ทึ่งในความรัก หนุ่มคนในเมืองครองรักกับสาวเงาะป่าซาไกในทับกลางดง กว่า 30ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทึ่งในความรัก หนุ่มคนในเมืองครองรักกับสาวเงาะป่าซาไกในทับกลางดง กว่า 30ปี

ทึ่งในความรัก หนุ่มคนในเมืองครองรักกับสาวเงาะป่าซาไกในทับกลางดง กว่า 30ปี 22 มิถุนายน 2563 – 11:55 น.

ทึ่งความรักของหนุ่มคนเมืองกับสาวเงาะป่าซาไกที่อยู่กินกันมากว่า 30 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน และปัจจุบันก็ยังคงใช้ชีวิตส่วนใหญ่สร้างทับหรือที่อยู่อาศัยกันในป่าใกล้กับน้ำตกบริพัตร ในอ.รัตภูมิ จ.สงขลา ร่วมกับกลุ่มเงาะป่าคนอื่นๆ

        ที่จ. สงขลา มีเรื่องราวความรักต่างเผ่าพันธุ์ระหว่างหนุ่มคนเมืองกับสาวชาวเงาะป่าซาไก ที่อยู่กินกันมากว่า 30 และมีลูกด้วยกัน3 คน และยังคงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในป่าจนถึงปัจจุบัน

โดยฝ่ายชายชื่อ นายอนันต์  จันทร์คง  อายุ63ปี หรือพี่ม่อน พื้นเพเดิมเป็นชาวอ.ระโนด จ.สงขลา ส่วนฝ่ายหญิงคือ นางย๊ะ อายุ 60 ปี เงาะป่าซาไกหรือชนเผ่ามานิ ซึ่งเดิมอาศัยอยู่ในป่าวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล

 แต่ปัจจุบันทั้งคู่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานสร้างทับหรือที่อยู่อาศัยร่วมกับชาวเงาะป่าคนอื่นๆอีก2ครอบครัวรวม 18 คน ใกล้กับน้ำตกบริพัตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ในต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มาหลายสิบปี และทั้งสองคนก็ยังใช้ชีวิตสร้างทัพอยู่ด้วยกัน และมีลูกด้วยกัน3 คนและลูกๆก็สร้างทัพอยู่ที่นี่เช่นกัน

นายอนันต์ หรือ พี่ม่อน ซึ่งปัจจุบัน จะคอยทำหน้าที่ดูแลเงาะป่ากลุ่มนี้และช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกคนมีบัตรประชาชนและใช้นามสกุล”ศรีบริพัตร”ซึ่งเป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จย่า

        ได้เล่าเรื่องราวความรักของตนกับนางย๊ะ สาวชาวเงาะป่าว่า ย้อนหลังไป 30 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้น ตนเข้าป่าล่าสัตว์กับเพื่อนที่บ้านวังประจันและไปพบกับชาวเงาะป่ากลุ่มนี้รวมทั้ง นางย๊ะ ภรรยา เมื่อเข้าป่าหลายๆครั้งก็สนิทสนมและชอบพอกันจึงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยไปพูดกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเพื่อให้รับรู้ซึ่งทั้งสองก็ไม่ขัดเพราะลูกสาวก็ชอบพอตนด้วย

เริ่มแรกตนก็อยู่ด้วยกันในป่ากับภรรยาบ้างและในสวนที่บ้านวังประจันบ้าง แต่ปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่ในป่าที่อ.รัตภูมิ มีลูกด้วยกัน 3 คนหัวปีท้ายปี คนโตอายุ 26ปี และตอนนี้ลูกๆกับภรรยาและพ่อตาแม่ยายก็ยังคงอาศัยอยู่ที่ทับใกล้กับน้ำตกบริพัตรแห่งนี้

นายอนันต์ บอกว่า ตนจะคอยดูแลให้เงาะป่าหรือชาวมานิ”ศรีบริพัตร”กลุ่มนี้มีวิถีชีวิตให้เหมือนเดิมมากที่สุดเพื่อไม่ให้กลืนไปกับชีวิตคนเมือง  และร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างในการช่วยดูแลผืนป่าคอยแจ้งข่าวสารผู้บุกรุกหรือผู้ที่มาล่าสัตว์ให้เจ้าหน้าที่ทราบทุกครั้งที่ออกหาอาหารในป่า

อย่างไรก็ตามในส่วนของ นางย๊ะ ภรรยาของนายอนันต์ นั้นในวันที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังทัพเงาะป่าซาไกกลุ่มนี้ นางย๊ะ ไม่อยู่ในทับเนื่องจากถูกงูกะปะกัดที่เท้าถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรัตภูมิ

นภาลัย   ชูศรี   ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดสงขลา

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โครงการลึกลับขุดลอกลำห้วยถมนาข้าว เทศบาลชี้ไม่รู้งบอะไร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โครงการลึกลับขุดลอกลำห้วยถมนาข้าว เทศบาลชี้ไม่รู้งบอะไร

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โครงการลึกลับขุดลอกลำห้วยถมนาข้าว เทศบาลชี้ไม่รู้งบอะไร22 มิถุนายน 2563 – 10:04 น.

