ยูนิโคล่ เปิดตัว ‘ฮานะ ทาจิมะ’ คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647746

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 10:20 น.ยูนิโคล่ เปิดตัว 'ฮานะ ทาจิมะ' คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 “ฮานะ ทาจิมะ” สำหรับยูนิโคล่ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 เฉลิมฉลองความสบาย ความเรียบง่าย และการเป็นตัวของตัวเองสำหรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป

ฮานะ ทาจิมะ แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษที่กำลังเปลี่ยนแนวการแต่งตัวของผู้หญิงทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่ร่วมสมัย ใช้งานได้ดี และปรับได้หลายรูปแบบ ทั้งยังเปี่ยมด้วยการผสมผสานกันระหว่างความสง่างามที่เหนือชั้นและความสวมใส่สบาย ทำให้การออกแบบของเธอได้รับความสนใจในระดับสากล โดยการออกแบบที่แตกต่างและโดดเด่นของฮานะ ถือกำเนิดขึ้นจากประสบการณ์ที่เธอได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลาย

สำหรับยูนิโคล่ ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 เปิดตัวคอลเลคชั่น ฮานะ ทาจิมะ ซึ่งพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนเป็นต้นไป ที่ยูนิโคล่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และออนไลน์สโตร์ โดยคอลเลคชั่นล่าสุดจากการร่วมมือของยูนิโคล่ และ ฮานะ ทาจิมะ ที่ถ่ายทอดความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลกผ่านการออกแบบที่พิถีพิถัน สวมใส่สบาย ใส่ใจในรายละเอียดและความเป็นสากล คอลเลคชั่นนี้ยังสามารถสวมใส่ได้หลากหลายสไตล์และโอกาสเหมาะกับผู้หญิงในทุกช่วงอายุ

“สิ่งที่เราสวมใส่ควรแสดงถึงการใช้ชีวิตทุกด้านได้อย่างเต็มที่ ในแต่ละวันเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย จากความสบายและความเรียบง่ายที่เป็นคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบ ฉันต้องการให้เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ ให้ความรู้สึกถึงพื้นที่ในการแสดงออกของตัวตนและช่วยให้ผู้ใส่สามารถทำกิจกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละวันได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อให้เราสามารถยังคงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” ฮานะ ทาจิมะ กล่าว

ฮานะ ทาจิมะ สำหรับยูนิโคล่ ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 บอกเล่าถึงแนวทางที่ฮานะมีต่อความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน ที่สังคมมีความหลากหลายและมีความนิ่งมากขึ้น เสื้อผ้าเปลี่ยนแปลงจากสไตล์แบบตายตัวเฉพาะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งสู่สไตล์ที่หลากหลายสำหรับทุกช่วงจังหวะชีวิต ทำให้ทุกๆ วันสะดวกสบายขึ้นสำหรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ผ้าเรยอนผสมลินินถูกใช้เป็นเนื้อผ้าหลักตั้งแต่กางเกงไปจนถึงเสื้อตัวนอก เนื่องจากสามารถเข้ากับรูปร่างของผู้ใส่ได้เป็นอย่างดี ผ้าฝ้ายลายคลื่น หรือที่เรียกกันว่า ผ้า Seersucker ที่ให้ความเย็นสบาย สำหรับกางเกงขาห้าส่วนและชุดกระโปรงสำหรับฤดูร้อนเน้นความเป็นผู้หญิงด้วยทรงระบาย เสื้อเบลาส์ที่ทันสมัยเน้นรายละเอียดที่ประณีตด้วยเนื้อผ้าที่โปร่งเบาสบาย การออกแบบในคอลเลคชั่นนี้ยังเน้นลวดลายเรขาคณิตที่นุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการผสมผสานของลายเส้นและสีที่หลากหลายบนเนื้อผ้า เพื่อสะท้อนถึงความสง่างามและความสบาย

บริหารบุคลากรด้วยความเข้าใจ ให้คุณพ่อลาคลอดได้ 98 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647605

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 14:25 น.บริหารบุคลากรด้วยความเข้าใจ ให้คุณพ่อลาคลอดได้ 98 วันหนึ่งในองค์กรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วย จาก HR Asia “โนวาร์ตีส” ประกาศเพิ่มสิทธิ์ให้คุณพ่อลาคลอดได้ 98 วัน บริหารบุคลากรด้วยความเข้าใจ เพื่อเสริมศักยภาพให้องค์กร

งานนี้บรรดาคุณพ่อมีเฮ เมื่อบริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) บริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์ระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น “องค์กรที่น่าทำงานด้วย จาก HR Asia ” (Best Companies to Work For in Asia 2020 (Thailand Edition) ประกาศเพิ่มนโยบายให้สิทธิ์การลาเพื่อดูแลบุตร (Parental Leave) แก่พนักงานชายที่มีบุตรแรกเกิดได้ 98 วัน โดยยังได้รับค่าตอบแทน เพื่อต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นในการให้ความสำคัญของการบริหารบุคลากรด้วยความเท่าเทียมกันและเห็นคุณค่าของความหลากหลายในองค์กร (Diversity & Inclusion)

นโยบายที่ประกาศล่าสุดนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มสวัสดิการให้แก่พนักงานชายในการใช้สิทธิ์ลาคลอดเพื่อดูแลภรรยาและบุตรแรกคลอดแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มคู่ชีวิตที่ไม่ได้สมรสตามกฎหมายและเพศทางเลือก หรือผู้ที่รับอุปการะบุตรที่ต้องได้รับการดูแลอีกด้วย ซึ่งสิทธิ์ดังกล่าวนี้ต่อยอดมาจากการปรับตัวขององค์กรในการบริหารบุคคลให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมศักยภาพและต่อยอดการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

มธุกร ศัลยพงษ์ หัวหน้าฝ่ายประจำประเทศไทยในส่วนการบริหารงานบุคคลและองค์กร บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจและยินดีที่ได้ประกาศนโยบายใหม่นี้ให้แก่บุคลากรในองค์กรของเรา ซึ่งยังถือเป็นองค์กรแรก ๆ ในประเทศไทยที่ได้มอบสวัสดิการในลักษณะนี้ให้แก่พนักงานชาย นับจากเริ่มประกาศนโยบายนี้มา เรามีพนักงานชายจำนวนหนึ่งแล้วที่ได้ใช้สิทธิ์นี้ ทั้งยังได้รับการตอบรับที่ดีจากพนักงานและครอบครัวของพนักงานอีกด้วย ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่เรามุ่งมั่นเสมอมาในการให้ความสำคัญในการบริหารบุคลากรให้เท่าเทียมและเคารพในความแตกต่างของแต่ละคนนั้นเป็นที่ยอมรับ เราเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมและเข้าใจถึงสภาพวัฒนธรรมและสังคมโลกในปัจจุบันจะช่วยสร้างศักยภาพในการทำงานให้แก่บุคลากรของเราได้เป็นอย่างดี”

การให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของความหลากหลายในโนวาร์ตีส ไม่ได้จำกัดเฉพาะในเรื่องของความแตกต่างทางเพศ แต่รวมถึงความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ความเชื่อ วัย และประสบการณ์ ซึ่งการบริหารบุคลากรในลักษณะนี้นอกจากจะช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานให้แก่บุคลากรของบริษัทได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยจัดค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กรใหม่เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของคนในยุคปัจจุบัน 

นอกจากนี้ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ รวมไปถึงการจำกัดระยะห่างทางสังคมระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โนวาร์ตีส ได้ให้อิสระแก่พนักงานในการบริหารจัดการความรับผิดชอบของตนเอง (Choice of Responsibility) โดยพนักงานสามารถเสนอและตัดสินใจในเรื่องสถานที่ที่ตนเองสะดวกทำงาน รวมไปถึงวิธีการและเวลาในการทำงานตามความเหมาะสมของตนเองและเพื่อนร่วมงานได้ ซึ่งองค์กรมีความเชื่อว่าการให้อิสระในการบริหารจัดการแก่พนักงานจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานในความรับผิดชอบของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมไปกับการจัดการและปรับสมดุลการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี

“แนวความคิดนี้ริเริ่มจากการตระหนักถึงความแตกต่างและความหลากหลายของประชากรจากทั่วโลก โดยความหลากหลายนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อการบริหารงานของบริษัทที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ดังนั้นบุคลากรจึงสามารถเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง และมีความสบายใจในทุก ๆ วันของการทำงาน รวมถึงเข้าใจและยอมรับในทุกความแตกต่าง เมื่อเกิดการยอมรับในความแตกต่างแล้ว จะส่งผลสะท้อนสู่แรงบันดาลใจในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรสามารถคิดค้นและนำเสนอความคิดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงสามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาได้อย่างแท้จริง” มธุกร กล่าวสรุป

อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์ เด็กแอลดีสายจินตนาการ สู่เส้นทางนักเขียนนิยายออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647596

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 13:55 น. อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์ เด็กแอลดีสายจินตนาการ สู่เส้นทางนักเขียนนิยายออนไลน์“เด็กทุกคนมีทางของตัวเอง หากเราเจอเขาได้เร็ว และรู้ชัดว่า เขาเป็นอะไร พ่อแม่หาทางช่วยอย่างถูกวิธี จากปัญหาที่คิดว่าหนักมันก็จะเบา เบาก็จะเป็นดี แม้จะเป็นเด็กแอลดี แต่ใครจะเชื่อว่า อเล็ก จะกลายเป็นนักเขียน มีโลกอีกใบที่เป็นโลกแห่งจินตนการอยากบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรแบบที่เราไม่คาดคิดว่า เด็กแอลดีจะสื่อสารได้ขนาดนี้”

ปัจจุบัน Learning Disabilities (LD) ความบกพร่องในการเรียนรู้ เริ่มเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้นในสังคมไทย แต่ก็ยังมีเด็กแอลดีจำนวนไม่มากนักที่สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างมีความสุข หนึ่งในนั้นคือ “อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์” ที่วันนี้เติบโตเป็นหนุ่มน้อยวัย 15 ปี มีพัฒนาด้านอื่นๆ แทบไม่แตกต่างจากเด็กทั่วไป จะมีก็เพียงเรื่องการสื่อสารที่เป็นปัญหา หลายคงไม่คาดคิดว่าเด็กแอลดีที่มีสมาธิสั้นร่วมด้วยจะสามารถค้นพบเส้นทางความสุขของตัวเองจากการเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรบนโลกออนไลน์

เปิดใจคุณแม่เมื่อค้นพบลูกเป็นเด็กแอลดี

“โสภี ฉวีวรรณ” คุณแม่ของอเล็กเล่าว่า ค้นพบว่าอเล็กเป็นเด็กแอลดีตอนอายุประมาณ 4-5 ขวบ หรือเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกเติบโตตามวัยเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป แต่จากการสังเกตพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิดเริ่มเห็นความแตกต่าง เช่น การพูดสลับคำ การเล่าเรื่องมีความสับสนลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ และพูดคำบางคำไม่ชัด จึงพาไปพบคุณหมอให้ตรวจวินิจฉัย และได้บทสรุปว่าอเล็กเป็นเด็กแอลดี แถมมีสมาธิสั้นร่วมด้วย

“วินาทีแรกนั้นรู้สึกเสียใจ แต่ก็ดีใจที่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ลูกอย่างตรงจุด โดยคุณหมอแนะนำให้ลูกเข้าโรงเรียนเฉพาะทาง หรือโรงเรียนที่ตอบรับลูกของเรา เพราะหากอเล็กยิ่งโตขึ้น ปัญหาเรื่องการสื่อสารจะชัดเจนและอาจจะเป็นอุปสรรคกับการเรียนและการใช้ชีวิตในสังคม หลังจากคุณพ่อคุณแม่ได้ปรึกษาหารือกันเพื่อมองหาโรงเรียนที่เหมาะสม ซึ่งตัดสินใจให้อเล็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนสาธิตบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เนื่องจากเห็นว่ามีความเข้าใจเด็กแอลดีและบุคลากรมีความพร้อมในการดูแล จนถึงวันนี้อเล็กกำลังจะเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 ซึ่งต้องขอบคุณทางโรงเรียนในความใส่ใจและการเปิดพื้นที่ให้กับเด็กแอลดี”

“ครอบครัว” จุดเปลี่ยนสำคัญในการก้าวเดินสู่อนาคต

สำหรับอนาคตของ “อเล็ก” ต่อจากนี้ คุณแม่โสภีมองเส้นทางไว้ว่า เมื่อเรียนจบระดับการศึกษาภาคบังคับคือ ม.3 แล้ว อยากให้ลูกเรียนต่อสายอาชีพตามความถนัด หรือหากโรงเรียนสาธิตบ้านสมเด็จเจ้าพระยายังเปิดกว้างสามารถให้เรียนต่อในระดับมัธยมปลายได้ ก็คงให้ลูกเรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนแห่งนี้ นอกจากเรื่องเรียนแล้ว การเปิดโอกาสให้ลูกค้นหาสิ่งที่ชอบก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยคุณแม่ให้อเล็กได้มีโอกาสลองผิดลองถูกมาตั้งแต่ 5 ขวบ เริ่มต้นด้วยการพาไปเรียนยิมนาสติก เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ  เพราะเด็กแอลดีมักมีปัญหาในการประสานการทำงานของกล้ามเนื้อมือและขา พาไปเรียนเปียโนด้วยคิดว่าดนตรีจะทำให้ลูกมีสมาธิ พาไปเรียนร้องเพลงเพื่อให้มีพัฒนาการด้านการพูดการฟังและการออกเสียงให้ชัดเจน สร้างความรู้สึกสนุก ไม่ใช่เฉพาะการฝึกพูดกับคุณหมอเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังเรียนคุมองคณิตคิดเร็ว เพราะเชื่อว่าการฝึกฝนทำซ้ำจะช่วยให้ลูกมีการคำนวณที่ดีขึ้น

นอกจากความเข้าใจของคุณพ่อคุณแม่แล้ว คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็มีส่วนสำคัญ เป็นโชคดีของอเล็กอีกเช่นกันที่ทุกคนล้วนยอมรับและช่วยกันประคับประคอง โดยเฉพาะ “น้องเอิน” กรกานต์ พุกะทรัพย์ น้องสาวที่วัยห่างกัน 3 ปี จะคอยช่วยดูแลเป็นพี่เลี้ยงแบบบัดดี้เมื่อต้องไปโรงเรียน ทำหน้าที่คอยเตือนและตามงานกับเพื่อน ๆ ที่เรียนห้องเดียวกับอเล็ก ซึ่งคุณแม่ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอให้เลี้ยงลูกทั้งสองคนคู่กัน จึงทำให้น้องเอินเป็นคนที่เข้าใจอเล็กมากที่สุด เป็นพี่น้องที่สนิทสนมกันจนเป็นเหมือนบัดดี้ ซึ่งความเป็นเด็กช่างซักช่างถามของน้องเอินถือเป็นตัวช่วยที่ดียิ่ง เพราะทำให้อเล็กต้องคุยและพยายามสื่อสารให้น้องเข้าใจ จึงเท่ากับเป็นการฝึกให้พูด ฝึกให้คิดอย่างถูกต้อง

ค้นพบความชอบ มีโอกาสลงมือทำ จุดประกายก้าวสู่โลกจินตนาการ

ที่สำคัญน้องเอินยังเป็นผู้จุดประกายให้อเล็กก้าวสู่โลกจินตนาการโดยไม่รู้ตัว จากการเป็นเด็กชอบฟังนิทาน มักรบเร้าให้คนในบ้าน รวมทั้งพี่อเล็กเล่านิทานให้ฟังเสมอ และบ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานกลับบ้านดึก หน้าที่เล่านิทานก็ตกเป็นของพี่ชายแม้การสื่อสารจะกระท่อนกระแท่น และสุดท้ายก็เป็นการแต่งนิทานขึ้นเอง ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของน้องสาวจึงต้องเล่านิทานที่แต่งขึ้นเองให้ฟังทุกคืน และจากจุดนี้ทำให้อเล็กฝึกคิด มีจินตนาการมากมายเกิดขึ้นในคลังสมอง จนอยากลองเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวเอง นั่นคือ การเขียนนิยายบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรบนโลกออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่น Joylada  “จอยลดา” แอพฯ อ่านนิยายแชทรูปแบบใหม่ กับผลงานเรื่องแรกคือ Paper Heart  (หัวใจกระดาษ) ที่มีคนติดตามอ่านจำนวนไม่น้อย และหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเป็นผลงานจินตนาการของเด็กแอลดี

“ตอนอยู่ ม.1 มีเพื่อนชื่อโมชิเป็นติ่งการ์ตูนญี่ปุ่น ผมก็เลยสนใจดูบ้าง ทำให้นึกถึงตอนเล่านิทานให้น้องเอินฟัง เลยปรึกษาว่าอยากเขียนนิยายจะทำได้มั๊ย ก็ได้รับแนะนำให้เข้าไปเขียนที่แอพฯ จอยลดา ตอนเขียนครั้งแรกรู้สึกเหมือนเราก๊อปปี้คนอื่นมาก็เลยไม่ได้เผยแพร่ หลังจากนั้นด้วยความที่ชอบเล่นเกม ชอบดูการ์ตูนก็เอามาผสมผสานจินตนาการเป็นเรื่องใหม่คือ เปเปอร์ ฮาร์ท หรือหัวใจกระดาษ เขียนมาได้ 19 ตอนแล้ว คิดว่าคงมีต่อเนื่องอีกหลายตอนกว่าจะจบ ซึ่งการเป็นเด็กแอลดีก็มีอุปสรรคพอสมควรในการเขียนหนังสือ เพราะบางคำก็เขียนผิด สะกดไม่ถูก ต้องให้น้องเอินมาช่วยดูให้” อเล็ก เล่าถึงที่มาของการเริ่มเขียนนิยายออนไลน์

