Keds Life on the Skateboard สนีกเกอร์สุดคูลของสาวสายสปอร์ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642763

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 09:33 น.Keds Life on the Skateboard สนีกเกอร์สุดคูลของสาวสายสปอร์ต Keds ชี้เป้ารองเท้า 5 รุ่นเด่นที่สาวๆ เห็นเป็นต้องรัก Keds Life on the Skateboard ดีไซน์ที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ที่ชอบ

สำหรับสาวๆ ที่เป็นแฟนของรองเท้าสนีกเกอร์ Keds (เคดส์) จะทราบกันดีว่าหัวใจหลักของแบรนด์ คือการออกแบบรองเท้าสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของพวกเธอ หนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นสำหรับสาวเคดส์ คือการเล่นสเกตบอร์ด (Skateboard) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ สายสปอร์ตในปัจจุบันนี้ ด้วยการดีไซน์ที่เข้ากับรูปทรงเท้าและพื้นรองเท้าด้านใน (insole) ที่นุ่มสบายกับพื้นรองเท้าที่ผลิตจากยางซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เหมาะแก่การทรงตัวบนบอร์ดที่เคลื่อนไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วได้ดี วันนี้เรามีรองเท้า 5 รุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้าสนีกเกอร์คู่ใหม่สำหรับกิจกรรมสุดคูลแบบนี้

รุ่น Champion รองเท้ารุ่นเด่นของแบรนด์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1916 เป็นรองเท้าผ้าใบที่ทำจากยางและมีการปรับเปลี่ยนงานดีไซน์ตามกาลเวลาเพื่อให้สอดรับกับรูปร่างเท้าที่แตกต่างกันของผู้หญิง และความสะดวกสบายที่ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่รูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์นั้นส่วนใหญ่ยังคงงานดีไซน์อันโดดเด่นอันเป็นชื่นชอบเอาไว้

Crew Kick 75 เป็นรองเท้าสไตล์ย้อนยุคที่เรียกว่ามีความเท่แบบแมนๆ แต่ไม่แมนจนผู้หญิงไม่สามารถใส่ได้ งานดีไซน์เป็นแนวย้อนยุคถูกนำมาจากงานออกแบบรุ่นก่อนของแบรนด์ ส่วนบนได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ วินเทจ พร้อมเพิ่มกันชนยางนิ้วเท้า และโลโก้ “Sporty Wave” ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากช่วงปี 1970

Kickstart เป็นรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจและการออกแบบมาจากรองเท้าเทนนิส ที่สามารถเป็นคู่ที่สาวๆ เลือกใส่ได้กับเสื้อผ้าหลากสไตล์ ตัวรองเท้าผลิตจากผ้า Canvas รูร้อยเชือกรองเท้า 6 รู พื้นรองเท้าด้านในผลิตและบุด้วยเทคโนโลยี Dream Foam™ ที่มีความนุ่มสบาย ช่วยรองรับน้ำหนักช่วงฝ่าเท้าได้ดี

Chillax รองเท้ารุ่นยอดนิยมสำหรับสาวๆ ที่ชอบความนุ่มสบาย สวมใส่ง่าย ไม่ต้องมาผูกชือกด้านหน้าให้วุ่นวาย อีกทั้งช่วงพื้นรองเท้ายังผลิตจากยางที่มีความยืดหยุ่นและทรงตัวได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สาวๆ ชื่นชอบ

Crew Kick75 Slip On รองเท้าสไตล์สลิปออนที่ขึ้นแท่นหนึ่งในรองเท้ารุ่นยอดนิยม ที่สาวๆ สายสเก็ตบอร์ดเลือกใส่ ด้วยความนุ่มเบาสบาย ใส่ง่ายไม่ยุ่งยาก แถมยังสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย เรียกว่าคู่เดียวคุ้มสุดๆ

แวะไปเลือกช้อปรองเท้าสำหรับทรงตัวสบายๆ บนบอร์ดได้ที่ www.keds.co.th ทาง LINE :@KedsThailand หรือคลิกได้เลยที่ http://bit.ly/KedsLine หรือที่ร้าน Keds, เคานท์เตอร์ Keds และร้าน Ikon ทุกสาขา ติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand

Burberry ปีฉลูปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642713

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 12:33 น.Burberry ปีฉลูปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 Burberry ปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 เฉลิมฉลองปีฉลู ดึงนางแบบและนายแบบดาวเด่นร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

Burberry ปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 ที่ได้นางแบบและนายแบบดาวเด่นมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวอย่าง Liu Wen @liuwenlw และ Wang Xiangguo พร้อมด้วยช่างภาพมากฝีมืออย่าง Feng Li

แคปซูลคอลเลคชั่นนี้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ นำเสนอคอลเลคชั่นพิมพ์ลาย Burberry Check อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเทรนช์โค้ทและชุดกีฬา พร้อมกับกระเป๋า Olympia Bag ที่มาในเฉดสีใหม่ และที่พิเศษไปกว่านั้น Burberry ได้นำเสนอลวดลาย Thomas Burberry โมโนแกรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีนักษัตร เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ปีฉลูอันเกี่ยวข้องกับธาตุดินแสดงถึงความทรงพลังและความสงบ

สาวก Burberry สามารถเข้าไปเลือกช้อปคอลเลคชั่นพิเศษได้แล้วที่ Burberry สโตร์ ทุกสาขา และ ออนไลน์ สโตร์ www.burberry.com

รวมคุณสมบัติเด่นในเรซูเม่ ฉบับอัพเดทใหม่ปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642576

