3 ลุคเจ้าสาวออร่าจับรับวาเลนไทน์ปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643738

วันที่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 09:50 น.3 ลุคเจ้าสาวออร่าจับรับวาเลนไทน์ปี 2021“วนัช กูตูร์” เผยโฉมผลงานคอลเลคชั่นล่าสุดที่ได้นางเอกสาวซูเปอร์โมเดล “แพนเค้ก เขมนิจ” โชว์ความสวยออร่าจับรับวาเลนไทน์ เฉิดฉายในลุคเจ้าสาวปี 2021

ออร่าเจ้าสาวพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับนางเอกสาวซูเปอร์โมเดลคนนี้ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ หลังจาก โชว์ภาพสวีทหวานครบรอบ 9 ปี ที่รักกันกับหวานใจหนุ่มในเครื่องแบบ สารวัตรหมี-พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ ไปแล้วหมาดๆ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็มีเสียงเรียกร้องจากเหล่าบรรดาแฟนคลับที่ติดตามลุ้นให้ทั้งคู่ลงเอยกันซักที เพราะอยากเห็นสาวแพนเค้กในชุดเจ้าสาวแล้ว วันนี้ ห้องเสื้อวนัช กูตูร์ เลยอยากเอาใจแฟนๆ นำผลงานคอลเลคชัjนล่าสุด มาถ่ายทอดลงบนนิตยสารเวดดิ้งชื่อดัง เวดดิ้งครีเอชั่น แอนด์ ฮันนีมูน โดยดึงตัวสาวแพนเค้กมาเป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสารให้ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีให้ชมทั้งหมด 3 ลุค ออกแบบโดยดีไซเนอร์หนุ่มมากความสามารถ สรรค์ สุดเกตุ เจ้าของห้องเสื้อ อีกเช่นเคย แต่ละชุดมีความพิเศษอย่างไรบ้างนั้นมาติดตามกันเลย

ลุคแรก เป็นชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์ เน้นงานผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด ช่วงบนเพิ่มความเซ็กซี่ด้วยผ้าซีทรูแขนยาวเข้ารูป เพิ่มความสวยงามด้วยงานปักลวดลายแนววินเทจไล่มิติลงมา เติมความหรูหราให้ชุดดูโดเด่นด้วยกระโปรงทรงบอลกาวน์รัดรูปโชว์ช่วงเอวที่เล็กคอดสวยงาม เป็นลุคที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันที่จะได้สวมใส่ เพราะให้อารมณ์ความรู้สึกแบบเจ้าหญิงผู้เลอโฉมในจินตนาการ ดูงามสง่าสมมงสุดๆ สำหรับชุดนี้ จุดเด่นคือช่วยอำพรางรูปร่างได้ดี ช่วยเสริมให้เจ้าสาวมีบอดี้เชฟมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้หญิงที่กังวลในรูปร่างได้มากเลยทีเดียว\

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์ที่ดูโมเดิร์น ลุคที่ 2 นี้บอกเลยว่าสวยเอาอยู่และดูมีรสนิยมสุดๆ ด้วยรูปแบบที่ไม่เน้นความอลังการมากนักแต่ให้อารมย์แบบสาวทันสมัย ชุดด้านบนเป็นงาน เกาะอกปักลูกไม้ มิกซ์แอนด์แมทช์ด้วยถุงมือยาวซีทรูซึ่งปักลูกไม้ด้วยเช่นกัน ความเก๋อยู่ที่ดีเทลของ ตัวกระโปรงทรงบอลกาวน์ที่แต่งเกล็ดระบายเล่นเลเยอร์ ช่วยให้ชุดดูพริ้วไหวไปตามจังหวะการเดินของผู้สวมใส่ ใครอยากดูมีเสน่ห์และมีสไตล์แบบนี้บอกเลยว่าห้ามพลาดลุคนี้เด็ดขาด

ปิดท้ายด้วยชุดแต่งงานที่ดูมีคลาสสุดๆ ปรับลุคให้เจ้าสาวดูเซ็กซี่แบบมีระดับ เพิ่มความหรูหราด้วย งานปักที่เล่นลวดลายไปตามทรงของชุดที่ตัดเย็บเข้ารูปได้อย่างสวยงาม ความเก๋ของชุดนี้อยู่ที่ดีเทลของกระโปรงระบายอีกเช่นกันที่เสริมลุคให้ชุดดูมีสไตล์มากขึ้น เป็นการผสมผสานของความเรียบโก้แต่ดู เซ็กซี่เบาๆและมีความโมเดิร์นอยู่ในชุดเดียวกัน ด้วยชุดที่ถูกออกแบบให้ดูน่าหลงใหลจึงเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่เหล่าคนดังเลือกใช้ในวันสำคัญของตัวเอง สาวๆคนไหนที่ชื่นชอบชุดที่ดูเรียบโก้และหรูหราแบบนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่า

สำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าชอบลุคแบบไหน เข้าไปค้นหาอินสไปเรชั่นและขอคำแนะนำกันได้ที่ห้องเสื้อวนัช กูตูร์ ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ พิกัดปากซอยลาดพร้าว 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร 020024895, 020024896, 0959481137 Line: @ vanuscouture

How To วิธีแก้ปวดเมื่อยเมื่อต้องนั่งนาน..โดยนักกายภาพบำบัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643735

วันที่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 09:25 น.How To วิธีแก้ปวดเมื่อยเมื่อต้องนั่งนาน..โดยนักกายภาพบำบัดนักกายภาพบำบัด เผยเคล็ดลับคนทำงาน หากนั่งนานจนมีอาการปวดเมื่อยแล้วจะแก้ไขยังไง?

อาการ “ปวด” ถือเป็นสิ่งดีในทางธรรมชาติบำบัด เพราะเป็นเสมือนระฆังที่ส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่าร่างกายเรานั้นกำลังมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดเมื่อยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปวดคอ ปวดหัว ปวดไหล่ ปวดขึ้นไปกะโหลกศีรษะ ปวดเข้ากระบอกตา ปวดบ่า ปวดสะบัก ปวดหลัง ปวดเอว ปวดก้น ปวดขา ปวดเข่า หรือปวดไปจนถึงข้อเท้า ฝ่าเท้า หรือที่เรียกรองช้ำ ว่ามีสาเหตุมาจาก 2 ประการคือ

  • 10 % ของอาการปวดมาจากโรค เช่น มะเร็ง โรคไต โรคนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น อาการปวดที่เกิดจากโรค ส่วนใหญ่มักไม่มีสาเหตุที่ทำให้ความปวดชัดเจน คิดจะปวดเมื่อไหร่ก็ปวด เช่น มักปวดในเวลากลางคืน จนทำให้ตื่น หรือแม้นั่งพักเฉยๆ ก็ปวด
  • อีก 90 % มาจากความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย อาการปวดเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่ผิดปกติ จะมีกลไกบ่งบอกอาการปวดที่ชัดเจน เช่น นั่งก้มทำงานนานไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ก็จะรู้สึกปวด หากได้นอนพัก ก็จะหาย…. อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลของโครงสร้างร่างกายอย่างชัดเจน

อาการปวดเมื่อยจากการนั่งนานๆ ก็เป็นอีกหนึ่งอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการดังนี้

  • ขยับตัวบ่อยๆ …นั่งนิ่งๆ ให้น้อยที่สุด เคลื่อนไหวให้มาก ..ลุกเดินได้ให้เดิน บิดตัวได้ให้บิด เหยียดแขนได้ให้เหยียด ไม่ให้กล้ามเนื้อต้องเกร็งอยู่ท่าเดิมนานๆ เพราะจะทำให้เลือดไม่ไหลเวียน ของเสียคั่ง กลายเป็นอาการปวด
  • นั่งหลังตรง ไหล่ไม่ห่อ คอไม่ยื่น ฝืน…เปิดไหล่-ดึงสะบักผลักไปด้านหลังตลอดเวลา (ที่นึกได้)
  • เลื่อนตัวเข้าใกล้คีย์บอร์ด หรือโต๊ะเขียนงาน เพื่อป้องกันการก้มคอ ห่อไหล่ หลังโก่ง
  • ไม่นั่งไขว่ห้าง หรือกางขามากจนเกินงาม
  • นั่งลงน้ำหนักตรงกลางก้นสองข้างให้เท่ากัน ป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังคด
  • ไม่ตั้งแก้วน้ำที่โต๊ะทำงาน ป้องกันการนั่งแช่ และจะได้ขยับเคลื่อนไหวร่างกาย ไปกินน้ำได้บ่อยๆ ถือเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ
  • เดินเข้าห้องน้ำ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เดินเปิดไหล่หมุนแขน ออกแรงประสานมือเหยียดไปด้านหลัง และยืดอก ยกและยืดตัวหายใจเข้าลึกๆ…หายใจออกยาวๆ…

