ร้านนวด-สปาต้องทำอย่างไร ให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625722

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 06:00 น.

ร้านนวด-สปาต้องทำอย่างไร ให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

โอกาสฟื้นร้านนวด-สปาไทย สร้างความมั่นใจลูกค้าหลังคลายล็อกเฟส 3 และ 5 อันดับแรกที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่ต้องมี

เป็นที่ทราบกันดีด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนเป็นวงกว้าง อันเนื่องมาจากมาตรการการรับมือของภาครัฐที่ต้องการควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค รวมทั้งความระมัดระวังในการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไป ทำให้ธุรกิจบริการหลายประเภทมีความจำเป็นต้องหยุดให้บริการ สนองรับมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข จนกระทั่งขาดรายได้ และมีความจำเป็นต้องลดหรือเลิกจ้างพนักงาน หรือแม้กระทั่งปิดตัวลงด้วยต้านทานพิษเศรษฐกิจไม่ไหว

ธุรกิจร้านนวด-สปา ก็เป็นอีกประเภทธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอันเนื่องมาจากสถานการณ์กล่าว ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการที่ลดลง ส่งผลทำให้การใช้บริการนวด/สปาได้ทยอยลดลงตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนเมษายน 2563

จนกระทั่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี พบผู้ติดเชื้อน้อยลงจนอยู่ในระดับตัวเลขที่ไว้วางใจได้ รัฐบาลจึงมีมาตรการผ่อนปรนจนมาถึงระยะที่ 3 ซึ่งได้มีการอนุญาตให้สถานบริการประเภทคลินิกความงาม ร้านนวด/สปา กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี การกลับมาให้บริการตามปกติจะต้องอยู่ในมาตรการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องมีมาตรการหลัก 3 ด้าน คือ

  1. ด้านดูแลสถานที่
  2. ด้านการดูแลบุคลากร
  3. ด้านการเข้ารับบริการของลูกค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ

โดยจะต้องนำแนวทางของคณะกรรมการโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข มาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงเลี่ยงการติดเชื้อของผู้ใช้บริการหรือพนักงานผู้ให้บริการก็ดี

ศูนย์วิจัย RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (Dhurakij Pundit University Research Development and Innovation หรือ DPURDI) ได้ทำการสำรวจในหัวข้อ “ร้านนวด/สปาต้องทำอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง” ซึ่งได้ทำการสำรวจลูกค้าที่เคยใช้บริการร้านนวด/สปาและผู้ที่สนใจ นวด/สปา โดยผลสำรวจพบว่า

  • มากกว่า ร้อยละ 80 จะกลับมาใช้บริการร้านนวด/สปา อีกครั้งถึงแม้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ยังไม่เป็นศูนย์
  • เกือบร้อยละ 50 จะไปใช้บริการในวันแรกๆ ที่เปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการให้บริการของกลุ่มธุรกิจบริการร้านนวด-สปา ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจอย่างจริงจังหลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนก็คือความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จากการสำรวจที่เกี่ยวข้องกับมาตรการของรัฐบาลพบว่าสิ่งผู้ใช้บริการให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ  ด้านการเข้ารับบริการของลูกค้า อันดับสอง คือ การดูแลบุคลากร และอันดับสุดท้ายการดูแลสถานที่/ สถานประกอบการ

5 อันดับแรกที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ

เมื่อพิจารณาในด้านการเข้ารับบริการของลูกค้า พบว่าประเด็นสำคัญ 5 อันดับแรกที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญคือ

  1. การทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ในการให้บริการ ได้แก่ ผ้าคลุม ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน
  2. ทำความสะอาดจุดที่ลูกค้าทุกคนมีโอกาสสัมผัสร่วมกัน ได้แก่ กลอนประตู โต๊ะรับแขก ลูกบิด ราวบันได ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และพ่นสเปรย์ยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
  3. จัดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น อ่างล้างมือพร้อมสบู่เจลล้างมือแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยประจำจุดที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องพักผ่อน บริเวณโซนต้อนรับ
  4. สถานประกอบการ ได้รับการตรวจและผ่านมาตรฐานการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  5. บรรยากาศดี ผ่อนคลาย สงบ และปลอดภัย

ในขณะที่การดูแลบุคลากร ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่

  1. มีการตรวจวัดอุณหภูมิของเจ้าหน้าที่ทุกคนก่อนเริ่มงาน
  2. พนักงานแต่งกายสะอาด รัดกุม สวมหน้ากากอนามัย/face shield ตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่
  3. พนักงานได้ผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับการเข้ารับบริการของลูกค้า พบว่า ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญด้านนี้มากที่สุด โดยให้ความสำคัญ 5 อันดับแรก ดังนี้

  1. พนักงานจะต้องล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ก่อนและหลังการให้บริการ
  2. มีการตรวจวัดอุณหภูมิ และซักประวัติผู้เข้ารับบริการก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
  3. การให้บริการนวด/สปาจะใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ 1 ชิ้นต่อ 1 คน
  4. เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจัดเก็บขยะโดยแยกขยะติดเชื้อ เช่น กระดาษชำระ หน้ากากอนามัย โดยเก็บแยกในถุงที่มิดชิด
  5. ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการนวด/สปา

จะเห็นได้ว่าการลดความเสี่ยงและการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น นอกจะเกิดขึ้นได้จากความระมัดระวังความเคร่งครัดในการใช้ชีวิตของประชาชนแล้ว การปรับตัวของสถานประกอบการก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลหรือผลสำรวจตามที่กล่าวมาในข้างต้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการให้กลับมาใช้บริการอีกครั้ง

ยอมรับ ปรับตัวเร็ว โอกาสรอดเยอะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625573

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 11:55 น.

ยอมรับ ปรับตัวเร็ว โอกาสรอดเยอะ

เปิดใจ ‘อรวัสสา ศยามเศรณี’ ผู้หญิงเก่งที่ยอมรับ ปรับตัวเร็ว และหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ COVID-19

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิกฤตการณ์ COVID-19 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจทั้งโลก ผู้คนต่างต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal สำหรับใช้ชีวิตในแต่ละวัน ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน วิถีเดิมๆ อาจจะใช้ไม่ได้ในยุคที่ต้องใช้ความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจ Wakingbee (เวคกิ้งบี) แบรนด์ Sportswear ไทยที่เป้าหมายอยู่ไกลระดับโลก เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ แต่การยอมรับ ปรับตัวเร็ว และหาโอกาสใหม่ๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อีกครั้ง เป็นวิถีทางรอดที่แบรนด์เลือกใช้สำหรับการก้าวผ่านอุปสรรคนี้

เทรนด์สุขภาพ…ธุรกิจเนื้อหอม

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ว่า ยอดจำหน่ายชุดกีฬาในประเทศมีมูลค่า 12,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 15,000 ล้านบาทในปี 2563 แนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจนี้ ทำให้ อรวัสสา ศยามเศรณี กรรมการผู้จัดการแบรนด์ ‘เวคกิ้งบี’ (Wakingbee) กระโดดเข้าสู่สนามแข่งขันของชุดกีฬา หรือ Sportswear ซึ่งเป้าหมายไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ไกลไปถึงว่าแบรนด์จะต้องอยู่ในระดับ Global Brand ด้วย

