Learn from home 5 คอร์สออนไลน์ฟรี คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628398

วันที่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 12:45 น.Learn from home 5 คอร์สออนไลน์ฟรี คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้เมื่อสถานการณ์ COVID-19 ยังคงตามติดไม่ปล่อย มาอัพสกิล Learn from home กับ 5 คอร์สออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพิ่มสกิลมนุษย์เงินเดือนกันเถอะ

ติดตามข่าวช่วงนี้หลายคนเริ่มมีความกังวลกับการใช้ชีวิตนอกบ้าน หลายบริษัทเริ่มงัดนโยบายให้พนักงาน work from home มาใช้อีกระลอก นอกเหนือจากเวลาทำงานแล้ว เรามาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์แบบฟรีๆ จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพียงแค่สมัครสมาชิกก็เริ่มเรียนได้เลย โดย jobsDB ได้รวบรวมคอร์สเรียนออนไลน์ที่เป็นประโยชน์กับคนทำงานในสาขาต่างๆ มาให้แล้ว สะดวกสบายเข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้สุดๆ

Marketing in a Digital World สอนโดย University of Illinois

คอร์สเรียนออนไลน์สำหรับคนที่ทำงานการตลาด หรือคนทั่วไปที่มีความสนใจด้านสื่อดิจิทัล เพราะเป็นคอร์สพื้นฐานว่าด้วยการทำการตลาดดิจิทัล โดยใช้ Digital Marketing Tools หรือเครื่องมือในการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ สมาร์ตโฟน 3D printing เป็นต้น ความน่าสนใจของคอร์สนี้อยู่ที่การศึกษาผลกระทบของการตลาดดิจิทัลที่มีต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค วิธีการเลือกแผนการตลาดให้เหมาะกับสินค้า การออกแบบโปรโมชั่นให้น่าสนใจ การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดให้ลองทำด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยู่ในสายงานการตลาดดิจิทัล

Design Thinking สอนโดย University of Virginia

Design Thinking คือกลยุทธ์หรือกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก (User-centered) เป็นกระบวนการคิดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในการบริหารระดับองค์กร การพัฒนาสินค้าและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีขั้นตอนกระบวนการคิดดังนี้

  1. Empathise เข้าใจปัญหา
  2. หาคำนิยามให้ชัดเจน
  3. ระดมความคิดสร้างสรรค์
  4. สร้างแบบจำลอง
  5. ทดสอบ 

คอร์สเรียนออนไลน์ Design Thinking ได้รับการยอมรับในระดับโลก ถูกบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย และองค์กรใหญ่ๆ ก็นำไปใช้พัฒนาสินค้าจนประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่น Nike และ Pepsi

English for Career Development สอนโดย University of Pennsylvania

ภาษาอังกฤษจำเป็นมากในการทำงาน ช่วยอัพเงินเดือนให้สูงขึ้น เพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ คอร์สเรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาอาชีพ จึงเหมาะกับทุกสายงานที่ต้องการเพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษในการทำงานและสมัครงาน เนื้อหาสอนเกี่ยวกับการเขียน resume cover letter การสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ คำศัพท์ที่จำเป็น ฝึกบทสนทนาแบบ small talk รวมถึงเทคนิคการสมัครงานกับบริษัทข้ามชาติ ใครที่กำลังมองหางานที่ใช้ภาษาอังกฤษโดยตรง ไม่ควรพลาดเรียนคอร์สนี้

สร้างหน้าเว็บเบื้องต้นด้วย HTML และ CSS สอนโดย รศ.ดร.อติวงศ์ สุชาโต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหาวิทยาลัย

เว็บไซต์เป็นสื่อออนไลน์ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน และมีความสำคัญกับองค์กร ธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูล ซื้อขายสินค้า โปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หรือเว็บไซต์เฉพาะบุคคลก็เปรียบเหมือนพื้นที่รวบรวมผลงาน (Portfolio) ส่วนตัวของผู้จัดทำ คอร์สเรียนออนไลน์นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยเนื้อหามุ่งสอนให้ผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานการทำงานของเว็บไซต์ สามารถใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ HTML ในการแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ และ CSS ในการจัดรูปแบบการแสดงผลของเอกสาร HTML เช่น ฟอนต์ตัวอักษร สีข้อความ พื้นหลัง ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ช่วยออกแบบเว็บไซต์ให้อ่านง่าย มีดีไซน์สวยงาม สำหรับคนที่อยากเรียนขอแค่มีพื้นฐานการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการทำเว็บไซต์มาก่อนก็เรียนได้

การออกแบบ Infographic สอนโดย อาจารย์ ดร.นิพาดา ไตรรัตน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Infographic อยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายที่ชัดเจน Infographic มาจากคำว่า Information (ข้อมูล) + Graphic (ภาพในรูปแบบดิจิทัล) เมื่อรวมกันแล้วหมายถึงการนำข้อมูล ความรู้ สถิติ หรือข่าวสาร มาสรุปให้เข้าใจง่ายโดยใช้ภาพกราฟฟิกเป็นตัวเล่าเรื่องให้น่าสนใจ คอร์สนี้จะอธิบายตั้งแต่ความสำคัญของ Infographic การเตรียมเนื้อหา ขั้นตอนการสร้างงาน เครื่องมือที่จำเป็น เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้ประโยชน์ Infographic ในการนำเสนองานให้โดดเด่นอย่างมืออาชีพ เช่น นักการตลาดสามารถใช้ Infographic นำเสนอ content หรือแผนโฆษณา อาชีพ Graphic Designer นำไปใช้กับงานดีไซน์ภาพ ทั้งนี้อาชีพอื่นๆ ก็สามารถเรียนคอร์สออนไลน์นี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการออกแบบกราฟฟิกมาก่อน

ความรู้มีอยู่ทุกที่ อยู่ที่เราจะขนขวายศึกษาหรือไม่ ข้อดีของคอร์สเรียนออนไลน์แบบฟรีๆ นอกจากจะได้ความรู้มาพัฒนาอาชีพแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋า เลือกเวลาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ และอาจทำให้เราค้นเจอความสามารถด้านใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้ลู่ทางหาเงินจากอาชีพใหม่ มีประโยชน์ขนาดนี้อย่ารอช้า เริ่มเรียนกันเลย.

ขอบคุณ jobsDB

ส่งต่อแรงบันดาลใจจากสองแบรนด์ไทยที่ทำยอดขายหลักล้านภายใน 24 ชม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628322

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 14:55 น.ส่งต่อแรงบันดาลใจจากสองแบรนด์ไทยที่ทำยอดขายหลักล้านภายใน 24 ชม.เมื่อแบรนด์แฟชั่นไทยพีคสุดถึงขั้นโตระเบิดบนรันเวย์อีคอมเมิร์ซ ส่องแรงบันดาลใจจากสองแบรนด์ไทย ‘Sarin’ และ ‘Twotwice’ ที่ทำยอดขายหลักล้านภายใน 24 ชั่วโมง

