เพราะแพ้ไม่เป็น เลยต้องแพ้ตลอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640784

วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 08:15 น.เพราะแพ้ไม่เป็น เลยต้องแพ้ตลอดโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ท่านเคยสังเกตไหมว่า ทำไมบางคนชอบเปรียบเทียบ บางคนชอบโอ้อวด บางคนชอบคุยข่ม ทับถมคนอื่น บางคนบ้าอำนาจ ชอบแสดงว่าตนเหนือกว่า บางคนชอบออกตัว เบี่ยงประเด็น หรือโยนความผิดให้ผู้อื่น บางคนชอบแสดงว่าตนรู้อะไรไปเสียหมด ตอบได้ทุกอย่าง ไม่เคยจน

บุคคลลักษณะแบบนี้ชอบเพ่งโทษผู้อื่น มองคนอื่นว่าผิดหมด ตนไม่เคยทำอะไรผิด คนอื่นๆ นั้นล้วนผิดแผกแปลกประหลาดจากปกติ ชอบหยิบยกเรื่องไม่เป็นเรื่องมาขบคิด แม้ความพลาดพลั้งเล็กน้อยของคนอื่นก็เป็นเรื่องใหญ่ ทีเรื่องผิดพลาดของตนเองกลับมองไม่เห็น บุคคลลักษณะนี้ชอบเอาชนะ แพ้ไม่เป็น จึงมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง

หากเกิดขึ้นในองค์กร ก็ยากที่จะเหนี่ยวนำให้ทีมงานงัดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ การทำงานก็แยกส่วน ไม่เป็นทีม ไม่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน การบรรลุเป้าหมายก็ยาก ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งหมดนี้กลับมาสร้างแรงกดดันให้กับตนเอง คนรอบข้างก็ไม่ยอมรับ ตนก็อยู่ยาก บางคนขาดโอกาสการเติบโตในหน้าที่การงานอย่างน่าเสียดาย หลายคนจึงแพ้ชีวิต

และนอกจากที่ทำงานจะมีปัญหาแล้ว แน่นอนว่าที่บ้านก็ไม่ต่าง ชอบหาเรื่องไปทั่ว บางคนติดความสมบูรณ์แบบ จับผิด ไม่ว่าใครทำอะไรก็ดูจะไม่เข้าท่าไปหมด สร้างความอึดอัดให้กับคนรอบข้าง เขาจะรู้สึกว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด และสูญเสียความมั่นใจ ที่สำคัญ นี่เป็นการทำลายคนรอบข้างอันเป็นที่รัก โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อย่างตั้งใจ เพราะนี่คือธรรมชาติเดียวกัน

ท่านคิดว่าอะไรคือสาเหตุเราลองมาวิเคราะห์กันทีละฉาก อะไรทำให้คนๆ นึงมีลักษณะอย่างนี้ มันเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากว่าในขณะนั้นเอง เขากำลังเรียกร้องความสนใจ นั่นคือเขาต้องการเป็นคนสำคัญ เขาต้องการให้บุคคลรอบข้างยอมรับ เขาต้องการให้คนอื่นๆ เห็นว่าเขาสำคัญ บางคนต้องการความเหนือกว่า

แล้วทำไมต้องการเหนือกว่า ทำไมถึงต้องเรียกร้องการยอมรับ เรียกร้องให้คนอื่นเห็นตนมีค่า เมื่อพิจารณาลึกๆ แล้ว เราพบว่า นั่นเป็นเพราะเพื่อมาชดแชยกับภาวะที่พร่องไปภายในตนเอง แล้วอะไรที่ขาดไป นั่นก็คือ การขาดการเห็นคุณค่าตนเอง ขาดความภาคภูมิใจในตนอง ไม่เห็นคุณค่าตนเอง เห็นตนเองมีแต่ความบกพร่อง ดูถูกตนเอง คิดว่าตนเองไม่เอาไหน ซึ่งมันล้วนเป็นเรื่องที่ตนคิดไปเองทั้งสิ้น มันเป็นภาวะที่ตนรู้อยู่เต็มอกว่าตนมีข้อบกพร่อง แต่กลัวคนอื่นจะรู้ เลยต้องแสดงออกในลักษณะข่มคนอื่นไว้ก่อน เพื่อกลบเกลื่อนหรือชดเชยกับความรู้สึกบกพร่องหรือข้อเสียของตนเอง ดังนั้น รากของปัญหาที่แท้จริงจึงมาจากภาพความคิดติดลบที่ตนมีต่อตนเอง นั่นเอง

ภาวะนี้ โดยทั่วไป เราเรียกว่า “ปมด้อย หรือ Negative Self-image หรือ Self-inferior”ปมดังกล่าวคือภาพลบที่มีต่อตนเอง มันสะท้อนถึงตัวตนที่ด้อยค่า มันเป็นภาวะความรู้สึกเสียใจที่สั่งสมเกาะกัดกินใจมานาน ปมดังกล่าวตนสร้างขึ้นมาเอง นำติดตัวมาตลอด มันคือภาวะคุณค่าตนเองที่พร่องไป เมื่อมันขาดหายไป ตนจึงพยายามแสวงหาคุณค่ามาเติมให้เต็ม แต่เป็นการหาคุณค่าในรูปของการเอาชนะคนอื่น หรือกล่าวโทษผู้อื่น หรือกดข่มผู้อื่น หรือแสดงตนเหนือกว่า

แต่ยิ่งพยายามเอาชนะ ภายในตนเองยิ่งสูญเสีย เพราะยิ่งเอาชนะ มันจะสะท้อนถึงภายในตนเองยิ่งพร่องหนัก คุณค่าตนเองก็ยิ่งลดลง ก็เลยยิ่งต้องการเอาชนะมากขึ้น แต่ยิ่งเอาชนะ ก็ยิ่งแพ้ เมื่อคิดว่าแพ้ไม่ได้ ก็เลยยิ่งต้องการเอาชนะมากขึ้น แต่นั่นไม่เคยสำเร็จหรอก กลับจะยิ่งรู้สึกว่าภายในยิ่งขาด เมื่อยิ่งขาด ก็ยิ่งต้องการเอาชนะ มันก็ยิ่งพร่องมากขึ้นอีก ยิ่งกดดัน ชีวิตเลยหมุนวนหาทางออกไม่เจอ จมดิ่งลงไปกับการพยายามจะเอาชนะคนอื่น เพราะรู้สึกว่ามันแพ้ไม่ได้ ถ้ารับ ก็แสดงว่าตนแพ้จริงๆ นะซิ แสดงว่าตนด้อยค่าจริงๆ คิดว่าถ้าแพ้อีก คุณค่าตนจะยิ่งลดต่ำลง ภาวะนี้มันรับไม่ได้ ยิ่งแพ้หนัก บางคนซึมเศร้า ความรู้สึกทั้งหมดนี้มาทำร้ายตนเอง ตนเองยิ่งถดถอย สร้างปัญหาในทุกความสัมพันธ์ การทำงานก็ไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทีมงานก็ไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

หลายคนรู้ว่าเหตุเกิดจากอะไร แต่แก้ไม่เป็น ลบไม่ออก มันเหมือนเส้นผมบังภูเขา เพราะไอ้คุณค่าที่ต้องการนั้น มันอยู่ในตัวเอง มันคือความรู้สึกของตนเอง แต่มันไม่เข้าใจ มองไม่ออก หาไม่เจอ เพราะตัวมันบังตัวมันเอง แต่กลับเข้าใจผิด คิดว่าคุณค่านั้นสามารถหาได้จากโลกภายนอก ด้วยการเอาชนะคนอื่น แต่หารู้ไม่ว่าตนเท่านั้นที่สามารถผ่านภาวะนั้นไปได้ ด้วยการยอมรับว่าตนเองมีข้อผิดพลาด

การยอมรับว่าตนเองมีข้อบกพร่อง มองผิวเผินคล้ายว่าตนแพ้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่กลับเป็นการ “ชนะเป็น” มันเป็นความเข้มแข็งภายในอย่างเป็นที่สุด เพราะต้องเห็นคุณค่าตนเองเท่านั้นที่จะผ่านภาวะเลวร้ายนี้ไปได้ แต่มันยากนัก เพราะว่าในขณะนั้นเองที่ตนอ่อนแอที่สุด ไม่มีกำลังจะมาคิดบวก ไม่เข้มแข็งพอที่จะมามองเห็นคุณค่าตนเอง บุคคลเช่นนี้จึงหาจุดวกกลับไม่เจอ เพราะจุกวกกลับนั้นมันเป็นจุดที่ตนอ่อนไหว มันเป็นจุดที่เปราะบางที่สุด ตนจึงขาดกำลังที่จะพลิกชีวิตตนเอง

การจะก้าวข้ามภาวะนี้ไปได้ ต้องสร้างความเข้มแข็งภายใน มันไม่มีทางอื่น นอกจากว่าต้องเห็นคุณค่าตนเองเท่านั้น กุญแจสำคัญจึงต้องสร้างการยอมรับตนเองขึ้นมาก่อนว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้วให้อภัยตนเอง เข้าใจตนเอง เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่ผ่านมาในอดีต ณ จุดนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้มแข็งภายใน ค่อยเป็นค่อยไป แล้ววันนึงจะปลุกยักษ์ภายในขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง มั่นคง

แต่คนส่วนใหญ่รับไม่ได้ว่าแพ้ ว่าไปแล้วปัญหาในทุกความสัมพันธ์ มันคือแพ้ตนเอง แต่เพราะแพ้ไม่เป็น เลยต้องแพ้ตลอด

เติมเต็มทุกโมเม้นต์แห่งความสุข กับความสุขที่ออกแบบเองได้แบบคนล้ำสมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640719

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 11:11 น.เติมเต็มทุกโมเม้นต์แห่งความสุข กับความสุขที่ออกแบบเองได้แบบคนล้ำสมัยSiam Discovery พร้อมมอบความสุขที่สามารถออกแบบเองได้แบบคนล้ำสมัย กับ “Siam Discovery The Moment of Joy Celebration 2021”

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม (Siam Discovery The Exploratorium) เดสติเนชั่นที่อุดมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไอเดีย และความล้ำสมัยมอบประสบการณ์พิเศษในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในแบบเฉพาะที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ที่ให้ทุกคนได้ออกแบบประสบการณ์แห่งความสุขบนช่วงเวลาพิเศษในแบบของตัวเองผ่านการร่วมมือสรรสร้างจากองค์กรชั้นนำที่พร้อมเติมเต็มทุกโมเม้นท์แห่งความสุขและการสังสรรค์ภายใต้คอนเซปต์ “Siam Discovery The Moment of Joy Celebration 2021”