“5 ปีที่แล้วเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงมาก ตลาดเสื้อผ้ากีฬาในระดับโลกนั้นแบ่งออกได้หลายเซกเม้นท์และแต่ละภูมิภาคก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ จึงเริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง เพราะเชื่อมั่นในกำลังซื้อของผู้หญิง (She-economy) ที่รักสุขภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงช่วงวัย 20-50 ปี เน้นการออกแบบจาก insight ของผู้หญิง ให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งาน และเพิ่มกิมมิคในดีไซน์ เช่น กางเกงขาสั้นสองชั้นกันโป๊ และสปอร์ต บราที่มีฟองน้ำแบบ push-up และมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพผ้าและการตัดเย็บด้วย จึงได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดีในตลาด และมีฐานลูกค้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ แบรนด์ยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาดีไซน์และรูปแบบของสินค้าให้เป็น Athleisure หรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งออกกำลังกายและในชรวิตประจำวันหรือเดินทางท่องเที่ยว เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มที่อาจจะไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำแต่ก็สนุกกับการเลือกเสื้อผ้าของแบรนด์ไปใส่ได้”

ปลุกพลังในแบบคุณ

สำหรับความหมายของแบรนด์ นั้นมีที่มาจากคำว่า Waking คือ ปลุกให้ตื่น Bee คือ ผึ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความขยัน จึงรวมกันเป็น Wakingbee เพราะอยากให้เสื้อผ้าของเราเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแอคทีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘พลังในแบบคุณ’ (Sensible Sweat) หรือการใช้ชีวิตแอคทีฟแบบสมดุล เพราะเป้าหมายในการออกกำลังกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนอาจต้องการดูแลสุขภาพของให้แข็งแรง บางคนออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด ในขณะที่บางคนต้องการสร้างกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง แต่ละคนรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เราเริ่มต้นออกกำลังกายและทำอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีความสุข พยายามในทางที่ถูกและพอดีกับตัวเอง

เป้าหมายที่มองไกลว่าในประเทศ

ตลาด Sportswear โลกนั้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% เคยมีผู้คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะมีมูลค่า 1.846 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบรนด์เวคกิ้งบีตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องพาแบรนด์ไปถึงระดับโลก จึงหาโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศมาตลอด จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ SME Pro-active ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้งบสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปออกงานแสดงสินค้า หรือ Trade Fair ในต่างประเทศ เพราะการไปออกเทรดแฟร์ใหญ่ๆ ค่าใช้จ่ายจะสูงมากเป็นโอกาสยากสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่จะไปร่วมงานได้เอง

ปัจจุบันนี้ สัดส่วนยอดขายของเวคกิ้งบีระหว่างในประเทศและต่างประเทศคือประมาณ 85:15 โดยมีเอเชียเป็นตลาดหลักอย่างฮ่องกงและไต้หวัน ซึ่งได้ดิสทริบิวเตอร์ในประเทศนั้นๆ ช่วยกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค สำหรับอนาคตก็วางแผนที่จะขยายไปประเทศจีนและฝั่งตะวันตกเพิ่มเติมด้วย

เทรดแฟร์…เครื่องมือการตลาดที่ดี

อรวัสสา เล่าถึงการไปออกงานเทรดแฟร์ในต่างประเทศว่า จุดมุ่งหมายไม่ได้ว่าเราไปหาลูกค้าเพื่อจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศอย่างเดียว แต่เป็นการเอาความรู้หรือประสบการณ์ที่เราได้มาต่อยอดธุรกิจได้ด้วย เวคกิ้งบีเริ่มไปออกเทรดแฟร์ตั้งแต่ปี 2559 ที่งาน Hong Kong Fashion Week ซึ่งถือเป็นงานที่ใหญ่มาก และต่อมาก็สมัครไปทุกปี เฉพาะฮ่องกงเองได้เข้าร่วมถึง 4 งาน ทำให้ขยายตลาดไปฮ่องกงได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากนั้นยังได้งบสำหรับเข้าร่วมงาน Japan Fashion Week ที่ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดไปงาน ISPO ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีต้นแบบมาจาก ISPO ที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในงานหลักที่ตั้งใจจะไปร่วมทุกปีเพราะประเทศจีนเป็นเป้าหมายหลักของการขยายตลาดต่างประเทศของแบรนด์ ซึ่งตามกำหนดการเดิมในเดือนกรกฎาคมนี้ก็วางแผนจะไปร่วมงาน ISPO 2020 แต่เมื่อมาเจอสถานการณ์โควิด-19 ก็คงต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายเสียก่อน

วิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ในร้ายมีดี

เมื่อรัฐบาลใช้นโยบายล็อคดาวน์ แรกๆ ก็ช็อค เพราะ 11 สาขาต้องหยุดให้บริการ แต่สิ่งสำคัญคือการปรับตัวรับกับสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานทุกคนเช็คสภาพคล่องของกระแสเงินสดของบริษัท ปริมาณ

สินค้าที่สต็อคไว้ และที่กำลังให้ซัพพลายเออร์ผลิตอยู่ การส่งสินค้าไปต่างประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างไร ฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร และจะสร้างฐานลูกค้าใหม่ในช่วงเวลาแบบนี้อย่างไร

ซึ่งพบว่าพฤติกรรมลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนไปแค่การใช้ชีวิตประจำวัน แต่หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ ทุกคนรู้ว่าร่างกายต้องแข็งแรง ต้องทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ต้องออกกำลังกาย ทำให้เสื้อผ้ากีฬามีโอกาสเข้ามาในใจผู้บริโภคมากขึ้น คนที่ไม่เคยออกกำลังกายจริงจัง ก็เริ่มหันมาศึกษา เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะเสื้อผ้าที่คุณภาพดี จะสร้างประสบการณ์ที่ดีในการออกกำลังกายด้วย

ออนไลน์ไม่ใช่ปัญหา

เมื่อหน้าร้านต้องหยุดให้บริการ แต่ Customer Journey ของลูกค้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ผู้คนพาตัวเองเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในแต่ละวันได้ การซื้อสินค้าออนไลน์จากเรื่องไกลตัวจึงเป็นเรื่องไกลตัว นอกจากอาหาร เครื่องสำอาง Sportwear ก็ทำได้เช่นกัน

“เราพบว่ายอดการสั่งซื้อทางออนไลน์ของเวคกิ้งบีเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ด้วยความที่เมื่อต้นปีเป็นช่วงที่แบรนด์ปรับเวบไซต์ใหม่พอดี ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน เหมาะต่อรูปแบบของอีคอมเมิร์ซ ลูกค้าเลือกสินค้าง่าย สะดวก และกระตุ้นการตัดสินใจได้เร็วขึ้น แบรนด์สร้างแพลทฟอร์มที่รองรับการขายสินค้าออนไลน์มาอยู่แล้ว มีภาพแคตตาล็อคสินค้าที่เลือกดูได้หลายมุม ลูกค้าสะดวกต่อการช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าร้านยังจำเป็นเพราะสินค้าเสื้อผ้า การได้ลอง หรือได้จับ สัมผัสเนื้อผ้ายังเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องการ”

มองตลาดต่างประเทศหลังโควิด-19

ช่วงที่ผ่านมายอดออเดอร์จากต่างประเทศก็ลดลงไปบ้าง แต่เป็นช่วงสั้นๆ เมื่อการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ก็ไม่มีปัญหา หลังจากนี้แนวโน้มคาดว่าจะเติบโตขึ้นเพราะเทรนด์สุขภาพเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดโลก ต่างประเทศเองก็เหมือนบ้านเราที่เมื่อทุกคนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นทั้งวิ่ง โยคะ เข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ ก็ทำให้ตลาดของเสื้อผ้ากีฬาเติบโต และแบรนด์เองมีสินค้ารองรับทุกกิจกรรม ขณะเดียวกันทางดิสทริบิวเตอร์ที่ฮ่องกงและไต้หวันก็เปิดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลักอยู่แล้ว ทำให้ยังมียอดสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นวิกฤตแต่ก็เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทุกธุรกิจได้คิดและพิจารณาถึงวิธีการทำธุรกิจของตัวเอง ทำให้เราต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้ยืดหยุ่นตลอดเวลา สามารถปรับตัวเพื่ออยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ได้ การยอมรับ ปรับตัว และลงมือทำทันที จะเป็นทางรอดสำคัญ เราไม่เสียเวลานั่งจมอยู่กับปัญหาแต่ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด และจากการปรับตัวของแบรนด์นั่นทำให้เรามั่นใจว่า Wakingbee ต้องได้ไปต่อ

นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่าเทรดแฟร์จะยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาดของแบรนด์ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศต่างๆ เปิดให้เดินทาง มีระบบการจัดการที่ปลอดภัย มั่นใจได้แล้ว ก็จะเข้าร่วมงานผ่านการสนับสนุนจากโครงการ SME Pro-active เหมือนเดิม เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้จริง”

Back to work กลับมาทำงานด้วยรูปร่างสวยเป๊ะ! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625555

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 09:45 น.

