่าให้อายุมาพรากความเยาว์วัย เพราะเพียงแค่ฟันสวยก็ช่วยได้“ฟันผุ 1 ซี่ อาจเป็นชนวนก่อโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย” รองศาสตราจารย์ ทพญ.อารยา พงษ์หาญยุทธ รักษาการคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เผยหากดูแลช่องปากและฟันดีๆ ฟันแท้สามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต แม้แต่การมีใบหน้าอ่อนเยาว์ก็เกิดจากการมีฟันที่ดีเช่นกัน

“ฟัน” เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่สามารถบ่งบอกช่วงวัยได้ ดังนั้น การดูแลรักษาสุขอนามัยของช่องปากและฟันที่ดี ถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างบุคลิกให้ดูดีราวกับถูกสตัฟฟ์ให้ดูอ่อนเยาว์ไปตลอดชีวิต คณะทันตแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แชร์ข้อมูลดีๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าอายุไม่สามารถเอาชนะคุณได้ และสถาบันฯ ยังพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดูแลสังคมไทย ให้มียิ้มสวย ใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง

รองศาสตราจารย์ ทพญ.อารยา พงษ์หาญยุทธ รักษาการคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า การที่คนเราจะมีฟันที่ดีได้ ต้องเริ่มต้นดูแลรักษาฟันตั้งแต่วัยเด็ก ทว่า ในประเทศไทยผู้สูงวัยประมาณ 60% กลับมีฟันไม่ถึง 20 ซี่!!  บางคนมีปัญหาฟันเก ฟันยื่น หรือสีฟันไม่ปกติ ทำให้ไม่ค่อยกล้ายิ้ม หรือใช้มือปิด เพราะไม่มีใครอยากให้เห็นฟันไม่สวย ทำให้ทุกวันนี้การดูแลรักษาฟัน และการจัดฟันจึงเข้ามีบทบาทสำคัญในด้านความสวยความงามเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่การดูแลรักษาแต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนใบหน้าและบุคลิกของคน ๆ หนึ่งให้ดูดี แลดูอ่อนกว่าวัยขึ้นมาได้ 

ที่สำคัญคือ ฟันยังช่วยในเรื่องสัดส่วนและความอูมของใบหน้าให้สวยงามขึ้น สังเกตว่าคนแก่ถ้าไม่มีฟัน บริเวณริมฝีปากจะผลุบเข้าไปด้านในส่งผลให้กรอบของใบหน้าหน้าสั้นลง ดังนั้นการมีฟันจะช่วยรักษาสัดส่วนของปาก และรักษากรอบของใบหน้า ฟันจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างความมั่นใจบนใบหน้ากับคน ๆ หนึ่งเลยทีเดียว 

แม้ว่าปีนี้ (2564) ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด เพื่อก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะทันตแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่องปากและฟันให้กับคนไทย ภายใต้พันธกิจ “We committed to providing lifelong optimal oral health care for all” เพราะสุขภาพฟันที่ดี ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมตลอดชีวิต เริ่มตั้งแต่ฟันซี่แรก จนสูงวัยไม่จำกัดอายุ เพราะช่องปากเป็นเสมือนด่านแรก ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี และยิ้มสวย

“สถาบันฯ กำลังพัฒนานวัตกรรมที่จะสามารถทำให้ผู้ป่วยสามารถทำฟันด้วยระบบดิจิทัล เพื่อลดขั้นตอนการทำฟันให้ง่าย และรวดเร็วกว่าเดิม รวมทั้งมีความแม่นยำสูง โดยให้การดูแลผ่านการบริการที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน (Friendly to user) และการให้ความรู้ผ่านเทคโนโลยีและแอปพลิเคชั่น เพื่อให้ผู้ป่วยดูแลสุขภาพด้วยตนเอง และการสร้างอุปกรณ์ รวมไปถึงยา เพื่อป้องกัน และดูแลรักษาเพื่อไม่ให้เกิดโรค และเป็นโครงการที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้สำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้” รักษาการคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ เผยแนวคิด    

รองศาสตราจารย์ ทพญ.อารยา ได้เน้นย้ำขั้นตอนง่ายๆ เพื่อการมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ว่า “นอกจากที่ทุกคนทราบดีคือการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งแล้ว ยังต้องแปรงฟันให้สะอาดอย่างทั่วถึง และควรต้องใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วย ในกรณีที่มีฟันซ้อน ฟันเก อีกปัจจัยที่จะช่วยให้สุขภาพฟันดีมากยิ่งขึ้น คือ ควรลดแป้งและน้ำตาลในมื้ออาหารว่าง รับประทานอาหารให้หลากหลายและครบหมู่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเนื้อฟัน เช่น ฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในยาสีฟัน และราคาไม่แพง รวมทั้งควรพบ   ทันตแพทย์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ และต้องปฎิบัติให้เป็นนิสัย เพราะสุขภาพของช่องปาก ก็สะท้อนถึงสุขภาพของเราด้วยเช่นกัน”  

อีกสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะกับช่องปาก เลือกขนแปรงที่มีความอ่อนนุ่ม ไม่แข็งจนเกินไป และไม่ควรแปรงฟันแรงมาก แต่ควรขยับขนแปรงเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น และแปรงให้ทั่วทุกด้าน โดยใช้เวลาในการแปรงฟันทั้งบนและล่าง ประมาณ 2 นาที เมื่อแปรงสีฟันเสร็จเรียบร้อยแล้วให้บ้วนปากด้วยน้ำเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ความเข้มข้นของฟลูออไรด์ยังคงอยู่บนฟันให้มากที่สุด รวมทั้งต้องผึ่งแปรงสีฟันให้แห้งสนิท เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของเชื้อโรค หรือแบคทีเรียต่าง ๆ นอกจากนี้ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันบ่อยๆ อย่างน้อยทุก 1 เดือน เนื่องจากขนแปรงเมื่อใช้งานนาน ๆ ก็สามารถเสื่อมสภาพได้ ซึ่งจะส่งผลให้การแปรงฟันไม่สะอาดเท่าที่ควร   

เพียงเท่านี้ฟันทั้ง 32 ซี่ของเราทุกคนก็จะสะอาด สวยงาม ชวนมอง และเป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ไปตลอดกาล

6 กิจวัตรสู่การปรนนิบัติผิวที่ดีที่สุด สำหรับคุณผู้ชาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659450

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 12:40 น.

6 กิจวัตรสู่การปรนนิบัติผิวที่ดีที่สุด สำหรับคุณผู้ชาย6 วิธีการดูแลผิวสำหรับคุณผู้ชายที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และทำได้จริง โดย ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและการศึกษาผลิตภัณฑ์โภชนาการะดับโลกจากเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น

ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต

การดูแลปรนนิบัติผิวไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะสำหรับผู้หญิง การดูแลผิวพรรณสำหรับผู้ชายให้มีสุขภาพดี มีความสำคัญไม่แพ้กัน มีคำแนะนำดีๆ จาก ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและการศึกษาผลิตภัณฑ์โภชนาการระดับโลก กับ 6 วิธีการดูแลผิวสำหรับคุณผู้ชายที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และทำได้จริง

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่จำเป็นสำหรับผู้ชาย

เมื่อต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย สินค้าที่มีให้เลือกกลาดเกลื่อนในท้องตลาดจะทำให้เราเวียนขมับถ้าไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน ความเป็นจริงก็คือ เราไม่ได้ต้องการผลิตภัณฑ์เป็นร้อยเพื่อให้มีผิวพรรณที่ดีตลอดทั้งปี  แต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องมี เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจวัตรในเรื่องต่อไปนี้

  • ขนบนใบหน้า
  • ความมันส่วนเกิน
  • ริ้วรอยแห่งวัย
  • การป้องกันแสงแดด

ถ้าไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนดี อย่าได้กังวล เรารวบรวมมาไว้ให้คุณที่นี่หมดแล้ว กับ 6 ข้อสำคัญที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีในการดูแลปรนนิบัติผิว 

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในการดูแลขนบนใบหน้า

ประเด็นที่สร้างปัญหาผิวพรรณให้กับผู้ชายเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเส้นขนบนใบหน้า เริ่มตั้งแต่สิ่งที่ใช้โกนหนวดและวิธีการปรนนิบัติผิวหลังโกน แทนที่จะใช้สบู่ก้อน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความลื่นและก่อให้เกิดความระคายเคืองน้อยกว่า สบู่ก้อนสร้างความระคายเคืองต่อผิว เนื่องจากบางครั้งมีการผสมน้ำหอมหรือสารขจัดคราบที่อันตรายที่อาจชะล้างเอาน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปหมดทำให้ผิวเสียสมดุล ให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยเติมพลังให้ผิว อาทิ น้ำมันสกัดจากส้ม ผลไม้ตระกูลซีตรัส และเกรฟฟรุ๊ต

หลังโกนหนวดทุกครั้ง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ตาม มีโทนเนอร์ในท้องตลาดหลายตัวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และมาในรูปแบบสเปรย์ละอองน้ำที่ง่ายต่อการใช้ ซึ่งช่วยในการฟื้นบำรุงผิวให้อิ่มน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังโกนหนวด การทาเจลว่านหางจระเข้อาจช่วยบรรเทาความระคายเคือง ป้องกันการเห่อแดงของผิว และช่วยสร้างความชุ่มชื่นแก่ผิวได้

2. การล้างหน้าและทำความสะอาดตามสภาพผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิว ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งต่อความรู้สึกและผิวสัมผัสภายนอก คำแนะนำด้านล่างนี้เป็นสุดยอดเทคนิคการทำความสะอาดผิวหน้าที่อยากแนะนำให้ทำตามเป็นประจำทุกวัน

  • โดยทั่วไปแล้ว ให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ฟอกธรรมดาที่อาจก่อความระคายเคืองต่อผิวหน้าอันเกิดมาจากการชะล้างเอาไขมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปจนผิวเสียความชุ่มชื้น ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยน อย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารซัลเฟต
  • สำหรับคนผิวแห้ง ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น อาทิ ว่านหางจระเข้ และคาโมมายล์
  • สำหรับคนผิวมัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นหลังล้างหน้า อย่าง ส้มสดฉ่ำและเกรฟฟรุ๊ต
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้เป็นกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าและตอนกลางคืนก่อนนอน เฉกเช่นเดียวกับการแปรงฟัน
  • อย่าลืมล้างหน้าและทำความสะอาดใบหน้าหลังออกกำลังกายทุกครั้งเพื่อป้องกันสิว