พร้อมทั้งบอกว่า “แม้ผมจะพูดเล่าเรื่องไม่ได้ แต่การบอกเล่าผ่านตัวอักษรผมทำได้ เนื่องจากค่อย ๆ คิดเก็บไว้ในสมองก่อนจะถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ซึ่งง่ายกว่าการบอกเล่าผ่านคำพูด ตอนนี้ดีใจมากที่ค้นพบสิ่งที่เราชอบและมีโอกาสลงมือทำ ตอนนี้ชีวิตมีความสุขกับการเล่นเกม ดูการ์ตูนและเขียนนิยายบอกเล่าจินตนาการของเรา ฝากถึงเพื่อนที่เป็นเด็กแอลดีว่าการจะมีความสุขได้ต้องใช้เวลาในการค้นหาตัวเอง ค้นให้พบว่าความสุขของเราคืออะไร จริง ๆ ผมอยากวาดการ์ตูนด้วย แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง การเขียนนิยายน่าจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมกว่า”

ขณะที่คุณแม่โสภี ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่อยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นเด็กแอลดีก็คือ ต้องไม่อายใคร เพราะหากไม่ยอมรับก็เท่ากับเก็บลูกไว้ไม่ให้ได้รับการแก้ไข การที่ได้รู้เร็วและยอมรับจะเป็นโอกาสทำให้เด็กแอลดีเติบโตมาเป็นเด็กปกติได้เร็ว แม้จะรักษาไม่หาย แต่การที่ครอบครัวยอมรับและเรียนรู้ เลี้ยงดูอย่างถูกวิธี จะทำให้ปรับพฤติกรรมเด็กได้เร็ว มีความพร้อมในการใช้ชีวิตในสังคมได้ดีขึ้น

ช้อปทะลุร้อนรับซัมเมอร์ กับพาเหรดไอเท็มฮอตคอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์ดังระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647530

วันที่ 10 มี.ค. 2564 เวลา 16:09 น.ช้อปทะลุร้อนรับซัมเมอร์ กับพาเหรดไอเท็มฮอตคอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์ดังระดับโลกสยามพารากอน รังสรรค์แคมเปญสุดพิเศษ จัดโปรสุดปัง! เอาใจนักช้อป Siam Paragon World Fashion Trend Spring/Summer 2021 รับซัมเมอร์กับพาเหรดไอเท็มฮ็อตคอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์ดังระดับโลก

เมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลก ในฐานะ World Class Destination รังสรรค์แคมเปญเอาใจแฟชั่นนิสต้า Siam Paragon World Fashion Trend Spring/Summer 2021 จัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพจากหลากหลายแบรนด์หรู เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบเหนือระดับให้เหล่านักช้อปได้อัพเดตอินเทรนด์รับซัมเมอร์ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 เมษายน 2564

นอกจากสีสันสดใสซึ่งเป็นเทรนด์ฮิตติดอันดับรับซัมเมอร์ตลอดกาลมาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เลือกสรรกันที่สยามพารากอน ยังมีไอเท็ม Must-Have ที่ไม่ควรพลาด พร้อมทั้งคอลเลคชั่นล่าสุดจากเหล่าแบรนด์ดังมาแนะนำอีกด้วย

เริ่มที่ Fendi นำความล้ำค่าและความเรียบง่ายของผ้าลินิน ผ้าฝ้าย ขนนก เฟอร์ มาถักทอผสานไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เน้นโทนสีแบบธรรมชาติทั้งเฉดสีของธัญพืช นม น้ำผึ้ง ท่ามกลางแสงสะท้อนของสีฟ้า สีแดง คาร์ดินัล หรือสีดำและขาวที่ส่งกระทบบนเสื้อผ้าราวกับสปอตไลท์ ส่วนแอคเซสซอรี่ กระเป๋า Baguette และ Peekaboo ยังคงเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้

ส่วน Bottega Veneta นำเสนอคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าซึ่งได้แนวคิดจากประสบการณ์การล็อกดาวน์อยู่บ้าน เสื้อผ้าจึงถูกออกแบบมาให้เป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ภายในบ้านที่สะดวกสบาย ขณะเดียวกันก็มีความสวยงามสามารถใส่ไปข้างนอกได้ ส่วนกระเป๋าสานต่อจากการสร้างสรรค์คอลเลคชั่น Wardrobe 01 โดยครั้งนี้ใช้ผ้านิต ผ้าโครเชต์ หรือหนังที่มีความอ่อนนุ่มในการสร้างสรรค์สะท้อนถึงความนุ่มสบาย และความรู้สึกถึงบ้านอันอบอุ่นปลอดภัย

Saint Laurent เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้แนวคิดในการออกแบบมาจากการล็อกดาวน์ โดยใช้ชุดผ้า เจอร์ซี่ตัวหนา ซึ่งสามารถสร้างรูปทรงของเสื้อผ้าได้ ขณะเดียวกันก็ยังคงความสะดวกสบายในการสวมใส่ รวมถึงการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีความอิสระในการเคลื่อนไหวอันเป็นหัวใจหลักของคอลเลคชั่นนี้

Balenciaga นำเรื่องความยั่งยืนมาใช้ทั้งในการออกแบบ การผลิต และการสวมใส่ โดย 93.5% ของวัสดุที่ใช้ในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ได้รับการรับรองว่าเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืนสามารถนำไปอัพไซเคิลได้ สามารถสวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง ส่วนกระเป๋ารุ่น Neo Classic ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ในคอลเลคชั่นนี้เพื่อรำลึกถึงการครบรอบ 20 ปี

Prada โดดเด่นด้วยรายละเอียดงานปัก ความเฟมินีน และความละมุนนุ่มนวล ในขณะที่เสื้อผ้าของหนุ่ม Prada คอลเลคชั่นนี้มีทั้งความเป็นสปอร์ตแวร์ และเสื้อผ้าแบบทางการที่มีความคลาสสิคและล้ำยุคไปพร้อมๆ กัน

เครื่องหนังและเครื่องประดับจาก Bvlgari เผยโฉมในรูปทรงที่ทรงพลัง โดยได้เลือกวัสดุอย่าง Raffia เป็นองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ พร้อมสายโซ่ถักเกลียวต่อกันและหัวงูอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่หนังงูกลับมาอีกครั้งในฐานะผ้าใบผืนโปรดของ Bvlgari เพื่อสร้างลวดลายที่น่าประทับใจและผลงานที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน

สำหรับกระเป๋าจาก Loewe มาพร้อมกับกระเป๋าไอคอนิครุ่น Puzzle Bag ประดับประดาความระยิบระยับด้วยเลื่อมเป็นลูกเล่นที่น่าจับตามอง ส่วนกระเป๋า Flamenco คลาสสิคเหนือกาลเวลาเพิ่มลูกเล่นด้วยปมที่เชือกรูดปลายกระเป๋า ฐานกระเป๋าเป็นทรงเหมือนก้นเปลือกหอยทำให้รูปทรงกระเป๋าจับจีบเป็นลอน และกระเป๋า Deconstructed Ballon Bag รวมถึงกระเป๋า Tote bag ทรงเปลือกหอยดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่ไม่ควรพลาด

อีกหนึ่งแบรนด์กับ Off-White นำเสนอผ่านการผสมผสานระหว่างความหลากหลายทางเพศ และยังมีไอเท็มไฮไลท์จากคอลเลคชั่น “Adam is Eve” กับกระเป๋า Burrow Bag ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวิสชีสและฝนดาวตก จุดเด่นอยู่ที่รูปทรงเว้าแหว่ง ประกอบกับเทคนิคการเจาะรูที่ต้องใช้ฝีมือและความประณีตชั้นสูง ผสมผสานกับอะไหล่สีเงินหรือสีทองได้อย่างลงตัว

พบกับพาเหรดแฟชั่นไอเท็มและเสื้อผ้าคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ที่มีให้เลือกช้อปอย่างจุใจที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนชั้น M พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญ “Siam Paragon World Fashion Trend Spring/Summer 2021” เมื่อช้อปครบ 40,000 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งใบเสร็จ ณ แบรนด์แฟชั่นที่ร่วมรายการรับ Siam Gift Card 4,000 บาท (จำนวนจำกัด 400 สิทธิ์ จำกัด 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์ ตลอดรายการ และจำกัด 100 สิทธิ์ต่อสัปดาห์) ตั้งแต่วันนี้ถึง 1เมษายนนี้เท่านั้น พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรแพลตตินั่ม เอ็ม การ์ด รับ Siam Gift Card มูลค่า 20,000 บาท เมื่อช้อปและสะสมยอดซื้อขั้นต่ำ 800,000 บาทขึ้นไปภายใน 1 วัน (จำกัดรางวัลต่อ 1 สมาชิกตลอดรายการ รวม 20 รางวัล เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์)

