เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไก่แจ้ตัวเป็นๆ คู่บารมีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ คอหวยแห่ตีเลขเด็ดคึกคัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไก่แจ้ตัวเป็นๆ คู่บารมีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ คอหวยแห่ตีเลขเด็ดคึกคัก

11 กรกฎาคม 2563 – 17:25 น.

เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไก่แจ้ตัวเป็น ๆ คู่บารมีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ อ.แว่น เจ้าอาวาสให้อาศัยในศาลาโรงธรรมท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านแต่ไม่ตื่นกลัวแม้แต่น้อย-คอหวยไม่พลาดแห่ตีเลขเด็ด 195,197,295,297 เสี่ยงโชคคึกคัก

วันที่ 11 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษาที่ผ่านมา จนกระทั้งถึงวันนี้ 11 ก.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ต่อเนื่องอีก 2 วัน ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากแห่เดินทางมายังวัดเจดีย์ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อกราบไหว้ขอพรไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์สุดยอดกุมารเทพในยุคนี้ แม้เส้นทางคมนาคมจะค้นอข้างยากลำบาก โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักจากบ้านต้นเหรียง ต.เสาเภา -ไปยังถึงวัดเจดีย์ ระยะทางประมาณ 8 กม. ที่ถนนคับแคบชำรุดทรุดโทรมอย่างหนักทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยทางวัดต้องจัดเจ้าหน้าที่อาสาจราจรมาคอยระบายการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางมายังวัดเจดีย์ ในขณะที่สองข้างทางมีการก่อสร้างอาคารร้านค้า ร้านจำหน่ายสินค้าที่ใช้สำหรับการบนบานหรือแก้บนไอ้ไข่ รวมทั้งร้านอาหาร ร้านน้ำชา-กาแฟ เรียงรายตลอดสองข้างทาง ทำให้บรรยากาศตลอดทั้ง 4 เส้นทางที่มุ่งหน้าสู่วัดเจดีย์ เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวถือโอกาสแวะลงจับใช้จ่ายสอย เลือกซื้อสิ่งของเซ่นไหว้ เตรียมไปบนบานและแก้บน เช่น ลูกประทัด ตุ๊กตาไก่ ชุดทหาร และอื่น ๆ สร้างรายได้ให้กับทุกร้านวันละหลายหมื่นบาท

โดยเฉพาะหลายร้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงวัดเจดีย์จะขายดีเป็นพิเศษ แต่ร้านที่ขายดีที่สุดคือร้าน “บ่าวเอประทัด” ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาร้านที่จำหน่ายสินค้าเซ่นไหว้แก้บนได้ไข่วัดเจดีย์ ตั้งอยู่ริมถนนตรงข้ามกับทางเข้าวัดเจดีย์พอดีบริเวณร้านยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าทุกชนิดครบวงจรและราคาถูกกว่าร้านอื่น ๆ  ทำให้มีลูกค้าแห่เข้าไปซื้อมากที่สุด โดยมีนายวุฒิชัย ใจห้าว นางวรทยา ใจห้าว สองสามีภรรยาเจ้าของ “ร้านบ่าวเอประทัด” คอยให้บริการลูกค้าด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส

นายวุฒิชัย ใจห้าว กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษาวันที่ 4-8 ก.ค. 2563 มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ไอ้ไข่วัดเจดีย์รวมแล้วไม่น้อยกว่า 150,000 คน และในช่วงวันวันที่ 9 -10 ก.ค. แม้จะเป็นวันทำงานหลังหยุดยาว 4-5 วันแต่ยังมีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ไอ้ไข่วัดเจดีย์วันละไม่น้อยกว่า 10,000 คน และในวันนี้ (11 ก.ค.) ตั้งแต่เช้าตรู่มีผู้คนหลั่งไหลมายังวัดเจดีย์ เพื่อกราบไหว้ขอพรไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ สุดยอดกุมารเทพ คาดว่าในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดกเสาร์-อาทิตย์จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาวัดเจดีย์ไม่ต่ำกว่าวันละ 30,000 คน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นอกจากผู้คนจะแห่เดินทางมากราบไหว้ขอพระไอ้ไข่วัดเจดีย์ ภายในวัดเจดีย์ยังมีต้นตะเคียนยักษ์ยืนต้นตาย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ตะเคียนตายพรายW ซึ่งเชื่อกันว่ามีวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้บูชาคู่กันกับรูปปั้นไอ้ไข่ โดยเฉพาะยิ่งใกล้วันหวยออกทั้งชาวบ้านและคอหวยจากทั่วทุกสารทิศแห่กันมากราบไหว้ไอ้ไข่และใช้แป้งทาลูบหาเลขเด็ดจากท่อนตะเคียนตายพราย เพื่อขอเลขเด็ดไม่ขาดสายตลอดทั้งวันซึ่งต่างก็ได้เลขเด็ดกันไปต่าง ๆ นา ๆ ตามความเชื่อและโชคลาภของแต่ละคน

“อย่างไรก็ตามมีชาวต่างประเทศจำนวนหลายรายที่เคยเดินทางมาบนบานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ได้ถือโอกาสพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น  เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)โดยเจ้าอาวาสจะออกมานั่ง ในศาลาโรงธรรมข้างโบสถ์เพื่อต้อนรับและสั่งเกตุการณ์ อำนวยการการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยผู้คนต่างแปลกใจที่ภายในศาลาโรงธรรมดังกล่าวมีไก่แจ้ตัวหนึ่ง เพศผู้ อายุประมาณ 5-6 ปี สีแดงสลับดำ มีหงอนสีแดง ขนาดใหญ่ เดือย 2 ข้างแหลมและยาวกว่า 1 นิ้ว จะเดินเล่นวนเวียนอยู่ในศาลโรงธรรมและมักจะเดินตามพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรือ”พระอาจารย์แว่น”ไม่ยอมห่างและไม่มีท่าทีตื่นกลัวผู้คนแม้แต้น้อย”

ในขณะที่พระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น  เจ้าอาวาสวัดเจดีย์(ไอ้ไข่)กล่าวว่า คาดว่าเจ้าไก่แจ้ตัวดังกล่าวเป็นไก่แจ้ที่มีคนนำมาแก้บนแล้วปล่อยไว้ในวัด มันจึงเข้ามาอาศัยอยู่ในศาลาโรงธรรมข้างโบสถ์แห่งนี้ เท่าที่ตรวจสอบพบว่ามันค่อยข้างจะคุ้ยเคยกับผู้คน ไม่แตกตื่นตกใจแม้ในแต่ละจะมีผู้คนเดินทางเข้ามาในวัดจำนวนมาก เชื่อว่าเดิมทีเจ้าไก่แจ้ตัวนี้เจ้าของเดิมคงเลี้ยงไว้สำหรับการขึ้นราวแข่งขันและน่าจะเคยลงสนามแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง เพราะที่ขาขวายังมีเชือกถักบ่วงผูกติดอยู่  อาตมาจึงอนุญาตให้มันอาศัยอยู่ตามประสาของมันมานาน 4-5 ปีแล้ว แม้มันจะเดินพ่านพ่านไปทั่วแต่ก็ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวเลย มันน่ารักอีกต่างหาก รูปร่างรูปทรงและสีสันต์สวยสง่าดูน่าเกรงขาม

