เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656353

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 13:40 น.

เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯGARMIN LOVER ไม่ควรพลาด! GARMIN เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพ พร้อมสินค้าใหม่ล่าสุด “FORERUNNER 55” จีพีเอส สมาร์ทวอทช์ ที่พร้อมสนับสนุนให้การวิ่งเป็นนิวแฮบิท

แบรนด์ GARMIN หนึ่งในผู้นำด้าน Smart Watch และ Wearable Device ภายใต้การนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ ซีเอ็มจี (CMG) เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ล่าสุด ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ครั้งแรกของการรวบรวมสินค้าที่เป็นของใช้ตามไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ GARMIN สำหรับ GARMIN LOVER

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ถูกรวบรวมให้เป็นโซนไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ GARMIN แห่งแรกในไทย นาฬิกาสมาร์ทวอทช์จาก GARMIN ที่มีให้คุณได้เลือกมากมายหลากหลายรุ่น และพื้นที่สำหรับลองมิกซ์และแมตซ์สายนาฬิกาช่วยเพิ่มความสนุกเพื่อคอมพลีทลุคของคุณแบบจัดเต็มเป็นครั้งแรก ที่ GARMIN BRAND SHOP แห่งนี้

พร้อมกันนี้ GARMIN เปิดตัว FORERUNNER 55 จีพีเอส สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับนักวิ่งทุกระดับ เพื่อสนับสนุนให้การวิ่งเป็นนิวแฮบิท (New Habit) ผ่านการพัฒนาจีพีเอสสมาร์ทวอทช์เพื่อตอบโจทย์เหล่านักวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนถึงฟีเจอร์ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง

GARMIN BRAND SHOP มีอะไรใหม่ที่ GARMIN LOVER ไม่ควรพลาด!

·สินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ถูกรวบรวมให้เป็นโซนไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ GARMIN แห่งแรกในไทย ครั้งแรกของการรวบรวมสินค้าที่เป็นของใช้ตามไลฟ์สไตล์ จากแบรนด์ GARMIN สำหรับ GARMIN LOVER เพื่อเอาใจแฟนคลับตัวจริงของการ์มิน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กระบอกน้ำเก็บความร้อน กระเป๋าเป้สะพายหลัง ให้คุณได้เลือกช้อปอย่างจุใจ

·นาฬิกาสมาร์ทวอทช์จากการ์มิน ที่มีให้คุณได้เลือกมากมายหลากหลายรุ่น

·พื้นที่สำหรับลองมิกซ์และแมตซ์สายนาฬิกา ที่สามารถเพิ่มความสนุกช่วยคอมพลีทลุคของคุณแบบจัดเต็ม โซนสำหรับลูกค้าทดลองเปลี่ยนสายนาฬิกาอย่างง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง ที่มีสายนาฬิกาให้เลือกช้อปอีกหลายสิบแบบ รับรองว่าจะเปลี่ยนวันจำเจของคุณให้มีสีสันตลอดทั้งสัปดาห์

·การมาถึงของ FORERUNNER 55 สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกครีเอทภายใต้คอนเซ็ปต์ “EXERCISE IS THE BEST NUTRITION, RUNNING IS THE SIMPLEST WAY TO START – การออกกำลังกายเป็นสารอาหารที่ดีที่สุด การวิ่งคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้น” เนื่องจากการ์มินจึงตั้งใจสนับสนุนให้การวิ่งกลายเป็นนิวแฮบิท (New Habit) เพราะเราเชื่อว่า การวิ่งคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นออกกำลังกาย และการออกกำลังกายเป็นสารอาหารที่ดีที่สุดที่สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง FORERUNNER 55 55 จึงมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบถ้วนเพื่อตอบโจทย์เหล่านักวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยจุดเด่น ดีไซน์ใช้งานง่าย เพียงกดปุ่มเดียวก็พร้อมเริ่มต้นไปกับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเริ่มวิ่งหรือเดิน และติดตามข้อมูลเวลา ระยะทาง ความเร็ว ฝีเท้า และอัตราการเต้นของหัวใจได้โดยตรงจากข้อมือ มาพร้อมกับฟีเจอร์จัดเต็ม ตั้งแต่ฟีเจอร์เทรนนิ่งสำหรับนักวิ่งครอบคลุมตั้งแต่ก่อน ระหว่างและหลังการวิ่ง อาทิ Daily Suggested Workout, PacePro Lite, Track Run, Recovery Time ไปจนถึงฟีเจอร์ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ที่ GARMIN BRAND SHOP เซ็นทรัล ลาดพร้าว ยังมีดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าในแคมเปญ GARMIN Mid Year Saleที่มอบข้อสุดพิเศษมากถึง 5 ต่อ แฟนๆ GARMIN สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลโปรโมชั่น ได้ที่ทางเฟซบุ๊ค Garmin by CMG หรือ Line OA @garminbycmg

8 Soft Skills ช่วยมนุษย์เอาชนะ AI #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656324

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 08:10 น.

8 Soft Skills ช่วยมนุษย์เอาชนะ AIDPU เผยผลวิจัย “ทักษะอนาคตของกำลังแรงงานในประเทศไทย” ระบุซอฟต์สกิล (Soft Skills) ช่วยมนุษย์เอาชนะ AI ชี้มหาวิทยาลัยคือด่านสำคัญช่วยลดต้นทุน Upskill และ Reskill ขององค์กร

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยงานวิจัย “ทักษะอนาคตของกำลังแรงงานในประเทศไทย” พบว่า มนุษย์ต้องทำงานร่วมกับ AI และในอีก 30 ปีข้างหน้า AI จะเก่งกว่ามนุษย์อีกพันเท่า ชี้ทางรอด “ซอฟต์สกิล” (Soft Skills) คือเครื่องมือสำคัญช่วยมนุษย์ชนะปัญญาประดิษฐ์ สร้างโอกาสใหม่ๆ ในสายอาชีพ โดยมหาวิทยาลัยเป็นเสมือนด่านหน้าที่สำคัญในการบ่มเพราะ Soft Skills ผลิตบุคลากรตอบสนองตลาดแรงงานในอนาคต ช่วยองค์กรลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการ Reskill และ Upskill ให้พนักงาน

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ เมื่อ AI สามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้ ตามความเก่งของ AI ในแต่ละยุค ดังนั้นมนุษย์จะต้องมีการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดจากการพัฒนาอย่างล้ำหน้าของ AI  ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้ตระหนักถึงการ Reskill และ Upskill ทักษะของบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น”

“มีการคาดการณ์ถึงการทำงานในอนาคตว่า AI จะทำงานร่วมกับมนุษย์และทำงานแทนมนุษย์ได้หลากหลายและรวดเร็วกว่าหลายเท่า  โดยเฉพาะงานที่มีรูปแบบซ้ำๆ (Routinized) งานที่มีกระบวนการทำงานและขั้นตอนที่ตายตัว แต่ทักษะด้าน Soft skills หรือทักษะทางสังคม ยังคงเป็นสิ่งที่ AI ยังพัฒนาได้ไม่เท่าทันมนุษย์ หากมนุษย์จะทำงานร่วมกับหรือทำงานให้เก่งกว่า AI ต้องพัฒนาทักษะ Soft skills ที่จำเป็น เช่น ทักษะการวิเคราะห์ในระดับสูง ทักษะทางสังคมในการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI  ในอีกมุมมองหนึ่ง มีงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าในหลายประเทศมีการแย่งชิงแรงงานทักษะที่มีทักษะการวิเคราะห์ในระดับสูง เช่น Data Scientist, Solutions Engineer, UX Designer, Software QA Engineer, Software Developer และ Front End Developer ซึ่งรูปแบบการทำงานจะมุ่งเน้นเป็นแบบ Freelance มากขึ้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นจะต้องมีการเรียนการสอนที่สามารถตอบสนองความต้องการของแรงงาน และผู้ประกอบการ เพื่อสร้างแรงงานที่พร้อมในการทำงานในอนาคต”