Oakley กับภารกิจยกระดับการเล่นเกมสำหรับแฟนๆ ทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647461

วันที่ 10 มี.ค. 2564 เวลา 10:12 น.Oakley กับภารกิจยกระดับการเล่นเกมสำหรับแฟนๆ ทั่วโลกOakley ประกาศจับมือกับ Scump ในฐานะนักกีฬา E-sport มืออาชีพคนแรกของแบรนด์ ผู้ได้รับเหรียญทองจาก Major League Gaming X Games สองสมัย ผู้ที่เข้าร่วมบัญชีรายชื่อนักกีฬายอดเยี่ยมของทีม Oakley

Oakley ผู้นำแว่นตาด้านกีฬาและนวัตกรรม ประกาศเซ็นสัญญากับ Seth ‘Scump’ Abner ในฐานะนักกีฬา eSports คนแรกของแบรนด์ ในฐานะแบรนด์ที่เป็นผู้เชียวชาญด้านกีฬาและการแข่งขัน Oakley ยังขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่คอมมูนิตี้ของเหล่าเกมเมอร์ ผู้ซึ่งมุ่งมั่น ทุ่มเท แรงกายแรงใจทั้งหมดที่พวกเขามี ฝึกฝน และพัฒนาทักษะอยู่เสมอ ในแต่ละวันนักกีฬาเหล่านี้ได้รับการทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจในระดับสูงสุดกับคู่ต่อสู้ที่ยากที่สุด เพื่ออยู่ในจุดที่สูงที่สุด และหนึ่งในนักกีฬา eSports ที่ดีที่สุดในโลก ขณะนี้ Oakley กำลังประสานภารกิจเพื่อยกระดับการเล่นเกมสำหรับแฟนๆ ทั่วโลกด้วยเช่นกัน

“The King” เป็นฉายาที่เหล่าแฟน ๆ ตั้งให้กับ Scump เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่น Call of Duty มืออาชีพอันดับต้น ๆ ของโลก เขาเป็นผู้ชนะรางวัลเหรียญทอง Major League Gaming (MLG) X Games ทั้งหมดสองครั้ง และได้รับรางวัล “ Best Console Player” ในงาน Esports Industry Awards 2017 ซึ่ง Oakley ได้กลายเป็นพาร์ทเนอร์คนพิเศษของ Scump ในระหว่างการแข่งขันรวมไปถึงการสตรีมการแข่งขันทั้งหมดของเขา

Scump ได้เปลี่ยนแนวการเล่นเกม ด้วยความหลงใหลในการแข่งขันและความสำเร็จที่ไม่มีใครเทียบได้ เขาได้สร้างนิยามใหม่ของนักกีฬา ในฐานะส่วนหนึ่งของ Team Oakley Scump พร้อมที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าต้องใช้ทักษะและความพยายามมากเพียงใดเพื่อให้เป็นที่สุดของการแข่งขัน ในขณะที่เขามุ่งเน้นไปที่ภารกิจที่ต้องทำอยู่เสมอ Scump ได้เติบโตขึ้นเป็นทูตระดับโลกทางด้านกีฬา E-sport โดยการได้มีส่วนร่วมกับแฟนๆ ผ่านการสร้างเนื้อหาในรูปแบบต่างๆ Scump ยังใช้เวลาในการตอบแทนคอมมูนิตี้ โดยล่าสุดเขาได้เข้าร่วมในการรณรงค์เพื่อการกุศลเพื่อยกย่องผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต่อสู้กับโควิด-19

Scump ถือหนึ่งในไอคอนแห่งวงการกีฬาเหมือนกับ Patrick Mahomes, Lamar Jackson, Mikaela Shiffrin, Chloe Kim และอื่น ๆ อีกมากมาย Scump ซึ่งได้มุ่งมั่น ฝึกฝนเพื่อทำความฝันให้เป็นความจริง Scump ได้สะท้อนทัศนคติของ Oakley ผ่านความทะเยอทะยาน โชว์ให้เห็นถึงความก้าวหน้าทั้งในจอและนอกจอ เขายังช่วยเป็นแรงบันดาลใจในการส่งเสริมและผลักดัน ให้กับเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกทั้งในระดับมืออาชีพและมือสมัครเล่น

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นนักกีฬา eSports คนแรกของ Team Oakley” Abner กล่าว “Oakley ได้พิสูจน์ตัวเองอย่างรวดเร็ว ในการมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่แท้จริงให้กับนักกีฬา ดังนั้นฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้แนะนำแบรนด์ให้กับแฟนๆ ของฉัน และมีส่วนร่วมกับนักกีฬาคนอื่นๆ เรามีผลงานมากมายอยู่แล้วและฉันหวังว่าจะได้แบ่งปันมันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ล่าสุดการเซ็นสัญญากับ Scump ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ Oakley ที่มีต่อกีฬาชนิดนี้ ในเดือนที่ผ่านมา Oakley ได้ประกาศการร่วมมือและได้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษกับแบรนด์อุปกรณ์เกมชั้นนำอย่าง Turtle Beach ซึ่งก่อนหน้านี้ Oakley ได้เปิดตัวโซลูชันออปติคอลตัวแรกของแบรนด์ Prizm ™ Gaming Lens Technology ที่พัฒนามาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ นอกจากนี้ Oakley ยังเป็นพันธมิตรกับ EA SPORTS และ Madden NFL 21 Championship Series สำหรับ ‘Derwin James vs. The World’ ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่นักกีฬา ดาราและนักดนตรี ที่ต้องเผชิญหน้ากับดาวเด่นอย่าง Los Angeles Chargers และสมาชิกของ Team Oakley ในแต่ละสัปดาห์

“ นับเป็นวันที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับ Oakley ที่ได้ยกระดับความมุ่งมั่นของเราไปสู่วงการเกม” Caio Amato ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Oakley Global กล่าว “ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้ร่วมมือกับ Scump ซึ่งเป็นนักกีฬาที่พัฒนาตัวเองทุกวันเพื่อให้อยู่ในจุดสูงสุด เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนและช่วยให้เกมเมอร์ทั่วโลกพัฒนาตนเองได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพวกเขาเป็นผู้กำหนดอนาคตของ E-sprot รุ่นต่อไป และ Scump เป็นผู้ปูพื้นฐานในทางเดินครั้งนี้”

โชว์ความสวยในแบบที่เป็นคุณ นิยามความสวยของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใครๆ ก็เป็นได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647409

วันที่ 09 มี.ค. 2564 เวลา 14:25 น.โชว์ความสวยในแบบที่เป็นคุณ นิยามความสวยของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใครๆ ก็เป็นได้หยุดการ Body shaming ได้ ด้วยความสวยในแบบที่เป็นคุณ สวยอย่างมั่นใจในรูปแบบของตัวเอง นิยามความสวยของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ใครๆ ก็เป็นได้

เคยไหมเมื่อไม่ได้เจอเพื่อนหรือญาตินานๆ แล้วโดนทักว่าอ้วนขึ้น ดำขึ้น หรือแม้กระทั่งการโดนล้อเลียนจากบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสูง สีผิว น้ำหนัก รูปร่าง ลักษณะร่างกาย ไปจนถึงเรื่องขนาดหน้าอก ปัจจุบันการรณรงค์เรื่อง Body shaming หรือที่เรารู้จักกันดีในความหมายของการวิจารณ์ร่างกายบุคคลอื่น โดยคำพูดหรือการกระทำในเชิงเปรียบเทียบ ล้อเลียน จนส่งผลให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกอับอาย ไม่มั่นใจกับร่างกายตัวเอง และหลายครั้ง การโดนกระทำเช่นนี้ยังได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ความเชื่อมั่นในคุณค่าตัวเองของคนๆ นั้นอีกด้วย ซึ่งในยุคปัจจุบัน ถือว่าเป็นปัญหาระดับสากล เพราะการวิจารณ์ร่างกาย รูปลักษณ์คนอื่น ปัจจุบันก็มาในรูปแบบของการวิจารณ์ผ่านทางสังคมออนไลน์ ทั้งที่บางทีเราก็ไม่ได้รู้จักกันในชีวิตจริงเลยก็ตาม

แล้วเราจะรับมือกับการถูกล้อเลียนจากบุคคลภายนอกได้อย่างไร?