ดังนั้น คุณผู้ชายต้องให้ความสำคัญกับการล้างทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิวหน้าและโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดูสุขภาพดี

3. การเติมน้ำให้ผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นประจำ

ดอกไม้เป็นของขวัญที่ดีเยี่ยม แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบให้ตัวเองมีกลิ่นแบบดอกไม้ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่กลิ่นออกหวาน ทำให้ผู้ชายหลายคนหลบเลี่ยงไม่ใช้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิว ลองมองหามอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง และมีคุณประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การช่วยปกป้องแสงแดด และต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่วนผสมเหล่านี้ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น นั่นหมายถึงว่าริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นย่อมดูจางลงไปด้วย แต่ถ้าอยากเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟูเป็นพิเศษในขั้นตอนการดูแลผิวประจำวัน ให้เลือกมองหาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติคืนความชุ่มชื่นแก่ผิวในคราวเดียวกัน หรือ ลองทาครีมกันแดดทับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตอนกลางคืนดู   โดยปกติ ครีมทาตอนกลางคืนจะมีความเข้มข้นสูงกว่า มีส่วนผสมของอีมอลเลียนท์ที่เป็นสารช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวมากกว่า ซึ่งเป็นตัวช่วยเติมน้ำให้ผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเดือนที่มีอากาศเย็น

4. มาส์กหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์

การมีผิวมัน มีข้อดีหลายประการ เช่น ทำให้ไม่แก่เร็ว  ผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้เร็วกว่า แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง แต่ผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่อยากดูหน้ามันวาวส่องประกายเหมือนพระอาทิตย์ทุกวัน ซึ่งนอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โทนเนอร์ และมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวแล้ว การมาส์กหน้าทุกสัปดาห์เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

การมาส์กหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง ช่วยขจัดสิ่งตกค้างและสิ่งอุดตันได้อย่างดี  ควรเลือกครีมพอกหน้าที่มีส่วนผสมของโคลนเบนโทไนท์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติอันทรงพลังในการขจัดสิ่งสกปรกและดูดซับความมันส่วนเกิน การมาส์กหน้าทุกสัปดาห์ยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ด้วย คุณอาจจะมาส์กหน้าหลังจากไปวิ่งหรือไปยิมกลับมา หรือในขณะกำลังจ่ายบิลออนไลน์ก็ได้

5. ทาครีมกันแดดตลอดทั้งปี

ถ้ามีข้อควรปฏิบัติที่ห้ามต่อรองในการดูแลปรนนิบัติผิวเพียงข้อเดียว ข้อนั้นจะต้องเป็นเรื่องการปกป้องผิวจากการเผชิญแสงแดดเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นแบบไหน ฝนตกหรือมีเมฆมาก ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากแสงแดด อย่าขี้เหนียวและใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 หรือมากกว่าเป็นประจำทุกวัน  ครีมกันแดดที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการเกิดผิวไหม้แดดแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำเสียโดนทำลายจากรังสียูวี และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยที่ชัดเจนจากการตากแดด และที่สำคัญที่สุด คือช่วยป้องกันการเกิดโรคผิวหนังที่อาจมีอันตรายได้  ในหน้าร้อนที่เหงื่อออกมากเป็นพิเศษให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่กันน้ำได้ด้วย และให้ทาซ้ำทุกๆสองหรือสามชั่วโมง

6. สร้างอุปนิสัยการมีสุขภาพที่ดี

ท้ายนี้ ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ให้คำแนะนำว่า ในการดูแลปรนนิบัติผิวจะไม่สมบูรณ์ได้เลย หากไม่กล่าวถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และให้จำไว้เลยว่า การบำรุงจากภายในและภายนอกจะต้องทำควบคู่กัน การทานอาหารที่มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูงจำพวกไวตามินเอ ซี และ อี  ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมากพอ ช่วยป้องกันผิวพรรณไม่ให้แลดูขาดน้ำ เมื่อเราดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ร่างกายของเรา (รวมถึงผิวพรรณ) จะขอบคุณเรา ส่งผลให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อเรารู้สึกดีและดูดี

การศึกษาแบบ House System ในชีวิตจริงต่างจากใน Harry Potter ยังไง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659225

วันที่ 29 ก.ค. 2564 เวลา 13:40 น.

การศึกษาแบบ House System ในชีวิตจริงต่างจากใน Harry Potter ยังไง?ยิ่งกว่าโลกเวทมนตร์ ชวนรู้จัก “House System” ระบบบ้านแบบโรงเรียนอังกฤษ ที่สร้างเสริมวุฒิภาวะและทักษะทางสังคมให้เด็กทุกวัยเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆ กัน

หากมีใครเดินมาถามว่ารู้จักการศึกษาแบบระบบบ้าน หรือ “House System” ไหม? หลายคนอาจขมวดคิ้วสงสัยกันว่ามันคืออะไร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต่างคุ้นเคยกับระบบการศึกษาแบบปกติที่มีการแบ่งระดับชั้นชัดเจน มีการจัดเนื้อหาหลักสูตรและกิจกรรมให้เข้ากับช่วงวัย อาจจะมีบ้างที่นักเรียนรุ่นพี่น้องมีโอกาสให้ได้เรียนรู้ได้ร่วมงานกันผ่านกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน อย่างงานกีฬาสี และงานนิทรรศการวิชาการ นอกนั้นถ้าจะได้สานสัมพันธ์ รู้จักกันมากขึ้น ก็มักจะเป็นช่วงเวลานอกห้องเรียนแทน แต่กับ House System ระบบบ้านแบบโรงเรียนอังกฤษ จะมีแนวคิดปฏิบัติที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน

House System คืออะไร?

จุดนี้ถ้าให้พูดเป็นคำลอยๆ ขึ้นมา แน่นอนว่าอาจจะไม่เห็นภาพกันในทันที เลยอยากให้คุณผู้อ่านค่อยๆ หลับตาลงแล้วปลดปล่อยจินตนาการพุ่งผ่านชานชาลาที่ 9¾ นั่งรถไฟไปที่ฮอกวอตส์ โลดแล่นอยู่ในโลกเวทมนตร์กันชั่วขณะ

ลองนึกถึงกิจกรรมบ้านคัดสรร (House Sorting ) จากในหนัง “Harry Potter” ภาคแรก ก็คงเห็นนึกออกกันได้ทันที กับฉากที่เด็กปี 1 แต่ละคนต้องทยอยมานั่งให้หมวกคัดสรรทำการเลือกว่าจะได้อยู่บ้านไหนใน 4 บ้านนี้ ได้แก่ กริฟฟินดอร์, สลิธีรีน, เรเวนคลอ และฮัฟเฟิลพัฟ โดยแต่ละบ้านก็จะมีจุดเด่นและตัวตนที่ต่างกันไปตามพ่อมดผู้ก่อตั้ง ดังนั้นเวลาเลือกเด็ก หมวกก็จะเลือกจากตัวตนและความสามารถของพ่อมดแม่มดน้อยคนนั้น พอได้รับเลือกแล้ว เขาหรือเธอจะได้เข้าเป็นสมาชิกและฝากชีวิตไว้ในอ้อมอกของรุ่นพี่และศาสตราจารย์ประจำบ้านจนเรียนจบ เป็นระบบที่ทั้งรุ่นพี่-รุ่นน้อง จะได้ฝึกการใช้ชีวิต ได้เรียนรู้ผ่านการอยู่ร่วมกัน เวลาเรียนหรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะทำในฐานะตัวแทนบ้าน ชนะก็ชนะด้วยกัน แพ้ก็แพ้ด้วยกัน สร้างความรู้สึกผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งของกันให้เกิดขึ้นในใจ

และระบบ House System ที่ว่านี้ก็มีอยู่ในชีวิตจริงของเหล่ามักเกิ้ล (คนธรรมดา) อย่างเราเช่นกัน โดยนับเป็นมรดกตกทอดจากประเทศอังกฤษที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงเรียนประจำ (Boarding School) ส่งต่อมาถึงโรงเรียนนานาชาติหลายแห่งในไทย รวมไปถึงโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ (Wellington College International School Bangkok) ที่ได้ผลักดันแนวคิดนี้มานานนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มตอกเสาเข็มก่อตั้งขึ้นใจกลางกรุง โดย “Mr. Christopher Nicholls” หรือ “ครูใหญ่คริส” ผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนได้ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวที่มาที่ไป

“House System คือระบบที่เกิดจากโรงเรียนกินนอนในอังกฤษ โดยในบ้านแต่ละหลังจะมีเด็กนักเรียนในทุกชั้นเรียนได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้าน มีทั้งพี่ทั้งน้อง ทั้งเพื่อน กินข้าว แลกเปลี่ยนพูดคุย ดูแลกัน ได้ฝึกการทำงานกันเป็นทีมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การแข่งกีฬา แข่งดนตรี วิชาการ ฯลฯ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “Big Family” เป็นครอบครัวใหญ่ที่คอยซัพพอร์ตเด็ก ทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิต การเข้าสังคมและการพัฒนาด้านอารมณ์ เป็นที่ที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยกัน อย่างที่เวลลิงตันจะแบ่งออกเป็น 4 บ้าน ได้แก่ เบนสัน (Benson), สแตนลีย์ (Stanley), เวลล์สลีย์ (Wellesley) และ แอปส์ลีย์ (Apsley)”

House System ในชีวิตจริงต่างจากในหนัง Harry Potter ยังไง?