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้ทำการศึกษา เรื่อง “ทักษะอนาคตของกำลังแรงงานในประเทศไทย” เพื่อศึกษาว่าแรงงานในอนาคตว่าควรมีชุดทักษะ (Skill Set) อะไรบ้าง โดยศึกษา Skill Set สำหรับแรงงานในอนาคตของไทยใน 3 ช่วงเวลา คือ ช่วงพัฒนา AI (2020 – 2029) ช่วงทำงานร่วมกับ AI (2030 – 2059) และช่วงอยู่ร่วมกับ AI (2050 –2060)

จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า

ช่วงที่ 1

ช่วงพัฒนา AI (Evolving with AI) ตั้งแต่ปี 2020-2029

เป็นช่วงที่ AI ยังไม่เก่งเท่ามนุษย์ ยังไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ยังคิดและตัดสินใจไม่เก่งเท่ามนุษย์ จึงสามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้เท่านั้น เช่น งานที่มีการประมวลผลข้อมูลซ้ำๆ งานมีรูปแบบการคำนวณที่เหมือนกัน และไม่ต้องใช้การวิเคราะห์เฉพาะสถานการณ์ ดังนั้น ทักษะที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ในยุคนี้ คือ ทักษะในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งต้องใช้สัญชาติญานความเป็นมนุษย์ในการคิดและตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ตายตัว กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking /Design Mindset) ทักษะการคิดปรับเปลี่ยนเชิงประยุกต์ (Adaptive Thinking) ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) ทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Collaboration)  และ ทักษะในการรับมือกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย (Cross Culture)

ช่วงที่ 2

ทำงานร่วมกับ AI (Working with AI) ตั้งแต่ปี 2030-2049

เป็นช่วงที่มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น มนุษย์มีความจำเป็นต้องเพิ่มทักษะ และการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทักษะที่จำเป็นในช่วงเวลานี้คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Skill) และทักษะการสร้างมูลค่าหรือคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการ (Value Creation Skill) ถือเป็นทักษะด้านศิลปะทางความคิดที่ต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่ง AI จะยังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้แบบ 100%

ช่วงที่ 3

อยู่ร่วมกับ AI (Living with AI) ตั้งแต่ปี 2050-2060

ผลวิจัยคาดการณ์ไว้ว่า AI จะมีความสามารถมากกว่ามนุษย์พันเท่า ข้อดีคือ สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ มนุษย์ไม่ต้องเหนื่อยทำงานมาก  การใช้ AI มีต้นทุนถูกกว่าการจ้างแรงงานมนุษย์ ส่วนข้อเสียคือ งานบางประเภทจะหายไป มนุษย์ที่มีทักษะเก่า ๆ จะตกงาน และจะมีงานประเภทใหม่เข้ามาทดแทน ดังนั้น ทักษะในช่วงเวลานี้ คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced analytical Skill) เพื่อให้สามารถทำอาชีพใหม่ที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ อาชีพใหม่ที่คาดหวัง คือ ที่ปรึกษาเชิงปรัชญา (Philosophical Consultant) นักออกแบบเวลาว่าง (Free Time Designer) นักออกแบบอาชีพ (Occupation Designer) และนักออกแบบห้องเสมือนจริง (Virtual Room Designer) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ทักษะแรงงานต่างมีความเห็น ว่าหากจะมองถึงสถานการณ์ในช่วงที่ 2 (ทำงานกับ AI) และช่วงที่ 3 (อยู่ร่วมกับ AI) อาจเป็นการคาดการณ์ที่ไกลเกินไป ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานในช่วงที่ 1 (พัฒนา AI) คือตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2029 ซึ่งพบว่า

ทักษะที่จำเป็นในอนาคตสำหรับแรงงานในประเทศไทยส่วนใหญ่จึงเป็นทักษะที่มีลักษณะเป็นซอฟท์สกิล (Soft Skills) ได้แก่ 

  1. ทักษะการวิเคราะห์และปรับใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจโครงสร้างของข้อมูล และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปต่อยอดเชื่อมโยงได้  เนื่องจาก ในช่วงเวลานี้ AI จะทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลใน BIG DATA ที่มีอยู่มากมาย มนุษย์จำเป็นต้องมีความรู้ในการนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ได้
  2. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เป็นการนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้ สร้างสรรค์ต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ
  3. ทักษะการใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด  การใช้ชีวิตบนโลกแห่งดิจิทัล เช่นการค้นหาข้อมูล การจดบันทึก บนสื่อดิจิทัล เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นการทิ้งร่องรอยบนโลกดิจิทัลเพื่อช่วยให้ AI สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของมนุษย์ได้มากขึ้น?
  4. ทักษะการปรับตัว ทั้งวิธีการทำงาน กรอบแนวคิด การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และต้องสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดเวลา (Lifelong Learning)
  5. ทักษะการบริหารจัดการคน เนื่องจากในอนาคตการทำงานเป็นทีมถือเป็นปัจจัยสำคัญ
  6. ทักษะด้านการมีเหตุผลในการคิด เพื่อเสริมสร้างให้เกิดการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถนำมาจัดวางเป็นโปรแกรมบนดิจิทัลต่อไปได้
  7. ทักษะความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ในระดับยีนและ DNA เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดในอนาคต
  8. ทักษะด้านภาษา การฝึกฝนทางด้านภาษาที่หลากหลาย เพื่อช่วยเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ผลจากการศึกษาวิจัยยังได้สะท้อนถึงปัญหาและอุปสรรคที่จะส่งผลต่อการพัฒนาแรงงานในอนาคตพบว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนในการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีและทักษะของแรงงาน  หลายๆ องค์กรอยากลงทุนเรื่องการสร้างทักษะให้แก่แรงงาน แต่ยังไม่ได้มีแผนที่ชัดเจน ไม่มีแนวทาง ไม่ทราบว่าควรพัฒนาทักษะอะไร ไม่มีเครื่องมือในการวัดทักษะเดิมของพนักงาน โดยมีสัดส่วนขององค์กรที่ยังไม่คิดถึงแผนการพัฒนาทักษะแรงงาน หรือมีแผนบ้างแต่ยังไม่ได้ลงมือทำกว่า 48%  หรือบางองค์กรที่ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็พบว่าบุคลากรยังขาดความรู้และไม่มีสมรรถนะที่จะเข้าใจเรื่องของ AI จึงไม่สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดได้ และยังพบว่าประเทศไทยขาดการปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงทำให้บุคลากรขาดการเพิ่มเติมองค์ความรู้ใหม่ๆ นอกจากนี้ยังขาดแรงจูงใจด้านค่าตอบแทนหรือการคุ้มครองสิทธิบัตรทางปัญญาให้กับผู้สร้างนวัตกรรม คนที่เก่งด้านเทคโนโลยีจึงไปทำงานให้กับประเทศอื่น รวมถึงยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีสร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนมองว่า AI คือนวัตกรรมที่จะมาพัฒนาประเทศ ไม่ใช่นวัตกรรมที่จะมาทำให้คนตกงาน

“ผลจากการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ทำให้เราตระหนักได้ว่าความสามารถของมนุษย์เมื่อทำงานร่วมกับ AI นั้น จะเกิดประสิทธิภาพที่เป็นเลิศ องค์กรจึงต้องมีการพัฒนาทักษะแรงงานอยู่เสมอ แต่เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อม การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องมีการปรับและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความจำเป็นของอนาคต โดยการปลูกฝัง Soft Skills ที่พร้อมสำหรับการทำงานให้กับบุคลากร  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยทำให้ปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ลดน้อยลง เพราะจะสามารถลดต้นทุนในการ Reskill และ Upskill ให้กับองค์กรต่าง ๆ ได้”  ดร. ดาริกา กล่าว

สร้างสรรค์แฟชั่นจากผ้าไทย ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีคำว่า ‘เชย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656230

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 11:01 น.