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โครงการลึกลับขุดลอกลำห้วยถมนาข้าว เทศบาลชี้ไม่รู้งบอะไร ด้านเทศบาลตำบลกุดเชียงหมี ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ และได้รับคำตอบว่าโครงการขุดลอกลำห้วยทั้ง 3 แห่งนี้ ยังไม่มีการทำสัญญาจึงไม่ทราบข้อมูลว่าเป็นงบอะไร

(22 มิถุนายน 63) ผู้สื่อข่าวยโสธรรายงานว่า ชาวบ้านในตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนพร้อมกับนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจดูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขุดลอกลำห้วยยาง, ลำห้วยกลอย และลำเซ ในพื้นที่ตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เนื่องจากชาวบ้านที่มีพื้นที่นาอยู่รอบๆริมฝั่งลำห้วยทั้ง 2 ฝั่ง ตลอดสายกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากได้มีผู้รับเหมาได้นำเครื่องจักรเข้าไปทำการขุดลอกลำห้วยทั้ง 3 แห่ง เป็นช่วงๆ และได้มีการขุดลอกเข้าไปกินพื้นที่นาของชาวบ้านที่อยู่ริมตลิ่งรวมทั้งมีการนำดินที่ขุดลอกขึ้นมาเข้าไปทับถมนาข้าวของชาวบ้านตลอดแนวจนทำให้ต้นข้าวที่ชาวบ้านได้พากันทำนาหว่านเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้รับความเสียหาย โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีโครงการขุดลอกดังกล่าวและผู้รับเหมารวมทั้งผู้รับผิดชอบก็ไม่เคยแจ้งให้ชาวบ้านทราบและทำประชาคมมาก่อนว่าคนในพื้นที่มีความต้องการที่จะให้มีการขุดลอกหรือไม่ โดยได้มีการนำเครื่องจักรเข้าไปขุดลอกโดยวิสาสะถามหาผู้รับผิดชอบก็ไม่มีใครออกมาให้คำตอบได้ เพียงแต่อ้างว่าเป็นโครงการของรัฐบาลที่สั่งการมาจากด้านในแต่ไม่ทราบว่าด้านในไหนกันแน่ โดยผู้รับเหมาได้มีการเข้าไปเริ่มดำเนินการขุดลอกเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นายสมศรี แผ่นทอง อายุ 61 ปี อยู่หมู่ 1 ตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร บอกว่า ตนได้รับความเสียหายเนื่องจากได้มีผู้รับเหมานำรถแบ็กโฮเข้าไปขุดลอกลำห้วยยางที่อยู่ติดกับที่นาของตนโดยที่ไม่เคยแจ้งให้ตนซึ่งเป็นเจ้าของที่นาให้ทราบแต่อย่างใดและการขุดลอกลำห้วยยางยังกินพื้นที่นาของตนเข้าไปกว่า 3 เมตร นอกจากนี้แล้วยังขุดเอาดินขึ้นมาทับถมนาข้าวของตนจนทำให้ต้นข้าวที่ทำนาหว่านเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้รับความเสียหายเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ตลอดแนวลำห้วย  ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้รับเหมาหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการก็ไม่เคยแจ้งให้ตนทราบมาก่อนว่าจะมีการดำเนินการขุดลอกโดยเฉพาะเทศบาลตำบลกุดเชียงหมี ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ก็ไม่มีใครออกมาชี้แจงหรือให้คำตอบได้ว่าเป็นโครงการอะไรกันแน่ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะที่ นายสมศักดิ์ ผลจันทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านสวาสดิ์น้อย ตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร บอกว่า หลังจากที่ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการขุดลอกลำห้วยทั้ง 3 แห่ง คือ ลำห้วยยาง, ลำห้วยกลอย และลำเซ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของตำบลกุดเชียงหมี มีชาวบ้านที่มีที่นาอยู่ตามแนวลำห้วยกว่า 10 ราย ที่ได้รับผลกระทบ ตนจึงได้สอบถามไปยังเทศบาลตำบลกุดเชียงหมี ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ และได้รับคำตอบว่าโครงการขุดลอกลำห้วยทั้ง 3 แห่งนี้ ยังไม่มีการทำสัญญาจึงไม่ทราบข้อมูลว่าเป็นงบอะไรและต่อมาตนได้รับข้อมูลจากกลุ่มผู้รับเหมาว่างบประมาณตัวนี้เป็นงบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งบประมาณยังไม่ตกมาแต่ก็มีผู้รับเหมาได้เข้าไปดำเนินการก่อสร้างก่อนแล้ว ตนจึงอยากจะให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบด้วยว่าเป็นโครงการของใคร หน่วยงานไหนแล้วสัญญาจ้างเงินจำนวนเท่าไร เพราะมันเป็นงบประมาณของแผ่นดิน ซึ่งการขุดลอกของผู้รับเหมาที่ได้ดำเนินการไปก่อนนั้นดูแล้วเป็นการทำงานที่ไม่ได้มาตรฐานไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาน้ำแล้งหรือน้ำท่วมได้เลยเพราะบางจุดไม่ได้มีการขุดไส้ของลำห้วยขึ้นมาเลยบางจุดยังมีกองเศษต้นไม้และกอไผ่ ขวางในลำห้วยอยู่เลย ซึ่งการทำแบบนี้เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรเลย

ภาพ/ข่าว สมัย คำแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ยโสธร

ปกครอง-ตำรวจ เข้มลุยตรวจตลาดทรีทาวน์ พัทยา หลังโดนซัดมั่วสุ่มหวั่นเพาะเชื้อโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปกครอง-ตำรวจ เข้มลุยตรวจตลาดทรีทาวน์ พัทยา หลังโดนซัดมั่วสุ่มหวั่นเพาะเชื้อโควิด-19

ปกครอง-ตำรวจ เข้มลุยตรวจตลาดทรีทาวน์ พัทยา หลังโดนซัดมั่วสุ่มหวั่นเพาะเชื้อโควิด-1922 มิถุนายน 2563 – 09:09 น.

ปกครอง-ตำรวจ เข้มลุยตรวจตลาดทรีทาวน์ พัทยา หลังโดนซัดมั่วสุ่มหวั่นเพาะเชื้อโควิด-19 จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณโซนร้านอาหารมีลูกค้าเข้าใช้บริการแต่ไม่มาก ทางตลาดได้มีการจัดระเบียบ เว้นระยะห่างและมีเจลล้างมือตามมาตราการ ไม่พบกลุ่มคนจำนวนมากตามที่ปรากฎในคลิป

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 21 มิถุนายน 2563 นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พ.ต.ต.ชัยณรงค์ ไชยอินทร์ สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา นำกำลังออกตรวจสอบ สถานประกอบการที่ได้รับการผ่อนปรนให้เปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการป้องกัน โดยเว้นระยะห่าง มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีเจลแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด 19

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณตลาดทรีทาวน์ ซึ่งตั้งอยู่กลางซอยบัวขาว พัทยาใต้ ซึ่งเป็นจุดที่ปรากฎในคลิปวีดีโอตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้ว มีกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากมารวมตัวกัน ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกรงว่าจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อ จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณโซนร้านอาหารมีลูกค้าเข้าใช้บริการแต่ไม่มาก ทางตลาดได้มีการจัดระเบียบ เว้นระยะห่างและมีเจลล้างมือตามมาตราการ ไม่พบกลุ่มคนจำนวนมากตามที่ปรากฎในคลิปวีดีโอ นอกจากนี้ยังตรวจพบร้านที่เข้าข่ายจัดเป็นผับบาร์ลักลอบเปิด ชื่อร้าน ทาบูบาร์ มีลูกค้าเข้าใช้บริการหลายโต๊ะ จากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผับบาร์ มุ่งเน้นในการจหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ปิดร้านพร้อมเชิญตัวเจ้าของร้านไปยังสภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจรจสภ.เมืองพัทยา ได้ออกตรวจตราอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีจุดใดที่มีการกระทำผิด หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ประชาชนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบได้ทันที่ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19

ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค พัทยา จ.ชลบุรี

Teens wolf down fast food at least once a week as deliveries heat up by 38%: survey #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Teens wolf down fast food at least once a week as deliveries heat up by 38%: survey

Health & Beauty

Jun 23. 2020File PhotoFile Photo

By The Nation

Research shows teens have eaten fast food at least once a week during the Covid-19 crisis while overall online food deliveries have increased by 38 per cent compared to last year.

The Thai Health Promotion Foundation said the 2020 Thai Health Report by Mahidol University’s Institute of Population and Social Research and the academic’s network partners found that up to 69 per cent of Bangkok teens and youth aged 10-24 consume western fast food at least once a week, followed by the central region (54.6 per cent), southern region (48.7 per cent), northeastern region (41.9 per cent) and northern region (38.7 per cent).

Thais consumed fast food by ordering these through food delivery applications during the Covid-19 crisis.

A Kantar World panel undertook the survey between April 10 and 16, questioning 1,638 Thais aged up to 49 living in urban areas.

Thai Health recommends that people consume food in the 2:1:1 ratio – two parts vegetables, 1 part rice or 1 part flour, and 1 part meat – plus reduce sugary and salty foods and exercise regularly.

Asst Professor Dr Manasigan Kanchanachitra at the Institute of Population and Social Research said that today’s technology is affecting the food consumption behaviour of teenagers and youth as they can easily access food ordering applications that play an important role in determining trends and access restaurants easily as never before.