คนเรามักกลัวที่ต้องเริ่มต้นทำธุรกิจเสื้อผ้า เพราะนับเป็นสินค้าในกลุ่ม Fast Fashion ที่มาไวไปไว ซื้อง่ายหน่ายเร็ว แต่เส้นทางการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นนั้นยาวนาน ต้องใช้ทั้งเวลา ความ ‘ตั้งใจ’ และ ‘ใส่ใจ’ ในทุกขั้นตอน ทำให้เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าต่างต้องหาจุดขายและจุดแข็งของแบรนด์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และสามารถมัดใจลูกค้าได้อย่างอยู่หมัด ทั้งยังต้องเลือกช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่สะดวกสบายและเอื้อประโยชน์ทั้งกับลูกค้าและต่อแบรนด์เอง โดยใช้ช่องทางการจำหน่ายเป็นตัวช่วยปั้นยอดขาย อย่างแบรนด์ ‘Sarin’ และ ‘Twotwice’ จาก Lazada Millionaires Club ซึ่งมีร้านค้าอยู่ในเซคชั่น LazInStyle จุดรวมไอเท็มไลฟ์สไตล์สุดอินเทรนด์บนแพลตฟอร์มลาซาด้า

Sarin แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงจากทีมดีไซน์เทเลอร์เมด ที่แต่เดิมนั้นเริ่มต้นมาจากธุรกิจรับตัดสูทเทเลอร์เมดออนไลน์มาก่อน ทำให้สูทของ Sarin มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งเนื้อผ้า ฝีมือการตัดเย็บที่ประณีตและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด จนมีออเดอร์เข้ามาอย่างท่วมท้น กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้สองสาวคู่แฝดเจ้าของแบรนด์ คุณวัน-สลิลรัตน์ และคุณใหม่-สลิลทิพย์ จิรบุณยภาคย์ เกิดความคิดที่ว่า ‘ทำไมสูทสวยถึงต้องรอตัด’ จึงได้เริ่มคิดกันว่าจะต่อยอดความต้องการของลูกค้าและสินค้าคุณภาพของทั้งคู่ได้อย่างไรบ้าง จนปิ๊งไอเดียคลอดแบรนด์เสื้อสูทพร้อมส่ง คัตติ้งเนี๊ยบ และถูกควบคุมคุณภาพการผลิตโดยทีมงานเทเลอร์เมด แจ้งเกิดบนโซเชียลคอมเมิร์ซภายใต้ชื่อแบรนด์ Sarin เมื่อปี 2561 เน้นลงรูปภาพสินค้า และสร้างสรรค์ผลงานเปิดตัวคอลเลคชั่นและสีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นความสวยงาม ฟังก์ชั่น และลูกเล่นต่างๆ ของเสื้อผ้า Sarin ที่เป็น Everyday Look จนเป็นที่ถูกตาต้องใจของสาวๆ หลายคน และได้เลือกสรรสูทและเสื้อผ้าที่ควบคุมคุณภาพด้วยทีมช่างเทเลอร์เมดไปสวมใส่ได้แบบไม่ต้องรอสั่งตัด แถมยังไม่เป็นฟาสต์แฟชั่น (Fast Fashion) ทำให้สามารถใส่ได้บ่อยในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ด้วยดีไซน์ Timeless เหนือกาลเวลา ทั้งยังเข้ากับทุกสรีระเพราะแต่ละรุ่นมีให้สาวๆ เลือกถึง 5 ไซส์ ในราคาที่เปย์ได้สบาย

“แม้ว่า Sarin จะมียอดขายค่อนข้างดีบนโซเชียลคอมเมิร์ซ แต่เรายังคงมองหาช่องทางการขายใหม่ๆ เพื่อต่อยอดความสำเร็จและขยายฐานลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อว่า การลองทำอะไร ผลลัพธ์มีแค่ ได้ หรือ ไม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้ลอง เราอาจพลาดสิ่งดีๆ ไปก็ได้ อย่างอีคอมเมิร์ซที่ปัจจุบันเป็นตัวช่วยสร้างความสำเร็จให้กับหลายธุรกิจ และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักช้อป ด้วยความสะดวกสบาย แค่กด Add to Cart ชำระเงินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ทั้งยังตัดสต็อกให้ร้านค้าทันที ช่วยให้การบริหารงานหลังบ้านของร้านค้าง่ายและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ลาซาด้ากลายเป็นช่องทางการจำหน่ายหลักที่สร้างยอดขายได้ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่เราต้องสูญเสียยอดขายจากการต้องปิดหน้าร้านออฟไลน์ชั่วคราว แต่เรากลับมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดตั้งแต่เริ่มทำแบรนด์ Sarin มาเลยก็ว่าได้ เราสามารถโกยยอดขายกว่า 1 ล้านบาทได้ภายใน 24 ชั่วโมง! ในช่วงแคมเปญ Lazada Mid-Year Super Sale ยอดกระฉูด 3 ล้านบาทในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งยังรับยอดขายหลายแสนบาทจากการไลฟ์บน LazLive เพียง 1 ชั่วโมง” มุมมองความคิดของคุณวัน และ คุณใหม่ ในการปูเส้นทางความสำเร็จให้กับแบรนด์ Sarin

Twotwice อีกแบรนด์เสื้อผ้าที่ตอบโจทย์สาวๆ สายมั่น ด้วยการออกแบบที่ยูนีค ชิคไม่ซ้ำใคร จากการนำความชอบสะสมเสื้อผ้าของเจ้าของแบรนด์ที่เรียนจบสายมาร์เก็ตติ้ง แต่มีใจรักในการออกแบบ อย่าง คุณตอง-ภูริชนรดา มากอำไพ และคุณหมิว-วรกร กิจกาญจนกุล ผสานกับการนำสิ่งที่ทั้งคู่ได้พบเจอในชีวิตและระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ทำให้ Twotwice มีดีไซน์และดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ว่าจะใส่ไปเที่ยว หรือทำงาน ใครเห็นก็ต้องรู้ว่า นี่แหละคือ Twotwice 

“สินค้าแฟชั่นมีการแข่งขันสูง แต่เราไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลในการแข่งขันกับร้านอื่นๆ เสมอไป อย่าง Twotwice เราเลือกที่จะสร้างจุดขายให้กับแบรนด์ของเราเองทั้งด้านคัตติ้งและดีไซน์ที่โดดเด่น มินิมอลแต่มีดีเทล นอกจากนี้ เรายังต้องเลือกช่องทางการจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าได้มากที่สุด ลูกค้าต้องใช้งานง่ายช้อปคล่อง เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสของอีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า เข้ามาช่วยในการสร้างฐานลูกค้าให้กับแบรนด์ ด้วยทราฟฟิกมหาศาลบนแพลตฟอร์ม ทำให้เราประสบความสำเร็จสามารถจับเงินล้านได้ในระยะเวลาเพียง 1 ปี! ในช่วงแคมเปญฉลองวันเกิดลาซาด้า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลาซาด้ายังทำให้เราได้มีโอกาสร่วม Collab กับแบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพ Urban Decay x Twotwice ปั้นยอดขายแตะหลักหลายล้านบาทตลอดช่วงแคมเปญเพียง 3 วัน ในเดือนมิถุนายน อีคอมเมิร์ซไทยทำให้ความสำเร็จที่เกินคาดสามารถเกิดขึ้นได้ แม้ว่าเราจะกำลังเผชิญปัญหาจากผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องปิดหน้าร้านออฟไลน์ชั่วคราว ทำให้รายได้และยอดขายลดลง แต่เราต้องไม่หวั่น แค่ลองเปิดใจและลงมือทำให้ดีที่สุด” ทริคความสำเร็จที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร ของคุณตองและคุณหมิว เจ้าของแบรนด์ Twotwice