สร้างสรรค์แฟชั่นจากผ้าไทย ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีคำว่า 'เชย'โอกาสของคนรักงานดีไซน์มาถึงแล้ว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากลเพื่อการต่อยอดและพัฒนา ภายใต้โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564

ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยสู่ความยั่งยืน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากล เพื่อต่อยอดและพัฒนา (Cultural Textile Awards 2021) ภายใต้โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของไทย และนักออกแบบลายผ้าไทยรุ่นใหม่ ให้มีโอกาสนำเสนอความคิดสร้างสรรค์จากผ้าไทย ภายใต้แนวคิดหลัก “สังคมสรรค์สร้าง Social Creation” ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาสร้างสรรค์ลายผ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยสู่ความยั่งยืนสืบไป

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อยากเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่และผู้ประกอบการได้สร้างสรรค์พัฒนาผ้าไทยให้ได้รับความนิยมในระดับสากล ส่งเสริมการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผ้าไทยและเครื่องนุ่งห่มตรงตามความต้องการของผู้บริโภคที่นำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยผู้ประกอบการ และนักออกแบบรุ่นใหม่ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดภายใต้แนวคิดหลัก “สังคมสรรค์สร้าง Social Creation” ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และสิ่งทอสร้างสรรค์ โดยผู้ที่ส่งผลงานร่วมประกวดสามารถตีความได้ไม่จำกัด แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจ แนวความคิด จนได้ผลงานผ้าไทยที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ภายใต้การนำเอามรดกทางภูมิปัญญาในท้องถิ่น อาทิ งานหัตถกรรม งานช่างฝีมือ ฯลฯ ซึ่งเป็นการร่วมมือร่วมใจของผู้คนในชุมชนจนก่อให้เกิดเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นมาประยุกต์ใช้ ในขณะเดียวกันผู้ส่งผลงานเข้าประกวดยังสามารถเลือกใช้วัสดุธรรมชาติและสีย้อมธรรมชาติจากท้องถิ่น หรือผสมผสานวัสดุเส้นใยนวัตกรรม รวมถึงเทคนิคต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการได้กำหนดให้มีการใช้วัสดุและการย้อมสีธรรมชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

โครงการนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงแฟชั่นและผ้าไทยอย่าง คุณจ๋อม-ศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์มากฝีมือแห่งแบรนด์ THEATRE (เธียเตอร์), คุณอู๋-วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข เจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH (วิชระวิชญ์) หนึ่งในดีไซเนอร์ไทยที่สร้างชื่อเสียงในเวทีแฟชั่นระดับสากล พร้อมด้วย คุณปืน-สธน ตันตราภรณ์ ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น , คุณโจ-ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าไทย เจ้าของแบรนด์ Jo’s Bag (โจแบ็ค) และคุณกุ้ง-เปรมฤดี กุลสุ เจ้าของคอนตอนฟาร์ม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฝ้ายและการใช้สีในท้องถิ่น มาร่วมให้แนวคิดในการสร้างแรงบันดาลใจและสร้างสรรค์แฟชั่นจากผ้าไทยที่ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีคำว่าเชย

เริ่มจากคุณปืน-สธน ตันตราภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นคนดัง กล่าวถึงแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย ผ่าน 6 เทรนด์จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยกำลังเริ่มมีเทรนด์เป็นของตัวเอง ซึ่งเกิดจากวิธีการคิดของคนไทยเอง จากวิธีการคิดสี การคิดผ้า การใช้ชีวิต กล่อมเกลาจนกลายเป็นเทรนด์ สำหรับปี 2022 โดยเทรนด์แฟชั่นที่เกิดขึ้นในแต่ละฤดูกาลล้วนมีเหตุผลและที่มาเสมอ อย่างช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนจะใช้สีขาวและสีดำ เพราะคนมีเงินน้อยก็มักจะซื้อของที่ใช้แล้วอยู่ได้นาน พอเศรษฐกิจดีขึ้นเสื้อผ้าที่มีสีสันก็จะขายดีมากขึ้นเพราะผู้คนเริ่มสนุกสนาน มันจะผกผันแบบนี้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น 6 เทรนด์หลักประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2022 ประกอบด้วย มหัศจรรย์แห่งคุณค่า (The Wonder of Value Dusit Legacy), ความสง่างามครบมิติ( Holistic Elegance), สังคมสรรค์สร้าง (Social Creation), ความฝันแห่งวันวาน (Nostalgic Dream), ตัวแทนแห่งคลื่นลูกใหม่ (New Wave Ego) และเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า (Change for Redemption) เพราะฉะนั้นวัสดุธรรมชาติที่สำคัญคือภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะสีธรรมชาติกับวัสดุธรรมชาติมีมากขึ้น และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พยายามผลักดันในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

ด้านดีไซเนอร์มากฝีมือ คุณจ๋อม-ศิริชัย ทหรานนท์ กล่าวว่า ผ้าฝ้ายมีเรื่องราวมากมาย ทั้งเรื่องของเนื้อผ้า ลายผ้า และสี ซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรืออาจจะเป็นช่วงเวลา อย่างเช้า บ่าย เย็น ทุกสีสามารถใช้ได้หมด เพียงแต่เราจะมองในเรื่องผิวพรรณของผู้สวมใส่มากกว่า เช่น คนผิวขาวควรจะใส่สีอะไร ในเวลาไหน เพราะผ้าฝ้ายไทยที่ย้อมมือมีเสน่ห์ มีความหลากหลาย มีทุกภูมิภาคในประเทศไทย อีกทั้งผ้าสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในเรื่องราวที่กว่าจะมาเป็นผ้าสีต่างๆ มีการผสมอย่างไร คนทำผ้าก็จะมีเรื่องราวตั้งแต่ทำผ้าของตัวเอง ย้อมผ้าของตัวเอง ส่วนคนที่ซื้อไปตัดเย็บต่อก็จะมีเรื่องราวของตัวเองได้อีก เด็กรุ่นใหม่จึงควรสร้างสรรค์ผลงานจากเอกลักษณ์ดั้งเดิมกับภูมิปัญญาเดิมมาเป็นส่วนหนึ่งของการประกวด

ปิดท้ายที่ทัศนะของผู้เชี่ยวชาญเรื่องฝ้าย คุณกุ้ง-เปรมฤดี กุลสุ กล่าวว่า ผ้าพื้นเมืองไม่ว่าจะภาคไหนก็จะมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว นักออกแบบในพื้นที่อาจจะยังไม่มีเวทีที่จะนำเสนอผลงานของตนเอง การออกแบบสามารถนำมาผสมผสานกันได้ ความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยจะต้องไปด้วยกัน คนรุ่นใหม่มีมุมมองเรื่องหัตถกรรมอย่างไร และสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานได้อย่างไร ส่วนการย้อมสีธรรมชาติเป็นการย้อมเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ละคนอาจใช้เทคนิคเดียวกันแต่ผลที่ได้ออกมาก็จะไม่เหมือนกัน งานในครั้งนี้หวังว่าทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า ผู้ประกอบการ จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ อยากสืบสาน ต่อยอด และส่งต่อ ท้ายที่สุดอยากเห็นผลงานดีๆ ของทุกคนที่เข้าร่วมประกวด

ทั้งนี้ หลังจากการประกวด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จะนำผลงานการออกแบบของผู้ได้รับการคัดเลือกมาสนับสนุนเพื่อให้ได้รับการพัฒนาต่อยอด ทั้งการเผยแพร่ให้กว้างขวาง การรณรงค์ให้คนไทยใช้ผ้าไทยและรู้จักผลงานดังกล่าว อีกทั้งจะผลักดันนักออกแบบสู่วงการแฟชั่นระดับประเทศต่อไป

นักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ นิสิตนักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดโดยไม่จำกัดจำนวน เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 450,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร ได้ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชั้น 3 อาคารบริการการศึกษา ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยสามารถศึกษารายละเอียดการสมัคร หลักเกณฑ์การประกวด การส่งผลงาน ได้ทาง https://me-qr.com/data/pdf/149341.pdf หรือ www.culture.go.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-2470013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2564

มนุษย์เงินเดือน : 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656214

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 09:25 น.