ท่าเหล่านี้ ไม่ยาก แต่ไม่ง่ายถ้าไม่คิดจะทำ ป้องกันอาการปวดเมื่อยได้จริง ซึ่งมีงานวิจัยหลายฉบับยืนยันแล้วว่า เก้าอี้ที่นั่ง โต๊ะที่ทำงานที่เซ็ตไว้จะถูกต้องตามหลักมากแค่ไหน หากไม่ยอมขยับตัวลุก ไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ก็ทำให้เป็นสาเหตุของอาการปวดเมื่อยได้มากเหมือนเดิม รู้แบบนี้แล้ว รีบลุกขึ้นขยับตัว บิดขี้เกียจ ชั่วโมงละครั้ง แค่นี้ชีวิตจะไม่มีคำว่าปวดเมื่อยมากวนใจบ่อบๆ แล้วล่ะ

ภาพ : Freepik / คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

แต่งตัวสีสันสดใสรับตรุษจีนปีฉลู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643639

วันที่ 26 ม.ค. 2564 เวลา 08:50 น.แต่งตัวสีสันสดใสรับตรุษจีนปีฉลูยูนิโคล่ ชวนแต่งตัวรับปีฉลูกับเสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส เริ่มต้นปีกับสิ่งใหม่ๆ เพื่อทุกความมั่นใจรับตรุษจีน พร้อมเสริมความเป็นสิริมงคลในชีวิต

ตรุษจีนทั้งทีคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเริ่มต้นปีกับสิ่งใหม่ๆ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในชีวิต ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น เข้าใจเป็นอย่างดีว่าหลายๆ คนกำลังเริ่มมองหาเสื้อผ้าชุดใหม่สีสันสดใสสำหรับใส่ต้อนรับปีใหม่จีนหรือมอบเป็นของขวัญให้กับสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้ชีวิตราบรื่นตลอดทั้งปี จึงขอส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองผ่านไอเทมมากมายตอบโจทย์ทุกความต้องการ ในราคาที่เข้าถึงได้ กับแคมเปญรับตรุษจีน “เพิ่มสีสันในปีใหม่ เพิ่มความมั่นใจตลอดปี” ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาหรือผ่านทางออนไลน์สโตร์

สำหรับผู้ที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่อะไรดี ยูนิโคล่ขอแนะนำไอเทมเสื้อผ้าหลากสีสัน ที่จะช่วยให้คุณได้ หยิบมาใส่สร้างความมั่นใจในแต่ละโอกาสช่วงตรุษจีน พร้อมเติมความสดใสตลอดปี 

เตรียมความพร้อมในวันจ่ายแบบคล่องตัวกว่าเดิม

ออกไปจับจ่ายข้าวของเครื่องใช้เตรียมตัวสำหรับการฉลองปีใหม่จีนอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น แนะนำให้จับคู่เสื้อผ้าสีเหลืองสดใสเพื่อเพิ่มความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน หรือเลือกใส่สีฟ้าเพื่อความสบายตา สบายใจ โดยคุณผู้หญิงอาจเลือกเสื้อเชิ้ตผ้าพรีเมียมลินินแขนสามส่วนจากยูนิโคล่ ที่ให้สัมผัสนุ่ม เย็นสบายและสดชื่นเมื่อสวมใส่ และยีนส์เอวสูงทรงรัดรูปขาห้าส่วน ที่โดดเด่นด้วยคุณภาพคืนรูปได้ดี ไม่คับแน่นจนเกินไป คุณผู้ชายอาจหยิบ เสื้อคอกลมผ้าซูพีมาคอตตอน มาใส่ สวมทับด้วยเสื้อโปโลแอรึซึ่มแขนสั้น ที่มอบความเย็นสบายด้วยฟังก์ชั่นแอรึซึ่ม จับคู่กับกางเกงยีนส์ทรงตรงที่ดีไซน์ออกมาให้พร้อมลุย เหมาะสำหรับพับขากางเกงและสวมใส่ได้ง่าย เพียงเท่านี้ วันจ่ายที่เช็คลิสต์อัดแน่นตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็จะสนุกสนานเพิ่มขึ้นและคล่องตัวกว่าเคย 

ทั้งสุภาพและสวมใส่สบายกับเสื้อผ้าตัวโปรด เหมาะสำหรับวันที่ต้องการลุคแบบกึ่งทางการ

ชาวไทยเชื้อสายจีนน่าจะต้องคุ้นเคยกับพิธีไหว้เจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตที่มีตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเวลากลางคืนของ วันสิ้นปี ดังนั้นเสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับสวมใส่ในวันไหว้นี้จึงขอแนะนำให้เป็นชุดที่สวมใส่สบายแต่ยังคงให้ลุคที่สุภาพ เหมาะทั้งสำหรับใส่เข้าวัดขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจะเก็บไว้ใส่ในโอกาสที่ต้องการความเป็นทางการอื่นๆ ก็ยังได้ คุณผู้หญิงสามารถเลือกสวมสายเดี่ยวแอริซึ่มเสริมบรา เป็นเสื้อตัวในสไตล์บางเบา แห้งเร็วและนุ่มสบาย เหมาะสำหรับอากาศร้อนในเมืองไทย คลุมทับด้วยแจ็คเก็ตผ้าเจอร์ซี่ น้ำหนักเบา เพื่อเสริมลุคให้สุภาพยิ่งขึ้น จับคู่กับกระโปรงผ้าซาติน ที่มาในทรงแคบพอประมาณ และขอบยางยืดด้านหลังเพื่อความสวมใส่สบายและคล่องตัว คุณผู้ชายอาจเลือกใส่เสื้อโปโลแขนสั้นที่ให้ภาพลักษณ์แบบกึ่งทางการ แต่ก็ไม่ได้ดูอึดอัดจนเกินไป คู่กับกางเกงอัลตร้าไลท์ (ULTRA LIGHT PANTS) น้ำหนักเบาสบาย ทรงเข้ารูป สวมใส่ได้ทุกโอกาส ขอบเอวยืดยังช่วยให้สวมใส่สบาย แม้ต้องก้มตัวหรือเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ 

ปีใหม่ทั้งที เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส พร้อมเติมความสนุกตลอดปีต้องมา

ในช่วงปีใหม่หรือวันเที่ยวของตรุษจีน ใครๆ ต่างก็ต้องหาเสื้อผ้าสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลและเจริญรุ่งเรือง มาใส่ต้อนรับต้นปีอันสดใสกันอย่างเต็มที่ พร้อมพากันออกไปท่องเที่ยวและไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ส่วนใครอยากจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สีสันอื่นๆ ก็ย่อมได้ ยูนิโคล่มีเสื้อผ้าหลากสีสันให้เลือกใส่ไปฉลองวันแห่งสิริมงคลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแอริซึ่มคอกลมทรงหลวม มาในสีแดง ผลิตจากผ้าคอตตอนคุณภาพสูง ที่สามารถนำมาแมตช์กับ กางเกงยีนส์ EZY ผ้าเดนิมสีน้ำเงินที่ตัดกันอย่างลงตัว หรือจะเลือกใส่สเวตเตอร์ผ้าถัก 3D แขนสามส่วน ที่มีสีต่างๆ ให้เลือกมากมายตามความชอบ ใส่กับกางเกงขาสั้นสมาร์ทที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในวันหยุดสุดหรรษา กับดีไซน์เอวสูงที่ช่วยเน้นช่วงขาให้ดูเรียวยาว แมตช์กับไอเทมอื่นๆ ในตู้เสื้อผ้าได้ง่ายสุดๆ ปิดท้ายด้วยหมวกกันแดดดีไซน์เก๋อีกสักใบก็พร้อมลุยได้ทุกกิจกรรม

10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643550

วันที่ 25 ม.ค. 2564 เวลา 07:55 น.10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพKing’s Bangkok แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ย้ำชัด COVID-19 ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ หรือทำให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่ควรจะได้เรียนรู้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น

เมื่อสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ทุกคนต้องปรับตัว โดยเฉพาะเด็กๆ ในวัยเรียนรู้ที่กำลังศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ จากที่เคยไปโรงเรียนก็ต้องปรับตัวด้วยการเรียนรู้แบบ Learning From Home เพื่อไม่ให้การศึกษาสะดุดหยุดลง จากเรื่องข้างต้น โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ (King’s College International School Bangkok) เผยแนวทางและผลตอบรับที่ดีจากการเรียนรู้แบบ Learning From Home ที่เน้นย้ำแนวคิด ‘Inquisitive Mind คือการมีจิตใจใฝ่รู้ตลอดเวลา’ ให้การเรียนรู้ของเด็กจะไม่หยุดในช่วงโควิด-19 ถึงแม้โรงเรียนจะปิดตามประกาศภาครัฐ ด้วยองค์ประกอบสำคัญ คือ คุณภาพของครูทุกคนที่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่ที่มีเป้าหมายในการทำให้ลูกศิษย์มีการเรียนรู้และพัฒนาการต่อเนื่องอย่างมีความสุขที่สุด ร่วมกับการเอาใจใส่เข้าอกเข้าใจข้อกังวลต่างๆ ของผู้ปกครอง ผสานกับการนำเอาองค์ความรู้ในการใช้ World-class Online Learning Platform ที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในมาตรฐานเดียวกันที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติมาแล้ว โดยผลตอบรับดีเกินคาด โดยทั้งผู้ปกครอง ครู และนักเรียนรู้สึกมีความสุขกับการเรียนออนไลน์ พร้อมทั้งมุ่งมั่นต่อยอดความสำเร็จของการเปิดการเรียนการสอน โดย 99.4% ของผู้ปกครองให้คะแนนคุณภาพการเรียนการสอนที่คิงส์คอลเลจกรุงเทพอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม และทั้ง 100% ตอบว่าเห็นพัฒนาการของลูกและสัมผัสได้ถึงความสุขที่ลูกมาโรงเรียน