วันที่ 13 ม.ค. 2564 เวลา 09:01 น.รวมคุณสมบัติเด่นในเรซูเม่ ฉบับอัพเดทใหม่ปี 2021เขียนเรซูเม่ยังไงให้ได้งาน รวมคุณสมบัติน่าจับตาในเรซูเม่ที่เห็นแล้วเทคะแนนให้จนอยากเรียกไปสัมภาษณ์ในปี 2021

ส่อง 20 สกิลการทำงานที่จะเป็นที่ต้องการของคนทำงานในปี 2021 สำหรับคนที่อยากเริ่มทำงานหรือหางานใหม่ ด้วย 20 คุณสมบัติที่จะทำให้คุณมี attitude ดู positive และน่าเรียกมาสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ลองเลือกข้อที่ใช่สำหรับตัวเราแล้วไปปรับใช้กันได้เลย

1. Adaptability จะบอกว่าโควิด-19 เป็นเหตุก็ได้ ทำให้คุณสมบัติของคนที่ปรับตัวเก่ง สามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้จะเป็นที่ต้องการขององค์กรเป็นอย่างมาก คุณสมบัตินี้เริ่มเป็นที่ต้องการเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจทัล ดังนั้น ระบุไว้ในเรซูเม่เท่ๆ ได้เลยสำหรับคนหัวไวที่พร้อมปรับตัวให้ทันยุคสมัยอยู่เสมอ

2. Dependability นายจ้างส่วนใหญ่กำลังมองหาพนักงานที่สามารถพึ่งพาได้จริง หมายถึงการมีความรับผิดชอบต่องานสูง ซึ่งเป็นหนึ่งคุณสมบัติจำเป็นในยุคที่หลายออฟฟิศเริ่มเปลี่ยนมา work from home 

3. Creativity เรื่องของความคิดสร้างสรรค์เป็นอีกพรสวรรค์ที่หลายองค์กรต้องการมาก และนับเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่ AI ยังไม่สามารถเลียนแบบได้ตอนนี้หากเราเป็นคนที่ครีเอทสิ่งใหม่ๆทำเรื่องใหม่ๆห็จะมองเห็นโอกาสใหม่ๆเพื่อมาใช้ในงานได้อยู่เสมอ

4. Innovation ปีนี้ใครๆ ก็อยากเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำมาแก้ปัญหาเดิมๆ ถ้าเราเป็นคนที่มีแนวคิดสร้างสรรค์บวกกับความรู้ และพร้อมพัฒนาหาทางออกใหม่ๆ เพื่อใช้ทำในการทำงาน และทำธุรกิจ ก็จะเป็นคนที่มี Innovation และบริษัทต้องการตัวเป็นอย่างมาก 

5.Critical Thinking คนที่สามารถมองเห็นปัญหา และเข้าใจปัญหาได้อย่างละเอียดจนสามารถสร้างสรรค์วิธีแก้ไขและตัดสินใจได้อย่างตรงจุด คือคนที่มี Critical Thinking ที่บริษัทส่วนใหญ่มองหาอยู่ เพราะสามารถนำไปใช้ได้ในทุกส่วนของงาน รวมไปถึงการใช้ชีวิตด้วย

6. Customer Focus คนที่มีเป้าหมายสูงสุดที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จะเป็นหนึ่งในคนที่บริษัทส่วนใหญ่มองหาในปี 2021 และหากเราใส่คุณสมบัติข้อนี้ลงไป อย่าลืมที่จะแสดงความตั้งใจของคุณในการใส่ใจลูกค้า และพร้อมหาคำตอบและทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าลงไปด้วย 

7. Initiative คือคุณสมบัติของคนที่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองต้องทำอะไร และลงมือทำโดยที่ไม่ต้องรอคำสั่ง รวมถึงการมีความคิดริเริ่ม เตรียมพร้อมอยู่เสมอ อาทิ สามารถคาดการณ์ปัญหาและเตรียมทางออกไว้แล้ว หรือเตรียมไอเดียที่จะนำเสนองานไปล่วงหน้าก่อนที่หัวหน้าจะสั่งงาน  

8.Attitude หนึ่งใน Key to Success ของคนที่ประสบความสำเร็จ สำหรับคนที่มี open mindset พร้อมทำงานด้วย Positive Attitude ย่อมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน เป็นขุมพลังแก่ทีมและเพื่อนร่วมงาน สร้างโอกาสที่จะทำให้งานสำเร็จได้มากกว่าเดิม

9. Integrity ในที่นี่คือการรับผิดชอบต่อคำพูด และมี commitment ต่องานอย่างจริงจัง เพราะบริษัทมองหาคนที่ “พูดจริงทำจริง” เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะได้พนักงานที่มีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อคำพูดของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

10. Leadership ภาวะผู้นำคือสิ่งที่บริษัทต้องการในตัวพนักงานยุค work from home ผู้นำในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกล้าออกคำสั่ง แต่หมายถึงการไม่กลัวที่เข้ามารับผิดชอบในงาน และสามารถชี้แนะทีมในเรื่องที่จำเป็นได้ พร้อมแก้ปัญหาและมุ่งพาบริษัทไปสู่โอกาสใหม่ๆ 

11. Mathematics เพราะวิชาเลขและการคำนวณเป็นพื้นฐานความรู้ที่คนเราใช้ในทุกวันและในทุกสาขาอาชีพ หากเราสามารถคำนวณเลขแบบง่ายๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีโลจิคที่จะเข้าใจการคำนวณอย่างง่ายได้ เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เรซูเม่คุณดูโดดเด่นขึ้นแล้ว 

