ความหลากหลาย-ความเท่าเทียม หลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655478

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 08:20 น.

ความหลากหลาย-ความเท่าเทียม หลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่Pride Month : เมื่อ “ความหลากหลาย” และ “ความเท่าเทียม” คือหลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่ในแบบ LINE ประเทศไทย

ในโอกาสที่เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่ง Pride Month ของทุกปี ความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+ (Equality) ถูกนำมาพูดถึงในหลากหลายบริบท และดูเหมือนจะ ทวีความสำคัญมากขึ้นในทุกๆปี จากการก้าวเข้ามาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในหลายๆ ภาคส่วน ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับ LINE ประเทศไทย องค์กรที่ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีคนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์องค์กรที่เปิดรับและยอมรับ ความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) ทั้งในแง่ของเชื้อชาติ วัฒนธรรม ประสบการณ์ ความเชื่อในเรื่องต่างๆ รวมถึงเพศสภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่ออาชีพ

กานต์ กิมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “LINE ประเทศไทย เห็นความสำคัญในการสนับสนุนความหลากหลาย ของพนักงานเสมอมา เราเป็นบริษัทที่รวม New Blood ที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญของสังคมและประเทศในอนาคตอันใกล้ เราเล็งเห็นว่าการยอมรับความหลากหลาย จะนำมาซึ่งการทำให้พนักงานตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพการทำงาน ของตัวพนักงานแต่ละคน ซึ่งไม่เพียงแต่การเปิดพื้นที่กว้างโดยไม่ได้หยิบเอา ความแตกต่าง มาเป็นประเด็นหรือกีดกันแต่อย่างใดเท่านั้น บริษัทฯ ยังส่งเสริมการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานอย่างเท่าเทียม ทำให้พนักงานรู้สึกอิสระ เป็นตัวของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท กลายเป็นแรงผลักดันที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับคนที่ LINE ได้แสดงความสามารถในการทำงานอย่างเต็มที่”

พูดคุยกับชาว LINE ประเทศไทย : เมื่อการยอมรับคือจุดเริ่มต้นของความสุขพนักงาน

เมย์เดย์ (Marketing Manager – LINE TODAY) กล่าวว่า “ในการทำงานที่ LINE ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกันหมดไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ทำงานมาไม่เคยเจอเหตุการณ์ ถูกดูถูก หรือถูกลิดรอนเสรีภาพอะไรจากการทำงานเลย ทุกคนถูกปฏิบัติเท่าเทียมกันหมด พูดแสดงความคิดเห็นต่องานได้อย่างเต็มที่ อยากแต่งตัวแบบไหนก็แต่ง ทุกคนให้เกียรติกันมาก รวมถึงเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ยิ่งทำให้สภาพแวดล้อม ในที่ทำงานมันดีและน่าอยู่สำหรับทุกคน”

เช่นเดียวกันกับ บูม (Human Resources – LINE ประเทศไทย) พูดถึงความสุขที่ไม่มีการแบ่งแยกในการทำงานว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยเปิดกว้างให้กับพนักงานทุกคน ได้ทำงานอย่างเต็มที่ LINE มี Mission ที่ว่า Closing The Distance เช่นเดียวกันกับสังคมในที่ทำงานที่ถูกเชื่อม เข้าด้วยกันโดยที่ความหลากหลายไม่ได้เป็นข้อจำกัด เราสามารถแสดงตัวตน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุก ไม่อึดอัด”

สุดท้ายกับ แพทริเซีย (Partnership Team – LINE TODAY) “แพทเชื่อเสมอว่าการทำงานที่ดีคือการได้ เป็นตัวของตัวเองด้วย เพราะชีวิตการทำงานคือเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตคนวัยเรา ถ้าเราไม่ได้เป็นตัวเองในที่ทำงาน ก็คงน่าเศร้า แต่แพทโชคดีที่เพื่อร่วมงานสนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งแน่นอนผลงานก็จะสะท้อนความสุขและสภาพจิตใจคนทำงานได้เลยนะคะ แต่ถ้าไม่มีความสุข ไม่ว่าจะสาเหตุมาจากการต้องปกปิดตัวตนหรือเหตุผลใด ก็ตาม ก็จะฟ้องออกมาที่ผลงาน งานดูไม่มีเอเนอร์จี้ เรามาถึงยุคที่เพศไม่ควรเป็นอุปสรรคใดๆ ในการทำงาน ซึ่งความหลากหลายจะนำมาซึ่งผลลัพธ์งานที่มีพลัง สนุกสนานและมีสีสันค่ะ”

“LINE ประเทศไทย ยังมุ่งเน้นให้องค์กรเสมือนพื้นที่เสรีให้กับพนักงานได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยว และต่อยอดประสบการณ์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมไทย ผ่านมุมมองที่มาจากความหลากหลายทั้งสายอาชีพ วัย และเพศ เพื่อให้ทุกคนที่ทำงานในบริษัทฯ สามารถที่จะเติบโตได้ด้วยศักยภาพตัวเองอย่างแท้จริง” กานต์ กล่าวสรุป

แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่นใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655391

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 13:10 น.

แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่นใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง 2021เอลิซาเบธ ‘ลี’ มิลเลอร์ แรงบันดาลใจของ แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021

แม็กซ์ มาร่า (MaxMara) นำเสนอคอลเลคชั่นก่อนฤดูใบไม้ร่วง (Pre-Fall 2021) โดยได้แรงบันดาลใจจาก เอลิซาเบธ ‘ลี’ มิลเลอร์ (Elizabeth ‘Lee’ Miller) นางแบบที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านความงาม สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ การให้แรงบันดาลใจ ตลอดจนความมุ่งมั่นของเธอ ซึ่งทำให้เธอเป็นจุดศูนย์กลางอยู่ในทุกๆ เหตุการณ์ตลอดชีวิตอันน่าทึ่งของเธอ นอกจากนั้น เธอยังเป็นทั้งนักข่าว ช่างภาพสงคราม และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินมากมาย อาทิเช่น Man Ray, Max Ernst, Magritte, Cocteau และ Picasso

ชีวิตของมิลเลอร์แตกต่างจากที่ผู้คนทั่วไปคิดอย่างสิ้นเชิงและทุกๆ เหตุการณ์ก็ได้ถูกบันทึกผ่านภาพถ่าย ซึ่งภาพถ่ายสีขาวดำที่ทรงพลังเหล่านั้นกระตุ้นให้แม็กซ์ มาร่านำเสนอเรื่องราวของเธอออกมาผ่านภาพถ่ายสีเทา  รูปภาพของมิลเลอร์ในชุดทหารเป็นแรงบันดาลใจให้กับธีมหลักของคอลเลคชั่น โดยแม็กซ์ มาร่าได้ตัดเย็บชุดนักรบให้กับผู้หญิงเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งชุดสูทดีไซน์สุดเฉียบ และสูทลายตารางสุดคลาสสิคที่มาพร้อมกับกระเป๋าด้านหน้าที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงแจ็คเก็ตตัวใหญ่ทรงหลวมจับคู่กับกางเกงและกระโปรงคาร์โก้สูงเหนือเข่าที่ดัดแปลงมาจากเครื่องแบบของทหาร