“ผลกระทบจากเจ้าไก่แจ้ตัวนี้มีอยู่อย่างเดียวคือมันจะถ่ายขี้อออกมาตามจุดต่าง ๆ อาจจะดูสกปรกเรี่ยราด จนเจ้าหน้ที่ของวัดพยายามจะนำเจ้าไก่แจ้ไปล่อยในจุดอื่นๆ แต่มันจะเดินกลับมาอาศัยอยู่ในศาลาโรงธรรมเหมือนเดิม อาตมาจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ปล่อยให้มันอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมแห่งนี้ตามสบายและตามธรรมชาติของมัน พร้อมสั่งห้ามไม่ต้องไปหยิกไล่มันอีก ทุกวันนี้ไก่แจ้ตัวนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวัดเจดีย์ไอ้ไข่ หรือ “ไก่แจ้คู่บารมีได้ไข่” ไปโดยปริยาย ส่วนปัญหาเรื่องขี้ไก่ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ อาตมาและเจ้าหน้าที่ก็คอยเอากระดาษทิชชู่คอยเช็ดออก ก็ไม่ได้สร้างความลำบากยากเย็นอะไรมากนัก” พระอาจารย์แว่นกล่าวอย่างเมตตาสงสาร

คอหวยในพื้นที่คนหนึ่ง กล่าวว่า ไก่แจ้ตัวนี้มีความพิเศษหลาย ๆ อย่างที่ไม่เหมือนกับไก่แจ้ทั่ว ๆ ไป มันจะเดินวนเวียนอยู่ภายในศาลาโรงธรรมอย่างไม่ตื่นกลัวผู้คน ไม่สะทกสะท้าน และดูทระนงองอาจ เหมือนกับว่ามันเป็นเจ้าของโรงธรรมโดยมันดูจะให้เคารพย่ำเกรงพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) มากกว่าพระภิกษุ สามเณรหรือเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ และจะชอบไปยืนหน้าภาพถ่ายพระครูเจติยาภิรักษ์ หรือ พระอาจารย์เทิ่ม อดีตเจ้าอาวาสผู้จัดสร้างเหรียญไอ้ไข่เด็กดวัดเจดีย์ รุ่นแรก และภาพไอ้ไข่ที่วางอยู่หลังพระพุทธรูป และไก่แจ้ตัวนี้มันจะไม่ขันพร่ำเพรื่อเหมือนไก่แจ้ทั่วๆไป แต่หากเป็นวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามันจะโก่งคอขันเสียงไพเราะเพราะพริ้งอย่างมาก  จนหลายคนเชื่อว่าไก่แจ้งตัวนี้เป็นไก่แจ้คู่บารมีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์อย่างแท้จริง และสอดคล้องกับความเชื่อและความนิยมที่มีการนำตุ๊กตาไก่มาถวายแก้บนไอ้ไข่ จนตุ๊กตาไก่ขนาดต่าง ๆ หลายแสนตัววางเรียงรายเต็มพื้นที่วัดนับ 100 ไร่ ในขณะที่บรรดาคอหวยเคยนับจำนวนเสียงที่ไก่แจ้ตัวนี้ขันไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่และหวยใต้ดินถูกกันมาหลายครั้งแล้ว สำหรับในงวดนี้มีคนที่เดินทางมาที่วัดเจดีย์ ในช่วงเทศกาลอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ที่ผ่านมาตีเลขเด็ดไก่แจ้ตัวนี้ เช่น เลข 195,295 197,297 เป็นต้นนำไปเสี่ยงโชคอย่างคึกคักเช่นกัน”.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 11 กรกฎาคม 2563 – 00:00 น.

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 

ช่วงก่อนวันเข้าพรรณษา นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีร่วมกับ อาจารย์เอมมี่ เทพนิมิตต์ จัดกิจกรรมในวันนี้เป็นเส้นทางบุญครั้งที่ 26 ของอาจารย์เอมมี่ เทพนิมิตต์ เรามาที่จังหวัดชัยนาทภายใต้ concept ที่ว่า “ถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดีที่จังหวัดชัยนาท”


นางจิรารัตน์ มีงามผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีเปิดเผยว่าจังหวัดชัยนาทเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคกลางเป็นจังหวัดเล็กๆแต่จริงๆ มีความเป็นมาอันยาวนานทางประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่าวัดวาอารามมีจำนวนมากไม่แพ้จังหวัดใดในภาคกลาง  แต่ยิ่งกว่านั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ มีความเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างที่อาจารย์เอ็มมี่ไปสำรวจมาแล้วจะรู้ว่าแต่ละแห่งมีจุดเด่นมีความสำคัญไม่เหมือนกันหลายคนอาจจะรู้จักวัดเพียงไม่กี่วัดที่มีชื่อเสียง  แต่จริงๆ มีวัดที่เล็กๆ วัดที่สำคัญกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ มากมายแล้วก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันด้วยถ้ามีโอกาสอย่างไรก็ตามนะคะ ถ้าเราสามารถเที่ยวได้ ไปชมได้ ไปสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ทุกวัดเลยก็ยิ่งดีค่ะ มาคราวนี้อาจารย์เอ็มมี่พาไปทั้งหมด 6 วัด เป็นวัดที่สำคัญทั้งสิ้นซึ่งก็มีวัดอื่นๆ อีกในเส้นทางบุญครั้งที่ 26  ครั้งนี้เพิ่งมาจังหวัดชัยนาทเป็นครั้งแรกและจะมีครั้งต่อไปอีกเพราะว่ามีวัดอื่นๆ อีกมากมาย

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


กิจกรรมในครั้งนี้เราเน้นการให้คนได้เข้าวัดวาอาราม ได้รู้จักหลักธรรมของศาสนา ได้รู้จักศิลปะตามยุคตามสมัย เพราะจังหวัดชัยนาทเป็นจังหวัดที่เก่าแก่ที่แฝงซ่อนเร้นไปด้วยอารยธรรมหลายสมัย ไม่ว่าจะเป็นอารยธรรมลพบุรี อารยธรรมอยุธยา และอารยธรรมสุโขทัย แต่ละวัดมีความก่าแก่ที่ซ่อนลึกมาก ซึ่งจะต่างจากจังหวัดอื่นตรงที่ว่าจังหวัดชัยนาทมีศิลปะลึกและซ่อนไว้อยู่ “ถ้าเป็นจังหวัดอื่นเขาจะมีเส้นทางที่เปิดเผย” แต่จังหวัดชัยนาทเป็นเมืองเล็กๆ ก็จะเป็นที่เส้นทางที่ไม่ถูกเปิดเผยยิ่งนัก แต่ว่าตอนนี้จังหวัดชัยนาทนี้ได้เริ่มที่จะเปิดและหันมาโปรโมตจังหวัดตัวเองให้คนมาท่องเที่ยวในเชิงศาสนามากขึ้น แล้วก็วัตถุมงคลจากเกจิดังๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อหลายๆ วัด อาทิ หลวงพ่อย้อย-วัดทรงเสวย, หลวงปู่ศุข-วัดปากคลองมะขามเฒ่า,หลวงปู่นะ-วัดหนองบัว