12. Organization คุณสมบัติการจัดการที่ดีเป็นที่ต้องการขององค์กรเสมอมา และยิ่งต้องการหนักขึ้นเมื่อต้องทำงานที่บ้าน หรือต้องประชุมออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ เพราะจะทำให้พนักงานสามารถจัดการและทำงานหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน ในขณะที่ทำงานร่วมกับทีมที่อยู่คนละที่ เพื่อทำงานให้เสร็จตามเวลาได้

13. Planning แทบทุกองค์กรล้วนต้องทำงานเป็นทีม และการวางแผนที่ดี คือหัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีมให้สำเร็จ ดังนั้น หากเราเป็นพนักงานที่สามารถเสนอแผนงานที่ดีให้กับทีม และสามารถทำให้แผนสำเร็จพร้อมทั้งแสดงให้เห็นในเรซูเม่ของเราได้ รับรอง HR ต้องสะดุดตาแน่นอน 

14. Professionalism เพราะใครๆ ก็อยากได้คนเป๊ะไปร่วมงานด้วย เพราะมีทั้งความรับผิดชอบ และรู้จักกาลเทศะ ยิ่งในช่วงที่หลายๆ ออฟฟิศเน้นบรรยากาศสบายๆ บวกกับการได้ work from home มากขึ้น ความเป็น Professionalism ยิ่งถูกมองหา เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีและผลงานที่คาดหวังได้

15. Reading Comprehension อีเมลคือเครื่องมือหลักที่ใช้ติดต่อกันในโลกของการทำงาน นี่ยังไม่นับรวมเอกสารอีกมากมาย ถ้าเราเป็นคนที่อ่านหนังสือได้แตกฉาน จับใจความได้เป็นอย่างดี ย่อมทำให้ HR คาดการณ์ได้ว่าเราจะสามารถสื่อสารในที่ทำงานผ่านอีเมลและเอกสารต่างๆ ได้ดีไปด้วย

16. Reliability คือคนที่พร้อมจะทำงานและแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะยากหรือง่าย เล็กหรือใหญ่ และเป็นคนที่หัวหน้าหรือนายจ้างรู้ว่าจะสามารถสร้างให้ไปต่อในตำแหน่งและความรับผิดชอบที่มากขึ้นได้ คุณสมบัติข้อนี้จึงเป็นอีกข้อที่น่าเอามาใส่และแสดงให้เห็นในเรซูเม่เป็นอย่างมาก

17. Respect ความเคารพที่ไม่ใช่เพียงแค่เคารพเจ้านาย แต่ยังต้องเป็นความเคารพที่มีให้กับเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะนี่เป็นทัศนคติที่ดีและจำเป็นต่อการสร้าง Teamwork ที่ดีและนำไปสู่สภาพแวดล้อมในออฟฟิศที่น่าอยู่ ซึ่งเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญขั้นพื้นฐานที่บริษัทมองหา

18. Teamwork นี่คืออีกหนึ่งคุณสมบัติที่จำเป็นในปี 2021 ที่เราอาจจะได้เห็นการ work from home มากขึ้น เพียงเราอธิบายความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีม และพร้อมที่จะสนับสนุนเพื่อนในทีมเพื่อให้งานสำเร็จไปได้อย่างดีในเรซูเม่ ก็จะทำให้ได้คะแนนเพิ่มจาก HR ได้ไม่ยาก

19. Verbal Communication การต้องทำงานกันคนละที่และต้องใช้การประชุม Conference Call  ส่วนใหญ่ ยิ่งทำให้การสื่อสารผ่านคำพูดที่ดีเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมาก เพราะเราอาจจะเจอปัญหาขัดข้องทางเทคนิคจากการประชุมออนไลน์ หรือจะต้องประชุมในเวลาอันสั้น ยิ่งทำให้ต้องพูดอย่างชัดเจน ตรงประเด็น เพื่อความถูกต้องในการสื่อสารที่มากที่สุด

20. Non-Verbal Communication นอกจากการพูดในออฟฟิศยังใช้การสื่อสารผ่านตัวอักษรจากอีเมล หรือ text ข้อความ ทำให้การแสดงความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียนที่ดีในเรซูเม่ปี 2021 ของเราด้วย กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น ยังคงเป็น 3 หลักที่ต้องยึดไว้ในการสื่อสารที่ดีทุกประเภท

How to เลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642507

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 09:50 น.How to เลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่างดีไซเนอร์สาว แองจี้-แอนเจลิส บาเลก เผยเคล็ดลับเริ่ดๆ ในการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง ไม่ว่าจะสาวขี้อาย สาวเจ้าเนื้อ หน้าอกใหญ่ หน้าอกเล็ก ก็สวยได้อย่างมั่นใจ

อยากใส่ชุดว่ายน้ำแต่ไม่กล้าอวดหุ่น สุดท้ายจบลงด้วยการคว้าเสื้อยืด กางเกงขาสั้น วันนี้ โพสต์ทูเดย์ มีเคล็ดลับการเลือกชุดว่ายน้ำอย่างไรใส่แล้วปัง สวย เริ่ด ของดีไซเนอร์สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ผู้ก่อตั้งแบรนด์ AB. Angelys Balek มาฝาก

เริ่มต้นจาก ปรับ Mindset ให้รักในรูปร่างของตัวเองก่อนเลือกซื้อชุดว่ายน้ำ เพราะหากเราไม่มั่นใจ แคร์สายตาคนรอบข้าง แม้จะเลือกชุดว่ายน้ำที่ช่วยพรางรูปร่าง หรือปกปิดส่วนที่เราไม่มั่นใจแค่ไหน ตัวเราเองก็ไม่มีความสุขเวลาใส่ชุดว่ายน้ำอยู่ดี ดังนั้น ก่อนจะเลือกซื้อชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้า ลองปรับมุมมองของตัวเองก่อน ผู้หญิงทุกคนมีความสวยในสไตล์ตัวเอง ขอเพียงรักในตัวตน มีความสุขในทุกชุดที่สวมใส่ ไม่ว่าจะเลือกชุดว่ายน้ำดีไซน์ไหนก็สามารถสวยได้ เพราะความสวย ความสดใสจะถูกสื่อสารออกมาจากท่าทาง แววตา และรอยยิ้มของเราเอง