“แน่นอนว่าเราร่ายเวทย์ไม่ได้” ครูใหญ่คริสเล่าอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะบอกว่ามีความเหมือนกันค่อนข้างมากกับในหนัง Harry Potter ทั้งนี้โดยหลักการและธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ครอบครัวเดียวกันจะอยู่บ้านเดียวกัน เช่น ถ้าลูกอยู่บ้าน Stanley พ่อแม่ก็จะอยู่บ้านเดียวกันคือ Stanley โดยแต่ละบ้านก็จะมีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันไปตาม ครูประจำบ้าน (House Teacher/ House Parent) ผู้ซึ่งคอยดูแลเด็กๆ เสมือนเป็น Head Master สาขาย่อย โดยรวมคือถอดแบบมาจากแนวคิดเดียวกัน เพียงแต่ในความเป็นจริงจะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าในหนังที่มักจะมีการคิด ตัดสินไว้แล้วล่างหน้า (Prejudice) เช่น เด็กจากบ้านสลิธีรีนมักจะถูกมองเป็นคนไม่ดี เจ้าเล่ห์ ทะเยอทะยาน หรือเด็กจากบ้านกริฟฟินดอร์มักจะเป็นเด็กเก่ง กล้าหาญชาญชัย ส่วนในชีวิตจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะแต่ละบ้านล้วนมีจุดแข็ง มีความเก่งในแบบฉบับของตัวเอง เช่น ในปีนี้บ้านนี้อาจเก่งด้านกีฬา ส่วนอีกบ้านอาจเก่งด้านวิชาการ หรือสลับเวียนกัน ไปในแต่ละปี

การเรียนรู้ที่ทรงพลังกว่าโลกเวทมนตร์

วัฒนธรรม House System สำคัญยังไง? แน่นอนว่ามันไม่ใช่การจัดแบ่งบ้านให้ดูเท่ห์ๆ อย่างในหนัง แต่มันคือ พื้นที่ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างไร้ขอบเขต เด็กโตได้เรียนรู้จากเด็กเล็กว่าเขาต้องเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รับผิดชอบขึ้น ส่วนเด็กเล็กเองก็ได้ยึดเด็กโตเป็นไอดอลให้ตัวเองได้พัฒนาต่อ ซึ่งมุมนี้ครูใหญ่คริสมองว่าการให้เด็กนักเรียนมาอยู่

ด้วยกันคือแนวทางที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการและพัฒนาพฤติกรรมของตัวเอง โดยเริ่มจากการเติบโตจากภายใน เปิดใจ เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกตัวเองให้เป็น แล้วค่อยแสดงออกมาอย่างเหมาะสม เมื่อเด็กเข้าใจตัวเองเป็น เขาก็จะเข้าใจคนอื่นเป็นได้มากขึ้น การรังแกกันในสังคมโรงเรียนก็จะหมดไป

สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าง “บ้าน” และ “โรงเรียน”

House System หรือระบบบ้านสามารถเชื่อมโยงโรงเรียนและครอบครัวให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นอีกรากฐานสำคัญที่โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันได้มุ่งมั่น ปลูกฝังมาตลอด “ครอบครัวเวลลิงตัน” ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และเด็กนักเรียนทุกคนต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังเดียวกัน ในระบบบ้านนี้ คุณครูประจำบ้านจะมีความสำคัญมาก คอยทำหน้าที่เป็นคนกลาง ประสานงานให้ทุกฝ่าย จึงจำเป็นต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดี สามารถรับฟังและเข้าใจว่าผู้ปกครองต้องการอะไรจริงๆ

“พ่อแม่เด็กๆ มักจะตื่นเต้น มีความสุข และเต็มไปด้วยเอเนอจี้เสมอเวลามาร่วมงานที่เกี่ยวข้องกับ House System ของโรงเรียน อย่างช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 เราจะเห็นภาพที่พวกเขาแต่งตัวมาร่วมงานกันแบบจัดเต็ม พูดคุย หยอกล้อกันไปมา เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นดีจริงๆ และสิ่งนี้ก็ส่งผลต่อตัวเด็กนักเรียนเองด้วย เพราะทำให้เด็กรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และได้ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกับผู้ปกครองด้วย

หากถามว่าทำไมผู้ปกครองควรส่งลูกเข้าเรียนในระบบ House System?

เพราะสิ่งที่เด็กๆ จะได้คือมิตรภาพที่ไร้พรมแดน ได้มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกันกับเด็กในรุ่นอื่นๆ ในบ้าน ผ่านการเข้าสังคม แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดต่างๆ นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยจุดประสงค์หลักของ House System ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน แต่เป็นการสร้างเสริมด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การพัฒนาตนเอง และการให้การดูแลเด็กแต่ละคนอย่างใกล้ชิด” ครูใหญ่คริส กล่าว

พลังแห่งความรัก สายสัมพันธ์ และการเรียนรู้ไปด้วยกันในบ้าน คือสิ่งที่ทรงพลังและมีคุณค่ามากกว่าคาถาเวทมนตร์ใดๆ จะเท่าเทียม

รอยัล เอนฟิลด์ เผยโฉมคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659088

วันที่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 16:15 น.

รอยัล เอนฟิลด์ เผยโฉมคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทยเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายและไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในประเทศไทย เอาใจผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามสไตล์ “รอยัล เอนฟิลด์”

รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลางระดับโลก ประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายเอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์ และผู้บริโภคทั่วไปสามารถเลือกซื้อสินค้าระดับพรีเมียมจากคอลเลคชั่น เช่น เสื้อยืด อุปกรณ์สำหรับขับรถ แก้วมัค อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ และกระเป๋าสำหรับเดินทาง ได้แล้ววันนี้บนลาซาด้า (Lazada) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเปิดตัวคอลเลคชั่นเอ็กซ์คลูซีฟนี้ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรอยัล เอนฟิลด์ ที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ผู้ขับขี่ชาวไทย พร้อมส่งเสริมให้แฟน ๆ รอยัล เอนฟิลด์ แสดงออกถึงความชื่นชอบในแบรนด์ตามสไตล์ของตัวเอง โดยนอกจากเสื้อผ้าทั้งหมดจะผ่านการออกแบบมาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทยแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของรอยัล เอนฟิลด์ด้วยในขณะเดียวกัน

คุณวิมัล ซุมบ์ลี, หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก, รอยัล เอนฟิลด์ กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่สำคัญที่สุดสำหรับรอยัล เอนฟิลด์ เราเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ รวมถึงสินค้าและบริการในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ การขยายเครือข่าย เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับรถจักรยานยนต์ของแท้ การเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายระดับพรีเมียมนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของเราที่จะมอบสินค้า และการบริการชั้นหนึ่งสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้กับลูกค้า เรามั่นใจว่าเครื่องแต่งกายในคอลเลคชั่น ซึ่งผ่านออกแบบมาให้เข้าถึงได้ง่าย จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้อย่างลงตัว ทั้งนี้การแนะนำช่องทาง หรือแพลตฟอร์มใหม่ที่เหมาะกับลูกค้า รวมถึงเพิ่มการเข้าถึง เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ และมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ราบรื่น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเรามาตลอด”

เมื่อมองเห็นว่าการร่วมมือกับลาซาด้าสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ รอยัล เอนฟิลด์จึงเลือกเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายเอ็กซ์คลูซีฟบนลาซาด้าเป็นที่แรกและที่เดียว การเปิดตัวคอลเลคชั่นยังชี้ให้เห็นว่าตลาดอีคอมเมิร์ซนั้นเปิดกว้าง พร้อมต้อนรับทุกแบรนด์ และอุตสาหกรรมเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีเยี่ยมให้ผู้บริโภค

คุณปูนีท ซูด, หัวหน้าฝ่ายธุรกิจเครื่องแต่งกาย, รอยัล เอนฟิลด์ กล่าวว่า “เรารู้สึกดีใจมากที่ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นเอ็กซ์คลูซีฟนี้ในประเทศไทยบนลาซาด้า เครื่องแต่งกายของเรานั้นก็มีสไตล์เหมือนรถจักรยานยนต์ของเรา และมุ่งเน้นไปที่การสร้างสินค้าที่มีดีไซน์ร่วมสมัย รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงตำนานของเรา เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างหลักสามประการของปรัชญาการออกแบบของเรา – การป้องกัน ความสบาย และสไตล์ คอลเลคชั่นนี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกระดับ อีกทั้งยังพัฒนาโดยคำนึงถึงประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ ความหลงใหลในการขับขี่ การแสวงหา และการแสดงออกถึงตัวตนที่ไม่มีที่สิ้นสุด ประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบของรอยัล เอนฟิลด์เป็นที่ชื่นชอบของผู้รักการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ซึ่งความรู้สึกสนุกสนาน และการผจญภัยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการขับขี่ เรามั่นใจว่าคอลเลคชั่นนี้จะเป็นที่นิยมของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์รอยัล เอนฟิลด์เป็นปกติอยู่แล้ว หรือกำลังคิดอยากลองขับขี่ในอนาคต”

รอยัล เอนฟิลด์มีความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ ‘การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง’ มายาวนาน รวมถึงได้สร้างกลุ่มผู้ที่รักในแบรนด์ที่แข็งแกร่งทั่วโลก โดยผู้คนในกลุ่มนั้นมีจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่ขับเคลื่อนรอยัล เอนฟิลด์ตลอด 120 ปีที่ผ่านมาเหมือนกัน การมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดุดัน การขับขี่ไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญและความอดทน และการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง คือนิยามของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รอยัล เอนฟิลด์ การเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายเอ็กซ์คลูซีฟนี้ช่วยให้ทั้งผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์ และผู้บริโภคทั่วไปสัมผัสตำนานของรอยัล เอนฟิลด์ได้อย่างเต็มที่

แฟนๆ รอยัล เอนฟิลด์ในประเทศไทยสามารถไปเลือกซื้อเสื้อยืด กางเกงยีนส์ กระเป๋า กระเป๋าสตางค์ หมวกแก๊ป ถุงมือสำหรับขับรถ โมเดลรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กสำหรับนักสะสม และอีกมากมายได้แล้ววันนี้ที่ ลาซาด้า

เมื่อเด็กรุ่นใหม่เลือกเรียน ‘วิศวะ’ แต่ไม่เลือกเป็น ‘วิศวกร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659065

วันที่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 13:50 น.

เมื่อเด็กรุ่นใหม่เลือกเรียน 'วิศวะ' แต่ไม่เลือกเป็น 'วิศวกร'สภาวิศวกร ชี้วิศวกรรุ่นใหม่เตรียมหันหลังให้ภาคอุตฯ! หากขาด 2 ปัจจัยสนับสนุน หลังพบ 88% ของบัณฑิตจบใหม่เปลี่ยนสายอาชีพ !!