มนุษย์เงินเดือน : 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บสำรวจพฤติกรรมเข้าข่ายเข้าขั้น 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บ ก่อนเข้าสู่วงจรผ่อนหนักทุกเดือน ฝันร้ายของมนุษย์เงินเดือน

ความชอบและการหลงใหลในสิ่งของ หรือกิจกรรมบางอย่าง เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ละคนมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไม่มากก็น้อย บางคนถึงขั้นเสพติดสิ่งที่รักอย่างงอมแงม อยากเป็นเจ้าของสิ่งที่ชอบทุกชิ้น แค่ซื้อมาสะสมก็รู้สึกดี ทั้งที่แทบไม่ได้เอามาใช้งานอย่างคุ้มค่า และเกิดอาการตัดใจไม่ได้ต้องซื้อ หรือลงเงินไปกับกิจกรรมที่เราชอบเป็นประจำอย่างไม่เสียดาย ทำให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะใช้เงินไปกับสิ่งที่เรา “ติด” เยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนเอาเงินเดือนไปซื้อจนหมด แต่ยังรู้ไม่สึกฟิน ขอรูดบัตรเครดิตไปก่อน ยิ่งรูดบ่อยๆ  ยิ่งทำให้เราเข้าสู่วงจรผ่อนหนักทุกเดือน ไม่มีเงินเหลือเก็บ เป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนใหญ่ไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่าเราเข้าข่าย 5 ติดชีวิตพังตังค์ไม่เหลือเก็บกันบ้างรึเปล่า

1.ติดแบรนด์เนม

กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ เป็นแฟชั่นในฝันของใครหลายคน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา Luxury ทำให้การมีสินค้าแบรนด์เนมไว้ใช้ ช่วยอัปลุค ดูรวยสไตล์เซเลบ ซึ่งหากเราไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน การติดแบรนด์เนมตามเทรนด์แฟชั่น ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่หากใครเงินเดือนไม่สูงนัก การช้อปของแบรนด์เนมหลักหมื่น เดือนละหลาย ๆ ชิ้น อาจทำให้โอกาสเก็บเงินน้อยลงทุกที เพราะเงินหมดไปกับกระเป๋า รองเท้าทุกเดือนนั่นเอง 

2.ติดโปร

เห็นป้ายเซล 50% ที่ไหน เจอโปร 3.3 เมื่อไหร่เป็นต้องกระเป๋าตังค์สั่น กดช้อปออนไลน์ด้วยความมันส์ รู้สึกคุ้มที่ได้ซื้อตอนนี้ กลัวไม่มีโปรดี ๆ อีกแล้ว ทั้งที่รู้ว่า รออีก 2-3 เดือนโปรเดิมๆก็จะกลับมาอีกถ้าลองคำนวณเงินที่เสียไปกับการช้อปช่วงโปรโมชั่นทุกเดือนตัวเลขอาจแตะหลักหมื่นกันเลยทีดียว

3.ติดตี้

สำหรับคนที่ชอบปาร์ตี้ Hang Out ทุกคืนวันศุกร์เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากงานติดบรรยากาศดีๆ Eat & Drink ถี่ ๆ ตลอดเดือน ทุกคนรู้ว่าความชิลย่อมมีราคาของมัน ไหนจะค่ากิน ค่าดริงค์ ยิ่งนั่งยาว ยิ่งสั่งเยอะ เช็กบิลทีแทบสร่างเมา ยิ่งเราติดปาร์ตี้หนักมากเท่าไหร่ เงินที่ควรจะเก็บไว้ ยิ่งไหลออกไปมากเท่านั้น

4. ติดเที่ยว

เมื่อคนเราทำงานหนัก ย่อมต้องอยากพักร่างกันบ้าง  4-5 เดือนออกทริปสักทีไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ถ้าแพ็กกระเป๋าเที่ยวกันทุกเดือนแน่นอนต้องมีทั้งค่ากินค่าโรงแรมค่าตั๋วราคาไม่ต่ำกว่าครึ่งหมื่นต่อทริปแน่ๆใครเป็นสายเที่ยวออนทัวร์ต้องระวังกระเป๋าตังค์รั่วให้มากๆ

5.ติดพนัน

หากใครหลงเข้าไปลองเล่นคาสิโนออนไลน์แล้ว อาจถูกผีพนันสิงได้ง่าย ๆ เพราะช่วงเริ่มต้นเล่นใหม่ๆ หลายคนมักจะได้เงิน ทำให้ติดใจ เล่นเป็นประจำทุกวัน ยิ่งเสีย ยิ่งเล่น เพราะอยากได้เงินคืน บางรายเสียพนันหลักแสน และหากไม่มีจ่าย จะถูกเจ้าหนี้สายโหด ขู่ทำร้ายร่างกาย จนต้องเอาเงินเก็บมาเคลียน์หนี้  แถมเงินเดือนเข้าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเหลือ เพราะอยากเอามาต่อทุน จบด้วยการเป็นหนี้นอกระบบแบบไม่ต้องสงสัย

ขอบคุณข้อมูล SCB / ภาพ Freepik

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656164

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 15:35 น.

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget#PiagetRose การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ด ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง!

แฟชั่น ดอกไม้ และเฟมินีน เชื่อมถึงกันเสมอ ล่าสุด Piaget (เพียเจต์) ส่งดอกไม้ซิกเนเจอร์ของเมซง อย่าง Yves Piaget Rose (กุหลาบ อีฟ เพียเจต์) ที่ไล่เฉดสีงดงามจากชมพูไปถึงบานเย็นและมีกลีบดอกซ้อนกันถึง 80 ชั้น แถมยังมอบกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวแบบซิตรัส มาเติมเต็มคอลเลคชั่นของ Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) ให้อบอวลอีกครั้ง

Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2002 ถือเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงของเมซงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา อย่าง อีฟ เพียเจต์ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ละชิ้นงานล้วนหยิบอัญมณีหลากชนิดมาถ่ายทอด เพื่อเติมเต็มความโรแมนติกเหนือกาลเวลาเข้าไปในเครื่องประดับสุดหรู อาทิ ทอง เพชร ไปจนถึง ทัวร์มาลีนสีชมพู และ โอปอลสีชมพูลูกกวาด

และนี่คือการผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดในปีนี้ ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง! ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเหล่าช่างฝีมือชื่อดังมาร่วมคอลลาบอเรตอีกด้วย

Piaget Rose Rings

แหวนดีไซน์ใหม่ 2 รุ่น มาพร้อมเฉดสีหลัก อย่างสีชมพูที่สื่อถึงสีสันของกลีบกุหลาบ และ สีเขียวที่หยิบยกเฉดสีเข้มของใบไม้มานำเสนอ ทั้งสองแบบโดดเด่นด้วยทัวร์มาลีนขนาดราว 5 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรน้ำงามที่ร้อยเรียงอยู่บนกลีบกุหลาบสีทองอร่าม ซึ่งแต่ละกลีบถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนประดับลงบนตัวเรือนในดีไซน์แบบอสมมาตร

เมซงทุ่มเทกว่า 50 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการฝังอัญมณีเก่าแก่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงมากมาย แม้กระทั่งรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังก็ยังตกแต่งอย่างประณีตด้วยลวดลายฉลุ “Rose ajourée” อันละเอียดอ่อน

Extraordinary Colours

ทัวร์มาลีน หรือเรียกอีกชื่อตามโทนสีครามที่ปรากฏว่า อินดิโคไลต์ (indigolite or indicolite) โดยทั่วไปมักมีสีครามเข้ม ไล่เฉดสีไปจนถึงน้ำเงินอมเขียว แม้ประกายที่สะท้อนออกมาอาจแตกต่างกันในแต่ละชิ้น แต่กลับมอบความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาเฉกเช่นความตั้งใจของเมซงที่อุทิศอยู่ในทุกชิ้นงาน ซึ่งทัวร์มาลีนโทนน้ำเงินอมเขียวนี้ ถือเป็นหนึ่งในอัญมณีหายากและมีความต้องการในตลาดโลกค่อนข้างสูง เมซงจึงพิถีพิถันในการคัดสรรอย่างมาก ทั้งเฉดสีและความอิ่มตัวของสีต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลกัน เพื่อให้ได้ทัวร์มาลีนสีน้ำเงินอมเขียวที่ไร้ที่ติ ขณะที่ทัวร์มาลีนสีกุหลาบ ก็ขึ้นชื่อว่าหายากไม่แพ้กัน ทั้งในแง่ของเฉดสีและขนาดที่สมบูรณ์แบบจนทำให้เหล่านักล่าอัญมณีอยากมีไว้ครอบครอง นอกจากเรื่องสีแล้ว องค์ประกอบทางคุณภาพอย่าง ความแข็งและความเหนียวก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของเมซงในทุกรายละเอียด

Extraordinary Cuts

ทัวร์มาลีนสีชมพู และสีเขียวขนาดใหญ่ ถูกนำมาเจียระไนแบบทรงไข่ ซึ่งถือเป็นทรงที่ดีที่สุดสำหรับการเจียระไนกลุ่มอัญมณีที่มีสีสัน เพื่อให้คงความเข้มของสีและเปล่งประกายได้อย่างเจิดจรัสที่สุดเมื่อยามที่แสงตกกระทบ ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานระดับสูงของเมซง

Extraordinary Details

แหวนทัวร์มาลีนสีเขียว (G34UW500) ตัวเรือนโรสโกลด์ ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีเขียวทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.92 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

แหวนทัวร์มาลีนสีชมพู (G34UX200) ตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีชมพูทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.94 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

Glyptic and Enamel Art Timepieces

เพียเจต์ ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลงใหลใน Métiers d’Art เป็นอย่างมาก ดังที่ปรากฏในเรือนเวลาเพียเจต์ โรส ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคประดับแบบดั้งเดิมอย่าง Micro-mosaic, การเลือกใช้เนื้อไม้ หรือ หิน มารังสรรค์ผ่านหัตถศิลป์เก่าแก่อย่าง Marquetry, การปักแพทเทิร์นบนพื้นหน้าปัด, การแกะสลัก, ขัดลายด้วยเทคนิคกิโยเช่ ไปจนถึงการลงยา

มาปีนี้ เมซงยังคงแฝงไว้ซึ่งศาสตร์และศิลป์อันเชี่ยวชาญได้อย่างน่าสนใจ กับ 4 เรือนเวลาใหม่ Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art โดยไฮไลต์อยู่ที่ดีไซน์หน้าปัดที่ถูกเติมเต็มด้วยหมู่มวลดอกไม้ล้ำค่าอย่าง กุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ผ่านฝีมือการรังสรรค์ของ 2 ศิลปินมากความสามารถ อย่าง Dick Steenman ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์บนเรือนเวลาที่เน้นการนำเสนอด้วยเทคนิคการแกะสลัก ตกแต่งด้วยอัญมณี และ Anita Porchet ศิลปินนักลงยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ถ่ายทอดผลงานผ่านหลากหลายวิธีเพื่อแต่งแต้มจินตนาการให้มีมิติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น cloisonné, champlevé, grisaille หรือ paillonné

The Creative Process

เริ่มต้นชิ้นงานด้วยฝีมือแกะสลักของ Dick Steenman ที่เนรมิตดอกกุหลาบขนาดจิ๋วให้บานสะพรั่งทั่วทั้งหน้าปัด ก่อนส่งต่อให้ Anita Porchet แต่งแต้มสีสันด้วยการเคลือบสีลงยา เมื่อผ่านการเผาจนได้เฉดสีที่ไร้ที่ติจึงส่งกลับให้ Dick Steenman อีกครั้ง เพื่อขัดแต่งรายละเอียดของกลีบดอก รวมถึงนำหินสีที่ผ่านการ

แกะสลักด้วยเทคนิค glyptic ที่หาตัวจับได้ยากมาประดับลงบนหน้าปัดอย่างประณีต แต่งแต้มให้สมจริงด้วยเกสรดอกไม้ที่ทำจากเพชร แซฟไฟร์ และ ซาวอไรต์

The Challenges

หน้าปัดแต่ละชิ้นใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนในการสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของเมซงที่ต้องเผชิญกับหลากหลายปัจจัย อาทิ

1. การควบคุมเปอร์เซ็นต์ส่วนผสม Alloy ที่ผสมลงไปในทองคำ 22 กะรัต ต้องพอเหมาะ เพื่อให้การเคลือบสีลงยาและองค์ประกอบของดอกไม้ที่ได้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

2. หินสีมีความเปราะบางเป็นพิเศษและสามารถแตกหรือร้าวได้ง่าย ทั้งยังมีข้อจำกัดที่ต่างกันไป อาทิ โอปอลที่มีความเปราะบางค่อนข้างมากกว่าอัญมณีอื่นๆ, คอรัลมีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้ ขณะที่โรโดไนต์ และ คริสโซเพรส ค่อนข้างแข็งและยุ่งยาก ดังนั้นในการลงมือแกะสลักหินสีแต่ละชิ้น Dick Steenman ต้องอาศัยทักษะและเครื่องมือเฉพาะ ไปจนถึงการใช้น้ำมัน แป้งเปียก และผงเพชรในการขัดขั้นสุดท้าย

3. ในพาร์ทของการเคลือบสีลงยาก็ซับซ้อนพอกัน ไม่เพียงแต่การออกแบบโทนสีในแต่ละตำแหน่งเพื่อบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างสมจริง แต่ Anita Porchet ต้องใส่ใจแม้กระทั่งความหนาของอีนาเมลเพื่อไม่ให้บดบังรูปแกะสลักอื่น ๆ ที่อยู่ข้างใต้ ขณะเดียวกันเพื่อให้นาฬิกาแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ที่ควรจดจำ เธอยังได้สร้างสรรค์เฉดสีเฉพาะที่เข้ากับอัญมณีอีกด้วย รวมถึงประยุกต์ลูกเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแสงเงาที่ทำให้กลีบดอกไม้ดูพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต

4. ความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุดที่ช่างฝีมือและช่างนาฬิกาต่างเผชิญร่วมกัน คือความจริงที่ว่าการสร้างสรรค์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนหน้าปัดที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและหนาเพียงระดับมิลลิเมตร ขณะเดียวกันก็ต้องรักษามาตรฐานแห่งประสิทธิภาพและความเที่ยงตรงของของเพียเจต์ไว้ด้วยนั่นเอง

และนี่คือ 4 งานศิลป์ล้ำค่าที่หยิบเอา ทองคำ, หินสี อาทิ อิมพีเรียล แจสเปอร์, คอรัล, คริสโซเพรส, มูไคต์ รวมถึง มาเธอร์ออฟเพิร์ล มารังสรรค์

Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art ตัวเรือนโรสโกลด์ ขนาด 36 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงบาแก็ตต์ หน้าปัดตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยอัญมณีหลากสี ไม่ว่าจะเป็น แซฟไฟร์สีชมพู, ซาวอไรต์สีเขียว และเพชร ในแพทเทิร์นและเฉดสีที่ต่างกันออกไป มีให้เลือก 3 สไตล์

ขณะที่เวอร์ชั่นสุดท้าย มาพร้อมหน้าปัดทองคำที่บานสะพรั่งไปด้วยหมู่มวลกุหลาบ ประดับแซฟไฟร์สีชมพู, อะเมธิสต์ และเพชร (G0A46219) ซึ่งแต่ละโมเดลผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น และขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือแบบบางพิเศษ 430 P อีกด้วย

นอกจากนี้แบรนด์ยังเดินตามปรัชญา ”Always do better than necessary” อย่างยึดมั่น โดยล่าสุดเปิดตัว Piaget Care Program ที่อัพเดทสิทธิประโยชน์ให้กับเจ้าของเรือนเวลาเพียเจต์ทุกเรือนไม่ว่าจะเป็น การขยายการรับประกันระดับสากลเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ไปจนถึงลูกค้าที่ยังอยู่ในระยะประกัน เพื่อสะท้อนถึงความแน่วแน่ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและพิถีพิถันในการสร้างสรรค์แก่ลูกค้า ซึ่งนอกจากประกันแล้ว เมซงยังเพิ่มเติมบริการปรับแต่ง Personalized services เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียดเข้าไว้ในโปรแกรมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.piaget.com/services/piaget-care-program

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

Dream of starting a business from home? Talk to the cactus guy #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40002357

Dream of starting a business from home? Talk to the cactus guy


Although many people dream of starting their own business, most don’t know where to begin. The best place to find inspiration is often close to home – in the hobby that you love.

Dream of starting a business from home? Talk to the cactus guy

No one knows this better than Teerawat Ananpiriyakul, a 25-year-old who has grown his passion for cacti into a thriving enterprise.

Last week, The Nation Thailand interviewed Teerawat at his home on a Chom Thong housing estate in Thonburi, Bangkok. His house doubles as a cactus farm and shop, demonstrating that you don’t need big fields to become a commercial grower.

We chose him because he launched his cactus business at the young age of 21 when many of his peers were still students. Four years later, it’s still going strong even as other businesses wilt under the pressure of Covid-19.

Teerawat began by explaining that he runs his farm as a part-time job alongside his main duties in the family business.

Although growing cacti is not his main career, returns from the business are impressive and depend on the amount of work and time he puts in.

Dream of starting a business from home? Talk to the cactus guyDream of starting a business from home? Talk to the cactus guy

“There is no set value for cacti, so the plants are normally traded at prices agreed between sellers and buyers,” he said. “Cactuses are more like collectables than plants. People will generally agree to pay as much as necessary for the plant they want to collect.”

Teerawat said he became interested in cacti around 5 or 6 years ago, when growing the spiky desert plants began trending in Thailand.

He was living in a townhouse at the time, and when his collection of plants grew too large for the limited space, he decided to start selling them. He soon realised that his hobby could also make money.

He faced a steep learning curve, however. Cultivating cactuses was a new world for Teerawat. The plant was popular in Thailand since it needs less space and attention than other garden plants. But there are more than 1,700 species of cactus, and each requires different amounts of water and sunlight.

And as well as the challenges of growing and propagating cactuses, he had to learn how to cultivate his customer base. It took around 3 to 4 years until he was professional enough to build a following of loyal customers.

Dream of starting a business from home? Talk to the cactus guyDream of starting a business from home? Talk to the cactus guy

Teerawat said joining the world of cactus sellers was easier than people might think. “If you are skilful enough to produce beautiful plants, customers eventually get to know you alongside established names in the market,” he explained.

Turning to the subject of Covid-19, Teerawat said physical trade in cacti has suffered badly during the pandemic. But the absence of cactus fairs and exhibitions has been compensated by a surge in online trade. “Basically, I can say that my business was not hit hard by Covid-19, thanks to online channels.”

Though based at home, Teerawat also has customers from overseas, namely China and Singapore. Foreign clients place their orders via his “Cactus in Wonderland” channels on Facebook and Instagram. The purchased specimens are then hand-delivered to their homes abroad.

However, overseas trade has gone quiet during the pandemic. “I expect the situation to improve once the Covid-19 crisis is over,” he said.

Teerawat’s story demonstrates that success in business is not some faraway dream, but the result of hard work, strategy, skill and time.

Asked what he would say to anyone planning to start their own business, he said one easy way was to think about how you can make money from your favourite activity or hobby. “When you realise that you can make cash, you need the courage to turn your hobby into your own business,” he added.

Dream of starting a business from home? Talk to the cactus guyDream of starting a business from home? Talk to the cactus guy

Published : June 23, 2021

By : Thanachart Chuengyaempin, The Nation Thailand

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656022

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08:01 น.

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ ผลกระทบจากโควิดไม่มีจบ เพราะการกลายพันธุ์ของมันเป็นเรื่องปกติ และมันจะอยู่กับเราตลอดไปเหมือนไข้หวัดทั่วไป วัคซีนจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยชะลอความรุนแรงได้ รวมทั้งลดอาการข้างเคียง

ผลจากวิกฤตโควิด ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ อีก 4 เดือนจะเปิดประเทศ การปรับฟื้นคืนสภาพเพื่อกลับมาเล่นเชิงรุกได้ด้วยตนเอง (Self-resilience) จึงเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีประเด็นที่อยากเสนอให้พิจารณาดังนี้

1. การพัฒนาความสามารถในการเลือกตอบสนอง

ประเด็นนี้ต้องการทำความเข้าใจว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนเป็นเรื่องภายนอกที่เราไม่อาจควบคุมได้ แต่ตนมีอิสรภาพในการตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ เพราะเราเลือกได้ ความสามารถของการเลือกตอบสนองได้นี้เองเป็นหลักการสำคัญของการสร้างการนำตนเอง เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเล่นเชิงรุกได้

2. มองทางเลือกในขอบเขตศักยภาพที่ตนสามารถทำได้

การจะพลิกฟื้นตนเองได้ต้องปรับมุมมองใหม่ว่า ทุกปัญหาเป็นความท้าทาย ทุกปัญหามีทางออก มองปัญหาเป็นโอกาส มันอยู่ที่เราเอง ดังนั้น ลองถามตนเองว่า เราควรเอาเวลาไปโฟกัสต่อสิ่งที่ตนสามารถทำได้ หรือจมอยู่กับตัวปัญหา หลายคนมักคิดวนอยู่กับตัวปัญหาและบ่นโทษโน่นนี่นั่นว่าเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่สามารถก้าวข้ามพ้นกรอบติดลบที่ตนเองนั่นแหละสร้างขึ้นมาเองได้ และเอาเวลาไปคิดหาทางออกในขอบเขตศักยภาพของตนเองที่ตนพอจะทำได้ ไม่ดีกว่าหรือ 

3. หาเป้าหมายชีวิตตนเอง

เป็นการถามตนเองว่า ตนมีภาพเป้าหมายชีวิตอะไร อยู่ไปเพื่ออะไร ทำไม อะไรสำคัญในชีวิต ตนอยากมีอะไร อยากเป็นอย่างไร อยากทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง ภาพเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนนี้เองที่จะสามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมานำตนเอง เล่นเชิงรุกได้

4. วาดภาพก่อนลงมือทำทุกครั้ง

เพราะภาพเป้าหมายความสำเร็จจะสร้างแรงบันดาลใจ แต่ที่หลายคนลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ เพราะภาพของผลลัพธ์ที่ต้องการมันไม่ชัด ดังนั้น ก่อนลงมือทำอะไรต้องวาดภาพเป้าหมายให้ชัด เพราะภาพยิ่งชัด ฝันยิ่งเป็นจริง โอกาสพลิกฟื้นจึงเป็นไปได้

5. พัฒนาแนวคิดเชิงระบบ การมองภาพเชิงองค์รวม

หลายคนเวลาเจอปัญหาแล้วคิดไม่ออก ไม่สามารถคิดอะไรที่แตกต่าง จึงขาดทางเลือก ขาดทางออกที่สร้างสรรค์ จึงแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ นั่นเป็นเพราะขาดปัญญา ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ และที่ขาดองค์ความรู้ก็เพราะขาดแนวคิดเชิงระบบ องค์กรที่สามารถพลิกฟื้นตนเองได้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทีมงานต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ โดยมองว่าอะไรคือองค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และองค์ประกอบเหล่านั้นมันเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อให้ได้ทางออกใช้แก้ปัญหา อีกทั้งต้องสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสินค้าและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจ

6. มองความพลาดพลั้งคือการเรียนรู้

ไม่ว่าเราจะทำอะไร มันย่อมมีความคลาดเคลื่อน เพราะนี่คือธรรมชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิด มองว่ามันคือความผิด ที่สำคัญคือมองว่าตนผิด แล้วเอาความรู้สึกผิดมาทำทำลายศักยภาพตนเองอย่างเข้าใจผิด เราจึงต้องปรับมมุมมองที่มีต่อความพลาดพลังนั้นเสียใหม่ว่า มันคือกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเข้มแข็ง

7. พัฒนามุมมองที่เห็นคุณค่าตนเอง

นอกจากจะมองว่าความพลาดพลั้งคือกระบวนการเรียนรู้แล้ว เรายังต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกว่า ความพลาดพลั้งเป็นประสบการณ์ที่ฝังลงในกรอบความคิด กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ชีวิตที่เห็นตนเองมีค่าเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความมั่นคงภายใน มีความเข้มแข็ง สามารถก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้สามารถกลับมานำตนเองเชิงรุกได้อีกครั้ง

ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมเข้ามารอบด้านอย่างสลับซับซ้อน ส่งผลให้หลายคน หลายองค์กรหมดสภาพ ถอดใจ ท้อถอย แต่บางคนยังยืนหยัดสู้ต่อ สามารถพลิกฟื้นตนเอง สามารถสร้างการนำตนเอง ให้ลุกขึ้นมารับมือกับปัญหาได้อย่างท้าทาย ท่านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ท่านคิดว่าแล้วอะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน อะไรทำให้องค์กรของท่านสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655957

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

 New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์วนัช กูตูร์ อวดโฉมลุคใหม่ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม กับแฟชั่นชุดไทยพระราชนิยมสุดหรูครั้งแรก

แห่ขับสดับเสียงเจรียงเจิด เลอวิเลิศเพริศพิลาสภาสไสว

ชนม์ทิดาพะงาพรั่งสุรังค์พิไล อันอรทัยประไพพริ้งศฤงคาร

งามสมวงศ์สวัสดิ์อัศวเหม อะเคื้อเอมอร ภฤศสมร ขจรสถาน

งามถ้วนทั้งอินทรีย์ศรีอังคาร อันตระการปรานต์นิรันดร์

…ปานวาด ณ วนัช ผู้ประพันธ์

ใครที่ชื่นชอบและติดตามผลงานชุดไทยของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จะเห็นได้ว่าแต่ละชุดนั้นสวยงดงามยืนหนึ่งมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็อีกเช่นกันกับแฟชั่นชุดไทยแต่งงานคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบดีไซน์ให้ดูสวย หรูหราตามแบบฉบับเจ้าสาวชุดไทยที่มีให้เลือกชมทั้งชุดไทยโบราณ และ ชุดไทยประยุกต์ มากกว่า 9 แบบ โดยได้ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม มาร่วมถ่ายทอดผลงานแฟชั่นชุดไทยในครั้งนี้

ด้วยลุคที่ดูสวยเก๋พราวเสน่ห์แบบสาวไทยแท้ ทำให้ชุดไทยทั้ง 9 ลุคดูงดงามจับตาเป็นพิเศษ นอกจากงานดีไซน์และงานตัดเย็บที่ประณีตขั้นสุดแล้ว ยังยกระดับความเลิศหรูดูแพงให้กับชุดไทยด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมระดับพรีเมียมอย่าง ผ้าไหมยกลำพูน ผ้าไหมปักธงชัย และผ้าไหมพาราณสี อีกด้วย

รวมถึงทุกรายละเอียดของชิ้นงานล้วนมีความวิจิตรบรรจง เผยให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดและมีเอกลักษณ์ที่สวยงดงามไม่ซ้ำใคร อีกทั้งสีผ้าไหมที่เลือกใช้ยังเน้นโทนสีที่ละมุนตามากขึ้น อาทิ สีทอง สีกลีบบัว สีงาช้าง สีโรสโกลด์ และ สีเขียวอมเทา นอกจากนี้ ยังมีการปรับลุคชุดไทยให้ผู้สวมใส่ดูเรียบโก้แต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของสาวชาววัง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสาวยุคใหม่ให้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยการันตีผลงานด้วยการเป็นแบรนด์เดียวในเมืองไทยที่ได้รับรางวัล The Best of Thai Wedding Dress ถึง 5 ปีซ้อน ถือเป็นห้องเสื้อตัวจริงที่มีผลงานคุณคับแก้วที่ไม่เคยแผ่วลงไปแม้แต่นิดเดียวเลยแม้จะอยู่ในสถาณการณ์ไหนก็ตาม สมศักดิ์ศรีเจ้าของรางวัล

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยที่ดูเรียบหรูและมีสไตล์แบบนี้ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้ที่ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ พิกัดร้านอยู่ที่ ปากซอยลาดพร้าว 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร 02-002-4895 , 086-491-5445 Line: @ vanuscouture

ความประทับใจครั้งใหม่ของรองเท้าผ้าใบในตำนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655612

วันที่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

ความประทับใจครั้งใหม่ของรองเท้าผ้าใบในตำนานเผยความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ อาดิดาส ออริจินอลส์ จับมือ เลโก้ กรุ๊ป เปิดตัวรองเท้าผ้าใบระดับตำนานรุ่นซูเปอร์สตาร์ พร้อมเลโก้คอลเลกชั่นพิเศษที่นักสะสมต้องมี

อาดิดาส ออริจินอลส์ และเลโก้ กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อความร่วมมืออีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ที่นำเสนอลุคใหม่ที่ต่อยอดมาจากคอลเลกชั่นระดับตำนานอย่างซูเปอร์สตาร์ พร้อมกับการเปิดตัวเลโก้ ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ ที่สร้างสรรค์รองเท้ารุ่นซูเปอร์สตาร์ด้วยตัวต่อเลโก้บริก เพื่อเพิ่มความประทับใจให้แก่คอลเลกชั่นรองเท้าผ้าใบของคุณ

รองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ ดึงความโดดเด่นของทั้งสองแบรนด์ โดยผสานสุนทรียศาสตร์ระดับสูงจากอาดิดาส และตัวตัวต่อเลโก้บริกที่เป็นที่รู้จักของเลโก้เข้าร่วมด้วยกัน

สำหรับรองเท้าผ้าใบรุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ ขนาดสำหรับผู้ใหญ่ เป็นรุ่นที่หยิบเอาเค้าโครงที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังสีขาวและสีดำสุดคลาสสิกมาผสมผสานกันได้อย่างสนุกสนานและโดดเด่น ไม่เพียงเท่านั้น รองเท้ารุ่นนี้ยังเพิ่มความเท่ด้วยลวดลายแถบ 3 แถบที่บริเวณหัวรองเท้า (Shelltoe) และส้นเท้า (heel tab ) ที่ดีไซน์อย่างพิถีพิถันเพื่อจำลองลวดลายเลโก้บริก และรองเท้าเอดิชันนี้ยังเพิ่มความโดดเด่นน่าสนใจด้วยดีไซน์แถบทองรอบตัวรองเท้า

โดยในครั้งนี้เลโก้นำเสนอสิ่งใหม่ ด้วยการมอบโอกาสให้คุณได้ออกแบบโมเดลรองเท้าที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากส่วนประกอบของเลโก้ เพื่อรังสรรค์ของสะสมที่จะเป็นที่สนใจจนทำให้ใครๆ ก็พูดถึงได้อย่างแน่นอน

เลโก้เวอร์ชั่นนี้มีความสมจริง เพราะมาพร้อมกราฟิกบนรองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ที่มีความโดดเด่น ด้วยรูปทรงบริเวณหัวเท้า โลโก้ Trefoil และเครื่องหมายลายทาง 3 แถบ จะดีไซน์ให้อยู่บนรองเท้าข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ตามที่ผู้สร้างต้องการ หรือจะออกแบบให้ครบคู่ก็ทำได้ เลโก้ชุดนี้ประกอบไปด้วยอุปกรณ์พิเศษ 17 ชิ้น เพื่อให้คุณสามารถเลือกที่จะสร้างรองเท้าผ้าใบเท้าสำหรับข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเชือกผูกรองเท้าและกล่องรองเท้าเพื่อเพิ่มความสมจริงมากยิ่งขึ้น

โมเดลของรองเท้ารุ่นนี้สูงกว่า 12 ซม. ยาว 27 ซม. และกว้าง 9 ซม. มาพร้อมแท่นตั้งแสดงผลงานและแท่นวางโลหะ โมเดลรุ่นนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่รักในการสะสมอาดิดาสและงานสตรีทแวร์ รวมถึงแฟนๆ ของเลโก้อีกด้วย

