กำแพงเพชร จัดหมอหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กำแพงเพชร จัดหมอหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market”

กำแพงเพชร จัดหมอหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร "Green Market"9 กรกฎาคม 2563 – 14:14 น.

จังหวัดกำแพงเพชรหมอตรวจสารพิษตกค้างในคน และอาหารสด งานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market”อำเภอทรายทองวัฒนา ช่วยผู้มีผลกระทบจากโควิด -19

เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 ณ บริเวณสนามฟุตบอลโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา โดยอำเภอทรายทองวัฒนา ได้กำหนดจัดงานตลาดสินค้าเกษตร “Green Market” เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVD 19) ได้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นและมีการจัดกิจกรรมการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ การบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต

นายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอทรายทองวัฒนา เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ การจัดนิทรรศการส่วนราชการ การจัดตลาดนัดสตรี “แจก แลก ขาย” การขยายพันธุ์พืช การผลิตสารชีวภัณฑ์ การมอบพันธุ์พืชผักสวนครัวให้กับผู้ร่วมงาน และกิจกรรมส่งเสริมการขาย การออกร้านของเกษตรกร ผู้ผลิตชุมชน และการจำหน่ายสินค้าราคาถูก (ธงฟ้าประชารัฐ) เช่น ไข่ไก่แพ็คละ 20 บาท น้ำยาลงจานถุงละ 8 บาท อีกทั้ง ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือนราคาถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน การจัดกิจกรรม “มีแล้วแบ่งปัน” ของ กศน.อำเภอทรายทองวัฒนา นำชุดนักเรียน มาแจกจ่าย และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทรายทองวัฒนา ต่อยอดนำ เสื้อผ้า ของใช้มือสองสภาพดี ส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ การประกวดเมนูอาหารสุขภาพ และการประกวดเต้นออกกำลังกาย โดยมีเงินรางวัลพร้อมใบเกียรติบัตรมอบให้ ด้านนายสัญญา ไม้หอม สาธารสุขอำเภอทรายทองวัฒนา และนายแพทย์วัชรพงษ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา ได้นำทีมสาธารณสุขมาบริการตรวจสารพิษตกค้างในอาหารสด เช่นปลา ปลาหมึก เนื้อไก่ เนื้อหมู ผักสดต่าง ๆ รวมทั้งบริการเจาะเลือดเพื่อตรวจสารพิษตกค้างในร่างกาย ของเกษตรกรและประชาชนผู้มาร่วมงาน การดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นการให้บริการทางสาธารณสุขฟรี เพื่อการป้องกัน และรักษาให้ทันท่วงที ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของงานที่ได้รับความสนใจอย่างดียิ่ง

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอทรายทองวัฒนา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนชาวอำเภอทรายทองวัฒนา มาร่วม ชม ช๊อป เชียร์ และแชร์ การประกวดเมนูอาหารสุขภาพ การประกวดตันออกกำลังกาย และซื้อหาสินค้าต่าง ๆ ภายในงานได้อย่างจุใจร้านค้าจากเกษตรกรในพื้นที่และร้านสินค้าราคาประหยัด ได้แก่ ร้านธงฟ้า, ร้านขนมไทย, ร้านผักและผลไม้พื้นบ้าน ,ไก่อบโอ่ง, กล้วยฉาบ, น้ำอ้อยจากกลุ่มวิสาหกิจฟารมชุมชน ,พริกแกง ไข่เค็มจากกลุ่มสัมมาชีพบ้านคลองปลาร้าและกลุ่มแม่บ้านบ้านคลองสุขใจ, ไม้กวาด ตะกร้า จากกลุ่มแม่บ้านดงเจริญ เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปบ้านศรีสกุณาและบ้านบึงสำราญน้อย, ตะกร้าจากกลุ่มจักสานเส้นพลาสติกบ้านโน่นจั่น เป็นตัน การจัดกิจกรรมตลาดสินค้าเกษตร “Green Market” ดังกล่าว ได้จัดเป็นประจำทุกวันพุธของสัปดาห์ หากท่านใดมีความสนใจในกิจกรรมดังกล่าวสามารถมาจับจ่ายเลือกซื้อผักผลไม้ต่าง ๆ ได้ต่อไป

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ชาวบ้านทำพิธี “บวชต้นไม้” อายุกว่า 300 ปี เสร็จพิธีแห่ส่องเลขเด็ด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านทำพิธี “บวชต้นไม้” อายุกว่า 300 ปี เสร็จพิธีแห่ส่องเลขเด็ด

ชาวบ้านทำพิธี "บวชต้นไม้" อายุกว่า 300 ปี เสร็จพิธีแห่ส่องเลขเด็ด9 กรกฎาคม 2563 – 14:14 น.