The survey also found that 61 per cent of the popular food ordered by different generations comprises fried chicken, burgers and pizza, while youth consume hardly any fresh vegetables or fruits on a regular basis.

Thai Health is urging food application developers to focus on supporting healthy food promotion.

Japanese firm’s blanket testing of employees could serve as model #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Japanese firm’s blanket testing of employees could serve as model

Health & Beauty

Jun 22. 2020Masayoshi Son/File photoMasayoshi Son/File photo

By The Washington Post · Simon Denyer · WORLD, HEALTH, ASIA-PACIFIC

TOKYO – Sports leagues around the world have acknowledged that the only way to restart competition is to test all their players for the novel coronavirus. For businesses, the same idea is gaining ground: stepping in with testing where government-run efforts are lagging.

In Japan, a telecom magnate, Masayoshi Son, has taken the lead with a combination of antibody and diagnostic tests that offer a model for others as parts of the world look to reopen their economies.

Diagnostic polymerase chain reaction, or PCR, tests still are not widely available in Japan to determine who is infected and potentially contagious. So Son took another route: First, he tested 38,216 employees, family members and clients at his Tokyo-based SoftBank conglomerate for virus antibodies, to see who had been exposed to the virus. Anyone who tested positive was then sent for a PCR test.

“I am worried that if just one or two of our employees are infected, that could possibly lead to a cluster of infections,” he said. 

“On the other hand, we can’t afford to continue to stay away as companies, fearing a risk of infection,” he continued. “For an early return to work, I believe it is very important for us to test widely, and to establish a process where patients, if found, will be taken care of by doctors and segregated swiftly.”

The results of his study – the largest antibody test in Japan and one of the largest in the world – offer a mixture of good and bad news.

Just 0.23 percent of the sample tested positive for coronavirus antibodies, suggesting Japan, with its widespread adoption of face masks and relatively early efforts to reduce transmission, has been relatively successful in containing the virus.

Son also offered free tests to medical workers. Of 5,850 who took up his offer, 1.79 percent had antibodies for the virus. Overall, that meant 0.43 percent of 44,066 people tested positive.

The results effectively bury the notion that Japan might be on a path to “herd immunity” – the idea that if roughly 60 percent of the population have already contracted the virus, its spread will slow.

The data is also a potential tripwire as businesses and communities reopen and reconnect. Places that were effective in keeping the infection rate relatively low also have greater numbers of people at risk of first-time exposure as lockdowns ease.

A smaller sample size in three cities – about 8,000 people in total – found infection rates of 0.1 percent in Tokyo, 0.17 in Osaka and 0.03 in Miyagi in northeastern Japan, Japan’s health minister, Katsunobu Kato, said Tuesday.

Kenji Shibuya, director of the Institute for Population Health at King’s College London, said the SoftBank data shows that Japan remains susceptible to another surge in infections if precautions are ignored as it reopens. 

At the same time, society cannot manage under strict controls indefinitely, and “protective screening” such as SoftBank’s initiative may become more common, he added. 

“The private sector is more rational compared to the old-fashioned medical community … We should move ahead. So I am very glad the private sector did very well,” Shibuya said.

Although SoftBank said the survey was not a representative sample of the country’s population, a rough extrapolation over Japan’s 126 million people would suggest around 300,000 people have contracted the virus since the pandemic began. 

That is around 17 times the official numbers found by the diagnostic PCR tests – which under Japan’s policies were used test only the seriously ill. 

Son said the tests were “driven by our desire to protect our employees and their families, and our customers and their families, and to protect as many people as possible.”

But the need to protect his business interests also played a role.

“As a private company, SoftBank is engaged in businesses every day, and to us, the exit strategy is very important. But as society becomes more active, we can’t avoid the risk of the second wave of infection,” said Son, Japan’s second-richest person after Tadashi Yanai, chief executive of Fast Retailing, which owns the Uniqlo chain.

Son said the idea of mass testing can be applied to many businesses, including factories, restaurants and night spots, all of which have to reopen. 

What he called “a nice surprise” was that only eight out of 19,075 staff working in SoftBank’s mobile phone stores tested positive for antibodies, or just 0.04 percent, lower than the rate among other staff mostly working from home.

“Generally speaking, meeting people is a high risk,” said Norio Ohmagari, director of the National Center for Global Health and Medicine. “But I don’t think that is always the case. The result suggests we could reduce risks by taking various measures and doing them well.”

Other Japanese companies appear to be following Son’s move to step in where the government is slow to act. 

Already, Rizap Group, a gym operator, is giving antibody tests to 30,000 employees and customers. Toda Corp., a construction company, plans to offer antibody tests to its staff in Tokyo. Nagasaki International University is testing all 69 faculty members as it seeks to reopen safely, media reports say.

While various antibody tests are being used or developed in the United States, they have sparked medical debates. They cannot replace diagnostic tests: Antibodies typically don’t show up for a week or two after a person contracts the virus, and an antibody test can’t tell if someone is still infected. There are also concerns about accuracy.