10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จาก King’s Bangkok

1. เปิดใจรับฟัง เข้าใจปัญหา มีความยืดหยุ่น เนื่องด้วยแต่ละครอบครัวมีเงื่อนไขและความต้องการไม่เหมือนกัน โรงเรียนจึงต้องเปิดใจรับฟังและตั้งคำถามถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของการเรียนรู้ของเด็กและความต้องการของพ่อแม่ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถสร้างระบบการเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงสุด

2. กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องโดยยังรักษาความสุขของทุกคนในครอบครัว สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ปกติ โรงเรียนจึงควรกำหนดรายละเอียดในการสอนออนไลน์โดยมุ่งเน้นทั้งการพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องและให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขไปพร้อมๆ กัน โดยหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียดทั้งต่อเด็กและผู้ปกครอง

3. Sharing คือสิ่งสำคัญ เน้นการ Sharing องค์ความรู้และประสบการณ์จากบุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง

4. ทลายข้อจำกัดในทุกๆ ด้าน โรงเรียนควรพยายามทำความเข้าใจในข้อจำกัดต่างๆ อาทิ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการเรียน และลดความยุ่งยากในการจัดหาของผู้ปกครอง ทั้งในเรื่องอุปกรณ์ IT การสอนวิธีการใช้งาน และการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนสำหรับเด็กๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุด และเป็นการลดภาระของผู้ปกครอง

5. การสอนสดมากที่สุดแม้จะต้องทำงานหนักมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการให้เด็กเป็นศูนย์กลางทั้งหมดของการออกแบบการเรียนรู้ และเด็กๆ จะใส่ใจพร้อมเรียนรู้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อได้รับการอธิบายจากครูเป็นกลุ่มเล็กๆ ดังนั้น โรงเรียนจึงควรแบ่งห้องเรียนใหญ่เป็นห้องย่อย เพื่อให้สามารถสอนสดและสามารถสร้างความมีส่วนร่วมไปจนถึงรู้ได้ถึงพัฒนาการนักเรียนของเขาได้อย่างใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่น ที่ King’s Bangkok คุณครูจะต้องทำงานหนักมากเนื่องจากต้องสอนในบทเรียนเดิมๆ ถึง 3-4 รอบ และยังจะต้องตรวจการบ้านทุกคนภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะได้รับการดูแลที่สามารถพัฒนาพวกเขาได้จริงๆ

6. สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ การทำให้เด็กๆ รู้สึกเหมือนตอนอยู่โรงเรียนจะช่วยให้กระตือรือร้นในการเรียนรู้ ยกตัวอย่างที่ King’s Bangkok ให้เวลาในช่วงการเข้าเรียนและเวลาเลิกเรียน เป็นเวลาที่ทำให้เด็กๆ ได้มาเจอครู เจอเพื่อน และมีปฏิสัมพันธ์เฉกเช่นเดียวกับเวลาที่มาโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีการให้เด็กๆ ลุกมาแต่งตัวตอนเช้า และในช่วงต่างๆ ก็จะมีครูใหญ่แวะเวียนมาทักทายในแต่ละชั้นเรียนออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายกับเมื่อเด็กๆ ได้มาโรงเรียน

7. เน้นสร้างความสมดุล เพื่อช่วยลดผลกระทบของการอยู่หน้าจอที่นานเกินไป และตระหนักถึงภาวะกดดันที่อาจจะเกิดจากความเปลี่ยนแปลงต่อเด็กๆ ดังนั้น คุณครูจึงจำกัดระยะเวลาในการเรียนให้เป็นไปตามวัยที่สมควร และให้มีช่วงเวลาที่นักเรียนได้หยุดจากจอเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อนกลับมาเรียนต่อในชั้นเรียนออนไลน์ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะไม่ต้องรับความกดดันจนเกินไป

8. การอยู่หน้าจอต้องท้าทายและแปลกใหม่ เด็กๆ อาจจะมีความเบื่อหน่ายกับสิ่งต่างๆ ดังนั้น เมื่อต้องให้พวกเขาเรียนรู้ผ่านหน้าจอ คุณครูของเราจึงต้องทุ่มเทและคิดค้นวิธีการเรียนที่น่าสนใจมากขึ้นไปทุกวัน ตัวอย่างเช่น แผนกกีฬาที่ผลิตสื่อวีดีโอใหม่ในทุกวัน แม้การพัฒนาร่างกายส่วนต่างๆจะมีมาตรฐานที่ถูกกำหนดมาแล้ว แต่ก็เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกในการติดตามชมและออกกำลังกาย นอกจากนี้ โรงเรียนยังต้องการสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในเด็กๆ จึงมีการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งกิจกรรมระหว่าง House เป็นต้น

9. รักษาสภาพจิตใจทั้งครูและนักเรียน ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนย่อมต้องการกำลังใจ ดังนั้น เราจึงหมั่นให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะคุณครูเองที่ต้องทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่าตัว โรงเรียนจึงจัดสวัสดิการและกิจกรรมต่างๆ ให้คุณครูและนักเรียนได้ร่วมสนุกและผ่อนคลายไปด้วยกัน ซึ่งเมื่อคุณครูมีความสุขแล้ว ก็จะส่งผลให้สิ่งที่ถ่ายทอดไปยังนักเรียนเป็นไปได้ด้วยดี

10. เน้นการประเมินผลและสื่อสาร โรงเรียนจัดให้มีทั้งแบบสอบถามออนไลน์ มีการประเมินผลความพึงพอใจ รวมถึงเปิดช่องทางต่างๆ เพื่อการเรียนรู้และนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพ พร้อมทั้งสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สาคร สุขศรีวงศ์ ประธานบริหารโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กล่าวว่า “King’s Bangkok มีการทำงานใกล้ชิดกับ King’s Wimbledon โรงเรียนแม่มาโดยตลอด และครั้งนี้เราโชคดีที่ยังได้ทำงานใกล้ชิดกับแคมปัสอีกสองแห่งในจีนเพื่อแชร์องค์ความรู้ในการใช้ World-class Online Learning Platform ที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในมาตรฐานเดียวกันที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติมาแล้ว อย่างไรก็ตาม การจะทำการเรียนออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้น นอกจากจะต้องมีเป้าหมายและองค์ความรู้ที่ดีแล้ว King’s Bangkok ยังมีครูคุณภาพสูงที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ทั้งนี้ โรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้คิงส์คอลเลจกรุงเทพเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดในเอเชีย และร่วมแบ่งปันความรู้พร้อมประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนแก่สังคมเพื่อยกระดับการศึกษาไทย”

“การจัดการเรียนออนไลน์ในครั้งนี้ ครูของเราทุกคนวัดความสำเร็จและมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ความสุขและสนุกของทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ทั้งสามฝ่ายจะต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนมากคือ ต้องการให้นักเรียนของเรามี Inquisitive Mind คือการมีจิตใจใฝ่รู้ตลอดเวลา ดังนั้นพัฒนาการของพวกเขาต้องไม่สะดุด เราไม่ต้องการให้ COVID-19 มาเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ หรือทำให้พวกเขาเรียนรู้สิ่งที่ควรจะได้เรียนรู้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สาคร กล่าว

มร.ธอมัส บานยาร์ด ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กล่าวว่า “การจัด Online Learning ครั้งนี้ ตั้งอยู่บนกระบวนการทำความเข้าใจไม่เพียงเด็กแต่ยังรวมถึงพ่อแม่ด้วย โดยพยายามอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวมากที่สุด อาทิ การจัดหาอุปกรณ์ ICT ที่จำเป็นและวัสดุอุปกรณ์อื่นเพื่อลดภาระของผู้ปกครอง เรามีความเข้าอกเข้าใจถึงข้อกังวลต่างๆ ของผู้ปกครอง บางครอบครัวมีลูกหลายคน และหากจะต้องดูแลลูกทุกคนในการเรียนออนไลน์ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น เราจึงตัดสินใจช่วยกันลดภาระผู้ปกครองในระดับชั้นที่เราเชื่อว่า คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดสรรเวลาในการส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ก่อนกลับมาเรียนให้พัฒนาการของเด็กไม่สะดุด ทางโรงเรียนจึงได้ตัดสินใจให้นักเรียนชั้น Pre-nursery และ Nursery สามารถขอหยุดเรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าเทอมในช่วงที่หยุดไป ส่วนในกลุ่มที่เรียนออนไลน์นั้น เรามุ่งมั่นที่จะต่อยอดการเรียนการสอนที่เราได้ปูพื้นฐานไว้อย่างดี ซึ่งทั้งทีมคุณครูตลอดจนผู้บริหารและพนักงานของเรา มีเป้าหมายเดียวกันในการทำให้เด็กๆ ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งอย่างมีความสุข ตามปรัชญา ‘A Great Heart Takes You Further’ ตามวิถีของ King’s Bangkok ทั้งนี้ ขอชื่นชมบุคลากรครูของเราที่มีคุณภาพในมาตรฐานระดับโลก ที่มีความมุ่งมั่นเพื่อลูกศิษย์ และพ่อแม่ทุกท่านที่ทุ่มเทเต็มร้อยและตอบรับสนับสนุนทุกความตั้งใจของเรา จึงทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่ว่าจะสอนที่โรงเรียนหรือสอนออนไลน์ที่บ้านสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ”