ชาวบ้านแห่ทำพิธี “บวชต้นไม้” อายุกว่า 300 ปี เชื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาคุ้มครองอยู่ หลังทำพิธีเสร็จแห่ขอโชคลาภเลขเด็ด

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านโชคชัย ม.5 ต.ช่องลม อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เพื่อไปดูชาวบ้านกว่า 30 คน กำลังทำพิธีเปลี่ยนผ้าห่มต้นไม้ หรือเรียกอีกอย่างว่าการทำพิธี “บวชต้นไม้” ซึ่งทุกปีจะทำพิธีก่อนเข้าพรรษา สำหรับต้นไม้ทั้ง 2 ต้นนี้มีขื่อว่า “ต้นกระบก” และ “ต้นมะค่าโมง” ที่มีอายุกว่า 300 ปี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ได้บันทึกต้นไม้ทั้ง 2 ต้นนี้ไว้ใน หนังสือเรื่อง “รุกขมรดกของแผ่นดิน” จังหวัดกำแพงเพชร จากทั้งหมด 36 ต้น ที่มีเรื่องเล่าเป็นประวัติอันยาวนานเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีความผูกพันธ์กับมนุษย์จากรุ่นสู่รุ่นโดยมีความเป็นมาที่แตกต่างกันไปในแต่ละต้น ทั้งเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ความเชื่อต่างๆก็รวมอยู่ด้วย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยทั้ง 2 ต้นนี้ตั้งอยู่ในเขตที่ดินของ นางสาวอาภาภรณ์ หมีคุ้ม (ชาวบ้านในพื้นที่) นายเฉลา สงขัย นายกเทศมนตรีตำบลช่องลม ได้เล่ากับทีมข่าวฟังว่า “ต้นกระบก” และ “ต้นมะค่าโมง” อายุกว่า 300 ปีนี้ ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน” จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ที่ชาวบ้านในอดีตจะรวมตัวกันตามความเชื่อเพื่อร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งทำบุญกลางบ้าน ,ทำบุญวันสงกรานต์ มีความเชื่อว่าต้นไม้นี้ศักดิ์สิทธิ์ มาขอพรกราบไหว้ก็จะได้รับความสมหวังดั่งปราถนา เชื่อว่าจะมีเทพ เทวดา สิงสถิตย์อยู่ สำหรับ “ต้นกระบก” เป็นไม้ยืนตันขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ทรงเรือนยอดเป็นพุ่มแน่นทึบ มีความสูงของตัน ประมาณ 30 เมตร รอบวงตันมีขนาดวัดได้ 6.30 เมตร ลำตันเปลา เปลือกตันมีสีเทาอ่อนปนสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบโคนตันมักขึ้นเป็นพูพอน เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทุกชนิด ส่วนอายุของต้นไม้ต้นนี้มีอายุประมาณ 200 ปี ส่วน “ต้นมะค่าโมง” เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่เมื่อสังเกตุจากฐานตันพบว่ามีรอยแยกแตกออกไปทั้งหมดสามกิ่ง แต่กิ่งหนึ่ง ถูกตัดออกไป เหลือเพียง 2 กิ่งใหญ่เท่านั้น วัดฐานต้นโดยรอบมีความกว้างกว่าโดยรอบ 9.20 เมตร ความสูงกว่า 12 เมตรโดยต้นนี้ตามคำบอกเล่ามีอายุกว่า 300 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวบ้านได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี “บวชต้นไม้” ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

โดยการนำผ้าเหลืองที่ใช้ห่มของพระสงฆ์มาห่มรอบต้นไม้ทั้ง 2 ต้น พร้อมทำพิธีสวดมนต์เหมือนกับการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป ตามความเชื่อของชาวบ้านและนำสายสินญจน์มาพันโยงจากต้นไม้พร้อมจับด้ายร่วมกันเพื่อทำพิธี หลังจากนั้นก็ได้ทำพิธีหยดเทียนน้ำมนต์เพื่อส่องเลขเด็ดเหมือนเช่นทุกครั้ง และเช่นเคยชาวบ้านก็ไม่พลาดที่จะนำแป้งมาลูบที่ลำต้นเพื่อขอโชคลาภเพื่อเสี่ยงดวงในงวดนี้ ส่วนขันน้ำมนต์ก็ไม่พลาดที่จะส่องดูและเห็นเลขต่างๆ โดยหลายคนก็เห็นเป็นเลข 75, 167, และเลขทะเบียนรถกระเช้าที่นำผ้ายกขึ้นไปห่มต้นไม้ทั้ง 2 ต้นคือ 82-0627 กำแพงเพชร

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เบรคตัวโก่ง พลเมืองดีโบกรถ เพื่อให้พญางูเหลือมเลื้อยข้ามถนน ก่อนไปขึ้นรถชาวบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบรคตัวโก่ง พลเมืองดีโบกรถ เพื่อให้พญางูเหลือมเลื้อยข้ามถนน ก่อนไปขึ้นรถชาวบ้าน

9 กรกฎาคม 2563 – 11:35 น.