Back to work กลับมาทำงานด้วยรูปร่างสวยเป๊ะ!

Work from home กับสถานการณ์โควิด-19 กันมาสักพัก ถึงเวลาที่สาวออฟฟิศอย่างเราต้อง Back to work กันแล้ว แต่จะทำอย่างไรกับไขมันที่สะสมและปมน้ำหนักขึ้น หมอฐา-ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล มีวิธีการปฏิบัติในการดูแลรูปร่างมาฝาก

รักษาระยะห่างทางสังคมมาหลายเดือนจนเพื่อนทักว่า “น้ำหนักขึ้น” ใช่มั้ย เพราะ Work from home กับสถานการณ์โควิด-19 เป็นเหตุ  ตอนนี้ถึงเวลาที่สาวออฟฟิศอย่างเราต้อง Back to work กันแล้ว แต่จะทำอย่างไรกับไขมันสะสมให้รูปร่างกลับมาสวยเป๊ะ วันนี้ หมอฐา-ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้อำนวยการรมย์รวินท์ คลินิก มีวิธีการปฏิบัติในการดูแลรูปร่างมาฝากกัน

1) ปรับพฤติกรรมการทาน ควบคุมอาหารและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และจำกัดจำนวนแคลอรี่  หลีกเลี่ยงแป้ง  ของมัน ของหวาน และงดการทานจุกจิกที่สำคัญ ห้ามอดอาหารเด็ดขาด

2) ดื่มน้ำ 1-2 แก้วในแต่ละมื้อก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และอีกวิธีที่คุณหมออยากแนะนำ คือ การดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า ในมะนาวจะมีกรดซิตริค (Citric Asid) กรดมาลิค (Malic Acid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งกรดซิตริคนั้นจะช่วยในการขจัดแคลเซียมที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง ตับอ่อน และช่วยในการสลายนิ่วในไตได้ และยังช่วยในการขจัดล้างสารพิษโดยการกระตุ้นด้วยเอนไซม์ธรรมชาติ ซึ่งช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดีขึ้นและช่วยสลายไขมันด้วย รวมไปถึงเครื่องดื่มและอาหารบางประเภท สามารถช่วยในการสลายไขมันได้เช่นกัน

3) การออกกำลังกาย ถือเป็นหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่มสาวออฟฟิศมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยในเรื่องของรูปร่างให้กระชับสัดส่วน ซึ่งในปัจจุบันการออกกำลังกายนั้นก็มีอยู่หลายประเภท ดังนั้นคุณหมออยากจะฝากสิ่งสำคัญของเคล็ดลับนี้ คือ  เลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง อายุ  ความต้องการ และเลือกวิธีออกกำลังกายที่ชอบและสนุก เพราะจะทำให้ไม่เบื่อ นอกจากนี้พยายามทำกิจกรรมให้มากขึ้น เช่น การทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ ฯลฯ  รวมไปถึงยังสามารถออกกำลังกายในออฟฟิศได้  เช่น การใช้บันไดแทนลิฟท์,การสควอตกับเก้าอี้ , การยกแขน ยกขา บิดเอวไปมา   เป็นต้น  อีกหนึ่งวิธีที่คุณหมอแนะนำคือ การออกกำลังกายในสไตล์ของพีระมิด ทุกเช้าก็เป็นตัวช่วยที่ดี รับรองหุ่นเป๊ะปังไม่ไกลเกินเอื้อม

4) การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดนอน นอกจากจะส่งผลเสียแก่ร่างกายมากมายแล้ว  ยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน โดยปกติควรนอนหลับวันละ 6-8 ชม. แต่ถ้านอนไม่หลับ คุณหมอขอแนะนำลองดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนช่วยได้เช่นกัน

ทางด้าน หมอริว–อัครวินท์  ดำรงวัฒนโภคิน แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลรูปร่าง รมย์รวินท์ คลินิก ได้กล่าวเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังลดความอ้วนว่า การลดน้ำหนักไม่ใช่วันเดียวลดได้เลย เปรียบเทียบกับการวิ่งมาราธอน ต้องใช้ระยะเวลา สิ่งสำคัญเลยคือ ใจ และ การปรับไลฟ์สไตล์ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด แล้วค่อยๆ ไปทีละอย่าง โดยเริ่มจากการควบคุมอาหาร และหันมาออกกำลังกาย สิ่งสำคัญอยากฝากถึงคนอ้วนที่ถูกการบูลลี่ อยากให้กำลังใจ อย่าท้อแท้  อย่าเครียด และไม่ต้องเร่งรีบในการลดน้ำหนัก นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการดูแลรูปร่างแบบเร่งรัด คือการหาตัวช่วยอย่างโปรแกรม  Super Slim และโปรแกรม Fat Freezing ที่จะมอบรูปร่างดีๆ ให้กลับคืนมาได้ไม่ยากอีกด้วย

ปัญหาภาวะซึมเศร้า เมื่อเครียด กดดัน และทางออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625463

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 07:40 น.

ปัญหาภาวะซึมเศร้า เมื่อเครียด กดดัน และทางออก

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : การตีทะลุผ่านภาวะกดดัน เครียด ซึมเศร้า

อาการของปัญหาภาวะซึมเศร้าและผลกระทบในยุคปัจจุบัน ปัญหาสังคม ไม่ว่าจะ Gen ไหน ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร Baby Boom, Gen X Y Z หรือ C หรือ Millennial ล้วนมีปัญหาเรื่อง ความซึมเศร้า ภายในหวั่นไหว ขาดความมั่นคง ภูมิต้านทานต่ำ พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงขาดความยับยั้งชั่งใจ การตัดสินใจที่ขาดการไตร่ตรองมีโลกส่วนตัวสูง แปลกแยก ไม่แคร์อะไร ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเชิงสร้างสรรค์

ปัญหาเหล่านี้มีผลทำให้บุคคลไม่สามารถพัฒนาและดึงศักยภาพภายในออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สังคมอ่อนแอลง ขาดความเข้มแข็ง  ขาดความสามารถในการแข่งขัน อนาคตของชาติจึงน่าเป็นห่วง

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า รากของปัญหาภาวะซึมเศร้าภาวะนี้เกิดที่ตนเอง โดยตนเอง โดยมีแรงกดดันจากสังคมภายนอก เปรียบเทียบแข่งขัน รวมทั้งบริบทของการดำเนินชีวิตทุกวันนี้ที่สังคมได้เปลี่ยนเป็นโลกโซเชียลที่ไม่อาจหวนกลับคืนได้แล้ว มันเป็นโลกของวัตถุที่ขาดความสมดุล เน้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากเกินพอดี และเพราะการสื่อสารที่ทันสมัยทำให้มนุษย์ห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริง แต่กลับอยู่ในโลกเสมือนจริงที่หลอกตนเองให้ติดกับโลกของวัตถุ เปรียบเสมือนกับดักให้หลงทางและลุ่มหลงอยู่ในวังวนของมายาอย่างต่อเนื่อง

โลกที่ยึดเอาสิ่งภายนอกเป็นที่ยึดเหนี่ยว มันต้องเนี๊ยบทั้งเสื้อผ้าหน้าผม แฟชั่น เน็ตไอดอล การเลียนแบบดาราที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง โลกที่ฉาบฉวย จอมปลอม มนุษย์จึงพยายามทุกทางแม้ต้องเสียศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับเงินทอง และการยอมรับทำให้เกิดการยึดติด หลงทาง สังคมเดินไปในทางเสื่อมลงยากที่จะสลัดออก เพราะมันเหมือนสิ่งเสพติดที่ร้ายยิ่งกว่ายาเสพติดใดๆ ที่เรารู้จักหลงไปว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่าและความหมาย แต่ทั้งหมดนี้ที่แท้แล้วทำไปเพื่อมาเสริมคุณค่าตนเองให้ดูดี เพื่อต้องการให้คนยอมรับ ให้เท่าเทียมคนอื่น

แล้วทำไมถึงต้องการการยอมรับจากโลกภายนอก?