มิสเฮเลน เซิร์ล หัวหน้าครูระดับ Pre-prep โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กล่าวว่า “ถึงจะจัดการเรียนออนไลน์ แต่เป้าหมายของเรายังเหมือนเดิมคือยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เด็กๆ ยังคงได้รับความใส่ใจเช่นเดียวกับเวลาที่พวกเขามาโรงเรียน โดยหลังจากเริ่มเรียนออนไลน์ เราได้รับคำชมจากผู้ปกครองที่มีความพึงพอใจ และตัวเด็กๆ เองก็รู้สึกสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมให้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จ คือการทำความเข้าใจถึงโอกาสและความท้าทายอย่างชัดเจน การเสียสละของครูและความทุ่มเทของโรงเรียนที่ผนวกกับความตั้งใจของพ่อแม่ การสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องและสื่อสารกับทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งพัฒนาการของเด็กและความสุขของครอบครัว”

ทักษะอนาคตเพื่อพลิกโฉมองค์กรภาครัฐเชิงรุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643548

วันที่ 25 ม.ค. 2564 เวลา 07:25 น.ทักษะอนาคตเพื่อพลิกโฉมองค์กรภาครัฐเชิงรุกโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกผันผวน ไม่แน่นอน ส่งผลกระทบในทุกด้าน และเราต่างตระหนักดีว่า การปรับตัวเป็นหลักการพื้นฐานสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะองค์กรภาครัฐ เพราะมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อทิศทางการพัฒนาประเทศและความมั่นคงโดยรวม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เพราะหน่วยงานรัฐสามารถสร้างผลกระทบสูงด้วยภาคบังคับ อีกทั้ง โลกเปลี่ยนเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ความจริงแรงงานมิได้ขาดแคลน แต่ที่ขาดคือแรงงานที่มีคุณภาพ มีศักยภาพต่างหาก อีกทั้งเทคโนโลยีก้าวล้ำสมัย เอไอ หุ่นยนต์กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานคน องค์กรภาครัฐจึงต้องพัฒนาและเปลี่ยนตนเองอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อความยั่งยืนของประเทศ

เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลง มันมีคำถามพื้นฐานที่สำคัญคือ

  1. เปลี่ยนเพื่ออะไร
  2. เปลี่ยนที่ใคร
  3. เปลี่ยนอะไรและเปลี่ยนอย่างไร

เมื่อถามว่าหน่วยงานรัฐเปลี่ยนไปเพื่ออะไร เพราะเป็นที่ประจักษ์ว่า เป้าหมายสุงสุดขององค์กรภาครัฐคือ การสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับประเทศชาติ และความยั่งยืนจะเป็นจริงได้ องค์กรต้องสามารถตอบสนอต่อความต้องการของประชาชน นั่นคือ ความอยู่ดีมีสุขและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง มีงานทำ สุขภาพอนามัย ปราศจากโรคภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีสิ่งอำนายความสะดวกพอประมาณ หากหน่วยงานรัฐสามารถทำได้ นั่นย่อมสะท้อนถึงคุณค่าขององค์กร องค์กรมีคุณค่าจึงสามารถตั้งอยู่ได้ และหากทำได้เรื่อยๆ องค์กรภาครัฐก็มั่นคง ชาติก็ยั่งยืน ประชาชนเป็นสุข

เมื่อถามว่าเปลี่ยนที่ใคร ใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ความมั่นคงยั่งยืนจะเป็นจริงได้ องค์กรภาครัฐต้องปรับตัว การปรับตัวดังกล่าวต้องมีแกนนำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่สามารถมาจากทุกคน แต่ต้องสร้างทีมนำ กลุ่มเล็กๆ เราจึงหาผู้สืบทอด (Successors) ให้เจอ และควรเป็นคนหนุ่ม รุ่นใหม่ ไฟแรง มีศักยภาพสูง เป็นอนาคตองค์กร มีทัศนคติเชิงบวก กล้านำ กล้าเปลี่ยน ใฝ่เรียนรู้ เชื่อมั่น มีภาวะผู้นำสูง

คำถามถัดมาคือเปลี่ยนอะไร ด้วยทักษะอะไร ทักษะดังกล่าวเชื่อมโยงกันอย่างไร จึงจะนำองค์กรไปสู่ความยั่งยืน คำตอบคือ หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องคิดออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ ที่เป็นเส้นตรงเชิงเดี่ยว มิติเดียว แยกส่วน มาเป็นการทำงานในลักษณะบูรณาการเชิงองค์รวมที่ครอบคลุม 4 มิติ คือ กรอบความคิด ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ

1 เมื่อพูดถึงกรอบความคิด สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในสมองคือ กรอบความคิด กรอบความคิดคือภาพในใจ กรอบความคิดเป็นรากฐานของศักยภาพภายใน กรอบความคิดเป็นของตนเอง ดังนั้น บุคลากรภาครัฐจึงต้องเปลี่ยนมุมมองต่อวิธีการทำงานเสียใหม่ เพื่อระเบิดศักยภาพจากภายในด้วยตนเอง สร้างแรงขับเคลื่อนภายใน เพื่อสร้างการนำตนเองให้ได้ หากนำตนเองได้ ก็เล่นเชิงรุกได้ หากเล่นเชิงรุกได้ ความท้าทายใดๆ ที่ผ่านเข้ามา เราก็พอจะรับมือกับมันได้ บุคลากรภาครัฐจึงต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ อีกทั้งต้องมองปัญหาอย่างท้าทาย ตั้งภาพเป้าหมายให้ชัดเจน เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ให้เป็นเนื้อเดียวกัน และสร้างภาพเป้าหมายนั้นกับทีมงานให้ในแนวทางเดียวกัน สอดคล้องกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกภาพ กรอบความคิดจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของความสำเร็จอย่างยั่งยืน

2 เมื่อพูดถึงปัญญา เป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างองค์กรภาครัฐให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ทั้งนี้ มันจะเป็นจริงได้ จำเป็นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน นั่นคือ การคิดเชิงระบบ การคิดเชิงระบบจะช่วยให้เข้าใจปัญหา มีแนวคิดเชิงวิเคราะห์และสังเคราะห์ รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นได้ และเชื่อมโยงได้ถูก เพื่อนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้และสามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ แนวคิดเชิงระบบยังช่วยพัฒนามุมมองเชิงองค์รวม เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ บุคลากรภาครัฐจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบและการมองภาพเชิงองค์รวม

3 เมื่อพูดถึงอารมณ์ เพราะที่มาของอารม์ณคือ ตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย การมองตัวตนเกิดขึ้นใน 2 ลักษณะ คือ การมองตนเองและการมองผู้อื่น การมองตนเองอย่างมีคุณค่าเป็นที่มาของความมั่นคงทางอารมณ์ เข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน อดทน ยืนหยัด และรู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสมเมื่อเผชิญปัญหายากๆ ประการถัดมาคือ การมองผู้อื่น โดยความหมายคือ การมองเห็นคนอื่นมีค่า นั่นคือการเห็นคุณค่าในความแตกต่าง คุณสมบัตินี้จะช่วยให้เราเปิดใจกว้างรับฟัง เอาใจเขามาใส่ใจเรา เวลาสนทนา เอาผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง จะนำไปสู่ความเข้าใจกัน ไว้วางใจกัน และนี่เองเป็นที่มาของความเข้มแข้งขององค์กรที่บุคลากรสามารถเล่นเป็นทีม สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ อารมณ์จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของการสร้างองค์กรให้เข้มแข็ง ดังนั้น บุคลากรภาครัฐจึงจำเป็นต้องเห็นตนเองเชิงบวก และเห็นคุณค่าในความแตกต่างของเพื่อนร่วมงาน

4. เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ คำๆ นี้เป็นคุณสมบัติที่จับต้องไม่ได้ แต่รับรู้ได้ว่าใครมีหรือไม่มี คนเรารับรู้ได้อย่างไร ก็เพราะมันเป็นความรู้สึกในใจเรา ความรู้สึกที่ว่า มันคือความรู้สึกถึงการมีคุณค่าหรือไม่ ในขณะที่เรากำลังมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น นั่นคือ ใครก็ตามทำให้ฉันมีค่า เธอก็มีค่าเช่นกัน จึงเกิดการยอมรับขึ้น การยอมรับนี่เองคือ ภาวะผู้นำได้เกิดขึ้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงในองค์กรจำเป็นต้องการผู้นำที่มีภาวะผู้นำ และจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในบุคคลที่เราสัมพันธ์ด้วยเท่านั้น เพราะคนคือมนุษย์ มนุษย์มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย

ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันอย่างไร จะเห็นได้ว่าปัจจุบันโลกผันผวน การปรับองค์กรภาครัฐจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้องค์กรและประเทศสู่ความมั่นคงยั่งยืน โดยต้องเริ่มที่ตนเองก่อน ด้วยการระเบิดศักยภาพภายในออกมาเพื่อเล่นเชิงรุก ด้วยมุมมองเชิงบวก อีกทั้งมุมมองที่ว่านี้ต้องเป็นแนวคิดเชิงระบบและการมองภาพเชิงองค์รวม เพื่อสามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนและสร้างนวัตกกรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ทั้งนี้ มันจะเป็นจริงได้ ตนเองต้องหนักแน่น เชื่อมั่น และเปิดใจกว้างรับฟัง เพื่อสร้างทีมงานให้เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาครัฐให้เป็นจริง และสอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ

La boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นรีสอร์ท 2021 “Rolling through the sun” มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ไม่รู้จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643254

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 08:35 น.La boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นรีสอร์ท 2021 "Rolling through the sun" มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ไม่รู้จบแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ La boutique ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ อวดโฉมคอลเลกชั่นรีสอร์ท 2021 ที่ชื่อว่า Rolling through the sun นำเสนอแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวอเมริกันในปี 1970 ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าสไตล์ยูนิเซ็กส์ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างไม่รู้จบ

ค้นพบสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่นในฤดูกาลนี้ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ ‘ลา บูทีคส์’ (La boutique) กับผลงานการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นรีสอร์ทของครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ในคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘โรว์ลิ่ง ทรู เดอะ ซัน’ (Rolling through the sun) ที่ได้หยิบยกเอาวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวอเมริกันในปี ค.ศ.1970 ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาสเก็ตบอร์ด มาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าสไตล์สปอร์ตแวร์ดีไซน์เท่ โดยมีหลากหลายไอเทมเด่นเป็นยูนิเซ็กส์ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ ลา บูทีคส์ ได้สร้างสรรค์เสื้อผ้าสไตล์นี้ขึ้นมาเพื่อต้องการสร้างอิสระในการแต่งตัวให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้าอย่างไม่มีกฎเกณฑ์

ลา บูทีคส์ แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์ นีโอ โรแมนติก ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตตามแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นเกินกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “ในคอลเลกชั่นนี้เราอยากจะสร้างแรงผลักดันให้คนออกมาใช้ชีวิตกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศแห่งแสงแดด และธรรมชาติมากขึ้น เลยออกแบบชุดที่สามารถสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน จึงเกิดไอเดียที่จะผสมผสานความเป็นยูนิเซ็กส์ลงไปกับการทำคอลเลกชั่นนี้ เพราะมองว่ายุคสมัยนี้แฟชั่นก็ไม่ใช่เรื่องตายตัวอีกต่อไป เสื้อผ้ากลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้จำกัดเรื่องเพศ แต่เราก็ยังไม่ลืมที่จะสอดแทรกคอนเซ็ปต์โมเดิร์นโรแมนติกลงไปตามแบบฉบับของลา บูทีคส์”

สำหรับคอลเลกชั่นรีสอร์ท 2021 Rolling through the sun ทางทีมดีไซน์เนอร์ได้นำเสนอแรงบันดาลใจหลักจากวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวอเมริกันในปี ค.ศ.1970 ทีมีเอกลักษณ์อยู่ที่การเล่นกีฬาสเก็ตบอร์ด อันมีจุดเริ่มต้นจากเทศกาลโอเชี่ยน (Ocean Festival) ที่เหล่าหนุ่มสาวทุกคนจะได้ออกมาประชันฝีมือการเล่นสเก็ตบอร์ดกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางแสงแดดอันงดงามที่สอดส่องมาปะทะกับต้นปาล์มที่พลิ้วไหวไปตามลมบนท้องถนนที่ขนานกับชายหาดแคลิฟอร์เนีย ความงดงามทางวัฒนธรรมดังกล่าว จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ ด้วยเทคนิคการขึ้นโครงแบบ โอเวอร์ไซส์ที่เป็นซิลลูเอทหลักประจำคอลเลกชั่น ในการถ่ายถอดความเป็นยูนิเซ็กส์ (Unisex) ออกมาในรูปแบบของสปอร์ตแวร์ ที่สร้างความรู้สึกสะดวกสบายเวลาสวมใส่ อย่างเสื้อเชิ้ตฮาวาย, กางเกงจ๊อกเกอร์ (Jogger Pants) และเสื้อแทรค แจ็คเก็ต (Track Jacket)

นอกจากนี้ ทางทีมดีไซน์เนอร์ยังผสมสานคอนเซ็ปต์โมเดิร์นโรแมนติกที่เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ลา บูทีคส์ โดยการใช้ซิลลูเอทแบบทรงเอไลน์ทั้งในชุดเดรส และกระโปรงทรงเอ พร้อมนำเทคนิคการขึ้นหุ่น และการตัดต่อลวดลายมาใช้เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ พร้อมตอกย้ำความเป็นสาวลา บูทีคส์ ด้วยชุดบอดี้สูทปาดไหล่, เสื้อเชิ้ตเอวลอยเสริมไหล่, ผ้าพันคอ และผ้าผูกผม ที่ถูกแต่งติมด้วยลายพิมพ์ดีไซน์โก้ อย่างลายโซ่ และตัวอักษรสีทอง เมื่อนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์กับเสื้อผ้าโทนสีพาสเทลอย่างสีฟ้าแซพไฟร์ (Sapphire), สีเขียวมิ้นท์ (Mint), สีชมพูเลมอนเนด (Lemonade) และสีเหลืองบัตเตอร์มิลค์ (Buttermilk) ที่ถูกตัดสลับกับสีคลาสสิกอย่างสีดำ และสีขาว จึงทำให้เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ดูโดดเด่น และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งจุดเด่นของคอลเลกชั่นนี้คือการสร้างสรรค์แอคเซสเซอรี่ในคอนเซ็ปต์เป็นยูนิเซ็กส์ ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งชาย และหญิง ไม่ว่าจะเป็นต่างหูหนีบ, เข็มขัดโซ่สีทองที่ห้อยตัวอักษรดีไซน์โก้เป็นคำว่า L A B O U T I Q U E รวมไปถึงการนำโซ่สีทองมาประดับตกแต่งบนรองเท้าแซนเดิล (Sandal) อีกด้วย

นอกจากนี้ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ยังได้แนะนำไอเดียในการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้ายูนิเซ็กส์ให้โดดเด่นไม่ซ้ำใครในแบบฉบับลา บูทีคส์ ว่า “ในยุคสมัยที่มีความเปิดกว้างในเรื่องของการแต่งตัว เสื้อผ้ายูนิเซ็กส์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเหล่าแฟชั่นนิสต้ายุคใหม่ ด้วยความสะดวกสบายในการสวมใส่ และสามารถหยิบเอามาแมทช์กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งหนุ่มสาวของ ลา บูทีคส์ ก็สามารถเริ่มต้นมิกซ์แอนด์แมทช์ด้วยเสื้อผ้ายูนิเซ็กส์ในคอลเลกชั่นนี้ได้ไม่ยาก อาจจะเริ่มจากการนำเสื้อฮาวายโอเวอร์ไซส์มาแมทช์กับกางเกงจ๊อกเกอร์ และเพิ่มคาแรคเตอร์ให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นด้วยการนำผ้าพันคอมาผูกเป็นเกาะอกตัวใน สำหรับผู้ชายอาจจะแมทช์เป็นเสื้อยืด และกางเกงพิมพ์ลายเข้าชุด และเติมเต็มลุคด้วยสร้อยคอโซ่ และรองเท้าแซนเดิลที่ประดับด้วยโซ่สีทองก็จะเพิ่มความเรียบโก้ให้กับลุคสปอร์ตได้ดีขึ้น หรือสำหรับหนุ่มสาวคู่รักที่อยากจะแต่งตัวให้แมทช์กันก็สามารถหยิบเอาสเวตเตอร์หรือเสื้อฮาวาย แมทช์กับกางเกงขาสั้นเข้าชุดที่พิมพ์ลายตัวอักษร LB เพียงเท่านี้ก็จะลุคที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร”

ร่วมสัมผัสเสื้อผ้ายูนิเซ็กส์ที่โดดเด่นอย่างไร้กฏเกณฑ์จาก La Boutique ในคอลเลกชั่นรีสอร์ท 2021 Rolling through the sun ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน ชั้น 2 โทร.096-884-0825, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โทร. 096-884-0295 และศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โทร. 090-797-2479

เบียดเวลางาน..เผาผลาญแคลอรียังไงภายใน 10 นาที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643139

วันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 09:39 น.เบียดเวลางาน..เผาผลาญแคลอรียังไงภายใน 10 นาทีขอเศษเวลามาสร้างสุขภาพที่ดีให้ตัวเอง แม้การออกกำลังกายที่ดีควรทำอย่างน้อย 30 นาที แต่บางครั้งคนทำงานก็ไม่มีเวลาว่างพอ ครั้งนี้จึงนำเคล็ดลับการออกกำลังกาย โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีเช่นเดียวกันมาฝาก

แอโรบิคมันส์ๆ

การออกกำลังกายประเภทแอโรบิคแบบง่ายๆ สามารถทำได้หลังตื่นนอน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น อาจจะเพิ่มความสนุกสนานโดยการเปิดเพลง เต้นตามจังหวะเพลง โดยเฉพาะเพลงสนุกๆ เพลงแดนซ์มันๆ จากนั้นก็ฟังเพลงแล้วก็เต้นแอโรบิคแบบง่ายๆ เริ่มจากการวอมอัพเบาๆ ก่อน หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดตบ กระโดดตบใต้ขา โดยควรเลือกท่าที่เกี่ยวกับการเหยียดกล้ามเนื้อด้วยก็ได้ และสามารถกระโดดเหนือพื้นเพื่อเป็นการเผาผลาญพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้นด้วย ถือว่ายังเป็นการกระตุ้นให้เราเองรู้สึกตื่นตัว หลังตื่นนอนได้อีกด้วย ไม่ทำให้รู้สึกง่วงนอน หรือว่าอ่อนเพลีย

เบิร์นด้วยบันได

การออกกำลังกายด้วยการขึ้นลงบันได วิธีนี้ง่ายมาก บ้านใครมีบันไดจะกี่ชั้นก็ตามจะ 2 ชั้น 3 ชั้นก็ตาม สามารถออกกำลังกายจนทำให้เหนื่อยหอบได้ไม่ยากเลยทีเดียว แค่วิ่งขึ้นลงบันไดเพียง 10 นาทีเท่านั้น ขอแนะนำว่า ให้วิ่งในจังหวะที่ไม่ต้องช้าหรือเร็วเกินไป โดยวิ่งแบบพอดีๆ เพราะว่าบันไดบ้านนั้นถ้าวิ่งเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับบางบ้านบันไดอาจจะเป็นแบบแคบ บางบ้านเป็นบันไดปูน ซึ่งบางครั้งก็จะทำให้ลื่นได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรที่จะสวมรองเท้าผ้าใบก่อนออกกำลังกายด้วย การวิ่งขึ้นลงบันไดแบบนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

กระโดดให้ตื่นตัว

การกระโดดเชือก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ไม่ยาก และทุกคนสามารถทำได้เพียงแค่มีเชือกเส้นเดียว หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง แต่ความเป็นจริงแล้วนี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะว่าสามารถกระโดดเชือกที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ พื้นที่โล่งหน้าบ้าน ก็สามารถทำได้เช่นกัน อาจจะมีการกระโดดแบบขาคู่ หรือกระโดดแบบสลับข้างก็ได้ จนครบ 10 นาที หรือใครจะมีท่ากระโดดแปลกพิสดารก็สามารถกระโดดได้เช่นกัน แต่ยังไงก็ควรที่จะต้องระมัดระวังด้วย สำหรับวิธีนี้จะทำให้เหนื่อยได้เหมือนกันเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น บางครั้งการกระโดดเชือกอาจจะสลับกับการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น อย่างเช่น การปั่นจักรยานกลางอากาศ เป็นต้น

เดินและเดิน

การออกกำลังกายด้วยการเดินก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประหยัดเวลาได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างในแต่ละวัน สามารถทำได้ไม่ยากเลย ง่ายๆ ก็คือ การเดินไปทำงาน หรือใครไม่อยากเหนื่อยก่อนที่จะเริ่มทำงาน ก็สามารถเดินสัก 10 นาที หลังเลิกงาน ก่อนที่จะกลับบ้านก็ได้เช่นกัน อาจจะลงรถให้ไกลจากบ้านสักหน่อย แล้วก็เดินต่อไปจนถึงบ้าน ก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเหมือนกัน วิธีนี้ถือได้ว่าเป็นการใช้เวลาให้คุ้มค่าแบบสุดๆ และยังได้สุขภาพดีอีกด้วย เป็นการช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

แดนซ์ลืมโลก

การออกกำลังกายด้วยการเต้น บางคนอาจจะคิดว่า จะเต้นยังไง เต้นก็ไม่เป็น ไม่รู้ว่าท่าเต้นเป็นยังไง แต่ครั้งนี้จะแนะให้เปิดเพลงมันๆ สนุกๆ แล้วก็เต้นไปเรื่อยเปื่อย ไม่จำเป็นต้องมีท่าทางตามแบบแผนใดๆ นึกอยากเต้นอะไรก็เต้นไปเรื่อย ไม่มีกฎเกณฑ์ เอาแบบสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย รับรองได้ว่า จะทำให้สนุกๆ จนไม่อยากหยุดเต้นกันเลยทีเดียว บางทีอาจจะเต้นได้นานกว่า 10 นาทีเลยก็เป็นไปได้ เพราะความสนุกมันพาไป

บางคนอาจจะคิดว่า ไม่ค่อยมีเวลา แต่เพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถออกกำลังกายได้สุขภาพที่ดี และยังลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดีกว่าจะอยู่เฉยๆ เอาเวลาเพียงน้อยนิดมาสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเราดีกว่า

7 กิจกรรมเร่งพลังความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643136

วันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 08:30 น.7  กิจกรรมเร่งพลังความสำเร็จHow to การสร้างความสำเร็จด้วยกิจกรรมที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่ผลลัพธ์กลับมากมายกว่าที่ใครๆ จะคาดคิด แบ่งเวลายามเช้ามาลองทำ แล้วรอดูผลไปพร้อมๆ กัน

1) ออกกำลังกาย 20-30 นาทีต่อวัน 

ช่วงเช้าอยากแนะนำให้ออกกำลังกาย  จะยืดเส้นยืดสาย หรือคาร์ดิโอก็เลือกได้แบบที่ชอบ เพื่อให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว เลือดสูบฉีด ปอดทำงานได้ดีขึ้น มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนที่ออกกำลังกายในตอนเช้า 20 นาทีขึ้นไป จะส่งผลให้ร่างกายของเรามีพลังงานต่อเนื่องไปอีก 12 ชั่วโมง

ด้านสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ก็สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีจากการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและหันมาออกกำลังกาย โดยแนะนำว่า ควรออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที อาทิตย์ละอย่างน้อย 150 นาที โดยผสานการออกกำลังกายทั้ง 3 แบบคือ คาร์ดิโอ การใช้แรงต้าน และการยืดเหยียด

เชื่อเลยว่าบางคนเครียดจากงานก็ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือออกกำลังกายเพื่อลดอาการของโรคที่เป็น ป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้น ป้องกันออฟฟิศซินโดรม หรือเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เหนื่อยหอบ ร่างกายแข็งแรง รวมทั้งเพื่อเป้าหมายของการชะลอวัย ทำให้กระตุ้นการหลั่งเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุข เมื่อเราออกกำลังกาย อย่างน้อย 20-30 นาที จะทำให้เรามีความสดชื่น มีความตื่นตัว แจ่มใส มีบุคคลิกภาพที่ดี มีความสุข

ข้อควรระวัง : ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายล้าแทน และเกิดการบาดเจ็บได้ในที่สุด ควรออกกำลังกายแต่พอดี เอาแค่พอสดชื่น เหงื่อออก ทำให้ร่างกายตื่นตัวพอ กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านสุขภาพ

2) จับดี 

แน่นอนเรื่องร้าย เรื่องดี เราพบเจออยู่ทุกวัน แต่คุณเลือกได้ว่า คุณจะหาข้อดีจากเหตุการณ์ที่เราเจอได้อย่างไร ซึ่งเราขอเรียกว่า “การจับดี” ถ้าคุณหมั่นจับดีกับทุกเรื่อง กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เจ้านาย ลูกน้อง ลูกค้า แฟน คนรู้จัก คนไม่รู้จัก กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลังการจับดี จะส่งผลให้คุณพบแต่เรื่องราวดีๆ กิจกรรมนี้จะช่วยคุณในเรื่องสมดุลชีวิตด้านสัมพันธภาพ 

3) เลือกทำสิ่งสำคัญก่อน

มองหาสิ่งสำคัญแล้วทำมันก่อน  แบบนี้เรียกว่า “พลังแห่งการโฟกัส” ให้เราตัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมด แล้วลงมือทำสิ่งสำคัญให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก ในทางสากลนิยมเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “เวลาการทำงานทรงประสิทธิภาพ” ซึ่งเมื่อไหร่ที่เราฝึกพฤติกรรมนี้บ่อยๆ เราจะกลายเป็นคนมีพลังแห่งการโฟกัส และไม่หลุดโฟกัสเหมือนที่แล้วมา กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านการงาน