เบรคตัวโก่ง พลเมืองดีโบกรถ เพื่อให้พญางูเหลือมเลื้อยข้ามถนน ก่อนไปขึ้นรถชาวบ้าน งูเหลือมยาวกว่า 4 เมตรเลื้อยข้ามถนนเลื้อยตรงเข้าพาดรถเก๋งและเข้าไปในรถเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงจับได เจ้าของเผยลุ้นเลขเด็ดป้ายทะเบียนรถเก๋งซื้อหวยงวดวันที่ 16 ก.ค.นี

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 9 ก.ค. 63 ได้มีลุงไม่ทราบชื่อได้โบกรถที่วิ่งด้วยความเร็วบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองหนองมน หมู่ 5 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อให้งูเหลือมที่กำลังเลื้อยข้ามถนนซึ่งผู้ที่ขับรถก็ชะลอความเร็วและจอดให้งูเลื้อยข้ามไปได้ ซึ่งต่อมางูเหลือมตัวดังกล่าวก็เลื้อยตรงไปที่รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กธ 9540 ฉะเชิงเทรา ที่จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 15/4 หมู่ 5 แล้วเลื้อยเข้าไปในรถเก๋งโดยเลื้อยพาดบนรถก่อนที่จะเข้าไปใต้ท้องรถ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ต่อมานายอภิรักษ์ น้อยไทย อายุ 43 ปี เจ้าของรถและเจ้าของบ้านได้แจ้งไปยังเทศบาลตำบลห้วยกะปิ และได้มีนายวิทยา เงินแสน เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย เทศบาลตำบลห้วยกะปิ พร้อมพวกมาทำการจับงู ซึ่งต้องรื้อรถออกเป็นบางส่วนใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงจับได้เป็นงูเหลือมเพศผู้ยาวกว่า 4 เมตร นำใส่ถังพลาสติกเพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป นายวิทยา เผยว่า ช่วงนี้หน้าฝนให้ประชาชนระวัง เพราะงูจะอกมาหากินบ้าง หนีน้ำท่วมที่อาศัยบ้าง ถ้าพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการมาจับ อย่าจับเองอาจเป็นอันตรายได้

ด้านนายอภิรักษ์ เจ้าของรถเผยว่า เพิ่งเห็นงูเลื้อยตรงมาเข้ารถเก๋งตน ซึ่งจะเอาเลขทะเบียนรถไปเสี่ยงโชคหวยที่ออกงวดวันที่ 16 ก.ค.นี้ ซึ่งรถเก๋งคันนี้หวยไม่เคยออกเลขทะเบียนเลยตั้งแต่ซื้อมา

อำนาจ  ลลิตลาวัณย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดชลบุรี

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ 8 กรกฎาคม 2563 – 15:32 น.

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า 300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ ไม่ชัดเจน บิดเบือนจากที่ประชุม จึงได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมแสง เพราะชาวบ้านเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เกิดโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามวาระการประชุม

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และตำบลใกล้เคียง ว่าพื้นที่ทำกินจะโดน อบต.หนองกระเจา จะเอาไปทำอ่างเก็บน้ำ ซึ่งพื้นที่ทำกินดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ซึ่งพวกตนได้รับตกทอดมาจากรุ่นปู่ รุ่นพ่อ มาถึงรุ่นตนเอง ตั้งแต่สมัย พ.ศ. 2470 ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ทำนาเลี้ยงชีพมาตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ได้มีเอกสารเลขที่ นว. 0318/2884 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ส่งมาจากที่ว่าการอำเภอชุมแสง เนื้อความว่าให้ชาวบ้านไปให้ถ้อยคำว่าชาวบ้านได้เข้าไปทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ทำให้ชาวบ้านตกใจและแปลกใจมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายทูล ดำนงค์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/2 หมู่ 11 ต.หนองกระเจา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการจะทำโครงการอ่างเก็บน้ำ โดยโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการจัดประชุมเกิดขึ้น แต่ได้จัดการประชุมโครงการสูบน้ำ ซึ่งเป็นละโครงการกัน โดยทาง อบต.หนองกระเจา ได้จัดให้มีการประชุมโดยมีใจความสำคัญในการประชุมวันนั้นได้พูดถึงการทำโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ชาวบ้านจึงเห็นว่าเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ชาวบ้านและตนเองจึงได้ยกมือแสดงความเห็น  แต่หลังจากการประชุมเสร็จ ตนเองและชาวบ้านได้ทราบต่อมาภายหลังว่าการร่วมแสดงความคิดเห็นและการยกมือในครั้งนั้น กลายเป็นการยกมือและมีส่วนร่วมของโครงการอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นคนละโครงการ ตนเองและชาวบ้านเห็นว่าโครงการนี้มีเงื่อนงำ ไม่แสดงเจตนาที่ชัดเจน บิดเบือนจากวันที่ประชุม จึงได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมแสง เพราะตนเองและชาวบ้านเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เกิดโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามวาระการประชุม ณ วันนั้นติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายทูล เปิดเผยต่อว่า เมื่อวันที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทาง อบต.หนองกระเจา ได้ดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำการรังวัดพื้นที่ ที่จะเกิดโครงการอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ในส่วนที่ชาวบ้านได้ครอบครองทำกิน (น.ส.ล) โดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินบริเวณโดยรอบรับทราบ วันนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดเข้าไปในที่ดินที่มีการครอบครองที่ถูกต้องเป็นจำนวนหลายราย จึงทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถกระทำการรังวัดที่ดิน ปักเสาหลักเขตได้  จากการโครงการอ่างเก็บน้ำ ดังกล่าว ชาวบ้านจะถูกเรียกคืนที่ทำกิน โดยส่วนตัวตนเองจะโดนเรียกคืนที่ดิน (น.ส.ล) อีกทั้งยังมีชาวบ้านโดนเรียกคืนอีกในจำนวนมิใช่น้อย ซึ่งชาวบ้านและตนเองก็ยังมองไม่เห็นถึงอาชีพที่จะสามารถไปประกอบได้ เพราะชาวบ้านและตนเองเกิดจากครอบครัวชาวนา และได้เป็นชาวนามาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งที่ดินที่ชาวบ้านได้ครอบครองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นที่ดินที่ถูกส่งต่อมาจากทางบรรพบุรษของพวกเราทั้งนั้น หามิได้ทำการบุกรุกไม่ ความคิดเห็นจากชาวบ้านและตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และได้ทำกินบนพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านและตนเองเข้าใจดีว่าพื้นที่ดินแห่งนี้เป็นที่ดอน และไม่มีแหล่งน้ำจากธรรมชาติไหลผ่านหรือใกล้เคียงแล้วจะมาทำโครงการอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร

ด้านนายบัณฑูร ประดิษฐสุวรรณ์ ปลัด อาวุโส กล่าวว่า ไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น  ไม่มีอำนาจหน้าที่ให้สัมภาษณ์  ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า โครงการนี้มันมีเงื่อนงำ เพราะว่าพื้นที่ที่พวกตนเองทำกินอยู่นี้เป็นที่ดอนสูง และไม่มีตาน้ำไหลผ่านยังสงสัยว่าจะเอาพื้นที่ไปทำอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร แต่ที่ทราบมามีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ และผลักดันมาหลายปีแล้ว  ซึ่งถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นมาได้ก็จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล แว่วมาว่ามีนายทุนจะเข้ามาหาผลประโยชน์อีกมากมาผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านข้องใจมาก ที่ชาวบ้านได้รับเอกสารว่าพวกตนเป็นผู้บุกรุกตามที่เอกสารแจ้ง และได้สอบถามปลัดว่าพวกตนไปบุกรุกตอนไหน แต่ปลัดไม่สามารถตอบกับชาวบ้านได้ ทั้งที่ปลัดเป็นผู้ลงนามในเอกสารเองว่าพวกชาวบ้านเป็นผู้บุกรุก และชาวบ้านถามว่าโครงการอ่างเก็บน้ำนี้เป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถตอบอะไรได้เลย ได้แต่พูดว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ให้คำตอบ.

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง8 กรกฎาคม 2563 – 08:53 น.