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


วัดที่เรามาในวันนี้เก่าๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น “วัดป่าสัก” เป็นวัดแรก เกจิอาจารย์ชื่อดังนั่นก็คือ “หลวงพ่อกำจัด” ตอนนี้ท่านยังคงมีชีวิตอยู่ มาวัดที่สองคือ “วัดพระบรมธาตุ” พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาสก็เป็นคณะจังหวัดเป็นพระเถรานุเถระใหญ่ที่ผู้คนนับถือมาก แล้วมาวัดที่สาม “วัดทรงเสวย” ซึ่งเป็นวัดตามรอยประพาสต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 ที่ได้เคยเสด็จประพาสต้นและค้างอ้างแรมที่นี่และทรงเสวยพระกระยาหารร่วมกับพระราชโอรสและข้าราชบริพารที่นี่ เขาจึงเรียกว่า “วัดทรงเสวย” คนจึงนิยมมาที่วัดทรงเสวยเพราะมีความเชื่อกันว่าถ้าได้มากินอาหารที่วัดทรงเสวยเมื่อกลับไปจะได้มีความสุข ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


เสวยสุขอิ่มหมีพีมัน อายุมั่นขวัญยืน ที่วัดก็จะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่หมายถึงอายุวัฒนะอายุมั่นขวัญยืน จากนั้นวัดที่สี่เป็น “วัดพระแก้ว” วัดพระแก้วเป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากนะครับ เรียกว่าเป็นราชินีของเจดีย์ในเอเซียอาคเนย์ได้ “หลวงพ่อพระฉาย” เป็นหลวงพ่อพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิิ์ เป็นศิลปะร่วมสมัยขอมที่เข้าสู่อู่ทอง จะมีการสลัก “ทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในภาพกลับหัว” เพราะว่าการที่ทรงช้างเอราวัณของพระอินทร์ เพราะมีความเชื่อกันว่าพระอินทร์ทรงบันดาลทุกสิ่งทุกอย่าง เจดีย์องค์นี้หมายถึงเจดีย์เก็จแก้วมณี

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


ผู้คนเดินทางมาขอที่นี่มักจะขอเรื่องอาชีพหน้าที่การงาน การเงิน ขอพรแล้วมักจะจะสำเร็จ “หลวงพ่อพระฉาย”  จะให้ตามความต้องการ ที่วัดพระแก้วแห่งนี้ถ้าเราย้อนรอยไปดูอาณาจักรหริภุญชัยในสมัยเจ้าแม่จามเทวี จะเห็นได้ว่าเจดีย์จะคล้ายกันมาก


จากนั้นมาต่อวัดที่ 5 “วัดมหาธาตุ” จะสังเกตได้ว่าชื่อวัดมหาธาตุจะมีอยู่ทุกจังหวัด สังเกตได้ง่ายว่าจังหวัดไหนที่มีอารยธรรมที่เก่าแก่มักจะมีชื่อวัดมหาธาตุอยู่ในจังหวัดนั้น

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


นั่นก็คือเป็นวัดที่มีพระบรมสารีริกธาตุอันยิ่งใหญ่เขาจึงเรียกว่าวัดมหาธาตุ ที่วัดแห่งนี้จะมี “หลวงพ่อพระหมอ” เป็นหลวงพ่อที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บคนเป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรมาบนบานสานกล่าวหรือมาขอพรจากท่านแล้ว มีความเชื่อกันว่ามักจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ชาวชัยนาท อำเภอสวรรคบุรี ต่างมีความเชื่อและนับถือเป็นอย่างมาก


ที่วัดแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่ร่วมสมัย โดยผสมผสานอารยธรรมลพบุรี อู่ทองและสุโขทัยมารวมกันอยู่ที่นี่ หากคุณได้มาที่วัดมหาธาตุ อำเภอสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาท คุณจะนึกว่าคุณได้กลับไปอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยน้อยๆ เลยนะครับ ที่ด้านหลังจะมีวิหารคล้ายกับที่จังหวัดสุโขทัย พอเราขอพรจากหลวงพ่อพระหมอเสร็จ เราก็มาเข้าสู่ “วัดโพธาราม” เป็นวัดที่ 6 ซึ่งวัดโพธารามจะอยู่ตรงกันข้ามกับวัดมหาธาตุ เรียกว่าอยู่คนละซอย แต่ว่าอารยธรรมไม่ทิ้งกันเลยเพราะว่าที่นี่ได้ขุดค้นพบ “พระหิน” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะทาวารวดีอันเก่าแก่มีอายุเป็นพันปี ซึ่งเชื่อกันว่า มีสักการะที่พระหินองค์นี้จะทำให้เรามีจิตใจที่กล้าแกร่งใครที่มีความทุกข์ มีความน้อยเนื้อต่ำใจ ให้มาขอพรท่านจะเกิดความมุมานะเกิดขึ้น และเขาเชื่อกันว่า “หลวงพ่อหิน” จะบันดาลโชคขอพรสิ่งใดมักจะประสบความสำเร็จ เป็นที่เลื่องลือในเรื่องความประสบความสำเร็จ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณจะต้องมาสัมผัสเอง

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


นอกจากหลวงพ่อหินแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ “หลวงพ่อผอม”เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่า “หลวงพ่อผอม” แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านละแวกนี้ได้ประจักษ์จากคนใกล้จะเสียชีวิตเข้าโรงพยาบาลในอาการโคม่า เขาเชื่อกันว่าหลวงพ่อผอมไปเข้าฝันและรักษาคนๆ นั้นจนหาย และหากใครมาบนบานสานกล่าวกับหลวงพ่อผอมก็หายป่วย นั่นก็เลยเป็นที่มาที่ไปว่า ใครได้มาขอพรจาก “หลวงพ่อผอม” ก็จะมีแต่ความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรงอายุมั่นขวัญยืน อาจารย์เอมมี่อยากจะบอกว่าทริปเส้นทางบุญครั้งที่ 26 ครั้งนี้เป็นทริปแห่งสุขภาพ อย่างวัดพระบรมธาตุ-มีบ่อน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนเชื่อกันว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ เพราะเป็นบ่อน้ำทิพย์ที่มีอายุมากกว่า 1,100 ปี เพราะสร้างตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย อยากจะบอกว่าทริปครั้งนี้เป็นทริปเส้นทางบุญเพื่อตามรอยอารยะแห่งพุทธะและเพื่อสุขภาพ หรือที่เรียกว่า “พุทธะเทวะวารีบำบัด” นั่นเอง