เริ่มที่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่พร้อมสร้าง Moment of Joy พบกับความร่วมมือระหว่างสยามดิสคัฟเวอรี่และ TBC/BALL และ Little Big Green สรรสร้างต้นคริสมาสต์รักษ์โลกภายใต้ชื่อ The Treecycle of Joy (เดอะ ทรีไซเคิล ออฟ จอย) ที่ประกอบอย่างพิถีพิถันจากกระป๋องอะลูมิเนียมรีไซเคิลกว่า 10,000 กระป๋อง ประดับตกแต่งด้วยไฟหลากสีสันช่วยเพิ่มความสวยงามยามค่ำคืน ด้วยคอนเซปต์ The Moment of Joy Celebration 2021 ที่ต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับการแบ่งปันและได้รับความสุขจากทุกช่วงเวลารอบตัวเพื่อต้อนรับศักราชใหม่อย่างสวยงาม โดยกระป๋องอะลูมิเนียมเหล่านี้สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในต้นสร้างเป็นห้องกระจกสลับลายหรือ Kaleidoscope (คาไลโดสโคป) เพื่อเติมเต็มความสนุกให้สมกับเป็น The Moment of Joy ที่เหล่าสาวกอินสตาแกรมไม่ควรพลาดที่จะต้องมาเช็คอินร่วมสนุกกับเทคโนโลยี AR ประกอบสถานที่จริงแล้วร่วมแบ่งปันไอเดียของ The Moment of Joy จากต้นคริสมาสต์รักษ์โลก The Treecycle of Joy ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 มกราคม 2564

เติมเต็มสุดยอดประสบการณ์การสร้าง Moment of Joy ในแบบคนล้ำสมัยของสยามดิสคัฟเวอรี่ด้วยความร่วมมือกับ True 5G พบกับบรรยากาศการตกแต่งในสยามดิสคัฟเวอรี่ภายใต้คอนเซปต์ X’ Mas Around the World ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 5 แลนด์มาร์กของ 5 สุดยอดเมืองของโลกที่ผู้คนนิยมไปเฉลิมฉลองช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่โดยถูกยกมาไว้บนทุกจุดสำคัญในสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้แก่ ตู้โทรศัพท์สีแดงจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่ลานดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ชั้น G, แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ชั้น 1, แมวกวักนำโชค Maneki Neko จากประเทศญี่ปุ่นที่ LOFT ชั้น 2, หมู่บ้านซานตาคลอสและแสงเหนือของประเทศฟินแลนด์ที่ชั้น 2 และทุ่งดอกทิวลิปจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ Ecotopia ชั้น 3 พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ที่ทุกคนสามารถช่วยเพิ่มบรรยากาศของแต่ละจุดประเทศให้สวยงามยิ่งขึ้นได้ ตอกย้ำความสนุกสุดล้ำด้วย AR Technology จาก True 5G ด้วยแอปพลิเคชั่น True 5G AR ที่ผู้ใช้จะได้เติมเต็ม Moment of Joy ในแบบคนสยามดิสคัฟเวอรี่กับ 3 พรีเซ็นเตอร์สุดฮอตจาก True 5G ทั้ง ไบร์ท วชิรวิชญ์, เฌอปราง อารีกุลย์ และไอซ์ พาริส ที่สามารถออกแบบทุกรายละเอียดเองได้ด้วยการถ่ายรูปผ่านแอปพลิเคชั่นที่มาพร้อม AR Filters ของทั้ง 5 เมืองใหญ่ให้เลือกถ่ายประกอบกับการตกแต่งบนสถานที่จริงที่กระจายอยู่ในทุกจุดสำคัญ เสริมให้บรรยากาศแห่งความสุขจากมุมโลกที่แตกต่างตลบอบอวลอย่างมีสไตล์ไปทั่วสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมสำหรับการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำส่งท้ายปีหรืออวดกลุ่มเพื่อนในโซเชียลมีเดียได้เต็มที่จนถึง 31 ธันวาคม 2563

ที่สุดของไฮไลท์สำคัญเพื่อเติมเต็มองค์ประกอบของการเฉลิมฉลองให้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษยิ่งขึ้นกับ The Gift Creators’ Space พื้นที่พิเศษที่ถูกออกแบบให้เป็นแล็บในการสรรสร้างของขวัญชิ้นสำคัญเพื่อคนสำคัญ โดยของขวัญชิ้นพิเศษนี้จะสามารถออกแบบได้เองทุกขั้นตอนโดยมีบริการจาก The Gift Personal Stylist ผู้ชำนาญเรื่องของขวัญคอยให้คำแนะนำและเสนอแนะผลิตภัณฑ์รวมถึงไอเดียของขวัญให้ถูกใจ ตรงตามความต้องการจากรายการของขวัญกว่า 1,000 ชิ้นในสยามดิสคัฟเวอรี่ ต่อด้วย Personalise Gift Wrapping & Design บริการห่อของขวัญอย่างมีสไตล์ไม่เหมือนใครในแบบฉบับชาวสยามดิสคัฟเวอรี่ที่สามารถเลือกออกแบบการห่อเองได้ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกระดาษห่อหรือออกแบบกระเป๋าแคนวาสสำหรับบรรจุของขวัญที่มี Typo Flex ออกแบบพิเศษโดย ปอม ชาน (Pomme Chan) ศิลปินสายอาร์ตชื่อดังให้เลือกใช้ประดับสร้างสรรค์กระเป๋าแคนวาสใบสำคัญให้กลายเป็นกระเป๋าเพียงใบเดียวในโลกสำหรับห่อของขวัญชิ้นพิเศษนี้ ก็สามารถช่วยให้โมเม้นท์การให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นได้ ปิดท้ายความมีสไตล์ของการให้ของขวัญภายใต้คอนเซ็ปต์ The Moment of Joy ด้วยบริการ AR Personalize Greeting Card บริการสร้างหรือการ์ดอวยพรดิจิทัลสำหรับคนล้ำสมัยที่สามารถออกแบบโมเม้นท์ของผู้ให้ส่งตรงถึงผู้รับผ่าน QR Code ที่จะถูกแนบไปพร้อมชิ้นของขวัญ เพียงผู้รับสแกน QR Code ผ่านโทรศัพท์มือถือก็จะเห็นผู้ให้ในโมเม้นท์พิเศษที่เป็นการเติมเต็ม The Moment of Joy ให้แตกต่างและตอบโจทย์คนล้ำสมัยที่มองหาช่วงเวลาพิเศษที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 มกราคม 2564

ร่วมสร้างสรรค์และส่งมอบช่วงเวลาแห่งความสุขแบบคนมีสไตล์ล้ำสมัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่สร้างสรรค์ภายใต้คอนเซปต์ The Moment of Joy Celebration 2021 ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: siamdiscovery / Instagram: @siamdiscovery

Beauty Gift Set ไอเท็มต้องมีสำหรับช่วงเทศกาลส่งความสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640715

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 10:20 น.Beauty Gift Set ไอเท็มต้องมีสำหรับช่วงเทศกาลส่งความสุขเปิด Beauty Gift Set ไอเท็มต้องมีสำหรับช่วงเทศกาลส่งความสุข ให้สาวๆ เลือกช้อปเป็นของขวัญแบบครบหมดจบในที่เดียว @สยามเซ็นเตอร์

ในช่วงเทศกาลส่งความสุขนี้ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ชวนสาวๆ มาเลือกบิวตี้กิฟท์เซ็ต ทั้งเมคอัพ สกินแคร์ เพื่อบำรุงผิวและแต่งแต้มสีสันของวงหน้าให้สวยเฉิดฉายพร้อมไปสังสรรค์ปาร์ตี้ หรือจะเป็นลุคสบายๆ เบาๆ ในวันทำงาน โดยได้คัดสรรบิวตี้กิฟท์เซ็ตที่เชื่อว่าต้องโดนใจสาวๆ มาให้เลือกแล้ว ซึ่งทั้งหมดมีจำหน่ายที่สยามเซ็นเตอร์ แหล่งรวมแบรนด์บิวตี้ชั้นนำและแฟลกชิปสโตร์ที่มากที่สุดใจกลางเมือง

Etude 2020 Holiday Collection มาครบทั้งตา ปาก แก้ม ไม่ว่าจะเป็น Glittery Snow Air Mousse Eyes อายแชโดว์ดูโอ สดใสประกายแวววาวดั่งหิมะในฤดูหนาว เนื้อสัมผัสมูสบางเบา พร้อมกับเมทัลลิคกลิตเตอร์ ที่ช่วยให้ดวงตาสวยแพรวพราว , Glittery Snow Face Palette Duo-Palette บลัชออนและไฮไลท์เตอร์ สีสันสวยงาม ทำให้ผิวแลดูอ่อนละมุนและเปล่งประกายสวยมีออร่า สามารถใช้ทั้ง 2สีผสมกัน หรือ ใช้บลัชออนปัดตรงพวงแก้มและไฮไลท์เตอร์ตรงโหนกแก้มก็ได้ และ Glittery Snow Powder Veil Lips-Talk ลิปแมทต์เนื้อนุ่มที่ช่วยให้ริมฝีปากเนียนนุ่มด้วยซิลิโคนเจลและพาวเดอร์ ทำให้ช่วยลดริ้วรอยของริมฝีปากได้อย่างดี มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ ที่ช่วยให้วาดและเน้นเส้นขอบปากได้อย่างง่ายดาย ทำให้ลิปตัวนี้เป็นได้ทั้งลิปสีนู้ดๆเบาๆ หรือมาเป็นเบสก่อนลงสีด้วยตัวอื่นก็ได้

Shiseido 2020 Holiday Collection กับ Shiseido Kajal InkArtist ดินสอเขียนขอบตา 3 เฉดสีใหม่ Royal Rouge , Golden Gift และ Meiji Bronze Limited Edition โทนสีเมทัลลิกรับฮอลิเดย์ให้คุณสนุกกับการสรรสร้างลุคการแต่งตาได้ในแบบของคุณ สามารถใช้ได้ทั้งเขียนขอบตาหรือแต่งแต้มบนเปลือกตา พิเศษ Holiday Collection set นี้ได้ร่วมกับ Noritaka Tatehana ศิลปินชั้นนำร่วมสมัยชาวญีปุ่น ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการผสานวิสัยทัศน์ระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณกับอารมณ์ร่วมสมัยของโลกถ่ายทอดลงบนแพคเกจโทนสีแดง ทอง ดำ สื่อถืงภาพความงดงามของขนบธรรมเนียมญี่ปุ่นดั้งเดิมในรูปแบบใหม่ได้อย่างลงตัว