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช วัฒนธรรมความเชื่อคนลุ่มน้ำโขง ในรูปแบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง คอหวยกว้านซื้อ 77 เกลี้ยงแผง

วันที่ 7 กรกฎาคม 2563  เวลา 17.00 น. บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  จัดงานบวงสรวงพญาศรีสัตนาคราช  แลนด์มาร์คอันศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขง เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ตลอดจนสืบสานประเพณีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและองค์พระธาตุพนมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

รวมไปถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขโดยองค์พญาศรีสัตตนาคราช มีการประกอบพิธีเชิญมาประดิษฐาน ตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะขอพรไม่ขาดสาย

อีกทั้งยังดึงดูดนักเสี่ยงโชคที่มีความเชื่อศรัทธา เนื่องจากมีคนโชคดีถูกรางวัลใหญ่มานับไม่ถ้วน รวมถึงลูกหลานชาวนครพนม เคยถูกรางวัลจากการอธิษฐานขอพร ได้เงินรวมแล้วมากกว่า 500 ล้านบาท จึงได้มีการจัดงานบรวงสรวงขึ้นทุกปี เพื่อเป็นสิริมงคล ในปีนี้จัดระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2563 รวม 7 วัน 7 คืน หลังประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด จึงมีการคลายล็อกอนุญาตจัดงานประเพณีวัฒนธรรมได้ตามปกติ แต่เป็นในรูป new normal การเว้นระยะห่างทางสัมคม และต้องมีการคัดกรองก่อนเข้าภายในบริเวณงานติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับการประกอบพิธีบวงสรวง มีรำบวงสรวงจากนางรำประมาณ 500 ชีวิต จาก 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ แต่เดิมทุกปีจะมีนางรำเกือบ 2,000  คน ปีนี้ได้ลดจำนวนลงตามมาตรฐานของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนดไว้

โดยมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.ฯ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม ฯลฯ ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

อดีตเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 พิธีบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช มีแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวร้านดัง นำพานบายศรีไปถวายพร้อมอธิษฐานขอโชคลาภ จากนั้นได้เดินไปยังแผงลอตเตอรี่ที่ตั้งเรียงรายบริเวณนั้น ก่อนจะหลับตาขอจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช แล้วหยิบลอตเตอรี่มา 1 ชุด จำนวน 5 ใบ ถึงวันหวยออกถูกรางวัลที่ 1 คว้าเงิน 30 ล้านบาทไปครอง ปีนี้จึงลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้โชคดีรายต่อไป ขณะที่แผงลอตเตอรี่นักท่องเที่ยว และคอหวยกว้านซื้อเลข 77 จนเกลี้ยงแผง

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม

เป็นงงกลางไฟแดง จู่ๆ มีหญิงสาวสะพายกีต้าร์ ลงจากจยย.มานั่งรำเดินแอ๊คท่าเหมือนนางแบบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เป็นงงกลางไฟแดง จู่ๆ มีหญิงสาวสะพายกีต้าร์ ลงจากจยย.มานั่งรำเดินแอ๊คท่าเหมือนนางแบบ

7 กรกฎาคม 2563 – 18:17 น.

มึนกันทั้งสี่แยก เมื่อหญิงสาวแต่งชุดเดรสกระโปรงยาวสะพายกีต้า ขับรถจักรยานยนต์มาจอดติดไฟแดงตรงสี่แยกกลางเมืองหาดใหญ่ ลงมานั่งรำบนทางม้าลาย และลุกขึ้นยืนแอ๊คท่าเหมือนนางแบบก่อนเดินสะพัดเหมือนนางแบบบนแคทวอล์คไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขับออกไป

วันนี้ (7 ก.ค. 2563) ที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ ถนนเพชรเกษมตัดถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ซึ่งเป็นสี่แยกใหญ่ที่เข้าออกตัวเมืองหาดใหญ่และมีการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งวันปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณบ่าย 2 โมงวันนี้ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมแปลกๆ ขณะขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงมาจอดติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยกฝั่งถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าเมืองหาดใหญ่

โดยหญิงสาวคนนี้ซึ่งมีอายุประมาณ 30 ปี และสวมชุดเดรสหรือชุดกระโปรงยาวสีฟ้า และสะพายกีต้าอยู่ข้างหลังได้ลงจากรถจักรยานยนต์เดินมานั่งรำอยู่ตรงทางม้าลาย และลุกขึ้นยืนแอ๊คท่าเหมือนกับนางแบบ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ก่อนที่จะเดินเหมือนกับนางแบบเดินบนแคดวอร์คไปขึ้นรถจักรยานยนต์ และยังคงเล่นหน้าเล่นตาอยู่บนรถ ก่อนที่จะค่อยๆ ขับรถออกมาอยู่หน้าคนอื่นและทำท่าเบิ้ลเครื่องยนต์และขับออกไปคันแรกทันทีที่มีสัญญาไฟเขียว

แต่ขณะที่ขับออกไปก็ไปปาดหน้ารถเก๋งคันหนึ่งจนเกือบจะถูกรถเก๋งพุ่งชนท้าย ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้ทำให้ผู้ที่จอดรถติดไฟแดงทั้งรถจักรยายนต์และรถยนต์ถึงกับงงกับพฤติกรรมของหญิงสาวคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ออกอาการแบบนี้ตรงไฟแดง ซึ่งหลายคนมองว่าอาจจะเป็นการเรียกร้องความสนใจหรือไม่ก็มีอาการผิดปกติทางจิต

นภาลัย ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสงขลา

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม7 กรกฎาคม 2563 – 15:37 น.