‘ศาสตร์แห่งวิศวกรรม’ ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป หากรายล้อมรอบตัวเรามีทั้งสิ่งปลูกสร้าง อาคารสูง สะพาน ข้ามแม่น้ำ ถนนหนทาง รถยนต์หรือขนส่งสาธารณะ โดรนบังคับวิทยุ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็ล้วนมีวิศวกรรมเป็นกลไกในการพัฒนาหรือรังสรรค์ขึ้น สะท้อนภาพชัดได้จากนานาประเทศที่พัฒนาแล้วและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ล้วนเป็นประเทศที่มีความร่ำรวยด้านวิศวกรรมศาสตร์ทั้งสิ้น เช่น ‘จีน’ เป็นศูนย์กลางขายอุปกรณ์ไอทีทั่วโลก ‘เกาหลี’ มีแบรนด์สมาร์ททีวีเป็นของตนเอง ‘เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา’ ผลิตเครื่องบินแอร์บัส (Airbus) หรือกระทั่งในหลายประเทศ ก็สามารถผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ที่มีมาตรฐานระดับ Medical Grade พร้อมทั้งส่งออกเชิงพาณิชย์ได้เช่นกัน

แต่ในวันนี้ ในห้วงวิกฤตโควิด-19 ประเทศไทยเรากลับต้องนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมาก อันสะท้อนถึงความไม่มั่นคงด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งที่วิศวกรไทยล้วนมีศักยภาพสูง สามารถคิดประดิษฐ์นวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้จำนวนมาก ซ้ำร้ายยังมาพร้อมวิกฤตของวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีจำนวนลดน้อยถอยลง จากตัวเลขของบัณฑิตจบใหม่กว่า 35,000 รายต่อปี กลับพบจำนวนผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร (COE: Council of Engineers) 6,000 – 7,000 ราย และคงเหลือเพียง 11% เท่านั้น หรือราว 4,000 ราย ที่มีใบอนุญาตฯ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราเร่งแก้ปัญหาระดับชาติว่า เหตุใด 88% ของวิศวกรรุ่นใหม่ ที่เลือกเรียนวิศวะแต่กลับไม่เลือกเป็นวิศวกร!?

“พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า หลักสำคัญที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่ เลือกเรียนแต่ไม่เลือกเป็นวิศวกร จนอาจจะส่งผลให้การขับเคลื่อนประเทศในภาคอุตสาหกรรมหยุดชะงักได้ในอนาคต มาจากการขาดแรงหนุนใน 2 ปัจจัย ดังนี้ ‘ขาดโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงาน’ หรือเสนอแนวคิดประดิษฐ์นวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ จากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ‘ขาดผลตอบแทนด้านรายได้’ เพราะในปัจจุบันรายได้ของวิศวกรไม่สูงมากนัก คนรุ่นใหม่จึงเลือกเปลี่ยนไปทำงานในสายอาชีพอื่นที่ได้ค่าตอบแทนสูงเพิ่มมากขึ้น หรือในบางรายเลือกเรียนในสาขาอาชีพยอดฮิต เช่น นักกฎหมาย นักสื่อสารมวลชน นักบริหารธุรกิจหรือสายการเงิน

“ดังนั้น เพื่อเป็นการดึงคนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสในการเรียนและก้าวสู่การเป็นวิศวกรมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น ในยุคดิสรัปชันเช่นนี้ ในฐานะนายกสภาวิศวกร เล็งเห็นว่า โลกแห่งเทคโนโลยี ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวคิดหรือมุมมองใหม่ ๆ จากคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมวิเคราะห์และหาทางออกร่วมกัน เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะเป็นโลกของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ผู้ใหญ่อย่างเราควรให้การสนับสนุน ทั้งแนวคิด ทรัพยากรและแหล่งเงินทุน เพื่อเป็นต้นทุนให้กับคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้า สภาวิศวกรจะไม่หยุดนิ่ง ในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ผ่านการจัดอบรมวิชาชีพ ให้การรับรองปริญญา มอบใบอนุญาตฯ เช่นกัน”

ด้าน “น้องเติ้ล” ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการสื่อออนไลน์ SPACETH.CO ที่รวบรวมทุกเรื่องราวของอวกาศและดาราศาสตร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ได้เล่าว่า เด็กในยุคปัจจุบันเกิดมาพร้อมกับชุดความคิด ในการตั้งคำถามและคิดหาทางออก เพื่อให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ในมุมมองของผู้ใหญ่กลับมองว่า เป็นสิ่งที่เด็กต้องปรับตัวหรือแก้ปัญหาที่ตัวเอง เช่น ความคิดของการไม่อยากลุกขึ้นไปปิดไฟก่อนนอนเป็นความผิดของเด็ก(ที่เกียจคร้าน) แต่ในความคิดของเด็กนั้นเพียงเพราะต้องการระบบควบคุมไฟได้จากบนเตียง ฯลฯ ซึ่งสวนทางกับแนวคิดของผู้ใหญ่ ในต่างประเทศ อย่าง สหรัฐอเมริกา ขณะที่เพื่อนของตนทำวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ลิ้นขึ้น กลับได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่จำนวนมาก โดยไม่ปิดกั้นความคิด ปล่อยให้เด็กได้ลงมือทำจริง เปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งข้อมูล (Resource) รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ล (Apple) และกูเกิ้ล (Google) ก็ร่วมให้การสนับสนุนแหล่งเงินทุน (Funding) อีกด้วย ซึ่งในท้ายที่สุดองค์ความรู้ดังกล่าว แม้ต้นกำเนิดมาจากเด็กแต่ก็สามารถต่อยอดเชิงธุรกิจได้ในอนาคต ขณะที่ผู้ใหญ่ในไทยอาจจะมองว่า หุ่นยนต์ดังกล่าวไม่สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือ Commercialize ได้

ดังนั้น จึงต้องยอมรับว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลต่อความคิดของคนรุ่นใหม่ คือ ข้อจำกัดในด้านทรัพยากร แหล่งเงินทุน และแรงสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งต้องตั้งคำถามกลับว่า ในวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดให้เข้าถึงแหล่งข้อมูล หรือวางกรอบนโยบายในการสนับสนุนวิชาชีพดังกล่าวเพียงเพราะความต้องการตลาด ซึ่งสวนทางกับ ความเปลี่ยนแปลงในยุดิสรัปชันเป็นอย่างมาก เพราะโลกปัจจุบันมีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง “อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วแม้คุณจะไม่ได้ศึกษาต่อหรือจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่หากคุณมีความตั้งใจหรือ มีแนวคิดที่อยากเปลี่ยนแปลงโลก คุณก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกับผมที่มีความสนใจด้านอวกาศและดาราศาสตร์ แต่ขณะนั้นแหล่งข้อมูลด้านนี้หาได้ยาก ตนเลยตัดสินใจชักชวนเพื่อน ๆ รวมกลุ่มกันทำเว็บไซต์ SPACETH.CO ขึ้นมา ซึ่งในท้ายที่สุด ก็กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้เรื่องอวกาศและดาราศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง”

ผู้สนใจสามารถรับชมเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “WHYวิศวะ? วิศวกรในยุคดิสรัปชันกับทางรอดของโลก” ย้อนหลังแบบเต็มรูปแบบ และหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม อาทิ ‘วิศวกรรมชีวการแพทย์’ (Engineering Medicine) โดย รศ. ดร.สุธา ขาวเธียร รองเหรัญญิกสภาวิศวกร ‘สมาร์ทซิตี้’ (Smart City) โดย นายกิตติพงษ์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ เหรัญญิกสภาวิศวกร ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals: SDGs) ปี 2050 โดย ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกร ฯลฯ ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/suchatvee.aewww.facebook.com/coethailand ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตฯ การต่ออายุใบอนุญาต การขอสอบเลื่อนระดับใบอนุญาตฯ กิจกรรมอบรมหรือการถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ และอื่น ๆ ได้ที่ สายด่วนสภาวิศวกร 1303 ไลน์ไอดี @coethai และเว็บไซต์ http://www.coe.or.th ยูทูบแชลแนล (YouTube) เพียงเสิร์ช “สภาวิศวกร Council of Engineers”

4 เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรให้สวยทะลุทุก Zoom Meeting #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659039

วันที่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 13:10 น.

4 เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรให้สวยทะลุทุก Zoom Meetingเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้ได้ลุคที่ดูมั่นใจในทุก Zoom Meeting แบบไม่ต้องปิดกล้อง

แม้สถานการณ์ขณะนี้ที่หลายคนต้องอยู่ในช่วงกักตัวและทำงานที่บ้านอย่างต่อเนื่อง แต่การดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ทุก Zoom Meeting สามารถเปิดกล้องได้อย่างมั่นใจแบบไม่อายหน้าสด นอกเหนือจากการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว

ไอคอนสยาม แนะนำ 4 เคล็ดลับเด็ดที่จะทำให้คุณสวยเปล่งปลั่งทะลุโน๊ตบุ้คสะดุดทุกสายตา จนเพื่อนร่วมงานทุกคนต้องทักถามอย่างแน่นอน พร้อมให้คุณช้อปปิ้งออนไลน์แก้เครียดอย่างผ่อนคลายสบายกระเป๋า กับแคมเปญ ICONSIAM Amazing Beauty มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทั้ง เมคอัพ (Makeup), สกิน แอนด์ แฮร์ แคร์ (Skin and Hair Care), เวล บีอิ้ง (Well Being) จากแบรนด์ชั้นนำในไอคอนสยาม และแผนก Beauty Avenue จากห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2564 โดยที่คุณสามารถช้อปปิ้งอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกจากบ้านผ่านบริการ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop ให้คุณช้อปล้ำนำเทรนด์กับประสบการณ์การแชทแอนด์ช้อปที่สุดแสนจะสะดวกและปลอดภัย

มาเริ่มดูแลตัวเองอย่างตั้งใจในระหว่างช่วงล็อกดาวน์นี้ไปด้วยกันกับ 4 เคล็ดลับที่รับรองว่าเห็นผลเกินคาดอย่างแน่นอน

1. ลงเมกอัพแบบเนเชอรัลลุคเพื่อเผยผิวที่ดูกระจ่างใสสุขภาพดี

เคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้คุณได้ลุคที่ดูมั่นใจในทุก Zoom Meeting แบบไม่ต้องปิดกล้อง คือการหยิบจับเมคอัพมาแต่งแต้มเบาๆ ในสไตล์เนเชอรัลลุคที่ดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ไอคอนสยามขอแนะนำให้คุณช้อปออนไลน์ผ่าน ICONSIAM Ultimate Chat and Shop แล้วเลือกแบรนด์ JUNG SAEM MOOL (จองแซมมุล) แบรนด์เมกอัพระดับมืออาชีพจากเกาหลี โดยเมกอัพอาร์ทิสต์ JUNG SAEMMOOL ผู้คิดค้นทฤษฏีงานผิวฉ่ำสุขภาพดีแบบ Glass Skin ให้เป็นไอเท็มหลักที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ในช่วงนี้ ด้วยส่วนผสมหลักของทุกผลิตภัณฑ์ที่เน้นหนักในการใช้ความชุ่มชื้นสูงและมาในเนื้อที่บางเบาซึมเข้าสู่ผิวแบบที่ไม่ทิ้งคราบให้รำคาญใจอย่าง Skin Setting Glow Base เบสเมคอัพเพื่อเตรียมผิวให้สวยโกลว มีส่วนผสมหลักอย่างกรดไฮยาลูโรนิกขนาดไมโครที่ซึมซาบเร็ว ช่วยทำให้ผิวอิ่มเอิบและเรียบเนียนขึ้นทันตา จนถึง Masterclass Radiant Cushion คุชชั่นรองพื้นที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ที่เป็นทั้งครีมคอนซีลเลอร์ในตลับเดียว ปกปิดแน่นแต่ยังคงดูเป็นผิวธรรมชาติ ก่อนจะฟินนิชลุคด้วยลิปสติก Lip Pression Water Tinted Balm ลิปสติกบาร์มสีละมุนเนื้อบางเบาที่ช่วยบำรุงผิวให้ริมฝีปากชุ่มชื้นดูสุขภาพดี