อีคอมเมิร์ซเป็นเครื่องมือในการสร้างยอดขายที่ทรงพลัง มีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ผู้ประกอบการได้เลือกใช้เพื่อกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์ที่มาแรง และเป็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ การไลฟ์ขายสินค้า ที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดีในหลากหลายธุรกิจ ทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการต่อยอดแบรนด์แฟชั่นไทยให้ได้โชว์ฝีมือและนำสินค้าเข้าสู่รันเวย์ ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพ สร้างความสะดวกสบายให้กับเหล่านักช้อป ง่ายต่อการจัดการระบบหลังบ้านของธุรกิจ และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ในยุคที่ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายจาก ‘ออฟไลน์’ สู่ ‘ออนไลน์’ กันมากยิ่งขึ้น อีคอมเมิร์ซจึงเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่มีประสิทธิภาพสำหรับแบรนด์และผู้ประกอบการต่างๆ และเป็นช่องทางการช้อปปิ้งที่ครองใจนักช้อปยุคดิจิทัล

ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628209

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 07:07 น.ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ มิติทั้ง 4 ที่ประสานเชื่อมโยงกันเป็นร่างแหอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ หัวใจของยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน

ความท้าทายและผลกระทบกระแสการเปลี่ยนแปลงโลกทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด 19 และโอกาสการกลับมาระบาดซ้ำ ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง และได้สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นต่อการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันและเพื่อความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า ทางออกของปัญหาแต่ทุกวันนี้ เราลงทุนด้านการพัฒนาคนมากมายเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกทั้งยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ไม่เป็นรูปธรรม และไม่ยั่งยืน ดังนั้น เพื่อความยั่งยืน การพัฒนาจึงต้องก้าวข้ามจากมุมมองแค่การปรับเปลี่ยน (Change) มาเป็นการปฏิรูป (Transformation)

และกระบวนการปฏิรูปเพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืนนั้น เราจำเป็นต้องสร้างฉากทัศน์ของการพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่างเป็นองค์รวม ครอบคลุมทุกมิติชีวิต ได้แก่ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ กล่าวคือ

ฉากทัศน์ด้านจิตใจ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านจิตใจ ฐานรากของการพัฒนาในมิตินี้คือ “กรอบความคิด” กรอบความคิดคือแหล่งที่มาของศักยภาพภายใน แรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน แต่ขีดความสามารถใดๆ ที่แสดงออกมานั้น ยังไงก็ไม่เกินกรอบความคิด หากต้องการจะยกศักยภาพ เราต้องเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ กรอบความคิดเปลี่ยนได้ กรอบความคิดเป็นของตนเอง เราจึงมีอำนาจเหนือมัน เมื่อเรามีอำนาจเหนือมัน เราจึงควบคุมมันได้ นั่นคือเราสามารถเลือกตอบสนองได้เมื่อมีเหตุการณ์อะไรมากระทบ เมื่อเราเลือกได้ นั่นคือเราสามารถนำตนเองได้ หากเรานำตนเองได้ เราก็เปลี่ยนตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนจึงต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ คุณสมบัติในการนำตนเองนี้เองคือ ฐานรากที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

ฉากทัศน์ด้านปัญญา เมื่อพูดถึงมิติด้านปัญญา ฐานรากของการพัฒนาปัญญาคือ “แนวคิดเชิงระบบ” แนวคิดเชิงระบบคือการเห็นความจริงว่า ความรู้ใดๆ เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์จึงเกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง นอกจากนี้ การคิดเชิงระบบยังช่วยให้เข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันเป็นระบบซ้อนระบบ ปัญหาทับซ้อนปัญหา ทุกปัญหาล้วนเชื่อมโยงและส่งผลถึงกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว การรับมือกับปัญหาจึงต้องเปิดมุมมองใหม่ โดยต้องเป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อน

ฉากทัศน์ด้านอารมณ์ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านอารมณ์ ฐานรากอันเป็นที่มาของอารมณ์คือ “ตัวตน” ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย เมื่อพิจารณาถึงในทุกขณะที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยความหมายที่แท้จริงแล้ว โลกของตัวตนภายในกำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ ทั้งต่อตนเองและกับบุคคลอื่น

ในกรณีของการก้องสะท้อนที่มีต่อตนเอง การเห็นคุณค่าตนเองจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอารมณ์ มีความเชื่อมั่นภายในมั่นคง มีความเข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน ยืนหยัด อดทนและสามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่

ในกรณีของการก้องสะท้อนที่มีต่อบุคคลอื่น การเห็นคุณค่าในความแตกต่างจะนำไปสู่การเปิดใจกว้างรับฟัง เกิดความเข้าใจ ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นที่มีต่อกัน และศรัทธาภาวะนี้จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพทีมงานออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม มีเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียว

ฉากทัศน์ด้านภาวะผู้นำ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านภาวะผู้นำ คุณสมบัติอันเป็นฐานรากของมิตินี้คือ “คุณค่าความเป็นมนุษย์” การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงและนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันได้นั้นต้องการผู้นำ ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตน (ในฐานะผู้นำ) ต้องได้รับการยอมรับจากทีมงานหรือผู้ตาม และบุคคลจะยอมรับใครว่ามีภาวะผู้นำ ก็ต่อเมื่อตน (ในฐานะผู้ตาม) ต้องได้รับการยอมรับเสียก่อน มันคือการยอมรับในคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์ เพราะใครก็ตามเห็นและยอมรับว่าฉันมีค่า ฉันก็เห็นและยอมรับว่าเขามีค่าเช่นกันภาวะนี้เท่านั้นที่ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้

การสร้างฉากทัศน์ยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน ในการสร้างฉากทัศน์ของการยกระดับขีดความสามารถของมนุษย์เพื่อความยั่งยืนนั้นต้องเริ่มด้วยมิติด้านจิตใจที่เห็นความจริงว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเริ่มที่การปรับตนเองก่อนเสมอ ด้วยการปรับกรอบความคิดตนเองเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวก สามารถระเบิดศักยภาพจากภายในเพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุก ทั้งนี้ ในการเล่นเชิงรุกเพื่อยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขันนั้นต้องใช้มิติที่ 2 คือ ปัญญา ปัญญามาจากแนวคิดเชิงระบบด้วยมุมมองที่ว่า ความรู้ใดๆ มาจากการสร้างความเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง บุคคลจึงสามารถจัดการกับปัญหาเชิงซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถสร้างมุมมองเชิงองค์รวมเพื่อสร้างนวัตกรรมที่แปลกใหม่ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

ด้วยการปรับเปลี่ยนทั้งมิติด้านจิตใจและปัญญา บุคคลจึงสามารถยกระดับตนเองทั้งภายในและภายนอก แต่ในโลกแห่งการมีปฏิสัมพันธ์กันนั้น การที่บุคคลจะสามารถทำงานร่วมกันได้ มิติที่ต้องพิจารณาต่อมาคือ อารมณ์ คุณสมบัติหนึ่งด้านอารมณ์คือ ศรัทธาศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการที่บุคคลต้องเห็นคุณค่าระหว่างกัน มันคือ การเห็นคุณค่าในความแตกต่างแต่การที่บุคคลจะให้ศรัทธากับบุคคลอื่น บุคคลคนนั้นต้องศรัทธาตนเองก่อน นั่นคือ เขาต้องเห็นคุณค่าตนเองก่อนเสมอการเห็นคุณค่าตนเอง บุคคลจึงสามารถสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคงภายใน มีภูมิต้านทาน จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพภายในตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่และการเห็นคุณค่าในความแตกต่างจึงเป็นที่มาของการระเบิดศักยภาพทีมงานอย่างมีพลังร่วม

ในการทำงานเป็นทีม ธรรมชาติขององค์กรย่อมต้องมีผู้นำ ผู้ตามและภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องการกำลังใจ การยอมรับ การให้เกียรติ การมอบอำนาจ การให้ความสำคัญ เมื่อบุคคลได้รับการเห็นคุณค่า เขาย่อมให้คุณค่าตอบเพราะใครก็ตามเห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทีมงานให้ไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ

จะเห็นว่า ฉากทัศน์ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืนจะต้องประกอบด้วยมิติทั้ง 4 คือ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำที่บุคคลสามารถสร้างการนำตนเอง เล่นเชิงรุก ด้วยกรอบความคิดเชิงบวกสามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าด้วยแนวคิดเชิงระบบสามารถสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ด้วยการเห็นคุณค่าตนเองสามารถสร้างทีมงานที่มีความเข้มแข็งอย่างมีพลังร่วมด้วยการเห็นคุณค่าในความแตกต่างและสามารถนำทีมงาน สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นเอกภาพด้วยการเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์

เพราะมิติทั้ง 4 ประสานเชื่อมโยง ถักทอหลอมรวมกันเป็นร่างแหอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

ย้อนเส้นทางชีวิต Working Women กว่าจะเป็น ‘ซูเปอร์แมร์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628174

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 14:50 น.ย้อนเส้นทางชีวิต Working Women กว่าจะเป็น 'ซูเปอร์แมร์'กาละแมร์-พัชรศรี พาย้อนเส้นทางชีวิต 20 ปี กว่าจะเป็น “ซูเปอร์แมร์”

หากพูดถึง Working Women หนึ่งในลิสต์ก็ต้องมีชื่อของ กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ เนื่องจากเธอคือคนที่ทุ่มเทกับทุกอย่างที่ลงมือ และวางเป้าหมายอย่างชัดเจน แต่หนทางกว่าจะมาถึงซูเปอร์แมร์ในวันนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด

เรียกว่าทำเอาคนดูอึ้งในความเป็นกาละแมร์กันไปแล้ว สำหรับ SUPER MARE อีพีแรก กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตใน 1 วันของเธอที่ใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่า มาถึงอีพี 2 ที่เพิ่งออกอากาศไปในวันนี้ทำเอาคนดูลุ้นกันตัวโก่งอีกแล้ว เพราะแมร์พาทุกคนย้อนเส้นทางร่วม 20 ปีของเด็กผู้หญิงที่เริ่มทำงานในอาชีพที่รักกับสถานีโทรทัศน์ที่ใฝ่ฝัน คนดูลุ้นกันตัวโก่งว่าเธอจะรอดหรือไม่เมื่อต้องลงเรือคลองแสนแสบ ต่อรถเมล์ ซ้อนท้ายพี่วิน ย้อนกลิ่นอายวันวานแสนทรหด แต่งานนี้สาวเจ้าก็ผ่านมาได้สวยๆ “ก็เพราะคนมันเคยทำยังไงก็ทำได้” นอกจากนี้ รายการยังส่งคอนเทนต์แน่นๆ ของอีพีนี้กับเซอร์ไพรส์จาก 2 ซูเปอร์วีไอพีประวิทย์ มาลีนนท์ และป้าตือ บุคคลที่เห็นกาละแมร์ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ มาร่วมเผยความในใจถึงสาวแมร์เป็นครั้งแรก 

วันนี้ได้พาทุกคนไปเจาะลึกทุกเส้นทางที่สาวแมร์ฝ่าฟันมา เริ่มตั้งแต่ลงเรือด่วนจี๋ลัดเลาะไปตามคลองแสนแสบ ที่ต้องอาศัยจังหวะการทรงตัวบนรองเท้าส้นสูง คลายเล่นกายกรรมบนเส้นด้าย ต่อด้วยโหนรถเมล์และแว้นวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจุดพีคที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอก็เกิดขึ้นบนรถเมล์ เมื่อกาละแมร์เจอคนโรคจิตคุกคาม จนพี่กระเป๋ารถเมล์มาช่วยไว้ ทำเอาสาวแมร์ต้องเร่งขยันทำงานปั้มเงิน และสามารถกำเงิน 3 แสนไปซื้อรถยนต์คันแรกได้สำเร็จ และอีกเรื่องที่ไม่เคยมีใครรู้คือ HR ประจำสถานีโทรทัศน์ที่สาวแมร์ใฝ่ฝันอยากก้าวเข้าไปทำงานโทรมาบอกข่าวดีกับเธอหลังจากรอมาถึง 6 เดือน ในขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถเมล์ ซึ่งจะว่าไปหลายๆ เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของแมร์เกิดขึ้นบนรถสาธารณะแบบนี้ หากจะเรียกว่า ”เหตุเกิดบนรถเมล์” ก็ได้

ประวิตร มาลีนนท์ บอสใหญ่แห่งวิกพระราม 4 เปิดมุมมองถึงกาละแมร์เป็นครั้งแรกโดยเอ่ยปากชมในความมุ่งมั่น ขยันอดทนของสาวแมร์ เธอคว้าทุกโอกาส มีวินัยฝึกฝนพัฒนาตัวเอง จากผู้ประกาศสู่งานพิธีกรและก้าวสู่นักธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพงานนี้คุณประวิทย์ยกย่องให้กาละแมร์คือผู้ประกาศหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดของวงการ ส่วนเจ้าแม่ออร์แกไนซ์เซอร์มือทองของเมืองไทย อย่าง ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช (ป้าตือ) คนที่เห็นกาละแมร์ตั้งแต่เข้าวงการแรกๆ ก็ชื่นชมในความขยันสุดโต่งของสาวแมร์ที่เธอเคยบอกป้าเอาไว้ว่าเธอจะมีเงินพันล้านให้ได้ในชีวิต

จากบทบาทพนักงานตัวเล็กๆ ที่วันนี้ก้าวสู่ระดับ CEO ที่มีธุรกิจบริษัทพาวเวอร์ชอต กับผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความรักและการตอบแทนสิ่งดีๆให้ทุกคน ฟิลลิ่งของการเป็นผู้ให้เพื่อสร้างความสุขให้กับคนอื่นเธอก็มีไม่น้อย จนกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของรายการ SUPER MARE อีพีนี้เลยก็ว่าได้กับการช้อปปิ้งอุดหนุนให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าแบบไม่หยุดและก็นำของเหล่านั้นแจกต่อให้กับคนอื่นๆ งานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ขนม สาวแมร์ยังยกผลิตภัณฑ์ในครอบครัว Hi POWERSHOT มาแจกที่ตู้ปันสุขกันแบบยกลังกันไปเลย ไม่รู้ว่าสาวแมร์คงถือคติยิ่งให้ยิ่งได้รับเป็นแน่

ขยะแลกคูปอง แคมเปญดีๆ เพื่อโลกจากเซ็นทรัลพัฒนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628139

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 06:20 น.ขยะแลกคูปอง แคมเปญดีๆ เพื่อโลกจากเซ็นทรัลพัฒนา“Rethink-ทิ้งดี Challenge-คิดดีก่อนทิ้ง” สายรักษ์โลกฟิน “เปลี่ยนกล่องขยะเดลิเวอรี่ แลกฟรีคูปองส่วนลดร้านอาหาร” แคมเปญดีๆ ที่ฟีดแบคแรงจากเซ็นทรัลพัฒนา

เรียกได้ว่าฟีดแบคแรงมาก แถมโนจใจสายรักษ์โลกฟินไปเต็มๆ สำหรับแคมเปญ “Rethink – ทิ้งดี Challenge – คิดดีก่อนทิ้ง” จากเซ็นทรัลพัฒนา ที่ครั้งนี้ชวนบรรดาลูกค้ามาเปลี่ยนกล่องขยะเดลิเวอรี่ เป็นฟรีคูปองส่วนลดร้านอาหาร!!!  โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN นำร่องริเริ่มแคมเปญ “Rethink – ทิ้งดี Challenge – คิดดีก่อนทิ้ง” เปิดให้ลูกค้าสายรักษ์โลก มาแลกกล่องอาหารจากเดลิเวอรี่ที่ทำความสะอาดแล้ว โดยกล่องเดลิเวอรี่ทุกๆ 10 ชิ้น จะสามารถนำมาแลกคูปองส่วนลดร้านอาหารในเครือ CRG อาทิ

  • เปปเปอร์ ลันช์
  • ชาบูตง ราเมน
  • โยชิโนยะ
  • โอโตยะ
  • เทนยะ
  • คัตสึยะ
  • ไทยเทอเรส
  • มิสเตอร์ โดนัท
  • อานตี้ แอนส์

โดยจำกัดแลกได้ 1 คน / 20 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ สามารถแลกได้ตั้งแต่วันที่ 10 -14 ก.ค. 63 ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 16 สาขา ทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ลาดพร้าว, เวสต์เกต, แจ้งวัฒนะ, รัตนาธิเบศร์, รามอินทรา, พระราม 3, พระราม 2, ปิ่นเกล้า, บางนา,ศาลายา,มหาชัย, ชลบุรี, ระยอง และ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

มาร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมปกป้องโลกของเราได้ง่ายๆ ที่เซ็นทรัลใกล้บ้าน ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา

5 ท่าเวิร์คเอาท์แก้ปวดหลัง-ไหล่ ไล่ออฟฟิศซินโดรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/627885

วันที่ 08 ก.ค. 2563 เวลา 11:30 น.5 ท่าเวิร์คเอาท์แก้ปวดหลัง-ไหล่ ไล่ออฟฟิศซินโดรมเทรนเนอร์หุ่นเท่แชร์ 5 ท่าออกกำลังกายแบบชิลๆ ที่หนุ่มๆ สาวๆ นั่งทำงานติดโต๊ะ สามารถทำได้ง่ายๆ บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดไหล่

โดยเฉลี่ยแล้วคนส่วนใหญ่มักจะนั่งทำงาน 7-8 ชั่วโมงในหนึ่งวันหรือบางคนอาจมากกว่านั้น และเมื่อต้องนั่งทำงานนานๆ ทีไร อาการปวดหลัง ปวดไหล่ก็มาทุกที ซึ่งการนั่งนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถหรือขยับเขยื้อนร่างกายไปทำกิจกรรมอื่นบ้าง อาจทำให้เกิดอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” รวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพและบุคลิกภาพในระยะยาวได้ เช่น อาการปวดหลัง ปวดไหล่ ไหล่ห่อ หลังค่อม

เทรนเนอร์หุ่นเท่จาก ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทยแนะนำเรื่องของการนั่งติดโต๊ะนานๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงาน นั่งดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์ อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกและบ่าต้องรับภาระหนัก จึงต้องกระตุ้นให้มีการยืดเหยียดบ้าง ส่วนกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้น และต้นขาด้านหลัง มักจะอ่อนแรงเพราะไม่ค่อยได้ขยับตัว จึงต้องเสริมให้แข็งแรงขึ้น ซึ่ง 5 ท่าเวิร์คเอาท์ชิลๆ ต่อไปนี้จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ช่วยให้นั่งทำงานสบายขึ้น รวมถึงปรับบุคลิกภาพให้ดูดีโดยใช้เก้าอี้นั่งทำงานนี่แหละเป็นตัวช่วย

ท่าแรก “ยืดกล้ามเนื้อหน้าอก”

เริ่มท่าแรกแบบเบาๆ ด้วยการนั่งบนเก้าอี้ แล้วใช้มือสองข้างประสานกันไว้ที่ด้านหลัง จากนั้นค่อยๆ ยืดหน้าอกขึ้นให้ตึง พร้อมกับหายใจเข้า-ออกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่กลั้นหายใจ ควรทำท่านี้อย่างน้อย 2 เซ็ตๆ ละ 20-30 วินาที

ท่าที่สอง “ยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอ และบ่า”

นั่งบนเก้าอี้โดยใช้มือข้างใดข้างหนึ่งแตะไปที่บริเวณด้านหลังศีรษะ แล้วค่อยๆ กดศีรษะลงด้านเดียวกับมือข้างที่กด จากนั้นให้นำมืออีกข้างหนึ่งไพล่หลังเพื่อล็อกไว้ โดยให้สายตามองที่พื้น ทำท่านี้ค้างไว้ประมาณ 20 วินาที จะรู้สึกตึงบริเวณไหล่และคอ จากนั้นทำสลับอีกข้างนับเป็น 1 เซ็ต ทำสัก 2-3 เซ็ต จะช่วยให้ร่างกายช่วงบนทั้งหมดผ่อนคลายและรู้สึกสบายขึ้น  

ท่าที่สาม “กระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนบน”

จัดท่านั่งบนเก้าอี้โดยให้หลังตั้งตรง จากนั้นเหยียดแขนและมือทั้งสองข้างไปด้านหน้า แล้วค่อยๆ ดึงข้อศอกไปด้านหลัง ในระหว่างการดึงต้องพยายามบีบสะบักหรือหลังเข้าหากัน และโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อให้ตึงหรือเกร็งไว้ อย่าปล่อยหัวไหล่ลง ทำสัก 15-20 ครั้ง ท่านี้นอกจากจะยืดกล้ามเนื้อช่วงกลางลำตัวแล้วยังช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้นด้วย

ท่าที่สี่ “บริหารแกนกลางลำตัว”

ท่านี้เป็นการบริหารหน้าท้องที่อ่อนแรงด้วยท่าแพลงก์บนเก้าอี้ เริ่มจากวางแขนทั้งสองข้างไว้บนเก้าอี้ และยืดขา มาด้านหลัง โดยให้ลำตัวและสะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน จากนั้นเกร็งสะโพกและหน้าท้องเอาไว้ และที่สำคัญคือ ต้องไม่หย่อนสะโพกลงหรือยกสะโพกสูงเกินไป แต่พยายามให้แกนกลางลำตัวและสะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน หายใจเข้า-ออกต่อเนื่อง ทำค้างไว้ประมาณ 20-30 วินาที จะช่วยให้หน้าท้องและสะโพกแข็งแรงขึ้น

ท่าที่ห้า “บริหารกล้ามเนื้อ ก้น สะโพก และต้นขา”

ท่าชิลๆ ท่าสุดท้าย เป็นการเวิร์คเอาท์ด้วยท่าซูโม่ สควอช เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ ก้น สะโพก และกล้ามเนื้อต้นขา ให้แข็งแรงขึ้น เริ่มด้วยท่านั่งหลังตรงบนเก้าอี้ งอแขนทั้งสองข้างขึ้น เปิดปลายเท้าออกด้านนอก แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเกร็งช่วงสะโพกไปพร้อมๆ กัน จากนั้นนั่งลงช้าๆ บนเก้าอี้ตามเดิม ระหว่างที่กำลังลุกขึ้นยืนและนั่งท่านี้ ต้องอย่าให้เข่าชิดกัน ทำท่านี้ติดต่อกัน 15-20 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต

ย้ำกันสักนิดว่า 5 ท่าเวิร์คเอาท์สุดชิลนี้ สามารถทำได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย นอกจากเก้าอี้ตัวเดียวก็ออกกำลังกายได้แล้ว แต่ที่สำคัญ คือ ต้องเลือกเก้าอี้แบบที่ไม่มีล้อเลื่อน เพื่อป้องกันอันตรายจากการเลื่อนไหลของเก้าอี้ด้วย นอกจากนี้อย่ามัวแต่เวิร์คอย่างเดียว แต่ต้องให้เวลากับการเวิร์คเอาท์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะ Work ที่ไหนก็ยังสุขภาพดี

เชา ชวลิต ชวนมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าผู้ชายสไตล์ MOO #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/627809

วันที่ 07 ก.ค. 2563 เวลา 12:00 น.เชา ชวลิต ชวนมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าผู้ชายสไตล์ MOO หนุ่มตี๋มีสไตล์ เชา-ชวลิต ชิตตนันท์ บุก MOO Pop Up Store พร้อมร่วมมิกซ์แอนด์แมทช์ คีย์ไอเท็มชิ้นโปรดเติมความสนุกให้การแต่งตัวในทุกๆ วันกลายเป็นเรื่อง “หมูหมู”

เมื่อหนุ่มตี๋มีสไตล์ เชา-ชวลิต ชิตตนันท์ บุก MOO Pop Up Store งานนี้ดีไซเนอร์คนดังอย่าง หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ MOO (หมู) มาดูแลและคอยให้แนะนำอย่างเป็นกันเอง

หนุ่มเชา เล่าว่า ในช่วงที่ผ่านมาชีวิตส่วนใหญ่ก็จะหมดไปกับการทำงานอยู่บ้าน ก็คงจะคล้ายๆ กับใครหลายๆ คนนั่นแหละครับ แต่พอช่วงนี้เริ่มได้ออกมาทำงานนอกบ้าน ทำให้ผมได้กลับมาสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น โดยปกติผมเป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าสีพื้น เน้นไปที่ สีขาว สีเทา สีดำ สีเบจ และสีเขียวทหาร เพราะรู้สึกว่าใส่อย่างไรเราก็รอด แต่ถ้าวันไหนอยากสนุกมากขึ้น ก็จะเลือกแอคเซสเซอรี่สีสดๆ เข้ามาช่วยทำให้การแต่งตัวไม่น่าเบื่อ อย่างกระเป๋าสีส้มสะท้อนแสงใบนี้ ก็สามารถถือคู่กับชุดเรียบๆ อย่างเสื้อสีขาว และช่วยทำให้รู้สึกว่าลุคที่ใส่ดูมีความพิเศษขึ้นได้อย่าง ไม่ขัดเขินเลย ผมว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นมีเสน่ห์ในตัวอยู่ที่ว่าเราจะหยิบมันมามิกซ์แอนด์แมทช์กับอะไร แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับโอกาสและผู้คนที่เราไปพบเจอด้วย ผมว่าเพียงเท่านี้เราก็จะได้สไตล์ที่ใช่ในแบบที่ไม่ซ้ำใครแล้วครับ

สำหรับการกลับมาเปิด MOO Pop Up Store ควบคู่ไปกับช่องทางออนไลน์ที่ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลัก ของแบรนด์ในครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ให้ได้สัมผัสถึงรายละเอียดและเทคนิคการตัดเย็บที่มีคุณภาพและโดดเด่นไม่เหมือนใครอันเป็นเสน่ห์ของการแต่งตัวที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยดีเทล ตอกย้ำถึงมุมมอง ของแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอเสื้อผ้าในสไตล์ Urban Casual ข้าถึงได้ง่ายในราคาหมูหมู โดยภายใน MOO Pop Up Store ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ในการลองสินค้าที่รวบรวมเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไอเทมจากทุกคอลเลกชั่นมาไว้ในที่เดียว พร้อมทั้งยังมีไฮไลท์พิเศษ เปิดตัวไอเทมใหม่ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ลัดคิวมาให้ได้ชมก่อนใคร

มาเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวในทุกๆ วันด้วยเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไอเทมในแบบ “หมูหมู” กันได้แล้วที่ MOO Pop-up Store ชั้น 2 แผนกเสื้อผ้าบุรุษ พารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอนตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2563 ใครที่ไม่สะดวกมาที่หน้าร้านก็ยังคงช้อปออนไลน์พร้อมฟรีค่าบริการจัดส่งได้ที่เว็บไซต์: www.moomoothings.com หรือไลน์: @moomoothings

กินไอศกรีมช่วงเช้าช่วยให้ตื่นตัวและอารมณ์ดี จริงหรือ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/627800

วันที่ 07 ก.ค. 2563 เวลา 11:20 น.กินไอศกรีมช่วงเช้าช่วยให้ตื่นตัวและอารมณ์ดี จริงหรือ?จริงหรือไม่!!! ที่การกินไอศกรีมตอนเช้าจะช่วยทำให้สมองตื่นตัวทำงานดีขึ้นและอารมณ์ดีมากขึ้น

หากพูดถึงความอร่อยยามเช้า หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นข้าว ขนมปัง หรือดื่มกาแฟเท่านั้น ใครจะไปคิดว่าการทานไอศกรีมตอนเช้าก็ช่วยทำให้สมองของมนุษร์เราทำงานดีขึ้นได้ แบบนี้เรียกว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่ชอบทานของหวานกันเลย แต่ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ

จากผลงานวิจัยของ โยชิฮิโกะ โคกะ (Yoshihiko Koga) ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคียวริน (Kyorin) ชี้ว่า การรับประทานอาหารที่มีอุณหภูมิต่ำจะทำให้คลื่นความถี่อัลฟาในสมองมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ตื่นตัวและอารมณ์ดีมากขึ้น ทั้งยังระบุอีกด้วยว่าการกินไอศกรีมในตอนเช้าดีกว่าการดื่มน้ำเย็นเสียอีก

โยชิฮิโกะ โคกะ ได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคไอศกรีมและการทำงานของสมอง โดยให้ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยบริโภคไอศกรีมทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้าเป็นประจำ และวัดค่าการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram) โดยมุ่งเน้นไปที่คลื่นความถี่ของสมองในช่วงอัลฟาซึ่งคลื่นสมองตัวนี้จะช่วยในเรื่องของความตื่นตัวสดชื่นลดความเครียด

นอกจากนี้ ยังได้ทดลองเปลี่ยนการรับประทานไอศกรีมเป็นน้ำเย็นเพื่อตรวจสอบสมมติฐานว่าอุณหภูมิที่ต่ำอาจมีผลต่อคลื่นไฟฟ้าของสมองผลปรากฏว่าการดื่มน้ำเย็นตอนเช้าไม่ได้ทำให้คลื่นอัลฟามีมากกว่าปกติ 

เรื่องนี้ทางด้านนักโภชนาการชาวอังกฤษ เคธี แบร์ฟูท ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและพฤติกรรมอารมณ์ แห่งมหาวิทยาลัยเรดดิง อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากกลูโคสหรือน้ำตาลเป็นพลังงานสำคัญในการทำงานของสมอง ดังนั้น การบริโภคอาหารหวานในตอนเช้า อาจช่วยเพิ่มการทำงานของสมอง และส่งผลให้สมองมีคลื่นไฟฟ้าตื่นตัวที่เพิ่มมากขึ้น…รู้แบบนี้แล้ว รีบไปเติมความหวานด้วยไอศกรีมตอนนี้ยังทัน!!