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยืนยัน ขั้นตอนการฝึกและเลี้ยงดู ไม่มีการทารุณกรรม ตรงกันข้ามกลับให้ความรักความเอ็นดูเหมือนลูกมากกว่า ซึ่งลิงที่นำมาฝึกขึ้นมะพร้าวก็เป็นลิงบ้านคือลิงที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมไม่ใช่ลิงป่า

เมื่อช้าวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีห้างสรรสินค้าที่อังกฤษสั่งเก็บผลิต ภัณฑ์เกี่ยวกับมะพร้าวจากประเทศไทย โดยมองว่าใช้แรงงานลิง นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์สาธิตการฝึกลิงเพื่อการเกษตรของ นายนิรันดร์ วงศ์วานิช อายุ 52 ปี เลขที่ 52/3 หมู่ 1 ต.คลองน้อย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ซึ่งพบว่าใช้ลิงขึ้นมะพร้าวเป็นวิถีชีวิตการประกอบอาชีพของเกษตรกรมากว่า 100 ปีแล้ว โดยมีการเพาะพันธุ์ลิง การอนุบาลและการเลี้ยงดูที่เอาใจใส่เหมือนบุคคลในครอบ ครัวให้อาหารวันละ 3 มื้อ เสริมด้วยขนมนมและผลไม้ไม่ได้ไปจับลิงจากในป่าหรือทารุณกรรมสัตว์ตามที่มีการกล่าวหา

นายวิชวุทย์ ชี้แจงว่า มาให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและศูนย์ฝึกลิงได้ประกอบอาชีพ ซึ่งอาจเป็นความไม่เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกร ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ฑูตพาณิชย์ที่อังกฤษไปชี้แจง และจะมีการเชิญฑูตประเทศต่างๆ มาดูการทำอาชีพสวนมะพร้าวและการเลี้ยงดูลิงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านนายนิรันดร์ กล่าวว่า ได้เปิดฝึกลิงมากว่า 30 ปีแล้ว สืบทอดตั้งแต่รุ่นพ่อถึงปัจจุบันมีลิง 38 ตัว ซึ่งการเลี้ยงลิงจะดูแลอย่างดีให้อาหารครบ 3 มื้อพร้อมของว่างบ้างบางเวลาที่อยู่จะล่ามไว้กับต้นมะพร้าวใช้ล้อยางรถยนต์เก่าเป็นที่บังแดดบังฝนตามธรรมชาติในป่าที่ลิงต้องอาศัยต้นไม้ใบหญ้าหลบแดดหลบฝน ซึ่งมีความผูกพันธ์เหมือนคนในครอบครัวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“ชาวสวนจะไม่ได้ผลผลิตจากต้นมะพร้าวเลยหากไม่มีลิงเพราะคนไม่สามารถขึ้นต้นมะพร้าวได้หลายต้นต่อวัน และทำให้การเก็บมะพร้าวตรงเวลาในแต่ละรอบ โดยส่วนตัวมองว่าไม่มีอะไรมาทดแทนลิงขึ้นมะพร้าวได้ และไม่มีการทำให้ทรมานสัตว์ตรงกันข้ามกลับให้ความรักความเอ็นดูเหมือนลูกมากกว่า ซึ่งลิงที่นำมาฝึกขึ้นมะพร้าวก็เป็นลิงบ้านคือลิงที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมไม่ใช่ลิงป่า” นายนิรันดร์ กล่าว

เจนจิรา ศรีวิรักษ์ ผสข.สุราษฎร์ธานี

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง7 กรกฎาคม 2563 – 13:20 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิดได้คุณค่าทางโภชนาการ ช่วยให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุง

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาด โรคโควิด 19 ประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการอยู่บ้าน ซึ่งอาจทำให้กินอาหารในปริมาณมากเกินไป ไม่ถูกหลักโภชนาการ และไม่มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะ น้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุงตามมาได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน ศบค.รายงานยอดติดเชื้อโควิด ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 