ก็เพราะโลกภายในตนเองมันขาด ข้างในมันพร่องไป แล้วอะไรพร่องไป ก็คุณค่าตนเองไงเมื่อภายในมันขาด ก็ต้องหามาเติม แต่เป็นการเติมจากโลกภายนอกเพื่อมาให้ค่าตนเองแต่ยิ่งเติม ยิ่งแสวงหาวัตถุภายนอกมาเพิ่ม ภายในตนเองก็ยิ่งขาดเมื่อยังขาด ก็ต้องหามาเพิ่มอีก ยิ่งหาก็ยิ่งขาด โลกภายในก็ยิ่งพร่องหนัก

มันเป็นภาวะหลงทางที่หาตัวเองไม่เจอ มันว่างเปล่า ข้างในมันกลวงมัน เป็นภาวะที่ไม่เห็นค่าตนเอง ไม่เคารพตนเอง แต่กลับเห็นตนเองมีความบกพร่อง ไม่เข้าใจตนเอง ยอมรับไม่ได้ แต่เพราะแรงกดดันทางสังคมและบริบทครอบครัว ทำให้อาการของปัญหายิ่งหนักมันก็เลยเป็นทุกข์ ซึมเศร้า โลกภายในหวั่นไหว ขาดความมั่นคง ก็เลยยิ่งแสวงหาคุณค่าจากโลกภายนอกมาเติมแล้วก็กลับมาวังวนเดิม หาทางออกไม่ได้ หาตัวตนไม่เจอ เลยยิ่งเศร้าหมอง

“ซึมเศร้า” ว่าไปแล้วมันคือการแพ้ตัวเอง ไม่สามารถนำตนเองได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองเป็น แต่หาทางออกไม่เจอไม่รู้ว่าภาวะนี้คืออะไร จัดการชีวิตตนเองไม่ได้ แก้ไม่เป็น มันแพ้ คิดว่าอยู่ไปก็ไร้ค่า

ทางออกของปัญหาภาวะซึมเศร้าเราคงต้องมองย้อนกลับไปว่า อะไรคือเหตุมันไม่ใช่โลกโซเชียล?

มันไม่ใช่ตัวเครื่องมือสื่อสาร มันมิใช่ตัวดารา หรือโลกของความบันเทิงแต่มันคือ ภาวะของการไม่เห็นคุณค่าตนเองที่สะท้อนออกมาด้วยการเสพสื่อเหล่านั้นอย่างขาดความเข้าใจต่างหาก

เมื่อการไม่เห็นคุณค่าตนเองเป็นประเด็นหลักการจัดการกับประเด็นนี้จึงต้องมุ่งไปที่ตัวตนของตนเอง แล้วตัวตนมาจากไหน ก็มาจากกรอบความคิดไง กรอบความคิดมีธรรมชาติคือภาพ แต่มันเป็นภาพตนเองเชิงลบ ณ จุดนี้เองคือรากของปัญหา มันคือกรอบความคิดที่ไม่เห็นคุณค่าตนเองเรียกอีกอย่างว่า “ปมด้อย”

ปมด้อยมาจากไหน ก็มาจากเรื่องราวในอดีตของตนเองที่ตนยังรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ผ่านมา บางครั้งก็ทำเองกับมือ บางเรื่องก็ถูกกระทำจากใครบางคนมันเป็นภาพลบที่ฝังใจ มันจึงเกาะกัดกินใจถึงความรู้สึกผิด รบกวนจิตใจมาตลอด นึกถึงทีไรก็เจ็บปวด อยากลบ อยากลืม อยากย้อนเวลากลับไปแก้ตัวแต่มันทำไม่ได้ เคยพยายามแต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งอยากลืม กลับจำ นำไปสู่ความซึมเศร้า

ทางออกจึงมิใช่ไปลบหรือไปลืมมัน เพราะนั่นขัดกับความเป็นจริง ที่ถูกแล้วต้องเรียกตัวเองในอดีตขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจกับมัน

ลองจินตนาการว่าถ้าตัวเองในอดีตพูดได้ คุณคิดว่าเขาจะพูดว่าอะไร คุณคิดว่าเขาอยากเล่าอะไรให้ฟัง และหากคุณฟังเขาอยากเข้าอกเข้าใจ คุณคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร มันคือการชำระล้างภายใน การยอมรับตนเอง การให้อภัยตนเอง เข้าใจตนเองอย่างถึงที่สุด

ในทางกลับกัน ตัวคุณในปัจจุบันอยากให้อดีตคุณพูดถึงคุณว่ายังไงคุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากทั้งสองเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

การทำความเข้าใจกับตนเองในอดีตเป็นการปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเชิงบวก มันคือการปรับทัศนคติต่อตนเองอย่างเห็นคุณค่า ศรัทธาในตนเอง ภายในก็จะเข้มแข็ง เกิดความเชื่อมั่น มันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เกิดภูมิต้านทานภายใน ภายในมั่นค งเมื่อภายในมั่นคง อะไรเข้ามากระทบก็ไม่สะเทือน การชำระล้างภายในตนเองด้วยตนเองนี้เท่านั้นที่จะทลายภาวะซึมเศร้าลงได้

Shigeru Yokota, at forefront of efforts to rescue abducted Japanese, dies at 87 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30389183?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Shigeru Yokota, at forefront of efforts to rescue abducted Japanese, dies at 87

Jun 07. 2020
Shigeru Yokota and his wife, Sakie, give a lecture in Tsuruoka, Yamagata Prefecture, in June 2008. MUST CREDIT: Yomiuri Shimbun

Shigeru Yokota and his wife, Sakie, give a lecture in Tsuruoka, Yamagata Prefecture, in June 2008. MUST CREDIT: Yomiuri Shimbun
By The Japan News-Yomiuri · No Author · NATIONAL, WORLD, OBITUARIES, ASIA-PACIFIC

Shigeru Yokota, father of Megumi Yokota, who was abducted by North Korea in 1977, died Friday. He was 87.

Since the formation in 1997 of the Association of the Families of Victims Kidnapped by North Korea, he has been at the forefront of efforts to rescue the abductees. As a symbol of the abductees’ families, he ardently appealed to public opinion and the Japanese government for a solution to the abduction issue for many years.

Megumi disappeared in Niigata in November 1977. At that time, she was 13 and in her first year of junior high school. Yokata then worked at the Bank of Japan’s Niigata branch office.

For years, there were no clues as to what had happened to her. However, in January 1997, the testimonies of North Korean defectors pointed to the strong possibility that she had been abducted and taken to North Korea, prompting her father to form the association with seven other families in March of that year. He served as its representative until 2007.