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว

เพราะสภาพผิวของแต่ละคนมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน Beauty Avenue ชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ คืออีกหนึ่งพิกัดความงามที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ เพราะที่นี่เค้าคัดสรรสุดยอดบิวตี้แบรนด์ชื่อดัง ทั้งแบรนด์คอสเมติกและร้านเพื่อสุขภาพและความงามแบบครบครันด้วยแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายประเทศทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณได้เลือกสรรแบบทุก Categories ที่ผิวต้องการไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด การบำรุงเติมความชุ่มชื้น การรักษาปัญหาสิวและริ้วรอย หรือเมกอัพเครื่องสำอาง ก็จบครบในที่เดียว ซึ่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงให้เหมาะกับสภาพปัญหาผิวนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้ผิวพรรณกลับมาดูแข็งแรงสุขภาพดีขึ้นได้แบบเร่งด่วนทันใจแล้ว ยังเป็นการทำให้ผิวได้รับการดูแลอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

3. ดูแลเส้นผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดี

อย่าคิดว่าการพบปะผู้คนผ่าน Zoom Meeting ไม่ได้ออกไปเผชิญมลภาวะนอกบ้าน แล้วเรื่องผมจะเป็นสิ่งไม่จำเป็น เพราะการแก้ปัญหาด้วยการมัดขมวดรวบตึงจะยิ่งเป็นการทำลายเส้นผมให้แห้งกรอบและเสียยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญสุขภาพผมที่ดีแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลตัวเองและยังช่วยสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้น เพื่อเส้นผมเงางามดูมีสุขภาพดีการทำความสะอาดให้ล้ำลึกคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แนะนำให้ปักหมุดไว้ที่ The Selected ชั้น 2 ไอคอนสยาม เพราะไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์สโตร์แห่งนี้เต็มไปด้วยแบรนด์ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่พร้อมตรงเข้าดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึก อาทิ Kaff & Co. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ผลิตจากธรรมชาติ 100% ด้วยสารสกัดจากมะกรูด เหง้าขิง และมะขามป้อม นอกจากนี้ มี Common Ground แชมพูสายออร์แกนิคเป็นมิตรต่อโลกและช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะและปกป้องเส้นผมจากสารเคมีและมลภาวะ ช่วยให้คุณมีผมนุ่มลื่นและมีสุขภาพดีไม่ง้อทรีตเม้นต์ที่ร้าน สามารถจัดแต่งทุกทรงได้ตามต้องการ

4. เติมความหอมเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง

แม้เราจะต้องนั่งทำงานอยู่ที่บ้านแทบทุกวันในสัปดาห์ แต่อย่าลืมเติมพลังความหอมให้ตัวเอง อีกหนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้คนทำงาน Work From Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือกลิ่นหอม เพราะกลิ่นหอมจะช่วยปลุกพลัง เติมความคิดสร้างสรรค์ และรีเฟรชให้พลังกลับมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้กลิ่นช่วยเสริมความมั่นใจและสามารถสะท้อนตัวตน ส่งเสริมบุคลิกให้ดูดีได้ ICONCRAFT พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม ขอชวนมาลองความรื่นรมย์ของแบรนด์ ReunRom ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และสปาที่มุ่งสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่ ด้วยการผสมผสานความเป็นไทยสมัยก่อนเข้ากับไทยสมัยใหม่ได้อย่างละมุนละไมและลงตัว โดย ReunRom Perfume เป็นน้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีให้กลิ่นหอมให้เลือก 14 กลิ่น ทั้งกลิ่นสดชื่น เย็นสบาย รวมถึงกลิ่นหอมจากกุหลาบหลายสายพันธุ์ ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศมุมทำงานภายในบ้านให้อบอุ่นและผ่อนคลาย

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับบางส่วนเท่านั้นที่จะช่วยรีเฟรชให้คุณกลับมาเปล่งปลั่ง ชาร์จพลังความมั่นใจในทุกการประชุมและทำงาน และเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของการอยู่บ้านให้มากขึ้น ด้วยหลากหลายผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ความงามชั้นนำ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษกับแคมเปญ ICONSIAM Amazing Beauty ช้อปครบ 10,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท, ช้อปครบ 50,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 3,000 บาท พิเศษสุด! เฉพาะสมาชิก VIZ ที่มียอดซื้อสะสมสูงสุดขั้นต่ำ 150,000 บาทขึ้นไป รับ Siam Gift Card มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 3 รางวัลตลอดรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม ศกนี้ ช้อปง่ายโดยไม่ต้องออกจากบ้าน ด้วยบริการช้อปออนไลน์ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop วิธีการง่ายๆ กับการเลือกซื้อสินค้าผ่านทาง LINE Application เพียงเพิ่มเพื่อน LINE @ICONSIAM แล้วเลือกบริการ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop ที่เมนู เมื่อเจอสินค้าที่ถูกใจ แค่คลิกที่ปุ่ม “สนใจสินค้า” หรือ “Buy this” ก็จะมีผู้ช่วยช้อปที่จะแชทกับคุณ พร้อมจัดส่งสินค้าถึงที่ทั่วไทย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

ภาพปก : Freepik.com

ภาวะที่ไม่ปกติ ต้องเล่นแบบไม่ปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658884

วันที่ 26 ก.ค. 2564 เวลา 07:05 น.

ภาวะที่ไม่ปกติ ต้องเล่นแบบไม่ปกติโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในยามวิกฤตอย่างการระบาดของโควิด 19 ทุกวันนี้ ถ้ารัฐบาลยังบริหารจัดการอยู่ในกรอบเดิมๆ ด้วยแนวทางเดิมๆ ทางออกก็จะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่ มันพิสูจน์แล้วว่ามันแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะภาวะนี้มันไม่ปกติ

เราจะยังคงเล่นแบบในภาวะปกติ บริหารงานในรูปแบบเดิมๆ มันไม่ได้แล้ว เราจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ตั้งรับต่อไปไม่ได้แล้ว ในเมื่อมันไม่ปกติ เราต้องเล่นแบบไม่ปกติ คือไม่ปกติใน 3 แนวทาง

  1. การเล่นเชิงรุก
  2. การแก้ปัญหาด้วยแนวคิดระบบเชิงซ้อน
  3. การสร้างความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

1. การเล่นเชิงรุก

เชื่อว่าทุกวันนี้ รัฐบาลพยายามเล่นเชิงรุก แต่อย่างไรก็ตาม ลองถามว่ามันยังมีอะไรใหม่ได้อีกไหม ทุกฝ่ายจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ ปรับกรอบความคิดใหม่ มองในมุมใหม่ ต้องกล้าปรับกระบวนการแก้ปัญหาเสียใหม่ เพราะนี่มันไม่ปกติ ผู้นำต้องขอใช้อำนาจที่มีอยู่เปลี่ยนกติกาใหม่ ขอความร่วมมือกับทีมผู้บริหาร ในภาวะเช่นนี้ต้องขอใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จชั่วคราว ไม่เช่นนั้น มาตรการต่างๆ ที่ทำมา มันจะละลายหายไปหมด ไม่เกิดผล ตัวเลขติดเชื้อก็ไม่ลด เกินหมื่น คนตายก็ยังอยู่แถวๆ ร้อย บวกลบ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างในหลายประเทศเพื่อนบ้าน การเล่นเชิงรุกจึงต้องขอใช้อำนาจพิเศษในภาวะวิกฤต เพราะมันต้องเด็ดขาด ไปในแนทางเดียวกัน และต้องทันเวลา

2. การแก้ปัญหาด้วยแนวคิดระบบเชิงซ้อน

เพราะระบบคือภาวะที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ปัญหาโควิดก็เช่นกัน มันคือระบบ แต่ที่หนักกว่าและยากกว่าคือ ปัญหาโควิด มันไม่ตรงไปตรงมา มันเป็นปัญหาเชิงซ้อน เพราะมีองค์ประกอบมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสลับซับซ้อนในหลายมิติ และทุกมิติเชื่อมโยงกัน ส่งผลถึงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดวัคซีน การตรวจหาเชื้อ แนวทางการรักษา กลุ่มเป้าหมาย ขีดความสามารถด้านสาธารณสุข การจัดหาวัคซีน/งบประมาณ การกระจายวัคซีน/การฉีดวัคซีน การรับมือกับการกลายพันธุ์ของโควิด การล็อกดาวน์/มาตรการเยียวยา การประชาสัมพันธ์สื่อสาร และอื่นๆ อีกมากมาย ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นล้วนใหญ่และมีผลกระทบสูงทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในแต่ละประเด็นหลัก มันยังมีตัวแปรย่อยๆ อีกมากมาย ซ้อนอยู่อย่างสลับซับซ้อน ซึ่งทั้งหมดล้วนสัมพันธ์กันทั้งหมด และสร้างความปวดหัวอยู่ทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าจับไปที่ใด มันก็สะเทือนประเด็นอื่นๆ ด้วยทั้งหมด การแก้ปัญหาจึงต้องปรับมุมมองเสียใหม่ เห็นความจริงว่ามันเป็นระบบเชิงซ้อน

ปัญหาโควิดจึงท้าทายมาก เพราะมันใหญ่ มันเกี่ยวของกับหลายมิติ แต่ละมิติมันทับซ้อนกันหมด มันจึงเป็นปัญหาซ้อนปัญหา ระบบซ้อนระบบ เราจึงต้องมองปัญหาโควิดแบบระบบเชิงซ้อน มองภาพองค์รวมที่ใหญ่ขึ้น เห็นความเชื่อมโยงของตัวแปรในหลายมิติ หลายระดับ แล้วค่อยๆ แตกปัญหาออกเป็นประเด็นย่อยๆ แกะที่ละประเด็น จัดการไปทีละเรื่อง ด้วยการปรับตัวแปรใหม่ เปลี่ยนการเชื่อมโยงมันเสียใหม่ แล้วจะได้แนวทางใหม่ๆ ที่แตกต่าง ไม่เหมือนเดิม