เนื้อผ้าและการตัดเย็บ อีกหัวใจหลักที่ช่วยเพิ่มความสวยให้ผู้หญิงได้ ชุดว่ายน้ำที่เนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นน้อยจะมีผลต่อการสวมใส่ได้ ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อชุดว่ายน้ำต้องพิจารณาด้วยว่า เมื่อได้ลองสวมใส่แล้วชุดว่ายน้ำนั้นๆ สามารถยืดหยุ่น ใส่แล้วกระชับรูปร่างและช่วยอำพรางจุดด้อยและเสริมจุดเด่นของผู้หญิงแต่ละคนได้หรือไม่

สาวขี้อาย

ใครที่ไม่ค่อยมั่นใจที่จะสวมใส่ชุดว่ายน้ำ ก็ค่อยๆ เริ่มสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการเลือกชุดว่ายน้ำวันพีชดีไซน์เรียบๆ มีลูกเล่นเล็กน้อย หรือจะเป็นดีไซน์แนวสปอร์ตก็ดูเท่ไม่เบา

สาวเจ้าเนื้อ หน้าอกไซส์ใหญ่ มีสะโพก

ชุดว่ายน้ำวันพีช โชว์ความเซ็กซี่เบาๆ ด้วยคอวี ควรหลีกเลี่ยงลวดลายหรือลูกเล่นช่วงอก เพราะจะเป็นการเน้นให้ช่วงบนดูใหญ่ยิ่งขึ้น ชุดว่ายน้ำสไตล์วินเทจ ที่โชว์หน้าอกนิดหน่อย คู่กับกางเกงเอวสูง หรือชุดว่ายน้ำที่เล่นแทบสีแนวตรง ก็ช่วยให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น 

สาวหน้าอกเล็ก มีสะโพก

ชุดวันพีชที่มีลูกเล่น ช่วงอก ช่วยเสริมให้หน้าอกดูใหญ่ขึ้น ชุดวันพีชดีไซน์เรียบง่าย หรือ มีลูกเล่นแบบบ่าเดียว สามารถพรางให้ร่างกายดูเพรียวสมส่วนมากขึ้น สาวคนไทยที่มั่นใจจะจัดชุดทูพีชลวดลายสวยๆ เว้าสูงก็สามารถเน้นสัดส่วนความเว้าได้อย่างดี

สาวหน้าอกเล็ก สะโพกเล็ก มีส่วนเว้าแค่เล็กน้อย

แนะนำให้เลือกชุดว่ายน้ำที่โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง มีลูกเล่น เช่น ระบาย ลายดอก ปักเลื่อม เพื่อเพิ่มมิติให้หุ่น หรือจะเลือกชุดว่ายน้ำวันพีชคอวีแหวกลึก ก็เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมอง สำหรับสาวขี้อาย สามารถเลือกทูพีช ที่ช่วงบนดีไซน์แบบเสื้อครอป ท่อนล่างเป็นกระโปรงระบาย ก็สวยเก๋ไปอีกแบบ 

สาวมีหน้าท้อง

สาวคนไหนกังวลเรื่องหน้าท้อง จนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำ หมดกังวลได้เลยเพราะคุณแองจี้ แนะนำว่า ให้เลือกชุดว่ายน้ำที่มีลูกเล่นช่วงเอว หากเป็นวันพีช ให้เลือกชุดที่มีดีไซน์จับจีบช่วงเอว เพื่อพรางสัดส่วนช่วงเอว หรือ เลือกชุดว่ายน้ำโทนสีเข้ม ช่วยพรางหุ่นได้ หรือจะเป็นดีไซน์ที่มีลูกเล่นตรงช่วงไหล่ หรือแขนพองๆ ก็เป็นการดึงดูดสายตาได้

ผลงานสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของความรักนิจนิรันดร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642428

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 09:20 น.ผลงานสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของความรักนิจนิรันดร์วนัช กูตูร์ ต้อนรับปี 2021 ด้วยคอลเลคชั่นชุดแต่งงานในฝันสุดโรแมนติกราวกับซินเดอเรลล่า Vanus Couture Ultra Luxury Bridal Collection 2021

สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ที่ติดตามผลงานมาตลอดทั้งปีเลยทีเดียว สำหรับห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ และเพื่อเป็นเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่นี้ วนัช กูตูร์ เผยโแมคอลเลคชั่นชุดแต่งงานสไตล์ฝรั่งเศสสุดตระการตาภายใต้ชื่อ “Vanus Couture Ultra Luxury Bridal Collection 2021” ซึ่งเป็นชุดผลงานสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของความรักที่เป็นนิจนิรันดร์คงความงดงามเหนือกาลเวลาและความสวยสง่าที่สมบูรณ์แบบ