At the first Japan-North Korea summit in September 2002, then North Korean leader Kim Jong Il admitted to the abductions and announced the deaths of eight people, including Megumi, but Shigeru told a press conference, “The death of my daughter is unacceptable.”

To promote the rescue of the abductees, Shigeru has given more than 100 lectures a year with his wife, Sakie, now 84. He had visited all 47 prefectures in Japan and carried out signature-collecting campaigns on the streets.

In March 2014, a meeting with Megumi’s daughter, Kim Eun-gyong, was arranged in Mongolia. Shigeru also met his 10-month-old great-granddaughter. After that, his decline in physical strength became noticeable, and he had been hospitalized since April 2018.

“Both my husband and I have worked hard to reunite with Megumi, who was abducted by North Korea. But my husband has not been able to see her and reached the end of his rope. I am in a state of being unable to organize my feelings now,” Sakie said in a statement Friday.

BACK TO GYM สำรวจมาตรการความปลอดภัยเอาใจสายฟิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625271

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 11:20 น.

BACK TO GYM สำรวจมาตรการความปลอดภัยเอาใจสายฟิต

ต้อนรับหนุ่มสาวสายฟิต BACK TO GYM ‘ฟิตเนส เฟิรส์ท-เซเลบริตี้ ฟิตเนส’ โชว์ความพร้อมมาตรการความปลอดภัย ปลุกความมั่นใจให้กลับมา เพื่อการรักสุขภาพมากกว่าที่เคย

หลังปลดล็อก สถานการณ์การดำเนินชีวิตเริ่มกลับมาเกือบเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ทุกฝ่ายยังคงตั้งรับ ตั้งการ์ดป้องกันโควิดแบบแรงดีไม่มีตก ล่าสุด หนึ่งในแบรนด์ฟิตเนสคลับที่คนรักสุขภาพรู้จักกันดีอย่าง ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย โดยบริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้โชว์ความพร้อมมาตรการความปลอดภัยต้อนรับสายฟิต Come Back!! กลับมาด้วยความพร้อมระดับสากล เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการ

การกลับมาเปิดคลับในครั้งนี้มีความพร้อมอย่างมากทั้งในเรื่องของการเปิดคลับและมาตรการด้านความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการ ความพร้อมของสถานที่ออกกำลังกาย และจุดบริการภายในคลับ โดยคำนึงสูงสุดในเรื่องของความปลอดภัยของทั้งสมาชิกและพนักงาน รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนและแนวทางในการเข้าใช้บริการและการจองคลาสรูปแบบใหม่ผ่าน “แอปพลิเคชั่น ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส” ร่วมด้วยการตรวจเช็กจำนวนผู้ใช้บริการและที่ว่างในคลับผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เพื่อให้การกลับมาใช้บริการของสมาชิกและผู้ใช้บริการทั่วไปมีความมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวก ปลอดภัย และสอดคล้องกับนโยบายของทางภาครัฐ

มาตรการในการเข้าใช้คลับ และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อการกลับมาเริ่มต้นออกกำลังกายได้อีกครั้ง อย่างมั่นใจ

ข้อกำหนดในการเข้าใช้คลับ

  • เพื่อความสะดวกในการเข้าใช้บริการในคลาสต่างๆ สมาชิกสามารถเช็คตารางคลาสและจองคลาสล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันของ Fitness First และ Celebrity Fitness ก่อนการเข้าใช้คลับทุกครั้ง [สแกน QR Code หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน > ลงทะเบียน > เลือกคลับ-เลือกคลาส-กดจอง > รอยืนยันทาง email]
  • เช็คอิน-เช็คเอ้าท์ ผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ”
  • วัดอุณหภูมิทั้งสมาชิกและพนักงาน ไม่เกิน 37.5 องศา หากเกินแนะนำให้พบแพทย์และงดการออกกำลังกาย
  • ทำความสะอาดมือด้วยเจล ก่อนเข้าคลับ
  • สมาชิก ต้องสแกนบัตรเช็คอิน ด้วยตนเอง
  • แนะนำให้ใช้บริการทางการเงินผ่าน e-Payment
  • มีการจำกัดจำนวนการเข้าใช้คลับ กรุณาให้ความร่วมมือกับทีมงานของสาขา
  • ดาวน์โหลด “Welcome Back Pack” เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fitnessfirst.co.th/th/welcome-backhttp://www.celebrityfitness.co.th/th/welcome-back

 

การกำหนดระยะห่าง

  • รักษาระยะห่าง อย่างน้อย 1-2 เมตร ตลอดระเวลาในการใช้บริการในคลับ
  • กรุณายืนในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ในทุกๆ สตูดิโอ
  • รักษาระยะห่างระหว่างรอการเข้าคลาสในจุดที่กำหนด
  • โซนคาร์ดิโอ – สามารถใช้อุปกรณ์ที่กำหนดตามมาตรการกำหนดระยะห่าง
  • โซนฟรีเวท – ควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้ และทิ้งระยะห่าง 2 เมตร
  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า – จัดระยะห่างในการใช้ล็อกเกอร์
  • กำหนดระยะในลิฟต์และบริเวณทางเข้า

ความสะอาด

  • มีการให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อและเจลล้างมือตามจุดต่างๆ ทั่วทุกบริเวณภายในคลับ
  • พนักงานทุกคนจะมีน้ำยาทำความสะอาดติดตัวตลอดเวลา
  • สมาชิกทุกท่านต้องเก็บของทุกชนิดไว้ในล็อกเกอร์
  • ผ้าเช็ดตัวและชุดออกกำลังกาย ผ่านการฆ่าเชื้อและเก็บในห่อ/บรรจุภัณฑ์เฉพาะ
  • มีทีมงานทำความสะอาดอุปกรณ์ตลอดเวลา (เช่น ประตู ลูกบิด เคาน์เตอร์ ราวบันได พื้น โต๊ะ เก้าอี้ อย่างสม่ำเสมอ)
  • มีพนักงานทำความสะอาดจุดเสี่ยงต่างๆ
  • มีการทำความสะอาดใหญ่ทุกวันหลังปิดคลับ
  • งดให้บริการห้องสตีมและซาวน่า ชั่วคราว
  • ทำการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อใหญ่ทุกๆ 2 สัปดาห์
  • ห้องสุขา – ใช้น้ำยาทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะ

ร่วมกันสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเองและสังคม

  • สมาชิกและพนักงานใส่หน้ากากอนามัยได้ แต่ต้องเหมาะสมกับการหายใจและกิจกรรมที่ทำอยู่ในขณะนั้นๆ และดึงไว้ใต้คางในกรณีที่หากต้องมีการถอดหน้ากาก
  • แนะนำให้สมาชิกนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ได้ เช่น เปลโยคะ นวม ขวดน้ำ
  • หากไม่สบายควรพบแพทย์ และงดออกกำลังกาย
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ ก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง
  • ทำการจองการเข้าใช้บริการคลาสล่วงหนา ก่อนเข้ามาทีคลับ (โดยดูคู่มือการจองคลาส)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสขวดน้ำกับภาชนะ
  • ล้างมือบ่อยๆ

มาตรการสำหรับพนักงานและผู้มาติดต่อ

  • พนักงานทุกคนผ่านการอบรมถึงนโยบายปฏิบัติด้านสุขอนามัยด้าน Covid-19 จากกระทรวงสาธารณสุข
  • หากพนักงานเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ต้องทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
  • พนักงานสวมใส่หน้ากากผ้าและเฟส ชีล ตลอดเวลา ยกเว้นในขณะทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง
  • ผู้มาติดต่อ (ไม่ใช่สมาชิก) และแม่บ้านสวมหน้ากากและวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าคลับ
  • กำหนดระยะห่างในทุกพื้นที่สำหรับพนักงาน 2 เมตร
  • กรณีพนักงานมีอาการไอจาม หรือเป็นหวัด ให้หยุดงาน