ในทริปครั้งต่อไปอาจารย์เอมมี่ เทพนิมิตต์คิดว่าถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนกันยายนจะทำทริปไปไหว้พระที่จังหวัดลพบุรีเพราะมีวัดที่อยู่นอกเมืองลพบุรีแต่มีความสำคัญมาก แล้วถัดจากนั้นก็จะมีทริปต่อไปที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นทริปแห่งการถือศีลกินเจ ซึ่งก็จะเป็นทริปเพื่อสุขภาพอีกนั้นแหละ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นทริปของอาจารย์เอมมี่เป็นการทำบุญไหว้พระเสริมสิริมงคลตามความเชื่อแล้ว

ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 
ได้เที่ยวได้บุญกับการถวายพระประทีปและผ้าอาบพรรษามหามงคล เพื่อรับความสุขแบบนี้ดี๊ดี 


เรายังเน้นในเรื่องเพื่อสุขภาพอีกด้วย ให้จับต้องได้ในทริปที่เราทำเส้นทางการท่องเที่ยวแห่งนี้ นอกจากจะได้รับความสุขกายสุขใจแล้วเรายังได้รับความรู้ด้านอารยธรรมประวัติศาสตร์เพราะฉะนั้นผู้ที่ร่วมทริปกับอาจารย์เอมมี่ จะได้รับพลังความรู้ พลังแห่งความเชื่อ พลังแห่งสุขภาพ ซึ่งครบครันลงตัวกับชีวิตมากเลยครับ
#ชัยนาทเมืองน่ารัก #เที่ยวภาคกลาง

เฮงยิ่งกว่าถูกหวย ตำรวจน้ำดีเก็บกระเป๋าเงินร่วมแสน ส่งคืนเสี่ยรับเหมาหลังทำตกหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เฮงยิ่งกว่าถูกหวย ตำรวจน้ำดีเก็บกระเป๋าเงินร่วมแสน ส่งคืนเสี่ยรับเหมาหลังทำตกหาย

เฮงยิ่งกว่าถูกหวย ตำรวจน้ำดีเก็บกระเป๋าเงินร่วมแสน ส่งคืนเสี่ยรับเหมาหลังทำตกหาย10 กรกฎาคม 2563 – 22:13 น.

เฮงยิ่งกว่าถูกหวย ตำรวจน้ำดีเก็บกระเป๋าเงินร่วมแสน ส่งคืนเสี่ยรับเหมาหลังทำตกหาย และได้นำพระเครื่องหลวงพ่อนาค วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและเหรียญพญาครุฑ ของหลวงพ่อวราห์ วัดโพธิ์ทอง มามอบให้เพื่อเป็นสินน้ำใจ

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 10 ก.ค. 63. ขณะที่ ร.ต.ต.ประยงค์ ตรีอินทอง รอง สว.จร.งานสายตรวจ3 กก.1 บก.จร. (คู่ขนานลอยฟ้า) รหัสหมวก ธน 1-55 กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่บริเวณทางขึ้นคู่ขนานลอยฟ้า (ตลิ่งชัน) มุ่งหน้าฝั่งพระนคร มีประชาชนที่ใช้ทางแจ้งว่าพบสิ่งของตกอยู่บนถนนเชิงทางขึ้น จึงรุดไปตรวจสอบพบกระเป๋าหนังแบบยาว สีดำ ภายในมีธนบัตรโผล่ออกมาด้านนอก จึงได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนเก็บมาตรวจสอบพบว่าภายในมีธนบัตรอยู่จำนวนมาก จึงได้นำเข้ามาที่ สน.คู่ขนานลอยฟ้า เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดโดยพบว่ามีธนบัตร ฉบับละ 1,000 บาท มีสายรัดเรียบร้อย จำนวน 70,000 บาท นอกจากนี้ยังธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท และ 100 บาท อีก 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น 80,000 บาท อยู่ในกระเป๋าโดยพบบัตรประชาชนและใบอนุญาตขับขี่เจ้าของ ทราบชื่อคือ นายพงศ์ศักดิ์ อุดมศิริโภคศัย อายุ 39 ปี ที่อยู่ ซอยเทอดไท 19 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม. จึงรีบติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อแจ้งให้มารับทรัพย์สินดังกล่าวคืน

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน นายพงศ์ศักดิ์ เจ้าของกระเป๋าได้เดินทางมาที่ สน.คู่ขนานลอยฟ้า เพื่อเเสดงตนรับทรัพย์สินคืน โดยเจ้าตัวกล่าวว่า ตนเองทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เมื่อวานเดินทางติดต่อกับลูกค้าหลายเจ้าจนกลับถึงบ้านยามดึกพบว่ากระเป๋าเงินหายไป ทีแรกพยายามคิดย้อนกลับไปว่าตลอดทั้งวันได้เดินทางไปที่ไหนมาบ้าง แต่คิดไม่ออกและไม่คาดว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว กระทั่งช่วงเช้าวันนี้มีตำรวจโทรศัพท์มาบอกให้มารับกระเป๋าคืนก็ดีใจมาก จากพิกัดที่ตำรวจเก็บได้เชื่อว่ากระเป๋าน่าจะหล่นตอนสามทุ่ม ซึ่งก่อนหน้านั้นตนคงคุยโทรศัพท์และลืมนำกระเป๋าเงินวางไว้ท้ายกระโปรงรถยนต์ก่อนขึ้นรถขับขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าทำให้ทรัพย์สินตกหล่นบนเส้นทางการจราจรดังกล่าว “ตนเองรู้สึกดีใจมากๆ และรู้สึกดีที่ประเทศของเรามีคนดีๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดีๆ อยู่อีกมากมาย ตนเองขอขอบคุณผู้ที่แจ้งตำรวจและขอบคุณพี่ตำรวจท่านนี้อย่างมาก  โดยตนได้นำพระเครื่องหลวงพ่อนาค วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและเหรียญพญาครุฑ ของหลวงพ่อวราห์ วัดโพธิ์ทอง มามอบให้เพื่อเป็นสินน้ำใจและให้กำลังใจกับพี่ตำรวจท่านนี้ด้วย” นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้าน ร.ต.ต.ประยงค์ กล่าวว่า “ตนเองถือคติว่า สิ่งของใดที่ไม่ใช่ของเราอย่าไปอยากได้ และ เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ที่ผ่านมาชอบทำงานปิดทองหลังพระมากกว่า ใช้ชีวิตกินอยู่อย่างเรียบง่ายซึ่งจากนี้ จะมอบทรัพย์สินคืนให้เจ้าของ”  โดยมี ร.ต.ต.วิวัฒน์ กาญจนโรมนต์ รอง สว.(สอบสวน) งาน 3 กก.1 บก.จร.(คู่ขนานลอยฟ้า) ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อไป.

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก กทม.

หัวหน้า ปณ.ปง ยืดอกยอมรับผิด กรณีทำหวยหลุด วอนเข้าใจไม่มีเจตนาทุจริต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หัวหน้า ปณ.ปง ยืดอกยอมรับผิด กรณีทำหวยหลุด วอนเข้าใจไม่มีเจตนาทุจริต

10 กรกฎาคม 2563 – 18:04 น.