คอลเลคชั่นนี้เกิดจากแรงบันดาลใจและจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ของสรรค์สุดเกตุดีไซเนอร์ผู้ออกแบบและเจ้าของห้องเสื้อที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานชุดแต่งงานทั้งหมดนี้ให้ออกมาเป็นชุดที่ดูมีความซับซ้อนมากขึ้นด้วยการเพิ่มเลเยอร์และใส่ความพลิ้วไหวให้ชุดดูสวยงดงามดั่งเจ้าหญิงในนิยายรวมถึงลวดลายของงานปักแบบกูตูร์ที่ยังไม่เคยทำมาก่อนซึ่งยังคงเอกลักษณ์เฉพาะที่ใครได้พบเห็นก็จดจำได้เป็นผลงานที่เกิดจากความรักเปล่งประกายไปด้วยความสุขสะท้อนออกมาด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้เมื่อต้องกับแสงไฟเต็มไปด้วยความหมายและดูทรงคุณค่าในแบบของตัวเอง รวมถึงขนนกและลูกไม้ที่ละเอียดอ่อนที่มีความประณีตงดงาม ให้อารมย์ความรู้สึกที่แฝงไปด้วยความโรแมนติกที่ยังคงคลาสสิคแบบมิรู้ลืม

โดยได้สาวสวยลุคนางแบบ จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย มาร่วมอวดโฉมความงดงามในครั้งนี้กว่า 10 ชุด เรียกได้ว่าถ่ายทอดผลงานออกมาได้สวยตราตรึงใจมากจริงๆ สำหรับว่าที่เจ้าสาวท่านไหนที่มีความฝันที่อยากสวมใส่ชุดที่ถูกออกแบบมาในสไตล์เจ้าหญิงสุดโรแมนติกแบบนี้  สามารถติดตามผลงานของทางห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ผ่านช่องทาง www.facebook.com/vanuscouture

สิ่งสำคัญในปี 2021 ชี้คนอยากใช้เวลากับคนที่รัก และทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างมากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642501

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 08:40 น.สิ่งสำคัญในปี 2021 ชี้คนอยากใช้เวลากับคนที่รัก และทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างมากขึ้นปี 2021 ปีที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคนที่รัก เน้นสร้างความแตกต่างมากขึ้น เดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัด

ผลการสำรวจ สิ่งสำคัญในปี 2021’ (What Matters 2021) ทั่วโลกของ อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลก พบว่า ปี 2021 จะเป็นปีที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคนที่รัก และการสร้างความแตกต่างมากขึ้น โดยการใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งใจที่จะทำมากที่สุด (1 ใน 3) ตามมาด้วยการเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัด (24%) และการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่าง (21%)

สิ่งที่น่าสนใจจากผลการสำรวจนี้คือ การท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัดเป็นสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 55 ปีขึ้นไปตั้งใจที่จะทำมากที่สุด ส่วนการใช้เวลาที่มีค่ากับครอบครัวและเพื่อนเป็นสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 25-54 ปีตั้งใจที่จะทำมากที่สุด ขณะเดียวกันการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่างเป็นสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 18-24 ปีตั้งใจที่จะทำมากที่สุด

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า การวางแผนท่องเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนมากขึ้น การไปท่องเที่ยวแบบไม่ต้องวางแผนล่วงหน้าให้บ่อยขึ้น และการเลือกท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ 3 อันดับแรกที่ผู้คนทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุดในปีนี้

“ปี 2020 เป็นปีแห่งการต่อสู้ และการทำให้ดีที่สุดเพื่อความอยู่รอด ถึงแม้บททดสอบที่ผ่านมาจะหนักหนา แต่ผลการสำรวจของเราแสดงให้เห็นว่า ในปีนี้ผู้คนทั่วโลกตั้งใจที่จะเดินทางท่องเที่ยว ทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ ๆ อย่างมีความหมาย รวมถึงใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อน สุดท้ายแล้วผู้คนก็จะต้องออกเดินทางท่องเที่ยวเหมือนเคย เนื่องจากความปรารถนาในเรื่องนี้ของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหยุดได้” นายทิม ฮิวจ์ส รองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กร อโกด้า กล่าว  

ภาพรวมผลการสำรวจ 

สิ่งที่ผู้คนตั้งใจที่จะทำมากที่สุดในปี 2021

  • การใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้นเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่จากสหราชอาณาจักร ไทย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และจีนตั้งใจที่จะทำมากที่สุด
  • การเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัดคือสิ่งที่ชาวสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นตั้งใจที่จะทำมากที่สุด
  • การทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่างเป็นสิ่งที่ชาวอินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนามตั้งใจที่จะทำมากที่สุด
  • การได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ มากขึ้น อยู่ในอันดับ 2 และ 3 สำหรับชาวไทย และญี่ปุ่นตามลำดับ
  • การหยุดทำงานทางไกล และ/หรือกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ คือสิ่งที่ชาวฟิลิปปินส์ (9%) เวียดนาม (7%) และอินโดนีเซีย (7%) ตั้งตารอมากที่สุด ขณะที่ชาวจีน (1.2%) ญี่ปุ่น (1.5%) และสหราชอาณาจักร (2%) ตั้งตารอน้อยที่สุด
  • การชมการแสดงสด การแข่งขันกีฬา หรืองานอีเว้นท์ขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งตารอน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 แต่ชาวสหรัฐอเมริกา (8%) สหราชอาณาจักร (8%) และญี่ปุ่น (7%) มีแนวโน้มที่จะตั้งตารอมากกว่าผู้คนชาติอื่นที่สุด 

ตามกลุ่มอายุ

  • การใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้นเป็นสิ่งที่กลุ่มคนอายุ 25-34, 35-44 และ 45-54 ปี ตั้งใจจะทำมากที่สุด ส่วนการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่างเป็นสิ่งที่กลุ่มคนอายุ 18-24 ปี ตั้งใจจะทำมากที่สุด ขณะที่ “การเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัด” เป็นสิ่งที่กลุ่มคนอายุ 55 ขึ้นไปตั้งใจทจะทำมากที่สุด
  • การได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ และทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ มากขึ้น อยู่ในอันดับ 3 สำหรับกลุ่มคนอายุ 55 ปีขึ้นไป 

