เที่ยว “บางแสน” ซื้อของฝากจาก “ตลาดหนองมน” ไม่แวะแล้วจะพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472862

เที่ยว “บางแสน” ซื้อของฝากจาก “ตลาดหนองมน” ไม่แวะแล้วจะพลาด

4 กรกฎาคม 2564 – 09:06 น.

เที่ยว “บางแสน” ไม่ใช่มีแค่ทะเล กับหาดทรายขาว แต่มีของฝากรสเลิศจาก “ตลาดหนองมน” ไม่แวะแล้วจะพลาด

พูดถึง “บางแสน” ทุกท่านก็จะนึกถึงชายหาดสวยๆ กับหาดทรายสีขาว ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว เป็นเส้นกันระหว่างน้ำทะเล กับผืนแผ่นดิน และเมื่อกล่าวถึงอาจทำให้หลายๆ คน ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นี่แหละ คือกิจกรรมของครอบครัวในวันหยุดนี้  

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

หากใครที่เคยที่ไปสัมผัสน้ำทะเล แถวๆ ชายหาด“บางแสน” จังหวัดชลบุรี แล้วไม่แวะชิม “ข้าวหลามหนองมน”  ผมว่าทริปเที่ยวนั้น คงดูไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

เพราะเสน่ห์ของ “บางแสน” ไม่ได้อยู่ที่ผืนน้ำทะเลอันสดใสเพียงแค่นั้น  แต่ยังมีสิ่งละอัน พันละน้อย อีกมากมาย ที่รอให้ทุกท่าน ได้เข้าไปสัมผัส

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลนานาชนิด ที่รอให้ทุกท่านได้เลือกแวะชิม กับเมนูอันหลากหลาย ทั้ง กุ้งเผา ต้มยำกุ้งทั้งน้ำข้นและน้ำใส ปลากะพงทอดน้ำปลา กั้งทอดกระเทียม ปูนึ่ง และปูจ๋า รวมทั้งอาหารทะเล อีกมากมายหลากหลายชนิด  และที่พลาดไม่ได้ ควรแวะชิม “ข้าวหลามหนองมน” รสเลิศ  กันก่อนสักนิดก็คงจะดี..นะครับ  

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

คราวนี้ ลองมาดูประวัติของ “หนองมน” กันซะหน่อย เพราะเป็นชื่อเรียกสถานที่หนึ่งในตำบลแสนสุข จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากจังหวัดชลบุรี ประมาณ 12 กิโลเมตร โดยประมาณ

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ตลาดหนองมน หรือตลาดแสนสุข ที่มีของฝากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกบดราดพริก ปลาริวกิว กุ้งแห้ง ปลาอินทรีย์เค็ม หอยสามรส ห่อหมกทะเลหอยแมลงภู่ หอยจ้อปู รวมทั้งข้าวหลามหนองมน ที่เรียกได้ว่า เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วประเทศเลยก็ว่าได้
 

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

“ข้าวหลามหนองมน” รสชาติหอม หวาน เค็ม มัน ซึ่งถูกเผาอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ อย่างพิถีพิถัน เพื่อจะให้ข้าวเหนียวถั่วดำกลมกลืนอย่างมีรสชาติ พร้อมกับความอร่อย และทำให้ข้าวหลามหนองมน กลายเป็นที่ชื่นชอบ และเป้นของฝากของคนไทย และชาวต่างชาติ มีชื่อเสียงของประเทศเลยก็ว่าได้”

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ย้อนอดีตไปสัก 40 ปี “ข้าวหลามหนองมน” ในสมัยนั้น ยังมีแค่ไส้ถั่วดำ  ต่อมาได้มีการนำไส้ชนิดอื่นๆ เข้าไปเป็นส่วนผสม  และมีการดัดแปลง จนทำให้ “ข้าวหลามหนองมน” ในวันนี้ มีไส้ให้เลือกได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไส้กล้วย ไส้เผือก หรือไส้มะพร้าวอ่อน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เพราะได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

โดยเฉพาะรสชาติ เพราะนอกจากจะหอมหวนแล้ว ยังมีกลิ่นของมะพร้าวอ่อนๆ ที่โชยออกมา อย่างน่าพิศสมัย เรียกได้ว่า ลองกัดไปเพียงแค่คำแรก ก็แสนจะอร่อยแล้ว   

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ครับ..วันหยุดนี้ หากใครไม่มีแผนจะไปไหน ลองไปแวะชิมของอร่อยๆ กันได้ที่ “หนองมน” นะครับ อ้อ..ลืมไป ช่วงนี้ทางเทศบาลเมืองแสนสุข อาจจะมีการปิดหาดช่วงเย็นของทุกวัน ยังไงก็ลองตรวจสอบกันดูอีกครั้ง นะครับ

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส ‘ออเจ้า’ แต่งชุดไทยเที่ยว “วัดไชยวัฒนาราม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472822

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส ‘ออเจ้า’ แต่งชุดไทยเที่ยว “วัดไชยวัฒนาราม” 

3 กรกฎาคม 2564 – 20:00 น.