พร้อมจุดประกายระยิบระยับไปปาร์ตี้ ด้วย M•A•C Frosted Firework ฮอลิเดย์คอลเลคชั่น ที่จะเติมเต็มความสวยและความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ในคอลเลคชั่นมาครบทั้ง อายแชโดว์, ไฮไลท์, อายไลน์เนอร์ และลิปสติกกับลิปกลาส ในโทนสีเชอร์รี่ที่ทำให้นึกถึงช่วงเทศกาลแห่งความสุข ประกายเมทัลลิคจะช่วยให้คอมพลีทลุคได้สวยและเปล่งประกายระยิบระยับ

อีกหนึ่ง set ของขวัญที่สาวๆ ต้องร้องว้าว กับ Sephora Wild Wishes Blockbuster Makeup Palette (Limited Edition Holiday 2020) เมคอัพพาเลตต์ที่มาพร้อม 86 เฉดสีเนื้อแมทต์ ชิมเมอร์ กลิตเตอร์ ช่วยให้สาวๆครีเอตหลากลุคหลากมิติได้เต็มที่ ไล่เรียงตั้งแต่สีนู้ดไปจนถึงสีสันจัดจ้านที่สุด เพิ่มมิติให้ผิว ดวงตา คิ้ว และปาก ไม่ว่าจะแต่งสไตล์ใดก็ตาม เมคอัพดีแล้วอุปกรณ์ก็ต้องดีด้วย ไม่ควรพลาด Wild Wishes Makeup Brush Set (Limited Edition Holiday 2020) เซ็ตแปรงสำหรับดวงตาและผิวหน้าทั้งหมด 4 ชิ้น ช่วยให้คอมพลีตลุคเมคอัพหลากรูปแบบและช่วยเติมสีสันบนดวงตาแบบครบในเซ็ตเดียว

บำรุงผิวพรรณต่อเนื่องกันด้วยเซ็ตผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Supreme+ Holiday 19 Skincare Set Limited Edition จากเอสเต ลอเดอร์ เพิ่มประสิทธิภาพของผิวอ่อนเยาว์ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และเนื้อครีม Moringa Extract เนื้อครีมเนียนละมุนบางเบาเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ มาในเซ็ตสวยหรูประกอบด้วย Supreme+ Power Soft Crème , Advanced Night Repair Serum , Supreme+Eye Balm และ Perfectly Clean Cleanser ในส่วนของ Kiehl’s มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรุ่นขายดีที่สุด Calendula Herbal-Extract Toner โทนเนอร์ดอกคาเลนดูล่าปราศจากแอลกอฮอลล์ ให้ความชุ่มชื้นสดชื่นสบายผิวทันทีหลังใช้ ลดรอยแดงจากสิว บรรจุในแพคเกจลิมิเต็ด เอดิชั่น ผลงานการสร้างสรรค์จาก ไมเต้ ฟรองชี นักออกแบบและวาดภาพประกอบชื่อดังระดับโลก จำลองบรรยากาศหน้าร้านคีลส์แห่งแรกมาไว้ที่บรรจุภัณฑ์

บำรุงริมฝีปากกับ Nars Afterglow Lip Balm SET เนื้อบาล์มโปร่งใสสูตรเจือสีชุดพิเศษมีจำนวนจำกัดกับ 4 เฉดสีแบบฉบับประจำแบรนด์ซึ่งได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ประกอบด้วยสีชมพูลูกพีชเนื้อใสเป็นเงางามเจือชิมเมอร์ ประกายทองของ Orgasm ในขนาดปกติ พร้อมด้วย 3 ลิปบาล์มเนื้อใสเป็นเงางามในขนาดมินิ ประกอบด้วยสีกุหลาบหม่นของ Dolce Vita, สีเนื้ออมม่วงชมพูของ Fast Lane และสีบรอนซ์ระยับแสงของ Laguna ทุกเฉดสีผสมสูตรร่วมกับ Monoï Hydrating Complex ส่วนผสมเชิงซ้อนมอบความชุ่มชื่นผ่านสัมผัสสบายผิว ฟื้นบำรุงผิวริมฝีปากให้นุ่มเนียน ละมุนละไม

Jung Saem Mool มาพร้อมกับ Gift Set สุดพิเศษคัดสรรผลิตภัณฑ์ยอดนิยมมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Mool Master Set ประกอบด้วย Essential Mool Cream , Masterclass Pouch , Mool Cleansing Foam และ Mool Cleansing Water , Beauty – Pression Set ประกอบด้วย Essential Skin Nuder Cushion , Red Case limited edition เคสออกแบบใหม่ล่าสุด 1 ตลับ ราคา 990 บาท , Lip-pression best collection mini 3 เฉดสี

มาสนุกไปกับการเลือกซื้อ Beauty Gift Set เพื่อมอบเป็นของขวัญให้เพื่อนหรือจะเลือกเป็นของขวัญให้ตัวเอง ก็สามารถมาเลือกสรรแบบครบหมดจบในที่เดียวกับหลากไอเท็มบิวตี้แบรนด์ชั้นนำได้แล้ววันนี้ที่สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ เดสติเนชั่นที่รวมสุดยอดแบรนด์เครื่องสำอางไว้ครบครันมากที่สุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2658 – 1000 ต่อ 3500

เปิดวาร์ปภาพถ่ายบิ๊กช็อตสุดปังของ “บุญโต” ช่างภาพสายท่องเที่ยวรุ่นใหม่ไฟแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640711

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 09:35 น.เปิดวาร์ปภาพถ่ายบิ๊กช็อตสุดปังของ “บุญโต” ช่างภาพสายท่องเที่ยวรุ่นใหม่ไฟแรงเปิดวาร์ปภาพถ่ายบิ๊กช็อตสุดปัง ด้วยไอเท็ม “ซูเปอร์เทเลโฟโต้” จากแคนนอน สุดยอดนวัตกรรมเลนส์แห่งปีที่สร้างสรรค์ถ่ายภาพมุมมองใหม่ ให้ยิ่งใหญ่และน่าสนใจ โดย “บุญโต” สรศักดิ์ เจริญดำรงเกียรติ

หากพูดถึงช่างภาพสายท่องเที่ยวรุ่นใหม่ไฟแรง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของเพจภาพถ่ายท่องเที่ยวทั้งในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Boontohhgraphy อย่าง “บุญโต” สรศักดิ์ เจริญดำรงเกียรติ ผลงานที่เรียกเสียงฮือฮาและทำให้หลายคนรู้จักช่างภาพคนนี้มากขึ้นคงจะเป็นภาพพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “พระพุทธธรรมกายเทพมงคล” วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งถือเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คที่เหล่าช่างภาพอิสระมักแวะเวียนมาชมความงามในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมรัวชัตเตอร์เก็บภาพด้วยกล้องตัวโปรด

“บุญโต” ก็เป็นหนึ่งในช่างภาพสายท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสร้างสรรค์ผลงานการถ่ายภาพในสไตล์ cityscape ที่ตัวเองชื่นชอบในมุมมองใหม่ๆ ที่น่าทึ่ง ด้วยกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมรุ่นใหม่อย่าง Canon EOS R5 และ EOS R6 ในครั้งนี้เขาได้เล่าประสบการณ์และเทคนิคการถ่ายภาพต่างๆ ในคอนเซ็ปต์ Big Shot โดยใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่คว้ารางวัล EISA Lens Innovation 2020-2021 คือ Canon RF600mm F11 IS STM และ RF800mm F11 IS STM “เลนส์ที่ทำให้ภาพดูยิ่งใหญ่ ทำให้เกิดมุมที่แตกต่าง และทำให้ภาพมีความน่าสนใจ” ให้ฟังดังนี้

ภาพถ่ายที่น่าทึ่งภายใต้คอนเซ็ปต์ Big Shot

ภาพองค์พระพุทธรูป “พระพุทธธรรมกายเทพมงคล” วัดปากน้ำภาษีเจริญ “ภาพนี้ตอนที่เอาขึ้นเพจ ก็มีหลากหลายความคิดเห็นจากภาพนี้ บ้างก็ว่ามุมนี้ไม่มีอยู่จริง ผมคงใช้โปรแกรมแต่งรูปทำแน่ๆ จนถึงขั้นมีลูกเพจบางคนลองไปถ่ายภาพมุมนี้เพื่อมาพิสูจน์ ขอบอกว่ามุมนี้มีอยู่จริงๆ แต่ผมเลือกใช้เลนส์ RF600mm F11 IS STM และ RF800mm F11 IS STM ที่ช่วยดึงภาพองค์พระซึ่งหากมองด้วยตาเปล่าหรือใช้เลนส์ธรรมดา องค์พระจะอยู่ไกลสายตาออกไปมาก แต่เลนส์นี้ช่วยทำให้ดูใหญ่ ดูอลังการ แปลกตา” 

ภาพรถไฟฟ้า BTS รถไฟ และมอเตอร์ไซค์

“รูปนี้ได้มาเพราะการรอจังหวะและระบบกันสั่นของเลนส์ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม รูปนี้เกิดจากการถ่ายภาพตำแหน่งเดิม 2 ช็อต ใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ RF600mm F11 IS STM แล้วเอามาซ้อนกันในโปรแกรมแต่งรูป จุดที่ผมยืนห่างจากวัตถุถึง 600-700 เมตร ผมยืนอยู่กับที่รอจังหวะให้รถ BTS วิ่งผ่านรถไฟพอดี ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องช่วย ทำให้รู้ว่าระบบกันสั่นของเลนส์รุ่นนี้ดีมาก ทำให้สามารถล็อคจุดที่ถ่ายภาพในช็อตต่างกันได้อย่างแม่นยำ”