หัวหน้า ปณ.ปง ยืดอกยอมรับผิด กรณีทำหวยหลุด วอนเข้าใจไม่มีเจตนาทุจริต พร้อมขอโทษสังคมและพร้อมรับผิดชอบในความผิดพลาด

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มีการโพสต์ภาพลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ซึ่งมีผู้ซื้อที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทยสาขา อ.ปง จ.พะเยา ซึ่งตามปกติต้องเป็นงวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 จนเป็นข่าวเกรียวกราว และสังคมตั้งคำถามมากมากมายว่าเป็นลอตเตอรี่จริงหรือไม่ และถ้าเป็นของจริงสามารถในไปตรวจในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ตามที่ระบุไว้ในลอตเตอรี่ได้หรือไม่ คนจ่ายหรือคนขายจะมีความผิดหรือไม่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่แผงขายลอตเตอรี่หน้าบริเวณธนาคารกรุงไทยสาขา อ.ปง ทันที ทราบจากแม่ค้าในบริเวณข้างเคียงกับเจ้าที่ขายลอตเตอรี่ใกล้กันกับคนที่ถูกนำไปโพสต์ เล่าว่านางเอ (นามสมมุติ) แม่ค้าที่ขายล็อตตารี่ไปนั้น ได้รับลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวจากลูกสาวที่ กทม.ส่งมาให้ 1 ชุดหรือ 500ใบ ก่อนที่จะนำมาแบ่งขายจนเกิดเรื่องดังกล่าว พอรู้ว่ามีเรื่องนางเอ เลยไม่มาขายลอตเตอรี่ในวันนี้ แต่โดยปกติผู้ค้าฉลากจะไปรับฉลากจาก ปณ.ปง ตั้งแต่วันที่ 5 ของทุกเดือน และนำไปจำหน่ายทันที ลอตเตอรี่ที่มีปัญหาถูกขายไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม และถูกนำไปโพสต์นั้น ซึ่งผู้ขายก็พยายามขอเรียกคืนและคืนเงินเต็มจำนวนไป 1ชุด ในขณะเดียวกันคนไม่คืนก็นำไปโพสต์เพราะต้องการทราบที่มาหรือต้นตอว่าได้มาอย่างไร จนกลายเป็นประเด็นในโซเชียล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านนายนิรันดร์ เมฆวิมลมาศ หน.ไปรษณีย์ปง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การที่แม่ค่าลอตเตอรี่ บอกว่ารับลอตเตอรี่ดังกล่าวมาจาก กทม.นั้น ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ลอตเตอรี่ที่ถูกนำไปโพสต์ เป็นลอตเตอรี่ ของจริงและถูกจ่ายออกไปจริงจากสำนักงานไปรษณีย์อ.ปง โดยตนเองเป็นคนจ่ายให้ผู้ค้าเองด้วยความไม่รอบคอบและไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่น เมื่อทราบข่าวแล้วรู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมากในความไม่รอบคอบของตนเอง และน้อมรับผิดโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมยอมรับสิ่งที่จะตามมาทั้งเรื่องการลงโทษขององค์กรหรือการรับโทษปรับจากกองสลาก ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าจะมากน้อยเพียงใด แต่พร้อมรับผิดชอบในความไม่รอบคอบพลั้งเผลอนั้น 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

ลิงกังประจวบฯ เฮ ได้งานใหม่ หลังโดนแบนเก็บมะพร้าว เผยค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลิงกังประจวบฯ เฮ ได้งานใหม่ หลังโดนแบนเก็บมะพร้าว เผยค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่น

ลิงกังประจวบฯ เฮ ได้งานใหม่ หลังโดนแบนเก็บมะพร้าว เผยค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่น 10 กรกฎาคม 2563 – 15:20 น.

ลิงกังประจวบฯ เฮ ได้งานใหม่ หลังโดนแบนเก็บมะพร้าว เผยค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่น NEW NORMAL ลิงกังประจวบฯ เลิกเก็บมะพะร้าว รับจ้างเฝ้าศาลากลางจังหวัด ป้องกันฝูงลิงแสมจากเขาช่องกระจกรื้อหลังคา

จากกรณี กรณีสหภาพยุโรปและองค์กรพิทักษ์สัตว์ ( PETA ) รณรงค์ ไม่ให้ใช้กะทิแปรรูปจากประเทศไทย เนื่องจากมีการใช้ลิงกังในการเก็บมะพร้าว ว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ขณะที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการนำลิงกัง มาเฝ้าเพื่อป้องกันการรื้อหลังคาของฝูงลิงแสมจากเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังนานหลายสิบปี หลังจากศาลากลางหลังเก่าเป็นอาคารไม้ ถูกลิงแสมกว่า 2,000 ตัว รุมรื้อกระเบื้องหลังคา ฝ้าเพดาน เข้าไปรื้อค้นสิ่งของภายในสำนักงาน ทำให้หน่วยราชการต้องย้ายออกไปจากอาคารทั้งหมดและละอยู่ระหว่างการใช้งบประมาณกว่า 7 ล้านบาท จากสำนักงานจังหวัดเพื่อซ่อมแซม

วันที่ 10 กรกฎาคม นายเอกดนัย ช่วยทิพย์ อายุ 27 ปี ชาว ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ อาชีพรับจ้างนำลิงกังเฝ้างาน เปิดเผยว่า เลี้ยงลิงกังมานานกว่าสิบปี ในพื้นที่นอกจากลิงกังที่ขึ้นมะพร้าว ที่ผ่านมาได้นำลิงกังไปเฝ้าในงานแสดงสินค้า โดยเฉพาะพื้นที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ รอบพื้นที่เขาช่องกระจก เช่น งานกาชาดจังหวัด งานประจำปีวัดธรรมิการาม งานแสดงสินค้าเกษตร งานเทศกาลออกพรรษา แต่ละครั้งจะมีคาราวานร้านค้าจำนวนมากที่ประสบปัญหาลิงแสมจะลงจากเขาช่องกระจก รื้อทำลายสิ่งของภายในเต้นท์ สร้างความเสียหาย ผู้จัดงานจึงจ้างลิงกังเฝ้าบริเวณจัดงาน โดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายวัน เนื่องจากกลิ่นสาปของลิงกังส่งผลให้ลิงแสมไม่เข้าใกล้เพราะกลัวการถูกกัด เนื่องจากกังมีลักษณะตัวใหญ่กว่า เขี้ยวแหลมคม และดุร้ายติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายเอกดนัย กล่าวว่า สำหรับศาลากลางหลังเก่า หน่วยงานในจังหวัดได้ว่าจ้างลิงกังมาเฝ้าเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ผู้รับเหมาทำการปรับปรุงหลังคาและฝ้าเพดาน โดยตนได้นำลิงกัง 4 ตัว ค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่นบาท ทำสัญญาจ้าง 3 เดือน ประจำจุดที่ข้างศาลากลางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก พร้อมนำแผงเหล็กและเชือกมาล้อมบริเวณ พร้อมเขียนข้อความระวังอันตรายลิงกังกัด เนื่องจากลิงกังจะมีความดุร้ายกับคนแปลกหน้า และบางครั้งมีคนมาแกล้งทำให้ถูกลิงกังเข้าทำร้ายตามสัญชาติญาณป้องกันตัวของสัตว์ป่า การนำลิงกังมาเฝ้าศาลากลาง คนเลี้ยงต้องมาดูแล เพื่อไม่ให้กังรู้สึกเหงา หรือแปลกถิ่น และต้องให้น้ำให้อาหารครบทุกมื้อ โดยเฉพาะน้ำดื่ม ลิงกังที่เลี้ยงไว้ชอบกินน้ำใหม่ทุกครั้ง เมื่อเทน้ำใส่ภาชนะก็จะกินแค่ครั้งเดียวและยกคว่ำเทน้ำทิ้ง ทำให้ต้องเทน้ำให้กินบ่อย ๆ เพื่อป้องกันร่างกายสะสมความร้อนจากสภาพอากาศ