จำกันได้ไหมครั้งหนึ่งแฟนละครไทยย้อนยุคอย่าง ‘บุพเพสันนิวาส’ ตามรอยละครแห่งแต่งชุดไทย เที่ยว”วัดไชยวัฒนาราม” จนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ 

     “วัดไชยวัฒนาราม” ครั้งหนึ่งราวต้นปี 2561 ถูกพูดถึงเหล่าบรรดาแฟนละครชื่อดังอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ละครย้อนยุคไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีตัวละครเด่นอย่าง ขุนพี่หมื่น ที่แสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ นางเอกคนสวย ราณี แคมเปน รับบทเป็น แม่การะเกด

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     โดยละครเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นกระแสฟีเวอร์ ทุกคนจะมีภาพจำเกี่ยวกับ “ออเจ้า”        

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “วัดไชยวัฒนาราม” ถือว่าเป็นวัดสำคัญในละคร “บุพเพสันนิวาส” เนื่องจากถูกพูดถึงบ่อย จนทำให้แฟนละครต่างเดินทางตามรอยละครมาชม “วัดไชยวัฒนาราม” เป็นจำนวนมาก ทำให้ “วัดไชยวัฒนาราม” กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะร้านเช่าชุดไทย ที่ได้ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัด มีลูกค้าเพิ่ม 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     ร้านชุดไทยหน้า “วัดไชยวัฒนาราม” มีให้เลือกหลายร้าน แต่ล่ะร้านมีกลยุทธ์ในการเรียกลูกค้าทั้งจัดโปรโมชัน การประชาสัมพันธ์ในหลากหลายช่องทาง

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     ซึ่งราคาเช่าก็ราคาไม่แพงมาก นักท่องเที่ยวจึงมักจะเช่าชุดไทยแต่งหน้า เพื่อไปถ่ายรูปกับ “วัดไชยวัฒนาราม” 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “วัดไชยวัฒนาราม” ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง เดิมชื่อ “วัดชัยวัฒนาราม”

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “วัดไชยวัฒนาราม” พระเจ้าปราสาททองได้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดาของพระองค์ และเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     จุดที่น่าสนใจ “วัดไชยวัฒนาราม” มีพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส  มีลักษณะเป็นปรางค์ทรงจตุรมุข 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “ระเบียงคต” คือส่วนที่เชื่อมเมรุทั้ง 4 ทิศ เข้าด้วยกัน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     ทั้งนี้ “วัดไชยวัฒนาราม” ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และเป็นหนึ่งในโบราณสถานของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2535

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     สำหรับ “วัดไชยวัฒนาราม” ตั้งอยู่ใน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ในเวลา 08.00–18.00 น. โดยเก็บค่าเข้าชมไม่แพง คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

ขอบคุณภาพ 

มานี่จะไปไหน 

วิธีสังเกต “กล้วยด่างแท้-เทียม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472820

วิธีสังเกต “กล้วยด่างแท้-เทียม”

3 กรกฎาคม 2564 – 19:15 น.

ยิ่งสร้างกระแสความนิยมขึ้นไปอีก เมื่อล่าสุดมีคนเหมาซื้อ “กล้วยใบด่าง” ของชาวสวน จ.เพชรบูรณ์แบบยกกอ แถมให้ราคาสูงเกือบครึ่งล้าน! บูมขนาดนี้ มาดูวิธีสังเกต “กล้วยด่างแท้-กล้วยด่างเทียม” ก่อนที่จะควักกระเป๋าซื้อกันก่อนดีกว่า

“ต้นไม้ใบด่าง” นับวันกระแสความนิยมจะยิ่งสูงขึ้น ว่ากันเฉพาะ “ต้นกล้วยใบด่าง” ที่มีข่าวการรับซื้อและให้ราคาสูงออกมาให้เห็นแทบทุกวัน 

ล่าสุด มีหนุ่มฉะเชิงเทรา เจ้าของฟาร์มนกและร้านเฟอร์นิเจอร์ วัย 40 ปี หอบเงินครึ่งล้าน บุกไปถึงสวน อ.บ้านบึง จ.ชลบุเพื่อซื้อเหมายกกอกล้วยด่าง (8 ต้น) รีบยกขึ้นรถกลับบ้านอย่างสบายใจ เจ้าตัวยอมรับว่าชอบที่ความสวยแปลกตาเป็นทุนเดิม จึงอยากเอาไปประดับที่ร้าน และคิดจะเอาไปเพาะต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มอีก 

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ข่าวนี้เรียกร้อยยิ้มให้ทุกฝ่าย เพราะพลอยดีใจกับเจ้าของต้นกล้วยเดิมที่เหมือน “ถูกหวย” แบบทันที ส่วนคนซื้อ ก็ยินดีที่ได้เจอ “ช้างเผือก”  ที่หายาก แต่ด้วยความที่ “กล้วยด่าง” กลายเป็นแหล่งรายได้ที่ทำเงินมหาศาล ทำให้เริ่มมีพ่อค้า-แม่ค้าหัวหมอ ดัดแปลงจำหน่าย “กล้วยด่างเทียม” ต้มตุ๋นนักเล่นหน้าใหม่กันแล้ว  