4) จ่ายให้ตัวเองก่อน

หมายถึง เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้รับเงิน ควรแบ่งเงินจ่ายให้ตัวเองก่อนอย่างน้อย 10% สำหรับเอาไว้เป็นเงินเก็บออม หรือลงทุนให้เงินเติบโตงอกเงยมากยิ่งขึ้นในอนาคต เป็นการปลูกฝังนิสัยการจ่ายให้ตัวเองก่อน “อย่าเรียนรู้การทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว จงเรียนรู้ให้เงินทำงานให้คุณด้วย” จำไว้ว่า เราทำงานหนักก็ยิ่งเหนื่อย เงินทำงานหนักเรายิ่งรวย กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านการเงิน

5) นั่งสมาธิ 20 นาที

การนั่งสมาธิ เป็นการเข้าไปเชื่อมในสิ่งที่คุณเชื่อ คุณศรัทธา พลังมหาศาลที่อยู่ในตัวคุณ จะเป็นเครื่องรับสัญญาณจักรวาลที่ยอดเยี่ยมที่สุด

จักรวาลจะส่งพลังงานดีๆ พลังแห่งความโชคดีมาให้คุณ หน้าที่ของคุณคือ หลับตา นั่งสมาธิ มีสติ อยู่กับลมหายใจเข้า-ออก อยู่กับปัจจุบัน ง่ายๆเพียงวันละ 20 นาที ชั่วโมงทองในการนั่งสมาธิคือ เวลาตี 4 ถึงตี 5 และก่อนเข้านอน กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านจิตใจ

6) สนับสนุนผู้อื่น

จงใช้ศักยภาพของคุณ ความสามารถของคุณ ความเชี่ยวชาญของคุณ ทรัพยากรของคุณ สนับสนุนผู้อื่น กรณีที่คุณสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ แต่ถ้าคุณคิดว่า ฉันไม่มีอะไรเลย ฉันยังไม่ประสบความสำเร็จ ฉันยังไม่รวย ฉันจะสนับสนุนผู้อื่นได้ยังไง ง่ายๆ ให้คุณเริ่มจากส่งยิ้มให้ผู้อื่นก่อน พูดให้กำลังใจผู้อื่น พูดชมผู้อื่น ช่วยงานผู้อื่นด้วยใจ สนับสนุนให้ผู้อื่นมีพลัง มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนผู้อื่น เมื่อคุณส่งพลังความดีออกไป ท้ายสุดคุณจะได้รับสิ่งดีๆ นั้นกลับมาเช่นกัน กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านภารกิจ

7) ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

ยกมือขวาทาบอก ฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากขึ้น สัมผัสเสียงที่ดังก้องในใจ หัวใจกำลังบอกคุณว่า…สิ่งที่ใช่คืออะไร สิ่งสำคัญคืออะไร คุณควรตัดสินใจกับเรื่องนี้อย่างไร ที่ผ่านมา คุณฟังเสียงคนอื่นมาเยอะแล้ว แต่ชีวิตคุณก็ยังไม่ไปถึงไหน จนได้มาอ่านบทความนี้

ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมที่ผ่านมาคุณไปเข้าสัมมนาก็แล้ว ทำอะไรก็แล้ว แต่ชีวิตก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหนี้สิน เพราะอะไรทราบไหม เพราะคุณไม่เคยฟังเสียงหัวใจตัวเอง คนอื่นอาจจะหลอกคุณได้ แต่คำตอบจากหัวใจไม่เคยหลอกคุณ ดังนั้น จงฟังเสียงหัวใจตัวเองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วคุณจะค้นพบคุณค่าในชีวิตที่แท้จริง

ขอบคุณข้อคิดดีๆ จาก Kitti Trirat และ สสส 

ภาพ freepik

ครั้งแรกในประเทศไทยกับความหรูหราบนเรือนเวลาสัญชาติอิตาลี ‘VERSACE’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643005

วันที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 14:35 น.ครั้งแรกในประเทศไทยกับความหรูหราบนเรือนเวลาสัญชาติอิตาลี 'VERSACE'ยลโฉม VERSACE WATCHES สุนทรียภาพแห่งตัวเรือนนาฬิกาที่สะท้อนความหรูหรา ล้ำค่าเหนือกาลเวลา

ครั้งแรกในประเทศไทยกับความหรูหราบนเรือนนาฬิกาสัญชาติอิตาลี VERSACE ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยช่างมากประสบการณ์ พร้อมทั้งด้วยวัสดุชั้นเลิศ เพื่อนำเสนอนวัตกรรมผ่านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดดเด่นกับแฟชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เคยหลับใหลสไตล์อิตาเลียน

นาฬิกา VERSACE ที่แข็งแกร่งโดดเด่นและล้ำค่า คือการแสดงออกถึงสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผลิตจากสวิส ด้วยจิตวิญญาณร็อคแอนด์โรลแบบเดียวกันของคอลเลกชั่นแฟชั่นและตีความสัญลักษณ์อันเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก อย่างหัวเมดูซ่า กุญแจกรีก และลวดลายบาร็อค

นาฬิการุ่นต่างๆ ผลิตด้วยวัสดุชั้นเลิศที่มีความซับซ้อนและกลไกคุณภาพสูงโดยเฉพาะ การออกแบบที่สร้างสรรค์โดยเน้นย้ำความมีชีวิตชีวา โดดเด่น มีเสน่ห์และเย้ายวนยิ่งขึ้น รวมถึงเทคนิคและคอลเลคชั่นของคุณสุภาพสตรี คุณสุภาพบุรุษอันเก๋ไก๋แสดงออกถึงบุคลิกอันทรงพลัง ภาพลักษณ์ของแบรนด์ VERSACE คอลเลกชั่นใหม่นี้เจาะลึกถึงรากฐานของแบรนด์เพื่อค้นพบความเป็นตัวตนและแก่นแท้ของมันอีกครั้ง Safety Pin สำหรับผู้หญิงที่ยอดเยี่ยม เป็นเครื่องบรรณาการให้ Versace Safety Pin ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบบนรูปทรงการออกแบบเคส

Palazzo Empire Baroque

Palazzo Empire Baroque เผยให้เห็นสัมผัสสไตล์บาโรกที่ได้รับจากการใช้งานพิมพ์ทั้งบนสายรัดและพื้นผิวบนหน้าปัด การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบของอาณาจักร Palazzo อันเป็นสัญลักษณ์ที่นิรันดร์และเป็นสัญลักษณ์ด้วยการบิดแบบบาร็อค! หัวเมดูซ่าที่วางอยู่ตรงกลางนั้นลอยได้เนื่องจากโครงสร้างระหว่าง 2 คริสตัล

Meander

Meander มีความโดดเด่นอย่างมากด้วยการใช้ Greek Key ในขณะที่ Versace Logo เสร็จสิ้นตามรหัสการออกแบบ Meander ที่แข็งแรงและต่อเนื่องด้วยรูปทรงของโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมการออกแบบเคสที่เป็นเอกลักษณ์ การใช้คีย์กรีกอย่างประณีตรวมกับโลโก้ทำให้เกิดความโดดเด่น 

Medusa Chain

Medusa Chain เล่นอย่างชาญฉลาดด้วยการใช้ตัวอักษร V ด้วยโทนแบบบาโรกเมื่อ V กลายเป็น Virtus และด้วยรหัสการออกแบบที่ทันสมัยเมื่อ V คือ Versace สำหรับฤดูใบไม้ร่วงไอคอนต่างๆจะถูกเปิดเผยเพื่อถ่ายทอดข้อความ Versace ที่เป็นเอกลักษณ์และ ไม่ผิดเพี้ยน

Medusa Chain ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก “การเจียระไนเพชร” ที่มักใช้ในการตกแต่งอัญมณี สายโซ่รอบหน้าปัดช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ โลโก้ Versace และ Medusa ที่เวลา 12 ชม. กำลังบ่งบอกถึงการมีอยู่ของไอคอนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของแบรนด์

FERRAGAMO TIMEPIECES

โลกของนาฬิกา Salvatore Ferragamo รวบรวมคุณค่าของ ประเพณีการผลิตนาฬิกาของสวิสและสะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบที่ซับซ้อนของ Florentine Maison ซึ่งเป็นรูปแบบที่รู้จักกันดีทั่วโลก จากการผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ของพื้นผิวประเภทต่างๆ การค้นคว้าวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการใช้สีที่ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งหมดได้รับการปรุงแต่งด้วยกระบวนการผลิตโดยอาศัยงานฝีมือชั้นเลิศโดยเฉพาะ Ferragamo Timepieces ประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มแรก โดยนำเสนอการตีความความสปอร์ตหรูหราและสไตล์ที่โดดเด่นอื่นๆ โลกที่คุณลักษณะที่โดดเด่นของ Florentine Maison พบการแสดงออกในอุดมคติตั้งแต่การใช้สี รวมถึง Ferragamo Red อันเป็นเอกลักษณ์ไปจนถึงการผสมผสานสัญลักษณ์อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ เช่น Gancino และโบว์ Vara

Double Gancini

Double Gancini ช่วยเพิ่มเสน่ห์ผ่านสร้อยข้อมือซึ่งเป็นคำกล่าวของความประณีตและสไตล์ Double Gancini Cuff คือวิวัฒนาการอันทันสมัยของคอลเลคชั่น Double Gancini ตัวเรือนที่โดดเด่นตอนนี้เสริมด้วยข้อมือหนังลูกวัวที่เฉลิมฉลองมรดกการผลิตเครื่องหนังของ Maison และให้สำเนียงที่หรูหรายิ่งขึ้น เป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อบอกถึงความหลงใหลในแฟชั่นและไอคอนของแบรนด์ Ferragamo