การเดินทางท่องเที่ยว

  • การเดินทางกับคนที่รักมากขึ้น เป็นสิ่งที่คนเกือบทุกชาติมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุด ยกเว้นชาวสหราชอาณาจักรและไต้หวันที่มุ่งมั่นจะเดินทางแบบไม่ต้องวางแผนให้บ่อยขึ้นมากที่สุด ส่วนชาวญี่ปุ่นก็มุ่งมั่นที่จะเดินทางแบบไม่รีบร้อนมากที่สุด เพื่อใช้เวลากับสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่มากขึ้น
  • การเดินทางแบบไม่รีบร้อน อยู่ในอันดับ 2 สำหรับชาวสิงคโปร์และมาเลเซีย
  • การเลือกท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น อยู่ในอันดับ 2 สำหรับชาวเวียดนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไทย และอินโดนีเซีย
  • การไปเที่ยวในสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนไป คือสิ่งที่ชาวอินโดนีเซีย (16%) ไทย (14%) และญี่ปุ่น (13%) มุ่งมั่นที่จะทำมากกว่าผู้คนชาติอื่นที่สุด

ตามกลุ่มอายุ

  • การเดินทางกับคนที่รักมากขึ้น เป็นสิ่งที่คนทุกกลุ่มอายุมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุด
  • การเลือกท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น อยู่ในอันดับ 2 สำหรับกลุ่มคนอายุ 25-34, 35-44 และ 45-54 ปี
  • การเดินทางแบบไม่รีบร้อน อยู่ในอันดับ 2 สำหรับกลุ่มคนอายุ 55 ปีขึ้นไป
  • การเดินทางแบบไม่ต้องคิดวางแผนให้บ่อยขึ้น อยู่ในอันดับ 2 สำหรับกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี อันดับ 3 สำหรับกลุ่มคนอายุ 24-34, 35-44, และ 55+ ปี และอันดับ 4 สำหรับกลุ่มคนอายุ 45-54 ปี 

ประเทศไทย

  • การใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้น (38%) เป็นสิ่งที่ชาวไทยตั้งใจที่จะทำมากที่สุด ตามมาด้วยการได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ มากขึ้น (22%) และการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่าง (17%)
  • ในด้านการเดินทางท่องเที่ยว การเดินทางกับครอบครัวและเพื่อนให้มากขึ้น (43%) คือสิ่งที่ชาวไทยมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุด ถัดมาคือ การท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น (22%) และการไปเที่ยวในสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนไป (14%)

What makes people happy during the Covid-19 crisis #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

What makes people happy during the Covid-19 crisis

LivingJan 24. 2021

By The Nation

Being able to spend time with family and having plenty of free time were among the reasons that made people happy during the Covid-19 crisis, a poll revealed on Sunday.

Suan Dusit Poll surveyed people on 10 things that gave them happiness.

The poll was conducted between January 15 and 22 and involved 1,136 respondents nationwide.

When asked about what makes them happy amid the Covid-19 crisis (multiple choice):

– 86.92 per cent said they have plenty of time to do as they like.

– 75.22 per cent said they can live with their family.

– 56.10 per cent said they don’t have to get up early.

– 29.81 per cent said they could take care of their health.

– 13.46 per cent said they could adjust themselves to be in line with the online world.

– 13.08 per cent said they still have an occupation.

– 10.44 per cent said they could travel without worries of traffic jams.

– 8.18 per cent said Thai medical personnel are performing their duty well.

– 5.03 per cent said they could see Thai people’s cooperation and kindness.

– 1.89 per cent said natural resources would have a chance to recover.

Paisan Kongsatitsathaporn, acting director of Suan Dusit University Public Relations Division, said changing one’s attitude was important because there was always happiness in every crisis.

“If we can overcome the sorrow, we will find happiness at last,” he said.

You’re spending more money online than you think. Here are 4 ways to save. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

You’re spending more money online than you think. Here are 4 ways to save.

LivingJan 24. 2021

By The Washington Post · Heather Kelly

SAN FRANCISCO – First, we stopped paying for things. Gym memberships, movie tickets, Ubers, restaurant bills, fancy clothes.

But as the pandemic carried on and more of our lives switched from in person to over screens, we started racking up new costs. Streaming services, delivery apps, online fitness classes, virtual learning apps, the Zoom account that lets you talk longer than 40 minutes.

People in some parts of the United States have started using gyms and eating at restaurants again, or are using a combination of online and in-person services. But without physical bills or regular reminders, lingering subscriptions can be easily forgotten.

Those small digital charges add up. And in a struggling economy, finding even small ways to save money can be a huge help.

There are plenty of tools to help figure out where money is being lost, like budgeting apps Mint and subscription tracking apps like Truebill, which connects with your bank accounts and lets you pick how much to pay. Another option, Bobby, is free but requires more work to set up.

Truebill CEO Yahya Mokhtarzada said that the number of users has risen during the pandemic and that users’ spending habits have changed. He says services such as Kindle Unlimited became more popular than Barnes & Noble, more people paid for YouTube Premium than tickets to movies at Cinemark Theatres, and they spent more money on Uber Eats than Uber rides. The shift to automated payments has made it easier for companies to make money and harder for customers to keep track, he said.

“We used to pay everything in cash so you know where your money is going,” Mokhtarzada said. “Now you just have no visibility, and people aren’t exactly anxious to tell you they’re charging you every month.”

You can use apps, or you can take control yourself. As the New Year rolls in, it’s a good time to hop on your phone and make sure you’re not paying for anything you don’t need.