เมื่อกล้วยด่างมีหลากหลายแบบ เราจึงควรรู้วิธีการแยกแยะ “กล้วยด่างแท้” และ “กล้วยด่างเทียม” เพื่อเป็นพื้นฐานกันหน่อย 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเจ้า “กล้วยด่าง” ที่มีราคาและทำการซื้อขายกัน คือ กล้วยด่างที่เกิดจากความผิดปกติในระดับพันธุกรรม ที่เกิดการกลายเฉพาะจุด ซึ่งสังเกตเห็นได้จากภายนอกทางใบ ลำต้น และผล  

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ความสม่ำเสมอไม่เท่ากันในจุดต่างๆ ได้กลายเป็นสีสันและลวดลายที่ผิดแปลกไปจากกล้วยปกติ ที่ส่วนใหญ่มักมีสีเขียวทั้งต้น โดยความผิดปกตินี้จะติดตัวต้นกล้วยต้นนั้นไปตลอด แม้ว่าต้นนั้นจะอยู่ในสภาวะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่จะไม่กลับไปมีใบเขียวเหมือนต้นกล้วยปกติได้อย่างแน่นอน 

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ถ้าสังเกตดีๆ กรณีนี้จะต่างกับ “กล้วยด่างเทียม” ซึ่งต้นด่างเทียมจะเกิดกับต้นที่มีพันธุกรรมของกล้วยแบบปกติ แต่แสดงความผิดปกติออกมาคล้ายต้นกล้วยด่างจนแทบแยกไม่ออก จนกว่าต้นกล้วยต้นนั้นจะเติบโตในสภาวะการดูแลเป็นอย่างดี และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็จะกลับไปมีใบสีเขียวตามเดิมในธรรมชาติ ต้นนี้จึงเป็นด่างไม่แท้!

ทั้งนี้ กล้วยด่างเทียม ยังเกิดขึ้นได้อีกหลายปัจจัย  ทั้งการขาดสารอาหาร ทำให้ใบและลำต้นมีอาการใบเหลืองและสีซีดอ่อน ไม่สม่ำเสมอกัน ยังมี “โรคที่มาจากของเชื้อไวรัส” ก็จะมีอาการด่างเหลือง เป็นดวงทั่วทั้งใบ ส่วนมากจะไม่ออกลูก แถมยังลามไปติดยังต้นอื่นๆอีก และสุดท้ายเกิดจาก “ดินเปรี้ยว” ซึ่งลักษณะใบจะคล้ายกับกล้วยด่างแท้มากๆ ข้อนี้ต้องเช็คประวัติจากแหล่งที่มาให้ชัดเจน  

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

เมื่อรู้วิธีสังเกตแล้ว อาจยังไม่รู้เท่าทันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะกว่าต้นจะโตจนรู้ได้ชัดก็ใช้เวลาโขอยู่ และคนขายก็อาจเชิดหนีไปแล้ว ดังนั้นผู้ซื้อควรตรวจสอบที่มาที่ไปร่วมด้วย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการซื้อกล้วยด่างจากผู้ขายที่ไม่น่าเชื่อถือตามโซเชียล หรือผู้ที่ไปขุดมาจากป่าโดยตรง ถ้าคิดในทางบวก อาจจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างจำแนกแยกแยะได้ยาก

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

อย่างไรก็ตาม เมื่อรักชอบแล้ว ก็ขอให้มีความสุขในการดูแลและเฝ้ามองการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่รักกันนะคะ 

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ขอบคุณภาพจาก  เฟซบุ๊ก Samrit Saraphi

เจ๋ง “ชุดนอนกลางทะเล” ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472789

เจ๋ง”ชุดนอนกลางทะเล”ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

3 กรกฎาคม 2564 – 19:00 น.

เป็นทั้งแรงบันดาลใจ เป็นทั้งไอเดียดี ๆ สำหรับชุดท้าแดดของศิลปินสาว ที่มีไอเดียจากโรคแพ้แสงของตัวเอง สู่ชุดสุดเจ๋งนอนโง่ ๆ กลางทะเลก้าวข้ามขีดจำกัดของเธอมาพร้อม 3 คอลเลคชั่นสุดตะลึง

ไอเดียและการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ทำให้โลกนั้นค้นพบ และตกตะลึงกับสิ่งใหม่ ๆ มาหลายต่อหลายครั้ง นำไปสู่การต่อยอดวิวัฒนาการ โดยเฉพาะสิ่งประดิษฐ์ เรื่องราวของศิลปินสาวท่านนี้ ที่ชื่อว่า”SiiGii”ก็เช่นกัน เพราะว่าเธอนั้นเกิดเป็นโรคภูมิแพ้แสงแดด ไม่สามารถอยู่กลางแดดนานๆ ได้ บวกกับปัจจุบันที่พักของเธอนั้นอาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