ภาพ/ข่าว พอใจ จันทนา ข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์

ไอเดียเก๋ ก๋วยเตี๋ยวกะละมัง อร่อยเกินคุ้ม ลูกค้าแน่นสร้างรายได้ร่วมหมื่นต่อวัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไอเดียเก๋ ก๋วยเตี๋ยวกะละมัง อร่อยเกินคุ้ม ลูกค้าแน่นสร้างรายได้ร่วมหมื่นต่อวัน

ไอเดียเก๋ ก๋วยเตี๋ยวกะละมัง อร่อยเกินคุ้ม ลูกค้าแน่นสร้างรายได้ร่วมหมื่นต่อวัน10 กรกฎาคม 2563 – 14:19 น.

เจ้าของร้านผุดไอเดียกินแบบที่บ้านก๋วยเตี๋ยวกะละมังชามยักษ์อร่อยเกินคุ้มลูกค้าแห่ชิมสร้างรายได้หลายพันบาทต่อวัน

วันที่ 10 กรกฏาคม 2563 ร้านก๋วยเตี๋ยวช่างชัย (ก๋วยเตี๋ยวล้นชาม) ตั้งอยู่ที่ 153 หมู่ 17 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ร้านก๋วยเตี๋ยวผุดไอเดียกินแบบที่บ้านโดยนำชามกะลังมังขนาดใหญ่ใส่เป็นภาชนะเป็นก๋วยเตี๋ยวชามกะละมังยักษ์ที่สามารถรับประทานได้ทั้งครอบครัวแถมราคาไม่แพงอย่างที่คิด สำหรับร้านนี้ใครมาอิ่มทุกรายและราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

นายมงคลชัย เพชรคุ้ม อายุ 41 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า  เปิดมานานกว่า 15 ปีเดิมประกอบอาชีพทำงานบริษัท ผันชีวิตมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวล้นชามกะละมังชามยักษ์ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 30 บาทจนถึง 150 บาท รายได้เฉลี่ยตกวันละ6,000-7,000บาท/วัน จุดเด่นของร้าน คือ ชามกะละมัง ซึ่งไอเดียเก๋ๆ นี้ มาจากเกิดการขชื่นชอบการกินในครอบครัว จึงคิดนำชามกะลังชามยักษ์ มาใส่ก๋วยเตี๋ยวขาย ทำให้ลูกค้าชอบติดใจในชามกะละมัง และมีอาหารตามสั่ง เริ่มต้นอยู่ที่จานละ 30 บาท จนถึง 50 บาท มีเมนูเด็ด กระเพราเนื้อเปื่อยกระเพราหมูตุ๋น จะเตรียม หมักเครื่องและตุ๋น ก่อนล่วงหน้า 1 วันจากนั้นก็ต้มแล้วก็เช้ามาเตรียมเนื้อจะหอมนุ่มกลมกล่อม นุ่มใน จุดเด่นของร้าน กับบรรยากาศวันวานสไตล์แบบย้อนยุคติดทุ่งนา สถานที่ตั้งของร้านทางบ้านบุ่งบึงสาธารณะสีคิ้ว ติดหลังบ้านพ่อพญาสี่คิ้ว เบอร์โทรศัพท์  0 9 8- 0 9 6 3 1 7 1 เวลาเปิดทำการ 09.00 น. ถึง 18.00 น. เปิดทุกวัน บริการส่งนอกสถานที่ในบริเวณอำเภอสีคิ้ว และรับจัดงานนอกสถานที่ด้วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ภาพ/ทีมข่าวสีคิ้ว-สูงเนิน ข่าว/ณัฐพงศ์ อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

อุทัยธานีแล้งจัด ชาวบ้านสุดจนต้องพึ่งพิธีโบราณ “คาถาปลาช่อนเรียกฝน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อุทัยธานีแล้งจัด ชาวบ้านสุดจนต้องพึ่งพิธีโบราณ “คาถาปลาช่อนเรียกฝน”

10 กรกฎาคม 2563 – 11:46 น.

อุทัยธานีแล้งจัด ชาวบ้านสุดจนต้องพึ่งพิธีโบราณ “คาถาปลาช่อนเรียกฝน” พิธีโบราณที่เรียกฝนเวลาแล้ง แทนการแห่นางแมว ซึ่งเชื่อว่าฝนจะตกหลังจากการทำพิธีภายใน 1-2 วัน

วันที่ 10 ก.ค.63 ที่วัดโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี นายอดุลย์ กลั่นเขตรกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี  ร่วมกับ ชาวบ้านในพื้นที่ ประกอบพิธีเรียกฝน ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป ทำพิธีสวดคาถาปลาช่อน ตามความความเชื่อโบราณที่ยึดถือปฏิบัติกันมาช้านานว่าพิธีดังกล่าว จะสามารถเรียกหรือขอฝนให้ตกลงมาในพื้นที่ได้ สืบเนื่องจากช่วงนี้แม้จะเข้าสู่ฤดูของหน้าฝน แต่ในพื้นที่ตำบลโคกหม้อนั้น กลับไม่มีฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ในพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำใช้เพื่อการเกษตรได้ดีเท่าที่ควร จึงได้ร่วมกันทำการประกอบพิธีเรียกฝนหรือขอฝนดังกล่าว เพื่อให้ในพื้นที่มีน้ำใช้ในทางการเกษตร ให้เกษตรกรได้ประกอบอาชีพทำการเกษตร มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