มองการณ์ไกล ผ่าปัญหาซับซ้อนที่องค์กรกำลังเผชิญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/627725

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 08:30 น.มองการณ์ไกล ผ่าปัญหาซับซ้อนที่องค์กรกำลังเผชิญการรับมือกับปัญหาเชิงองค์รวม : การสร้างฉากทัศน์เชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหาซับซ้อนเชิงรุก…นาทีนี้!! ทำไมเราต้องปรับ เราต้องปรับอะไร และปรับอย่างไร?

ปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญคืออะไร?

ปัญหาซับซ้อนคืออะไร?

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า ขณะโลกเปลี่ยนแปลงทุกนาทีนำไปสู่โลกที่ผันผวน (Disruptive World) โดยเฉพาะความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ เอไอ บล็อกเชน บิ๊กเดต้า และอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) รวมทั้งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของประชากรเข้าสู่ผู้สูงวัย และการระบาดของไวรัสโควิด 19

องค์การการค้าโลก (WTO) คาดไตรมาสสองปีนี้ (เม.ย.-มิ.ย.) ปริมาณการค้าทั่วโลกหดตัว 18.5% กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพิ่งคาดการณ์ว่าปีนี้จีดีพีโลกจะหดตัว 4.9 % จีดีพีไทยจะหดตัวที่ 7.7% ซึ่งต่ำสุดในอาเซียน (ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่า จีดีพีไทยจะติดลบ 8.1%) องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในทวีปอเมริกายังไม่ผ่านจุดสูงสุด และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าและปีหน้า หากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ยังรุนแรง ไอเอ็มเอฟคาดว่า เศรษฐกิจโลกอาจจะเติบโตได้เพียง 0.5%

ขณะนี้ แม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มเปิดธุรกิจอีกครั้ง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการลงทุนและการบริโภค ทั้งหมดนี้สร้างผลกระทบต่อระบบซัพพลายเชน การผลิต การส่งออก การจ้างงาน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป รวมทั้งความเป็นอยู่ที่ไม่เหมือนเดิม องค์กรต่างๆ จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อลดความเสี่ยง เพื่อความอยู่รอด รวมทั้งการสร้างโอกาสใหม่ๆ

แต่ที่ไม่ง่ายคือ ความท้าทายเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบซ้อนระบบ และสร้างความวิตกกังวลอย่างมากต่อความอยู่รอดของธุรกิจ เนื่องจากการแก้ปัญหาไม่สามารถใช้แนวคิดเส้นตรงเชิงเดี่ยวได้ เพราะความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้เชื่อมโยงสัมพันธ์อย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

การปรับตัวผ่านการสร้างฉากทัศน์เชิงระบบ ในการปรับตัวมีประเด็นที่สำคัญคือ ทำไมเราต้องปรับ เราต้องปรับอะไร และปรับอย่างไร?

ในการตอบคำถามข้างต้น มันมิใช่เพียงหาทางแก้ปัญหา ณ จุดปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องปลายเหตุ แต่ต้องเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าอาจจะมีเหตุการณ์สำคัญๆ อะไรเกิดขึ้นอีกบ้างในอนาคต และเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือ การสร้างฉากทัศน์อนาคต (Future Scenario) เพื่อคาดการณ์อนาคตอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การวางยุทธศาสตร์เชิงอนาคต (Strategic Foresight) อันเป็นการเตรียมแผนรองรับฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย เพื่อหาทางป้องกัน ลดความเสี่ยง ลดความเสียหาย หรือสร้างโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าว

ในการสร้างฉากทัศน์นั้นมีฐานรากทางความคิดมาจากแนวคิดเชิงระบบและการมองภาพเชิงองค์รวมว่ามีองค์ประกอบอะไรที่เกี่ยวข้อง และองค์ประกอบเหล่านั้นสัมพันธ์กันอย่างไร ความแตกต่างหลากหลายของฉากทัศน์ที่สร้างขึ้นจะมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะนั่นจะนำไปสู่ความเข้าใจสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้อย่างดีที่สุด และจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบหรือสถานการณ์ต่างๆ ที่แตกต่างที่อาจเป็นไปได้

ยกตัวอย่าง ความเป็นไปได้ของการกลับมาระบาดซ้ำของไวรัสโควิด 19 หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้อะไรบ้างที่เราต้องเอามาคิด  เช่น

  • การระบาดจะมาจากทางใดได้บ้าง จากภายในประเทศ หรือมาจากต่างประเทศ
  • การระบาดจะกินวงกว้างแค่ไหน
  • จะกินระยะเวลานานแค่ไหน
  • แล้วเราจะป้องกันอย่างไร
  • เรามีระบบสาธารณสุข เครื่องมือ และสถานที่ที่จะรองรับได้ดีและเพียงพอหรือไม่
  • เรามีบุคลากรเพียงพอหรือไม่
  • เราต้องใช้วัคซีนเท่าไหร่
  • เราจะจัดหาวัคซีนได้ทันและเพียงพอหรือไม่
  • เราจะผลิตเองหรือนำเข้ามาจากที่ใด
  • หากมันกลับมาอีกครั้ง แล้วเราจะรับมือได้แตกต่างจากเดิมอย่างไร ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม แรงงาน การศึกษา การค้าขาย ค่าครองชีพเราจะพยุงระบบเศรษฐกิจ
  • ระบบการเงินบ้านเราอย่างไร เราต้องอัดฉีดอีกเท่าไหร่
  • และที่สำคัญคือความเป็นอยู่และสุขภาพของประชาชน เป็นต้น

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้สัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อนอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ และส่งผลกระทบซึ่งกันและกันอย่างเป็นวงกว้าง เป็นระบบซ้อนระบบ การสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายของประเด็นต่างๆ ที่แตกต่าง จะนำซึ่งองค์ความรู้ที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ เพื่อที่เราจะนำความเข้าใจดังกล่าวมาใช้ลดความเสี่ยงและหาทางป้องกัน และอาจสร้างโอกาสเพื่อรองรับการฟื้นกลับมาของธุรกิจอีกครั้งการสร้างฉากทัศน์เพื่อคาดการณ์ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่นักบริหารต้องมีและการสร้างฉากทัศน์ที่หลากหลายมันสะท้อนถึงภูมิปัญญาที่แท้จริง

การรับมือเชิงรุกการสร้างฉากทัศน์ที่กล่าวมานี้เป็นสิ่งที่สะท้อนมาจากจินตนาการหรือภาพที่เราวาดไว้ในใจโดยนำองค์ประกอบหรือประเด็นต่างๆ มาเชื่อมโยงกันเพื่อดูความสัมพันธ์ แล้วแปลงออกมาเป็นแผนยุทธศาสตร์ภาพดังกล่าวหลายคนเรียกว่า กรอบความคิด หรือกระบวนทัศน์ (Paradigm) นั่นเอง ภาพดังกล่าวเป็นเรื่องของบุคคล เกิดขึ้นภายในบุคคลภาพดังกล่าวสร้างทัศนคติเชิงบวก สร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน เพื่อระเบิดศักยภาพจากภายในออกมาได้อย่างเต็มที่ ศักยภาพจึงเป็นเรื่องที่เรากำหนดได้เองทั้งสิ้น เพราะมันอยู่ในอำนาจของตนเองเมื่อตนมีอำนาจ ตนก็สามารถควบคุมตนเองได้ หากบุคคลสามารถควบคุมตนเองได้ ก็สามารถนำตนเองได้ เล่นเชิงรุกได้

มนุษย์จึงสามารถขับศักยภาพภายในให้ออกมาเป็นการรับมือเชิงรุกต่อสถานการณ์ใดๆ ที่ผ่านเข้ามาได้ด้วยการเปลี่ยนกรอบความคิดซึ่งอยู่ในอำนาจของตนเองโดยการสร้างฉากทัศน์ที่หลากหลายบนฐานคิดเชิงระบบ

เพราะโลกไม่แน่นอน ซับซ้อน อ่อนไหว คลุมเครือ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติความสำคัญของนักบริหารและผู้นำองค์กรจึงเป็นความสามารถใน 3 ส่วน คือ

  1. การสร้างฉากทัศน์เพื่อวางยุทธศาสตร์เชิงอนาคตบนฐานการคิดเชิงระบบ การมองภาพเชิงองค์รวม
  2. การระเบิดศักยภาพในการนำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาสร้างการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันเชิงรุก
  3. การสร้างทีมงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ

10 ทริปไอเดียเพื่อการท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ในแบบเรา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/627540

วันที่ 03 ก.ค. 2563 เวลา 10:30 น.10 ทริปไอเดียเพื่อการท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ในแบบเรา#10 สไตล์เที่ยวไทยเท่ ออกค้นหาแรงบันดาลใจที่สดใหม่ Untold-Unseal คุณเป็นสายไหนไปดู

เมื่อมาตรการเพื่อการลดการแพร่ระบาดของโรคโควิดถูกปลดล็อก หลายคนต่างออกค้นหาแรงบันดาลใจอีกครั้ง ด้วยการท่องเที่ยวตามสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ แล้วเคยสังเกตกันไหมว่าตัวเราน่าจะจัดอยู่ในกลุ่มสไตล์การท่องเที่ยวแบบไหน?

ช่วงนี้เที่ยวมองนอกคงอีกไกล แต่เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป…ไม่เท่ ไม่แน่เราอาจเป็นสายฮิปสเตอร์ สายชิล ลุยเดี่ยวเที่ยวคนเดียว สายกินซอกแซกตามล่าของอร่อย ชื่นชอบถ่ายรูปเป็นชีวิต เสพติดอัปโซเชียลเรียกไลก์รัวๆ เที่ยวแบบจิตอาสา รักษ์โลกอิงแอบธรรมชาติ สายแซ่บส์ซ่าลั้นล้าหัวใจสุด YOUNG หรือเหมารวมเรื่องงานเรื่องเที่ยวไว้ด้วยกัน LET’S GO ออกไปเท่ให้ทั่ว 5 ภูมิภาค กับ 10 สไตล์เที่ยวแบบเท่ๆ ที่เป็นคุณ

สำหรับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ รถเช่า AVIS  dtac  Canon  KEEN  VIVO  RyoiiReview และ Forever-Young.asia จัดกิจกรรมการแข่งขัน Amazing ไทยเท่ Competition 2020 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแนวคิด “เมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์” โดยเชิญชวนกลุ่มนักท่องเที่ยวเจนวายร่วมคัดเลือก เพื่อเป็นตัวแทน นักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมแข่งขันสร้างสรรค์ทริปไอเดีย 10 สไตล์เท่ๆ ร่วมค้นหาเรื่องราว และแรงบันดาลใจที่สดใหม่ Untold (อัน-โทล) Unseal (อัน-ซีล) ในพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท   

งานนนี้มีการแบ่งสไตล์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจออกเป็น 10 สไตล์เท่ๆ จากผู้สมัครจำนวน 260 ทีมทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้คัดเลือก Finalist จำนวนทั้งสิ้น 50 ทีม ซึ่งจะเป็นตัวแทนนักท่องเที่ยว 10 สไตล์เท่ๆ ได้แก่

สไตล์ Hipsters 

สไตล์ Green Lover

สไตล์ Young @ Heart

สไตล์ Conqueror

สไตล์ Digital nomad

สไตล์ Social Story

สไตล์ Camera is my life

สไตล์ Voluntourist

สไตล์ Me Myself & I 

สไตล์ Foodie

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนดกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านแนวคิด Amazing ไทยเท่ เมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์ เพื่อตอบโจทย์การตลาดท่องเที่ยวในยุคมิลเลนเนียล ที่ไม่ได้แบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวตาม Segmentation คือ เพศ อายุ วัย อีกต่อไป แต่แบ่งลงลึกแยกย่อยเป็น Fragmentation ตามไลฟ์สไตล์ รสนิยมความชอบที่แตกต่างกัน กิจกรรมการแข่งขัน Amazing ไทยเท่ Competition นี้จะเป็นการนำเสนอทริปไอเดียการท่องเที่ยวแบบเท่ ๆ ผ่านตัวแทนนักท่องเที่ยว 10 สไตล์ ที่จะไปค้นหาเรื่องราวที่น่าสนใจ มุมมองใหม่ ๆ ที่หลากหลาย ในพื้นที่ท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค เพื่อแบ่งปันวิธีเที่ยวของตนให้กับคนอื่น ๆ ให้เกิดแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวในแบบของตนเองเพราะ ‘เมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์’ 

โดยทั้ง 50 ทีม พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปแข่งขันค้นหาเรื่องราว เท่ ๆ Untold (อัน-โทล) Unseal (อัน-ซีล) จากทั่วประเทศ มานำเสนอทริปไอเดียเท่ ฃๆ ชวนนักเดินทางรุ่นใหม่ออกไปเที่ยวให้ทั่วเมืองไทยในสไตล์ของตัวเอง การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2563 และจะประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 20 สิงหาคม 2563 สามารถติดตามการแข่งขันได้ที่ http://www.ไทยเท่10สไตล์.com/blog

นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ รถเช่า AVIS และ TraveliGo.com จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย กระตุ้นความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 กันยายน โดยมอบดีลส่วนลดพิเศษ ให้นักท่องเที่ยวทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ดังนี้  

  • ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ไทยสมายล์
  • ดีลรถเช่าราคาสุดพิเศษ จาก AVIS Rent A Car Thailand สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบ Road Trip
  • ดีลโรงแรมราคาพิเศษที่สุด กว่า 80 โรงแรม อาทิ
  1. เดอะ นาคา จ.ภูเก็ต
  2. เสม็ดวิลล่า รีสอร์ต จ.ระยอง
  3. ครันทรี่แคมป์ จ.อุบลราชธานี
  4. ริเวอร์วิว รีสอร์ท แอท เชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี
  5. เดอะ ซี เกาะสมุย บีชฟรอนท์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.สุราษฎร์ธานี
  6. ดุสิตธานี พูลวิลล่า จ.สุราษฎร์ธานี
  7. พุทธรักษา หัวหิน รีสอร์ต จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจองซื้อดีล ก็สามารถดูรายละเอียดดีลต่างๆ ได้ที่ www.ไทยเท่10สไตล์.com ตั้งแต่วันนี้ถึงเดือนกันยายน 2563