จะเรียกว่าได้ใกล้ชิดกับท้องทะเลแต่ก็ไม่สามารถจะดื่มด่ำได้นานเหมือนหลายคน โรคดังกล่าวของเธอเริ่มออกอาการให้เห็นตั้งแต่ 11 ขวบ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถนอนทอนน่องอาบแดด ท้าแสงยูวี หรือจะเล่นน้ำบทะเลได้นานเหมือนใคร ๆ และนั่นเป็นที่มาของไอเดียเก๋ ของเธอจากฐานะศิลปิน

เจ๋ง"ชุดนอนกลางทะเล"ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

ความฝันหนึ่งของเธอที่ก่อกำเนิดมาจากจุดบกพร่องทางร่างกายคือ “การได้นอนโง่ๆ กลางทะเล” มีภาพสวย ๆ ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติของผืนนำ้อันกว้างใหญ่เหมือนที่หลายคนเล่าขานกัน นำไปสู่วิถีแนวทาง เอาชนะขีดจำกัดของร่างกาย ด้วยการคิดค้นพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ จะช่วยปกป้องตัวเอง จากโรคที่เธอเป็นอยู่ จนได้เกิดมาเป็นคอลเลกชันงานศิลปะในชื่อว่า S.A.D (Sun Allergy Diaries)

ผลงานในคอลเลกชัน S.A.D (Sun Allergy Diaries) นี้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกันประกอบด้วย Funbathing as a new me , Floating above limits  และ Delimited Freedom ซึ่งหากสังเกตุดี ๆ แต่ชิ้นที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นชิ้นที่ชื่อผลงานว่า “เหนือข้อจำกัดแห่งการลอยตัว” (Floating Above Limits)

เจ๋ง"ชุดนอนกลางทะเล"ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

SiiGii”เธอเป็นศิลปินชาวสเปน ที่มีผลงานให้เห็นมากมายจากไอเดียของเธอและ S.A.D (Sun Allergy Diaries)  ก็ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่ถูกพูดถึงเพราะได้รับแรงบัลดาลใจมาจากตัวเธอเองและโรคของเธอที่เป็นอยู่ นั่นถูกมองว่าเป็นการข้ามผ่านขีดจำกัดของเธอ ทำให้เธอยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น 

เจ๋ง"ชุดนอนกลางทะเล"ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

ในขณะที่เมื่อก่อนเธอไม่สามารถนอนลอยตัวบนทะเล ใต้แสงอาทิตย์ได้เลย เธอจึงพยายามจะเอาชนะมัน ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาประสบการณ์ และความหมายของชีวิตจนเป็นไอเดียที่เห็น 

Funbathing as a new me


Floating above limits  

Delimited Freedom

ขอบคุณภาพจาก : @is_siigii

กว่าจะเป็น…หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472720

กว่าจะเป็น…หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

3 กรกฎาคม 2564 – 16:50 น.

“เป็นหนึ่ง” มันไม่ได้ง่าย แล้วตัวเราเองเนี่ย ไม่ได้มีพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวย เพราะฉะนั้นเราก็เป็นคนหนึ่งที่ปากกัดตีนถีบ บางช่วงบางตอนจากการพูดคุยในรายการคมในฝัก

รายการคมในฝัก โดยคมชัดลึกออนไลน์รายการน้องใหม่ ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนในสังคมทั้งนอกกระแสและในกระแส เพื่อมาบอกเล่าประสบการณ์ในชีวิต ทั้งดีและร้าย เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่หมดกำลังใจ ให้ต่อสู้ใหม่อีกครั้ง ได้สัมภาษณ์อาจารย์เป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร ซึ่งได้รับเกียรติจากอาจารย์มาเป็นแขกรับเชิญในรายการเป็นท่านแรก

“เราเคยทำงานร้านวัสดุก่อสร้าง แล้วพอวันหนึ่งที่คนขาด เราจะต้องไปแบกปูน เคยยืนอยู่บนเทรลเลอร์พลิกปูน 300 กระสอบ เราเจอเรื่องราวมากมายในชีวิต เรามีชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู เราผ่านงาน ผ่านความอดทนมามากมาย สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราผ่านจุดนั้นมาได้เนี่ย เราต้องเรียนรู้ ทุกฉากของชีวิตว่ามันคืออะไร” บางช่วงบางตอน จากการพูดคุยกับอาจารย์เป็นหนึ่ง 

กว่าจะเป็น...หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

อาจารย์เล่าว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนเรียนสูง เพราะเนื่องจากว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเนี่ย เป็นเด็กเกเร เป็นคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานการศึกษาที่ดี และเป็นสิ่งที่อาจารย์อยากบอกทุก ๆ คนว่า ถ้ามีโอกาส ถ้ามีจังหวะควรจะเรียนเพราะวันหนึ่งเราจะได้ใช้ประโยชน์จากการศึกษานั้น 

กว่าจะเป็น...หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

อาจารย์เป็นหนึ่ง ถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างโชคดีที่มักได้รับโอกาสจากคนรอบข้างเสมอ ๆ และด้วยความที่ได้รับโอกาสดี ๆ นั้น ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตบางอย่างจนถึงขั้นที่ทำให้อาจารย์ทุกข์ที่สุด ทุกข์เพราะ ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น ทะเยอทะยาน กลายเป็นจุดพังของชีวิต