โดย นายอุ่น วารี อายุ 68 ปี รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่หลายๆคน กล่าวว่า ปีนี้ในพื้นที่แล้งหนักมาก ไม่มีฝนตกต้องลงมาอย่างที่เคย ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ ซึ่งปกติแล้วในพื้นที่ตำบลโคกหม้อนั้น จะไม่ค่อยประสบปัญหาภัยแล้ง แต่จะประสบปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำหลากมากกว่า เรียกได้ว่าช่วงปีนี้ แล้งเป็นอย่างมาก จึงต้องรวมตัวกันเชิญพระสงฆ์มาสวดมนต์ปลาช่อนขอฝน เพื่อให้มีน้ำใช้ในการทำการเกษตร เนื่องจากประเพณีดังกล่าวนี้ ในพื้นที่เคยทำมาแล้วและมีฝนตกลงมาในพื้นที่จริงๆ จึงได้ทำมาตลอดเวลาฤดูที่ไม่มีฝนจกตามฤดูกาล ด้าน นายอดุลย์ กลั่นเขตรกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกหม้อ พิธีดังกล่าวนี้ เป็นพิธีที่ชาวบ้านยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน ซึ่งก็ไม่ได้มีการประกอบพิธีกันทุกปี จะมีการ ทำกันแค่ในช่วงที่ในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งหนักเท่านั้น ซึ่งทำแล้วเกิดความสบายใจ ชาวบ้านมีกำลังใจมีความหวังที่ว่าจะมีฝนตกลงมา ทำให้กลับมามีน้ำใช้ในการทำพืชผลการเกษตรกันอีกครั้งติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับ พิธีสวดมนต์ปลาช่อนขอฝนนั้น จะขุดหลุมลึกประมาณ 1 ฟุต แล้วนำปลาช่อน 3 ตัว ใส่ลงไปในหลุมและเทน้ำลงไป จากนั้น พระและชาวบ้านจะท่องบทสวด คาถาปลาช่อน 108 บท ซึ่งถือว่าเป็นคาถาเสี่ยงทายเรียกฝน โดยระหว่างสวด ถ้ามีปลากระโดดขึ้นมา เชื่อว่าฝนจะตกหลังจากการทำพิธีภายใน 1-2 วัน โดยครั้งนี้ ก็มีปลาช่อนขนาดใหญ่กระโดดขึ้นจากหลุมอีกด้วยเช่นกัน สร้างความดีใจให้กับชาวบ้าน มีความหวังว่าจะมีฝนตกลงมากันอย่างที่หวังไว้ทั้งนี้ พิธีสวดคาถาปลาช่อน เป็นความเชื่อของชาวบ้านทำกันมานาน และทำแล้วชาวบ้านสบายใจ ส่วนปีนี้มีความพิเศษขึ้นมาอีก เพราะหลังจากเสร็จพิธีแล้ว กลุ่มชาวบ้านมีการรวมตัวกันแห่ปลาช่อนที่ใช้ประกอบพิธี ไปปล่อยที่สระน้ำ แทนการแห่นางแมว รวมทั้งหากพิธีดังกล่าวนี้ไม่เป็นผลสำเร็จชาวบ้านในพื้นที่ยังได้กล่าวอีกว่า หาก 2 วันนี้ยังไม่มีฝนตกลงมา ก็จะมารวมตัวกันทำพิธีขอฝนด้วยกันแห่นางแมวกันอีกครั้ง เพื่อขอให้มีฝนตกลงมาตามความเชื่อที่เคยทำกันมา

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี

โขลงช้างบุก สวนทุเรียน ชุมพรกลางดึก สร้างความเสียหายหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โขลงช้างบุก สวนทุเรียน ชุมพรกลางดึก สร้างความเสียหายหนัก

โขลงช้างบุก สวนทุเรียน ชุมพรกลางดึก สร้างความเสียหายหนัก10 กรกฎาคม 2563 – 09:06 น.

โขลงช้างบุก สวนทุเรียน ชุมพรกลางดึก สร้างความเสียหายหนัก โขลงช้าง จำนวน8 ตัว เป็นช้างตัวผู้ 1ตัว ช้างตัวเมีย 6 ตัว และ ลูกช้าวอายุเพียง 1เดือน กำลังบุกเข้าไปล้มต้นทุเรียน และ เหยียบผลทุเรียนเพื่อกินผลทุเรียน ชาวบ้านพร้อม จนท.อุทยานร่วมขับไล่

เมื่อเวลา 00.00 น.วันที่ 10 กค.63 ที่บ้านสามแยกจำปา หมู่ที่ 14 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร  นายสุมิตร เมืองงาม ส.อบต.ตะโก รับแจ้งจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้ยินเสียงช้างโขลงใหญ่กำลังเดินลงมายังลำห้วยในหมู่บ้านมุ่งหน้า สู่ เขตพื้นที่สวนทุเรียนหมอนทองของช้าวบ้าน จึงพร้อมด้วย นายบรรยง ศรีสุบัติ ผญบ.หมู่ที่ 14 และ จนท. หน่วยอุทยานแห่งชาติ น้ำตกหงาว ชาวบ้านทั้งชายและหญิง จำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยอุปกรณ์ไล่ช้าง อาทิ ระเบิดเสียง อุปกรณ์จุดไฟ

ในสวนทุเรียนของชาวบ้านในหมู่บ้านสามแยกจำปา มีลำห้วยไหลผ่านริมภูเขาตะโก จนท.และ ชาวบ้านได้ใช้ไฟฉายส่อง เข้าไปในสวนทุเรียน พบโขลงช้าง จำนวน 8 ตัว เป็นช้างตัวผู้ 1ตัว ช้างตัวเมีย 6 ตัว และ ลูกช้าวอายุเพียง 1 เดือน กำลังบุกเข้าไปล้มต้นทุเรียน และเหยียบผลทุเรียนเพื่อกินผลทุเรียน บางส่วนเดินลงไปเล่นน้ำในลำห้วย ทำให้ต้นทุเรียนหลายสิบต้นได้รับความเสียหาย จนท.อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และชาวบ้าน ได้ร่วมกันวางแผน ขับไล่ช้างโขลงดังกล่าวให้กลับเข้าป่าขึ้นไปบนภูเขาตะโก โดยชาวบ้านได้ตีวงเป็นครึ่งวงกลม เข้าทางด้านหลังช้างแล้วจุดระเบิดเสียง ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และจุดไฟเพื่อให้ควันขับไล่ช้าง พร้อมทั้งส่งเสียงสื่อสารกับช้างให้ เคลื่อนย้ายไปในทิศทางขึ้นไปบนภูเขา  ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

กลุ่ม จนท.และชาวบ้าน ตีวงเข้าไปใกล้ช้าง ห่างเพียงไม่ถึง 10 เมตร เพื่อไล่ต้อนช้าง และหยุดไล่เป็นช่วงๆ เพื่อให้ช้างได้กินผลทุเรียนบ้าง กินต้นกล้วยบ้าง ทำให้ช้างลดอาการหิว และคลายความตกใจตื่นกลัว ทำให้ช้างโขลงดังกล่าวไม่แสดงอาการดุร้ายมากนัก แต่ถ้ากลุ่มคนเข้าไปใกล้มากจนเกินไป โขลงช้างจะหันหน้าเข้าหากลุ่มคน ทำท้าเหมือนจะวิ่งเข้าชน ทำให้กลุ่มคนทั้งหมด ต้องล่าถอยออกมาตั้งหลัก  เมื่อสังเกตุเห็นว่า ช้างพยายามรวมตัว และเดินเป็นแถว ให้ตัวผู้และ ตัวเมียที่มีขนาดใหญ่สุดในโขลงเดินน้ำหน้า ช้างทั้งหมดก็จะพากันตามเป็นแถว ตามกันไป แต่เมื่อถึงทางแยกเข้าหมู่บ้านและเข้าไปในป่าดิบ โขลงช้างได้หยุดเดินและหันรีหันขวางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจนท.อุทยานฯจะตะโกนให้ช้างตัวผู้นำโขลงให้เลี้ยวขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งพวกช้างยืนนิ่งราวสามนาที ก่อนจะยอมเดิน เข้าป่าไปในที่สุด