รูปพระจันทร์และเครื่องบิน

“ช่างภาพส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าการถ่ายพระจันทร์เต็มดวงให้รายละเอียดครบ ชัด และมีวัตถุบินผ่านให้มีเส้นขอบที่คมชัดเป็นเรื่องท้าทายมากแน่ๆ คือต้องใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่ทางยาวโฟกัสอย่างต่ำต้อง 300มม. ขึ้นไปจนถึง 800มม.ซึ่งมีขนาดใหญ่และหนักมากๆ ต้องใช้ขาตั้งกล้อง แต่ผมถ่ายภาพนี้โดยใช้เลนส์ RF800mm F11 IS STM ที่กะทัดรัด เบามือ สามารถถือยกขึ้นถ่ายได้เลย ไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง เพราะทั้งเลนส์และกล้องไม่หนัก ใช้ร่วมกับกล้อง Canon EOS R6 ซึ่งเก็บรายละเอียดไฟล์ได้ดีมาก สังเกตได้จากรายละเอียดขอบพระจันทร์ ขอบเครื่องบินที่เมื่อขยายภาพดูแล้วก็ยังเห็นขอบค่อนข้างชัดเจน”

ภาพ BTS สะพานลอย และรถกระบะวิ่งด้านล่าง

“รูปนี้ถ่ายช็อตเดียวไม่ได้ใช้โปรแกรมแต่งภาพแต่อย่างใด เลนส์ช่วยดึงวัตถุให้เข้ามาใกล้กัน ทำให้ภาพดูมีพลังดึงดูดความสนใจได้ดี เป็นมุม ครีเอทีฟที่สนุก ใครที่ชอบถ่ายรูปแนว cityscape จะสร้างสรรค์มุมแบบนี้ได้เยอะ”

การเดินทางสู่การเป็นช่างภาพมืออาชีพ

“ผมสนใจการถ่ายภาพมาประมาณ 6-7 ปี โดยเริ่มจากการใช้กล้อง DSLR ระดับมืออาชีพ Canon EOS 1DX Mark II เก็บภาพท่องเที่ยวตามทริปต่างๆ ที่ผมไปเก็บทั้งภาพนิ่งและไฟล์วิดีโอ สไตล์การท่องเที่ยวคือเดินทางคนเดียว แต่ด้วยใจรักการถ่ายภาพ ทำให้ต้องยอมแบกกล้อง เลนส์ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมมากมายในการออกทริปแต่ละครั้ง ในช่วงที่อินสตาแกรมกำลังเป็นที่นิยม ผมก็เข้าไปแชร์รูปในนั้น ปรากฏว่ารูปได้รับความสนใจ เสียงตอบรับดีจนมียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ผมค้นพบว่าสไตล์ภาพของไอจีเน้นเรื่องการสร้างเอกลักษณ์ผ่านการดีไซน์หรือคุมโทนสีภาพ (color tone) ทำให้ภาพโดดเด่น และเมื่อได้ลองหัดถ่ายภาพอย่างจริงจังก็ได้เรียนรู้ว่ากล้องดิจิทัลทุกวันนี้มีลูกเล่น ฟีเจอร์ใหม่ๆ เยอะมาก หากลองเล่นโปรแกรมต่างๆ ของกล้องอย่างจริงจัง และใช้กล้องให้เต็มศักยภาพที่มี จะทำให้เราได้ภาพที่ต้องการได้ง่ายๆ โดยแทบจะไม่ต้องไปแต่งภาพเลย”

ผันตัวจาก DSLR สู่สาวก Mirrorless

“การแบกอุปกรณ์เสริมไปเต็มไม้เต็มมือ บวกกับน้ำหนักของกล้องที่ไม่ใช่น้อย มันทำให้การเดินทางไม่คล่องตัวเลย แต่ก็ไม่กล้าเปลี่ยนเพราะกลัวว่าคุณภาพจะไม่ถึง จนกระทั่งแคนนอนเริ่มออกไลน์อัพ EOS R และ EOS RP ที่เป็นกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม เลยสนใจหาข้อมูล และพบว่าฟีเจอร์ตอบโจทย์ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ จึงซื้อมาใช้ ข้อดีคือน้ำหนักเบามาก คล่องตัว ตอบโจทย์ทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอสำหรับทำเพจ ทำ vlog ของตัวเอง สามารถถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้ด้วย (จำเป็นมากเวลาทำ vlog) ส่วนโทนสีหรือสีผิวก็เก็บรายละเอียดได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ DSLR รุ่นใหญ่ ใช้ร่วมกับเลนส์ EF ที่มีอยู่ได้ เพียงแค่ต่อกับอะแดปเตอร์แปลงเมาท์ คุณภาพแบบไฟล์ RAW ดีมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ใช้กล้อง EOS R5 และ EOS R6 นำภาพไปปรับแต่งต่อได้สบายๆ โดยคุณภาพไฟล์ไม่ลดลง”

ความพิเศษของเลนส์

“ช่างภาพหลายคนยังคงติดภาพเดิมๆ และคิดว่าเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้สามารถใช้ถ่ายได้แค่ภาพสัตว์ป่าหรือภาพนก แต่สำหรับผมคือการเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพให้แตกต่างจากช่างภาพคนอื่น ด้วยการหยิบเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้มาสร้างสรรค์ภาพถ่ายสไตล์ cityscape ที่ผมชื่นชอบ ได้ภาพแนวใหม่ที่แปลกตาและน่าทึ่ง ตอบโจทย์ที่ทางแคนนอนก็อยากจะนำเสนอมุมมอง และไอเดียสำหรับการถ่ายภาพที่กระโดดออกนอกกรอบ และกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ สู่การสร้างสรรค์มุมมองใหม่ที่น่าสนใจได้”

โปรเจกต์ถ่ายภาพในอนาคต

“ผมวางแผนจะไปตระเวนถ่ายภาพ cityscape ในจังหวัดอื่นๆ เพราะเชื่อว่าแต่ละจังหวัดมีแลนด์มาร์คที่น่าสนใจ ยิ่งช่วงนี้เราเน้นไทยเที่ยวไทย คงจะดีถ้าภาพของผมกระตุ้นให้คนอยากไปท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ และไปถ่ายรูปมุมใหม่ๆ อีกโปรเจกต์นึงคือการถ่ายภาพโดยเล่นกับพระอาทิตย์เป็นภาพครีเอทีฟเก๋ๆ ตอนนี้รอให้หมดหน้ามรสุมก่อนแล้วผมจะออกไปเก็บภาพโปรเจกต์นี้ อยากให้ติดตามชมกันนะครับ”

เผยนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640475

วันที่ 17 ธ.ค. 2563 เวลา 08:02 น.เผยนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปิดตัวแบรนด์ “ไฟท์ฝุ่น” (PhytFoon) สุดยอดนวัตกรรมเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ลดฝุ่น PM2.5 “ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” (PhytFoon Spray) ที่พัฒนาจากผลงานการวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัญหามลพิษทางอากาศของสังคมไทยในปัจจุบันสร้างความกังวลให้กับใครหลายคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องเผชิญกับฝุ่น PM2.5 ในขณะเดินทาง หรือใช้ชีวิตอยู่ภายนอกอาคาร ไปจนถึงคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะมลพิษทางอากาศอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ซึ่งทาง ชลิตา มุ่งวิวัฏ ประธานบริหาร บริษัท เพนทา อินโนเทค จำกัด ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงเกิดเป็นแนวคิดที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศขึ้น โดยร่วมมือกับ รศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง จากบริษัท เฮิร์บ การ์เดียน จำกัด บริษัทสตาร์ทอัพภายใต้การบ่มเพาะขององค์กรที่รวบรวมนวัตกรรมทางสุขภาพ โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Pharmacy Enterprise) และโครงการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) เปิดตัวแบรนด์ “ไฟท์ฝุ่น” (PhytFoon) สุดยอดนวัตกรรมเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ที่สามารถใช้ได้ในอาคาร ที่อยู่อาศัย หรือในบริเวณพื้นที่ปิด พร้อมเปิดตัว “ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” (PhytFoon Spray) ผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดปริมาณของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ได้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันในวันที่ต้องเผชิญกับปริมาณของฝุ่นละอองที่เกินกว่าค่ามาตรฐาน

“ไฟท์ฝุ่น” (PhytFoon) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากสุดยอดนวัตกรรมเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นอันดับแรก โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นเป็น “ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” (PhytFoon Spray) ที่คิดค้นจากนวัตกรรมที่สามารถลดปริมาณของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ปิดได้ และสามารถใช้ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ และในพื้นที่ที่เครื่องฟอกอากาศไม่สามารถเข้าถึงได้

ชลิตา มุ่งวิวัฏ กล่าวถึงแนวคิดในการก่อตั้งแบรนด์ “ไฟท์ฝุ่น” (PhytFoon) ว่า “เราพบว่าไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันต้องเผชิญกับมลภาวะเกือบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง และหรือแม้แต่เวลาอยู่ในบ้านก็ตาม ซึ่งปริมาณของฝุ่นละอองในอากาศที่สูงกว่าปกติ สามารถเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเราในระยะยาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก สตรีมีครรภ์และผู้สูงวัยที่ค่อนข้างต้องเป็นห่วงเป็นพิเศษ เราเลยเกิดไอเดียที่อยากจะคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยลดปริมาณของฝุ่น PM2.5 ได้ โดยมีแนวความคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่เราจะทำนั้นต้องเป็นสิ่งที่ทำมาจากธรรมชาติ มีความปลอดภัย และต้องไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักทั้งต่อผู้ใช้ สัตว์เลี้ยง และสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราทั้งหมด กระทั่งเราได้มีโอกาสศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเกิดการร่วมมือกันสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ นี้ขึ้น”

ด้าน รศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง กล่าวถึงจุดเด่นของนวัตกรรมที่สามารถลดปริมาณของฝุ่น PM2.5 ได้ว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบันมีผลงานวิจัยชี้ชัดว่าในอากาศมีปริมาณค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นถึง 200 ไมโคกรัมต่อลูกบากศ์เมตร ซึ่งมากกว่าที่มาตรฐานขององค์กรอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ว่าควรอยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร แสดงให้เห็นว่าปริมาณฝุ่นนั้นเกินค่ามาตรฐานไปค่อนข้างมาก ซึ่งฝุ่น PM 2.5 นี้ เมื่อเข้าสู่ระบบร่างกายและสะสมเป็นปริมาณมากก็จะส่งผลทำลายต่ออวัยวะภายในทั้ง ปอด ถุงลม หัวใจ เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคปอด โรคหัวใจ ลุกลามไปจนสามารถเป็นโรคมะเร็งได้ ซึ่งกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากจะเป็นกลุ่มของเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคปอด จากปัญหาที่กล่าวมานั้น เราจึงพยายามที่จะคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถช่วยลดปัญหาของฝุ่น PM2.5 ในปัจจุบัน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ ฝุ่นก็คืออนุภาคของแข็งที่แขวนลอยในอยู่อากาศ เราก็เลยคิดค้นวิธีที่จะทำให้ฝุ่นตกลงมาสู่พื้น โดยใช้เทคโนโลยีทางเภสัชกรรมคิดค้นสารผสมที่สามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ด้วยกลไกจำเพาะ ในการทำงานวิจัยครั้งนี้ใช้เวลามากกว่า 1 ปี จนได้สารผสมที่เป็นสารจากธรรมชาติ มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม สารผสมที่ผลิตขึ้นมานี้สามารถทำให้ PM2.5 เกาะรวมตัวกัน ซึ่งได้มีการพิสูจน์ลักษณะของฝุ่นที่ตกลงมาสู่พื้นหลังการใช้สารฉีดพ่นด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็พบว่าอนุภาคของฝุ่นมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่สามารถลอยกลับขึ้นไปในอากาศได้”

“ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” (PhytFoon Spray) ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่ต้องการลดความกังวลเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ เพราะด้วยคุณสมบัติที่สามารถลดปริมาณฝุ่นในอากาศได้ทันทีเมื่อฉีดพ่น สูงสุดถึง 80% ของฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ ด้วยกลไกพิเศษของส่วนผสมจากสารธรรมชาติที่มีประจุ (Charged Derived-Natural Compound) และสามารถดักจับฝุ่นได้ (agglomeration) พร้อมทำให้ฝุ่นมีน้ำหนักมากขึ้น จึงตกลงมาสู่พื้น และไม่ฟุ้งกลับนานถึง 7 ชั่วโมง และในส่วนผสมยังปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองเมื่อสัมผัส อีกทั้งยังลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสาระน่ารู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 โดยมีเหล่าเซเลบริตี้รักสุขภาพให้เกียรติมาร่วมแนะนำเคล็ดลับการดูแลตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 เริ่มที่สาวยิ้มสวย ศิรประภา จีระพันธุ เผยว่า “จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่มีในปัจจุบันทำให้เราค่อนข้างเป็นกังวล ด้วยความที่เรามีลูกที่ยังเล็กและที่บ้านก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้สูงอายุ เพราะเป็นกลุ่มที่ภูมิต้านทานต่ำและมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองมาก ทำให้เราต้องดูแลรักษาความสะอาดภายในบ้านเป็นพิเศษด้วยการหมั่นทำความสะอาดบ้านทุกวัน เวลาอยู่ในบ้านก็ต้องเปิดเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งก็จะช่วยลดปริมาณฝุ่นบริเวณภายในบ้านได้ หากช่วงที่ฝุ่นเยอะมากๆ ก็จะหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน ถ้าเลี่ยงไม่ได้และมีเหตุจำเป็นที่ต้องออกไปข้างนอกก็จะใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถกันฝุ่น PM 2.5 ได้ พกทิชชู่เปียกเพื่อเช็ดฝุ่นละออง และพกสเปรย์จำกัดฝุ่นฉีดพ่นเพื่อช่วยกำจัดฝุ่นขณะขับรถ”

ถัดมาที่คุณแม่ลูกสอง แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เล่าว่า “จริงๆ ต้องบอกว่าเรามีความคุ้นชินกับ PM2.5 มาพอสมควร เพราะปัญหาฝุ่นควันที่เราประสบนั้นถือเป็นปัญหาที่เราต้องเจอในทุกๆ ปี โดยส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างแข็งแรงและไม่มีอาการแพ้ฝุ่น แต่ที่ค่อนข้างเป็นกังวลก็คือลูกชายคนโตมีอาการแพ้ฝุ่นอย่างเห็นได้ชัด อย่างในช่วงนี้ที่ปริมาณฝุ่นมากขึ้นก็จะเริ่มมีอาการคันผิว ระคายเคืองผิว และเป็นภูมิแพ้ด้วย ทำให้เราต้องดูแลลูกเป็นพิเศษ ด้วยการให้ลูกสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมหรือสัมผัสอากาศภายนอก หรือถ้าหากเป็นไปได้ช่วงนี้ก็งดกิจกรรมเอาท์ดอร์ไปก่อนเพื่อลดการสัมผัสกับฝุ่นโดยตรง หรือถ้าหากมีอาการแพ้ฝุ่นแบบรุนแรงก็ต้องรีบไปพบแพทย์ค่ะ”

ต่อมาที่นักธุรกิจหนุ่ม หม่อมหลวงอรรถดิศ ดิศกุล กล่าวว่า “ด้วยความที่เราทำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านของเราจะต้องปิดประตู หน้าต่าง อยู่ตลอด เพราะถ้าหากเปิดประตูทิ้งไว้ ฝุ่นควัน มลพิษที่อยู่บริเวณภายนอกจะลอยเข้ามาในร้านได้ ยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่เน้นความสด อย่างเช่น ปลาดิบ ซูซิ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องรักษาความสะอาดบริเวณร้านให้ดีที่สุดไม่อย่างนั้นร้านและอาหารอาจจะสกปรกได้ สำหรับวิธีการป้องกันนั้นก็จะติดตั้งเครื่องกรองอากาศให้ทั่วทั้งบริเวณร้านเพื่อให้ช่วยกรองอากาศและดักจับฝุ่น รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างเช่นสเปรย์ลดฝุ่นก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นควันต่างๆ รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ที่มีในบริเวณภายในร้านได้”

ปิดท้ายที่สาวนักกิจกรรม อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เผยว่า “ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมจะเป็นช่วงที่ฝุ่นค่อนข้างเยอะมาก จะเป็นช่วงที่มี PM 2.5 ซึ่งทำให้เราเป็นกังวลอยู่พอสมควร เพราะว่าเราเป็นคนชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ชอบออกทริปไปเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่ก็รับลมเต็มๆ เมื่อก่อนมักจะคิดว่าฝุ่นเป็นสิ่งที่เล็กมากแต่พอไปอ่านงานวิจัยของคุณหมอถึงรู้ว่าฝุ่นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะเวลาที่เราสูดอากาศหายใจเข้าทุกวินาทีมันก็เหมือนเราเอาสิ่งสกปรกเข้าไปในร่างกาย มันจะไปสะสมอยู่ตกค้างอยู่ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะขับออกไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเราก็ต้องป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ สำหรับวิธีดูแลตัวเองนั้นเราจะเน้นการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาแม้ว่าจะอยู่ภายในรถ ถึงแม้อาจจะทำให้หายใจไม่สะดวกแต่ก็ยังเลือกที่จะใส่เพื่อป้องกัน PM2.5 ถ้าหากอยู่บ้านก็จะใช้เครื่องกรองอากาศเพื่อช่วยกรองอากาศกรองฝุ่นให้ลดลง ที่สำคัญเราคิดว่าเราต้องปรับตัวโดยต้องรู้และตระหนักถึงอันตรายของฝุ่น ศึกษาถึงปัญหาและหาวิธีป้องกันตัวเอง พร้อมหาตัวช่วยอื่นๆ อยู่เสมอ อย่างสเปรย์ลดฝุ่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้ก็ช่วยลดฝุ่นและเห็นผลได้ในทันที”

พบกับ “ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” (PhytFoon Spray) กลิ่นเฟรช เลมอน (Fresh Lemon) และกลิ่นโอเชียน บรีซ (Ocean Breez) ได้ที่ร้านยาโอสถศาลา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และช่องทางออนไลน์ทั้ง Line@ @phytfoon, Facebook: PhytFoon ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ลดฝุ่น PM2.5, Instagram: phytfoon_official, Lazada และ Shopee

ส่องเรือนเวลาคู่ใจใส่แล้วปัง ของ 5 เซเลบริตี้ชื่อดังเมืองไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640381

วันที่ 16 ธ.ค. 2563 เวลา 08:08 น.ส่องเรือนเวลาคู่ใจใส่แล้วปัง ของ 5 เซเลบริตี้ชื่อดังเมืองไทยสำรวจนาฬิกาหรูคู่ใจของ 5 เซเลบริตี้นักสะสมเบอร์ต้นของเมืองไทย ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของนาฬิกา

เทรนด์สะสมและลงทุนในนาฬิกากำลังมา ปัจจุบันนาฬิกาไม่ใช่แค่ใส่ไว้ดูเวลา หรือใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่หากซื้อเป็นและรู้เทรนด์ นาฬิกาเรือนเล็กๆ ก็อาจพลิกชีวิตให้กลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ขึ้นมาเลยก็ได้

ล่าสุด แบรนด์ LUXETIME นำโดย คุณชนกพล ไชยศุภรากุล ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง Luxetime จัดงาน LUXTIME BEYOND THE TIME รวมพลคนรักนาฬิกามาไว้ในงานเดียวกัน เราเลยถือโอกาสส่องนาฬิกาหรูคู่ใจของ 5 Celebrity นักสะสมเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของนาฬิกากันซะหน่อย ว่า 5 นาฬิกาเรือนงามที่ตราตรึงอยู่ในใจของพวกเขาจะมีอะไรกันบ้าง

เริ่มด้วย พีเค–ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร หากพูดถึงนาฬิกาคู่ใจที่รักมาก ผูกพันมาก ต่อให้ราคานาฬิกาจะผันผวนชวนขายรับกำไรเป็นกอบเป็นกำแค่ไหนก็ไม่อาจตัดใจได้ลง ต้องยกให้ Gold Rolex Daytona เพราะเป็นสิ่งที่คุณแม่ซื้อให้ ซึ่งหนุ่มพีเคบอกว่าอะไรก็ตามที่คุณแม่ หรือภรรยาซื้อให้จะไม่มีทางขายเด็ดขาด เพราะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ถ้าแบรนด์ที่อยากเป็นเจ้าของมากที่สุดหากซื้อเองก็คือ Audemars Piguet นาฬิกาแปดเหลี่ยมที่ไม่ว่าจะใส่รุ่นไหนก็รู้ได้ทันทีว่าคือ AP

ด้านพระเอกนักธุรกิจ ฟลุค–เกริกพล มัสยวาณิช หากจะซื้อนาฬิกาสักเรือนต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้จะมองในเรื่องความคุ้มค่า ราคา การเก็งกำไรประกอบด้วย แต่เหตุผลอันดับหนึ่งในการซื้อของหนุ่มฟลุคคือ ความชอบ รองลงมาคือ ราคาขาย ไม่เอารุ่นฮิตมากกว่าสิ่งที่ชอบ ไม่ยึดติดกับแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ ถ้าเจอเรือนใหม่ที่ดีกว่าก็พร้อมบอกลาเรือนเก่า แล้วไปหาประสบการณ์กับเรือนใหม่ ส่วนเรือนที่ใส่อยู่เป็น Patek Philippe Rose Gold นาฬิกาสุดเฮง ที่นอกจากซื้อปุ๊บราคาพุ่งเกินเท่าตัวปั๊บแล้ว ยังทำให้ได้บินเฟิร์สคลาสไปเที่ยวยุโรปฟรี 3 – 4 รอบอีกด้วย

Influencer คนสวย หญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข ออกตัวว่าไม่ใช่นักสะสมนาฬิกา แต่สุดท้ายก็โดนนาฬิกาเรือนงามตกจนได้ โดยนาฬิกาในดวงใจคือ Patek Philippe Nautilus 5980 เป็นเรือนในฝันตั้งแต่เด็กๆ ที่เจ้าตัวบอกว่าชอบมานานแล้ว ที่ผ่านมาราคาสูงก็เลยรอไปเรื่อยๆ เผื่อราคาจะลง แต่รอแล้วรอเล่าราคาก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับลงเลย สุดท้ายหญิงแย้เลยตัดสินใจซื้อ ซึ่งหลังจากซื้อมาแล้วก็รู้สึกว่าใส่แล้วเฮง ใส่แล้วชีวิตดี เป็นเรือนที่รักมาก และเรือนนี้น่าจะอยู่กับข้อมือสวยๆ ไปอีกนาน

แดนนี่-ดานิเอล เบล็สซิ่ง เจ้าของยูทูปชาแนลแดนเนรมิต ผู้เดินเข้าสู่วงการนักสะสมนาฬิกาไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันมีตั้งแต่แบรนด์ดัง ยันแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ถึงจะเข้าโหมดนักลงทุน ซื้อมา ขายไป แต่หนุ่มแดนนี่ก็บอกว่ามีนาฬิกาแทนใจอยู่เรือนนึงที่ไม่มีทางขายเด็ดขาด ก็คือ ROLEX SUBMARINER ที่ใส่ติดตัวมานานถึง 7 ปี เพราะเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ภรรยาซื้อให้ นอกจากเป็นรุ่นยอดนิยมที่ราคาดีไม่มีตกแล้ว ยังมีมูลค่าทางใจสุดๆ ไปเลยอีกด้วย

ปิดท้ายด้วยดีเจอารมณ์ดี ดีเจภูมิ-ภูมิใจ ตั้งสง่า อีกหนึ่งนักสะสมที่เข้าวงการมาอย่างงงๆ แต่พอหลงเข้ามาแล้วก็ไม่คิดหาทางออกไปอีก จากที่ไม่ชอบใส่นาฬิกา มองนาฬิกาเป็นแค่เครื่องประดับ ปัจจุบันมองไกลไปอีกขั้น นาฬิกาคือการลงทุนที่คุ้มค่า ถ้าพูดถึงเรือนที่ผูกพันทางใจมากที่สุดคือ Rolex Daytona 6265 ที่เพิ่งขายไปอย่างเสียดาย แต่จะมัวอาลัยต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ดีเจภูมิเลยให้น้องใหม่ Rolex Daytona Inverted-6 มาดามใจเป็นเรือนหรูคู่ใจเรือนล่าสุดแทน

สุดท้ายท้ายสุด ขอจบด้วยประโยคสวยๆ แต่คมมากจากหนุ่มฟลุค ที่ฝากถึงนักสะสมนาฬิกาหน้าใหม่เอาไว้ว่า “อยากให้ซื้อนาฬิกาที่รักและชอบ ได้ใช้ช่วงเวลาดีๆ ไปกับมัน และเมื่อถึงเวลาบอกลา ก็ส่งมอบต่อให้ร้านที่ให้ราคาดี เพื่อให้นาฬิกาเรือนของเราได้ไปอยู่ในมือของคนที่จะรักนาฬิกาเหมือนกัน ขณะที่เราก็ได้อัพเกรดเรือนใหม่ด้วย”

ส่วนถ้าหากใครสนใจอยากมีนาฬิกาเรือนโปรดสุดหรูไว้ครอบครอง ก็สามารถปรึกษาคุณตั้มได้ที่ Luxetime ได้เลยหรือสามารถเข้าไปส่องนาฬิกาได้ทางช่องทาง www.luxe-time.com และหน้าร้านที่ Luxetime ชั้น11 ตึก Italthai tower ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 065-646 2536

3 วิธีที่เหมาะสมกับการทำงานในยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640382

วันที่ 16 ธ.ค. 2563 เวลา 08:03 น.3 วิธีที่เหมาะสมกับการทำงานในยุคใหม่LARK แนะ 3 วิธีการทำงานแนวใหม่ เติมภูมิคุ้มกันให้องค์กรธุรกิจ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

“สิ่งแน่นอนที่สุด คือความไม่แน่นอน” เป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจในปัจจุบันต่างตระหนักถึง ดังจะเห็นได้จากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวก็ได้สร้างผลกระทบอย่างคาดไม่ถึงให้กับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจทั่วโลก และในอนาคตก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นมาอีกบ้าง ดังนั้น สิ่งที่ได้เห็นองค์กรธุรกิจหลายแห่งปรับตัวและมองหาวิธีการใหม่ๆ รวมถึงเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ธุรกิจพร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งองค์กรธุรกิจในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมองหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้สอดรับกับกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และความต้องการที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาวิธีการทำงานและเครื่องมือดิจิทัลที่เหมาะสมที่สุดอยู่นั้น เราได้คัดสรร 3 วิธีที่เหมาะสมกับการทำงานในยุคใหม่ซึ่งเชื่อว่า เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่องค์กรธุรกิจยังต้องใช้นโยบายการทำงานทางไกล (Remote Working) หรือทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และอาจจะใช้เป็นระบบการทำงานหลักในอนาคตในยุคหลัง COVID อันประกอบด้วย 1.กฎของพาร์คินสัน (Parkinson’s Law) 2.คัมบัง บอร์ด (Kanban board) และ 3.การทำงานที่ยืดหยุ่น (Agile Method)

1.กฎของพาร์คินสัน

เกิดจากนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อว่า Cyril Northcote Parkinson ที่ให้คำนิยามไว้ว่า “work expands so as to fill the time available for its completion” งานมักจะถูกขยายออกไปตามเวลาที่กำหนด การแปลตรงตัวอาจจะเข้าใจยากแต่หมายถึง เมื่องานถูกกำหนดให้เสร็จไว้ 2 สัปดาห์ งานนั้นก็จะเสร็จเพียง 1-2 วันก่อนถึงวันกำหนด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสามารถทำให้เสร็จได้เร็วกว่านั้นมาก ดังนั้น กฎของพาร์คินสัน คือ การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพกับเวลาที่เหมาะสม

องค์กรที่ยังคงใช้นโยบายการทำงานทางไกล อาจประสบปัญหาเรื่องการควบคุมการทำงานของพนักงานเพื่อให้ทันตามกำหนด หากนำกฎของพาร์คินสันไปใช้จะช่วยให้การทำงานของพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ผู้บริหารหรือหัวหน้างานที่จะเป็นผู้กำหนดเวลาและจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีที่สามารถนำไปใช้ แต่ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้ อาจทดลองใช้กฎนี้กับการประชุม เช่น ตัดเวลาการประชุมลง 50% หรือลองลดกำหนดเวลาของชิ้นงานลงจากเดิม 10 วัน เหลือ 5 วัน หากทำสำเร็จก็ให้ลองลดลงเหลือ 2 – 3 วัน แต่หากไม่สำเร็จก็สามารถขยายกำหนดเวลาออกไปตามเดิมได้เช่นกัน

สำหรับเรื่องการบริหารจัดการเวลานั้น LARK จะเป็นตัวช่วยจัดสรรเวลาของการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี แม้อยู่ห่างไกลกัน โดย LARK Calendar มีฟังก์ชันที่สามารถสร้างปฏิทินสำหรับทีมงานหรือองค์กร โดยทุกคนจะรับทราบเวลานัดประชุมที่ตรงกัน หรือจะส่งคำเชิญ แจ้งเตือนเวลานัดหมายอัตโนมัติ และยังช่วยแจ้งเตือนกรณีมีการนัดหมายซ้ำซ้อน โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อมูลเวลาใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้ทุกคนไม่พลาดทุกการรับทราบตารางเวลาหรือกำหนดเวลาการผลิตชิ้นงานที่ตรงกัน รวมทั้งไม่พลาดการติดตามการทำงานของทีม

2.คัมบัง บอร์ด

เครื่องมือควบคุมขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานที่มาจากคัมบัง (Kanban) ระบบควบคุมการผลิตที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมุ่งลดความซ้ำซ้อนและความสูญเปล่าในกระบวนการ ซึ่งนิยมใช้กันในภาคการผลิตและไอที แต่ปัจจุบันได้ถูกนำมาพัฒนาใช้งานกับอุตสาหกรรมอื่นๆ มากขึ้น จุดเด่นของวิธีการนี้ คือ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้และเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานและสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหานั้นได้ตรงจุด ซึ่งอาจเริ่มต้นด้วยการสร้างบอร์ด คัมบัง อย่างง่ายที่มีอยู่ 3 คอลัมน์ คือ งานที่ต้องทำ (Requested) งานที่กำลังทำ (Doing) และงานที่ทำเสร็จแล้ว (Done) เพื่อให้เห็นขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน

วิธีการนี้นอกจากจะช่วยให้เห็นข้อบกพร่องในกระบวนการทำงานชัดเจนขึ้นและเข้าไปแก้ไขได้ตรงจุดแล้ว ยังช่วยให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของขั้นตอนการทำงานและช่วยให้พนักงานหรือทีมงานเข้าใจในงานที่กำลังทำมากขึ้น เมื่อทุกคนมีความเข้าใจตรงกันมากขึ้นก็จะช่วยลดเวลาการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของงานลงได้ ดังนั้นในการประชุมแต่ละครั้งจะสามารถใช้เวลาไปกับการหารือในเรื่องอื่นที่สำคัญมากว่า มีความสร้างสรรค์และสร้างผลประโยชน์ให้กับธุรกิจเพิ่มขึ้นได้

โดยปัจจุบันพบว่า มีการพัฒนาแแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อช่วยให้การจัดการด้วยวิธีคัมบัง มีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ซึ่งก็มีหลายแพลตฟอร์มที่ต่างได้รับความนิยม รวมถึงบริการของ LARK ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในระดับองค์กร แผนก หรือแต่ละบุคคล ซึ่ง LARK เป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถมองเห็นกระบวนการทำงานได้ชัดเจน

ยิ่งขึ้น และยังช่วยให้สามารถดึงข้อมูลเชิงลึกออกมาวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการทำงาน การติดตามงาน และอื่นๆ เพื่อสร้างกระบวนการทำงานที่ทำให้เกิด Productivity ที่ดีขึ้น

3. การทำงานที่ยืดหยุ่น

แนวคิดการทำงานยุคใหม่ที่มุ่งเน้นความคล่องแคล่วว่องไว (Agile) เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะความไม่แน่นอน ซึ่งเกิดจากผลกระทบจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) และจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการทำงานในยุคหลัง COVID ด้วย ซึ่งแกนหลักของ Agile คือให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันและการสื่อสารกันระหว่างผู้ทำงานมากกว่าขั้นตอน วิธีการ หรือเครื่องมือ

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นกับฝ่ายการตลาด โดยการทำงานแบบ Agile ฝ่ายการตลาดจะให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์มากกว่าการเลือกใช้เครื่องมือ เพื่อตัดสินใจว่า จะออกแคมเปญการตลาดใดออกมา และมุ่งหาสาเหตุว่า ทำไมแคมเปญอื่นถึงใช้ไม่ได้ผล อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้นในตลาด อย่างเช่นเหตุการณ์โควิด ฝ่ายการตลาดจะต้องสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงนั้นได้แทนที่จะคงทำตามแผนเดิม

โดยวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่นหลายองค์กรเริ่มนำมาปรับใช้กันอย่างจริงจังมากขึ้น และ LARK สามารถเข้าไปช่วยให้การทำงานคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ด้วยชุดโปรแกรมดิจิทัลที่รองรับการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ เช่น การจัดประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ที่สามารถทำได้ง่ายดาย เริ่มจากการจัดตารางการประชุมผ่าน Calendar หรือจะเรียกประชุมทาง Messenger อีกทั้งยังสามารถแชร์เนื้อหาการประชุมผ่าน Magic Share เพื่อทุกคนสามารถเปิดใช้งานร่วมกัน หรือแก้ไขได้ทันที ซึ่งใช้ได้กับทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และด้วยวิธีการนี้จะช่วยให้การสื่อสารของทีมงานใกล้ชิดกันมากขึ้น ไม่ว่าทีมงานแต่ละคนจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

LARK เครื่องมือดิจิทัลสำหรับการทำงานแนวใหม่

ทั้ง 3 วิธีการทำงานแนวใหม่นี้ องค์กรธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที จะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือนำไปใช้ร่วมกันก็สามารถทำได้ อาจเริ่มที่กฎของพาร์คินสันก่อน แนะนำว่า ควรแยกแยะปัญหาความล่าช้าออกมาจัดการก่อน หากสามารถเห็นปัญหาได้ชัดเจนก็จะทำให้การแก้ปัญหาทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น วิธีการที่จะหาได้ว่า ปัญหาอยู่ส่วนใด ให้นำ คัมบัง เข้ามาค้นหาความล่าช้าในกระบวนการทำงาน เมื่อพบแล้วก็นำกฎของพาร์คินสันเข้ามาใช้ทันที และยังสามารถพึ่งพาวิธีการแบบ Agile เข้ามาทำงานร่วมกันได้ด้วย

และไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการใด LARK ชุดโปรแกรมที่รองรับการทำงานร่วมกันผ่านระบบดิจิทัล จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมงานแม้ต้องทำงานทางไกลก็ตาม

ยกตัวอย่างสำหรับผู้ที่เริ่มต้นวิธี Agile ซึ่งเน้นการสื่อสารและข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ LARK Messenger จะช่วยให้การทำงานคล่องตัวและง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์การแชท และยังเก็บประวัติการแชทไว้เพื่อผู้ที่เข้ามาใหม่สามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังเพื่อทำความเข้าใจได้ด้วย ขณะที่การมี LARK Suite ก็เหมือนกับการมี คัมบัง บอร์ดในรูปแบบดิจิทัลที่ทันสมัย ช่วยให้การประชุมทางไกลเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ โดยแสดงข้อมูลภาพป้องกันการสับสน LARK Suite ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ช่วยให้การทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น Calendar จะช่วยให้ทุกคนในทีมงานเกิดความเข้าใจตรงกันเมื่อนำกฎของพาร์คินสันมาใช้ และยังสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อมูลเวลาใหม่ได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถติดตามข่าวสารได้ไม่ว่าพวกเขาจะทำงานจากที่ไหน และยังใช้ได้กับอุปกรณ์ทั้งคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์มือถือ

ดังนั้นด้วยสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และอาจเกิดสิ่งที่คาดเดาไม่ได้อีกมายมาย ช่วงเวลานี้ จึงนับเป็นจังหวะที่ดีสำหรับภาคธุรกิจที่จะต้องปรับตัว เริ่มต้นที่การยอมรับ ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ มองหาวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการมีเครื่องมือดิจิทัลที่เหมาะสม ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มศักยภาพให้กับองค์กร เป็นองค์กรยุคใหม่ที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ที่จะเข้ามากระทบในอนาคต

สามารถดาวน์โหลด LARK ได้ทั้ง MacOs , Windows , App Store และ Google Play ได้ที่ https://www.larksuite.com/download

ไอเดียเลือกของขวัญปีใหม่สไตล์ ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640228

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 10:40 น.ไอเดียเลือกของขวัญปีใหม่สไตล์ 'กลัฟ คณาวุฒิ'หนุ่มกลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ส่งความสุขให้แฟนๆ ด้วยของขวัญจาก HAY Christmas Market at Norse Republics

เข้าสู่ช่วงเฟสทีฟปลายปีแบบนี้ Norse Republics (นอร์ส รีพับบลิค) ผู้นำเข้าแบรนด์ HAY (เฮย์) โดย คุณวีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด เลยคว้าตัวหนุ่มฮอต กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มาเลือกของขวัญปีใหม่ จาก “HAY Christmas Market at Norse Republics” งานคริสต์มาสมาร์เก็ตที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านดีไซน์สุดคูลจากประเทศเดนมาร์กไว้มากมายที่โชว์รูมนอร์ส รีพับบลิค สุขุมวิท 49

ปีนี้ HAY มีหลากหลายไอเท็มดีไซน์สวย ทั้งของตกแต่งบ้าน เครื่องเขียน เครื่องครัว โคมไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย ทำเอาหนุ่มกลัฟเลือกไม่ถูก เลยชักชวนสาวช่างเลือกอย่าง พราว-อรณิชา กรินชัย มาช่วยกันเลือกซื้อของขวัญให้ถูกใจคนรับและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรักงานดีไซน์ได้มาเลือกหาเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านดีไซน์สแกนดิเนเวียกันที่ นอร์ส รีพับบลิค สุขุมวิท 49

งานนี้กลัฟ บอกว่า “ถือโอกาสที่ทำงานหนักมาทั้งปี ด้วยการเลือกซื้อของขวัญให้ตัวเอง และไม่ลืมเลือกของขวัญดีไซน์น่ารักๆ ไปฝากคนในครอบครัวด้วยครับ ซึ่งของส่วนใหญ่จากแบรนด์ HAY เป็นของที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่ถูกใจทุกคนเลยครับ” 

ส่งท้ายปีฉลองเฟสทีฟซีซั่นไปกับ HAY Christmas Market at Norse Republics ที่รอให้ทุกคนตามมาช้อปปิ้งไอเท็มชิ้นเด็ดตลอดเดือนธันวาคม 2563 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ลด 10% สำหรับของตกแต่งบ้านทุกชิ้นตลอดเดือนธันวาคมนี้ ที่โชว์รูม Norse Republics ซ.สุขุมวิท 49 อีกทั้งยังสามารถช้อปออนไลน์ผ่านทาง Line official @norse_republics โดยคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ ได้ทาง www.norserepublics.com และ Instagram @norse_republics

ความท้าทายของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640218

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 08:58 น.ความท้าทายของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะองค์กรคือชีวิต และนี่คือความท้าทายของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

โลกไม่เคยหยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่เหมือนเดิม ความท้าทายจึงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เมื่อพูดถึงความท้าทายขององค์กร ทุกวันนี้เราเจออะไรบ้าง

เราพบว่า ปัญหาหลักคือ การทำงานของบุคลากรเล่นไม่เป็นทีม ไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกันได้การทำงานก็ขาดการมีส่วนร่วม ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ขาดความเข้มแข็ง ขาดเอกภาพ เพราะในโลกโซเชียล บุคลากรต่างวัยต่างความคิด ติดกรอบเดิมๆ มีทัศนคติติดลบ ไม่เล่นเชิงรุก ไม่เปลี่ยน ไม่ปรับตัว อีกทั้ง บุคลากรมีความเป็นตัวตนสูง ไม่เปิดใจกว้างรับฟัง จึงขาดศรัทธา ขาดความเข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจกัน ขาดอารมณ์ร่วม ไม่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร นอกจากนี้ บุคลากรยังขาดการพัฒนาตนเอง ขาดความกระตือรือร้น ไม่สามารถนำตนเองได้ บางคนพัฒนายาก สอนก็ยาก บอกแล้วก็ไม่ฟัง พูดกี่ครั้งก็ไม่เข้าใจ พูดไปก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ทุกอย่างต้องคุมอย่างใกล้ชิด บางครั้งทำเองง่ายกว่า เร็วกว่า และแน่นอนด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรขาดการคิดเชิงระบบ จึงแก้ปัญหาก็ไม่เป็น โดยเฉพาะปัญหาที่ซับซ้อนและขาดมุมมองเชิงองค์รวม จึงขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่แตกต่างได้

ท่านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ท่านจะทำอย่างไร อะไรคือรากของปัญหาเหล่านี้ แล้วท่านจะสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ในขณะที่เรากำลังมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น ในขณะนั้น โลกภายในก็กำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ โลกภายในนี้คือตัวตนที่สะท้อนมาจากกรอบความคิดตนเองตัวตนคือชีวิต ชีวิตคือความเป็นมนุษย์ มนุษย์ต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น ในขณะที่เรากำลังติดต่อสื่อสารกันด้วยกิริยาท่าทางอยู่นั้น โลกภายในทั้งสองก็กำลังดำเนินไปในลักษณะที่ว่า “ใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเธอมีค่าเช่นกัน” แต่หากใครก็ตามไม่เห็นฉันมีค่า ไม่ว่าเธอจะตะโกนดังแค่ไหน ฉันก็ไม่ได้ยิน เรื่องใดๆ ก็ยากไปหมด

นี่คือเงื่อนไขสำคัญที่สุดของทุกความสัมพันธ์ และส่งผลเป็นความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืนหากเงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว อาการของปัญหาก็ปรากฏตามที่กล่าวข้างต้น

ดังนั้น อาการปัญหาต่างๆ ในรูปของความสัมพันธ์ล้วนเป็นเรื่องปลายเหตุ เบื้องลึกของเหตุแห่งปัญหาที่แท้จริงจึงเป็นคุณค่าของชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายในระหว่างบุคคล หากคุณค่าของความเป็นมนุษย์ได้รับการตอบสนองแล้ว อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด

คุณสมบัตินี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงภาวะผู้นำ เพราะภาวะผู้นำนี้มิได้วัดกันด้วยตำแหน่ง แต่วัดกันที่พฤติกรรมการแสดงออกว่า ได้สะท้อนถึงคุณค่าของบุคคลที่เราสัมพันธ์ด้วยมากน้อยเพียงใด ดังนั้น ผู้นำนอกจากจะเป็นผู้นำโดยตำแหน่งแล้ว ยังต้องแสดงออกถึงคุณค่าและความหมายของเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะองค์กรคือชีวิต ด้วยความเข้าใจดังกล่าว รากของปัญหาผู้นำองค์กรจึงมีความลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องผิวเผินที่ปรากฏอย่างที่เราเห็นเชิงประจักษ์ในรูปของพฤติกรรม

มีคำกล่าวว่า “เราต้องให้ความรัก ก่อนให้ความรู้” ท่านเข้าใจว่าอย่างไร และท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างการนำตนเอง เล่นเชิงรุก พัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อแก้ปัญหาเชิงซ้อน มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างทีมงานที่เข้มแข้ง เป็นหนึ่งเดียวบนฐานของศรัทธา สามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เล่นเป็นทีมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว อย่างมีความสุขได้อย่างไร และที่สำคัญ เรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เพราะต่างก็มีชีวิต

Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/638477

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 07:32 น.Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี?ธรรมดาโลกไม่จำ อยากสั่งทำแหวนเพชรแบบ Custom Made ต้องเริ่มยังไงดี เรามีคำตอบ

คนรุ่นใหม่มีสไตล์เฉพาะตัว สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาคือการสวมเครื่องประดับที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง ยุคนี้จึงเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ขึ้นมา นั่นคือ Private Jeweler ซึ่งมาตอบโจทย์คนที่ต้องการทำแหวนเพชรและแหวนแต่งงานแบบ Custom Made ให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร หรือคนที่มีเรื่องราวความรักหรือแรงบันดาลใจที่ต้องการบันทึกไว้ในรูปแบบของแหวน

หลายคนมองว่าหากสั่งทำแหวนเพชรจะต้องมีราคาแพง เพราะ personalized มากกว่า แต่ความเป็นจริงราคาไม่ต่างกับแหวนเพชรสำเร็จรูปเลย เพราะการซื้อแหวนเพชรกับร้านตู้หรือร้านเพชรตามห้างที่ทำสำเร็จรูป มักมีต้นทุนดำเนินการสูงทั้งค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ทำให้แหวนที่ผลิตออกมาเสร็จสมบูรณ์ต้องบวกต้นทุนเหล่านี้ไปด้วย

เมื่อได้รู้ข้อดีของการสั่งทำแหวนเพชรกับ Private Jeweler ที่ได้ทั้งแหวนที่ตรงใจและราคาพอๆ กับแหวนสำเร็จรูป หลายคนเริ่มสนใจอยากสั่งทำบ้าง แต่พอเสิร์จอินเทอร์เน็ตเพื่อหาร้านก็พบว่ามี Private Jeweler มากมาย แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าร้านไหนคือตัวจริง

บทความชิ้นนี้ก็เลยจะมาแนะนำว่าหากคุณจะเลือก Private Jeweler สักแห่ง ควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง

ใบเซอร์เพชร กรณีที่ซื้อเพชรไซส์ใหญ่ ถ้า Private Jeweler ร้านไหนไม่มีใบเซอร์เพชรการันตีให้ ก็คงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนในแง่ของความน่าเชื่อถือ บางร้านอาจบอกว่ามีใบเซอร์ให้ แต่เป็นเพียงใบเซอร์ที่ทางร้านเป็นผู้ออกเอง ไม่ได้ออกโดยสถาบันชั้นนำอย่างเช่น GIA หรือ HRD ซึ่งใบรับประกันที่ร้านออกเองอาจต้องอาศัยความเชื่อถือกันพอสมควร เพราะบ่อยครั้งพบว่าคุณภาพเพชรจะคลาดเคลื่อนจากรายละเอียดที่ระบุไว้ เพราะฉะนั้น หากใครกำลังวางแผนลงทุนซื้อเพชรไซส์ใหญ่กว่า 18 ตัง (0.18 กะรัต) ก็ควรเลือกเพชรที่มีใบเซอร์สำหรับเก็บไว้เป็นหลักฐานในอนาคต

รีวิวจากลูกค้าที่เคยซื้อ นอกจากจะมีใบเซอร์ที่การันตีว่าเพชรที่คุณจะได้รับมีคุณภาพแล้ว ฝีมือช่างรวมไปถึงบริการอื่น ๆ ก็ควรประทับใจด้วย ทำให้การสั่งทำแหวนเพชรราบรื่นและได้รับแหวนเพชรที่ตรงตามที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเชื่อได้เพียงแค่คำโฆษณาของร้าน แต่คำบอกเล่าปากต่อปากจากลูกค้ารายก่อน ๆ จะทำให้คุณทราบประวัติและชื่อเสียงของร้าน ลองเสิร์จหารีวิวเกี่ยวกับ Private Jeweler ที่คุณสนใจทั้งจากสื่อโซเชียลมีเดียหรือเว็บบอร์ด ถ้าเสิร์จแล้วไม่เคยมีการรีวิวพูดถึงเลยก็ให้ผ่านไปก่อนดีกว่า เพราะนั่นอาจหมายความว่าร้านนั้นยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ หรือมีการปกปิดรีวิวไว้

โฟกัสที่ประสบการณ์มากกว่าป้ายลดราคา บ่อยครั้งที่พบว่าเพชรบางแห่งราคาถูกจนชวนให้สงสัยว่าคุณภาพสินค้าอาจจะไม่ได้มาตรฐานหรือเปล่า จึงดีกว่าที่จะมองหา Private Jeweler ที่เป็นที่รู้จักและมีประสบการณ์จริง ๆ โดยพยายามมองหาลักษณะความเป็นมืออาชีพจากร้านนั้น ๆ ซึ่งคุณควรเตรียมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูเพชรแท้และการสั่งทำแหวนเพชรในเบื้องต้นไว้ก่อน ลองเข้าไปพูดคุยกับ Private Jeweler รวมถึงถามคำถามเกี่ยวกับการสั่งทำ คุณก็พอจะทราบได้ว่าร้านนั้นมีความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน

เช็คราคากลาง ปกติแล้ววัสดุในการสั่งทำแหวนเพชรมักจะมีราคากลางกำกับไว้ทั้งราคาเพชรและราคาวัสดุเรือนแหวน ซึ่งราคาเพชรที่ขายในร้านมักมีราคาสูงกว่าราคากลางเล็กน้อย หากเป็นร้านเพชรระดับ Hi-End ก็อาจมีราคาแหวนเพชรสูงกว่าร้านทั่วไปค่อนข้างมาก การเช็คราคากลางจะทำให้คุณเทียบราคาในการสั่งทำแหวนได้ว่าร้านนั้นกำหนดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ หากร้านเพชรนั้นเป็นร้านทั่วไป แต่กลับมีราคาแหวนเพชรสูงก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะได้แหวนเพชรที่มีคุณภาพไม่สมราคา หากร้านนั้นรับทำแหวนเพชรในราคาที่ถูกกว่าราคากลาง ก็ให้ตั้งข้อสงสัยว่าคุณภาพแหวนเพชรที่จะได้รับอาจจะต่ำ หรือมีข้อบกพร่องซ่อนอยู่ ร้านอาจใช้วัสดุโลหะชุบทองหรือทองคำขาว แทนการใช้ทองหรือทองคำขาวของแท้จริง ๆ หรือที่พบได้บ่อยคือการใช้เพชร CVD (เพชรสังเคราะห์) แทน

ถามหา After Sales Service เพราะการสั่งทำแหวนเพชรคือการสั่งทำสมบัติล้ำค่าที่จะอยู่ติดตัวคุณหรือคนที่คุณรักไปตลอดชีวิต ถ้า Private Jeweler มีบริการหลังการขายครบครัน จะช่วยให้คุณดูแลรักษาแหวนเพชรวงนั้น ๆ ไปได้อีกนานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินควร คุณควรสอบถามถึงบริการหลังการขายกับร้านก่อนว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น บริการล้างทำความสะอาด บริการปรับไซส์แหวน บริการขัดเคลือบหรือซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ

ได้ทราบกันทริคในการเลือก Private Jeweler ไปแล้ว ใครยังหาร้านที่ถูกใจไม่ได้ก็ค่อย ๆ ศึกษากันไป อย่าลืมว่าคุณกำลังทำแหวนเพชรแท้ที่งามประหนึ่งงานศิลป์ชิ้นเดียวบนโลก อย่ารีบร้อนทำแหวนโดยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ แม้ปัจจัยที่กล่าวไปอาจทำให้คุณใช้เวลามากขึ้นในการหา Private Jeweler ฝีมือดี แต่ถ้าหา Private Jeweler ที่ใช่เจอ ก็จะทำให้แหวนเพชรในฝันของคุณเป็นจริง หวังว่าคุณคงจะได้พบกับร้านถูกใจเร็วๆ นี้

ขอบคุณสาระน่ารู้จากร้านเพชร “อโบฟไดมอนด์” ค้นหาบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับแหวนเพชรและแหวนแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.abovediamond.com