3. การสร้างความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

การเล่นเชิงรุกด้วยแนวคิดเชิงระบบนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ต้องตอบสนองอย่างเป็นเอกภาพ ทุกฝ่ายจึงต้องปรับกรอบการทำงานใหม่ ต้องปรับมุมมองต่อปัญหาและกระบวนการแก้ปัญหาเสียใหม่ จะคิดและทำแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ ยังต้องสื่อสารต่อประชาชนให้เข้าใจแนวคิดนี้ เพื่อสร้างการยอมรับเพื่อไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนใครจะเล่นการเมืองในภาวะเช่นนี้ ก็ปล่อยไป เพราะประชาชนจะเลือกข้างเอง แต่ผู้นำต้องเด็ดขาด ในเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ รวบกฎหมายมาอยู่ในมือแล้วต้องกล้าฟันธง ตัดสินใจ ไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีใครรอดทั้งนั้น

อีกทั้งต้องกล้ายอมรับต่อประชาชนว่าไม่มีทางทำทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะมันเป็นปัญหาเชิงซ้อน และทุกมาตรการที่ออกมาล้วนมาจากความตั้งใจเพื่อช่วยประชาชน แต่ย่อมมีคนพอใจบ้างและไม่พอใจบ้าง จะได้ทุกคนเป็นไปไม่ได้ มาตรการต่างๆ ที่ออกมาช่วย มันก็ไม่ง่าย มันใช้เวลา ขอเวลาคนทำงานคิด เพื่อสร้างความขัดเจนว่าแนวทางปฏิบัติควรเป็นอย่างไร เพราะตอนที่คิด มันก็ไม่รู้หรอกว่าต้องทำอย่างไร มันเป็นแค่นโยบาย เพราะเรื่องนี้มันใหม่ มันไม่เคยเกิดมาก่อน ประชาชนต้องเข้าใจ แค่ประเด็นการชดเชย ประเด็นนี้ประเด็นเดียวก็ไม่ง่ายแล้ว ใครควรได้ ใครไม่ควรได้ ใครอยู่ในระบบประกันสังคมแบบไหน ถ้าไม่อยู่ในระบบเลย ต้องทำอย่างไร แค่เรื่องสมัครเข้าระบบประกันสังคมเพื่อรับค่าชดเชย วันนี้ระบบก็ล่มแล้ว นี่ยังไม่นับเรื่องความซ้ำซ้อนของการชดเชย บางคนไม่ปฏิบัติตามมาตรการ แต่ก็จะขอค่าชดเชย และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย แต่หากมีอะไรที่พลาด ก็บอกไป ยอมรับ แล้วสื่อออกไปว่าจะปรับแก้ไขอย่างไร ในกำหนดระยะเวลาเท่าไหร่ แล้วสุดท้ายให้ประชาชนจะวัดเอง เพราะนี่มันเป็นภาวะที่ไม่ปกติ

ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ มันไม่ปกติ จึงต้องปรับมุมมองการบริหารจัดการใหม่แบบไม่ปกติ ด้วยการเล่นเชิงรุกผ่านมุมมองใหม่ที่คิดเชิงระบบ และการสร้างความสอดคล้องให้ไปในแนวทางเดียวกันทั้งระบบ

5 สาเหตุที่ลูกดื้อ พร้อมวิธีรับมือ by หมอปุ๊ก Doctor For Kids #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658887

วันที่ 25 ก.ค. 2564 เวลา 08:10 น.

5 สาเหตุที่ลูกดื้อ พร้อมวิธีรับมือ by หมอปุ๊ก Doctor For Kidsพญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก Doctor For Kids ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง พร้อมทั้งมีวิธีแก้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วย

โดยทั่วไปธรรมชาติของเด็กต้องการความรัก และการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ อยากได้คำชมว่าเป็นเด็กดี น่ารัก รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่หากลูกเรามักจะดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง นั่นคือผิดวิสัยเด็ก และมีสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น

พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก Doctor For Kids ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง พร้อมทั้งมีวิธีแก้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ จากประสบการณ์ที่ได้ดูแลเด็กดื้อ ต่อต้านที่พ่อแม่พามาปรึกษา พบว่า

5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกดื้อ และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ มีดังนี้

ข้อแรก เด็กไม่ได้รับความสนใจเมื่อทำตัวดี

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโดยทั่วไปเด็กต้องการความรัก ความใส่ใจ คำพูดดีๆ จากจากพ่อแม่ แต่หากเด็กทำตัวดี เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่ายมาเรื่อยๆ แล้วพ่อแม่กลับทำเฉย ไม่สนใจ เหมือนมองไม่เห็นการทำดีนั้น พอมาวันหนึ่ง ด้วยเหตุอะไรก็ตาม เด็กบังเอิญได้ทำตัวไม่ดี ดื้อ ไม่เชื่อฟัง อาละวาดโวยวายขึ้นมาสักครั้งสองครั้ง พ่อแม่รีบเข้ามาสนใจ ให้ความสำคัญเห็นเป็นเรื่องใหญ่ และบางทียังได้ของที่อยากได้ (ที่เวลาพูดขอดีๆ กลับไม่ได้) เพื่อเป็นการตัดรำคาญหรือติดสินบนให้หยุดดื้อ หยุดโวยวาย อาละวาด เอาแต่ใจ หากเป็นแบบนี้ เด็กจะเรียนรู้ที่จะทำตัวไม่ดีเวลาอยากได้ความสนใจหรือเวลาอยากได้อะไรจากผู้ใหญ่

วิธีแก้

  • พ่อแม่ให้ “ความสนใจทางบวก” เวลาลูกทำตัวดี
  • ให้เป็นคำชม ยิ้มให้ลูก พยักหน้าแสดงความสนใจ แสดงท่ารับรู้ ลูบศีรษะ กอด ฯลฯ ทำเช่นนี้บ่อยๆ ทุกครั้งที่ลูกทำตัวดี
  • การให้ความสนใจทางบวกกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เป็นเสมือนการเติมพลังใจ สร้างแรงจูงใจในการทำตัวดีให้กับลูก เป็นการแสดงออกให้ลูกรู้ว่าคุณรับรู้คุณค่าในตัวเขา ตอบสนองความต้องการของลูกที่อยากได้การยอมรับ ความรัก ความสนใจจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

ข้อสอง ลูกไม่ได้รับการสอนว่าพฤติกรรมที่ดีคืออะไร

บางบ้านไม่สอนอะไรว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ไม่มีการกำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ควรและไม่ควรทำในครอบครัว

วิธีแก้ สั่งสอนลูก ชี้แนะให้รู้จักขอบเขตที่ชัดเจนของพฤติกรรมที่ทำได้และทำไม่ได้

ตัวอย่างในการสอนลูก เวลาเห็นลูกทำตัวไม่เหมาะสมในเรื่องใดก็ตาม ควรพูดเตือนทันที อย่าปล่อยผ่านไป โดยให้พูดบอก “สั้นๆ ง่ายๆ” ใช้น้ำเสียง สีหน้ากลาง ๆ ไม่ใช้อารมณ์ แต่ท่าทางเอาจริง ลองฝึกพูดกับหน้ากระจกดูก่อนก็ได้ว่าหน้าตาท่าทางเราดูคุกคามลูกเกินไปมั๊ย หรือน้ำเสียงเราอ่อน ขาดความเด็ดขาด ตัองบาลานซ์

  • ให้พูดกับลูกสาววัย 4 ขวบ ที่กำลังแย่งของเล่นจากพี่ชายวัย 6 ขวบ ว่า “หนูไม่แย่งของจากมือพี่ หนูขอพี่แล้วรอให้พี่ส่งของให้ค่ะ”
  • เมื่อลูกเอาเท้ายกขึ้นมาบนโต๊ะตอนกินอาหาร ให้พูดกับลูกว่า “โต๊ะไว้วางอาหาร ลูกเอาเท้าวางบนพื้นค่ะ”

ข้อสาม ลูกเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากพ่อแม่ และเกิดการเลียนแบบ

วิธีแก้ เตือนตัวเองว่าลูกจำและเรียนรู้จากเรา เราต้องเป็นต้นแบบของพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับลูก

ข้อสี่ ลูกโกรธ เศร้า หรือกังวล

เวลาเด็กมีความรู้สึกลบๆ พวกเขามักจะระบายอารมณ์ออกมาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว ทำร้ายคนอื่น ทำลายข้าวของ

วิธีแก้ ก่อนที่จะพูดตำหนิหรือไม่พอใจลูก ให้ลองพิจารณาว่าช่วงนี้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกด้านอื่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยหรือไม่ เช่น เงียบลง  ดูหงอยๆ แยกตัว ไม่ร่าเริง กินน้อย นอนยาก ร้องไห้ง่ายกว่าเดิม หงุดหงิดง่าย ขี้โมโหกว่าเดิม ถ้าพ่อแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้ลองคุยกับลูกว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ลองถามดูว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง ทั้งเรื่องครู เรื่องเพื่อน เรื่องการเรียน ถามไถ่ชีวิตลูก จะได้รู้สาเหตุที่ทำให้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกที่ผิดไปจากเดิม อาจจะช่วยชี้แนะลูกถ้าช่วยได้

ข้อห้า พื้นอารมณ์ของลูก

เด็กบางคนเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์อ่อนไหว หงุดหงิดง่าย ปรับตัวยาก มีความคิดและอารมณ์ค่อนไปทางลบ เด็กกลุ่มนี้มักจะแสดงท่าทีต่อต้าน ไม่ร่วมมือกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ มีความคับข้องใจง่าย จะแสดงพฤติกรรมถดถอย ทำตัวไม่สมวัย

วิธีแก้ พ่อแม่ควรทำความเข้าใจในเรื่องพื้นอารมณ์ของเด็ก และตอบสนองลูกให้เหมาะกับพื้นอารมณ์ของเค้า จะช่วยลดความคับข้องใจของลูกลงไปได้ ช่วยให้ลูกปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึง 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟังแล้ว ลองนำไปใช้สังเกตลูกดูว่าเป็นแบบนี้หรือไม่ หากพบว่าใช่ ควรรีบปรับพฤติกรรมตัวเอง เน้นที่ พ่อแม่ปรับพฤติกรรมของตัวเองที่กระทำต่อลูก จะพบว่าลูกร่วมมือกับพ่อแม่มากขึ้น ต่อต้านลดลง ให้ค่อยๆ ปรับตัวเองและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่หากลูกยังมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้านเช่นเดิม แนะนำว่าควรปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กเพื่อประเมินสภาวะอารมณ์ จิตใจ ความคิด และการปรับตัวของลูก เพื่อได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ตรงสาเหตุต่อไป

ชี้เป้ากระเป๋าสุดหรูใบใหม่ของสองสาวเซเลบริตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658664

วันที่ 22 ก.ค. 2564 เวลา 09:30 น.

ชี้เป้ากระเป๋าสุดหรูใบใหม่ของสองสาวเซเลบริตี้ส่องกระเป๋าใบโปรดของสองสาวสุดแซ่บ อั้ม พัชราภา และ ศรีริต้า เจนเซ่น กับ MCM X MINI ROCKSTAR VANITY CASE IN VINTAGE JACQUARD THE NEW CELEBRITIE IT-BAG

ยกให้เป็นไอเท็มใหม่ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้แล้ว สำหรับกระเป๋าเอ็กซ์ มินิ ร็อกสตาร์  วานิตี้เคส (X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard) สีน้ำเงิน (Modern Blue) จาก MCM ที่พึ่งเปิดตัวในฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2021 (Fall/Winter 2021) นี้ไปไม่นานก็ได้ขึ้นแท่นเป็นกระเป๋าใบโปรดในดวงใจของเหล่าเซเล็บสาวสวยหลายท่านไปแล้ว

ไม่เชื่อก็ดูได้จากโพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรมของนางเอกตัวท็อปของวงการ อย่างสาวอั้ม พัชรภา ไชยเชื้อ ที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน ทุกคนต่างให้ความสนใจและติดตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเธออยู่เสมอ เมื่อล่าสุดเธอได้ออกมาโพสต์รูปคู่กับกระเป๋าใบโปรดใบใหม่ของเธออย่าง กระเป๋า X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard สีน้ำเงิน (Modern Blue) จาก MCM แมทซ์เข้ากับเสื้อเชิ้ตซีทรูสีครีมและกางเกงขาสั้นสีขาว เรียกได้ว่าเป็นลุค Effortless Casual ที่สวยงามและน่าหลงใหลสมกับเป็นเจ้าหญิงของวงการเป็นที่สุด

สาวอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ กับกระเป๋า รุ่น Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard Monogram สีน้ำเงิน ในไซส์ X Mini

และถ้าจะพูดถึงเหล่านางเอกของวงการแล้ว ยังมีอีกหนึ่งท่านที่หากจะไม่พูดถึงคงไม่ได้ อย่างสาวศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ที่ถึงแม้ว่าพึ่งจะกลายเป็นคุณแม่ป้ายแดงไปหมาดๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะอัพเดทลุคแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สวยๆ ให้เราชมอยู่เสมอ เพราะอย่างล่าสุดเธอก็เลือกหยิบเจ้ากระเป๋า X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard สีน้ำเงิน (Modern Blue) จาก MCM มาใช้ในลุค Business สีขาว ได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบไม่แพ้ใคร

คุณแม่ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช กับกระเป๋ารุ่น Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard Monogram สีน้ำเงิน ในไซส์ X Mini

สำหรับแคปซูลคอลเลคชั่น วินเทจ โมโนแกรม แจ็คการ์ด (Vintage Monogram Jacquard Capsule Collection) MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังสุดหรูสัญชาติเยอรมนี นำเอากลิ่นอายความวินเทจกลับมาบอกเล่าใหม่อีกครั้ง ให้ดูหรูหราและวินเทจยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคการทอแจ็คการ์ด (Jacquard) ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษจากโรงเรียนสิ่งทอบาวเฮาส์ (The Bauhaus Textiles School) อันเลื่องชื่อของเยอรมันนีโดยเฉพาะ

เทคนิคการทอแบบแจ็คการ์ดนี้ถือได้ว่าเป็นเทคนิคการทอชั้นสูงที่ทำให้เกิดลักษณะของงานแบบสามมิติที่ต้องอาศัยทั้งความประณีตและความชำนาญของช่างทอเป็นอย่างมาก ความละเอียดละออของการสร้างลวดลายลงไปบนเนื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้จึงยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าความสวยงามและถ่ายทอดความหรูหราของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจนเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีอย่างเป็นทางการ

เจ้ากระเป๋าเอ็กซ์ มินิ ร็อกสตาร์  วานิตี้เคส (X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard) นอกจากจะสะพายข้างครอสบอดี้ (Crossbody)ได้แล้ว ยังสามารถนำมาถือเป็น ท็อป แฮนเดิล ได้อีกด้วย (Top Handle) รู้แบบนี้แล้วไม่แปลกใจเลยที่เจ้ากระเป๋าใบนี้ได้กลายเป็น IT BAG ในดวงใจใบใหม่ของเหล่าเซเล็บบริตี้ทั้งหลายในวงการ

เป็นเจ้าของแคปซูลคอลเลคชั่น วินเทจ โมโนแกรม แจคการ์ด (Vintage Monogram Jacquard Capsule Collection) ได้แล้ววันนี้ ทาง LINE: @MCMTHAILAND FB: MCMTHAILANDOFFICIAL และ IG: @MCMTHAILAND และ ณ  MCM ทั้ง 4 สาขาที่  EmQuartier, Central Embassy, Siam Paragon และ ICONSIAM หรือโทร. 06-5526-6608

G2000 คอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2021 อัพลุคเฉิดฉายในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658558

วันที่ 21 ก.ค. 2564 เวลา 09:50 น.

G2000 คอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2021 อัพลุคเฉิดฉายในสไตล์ที่ไม่เหมือนใครอัพเดทแฟชั่นชุดทำงานโฉมใหม่ในแบบฉบับ G2000 กับคอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2021

G2000 Women’s Collection

สวยเท่และสวมใส่สบาย คือเสื้อผ้าที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอากาศร้อนๆ ช่วงซัมเมอร์ G2000 Women’s Collection จึงได้นำเอาประสบการณ์ความสดใหม่ทั้งการดีไซน์และฟังก์ชั่นต่างๆ ไว้ให้กับคุณผู้หญิงด้วย Cool-biz Suit ด้วยวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมสัมผัสที่เย็นสบายผิวช่วยระบายอุณหภูมิอันร้อนระอุของร่างกายได้เป็นอย่างดีจนรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายทุกครั้งที่สวมใส่แม้เป็นชุดทำงานทางการก็ตามพร้อม Antibacterial Suit ซึ่งมีฟังก์ชั่นยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและลดกลิ่นอับชื้นจากเหงื่อเพื่อความมั่นใจในทุกๆวันตลอดหน้าร้อนนี้! นอกจากเรื่องของฟังก์ชั่นแล้วในฤดูกาลนี้สีสันที่ดูแปลกตามาในคัตติ้งที่ดูสวยคมนั้นถือเป็นจุดเด่น อย่างเช่นการใช้สีเขียวอะโวคาและชมพูที่มอบลุคความงามที่แตกต่างออกไปในชุดเรียบโก้ โดยในซีซั่นนี้ชิ้นเด่นที่ถือว่าต้องมีก็คือชุดเบลเซอร์กับกางเกงขาสั้นที่เข้าเซ็ทกัน สร้างลุคสวยชิค คล่องตัว และยังดูโดดเด่นมีสไตล์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้การเพิ่มขนาดไซส์ให้เลือกได้หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อสอดรับกับทุกความต้องการของทุกรูปร่างและทุกขนาดยังช่วยให้คุณสนุกกับแฟชั่นได้อย่างไร้ข้อจำกัด

สัมผัสความเย็นสบายพร้อมฟังก์ชั่นชุดทำงานที่ลงตัว

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ G2000 ก็คือ Cool-biz Suit ชุดสูทที่ดูดี ทันสมัย และมีหลากหลายเท็กซ์เจอร์ โดยเนื้อผ้าในคอลเลคชั่นซัมเมอร์นี้ เราเลือกที่มีความโปร่ง บางเบา ช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบาย ไม่อึดอัด สัมผัสนุ่มละมุนผิว ลดทอนข้อจำกัดที่ว่าชุดทำงานจะต้องดูเนี้ยบ เป๊ะ และอึดอัดเข้าไว้เพื่อลุคที่สง่างาม แต่ด้วยคอลเลคชั่นนี้ของเราคุณสามารถเอนจอยกับทุกการเคลื่อนไหวมีความคล่องตัวได้เสมอไม่ว่าจะทำงาน หรือกิจกรรมใดๆ ระหว่างวัน รวมถึง Antibacterial Suit ที่เหมาะมากกับสภาพอากาศร้อนชื้นของบ้านเราโดยเนื้อผ้าจะช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เกิดจากเหงื่อจึงทำให้คุณรู้สึกสะอาดสดชื่นและดูดีได้ยาวนานตลอดวัน

หลากหลายสีสันและการตัดเย็บเพื่อทุกความต้องการ

การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าได้อย่างหลากหลายนั้นช่วยให้แต่ละลุครับซัมเมอร์นี้ดูสนุกสนาน สดชื่น ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อใช้เฉดสีสดใสอย่างสีเขียวอะโวคาโดและสีชมพูฉีกลุคสาวออฟฟิตผู้เคร่งขรึมอึมครีม ให้กลับสดใสขึ้นทันตา รวมถึง Tops เสื้อตัวบนที่มีความหลากหลายเฉดสีให้เลือกสวมใส่ เช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ และระดับความยาวของแขนเสื้อที่มีให้เลือกครบครัน เปลี่ยนลุคได้ตามมู้ดแต่ละวันแบบไม่ซ้ำซาก Flowy Dress กับหลากหลายเนื้อผ้าและความยาวแขนช่วยให้คล่องตัวสุดๆ ในซัมเมอร์นี้ อีกทั้งยังดูพลิ้วไหว สดใสไปกับหน้าร้อนได้อย่างดี นอกจากนี้ ยังมี Lightweight Cardigan ที่ต้องบอกว่าเหมาะสุดกับการทำงานในห้องแอร์ช่วงซัมเมอร์ ที่บางทีก็หนาวเย็นด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษ หนาพอให้อุ่นขึ้นแต่ยังบางพอให้สวมใส่สบาย ดังนั้นจะออกนอกออฟฟิศไปกินข้าวเอาท์ดอร์หรือกลับเข้ามาประชุมด่วนๆ ในห้องแอร์ก็ไม่ต้องใส่ๆ ถอดๆ ให้เปลืองแรง นี่แหละ! ฟังก์ชั่นที่ผู้หญิงเราต้องการ!

เบลเซอร์กับกางเกงขาสั้นเข้าเซ็ทกัน ความสมาร์ทแบบสาวทำงานตลอดซัมเมอร์นี้

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญงานสูท G2000 ได้นำเสนองานสูทที่ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในหลากหลายโอกาส โดยในซีซั่นนี้มี 2 ซีรีส์หลักด้วยกันคือ Professional และ Feminine โดย #ทีมProfessional นั้นได้รังสรรค์ภาพลักษณ์ความเป็นมือโปรด้วยสูททางการสุดเนี้ยบ ในขณะที่ #ทีมFeminine นั้นเน้นลุคที่ดูอ่อนโยนและทรงเสน่ห์ยิ่งขึ้น ลดทอนความแข็งกร้าวด้วยชุดสูทที่ส่งเสริมส่วนโค้งเว้า ช่วงเอวเน้นเย็บเข้าให้ดูแบบบางลง  มาพร้อมเข็มข้ด เสื้อคอวี และแจ๊กเก็ต ปัดฝุ่นให้ลุคงานสูทดูชิคและทันสมัย ที่นับว่าเป็นไฮไลท์สำคัญประจำฤดูกาลเลยก็คือเบลเซอร์และกางเกงขาสั้นเข้าเซ็ทกัน Blazer and Shorts โดยมีเบลเซอร์ที่สวมใส่อย่างพอดีตัวมิกซ์กับกางเกงขาสั้นที่ดูทั้งสวยเท่และยังเนี้ยบได้ในหน้าร้อนโดยไม่ต้องทนใส่ชุดร้อนระอุอย่างที่เคย และแน่นอนว่ายังคงดูเป็นสาวทำงานมือโปรฯ เช่นเดิม ด้วยการผสมผสานไอเท็มที่หลากหลายกันนี้ไว้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งลุคที่แปลกตาแต่สวยเกินคาด พร้อมสไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร แบบไม่ต้องฝืน!

 

G2000 Men Collection

ชุดทำงานฟังก์ชั่นครบในลุคซัมเมอร์ ไปทำงานเจอเดดไลน์โหดๆ ว่าเครียดประมาณนึงแล้ว ยิ่งพอเจออากาศร้อนๆแบบนี้คิดว่าจะใส่อะไรไปดียิ่งเครียดเข้าไปใหญ่เพราะในฤดูกาลนี้การจะเลือกสวมใส่ชุดทำงานแบบ “เต็มรูปแบบ” ก็อาจจะอึดอัดได้ ถ้ามีเบลเซอร์ที่ทำจากวัสดุที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายขณะสวมใส่ไปดด้วยได้ก็คงดีซึ่งเราได้คัดสรรและออกแบบ เบลเซอร์สำหรับร้อนนี้ให้ตอบโจทย์ด้วยคัตติ้งที่ไม่เป็นทรงแข็งทื่อและมีแผ่นเสริมไหล่แบบน้อยๆ ให้มีความนุ่มนวลและเคลื่อนไหวได้สะดวกที่สุด ยิ่งเมื่อทั่วโลกต้องประสบปัญหาดรึระบาดการเลือกสวมใส่ อะไรที่ง่ายดายแต่ยังดูดีนั้นย่อมตอบความต้องการได้ดีกว่า เช่น ชุดสูทที่สามารถซักได้ด้วยเครื่องซักผ้าที่ของคุณเองสะดวกสุดและยังช่วยประหยัด ค่าบริการซักแห้งไปได้มากโขทั้งยังช่วยคุมลุคให้ดูดีมีความโปรฯ และสมาร์ทเช่นเคย! ด้วยเนื้อผ้าเบาสบายระบายอากาศได้ดีอย่างเบลเซอร์ลินินที่สวมใส่เย็นสบายโดยยังคงลุคสมาร์ทเรียบเท่ไว้ได้อย่างครบครัน

กางเกงที่หลากหลายตรงกับทุกความต้องการ

การเลือกสวมใส่กางเกงที่ใช่จะช่วยลดปัญหาในชีวิตไปได้มาก โดยเฉพาะเรื่องไซส์และสไตล์ ดีไซเนอร์ของเราจึงออกแบบกางเกงทุกตัวอย่างพิถีพิถันและแม่นยำ  ด้วยรูปทรงและไซส์ที่หลากหลายเช่นเดียวกับดีเทล ของกางเกงที่ตอบได้ทุกความต้องการของชายหนุ่มทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นคลาสสิคที่อยู่มาทุกยุค (Comfort, Regular, Smart and Slim Fit) ไปจนถึงงานสายแฟฯ แบบ Ultra Slim Fit และหากต้องการความสบายเป็นพิเศษก็ต้องเลือกช่วงเอวแบบยืดได้อย่าง Flexi-waist Smart Fit พูดง่ายๆว่า ไม่ว่าความต้องการของคุณจะ เป็นอย่างไรเราก็มีกางเกงแบบที่ตอบโจทย์ได้ตรงใจคุณอย่างแน่นอนรวมถึงสายคาดเอวแบบยืดได้ในกางเกงรุ่นยอดนิยมอย่าง Smart Fit ที่แม้จะเป็นกางเกงทำงานแต่สวมใส่ตอนไปเที่ยวพักผ่อนก็ยังเหมาะเพราะสวมใส่สบายและคล่องตัวทุกมูฟเมนต์เรียกว่าเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ฉีกกรอบความคิดเดิมๆไปเลยว่ากางเกงของสุภาพบุรุษจะต้องเป็นอะไรที่สวมใส่แล้วสบายตาแต่ไม่สบายตัวเอาเสียเลย

กางเกงชิโน ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สวมใส่ได้ทุกโอกาส เพราะมีความกลางๆ ระหว่างลุคสมาร์ทกับลุคสบาย แต่แน่นอนว่าดูดีและสามารถสวมใส่ไปทำงานได้เหมาะสมและเหมาะกับซัมเมอร์ลุคนี้อีกต่างหาก ส่วน New Slim Fit คืออีกทรงที่น่าสนใจด้วยช่วงสะโพกและขาที่เรียวเล็ก ช่วยให้รูปร่างดูเพรียวบาง คล่องตัว หรือ Cropped Slim Tapered Fit ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายมีพื้นที่ให้ขยับแข้งขาได้สะดวกด้วยขาท่อนบนที่เรียวและท่อนล่างที่กว้างออกมาหน่อยกำลังอินเลยทีเดียว ที่สำคัญคือความเบาสบายของเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดีเหมาะกับอากาศหน้าร้อน ดังนั้นไม่ว่าจะไปทำกิจกรรมใดๆเมื่อไหร่ยังไงก็มั่นใจได้ ทุกทวงทาอิริยาบถว่าสบายและดูดี ยิ่งถ้าอยากคล่องตัวเป็นพิเศษกางเกงชิโนแบบยืดได้ก็มี! ช่วยให้ทุกย่างก้าวของแต่ละเป็นไปแบบไร้สะดุด

คีย์พีซสำหรับชายหนุ่มช่วงซัมเมอร์นี้

สีเขียว คือสีเด่นประจำฤดูกาลสำหรับแคชวลลุค ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเสื้อยืดหรือกางเกงชิโนหรือแม้กระทั่ง เบลเซอร์หรือแจ๊กเก็ตแบบชิลๆสักตัว เรียกว่าเข้ากับอะไรก็ได้ปรับเปลี่ยนได้หลากลุคจะไปทางโทนสีกลางๆ ก็ได้หรือแมทช์เข้ากับโทนไหนก็ดูดี อาจเพราะเป็นโทนสีที่ไม่เอะอะเกินไปและไม่ได้บ่งชี้เฉพาะว่าเหมาะกับเพศใดเป็นพิเศษจึงควรตุนไอเท็มสีเขียวไว้เสมอเบลเซอร์แบบแคชวลหรือลำลองก็ถือเป็นคีย์พีซสำหรับหน้าร้อนนี้ อัพลุคให้ดูสมาร์ทขึ้นได้อย่างง่ายดายแม้กับชุดในวันสบายๆไม่ว่าจะจับแมทช์กับกางเกงชิโนหรือกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาว แล้วตามด้วยสูทออกซ์ฟอร์ดทับก็ดูเนี้ยบขึ้นได้โดยที่ยังสวมใส่ได้สบาย และคล่องตัว  

แมทช์เบลเซอร์กับกางเกงชิโน อยากได้ลุคที่ดูเนี้ยบขึ้นมาหน่อยเบลเซอร์ก็ต้องมาจับคู่กับกางเกงชินคือหล่อเลยอาจลดทอนความจริงจังลงไปหน่อยด้วยการแทรกเสื้อยืดสบายๆสวมไว้ด้านในกับรองเท้าผ้าใบโดยเฉพาะถ้าเป็นเบลเซอร์สีกรมท่ากับกางเกงชิโนสีอ่อนบอกเลยว่านี่คือสูตรสำเร็จสู่ลุคที่ดูดีสนุกสนานเนี้ยบก็ได้เท่ก็ได้ดูดีมีลูกเล่นกำลังเหมาะ

แมทช์เบลเซอร์กับกางเกงขาสั้น อยากใส่เบลเซอร์แต่ดูไม่ทางการ มีความสนุกสนานสักหน่อย ลองจับคู่กับกางเกงขาสั้นสักตัวสิถือเป็นอีกลุคหนึ่งที่มีความขี้เล่นหน่อยๆและยังดูมีสไตล์เหมาะกับอากาศร้อนๆช่วงซัมเมอร์อีกต่างหาก อยากดูจัดเต็มขึ้น หน่อยแมทช์สีเบลเซอร์กับกางเกงชิโนขาสั้นให้เป็นเฉดเดียวกันไปเลยแล้วด้านในสวมเสื้อยืดง่ายๆกับรองเท้าสบายๆ อย่างแซนดัล รองเท้าผ้าใบ ไปจนถึงรองเท้าหัวแหลมสำหรับชายหนุ่มที่มั่นใจในสไตล์อันจัดจ้านของตัวเองแต่ยังคงความชิลล์ไว้ไม่ให้ล้นเกินเรื่องหรือถ้าจะลองสวมเสื้อยืดคอปกกับกางเกงขาสั้นก็เข้ากันดีเช่นกัน 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.g2000.co.th Facebook: G2000Thailand และ Instagram: G2000Thailand