กรมอนามัยจึงขอแนะนำการสร้างสุขภาพดีให้กับตนเอง หลังมีมาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ ด้วยการนำหลักพอเพียงมาใช้ในการกินอาหารแต่ละมื้อ เพื่อให้ได้สารอาหารและพลังงานที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

โดยหากรู้สึกอิ่มให้ลดหรืองดการกินเพราะความอยาก หรือลดกินอาหารหวาน มัน เค็มมากเกินไป ซึ่งการสร้างพฤติกรรมการกินอย่างง่าย

ภายใต้หลัก 10 วิธีกินแบบพอเพียง มีดังนี้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

1) กินพออิ่มในแต่ละมื้อ โดยตักอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป

2) ดัดแปลงอาหารที่เหลือเป็นอาหารจานใหม่ เช่น ผัดคะน้า นำมาต้มจับฉ่ายผสมกับผักอื่น ๆ น้ำแกงส้ม ที่เหลือสามารถเติมถั่วฝักยาว มะละกอ แครอท ผักบุ้ง ส่วนผลไม้ที่เหลือหลายชนิดนำมาทำเป็นสลัดผลไม้

3) เรียนรู้วิธีการเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภท เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัตถุดิบต่าง ๆ และยังคงคุณค่า ทางโภชนาการโดยไม่เน่าเสียไปก่อนที่จะนำมาปรุงประกอบอาหาร

4) หุงข้าวผสมข้าวโพด ถั่ว เผือก มัน เพื่อเพิ่มวิตามินและยังได้สารอาหารอื่นๆ เพิ่มด้วย

5) เลือกวัตถุดิบคุณภาพดีราคาถูกในการทำเมนูอาหาร เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาจใช้ ไข่ เต้าหู้ และถั่วเมล็ดแห้ง สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกับเนื้อหมู/ไก่ เลือกผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาลที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง 

6) ลดการกินจุบกินจิบ กินอาหารให้เป็นเวลา ซึ่งอาหารหลัก 3 มื้อก็เพียงพอแล้ว หรือ อาหารว่างเลือกเป็นผลไม้ ถั่ว นม 

7) งดการกินอาหารมื้อดึก เพราะถ้ากินอาหารมื้อดึกเข้าไป แล้วในช่วง เวลานั้นไม่มีการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ มีแต่การนอน ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร ที่กินไปน้อยมาก และจะสะสมเป็นไขมันแทนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง

8) เคี้ยวอาหารช้า ๆ อย่ารีบร้อน จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่า เพราะร่างกายคนเราจะเริ่มรู้สึกอิ่มเมื่อกินอาหารไปประมาณ 20 นาที 

9) ไม่กิน ทิ้งขว้าง มีวินัยในการซื้อและการกินที่ดี เพราะปัจจุบันอาหารเกือบทุกชนิดมีราคาสูง ต้องคำนวณให้ดี ในการซื้อแต่ละครั้ง เพราะหากซื้อมากเกินไปแล้วกินอาหารไม่หมด ก็ทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ และ

 10) เน้นกินเมนูที่หลากหลาย เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และที่สำคัญควรหมั่นออกกำลังกาย เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันด้วย

CR: กรมอนามย ศูนย์สื่อสารสาธารณะ

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว

7 กรกฎาคม 2563 – 13:08 น.

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว ถ่ายรูปทรานส์ฟอร์เมอร์ส สตาร์วอร์ส เอเลี่ยน หุ่นยนต์ การ์ตูน ที่ผลิตจากเศษเหล็กกันอย่างสนุกสนาน

วันที่ 7 ก.ค. 2563  ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านหุ่นเหล็ก แลนด์มาร์คอ่างทอง ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32)  ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 55+500 เลขที่ 41/2  หมู่ที่ 6  ตำบลตลาดกรวด  อำเภอเมือง  จังหวัดอ่างทอง  พบว่าบรรยากาศประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างพาลูกหลานเข้าชมถ่ายรูป ทรานส์ฟอร์เมอร์ส สตาร์วอร์ส เอเลี่ยน หุ่นยนต์ การ์ตูน และสัตว์ต่างๆ ที่ผลิตจาก เศษเหล็กในบ้านหุ่นเหล็กกันคึกคัก ในช่วงวันหยุดยาว