– Schedule a subscription intervention. You probably don’t need all of your new subscriptions, but finding them isn’t always easy, and canceling some can be a chore.

There’s a high probability you are paying monthly fees for things you’ve already forgotten you signed up for, whether it’s a free trial of CBS All Access you got to binge “Star Trek: Picard” or a subscription to the Noggin kids’ app you agreed to in a moment of work-from-home panic. The longer a free trial, like Apple TV Plus’s free year with a new device, the easier it is to forget about.

They can seem small at the time, $5 or $10 here and there for a bit of entertainment, but add up fast. An average subscription to all of the nine big streaming platforms, including Netflix, Disney Plus and HBO Max, comes to around $900 a year, or $80 a month. Then there are streaming workout apps, games, kids’ apps, newsletters and news publications (which are great).

You can go through your credit card statement to see which companies are charging you, but that doesn’t tell the whole story. Most reoccurring payments are automatic deductions charged every month or as a lump sum once a year. However a growing number of services bill through a third party, such as Amazon, Apple and Google, and can be bundled together as one charge, meaning they’re easier to miss on statements.

(The Washington Post is owned by Amazon chief executive and founder Jeff Bezos.)

Go to your settings on each app store and review what you’ve signed up for, including free trials that you forgot are coming to an end.

On an iOS device, go to settings, tap on your profile on top, then tap “subscriptions” to see what you are paying for through Apple. Make sure the option for renewal receipts is turned on so you get emails reminding you that you pay for these services. On an Android device, go to the Play Store, then tap the menu icon (the box with lines in the upper left corner) and look for “subscriptions.” And on the Amazon website, use the “accounts and lists” drop-down menu next to the search bar to click on “memberships and subscription.”

Keep track going forward by checking your statements regularly, keeping a list or spreadsheet of all your subscriptions as you start them, and by setting a calendar reminder to cancel a subscription or free trial when you’re done with it.

– Share, negotiate or take a break from accounts. Keeping or canceling aren’t your only options for saving money on things like subscriptions.

A surprising number of payments are negotiable. The most well known are cable and cellphone service fees, which can usually be lowered with a phone call and a threat to switch to another company. Car insurance and credit card interest rates can also be haggled down. Mokhtarzada says the best time to bargain is after your initial contract is up: “There’s often retention offers that they have available, but they’re not going to reach out and tell you about them.”

But you can also try bargaining down less obvious payments, such as expensive software you use for work. Companies including Adobe have allowed some customers to pay less during the pandemic, when work slowed.

Another way to pay less is to share your subscriptions. In the proper, legal way, of course. Look into any family plans and read the fine print for how that company defines family. Does your mom need to live at the same address to share a streaming account or just actually be your mom? If having more people on a streaming account lowers the cost for everyone, it might be worth switching. Some companies, such as Spotify, allow you to pay 50 percent more to add up to five family members, or just $3 more if you want to have a two-person account. And if you’re absolutely going to keep using it for another year, many subscriptions offer discounted rates if you pay for an entire year upfront. (Set that calendar reminder for 11 months from now!)

If you’re on the fence about giving up an account forever, some companies will let you pause an account instead of canceling it. And services including Netflix make it easy to quit and come back without losing your watch history, or your spot in the middle of bingeing Bridgerton, and having to sign up all over again.

– Comparison-shop on delivery apps. The boom in grocery and restaurant delivery during the pandemic means you have multiple options when it comes to paying someone to bring you a fresh or frozen burrito. The prices across apps can vary, even for the same restaurant or grocery store.

Before shopping for groceries, look at prices on apps such as Instacart or Amazon Fresh to see how they compare, calculating in any delivery fees. Also try the stores’ sites directly and see if they offer pickup or delivery. For restaurants, prices can also vary between apps, so open a few and check your favorite entrees before purchasing. If possible, see if the restaurant is taking orders directly. Even if the prices aren’t lower, the business will probably be able to keep a larger share of your payment when not using an app like Grubhub. Some companies, such as DoorDash, that offer subscriptions are basically prepaying a delivery fee. If you don’t order enough through a single app to make this a deal, skip it.

It’s also time to audit delivery memberships, starting with an Amazon Prime account if you, like more than half of U.S. households, have one. Amazon Prime costs $119 a year and includes benefits such as free two-day shipping and its Prime Video service, but it is no longer the only game in town. Non-Prime members can still get free, slower shipping on orders over $25.

Walmart has added its own similar service, called Walmart Plus, for $98 a year. If you use Prime for groceries from Whole Foods, there are alternatives for other stores, such as an Instacart membership. Many companies offer free, fast shipping for a minimum order, and if it’s just “The Marvelous Mrs. Maisel” you want, Prime Video can be paid for separately. (If you do hold on to Amazon Prime, don’t forget to Google a product before you buy it and see if it’s available for a lower price, even with shipping.)

– Bring your cloud storage bills down to earth. Somewhere along the line you ran out of free iCloud or Google storage. Or maybe you signed up for multiple services and are paying for more space than you need. This is a two-step money saver that might also help streamline where all your important documents and photos live.

First, figure out how much storage you need. Audit your Amazon, Google, Apple, Dropbox and Microsoft storage (we’re talking personal files, not pro-level storage). They all have easy ways to see a visual breakdown of how much storage you are using and for what types of files. A photo or video collection is usually one of the biggest chunks of cloud storage. You could be surprised to find some unexpected space hogs, such as an automatic backup of all your text messages including photo attachments. Try backing up to a computer instead of the cloud, deleting past backups and clearing out old message attachments.