ชีวิตของมิลเลอร์ในฐานะนางแบบเริ่มต้นจากที่เธอบังเอิญเดินผ่านหน้ารถของผู้บริหารนิตยสาร Condé Nast กลางถนนในเมืองแมนฮัตตัน ภาพถ่ายโดย Edward Steichen and George Hoyningen-Huene ที่ถ่ายรูปเธอไว้ ณ ตอนที่เธอขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของวงการแฟชั่น ซึ่งเธอได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้นำแฟชั่นของสาวยุคใหม่ และสิ่งเหล่านี้ได้ทำให้แม็กซ์ มาร่าสร้างสรรค์ชุดที่ผลิตจากผ้าออร์แกนซ่า และผ้าไหมแก้วตกแต่งด้วยโบว์ขนาดใหญ่และแขนเสื้อพองที่ดูโดดเด่น

มิลเลอร์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับงานดีไซน์ของแบรนด์แม็กซ์ มาร่ามาโดยตลอด โดยเห็นได้จาก Moodboard ของแบรนด์ในปี 1999 รวมถึงภาพแคมเปญของ Carolyn Murphy ที่ถ่ายโดย Steven Meisel ที่สะท้อนถึงสไตล์ของ Miller ออกมาได้อย่างชัดเจน รูปที่เธอสวมชุดสูทสีขาวนั้นเต็มไปด้วยความเท่ ความมั่นใจ และความมีเสน่ห์ และซีซั่นนี้แม็กซ์ มาร่าก็ได้สร้างสรรค์ชุดสูทขึ้นใหม่อีกครั้งโดยมีสัญลักษณ์ 101801 พาดอยู่บนไหล่

เมื่อเร็วๆ นี้ศิลปินและช่างภาพมากความสามารถอย่าง Jessie Mann ก็ได้เสาะหานางแบบที่มีลักษณะและสไตล์คล้ายกับ Miller มากขึ้น โดยได้นิยามหญิงสาวเหล่านั้นว่าเป็น ‘ผู้หญิงที่มีความซับซ้อน สมบูรณ์แบบ และน่าค้นหา’ ซึ่งแม็กซ์ มาร่าได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงเหล่านั้นได้สวมใส่ชุดที่ทำให้พวกเธออยากออกไปโลดแล่นบนโลกใบนี้

Chat & Shop สร้างประสบการณ์บนโลกออนไลน์ ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้คนที่รักเพียงปลายนิ้วสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655376

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

Chat & Shop สร้างประสบการณ์บนโลกออนไลน์ ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้คนที่รักเพียงปลายนิ้วสัมผัสเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สยามเซ็นเตอร์ ชวนสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์พร้อมส่งต่อความประทับใจและความรู้สึกดีๆ ให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก ผ่าน OneSiam Ultimate Chat & Shop ช้อปสินค้าหลากหลายแบรนด์ดังที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจ เลือกส่งต่อให้ตัวเอง หรือส่งเป็นของขวัญให้พ่อแม่ พี่น้อง ผองเพื่อน หรือคนที่คุณรักได้ง่ายๆ เพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้ว

ที่สุดของศูนย์รวมไอเดียสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นจากไทยดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ

OneSiam Ultimate Chat & Shop มีสินค้าครบครันทั้งสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น แอคเซสเซอรี่ต่างๆ รวมถึงแฟชั่นแบรนด์ดังจากไทยดีไซเนอร์ อาทิ FRI 27 Nov. ที่ยกทัพสินค้าแฟชั่นมาให้เลือกถึงหน้าจอทั้งเสื้อ Linen Oversized Shirt Yukata Sleeve, Oversized Linen Shirt , Oversized Linen T-Shirt หรือกางเกง Limited Edition อย่าง Painter Pant

LEISURE PROJECTS กับ Knit Tank Top , เสื้อฮาวายลวดลายเก๋ๆ , Adhoc กับเดรสโอเวอร์ไซต์ เสิ้อยืดตัดต่อลายผ้าเก๋ๆ หน้ากากผ้าสองชั้นสุดคูล

Q DESIGN AND PLAY กับเสื้อเชิ้ตลายทาง เสื้อเชิ้ตฮาวาย หรือจะเป็นกางเกงเล กางเกงขาสั้นๆใส่อยู่บ้านสบายๆไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ PATTRIC BOYL ,good mixer ,Muse by good mixer,TAKTAI ,Getricheary,New Era ,Villains sf ,Swan ,Poison , MARON Jewelry , FILL IN THE BAG ฯลฯ

สุดแห่งความเอ็กซ์คลูซีฟ – คอลลาบอเรชั่นแบบมีสไตล์กับ Absolute Siam Store

Absolute Siam Store แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน

ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชั่นเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง“ARCHIVE COLLECTION ” by SODA คอลเลคชั่นพิเศษที่นำเอาผลงาน และลายต่างๆของแบรนด์ SODA ที่เป็นลายอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับความนิยมมากนำกลับมาทำใหม่บนไอเท็มที่ต่างไปจากเดิมไม่ว่าจะเป็น หน้ากากผ้า หรือเสื้อยืด

Absolute Siam Store X PHANNAPAST การคอลลาบอเรชั่นกับ “ยูน” ปัณพัท เตชเมธากุล” นักวาดภาพประกอบชื่อดัง กับสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นจากลายเส้นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ของเหล่าสัตว์ป่าภายในผืนป่าหิมพานต์ที่เต็มไปด้วยตำนานเล่าขานมายาวนาน มาออกแบบเป็นลายผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ ทั้งเสื้อ เดรส กระเป๋าช้อปปิ้ง ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋าใส่การ์ด ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟโดยเฉพาะกับแบรนด์ REALISTIC SITUATION , MAHANAKHON ฯลฯ

ที่สุดของความเป็น K Culture กับ ALAND – Jung Saem Mool

ALAND ชวนสาวกเคป๊อปมาเลือกซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวแก้เบื่อ หรือจะเลือกส่งไปให้เพื่อนๆแต่งตัวเป็นแพ็คคู่กันก็ไม่ผิด กับหลากสินค้าไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์จากเกาหลีที่นำมารวมไว้ในที่เดียวตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น, แอคเซสเซอรี่, บิวตี้, สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีครบถ้วนสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งเสื้อ T-shirt แขนสั้น แขนยาว ฮู้ดดี้ เสื้อคาดิแกนคอวี เดรส กระโปรง กางเกงขาสั้นลายปริ้นท์ หมวกเก๋ๆ แว่นตา หรือแม้แต่กระเป๋าถือ กระเป๋าผ้าช่วยลดโลกร้อนก็มีให้เลือก รวมถึงแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ทั้งสายคล้องหน้ากากอนามัย สายคล้องโทรศัพท์ ฯลฯ

ส่วนสายบิวตี้ต้องไม่พลาดกับ Jung Saem Mool เครื่องสำอางแบรนด์ดังจากเกาหลีต้นตำรับผิว glass skin ฉ่ำวาวที่ส่งตรงถึงมือสาวไทยแบบไม่ต้องรอนาน สินค้า signature ตัวเด็ดตัวท้อปของมันต้องมีสามารถเป็นเจ้าของได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทั้ง Skin Setting Base เบสช่วยปรับสภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ , Essential Skin Nuder Cushion คุชชั่นปกปิดริ้วรอย , Essential Mool Toner – Mool Cream , Lip-pression – Shine ลิปเนื้อแมทช์และเนื้อ shine ให้สัมผัสบางเบาติดทนนาน และผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย

ตัดสินใจได้แล้วปักหมุดไปช้อปกันได้เลยที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop https://onesiam.one-viz.com หรือ Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่ม ช้อปได้ทันที หรือช้อปผ่าน FB Messenger ที่ FB Page OneSiam ง่ายๆ แค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

ECOVACS DEEBOT N8 Pro สมาร์ทเทคโนโลยีที่ช่วยให้บ้านสะอาดอย่างไม่สะดุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655313

วันที่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

ECOVACS DEEBOT N8 Pro สมาร์ทเทคโนโลยีที่ช่วยให้บ้านสะอาดอย่างไม่สะดุดWork From Home เป็นเหตุสังเกตได้! หุ่นยนต์ทำความสะอาด หนึ่งในไอเท็มที่คนรักบ้านต้องมี ECOVACS DEEBOT N8 Pro ตัวช่วยทำความสะอาดบ้านเหนือประสิทธิภาพ สะดวกใช้ เก็บง่าย พร้อมสมาร์ทเทคโนโลยี TrueDetect 3D ช่วยตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำเพื่อการทำความสะอาดอย่างไม่สะดุด

ยุค New Normal ไลฟ์สไตล์ใหม่ก็ต้องมาพร้อมกับอะไรใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ ทันสมัย ใช้ง่าย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งต้องอยู่บ้านมากขึ้นช่วง Work From Home หุ่นยนต์ทำความสะอาดจึงกลายเป็นตัวช่วยที่หลายคนอยากมีไว้ในครอบครอง และหนึ่งในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่อยากแนะนำก็คือ ECOVACS DEEBOT N8 Pro หุ่นยนต์อำนวยความสะดวกของคนรุ่นใหม่ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านสะดวก ง่ายดาย สะอาด ไร้ความกังวล เพราะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีตรวจจับและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางแบบ TrueDetect 3D ที่ช่วยให้ตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำเพื่อการทำความสะอาดอย่างไม่สะดุด หุ่นยนต์อำนวยความสะดวกสามารถสแกนสภาพแวดล้อมในห้องด้วยความแม่นยำสูง และตรวจจับแม้กระทั่งสิ่งกีดขวางที่เล็กที่สุด จึงหมดปัญหากับการชนกัน การติด หรือการพันกับ รองเท้า สายไฟ หรือของเล่นขนาดเล็ก

DEEBOT N8 Pro ยังมาพร้อมเทคโนโลยี TrueMapping ทำแผนที่และนำทางด้วยเลเซอร์ อีกหนึ่งในความแม่นยำที่คลายความกังวลว่าสามารถทำความสะอาดหมดจดได้ทุกซอกทุกมุม ทั้งยังสามารถทำแผนที่บ้านด้วยความครอบคลุมถึง 2 เท่า และความแม่นยำสูงสุดถึง 4 เท่าตัว ให้ผู้ใช้กดควบคุมได้อย่างชาญฉลาด ผ่านแอพ ECOVACS Home โดยการเลือกห้องและชั้นที่ต้องการ แถมยังสามารถปรับแต่งเส้นทางการทำความสะอาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละแผนผังชั้นได้อีกด้วย และหากต้องการความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้สามารถจำกัดบริเวณ ไม่ให้หุ่นยนต์เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่นั้นๆ ได้ gท่านี้ยังไม่พอ DEEBOT N8 Pro ยังมีประสิทธิภาพการทำความสะอาดที่ทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยพลังดูดแรงถึง 2600 Pa นับเป็นแรงดูดที่แรงมาก ให้ความสะอาดอย่างหายห่วงไร้ที่ติ

แพ็คเก็จ ECOVACS ROBOTICS DEEBOT N8 มาพร้อม หนุ่มฮยอนบิน Brand Ambassador
แกะกล่อง มาพร้อมอุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง ได้แก่ แท่นเชื่อมสำหรับชาร์จไฟ แปรงข้าง ระบบการสั่น OZMO แผ่นเช็ดถูแบบใช้แล้วทิ้ง
ในกล่องมี แผ่นเช็ดถูแบบใชแล้วทิ้งมาให้ด้วย 1 แพ็คมี 10 แผ่น

นอกจากนี้ ECOVACS signature OZMO™? Mopping System สามารถทำความสะอาดบ้านทั้งหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดเพื่อเติมถังน้ำ เซ็นเซอร์ของตัวเครื่องจะสลับระหว่างโหมดการถู หรือหยุดการใช้งานโดยอัตโนมัติ รับประกันกระบวนการทำความสะอาดที่ปลอดภัยและล้ำลึกยิ่งขึ้น และหากต้องการ ผู้ใช้สามารถจัดการน้ำได้ด้วยตนเองผ่านแอพ ECOVACS HOME เช่นกัน

เปิดฝาเครื่องมาเจอ วีธีการใช้งาน มีทั้งรูปและข้อความ อ่านเข้าใจง่าย เริ่มใช้ได้ทันที
กล่องดักฝุ่นอยู่ใต้ฝาเครื่อง เปิดฝา ดึงกล่องออกมานำไปถ่ายใส่ถังขยะ สามารถแกะหน้ากากดักฝุ่นไปล้างได้ด้วย
ล้อแข็งแรง ตะลุยไปทุกพื้นที่ในบ้าน
เข้าไปดูดฝุ่นใต้โซฟาอย่างง่ายดาย

เห็นได้ว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดของ ECOVACS เหมาะกับวิถีชีวิตคนยุคใหม่จริงๆ เพราะทุกอย่างควบคุมด้วยแอพ ECOVACS HOME ทั้งบนสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฮม เช่น Amazon Echo/Dot และ Google Home ผู้ใช้สามารถเลือกตารางการทำความสะอาดที่เหมาะสมสำหรับบ้านของตน ที่สามารถกำหนดเวลาแผนการทำความสะอาด และตรวจสอบสถานะความสะอาดจากระยะไกลได้ด้วย

ดี สะดวก ทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมการทำความสะอาด และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่ขนาดนี้ ลองซื้อมาใช้ แล้วจะติดใจ ของแบบนี้ทุกครัวเรือนต้องมีจริงๆ  หาซื้อได้ในราคาพิเศษที่ Shopee หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็เข้าไปที่ ecovacs.com หรือ Facebook : ECOVACS ROBOTICS และ Instagram

เทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานเรียบโก้สไตล์เจ้าสาวยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655137

วันที่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 08:50 น.

เทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานเรียบโก้สไตล์เจ้าสาวยุค New Normalอัพเดทเทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานสุดเรียบหรูปี 2021 จากห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ ที่รังสรรค์เพื่อเจ้าสาวยุค New Normal โดยเฉพาะ กับคอลเลกชั่นพิเศษ “New normal minimal collection” ที่ถ่ายทอดผ่านนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล

ตอบโจทย์เจ้าสาวยุค New Normal โดยเฉพาะกับ วนัช กูตูร์ คอลเลกชั่นพิเศษ New normal minimal collection ที่ครั้งนี้ได้นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล มาร่วมถ่ายทอดผลงานซึ่งมีมาให้เลือกหลากหลายลุคเช่นเดิม เพื่อให้เหมาะกับเจ้าสาวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

คอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์โควิดที่กำลังระบาดระลอก 3 อยู่ในปัจจุบัน รูปแบบของงานดีไซน์ได้ถูกปรับให้ดูมินิมอลมากขึ้น ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น โก้หรู และมีสไตล์แบบสาวเซเลป บวกกับคัตติ้งสุดเนี๊ยบที่บ่งบอกถึงความมีคลาสของผู้สวมใส่ได้อย่างดี เหมาะกับธีมงานแต่งงานแบบมินิมอล ภายใต้คอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ที่คู่รักยุคใหม่หลากหลายคู่นำมาปรับใช้กับงานแต่งของตัวเองในช่วงนี้อีกด้วย

สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาชุดแต่งงานสไตล์แบบนี้ บอกเลยว่าครั้งนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด โอกาสทองเป็นของคุณแล้ว เพราะทางแบรนด์ได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะ เดือนมิถุนายน 2564 ราคาเริ่มต้นที่ 19,000 บาทเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจติดต่อทางห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เพื่อออกแบบชุดเจ้าสาวในแบบที่เป็นตัวคุณได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร. 02 002 4895, 02 002 4896, 086-491-5445 Line: @ vanuscouture

4 มิติเพื่อการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน และมุมมองอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655030

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 10:15 น.

4 มิติเพื่อการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน และมุมมองอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนยูเอ็น ประเทศไทย จับมือ ดีป้า เปิดตัวแคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อโอกาสในการสร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม

สหประชาชาติ ประเทศไทย (UN Thailand) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดตัวแคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ทศวรรษแห่งการลงมือทำ  ทศวรรษแห่งนวัตกรรม เพื่อก้าวใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อส่งเสริมการใช้โซลูชั่นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาของโลกในอนาคต ในช่วงสนทนา กลุ่มอินฟลูเอ็นเซอร์ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน เจ้าของเพจ หมอแล็บ แพนด้า ดิจิทัลมีเดียสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือฝ่าวิกฤติโควิด-19 คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ: เทคโนโลยีจะช่วยทำให้เด็กนักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ คุณริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส และ คุณเบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เพื่อชุมชน สร้างความมั่นคงทางรายได้ด้วยการเกษตร

SDGs คือเป้าหมายระดับโลก 17 เป้าหมายที่มีความเชื่อมโยงกัน ถูกออกแบบมาให้เป็นพิมพ์เขียวเพื่อบรรลุอนาคตที่ดีขึ้นและยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทุกคน เป้าหมายดังกล่าวให้ความสำคัญในการขจัดความยากจนและการกีดกันต่างๆ ซึ่งต้องดำเนินควบคู่ไปกับกลยุทธ์การพัฒนาสุขภาพและการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้ง การรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอนุรักษ์ท้องทะเลและป่าไม้

สหประชาชาติ ประเทศไทย มีหน้าที่ในการสร้างความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่ให้ความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน สหประชาชาติ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ ดีป้า ในการรณรงค์แคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ด้วยความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีพลังในการลดความเหลื่อมล้ำ สามารถสร้างโซลูชั่นนวัตกรรมสำหรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่ สร้างโอกาสให้กับประชาชนและองค์กรให้เติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล โดย ดีป้า จะแบ่งปันความรู้จากโครงการในประเทศไทยและข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในมิติต่าง ๆ เช่น อีเลิร์นนิง เกษตรอิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น สำหรับเอสเอ็มอี เพื่อสร้างความตระหนักในเป้าหมายระดับโลกและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทุกสาขาอาชีพในการสร้างและมีส่วนร่วมแก้ไขความต้องการพัฒนาในอนาคตของโลก

คุณกีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติ ประเทศไทย กล่าวว่า “การบรรลุวาระพัฒนา 2030 และ SDGs เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สื่อมวลชน เยาวชน นักวิชาการ และพันธมิตรด้านการพัฒนาอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ นวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายระดับโลก ความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติ ประเทศไทย และ ดีป้ามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมโซลูชันส์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ SDGs”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ทศวรรษนี้ได้มอบความท้าทายมากมาย สิ่งที่สำคัญกว่าที่เคยคือเราได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยแก้ไขปัญหา ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าดิจิทัลสามารถช่วยธุรกิจต่างๆ ได้อย่างไร และตอนนี้เราต้องขยายและเร่งการนำไปใช้ รวมทั้งสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อกระจายประโยชน์ให้ทั่วถึงทุกมุมของประเทศ ภายในสิ้นทศวรรษ ระดับของการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นตัวกำหนดการเติบโต การเพิ่มผลิตภาพ และการพัฒนามนุษย์ และสิ่งสำคัญคือจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

วิสัยทัศน์ของสำนักงานฯ ในการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไม่ข้างหลัง ทำงานที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย การทำให้ประชาชนไทย มีความรู้ด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี การสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม และการทรานสฟอร์มทั้งภาคการเกษตร การผลิต และธุรกิจบริการ ซึ่งเน้นการลงมือทำผ่านกระบวนการที่เน้นให้ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่าเป็นสิ่งที่คนไทยควรเริ่มทำในวันนี้ โดย ดีป้า จะเป็นผู้ที่นำสิ่งใหม่ๆ เพื่อจะทำให้คนไทย perform better, think faster, live better”

แคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ ผู้คน (PPEOPLE) สิ่งแวดล้อม (PLANET) ความมั่งคั่ง ( PROSPERITY) และความร่วมมือ (PARTNERSHIP)

  1. มิติด้านผู้คน (PPEOPLE) ชี้ให้เห็นว่าเราได้รับผลกระทบจากโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเทคโนโลยีสามารถส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร เช่นเดียวกับการค้นพบวิธีในการปิดช่องว่างการเชื่อมต่อและลดความเหลื่อมล้ำซึ่งอาจเพิ่มขึ้นหากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ อีเลิร์นนิง ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งเป็นวิธีในการขจัดช่องว่างทางดิจิทัลและสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม
  2. มิติสิ่งแวดล้อม (PLANET) มุ่งเน้นประเด็นต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการบริโภคอย่างมีสำนึก การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อสร้างเมืองให้มีความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่สิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงวิธีสร้างและจัดการพื้นที่ในเมือง ไปสู่การปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ การสร้างพื้นที่สาธารณะสีเขียว พัฒนาการวางผังเมือง และการจัดการในรูปแบบที่สร้างการมีส่วนร่วมและครอบคลุมทุกกลุ่มสังคม
  3. มิติความมั่งคั่ง (PROSPERITY) จัดการกับปัญหาในอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ ที่ต้องเผชิญขณะที่เปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งนี้ รวมทุกกลุ่มสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย เช่น การท่องเที่ยวและเกษตรกรรม ร่วมค้นหาว่าเราจะสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหลังเกิดโรคระบาดได้อย่างไร และการนำประโยชน์จากเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมาปรับใช้กับการเกษตร นั้นมีความสำคัญเช่นเดียกับการพัฒนาการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการสร้างที่ทำงานสู่ระบบดิจิทัล
  4. มิติความร่วมมือ (PARTNERSHIP)  ตระหนักถึงความสำคัญของกลุ่มต่างๆ ในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และฉายภาพความสำเร็จจากความร่วมมือของกลุ่มคนประเภทต่างๆ ธุรกิจ และองค์กร ที่อาจสร้างผลลัพธ์เกินความคาดหมาย การระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างตัวอย่างมากมายในความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือสังคม

แคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนลงมือทำเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคมไทยเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ จะมีกิจกรรม Facebook Live เพื่อให้เหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ได้ร่วมพูดคุยถึงความท้าทายในมิติต่างๆ และแบ่งปันประสบการณ์และกิจกรรมลงบนโซเชียลมีเดีย โดยใช้ #SDGs

มุมมองอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

หมอแล็บแพนด้า: ใช้ดิจิทัลมีเดียสร้างความเข้าใจโควิด-19 และสร้างความร่วมมือฝ่าวิกฤติ ซุ่มทำโรงพยาบาลสนามอย่างดีจากตู้คอนเทนเนอร์

“สิ่งที่ทำมาโดยตลอดคือการโพสต์ให้ความรู้ที่ถูกต้อง ตัวเองไปศึกษาจากแหล่งข้อมูล งานวิจัยที่เชื่อถือได้ เอามาแปลเป็นภาษาง่ายๆ ให้คนเข้าใจโรคโควิด 19 และการป้องกันตัวเอง ทำให้คนได้ความรู้ที่ถูกต้องและไม่ตื่นตระหนก ดูแลตัวเองและดูแลสังคมไปด้วย นอกจากเพจที่ให้ความรู้อยู่ตลอด เราอยากให้โควิดจบเร็วที่สุดในแบบที่เราทำได้จึงใช้ความรู้ด้านแลป เครื่องมือแพทย์ สร้างรถตรวจเชิงรุกไปตามชุมชน เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อจากชุมชนไปรักษา ให้ชุมชนปลอดภัย ไม่ให้ประชาชนต้องไปแออัด กันที่โรงพยาบาล เป็นคันแรกของประเทศไทย และใช้กันอย่างแพร่หหลายมาก และร่วมมือกับหลายภาคส่วน เช่น กรุงเทพมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อสร้างรถคันเดียวที่สามารถตรวจครั้งเดียว พร้อมกันได้ 3 ราย ทำให้สามารถตรวจได้ 3,000 เคส ต่อวัน ทำให้ตรวจเชิงรุกได้เร็ว ประกอบกับการฉีดวัคซีนควบคู่ ช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

หมอแล็บเผยว่ากำลังซุ่มทำโปรเจคใหม่ จะนำตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาแบ่งเป็นห้องต่างๆ ห้องความดันลบสำหรับผู้ป่วย และห้องความดันบวกสำหรับเจ้าหน้าที่ แพทย์ สามารถประยุกต์ทำเป็นห้องตรวจโรค สวอป ให้คำปรึกษา หรือ ไอซียู หากนำตู้คอนเทนเนอร์หลายๆตู้มาประกอบกันสามารถทำเป็นโรงพยาบาลสนามที่มีคุณภาพ

สุดท้ายนี้ หมอแล็บได้เน้นย้ำการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยั่งของสหประชาชาตินั้น ประเด็นความร่วมมือ สำคัญมากที่จะทำให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปได้ และทำให้การพื้นฟูประเทศดีขึ้นกว่าเดิมได้

ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ: เทคโนโลยีจะช่วยทำให้เด็กนักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้

จุดเริ่มต้นของ Start Dee เกิดขึ้นจากการเห็นปัญหาว่าการศึกษาที่มีคุณภาพเข้าถึงยากมาก เพราะเหตุผล 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพของระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนการสอนที่แตกต่างกันแต่ละโรงเรียน และนักเรียนต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษที่สูงมากเมื่อต้องการความรู้นอกห้องเรียน ทั้งนี้ ทางออกที่ยั่งยืนคือภาครัฐต้องทำให้โรงเรียนที่มีคุณภาพอยู่ใกล้กับเด็กทุกคน

และเพื่อผลักดันการศึกษาบนดิจิทัลแพลตฟอร์มยังไงให้มีมาตราฐานมากขึ้นเป็นมาตราฐานเดียวกัน พริษฐ์ มองว่า “ภาครัฐไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมด แต่วางกฎ กติกาและระบบเพื่อใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มหรือเนื้อหาที่ภาคเอกชนผลิตมาได้มากที่สุด และควรสร้างความเข้าใจว่าการเรียนออนไลน์ที่ดีไม่ใช่การคัดลอกเนื้อหาในห้องเรียนมาแปะไว้นออนไลน์ แต่ควรออกแบบการเรียนออนไลน์ให้ตรงตามความเป็นจริง เพราะพฤติกรรมการเรียนออนไลน์กับการเรียนในห้องไม่เหมือนกัน การเรียนออนไลน์ไม่ได้มาทดแทนการเรียนในห้อง เพราะบางรูปแบบทดแทนกันไม่ได้ เราต้องการการปฏิสัมพันธ์กับครูและนักเรียนในการพัฒนาทักษะเหล่านั้น มองการเรียนออนไลน์จะเสริมการเรียนในห้องเรียนยังไง แนวคิดที่อยากจะแชร์คือ ห้องเรียนกลับด้านหรือ flip classroom การที่ครูใช้เวลา 1 คาบในการบรรยาย ครูสามารถอัดวิดีโอให้เด็กดูที่บ้าน เพื่อให้เด็กมาพร้อมข้อมูลและใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในการพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การวางบทบาทระหว่างครูและเทคโนโลยี ให้ครูมาทำบทบาทที่เทคโนโลยีทำไม่ได้มากขึ้น

ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส ตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เพื่อชุมชน สร้างความมั่นคงทางรายได้ด้วยการเกษตร 

อาหารคือความมั่นคงที่ทุกคนขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 อาหารเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่ยังดำเนินต่อไปได้ หลายปีมานี้เราจะเห็นคนบันเทิงทำการเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะคนบันเทิงรุ่นใหม่อย่างคุณริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส และเบิ้ล ปทุมราช ที่ใช้จิทัลเทคโนโลยีและมุมมองของคนรุ่นใหม่พัฒนาอาชีพเกษตกรรมของครอบครัวซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแล้ว ยังเผื่อแผ่สร้างความมั่นคงทางรายได้ให้ชุมชนสามารถอยู่ได้และไม่ต้องจากบ้านเพื่อไปหางานทำต่างถิ่น

“ครอบครัวริชชี่เป็นเจนเนอร์เรชั่นที่ 4 เป็นผู้นำและดูแลในดอยปู่หมื่น อาชีพหลักของชุมชนคือการปลูกชา เมื่อก่อนสมัยคุณตานำเกษตรเข้ามาทดแทนการปลูกฝิ่น ในยุคที่ฝิ่นผิดกฎหมายเราได้รับชาต้นแรกจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเปลี่ยนอาชีพจากปลูกฝิ่นทั้งหมดมาทำไร่ชา นับแต่นั้นมาที่บ้านดูแลรับซื้อชา พัฒนาชา ไม่ใช่แค่ดอยตัวเอง แต่เราเป็นหมู่บ้านตัวอย่างจึงคอยช่วยส่งเสริมการปลูกชาดอยข้างเคียงและพื้นที่รอบๆ จนปัจจุบันนี้การทำไร่กลายเป็นอาชีพหลัก

ริซ พยายามคิดให้ชาวบ้านมีความมั่นคงขึ้น มีตลาดมากขึ้น เราอยากเพิ่มผลผลิต แต่ก่อนส่งออกไปที่จีน ในฐานะคนรุ่นใหม่เราอยากทำแบรนด์ของไทย จึงทำแบรนด์ตัวเองขึ้นมา เป็นชาดีท็อกซ์โดยนำชามาแปรรูปเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางการขายและเพิ่มยอดขาย ช่วยให้ชาวบ้านมีความมั่นคงมากขึ้น และเราก็พอมีชื่อเสียงในการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้คนอยากรู้ที่มา เราจึงพรีเซนต์ถึงการท่องเที่ยวชุมชน  บนดอยทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ออแกนิกหมดเลย ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสวิถีชาวบ้าน เก็บชา การท่องเที่ยวชุมชนซึ่งรายได้ส่วนนึงเป็นของชาวบ้าน แบรนด์ขายออนไลน์ ริชวางแผนว่าเมื่อเปิดประเทศจะส่งออกด้วย ชาผลิตด้วยกระบวนการธรรมชาติเพื่อช่วยระบาย และจะผลิตชาเพื่อสุขภาพ อยากเพิ่มมูลค่าเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น มั่นคงเพื่อให้อยู่ในชุมชนตัวเองได้ไม่ต้องออกไปหางาน บนดอยเป็นต้นน้ำ ทุกอย่างออแกนิก เพื่อให้คนเห็นถึงคุณค่าที่มี

“ริชชี่มองว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนเราทุกคนสามารถทำได้ด้วยการส่งเสริมพัฒนาสิ่งที่เรามีในชุมชน รายได้ส่วนหนึ่งเอาไปช่วยชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ชุมชน เพราะเมื่อเห็นผลผลิตของชุมชนเป็นเรื่องที่ดี เราก็ไม่ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างคุณค่า โดยเฉพาะช่วงนี้ทุกคนกลับบ้านก็จะสังเกตุได้ว่าเรามีอะไรดี พัฒนาตรงนั้น ช่วยทำให้มันมั่นคงและพัฒนามากขึ้น”

เบิ้ล-ปทุมราช อาร์สยาม ตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เพื่อชุมชน สร้างความมั่นคงทางรายได้ด้วยการเกษตร 

ส่วนหนุ่มเบิ้ล ปทุมราช แม้ว่าจะประสบความสำเร็จในด้านการเกษตรจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรแบบผสมผสานแล้ว เบิ้ลร่วมกับแฟนคลับระดมทุนจัดกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อส่งต่อเทคนิคการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงตามมาด้วยเช่นกัน “เบิ้ลเกิดในครอบครัวชาวนา ผมเชื่อเรื่องการเกษตรว่าสามารถอยู่ได้ หากวางแผนและใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ ช่วงที่เบิ้ลเป็นนักร้อง กลับไปคุยกับคุณพ่อ ท่านอยากทำนาตลอดชีวิต แม้ว่าเบิ้ลจะดังหรือไม่ จึงได้ศาสตร์พระราชาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จึง เพื่อทำนาอย่างไรให้ผลผลิต เหลือและแบ่งปันครอบครัวพี่น้องได้ และ ใช้มุมมองของนักร้องของชาวบ้านและแฟนคลับ นำเงินกลับไปทำกิจกรรมกับผู้สูงอายุในชุมชน เป็นโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อถ่ายทอกแนวคิการเกษตรแบบผสมผสาน แบ่งพื้นที่ทำนามาทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่

ในแต่ละปีพวกเรานำงบประมาณจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เชิญชาวบ้านทุกคนมาดำนา ลงแขกเกี่ยวข้าว ประกวดแปลงเกษตรดีเด่น มีรางวัล แข่งขันในระดับตำบล และระดับอำเภอ แต่งบประมาณตรงนี้ยังไม่มากเพราะเป็นงบประมาณส่วนตัวของเบิ้ลและแฟนคลับ

ตอนนี้เบิ้ลแบ่งรายได้ให้คุณพ่อและพี่ชายทำนา ไม่ต้องขายข้าวแต่ให้สหกรณ์เพื่อแบ่งให้ชาวบ้าน นอกจากนี้อยากมีผลิตภัณฑ์ข้าวจากชาวนา แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นคนกลางช่วยชาวนาขายข้าว ให้เขามีรายได้ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลงซึ่งไม่ต้องเจอกับความผกผันกับราคาข้าวในแต่ละปี”

เปิดกล่องสมบัติสุดพิเศษจาก Keds x A Treasure Box #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655023

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 09:33 น.

