Nixon คอลเลกชั่นใหม่ Repreve เท่ห์แบบรักษ์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Nixon คอลเลกชั่นใหม่ Repreve เท่ห์แบบรักษ์โลก – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 10:41 น.Nixon คอลเลกชั่นใหม่ Repreve เท่ห์แบบรักษ์โลกNixon คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เผยคอลเลกชั่น Repreve แปลงร่างขยะพลาสติกที่อาจถูกฝังกลบใต้มหาสมุทร เป็นคอลเลกชั่นกระเป๋ารีไซเคิลน่าใช้

ไม่ว่าคุณจะติดตามเรื่องภาวะโลกของเรามากน้อยเพียงใด แต่เชื่อเถอะว่าตอนนี้เราทุกคนกำลังทำร้ายโลกอยู่ในทุกวัน จากการแจ้งเตือนว่าภายในปี 2593 อาจมีพลาสติกในมหาสมุทรอาศัยอยู่มากกว่าปลา! แต่ข่าวดีก็คือเรายังมีเวลาจัดการปัญหาเหล่านั้นได้อยู่!

Nixon ให้ความสำคัญและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากเราจึงออกคอลเลกชั่น Repreve ขึ้นมาเพื่อสร้างสินค้าที่มีคุณภาพจากขยะ พลาสติกที่อาจถูกฝังกลบใต้มหาสมุทร เกิดเป็นคอลเลกชั่นกระเป๋ารีไซเคิลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าอนาคตของเราอาจไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น

เพื่อเป็นการหยุดสร้างขยะชิ้นใหม่ กระเป๋าทุกใบจาก Repreve คอลเลกชั่นจึงถูกผลิตขึ้นมาจากเส้นใยประสิทธิภาพ Repreve Our Ocean ที่ผ่านการรีไซเคิลจากบรรดาขยะพลาสติกในมหาสมุทรด้วยกระบวนการพิเศษและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ทำให้วัสดุที่เราได้มาทำกระเป๋านั้นมีความทนทานไม่แพ้วัสดุชั้นนำที่ใช้ในตลาด และอีกหนึ่งความพิเศษก็คือเราใช้ขวดพลาสติกกว่า 20 ขวดต่อการผลิตกระเป๋า 1 ใบ ซึ่งถือเป็นการลดขยะจากท้องทะเลไปได้เยอะเลยทีเดียว

กระเป๋าคอลเลกชั่นนี้ประกอบไปด้วยกระเป๋าเป้หลากดีไซน์ น้ำหนักเบา และทนทานยิ่งกว่าเดิมเพื่อตอบโจทย์สำหรับนักเดินทางคนเก่ง มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบด้วยช่องใส่ของที่มากขึ้น และสายรัดด้านนอกสำหรับเก็บสเกตบอร์ดหรือเสื่อโยคะก็ยังได้ เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมแล้วที่จะออกทริปผจญภัยในวันหยุดยาวที่กำลังจะถึงนี้!  

Escape ขนาด 45L กระเป๋าที่เหมาะสำหรับใส่ของสำหรับทริปสั้นๆที่ต้องการความคล่องตัว มาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษสามารถใช้งานได้หลากหลายเพียงถอดสายสะพายไหล่ออกก็สามารถเปลี่ยนโหมดมาใช้เป็นสะพายหลังได้อย่างง่ายดาย มีให้เลือก 3 สี Black, Olive Dot Camo และ Navy Black

Gamma กระเป๋าที่มีทุกอย่างที่คุณต้องการไม่ว่าจะเดินทางไกลหรือใช้ในชีวิตประจำวันก็เหมาะ ด้วยฟังก์ชั่นที่ครบครันสามารถใส่แล็ปท็อปขนาด 15 นิ้วได้ มาพร้อมช่องซิปด้านนอก และสายรัดสำหรับใส่สเกตบอร์ด หรือใส่ขวดน้ำได้จะหยิบตอนไหนก็สะดวก ให้เลือก 4 สี Black, Olive Dot Camo, Navy Black และ Matisse

Hauler ออกแบบมาเพื่อให้ทุกการใช้งานของคุณง่ายและจุใจมากกว่าเดิมด้วยกระเป๋าขนาด  25L มาพร้อมช่องใส่ของขนาดใหญ่ทำให้เหมาะกับการพกพาเพื่อความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานประจำวันหรือ  ทริปท่องเที่ยวสำหรับขาลุยก็เหมาะ มีให้เลือก 3 สี Black, Olive Dot Camo และ Burgundy  Fire

สามารถชมสินค้าเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้ที่ Time Deco Shop สาขาเมญ่า เชียงใหม่, ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต Watch Else Shop สาขาอุดรธานี, โรบินสัน ลาดกระบัง, เทอร์มินอล 21 พัทยา, แฟชั่น ไอส์แลนด์ Nixon Shop สาขาเทอร์มินอล 21 อโศก และเคาน์เตอร์ Nixon สยามพารากอน  หรือช่องทางออนไลน์ที่  Facebook: nixonthailand, Line: @nixonthailand

บาสเกตบอลคัลเจอร์เต็มรูปแบบ @Hoops Station ‘BAM’ Concept Store #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

บาสเกตบอลคัลเจอร์เต็มรูปแบบ @Hoops Station ‘BAM’ Concept Store – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.บาสเกตบอลคัลเจอร์เต็มรูปแบบ @Hoops Station ‘BAM’ Concept Store Hoops Station ‘BAM’ Concept Store บาสเกตบอลคัลเจอร์เต็มรูปแบบ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ผสมผสานตัวตนและเสน่ห์ของบาสเกตบอลกับ Urban Lifestyle

เดสติเนชั่นที่อุดมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไอเดีย และความล้ำสมัย สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม นำเสนอ Hoops Station ‘BAM’ Concept Store จาก Hoops Station แบรนด์ร้านบาสเกตบอลครบวงจรที่มาในคอนเซ็ปต์ ‘BAM’ หรือ Basketball x Art x Music (บาสเกตบอล ศิลปะ และดนตรี) ที่เกิดจากความต้องการสร้างคัลเจอร์ของคนชอบบาสเกตบอลอย่างแท้จริง ฉีกกฎร้านบาสเกตบอลแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานตัวตนและเสน่ห์ของบาสเกตบอลเข้ากับ Urban Lifestyle ผ่านองค์ประกอบของ ‘BAM’

Hoops Station ‘BAM’ Concept Store พร้อมปลุกพลังบาสเกตบอลคัลเจอร์จากใจกลางเมืองด้วยการรวมเอาไอเท็มจากคอลเลคชั่นพิเศษทุกประเภทที่เกี่ยวกับบาสเกตบอลมารวมไว้ที่ Concept Store ที่สยามดิสคัฟเวอรี่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น ลูกบาสเกตบอล เสื้อ กางเกง เสื้อฮู้ด หมวก หรือที่ฮ็อตฮิตที่สุดก็คือรองเท้าสำหรับผู้ชื่นชอบกีฬาบาสเกตบอลและเหล่านักสะสม โดยมีรองเท้ารุ่นไฮไลท์อย่าง Nike LeBron 18 มาให้ได้เลือกสะสมในหลากหลายสี แต่พระเอกของงานต้องยกให้กับการนำสนีกเกอร์สุดไฮป์ Nike Jordan 1 หลายรุ่นมาให้แฟนๆ ได้ลุ้นสิทธิ์ในการซื้อทุกวันศุกร์แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นอกจากนี้ความพิเศษของ Hoops Station ‘BAM’ Concept Store ยังรวมถึงการทำโปรเจคพิเศษร่วมคอลลาบอเรชั่นกับศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยชื่อดังหลายคนเพื่อออกแบบสินค้าที่ระลึกพิเศษโดยเฉพาะการประมูลลูกบาสที่ได้รับการเพ้นท์มืออย่างสวยงามและมีเพียงลายละลูกในโลก ซึ่งรายได้หลักหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนและมอบให้กับมูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสทางการศึกษารวมถึงกีฬามากขึ้น