Son said he had considered giving everyone PCR tests, but decided on antibody tests as a first step because they can be done “relatively safely, widely and quickly.” 

He consulted infectious-disease experts and settled on kits from two Chinese manufacturers, Innovita and Orient Gene. But he is also talking to Japanese company Takara Bio and hoping they can further develop a saliva-based PCR test for mass use. 

“I am hoping from the bottom of my heart to get to see a society soon when everyone feels safe and enjoys their life,” Son said.

Japan has been criticized for failing to test people widely, but the government insists it took the correct approach, rationing tests to prevent crowds collecting at medical centers and to allow the health-care system to focus on the most severe cases.

With fewer than 1,000 deaths – by the official count – and only a few dozen new infections a day, the government believes Japan’s approach deserves global recognition.

But many experts say a change of approach is needed now, because only by testing people will the country be able to get back to work after an economically catastrophic shutdown.

“I think the idea of trying to test very comprehensively is very good,” said Wataru Sugiura, director of the Center for Clinical Sciences at the National Center for Global Health and Medicine. 

“No test is perfect,” he added, but the massive volume of data created by SoftBank’s study could provide “a foothold toward building a better system.”

สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ถวายสักการะ”พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ถวายสักการะ”พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย”

สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ถวายสักการะ"พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย"

วันมัคคุเทศก์ไทย 21 มิถุนายน 2563 สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ถวายสักการะ เพื่อน้อมรำลึกถึง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย”

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2563 ณ สำนักงานสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ อาคารซีเอ็มคอมพิวเตอร์ ชั้น 4 สี่แยกข่วงสิงห์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวิทยา พงษ์ศิริ ประธานชมรมเพื่อนไกด์เชียงใหม่ อุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่และ คณะกรรมการ ถวายสักการะ เพื่อน้อมรำลึกถึง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย” ที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม  แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกคนแรกของประเทศไทย ทรงเป็นต้นแบบของการนำเที่ยว และถือว่าเป็นต้นแบบที่มัคคุเทศก์ไทยถือปฏิบัติตามแบบอย่างพระองค์ท่านตลอดมา

ซึ่งสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อระลึกถึงคุณูปการของพระองค์ท่านที่ปฏิบัติราชภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่มัคคุเทศก์ ในทุกปีอีกด้วย

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัสโควิด2019 ทำให้ทางสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว คณะกรรมการสมาคมฯ จึงมีมติจัดงานถวายสักการะเป็นการภายใน และได้เชิญชวนมัคคุเทศก์เดินทางมาถวายสักการะ โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับสมาชิกสมาคมมัคเทศก์เชียงใหม่อย่างเคร่งครัด และเข้มงวดอีกด้วย

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

ผบช.สตม.สั่งคุมเข้มสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผบช.สตม.สั่งคุมเข้มสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19

21 มิถุนายน 2563 – 19:34 น.

ผบช.สตม.สั่งคุมเข้มสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19 ตม. ซึ่งมีการประสานความร่วมมือกัน ทุกจังหวัด เพื่อป้องกันแรงต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองมา รวมถึงแก๊งมิจฉาชีพ รับจ้างขน แรงงาน ต่างด้าวเข้ามา ขอฝากเตือนว่า ตำรวจมีการตรวจเข้ม อยู่ตลอดเวลา

วันที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 14.30 น. ที่สถานีตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดอุดรธานี  พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ก่อนที่ พล.ต.ต.สุรพงษ์  ชันจันทร์ รอง ผบช.สตม.,นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี , พ.ต.อ.พิชย์วุฒิ สงวนสมบัติ รอง ผบก.ตม.4 ,พ.ต.อ.เอกมนต์  พรชูเกียรติ  รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 ได้ร่วมแถลงข่าว คดีลักทรัพย์แฮ็กเงินจากบริษัทตู้เติมเงิน และคดีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามา ในช่วงห่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ของการแพร่ระบาดเชื้อ โควิด-19

พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า ทุกประเทศทั่วโลกได้ผลกระทบการแพร่บาดเชื้อโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีการบริหารจัดการโรคระบาด ของรัฐบาล ให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ตอนนี้ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อ มีแต่ติดมาจากนอกประเทศและถูกกักตัว  โดยเฉพาะ จ.อุดรธานี ทุกภาคส่วนร่วมมือกันทำให้สถานะการณ์ ดีขึ้นมา ทำให้องค์การอนามัยโลกได้ยกย่องประเทศไทย เป็นอันดับ2 ในการบริหารงานป้องกันโรคโควิด-19 จึงจำเป็นต้องการมีเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง ของการหลบหนีเข้ามาเมืองจากต่างประเทศ ที่จะมาในประเทศไทย เพราะบุคคลพวกนี้ อาจจะนำเชื้อเข้ามาในประเทศของเรา ทั้งนี้ได้กำชับตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัด ให้บูรณาการ ทุกฝ่าย ในการป้องกัน ทำให้เห็นว่า ในห่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ช่วงมีการแพร่ระบาด โควิด-19 ใน ตม.4 สามารถจับกุม การหลบหนีเข้ามา จำนวน 1,200 ราย  