เปิดกล่องสมบัติสุดพิเศษจาก Keds x A Treasure Boxชวนสาวๆ มาช้อปและร่วมลุ้นรับของขวัญชิ้นพิเศษจากแคมเปญ Dream in Canvas ที่ Keds ร่วมกับ A Treasure Box แบรนด์กระเป๋าไทยดีไซเนอร์ยอดนิยม

ไม่มีช่วงเวลาใดจะน่าตื่นเต้นไปกว่าช่วงเวลาที่เอื้อมมือไปเปิดกล่องของขวัญอีกแล้ว ซึ่งความรู้สึกอันแสนวิเศษนี้คือ คีย์หลักของแคมเปญ Dream in Canvas ที่ Keds ได้จับมือร่วมงานกันครั้งแรกกับ A Treasure Box แบรนด์กระเป๋าไทยดีไซเนอร์ยอดนิยม รังสรรค์ของขวัญชิ้นพิเศษที่จะมอบให้แก่สาวๆ ด้วยกันถึง 2 ชิ้น

โดยชิ้นแรกเป็นถุง Dust Bag สีหวานพร้อมชาร์มรูปหัวใจ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษโดย คุณไอซ์-ไอริณ อุนนกิตติ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ A Treasure Box และความพิเศษที่มากกว่านั้น สามารถนำชาร์มรูปหัวใจนี้มาร้อยเข้ากับเชือกรองเท้าทุกรุ่นของ Keds ได้อีกด้วย เพียงช้อปปิ้งรองเท้า Keds ทุกรุ่นในราคาปกติ ก็สามารถเป็นเจ้าของของขวัญชิ้นพิเศษนี้ได้

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรับขวัญชิ้นที่สองนั่นคือ กล่องของขวัญ Dream in Canvas Giftbox สีชมพูพาสเทลใบใหญ่ ที่มีทั้งรองเท้า Champion Cotton Organic White สุดคลาสสิก ตกแต่งตัวชาร์มรูปหัวใจสีชมพูหวาน มาพร้อมถุง Dust Bag และกระเป๋า Canvas Layer Treasure Box รุ่นล่าสุด ซึ่งของขวัญชิ้นนี้จะมอบให้ผู้โชคดีเพียง 1 ท่านเท่านั้น

สาวๆ คนไหนสนใจรีบแวะมาช้อปและร่วมลุ้นรับของขวัญชิ้นพิเศษนี้ได้ที่ร้าน Keds สาขาที่ร่วมแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 10 – 30 มิถุนายนนี้ และติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่เว็บไซด์ http://www.keds.co.th, Facebook และ Instagram: @KedsThailand

สาขา Keds ที่ร่วมแคมเปญ ร้าน Keds Mega Bangna, Central Lardpao, Terminal 21 Pattaya, Terminal 21 Asok, และ Maya Chiang Mai , ร้าน Ikon shop Siam Square One, Future Park Rangsit (Zpell), Fashion Island และ Central Bangna

Burberry Beauty เผยเซรั่มรองพื้นสูตรใหม่มอบผลลัพธ์ผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655022

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 09:15 น.

Burberry Beauty เผยเซรั่มรองพื้นสูตรใหม่มอบผลลัพธ์ผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติเอาใจสาวกบิวตี้ Ultimate Glow Foundation และ Ultimate Glow Cushion รองพื้นเซรั่มใหม่จาก BURBERRY

Burberry Beauty เปิดตัว Ultimate Glow Foundation และ Ultimate Glow Cushion เซรั่มรองพื้นสูตรใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมคอัพเพื่อการแต่งหน้าที่ให้ความเปล่งประกายอ่อนเยาว์ ดูมีมิติยาวนานตลอดวัน ด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอันทรงพลัง ผสานกรดไฮยาลูโรนิคและสารสกัดจากวิโอลา ที่ทำให้ผิวอ่อนเยาว์เรียบเนียนให้ความชุ่มชื้นตลอด 24 ชั่วโมง มอบผลลัพธ์ความกระจ่างใสบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เนื้อเซรั่มให้ความบางเบาผสานเรียบเนียนไปกับผิวพร้อมมอบการปกปิดเต็มรูปแบบยาวนานตลอดวัo โดยโทนสีรองพื้น เฉดสี Ultimate Glow Foundation มีให้เลือก 12 เฉดสี Ultimate Glow Cushion มีให้เลือก 6 เฉดสี

คุณสมบัติที่โดดเด่นของ ULTIMATE GLOW FOUNDATION

– เติมความอ่อนเยาว์และการปกป้องผิวจากมลภาวะด้วยส่วนผสมบำรุงผิว ประสิทธิสูงมากมายทั้งกรดไฮยาลูโรนิคและสารสกัดจากวิโอลารวมถึงสารสกัดจากชาขาวที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวของคุณจากมลภาวะ

– มอบความชุ่มชื้นนานแปดชั่วโมงเพื่อผิวที่อ่อนเยาว์และกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัดตลอดทั้งวัน

– เปล่งประกายสดใสจากภายในสู่ภายนอกด้วยไข่มุกสะท้อนแสง

คุณสมบัติที่โดดเด่นของ ULTIMATE GLOW CUSHION

– เติมความอ่อนเยาว์และการปกป้องผิวจากมลภาวะด้วยส่วนผสมบำรุงผิวประสิทธิสูงมากมายทั้งกรดไฮยาลูโรนิกและสารสกัดจากวิโอลารวมถึงสารสกัดจากชาขาวที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวของคุณจากมลภาวะ

– มอบความชุ่มชื้นตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อผิวที่อ่อนเยาว์และกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัดตลอดทั้งวัน

– เปล่งประกายสดใสจากภายในสู่ภายนอกด้วยไข่มุกสะท้อนแสง

พบกับ Burberry Beauty ที่เคาน์เตอร์ Burberry Beauty Counter ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลชิดลม สยามพารากอน เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และสยามทาคาชิมายา และร้าน Sephora สยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือทางเว็บไซต์ sephora.co.th และ central.co.th

จุดบรรจบความงดงามของผลงานจิวเวลรี่และความเบิกบานสดใสของลายเส้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654924

วันที่ 08 มิ.ย. 2564 เวลา 13:10 น.

จุดบรรจบความงดงามของผลงานจิวเวลรี่และความเบิกบานสดใสของลายเส้นVan Cleef & Arpels นำเสนอป๊อบอัพ บูติค ณ สยามพารากอน ที่โอบล้อมด้วยลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินหนุ่มชาวฝรั่งเศส Alexandre Benjamin Navet บทหลอมรวมความงดงามของผลงานจิวเวลรี่และความเบิกบานสดใสของลายเส้น

เพื่อขานรับการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ Van Cleef & Arpels ได้นำงานออกแบบฝีมือของ อเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์ มาใช้ในการตกแต่งป๊อปอัพบูติก ที่ชั้น M ศูนย์สรรพสินค้าสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนเมษายน และให้ลูกค้า กับผู้สนใจได้แวะมาเยี่ยมชมได้

ป๊อปอัพ บูติค ชวนให้ผู้ผ่านไปผ่านมาได้ดื่มด่ำไปกับความงดงามดุจฝัน มอบความรู้สึกราวกับกำลังเดินล่วงเข้าไปในสมุดวาดภาพร่างแบบ เพื่ออยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้และช่อดอกไม้หลากเฉดสีในโทนพาสเทลอ่อนหวาน ซึ่งดูราวกำลังจะแข่งกันผลิบานไปทั่วพาวิลเลียนหลังน้อยแห่งนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจากมวลดอกไม้ ทั้งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ และดอกไม้มงคลตามความเชื่อของวัฒนธรรมไทย นำมาซึ่งภาพวาดลายเส้นจากฝีมือของจิตรกรร่วมสมัย ถ่ายทอดความสดใส มีชีวิตชีวาในธรรมชาติได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

“ประเทศไทยเป็นเสมือนอัญมณีน้ำหนึ่งแห่งภูมิภาคเอเชีย! ผมได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากสีสันสดใส ให้ความรู้สึกสว่างไสวจากมวลธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดอกบัว, ดอกราชพฤกษ์, ดอกกล้วยไม้ และดอกไม้เมืองร้อนอื่นๆ อีกมากมาย…เหล่านี้เป็นดอกไม้หลากสีสันที่ก่อความประทับใจอย่างลึกซึ้ง” อเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์

บรรยากาศเหมือนฝันของพาวิลเลียนหลังน้อยยังถูกส่งผ่านมาสู่โลกดิจิทัล  ด้วยการปลดล็อคฟิลเตอร์ลายดอกไม้ที่แกว่งไกวไปมา ซึ่งถูกจัดทำขึ้นสำหรับอินสตาแกรมทางการของ Van Cleef & Arpels โดยเฉพาะ เพียงคลิกเข้าไปในฟิลเตอร์ Colorful flowers เท่านั้น ดอกไม้ลายเส้นฝีมือการออกแบบของอเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์ก็จะปรากฏให้ผู้ชื่นชอบนำไปใช้เป็นลูกเล่นแต่งภาพได้ตามต้องการ

พบกับ ป๊อปอัพ บูติก ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2021 จนถึงวันพุธที่ 30 มิถุนายน 2021 ที่ชั้น M ศูนย์สรรพสินค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ประเทศไทย เปิดทำการระหว่างเวลา 10.00 – 21.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์

#VCAfrivole

#VanCleefArpels

@vancleefarpels

นวัตกรรมคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654840

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 08:10 น.

นวัตกรรมคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

โลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเอไอ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล หรือหุ่นยนต์ ล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดดในอัตราเร่ง แต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืน และเมื่อพูดถึงขีดความสามารถในด้านการคิดคำนวณของมนุษย์เมื่อเทียบกับปัญญาประดิษฐ์แล้ว เราไม่อาจแข่งกับมันได้เลย เพราะมันเร็วกว่า ทนกว่า มันไม่เคยลืม มันไม่เคยบ่น ไม่รู้จักเหนื่อย มันไม่เคยเรียกร้อง นั่นคือ เมื่อพิจารณาในแง่ของความมีประสิทธิภาพแล้ว เราสู้มันไม่ได้ แต่แนวทางการพัฒนาองค์กรในปัจจุบัน เราสอนให้ไปแข่งกับมันซึ่งไม่มีทางชนะได้เลย ดังนั้น มันจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่มนุษย์จะต้องก้าวข้ามเหนือมัน แต่จะก้าวข้ามมันได้ เราต้องพิจารณาว่าแล้วอะไรที่มนุษย์ต่างจากเครื่องจักร

เราพบว่า เครื่องจักรไม่ว่าจะก้าวหน้าเพียงใดก็ตาม มันก็คิดเองไม่ได้ ต่างจากมนุษย์ที่คิดได้เอง ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว เราจึงสามารถพัฒนาและปรับปรุงสินค้าและบริการให้มันแตกต่าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

เราต่างตระหนักดีว่า องค์กรที่ผลิตสินค้าและให้บริการแบบเดิมๆ จะไม่อาจทนอยู่ได้ เพราะไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่แตกต่าง นั่นคือขาดนวัตกรรม (Innovation)

เมื่อพูดถึงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ คุณสมบัติเหล่านี้คืออะไร เราจะพัฒนาความคิดที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร

เราลองพิจารณาของใกล้ตัว ท่านสงสัยไหมว่า ทำไมร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ต้องมีผัดซีอิ๊วด้วย ทั้งสองจานนี้แตกต่างกัน ทั้งหน้าตา กลิ่น และรสชาติ เราพูดได้ไหมว่านี่คือ ความคิดสร้างสรรค์ อะไรทำให้มันแตกต่างกัน แล้วมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

โดยธรรมชาติของทั้งสองจานนี้คือระบบ เพราะต่างก็เป็นภาวะองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ และแสดงคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างได้อย่างลงตัว แล้วสะท้อนออกมาในรูปของคุณค่าที่ต่างกัน

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด เราพบว่าทั้งสองจานมีองค์ประกอบที่คล้ายกันมาก แตกต่างกันที่ผัดซีอิ๊วไม่ต้องใช้น้ำและแป้งมัน อีกทั้งการผัด (หรือการเชื่อมโยง) ก็มีขั้นตอนที่ต่างกัน เพราะสิ่งใหม่ที่ปรากฏขึ้น (ผัดซีอิ๊ว) มีรูปลักษณ์ กลิ่นและรสชาติที่แปลกออกไป คุณค่าก็ต่างกัน และเราเรียกภาวะการเกิดขึ้นของผัดซีอิ๊วว่า นวัตกรรม

ด้วยความเข้าใจดังกล่าว เมนูในร้านอาหารก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ และมีชื่อเรียกที่แตกต่างไป ทั้งนี้เกิดจากการใช้องค์ประกอบที่แตกต่างและขั้นตอนการปรุงที่หลากหลาย เพื่อสร้างทางเลือกและความพึงพอให้ลูกค้าเลือกได้มากขึ้น นี่คือนวัตกรรม ใช่หรือไม่

ถ้าเช่นนั้น ท่านคิดว่า นวัตกรรมคืออะไร มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร อะไรทำให้คนเราแตกต่างทางความคิด ท่านคิดว่า อะไรทำให้คนเรามีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างทางเลือกได้อย่างหลากหลาย ท่านคิดว่า ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดที่แตกต่างนี้คืออะไร ความคิดเชิงนวัตกรรมมาจากไหน องค์กรนวัตกรรมเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มันผุดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วนวัตกรรมสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างไร

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจนี้มาสร้างภูมิปัญญาและกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร