เบื้องหลังกาแฟที่มาจากความเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652620

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 12:40 น.

เบื้องหลังกาแฟที่มาจากความเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์เนสเพรสโซ ผุดแคมเปญ Made with Care เล่าเบื้องหลังกาแฟที่มาจากความเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์ ผ่านมุมมองแบรนด์แอมบาสเดอร์ “George Clooney” และเฟรนด์ออฟเนสเพรสโซ

Nespresso (เนสเพรสโซ) มีความเชื่อมาโดยตลอดว่า กาแฟสามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ความเชื่อมั่นนี้จึงกลายมาเป็นหัวใจหลักของแคมเปญใหม่ล่าสุด “Made with Care” (เมด วิธ แคร์) ที่เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกวันนี้ โดยวิดีโอแคมเปญนี้จะพาคุณไปพบกับ George Clooney (จอร์จ คลูนีย์) ผู้ดำรงตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเนสเพรสโซมาอย่างยาวนานและเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Nespresso Sustainability Advisory Board (NSAB) พร้อมด้วยเฟรนด์ออฟเนสเพรสโซ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือทำงานใกล้ชิดกับเนสเพรสโซ ไม่ว่าจะเป็นนักปฐพีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ ศิลปินหรือนักแสดงระดับนานาชาติ มาร่วมค้นหาเรื่องราวการเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการของห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟของเนสเพรสโซทุกแก้ว

กาแฟเนสเพรสโซทุกแก้วเริ่มต้นมาจากความใส่ใจ

แคมเปญ “Made with Care” บอกเล่าถึงปณิธานหลักของเนสเพรสโซที่มีความเชื่อว่าการรังสรรค์กาแฟคุณภาพเยี่ยมไม่เป็นเพียงงานศิลป์แขนงหนึ่ง แต่ยังช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อโลกได้ หากมีความพิถีพิถันใส่ใจต่อการผลิตในทุกรายละเอียด โดยปณิธานนี้เป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในทุกส่วนของห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Nespresso AAA Sustainable QualityTM Program ที่เนสเพรสโซและชาวไร่กาแฟร่วมมือกันสร้างสรรค์กาแฟชั้นยอดพร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไร่กาแฟและร่วมกันปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงการ Reviving Origins ที่มอบพันธสัญญาในการพลิกฟื้นแหล่งปลูกกาแฟที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์และพัฒนาคุณภาพชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งปณิธานเดียวกันนี้ยังอยู่เบื้องหลังเจตนารมย์ของเนสเพรสโซในการเป็นองค์กรปลอดคาร์บอน 100% ภายในปี 2022 อีกด้วย 

แอนนา ลุนด์ดรอม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตราสินค้า (Chief Brand Officer) ของเนสเพรสโซ เผยว่า “ความใส่ใจในทรัพยากรมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงองค์กรของเรา และเป็นหลักปรัชญาที่เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจเสมอมา โดยเราไม่เพียงแต่จะมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า แต่ยังคำนึงถึงการปกป้องโลกและทรัพยากรธรรมชาติผ่านการดูแลเอาใสใจในทรัพยากรมนุษย์และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในทำงาน แนวทางในการทำงานเช่นนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราสามารถที่จะสร้างสรรค์กาแฟคุณภาพเยี่ยมควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าที่ดีให้แก่โลกใบนี้ได้ และเราภูมิใจมากที่ได้ร่วมงานกับเฟรนด์ออฟเนสเพรสโซทุกคนที่มีความเชื่อเหมือนกับเราในแคมเปญนี้”

ค่านิยมร่วม (Share Values)

แคมเปญ Made with Care ยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเนสเพรสโซและจอร์จ คลูนีย์ ที่ยึดมั่นในคุณค่าของความใส่ใจเช่นเดียวกัน จึงทำให้สามารถร่วมงานกันมาได้อย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่นอกจากจะเป็นตัวแทนของแบรนด์แล้ว ยังสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอีกด้วย 

จอร์จ คลูนีย์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเนสเพรสโซ กล่าวว่า “ผมและเนสเพรสโซมีความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไร่กาแฟเช่นเดียวกันมาโดยตลอด เราเชื่อว่าการเอาใจใส่เป็นสิ่งสำคัญและส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้ ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานเคียงข้างกับเนสเพรสโซและพาร์ทเนอร์ที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกับเราอีกหลายท่านในแคมเปญนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเคลื่อนไหว เซเลบริตี้ ไปจนถึงชาวไร่กาแฟและผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ ที่เสียสละอุทิศตนมากที่สุด เราทุกคนล้วนมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ต่อสู้กับความเที่ยงธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าเรา ตลอดจนลูกหลานและคนรุ่นต่อ ๆ ไปจะได้บริโภคและดื่มด่ำกับกาแฟที่ดีที่สุด”

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญ Made with Care สามารถติดตามรายละเอียด ได้ที่ Facebook Nespressothailand , Instagram: @Nespresso.th , Line: @NespressoTH

ความต้องการสารอาหารที่ต่างกันตามวัยของสัตว์เลี้ยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652586

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 08:18 น.

ความต้องการสารอาหารที่ต่างกันตามวัยของสัตว์เลี้ยงนักโภชนาการอาหารสัตว์ แชร์ความรู้เรื่องอาหารน้องหมา-น้องแมวตามช่วงวัย ความใส่ใจของเจ้าของสู่ความสุขภาพดีของสัตว์เลี้ยง

เชื่อหรือไม่ว่าพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคู่ใจในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากอดีตเป็นอย่างมาก นั่นเพราะในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้มนุษย์ไม่ได้เป็นแค่ Pet Owner และสัตว์เลี้ยงก็ไม่ใช่เพียง Pet Lover แต่พวกเค้าเป็นมากกว่านั้น นั่นคือ Pet Parent หมายถึง สัตว์เลี้ยงคือหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวที่จะผูกพันและดูแลไปตลอดชีวิตของกันและกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะคัดสรรของทุกอย่างให้มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องของที่อยู่อาศัย ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยหนึ่งในวิธีที่ง่ายต่อการเลือกอาหารให้เด็กๆ คือให้เค้ากินตามช่วงอายุ ให้ได้รับสารอาหารตามที่ต้องการในแต่ละวัย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี และเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม

นักโภชนาการอาหารสัตว์ จากแบรนด์ Iskhan (อีสคาน) เกรดอาหารขั้นพรีเมียม Holistic grade & Grain-Free & Hydrolyze Protein สำหรับน้องหมาน้องแมวจากประเทศเกาหลีใต้ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงในแต่ช่วงวัยไว้ว่า สัตว์แต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน และสารอาหารในอาหารสัตว์แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ซึ่งสามารถจำแนกตามช่วงวัยได้ดังนี้