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์กลางของการเดินทางภาคอีสานตอนบน ที่มีประตูไปเชื่อม ประเทศเพื่อนบ้าน ในระหว่างนี้ประตูประเทศเพื่อนบ้านปิด ซึ่งเป็นช่องทางรับการเดินทางมาที่ จ.อุดรธานี ทั้ง 10 จังหวัด ซึ่งก็มีการตั้งด่านจุดตรวจโรคเอาไว้ ในระหว่างรอยต่อ ของจังหวัดต่างๆ เพื่อเป็นการลดโอกาสของพาหะนำเชื้อให้มากที่สุด ซึ่งเป็นปฏิบัติการป้องกันภายในประเทศ

พล.ต.ต.สุรพงษ์  ชันจันทร์ รอง ผบช.สตม. เปิดเผยต่อว่า ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองผิดกฎหมาย ร่วมกับ ตม.หนองคาย สืบสวนกรณีบริษัทผู้ให้บริการ “ตู้เติมเงิน” ถูกอดีตพนักงานตนเอง คือ น.ส.ภรณ์สุดา เขตคำ อายุ 30 ปี มีความชำนาญด้าน ไอที. ถูกจับกุมที่ จ.หนองคาย 20 มิ.ย.63  และนายสุขสันต์ คำดี อายุ 51 ปี ดูแลตู้เติมเงิน ถูกจับกุมที่ จ.ลำปาง เช้าวันนี้ 21 มิ.ย.63 โดยกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืน และเข้าถึงระบบคอมฯ โดยไม่ชอบ ระหว่าง 19 ม.ค.63-19 มี.ค.63 โดย น.ส.ภรณ์สุดา ได้นำเอาพาสเวิร์ดของพนักงานที่เธออบรมให้ มาแฮกเข้าไปในระบบแต่ละตู้ แล้วโอนเงินเข้า 6 บัญชี 216 ครั้ง ความเสียหาย 414,700 บาท   

ส่วนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.ชัยภูมิ จับกุม นายอนุกุล  พันธไชย อายุ 38 ปี  ขับรถตู้ช่วยเหลือนำแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา  10 คน จะไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยจับกุมได้ที่ช่องทางรอง อ.คอนสวรรค์  จ.ชัยภูมิ ซึ่งจากการสอบสวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดสารภาพว่า หลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ จ.สุรินทร์  จึงได้แจ้งข้อหา “ เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”  ส่วนนายอนุกูล แจ้งข้อหา “ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ  เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”

จากการขยายผลจับพบนางซิม  สไรเมา อายุ 36 ปี นำชาวพม่า จำนวน 16 คน เดินลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติ เข้ามาทางชายแดนเขต ตำบลด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์  เพื่อจะเข้ามาหางานทำ ในพื้นที่ชั้นใน จึงได้ดำเนินการจับกุม แล้วทำการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร โดยทันที  เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่บาดเชื้อวิด-19

พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยต่อไปว่า ในช่วงที่มีการปิดประเทศ ทุกธุรกิจปิดหมด แรงานก็เดินทางกลับบ้าน โดยเฉพะกัมพูชา พม่า และลาว แต่ตอนนี้สถานการณ์ประเทศไทยดีขึ้นมาก ทำให้วันนี้เป็นวันที่ 26 ที่ไม่มีการติดเชื้อ แต่ก็มีติด1 ราย ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลก็มีการพิจารณา ในการผ่อนคลาย เฟสที่ 4 โดยจะเริ่มเข้าภาวะปกติ ทำให้มีความต้องการของแรงงาน ในตลาด แต่เนื่องจากเรายังไม่เปิดพรมแดน ซึ่งมาตรฐาน ของประเทศเพื่อนบ้าน มีการควบคุม ได้ดีพอหรือยัง ของเชื้อปกติ

พอด่านปิดก็จะมีการลักลอบกลับเข้ามา โดยทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม. จะมีการประสานความร่วมมือกัน ทุกจังหวัด เพื่อป้องกันแรงต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองมา รวมถึงแก๊งมิจฉาชีพ รับจ้างขน แรงงาน ต่างด้าวเข้ามา ขอฝากเตือนว่า ตำรวจมีการตรวจเข้ม อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าว นำเชื้อเข้ามาในประเทศไทย เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งขอความร่วมพี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อลดลง แต่เราจะประมาทไม่ได้ ต้องดูแลช่วยกัน

นายฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค จ.อุดรธานี คมชัดลึก 

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครฯ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครฯ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครฯ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครกิจการพลเรือน กองทัพบก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน โดยมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดน และพร้อมที่จะทำความดี ป็นกำลังสำคัญให้กับราชการ

กองกำลังนเรศวรตั้งอาสาสมัครหนุนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  พลตรี อุกฤษฏ์ นุตคำแหง  ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้เดินทางมามอบเครื่องแต่งกาย เสื้อ หมวก ให้กับอาสาสมัครกิจการพลเรือน (กร) กองทัพบก จำนวน 116 คน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นมวลชนกองทัพบก ณ หอประชุมโรงเรียนเทศบาล 3 อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน          

พลตรี อุกฤษฏ์ นุตคำแหง  ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร เปิดเผยว่า อาสาสมัครกิจการพลเรือน กองทัพบก มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดน และพร้อมที่จะทำความดี ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เป็นกำลังสำคัญให้กับส่วนราชการในพื้นที่ในการดำเนินงานด้านความมั่นคง เป็นการสร้างกระบวนการให้ประชาชนในชุมชนตำบลชายแดนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเครือข่ายมวลชนด้านกิจการพลเรือน ของกองกำลังป้องกันชายแดน  ซึ่งอาสาสมัครกิจการพลเรือนของกองทัพบกมีภารกิจหน้าที่อีกมากมาย ทั้งเป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่นำหลักศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานชุมชน และใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปยึดถือปฏิบัติในการดำรงชีวิตประจำวันร่วมกับผู้นำชุมชน ท้องที่ และท้องถิ่นของตน รวมทั้งเป็นกลไกหลักในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของกองกำลังนเรศวรและหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ในพื้นที่

ส่งต่อให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนงานด้านการข่าว เช่น การรายงานข่าว แจ้งเบาะแส หรือเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นกำลังหลักในการทำหน้าที่สร้างความเข้าใจต่อทุกภาคส่วนในพื้นที่ด้านความมั่นคง  ทั้งเรื่องยาเสพติด การหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว สินค้าหนีภาษี การบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ  ภัยแล้ง น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ประชาชนเดือนร้อน ตามช่องทางการติดต่อสื่อสารที่จัดตั้งขึ้น  เป็นตัวแทนภาคประชาชนสร้างความสัมพันธ์อันดีในการพบปะประชาชนเพื่อสอบถามปัญหาความเดือดร้อน ความเป็นอยู่ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนช่วยเหลือและการปฏิบัติตามภารกิจต่าง ๆ ของกองกำลังนเรศวร  โดยอาสาสมัครกิจการพลเรือน กองทัพบกเหล่านี้ ตั้งขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านแนวตะเข็บชายแดน  ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านละ 1 คน จำนวน 116 หมู่บ้าน 116 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อ.ส.ม.และประชาชนทั่วไปในชุมชน.

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.63 บรรยากาศสุดคึกคัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.63 บรรยากาศสุดคึกคัก

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.63 บรรยากาศสุดคึกคัก

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.2563 โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นระยะตามที่จองไว้ล่วงหน้าทำให้บรรยากาศทั่วไปคึกคัก ซึ่งจำกัดให้เข้าชม ได้วันละ 2,000 คนและยังไม่เปิดขายบัตรต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

วันที่ 21 มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าสวนสัตว์ เชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นระยะตามที่จองไว้ล่วงหน้า ในวันนี้เป็นวันหยุด ทำให้บรรยากาศทั่วไปคึกคัก บรรยากาศธรรมชาติฝนไม่ตก ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้บริการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยในมาตการป้องกันโควิด 19 ในเบื้องต้น

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ บอกว่า นักท่องเที่ยวที่จองบัตรล่วงหน้า ผ่านระบบ Event pop ได้ให้ความสนใจเข้าเที่ยวชมสวนสัตว์ทุกวัน จนยอดจองเต็มหมดทุกวัน ซึ่งทางสวนสัตว์ขอให้สิทธิ์เฉพาะคนที่จองบัตรแล้วเท่านั้น เฉพาะช่วงวันที่ 15 – 30 มิถุนายน นี้ เนื่องจากยังจำกัดนักท่องเที่ยวที่เข้าชมสวนสัตว์ ได้วันละ 2,000 คนและยังไม่เปิดขายบัตรต้องจองล่วงหน้ามาก่อน ถ้าไม่จองมาก่อนจะไม่สามารถเข้าชมสวนสัตว์เชียงใหม่

และเพื่อความสะอาดของธรรมชาติภายในสวนสัตว์จึงไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขับเข้าชมด้านในทั้งนี้สวสัตว์ มีรถบริการคอยวิ่งนำเที่ยวให้ตลอดทั้งวัน ส่วนแพนด้า อควาเรียม เพนกวิน สวนน้ำ สวนชมนก และโรงหนัง 4 มิติ ยังไม่เปิดให้บริการ และฟรีเฉพาะ ค่าผ่านประตู ค่าใช้จ่ายอื่นเสียตามปกติ ค่าจอดรถยนต์ฝากคันละ 50. บาท รถบริการภายใน ผู้ใหญ่ 40บาท เด็ก(ความสูงไม่เกิน 135 ซ.ม.) 25.บาท

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

บุรีรัมย์ ฮือฮาทุเรียนน้ำแร่ เนื้อคัสตาร์ด เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บุรีรัมย์ ฮือฮาทุเรียนน้ำแร่ เนื้อคัสตาร์ด เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่

บุรีรัมย์ ฮือฮาทุเรียนน้ำแร่ เนื้อคัสตาร์ด เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่

ลูกค้ามาจองเกลี้ยงก่อนสุก หลังลูกค้าเคยลิ้มรสทุเรียนแหล่งน้ำแร่อำเภอโนนสุวรรณ มีเอกลักษณ์พิเศษ กลิ่นไม่แรง หอมหวานละมุน เนื้อนุ่มเหมือนคัสตาร์ด นายอำเภอเร่งหนุนเตรียมส่งเสริมรอบด้าน เผยใช้น้ำแร่ธรรมชาติมามาหล่อเลี้ยง เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่

วันที่ 21 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิพันธ์ บุตรศรี นายอำเภอโนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ได้นำเจ้าหน้าที่ กลุ่มส่งเสริมการเกษตร ,กลุ่มส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน เพื่อหาแนวทางพัฒนา และสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตร

หลังพบว่าผลผลิตทุเรียนในพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ ไม่พอต่อความต้องการของตลาด ลูกค้าสั่งจองตั้งแต่ผลยังไม่สุก เนื่องจากผลผลิตทุเรียนที่ปลูกซึ่งอยู่ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ มีคุณภาพสูง

นายมงคลชัย เจริญราช อายุ 28 ปี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนโนนสุวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพ แต่ต้องปลูกทุกปี ทั้งยังต้องเสี่ยงกับราคาขึ้น-ลงไม่แน่นอน จึงเริ่มหันมาปลูกทะเรียนจำนวน 10 ไร่ ผ่านไปประมาณ 3-4 เดือน ปีต้นทุเรียนเจริญเติบโตเร็วกว่าที่เคยศึกษาทางอินเตอร์เน็ต จึงตัดสินใจปลูกเพิ่มอีกจนครบ 20 ไร่ หรือกว่า 500 ต้น ของที่ดินที่มีอยู่

นายมงคลชัย บอกด้วยว่า ผลผลิตที่ได้รสชาติทุเรียนจะเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเองคือ มีกลิ่นไม่แรง รสชาติหวานมัน เนื้อนิ่มเหมือนคัสตาร์ด นุ่มลิ้น ตอนนี้ผลผลิตออกมาประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ทุเรียนยังไม่สุก แต่มีลูกค้ามาจองไว้หมดแล้ว

สำหรับแหล่งน้ำที่นำมารดต้นทุเรียน เป็นน้ำที่เจาะมาจากใต้ดิน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพื้นที่ของ อ.โนนสุวรรณ จะเป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติคุณภาพสูง จากผลที่มีหน่วยงานต่างๆเข้ามาสำรวจ คาดว่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุเรียนที่นี่มีคุณภาพดี

ด้านนายสิทธิพันธ์ บุตรศรี นายอำเภอโนนสุวรรณ กล่าวว่า โดยปกติพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เป็นแหล่งน้ำแร่ใต้ดิน มีแร่ธาตุสูง มีโรงงานผลิตน้ำแร่มาตั้งผลิตหลายโรง ประชาชนส่วนใหญ่ มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกพืชหลากหลายชนิด ต่อมาได้มีเกษตรกรเริ่มนำทุเรียนมาทดลองปลูกกันเอง รายละ 1-2 ไร่ รวมแล้วประมาณ 50 ไร่ แต่กลับได้ผลผลิตดีเกินคาด รสชาติอร่อยแตกต่างจากทุเรียนที่ปลูกในแหล่งอื่น เนื่องจากเกษตรกรเอาน้ำแร่ที่ผุดออกมาจากใต้ดินมารดต้นทุเรียน ตอนนี้มีเกษตรกรปลูกแล้วกว่า 600 ไร่ ได้ผลผลิตแล้วประมาณ 50 ไร่

ถึงเวลานี้เรียกได้ว่าเป็นทุเรียนน้ำแร่แห่งแรก ผลิตออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดยหลังจากนี้จะมีการส่งเสริมองค์ความรู้ อบรมทักษะให้กับเกษตรกร  ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษา รวมถึงการตัดทุเรียนอย่างถูกต้อง

รวมถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ สะดวกให้กับลูกค้าที่จะหิ้วไปเป็นของฝาก โดยหลังจากนี้อีกประมาณ 2-3 ปี ทุเรียนน้ำแร่โนนสุวรรณ น่าจะได้ผลผลิตอย่างเต็มที่ และเชื่อว่า อ.โนนสุวรรณ จะเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพดี เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศอย่างแน่นอน นายสิทธิพันธ์ …กล่าว

ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์