Prune where you can, then shop around for the best price for however much storage you’re using and reasonable upgrade options as you grow. Until recently, Google Photo’s unlimited storage for slightly compressed photos was the biggest steal, but now it’s only 15 GB for free, then $1.99 a month for 100 GB. Amazon still offers unlimited full-resolution photo storage for Prime members, with the caveat that you need to use its app to browse through them. Dropbox is up to 2 GB for free, then jumps to $9.99 a month for 2 TB. Apple’s iCloud storage offers up to 5 GB for free or 50 GB starting at $0.99 a month.

In theory, you could spread your files across a few services for free, but that might lead to forgetfulness and heartbreak down the road. For some people, the right cloud storage option is whatever’s tied into their phone. If it’s ease of use you’re looking for, Android users can stick with Google Drive and Apple users iCloud.

For the love of greenery #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

For the love of greenery

LivingJan 15. 2021

By The Nation
Photos by Wanchai Kraisornkhajit

People flocked to Bangkok’s Chatuchak Market on Thursday to pick up plants, now that gardening has become popular among residents having to stay in due to the new wave of Covid-19.

Not only do plants help relieve stress, they also improve the quality of air. People have also been exchanging gardening ideas via social media.

Chatuchak Market’s green zone is open every Tuesday from 11am to 8pm and every Wednesday and Thursday from 5am to 6pm.

How to ดูแลผิวสวยไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือฝุ่น PM 2.5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642424

วันที่ 11 ม.ค. 2564 เวลา 09:15 น.How to ดูแลผิวสวยไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือฝุ่น PM 2.5แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ด (ไม่) ลับการดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5

มลพิษที่ลอยในอากาศ (Airborne particulate matter pollution) อย่าง PM 2.5 (Particulate Matter) หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญในชีวิตประจำวันซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผิวโดยตรง โดยฝุ่น PM 2.5 จะไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับชั้นฟิล์มไขมันเคลือบผิว (Sebum) ที่ทำหน้าเสมือนเกราะปกป้องผิวให้เกินการระคายเคือง อักเสบ อุดตัน นำมาซึ่งปัญหาผิว อาทิ สิว ริ้วรอย รวมถึงความหมองคล้ำ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ธัญ (THANN) คำนึงถึงปัญหาผิวพรรณที่เกิดจากการเผชิญกับมลภาวะฝุ่นละอองในปัจจุบัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช จัดกิจกรรมแนะเคล็ด (ไม่) ลับ ‘ดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5’ 

สาเหตุของปัญหาผิวพรรณ

ปัญหาผิวพรรณของเรานั้นมีสาเหตุเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยก็คือปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งปัจจัยภายในจะเกี่ยวข้องกับระบบของร่างกายเรา เช่น การรับประทานอาหาร ระบบขับถ่าย การพักผ่อน อารมณ์ และความเครียด ส่วนปัจจัยภายนอกที่คอยทำร้ายผิวสามารถแบ่งได้ 5 สาเหตุ ประกอบด้วย การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การอาบน้ำร้อน แสงแดด และมลพิษทางอากาศ

แสงแดดและมลพิษทางอากาศถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำร้ายผิวได้รุนแรงกว่าเมื่อเทียบกับสาเหตุอื่นๆ ปัจจุบันโลกของเรามีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศมากขึ้น ยิ่งในช่วงนี้ประเทศไทยของเรากำลังประสบปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่ารูขุมขนคนเราถึง 20 เท่า จึงสามารถแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ง่าย และส่งผลกระทบกับผิวหนังโดยตรงขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ซึ่งระยะเวลาการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะเฉียบพลัน ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ระคายเคืองของผิว ทำให้ผิวเสียสมดุลความชุ่มชื้น เนื่องจาก PM 2.5 สามารถทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก หรือชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และทำลายโปรตีนฟิลแลกกริน (Filaggrin) ที่มีหน้าที่ป้องกันผิวหนัง (epidermal barrier protein)
  • ระยะเรื้อรัง เกิดจากการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นระยะเวลานาน โดยฝุ่น PM 2.5 จะไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระรบกวนการทำงานของเซลล์ผิว ทำให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าปกติ ทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย กระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

เคล็ดลับในการป้องกันและการดูแลผิว

ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ให้มากที่สุด หรือสัมผัสให้น้อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิต้านทานของผิวหนังน้อยหรือผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว จะยิ่งต้องดูแลและป้องกันตัวเองให้มากเป็นพิเศษ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว หมวก แว่นตา เพื่อปกปิดไม่ให้ผิวเราสัมผัสกับอนุภาคฝุ่น PM 2.5 ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นอีกขั้น

การดูแลผิวเมื่อกลับถึงบ้าน ควรรีบอาบน้ำชำระล้างผิวให้สะอาด ควรฟื้นฟูสภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ผิวสัปดาห์ละครั้ง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นท์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี ประกอบด้วย จะช่วยเสริมให้สุขภาพผิวแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ควรสครับผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพสัปดาห์ละครั้ง แนะนำให้เลือกแบบที่เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว

การบำรุง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยมอยเจอร์ไรซิ่งครีม และเสริมเกราะป้องกันให้กับผิว ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวกันไม่ฝุ่นสัมผัสกับผิวได้โดยตรง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ไม่อุดตันรูขุมขน และมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ รวมถึงควรทำให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อมลภาวะ เพราะเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ เวลาที่ได้รับเชื้อโรคหรือฝุ่นเข้ามาก็จะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งผัก ผลไม้ รวมถึงงดการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยสามารถปรับเปลี่ยนมาออกกำลังในร่มแทน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรดื่มน้ำสะอาดในระหว่างวันให้มากๆ