ในการนี้ คุณอรวรรณ เกลียวปฏินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย มีพร้อมอย่างมากในการกลับมาเปิดคลับอีกครั้งตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทั้งในส่วนของฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย หลังจากที่เราผ่านวิกฤตระหว่างปิดดำเนินการในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันถึงแม้ที่ผ่านมาจะอยู่ในช่วงของปิดให้บริการ แต่เรายังคงเตรียมความพร้อมในเรื่องของมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้การกลับมาใช้บริการของสมาชิกและผู้ใช้บริการทั่วไปได้รับความสะดวก ปลอดภัยอย่างสูงสุด

สำหรับกลยุทธ์หลักของเรายังคงยึดตามหลัก 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่สมาชิก พนักงาน การคำนึงถึงสิทธิประโยชน์สมาชิก และการจองคลาสรูปแบบใหม่ วันนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบรีตี้ฟิตเนส พร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเข้ามาใช้บริการและการจองคลาสสำหรับสมาชิก เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเข้าใช้บริการอีกด้วย

นอกจากนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย ยังมีการอนุโลมการฟรีซค่าสมาชิก ฟรี! ในเดือนมิถุนายน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสมาชิกที่ประสงค์จะรับเงื่อนไขการฟรีซ กรุณาแจ้งความประสงค์ได้ที่ Fitness Helpline 24 hrs. : Fitness First 02-118-6665 | Celebrity Fitness 02 118 6677 ภายในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนนี้ และมีการขยายระยะเวลาสำหรับแพคครูฝึกส่วนตัว จะได้รับการขยายเวลาโดยอัตโนมัติตามระยะเวลาที่ปิดให้บริการคลับ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Fitness First Thailand  | Celebrity Fitness Thailand

ลับคมทักษะพร้อมแทงทะลุความท้าทายทันการเปลี่ยนแปลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625162

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 09:30 น.

ลับคมทักษะพร้อมแทงทะลุความท้าทายทันการเปลี่ยนแปลง

เมื่อ COVID-19 เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงาน โอกาสนี้เราควรอัพสกิลพัฒนาทักษะของตัวเองเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ด้วยทักษะที่เรารวบรวมมาให้ดังต่อไปนี้

ช่วงนี้แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความกังวลเรื่องความมั่นคงในงานภายใต้สถานการณ์ต่างๆ แต่หากมองอีกด้านเรื่องนี้ก็ได้สร้างโอกาสจำนวนมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นเดียวกัน วิกฤตไวรัส COVID-19 ทำให้หลายองค์กรต้องดำเนินกิจการในทิศทางใหม่ และให้พนักงานของตนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

ข้อมูลจาก jobsDB ระบุชัดว่าทักษะการทำงานพัฒนาผ่านการศึกษา  การทำงาน และการฝึกฝน แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบตัว และความคล่องตัวในที่ทำงาน ซึ่งผู้ประกอบการย่อมมองเห็นคุณค่าเพราะมีประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างมาก แล้วทักษะใดบ้างละ ที่ควรต้องพัฒนาขึ้นอีก?

หัวใจสำคัญของการประสบความสำเร็จด้านอาชีพ  : การต่อยอดทักษะ

ทักษะด้านการจัดการและลงมือปฏิบัติ

ความสามารถในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์นั้น ขึ้นอยู่กับวิธีวางแผนให้มีประสิทธิภาพ ความเฉียบแหลมในการวางแผน การเตรียมการ และลงมือปฏิบัติ

  • การวางแผน คุณมีการวางแผนที่ชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน สอดคล้องไปกับภารกิจและเป้าหมายขององค์กรแล้วหรือยัง?
  • การจัดการ มีบุคลากรและทรัพยากรที่สนับสนุนแผนการทำงานหรือยัง?
  • สามารถทำงานหลายอย่างได้พร้อมกัน ในปัจจุบันธุรกิจมีการก้าวไปอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการทำได้หลายอย่างพร้อมกันจึงเป็นสิ่งที่ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ การจัดลำดับความสำคัญของงาน และบริหารเวลาได้เป็นอย่างดี
  • ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ทำงานในสายงานเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญทางด้านดิจิทัลจะช่วยให้คุณทำงานอย่างเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น อย่างเมื่อช่วงสองสามเดือนก่อน เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน การยึดติดอยู่กับทักษะเทคโนโลยีเดิมๆย่อมส่งผลต่อความก้าวหน้าในเรื่องงาน

ทักษะการสื่อสาร

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจในหลายๆด้าน เป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆเป็นไปด้วยความราบรื่น การดำเนินการตามแผน และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าไว้

  • การฟัง ฟังเพื่อให้เข้าใจ และรอถึงจังหวะที่พูดได้ รวมถึงเข้าใจถึงสิ่งต้องการสื่อสารหรือไม่?
  • การพูด วิธีการแสดงความเป็นของตัวเองผ่านคำพูดมีความสำคัญๆ พอกับสิ่งที่จะสื่อออกไป การสื่อสารด้วยคำพูดให้ชัดเจนและกระชับ มีการแจ้งให้ทราบข้อมูล ตรงประเด็น รู้จักกาลเทศะ และมีความสุภาพอ่อนน้อม
  • การเขียน เมื่อใดที่คุณเขียนข้อมูล ตั้งแต่เขียนลงกระดาษ รายงาน ไปจนถึงบทความ อีเมล และข้อมูลด้านการขาย ล้วนสร้างการจดจำที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณแก่ผู้อ่าน อย่าลืมตรวจสอบความกระชับ ความสมบูรณ์ ความถูกต้อง และคิดถึงแง่มุมต่างๆ และความสนใจของทั้งผู้ส่งและผู้รับ
  • การสื่อสารแบบตัวต่อตัว ในระหว่างการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ไม่เพียงแต่คู่สนทนาจะฟังสิ่งที่คุณพูด แต่ยังรวมถึงโทนเสียง ภาษากาย ท่าทางและลักษณะต่างๆ และอารมณ์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพแบบตัวต่อตัวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มขวัญกำลังใจ การสะท้อนความคิดเห็น และระบุเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนได้
  • เลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม การเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุดทั้งผู้ฟังและข้อความในการสื่อความหมายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญสำหรับการสื่อสาร ความสามารถในการประเมินข้อดีและข้อด้อยสำหรับสื่อแต่ละชนิดและเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้เข้าถึงและมีผลต่อผู้ฟัง

ทักษะด้านคน

การเป็นส่วนหนึ่งในบริษัท หมายถึงการสามารถทำงานร่วมกับความแตกต่างทั้งเรื่องคนและบุคลิกภาพ ทักษะเหล่านี้ช่วยให้โต้ตอบกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้คุณพัฒนาความสัมพันธ์ในทางบวก สร้างความน่าเชื่อถือ ลดความขัดแย้ง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น

  • การทำงานร่วมกัน สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างทั้งเรื่องความต้องการ ความรับผิดชอบ ภูมิหลัง และความชำนาญที่แตกต่างกันได้ดีหรือไม่? สามารถทำงานร่วมกันและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและแผนงานได้ดีหรือไม่?
  • ความเห็นอกเห็นใจ เมื่อคุณเข้าใจในมุมของผู้อื่นแล้ว จะเข้าใจและพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกันให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เข้าใจแรงจูงใจของผู้อื่น ช่วยให้คาดเดาพฤติกรรมและการตอบสนองของผู้อื่นได้
  • ความยืดหยุ่น พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วหรือไม่?
  • ตอบสนองและตื่นตัวต่อวัฒนธรรม ในโลกที่พัฒนาแล้ว การตื่นตัวและเคารพต่อวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น