สัมผัสประสบการณ์บาสเกตบอลคัลเจอร์ที่แตกต่างพร้อมโอกาสในการเป็นเจ้าของไอเท็มพิเศษที่หาไม่ได้ง่ายๆ ที่ Hoops Station ‘BAM’ Concept Store ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 12 มกราคม 2564 หรือติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมเท่ห์ๆ ที่จัดขึ้นตลอดเวลาได้ที่ Hoops Station TH และ Facebook: siamdiscovery และ Instagram: @siamdiscovery

การยกระดับรัฐวิสาหกิจไทยให้เป็นองค์กรนวัตกรรมที่มีคุณค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การยกระดับรัฐวิสาหกิจไทยให้เป็นองค์กรนวัตกรรมที่มีคุณค่า – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 08:15 น.การยกระดับรัฐวิสาหกิจไทยให้เป็นองค์กรนวัตกรรมที่มีคุณค่าโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot–การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในแต่ละปี รัฐวิสาหกิจส่งเงินเข้ารัฐเกือบสองแสนล้านบาท โดยกว่า 90% มาจากรัฐวิสาหกิจ 10 อันดับแรก (จากทั้งหมด 53 แห่ง) นั่นคือความสามารถในการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจมีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไทยให้มั่นคงยั่งยืน แล้วอะไรคือปัจจัยของความสำเร็จและจะทำอย่างไรให้รัฐวิสาหกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

เป้าหมายหลักของรัฐวิสาหกิจไทยคืออะไร

จากการศึกษายุทธศาสตร์ของรัฐวิสาหกิจไทย 10 อันดับแรก พบว่าเป้าหมายหลักคือ การขยายตัวและเติบโตของธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการนำส่งรายได้เข้ารัฐเพื่อร่วมสร้างสังคมไทย สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ควบคู่ไปกับการสร้างอนาคตสังคมไทยให้มั่นคงและยั่งยืน

เป้าหมายดังกล่าวจะเป็นจริงได้ รัฐวิสาหกิจไทยต้องเป็นอย่างไร

1. รัฐวิสาหกิจไทยจำเป็นต้องสร้างคุณค่าองค์กรให้เป็นเลิศมีมาตรฐานระดับโลกมีความมั่นคงมีภาพลักษณ์ที่ดีเชื่อถือได้เป็นที่ยอมรับ

2. บุคลากรจำเป็นต้องมี Business Mind เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงการเข้าสู่ Digital Transformation เพื่อความทันสมัย รวดเร็ว คล่องตัว มีประสิทธิภาพ

3. รัฐวิสาหกิจไทยต้องปรับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม ด้วยสินค้าและบริการที่แตกต่าง แปลกใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสามารถตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างสมดุล เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนในอนาคต

4. รัฐวิสาหกิจไทยต้องสามารถปรับการใช้และบริหารสินทรัพย์ในเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

5.  รัฐวิสาหกิจไทยำเป็นต้องสร้างพันธมิตรทางธุรกิจบนพื้นฐานของความเป็นธรรม มุ่งสร้างความไว้วางใจ ความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดี เพื่อการดำเนินธุรกิจร่วมกันในระยะยาว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของ Business Portfolio 

6. การดำนเนินงานของรัฐวิสาหกิจไทยต้องตั้งอยู่บนฐานของมีคุณธรรมและจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นธรรม โปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้

เป้าหมายดังกล่าวจะเป็นจริงได้ต้องทำอย่างไร

รัฐวิสาหกิจไทยจำเป็นต้องมีรูปแบบการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Change Model) เป็นของตนเองที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์เฉพาะขององค์กรและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง

อีกทั้งต้องพัฒนาทีมนำให้ใช้รูปแบบนั้นได้แลกเปลี่ยนได้ถ่ายทอดเป็นและพัฒนาต่อยอดได้เพื่อสร้างทีมงานที่สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพหนึ่งเดียว

รูปแบบการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องเป็นในลักษณะของการพัฒนาเชิงองค์รวม (Holistic Approach) เพื่อสร้าง Multi Skills ที่ครอบคลุมด้านกรอบความคิดปัญญาอารมณ์และภาวะผู้นำ ดังนี้

1. ด้านกรอบความคิด รัฐวิสาหกิจไทยจะมั่นคงยั่งยืนอยู่ได้ บุคลากรต้องปรับมุมมองให้มี Business Mind เชิงรุกที่เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์พันธกิจและยุทธศาสตร์ขององค์กรเพื่อสร้างภาพเป้าหมายให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวกับระบบเศรษฐกิจสังคมการดำเนินธุรกิจธรรมชาติขององค์กรสิ่งแวดล้อมและความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค 

ทั้งนี้ การปรับแนวคิดเชิงรุกดังกล่าวต้องเริ่มด้วยการเปลี่ยนตนเอง คิดเชิงบวก โดยการปรับออกจากกรอบแนวคิดการทำงานแบบเดิมๆ ที่ติดอยู่กับภาพความสำเร็จเก่าๆ มาเป็นการระเบิดศักยภาพจากภายใน สร้างแรงขับเคลื่อนภายในอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุกเป็นทีมให้สอดคล้องกันอย่างเป็นเอกภาพ มีความมุ่งมั่นให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องทั้งด้านคุณภาพและบริการ 

2. ด้านปัญญา จากเป้าหมายหลักของรัฐวิสาหกิจไทยคือ ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีความสามารถในการแข่งขันและสามารถเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ความสามารถดังกล่าวจะเป็นจริงได้ บุคลากรต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจสูง เพื่อใช้พัฒนาทางเลือกเพื่อการตัดสินใจในการแก้ปัญหาเชิงซ้อน ทั้งนี้ คุณสมบัติดังกล่าวจำเป็นต้องมาจากแนวคิดเชิงระบบ และการมองภาพเชิงองค์รวม เพื่อสร้างองค์กรนวัตกรรม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้า เพื่อใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน

3. ด้านอารมณ์ ด้วยความท้าทายด้านการขยายตัวและเติบโตของธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงรุก ทีมงานจึงต้องมีความเป็นหนึ่งเดียว ความสอดคล้องกันจะเกิดขึ้นได้ บุคลากรต้องเห็นตนเองมีค่าและเห็นคุณค่าในความแตกต่าง ทีมงานจึงจะเข้มแข็ง สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม เพื่อรับมือกับความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ด้านภาวะผู้นำ เพราะโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีก้าวไกลอย่างไม่หยุดนิ่ง การจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนได้นั้น องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงยั่งยืนที่เข้าใจทั้งด้านความสามารถทางเทคนิคและความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ ดังนั้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงยั่งยืน จึงต้องให้ความสำคัญในความสมดุลของทั้งด้านการบริหารจัดการ และความเป็นมนุษย์ที่ต้องการคุณค่าและความหมาย เพื่อสร้างทีมงานที่มีส่วนร่วม มีบรรยากาศของความร่วมมือด้วยการยอมรับด้วยใจ 

ด้วยคุณสมบัติของการพัฒนาเชิงองค์รวมดังกล่าวข้างต้น รัฐวิสาหกิจไทยจึงจะสามารถยกระดับการแข่งขันเชิงรุก เพื่อเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการนำส่งรายได้เข้ารัฐเพื่อร่วมสร้างสังคมไทย สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ควบคู่ไปกับการสร้างอนาคตสังคมไทยให้มั่นคงและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง 

ที่สำคัญที่กล่าวมาข้างต้นเป็นจริงสำหรับทุกองค์กรไม่ว่าภาครัฐรัฐวิสาหกิจเอกชนองค์กรอิสระหรือแม้แต่ครอบครัวเพราะต่างก็มีธรรมชาติเดียวกันทั้งสิ้น

Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี? – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 20 พ.ย. 2563 เวลา 13:32 น.Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี?ธรรมดาโลกไม่จำ อยากสั่งทำแหวนเพชรแบบ Custom Made ต้องเริ่มยังไงดี เรามีคำตอบ

คนรุ่นใหม่มีสไตล์เฉพาะตัว สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาคือการสวมเครื่องประดับที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง ยุคนี้จึงเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ขึ้นมา นั่นคือ Private Jeweler ซึ่งมาตอบโจทย์คนที่ต้องการทำแหวนเพชรและแหวนแต่งงานแบบ Custom Made ให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร หรือคนที่มีเรื่องราวความรักหรือแรงบันดาลใจที่ต้องการบันทึกไว้ในรูปแบบของแหวน

หลายคนมองว่าหากสั่งทำแหวนเพชรจะต้องมีราคาแพง เพราะ personalized มากกว่า แต่ความเป็นจริงราคาไม่ต่างกับแหวนเพชรสำเร็จรูปเลย เพราะการซื้อแหวนเพชรกับร้านตู้หรือร้านเพชรตามห้างที่ทำสำเร็จรูป มักมีต้นทุนดำเนินการสูงทั้งค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ทำให้แหวนที่ผลิตออกมาเสร็จสมบูรณ์ต้องบวกต้นทุนเหล่านี้ไปด้วย

เมื่อได้รู้ข้อดีของการสั่งทำแหวนเพชรกับ Private Jeweler ที่ได้ทั้งแหวนที่ตรงใจและราคาพอๆ กับแหวนสำเร็จรูป หลายคนเริ่มสนใจอยากสั่งทำบ้าง แต่พอเสิร์จอินเทอร์เน็ตเพื่อหาร้านก็พบว่ามี Private Jeweler มากมาย แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าร้านไหนคือตัวจริง

บทความชิ้นนี้ก็เลยจะมาแนะนำว่าหากคุณจะเลือก Private Jeweler สักแห่ง ควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง

ใบเซอร์เพชร กรณีที่ซื้อเพชรไซส์ใหญ่ ถ้า Private Jeweler ร้านไหนไม่มีใบเซอร์เพชรการันตีให้ ก็คงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนในแง่ของความน่าเชื่อถือ บางร้านอาจบอกว่ามีใบเซอร์ให้ แต่เป็นเพียงใบเซอร์ที่ทางร้านเป็นผู้ออกเอง ไม่ได้ออกโดยสถาบันชั้นนำอย่างเช่น GIA หรือ HRD ซึ่งใบรับประกันที่ร้านออกเองอาจต้องอาศัยความเชื่อถือกันพอสมควร เพราะบ่อยครั้งพบว่าคุณภาพเพชรจะคลาดเคลื่อนจากรายละเอียดที่ระบุไว้ เพราะฉะนั้น หากใครกำลังวางแผนลงทุนซื้อเพชรไซส์ใหญ่กว่า 18 ตัง (0.18 กะรัต) ก็ควรเลือกเพชรที่มีใบเซอร์สำหรับเก็บไว้เป็นหลักฐานในอนาคต

รีวิวจากลูกค้าที่เคยซื้อ นอกจากจะมีใบเซอร์ที่การันตีว่าเพชรที่คุณจะได้รับมีคุณภาพแล้ว ฝีมือช่างรวมไปถึงบริการอื่น ๆ ก็ควรประทับใจด้วย ทำให้การสั่งทำแหวนเพชรราบรื่นและได้รับแหวนเพชรที่ตรงตามที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเชื่อได้เพียงแค่คำโฆษณาของร้าน แต่คำบอกเล่าปากต่อปากจากลูกค้ารายก่อน ๆ จะทำให้คุณทราบประวัติและชื่อเสียงของร้าน ลองเสิร์จหารีวิวเกี่ยวกับ Private Jeweler ที่คุณสนใจทั้งจากสื่อโซเชียลมีเดียหรือเว็บบอร์ด ถ้าเสิร์จแล้วไม่เคยมีการรีวิวพูดถึงเลยก็ให้ผ่านไปก่อนดีกว่า เพราะนั่นอาจหมายความว่าร้านนั้นยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ หรือมีการปกปิดรีวิวไว้

โฟกัสที่ประสบการณ์มากกว่าป้ายลดราคา บ่อยครั้งที่พบว่าเพชรบางแห่งราคาถูกจนชวนให้สงสัยว่าคุณภาพสินค้าอาจจะไม่ได้มาตรฐานหรือเปล่า จึงดีกว่าที่จะมองหา Private Jeweler ที่เป็นที่รู้จักและมีประสบการณ์จริง ๆ โดยพยายามมองหาลักษณะความเป็นมืออาชีพจากร้านนั้น ๆ ซึ่งคุณควรเตรียมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูเพชรแท้และการสั่งทำแหวนเพชรในเบื้องต้นไว้ก่อน ลองเข้าไปพูดคุยกับ Private Jeweler รวมถึงถามคำถามเกี่ยวกับการสั่งทำ คุณก็พอจะทราบได้ว่าร้านนั้นมีความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน

เช็คราคากลาง ปกติแล้ววัสดุในการสั่งทำแหวนเพชรมักจะมีราคากลางกำกับไว้ทั้งราคาเพชรและราคาวัสดุเรือนแหวน ซึ่งราคาเพชรที่ขายในร้านมักมีราคาสูงกว่าราคากลางเล็กน้อย หากเป็นร้านเพชรระดับ Hi-End ก็อาจมีราคาแหวนเพชรสูงกว่าร้านทั่วไปค่อนข้างมาก การเช็คราคากลางจะทำให้คุณเทียบราคาในการสั่งทำแหวนได้ว่าร้านนั้นกำหนดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ หากร้านเพชรนั้นเป็นร้านทั่วไป แต่กลับมีราคาแหวนเพชรสูงก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะได้แหวนเพชรที่มีคุณภาพไม่สมราคา หากร้านนั้นรับทำแหวนเพชรในราคาที่ถูกกว่าราคากลาง ก็ให้ตั้งข้อสงสัยว่าคุณภาพแหวนเพชรที่จะได้รับอาจจะต่ำ หรือมีข้อบกพร่องซ่อนอยู่ ร้านอาจใช้วัสดุโลหะชุบทองหรือทองคำขาว แทนการใช้ทองหรือทองคำขาวของแท้จริง ๆ หรือที่พบได้บ่อยคือการใช้เพชร CVD (เพชรสังเคราะห์) แทน

ถามหา After Sales Service เพราะการสั่งทำแหวนเพชรคือการสั่งทำสมบัติล้ำค่าที่จะอยู่ติดตัวคุณหรือคนที่คุณรักไปตลอดชีวิต ถ้า Private Jeweler มีบริการหลังการขายครบครัน จะช่วยให้คุณดูแลรักษาแหวนเพชรวงนั้น ๆ ไปได้อีกนานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินควร คุณควรสอบถามถึงบริการหลังการขายกับร้านก่อนว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น บริการล้างทำความสะอาด บริการปรับไซส์แหวน บริการขัดเคลือบหรือซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ

ได้ทราบกันทริคในการเลือก Private Jeweler ไปแล้ว ใครยังหาร้านที่ถูกใจไม่ได้ก็ค่อย ๆ ศึกษากันไป อย่าลืมว่าคุณกำลังทำแหวนเพชรแท้ที่งามประหนึ่งงานศิลป์ชิ้นเดียวบนโลก อย่ารีบร้อนทำแหวนโดยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ แม้ปัจจัยที่กล่าวไปอาจทำให้คุณใช้เวลามากขึ้นในการหา Private Jeweler ฝีมือดี แต่ถ้าหา Private Jeweler ที่ใช่เจอ ก็จะทำให้แหวนเพชรในฝันของคุณเป็นจริง หวังว่าคุณคงจะได้พบกับร้านถูกใจเร็วๆ นี้

ขอบคุณสาระน่ารู้จากร้านเพชร “อโบฟไดมอนด์” ค้นหาบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับแหวนเพชรและแหวนแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.abovediamond.com

อัพเดทไอเท็มใหม่จากแบรนด์รองเท้าในตำนานของไทยและโปรเจ็กต์ใหม่ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อัพเดทไอเท็มใหม่จากแบรนด์รองเท้าในตำนานของไทยและโปรเจ็กต์ใหม่ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 11:30 น.อัพเดทไอเท็มใหม่จากแบรนด์รองเท้าในตำนานของไทยและโปรเจ็กต์ใหม่ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ “กลัฟ-คณาวุฒิ” ชวนเติมความสนุกส่งท้ายปลายปี กับไอเท็มใหม่ล่าสุดผลงานการออกแบบโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา กับโปรเจ็กต์ ‘MOO x Nanyang Sneakers’

ส่งท้ายปลายปีนี้ด้วยความพิเศษจาก MOO (หมู) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์โดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา กับโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุด ‘MOO x Nanyang Sneakers’ สร้างสรรค์ผลงานการออกแบบรองเท้าผ้าใบ ที่ผลิตโดยแบรนด์รองเท้าในตำนานของไทยอย่าง นันยาง พร้อมได้หนุ่มหล่อหน้าใสอย่าง กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มาร่วมอัพเดทไอเท็มใหม่ ที่ MOO Official Store ศูนย์การค้าสยามพารากอน

หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ยังได้เล่าถึงคอนเซ็ปต์ในการออกแบบครั้งนี้ไว้ว่า MOO เป็นแบรนด์ที่เปรียบได้กับการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอีกแง่มุมหนึ่งในแบบฉบับของตัวเรา และเราคงจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่คอลเลกชั่นเสื้อผ้าเท่านั้น ในครั้งนี้ MOO มาพร้อมกับไอเท็มใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี กับโปรเจ็กต์ผลงานการออกแบบรองเท้าผ้าใบ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ ผลิตโดยแบรนด์รองเท้าในตำนานของไทยอย่างนันยาง ซึ่งเราเพิ่มความพิเศษให้กับไอเท็มชิ้นล่าสุดนี้ด้วยการปรับให้ดูทันสมัยและมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยนำเอาสีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างน้ำเงิน ขาว และ Multicolor น้ำเงิน แดง ขาว มาพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบของ ตัวรองเท้า และตกแต่งด้วยลวดลาย Stripe ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งซิกเนเจอร์ของความเป็นรองเท้านันยาง ด้วยพื้นยางพาราสีเขียว โลโก้ด้านใน รวมไปถึงวัสดุที่มีคุณภาพและสวมใส่สบายอย่างที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกัน ถือว่า เป็นอีกหนึ่งเบสิกไอเท็มที่มีความเรียบง่ายและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้าได้กับทุกลุคของการแต่งตัว นอกจากนี้ MOO ยังมีไอเท็มเสื้อผ้าเซ็ทใหม่ที่ออกมาเพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงหัวใจหลักของแบรนด์ซึ่งต้องการนำเสนอเสื้อผ้าและ ไลฟ์สไตล์ไอเท็มที่เข้าถึงได้ง่าย และสามารถอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนได้จริง

ภายในงานได้ บอม-นนทัช ธนวัฒน์ยรรยง มารับหน้าที่พิธีกร พาทุกท่านเยี่ยมชมภายใน MOO Official Storeที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นอเมริกันวินเทจ พร้อมชวนดาราหนุ่ม กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ร่วมสนุก ด้วยการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์คีย์ไอเท็มชิ้นโปรดกับเสื้อผ้าผู้ชายสไตล์เวิร์คแวร์ในแบบฉบับ MOO ไม่ว่าลุคไหนหนุ่มกลัฟก็เอาอยู่

แวะมาลองเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไอเท็มในแบบ “หมูหมู” กันได้แล้วที่ MOO Official Store ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ (แผนกเสื้อผ้าบุรุษ) ศูนย์การค้าสยามพารากอนที่รวบรวมสินค้าจากทุกคอลเลกชั่นมาไว้ในที่เดียว ให้ได้เลือกชมและลองสินค้าจริงควบคู่ไปกับช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์: www.moomoothings.com หรือไลน์: @moomoothings

เลือกเลเวลบราเหมือนเลือกระดับความหวานของชานม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เลือกเลเวลบราเหมือนเลือกระดับความหวานของชานม – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.เลือกเลเวลบราเหมือนเลือกระดับความหวานของชานมเลือกท็อปปิ้งฟองน้ำบนเสื้อชั้นในให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ SABINA เอาใจให้ผู้หญิงได้เลือก สัมผัสประสบการณ์ซื้อชุดชั้นในรูปแบบใหม่ ในแคมเปญ ‘เลเวล บรา’ ชูกิมมิคเลือกเลเวลได้เหมือนความหวานของชานม

ชานมยังเลือกระดับความหวานได้ แล้วทำไมบราจะเลือกใส่ระดับอัพความเป็นผู้หญิงไม่ได้ ชุดชั้นใน SABINA ซาบีน่า สร้างสรรค์แคมเปญส่งท้ายปี กับ เลเวล บรา (Level Bra) บราดีมี 4 เวล สร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อชุดชั้นใน ชูกิมมิคเลือกเลเวลความหวานของชานม เริ่มตั้งแต่ระดับ 0-100% เชื่อมโยงกับการเลือกระดับความหนาของฟองน้ำชุดชั้นในคอลเลคชั่นต่างๆ

ให้สาวๆ ได้สนุกกับการเลือกท็อปปิ้งฟองน้ำบนเสื้อชั้นใน ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมสร้างไวรัลในโลกออนไลน์ด้วยการส่งคลิปโฆษณา “เลือกฟองนมเท่าไหร่ดีคะ” ส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยมี ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก เป็นตัวแทนสาวๆ หวังเพิ่มแรงบวกกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” กระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงปลายปี

นางสาวพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า ซาบีน่าได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ “เลเวล บรา” (Level Bra) บราดีมี 4 เวล เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกกับประสบการณ์การเลือกซื้อชุดชั้นในรูปแบบใหม่ โดยใช้กิมมิคการเลือกความหวานของชานมไข่มุกที่มี 4 เลเวล ตั้งแต่ 0% จนถึง 100% เชื่อมโยงกับการเลือกระดับความหนาของฟองน้ำของเสื้อชั้นในคอลเลคชั่นต่างๆ ของซาบีน่า ที่มีความหนาตั้งแต่ 0% 25% 50% จนถึง 100% เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงจากผลสำรวจที่พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่มักมีเสื้อชั้นในที่มีความหนาของฟองน้ำหลายแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

“การเลือกระดับฟองน้ำเป็น % จะเหมือนการเลือกท๊อปปิ้งบนชุดชั้นใน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ที่สนุกกับการช้อปปิ้งมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังตอกย้ำว่า ชุดชั้นในซาบีน่าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่มในหลากหลายคอลเลคชั่น ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการความหนาของฟองน้ำที่ระดับ 0% ถึง 100% โดยลูกค้าสามารถเลือกชุดชั้นในที่มีความหนาของฟองน้ำตามที่ต้องการได้ทุกช่องทางการจำหน่าย ทั้งซาบีน่า ช้อป หรือเคาน์เตอร์ซาบีน่า ในห้างสรรพสินค้าชั้นในทั่วไป รวมถึงช่องทางซาบีน่าออนไลน์” นางสาวพิชชา กล่าว

เลเวลของชุดชั้นใน

Level 1 : ฟอง 0% “ไม่เติม แต่ทรงสวย” เป็นกลุ่มของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในที่จะมีฟองน้ำหนาตั้งแต่ 0.5 – 1.0 เซนติเมตร เป็นฟองน้ำระดับบาง แต่ด้วยเทคนิคการตัดเย็บของซาบีน่า จะทำให้หน้าอกดูทรงสวยแบบธรรมชาติ แม้ไม่ได้มีฟองน้ำเสริม สำหรับเลเวลนี้ จะประกอบไปด้วยสินค้ารุ่น Pretty Perfect, Perfect Bra, และ Function Bra

Level 2: ฟอง 25% “เติมเบาๆ แต่เอาอยู่” เป็นกลุ่มของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในที่จะมีฟองน้ำหนาตั้งแต่ 1.5 – 2.0 เซนติเมตร เป็นระดับที่เพิ่มการเสริมฟองน้ำเล็กน้อย เพื่อจัดทรงให้หน้าอกดูสวย ได้แก่ สินค้ารุ่น Signature และ Soft Collection

Level 3: ฟอง 50% “เติมพอดี มีพอดัน” เป็นกลุ่มของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในที่จะมีฟองน้ำหนาตั้งแต่ 2.3 – 3.0 เซนติเมตร ซึ่งเป็นฟองน้ำระดับปานกลาง ที่จะดันทรงให้พอดี ดูมีมิติขึ้น โดยในเลเวลนี้จะประกอบไปด้วย สินค้ารุ่น Modern V และ Soft Doomm

Level 4 : ฟอง 100% “เติมเน้นๆ เห็นเนินชัดๆ” เป็นกลุ่มของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในที่จะมีฟองน้ำหนาตั้งแต่ 3.5 เซนติเมตร ขึ้นไป เป็นชุดชั้นในดันทรงที่มีระดับฟองน้ำหนาพิเศษ ที่จะช่วยเพิ่มคัพไซซ์ของหน้าอก เน้นให้เห็นเนินอกชัด โดยจะเป็นสินค้าในรุ่น Doomm Doomm

“เรามั่นใจว่า แคมเปญ ‘เลเวล บรา’ จะช่วยทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว สาวๆ สามารถเลือกฟองน้ำได้หลายเลเวล เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในโอกาสที่ต่างกัน ทั้งวันพักผ่อน วันทำงาน หรือวันที่มีกิจกรรมพิเศษๆ โดยซาบีน่าได้ใช้ช่องทางการสื่อสารในการสร้างปรากฏการณ์ไวรัลให้เกิดขึ้นในโลกออนไลน์อีกครั้ง โดยเลือก “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” เป็นตัวแทนของสาวๆ ที่มีกิจกรรมหลากหลาย ด้วยการส่งคลิปโฆษณา “เลือกฟองนมเท่าไหร่ดีคะ” เชื่อมโยงกับการเลือกความหวานของชานม ส่งตรงถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแคมเปญนี้มาพร้อมกับมาตรการช้อปดีมีคืน ทำให้เราเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีนี้ และเราจะสามารถปิดยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารตลาด SABINA กล่าว

พบกับ “เลเวล บรา” บราดีมี 4 เวล ได้ที่ซาบีน่า ช้อป เคาน์เตอร์ซาบีน่า และซาบีน่า ออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันนี้ ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : SabinaThailand Line@ : @SabinaThailand หรือที่ www.sabina.co.th

CANITT เผยโฉมคอลเลกชั่นต้อนรับลมหนาว The New Reality #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

CANITT เผยโฉมคอลเลกชั่นต้อนรับลมหนาว The New Reality – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.CANITT เผยโฉมคอลเลกชั่นต้อนรับลมหนาว The New Realityแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู CANITT ก้าวเข้าสู่ปี 7 อย่างงดงาม เผยโฉมคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 ในชื่อ “เดอะ นิว เรียลิตี้” พร้อมอวดแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษจาก 4 นักแสดงสาวมากความสามารถ “เจนี่-คิมเบอร์ลี่-แต้ว-สู่ขวัญ”

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ได้อย่างงดงาม กับแบรนด์ “คานิท” (CANITT) ล่าสุด ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ พร้อมชวนเหล่าหญิงสาวมาสนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคสวยรับลมหนาวนี้ ด้วยเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นล่าสุดออทั่ม/วินเทอร์ 2020 ชื่อว่า “เดอะ นิว เรียลิตี้” (The New Reality) เสื้อผ้าดีไซน์โก้หรูที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของหญิงสาวที่สนุกสนานกับการครีเอทลุคสุดเพอเฟกต์ในทุกวัน พร้อมอวดโฉมแฟชั่นเซ็ทสุดพิเศษจาก 4 นักแสดงสาวมากความสามารถ และแนะนำเทคนิคการมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างลุคสวยในแต่ละโอกาส

Dazzling / Magnificent / Graceful

CANITT แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ Dazzling, Magnificent และ Graceful สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ CANITT จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย หลงไหลในสไตล์อันโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้

“ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมาเราได้รังสรรค์เสื้อผ้าในแต่ละคอลเลกชั่นออกมาให้สาวๆ ได้อัพเดทเทรนด์กันอยู่ตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่าหญิงสาวคานิทตั้งแต่คอลเลกชั่นแรกนั้นจะมีสไตล์เฟมินีน มีความบอบบาง น่าทะนุถนอม แต่ทว่ายังผสมผสานเสน่ห์อันเย้ายวนใจ ผ่านเส้นสายลายพิมพ์สุดโรแมนติกที่สอดผสานเข้ากับดีไซน์ที่มีความเข้าใจต่อเรือนร่างของผู้หญิงเป็นอย่างดี โดยคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 นี้ได้ใช้ชื่อว่า “เดอะ นิว เรียลิตี้” (The New Reality) ที่เปรียบได้กับเป็นการเปิดประตูบานใหม่ทั้งด้านไอเดียและงานดีไซน์ บนแกนหลักของแนวคิดการหลีกหนี (Escapism) ที่ไม่ใช่การหนีความจริงจากการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ แต่เป็นการสร้างความสมดุลในการใช้ชีวิตแบบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ที่เราไม่อยากยึดติดกับนิยามของการดีไซน์เสื้อผ้าตามฤดูกาล เพราะแฟชั่นเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก และเราก็อยากให้สาวๆ ได้สนุกกับการแต่งตัวในแบบที่เป็นตัวเอง โดดเด่นได้โดยไม่ต้องตามเทรนด์ โดยในครั้งนี้จึงเป็นการผสมผสานองค์ประกอบเด่นของแบรนด์คานิทที่รังสรรค์ชุดออกมาตลอด 7 ปี และจะได้เห็นซิลลูเอทใหม่ที่ไม่เคยเห็นในคอลเลกชั่นก่อนๆ เพราะเราได้ผสานกลิ่นอายของสปอร์ตแวร์ลงในงานดีไซน์ ทั้งกางเกงคาร์โก้ หรือบอมเบอร์แจ็คเก็ต รวมไปถึงชิ้นคลาสสิกอย่างสลิปซาตินเดรสที่ปรับดีไซน์ความยาวและรูปทรงของชุดกระโปรงช่วยเพิ่มความเซ็กซี่อย่างมีระดับ” ขนิษฐา ดรุณเนตร กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลกชั่นนี้

The New Reality

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ มีชื่อว่า “เดอะ นิว เรียลิตี้” (The New Reality) เป็นชุดดีไซน์โก้หรูที่พร้อมให้ผู้หญิงได้สนุกสนานกับการครีเอทลุคสวยในแบบฉบับของตนเองได้ในทุกวันและทุกโอกาส โดยรายละเอียดของแพทเทิร์นแต่ละชุดถูกตัดเย็บขึ้นมาโดยคำนึงถึงสรีระของผู้หญิงเป็นหลัก อย่างชุดเดรสเกาะอกผ้าซาตินดีไซน์เข้ารูปเน้นอวดสรีระของผู้หญิงให้ดูโดดเด่น หรือชุดสูทเข้ารูปสไตล์มาสคิวลีนที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายความเฟมินีน อีกทั้งยังมีงานดีไซน์รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานงานดีไซน์แนวโรแมนติกเข้ากับสตรีทโมเดิร์น เพื่อลดทอนความเคร่งขรึมเพิ่มความโก้หรู อย่างเสื้อบอมเบอร์แจ็คเก็ตที่ออกแบบเพิ่มลูกเล่นเป็นแนวแจ็คเก็ตครอปท็อปเผยโชว์บริเวณช่วงเอวเพิ่มความเซ็กซี่ หรือกางเกงคาร์โก้ขาสามส่วน ที่สามารถหยิบเข็มขัดโซ่มามิกซ์แอนด์แมทช์เพิ่มความหรูหรา รวมถึงเทรนช์โค้ทชิ้นเด่นที่เป็นไอเท็มห้ามพลาดสำหรับฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีเชิ้ตเดรสดีไซน์โดดเด่นด้วยลายพิมพ์ประจำคอลเลกชั่นอย่าง Chain of Love ลวดลายโซ่ที่ห้อยตัวอักษรย่อ C และ N เพื่อสื่อถึงภาพจำของความผูกพันที่มีต่อผู้หญิงทุกคนที่ใส่ชุดแบรนด์คานิท ด้านการเลือกแมททีเรียลและเนื้อผ้าเน้นคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพอากาศประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งเลือกใช้ทั้งผ้าชีฟอง ผ้าดัชเชส และผ้าซาติน ที่ตัดเย็บจากช่างฝีมือระดับมาสเตอร์เพื่อชุดสวยสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้โทนสีประจำคอลเลกชั่นยกให้เป็นเฉดสีม่วงเข้ม (Dark Violet) เพื่อสร้างลุคใหม่ เพิ่มเสน่ห์ ดูน่าค้นหา และยังมีเฉดสีคลาสสิกอย่างสีเบจ (Beige) และสีออฟไวท์ (Off White) ซึ่งเป็นเฉดสีประจำแบรนด์ที่จะช่วยให้มิกซ์แอนด์แมทช์ชุดในแต่ละลุคได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

โดยความพิเศษสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ซึ่งได้ 4 นักแสดงสาวสวยมาร่วมถ่ายแฟชั่นเซ็ทที่สะท้อนคาแรคเตอร์ของหญิงสาว 4 บุคลิกอันน่าสนใจ ได้แก่ 

Modern

เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ในชุดดีไซน์เรียบโก้ (Modern) อย่างในชุดสูทเข้ารูป ซึ่งสะท้อนคาแรคเตอร์สาวเวิร์คกิ้งวูแมนที่หลงใหลในสไตล์โมเดิร์นได้เป็นอย่างดี

Sophisticated

คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ ในลุคโฉบเฉี่ยวทันสมัย (Sophisticated) อย่างในชุดเสื้อเชิ้ตดีไซน์เรียบง่ายแต่แฝงด้วยกลิ่นอายความเป็นแฟชั่นนิสต้าจากลายพิมพ์โซ่สุดหรูซึ่งเป็นลายพิมพ์ใหม่ประจำคอลเลกชั่นนี้  โดยสะท้อนคาแรคเตอร์ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในสไตล์ของตนเอง

Dazzling

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาในลุคสวยน่าจับตามอง (Dazzling) ในชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวสุดหรูที่ขับเน้นเรือนร่างของผู้หญิงให้ดูโดดเด่นเกินกว่าใคร ซึ่งสะท้อนคาแรคเตอร์ของผู้หญิงที่ชื่นชอบสไตล์เฟมินีนดูน่าค้นหา

Elegant

สู่ขวัญ บูลกุล กับลุคสุดหรู (Elegant) ทั้งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ หรือในชุดเดรสดีไซน์ใหม่ที่ตัดต่อเสื้อเชิ้ตเข้ากับกระโปรงเอวสูงพิมพ์ลายเอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนคาแรคเตอร์ของผู้หญิงที่ชื่นชอบในสไตล์โก้หรู ช่วยคอมพลีทลุคให้สวยสมบูรณ์แบบ

เทคนิคการเลือกชุด

แน่นอนว่าผู้หญิงเราจะสวยสมบูรณ์แบบได้เมื่อแต่งตัวครบองค์ประกอบ ทั้งใบหน้า ทรงผม และที่สำคัญคือ เสื้อผ้า การเลือกชุดนั้นเราควรคำนึงถึงโอกาสในการสวมใส่และเหมาะสมกับกาลเทศะ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเรานั้นให้เกียรติงาน สถานที่และผู้คนด้วย โดยลุควันทำงานนั้น ลุคที่ดูสมาร์ทภูมิฐาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญ ชุดที่เลือกอาจจะเป็นชุดสูทเข้ารูปดีไซน์เรียบโก้ในโทนสีสุภาพ เพื่อความคล่องตัวเวลาทำงาน หรือจะเลือกเป็นเสื้อเชิ้ตที่มีลูกเล่นจั๊มแขนแมทช์กับกระโปรงเอวสูงเพิ่มความเฟมินีน ส่วน    ลุคออกงานสำคัญ ความโก้หรูของชุดจะช่วยสร้างความโดดเด่นน่าจับตามอง โดยชุดที่เลือกอาจเป็นชุดเดรสยาวผ้าซาตินดีไซน์เข้ารูปขับเน้นสรีระเพิ่มความเซ็กซี่อย่างมีระดับ และลุควันสบายๆ จะเดินเล่น หรือเที่ยวช็อปปิ้ง เชิ้ตเดรสที่มีลายพิมพ์เก๋ๆ อย่างลายพิมพ์โซ่ก็จะช่วยเพิ่มความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดกับเครื่องประดับอย่างสร้อยข้อมือหรือสร้อยคอสแตนเลสได้ หรือหากต้องการลุคที่ดูเท่หน่อยก็อาจจะเลือกหยิบบอมเบอร์แจ็คเก็ต สวมกับกางเกงขาสั้นให้ลุคที่ดูสตรีทสวยเท่ได้ไม่เบา

ร่วมสร้างสรรค์สไตล์อันโดดเด่นในทุกวันกับคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 กับชุดสวยจากแบรนด์ CANITT คอลเลกชั่น The New Reality ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน CANITT ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 2 ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่านช่องทาง IG: CANITT_OFFICIAL และ Line ID: CANITT_OFFICIAL

เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 08:30 น.เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลกทำความรู้จัก ‘เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์’ ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก ด้วยผลงานรังสรรค์ชุดโอตกูตูร์อันงดงามสุดพิถีพิถัน สร้างชื่อแบรนด์ลาสเทล (L’Astelle) ให้มาแรงที่สุดในขณะนี้ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการสวมใส่ชุดโอตกูตูร์ (Haute couture) ให้สาวไทยสวยปังทุกมุมมอง

เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงแห่งวงการแฟชั่นที่พาแบรนด์ไทยไปสร้างชื่อในระดับโลกได้อย่างงดงาม สำหรับแบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยอย่าง ลาสเทล (L’Astelle) ที่กำลังโลดแล่น และน่าจับตามองเป็นอย่างมากตั้งแต่ผลงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นโอตกูตูร์ (Haute couture) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยได้รับเสียงชื่นชมจากเหล่าคนแฟชั่นอย่างท่วมท้นเกี่ยวกับผลงานการออกแบบสุดพิถีพิถัน รวมไปถึงฝีไม้ลายมือการตัดเย็บอันประณีตบรรจงของ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ลาสเทล (L’Astelle) หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่พกพาดีกรีทางด้านงานดีไซน์จาก London College of Fashion และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การร่วมงานกับแบรนด์โอตกูตูร์ (Haute couture) ระดับโลกมากมาย ซึ่งทำให้เธอตกผลึกว่างานแฟชั่นชั้นสูงอย่างโอตกูตูร์นั้นเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นแค่เสื้อผ้า

 และล่าสุดดีไซเนอร์ฝีมือเฉียบก็ได้พาแบรนด์ให้ก้าวไกลไปอีกขั้น เมื่อเหล่าราชนิกุล และคนดังระดับโลกเลือกสวมใส่ชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ไม่ว่าจะเป็น เลดี้ คิตตี้ สเปนเซอร์ (Lady Kitty Spencer) หญิงสาวจากตระกูลขุนนางชั้นสูงอันเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ ผู้ซึ่งเป็นหลานสาวของเจ้าหญิงที่ครองใจคนทั้งโลกอย่างเจ้าหญิงไดอาน่า Princess of Wales กับหลากหลายลุคสง่างามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายในชุดโอตกูตูร์ (Haute couture) โดยเฉพาะลุคเด่นในเดรสสีดำขนนกปักประดับเพชรบริเวณช่วงอก

ต่อมาที่ เจ้าหญิงมาเรีย-โอลิมเปีย แห่งกรีซและเดนมาร์ก (Princess Maria-Olympia of Greece and Denmark) หลานสาวของ Constantine II of Greece and Anne-Marie of Denmark King and Queen of the Hellenes ที่มาพร้อมความหรูหราเมื่อสวมใส่ชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ในชุดสีฟ้าสไตล์เรียบโก้ โดดเด่นด้วยเข็มขัดชิ้นหรูปักประดับเพชร

ถัดมาที่ความสวยสุดอลังการของ ดอนนา เบียงก้า แบรนโดลินี (Donna Bianca Brandolini) ธิดาของท่านเคานต์แห่ง Valmaren กับ Princess Georgina Maria Natividad de Faucigny- Lucinge et Coligny แห่งบราซิล ในชุดเดรสสั้นสีดำปักประดับขนนกที่เผยความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้ได้อย่างค้นหา 

และคนดังระดับโลกอย่าง นิกกี้ ฮิลตัน รอธไชล์ด (Nicky Hilton Rothschild) สาวสังคมชั้นสูงที่มีสไตล์ดูดีเสมอเมื่อปรากฏกายในที่สาธารณะ ซึ่งชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ที่เป็นเดรสยาวสีฟ้าผ้าชีฟองก็สามารถสร้างสรรค์ลุคโก้หรูให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

ด้าน เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ได้กล่าวถึงแนวความคิดในการสร้างแบรนด์ และเส้นทางการพาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลว่า “เราเริ่มต้นการทำแบรนด์ด้วยความชอบ และหลงใหลในชุดโอตกูตูร์ จากตอนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์โอตกูตูร์ (Haute couture) ระดับโลกมากมาย เราเรียนรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บชุดชั้นสูง ตั้งแต่การดีไซน์ การคัดสรรแมททีเรียล ไปจนถึงการตัดเย็บ อย่างแบรนด์เราเองก็จะเน้นงานดีไซน์ที่เรียบโก้ แต่เพิ่มลูกเล่นให้กับชุดด้วยงานปักประดับ การเลือกเนื้อผ้า ซึ่งเราใช้แมททีเรียลส่วนใหญ่จากฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ ตัดเย็บโดยช่างฝีมือมือผู้เชี่ยวชาญ และส่งปักในโรงปักมาตรฐานเดียวกับการทำชุดโอตกูตูร์ เพราะเรามองว่าการที่จะพาแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้ ต้องเริ่มต้นจากคุณภาพของเสื้อผ้าเป็นอันดับแรก ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานให้กับคนดังระดับโลกในครั้งนี้ เรายิ่งต้องเตรียมตัวเป็นอย่างมาก เพราะเขาค่อนข้างคาดหวังในเรื่องคุณภาพชุดที่เราจะสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างของเขา ซึ่งโชคดีที่เราก็ตีโจทย์ได้ตรงจุด รังสรรค์ชุดออกมาได้ตรงใจผู้สวมใส่ ทำให้ในอนาคตน่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของทางแบรนด์เป็นอย่างมาก”

นอกจากนี้ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ยังได้แนะนำเคล็ดลับการสวมใส่ชุดโอตกูตูร์สำหรับสาวไทยว่า “คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าชุดโอตกูตูร์ใส่ยาก แต่จริงๆ แล้วชุดโอตกูตูร์เป็นชุดที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้หญิงได้อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง ที่บางคนอาจจะมีจุดที่ไม่มั่นใจแล้วอยากปกปิด ซึ่งชุดโอตกูตูร์นั้นสามารถขับเน้นจุดที่มั่นใจให้เด่นออกมาได้ ผ่านการออกแบบชุดของดีไซเนอร์ การคัดเลือกแมททีเรียลให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และโอกาสในการสวมใส่ชุด รวมไปถึงการตัดเย็บขั้นสูงที่จะสามารถทำให้ชุดออกมาสวย สามารถสร้างความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ได้”

พบกับแบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยอย่าง ลาสเทล (L’Astelle) ได้แล้ววันนี้ที่ลาสเทล บูติก ชั้น G เดอะ เทส ทองหล่อ 11 หรือ ติดตามคอลเลกชั่นใหม่ๆ ได้ทาง Instagram : @Lastelle

การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืน – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 06:35 น.การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืนโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหา ความจำเป็นเร่งด่วน โลกเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุดนิ่ง เทคโนโลยีก้าวไกลในอัตราเร่ง ได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและรูปแบบของการใช้ชีวิตของคนในสังคมอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้องค์กรภาครัฐซึ่งเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศจำต้องปรับรูปแบบการบริหารงานอย่างพลิกโฉม  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการต่อประชาชนและเพื่อสร้างสังคมและเศรษฐกิจให้ยั่งยืน เพื่อการดำเนินงานตามเป้าหมายดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐต้องปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐตามนโยบาย “การปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล” (Digital Government Transformation) ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่เน้นการพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการปรับเปลี่ยนกระบวนงานให้มีวุฒิภาวะด้านดิจิทัล เพื่อให้องค์กรภาครัฐมีขีดสมรรถนะสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากลและมีความคล่องตัว ให้มีความทันสมัย กะทัดรัด รวดเร็ว ยืดหยุ่น มีลักษณะเปิดกว้าง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมเชื่อมโยงถึงกันจากทุกภาคส่วน โดยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับยุคสมัยเข้ามาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

การพัฒนาองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงบูรณาการ

ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวดังกล่าวจะเป็นจริงได้ บุคลากรภาครัฐจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารงานและการพัฒนาในเชิงองค์รวม แนวคิดนี้ประกอบด้วย

  1.  การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเชิงรุก
  2.  การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณค่า
  3.  การสร้างศรัทธาเพื่อสร้างทีมงานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง
  4.  การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อความเป็นเอกภาพ

1. การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเชิงรุก

แนวคิดนี้ให้มุมมองที่ว่า บุคลากรภาครัฐทุกระดับจำเป็นต้องปรับแนวการบริหารงานให้เป็น Digital Mindset โดยเริ่มที่ตนเองก่อน เพื่อสร้างการนำตนเองและปรับวิธีการทำงานเสียใหม่ โดยใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลมายกระดับศักยภาพองค์กรเพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างคล่องตัว ทันสมัย รวดเร็ว มุ่งมั่น เล่นเชิงรุกแต่ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ

2. การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณค่า

นอกจากบุคลากรภาครัฐจะพัฒนาความสามารถในการนำตนเองได้แล้ว ยังต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบและมุมมองเชิงองค์รวมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล (Digital Innovation) ที่แตกต่างและแปลกใหม่ เพื่อเป็นฐานข้อมูลและองค์ความรู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเห็นความสัมพันธ์ของการให้บริการที่ทันสมัยและคล่องตัว เข้าถึงง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและผู้รับบริการให้ดีกว่าเดิมได้อย่างมีคุณค่าและเป็นรูปธรรม

3. การสร้างศรัทธาเพื่อสร้างทีมงานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง

นอกจากบุคลากรภาครัฐจะสามารถพัฒนาการนำตนเองและการสร้างองค์กรนวัตกรรมด้านดิจิทัลแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวจะเป็นจริงได้ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมที่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่บนฐานของศรัทธา และศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ องค์กรจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศของการเปิดใจกว้างรับฟังและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง มีความไว้วางใจ เชื่อมั่นต่อกัน บนฐานของการเห็นคุณค่าในความแตกต่างทางความคิด

4. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อความเป็นเอกภาพ

การปรับเปลี่ยนให้เป็นองค์กรดิจิทัลจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนรวม และเชื่อมโยงทั้งองค์กรและเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เป้าหมายดังกล่าวจำเป็นที่ผู้บริหารองค์กรต้องสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างทีมงานและผลักดันความเป็นองค์กรดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการร่วมกันพัฒนากลยุทธ์ นวัตกรรมการบริการ การตัดสินใจร่วมกันเพื่อให้ไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อยกระดับการบริการที่มีคุณภาพให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์ว่าแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กรภาครัฐให้เป็นองค์กรดิจิทัลเชิงบูรณาการนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความยั่งยืนของประเทศในอนาคต ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ผู้บริหารองค์กรภาครัฐจะสามารถปรับแนวคิดการบริหารงานให้ทันต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรเชิงองค์รวมให้เป็นองค์กรด้านดิจิทัลเชิงรุก เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้มีความทันสมัย รวดเร็ว คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้เร็วเพียงใด เพื่อยกระดับการให้บริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน อีกทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยให้มีความมั่นคงยั่งยืน

ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/638027

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาวอัพเดทเทรนด์ใหม่เอาใจสาวๆ ชี้เป้า 4 ลุคโดดเด่นสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว ในงาน ZAAP HARD SALE ครั้งที่ 4

ช่วงนี้สาวๆ คงจะรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมากระทบผิวกายในยามเช้ากันแล้วใช่ไหม แน่นอนว่าอากาศแบบนี้หลายคนคงถือโอกาสหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้มามิกซ์แอนด์แมตช์ แต่ถ้าหากว่าอยากได้ไอเดียเก๋ๆ ในการแต่งตัวแล้วละก็ มาดู 4 เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าคูลๆ ที่ใส่กันหนาวก็ได้ ใส่เดินสวยๆ ก็ดี ว่ามีสไตล์ไหนบ้าง

ลุคที่ 1 กระโปรงยีนส์คู่กับชุดสายเดี่ยวพร้อมเสื้อคลุมสั้นสีพาสเทล เป็นลุคคลาสสิกแบบชิลๆ กลิ่นอายวินเทจ แลดูเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยว โดยแมทช์กับเสื้อด้านในและเสื้อคลุมลายตาราง ช่วยขับผิวให้ขาวผ่องโอโม่มาก หรืออีกไอเดียสำหรับกระโปรงยีนส์คู่กับเสื้อแขนยาวสีสดใส พร้อมรองเท้าสีขาว ก็น่ารักแบบเท่ๆ อย่างลงตัว

ลุคที่ 2 เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุด อากาศเย็นทั้งที สาวๆ ที่อยากใส่แขนยาว ก็สามารถคว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ แล้วสวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุดได้ลุคสาวเกาเลย และสามารถนำเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาใส่คลุมทับเสื้อตัวใน ใส่คู่กับกางเกงผ้าลินิน สะพายถุงผ้า เฟี้ยวอินเทรนด์ อยากใส่ต้องได้ใส่ จัดมาเลยเสื้อกั๊กไหมพรมสีจี๊ด คู่กับกางเกงสีแนวเอิร์ธโทน หรือเป็นเสื้อไหมพรมเอวลอย ให้เปรี้ยวต้องปลดกระดุมเล็กน้อย ใส่คู่กับกางเกงเอวสูงหรือมินิสเกิร์ต

ลุคที่ 3 เสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต หนาวๆ สาวออฟฟิศยุคใหม่อย่างเราต้องมาคู่กับเสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต โชว์เข็มขัดหน่อย พร้อมใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดไปด้วย หรือหยิบเสื้อคลุมคาดิแกน สีสันสดใสมาใส่ทับ ให้อารมณ์สาวหวาน หรืออาจจะ ใส่เสื้อคลุมสีชมพูตัวใหญ่เนื้อผ้าบางๆ ทับด้านนอก ลุคนี้ก็ดูมุ้งมิ้งไปอีกแบบ จะจับคู่เดรสลายดอกสีเข้มกับเสื้อคลุมผ้าเนื้อบางตัวจิ๋ว ก็ช่วยพรางหุ่นให้ดูเพรียวได้อย่างดีเยี่ยม

ลุคที่ 4 การจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน สาวๆ ยังสามารถเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยการจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน หากท่านใดที่ชื่นชอบลุคที่ดูมินิมัลก็สามารถเลือกสีโทนอ่อนที่ดูสบายตา หรือสร้างลุคที่ดูเท่ยิ่งขึ้นด้วยไอเทมที่มาพร้อมกับเฉดสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

หากใครที่ยังมองหาเสื้อผ้าและไอเท็มเด็ดๆ เอาไว้มิกซ์แอนด์แมตช์กันอยู่ละก็ สามารถมาช้อปพร้อมกันได้ที่งาน ZAAP HARD SALE #4 ลดทะลุโลก ขนมาทั้งร้านเด็ดออนไลน์ไปถึงย่านรังสิต เสิร์ฟโปรโมชั่นแบบจุกๆ ลดสูงสุดถึง 90% ทั้งเสื้อผ้า ของแต่งบ้าน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง มีทุกอย่างครบจบที่เดียว โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ Zpell @Alive Park Hall ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ZAAP HARD SALE หรือคลิก www.facebook.com/zaaphardsale