กว่าจะเป็น...หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

ก่อนจบรายการในวันนั้น อาจารย์เป็นหนึ่งได้ทิ้งท้ายไว้ว่า

“อาจารย์เชื่อว่า มนุษย์เราไม่มีคำว่า ที่สุด ไม่มีคำว่าประสบความสำเร็จ ไม่มีสิ่งต่าง ๆ เพราะคำว่าประสบความสำเร็จ มองว่ามันมีอะไรสิ่งใหม่ ๆ ให้ทำตลอดเวลา จริง ๆ ต้องบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องขวนขวาย แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เท่านั้นเอง อาจารย์เชื่อว่าเราสะสม ความสำเร็จในแต่ละวัน อาจารย์ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อีกเรื่องหนึ่ง หลายครั้งที่เราประสบความสำเร็จแล้วผ่านมาได้เนี่ย สิ่งนั้นคือ เราแข่งกับตัวเอง เราไม่แข่งกับใคร นั่นคือสิ่งที่ เป็นสูตรผสม ที่ทำให้อาจารย์มีความสุขกับการใช้ชีวิต และประสบความสำเร็จในวันนี้” 

ติดตาม “รายการคมในฝัก” แบบเต็ม ๆ ได้ที่ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=kFwP4cmwOMA

“น้ำมันดอกทานตะวัน” หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472800

“น้ำมันดอกทานตะวัน”หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ

3 กรกฎาคม 2564 – 16:12 น.

น้ำมันพืชที่ใช้ปรุงอาหาร  ในปัจจุบัน มีแหล่งที่มาของของการผลิต อาทิจาก ปาล์ม , รำข้าว,มะกอก,ถั่วเหลือง ,ถั่วลิสง  รวมไปถึงน้ำมันจาก”ดอกทานตะวัน”  หรือ “น้ำมันดอกทานตะวัน”

“น้ำมันดอกทานตะวัน” ทำมาจากธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการสกัดจากเมล็ดทานตะวัน  ได้รับการรับรองว่า เป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ เพราะน้ำมันดอกทานตะวัน อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างมาก เช่น วิตามินอี โอเมก้า 6 และกรดโอเลอิก (Oleic acid) ที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ จึงทำให้การนำมาปรุงอาหารแต่ละครั้งนั้น   ได้รับคุณประโยชน์ได้ดีกว่าการใช้น้ำมันพืช 

ประโยชน์ของ“ น้ำมันดอกทานตะวัน” ที่มีการศึกษาพบว่า เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน  น้ำมันดอกทานตะวัน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อดักจับ และกำจัดแบคทีเรีย ไวรัส ที่แทรกซ้อนเข้ามาสู่ร่างกาย อีกทั้งโปรตีนในน้ำมันดอกทานตะวัน ยังสามารถช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และเอนไซม์ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันของคุณได้ในเวลาเดียวกัน

ปรับปรุงระบบการย่อยอาหาร “น้ำมันดอกทานตะวัน”ดีต่อระบบย่อยอาหาร  เพราะว่า มวลของน้ำมันดอกทานตะวัน ค่อนข้างมีความหนาแน่นน้อย น้ำหนักเบา ไม่รู้สึกหนักท้องจนเกินไป เมื่อรับประทานจึงทำให้เกิดการดูดซึม และเกิดการย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น อีกทั้งน้ำมันดอกทานตะวันยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่อาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี  

เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย  การรับประทานอาหารจนอิ่ม หรือแน่นท้อง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออาการง่วงนอนในทันที นั่นอาจเป็นเพราะว่ามีการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมากจนเกินไป จนทำให้เกิดอาการ  เซื่องซึม  แต่ถ้าหากเปลี่ยนไปเป็นการรับประอาหารที่ประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันเหล่านี้จะเข้าไปเติมพลังโดยการปล่อย ไกลโคเจน (Glycogen) เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อนำไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน จะทำให้รู้สึกสดชื่น  สิ่งนี้มีอยู่ในน้ำมันดอกทานตะวัน 

"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ
"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ

 น้ำมันดอกทานตะวัน  ยังดีต่อการบำรุงผิวพรรณ  วิตามินเอ และวิตามินอีในน้ำมันดอกทานตะวัน มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งยังสามารถกำจัดแบคทีเรียต่าง ๆ บนผิวหนังได้ดีอีกด้วย เนื่องจากน้ำมันดอกทานตะวันมีมวลน้ำมันที่ค่อนข้างเบาบาง จึงไม่ก่อให้เกิดความเหนียวเหนอะหนะ และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ให้ความอ่อนโยนแก่ผิว เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะผิวแพ้ง่าย

ส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง  “น้ำมันดอกทานตะวัน” คุณสมบัติน้ำมันชนิดนี้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สามารถเข้าไปปรับปรุง หรือรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ห่างไกลจากความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ที่อาจเป็นผลอันตรายต่อสุขภาพ  ตามคำแนะนำของสถาบันโภชนาการแห่งชาติ (NIN) ระบุไว้ว่า การที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำมันดอกทานตะวัน  ควรบริโภคเพียงแค่ 20% ของแคลอรี่ต่อวัน หรือในปริมาณ 5 ช้อนชาต่อวัน

ไม่ควรบริโภคมากเกินไปกว่านี้ เพราะมิเช่นนั้นอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางสุขภาพเพิ่มเติมได้  จากการศึกษาในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพจัดอยู่ในเกณฑ์ดีจำนวน 15 คน พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัวอย่าง น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ มีอัตราของระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ลดลงกว่าเดิม เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานอาหารประเภทของไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่เท่ากัน

ส่วนใหญ่แล้วการนำน้ำมันดอกทานตะวันมาใช้เพื่อรับประทาน หรือใช้เพื่อทาบริเวณผิวหนังโดยตรง ย่อมให้ความปลอดภัย ยกเว้นเสียแต่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้พืช หรือเกสรดอกไม้ในวงศ์ตระกูลดอกทานตะวัน เช่น ดอกดาวเรือง ดอกเดซี่ ดอกเบญจมาศ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำคือ โรคเบาหวาน  เพราะอาจเป็นการเพิ่มอินซูลิน และระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น ที่สำคัญยังอาจเพิ่มโอกาสให้หลอดเลือดแดงมีการแข็งตัว เพิ่มได้ในผู้ป่วย ที่ประสบกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://hellokhunmor.com/

"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ
"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ
"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/th

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ “แอปเปิ้ล” มีมากกว่าที่คิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472792

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ “แอปเปิ้ล” มีมากกว่าที่คิด

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด 3 กรกฎาคม 2564 – 15:15 น.

นอกจากเวลารับประทานจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว รู้หรือไม่ว่าผลไม้ “แอปเปิ้ล” เป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการป้องกัน รักษาโรคได้ดีอีกด้วย เรียกว่าอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกายของเราเป็นอย่างมาก

“แอปเปิ้ล” แต่ละชนิด แต่ละสีจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป อาทิ  “แอปเปิ้ลสีแดง” จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเยอะที่สุด เหมาะแก่การช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย , “แอปเปิ้ลสีเขียว” จะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลน้อย เป็นต้น

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด
รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด

นอกจากนี้ “แอปเปิ้ล” ยังมีประโยชน์มากมายที่สามารถป้องกันโรคหลายๆโรคได้ดี ถึง 12 โรคด้วยกันดังนี้

1.ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

2.ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย

3.ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดความอยากอาหารลง

4.ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

6.ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน

7.ช่วยลดความดันโลหิต

8.ช่วยบำรุงหัวใจ

9.ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

10.ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง

11.ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก

12.ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด เแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำในปริมาณสูงที่จะช่วยลดระดับน้ำตาล เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด
รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด
รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472788

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

3 กรกฎาคม 2564 – 14:33 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้จะพามาแนะนำดอกไม้มงคลที่นำไปใช้บูชาพระเพื่อเสริมสิริมงคลต่อชีวิต เชื่อว่าหลายคนอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างเพราะทุกบ้านที่นับถือศาสนาพุทธก็จะต้องสวดมนต์ไหว้พระกันเป็นประจำอยู่แล้ว

ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนาและเมื่อมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องดวงชะตาเป็นจำนวนมาก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าดอกไม้ที่เลือกนำไปใช้ไหว้บูชาพระนั้นแต่ละดอกจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะรู้แค่ว่าใช้ดอกบัว ดอกกล้วยไม้ หรือ ดอกดาวเรืองไหว้พระ แต่จริงๆแล้วมีมากกว่านั้น ครั้งนี้คมชัดลึกออนไลน์ขอพาแนะนำ ดอกไม้มงคลที่นำไปไหว้พระเเล้วจะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า  

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

เริ่มกันที่ดอกไม้ที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง  “ดอกบัว” ความหมายมงคลของมันก็คือ ชีวิตพบเจอแต่ความสำเร็จสมหวังตั้งใจ และดอกบัวนั้นก็มีอีกหนึ่งความหมายคือหมายถึงความศรัทธา ดอกบัวตูมเหมือนกับการพนมมือไหว้ แทนตัวผู้ไหว้นั่นเอง

ต่อมาคือ “ดอกมะลิ” นอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้วยังมีความหมายมงคลว่า ชีวิตพบเจอความสุขกายสบายใจ คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข เรื่องร้อนใจจะคลี่คลาย

ส่วน “ดอกเข็ม” ไม่ได้ใช้แค่ไหว้ครูเท่านั้นแต่ยังมีความหมายมงคล เมื่อนำมาไหว้แล้วเชื่อว่าจะเกิดสมาธิความคิดฉลาด มีไหวพริบสติปัญญาที่ดี

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

สำหรับ “ดอกพุด” มีความหมายมงคล คือ ชีวิตก้าวหน้าหน้าที่การงานมั่นคงสุขภาพอุดมสมบูรณ์พูนสุข
และที่เห็กันบ่อยๆนำมาร้อยพวงมาลัย คือ “ดอกรัก” ความหมายมงคล คือ ชีวิตจะเจอแต่ความรักดีๆ เปี่ยมไปด้วยความหวังดีผู้อื่นจะรักใคร่มีเมตตา 

ทางด้าน “ดอกกุหลาบ” ไม่ใช่เพียงแค่ให้กันในวันวาเลนไทน์แต่ยังมีความหมายมงคลแฝงอยู่  คือ ถ้านำไปไหว้พระแล้ว ชีวิตจะมีเสน่ห์ เป็นที่รักของคนรอบข้าง เป็นที่ไว้วางใจ เสริมศิริมงคลเรื่องความรัก

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

นอกจากนั้นยังมี “ดอกแก้ว” นำไปไหว้พระจะทำให้ชีวิตจะไร้อุปสรรคพบเจอแต่เรื่องดีๆ มีความสบายใจจิตใจแจ่มใส

ส่วน “ดอกดาวเรือง” สีเหลืองอร่าม ความหมายมงคลก็ตามชื่อจะทำให้ชีวิตจะพบเจอแต่ความรุ่งเรือง ธุรกิจการค้ารุ่งเรืองมีเงินมีทองไม่ขัดสน

ปิดท้ายที่ “ดอกกล้วยไม้” มีความหมายมงคลว่า ชีวิตพบเจอแต่ความสำเร็จ ทำการสิ่งใดพบแต่ความราบรื่น

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง
แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง
แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง


ขอบคุณข้อมูลจาก อ.เมธี 456 ดูดวงไพ่ยิปซี

เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ “เดอะคอนติเนนทัล จีที วี 8 มูลินเนอร์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472776

เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ “เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์”

3 กรกฎาคม 2564 – 13:08 น.

บอกเลยว่าหากใครชื่อชอบความสปอร์ตต้องถูกใจ “เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8” อย่างแน่นอนเรียกว่าเป็นการเอาใจคนรุ่นใหม่ สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบสปอร์ต และบ่งบอกความเป็นตัวตนอย่างชัดเจนผ่านมุมมองภาพถ่ายที่แสดงถึงสีสันและความหรูหรา

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจไม่น้อยกับการถ่ายทอดผ่านงานโปรดักชั่นภาพถ่ายในมุมมองใหม่ของ “เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8” ที่เน้นสีสันพร้อมกับเรือยอร์ชหรูที่จอดเรียงรายอยู่บนพื้นหลัง เสมือนได้สัมผัสบรรยากาศแสงสีในยามราตรีไปกับอัครยนตรกรรมสปอร์ตสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ในแบบของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสัน 

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

มาทำความรู้จัก อัครยนตรกรรมสปอร์ตคันนี้ให้มากขึ้นต้องบอกว่า  เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์ (Bentley Continental GT V8 Mulliner) มีความพิเศษที่มาพร้อมกับ Mulliner Driving Specification การตกแต่งพิเศษแบบเฉพาะตัว ยกระดับความหรูหราโดยแผนก Mulliner (มูลินเนอร์) แผนกโคชบิลเดอร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

โดยตัวรถมาพร้อมกับล้อมูลินเนอร์อัลลอยด์สีเงินปัดเงาแบบใหม่ ขนาด 22 นิ้ว คงเอกลักษณ์ความเป็นเบนท์ลีย์ด้วยการตกแต่งภายในที่เผยโฉมให้เห็นถึงลวดลายการปักเย็บในรูปแบบเพชรซ้อนเพชร กระจังหน้าประดับด้วยขอบและแกนกลางโครเมียมสุดหรู สัญลักษณ์รูปตัว “B” สีดำบริเวณฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และล้อแม็กทั้ง 4 ล้อ จัดเต็มความหรูหราด้วยไฟหน้าและไฟท้ายแบบเมทริกซ์ LED ผลิตจากคริสตัลแท้

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

พร้อมสัมผัสความเร้าใจในการขับขี่ที่มากขึ้นด้วยพวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ต ผนวกกับอีกหนึ่งความประณีตและใส่ใจในรายละเอียดของเบนท์ลีย์กับการสลัก “Handbuilt in Crewe, England” บริเวณกาบบันได (Treadplate) และสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำกับหน้าจอแสดงผล Bentley Rotating Display

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

สำหรับระบบความปลอดภัย เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Bentley Continental GT V8) มาพร้อมกับระบบ Night Vision เทคโนโลยีอินฟาเรดที่ใช้ในตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้ารถในเวลากลางคืน เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"
 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

ระวังตกงาน เผย “10 อาชีพที่กำลังจะหายไป” ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472723

ระวังตกงาน เผย “10 อาชีพที่กำลังจะหายไป” ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

3 กรกฎาคม 2564 – 12:52 น.

ระวังตกงาน เผย “10 อาชีพที่กำลังจะหายไป” ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยและฉลาดมากขึ้นทุกวัน จนเริ่มสามารถทดแทนแรงงานในอาชีพต่าง ๆ กันได้แล้ว โดยเว็บไซต์ inc.com ก็ได้เปิดเผยข้อมูลถึงบางอาชีพที่ต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์อีก และเตรียมจะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ จะมีอาชีพไหนบ้าง มาดูกัน 

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

1. แคชเชียร์ > เครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ 

แม้แต่ในตอนนี้ เครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะซูเปอร์มาร์เกตในต่างประเทศ อย่างเช่น Amazon Go ที่ตอนนี้แทบไม่ต้องมีพนักงานแคชเชียร์เลยสักคนเดียว ขณะที่ในไทยก็เริ่มมีบางแห่งนำเข้ามาใช้ให้เห็นบ้างแล้ว 

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

2. คนส่งหนังสือพิมพ์ > E-Book

คนทุกวันนี้อ่านข่าวในรูปแบบกระดาษกันน้อยลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะข่าวจากหนังสือพิมพ์ เพราะหันไปเสพสื่อในช่องทางอื่นแทน อาทิ Social Media, เว็บไซต์ หรือ E-Book ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับบริการส่งหนังสือพิมพ์ที่น้อยลงไปมาก

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

3. เอเย่นต์ท่องเที่ยว > เว็บไซต์ท่องเที่ยว

ปัจจุบันเราสามารถเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองง่ายขึ้นผ่านเว็บไซต์หรือแอปฯ ต่าง ๆ ทำให้แทบจะไม่ต้องพึ่งเอเย่นต์ท่องเที่ยวกันแล้ว 

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

4. บริการเรียกรถแท็กซี่ > แอปฯ เรียกรถออนไลน์

อาชีพคนบริการเรียกรถแท็กซี่คงจะหายไปในอีกไม่ช้า และถูกแทนที่ด้วยแอปฯ เรียกรถต่าง ๆ อย่าง Uber หรือ Grab ที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยบริการที่สะดวกรวดเร็วกว่ามาก  

5. คนขับรถแท็กซี่ > รถยนต์ไร้คนขับ

เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ AI เข้ามาทำงานแทน ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ นวัตกรรมดังกล่าวคงจะเก่งจนสามารถเทียบคนจริง ๆ ได้แน่ ๆ ซึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ คงหนีไม่พ้นกลุ่มคนขับรถแท็กซี่  

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

6. นักข่าว > เทคโนโลยี AI

ปัจจุบันมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถดึง Big Data มาแปลงเป็นบทความ หรือข่าวสารได้แล้ว โดยไม่ต้องพึ่งนักข่าวเลย แถม AI ที่ว่านี้ยังสามารถพัฒนาความสามารถตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นไปได้ว่าในอีกไม่นานอาจจะสามารถทดแทนนักข่าวจริง ๆ ก็เป็นได้

7. ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย > ผู้ใช้งานทั่วไป 

เราจะเสียเงินจำนวนมากเพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญโซเชียลมีเดียไปทำไม เมื่อทุกวันนี้ทุกคนก็ใช้งานโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้อีกไม่นานทักษะด้านโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นอะไรที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ใช่ทักษะเฉพาะทางอีกต่อไป

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

8. พนักงานขายทางโทรศัพท์ > หุ่นยนต์

อาชีพนี้คงไม่ได้หายไปซะทีเดียว แต่จะเปลี่ยนจากพนักงานที่เป็นคนเป็น ๆ มาใช้หุ่นยนต์แทน ซึ่งประหยัดกว่า เพราะไม่ต้องมาคอยอบรมพนักงานใหม่บ่อย ๆ ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะโดนลูกค้าเหวี่ยงมาขนาดไหน หุ่นยนต์ก็สามารถรองรับอารมณ์ได้เป็นอย่างดี  

9. พนักงานสายผลิต > หุ่นยนต์

จะเห็นว่าตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เริ่มหันมาใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ในบางอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ก็แทบจะทดแทนแรงงานมนุษย์ได้ทั้งหมดแล้วก็มี และเชื่อว่าในอนาคต หากเทคโนโลยียังพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบนี้ หุ่นยนต์คงจะสามารถทดแทนมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

10. กรรมการผู้ตัดสิน > เทคโนโลยี VAR

บ่อยครั้งที่การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ มักจะมีดราม่าเกิดขึ้น จากผลตัดสินของกรรมการที่ดูไม่เป็นธรรม ทำให้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีอย่าง VAR ที่เป็นระบบบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการทำผิดกติกาเข้ามาช่วยให้กรรมการทำงานง่ายขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ว่าหากเทคโนโลยีตัวนี้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปเราอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งกรรมการที่เป็นคนเป็น ๆ อีกแล้วก็ได้

          แบบนี้หลายคนคงต้องรีบปรับตัวกันให้ไวแล้ว เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายง่ายขึ้น แต่เห็นไหมว่าอีกด้าน ก็อาจทำให้บางอาชีพหายไป จากการโดนเทคโนโลยีทดแทนได้เหมือนกัน