คุณสมบัติความเป็นผู้นำ

ทักษะความเป็นผู้นำ ต้องสามารถกระตุ้นให้ผู้อื่นให้ทำงานจนลุล่วง วิเคราะห์สถานการณ์ และตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ผู้นำที่มีประสิทธิภาพย่อมมีทักษะทั้งด้านองค์กร การสื่อสาร และมนุษย์สัมพันธ์

  • การจัดลำดับความสำคัญและการมอบหมายงาน ในฐานะผู้นำ ควรสามารถตัดสินใจสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกและมอบหมายงานให้ผู้ที่เหมาะสมทำงานให้ลุล่วงได้
  • กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ต้องสามารถคิดอย่างเป็นระบบ คิดอย่างมีเหตุผลเพื่อค้นหาปัญหาและทางออกที่ดีที่สุด
  • การสอนงานและให้ข้อมูลเสนอแนะ ในการเป็นผู้นำที่มีทั้งประสิทธิภาพและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ควรจะให้การสนับสนุนและกระตุ้นลูกทีม: ให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเพียงพอ และให้ข้อมูลเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์

คิดในระยะยาว : ฝึกฝนใหม่ ฝึกทักษะใหม่ และเรียนรู้ใหม่

เพื่อให้มีความมั่นคงในอาชีพต่อไปในอนาคต การพัฒนาทักษะทางอาชีพให้สอดคล้องความต้องการขององค์กร เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และต้องฝึกฝนผ่านการเรียนรู้ จากการทำงานอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า COVID-19 ได้เร่งให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมาเร็วยิ่งขึ้น

คำถามคือ คุณมีทักษะต่างๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้ตนเองในยุคแห่งดิจิทัลแล้วหรือยัง?

ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก็ถึงเวลาแล้วที่ควรฝึกฝนพัฒนาตนเองใหม่ ตามรายงานของ Organisation for Economic Co-operation and Development(OECD) งานจำนวนมากกว่าหนึ่งพันล้านตำแหน่งมีแนวโน้มที่จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยเทคโนโลยีในทศวรรษถัดไป ดังนั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ และเพื่อพัฒนาทักษะที่สามารถต่อยอดได้ ลองคิดถึงทักษะการทำงานในปัจจุบันที่ยังไม่เพียงพอเพื่อหาวิธีการเพื่อพัฒนาเพิ่ม การเพิ่มความเชี่ยวชาญในการใช้โซเชียลมีเดียและเรื่องที่เกี่ยวกับดิจิทัล ลองอาสาเป็นผู้ทดสอบในมุมของผู้ใช้งาน หรือ UX เพื่อให้มั่นใจว่าช่องทางดิจิทัลอย่างเช่น แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์และเป็นมิตรแก่ผู้ใช้งาน หากชอบในด้านการรวบรวมข้อมูล อาจลองศึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์เพิ่มเติม

ตั้งเป้าเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่มีอยู่ ลงทุนเพื่อพัฒนาด้านอาชีพ และรักษาความสัมพันธ์ของเครือข่ายในการทำงาน มีความคิดเพื่อการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคล่องตัวในการทำงาน ความสามารถในการปรับตัว และการยอมรับความเปลี่ยนแปลง

นาทีนี้คงต้องเตรียมพร้อมและคิดในเชิงบวกเข้าไว้ แม้ว่าวิกฤตไวรัส COVID-19 จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งโลก แต่ขณะเดียวกัน ยังคงมีโอกาสจากตำแหน่งงานใหม่ๆที่เปิดรับอีกจำนวนมาก ผ่านธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พร้อมให้โอกาสกับทุกคนเสมอ

.

ภาพ freepik

สีแดงเบอร์กันดี เสน่ห์ชวนหลงใหล เลิศหรูในทุกมุมมอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625093

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.

สีแดงเบอร์กันดี เสน่ห์ชวนหลงใหล เลิศหรูในทุกมุมมอง

งามสะพรั่งดั่งพญาหงส์แดนมังกร ตามสไตล์ ‘โยชิ รินรดา’ เฉิดฉายในชุดยกน้ำชาสีแดงเบอร์กันดีกับลุคที่รับรองว่าสวย…ไม่มีผิดหวัง

ใครที่กำลังตั้งตารอคอยชุดยกน้ำชาแบบไฮโซโบใหญ่ งานนี้ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จัดให้แบบไม่มีกั๊ก เพราะล่าสุดได้ออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ภายใต้ชื่อ Thai-chinese tea pouring couture เรียกได้ว่าสวยจัดเต็มแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ งดงาม หรูหราเกินราคาแน่นอน

ไม่ต้องบอกว่ารายละเอียดของงานประณีตมากแค่ไหน เฉลยได้ด้วยภาพของสาว โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์ ที่สะบัดลุคเป็นนางพญาหงส์แดนมังกรครั้งแรก งานนี้คะแนนเต็ม 10 ไม่หักซักแต้มเลยสำหรับสาวสวยคนนี้ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้าผม สวยเป๊ะปัง ละมุนละไมไปหมด เรียกได้ว่าตรงปกและตรงคอนเซ็ปต์ โดนใจไม่แพ้คอลเลคชั่นอื่นๆ ที่ผ่านมา

ด้วยจินตนาการและความหลงใหลในวรรณกรรมจีนโบราณของนักออกแบบ บวกกับไอเดียบรรเจิดที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างศิลปะงานออกแบบของยุคเก่าและยุคใหม่ ที่บรรจงร้อยเรียงลวดลายดอกไม้แห่งจักรพรรดิ์จีนอย่างดอกโบตั๋น ออกมาได้อย่างงดงาม

ภายใต้ความงดงามนั้นได้สอดแทรกความทันสมัย แฝงไปด้วยไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาคนเปรียบเทียบยาก กลายเป็นผลงานชุดยกน้ำชาชั้นเลิศที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลและเลิศหรูในทุกมุมมองกว่า 10 ชุด ที่บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อย่างดี สำหรับเจ้าสาวไทยเชื้อสายจีนท่านใดกำลังมองหาชุดยกน้ำชาที่ทันสมัย หรูหรา ยืนหนึ่งดั่งนางพญาหงส์ในพิธีสำคัญ

ชมภาพได้ที่เฟซบุ๊ก Vanus Couture-วนัช กูตูร์

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625033

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14:00 น.

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้

สายแฟต้องรู้! เพราะแว่นกันแดด MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปัง ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่ยังมีคุณสมบัติกันรังสียูวี แล้วรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสียังช่วยปกป้องดวงตาของเราแตกต่างกัน

หนุ่มสาวสายแฟชั่นจะหยิบจับอะไรมามิกซ์แอนด์แมทช์แต่ละทีก็ต้องเลือกดีไซน์ล้ำๆ แฟชั่นในกระแส โดยเฉพาะ “แว่นกันแดด” ซึ่งนับเป็น MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปังที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

ทว่า การใส่แว่นกันแดดไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่เสริมลุคเป๊ะปัง หรืออวดความเป็นสายแฟเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างมากกับดวงตาของเรา โดยเฉพาะแสงแดดเมืองไทยที่ร้อนแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ แว่นกันแดดจึงเป็นแอคเซสซอรี่สำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราจากแสงที่จ้าเกินจำเป็น แต่เวลาเลือกซื้อแว่นกันแดดเรากลับให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ จนลืมนึกถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดไป

การเลือกซื้อแว่นกันแดดนอกจากจะต้องมีคุณสมบัติกันยูวีเอและยูวีบีได้แล้ว สีของเลนส์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะการเลือกสีของเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมจะช่วยให้เรามองเห็นชัดเจนและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสีช่วยป้องกันดวงตาเราแตกต่างกัน

โบลอน (BOLON) แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากฝรั่งเศสที่กำลังฮิตในหมู่บล็อกเกอร์และเซเลบคนดัง เผยเคล็ดลับดีๆ ให้หนุ่มสาวสายแฟสามารถเลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับกิจกรรมที่ทำกัน

เลนส์โทนสีดำ สีเทา

เป็นเลนส์สีพื้นฐานของแว่นกันแดดซึ่งช่วยลดความเข้มของแสงได้ดีที่สุด โดยจะตัดแสงจ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง และทำให้การมองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แสงของวัตถุไม่ผิดเพี้ยน เหมาะสำหรับกิจกรรมอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดที่รุนแรง

เลนส์โทนสีส้ม สีเหลือง

เลนส์สีโทนนี้มีคุณสมบัติที่ช่วยในการเพิ่มแสงและความคมชัด ทำให้การโฟกัสของดวงตาชัดเจนขึ้น และลดการทำงานหนักของดวงตา โดยเลนส์สีส้มจะช่วยเพิ่มการตัดกันของแสงสีให้มองเห็นภาพได้คมชัดขึ้น เช่นเดียวกับเลนส์สีเหลือง แต่เลนส์สีส้มจะให้ความสว่างที่นุ่มนวลกว่า ไม่บาดตาเท่าเลนส์สีเหลือง ฉะนั้น จึงแนะนำให้ใช้เลนส์สีส้มช่วงบ่ายหรือพลบค่ำ เมื่อต้องทำกิจกรรมที่ต้องการคุณภาพการมองเห็นที่มีความคมชัดสูง

เลนส์โทนสีชมพู สีแดง

เลนส์สีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับสายแฟให้แต่งตัวเก๋ๆ เท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเลนส์สีนี้มีคุณสมบัติช่วยในการโฟกัสหรือปรับวิสัยทัศน์เชิงลึก เพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณระยะทาง จึงช่วยลดอาการปวดตาที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อดวงตามากเกินไป

เลนส์โทนสีน้ำตาล สีชา

เลนส์สีนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแยกแยะรายละเอียดของวัตถุในที่สว่างได้ดีมาก ด้วยคุณสมบัติในการปรับทรรศนะวิสัยในภาพรวม เหมาะกับการใส่ขับรถเพราะช่วยให้ดวงตาปรับตัวเข้ากับทุกสภาวะอากาศได้ดี อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการปรับความคมชัดและการรับรู้ระยะทาง จึงเป็นโทนสีเลนส์ในอุดมคติสำหรับหนุ่มสาวสายกิจกรรมเลยทีเดียว

เลนส์โทนสีฟ้า

เลนส์โทนสีฟ้าจะมาพร้อมกับคุณสมบัติสุดคูลที่ช่วยปกป้องดวงตาได้ดีในสภาวะที่มีการหักเหของแสง สามารถช่วยบรรเทาอาการตาล้าจากการใช้งานดวงตาหนักๆ ได้ดี

.

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ : bolon eyewear Thailand

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624975

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:48 น.

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น

ซัมเมอร์สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย UNIQLO x Marimekko สานต่อความสำเร็จ เตรียมให้แฟนๆ ช้อปลิมิเต็ดเอดิชั่น 12 มิ.ย.นี้

เตรียมสร้างปรากาฏการณ์รีบช้อปให้ทันกันอีกแล้ว สำหรับ ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ที่ประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งร่วมมือกับแบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและบนออนไลน์สโตร์

นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจาก UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชันทั้งสองคอลเลคชั่นที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ คอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2020 ได้นำเสนอวิถีชีวิตช่วงซัมเมอร์ของชาวฟินแลนด์ด้วยลวดลายและสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนานให้กับผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) จากยูนิโคล่ได้เป็นอย่างดี โดย UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชัน คอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างยูนิโคล่กับแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากที่เปิดตัวในปีนี้

“หลังจากได้ร่วมงานกับมารีเมกโกะอย่างใกล้ชิดมาถึง 3 ฤดูกาล ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งและรู้สึกหลงใหลในแฟชั่นและดีไซน์เฮ้าส์สัญชาติฟินแลนด์ รวมถึงศิลปะการพิมพ์ลวดลาย เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของมารีเมกโกะที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ไมยา อิโซลา (Maija Isola) และแอนนิกา ริมาลา (Annika Rimala) มาใช้อีกครั้ง โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ยังมีกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน และความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์กับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของชาวฟินแลนด์ เราหวังว่าผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ที่เปิดตัวครั้งนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน” มร. ยูกิ คัทซึตะ (Yuki Katsuta) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว

“การที่แบรนด์ได้ร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ที่มีหลักการและแนวคิดเดียวกัน ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นสำหรับลูกค้าของเรา ไปพร้อมกับเปิดโอกาสพิเศษให้กับมารีเมกโกะในการถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบของเราให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ของเราอย่างยูนิโคล่อีกครั้งกับคอลเลคชั่นที่มีกลิ่นอายแห่งความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน ทั้งความงดงามที่ทรงพลังซึ่งขึ้นชื่อด้านศิลปะเทคนิคการพิมพ์ของมารีเมกโกะ และปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์จากยูนิโคล่ ที่ทำให้ทุกคนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดี มีคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้” ตีน่า อลาฮูห์ตา-กาสโก (Tiina Alahuhta-Kasko) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์มารีเมกโกะ กล่าว

ซัมเมอร์ที่สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย

จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้อยู่สไตล์การออกแบบชุดสำหรับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย ด้วยชุดที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างเดรสยาวคอวีและเชิ้ตแบบต่างๆ เข้ากันได้ดีมากกับกางเกงขากว้าง กระโปรงและกางเกงขาสั้น ที่เพิ่มความสดใสขึ้นไปอีกด้วยลวดลายของมารีเมกโกะ สำหรับกระโปรงและกางเกงของคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับลุคที่เข้าคู่กันบนเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายตามสไตล์ของผ้าลินินผสม คอตตอนและเจอร์ซี่  ปิดท้ายด้วยไอเทมใหม่อย่าง เสื้อฮู้ดพาร์กาพับเก็บได้ (Pocketable Parkas) ที่ช่วงป้องกันฝนในช่วงซัมเมอร์

สนุกสนานตามสไตล์ครอบครัว

คอลเลคชั่นนี้อัดแน่นไปด้วยไอเทมที่ทำให้คนในครอบครัวสนุกกับการแต่งตัวธีมเดียวกันได้ง่าย ทั้งไอเทมเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษ (cut and sewn) สุดฮิต โดยมีชุดใหม่ล่าสุดทั้งเสื้อยืดทรงบ็อกซีและทรงทูนิคสำหรับผู้หญิง เดรสผ้าเจอร์ซี่และกางเกงขาสั้นสำหรับเด็กผู้หญิง เลกกิ้งสำหรับเด็กวัยหัดเดิน และบอดี้สูทสองชิ้นที่เหมาะสำหรับการนำไปมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิด

เครื่องประดับเพื่อการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์

ของต้องมีจากคอลเลคชั่นนี้สำหรับการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ หมวกสาน กระเป๋าสาน รองเท้าพื้นสาน และผ้าพันคอ โดยหมวกและกระเป๋าสานจากคอลเลคชั่นนี้มีดีไซน์การสานจากใยต้นปาล์ม (รัฟเฟีย) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับลวดลายผ้าที่นำมาตัดเย็บเข้าคู่กัน ส่วนผ้าพันคอที่เป็นผ้าผสมลินินผืนใหญ่ สามารถนำมาใช้ประดับเก๋ๆ ได้อีก

รายละเอียดคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko Limited Edition Collection จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์ เว็บไซต์ของคอลเลคชั่นนี้ https://www.uniqlo.com/marimekko20ss/th/