โดยที่บ้านหุ่นเหล็กเป็นแลนด์มาร์คอ่างทอง ที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดเข้าชมกินเที่ยว ซื้อของฝาก  ถ่ายรูป  ส่งขึ้นสังคมออนไลน์กันอย่างอย่างสนุกสนาน โดยจะพบความสร้างสรรค์หุ่นยนต์ที่ผลิตจากเศษอะไหล่รถยนต์เก่าๆ นำมาประกอบเป็น ยอดมนุษย์ในดวงใจ เหล่าสัตว์ประหลาดตัวร้าย รถยนต์ จัดยืนเรียงตัวกันต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งที่นี่จะมีมุมให้มาแชะภาพมากมายอยู่ทุกซอกทุกมุม  และเป็นที่รวบรวมเหล่าฮีโร่จากภาพยนตร์หลายเรื่อง ใครชอบตัวไหนก็ถ่ายรูปแอคชั่นท่าทางกับหุ่นยนต์กันอย่างสนุกสนาน โดยได้ใกล้ชิดกับยอดมนุษย์ตัวโปรด รวมทั้งยังมีของกินของฝากที่เป็นสัญลักษณ์จากบ้านหุ่นเหล็ก อาทิเช่น ช็อกโกแลตเครื่องมือช่าง และก๋วยเตี๋ยวรถที่แสนอร่อยเป็นเสน่ห์ของฝากของจากบ้านหุ่นเหล็กต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อ่างทอง

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/436264/37226/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/436264/37227/news

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ "บวร On Tour" ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ7 กรกฎาคม 2563 – 09:52 น.

ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ

วันที่ 7 ก.ค. 63  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ  เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ตนได้ร่วมกับ นางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เขตตรวจราชการภาคอีสาน ได้เดินทางไปที่ชุมชนคุณธรรมบ้านกู่ ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “บวร On Tour” โดยมีนายประหยัด ถิลา วัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนางอุบล โรจนวัน  ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ นางกาญจนา ไพรวัน หัวหน้าฝ่ายบริหาร นางวัชรี ธนบูลพิพัฒน์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์ฯ นายทะนงศักดิ์ นรดี กำนัน ต.กู่ นายธนากร พรมลิ ปราชญ์ชุมชน ชาวบ้านกู่ และผู้นำชาวบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เขตตรวจราชการภาคอีสาน กล่าวว่า โครงการ  “บวร  On  Tour”  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี เคารพเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  มีการน้อมนำศาสตร์พระราชา  และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมต้นแบบและสร้างการรับรู้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชาและสร้างกระแสของการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนและยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้นำพลังบวรในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างยังยืนให้เกิดเครือข่ายการดำเนินงานชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรของจังหวัดด้วย 

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า โครงการ  “บวร On Tour” ของกระทรวงวัฒนธรรม ได้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ทำให้คนในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้  เพราะมีการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นทั้งภูมิสังคม  ภูมิปัญญา  และภูมิทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าอย่างสร้างสรรค์  ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่ในครั้งนี้  ได้เห็นความเข้มแข็งและ ความตั้งใจของชุมชนที่แสดงออกถึงความรักความสามัคคี  ร่วมด้วยช่วยกัน  เวลามีทัวร์มาก็จัดการแสดงของชุดผู้สูงอายุให้ชม  และสอดแทรกวัฒนธรรมการบายศรีสู่ขวัญ  เด็กนักเรียนในหมู่บ้านก็มาร่วมต้อนรับด้วยการฟ้อนรำที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม  ไม่ต้องแต่งหน้าโดยปล่อยตามธรรมชาติก็ดูสวยบริสุทธิ์มาก  ที่ชุมชนบ้านกู่นอกจากจะมีปราสาทปรางค์กู่ให้ชมแล้ว  ยังมีศูนย์เรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม  ทั้งการสาธิตทำขนมพื้นถิ่น  การทอผ้าไหม  การเลี้ยงกบ  ฯลฯ  เป็นพลัง  “บวร  On  Tour”  จริง ๆ

นายประหยัด  ถิลา  วัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  ชุมชนคุณธรรม  บ้านกู่  ต.กู่  อ.ปรางค์กู่  ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ขับเคลื่อนตามรอยศาสตร์พระราชา  ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง  ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  ได้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวในระยะที่  3  และระยะที่  2  ไปแล้ว  ซึ่งแต่ละบ้านได้ร่วมกันจัดสินค้าตามความถนัด  บางคนจัดบ้านเป็นโฮมสเตย์  บางคนจัดจำหน่ายสินค้าตามอาชีพความถนัดของตนเอง เช่น  ใช้ใบตาลสานหมวกวาง  วางขายหน้าบ้าน  ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  จะได้ชี้แนะแนวทางเพิ่มเติมให้กับชุมชนได้สานต่อ  เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล  ในการฟื้นฟูและสร้างโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อีกด้วย

ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าว  จ.ศรีสะเกษ