สัตว์เลี้ยงประเภทแมว แบ่งเป็น 3 ช่วงวัย คือ

ลูกแมว เน้นไปที่โปรตีนและแคลเซียมเป็นหลัก เพราะลูกแมวเริ่มเจริญเติบโต และเล่นซนมากขึ้น จึงต้องการพลังงานค่อนข้างมาก ลูกแมวเริ่มกินอาหารเม็ดตั้งแต่ 2 เดือน ควรรับประทานอาหารสำหรับลูกแมวอายุ 2-12 เดือน โปรตีนไม่น้อยกว่า 36%

ลูกแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป สำหรับลูกแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป ให้เน้นโปรตีนไม่น้อยกว่า 35%

แมวโตเต็มวัย ช่วง 1 ปีเป็นต้นไป ซึ่งร่างกายเริ่มโตเต็มที่แล้ว การใช้พลังงานก็จะไม่เท่าลูกแมว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยแมวแต่ละตัวเป็นหลัก โปรตีนหรือไขมันอาจลดลงมาหน่อย และเน้นไปที่ส่วนผสมอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ให้เน้นโปรตีนไม่น้อยกว่า 33%

…เรื่องต้องรู้ของทาสแมว

สิ่งที่เจ้าของแมวต้องสังเกต ก่อนเลือกซื้ออาหาร คือส่วนผสมหลักๆ ที่จำเป็นต่อแมว ได้แก่ เนื้อปลาแซลมอนสด เพิ่มมูลค่าทางโภชนาการสูง น้ำมันปลาแซลมอน ทำให้ผิวขนสวยงาม นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุและวิตามินจำเป็นรวมกว่าอีก 20 ชนิด โดยใจปัจจุบันอาหารสัตว์เลี้ยง ยังมีการใช้เทคโนโลยี สกัดเซลูโลส และผสมกับผักผลไม้ ที่สามารถป้องกันการเกิดก้อนขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้มีการ ปรับ pH ในอาหาร ช่วยดูแลไต ป้องกันการเกิดโรคระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยลดกลิ่นอึกลิ่นฉี่ และ Low Sodium ให้สามารถกินได้อย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

สัตว์เลี้ยงประเภทสุนัข แบ่งเป็น 3 ช่วงวัย คือ

ช่วงอายุ 2-4 เดือน มีความคล้ายกับลูกแมว ที่อยู่ในช่วงกำลังซุกซน ทำให้ต้องการพลังงานค่อนข้างมาก แต่ว่าโปรตีนจะน้อยกว่าแมวประมาณ 2.5 เท่า ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30%

ช่วงอายุ 4 เดือนจนถึง 1 ปี เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น สุนัขสามารถวิ่งเล่นได้ทั้งวัน Alert ได้ตลอดเวลา ทำให้หิวบ่อยและกินเก่งจึงโตค่อนข้างเร็ว ช่วงนี้ควรให้อาหารสำหรับวัยกำลังโตโดยเฉพาะ ให้อาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 32% ซึ่งในปัจจุบันมีการอาหารประเภท เกรน-ฟรี Grain-free หรืออาหารทดแทนการใช้ ธัญพืช เพื่อเป็นการลด และป้องกันการแพ้อาหารจากธัญพืช

สุนัขโตเต็มวัย 1 ปีขึ้นไป ในสุนัขพันธุ์เล็กจะโตไวกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ทั้ง 2 พันธุ์ ก็ควรเน้นอาหารที่ให้เรื่องของสุขภาพ เพราะระบบเผาผลาญจะไม่ค่อยดีเท่าสุนัขวัยเด็ก ควรเน้นอาหารไปที่เนื้อสัตว์ กระดูกติดเนื้อ และผัก

สำหรับสุนัขอายุมาก มักจะมีปัญหาเรื่องการคบเคี้ยว ควรเลือกอาหารสุนัขที่มีเม็ดนุ่ม เคี้ยวง่าย และสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อกระดูก ให้กับสุนัขที่ตัวโตอายุมาก ซึ่งจำเป็นต้องเน้นการบำรุงข้อ อาทิ สารกลูโคซามีน และคอนดรอยตริน เป็นต้น

…เรื่องต้องรู้ของคนรักน้อนนน

สิ่งที่เจ้าของสุนัขต้องสังเกต ก่อนเลือกซื้ออาหาร คืออาหารของสุนัขทุกช่วงอายุ ควรมีโซเดียมต่ำ และสารอาหารที่สามารถช่วยลดกลิ่นฉี่และอึได้ อีกทั้งสารอาหารที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ดูแลไต ลำไส้ อาทิ FOS โพรไบโอติก เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย อาทิ IgY&Colostrum เป็นต้น

แค่นี้ไอต้าวหมาแมวก็สามารถมั่นใจได้ว่าทั้งน้องหมาและน้องแมว ไม่ว่าจะพันธุ์ไหนหรืออายุเท่าไหร่ สามารถได้รับสารอาหาร และคุณประโยชน์อย่างครบถ้วน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณ มีสุขภาพที่แข็งแรง และอยู่ด้วยกันไปนานๆ แล้ว

เปิดปรากฏการณ์ทอล์คออฟเดอะทาวน์ไวรัลบน TikTok 2564 ครึ่งปีแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652584

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 06:20 น.

เปิดปรากฏการณ์ทอล์คออฟเดอะทาวน์ไวรัลบน TikTok 2564 ครึ่งปีแรกส่อง Hashtag ดังในระดับที่เรียกว่าทุกคนต้องพูดถึงและร่วมสนุกบนแพลตฟอร์ม TikTok จนเป็นกระแสมาแรงในช่วงครึ่งปี 2564

ด้วยพันธกิจจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และมอบความสุขให้กับผู้คน ส่งผลให้ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลกได้รับความนิยมและคงกระแสความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ดันให้เกิดกระแสความนิยมคอนเทนท์วิดีโอสั้นและการมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ของผู้คนผ่าน Hashtag ต่างๆ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ไวรัลที่โด่งดังมากมาย และวันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้กับ Hashtag ที่โด่งดังในระดับที่เรียกว่าทุกคนต้องพูดถึงและมาร่วมสนุกกันบนแพลตฟอร์ม TikTok จนเป็นกระแสมาแรงตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา

จากผลสำรวจของ Kantar ในปี 2563 พบว่า 83% ของผู้ใช้รู้สึกว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มผู้นำกระแส และ 82% มองว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เป็นบวก ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกดีเมื่อได้ใช้เวลาบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ TikTok ยังถือเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นจุดกำเนิดวัฒนธรรมวิดีโอสั้นและการมีส่วนร่วมของผู้คน หรือ User Engagement ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้คนบนแพลตฟอร์ม TikTok มีอยู่หลายรูปแบบ โดยล่าสุดจากการสำรวจผู้ใช้ TikTok ในประเทศไทย ในปี 2563 พบว่า ผู้ใช้ TikTok ส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมการใช้แค่ดูคอนเทนท์เท่านั้นแต่ยังมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ด้วย โดย พบว่า

  • 91% ผู้ใช้ TikTok มีการกดไลค์วิดีโอ
  • 84% ผู้ใช้ TikTok มีการโพสต์วิดีโอ
  • 63% ผู้ใช้ TikTok มีการคอมเมนต์วิดีโอ
  • 57% ผู้ใช้ TikTok กดติดตามบัญชีเจ้าของวิดีโอ
  • 42% ผู้ใช้ TikTok แชร์วิดีโอบน TikTok ให้กับผู้อื่น

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นในพฤติกรรมของผู้ใช้ที่มีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ และเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้คอนเทนท์บน TikTok สามารถเกิดเป็นปรากฏการณ์ไวรัลได้อย่างมากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากกลยุทธ์สำคัญ คือ กลยุทธ์ด้านคอนเทนท์ ที่มุ่งเน้นการสร้างความหลากหลายของคอนเทนท์ และ Hashtag Campaign บนแพลตฟอร์มเพื่อให้เข้าถึงผู้คนที่หลากหลายในทุกกลุ่มอายุและทุกความต้องการ ควบคู่กับ Creative Tools หรือ เครื่องมือสร้างสรรค์คอนเทนท์วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์ม ทั้งเอฟเฟกต์ และสติกเกอร์ และเสียงเพลง ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนท์แบบ UGC (User Generated Content) หรือร่วมสนุกกับคอนเทนท์และ Hashtag Campaign ต่างๆ ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ส่งผลให้ TikTok จึงเป็นแพลตฟอร์มแห่งการแจ้งเกิดปรากฏการณ์ไวรัลมากมาย และในวันนี้ TikTok ได้รวบรวมปรากฏการณ์ Hashtag Campaign ที่โดดเด่นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ที่ได้สร้างความสนุกและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมาให้ทุกคนได้ประมวลภาพความสนุกกันอีกครั้ง

#รักไม่ซ้ำหน้า

ครั้งแรกกับการนำเสนอคอนเทนท์ในรูปแบบ Interactive Movie หรือ การรับชมภาพยนตร์ที่ผู้ชมสามารถร่วมแสดงเป็นส่วนหนึ่งกับภาพยนตร์ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านภาพยนตร์แนวใหม่ “Songkran Stranger #รักไม่ซ้ำหน้า” ที่ได้นักแสดงชื่อดังอย่าง“มาริโอ้ เมาเร่อ” และ “หลิน มชณต” มาร่วมเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สนุกสนานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องราวในแต่ละตอนของภาพยนตร์ได้แบบเสมือนจริง ผ่านฟีเจอร์ Duet หรือ Stitch ซึ่งเป็นสามารถสร้างยอดวิวได้สูงถึง 95.7 ล้าน

#PrompterChallenge

แคมเปญที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สวมบทบาทเป็นผู้ประกาศข่าวและเรียนรู้การอ่านข่าวที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงด้วยการอ่านข่าวผ่านเครื่อง Prompter ซึ่งนอกจากจะสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้คนในหลากหลายอาชีพแล้ว ยังเปรียบเสมือนการสานฝันให้กับใครหลายๆ คนมีความฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวได้อย่างง่ายดาย และนอกจากการอ่านข่าวภาษาไทยยังมีอีกหลากหลายภาษาที่ท้าให้ทุกคนรวมสนุก จนทำให้เกิดคอนเทนท์สุดแปลกแหวกแนวมากมาย อาทิ การประกาศคำแนะนำบนเครื่องบินของอาชีพแอร์โฮสเตส, การสอนออกเสียงภาษาในภาคต่างๆ เป็นต้น ซึ่ง #PrompterChallenge สามารถสร้างความนิยมจากยอดวิวได้สูงถึง 131.5 ล้าน

#DontTellMeHowToDress

การต่อยอดจากโครงการดัง DON’T TELL ME HOW TO DRESS ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมได้เห็นถึงความสำคัญและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ในวัยเยาวชนต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่เพื่อสะท้อนว่าการแต่งกายของผู้หญิงไม่ใช่สาเหตุที่ถูกคุกคาม โดยแคมเปญ #DontTellMeHowToDress TikTok ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ อย่าง องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นวีเมน (UN Women), สถานทูต Canada, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบนักขับเคลื่อนสิทธิสตรีสัญชาติไทยและทูตสันถวไมตรีประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค UN Women เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมแสดงออกผ่านการถ่ายคลิปแต่งตัวในแต่ละสไตล์ของตนเองในชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงพลังพร้อมบอกสังคมว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะปลอดภัยและไม่ถูกคุกคามไม่ว่าจะแต่งตัวยังไง ซึ่ง #DontTellMeHowToDress เป็นแคมเปญที่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้ชุมชน TikTok เป็นจำนวนมากสะท้อนได้จากยอดวิวที่สูงถึง 20.4 ล้าน

#ข่าวTikTok

เพื่อให้ผู้ใช้คนไทยสามารถติดตามข่าวสารและทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสำนักข่าวดังในประเทศไทยผ่านรูปแบบคอนเทนท์วิดีโอสั้น แฮชแท็ก #ข่าวTikTok จึงเป็นแหล่งรวบเนื้อหาข่าวสารที่ไม่เพียงเกิดจากสำนักข่าวเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและนักข่าวที่มากความสามารถในการนำเสนอสรุปใจความสำคัญของข่าวต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจสะท้อนได้จากยอดวิวของ #ข่าวTikTok ที่สูงถึง 15.7 พันล้าน

#รีวิวบิวตี้

คอนเทนท์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมากกอย่างคอนเทนท์ที่เกี่ยวกับบิวตี้และแฟชั่น โดย #รีวิวบิวตี้ เป็นการรวบรวมเรื่องราวดีๆ ที่ผู้สร้างสรรคอนเทนท์ ครีเอเตอร์ รวมถึงแบรนด์ต่างๆ เข้ามาแบ่งปันเทคนิคการดูแลผิว การแต่งหน้า ของดีที่ต้องมี รวมถึงความรู้ไอเดียเรื่องความสวยความงาม เพื่อให้ผู้รับชมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องด้วยคอนเทนท์ประเภทนี้มักอยู่ในความสนใจของผู้คนจำนวนมา เพราะสามารถทำตามหรือหาซื้อสินค้าตามได้ไม่ยาก สะท้อนได้จากความสนใจของผู้รับชมที่ส่งผลให้ยอดวิวของ #รีวิวบิวตี้ สูงถึง 1.1 พันล้าน

สำหรับ Hashtag Campaign ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนับเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่งของ TikTok ในการสร้างความหลากหลายของคอนเทนท์เพื่อให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งกับคอนเทนท์ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด โดย TikTok จะยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ ครีเอเตอร์ และพันธมิตรแบรนด์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจสู่การขยายฐานผู้ใช้ชาวไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

ประมูลนาฬิกาเรือนไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652521

วันที่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 11:11 น.

ประมูลนาฬิกาเรือนไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมHongkong Auctions Thailand Preview ครั้งแรกของการประมูลนาฬิกาเรือนหรูรวมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท จาก สถาบันคริสตี้ส์ ฮ่องกง เปิดประมูลออนไลน์พร้อมฮ่องกง 22 พฤษภาคมนี้ ที่เกษรวิลเลจ

เกษรวิลเลจร่วมกับสถาบันคริสตี้ส์ ฮ่องกง จัดงานประมูลนาฬิกาสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์นาฬิกาสูดหรู Patek Philippe และ Rolex เพื่อเอาใจนักสะสมนาฬิกา ในงาน Hongkong Spring Watch in Bangkok โดยจัดให้มีรอบ Thailand Preview ขึ้นที่ Gaysorn Diamond Lounge ชั้น 1 เกษรวิลเลจ โดยภายในงานได้มีการนำเอาแบรนด์นาฬิการะดับมาสเตอร์พีซอย่าง ALAN BANBERY’S UNIQUE PATEK PHILIPPE REFERENCE 3448J ‘NO MOON PHASE’ WITH PROTOTYPE LEAP YEAR INDICAIN มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และนาฬิกาเรือนไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมทั้งหมด 24 เรือน รวมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท มาจัดแสดงให้ผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งเรือนเวลาสุดหรูได้รับชมก่อนใคร และเปิดให้ประมูลออนไลน์พร้อมฮ่องกง วันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 15:00 น. ที่เกษรวิลเลจ

ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป กล่าว “เกษรวิลเลจคือไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจใจ กลางกรุงแห่งแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ในย่านราชประสงค์ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ถือเป็น Bangkok Downtown District ที่มีความพร้อมในหลากหลายด้าน และหนึ่งในนั้นคือความพร้อมในการเป็น Watch Destination ที่ต้องการสร้าง Liked minded community หรือการรวมกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องของนาฬิกาได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้กัน และที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณแบรนด์นาฬิการะดับโลกหลากหลายแบรนด์ที่มอบความไว้วางใจมาเปิดร้านที่เกษรวิลเลจ ไม่ว่าจะเป็น AP House by Audemars Pigue ถือเป็น AP House แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 8 ของโลก, Time Zone ร้านขายนาฬิกา Independent Watch ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Grand Seiko สาขาประเทศไทยที่มียอดขายเป็นอันดับ 5 ของโลก Patek Philippe Customer Service ศูนย์บริการรับรองลูกค้าในประเทศไทย, Baechtold ที่นำเข้าแบรนด์นาฬิกาสุดหรูอาทิ Parmigiani Fleurier, Corum หรือ Sarcar, Carl F Bucherer Exclusive boutique แบรนด์นาฬิกาเปี่ยมคุณภาพจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีเพียงร้านเดียวในประเทศไทย”

อเล็กซานเดอร์ บิกเลอร์, รองประธานและหัวหน้าฝ่ายนาฬิกา ประจำสถาบัน คริสตี้ส์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “หลังจากที่การจัดงานประมูลนาฬิกา Patek Philippe [l’Heure Bleue] รหัส 2523 ในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา และการประมูล ‘The Titanium and Ruby Collections’ เมื่อปีที่แล้วที่ฮ่องกง ทางสถาบัน คริสตี้ส์ มีความภูมิใจที่จะนำเสนอ นาฬิกาข้อมือเรือนทองคำ 3448 ที่มีระบบ Perpetual calendar หรือระบบปฏิทินอัตโนมัติ อันเป็นเอกลักษณ์ของ อลัน บันเบรีย์ (ALAN BANBERY) ในการประมูลนาฬิกาแบบ Live Auction หรือการประมูลแบบออนไลน์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2654 นี้ ที่เกษรวิลเลจนั้น เราเชื่อว่าในแวดวงของผู้ที่สนใจนาฬิกาวินเทจ หรือผู้ที่หลงใหลในกลไกการทำงานของนาฬิกา เพียงแค่ได้ยินชื่อ ‘บันเบรีย์’ สิ่งที่ทุกคนจะต้องนึกถึงในทันทีนั่นคือความสวยงาม เรียบหรู อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิการุ่น 3448 และแน่นอนว่าการประมูล Live Auction ในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้บรรดานักสะสมทั้งหลายได้ครอบครองนาฬิกาอันล้ำค่าระดับตำนานรุ่นนี้ และเป็นตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของคริสตี้ส์ ในด้านการนำเสนอนาฬิกา Patek Philippe ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในงานประมูลในครั้งนี้”

นักสะสมผู้หลงใหลในมนต์เสน่ห์แห่งเรือนเวลาจาก นาฬิกา Patek Philippe เรือนพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของ อลัน บันเบรีย์ (ALAN BANBERY) และสนใจเข้าร่วม Live Auction ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:00 น. ที่ เกษร ไดมอนด์ เล้าจน์ ชั้น 1 เกษรเซ็นเตอร์ เกษรวิลเลจ สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมประมูลออนไลน์ได้ที่ www.christies.com หรือโทร 02-652-1097 สามารถติดตามรายละเอียดการประมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง www.facebook.com/GaysornVillage

How to ฟื้นฟูจิตใจให้ก้าวผ่านวิกฤตได้ (อีกครั้ง) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652491

วันที่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 06:55 น.

How to ฟื้นฟูจิตใจให้ก้าวผ่านวิกฤตได้ (อีกครั้ง)5 วิธีการรับมือกับสภาพจิตใจให้สามารถก้าวผ่านวิกฤต COVID-19

การแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้เราต้องอยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติและมาตรการที่เข้มงวดทางสังคมที่จะต้องทำร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งส่งผลกระทบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การทำงาน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยเฉพาะผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ที่หากเรา ไม่รู้จักวิธีรับมืออย่างถูกวิธีในระยะยาว อาจสร้างบาดแผลทางจิตใจ ส่งผลให้เกิดเป็นโรคทางจิตเวชต่างๆ ตามมาได้  ข้อมูลโดย อ.นพ.กานต์ จำรูญโรจน์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอก 5 วิธีการรับมือกับสภาพจิตใจให้สามารถก้าวผ่านวิกฤต ดังนี้

1. มีสติและอยู่กับปัจจุบัน

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติ ทำความเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ควรกลับมาอยู่กับปัจจุบัน รู้ทันและเปิดรับการมีอยู่ของอารมณ์ ความรู้สึก เพราะเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ มักจะมีความคิดที่เป็นกังวลเกิดขึ้นมาเสมอ ดังนั้นการมีสติเข้าใจตัวเอง กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เข้ามาและดูว่ามีอะไรที่เราสามารถทำได้บ้างคือวิธีรับมือที่ดีที่สุด

2. ค้นพบตัวตนในมุมใหม่

หลายคนอาจจะมองว่าช่วงนี้มีเวลาว่างและอยู่กับตัวเองมากเกินไปจนจิตใจห่อเหี่ยว ไม่ค่อยได้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงเหมือนเมื่อก่อน แต่จริง ๆ แล้วการได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นนั้นอาจทำให้เราพบเห็นตัวเอง ในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น จากที่ทำอาหารไม่เป็นก็ค้นพบว่าตัวเองสามารถทำอาหารได้อร่อยแถมยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี หรือบางคนที่เคยคิดว่าตัวเองลดน้ำหนักไม่ได้ก็ใช้ช่วงเวลานี้ซุ่มฟิตหุ่น ออกกำลังกาย เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นทั้งรูปร่าง สุขภาพ และจิตใจ

3. ติดตามข่าวสารแต่พอดี

การเสพข่าวสารเกี่ยวกับ COVID-19 ยังเป็นเรื่องจำเป็น แต่การรับรู้ข้อมูลมากเกินไปอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลได้ ดังนั้นควรติดตามข่าวสารแต่พอดีเพื่อป้องกันการเสพสื่อมากเกินจนรู้สึกแพนิก และเลือกเสพเฉพาะแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น หน่วยงานรัฐบาลและองค์กรด้านสาธารณสุข ไม่ส่งต่อข่าวที่ได้รับมาจากในแชทแอปพลิเคชันเนื่องจากมีโอกาสเป็น Fake News สูง

4. ส่งต่อพลังใจที่สร้างสรรค์

แม้จะต้องเว้นระยะห่างทางสังคมหรือปรับพฤติกรรมการชีวิตให้เป็นแบบ New Normal แต่เราก็ยังสามารถดูแลและใส่ใจคนรอบข้างได้ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผ่านแชทแอปพลิเคชัน Video Call ฯลฯ ได้ตามปกติ หรือหากเดินผ่านก็ส่งรอยยิ้มทักทายกัน โดยแนะนำว่าให้พยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องเครียดและเปลี่ยนไปคุยกันในเรื่องทั่วไป ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของคนรอบข้างบ้าง แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวและบรรเทาจากความเครียดของตัวเราเองและคนรอบข้างได้

5. ปรึกษาจิตแพทย์

แน่นอนว่าในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ หลายคนอาจจะต้องเผชิญกับความเครียดซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นของแต่ละคนนั้นมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน คนทั่วไป อาจจะใช้เวลาในการปรับตัวไม่นาน แต่คนที่มีปัญหารุมเร้าได้รับผลกระทบเยอะจนจัดการกับความเครียดได้ไม่ดีพอ หรือผู้ที่มีอาการทางจิตเวชอาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาและพูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อหาวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในปัจจุบันการปรึกษาจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสุขภาพจิตได้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังทำให้เรารับมือกับปัญหาอื่น ๆ ได้ดีขึ้นด้วย

OYSHO ยกระดับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด เอาใจนักช้อปยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652408

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 13:55 น.

OYSHO ยกระดับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด เอาใจนักช้อปยุค New Normal OYSHO (ออยโช่) พาสาวๆ ช้อปแบบ New Normal ทุกที่ทุกเวลาพร้อมกันครั้งแรกในไทย 11 พฤษภาคมนี้

OYSHO (ออยโช่) แบรนด์แฟชั่นชั้นนำสำหรับหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยสไตล์จากประเทศสเปน ยกระดับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ (e-commerce store) OYSHO.com/th อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มครบวงจร ผสานเทคโนโลยีภาพและวิดีโออันสมบูรณ์แบบที่ง่ายต่อการใช้งาน เพื่อการนำเสนอหลากหลายคอลเลกชันและแคมเปญต่างๆ ของแบรนด์อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกแห่งการช้อปปิ้งในยุค New Normal ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป

แม้ว่าปัจจุบันแบรนด์ OYSHO จะมีร้านกว่า 599 สาขา ครอบคลุมใน 70 ประเทศ ซึ่งรวมถึงแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของประเทศไทย ณ ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 แล้ว แต่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลของเหล่านักช้อปออนไลน์ OYSHO.com/th จึงถูกคิดค้นให้มีหลากหลายฟีเจอร์ที่จะพาทุกคนไปพบกับประสบการณ์ การช้อปปิ้งอันน่าตื่นตาตื่นใจ เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าหลากหลายสไตล์ได้อย่างง่ายดายได้ในทุกที่ทุกเวลา

OYSHO ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และ DNA ของแบรนด์อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งสัมผัสได้ตั้งแต่เมื่อเข้าสู่หน้าแรกไปจนถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดย OYSHO เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในเรื่องของ ชุดกีฬาและออกกำลังกาย ชุดชั้นใน ชุดนอน และชุดว่ายน้ำ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับหญิงสาวโดยเฉพาะ ด้วยการผสานสไตล์ที่ทันสมัยเข้ากับความเรียบหรูเหนือกาลเวลา ผ่านเทคนิคการตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อความสวยงามและสวมใส่สบาย

การเปิดตัวเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ OYSHO ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างสรรค์จักรวาลของงานออกแบบผสานเข้ากับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลาย ให้สามารถเข้าถึงประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ได้ในทุกที่ทุกเวลา และในโอกาสพิเศษของการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ของแบรนด์ OYSHO ในประเทศไทย ลูกค้าที่สั่งซื้อ 100 รายการแรก จะได้รับบริการจัดส่งฟรีอีกด้วย โดยสามารถเลือกช้อปคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดจาก OYSHO ได้ง่ายๆ ที่บ้านทาง OYSHO.com/th

ปัญญาคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652406

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 08:08 น.

ปัญญาคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ความท้าทายด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

โลกมีความอ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ ไม่แน่นอน ไม่เคยหยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัต ปรับตัวตลอดเวลาเพื่อเข้าสู่สมดุลใหม่ อย่างการระบาดของไวรัสโควิด 19 รอบ 3 หรือการจำกัดคลัสเตอร์โควิดที่เกิดใหม่ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ รวมทั้งการบริหารจัดการวัคซีนให้เพียงพอ และการกระจายและแผนการฉีดที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด

ในการรับมือเพื่อควบคุมการระบาดโควิดอย่างมีประสิทธิภาพ เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่ผ่านเข้ามานั้นมันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมกันเข้ามาทุกทิศทางรอบด้าน มันเป็นปัญหาเชิงซ้อน และมันทับซ้อนกันอย่างเป็นร่างแห มันจึงเป็นปัญหาซ้อนปัญหา ดังนั้น ในการับมือกับมัน เราจึงต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ

แล้วปัญหาด้านการเรียนรู้ในปัจจุบันคืออะไร

ระบบการศึกษาและกระบวนการหาความรู้ในปัจจุบัน เรายังเน้นที่การท่องจำ ชอบทางลัด ให้ความสำคัญแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่มีการตั้งเป้าหมาย หรือมีแต่ก็ไม่ชัด การจัดการจึงคลุมเครือและไม่ไปในแนวเดียวกัน นั่นเป็นเพราะเรายังขาดกระบวนการคิดเชิงระบบ กล่าวคือ ไม่สามารถคิดวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบหลัก อีกทั้งขาดการคิดเชิงสังเคราะห์ จึงไม่สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้และหาทางออกของการแก้ปัญหาได้ อีกทั้งขาดความเข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว แต่มันทับซ้อนกันอย่างสลับซับซ้อนเป็นร่างแห เราจึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้ นอกจากนี้ ยังขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงไม่สามารถพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่ ที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

แนวคิดเชิงระบบคืออะไร

เมื่อพูดถึงแนวคิดเชิงระบบ มันคือความเข้าใจที่ว่า สรรพสิ่งคือภาวะองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ และความแตกต่างขององค์ประกอบและการเชื่อมโยงนำมาซึ่งทางเลือกที่หลากหลาย ดังนั้น ในการทำความเข้าใจถึงธรรมชาติและแนวคิดเชิงระบบ เรามาทำความเข้าใจของง่ายๆ ใกล้ตัว นั่นคือ กาแฟร้อน ท่านสงสัยไหมว่า เวลาจะกินกาแฟร้อน ทำไมต้องเอาผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อนมาชงเข้าด้วยกัน ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง

เพราะเวลาเราจะกินกาแฟ ในขณะที่เรากำลังเทองค์ประกอบทั้ง 4 เข้าไปในปากนั้น เรากำลังกินมันในลักษณะของความเป็นองค์รวม เพราะมันคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบทั้ง 4 อย่างเป็นหนึ่งเดียว เพราะในขณะที่เราชงมันเข้าด้วยกัน ภาวะองค์รวมได้เกิดขึ้นและแสดงคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างจากเดิม (หากว่าเราบริโภคมันเดี่ยวๆ แบบแยกส่วน)

ด้วยความเข้าใจนี้ การเกิดขึ้นของความรู้ ความเข้าใจ ก็เช่นกัน เวลาเราอ่านหนังสือ เราจึงขีดเส้นใต้หรือระบายสีคำสำคัญๆ นั่นคือการหาองค์ประกอบหลัก จากนั้นเราก็เอาคำสำคัญเหล่านั้นมาหาความสัมพันธ์ นั่นคือการเชื่อมโยง ในขณะที่เราเชื่อมโยงนั้นเอง ภาวะองค์รวมใหม่ที่เรียกว่าความรู้ ความเข้าใจก็เกิดขึ้น เกิดเป็นปัญญา กระบวนการเรียนรู้ที่สูงกว่าคำสำคัญเหล่านั้นเมื่ออยู่อย่างโดดๆ

จะเห็นได้ว่าสรรพสิ่ง รวมทั้งปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ ต่างก็เป็นภาวะองค์รวมที่มีธรรมชาติอย่างเดียวกัน กล่าวคือ ต่างก็เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ การหาความรู้ที่แท้จริงจึงต้องเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวมที่สะท้อนถึงความจริงที่ว่า กระบวนการเรียนรู้ใดๆ มีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงองค์ประกอบ และสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างจากเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย และการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างจะนำมาซึ่งทางเลือกอย่างสร้างสรรค์

How to ฟื้นฟูผิวให้สวยสะพรั่งหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652346

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 11:25 น.

How to ฟื้นฟูผิวให้สวยสะพรั่งหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พร้อมสามสาวเซเลบริตี้ ร่วมแชร์เคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง กับผลิตภัณฑ์ ‘ธัญ’ (THANN)

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้ว ก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเก็ต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แนะวิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง กับผลิตภัณฑ์ Hydrating Emulsion), Age inversion face cream, Facial Serum และ  Revitalising face mask พร้อมสามสาวเซเลบริตี้ร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆ ได้ เช่น

  • อาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น
  • ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด
  • สิวผดที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2%
  • ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง

ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง
  • ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วัน ในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ
  • ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชะโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน , สารสกัดอูกอน พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ หรือสารสกัดจากชาขาว ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวยิ้มสวย จันทมน แย้มพันธุ์ เผยว่า “ช่วงนี้มนเองชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตมากค่ะ ถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเล่นเซิร์ฟสเก็ตโดยเฉพาะ แล้วเวลาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง แน่นอนว่าเป็นช่วงที่แดดแรงมากและร้อนมากด้วย ทำให้หลังจากเลิกเรียนแต่ละครั้งก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวเราหมองคล้ำลง มีความแห้งกระด้าง ผิวดูไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเรามีวิธีดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือการมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ถือว่าเป็นการมอบความผ่อนคลายให้กับผิวขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูผิว นอกจากตัวมาส์กจะให้ความชุ่มชื้นและยังมอบความเย็นสบายให้ผิวหลังการออกแดดอีกด้วย หลังจากมาส์กเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม แล้วตามด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และปิดท้ายด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น นอกจากจะเน้นเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องการลดเรือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหลังจากที่เราไปเผชิญกับแสงแดดมา”

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่า “ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบทำก็คือ ว่ายน้ำ และเซิร์ฟสเก็ต ทำให้เราต้องเจอกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และแสงแดดก็ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังเผชิญกับแสงแดด อย่างการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ที่สำคัญคือต้องมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเฟเชียล เซรั่ม และ เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม รวมถึงการใช้มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วนด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก นับว่าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีไว้ใช้หลังการออกแดดค่ะ”

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว ตะวันนา ธารา กล่าวว่า “เราเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ยิ่งช่วงนี้ก็จะชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมก็มักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก และยิ่งเราเป็นคนผิวสองสีด้วยก็อาจจะกลับมาขาวค่อนข้างยาก แต่เราก็สามารถดูแลฟื้นฟูให้ผิวสวยสุขภาพดีในแบบเราได้ อย่างทุกครั้งก่อนที่ไปทำกิจกรรมข้างนอกก็จะทาครีมกันแดดไว้เพื่อป้องกันแสงยูวี ใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากเสร็จกิจกรรมกลางแจ้งก็จะให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือหากวันไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา เราก็ใช้มาส์กอย่าง รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส รวมถึงลดอาการผิวไหม้จากแดดด้วยค่ะ”

ฟื้นฟูผิวสวยกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก ธัญ (THANN) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

Samsonite เปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652164

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 14:35 น.

Samsonite เปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum EcoSamsonite เปิดตัวกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ผสานเทคโนโลยีทางวัสดุ Recyclex เผยให้เห็นความก้าวหน้าอีกระดับสำหรับการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม

Samsonite เปิดตัวกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco คอลเลคชั่นที่มีคุณสมบัติทนทานและน้ำหนักเบาโดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของวัสดุรีไซเคิล Recyclex™ สำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้ Samsonite แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งสำหรับการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทกระเป๋าเดินทางเพื่อความยั่งยืน

ทั้งนี้ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางวัสดุ Recyclex™ กับรุ่น Magnum Eco โดยใช้โพลีโพรพีลีน (PP) รีไซเคิลเป็นวัสดุด้านนอก ในขณะเดียวกันก็ใช้ผ้าบุภายในที่ทำมาจากขวด PET รีไซเคิล อย่างไรก็ตาม คอลเลคชั่น Magnum Eco นี้ไม่ได้ลดทอนคุณภาพหรือความแข็งแกร่งแต่อย่างใด – ยังคงรักษาไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือที่ฝังตัวอยู่ใน DNA หลักของ Samsonite คุณลักษณะด้านความทนทานนี้ช่วยเสริมความพยายามที่จะพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัดให้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Magnum Eco ด้วยการทำให้มั่นใจว่า กระเป๋าเดินทางทุกใบของ Samsonite จะสามารถร่วมเดินทางอย่างแข็งแกร่งไปทุกที่บนท้องถนน และการเดินทางได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คอลเลคชั่นใหม่นี้เป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาที่ยาวนานหลายปีและได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจาก Quality Circular Polymers ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเกี่ยวกับการรีไซเคิลพลาสติกของ SUEZ และ LyondellBasell โดย Antoine Grange ซีอีโอของ SUEZ Recycling and Recovery ประจำภูมิภาคเอเชียแสดงความเห็นว่า “เรารู้สึกยินดีที่สามารถมอบวิธีการที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดให้แก่ Samsonite เพื่อผลิตวัตถุดิบระดับทุติยภูมิที่มีคุณภาพสูง และได้ตามมาตรฐานระดับสูงสุดจากอุตสาหกรรมจนถึงมือผู้บริโภค”

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการแก้ปัญหาขยะพลาสติกและรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นพันธมิตรกับ Samsonite ในการบรรลุเป้าหมายนี้” Ken Lane รองประธานบริหารแห่ง Global Olefins & Polyolefins ของ LyondellBasell กล่าวเสริม “Magnum Eco ใช้วัสดุรีไซเคิลของเราที่สมบูรณ์แบบโดยทำให้ทรัพยากรอันมีค่านี้มีวัตถุประสงค์ใหม่ในการมอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ยาวนานนี้ให้แก่นักเดินทาง”

กระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco นี้ยังมีจุดแข็งในด้านคุณสมบัติน้ำหนักเบาและทนต่อแรงกระแทก โดยผ่านการทดสอบความแข็งแรงอย่างเข้มงวด ซึ่ง Samsonite มีชื่อเสียงในด้านนี้ และยังมีน้ำหนักเบาที่สุดในบรรดากระเป๋าเดินทางประเภทนี้ คอลเลคชั่นนี้ยังนำเสนอตัวเลือกสียอดนิยมทั้งหมดสี่สี โดยแต่ละเฉดสีได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และสำหรับด้านการรักษาความปลอดภัยนั้น นักเดินทางสามารถมั่นใจได้ว่าสัมภาระส่วนตัวของตนเองจะปลอดภัยด้วยระบบล็อกแบบ 3 จุด

“ตลอด 111 ปีที่ผ่านมา Samsonite ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การออกแบบ และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่ใช้วัสดุชนิดใหม่ๆ” Paul Melkebeke ประธานบริษัท Samsonite ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง กล่าวว่า “รุ่น Magnum Eco นี้แสดงข้อพิสูจน์เพิ่มเติมให้เห็นว่าเราทำการบุกเบิกวิธีการใหม่ ๆ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งช่วยให้นักเดินทางสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้น”

สำหรับผู้บริโภคที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และให้ความสำคัญกับคุณสมบัติด้านความทนทานและรูปแบบ คอลเลคชั่น Magnum Eco ถือเป็นคู่หู นักเดินทางที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ที่คุณคู่ควร

สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าร่วม WEBINAR Grand Opening “Magnum Eco” วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2564 เวลา 17.00 น. คลิก ลงทะเบียนที่ https://bit.ly/3e4FLhV เพื่อไม่พลาดการรับชมไลฟ์ หรือสามารถดู LIVE ได้ที่ http://bit.ly/Samsonite-Magnum-Eco-Webinar

#SamsoniteAsia #ExpectACleanerPlanet #Recyclex #Innovation

#MadeInEurope #Sustainable #EndPlasticWaste #MagnumEco

เสิร์ฟความแข็งแรงถึงบ้าน ด้วย 5 ท่ากระชับหน้าท้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652078

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 16:01 น.

เสิร์ฟความแข็งแรงถึงบ้าน ด้วย 5 ท่ากระชับหน้าท้อง5 ท่ากระชับหน้าท้องกับคลาส CORE ABS ที่ ฟิตเนส เฟิรส์ท เสิร์ฟความแข็งแรงให้คุณถึงบ้าน

หากที่ผ่านมาคุณละเลยการดูแลตัวเอง ทำงานหนักจนลืมออกกำลังกาย แถมยังเป็นนักกินตัวยงจนทำให้พุงแน่นเพราะสะสมไขมันไว้รอบพุงมานาน และถ้าต้อง Work From Home กันอีกรอบ กับวิถีที่หลายๆ คนลุกจากที่นอนมาทำงาน แล้วก็กิน หรือกินไปทำงานไปโดยขาดการออกกำลังกายด้วยล่ะก็ จะยิ่งส่งผลให้ชั้นไขมันพอกพูน…นั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เพราะอาจจะนำมาซึ่งโรคอื่นๆ อีกในอนาคต รวมถึงอาจทำให้สาวๆ หนุ่มๆ ขาดความมั่นใจกับหุ่นหรือสรีระที่เปลี่ยนไป…

Fitness First Thailand ชวนทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายไปกับเหล่าเทรนเนอร์มือโปร กับคลาสออนไลน์ Group Fitness at Home for Free ผ่านทาง Facebook LIVE ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งโยคะ พิลาทิส แดนซ์ คาร์ดิโอ, CORE ABS รวมถึง PT At Home ที่จะมาให้คำแนะนำวิธีการออกกำลังกายอย่างถูกต้องถึงที่บ้าน ฯลฯ ใครอยากเวิร์กเอาต์เมื่อไหร่คลิก www.facebook.com/FitnessFirstThailand

โดยเฉพาะใครที่อยากบ๊ายบายไขมันหน้าช่องท้อง เปลี่ยนพุงหลามๆ ให้เป็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่กระชับ ตอนนี้ได้เวลาลุกมาออกกำลังกายกันแล้วล่ะ… กับคลาส CORE ABS ที่มาพร้อม 5 ท่าบริหาร ที่จะช่วยเบิร์นไขมัน กระชับหน้าท้อง ลดพุงป่อง ใครๆ ก็สามารถทำตามง่ายๆ ได้ที่บ้าน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ ใช้เวลาไม่นาน… ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มฝึกกันเลย

ท่าที่ 1: ‘Crunch’ ท่าแรกก็คล้ายๆ กับท่าซิตอัพสุดคลาสสิก หากทำเป็นประจำจะช่วยกระชับและทำให้หน้าท้องเราแข็งแรงขึ้น เริ่มจากนอนหงาย งอแขนสองข้างแตะมือไว้ที่ขมับ ตั้งเข่าขึ้น 90 องศา วางเท้าห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วยกลำตัวส่วนบนขึ้น โดยค้างไว้ก่อนกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำอีกอย่างน้อย 12-15 ครั้ง/เซ็ต ทั้งหมด 3 เซ็ต

ท่าที่ 2: ‘Bird Dog’ ท่านี้ช่วยเบิร์นไขมันโดยรวมได้มากจากการบริหารกล้ามเนื้อส่วนแกนกลางลำตัว รวมถึงก้น แขน และขาก็กระชับ เริ่มจากการคุกเข่าก้มตัวลง วางมือทั้งสองข้างให้อยู่ในตำแหน่งใต้หัวไหล่ กางเข่าให้ความกว้างเท่าช่วงสะโพกโดยให้ส่วนหลังอยู่ในระนาบตรง ไม่แอ่น สำหรับใครที่บริหารร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว อาจเริ่มด้วยการนอนคว่ำ วางมือกว้างเท่ากับหัวไหล่ ตั้งแขนให้เหยียดตรง ลำตัวตัวตรง ก้นไม่โด่ง หลังไม่แอ่นและไม่งอ จากนั้นเกร็งหน้าท้องแล้วค่อยๆ ยกแขนขวาไปด้านหน้าให้ขนานกับพื้น พร้อมกับยกและยืดขาซ้ายไปด้านหลังให้ขนานกับพื้นให้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วสลับข้างทำซ้ำอีก 30 วินาที/เซ็ต โดยทำทั้งหมด 3 เซ็ต

ท่าที่ 3: ‘Leg Lift/Hip Raise’ ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง เริ่มจากนอนหงายเหยียดตัวตรง วางแขนแนบข้างลำตัว ยกขาทั้งสองข้างขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้น จากนั้นยกสะโพกให้ลอยขึ้นนับ 1-2 แล้วค่อยๆ ลดสะโพกลงสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 12-15 ครั้ง/เซ็ต ทำสัก 3-4 เซ็ต

ท่าที่ 4: ‘Side Plank’ เป็นอีกท่าบริหารกล้ามเนื้อช่วงเอวและด้านข้างลำตัว เรื่อยไปถึงสะโพกและต้นขา เริ่มจากการนอนตะแคงด้านใดด้านหนึ่ง โดยวางศอกและแขนแนบกับพื้นยันลำตัวไว้ ส่วนแขนอีกข้างยกขึ้นและเหยียดตรงโดยให้มือชี้ขึ้นด้านบน จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อท้องแล้วยกสะโพกขึ้นจากพื้นโดยทำค้างไว้ 20-30 วินาที ค่อยลดลำตัวลงพื้นแล้วสลับไปทำอีกข้าง โดยทำทั้งหมด 3 เซ็ตต่อข้าง สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นบริหารสามารถตะแคงตัวโดยงอเข่าข้างที่อยู่ใกล้พื้น เพื่อช่วยให้ยกสะโพกและลำตัวขึ้นได้ง่ายขึ้น

ท่าที่ 5: ‘Superman’ ท่าง่ายๆ นี้เวิร์กมาก ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง ไปจนถึงก้นและสะโพก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของหลังส่วนล่างและยังช่วยลดอาการปวดหลังได้อีกด้วย เริ่มจากการนอนคว่ำ เหยียดแขนตรงไปด้านหน้าและเหยียดขาตรง จากนั้นยกแขน หน้าอก ศีรษะ และขาขึ้นจากพื้นเหมือนท่าบินของซูเปอร์แมน โดยรักษาแนวกระดูกสันหลังและต้นคอให้อยู่แนวเดียวกัน สายตามองเฉียงลงที่พื้นประมาณ 45 องศา แล้วค่อยๆ หายใจเข้าและออก นับจังหวะขึ้น 1-2 แล้วลดท่าลง 1-2 ทำท่านี้ซ้ำ 12-15 ครั้ง/เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

เพียง 5 ท่าง่ายๆ แต่ช่วยกระชับรอบเอวได้ชะงัด ยิ่งทำอย่างสม่ำเสมอ เสริมด้วยการควบคุมอาหาร จำกัดปริมาณแคลอรี เท่านี้คุณก็มีหน้าท้องกระชับเป๊ะปัง ทั้งยังสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวจึงทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ดี รู้แบบนี้แล้วจะรออะไร มาเริ่มกันเลยกับ คลาส CORE ABS ที่ ฟิตเนส เฟิรส์ท เสิร์ฟ ให้คุณถึงบ้าน ถ้าพร้อมแล้วมาสนุกไปกับการออกกำลังกายที่บ้านกันดีกว่า…ไปค่ะ