คงเป็นการยากที่เราจะบอกใครต่อใครให้หยุดการวิจารณ์ ล้อเลียนร่างกายของเราหรือของผู้อื่น เพราะนั่นเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถเรียนรู้จุดเด่น หรือจุดด้อยของร่างกายตัวเอง ส่วนไหนที่แก้ได้ก็แก้ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่แก้อะไรไม่ได้ เราก็ควรต้องเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ไปพร้อมๆ กับการดูแลรักษาร่างกาย และจิตใจของเราให้เข้มแข็งต่อไป และวันนี้ทาง “สิป อินติเมท” (SYP Intimate) แบรนด์ชุดชั้นในน้องใหม่สัญชาติไทย ผ่านการออกแบบและตัดเย็บโดยฝีมือคนไทย ด้วยความเชื่อมั่นของทางแบรนด์ว่า คนไทยด้วยกันจะมีความเข้าใจในสรีระรูปร่างของคนไทยกันเองได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังสามารถตอบโจทย์สรีระและสัดส่วนได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ทั้งนี้ทาง แบรนด์ได้นำทริคง่ายๆ ในการช่วยให้ทุกคนดูแลรูปร่างให้ดูดี และเสริมความมั่นใจในแบบของแต่ละคนมาฝากกัน 

1. หมั่นออกกำลังกาย จากผลการศึกษาวิจัยมหาวิทยาลัยเยล และออกซ์ฟอร์ด ซึ่งได้เคยถูกตีพิมพ์ลงวารสาร The Lancet แนะนำว่า การออกกำลังกายเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 30-60 นาทีก็เพียงพอแล้ว นอกจากการได้รูปร่างที่ได้สัดส่วนแล้ว คุณยังจะได้สุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงไปพร้อมกันอีกด้วย

2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และหุ่นสมสัดส่วน การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญ คุณไม่จำเป็นต้องทนหิว อดอาหาร เพื่อให้ผอมก็ได้ ถ้าคุณเลือกทานดี และออกกำลังกายควบคู่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากสุขภาพดีอย่างยั่งยืนแล้ว สุขภาพจิตใจคุณก็จะสดใสไปด้วย

3. การดื่มน้ำและการนอนอย่างเพียงพอ คุณรู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาผิวและเส้นผมแห้ง ไม่ชุ่มชื้นแล้ว ยังสามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงไปถึงปัญหาสุขภาพและโรคอีกมากมาย นอกจากนั้นการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมงนับเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน

4. การเลือกเสื้อผ้าและชุดชั้นในที่เหมาะสมกับสรีระของตนเอง เสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นลายทางแนวนอน แนวตั้ง ลายดอกไม้ สีเข้ม สีอ่อน ล้วนช่วยในการพรางตาให้เราดูสมส่วน เพิ่มความมั่นใจได้ เช่น อยากให้ดูตัวสูง เราก็เลือกเสื้อผ้าลายทางแนวตั้ง อยากจะดูเพรียวเราก็เน้นการใช้โทนสีเสื้อผ้าที่เป็นสีเข้ม หรือเข็มขัดในการช่วยได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ชุดชั้นในก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมความมั่นใจในความสวยแบบที่เป็นคุณได้ ชุดชั้นในบางแบบพอเราใส่อาจจะช่วยในการเก็บเนื้อส่วนที่เกินออกมาได้ บางแบบช่วยยกกระชับหน้าอก เพียงแต่เราต้องรู้วิธีในการเลือกที่ถูกต้อง “สิป อินติเมท” (SYP Intimate) แบรนด์ชุดชั้นในไทย ผู้พิถีพิถันการเลือกใช้ผ้าไหมไทยและลูกไม้พรีเมียม ตัดเย็บและดีไซน์โดยคนไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจะที่ช่วยส่งเสริมและรณรงค์ให้ผู้หญิงทุกคนมั่นใจในความสวยตามแบบฉบับของตัวเอง พร้อมคงความเซ็กซี่ แต่สวมใส่สบาย

เคล็ดลับการเลือกชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงให้เหมาะกับหุ่นตนเองได้ง่ายๆ ดังนี้

Slender อกเล็ก

คำว่า สเลนเดอร์ สำหรับเรือนร่างคือ คนหุ่นดีเอวบาง ร่างเล็ก แต่สำหรับหน้าอกแล้ว ไม่ได้ดีอย่างที่คิด คนที่มีอกทรงสเลนเดอร์ คือ เนื้อบาง อกเล็ก เนื้อหน้าอกไม่เต็ม หน้าอกห่าง เสื้อในที่เหมาะสำหรับสาวๆ หน้าอกทรงนี้ก็คือ ทรงลึกๆ ที่มีโครงหรือบราเลทก็ได้ โดยแบบมีโครง จะช่วยโกยเนื้อด้านข้างมาเสริมให้เนื้อหน้าอกมาอยู่บริเวณเซ็นเตอร์ ช่วยทำให้ทรงสาวๆ สวย ดูมีเนิน และมีทรงมากขึ้น

Side set อกห่าง

มีเนื้อที่บริเวณเนินอกแต่มีช่องว่างระหว่างอก การเลือกใส่เสื้อในหรือบราตะขอหน้า จะช่วยดันให้อกมาชิดกันได้ดี จะเลือกใช้แบบมีโครงหรือไม่มีก็ได้ หรือเลือกใช้เสื้อในตะขอหลังที่ไม่มีช่องว่างระหว่างโครงมากนัก ทรงหน้าอกของคุณก็ยังจะสวยเป๊ะอยู่

Athletic หน้าอกแบนและกว้าง

หน้าอกแบนและกว้าง ไม่มีเนื้อเนินอก การเลือกเสื้อในที่เหมาะสมกับหน้าอกทรงนี้ คือ เสื้อในที่ไม่มีโครง หรือที่เรียกกันว่าบราเลท (Bralette) หรือจะใช้เสื้อชั้นในโครงกว้าง ฐานโค้งต่ำ ก็จะช่วยให้สวมใส่สบาย ไม่บีบกด แถมยังช่วยในการซัพพอร์ตหน้าอกอีกด้วย

Round อกกลม

อกทรงกลมที่ใครๆ ก็ฝันอยากมี ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีหน้าอกแบบนี้ คุณจะใส่เสื้อในแบบไหนก็ได้ จะมีโครงหรือไม่มีโครงก็ได้ทั้งหมด โชว์เนินเนื้อสวยๆ ได้ โดยไม่ต้องพึ่งฟองน้ำอีกด้วย

Tear drop ทรงหยดน้ำ

หน้าอกทรงนี้จะคล้ายๆ กับหน้าอกทรงกลม แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่เนื้อช่วงบนจะไม่ได้เท่ากันเป๊ะ ทำให้หน้าอกทรงเหมือนรูปหยดน้ำ หน้าอกแบบนี้จะเลือกใส่เสื้อในแบบไหนก็ได้ ไม่ว่ามีโครงหรือไม่มี แต่ถ้ามีโครงก็จะยิ่งช่วยยกเนื้อให้ดูมีเนินสวยขึ้นได้

East West หน้าอกชี้ไปคนละทาง

ถ้าหน้าอกคุณเกิดความไม่สามัคคีกัน จุกชี้ไปคนละทาง แนะนำว่าการใส่เสื้อใน Push-up จะช่วยปรับทิศทางให้หน้าอกของสาวๆ มองดูไปในทางที่ตรงมากขึ้น จะเลือกแบบมีฟองน้ำด้วยก็ได้ แต่ไม่ต้องหนามากเพราะจะทำให้รู้สึกอึดอัดมากเกินไป

Relaxed หย่อนคล้อย

ถ้าหน้าอกคุณมีลักษณะแบบนี้ คือ จุกต่ำ ทิศทางชี้ลงต่ำ แนะนำให้ใส่เสื้อในที่มีโครงทรงยู (U shape bra) เพราะทรงนี้จะช่วยยกและโอบอุ้มหน้าอก และประคองไม่ให้หย่อนคล้อยมากขึ้น

Bell Shape หน้าอกทรงระฆัง

หน้าอกทรงระฆัง คือลักษณะช่วงอกด้านบนจะไม่ค่อยมีเนื้อ จะมีเนื้อที่อกล่างมากกว่า ดูเหมือนทรงระฆัง การเลือกใส่เสื้อในมีโครงทรงยูต่ำและยูสูง (U shape bra) จะช่วยยกให้ดูมีเนินมากขึ้น ส่วนเสื้อในโครงกว้างหรือบราที่ลูกไม้สูงๆ ขึ้นมาถึงสายบ่า จะช่วยเสริมให้การแต่งตัวสวยขึ้นได้เหมือนกัน สาวๆทรงนี้ ลองหาบราลูกไม้สวยๆ นิ่มๆ มาใส่ดู นอกจากได้ทรงสวย ยังดูมีสไตล์ และทำให้สนุกกับการแต่งตัวได้มากขึ้น

Asymmetric หน้าอกไม่เท่ากัน

คือการที่มีทรงหน้าอกข้างหนึ่งเล็ก ข้างหนึ่งใหญ่ หรือหน้าอก 2 ข้างไม่เท่ากันแบบเห็นได้ชัด การเลือกใช้ Push-up หรือบราที่สามารถถอดฟองน้ำออกได้ จะเหมาะที่สุด เพราะคุณสามารถถอดฟองน้ำหรือ เพิ่มเติมฟองน้ำเข้าไปอีกข้างได้ เป็นการทำให้หน้าอกทั้ง 2 ข้างดูเท่ากัน

เห็นไหมคะ การรับมือ Body Shaming ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก และสามารถเริ่มได้ที่ตัวคุณ ด้วยความมั่นใจ และรักในรูปร่างตัวเองทั้งจุดเด่นและจุดด้อย และอยู่กับมันให้เป็น แถมสมัยนี้ยังมีตัวช่วยมากมายในการปรับรูปร่างในส่วนที่เป็นจุดด้อย ให้เป็นจุดเด่นหรือสวยงามขึ้นได้ในแบบที่เราชอบได้อีกด้วย นิยามความสวยหรือพิมพ์นิยมสังคมเป็นเพียงแค่เรื่องที่อื่นมอง แต่นี่คือร่างกายของเรา ถ้าเราไม่อนุญาตให้ใครมาตัดสินเราด้วยนิยาม รูปธรรมต่างๆ นั้น ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ จงมั่นใจ และสนุกกับการแต่งตัวในแบบที่เป็นคุณในทุกๆ วัน เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการรับมือแบบผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าหาญละค่ะ

รวบรวมทุกปัญหาและคำแนะนำจากกูรูด้านชุดชั้นใน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sypintimates.com/blog

Poll highlights fallout of Covid-19 on families #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30403680

Poll highlights fallout of Covid-19 on families

LivingMar 14. 2021

By The Nation

Debt, unemployment, quarrels and even divorce were some of the stressful experiences of a majority of families after the Covid-19 outbreak, a Suan Dusit Poll online survey revealed on Sunday.

The survey “Thai families in the Covid-19 era” was conducted from March 9-12 on 1,184 people nationwide.

Asked about the problems commonly seen in the Covid-19 era (multiple choice):

75.41 per cent said debt;

69.96 per cent said unemployment;

67.19 per cent said stress;

36.02 per cent said quarrels;

30.30 per cent said divorce.

Asked about the good things in the Covid-19 era (multiple choice):

70.28 per cent said they were more careful about life;

66.61 per cent said they had more time with their family;

63.28 per cent said they had more time at home;

51.32 per cent said they had more time to rest;

49.36 per cent said they could do activities with their family.

Asked about what increased during Covid-19 era (multiple choice):

75.17 per cent said their concern about health;

67.31 per cent said time to follow news related to Covid-19;

57.09 per cent said stress.

Asked about what had decreased in the Covid-19 era (multiple choice):

63.77 per cent said travel;

62.42 per cent said eating out;

44.51 per cent said income.

Asked about what caused uncertainty for the respondents’ family:

44.27 per cent said decreased income;

20.31 per cent said health;

11.11 per cent said occupation;

9.20 per cent said family quarrels;

7.64 per cent said children’s education.

การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) เชิงรุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647286

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 08:12 น.การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) เชิงรุกโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหาด้านอารมณ์คืออะไร

โลกเปลี่ยนแปลง ไม่เคยหยุดนิ่ง ปัญหาเข้ามาไม่เคยหยุดหย่อน ไม่เคยซ้ำเดิม หลายประเด็นอยู่นอกเหนือการควบคุมและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สร้างแรงกดดัน บางองค์กรรับมือไหว แต่บางแห่งไม่ ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก บางคนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ขาดความมั่นคง รู้สึกว่าตนเองนั้นด้อยประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ สู้คนอื่นไม่ได้ มีแต่ความบกพร่อง รู้สึกว่าตนเองนั้นผิดอยู่ตลอดเวลาและนำไปสู่ความเครียด หงุดหงิด วิตกกังวล อารมณ์เสียง่าย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด และแสดงออกทางอารมณ์อย่างก้าวร้าว รุนแรงเกินเหตุ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และทั้งหมดนี้ส่งผลให้ตนเองไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และเราพบว่า ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ล้วนสะท้อนมาจากภาวะความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) ต่ำ

และด้วยฐานะทางสังคม บุคคลที่มี EQ ต่ำ มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ชอบการสรรเสริญ เยินยอ บางคนมีความสมบูรณ์แบบสูง ทุกอยางต้องเป๊ะ เมื่อไม่ได้ตามคาด ก็หงุดหงิด ควบคุมตนเองยาก บางคนมักชอบคุยข่ม Look down คนอื่น แสดงตนเหนือกว่า เห็นแต่ความบกพร่องของคนอื่น เป็นพวกที่รอบรู้ไปทุกเรื่อง อยากแสดงความฉลาดให้คนอื่นเห็น เป็นพวกโง่ไม่เป็น แพ้ไม่ได้ บางคนหลงกับตำแหน่ง แสดงอำนาจ ชอบใช้อารมณ์ เพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องตนเอง ว่าไปแล้ว คนที่มี EQ ต่ำ มักเป็นคนอ่อนไหว ความอดทนต่ำ หุนหันพลันแล่น ควบคุมตนเองไม่ได้ บุคคลประเภทนี้ แม้มี IQ สูง แต่สุดท้ายก็ต้องตกม้าตาย ไปไม่ถึงฝั่ง ก้าวไม่ถึงฝัน อย่างน่าเสียดาย เพราะลำพังการพัฒนาความสามารถด้านการบริหารจัดการ (IQ) นั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องปรับสมดุลด้วยทักษะอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ความมั่นคงทางอารมณ์ หรือ EQ

ความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) คืออะไร

เราพบว่าภาวะดังกล่าวแสดงออกมาในรูปของความมั่นคงภายใน มีความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เข้มแข็ง บุคคลเหล่านี้จึงสามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้ในยามที่ยากลำบาก และระเบิดศักยภาพภายในออกมาได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อกลับมาเล่นเชิงรุกได้ บุคคลจึงสามารถยืนหยัดรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างไม่หวั่นไหว

แล้วเราจะสร้าง EQ ได้อย่างไร

เราตระหนักแล้วว่า ความมั่นคงทางอารมณ์เป็นทักษะที่สำคัญในสังคมยุคปัจจุบัน ประเด็นสำคัญคือ เราจะพัฒนาความเข้มแข็งภายในนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เราพบว่า รากของศักยภาพด้านอารมณ์นี้คือ การเห็นตนเองเชิงบวก มันคือกรอบความคิดที่เห็นตนเองมีคุณค่า และที่ว่าเห็นตนเองมีค่านั้นก็คือ การยอมรับอดีตตนเอง และให้อภัยในสิ่งที่ผ่านมาอย่างเข้าใจ มองอดีตที่ผ่านมาอย่างเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเติบโต มุมมองเชิงบวกที่มีต่อตนเองเช่นนี้นำไปสู่ความเข้มแข็งภายใน เกิดความมั่นคง สร้างความเชื่อมั่นบุคคลจึงสามารถปรับฟื้นคืนสภาพให้กลับมานำตนเองได้ เล่นเชิงรุกได้ องค์กรที่มีบุคลากรที่มีความเข้มแข็งเท่านั้นจึงจะสามารถองค์กรสู่ความมั่นคงยั่งยืนได้

และนอกจากจะเห็นคุณค่าตนเองแล้ว ที่สำคัญต้องเห็นคุณค่าคนอื่นด้วย การเห็นคุณค่าระหว่างกันนี้ ในอีกมุมมองหนึ่งก็คือ การเห็นคุณค่าในความแตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ บุคคลต้องปรับมุมมองเสียใหม่ มีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้อื่น เปิดใจกว้างรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง แต่เห็นความจริงว่า องค์กรคือระบบที่บุคลากรเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เพื่อระเบิดศักยภาพที่เหนือกว่าเมื่ออยู่เดี่ยวๆ อีกทั้งต้องสร้างทีมงานอย่างมีส่วนร่วมและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

คนที่มี EQ ดี จึงมีความหนักแน่น มั่นคง มีภูมิต้านทาน สามารถเผชิญกับแรงกดดัน รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรในภาวะที่ยากลำบากด้วยความอดทน ยืนหยัด นอกจากนี้ ยังมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี รู้จักสร้างและรักษาสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่นบนฐานที่เห็นคนเป็นมนุษย์ มนุษย์คือมีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย การเห็นคุณค่าตนเองและการเห็นคุณค่าในความแตกต่างนี้ จึงจะสามารถยกขีดความสามารถตนเองและศักยภาพทีมงานเพื่อสร้างทีมงานเข้มแข็ง สามารถนำตนเองเชิงรุก นำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ในภาวะที่โลกผันผวน การปรับตัวเพื่อยกระดับขีดความสามารถเพื่อความอยู่รอดคือหัวใจ การจะพลิกฟื้นคืนสภาพให้กลับมามีความเข้มแข็งได้จำเป็นต้องสร้างความมั่นคงจากภายใน ความมั่นคงดังกล่าวจะเป็นจริงได้ก็ด้วยการเข้าใจถึงความมีคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์หรือความเป็นตัวตนของทั้งตนเองและผู้อื่น

G-SHOCK เสิร์ฟความร้อนแรงกับนาฬิการะดับพรีเมี่ยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647245

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 11:36 น.G-SHOCK เสิร์ฟความร้อนแรงกับนาฬิการะดับพรีเมี่ยมครั้งแรก CASIO G-SHOCK จัดทัพนาฬิกาสุดพรีเมี่ยมมาโชว์ตัวอย่างยิ่งใหญ่ ชู 5 รุ่นสุดโดดเด่นทั้งเทคโนโลยีและงานดีไซน์ สนนราคาเรือนแสน!!

CASIO G-SHOCK แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ จัดทัพนาฬิกาสุดพรีเมี่ยม มาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก โดยมีนาฬิการุ่นไฮไลท์ที่มีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท อย่าง MR-G KACHI-IRO Series ซึ่งโดดเด่นด้วยวัสดุไทเทเนียม ผสานกับการผลิตจากช่างฝีมือผู้มาประสบการณ์  และการตกแต่งด้วยสีน้ำเงินกรมท่าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้สวยงามอย่างไร้ที่ติ

สำหรับสาย Luxurious Street Fashion เตรียมพบกับนาฬิการุ่นลิมิเต็ดล่าสุด G-SHOCK MT-G x SANKUANZ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ G-SHOCK ได้ดีไซน์ร่วมกับ SANKUANZ แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ หยิบเอาโมเดลระดับพรีเมี่ยมอย่าง MTG มาดีไซน์ให้เท่ ดุดัน ยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกาในกลุ่ม Premium line อื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง MTG-B2000, AWM500 และ  G-SHOCK GMW-B5000 Full Metal RED ซึ่งเป็นสีพิเศษก็มาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้เช่นกัน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมสัมผัสนาฬิการุ่นพิเศษเหล่านี้ได้ในงาน “โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์” (Robinson The Ultimate Watch Fair) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2564 ที่บูธจีช๊อค คาสิโอ้ ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ หรือ ติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook : Casio Watches Thailand

ข้อมูลนาฬิกาไฮไลท์ 5 รุ่น

MR-G KACHI-IRO SERIES

G-SHOCK ได้เปิดตัวผลงานใหม่จาก MR-G KACHI-IRO SERIES ประกอบด้วย 3 โมเดล ได้แก่ MRG-B2000B-1ADR (110,000 THB) รุ่นนี้ผลิตจากวัสดุไทเทเนียมล้วน มีการใช้ลวดลายอันเก่าแก่ของชาวญี่ปุ่นบนหน้าปัด ในขณะที่เส้นขอบด้านนอกของหน้าปัดจะมีรูปร่างคล้ายกับพัดหรือฉากกั้นแบบญี่ปุ่นให้รูปลักษณ์ที่น่าตื่นตา ผิวสัมผัสที่เว้าและเรียบเนียนของตำแหน่งบอกเวลาคล้ายกับส่วนโค้งของดาบซามูไรแต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินกรมท่าเข้ม (Kachi-Iro) หรือ สีแห่งชัยชนะของเหล่านักรบซามูไรที่มักถูกนำใช้แต่งแต้มบนชุดเกราะและหมวกนักรบซามูไรมาอย่างยาวนาน

ร่นุที่สองได้แก่ MRG-B2000R-1ADR (110,000 THB) นาฬิกาที่มาพร้อมกับสาย Durable Fluorine Rubber แฝงลวดลายกระดองเต่าบิฉะมง (Bishamon) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดเกราะของเทพเจ้าบิฉะมงเท็น(Bishamonten) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งตั้งแต่ยุคสมัยญี่ปุ่นโบราณ ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมที่ผ่านความร้อนจากกระบวนการรีคริสตัลไลซ์ เพื่อสร้างลวดลายคริสตัลอันโดดเด่นบนหน้าปัดซึ่งคล้ายกับลายน้ำ นิเอะบนตัวดาบญี่ปุ่น

และรุ่น MRG-B1000BA-1ADR (97,000 THB) ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบตัวเรือนขนาดกลาง มาพร้อมโครงสร้างที่ป้องกันการกระเทือนได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม ทั้งสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร ครบครันในด้านฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ การปรับเวลาที่ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ การแก้ไขเวลาโดยอัตโนมัติเมื่อผู้สวมใส่เข้าสู่พื้นที่เขตเวลาที่แตกต่างในระบบ World Time (สำหรับรุ่น MRG-B2000) แสดงเวลาได้มากถึง 27 โซนเวลาของโลก โหมดประหยัดพลังงานที่เปิดหรือปิดได้ตามต้องการ การปรับค่าเวลาในฤดูร้อนสามารถสลับการแสดงเวลาท้องถิ่นและเวลาบ้านได้อย่างง่ายดาย ผลงานทุกเรือนที่กล่าวมานี้ถือเป็นรุ่นสูงสุดจากซีรีส์ MR-G ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างสมบุกสมบันและยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความดุดันของกลิ่นอายนักรบซามูไรโบราณไปพร้อมกัน อีกทั้งระบบมัลติฟังก์ชันต่างๆ เปิดทางให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้รอบด้านและมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ใช้เป็นเครื่องบอกเวลาแห่งศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้

G-SHOCK MT-G x SANKUANZ (Limited Model) 42,000 THB

ครั้งแรก! ของการร่วมกันสรรค์สร้างเรือนเวลาระดับพรีเมี่ยมของ ‘SANKUANZ’ และ G-SHOCK ที่ผนวกนำ Model ‘MT-G’ มาอัพเดทสไตล์ให้เหนือระดับยิ่งขึ้นกับ Concept สุดเท่ห์ ‘Kill The Wall’ ซึ่งมีความหมายถึงการทลายกำแพงระหว่าง Street Fashion ที่เข้าถึงได้ง่าย และความหรูหราสไตล์ Luxury หลอมรวมเป็นดีไซน์ที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่โดนใจสาย Luxurious Street Fashion อย่างแน่นอน

ในแง่ของงานดีไซน์ SANKUANZ ได้นำสี Fluorescent Green ที่สื่อถึงความทันสมัยของสตรีทแฟชั่นมาสอดแทรกไว้บนกับตัวเรือนนาฬิกาสีดำที่แสดงถึงความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ G-SHOCK ไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมกับลวดลาย Concept ‘Kill The Wall’ บนข้อต่อของสายนาฬิกาและลายสลัก SANKUANZ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นพิเศษนี้โดยเฉพาะ 

ด้านฟังก์ชั่น นาฬิกา MTG-B2000SKZ-1ADR_LIMITED เรือนนี้มาพร้อมโครงสร้าง Dual Core Guard ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา ใส่สบายข้อมือ, โครงสร้าง Triple G Resist ทนต่อแรงตกกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือนได้ดี, ติดตั้งมอเตอร์ชนิด Dual coil ถึง 3 ชุดเพื่อให้เข็มต่างๆ ทำงานได้อย่างเที่ยงตรง และนอกจากความสามารถในการรับสัญญาณเทียบเวลาจากคลื่นวิทยุแล้ว นาฬิกายังสามารถปรับตั้งเวลาได้โดยอัตโนมัติเมื่อทำการจับคู่กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับนาฬิการุ่นนี้ และยังมีคุณสมบัติอันโดดเด่นอีกมายมายซึ่งรวมถึงระบบการปรับตั้งเวลาให้เป็นค่าของเขตเวลาปัจจุบันโดยอัตโนมัติเมื่อเดินทางข้ามเขตเวลาโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มสั่งการแต่อย่างใด

MT-G B2000 Series (36,000 – 39,000 THB)

MTG-B2000 นาฬิการุ่นใหม่เพิ่มความเหนือระดับด้วยโครงสร้าง Metal Core Guard ที่ใช้กับนาฬิกาซีรี่ส์ MT-G รุ่นที่ผ่านมาด้วยการใช้โครงสร้าง Dual Core Guard อันเป็นโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่นำวัสดุเรซินซึ่งถูกเสริมความแข็งแรงด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแกร่ง ตัวเรือนขนาดกลางและหน้าปัดดีไซน์ทรงเหลี่ยมอันเป็นที่นิยม น้ำหนักเบาที่สวมสบายข้อมือ นอกจากนี้นาฬิกา MTG-B2000 ยังมาพร้อมโครงสร้าง Triple G Resist ทนต่อแรงตกกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือนได้ดี นำมาซึ่งความแข็งแกร่งในระดับสูงสุด

ทั้งรุ่น MTG-B2000BD และ MTG-B2000D มาพร้อมกับสายนาฬิกาชนิดประกบชิ้นโลหะเข้ากับเรซินที่ออกแบบขึ้นใหม่โดยเพิ่มสัดส่วนของวัสดุเรซินให้มากขึ้น ซึ่งทำให้มีน้ำหนักเบากว่าสายที่ใช้กับรุ่นก่อนถึง 15% ส่วนรุ่น MTG-B2000B นั้น มาพร้อมกับสายเรซินที่สวมใส่ได้กระชับ และสบายข้อมือเป็นที่สุด โดยยังคงถ่ายทอดความประทับใจในดีไซน์อันโดดเด่นของนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์

AWM-500 The First Analog Full Metal Series (20,000 – 21,000 THB)

G-SHOCK (จี-ช็อค) พัฒนานาฬิการุ่น AW-500E ซึ่งเป็นรุ่นอนาล็อกดิจิตอลรุ่นแรกของ G-SHOCK ที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1989 มาผลิตขึ้นใหม่ เป็นรุ่น AWM-500 ที่มาพร้อมกับโครงสร้างโลหะ

ตัวเรือนทรงกลม ดูทันสมัย หน้าปัดดีไซน์แบบผสานการแสดงค่าด้วยเข็มอนาล็อกและจอแสดงผลดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนสำหรับต้านทานแรงกระแทกให้มากขึ้นด้วย มาพร้อมระบบควบคุมเวลาด้วยสัญญาณวิทยุ และระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โครงสร้างโลหะของนาฬิการุ่นนี้เป็นการแทรกวัสดุเรซินคุณภาพสูงไว้ระหว่างตัวเรือนโลหะและกรอบตัวเรือนเพื่อดูดซับแรงกระแทก และยังมีการตกแต่งพื้นผิวด้วยการขัดเงาทั้งแบบลายเส้นละเอียด แบบผิวขัดเงาดุจกระจกและรูปแบบอื่น ๆ อีกหลายลักษณะเพื่อเน้นความงดงามของผิวโลหะ

G-SHOCK GMW-B5000RD Full Metal Red Wine (23,000 THB)

นาฬิการุ่น GMW-B5000RD (Full Metal Red Wine)  ตัวเรือนรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ถือเป็นดีไซน์ดั้งเดิมแห่ง G-SHOCK รุ่นแรกสุด สายนาฬิกา ตัวเรือน และขอบตัวเรือนต่างทำจากสตีล ที่ดีไซน์ของรุ่นหน้าปัดสี่เหลี่ยมโลหะล้วน ตัวเรือนและสายสแตนเลสสตีลของรุ่น GMW-B5000RD (Full Metal Red Wine)  มีผิวสัมผัสที่ชุบเคลือบ (Ion Plating – IP) เป็นสีแดงซึ่งเป็นตัวแทนสีของแบรนด์ G-SHOCK ใช้ฝาหลังแบบขันสกรูพร้อมพื้นผิวเคลือบคาร์บอนคล้ายเพชร (DLC) เพื่อให้มีความทนทานต่อรอยขีดข่วนที่ยอดเยี่ยม บนหน้าปัดมีโซลาร์เซลล์แบบแผ่นฟิล์มและ STN-LCD เพื่อให้อ่านข้อมูลได้ชัดเจนทุกมุม

นาฬิกายังใช้โครงสร้างแบบใหม่ที่ทนต่อแรงกระแทกโดยใช้วัสดุเรซินคุณภาพสูง ผสานเข้ากับรอยต่อระหว่างตัวเรือนสตีลและขอบตัวเรือนเพื่อซับแรงกระแทก ในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน นาฬิการักษาความเที่ยงตรงทุกที่ต่างๆ ในมุมโลกด้วย Connected Engine ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นเชื่อมต่อเวลาเซิฟเวอร์กลางผ่านทางสมาร์ทโฟนและสัญญาณวิทยุเวลา แอพพลิเคชั่น G-SHOCK Connected สำหรับสมาร์ทโฟนเพิ่มความสามารถให้ผู้สวมใส่ค้นหาคู่มือแนะนำการใช้งานนาฬิกาได้สะดวกและง่ายต่อการตั้งค่าเช่นการตั้งเวลาโลกมาตรฐานและฟังก์ชั่นตั้งปลุกจากแอพพลิเคชั่นนี้

อย่าพลาดมาสัมผัสบรรยากาศ และนาฬิกาสุดลิมิเต็ดต่างๆได้ที่งาน “โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์” (Robinson The Ultimate Watch Fair) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม–6 เมษายน 2564 ที่บูธจีช๊อค คาสิโอ้ ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ หรือ ติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook : Casio Watches Thailand

#GSHOCKTH

#GSHOCKPREVIEW

#CASIOCMG

Virtual Coffee Workshop ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนิวนอร์มัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/646970

วันที่ 04 มี.ค. 2564 เวลา 09:01 น.Virtual Coffee Workshop ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนิวนอร์มัลฉีกรูปแบบการทำเวิร์คช็อปแบบเดิมๆ เนสเพรสโซจัด “Virtual Coffee Workshop” สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนิวนอร์มัล

ครั้งแรกกับการทำเวิร์คช็อปรูปแบบใหม่ Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฉีกรูปแบบการทำเวิร์คช็อปแบบเดิมๆ จัด “Virtual Coffee Workshop” นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกับระบบไลฟ์สตรีมมิ่งที่ทำให้เข้าถึงผู้คนได้ทั่วทุกมุมโลกตอบรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และขยายฐานลูกค้าออนไลน์ในวงกว้างมากขึ้น พร้อมได้ Nespresso Coffee Ambassador มาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการชงกาแฟเมนูต่างๆ ด้วยเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด CREATISTA PRO ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จ พร้อมเล็งสานต่อโปรเจ็กต์ในไตรมาสต่อไป

ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ เนสเพรสโซ ประเทศไทย เผยว่า “เนสเพรสโซ ในฐานะแบรนด์ผู้นำกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล เรามุ่งมั่นในการนำเสนอกาแฟที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพให้แก่ลูกค้ามาโดยตลอด พร้อมตั้งใจมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคนิวนอร์มัลที่พฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านกันมากขึ้น เราจึงจัดเวิร์คช็อปแบบเวอร์ชวลขึ้นมาด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และโซเชียลมีเดียมาเป็นสื่อกลาง โดยกิจกรรมนี้ได้สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้ามากขึ้นผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการรังสรรค์กาแฟแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ได้รู้จักกับเนสเพรสโซมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ กลยุทธ์ของแบรนด์ในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และยังเพิ่มการมีส่วนร่วมให้ลูกค้าเดิมอีกด้วย”

ในเวิร์คช็อปครั้งนี้ บอย-สาธิต กลิ่นสาโรจน์ เนสเพรสโซ คอฟฟี่ แอมบาสเดอร์ คนแรกของประเทศไทยได้แชร์สูตรการครีเอทเมนูกาแฟ 2 เมนูที่ใครก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ อย่าง Café Latte Chocolate Cookie และ Shanghai Citrus Chiller ด้วยเครื่อง CREATISTA PRO เครื่องชงกาแฟนวัตกรรมใหม่ด้วยการทำงานระบบสัมผัสและหน้าจอสี ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีระบบทำความร้อนที่พร้อมใช้งานภายใน 3 วินาที ทำให้สามารถรังสรรค์กาแฟในเวลาที่รวดเร็วและดื่มด่ำกับเมนูกาแฟที่หลากหลายถึง 9 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ริสเทรตโต้, เอสเพรสโซ, ลุงโก, อเมริกาโน, ฟองนมร้อน, คาปูชิโน, แฟลตไวท์, ลาเต้มัคคิเอโต้ และลาเต้ ได้เองง่ายๆ ที่บ้าน นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีระบบก้านปั่นฟองนมอัตโนมัติ (Automatic Steam Wand) โดดเด่นด้วยการตีฟองนมที่จะมอบฟองนมนุ่มฟูเนื้อเนียนละเอียด จึงนับเป็นเครื่องชงกาแฟสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำลาเต้อาร์ตโดยเฉพาะ

งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเห็นได้จากมีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์คนดังที่เป็นทั้งคอกาแฟและแฟนของเนสเพรสโซ อาทิ จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์, ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์, เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ และเจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ เป็นต้น ที่เข้ามาร่วมชมและสนุกไปกับเวิร์คช็อปออนไลน์ครั้งแรกของเนสเพรสโซอีกด้วย ติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของเนสเพรสโซได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand , Instagram: @Nespresso.th #NespressoTH, Line: @NespressoTH