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ของเลโก้ อาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ ทางเลโก้ กรุ๊ป ได้ระดมเหล่าผู้สร้างแรงบันดาลใจ 6 คน มาออกแบบโมเดลรองเท้าผ้าใบที่สร้างจากเลโก้บริกในเวอร์ชั่นของตัวเอง พร้อมทั้งเชิญชวนให้เหล่าผู้ติดตามทำการแสดงท่าทางในแบบของตัวเองบนโซเชียลมีเดีย โดยใช้แฮชแท็ก #RebuiltByOriginals สามารถเข้าชมผลงานได้ก่อนใครที่ www.lego.com/adidas-originals-superstar เพื่อจะได้เห็นว่าเหล่าผู้หลงรักในรองเท้าอย่าง Aida Kiraya (@afrokickz), Tom Yoo (@tommyoo23), Hanna Helsøe (@helsoe), Leta Sobierajski (@sobierajski), Nicolai Sclater (@ornamentalconifer) และ Coffee Boy (@178kz_boy) ทำการออกแบบโมเดลในแบบฉบับของตนเองอย่างไร

“ในฐานะเด็กยุค 80 ที่เติบโตขึ้นมาในยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นซุปเปอร์สตาร์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมแนวสตรีทอาร์ตจึงเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลานั้น และทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ได้เป็นเจ้าของรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้คู่แรก” ฟลอเรียน มัลเลอร์ ดีไซเนอร์อาวุโสของเลโก้ กรุ๊ป กล่าว

”ตอนที่เราเริ่มต้นโปรเจ็กนี้กับอาดิดาสผมจึงตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานนี้ เนื่องจากรองเท้าเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติมากๆ การผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น แต่ให้ภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปตามผู้สวมใส่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและน่าสนุกกับการตีความสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นรูปแบบและระบบการต่อของเลโก้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นตัวต่อสี่เหลี่ยมและบล็อก ขอขอบคุณซูเปอร์สตาร์ของอาดิดาส ออริจินอลส์ ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมตลอดช่วงการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยได้มากเกี่ยวกับศิลปะการผลิตรองเท้า และตอนนี้เราก็ตั้งตารอดูผลตอบรับจากแฟนๆ ว่าจะนำโมเดลนี้มาสร้างสรรค์ในรูปแบบของตนเองได้อย่างไรบ้าง”

เลโก้ รุ่นอาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ 10282 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม และจะวางจำหน่ายเฉพาะร้านเลโก้ที่ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน และเมกา บางนา โดยราคาอยู่ที่ 2,990 บาท สำหรับรองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ จะวางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ในราคา 5,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ สยามเซ็นเตอร์ และทางออนไลน์ที่ www.adidas.co.th

ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ส่งท้ายปลายฤดูร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655484

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 11:45 น.

ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ส่งท้ายปลายฤดูร้อนหาไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ให้ได้ลุคสุดเริ่ด…ส่งท้ายฤดูร้อน เลิก #เที่ยวทิพย์ เมื่อไหร่ ขอปังเมื่อนั้น

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ปิดให้บริการแม้จะเป็นฤดูท่องเที่ยวทะเลก็ตาม สำหรับใครที่ #เที่ยวทิพย์ กันมาพักใหญ่ต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋าให้พร้อมโดยเฉพาะ ชุดว่ายน้ำอย่าให้ขาดเพราะสถานที่ท่องเที่ยวในหลายจังหวัดเริ่มกลับมาเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวกันอีก อาทิ พัทยา เกาะล้าน ภูเก็ต เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ก่อนจะเดินทางก็อย่าลืมเช็กมาตรการคัดกรองของแต่ละจังหวัดให้ดีเสียก่อน …

เที่ยวส่งท้ายฤดูร้อนทั้งนี้ก็ต้องจัดเต็มทั้งบีชแวร์ดีไซน์เริ่ดและแอคเซสซอรี่ประจำชายหาด วันนี้เลยมีไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์อย่างไรให้ได้ลุคสุดจี๊ดในธีม Sweet, Sweet Summer คอลเลกชั่น Spring Summer 2021 – “Baby Icing” จากแบรนด์ AB. Angelys Balek มาฝากสาวๆ ให้ได้โพสท่าถ่ายรูปลงโซเซียลกัน

เริ่มต้นกับชุดว่ายน้ำสีดำ แม้จะเป็นสีเบสิคแต่ถ้าหากเลือกชุดว่ายน้ำที่มีดีไซน์ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ลุคดูน่าค้นหา อย่างชุดบิกินี่ชุดนี้โดดเด่นด้วยสายไขว้ Ruffle เข้าคู่กับกางเกงเอวสูงช่วยกระชับสรีระได้เป็นอย่างดี เพิ่มความเท่ให้ลุคด้วยแว่นตากันแดดทรงวินเทจ เติมความหวานด้วยต่างหูทำจากเปลือกหอย และรองเท้าแตะมัดเชือก

สำหรับใครที่ชอบชุดว่ายน้ำวันพีชสไตล์สาวหวาน แนะนำให้เลือกชุดว่ายน้ำวันพีชสี Dazzling Blue ที่มีดีไซน์คล้ายเกาะอก สะท้อนความเซ็กซี่ของหญิงสาว ดึงความละมุนด้วยสายไขว้ Ruffle แมทช์กับ ต่างหูสีชมพู แหวนดีไซน์เก๋ จาก Bea Bongiasca แว่นตารูปทรงเรขาคณิตขนาดโอเวอร์ไซส์ เท่านี้ก็จะได้ลุคสาวหวาน น่ารัก แต่แฝงความแซ่บ

ชุดว่ายน้ำสไตล์สปอร์ตเป็นอีกดีไซน์ยอดฮิตของผู้หญิง ซึ่งดีไซน์ชุดนี้แบรนด์ AB. Angelys Balek ได้รังสรรค์ออกมาเป็น ชุดว่ายน้ำทูพีช สี Blooming dahlia หรือ สีส้มอมชมพู ที่ผสานความเท่และความเย้ายวนของผู้หญิงได้อย่างลงตัว ท่อนบนโดดเด่นด้วยดีไซน์ไหล่เดี่ยว ทรงคัตเอาท์ เผยความสวยงามของสรีระหญิงสาว เข้าเซ็ทกับกางเกงทรงเอวสูงที่ช่วยกระชับสัดส่วนให้สามารถเคลื่อนไหว หรือ เล่นกีฬาทางน้ำได้อย่างคล่องตัว เติมเต็มลุคให้น่าหลงใหลด้วยแอคเซสซอรี่ประจำชายหาดอย่าง สร้อยลูกปัด หมวกบักเก็ตลวยลายมัดย้อม จาก Paco Rabanne และแว่นตาทรงกลมกรอบใส

ส่งท้ายฤดูร้อนด้วยลุคเซ็กซี่ ท้าแสงแดดและน้ำทะเลกับบิกินี่สีสันสดใสตัดกับพื้นทรายและท้องฟ้า 2 ดีไซน์ จาก AB. Angelys Balek

บิกินี่สี Tomato Red ท่อนบนเก๋ด้วยดีไซน์เชือกคล้องคอ ซึ่งสามารถปรับขนาดให้กระชับกับขนาดหน้าอก ท่อนล่างเป็นบิกินี่สไตล์บราซิลเว้าสูง เอวต่ำ แมทช์กับหมวกบักเก็ตสีอ่อน ต่างหูห่วงสีทอง และ เพิ่มความน่ารักด้วยแหวนดอกไม้ จาก Bottega Veneta

อัพลุคสาวมั่นเปรี้ยวดูไฮแฟชั่น ต้องบิกินี่สี Flame ท่อนบนดีไซน์เกาะอกโดดเด่นด้วยลูกเล่นเชือกผูกเส้นคู่ ท่องล่างเป็นบิกินี่สไตล์บราซิลที่ออกแบบให้เสริมความสง่างามของสรีระหญิงสาว และเบรคความร้อนแรงด้วยสร้อยคอดีไซน์สายคล้องโทรศัพท์สีขาว จาก Bottega Veneta แว่นตากันแดดทรงเหลี่ยมและรองเท้าแตะเชือกคัลเลอร์ฟูล จาก Nomadic State of Mind

สาวๆ สามารถอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ได้ที่ https://www.angelysbalekshop.com/ หรือ Instagram: @angelysbalek, @angelysbalekth และ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ #AB #ABWorld #ABAngelysBalek #ABSS2021