นายบรรยง ศรีสุบัติ ผญบ. กล่าวว่า หมู่บ้านสามแยกจำปา ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร มีบ้านเรือนราว 200 หลังคาเรือน อาศัยในป่าลึก ส่วนใหญ่ชาวบ้านปลูกทุเรียนเป็นหลัก เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ได้มีช้างโขลงนี้ ที่มีจำนวน 8-13 ตัว เดินลงมาจากป่าและบุกเข้าทำลายต้นทุเรียน เพื่อกินผลทุเรียนช้างความเสียหายอย่างหนักแก่ชาวสวนทุเรียน ซึ่งทุเรียนอายุ 5-7 ปีต้นหนึ่งจะได้ลูกทุเรียนมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นบาท ที่ผ่านมาช้างโขลงนี้ลงมากินกล้วยจนชาวบ้านชินไม่กลัวช้าง แต่ในเวลานี้ กลัวช้างจะทำลายสวนทุเรียนพังเสียหายจนหมด จึงได้รวมตัว กับ จนท.อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ออกไล่ล่าโขลงช้างในช่วงดึกมาเป็นเวลา 3 คืนแล้ว และไม่รู้ว่าจะหาวิธีไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

ภาพข่าว จิตติ ดาวขจร ภูมิภาค ชุมพร

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา10 กรกฎาคม 2563 – 08:07 น.

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

     
มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยความสนับสนุนของ บี.กริม, BDMS, เมืองไทยประกันภัย และ มูลนิธิเอสซีจี ขอเชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 รายการ“Royal Celebration Concert” บรรเลงโดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO)

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

รายการเริ่มด้วย “มาร์ชราชวัลลภ” บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพลง “Royal Celebration Overture” ประพันธ์โดย ศ.ดร. ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร  ซึ่งนำออกแสดงในรายการนี้เป็นครั้งแรกเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้  และบทเพลงคลาสสิกที่นิยมฟังกันมากคือ “The Moldau”  งานซิมโฟนิคโพเอมของเบดริก  สเมทานา นักประพันธ์เพลงชื่อดังยุคโรแมนติค ชาวโบฮีเมียน จบด้วย “ซิมโฟนีหมายเลข 5” ของเบโธเฟน อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวณิช ศิลปินศิลปาธร
        ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

สำหรับ วานิช โปตะวนิช ผู้อำนวยเพลง ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาดนตรีปีพ.ศ. 2557 มีผลงานที่โดดเด่น มีชื่อเสียงในวงการ วานิชเป็นทั้งสมาชิกนักทรัมเป็ตหัวหน้ากลุ่มและผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSO
       

ทั้งนี้ คอนเสิร์ตมีกำหนดแสดงในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2563  เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย   ผู้สนใจขอรับบัตรเข้าชมได้ฟรี (จำนวนจำกัด) โดยสำรองที่นั่งได้ที่ Email: bsof@bangkoksymphony.org  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2255-6617-8, 0-2255 9191-2 (จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-18.00น.)

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

แม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกตำบล ยอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกตำบล ยอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด

แม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกตำบล ยอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด9 กรกฎาคม 2563 – 15:31 น.

แม่ฮ่องสอนไข้เลือดออกพุ่งไม่หยุด 349 ราย แม่สะเรียง 261 ราย สธ.แม่สะเรียง วอนประชาชนดูแลตัวเอง แนะป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด พร้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

นายสังคม​ คัดเชียงแสน​ นายอำเภอแม่สะเรียง ประชุมชี้แจง​เน้นย้ำ​ มาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกให้แก่กำนัน​ ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านทุกตำบลในเขตอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในอำเภอแม่สะเรียง​ พบผู้ป่วยสะสมทั้งสิน 261 รายและยังมีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก​ เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น​ จึงให้เป็นตัวชี้วัดของการปฏิบัติงานของกำนัน​  ผู้ใหญ่บ้านไปด้วย​ และเน้นย้ำให้ชาวบ้านดำเนินการสำรวจลูกน้ำยุงลายในบ้านทุกสัปดาห์​ ตามมาตรการ 3 ก (เก็บบ้าน​ เก็บขยะ​ เก็บน้ำ)​ ซึ่งอำเภอแม่สะเรียง พบผู้ป่วยไข้เลือดออกเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวม 261 ราย แบ่งเป็น ต.แม่เหาะ 90 ราย ต.บ้านกาศ 71 ราย ต.แม่สะเรียง รวม 51 ราย ต.แม่ยวม 27 ราย ต.แม่คง 14 ราย ต.ป่าแป๋ 5 ราย ต.เสาหิน 3 ราย สถานการณ์ไข้เลือดออกจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุกพื้นที่มีแนวโน้มยอดสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ

ด้านนายดำรงค์ นันยบุตร สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกหลังคาเรือนให้ประชาชนป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด ปกป้องร่างกาย ด้วยการใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใช้ยาทากันยุง รวมไปถึง หมั่นตรวจทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง กำจัดภาชนะที่มีน้ำขังในบริเวณบ้าน เช่น ยางรถยนต์ ถัง ขวดน้ำ อ่างน้ำ เป็นต้น ใช้สารเคมี เช่น ทรายอะเบท ใส่ไว้ตามแหล่งน้ำขัง และยาฆ่าลูกน้ำใส่ในบ่อน้ำ ใช้สารเคมีพ่นตามบ้าน และแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อาการเบื้องต้นสังเกตได้ คือ ไข้สูง 39-40 องศาประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ถ่ายดำ อาเจียน มีจุดเลือดออกตามตัว ตับโต มักกดเจ็บบริเวณชายโครงข้างขวา ช่วงไข้ลด จะกระสับกระส่ายมือเท้าเย็น ชีพจรเบาและเร็ว ความดันต่ำ หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์

ตามข้อมูลจากศูนย์ไข้เลือดออก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์ไข้เลือดออก จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.00 น. ยอดผู้ป่วยสัปดาห์นี้ 27 ราย ผู้ป่วยสัปดาห์ที่แล้ว 42 ราย เรียงลำดับอัตราป่วยโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค – 7 ก.ค. 2563 อ.แม่สะเรียง 261 ราย อ.เมือง 52 ราย อ.สบเมย 22 ราย อ.แม่ลาน้อย 10 ราย อ.ปาย 2 ราย อ.ปางมะผ้า 1 ราย อ.ขุนยวม 1 ราย ยอดผู้ป่วยรวม 349 ราย ในปัจจุบันโรคไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีนรักษา การรักษาเป็นไปตามอาการ โดยให้ยาลดไข้ นอกจากนี้ยังต้องให้สารน้ำชดเชย สำหรับโรคไข้เลือดออกที่พบในไทยเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ และมียุงลาย เป็นพาหะของโรค พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเชื้อไวรัสนี้ มี 4 ชนิด ผู้ที่เคยป่วยแล้วก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้ ถ้าได้รับเชื้อต่างชนิดกันติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน