ภัยใกล้ตัวคุกคามสุขภาพผู้หญิงโดยไม่รู้ตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653624

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 10:45 น.

ภัยใกล้ตัวคุกคามสุขภาพผู้หญิงโดยไม่รู้ตัวการใส่ชุดชั้นในที่ไม่เหมาะสมกับสรีระและสภาพอากาศ หนึ่งในอันตรายที่ไม่ควรละเลย

ช่วงนี้อากาศบ้านเราที่มีทั้งฝนตก แดดจ้า รวมถึงมลภาวะทางอากาศอย่างปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ทำให้สาวๆ มีโอกาสผิวเป็นสิว เป็นผดผื่นคัน หายใจไม่สะดวก รวมถึงปัญหาอีกมากมายที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ รู้ไหมว่า นอกจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเรา ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นภัยเงียบใกล้ตัว และสาวๆ อาจมองข้ามไป นั่นคือการใส่ชุดชั้นในที่เหมาะสมกับสรีระร่างกาย และเอื้อต่อสภาพอากาศที่เราอยู่อาศัยกันในปัจจุบัน

วันนี้ดีไซเนอร์สาวไฟแรง เดีย วรกิตติกุล สาวชาวไทยที่จบการศึกษาการดีไซน์ชุดชั้นในโดยตรงจากอังกฤษ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ SYP Intimates (สิป อินติเมท) ซึ่งออกเสียงคล้ายกับเลข 10 หมายถึงการเติมเต็ม ความครบถ้วน เรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ชุดชั้นในน้องใหม่สัญชาติไทยนี้ได้เป็นอย่างดี บอกเล่าให้สาวๆ ได้รู้กันว่า ภัยเงียบและอาการที่เกิดจากการใส่ชุดชั้นในที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างไร เพื่อให้เราได้ลองสังเกตตัวเองกันได้ง่ายๆ เบื้องต้น

ภัยเงียบที่ส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของเรา จากชุดชั้นในแสนสวยที่ไม่เหมาะสมกับรูปร่าง มีดังนี้

การทำให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี

เพราะการใส่เสื้อชั้นในที่คับและเล็กเกินไป ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน จะส่งผลให้หลอดเลือดและระบบน้ำเหลืองทำงานไม่ปกติ เพราะถูกเสื้อชั้นในกดรัดจนทำให้เกิดการคั่งของเลือดและน้ำเหลือง และเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมในอนาคต

ความอับชื้นที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาผิวหนังเรื้อรัง

การใส่เสื้อชั้นในที่ไซส์ไม่พอดี หรือชั้นในที่ผลิตจากวัสดุและเนื้อผ้าที่ไม่มีคุณภาพ จะทำให้เนื้อผ้าเสียดสีกับผิว เกิดอาการคันผิว และทำให้การถ่ายเทอากาศไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเรา ที่มีทั้งความร้อน ความอับชื้น และเหงื่อที่ทำให้เกิดการสะสมจนกลายมาเป็นสิว ผดผื่น ผิวอักเสบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาการทางผิวหนังที่สาวๆ พบเจอกันอยู่บ่อยครั้ง พอนานๆ เข้าก็จะเกิดเป็นปัญหาผิวหนังเรื้อรังได้ เพราะฉะนั้นการเลือกวัสดุ เนื้อผ้าและขนาดของเสื้อชั้นในจึงถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยลดหรือขจัดปัญหาผิวหนังเหล่านี้

ร่างกายล้าและความเครียดสะสม คล้ายจะเป็น “Office Syndrome”

การสวมใส่ชุดชั้นในที่ไซส์เล็กเกินไป เป็นเวลานานๆ สมองจะถูดกระตุ้นจากภายนอกร่างกายไปยังระบบประสาท ทำให้เกิดความตึงเครียด รู้สึกอ่อนล้า ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวตั้งแต่ช่วงไหล่ หลัง คอ และเมื่อนานวันเข้า อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอาการปวดหัวเรื้อรัง หรือปวดไมเกรน เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วงไหล่ถูกดึงรั้ง จนระบบไหลเวียนของเลือดทำงานไม่สะดวก ส่งผลกระทบไปถึงความเสี่ยงในระบบการเผาผลาญไขมันที่อาจจะลดลงอีกด้วย

กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และเชื้อราในร่มผ้า

ห้ามใส่ชุดชั้นในซ้ำกันเด็ดขาด หรือไม่ใส่ชุดชั้นในที่ยังอับชื้น ไม่แห้งดี เพราะเป็นแหล่งรวมตัวของเชื้อราและแบคทีเรีย อาจส่งผลให้เกิดอาการผื่นคัน มีกลิ่นเหม็นอับ เมื่อนานๆ เข้าจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ สาวๆ จึงควรหมั่นสังเกตผิวบริเวณใต้ร่มผ้าของตนเองอยู่เสมอ และหมั่นทำความสะอาดชุดชั้นในเป็นประจำ ตากในที่ร่ม มีลมโกรก แต่ไม่ควรตากชุดชั้นในให้ถูกแสงแดดโดยตรง เพื่อเป็นการช่วยรักษาเนื้อผ้าและป้องกันสีไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

“จากประสบการณ์การออกแบบ คัดเลือกวัสดุ และความหลงใหลในชุดชั้นใน โดยเฉพาะแนวผ้าลูกไม้ ทำให้เราได้เรียนรู้ ศึกษาค้นคว้าข้อมูลมากมายในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับชุดชั้นในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนั่นทำให้เราได้รู้ว่า การเลือกชุดชั้นในและวัสดุ เนื้อผ้าของชุดชั้นใน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน และให้เหมาะสมกับรูปร่างแต่ละคน อย่างของทาง “สิป อินติเมท” เราเลือกใช้ผ้าลูกไม้เกรดพรีเมียมส่งออกต่างประเทศ และผ้าไหมไทย เพราะวัสดุเหล่านี้จะใส่สบาย บางเบา ไม่คัน และระบายอากาศได้ดี จึงไม่เกิดความอับชื้น เป็นอีกสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญเสมอ เพื่อให้สาวๆ สามารถใส่ชั้นในที่มีความสวย ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการก่อให้เกิดโรคต่างๆ ในระยะยาว” เดีย วรกิตติกุล ดีไซน์เนอร์สาวกล่าวเสริม

สาวๆ ที่มีข้อสงสัย หรือเจอปัญหาชุดชั้นในกวนใจ ทาง “สิป อินติเมท” เค้าก็พร้อมให้คำแนะนำ ปรึกษาได้นะ ไม่ว่าจะทางไลน์ Line ID: @sypintimates หรือดูข้อมูลเพิ่มเติม และความรู้เกี่ยวกับการเลือกชุดชั้นในได้ที่ Instagram @sypintimates หรือทาง https://www.sypintimates.com/

Birkenstock New Shades of Arizona มุมมองสดใหม่กับโทนสีพาสเทล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653457

วันที่ 21 พ.ค. 2564 เวลา 13:30 น.

Birkenstock New Shades of Arizona มุมมองสดใหม่กับโทนสีพาสเทลBirkenstock เพิ่มความสดใสรับฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนอบอ้าวสู่ฤดูฝนโปรย ส่งรุ่น Arizona โทนสีพาสเทล พร้อมโทนสีมินิมอลยอดนิยมอย่างสีดำและสีขาวกลับมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง

เพิ่มความสดใสรับฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนอบอ้าวสู่ฤดูฝนโปรยกับรองเท้า Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) รุ่นล่าสุด ที่นำเสนอมุมมองสดใหม่ด้วยการนำลวดลายกราฟิกมาผสมผสานกับโทนสีพาสเทล ลงบนไอเท็มรุ่นคลาสสิกของแบรนด์อย่าง รุ่น Arizona พร้อมตกแต่งด้วยหัวเข็มขัดที่เข้ากันกับโทนสีและพื้นผิวของตัวรองเท้า นอกจากนี้ ยังนำโทนสีมินิมอลยอดนิยมอย่างสีดำและสีขาวกลับมาให้แฟนๆ ของแบรนด์ได้หายคิดถึงกันอีกด้วย

ลบภาพจำเดิมๆ ของรองเท้ารุ่น Arizona ที่มักเป็นโทนสีพื้นเรียบๆ มาคราวนี้ได้นำโทนสีพาสเทลหวานมาจับคู่เข้ากับสีขาวสุดคลาสสิกในสไตล์ทูโทน พร้อม Footbed และพื้นรองเท้าที่ดีไซน์เป็นสีขาวสะอาดตา ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้รองเท้ารุ่นนี้ดูทะมัดทะแมงและอ่อนหวานในคราวเดียวกัน

อีกหนึ่งรูปแบบใหม่ของรองเท้ารุ่น Arizona ด้วยการนำลวดลายกราฟฟิกต้น Monstera มาผสมผสานเข้ากับโทน สีพาสเทลและสีขาว ให้ความรู้สึกสนุกสนาน พร้อม Footbed และพื้นรองเท้าที่ดีไซน์เป็นสีขาวสะอาดตาเช่นเดียวกับรุ่น Arizona Split เหมาะสำหรับใส่รับช่วงหน้าร้อนนี้

ปิดท้ายด้วย Arizona โทนสีคลาสสิกอย่าง สีดำและสีขาว โดยเพิ่มความพิเศษด้วยหัวเข็มขัด, Footbed และพื้นรองเท้าสีเดียวกันกับตัวรองเท้า

คลิกเข้าไปช้อปฯ รองเท้าคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้วที่เว็ปไซต์ http://www.ikonthailand.com

ซูมสตอรี่กว่าจะเป็น Jakola Star แบรนด์เครื่องครัวเพื่อคนรักสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653455

วันที่ 21 พ.ค. 2564 เวลา 09:31 น.

ซูมสตอรี่กว่าจะเป็น Jakola Star แบรนด์เครื่องครัวเพื่อคนรักสุขภาพรู้จัก Jakola Star แบรนด์เครื่องครัวเพื่อคนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ส่งตรงจากประเทศเกาหลี

ในยุคนี้การที่ต้องออกไปเผชิญในแต่ละวันส่งผลให้เราต้องหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งการมี “สุขภาพที่ดี” ล้วนมาจากหลายปัจจัย และหนึ่งในนั้นคือ “การเลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ” ก็ต้องมาจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านขั้นตอนการปรุงอย่างถูกต้อง และไม่มีสารอันตรายใดๆ เจือปนอยู่ด้วย แล้วทราบหรือไม่ว่าแหล่งที่มาของสารดังกล่าวมักจะแฝงมาในรูปแบบของอุปกรณ์เครื่องครัวที่ใช้ในการประกอบอาหาร ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ ในแต่ละครั้งจึงจำเป็นต้องศึกษาถึงวัสดุที่นำมาผลิตด้วยว่าอยู่ภายใต้ความปลอดภัยในระดับมาตรฐานตามหน่วยงานนั้นๆ กำหนดด้วยหรือไม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ขั้นตอนการปรุงอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ด้วยอุปกรณ์ที่ปลอดภัยไร้สารตกค้าง ย่อมช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเราแข็งแรงได้ดีกว่าจริงหรือไม่ และจากสถานการณ์โควิด-19 นี่เอง จึงทำให้คุณแม่ลูกหนึ่ง “มิ้งค์-สาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์” ซึ่งโดยปกติในชีวิตประจำวันเธอให้ความสำคัญต่อสุขภาพในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น healthy, life, living, eating ยิ่งเป็นห่วงถึงสุขภาพของลูกและทุกคนในครอบครัว จึงก้าวเท้าเข้าครัวหยิบจับอุปกรณ์ขึ้นมาปรุงอาหารด้วยตัวเอง แต่แล้วเธอกลับพบว่า “กระทะ” ที่ใช้นั้นไม่มีคุณภาพที่ดีพอ 

จากความกังวลใจได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่นว่าในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าล้ำสมัย แต่สุดท้ายเธอกลับหากระทะที่ใช้แล้วมั่นใจได้ว่าปลอดภัยไร้สาร PFOA ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งภายหลังจากที่ “มิ้งค์ เสาวคนธ์” มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนชาวเกาหลี ผู้มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน นั่นคือพยายามสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกในครอบครัว จากการพูดคุยกับเพื่อนในครั้งนั้น เธอจึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ให้คุณแม่ลูกหนึ่งผู้ใส่ใจสุขภาพอย่าง “มิ้งค์ สุวคนธ์” ได้รู้จักกับ “จูฮี” เจ้าของบริษัทและผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องครัวแบรนด์จาโคล่าประเทศเกาหลี ซึ่งมีความรู้และมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องของอุปกรณ์เครื่องครัวเป็นอย่างดีว่า การผลิตกระทะด้วยระบบ press type จะช่วยหลีกเลี่ยงสารอันตรายและเคมีต่างๆ และช่วยให้ความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค “มิงค์ เสาวคนธ์” ได้พูดคุยกับ จูฮี ตามประสาซูเปอร์มัม และแน่นอนว่าด้วยความเป็นแม่ ได้พูดคุยกันแล้วถูกคอในเรื่องสุขภาพของการเลือกใช้เครื่องครัวเธอทั้งคู่ก็ได้พบว่ามีสิ่งที่กังวลใจเหมือนกันจึงร่วมลองพัฒนากระทะให้ตอบโจทย์กับปัญหาที่ต้องเจอ 

สาวยุคใหม่อย่าง “มิงค์ เสาวคนธ์” ได้ถือคติว่า “สิบปากว่ายังไม่เท่าตาเห็น” ภายหลังจากที่ได้ทดลองใช้กับตัวเองจนเกิดความประทับ เจ้าตัวจึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ จูฮี ในการพัฒนากระทะคุณภาพในชื่อแบรนด์ Jakola Star (จาโคล่า สตาร์) ขึ้นมาในรูปแบบ Non-Stick (นอนสติ๊ก) ด้วยความพิถีพิถัน นอกจากจะมีคุณสมบัติเด่นเรื่องพื้นผิวที่ลื่นไม่ติดกระทะแล้ว ยังช่วยให้ประกอบอาหารได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือใช้น้ำมันน้อย โดยปราศจากสาร PFOA ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผิวเคลือบกระทะมีความแข็งแรงทนทาน ไม่หลุดลอกง่าย มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูทันสมัยและยังใช้ได้กับเตาทุกประเภท สำหรับเป็นผู้ช่วยให้การรังสรรค์เมนูอาหารคาวและหวานเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย และมั่นใจได้ว่าอาหารที่รับประทานจะปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้นกว่าเดิม

เปิดสูตรทางรอดคนทำร้านอาหารยุคโควิด-19 ในสไตล์ “เฮงหอยทอดชาวเล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653240

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 10:50 น.

เปิดสูตรทางรอดคนทำร้านอาหารยุคโควิด-19 ในสไตล์ “เฮงหอยทอดชาวเล”เค้ก-กนกอร วศินสุนทร นักธุรกิจสาวเจ้าของร้านอาหาร “เฮงหอยทอดชาวเล” ร้านหอยทอดสูตรเด็ดที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ เปิดสูตรทางรอดของคนทำร้านอาหารยุคโควิด-19

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองนับเป็นความฝันสูงสุดในแง่ของการทำงานสำหรับใครหลายคนในทุกยุคสมัย การเปิดร้านอาหารก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในความนิยมเรื่อยมา แต่การจะทำให้ธุรกิจร้านอาหารเป็นที่จดจำของลูกค้าและอยู่รอดได้จำเป็นต้องมีกลเม็ดเคล็ดลับที่ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้เป็นสูตรกลยุทธ์ในแบบของตัวเอง วันนี้เรามีตัวอย่างของนักธุรกิจสาวเจ้าของร้านอาหาร “เฮงหอยทอดชาวเล” ร้านหอยทอดสูตรเด็ดที่สืบทอดสูตรกันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ โดยที่เธอคนนี้ยังเป็นไอคอนิคของผู้หญิงยุคใหม่ที่เป็นนักบริหารในวัยไม่ถึง 30 ปี มาดูกันว่านอกจากความอร่อยที่มัดใจลูกค้าได้แล้วเธอยังมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่ทำให้ร้านสามารถสร้างธุรกิจเพิ่มได้แม้เจอกับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19

คลื่นยักษ์เปลี่ยนชีวิต

เค้ก-กนกอร วศินสุนทร หญิงสาวร่างเล็กวัย 26 ปีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจคนนี้หากมองจากภายนอกคงยากที่จะรู้ว่าเธอคือทายาทแท้ๆของเจ้าของร้านเฮงหอยทอดชาวเล ร้านหอยทอดจากภูเก็ตที่มีสูตรเด็ดจากต้นตำรับดั้งเดิมกว่า 40 ปี โดยเค้กอยู่ในฐานะทายาทรุ่นสองที่สืบทอดสูตรและต่อยอดมาจากคุณแม่ โดยจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านสาขาแรกที่เจริญนครนี้เกิดจากคลื่นยักษ์สึนามิที่ซัดกระหน่ำเมื่อปี 2547 ทำให้สาขาแรกที่ภูเก็ตต้องปิดตัวลง ครอบครัวของเธอพร้อมลูกน้องในร้านที่ผูกพันกันจึงตัดสินใจหอบหิ้วสิ่งของที่จำเป็นขึ้นมาตั้งรกรากในกรุงเทพ พร้อมเปิดร้านเฮงหอยทอดชาวเลสาขาเจริญนครขึ้นในเวลาต่อมา

แม้คลื่นยักษ์ลูกนั้นจะผ่านไปนานกว่า 17 ปีแล้ว แต่ใครเลยจะรู้ว่าวันนี้หญิงสาวหน้าตาสดใสในวัยที่เพิ่งผ่านพ้นเบญจเพสมาหมาดๆ กลับต้องสวมบทบาทเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของครอบครัวที่ต้องบริหารร้าน “เฮงหอยทอดชาวเล” ที่ปัจจุบันมีหน้าร้านทั้งหมด 5 สาขาและบน GrabKitchen อีก 3 แห่งให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้แม้ต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์ของโรคระบาดที่ไม่มีใครเคยคาดคิดและสามารถสร้างผลกระทบได้ร้ายแรงมากกว่าเดิม

รักษาเสน่ห์แบบเดิมไว้แต่ต้องเพิ่มเติมรสชาติใหม่ๆ ลงไป

หากใครเคยลิ้มลองรสชาติเมนูอาหารของร้านเฮงหอยทอดชาวเล จะรู้ว่าหอยทอดของที่นี่มีความแปลกใหม่ตรงที่แป้งบางกรอบโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมีความหลากหลายของเมนูจนอาจจะต้องกลับไปซ้ำอีกหลายครั้งหากต้องการจะลองชิมทุกเมนูของร้านให้ครบ “ตั้งแต่ได้เข้ามาดูแลร้านเค้กจะรู้สึกสนุกกับการคิดเมนูใหม่ๆมาก ส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากความชอบของเค้กเอง เช่นเรื่องแป้งบางกรอบที่เป็นจุดเด่นของที่ร้านก็เกิดจากตอนเด็กๆเค้กชอบให้คุณแม่ทำแป้งเปล่าๆทอดกรอบให้กิน จากจุดนั้นเลยเป็นไอเดียให้คุณแม่พัฒนาสูตรหอยทอดแป้งบางกรอบเพื่อที่จะได้รสชาติที่แตกต่างจากหอยทอดแบบเดิมๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดของร้านอย่าง ออลั่วะ ซึ่งมีทั้งรสชาติความนิ่มกำลังพอดีของหอยนางรมที่โปะอยู่บนแป้งบางกรอบและถั่วงอกที่ทอดพอสะดุ้งไฟเบาๆ ทานคู่กับซอสพริกที่เข้ากัน”

“เค้กอยากให้ร้านของเราเป็นร้านสำหรับคนทุกวัย มีเมนูที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมความต้องการที่ต่างกัน อย่างเค้กเองจะค่อนข้างเข้าใจว่าวัยรุ่นชอบอะไรหรือเทรนด์อาหารแบบไหนที่กำลังมา ส่วนคุณแม่จะเก่งเรื่องตำรับรสชาติความดั้งเดิมที่จะถูกใจกลุ่มผู้ใหญ่มาก เมนูอาหารของร้านเราจึงเกิดจากการผสมผสานความคิดของคนสองวัยลงไป การดูแลร้านในฐานะพาร์ทเนอร์กับแม่เลยเป็นเรื่องที่สนุกมากเพราะเค้กมีโอกาสได้ลองทำเมนูใหม่ๆอยู่เสมอ”

วิถีการบริหารธุรกิจสไตล์ผู้หญิงสองรุ่น

บรรยากาศภายในร้านเฮงหอยทอดชาวเลจะดูเป็นแนวโมเดิร์น มินิมัล มีแอร์เย็นฉ่ำนั่งสบายซึ่งแตกต่างจากภาพจำของร้านหอยทอดริมทางที่คุ้นตา ซึ่งการตกแต่งร้านในแต่ละสาขาจะแตกต่างไปในแต่ละพื้นที่แต่ยังคงคอนเซปต์ดูทันสมัยไว้ “ก่อนที่ร้านจะเป็นสไตล์โมเดิร์นได้อย่างทุกวันนี้ เค้กกับแม่ปรับจูนเข้าหากันเยอะมาก เราคุยกันทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องธีมของร้าน โต๊ะ

เก้าอี้ สีผนัง หลอดไฟ จาน รวมถึงกล่องใส่อาหาร ซึ่งช่วงเเรกๆแม่ก็จะมีคำถามเยอะว่าทำไมต้องเปลี่ยนเพราะการเปลี่ยนอะไรสักอย่างหนึ่งในร้านนั่นคือต้นทุนที่เราต้องแบกรับ ซึ่งเค้กมองว่าโลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก เราจะยึดติดกับความสำเร็จแบบเดิมๆไม่ได้ ลูกค้าเราเปลี่ยนไปทุกวันเราเองก็ต้องปรับปรุงให้ร้านดีขึ้นกว่าเดิม”

“เค้กคิดว่าในหลายๆธุรกิจที่ทายาทเข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัวน่าจะเคยเจอเรื่องคล้ายๆกัน เพราะทุกอย่างถูกวางระบบมาอยู่แล้วตั้งก่อนที่เราจะเข้ามา คือการทำร้านอาหารเราจะใส่ใจแค่ความอร่อยอย่างเดียวไม่ได้ จุดขายของเราต้องแตกต่างแบบที่คนเห็นปุ๊บก็จะรู้เลยว่าเป็นสินค้าของร้านเรา ซึ่งกว่าเค้กกับแม่จะปรับเรื่องการทำงานเข้าหากันอยู่ในจุดสมดุลได้ก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน การที่เค้กเข้ามาช่วยดูแลเพราะอยากให้ร้านโตขึ้นกว่าเดิมอยากให้มีคนรู้จักร้านเพิ่มขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ร้านเราก็พัฒนามามากกว่าเดิมนะคะ” 

ร้านจะโตได้คนต้องโตด้วย

เมื่อร้านสาขาแรกเริ่มอยู่ตัวการขยายร้านก็เป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้นด้วยสาขาที่มีหน้าร้านมากถึง 5 แห่งกระจายทั่วกรุงเทพฯเริ่มจาก เจริญนครซอย 17-19, โชคชัยสี่ซอย 4-6, เซ็นทรัลลาดพร้าว, อ่อนนุชซอย 34, Habito Mall รวมถึงสาขาบน GrabKitchen อีก 3 แห่งทั้งวิภาวดี ทองหล่อ และพาต้าปิ่นเกล้า ทำให้ทั้งเค้กและแม่ต้องฝึกให้พนักงานในร้านช่วยกันดูแลร้านแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่เค้กเข้ามาช่วยแม่ดูแลร้านอย่างเต็มตัว ในฐานะเจ้าของธุรกิจเราเห็นร้านค่อยๆเติบโตขึ้นก็ดีใจนะคะ ในขณะเดียวกันพนักงานบางส่วนของร้านก็อยู่กับเรามาตั้งแต่ยุคแรกๆเลย ซึ่งการดูแลพนักงานให้อยู่กับเราได้นานๆเค้กก็ได้เรียนรู้มาจากคุณแม่เหมือนกัน เพราะก่อนที่เค้กจะเข้ามาช่วยดูแลร้านแบบเต็มตัวแม่ก็ให้เค้กลองไปทำงานประจำก่อน เพื่อให้ได้เรียนรู้ชีวิตการเป็นลูกจ้างก่อนที่จะมาเป็นนายจ้างซึ่งทำให้เรามีความเห็นอกเห็นใจพนักงานของเรามากขึ้น นอกจากนี้ที่ร้านยังมีกิจกรรมสนุกๆอย่างการมอบรางวัลให้พนักงานในสาขาต่างๆอีกด้วยโดยคัดเลือกพนักงานที่มีความดีเด่นในด้านต่างๆทั้งการแต่งกาย การบริการ การทำอาหาร และการทำความสะอาด ซึ่งรางวัลที่มอบให้นี้ก็เปรียบเสมือนกำลังใจในการทำงานให้พวกเขาต่อไป”

มองเห็นโอกาสให้ไว ในวิกฤติที่เข้ามาเร็ว

อีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่อยู่ในเครือของร้านเฮงหอยทอดชาวเล ซึ่งมีเมนูที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากไลน์ธุรกิจอาหารทะเลเลย นั่นคือ “ขาหมูกระทะทอง” ความพิเศษคือร้านนี้คือเพิ่งมีหน้าร้านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา “ขาหมูกระทะทองเป็นร้านที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติจริงๆ เพราะเป็นไอเดียที่เกิดขึ้นจากผลกระทบเรื่องอาหารทะเลในการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา จำได้เลยว่าวันนั้นมีข่าวออกมาว่าเเม่ค้ากุ้งติดโควิดส่งผลให้ร้านอาหารที่มีเมนูทะเลเป็นหลักอย่างเราก็ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ แต่ในฐานะเจ้าของธุรกิจเราจะช้าไม่ได้ ตอนนั้นเค้กจำได้ว่าตอนเด็กๆคุณแม่เคยทำข้าวขาหมูขายซึ่งเป็นขาหมูที่มีถั่วต้มด้วยทำให้รสชาติแตกต่างจากร้านขาหมูทั่วไป เค้กเลยปรึกษากับคุณแม่ว่าจะเอาเมนูขาหมูมาขายในช่วงนั้นเพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้าที่เลี่ยงทานอาหารทะเล แต่จะลองวางขายใน GrabKitchen ก่อนเพราะเราเข้าร่วมกับระบบนี้อยู่แล้ว และต้องการลองตลาดก่อนว่าคนจะชอบหรือไม่ ซึ่งพอคุณแม่โอเคเราเลยรีบไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์มาทำกันเลย เรียกได้ว่าปัดฝุ่นเมนูขาหมูถั่วต้มกันแบบเร่งรัด”

“พอคุณแม่ทำออกมาก็ปรากฏว่าเป็นรสชาติเดิมที่เราเคยกินสมัยเด็กๆ เค้กเลยจัดการจ้างช่างภาพมาถ่ายรูปเมนูและรีบเอาขึ้นวางขายใน GrabKitchen เลย ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ซึ่งกลายเป็นว่าลูกค้าก็ติดใจและเป็นเมนูที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มและทำให้ร้านของเราผ่านวิกฤติอาหารทะเลช่วงนั้นมาได้ พอลูกค้าเริ่มรู้จักมากขึ้นเราเลยตัดสินใจเปิดหน้าร้านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยเลือกโลเคชั่นใกล้กับร้านเฮงหอยทอดชาวเลสาขาเจริญนครค่ะ” 

Cloud Kitchen กับทางเลือกการทำธุรกิจร้านอาหาร

ทำร้านอาหารยุคนี้แค่รสชาติอร่อยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้จักและเข้าถึงร้านให้ได้มากที่สุดซึ่งการขยายสาขาในแต่ละครั้งนับเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะต้องคำนึงถึงต้นทุนและความเสี่ยงที่จะต้องแบกรับ ระบบ Cloud Kitchen จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขยายโอกาสทางธุรกิจของเจ้าของร้านอาหารให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและยังมั่นใจได้กับระบบการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อช่วยวิเคราะห์ความต้องการตลาดและช่วยให้เจ้าของร้านสามารถคิดค้นเมนูใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง GrabKitchen ถือเป็นระบบ Cloud Kitchen ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับเจ้าของร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เค้กเข้าร่วมกับ GrabKitchen ช่วงต้นปี 2562 ค่ะ ตอนนั้นทางแกร็บมาชวนเค้กไปดูสาขาต้นแบบตรงตลาดสามย่าน ก่อนหน้านี้เราศึกษาระบบ Cloud Kitchen มาประมาณหนึ่ง ยังเคยนึกเลยว่าในไทยจะมีใครริเริ่มทำรึเปล่า เพราะเป็นระบบที่น่าสนใจมาก และช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่ไกลร้านแต่อยากทานอาหารที่หลากหลาย อีกอย่างคือเจ้าของร้านก็จะได้มีโมเดลธุรกิจเพิ่มขึ้นได้ด้วย อย่างร้าน ขาหมูกระทะทองที่เราลองเอาเข้า GrabKitchen ก่อนเปิดหน้าร้านเพราะค่อนข้างเชื่อมั่นในระบบของแกร็บและช่วยลดความเสี่ยงของการเปิดหน้าร้านเองก่อนได้อีกด้วย การมี GrabKitchen เข้ามาถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยขยายธุรกิจร้านอาหาร โดยใช้ต้นทุนที่น้อยกว่าการเปิดหน้าร้านและช่วยเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนให้เราได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ในปัจจุบัน ยุคนี้นอกจากเรื่องของ Food Delivery ที่ร้านควรจะต้องทำแล้ว การศึกษาเรื่อง Cloud Kitchen ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของร้านอาหารได้เช่นกันค่ะ สุดท้ายแล้วเค้กมองว่าสูตรความสำเร็จที่จะทำร้านอาหารให้อยู่รอดได้ในสถานการณ์ทุกวันนี้คือการที่เจ้าของธุรกิจต้องคิดไว ปรับตัวไว และกล้าที่จะลงมือทำค่ะ”

5 ท่าโยคะปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653008

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 13:04 น.

5 ท่าโยคะปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Homeพักเบรคระหว่างวันกับ 5 ท่าโยคะสไตล์เจ็ทส์ ปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Home

ในช่วงนี้ที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาทำให้เราต้องกักตัวอยู่บ้านกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง แน่นอนว่าสิ่งที่มักจะมาคู่กับการนั่งทำงานหรือเรียนออนไลน์ที่บ้านเป็นติดต่อกันระยะเวลานานคืออาการปวดเมื่อยทั่วทั้งร่างกาย ทั้งปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ซึ่งทางแก้ของอาการเหล่านี้ นอกจากจะต้องปรับเปลี่ยนท่านั่งให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องหมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและร่างกายด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันนี้ เจ็ทส์ ฟิตเนส จึงมาแนะนำ 5 ท่าโยคะที่สามารถทำได้ง่ายๆ ระหว่างวัน ซึ่งไม่เพียงช่วยคลายอาการปวดเมื่อยและยืดกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจให้สดชื่นพร้อมต้านโรคร้ายไปด้วยกัน

ก่อนเริ่มฝึกโยคะท่าต่างๆ เราขอแนะนำให้ทุกคนลองเริ่มจากการนั่งทำสมาธิง่ายๆ กำหนดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้สงบนิ่ง พร้อมโฟกัสกับการฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ใครที่เตรียมเสื่อโยคะไว้พร้อมแล้วยังสามารถลองฝึกแต่ละท่าอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับเทรนเนอร์ของเจ็ทส์ ที่จะมาสาธิตการฝึกท่าอย่างละเอียดตั้งแต่ระดับง่าย กลาง ไปจนถึงระดับยากทีละขั้นตอน โดยสามารถรับชมวีดีโอได้ทางช่อง YouTube ของเจ็ทส์ ประเทศไทย

ท่า Cobra Pose

ท่า Cobra Pose เป็นท่าที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับหลายส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหลังส่วนล่าง ช่วยคลายความปวดเมื่อยและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อตามแนวกระดูกสันหลัง กระชับสะโพก กระตุ้นการทำงานของปอดและอวัยวะภายในต่าง ๆ โดยเริ่มจากท่า Downward-Facing Dog จากนั้นเลื่อนลำตัวไปด้านหน้าและวางลำตัวราบลงไปกับพื้น วางฝ่ามือทั้งสองข้างในแนวระนาบเดียวกับไหล่ ดึงหัวไหล่ไปด้านหลัง ดันลำตัวส่วนบนตั้งแต่ศีรษะจนถึงเอวขึ้นช้า ๆ ขณะที่ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่สะโพกจนถึงหลังเท้ายังคงกดแนบกับพื้น ค้างไว้ประมาณ 15-20 วินาที

ท่า Seated Spinal Twist Pose 

ท่านั่งบิดตัวมากประโยชน์ Seated Spinal Twist Pose ช่วยบริหารกระดูกสันหลัง ยืดกล้ามเนื้อไหล่ สะโพกและต้นขา อีกทั้งยังส่งประโยชน์ถึงอวัยวะภายในช่องท้อง โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย สำหรับท่านี้จะเริ่มจากท่านั่งหลังตรง จากนั้นนำขาขวาลอดขาซ้าย งอเข่าให้ปลายเท้าขวาชิดสะโพกด้านซ้าย ตั้งเข่าซ้ายใกล้ลำตัวและนำเท้าซ้ายวางไขว้คร่อมเข่าขวา กดสะโพกทั้งสองข้างให้แนบไปกับพื้น แล้วจึงวางมือซ้ายบนพื้นด้านหลัง ใช้ศอกขวาขัดกับเข่าซ้าย ยืดหลังตรง ลำตัวและสายตาหันมองตามหัวไหล่ไปด้านหลัง ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที และสลับข้าง

ท่า Lizard Pose

ท่า Lizard Pose ช่วยยืดกล้ามเนื้อและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสะโพกและต้นขา เน้นการเปิดสะโพกเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง อีกทั้งยังเป็นท่าโยคะที่เตรียมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของร่างกายสำหรับการฝึกโยคะท่าอื่นๆ ในระดับสูงยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากท่า Downward-Facing Dog จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านหน้า วางเท้าไว้ด้านนอกของฝ่ามือ เหยียดขาซ้ายตรงไปด้านหลัง วางเข่าและปลายเท้าซ้ายลงบนพื้น สำหรับคนที่มีความยืดหยุ่นมาก สามารถวางแขนและศอกลงบนพื้นเพื่อยืดกล้ามเนื้อให้ลึกยิ่งขึ้น ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที กลับไปที่ท่า Downward-Facing Dog จากนั้นจึงสลับข้าง

ท่า Triangle Pose 

Triangle Pose เป็นอีกหนึ่งท่าพื้นฐานที่สร้างสมดุลให้แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นในการยืดเส้นสายประจำวันหรือการฝึกโยคะท่าอื่น ๆ ช่วยบรรเทาการปวดเมื่อยและยืดกล้ามเนื้อท่อนล่าง บริเวณหลัง สะโพก และขา และยังช่วยกระชับสะโพกให้เฟิร์มยิ่งขึ้น จากท่ายืนตรง แยกเท้าทั้งสองข้างให้กว้างกว่าสะโพก เปิดปลายเท้าขวาออก ดันสะโพกไปด้านหลัง ยืดลำตัวไปด้านหน้าพร้อมเหยียดแขนขวา วางมือขวาลงบนหน้าแข้ง ข้อเท้า หรือบนพื้น แขนซ้ายเหยียดขึ้นด้านบน หันหน้ามองขึ้นด้านบนตามปลายนิ้วมือซ้าย ค้างท่าไว้ประมาณ 15-30 วินาที และสลับข้าง

ท่า Rabbit Pose 

อีกหนึ่งท่าโยคะที่ช่วยยืดกระดูกและกล้ามเนื้อทั่วบริเวณแผ่นหลัง ไปจนถึงไหล่และต้นคอ นับเป็นการบริหารกล้ามเนื้อที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานได้อย่างดี เริ่มจากท่า Child’s Pose จากนั้นดันสะโพกไปด้านหลัง มือทั้งสองข้างจับส้นเท้า เก็บปลายคางเข้าหาหน้าอก วางกึ่งกลางศีรษะลงบนพื้น ยกสะโพกขึ้นและค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า ค้างท่าไว้ประมาณ 15-30 วินาที

หลังจากได้ลองฝึกแต่ละท่าแล้ว อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ นอกจากนี้ ในช่วงนี้ แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน ก็ยังควรหมั่นออกกำลังกายที่บ้านเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน สร้างความแข็งแกร่งทั้งกายและใจให้พร้อม work from home ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเจ็ทส์มีคลาสออกกำลังกายออนไลน์ Jetts Workout at Home

ให้เลือกฟิตกันแบบฟรีๆ ถึงบ้านทุกวัน ด้วยการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบให้เลือกฟิตกันตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น คลาสเต้นสุดมันส์อย่าง SH’BAM หรือ Street Jazz คลาสระเบิดพลังเพิ่มความแกร่ง J Series คลาสยอดนิยมที่ผสานการออกกำลังกายหลายรูปแบบเพื่อสร้างความแข็งแรงอย่างสนุกสนานอย่าง LesMills BODYCOMBAT, BODYBALANCE, BODYPUMP ไปจนถึง PT at Home ที่นำโดยเทรนเนอร์ระดับมืออาชีพจากเจ็ทส์ สามารถติดตามคลาสสนุกสุดฟิตทุกวันได้ที่ https://www.facebook.com/JettsThailand

Onitsuka Tiger x ดอยตุง สนีกเกอร์สะท้อนเอกลักษณ์ไทย–ญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652926

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 09:20 น.

Onitsuka Tiger x ดอยตุง สนีกเกอร์สะท้อนเอกลักษณ์ไทย–ญี่ปุ่นOnitsuka Tiger เปิดตัวรองเท้ารุ่นคอลลาบอเรชั่นกับดอยตุง โปรเจ็กต์แห่งความยั่งยืนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ยังคงนำเสนอคอลเลคชั่นร่วมสมัยที่ผสมผสานแฟชั่นกับกีฬา และมรดกของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรม Onitsuka Tiger มีความภูมิใจที่จะประกาศการร่วมมือกับ โครงการพัฒนาดอยตุง โครงการหลักของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงใน พระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในราชอาณาจักรไทย โดยได้ร่วมกันจัดทำรองเท้าจากความคิดริเริ่มที่อยู่เหนือพรมแดน ความร่วมมือครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้ง Onitsuka Tiger และโครงการพัฒนาดอยตุงที่มีต่อการเคลื่อนไหวเพื่อความยั่งยืนระดับโลกที่กำลังเติบโต และสัญญาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งโลกและมนุษย์

โดยสิ่งทอที่นำมาใช้ผลิตรองเท้าทั้งสามรุ่น อย่าง MEXICO 66™, MEXICO 66™ PARATY และ SERRANO™ เป็นลวดลายที่คัดสรรมาอย่างดีจากผ้าแบบดั้งเดิมหลายประเภทที่ผลิตในท้องถิ่น แกนหลักของรองเท้ารุ่นนี้คือผ้าทอมือที่ใช้เวลาในการผลิตหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่การปั่นด้ายไปจนถึงรูปแบบของลวดลาย เมื่อเทียบกับผ้าทอด้วยเครื่องจักรแล้ว วัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะนุ่มกว่าและงานดีไซน์ที่สำเร็จแล้วจะมีความละเอียดอ่อนกว่า สีแดงและสีน้ำเงินที่นำมาใช้นั้นมาจากสีของ Onitsuka Tiger Stripes ผ้าทอหลักของรุ่น MEXICO 66™ ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทย ถูกทออย่างพิถีพิถันที่ดอยตุง โดยใช้ด้าย PET รีไซเคิล 100% จากขวดพลาสติก โดยรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยนั้น รุ่นหนึ่งจะเป็นผ้าสีดำพร้อมปักโลโก้ Onitsuka Tiger ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็นลายเสือ ผ้าลายเสือที่สลับซับซ้อนให้ความรู้สึกเก๋และทันสมัย นอกจากนี้สีแดงและสีเหลืองบนพื้นรองเท้านั้นมาจากสีหลักของดอยตุงและ Onitsuka Tiger ผลิตภัณฑ์นี้ได้ผสมผสานระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมของช่างฝีมือในประเทศไทยกับรองเท้ารุ่นไอคอนิกของเรา ทำให้เต็มไปด้วยคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งของไทยและของ Onitsuka Tiger

เป้าหมายของโปรเจ็ก์นี้คือการเสาะหาผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เหนือกาลเวลา มีโครงสร้างที่ทนทานและสวมใส่ได้สบาย และได้รับการชื่นชมจากผู้คนที่หลากหลายทั่วโลก รองเท้าทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและวัสดุที่ยั่งยืน คอลลาบอเรชั่นนี้นอกจากจะเป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือของคนไทยกับรองเท้าไอคอนิกของ Onitsuka Tiger แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือสังคมและการจ้างงานที่มีความหมายสำหรับชาวดอยตุง รองเท้ารุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย – ญี่ปุ่น ในขณะที่หัวใจของมันมุ่งเน้นไปที่เรื่องของความยั่งยืน รองเท้าสนีกเกอร์เหล่านี้และเรื่องราวที่มาของมันจะเป็นนิยามใหม่ของคำว่า “เท่” ในแฟชั่นยุคปัจจุบัน

รองเท้าทุกรุ่นจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน Onitsuka Tiger Global Flagship Store สยามสแควร์วัน, ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ สาขาถนนพระราม 4, ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ สาขาโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย และบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2021 เป็นต้นไป เว็บไซต์: https://www.onitsukatiger.com/th/th-th/p/doitung สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://www.doitung.com/ หรือ https://www.instagram.com/doitung.official/

แนวคิดเชิงระบบ ศาสตร์แห่งความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653001

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 08:50 น.

แนวคิดเชิงระบบ ศาสตร์แห่งความสำเร็จโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

แนวคิดเชิงระบบคืออะไร

มันคือภาวะองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะใหม่นี้สามารถแสดงคุณสมบัติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

เพื่อสร้างความเข้าใจแนวคิดดังกล่าวและนำไปสู่การแก้ปัญหา เราลองพิจารณาธรรมชาติของสิ่งใกล้ตัวต่อไปนี้

1. กาแฟร้อน มันคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบคือ ผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน ส้มตำไทยก็เช่นกัน มันคือระบบที่เกิดจากการตำหรือคลุกเข้าด้วยกันของมะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ กระเทียม พริก น้ำตาล มะนาว น้ำปลา ถั่วลิสง กุ้งแห้ง และอื่นๆ

ทำนองเดียวกับน้ำ เกลือแกง โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา รถยนต์ และไม่ว่าอะไรก็ตาม ต่างก็มีธรรมชาติเป็นอย่างเดียวกันทั้งสิ้น เพราะต่างก็คือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ จึงผุดขึ้นเป็นสิ่งนั้นๆ แล้วเราก็บริโภคคุณสมบัติดังกล่าวที่ผุดขึ้น แล้วตีออกมาเป็นราคาตามคุณค่าของมัน

ดังนั้น ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาก็ทำนองเดียวกัน คือ เราต้องคิดวิเคราะห์เพื่อหาประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง แล้วคิดสังเคราะห์เพื่อเอาองค์ประกอบเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างเป็นทางออก เอาไปใช้แก้ปัญหา

2. กาแฟร้อนมีหลายชื่อ หลายชนิด และราคาก็ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความหอมและรสชาติความกลมกล่อมที่ต่างกัน คุณสมบัติดังกล่าวก็ขึ้นกับความแตกต่างขององค์ประกอบ เช่น เอสเพรสโซ่ มีแต่ผงกาแฟและน้ำร้อน คาปูชิโน่และลาเต้ก็เกิดจากการเอาเอสเพรสโซ่ มาเติมด้วยนมสดและฟองนมเข้าไป (ในสัดส่วนที่ต่างกัน) มอคค่า ก็เอาเอสเพรสโซ่มาเติมด้วยนมสด ฟองนม และช็อคโกแลต กาแฟร้อนทั้งสี่ชนิดนี้ต่างก็คือระบบ แต่มีชื่อเรียกต่างกัน เพราะองค์ประกอบต่างกัน รสชาติ ความหอมก็ต่างกัน ราคาก็ต่างกันด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมกาแฟร้อนทีชื่อเรียกต่างกัน รสชาติต่างกัน ราคาก็ต่างกัน ส้มตำมีหลายชนิด หลายรสชาติ โทรศัพท์มีหลายยี่ห้อ ความสามารถก็ต่างกัน ราคาก็แตกต่าง ทำนองเดียวกัน สินค้าใดๆ จึงมีหลายยี่ห้อ และถึงแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกัน แต่มีคุณสมบัติและความสามารถที่ต่างกัน ราคาก็ต่างกันด้วยทั้งนี้เพราะว่า มันล้วนต่างกันที่องค์ประกอบ

ดังนั้น ในการแก้ปัญหาใดๆ เราต้องก้าวข้ามมุมมองที่ยึดติดอยู่กับคำตอบเดียวที่ดีที่สุด แต่เราต้องสร้างทางเลือกที่หลากหลายที่ดีที่สุด และทางเลือกอย่างสรางสรรค์นั้นต้องมาจากองค์ประกอบที่แตกต่าง

3. กาแฟที่มีอยู่อย่างหลากหลายชนิดนั้น นอกจากมาจากองค์ประกอบที่ต่างกันแล้ว มันยังกระบวนการ หรือลำดับการเติมองค์ประกอบหรือการชงที่ต่างกันด้วย เพราะลำดับการเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ที่ผสมกันนั้น มันมีขั้นตอนที่ต่างกัน จึงออกมาเป็นกาแฟชื่อเรียกต่างกัน รสชาติและความหอมก็ต่างกันและนี่คือเหตุผลว่าทำไม ราคามันจึงต่างกันด้วย ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของความหลากหลายของสรรพสิ่ง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็เกิดจากการเชื่อมโยงที่แตกต่างอย่างหลากหลาย

ดังนั้น ในการแก้ปัญหาใดๆ อย่างมีประสิทธิผล การหาทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์ นอกจากองค์ประกอบที่แตกต่างแล้ว ยังต้องมาจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบด้วย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ แนวคิดเชิงระบบ อันเป็นศาสตร์แห่งความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพราะสถานการณ์ของปัญหาใดๆ มันก็มีธรรมชาติของความเป็นระบบเช่นกัน เพราะต่างก็เกิดจากประเด็นต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน จนกลายเป็นปัญหาให้เราต้องแก้ไข และที่สำคัญปัญหาล้นเป็นปัญหาเชิงซ้อนที่เกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

ดังนั้น ในการแก้ปัญหา เราจึงต้องยกระดับความรู้ ปัญญา และกระบวนการเรียนรู้ โดยการแตกปัญหานั้นๆ ออกเป็นประเด็นย่อยๆ แล้วหาความสัมพันธ์ของมันว่าก่อให้เกิดเป็นปัญหาได้อย่างไร และด้วยการคิดวิเคราะห์เพื่อพิจารณาถึงความแตกต่างขององค์ประกอบ และการคิดสังเคราะห์เพื่อสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลาย จะนำมาซึ่งทางออกของการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

แนวคิดเชิงระบบจึงเป็นศาสตร์แห่งความสำเร็จ

3 เคล็ดลับปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652923

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 08:08 น.

3 เคล็ดลับปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้How to ปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้ กับบริการเดลิเวอรี่ “Taste of Siam x Robinhood” อิ่มอร่อยกับรสชาติแห่งสยามส่งตรงถึงบ้าน

เมื่อการ Work From Home วนเวียนกลับมาอีกครั้ง วันสยาม โกลบอลเดสติเนชั่นที่ผสานศักยภาพ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เลยอยากชวนมาตั้งเป้าการทำงานจากบ้านหนนี้ ให้เฮลตี้กว่าที่เคย กับ 3 เคล็ดลับดีๆปรับวิถีการกินช่วง Work From Home ให้ทำงานที่บ้านแบบไม่มีทางพลาด ของอร่อย แถมไม่ละเลยเรื่องสุขภาพ ให้ร่างกาย สมอง และจิตใจพร้อมเสมอสำหรับทุกสถานการณ์ สำหรับเหล่าคนทำงานสุด Productive ตารางแน่นทั้งวัน หรือใครที่ทำงานไปก็แว่บคิดถึงเมนูเด็ดจากร้านโปรด วันสยามมีตัวช่วยดีๆอย่างบริการ “Taste of Siam x Robinhood” อิ่มอร่อยกับรสชาติ แห่งสยามส่งตรงถึงบ้าน ผ่านแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด ฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย ที่คัดสรรกว่า 1,000 เมนูอร่อย จากสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมจากทั้ง 3 ศูนย์การค้าพร้อมเสิร์ฟถึงบ้านแล้ววันนี้

กินอย่างสมดุล

พยายามให้อาหารในแต่ละมื้อมีทั้งโปรตีน, ไฟเบอร์จากธัญพืช, ไขมันดี และที่ขาดไม่ได้คือวิตามินแร่ธาตุจากผัก และผลไม้ รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอเหมาะสมแล้ว จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น, มีพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการ จึงไม่รู้สึกหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือหิวบ่อย เป็นการเพิ่ม Productivity และยังช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น ลองกดสั่ง Norwegian Salmon Steak จาก TWG Tea สยามพารากอน แซลม่อนเสต็กชิ้นอวบเนื้อหวานที่อุดมไปด้วยโปรตีน เสิร์ฟคู่กับผักตามฤดูกาล มันบดเนื้อนุ่ม พร้อมซอสเลม่อนกระเทียมผสมกับชา เลมอน บุช ที ช่วงนี้ TWG Tea ยังมีโปรโมชั่น เดลิเวอร์รี่คุ้มพิเศษ ซื้อ 1 แถม 1 สั่งเมนูนี้รับทันที Ceasar Salad คุ้มที่ 2: ส่งฟรีเมื่อสั่งครบ 800 บาทขึ้นไป พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ

หรือจะเป็นเมนูแซลม่อนสไตล์ฮาวายสุดคลีนอย่าง X Factor Poke Bowl เมนูยอดฮิตขายดีอันดับหนึ่งของร้าน Hunter Poke สยามเซ็นเตอร์ ที่อัดแน่นด้วยปลาดิบคุณภาพซาซิมิ ทั้งแซลม่อน, ปลาทูน่าสด และปลาไหลญี่ปุ่นย่างหอมๆ ตามด้วยไข่แซลมอนเม็ดโต ถั่วแระญี่ปุ่นเม็ดอวบใหญ่ มะม่วงสุกหวานฉ่ำ และไข่หวานหนานุ่ม พร้อมด้วยซอสสุดพิเศษ ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นคลุกสาหร่ายย่างถ่าน ซึ่งแซลม่อนในปริมาณ 100 กรัมประกอบไปด้วยโปรตีนกว่า 41% ของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ทั้ง B3, B5, B6, B12, วิตามิน D, วิตามิน E และโปแตสเซียมอีกด้วย รับรองว่าอิ่มอร่อยอย่างสมดุลแน่นอน

กินอย่างมีขอบเขต

แยกมุมทำงานกับโต๊ะอาหารออกจากกันอย่างชัดเจน ควรนั่งกินอาหารที่โต๊ะให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อพักเบรคและเปลี่ยนอิริยาบถอีกด้วย และไม่ควรกินไปทำงานไปอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะยุ่งหรือประชุมยาวเหยียดขนาดไหนก็ตาม เพราะการทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกัน จะทำให้ไม่โฟกัสกับการกิน พาลให้ไม่รับรู้ว่าอิ่มแล้ว ซึ่งจะทำให้กินมากหรือน้อยกว่าที่ควร เชื่อว่าอาหารไทยหลายๆอย่างก็ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอาไว้ทานอย่างรีบเร่งหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะจะไม่ได้อรรถรสตามต้องการ แถมยังต้องมีพื้นที่ให้กับความหลากหลายของอาหารอีก โดยเฉพาะแนวแซ่บๆ อย่าง ชิลลี่ ไทย แอพ เซ็ท ชุดอาหารเรียกน้ำย่อยจาก Chlli Thai สยามพารากอน ที่คับคั่งไปด้วยข้าวตังหน้าตั้ง หมูสะเต๊ะ ไก่ทอดชิลลี่ ลาบถุงทอง และไหนจะปอเปี๊ยะอีสานที่มีผักแนมและสารพัดน้ำจิ้มอีก

หรือจะเมนูส้มตำรสนัว และต้มแซ่บเกี๊ยวกระดูกอ่อนหรือหมูเด้ง ก็ต้องให้เวลาละเลียดความอร่อยกันอย่างเป็นจริงเป็นจังและเป็นที่เป็นทาง

กินให้เป็นเวลา

ถึงจะ Work from Home เราก็ควรจะมีตารางเวลาชีวิตเหมือนกับเวลาเราไปทำงาน กำหนดมื้ออาหารและมื้อเบรคให้เป็นเวลาจะช่วยให้เราไม่เผลอกินจุบจิบ และยังได้เบรคพักสมองอีกด้วย หลังจากผ่านการประชุมออนไลน์ยาวๆ ก็มาเติมพลังและพักสมองกับ %Arabica สยามพารากอน ร้านแฟชื่อดังจากโตเกียว ให้ได้นั่งคาเฟ่ทิพย์ จิบกาแฟหอมๆ เอ็นจอย Specialty Coffee ที่บ้านแบบฟินๆ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลเพื่อไม่ให้ง่วงเหงาหาวนอนตอนบ่ายกันในภายหลัง ลอง Americano เข้มๆ เย็นหรือร้อนตามชอบ เลือกได้ทั้งเมล็ดแบบ Arabica Blend คั่วเข้มสูตรเฉพาะของแบรนด์ โดดเด่นที่ความเข้ม หอม ออกช็อกโกแลต หรือ Ethiopia Yirgacheffe Adado Grade 1 Natural ที่ออกแนวฟรุตตี้ และฟลอรัล ติดเปรี้ยวแบบกลมกล่อม หรือใครอยากจะปลุกวิญญาณบาริสต้าในตัว ก็ลองสั่งเมล็ดกาแฟไปลองบดและชงเองที่บ้านได้ด้วย

ส่วนใครที่เป็นสายคลีน ขอแนะนำ Smoothie Bowl ของ Mom & Sis The Smoothie Café สยามเซ็นเตอร์ ความสดชื่นจากผักและผลไม้ 100% ไม่ใส่น้ำเชื่อม น้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆ อร่อยและอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น Acai The Rainbow อาซาอิเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมท๊อปปิ้งผลไม้สด กราโนล่าและโกจิเบอรรี่ หรือจะเป็น Berry Blast Yogurt สมูทตี้ยอดฮิต เบอรรี่รวมปั่นกับผักโขม เพิ่มกรีกโยเกิร์ตได้ อร่อย สดชื่น พร้อมรับไฟเบอร์จากทั้งผักและผลไม้แบบเต็ม ๆ

เริ่มภารกิจเฮลตี้! สั่งเลยวันนี้ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ อิ่มครบ รับคุ้ม! ถึง 2 ต่อ เฉพาะแอปฯ โรบินฮู้ดเท่านั้น ได้แก่ คุ้มที่ 1: ใช้โค้ดส่วนลด ลดค่าอาหารทันที 100 บาท เมื่อสั่งอาหาร ครบ 500 บาทขึ้นไป เฉพาะ ร้านอาหารที่ร่วมรายการโค้ดส่วนลดเท่านั้น คุ้มที่ 2: รับฟรี Siam Gift Card มูลค่า 100 บาท พร้อมคูปองส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำในทั้ง 4 ศูนย์การค้า รวมมูลค่ากว่า 1,000 บาท เมื่อสั่งอาหารครบ 400 บาทขึ้นไปจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่านแอปฯ โรบินฮู้ด ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน นี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด สามารถชมรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่แอปฯ โรบินฮู้ด หรือ ติดตามที่เฟซบุ๊คและเว็บไซต์ OneSiam แถมกระซิบว่า ทุกมื้ออาหารที่สั่งผ่านโรบินฮู้ด ยังเป็นการรวมพลังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ช่วยหล่อเลี้ยงรายได้และสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร รวมถึงเหล่าไรเดอร์นับหมื่น ให้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้อีกด้วย

#TasteofSiamxRobinhood #OneSiam #Robinhood

Matter Makers คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ‘Moonlight Campfire’ แรงบันดาลใจจากการตั้งแคมป์กลางป่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652757

วันที่ 14 พ.ค. 2564 เวลา 10:10 น.

Matter Makers คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ‘Moonlight Campfire’ แรงบันดาลใจจากการตั้งแคมป์กลางป่าMatter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) เปิดตัวคอลเลคชั่น Moonlight Campfire นำบรรดาแฟชั่นนิสต้าออกเดินทางสู่การตั้งแคมป์กลางป่า

เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่เอาใจคนชอบเที่ยว ‘Moonlight Campfire’ จาก Matter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) นำบรรดาแฟชั่นนิสต้าออกเดินทางสู่การตั้งแคมป์กลางป่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องหลงใหลและสนุกสนานไปกับบรรยากาศท่ามกลางป่าเขาผ่านสิ่งที่พบเจอทั้งในยาม รุ่งอรุณและรัตติกาล รังสรรค์ออกมาเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของหญิงสาวสุดแสนพิเศษตามแบบฉบับของสาว Matter Makers

ยามรุ่งอรุณเป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านลวดลายสัตว์ป่าโดยการนำลาย ‘animal print’ อย่างลายเสือมาเป็นลูกเล่นอันโดดเด่น ซึ่งได้รับการผสมผสานกับการตัดต่อผ้าลายทางผนวกกับการใช้สีสันที่สนุกสนานสดใสของโทนสีพาสเทลมาร้อยเรียงเรื่องราวให้เหมือนแสงพระอาทิตย์ในรุ่งเช้าได้อย่างลงตัว

ยามรัตติกาลนำเอาภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับมาเล่าขานเรื่องราวผ่านลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุอย่างผ้าทอลายดาวผสมดิ้นเงิน หรือการใช้เทคนิคพิมพ์กลิตเตอร์ที่แทรกอยู่ในคอลเลคชั่น อีกทั้งยังประดิดประดอยด้วยรายละเอียดสวยโดดเด่นด้วยการเดรป และการเล่นชั้นระบายบนเสื้อผ้าเพื่อให้ คอลเลคชั่นมีกลิ่นอายของความเฟมินีน แต่ทว่ายังคงความเป็นสาว Matter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) อาทิ เสื้อยืดซิกเนเจอร์ (Signature T-Shirt) สกรีนคำว่า Matter ที่ได้รับการรังสรรค์รูปทรงให้ดูเท่และปราดเปรียวแต่เพิ่มลูกเล่นให้ดูอ่อนหวานด้วยการประดับลูกไม้ให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร

พบกับคอลเลคชั่น ‘Moonlight Campfire’ ที่ร้าน Matter Makers เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร. 02-656-1388, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1 โทร 02-041-6388, ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม โซนไทยดีไซน์เนอร์ และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 หรือ ทางออนไลน์ ผ่านทาง Line: @mattermakers และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram @mattermakers Facebook https://www.facebook.com/mattermakers

#MoonlightCampfire

#TeamMatterMakers

‘ตุ๊ก ชนกวนัน’ แชร์ประสบการณ์ ‘มนุษย์แม่’ รับมือการเลี้ยงลูกช่วงกักตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652709

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 11:01 น.

'ตุ๊ก ชนกวนัน' แชร์ประสบการณ์ 'มนุษย์แม่' รับมือการเลี้ยงลูกช่วงกักตัวแม่ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ ส่งกำลังใจให้มนุษย์แม่ แชร์ประสบการณ์รับมือการเลี้ยงลูกช่วงกักตัวอยู่บ้านต้านโควิด-19

ในสถานการณ์ที่คนไทยต้องกักตัวอยู่บ้าน ป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 เชื่อว่า ‘มนุษย์แม่’ หลายคนต้องรับบทหนักกันแบบเต็มกำลัง งานนี้คุณแม่สุดสตรอง ผู้หญิงหัวใจแกร่ง ‘ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ’ ที่รับบทคุณแม่ลูก 2 แบบฟูลไทม์ ทั้งยังมีงานวงการบันเทิง ธุรกิจทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและคอสเมติกต้องดูแล จึงมาแชร์ประสบการณ์ แบ่งปันวิธีรับมือดูแลสุขภาพกายใจในช่วงเวลาวุ่น ๆ แบบนี้ โดย ‘สาวตุ๊ก’ เล่าว่า

“ช่วงสถานการณ์ที่มีโรคระบาดแบบนี้ ยอมรับนะว่ามีช่วงที่จิตตกบ้าง เพราะการติดมันง่ายขึ้น แต่สุดท้ายแล้วเราก็บอกตัวเองว่าต้องเสพสื่ออย่างมีสติ เพราะถ้าเราจมอยู่กับข่าวมาก ๆ ก็ต้องนอยด์อยู่แล้ว ตุ๊กใช้วิธีการกลับมาเริ่มต้นที่ตัวเรา คือการดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ให้ตัวเราแข็งแรง ทานอาหารให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้คือการสร้างภูมิต้านทานหมดเลย และก็อย่าไปทำอะไรที่เป็นการเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เราที่เป็นเสาหลักต้องดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด อย่าให้ตัวเองล้มเด็ดขาดเพราะมีอีกหลายชีวิตที่เราต้องดูแล ทั้งลูก ๆ และลูกน้องค่ะ

สำหรับในส่วนของลูก ๆ ตุ๊กจะกำชับเรื่องความสะอาด เน้นย้ำเรื่องการล้างมือ การหยิบจับอะไรเข้าปากก็ต้องระวัง รวมถึงถ้ามีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านก็จะกำชับเรื่องการสัมผัสพวกพื้นที่สาธารณะ ส่วนช่วงเวลาที่เรากักตัวอยู่บ้าน เด็ก ๆ ไม่มีเบื่อเลยค่ะเพราะกิจกรรมเราแน่นมาก โชคดีที่บ้านเรามีบริเวณ เด็ก ๆ เลยมีพื้นที่ให้ออกไปวิ่งเล่นได้ แต่ก็จะมีกำหนดเวลานะคะ แบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาอ่านหนังสือด้วย เพราะหนังสือคือช่วยเปิดโลกได้มากๆ เป็นเหมือนประตูทวิภพที่จะพาเราไปสู่ความรู้เลยนะ ซึ่งโชคดีที่น้องแพรว น้องภูมิ เป็นหนอนหนังสือกันอยู่แล้ว เค้าชอบอ่านกันแบบที่เราไม่ได้ยัดเยียดเลยค่ะ

ตุ๊กว่าการอ่านหนังสือคือการหายใจเข้า เราได้มีสมาธิกับมัน ส่วนการที่พวกเขาได้ออกไปวิ่งเล่นคือการหายใจออก ก็เหมือนเป็นการบาลานซ์นะคะ ส่วนตุ๊กนี่จริง ๆ แล้วคือตัวติดหนังสือเลยนะ ช่วงโควิดมันจะมีช่วงที่เรานอยด์ ๆ ตุ๊กก็จะมีหนังสือที่เป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยสร้างพลังบวกในใจ แทนที่เราจะปล่อยเวลาไปให้ว่างเปล่า หรือเอาเวลาไปเสพสื่อในทางลบ เราก็เปลี่ยนมาใช้เวลากับสิ่งที่มันจะสร้างกำลังใจดี ๆ ให้เราดีกว่า ตอนนี้ตุ๊กชอบหนังสือที่ชื่อว่า ‘คู่มือสร้างภูมิคุ้มใจ’ นะคะ เป็นหนังสือในโครงการภูมิคุ้มใจ ของ สสส. ร่วมกับธนาคารจิตอาสาและความสุขประเทศไทย เล่มนี้ก็คือตรงตัวเลย อ่านแล้วสร้างภูมิในใจได้จริง ๆ เป็นการแนะนำวิธีการดูแลใจให้ไม่เครียดในช่วงโควิด อ่านแล้วช่วยปรับทัศนคติเราไปด้วยเหมือนกันนะ แล้วคืออ่านง่าย เข้าใจง่ายด้วย ตุ๊กว่าเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้มาก ๆ ชวนเข้าไปดาวน์โหลดอ่านออนไลน์ได้ฟรีกันนะคะ ที่เว็บไซต์ความสุขประเทศไทย HappinessisThailand.com มีทั้งหมด 4 เล่มค่ะ คือ ภูมิคุ้มใจฉบับมหาชน, ภูมิคุ้มใจฉบับครอบครัวที่ต้องห่างกัน, ภูมิคุ้มใจฉบับคู่รักที่ต้องอยู่ด้วยกัน และภูมิคุ้มใจฉบับครอบครัวและเด็กค่ะ อยากให้ลองดาวน์โหลดมาอ่านกันนะคะ สร้างพลังบวกให้เราในภาวะแบบนี้ได้จริงๆ ค่ะ”