Ferragamo Boxyz

เปล่งประกายสง่างามไร้กาลเวลา Ferragamo Boxyz รุ่นใหม่ได้รับการตั้งชื่อตามกระเป๋าถืออันเป็นเอกลักษณ์ของ House และได้รับแรงบันดาลใจจากเข็มกลัดอันเป็นสัญลักษณ์ซึ่งติดตามสไตล์ที่ไม่ผิดเพี้ยนในการผสมผสานของเส้นสายที่สะอาดตาและรายละเอียดที่ประณีต

อะไรที่คอยฉุดรั้งให้ศักยภาพถดถอย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642972

วันที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 08:57 น.อะไรที่คอยฉุดรั้งให้ศักยภาพถดถอยโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

หลายคนมีศักยภาพสูง แต่ไม่สามารถขับมันออกมาได้อย่างเต็มที่ แก้ปัญหาไม่เป็นระบบ เล่นไม่เป็นทีม ขาดภาวะผู้นำ องค์กรไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย ท่านคิดว่าอะไรฉุดรั้งท่านไว้ อะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน แล้วท่านจะขับศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ได้อย่างไร ในการพิจารณาภาวะดังกล่าว มีมุมมองที่ต้องพิจารณาดังนี้

มุมมองที่ 1 ศักยภาพเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เอง เราต้องเข้าใจก่อนว่าศักยภาพที่แสดงออกมาภายนอกในรูปของพฤติกรรมนั้น มันมาจากกรอบความคิด กรอบความคิดนี้คือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย หากมองตัวเองในเชิงลบ ศักยภาพที่แสดงออกมาก็ติดลบ ถดถอย แต่หากมองในเชิงบวก ศักยภาพก็ออกมาเป็นบวก มุ่งมั่น โดยนัยดังกล่าว มันให้ความหมายว่า ศักยภาพเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เอง

มุมมองที่ 2 ความผิดมีสองประเภท ในโลกนี้มีความผิดอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือ ความผิดในลักษณะของความเป็นรูปธรรมซึ่งเป็นความผิดพลาดที่จับต้องได้ วัดได้ เช่น ความพลาดพลั้งจากการที่ไม่สามารถทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ในขณะที่ความพลาดพลั้งดังกล่าวเกิดขึ้นนั้น เรานำมันมาตีความเป็นความพลาดพลั้งอย่างที่ 2 นั่นคือ ความรู้สึกผิด ความผิดประเภทนี้จับต้องไม่ได้ แต่รู้สึกได้ และมันเกิดขึ้นที่ภายในส่วนลึกของจิตใจตนเอง

มุมมองที่ 3 ที่ไม่ถึงฝั่งทุกวันนี้ เพราะเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิด โดยปกติคนเราทำงานใดๆ ก็ตาม ไม่เคยสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ 100% ได้มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือว่า เรามักเอาความผิดพลาดจากการที่ไม่ถึงเป้าหมายในเชิงรูปธรรมที่วัดได้นั้นมาสร้างความรู้สึกผิด ภาวะดังกล่าวคือ ภาวะที่เห็นตนเองติดลบ เห็นว่าตนเองใช้ไม่ได้ รู้สึกว่าตนเองไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง คิดว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่น หรือทำไมจึงต่ำกว่ามาตรฐาน โดยรวมก็คือ เห็นตนเองไร้ค่า เมื่อเห็นตนเองไร้ค่าจึงทำให้ภายในตนเองอ่อนแอ เปราะบาง ขาดความมั่นคง ขาดความเชื่อมั่น ขาดภูมิต้านทาน อ่อนไหวไปตามกระแสหรือสิ่งที่เข้ามากระทบ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตนรู้สึกผิดหวัง รับไม่ได้ จึงเกิดความขัดแย้งภายใน กลายเป็นแรงกดดัน มากๆ เข้าก็เลยคิดมาก วิตกจริต กดดันตนเอง หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วชอบเหวี่ยงใส่คนอื่น ซึมเศร้า และในบางกรณีกลับมาทำร้ายตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพราะตนไปเอาความพลาดพลั้งในเชิงรูปธรรมมาทำร้ายตัวตนของตนเองอย่างเข้าใจผิด ปัญหาของบุคคลจึงเป็นเรื่องของ “ความเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิด” ตรงนี้แหละที่เป็นประเด็น ที่เอาความเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิดมาทำร้ายตนเอง มาทำลายคุณค่าตนเอง และนี่คือสาเหตุหลักที่คอยฉุดรั้งศักยภาพของบุคคลให้ถดถอยและเป็นรากของปัญหาในทุกความสัมพันธ์

มุมมองที่ 4 การตีตรา ในบางกรณี ที่ท่านถูกตำหนิ หรือถูกว่ากล่าวตักเตือน แล้วทำให้ตนเองรู้สึกแย่ หมดกำลังใจ ท้อแท้ ไฟในตัวมอดดับ ท่านลองถามตนเองว่าขณะนั้น ใครกันแน่ที่รู้สึกแย่ มันไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตนเอง แล้วภาวะนั้นมันมาจากไหน ก็มาจากกรอบความคิดเชิงลบที่ตนมีต่อตนเอง มิใช่ใครที่ไหน แต่เรากลับบ่นว่ามาจากบุคคลอื่นภายนอกที่พูดพาดพิง ตำหนิ หรือนินทาเรา เมื่อท่านอยู่ในสภาพนั้น นั่นแสดงว่า ภายในท่านอ่อนไหว ขาดความมั่นคง ขาดภูมิต้านทาน เปราะบาง ไม่สามารถนำตนเองได้ และรับเอาการตีตราจากคนอื่นมากำหนดชีวิตตนเอง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ท่านเองนั่นแหละที่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยภายนอกที่ท่านไม่อาจควบคุมได้ ท่านลองถามตนเองลึกๆ อย่างจริงจังว่ามีใครที่ไหนที่สามารถทำให้ท่านรู้สึกแย่ได้จริงๆ หรือ แล้วที่ท่านรู้สึกแย่ทุกวันนี้ มันขึ้นกับความคิดของคนอื่นจริงๆ หรือ หรือว่าท่านไปรับเอาการตีตราจากผู้อื่นมาทำร้ายตนเอง ซึ่งท่านเป็นผู้เลือกเอง ใช่หรือไม่

มุมมองที่ 5 ผลกระทบ จะเห็นได้ว่าการที่บุคคลไม่สามารถขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ องค์กรไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย และมีประเด็นทางอารมณ์นั้น ล้วนมีรากมาจากความเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิดที่ตนสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น และที่สำคัญปมลบดังกล่าว นอกจากสร้างปัญหาให้กับตัวเองแล้ว ยังไปทำลายคุณค่าของคนรอบข้างด้วย เมื่อทำให้คนรอบข้างเขารู้สึกว่าคุณค่าตัวเขาลดลง เขาก็ไม่เห็นความสำคัญของท่านเช่นกัน “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันไม่มีค่า เธอก็ไม่มีราคาเช่นกัน” สถานการณ์เช่นนี้นำไปสู่ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ตนจึงไม่ได้รับการยอมรับ ภาวะผู้นำจึงถดถอย และลดทอนบรรยากาศการทำงานเป็นทีม ขาดการมีส่วนร่วม ทีมงานจึงไม่สามารถขับศักยภาพให้ออกมาเป็นพลังร่วมได้อย่างเต็มที่ และไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน นอกจากนี้ ท่านยังเอาความรู้สึกแย่ๆ นั้นไปสร้างเป็นปมเชิงลบให้กับคนในครอบครัว ทำให้คนที่เรารักพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ความสัมพันธ์ก็เสียหาย และก่อรูปขึ้นเป็นปมลบ ศักยภาพของบุตรหลานก็ถดถอย ความรักความเข้าใจเริ่มจืดจาง สุดท้ายก็ไม่มีความสุข และเป็นปัญหากระทบสืบเนื่องต่อไปไม่สิ้นสุด

โดยสรุป บุคคลสามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างความแตกต่าง เพราะ

  1. รู้จักปรับกรอบความคิดและทัศนคติเชิงบวก มองปัญหาเป็นความท้าทาย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
  2. ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ มองความพลาดพลั้งเป็นการเรียนรู้
  3. ไม่เอาความพลาดพลั้งมาทำลายคุณค่าตนเอง
  4. เห็นคนเป็นมนุษย์ เห็นคุณค่าในความแตกต่าง
  5. ตนจะเป็นอย่างไรขึ้นกับมุมมองของตนเองที่เห็นว่าตนเป็นใครอย่างไร และเป็นอิสระและอยู่เหนือความเห็นของผู้อื่นและปัจจัยภายนอก
  6. การแสดงออกใดๆ มันอยู่ในอำนาจของตนเองว่าจะเลือกตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสม