Teddy House ส่ง Aroma Teddy หมีหอมปรับบรรยากาศสุดน่ารัก ไอเดียของขวัญและของแต่งบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/669527

วันที่ 01 ธ.ค. 2564 เวลา 10:11 น.Teddy House ส่ง Aroma Teddy หมีหอมปรับบรรยากาศสุดน่ารัก ไอเดียของขวัญและของแต่งบ้านส่งความสุขส่งท้ายปีให้หอมอบอวลไปกับแบรนด์ “Teddy House” ที่เอาใจเหล่าคนรักตุ๊กตาหมี เปิดตัว “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศสุดน่ารัก ไอเท็มของขวัญ และของแต่งบ้านสุดโปรดของสาว “แพนเค้ก-เขมนิจ” พร้อมเผยเคล็ดลับการแต่งบ้านให้น่าอยู่ เตรียมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง

เมื่อเทศกาลแห่งความสุขกำลังจะดำเนินมาถึง หลายคนก็คงเตรียมหาของขวัญสำหรับคนพิเศษ หรือเตรียมจัดบ้านเพื่อเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ โดยล่าสุดแบรนด์ตุ๊กตาหมีระดับพรีเมียม “Teddy House” ได้เปิดตัว “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ ตุ๊กตาหมีดีไซน์น่ารักที่มีตัวกระจายกลิ่น (Diffuser) ช่วยส่งกลิ่นหอมไปทั่วทุกบริเวณบ้าน รถยนต์ หรือสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ เพื่อมอบบรรยากาศอันรื่นรมย์ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย อารมณ์ และจิตใจอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าแฟนคลับตัวยงของแบรนด์ “Teddy House” อย่างนักแสดงสาวชื่อดัง แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ก็ไม่พลาดที่จะเลือก “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ เป็นไอเทมโปรดสำหรับแต่งบ้าน และยังเผยเคล็ดลับการแต่งบ้านให้น่าอยู่ เตรียมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย

“Teddy House” แบรนด์ตุ๊กตาหมีระดับพรีเมียม ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ด้วยมาตรฐานการผลิตที่ได้การยอมรับในระดับสากล ที่นอกจากตุ๊กตาหมีแล้ว “Teddy House” ยังมีชุดเสื้อผ้าสำหรับตุ๊กตาหมี พวงกุญแจ กระเป๋า และของใช้เอนกประสงค์อีกมากมาย รวมไปถึงไอเทมใหม่ “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ ที่ทางแบรนด์ได้คิดค้นนวัตกรรม Push and Breathe โดยการนำกลิ่นหอมเข้ามาผสมผสานกับความน่ารักของตุ๊กตาหมี โดยใช้ตัวกระจายกลิ่น (Diffuser) ช่วยส่งกลิ่นหอม เหมาะสำหรับนำมาตกแต่งสถานที่ รถยนต์ ปรับบรรยากาศให้มีความรื่นรมย์จากกลิ่นหอม และยังช่วยปรับสมดุลทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ เพียงกดที่หัวของตุ๊กตาหมีก็สามารถส่งกลิ่นหอมได้

เกรซ พรพิไลสวัสดิ์ กรรมการบริหารแบรนด์ “Teddy House” กล่าวถึงจุดเด่น และแนวคิดหลักในการสร้างสรรค์ “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ ว่า “เราต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการผลิตตุ๊กตาหมีที่มีคุณภาพในระดับสากล จึงเกิดเป็นไอเดียที่อยากจะสร้างสรรค์ไอเทมใหม่ๆ ให้ตุ๊กตาของเรามีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวติประจำวัน ด้วยการเพิ่มความหอมเข้าไปในตัวตุ๊กตา จากการปรุงกลิ่นหอมพิเศษด้วยการใช้ศาสตร์ของ Aromatherapy โดยการนำน้ำหอมพรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศอังกฤษ ผสมผสานกับน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติ 100% พร้อมคิดค้นนวัตกรรม Push and Breathe ที่กดแล้วหอมขึ้นมา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน อีกทั้งยังสามารถนำติดตัวไปใช้ได้ตามที่ต่างๆ ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด ไม่ว่าจะนำไปตกแต่งบ้าน ติดไว้ภายในรถยนต์ หรือให้เป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ เพียงกดที่หัวของน้องหมี กลิ่นหอมของอโรม่าบำบัดก็จะกระจายออกมา”

โดย “Teddy House” ได้รังสรรค์ “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ ออกมาทั้งหมด 5 กลิ่นด้วยกัน โดยกลิ่นแรก Peace My Mind จิตใจอันสงบ กลิ่นนี้ช่วยสร้างความรู้สึกสงบผ่อนคลาย สามารถบำบัดจิตใจจากความเหนื่อยล้า คลายเครียด และคลายความกังวล โดยถูกปรุงพิเศษด้วยการผสมผสานน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการผ่อนคลาย ได้แก่ ลาเวนเดอร์ และคาโมมายล์ เพิ่มความสดชื่นด้วยกลิ่นส้ม และไม้จันทน์หอม กลิ่นนี้สามารถใช้ได้ตลอดวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ในเวลาเช้าจะช่วยปรับสมดุลจิตใจให้ผ่อนคลาย

ส่วนในเวลากลางคืนสามารถวางไว้ข้างหมอน เพราะกลิ่นหอมนี้จะช่วยทำให้หลับลึกได้ตลอดคืน ถัดมาที่กลิ่น Breathe Me Luck กลิ่นแห่งความโชคดี กลิ่นนี้จะให้ความรู้สึกที่สดชื่น จากกลิ่นน้ำหอมฟรุตตี้ จากกีวี และลูกแพร์ ผสานกับกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยเลมอน และเกรปฟรุต ที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นในทุกครั้งที่สูดดม ต่อมาที่กลิ่น Sweet Princess เจ้าหญิงที่แสนหวาน กลิ่นที่ช่วยสร้างความรู้สึกหอมหวานตราตรึงใจ เหมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ด้วยความหอมหวานของดอกสวีทพี ผสานกับความสดชื่นจากน้ำมันหอมระเหยเลมอน และเกรปฟรุต ที่จะช่วยปรับสมดุลทางจิตใจให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า

กลิ่นต่อมา Charming Spell มนต์สะกดแห่งเสน่ห์ กลิ่นหอมสุดคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างมีระดับ ช่วยสร้างเสน่ห์ชวนหลงใหลให้กับบรรยากาศรอบตัวด้วยความสดชื่นจากดอกอิงลิช ฟรีเซีย และกลิ่นหอมละมุนละไมจากลูกแพร์ หลอมรวมกับความหอมแบบมีมิติของแพชชูรี่ ทำให้กลิ่นนี้มีเสน่ห์ และน่าค้นหา และสุดท้ายที่ Vanilla Cream Puff สาวน้อยชวนฝัน กลิ่นสำหรับสาวกวานิลลา ที่ให้ความรู้สึกหวานละมุน หอมชวนฝันไปกับกลิ่นหอมหวานของวานิลลา ดอกลิลลี่ และกลิ่นอันนุ่มลึกของไม้จันทน์หอม ผสานกับมัสก์ (Musk) ที่ทำให้กลิ่นนี้หอมหวานชวนฝัน ตัดปลายกลิ่นด้วยแป้งอ่อนละมุนเหมือนสาววัยใส และน้ำมันหอมระเหยเลมอน และเกรปฟรุต ที่ช่วยสร้างพลังบวกให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

สำหรับดีไซน์ของ “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ นั้นมาในรูปลักษณ์ของตุ๊กตาหมีบูบู ขนาด 6 นิ้ว โดยมีทั้งหมด 6 คอลเลกชั่นด้วยกัน เริ่มจาก Premium ด้วยตุ๊กตาหมีที่มาในชุดดีไซน์หรูหรา ถัดมาที่ My Hero ที่ตุ๊กตาหมีจะสวมใส่ชุดคุณหมอ พยาบาล และชุดพีพีอี อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์ข้อความสกรีนลงบนชุดได้อีกด้วย ต่อมาที่ Made For You Hoodie ตุ๊กตาหมีคู่ที่ตัวผู้ชายจะสวมใส่เสื้อฮู้ดดี้สีขาวกับกางเกงยีนส์ ส่วนผู้หญิงสวมใส่ชุดกระโปรงฮู้ดดี้สีชมพู และสามารถสร้างสรรค์ข้อความสกรีนลงบนชุดได้เช่นกัน แบบต่อมา Made For You ตุ๊กตาหมีที่มาในชุดเสื้อยืดสีขาว ผู้ชายใส่กางเกงยีนส์ และผู้หญิงใส่กระโปรงยีนส์ โดยสามารถสกรีนข้อความบนชุด และเลือกกลิ่นน้ำหอมที่ชอบเองได้ ถัดมาที่ Original คอลเลกชั่นที่มีชุดเสื้อผ้าให้เลือกหลากหลายแบบตามลักษณะของกลิ่นแต่ละประเภท และสุดท้ายกับคอลเลกชั่น #Hashtag ตุ๊กตาหมีใส่เสื้อยืดสีขาว ผู้ชายใส่กางเกงยีนส์ และผู้หญิงใส่กระโปรงยีนส์ โดยสามารถสกรีนข้อความบนเสื้อในรูปแบบของการติดแฮชแท็กได้

ด้านครอบครัวคนรักหมีอย่างนักแสดงสาวชื่อดัง แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ได้เผยถึงไอเท็มสุดโปรดที่ต้องมีติดบ้าน และเคล็ดลับการแต่งบ้านให้น่าอยู่ เตรียมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงว่า “ปกติจะเป็นคนที่ชอบอยู่บ้านมากๆ กิจกรรมเวลาอยู่ที่บ้านก็คือ ออกกำลังกาย ดูหนัง จัดบ้าน จัดดอกไม้ และอาจจะมีทำสวนพืชผักสวนครัวเล็กๆหลังบ้าน ซึ่งไอเทมติดบ้านสุดโปรดตอนนี้ก็ต้องยกให้เป็น Aroma Teddy เลย แน่นอนทุกคนทราบดีว่าแพนและคุณแม่รักตุ๊กตาหมี ยิ่ง Teddy House ทำน้องหมีที่มีกลิ่นหอมอโรมาออกมา แพนว่าลงตัวมากๆ เพราะน้องหมีตัวเล็กกะทัดรัด มีชุดให้เลือกตามใจเรา แถมยังส่งกลิ่นหอม เราสามารถเอาไปวางเป็นของตกแต่งบ้านได้ทุกมุมของห้อง ทำให้บ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นของความสุข รวมถึงยังพกติดรถไว้เวลาขับรถได้อีกด้วย กลิ่นที่ชอบที่สุดคือ Peace My Mind เพราะหอมลงตัว ผ่อนคลายมากๆ ถ้าใครชอบน้ำมันหอมระเหย แนะนำกลิ่นนี้เลย ยิ่งเวลานอนก็จะเอาน้องวางไว้ข้างๆหมอน ทำให้หลับสบายมากขึ้น ส่วนการแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่นี้ ด้วยความที่บ้านที่จะตกแต่งด้วย Natural Style ผสม Cottage Style ผสมผสานด้วยสีพาสเทลและลายดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์จะเน้นโทนขาวและสีไม้อ่อนๆ เรียบง่ายแต่อบอุ่น เราก็จะเพิ่มความสดใสให้กับบ้านโดยการเอาตุ๊กตาหมีออกมาวางตกแต่งตามมุมต่างๆ ของบ้าน โดยเฉพาะตรงต้นคริสต์มาส แล้วก็เพิ่มสีสันด้วยไฟดวงเล็กๆ ให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น การที่มีตุ๊กตาหมีและกล่องของขวัญตั้งอยู่ในบ้าน มันให้ความรู้สึกที่อบอุ่น และมีความหมายในช่วงเวลาที่ต้องอยู่พร้อมหน้ากันของครอบครัว”

และล่าสุด “Teddy House” ยังได้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการจำหน่ายตุ๊กตาหมี “Aroma Teddy” คอลเลกชั่น My Hero ที่สวมใส่ชุดคุณหมอ พยาบาล และชุดพีพีอี ในราคาตัวละ 580 บาท และนำรายได้ 100 บาท จากการจำหน่ายตุ๊กตาหมี My Hero ในทุกๆ หนึ่งตัว มอบสมทบทุนเพื่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติโรงพยาบาลศิริราช” โดยมีระยะการจัดทำโครงการเป็นเวลา 1 ปี หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

พบกับ “Aroma Teddy” หมีหอมปรับบรรยากาศ ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน “Teddy House” เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5 โซน A และช่องทางออนไลน์ Line: @teddyhouse, Facebook: Teddy House ,Facebook: Aroma Teddy Thailand, Shopee , Lazada และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ดูข้อมูลติดต่อได้ที่: teddyhouse.com

บอกรักผ่าน Kaff & Co. Holidays Collection 2021 เซ็ตของขวัญจากแรงบันดาลใจของธรรมชาติ

วันที่ 01 ธ.ค. 2564 เวลา 09:25 น.บอกรักผ่าน Kaff & Co. Holidays Collection 2021 เซ็ตของขวัญจากแรงบันดาลใจของธรรมชาติเติมความสุขให้เต็มหัวใจกับ Kaff & Co.Holidays Collection 2021 เซ็ตของขวัญชิ้นพิเศษที่มีแรงบันดาลใจจาก “ธรรมชาติ” สู่การมีสุขภาพผมและผิวที่ดี

ต้อนรับเทศกาลแห่งของขวัญและการเฉลิมฉลองไปกับ Kaff & Co. (คาฟฟ์ แอนด์ โค) แบรนด์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากสมุนไพรไทย ชวนคู่รักสุดหวาน “นิว -นภัสสร ภูธรใจ” และ “เป๊ก เปรมณัช สุวรรณานนท์” มาบอกรักผ่าน Kaff & Co. Holidays Collection 2021 เซ็ตของขวัญชิ้นพิเศษที่มีแรงบันดาลใจ จาก “ธรรมชาติ” สู่การมีสุขภาพผมและผิวที่ดี งานนี้มาส่องความหวานของทั้งคู่กันว่าจะมุ้งมิ้งสวีทหวานแค่ไหน

คุณเดือนสว่าง คุณาพันธ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kaff & Co. (คาฟฟ์ แอนด์ โค) เล่าถึงความพิเศษของเซ็ตของขวัญ Kaff & Co. Holidays Collection 2021 ในปีนี้ว่า “เป็นประจำทุกปีที่ Kaff & Co. ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์และส่งมอบ “ของขวัญและความสุข” ให้แก่ทุกคน เพื่อเป็นการ ขอบคุณที่ทุกคนให้การตอบรับ และสนับสนุนด้วยดีเสมอมา สำหรับ Kaff & Co. Holidays Collection 2021 มาพร้อมคอนเซ็ปท์หลักคือ Inspired by Nature โดยได้คุณมณิศา เล็กประยูร ศิลปินวาดภาพประกอบและดีไซเนอร์ มาร่วมถ่ายทอดบรรยากาศความสุข ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ผ่านศิลปะภาพวาดลงในบรรจุภัณฑ์ สายคาดพิมพ์ลาย การ์ดอวยพร และเมื่อมาประกอบเข้ากับผลิตภัณฑ์ชิ้นโปรดจาก Kaff & Co. ที่คุณสามารถเลือกหรือแมทช์ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้รับได้ด้วยตัวเอง ในราคาสบายกระเป๋า ก็จะได้เป็นของขวัญเซ็ตพิเศษ ที่เสมือนเป็นตัวแทน “เติมสุขเต็มหัวใจ” ส่งตรงถึงผู้รับทุกคนค่ะ”

งานนี้ทำเอาคู่รักสุดสวีทอย่าง “นิว นภัสสร” และ “เป๊ก เปรมณัช” ตื่นเต้นในความพิเศษของเซ็ตของขวัญจาก Kaff & Co. Holidays Collection 2021 เป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังสนุกกับบริการ CHOOSE-IT-YOURSELF เลือกของขวัญให้แมทช์กับไลฟ์สไตล์ของผู้รับ พร้อมเขียนการ์ดหยอดคำหวาน ส่งความห่วงใยให้แก่กัน หวานแบบไม่แคร์สื่อแบบนี้ จะแต่งงานมาแล้วกี่ปี ก็ไม่ได้ทำให้รักเก่าลงเลย

มาร่วมส่งความสุขถึงคนพิเศษ ด้วยไอเดียเลือกที่ชอบ ช้อปที่ใช่ ตอบทุกโจทย์ตรงใจทั้งคุณค่าและมูลค่า จากKaff & Co. ด้วยเซ็ตของขวัญ Holidays Collection 2021 ที่มาในแพคเกจพร้อมส่งตรงถึงปลายทางได้ทันที

สามารถติดตามข่าวสารและสาระความรู้เพิ่มเติมได้ทาง Website : https://www.kaffandco.com/th Facebook : https://www.facebook.com/kaffandco Instagram : https://www.instagram.com/kaffandco/

คุณแม่คนดังกับเคล็ดลับเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อย

วันที่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 18:52 น.คุณแม่คนดังกับเคล็ดลับเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อยส่องอุปกรณ์คู่ใจลูกน้อย TWISTSHAKE แบรนด์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับเด็กจากสวีเดน พร้อมฟังคำแนะนำจากบรรดาคุณแม่คนดัง ที่ขอแชร์เคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อย

การจะเลือกผลิตภัณฑ์หรือข้าวของเครื่องใช้สำหรับลูกน้อย นับเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้น ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กภายใต้แบรนด์ TWISTSHAKE (ทวิสท์เชค) จากประเทศสวีเดน จึงขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจในการออกแบบ และมีกระบวนการผลิตที่ตอบโจทย์การใช้งานของเด็ก ๆ ได้อย่างปลอดภัย สมวัย และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเด็กแบบรอบด้าน โดยโดดเด่นด้วยคุณภาพพรีเมียมรับรองมาตรฐานจากยุโรปเพื่อความปลอดภัยสูงสุด และมีดีไซน์ที่สวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ บวกกับฟังก์ชั่นการใช้งานอันชาญฉลาดที่พร้อมเสริมสร้างประสบการณ์วัยเด็กอันน่าจดจำให้กับลูกน้อย

ชนิกานต์ เบญจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท พีเจ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแบรนด์ TWISTSHAKE กล่าวว่า “แพทเป็นคนที่ชอบเลือก ชอบสรรหาผลิตภัณฑ์ของใช้มาให้หลาน ๆ เลยได้เข้ามาทำธุรกิจในกลุ่มสินค้านี้ซึ่งทำให้เรามีประสบการณ์และความคุ้นเคย ประกอบกับเรากำลังมองหาแบรนด์ใหม่ ๆ เพื่อมาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแม่และเด็ก และทาง Twistshake ประเทศสวีเดน ก็ติดต่อเรามาพอดี โดยสนใจให้เราเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เพราะเห็นว่าเรานำเข้าสกินแคร์ออร์แกนิคสำหรับแม่และเด็กอยู่แล้วค่ะ และสามารถสร้างตลาดในประเทศไทยได้ดี เติบโตอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือมีการใช้สื่อสมัยใหม่อย่างสื่อดิจิตัลค่อนข้างเยอะ ซึ่งตรงกับกลยุทธ์ของแบรนด์ Twistshake ค่ะพอเราได้เริ่มคุยได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์ Twistshake มากขึ้น ก็ยิ่งหลงรัก และชื่นชมวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่อยากจะเป็นส่วนสำคัญในโมเมนท์ของครอบครัวที่น่าจดจำ ให้มีแต่รอยยิ้ม และความสุขสนุกสนาน”

“โดยจุดเด่นของแบรนด์ คือดีไซน์น่ารัก และฟังก์ชันการใช้งานของผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ จุดประสงค์หลักคือเพื่อจะช่วยให้ชีวิตประจำวันของคุณพ่อคุณแม่ และลูกน้อย เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น หลายฟังก์ชั่นมีการจดสิทธิบัตรเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ เช่น ชุดจานชาม Click-mat (คลิก-แมท) ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการหมุนล็อค Twist-click (ทวิสท์-คลิก) เพื่อล็อคจานชามอย่างแน่นหนา และหมุนถอดเปลี่ยนได้อย่างง่ายดายสะดวกสบาย หรือจะเป็นแก้วน้ำหัดดื่มที่มีตะแกรง Fruit Mixer (ฟรุ้ท มิกเซอร์) สามารถใส่ผลไม้เพิ่มลงไปในน้ำให้มีรสชาติที่อร่อยขึ้น เพื่อให้ลูกดื่มน้ำได้เยอะขึ้นค่ะ ทางแบรนด์มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเยอะมาก และไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ และลูกน้อยให้ได้มากที่สุด ซึ่งทางเราก็จะทยอยเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าคนไทยเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ ให้ตรงกับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของคนไทยค่ะ แพทเชื่อว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ Twistshake แล้ว จะต้องประทับใจค่ะ ตัวผลิตภัณฑ์ทั้งน่ารักและช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้อย่างดี ทุกจุดถูกคิดค้นออกแบบมาเพื่อช่วยให้แต่ละกิจวัตรประจำวันง่ายสบายขึ้น ราคาก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ใช้ได้ยาว ๆ เลยค่ะ” ผู้บริหารกล่าวด้วยรอยยิ้ม

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากเหล่าคุณแม่คนดังมาแชร์เคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อย เริ่มต้นที่คุณแม่เซเลบยังสาวอย่าง  คุณหญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต กล่าวว่า ”ตัวเองจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ และมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูก ดูแลรักษาง่าย รวมทั้งสามารถพกพาได้สะดวก เมื่อเราต้องเดินทาง ที่สำคัญคือต้องมีความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายสำหรับลูกของเราค่ะ”

ต่อกันที่ คุณมัดมุก- แพรดาว พานิชสมัย กล่าวว่า “เวลาเลือกสินค้าให้ลูก เราจะต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพได้รับมาตรฐาน และไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย เพราะเราคงไม่อยากให้ลูกได้รับอันตรายขณะใช้งาน ดังนั้นเรื่องของคุณภาพสินค้า และการออกแบบที่เหมาะกับการใช้งานของเด็ก จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ค่ะ”

คุณเฟย์- อรชุมา ดุรงค์เดช คุณแม่ลูกแฝด กล่าวว่า “เฟย์เป็นคนที่พิถีพิถัน และใส่ใจสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ เพราะความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่เราจะตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์ใดมาให้ลูกใช้ เราต้องมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบกับลูก คุณภาพของสินค้าก็ต้องดี การใช้งานก็ต้องสะดวก และสามารถใช้งานได้จริง ยิ่งถ้ามีดีไซน์ที่สวยงามมองแล้วแฮปปี้ คุณแม่อย่างเราก็มีความสุขค่ะ”

ปิดท้ายด้วย ทายาทใบหยกอย่าง คุณบุ้ง-สะธี ใบหยก กล่าวว่า “น้องบุญเป็นเด็กที่ร่าเริงและชอบกิจกรรม รวมทั้งเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับบุญที่สำคัญเลยคือต้องไม่เป็นอันตราย และมีรูปทรงที่ดีไซน์มาเพื่อไม่เป็นอันตรายหรือเกิดอุบัติเหตุสำหรับเด็ก อีกทั้งยังต้องใช้งานสะดวก เก็บและรักษาง่าย ปลอดภัยทั้งกับลูกของเรา และคนในบ้าน เพราะของใช้สำหรับลูกบางอย่างจะเป็นของที่เขาต้องใช้ทุกวัน จึงควรใช้วัสดุที่มีความปลอดภัย หรือได้รับการยอมรับในระดับสากล ถ้าจะดีมากควรมีสีสันให้เลือกสำหรับลูกของเรา เพื่อทำให้มื้ออาหารของลูกในทุก ๆ วันมีความสุข และมีสีสันขึ้นค่ะ”

Twistshake มีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ อาทิ Bibs ผ้ากันเปื้อนซิลิโคน, Click-Mat + Plate ชุดจานและแผ่นดูดกันลื่น, Learn Cutlery Stainless ชุดช้อนส้อมมีดสำหรับฝึกหัด, Divided Plate จานข้าวแบบสามหลุม และ Straw Cup แก้วน้ำหลอดดูดสำหรับเด็ก สําหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่เซ็นทรัลออนไลน์ และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Line: @TwistahakeThailand , Instagram: @Twistshakethailand , Lazada: Twistshake และ Shopee: Twistshake

Timedeco Final Countdown Sale วาระช้อปแห่งปี เลือกนาฬิกาดีจากแบรนด์ดังในคลัง Timedeco

วันที่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 17:45 น.Timedeco Final Countdown Sale วาระช้อปแห่งปี เลือกนาฬิกาดีจากแบรนด์ดังในคลัง Timedecoชวนช้อปนาฬิกาแบรนด์ดังในงาน Timedeco Final Countdown Sale ยกทัพมาลดสูงสุดถึง 90% จากกว่า 20 แบรนด์ ทั้ง Emporio Armani, Michael Kors, Fossil, DKNY, Coach, kate Spade New York เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาลุยกันเลย!!

เพราะวาระช้อปแห่งปี ไม่ได้มีบ่อยๆ ครั้งนี้โพสต์ทูเดย์ พาบุกงานเซลส์ Timedeco Final Countdown Sale ช้อปนาฬิกา กระเป๋า และหลากหลายไอเท็มจากแบรนด์ดังที่ยกทัพมาลดราคาให้สูงสุดถึง 90% อาทิ Emporio Armani, Michael Kors, Fossil, DKNY, Coach, kate Spade New York 

พบกับโปรโมชั่นฮอต อาทิ

  • สินค้าราคา One Price เริ่มต้นที่ 590 บาท!!
  • ซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท (หลังหักส่วนลด) รับฟรี Anne Klein Canvas Bag มูลค่า 590 บาท จำนวน 1 ชิ้น
  • ซื้อสินค้าครบ 5,000 บาท (หลังหักส่วนลด) รับฟรี Timedeco Tumbler มูลค่า 890 บาท จำนวน 1 ชิ้น

จะหาของขวัญวันพ่อ ง้อแฟน หรือแทนคำขอบคุณในวาระสำคัญที่กำลังจะมาถึง ไปกันได้ที่งาน Timedeco Final Countdown Sale  ณ Watch Else Outlet วัชรพล เริ่มแล้ววันนี้ – 6 ธ.ค. 2564 คนอยู่ไกลไม่สะดวกเดินทางก็สามารถช้อปได้ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ @watchelseoutlet หรือคลิก https://lin.ee/akRd4EV แล้วเลือกสินค้าถูกใจแบบทันใจแน่นอน!

FALL IN LOVE WITH LACOSTE X PEANUTS! สีสันแห่งความสุขต้อนรับฮอลิเดย์ซีซั่น

วันที่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 16:30 น.FALL IN LOVE WITH LACOSTE X PEANUTS! สีสันแห่งความสุขต้อนรับฮอลิเดย์ซีซั่นคอลลาบอเรชั่นสุดสร้างสรรค์ที่ทุกคนรอคอย #LacostexPeanuts แคปซูลคอลเลคชั่นสุดน่ารัก สีสันสดใส พร้อมอวดลายคาแรคเตอร์แสนซุกซน เติมเต็มความสนุกไปกับสีสันในช่วงเวลาแห่งความสุขต้อนรับฮอลิเดย์ซีซั่นจากลาคอสท์

ร่วมฉลองการเปิดตัวคอลลาบอเรชั่นสุดสร้างสรรค์ที่ทุกคนรอคอย #LacostexPeanuts  การกลับมาร่วมงานอีกครั้งของ 2 ไอคอนิกแบรนด์ระดับโลก ลาคอสท์ (Lacoste)  และ พีนัทส์ (Peanuts)  โดย Charles M. Schulz ผู้รังสรรค์เติมแต่งโลกแห่งจินตนาการให้กับตัวการ์ตูนชื่อดังระดับโลกอย่าง พีนัทส์ สู่การออกแบบแคปซูลคอลเลคชั่นสุดน่ารัก สีสันสดใส พร้อมอวดลายคาแรคเตอร์แสนซุกซน แต่ยังคงความคลาสสิคตามแบบฉบับลาคอสท์ เพื่อต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุขและเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึง ด้วยของขวัญสุดพิเศษจากลาคอสท์ คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว ปี 2021 พร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของแล้ววันนี้

ด้วยคาแรคเตอร์การ์ตูนสุดคลาสสิคของพีนัทส์ที่พาความน่ารักสดใสสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เติมเต็มความสุขและจินตนาการให้แก่ผู้คนมาหลายยุคสมัยนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 และในคอลเลคชั่นประจำฤดูกาลนี้ LACOSTE X PEANUTS พร้อมแล้วที่จะกลับมาอวดลวดลายคาแรคเตอร์สนูปปี้ และพีนัทส์ที่แสนซุกซน ในแคปซูลคอลเลคชั่นที่ขนกันมาอวดโททัลลุคสุดชิคทั้งสำหรับทั้งคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง และคุณหนูๆ ทั้งเสื้อโปโลไอคอนิคหลากสี ปักโลโก้ LacostexPeanuts  เสื้อโปโลโอเวอร์ไซต์รุ่น L!VE ปริ้นท์ลายคาแรคเตอร์  เสื้อยืด เสื้อสเวตเชิ๊ต ฮู้ดดี้ โปโลเดรส กระเป๋าช้อปปิ้ง กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าเป้ และรองเท้าสนีกเกอร์

POP ICONS

แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากการ์ตูนป๊อปไอคอนสุดคลาสสิคที่ครองใจคนทั่วโลก อย่างชาร์ลี บราวน์ ผู้แสนใจดี  สนูปปี้ หมาน้อยสีขาวผู้น่ารัก  เจ้านกน้อยสีเหลือง วู้ดสต๊อก และลูซี่ หญิงสาวจอมรั้นและเจ้ากี้เจ้าการ จะพาให้แฟนๆลาคอสท์ย้อนวัยเด็กสู่โลกแห่งจินตนาการด้วยสีสันและการออกแบบลายเส้นคาแรคเตอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกกับการเล่นกีฬาเทนนิส อีกทั้งคำพูดกวนๆ แต่น่ารักของตัวการ์ตูนพีนัทส์  ที่พร้อมสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวในช่วงฮอลิเดย์ซีซั่นนี้สนุกกว่าที่เคย

FOR THE WHOLE FAMILY

การกลับมาร่วมงานครั้งใหม่ของ LACOSTE X PEANUTS  เพื่อเอาใจแฟนคลับพีนัทส์อีกครั้ง ด้วยการผสานความสง่างามสุดคลาสสิคในแบบฉบับลาคอสท์ พร้อมเพิ่มลูกเล่นหยอดสีสันซิลลูเอท ลายเส้นแทนคำพูดที่แสนน่ารักซุกซน อวดลวดลายคาแรคเตอร์ของของเหล่าแก๊งผองเพื่อนพีนัทส์อันเป็นที่รักของทุกคน

LACOSTE X PEANUTS COLLECTION

พบความสนุกสดใสของคอลลาบอเรชั่นสุดน่ารัก Lacoste x Peanuts Limited Collection วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ Lacoste Le Club Flagship Store ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว, ชั้น 1 ไอคอนสยาม, ร้านลาคอสท์บูติกและเคาน์เตอร์ลาคอสท์ ทั่วประเทศ ช่องทางลาคอสท์ออนไลน์ Lacoste.co.th และ Central.co.th

ติดตามชมภาพบรรยากาศงานเปิดลาคอสท์แคปซูลคอลเลคชั่น #LacostexPeanuts ที่ผ่านมา พร้อมชมความสดใสของนักแสดงหนุ่มสุดฮอตสายแฟชั่น ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร ที่ควงคู่นักแสดงสาวดาวรุ่งเจ้าเสน่ห์ เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช  มาอวดลวดลายคาแรคเตอร์สดใสน่ารักของพีนัทส์และแก๊งผองเพื่อน ในโททัลลุคจากคอลเลคชั่นสุดพิเศษ เพื่อเป็นไอเดียของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งการให้ที่กำลังมาถึง  ได้ที่ FB @LacosteThailand

@Lacoste @Snoopygrams #LacostexPeanuts #LacosteTh

Fossil เฉลิมฉลองเทศกาลของขวัญ สนุกรื่นเริงก้บคอลเลคชั่นใหม่ในคอนเซ็ปต์ Gift Destination

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/669298

วันที่ 28 พ.ย. 2564 เวลา 11:50 น.Fossil เฉลิมฉลองเทศกาลของขวัญ สนุกรื่นเริงก้บคอลเลคชั่นใหม่ในคอนเซ็ปต์ Gift Destinationรังสรรค์ของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อคนสำคัญรับเทศกาลปีใหม่ ให้ Fossil คอลเลคชั่นล่าสุด ความหรูหราและรายละเอียดพร้อมรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ กับคอนเซ็ปต์ Gift Destination

เฉลิมฉลองเทศกาลของขวัญที่กำลังจะมาถึงนี้ ทาง Fossil แบรนด์แฟชั่นชั้นนำสไตล์อเมริกันวินเทจที่เต็มไปด้วยความสนุก และรื่นเริง ได้นำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นล่าสุด ด้วยการออกแบบที่หรูหราและมีคุณภาพสูง พร้อมด้วยรายละเอียด และรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Gift Destination ด้วยบริการ Custom Service ที่สามารถรังสรรค์ของขวัญชิ้นพิเศษให้คนสำคัญของคุณผ่านการสลักและปั๊ม ตัวอักษรหรือรูป emoji  (Engrave and Emboss) ลงบนสินค้าต่างๆของ Fossil ทั้งนาฬิกา เครื่องหนัง และสินค้าอื่นๆ  เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับของขวัญชิ้นพิเศษ และยังทำให้ของขวัญของคุณเป็นของขวัญที่มีชิ้นเดียวในโลก

เทศกาลวันหยุดนี้ ขอแนะนำนาฬิการุ่นขายดีของเราเช่น Gabby ที่มากับโทนสีเบอร์กันดีที่เข้มข้น Everett นาฬิกาคุณสุภาพบุรุษแนวสปอร์ตที่ปรับโฉมใหม่ ด้วยกลไกการเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาสำหรับเทศกาลเฉลิมฉลองที่กำลังมาถึง และ Carlie & Stella การจับคู่ความคลาสสิกและความหรูหราได้อย่างลงตัว ยังมีของขวัญสำหรับเทศกาลสุดคลาสสิกอื่นๆ กับโดดเด่นด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยหนัง Eco-Leather และกระเป๋าที่ทำจาก Cactus Leather อันน่าภาคภูมิใจของ Fossil

FOSSIL ตระหนักถึงปัญหาทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน บริษัทได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะทำงานอย่างแข็งขันเพื่อทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีขึ้น โดยการนำเสนอสินค้ากลุ่มเครื่องหนัง Pro-Planet Eco-Leather ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 90% ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มระดับโลกปัจจุบันเราจัดหาเครื่องหนังมากกว่า 90% จากโรงฟอกหนังที่ผ่านการรับรองจาก Leather Working Group นั่นหมายความว่ากระบวนการฟอกหนังนี้ผ่านข้อกำหนดที่เข้มงวดในการใช้น้ำอย่างมีความรับผิดชอบ การปล่อยน้ำเสีย การใช้พลังงาน การจัดการสารเคมี และ การปล่อยอากาศที่ไม่ทำร้ายสิงแวดล้อม 40%  นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายที่จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องหนังของเราอย่างน้อย 40% ที่ทำจาก Litehide ซึ่งเป็นหนังอีโคที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดการใช้น้ำในขั้นตอนการผลิต และลดมลพิษในน้ำเสียการปล่อย CO2 การใช้เกลือ และ ของเสียที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้มตั้งแต่ปี 2020

ในปี 2021 นี้เพื่อสานต่อแนวคิด Pro-Planet Eco-Leather ฟอสซิลนำเสนอเครื่องหนังรุ่นใหม่ Joshua Vegan Cactus Front Pocket Wallet กระเป๋าหนังทำจากกระบองเพชร ถูกผลิตขึ้นด้วยความยั่งยืนในระดับแนวหน้าของการออกแบบ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วใบกระบองเพชรจะถูกตากแดดเป็นเวลา 3 ถึง 6 วัน เทคนิคนี้ช่วยให้เราประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลำต้นของกระบองเพชรแต่ละต้นยังคงสภาพเดิมเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวซ้ำได้หลังจากที่ใบงอกใหม่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 6 ถึง 8 เดือน กระบวนการผลิตหนังกระบองเพชรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมช่วยให้เราทิ้งรอยเท้าที่เล็กลงและปราศจากสารกำจัดวัชพืช ยาฆ่าแมลง และการชลประทาน เรามุ่งมั่นที่จะออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คุณสร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ

คอลเลคชั่นนาฬิกาของ Fossil มีรายละเอียดเรียบง่ายและมีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโฆษณาที่ในนิตยสารชั้นนำอย่าง Look, Life, และ Time ในช่วงทศวรรษที่ 1930, 1940 และ 1950 ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของคนรุ่นปัจจุบันได้เสมอ จนถึงปัจจุบันนาฬิกา Fossil ยังคงเป็นนาฬิกาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ เนื่องจากรูปลักษณ์นาฬิกาที่ให้ความรู้สึกเหมือนนาฬิการะดับพรีเมี่ยมแต่นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ กลุ่มลูกค้าจึงมีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 20 ถึงหนุ่มสาวภูมิฐานวัย 40 ที่ชื่นชอบสินค้าแฟชั่นแบบ Modern Vintage 

ในช่วงปี 1990 Fossil ขยายตลาดสู่ต่างประเทศและเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงสินค้าเครื่องหนังและแว่นกันแดด ในปี 2001 Fossil เริ่มร่วมธุรกิจกับแบรนด์นาฬิกาแฟชั่นชั้นนำต่างๆของโลก และปัจจุบันมีแบรนด์มากกว่า 15 แบรนด์ภายใต้ Fossil Group มีร้านค้ามากกว่า 400 ร้านในมากกว่า 20 ประเทศ และในปี 2019 Fossil ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป และ เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ได้เปิด Fossil Boutique แห่งแรกในประเทศไทย ที่โซนอีเดน ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

ร้าน Fossil Boutique ถูกตกแต่งเพื่อแสดงออกถึงความเป็น American Vintage อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื๊อสินค้าได้อย่างหลากหลายพร้อมบริการ Custom Service ที่เป็นการบ่งบอกสไตล์และตัวตนของตัวเองผ่านการสลักและปั๊มจม (Engrave and Emboss) ลงบนสินค้าต่างๆของ Fossil ไม่ว่าจะเป็นต้วอักษรหรือรูป emoji เพิ่มคุณค่าทางใจให้กับของขวัญชิ้นพิเศษ และยังทำให้ของขวัญของคุณเป็นของชิ้นเดียวในโลก

ช้อปสินค้า Fossil รุ่นต่างๆ ได้ที่ FOSSIL BOUTIQUE ชั้น 2 ศูนย์การค้า centralwOrld พร้อมรับบริการ Custom Service บ่งบอกสไตล์และตัวตนของตัวเองผ่านการสลักและปั๊มจม (Engrave and Emboss) ไม่ว่าจะเป็นต้วอักษรหรือรูป emoji เพิ่มคุณค่าทางใจให้กับของขวัญชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก ดูรายละเอียดและโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่ Fossil Facebook Thailand: https://www.facebook.com/fossil.thailand/ หรือช้อปง่ายๆ ผ่าน LINE: https://bit.ly/LineFossilTH และ Shop Online: https://bit.ly/FossilTH

#FossilTH #FossilStyle #FossilCustomization

สตาร์ทความสุข แชร์โมเม้นท์แห่งความอบอุ่น สนับสนุนงานฝีมือชาวเขา

วันที่ 28 พ.ย. 2564 เวลา 10:15 น.สตาร์ทความสุข แชร์โมเม้นท์แห่งความอบอุ่น สนับสนุนงานฝีมือชาวเขาห้างโรบินสัน สตาร์ทความสุขส่งท้ายปี ชวนเหล่าเซเลบริตี้แชร์โมเม้นท์ความอบอุ่น พร้อมสนับสนุนงานฝีมือชาวเขา เพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนในสังคม

ออกสตาร์ทความสุขส่งท้ายปี ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ร่วมส่งความแฮปปี้ผ่านแคมเปญดีๆ ด้วย ‘Robinson Celebration Sale 2022’ (โรบินสัน เซเลเบรชั่น เซล 2022) สร้างสีสันความสุขแบบ 360 องศา ในคอนเซ็ปต์ ‘สุขกัน สตาร์ทNow!’ เพื่อเป็นของขวัญให้นักช้อปทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 4 ม.ค. 2565 ที่ห้างโรบินสันทุกสาขาทั่วประเทศ

สเตฟาน จูเบิร์ท โต้โผใหญ่ในการสตาร์ทความสุขครั้งนี้ กล่าวว่า “ห้างโรบินสัน ขอจัดเต็มความพิเศษเริ่มตั้งแต่บรรยากาศการตกแต่งห้างฯ ในธีม ‘Flower Christmas Festival’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Greenery’ ที่เน้นการใช้วัสดุตกแต่งแบบรีไซเคิล 100% เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นจุดเช็คอินถ่ายภาพของคนรักการถ่ายรูป และไฮไลท์ที่สำคัญกับการสร้างความสุขที่ยั่งยืน ด้วยการนำเอา ‘ปอมปอมไหมพรม’ งานฝีมือของชาวเขา 10 ชุมชน 4 หมู่บ้าน 3 ชนเผ่า ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอคลองลาน จ.กำแพงเพชร รวมทั้งสิ้นกว่า 100,000 ชิ้น มาสร้างสีสันสวยงามทั่วทั้งห้างฯ เพื่อเป็นการสนับสนุน และสร้างรายได้ให้แก่ชาวเผ่า พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แชร์ความสุข ส่งต่อความช่วยเหลือผ่านการช้อปหน้ากากและถุงมือ Central Tham x Qvira ตามจุดขายและช่องทางออนไลน์ภายใต้กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำเข้าโครงการ ‘ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19’ (Help Thai Fight COVID-19) เพื่อสนับสนุนแก่ 3 กองทุนวิจัยวัคซีนและยาป้องกันยับยั้งเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แก่ โครงการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อลดการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 โดยคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล, กองทุนวิจัยโครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และสนับสนุนทุนวิจัยวัคซีนและยายับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

รวมทั้งความพิเศษอื่นๆ มากมาย อย่างกระดาษห่อของขวัญ และ Gift Card ลายพิเศษ อีกทั้งกิจกรรมสุดสนุกภายในห้างฯ อย่างบิ๊กอีเว้นท์เปิดไฟต้นคริสมาสต์สุดยิ่งใหญ่ประจำปีที่สาขาลาดกระบัง และอีกหลากหลายกิจกรรมแห่งความสุข ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด ‘Robinson Clean & Safe’ ซึ่งโรบินสันหวังว่าจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ที่จะช่วยสร้างความสุขสุดประทับใจส่งท้ายปีให้ลูกค้า ทั่วประเทศ”

งานนี้ ห้างโรบินสัน ยังชวนเหล่าเซเลบริตี้มาร่วมออกสตาร์ทความสุข พร้อมแชร์โมเม้นท์แห่งความอบอุ่นที่วางแผนไว้ในเทศกาลแห่งความสุขที่ใกล้จะมาถึงนี้ เริ่มที่…เซเลบริตี้คู่รักอย่าง อิ๊ก – กฤษณ กังวานณรงค์กุล และ ออร่า ธัณย์สิตา กังวานณรงค์กุล กล่าวว่า “ปกติในช่วง Celebrate ปลายปี เป็นช่วงที่เราสองคนชอบมาก เพราะด้วยกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นมันเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุข ความทรงจำดีๆ ซึ่งปกติเราก็จะมีการนัดทานข้าวแลกของขวัญกันกับกลุ่มเพื่อนๆ วันนี้ก็เลยแวะมาที่ห้างโรบินสัน เพื่อเตรียมช้อปพร้อมรับกิจกรรมความสุข ชอบตรงที่มีไอเท็ม Gift Set น่ารักๆ ให้เลือกเยอะมาก แถมในห้างยังตกแต่งได้สวยถูกใจ ทำเอาต้องช้อปไป ถ่ายรูปไป แฮปปี้สุดๆ เลยค่ะ”

ด้านคุณแม่เซเลบริตี้อย่าง อ้อ – นันทนัช มงคลรัตนชาติ ที่ขอควงคู่ลูกชาย น้องเติร์ด – อัครกิตติ์ มงคลรัตนชาติ มาช้อปของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุข พร้อมกล่าวว่า “ช่วงเทศกาลปลายปีแบบนี้ อ้อก็จะต้องเตรียมแพลนเรื่องการหาซื้อของขวัญเพื่อมอบความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้คนที่เรารัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีมอบให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ใหญ่ในบ้าน และก็มีกลุ่มเพื่อนๆ ส่วนของลูกก็จะพิเศษขึ้นมานิดนึง คือ เราจะมีแอคทิวิตี้แต่งบ้านให้เข้ากับเทศกาล และตกแต่งต้นคริสต์มาสที่บ้านร่วมกันทุกปี และก็จะแอบมีของขวัญวางเซอร์ไพรส์ให้เค้าหลายๆ กล่อง วันนี้ก็เลยถือโอกาสชวนน้องเติร์ดมาช้อปที่โรบินสันเตรียมพร้อมกันซะหน่อย น้องเติร์ดแฮปปี้มาก เพราะห้างตกแต่งสวยงาม แถมมีของถูกใจให้เลือกเยอะ ทำเอาเราสองคนแม่ลูกช้อปกันเพลินเลยค่ะ”

มาร่วมสตาร์ทความสุขด้วยกัน กับแคมเปญ ‘Robinson Celebration Sale 2022’ ตั้งแต่วันนี้ – 4 ม.ค.65 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งหลากหลายช่องทางการ ช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ

Jaspal x Smiley คอลเลคชั่นใหม่เพื่อความสดใสส่งท้ายปี 2564

วันที่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.Jaspal x Smiley คอลเลคชั่นใหม่เพื่อความสดใสส่งท้ายปี 2564Jaspal เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “Jaspal x Smiley” เพื่อมอบเป็นของขวัญ ผ่านตัวแทนรอยยิ้มและความสุขต้อนรับปีใหม่ ร่วมกับ SMILEY ICONIC ระดับโลก!!

เทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยใกล้เข้ามา หากนึกถึงตัวแทนแห่งความสุขและรอยยิ้ม หลายคนคงนึกถึงไอคอนยอดฮิตที่มีรอยยิ้มสดใส อย่าง Smiley วงกลมหน้ายิ้มสีเหลืองที่เป็นตำนานสื่อความรู้สึกของคนทั้งโลก และในช่วงใกล้เทศกาลแห่งความสุขแน่นอนว่า Jaspal ก็ไม่พลาดที่จะนำความสุข ส่งมอบของขวัญ มาแจกจ่ายให้กับทุกคน ด้วยการคอลาบอเรชั่นกับแบรนด์ไอคอนระดับโลกอย่าง Smiley

หากใครเป็นแฟน Jaspal ก็คงรู้กันดีว่าแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยรายนี้พยายามมุ่งมั่นสรรหาความตื่นเต้น และสร้างความสดใหม่ให้กับแบรนด์อยู่เสมอ จึงทำให้ในทุกๆ ปี จะมีการคอลาบอเรชั่นกับดีไซเนอร์หรืออาร์ตติสท์ชื่อดังอย่างต่อเนื่อง และในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ เหล่าสาวก Jaspal และ Smiley ต้องตื่นตาตื่นใจ เตรียมตัวรับความสดใสเอาไว้ให้ดี เพราะคอลาบอเรชั่นใหม่ล่าสุด!  Jaspal x Smiley จะมีแต่ความสนุกสดใสมากกว่าที่เคย เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข การส่งมอบของขวัญ การเฉลิมฉลองรับปีใหม่นี้ ด้วยแฟชั่นเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่เอาใจทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายกว่า 92 SKU เอาใจสายปาร์ตี้ เพราะมาในคอนเซปต์ All Day All Night Happy สนุกกันได้ตลอดเวลา โดยการคอลแลปในครั้งนี้ยังถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับ    แบรนด์ Smiley ที่มีอายุครบ 50 ปี ตั้งแต่การถือกำเนิดในปี 1972 อีกด้วย

คอลาบอเรชั่นใหม่นี้ ถือเป็นการออกแบบที่ดึงจุดเด่นของทั้ง 2 แบรนด์ออกมาได้อย่างโดดเด่น ทั้งความสดใสความอ่อนหวาน จากรอยยิ้มของไอคอน Smiley แต่ก็ไม่ทิ้งความสมาร์ท, feminine ที่มีความทันสมัย comtemporay ของ Jaspal ได้อย่างลงตัว จึงทำให้คอลเลคชั่นนี้น่าค้นหา และสดใสไปพร้อมกัน รวมถึงการผสมผสานดีไซน์แบบสตรีทให้ดูสนุกสนาน และลูกเล่นสีสันสุดจี๊ดจ๊าดด้วยดีเทลที่เน้นการปักเลื่อมให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ส่วนโทนสีที่เลือกใช้ จะเป็นสีสันสดใสอย่างเช่น สีเหลือง สีชมพู และสีทอง โทนสีเข้มของคุณผู้ชายอย่าง สีดำและสีขาวแมทช์กับความเป็นดาร์กไนท์ที่ให้ความรู้สึกสุขุมแต่ก็สนุกได้เช่นกัน เรื่องคุณภาพของเนื้อผ้าถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ ทีม Jaspal เฟ้นหาเนื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย แต่ยังคงความพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดี

Jaspal ขอมอบคอลาบอเรชั่นสุดพิเศษ Jaspal x Smiley เพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปี 2564 เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสดใสให้กับลูกค้าทุกท่าน ใครที่กำลังมองหาของขวัญชิ้นเด็ด สำหรับคนโปรดในเทศกาลส่งมอบความสุขนี้ ต้องไม่พลาดกับเสื้อผ้าและเครื่องประดับกว่า 92 รายการโดยแบ่งเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง 52 รายการ ที่มีให้เลือกทั้ง Dress, Jumpsuit, Co-ord, Knitwear, Jacket, T-shirt, Skirt ,Pants และเครื่องประดับ กับไลฟ์สไตล์โปรดักส์อีก 27 รายการ เช่น กระเป๋า,หมวก,ผ้าพันคอ, แว่นตา, แมส ฯลฯรวม และสินค้าแฟชั่นผู้ชายอีก 13 รายการที่สำคัญทุกชิ้นใส่สบายและดูดีแน่นอน

คอลเลคชั่น Jaspal x Smiley การคอลาบอเรชั่นกับ ICONIC ระดับโลก เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ร้าน Jaspal 45 สาขาทั่วประเทศ 

คอลเลคชั่นใหม่ : BTS X Samsonite Red แรงบันดาลใจจากเพลง Dynamite

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 09:12 น.คอลเลคชั่นใหม่ : BTS X Samsonite Red แรงบันดาลใจจากเพลง DynamiteSamsonite เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “BTS X Samsonite Red” กับสินค้า 11 ชนิด ผสานกลิ่นอายสไตล์ป๊อปย้อนยุค แรงบันดาลใจจากเพลง “Dynamite” ของวง BTS

ตื่นตาตื่นใจกับคอลเลคชั่นใหม่จาก Samsonite RED แบรนด์กระเป๋าระดับโลกที่ล่าสุดเปิดตัวคอลเลคชั่น “BTS X Samsonite Red” ผสมผสานธีมดนตรีของเพลง “Dynamite” จากบอยแบนด์ชื่อดังอย่างวง BTS และแคมเปญ “From Red to Purple” เข้าด้วยกัน คอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงสุดฮิต “Dynamite” โดยมีผลิตภัณฑ์ 3 เซ็ต ทั้งหมด 11 ชิ้น เช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือขนาดเล็กสำหรับพกพา กระเป๋าสะพายข้าง และเคสขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงกลิ่นอายเพลงป๊อปย้อนยุคจากเพลงและมิวสิควิดีโอ “Dynamite” เพลงแรกของวง BTS ที่ขึ้นชาร์ต Billboard Hot 100 ซึ่งท่วงทำนองอันแสนมีชีวิตชีวาของบทเพลงดังกล่าวเปรียบเสมือนการส่งต่อข้อความสร้างกำลังใจไปสู่แฟนเพลงทั่วโลกให้ผ่านพ้นช่วงสถานการณ์ ณ เวลานี้ นอกจากนี้ เพลงนี้ยังติดอันดับ “500 Greatest Songs of All Time” โดยนิตยสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง Rolling Stone อีกด้วย

BTS x Samsonite Red นำสี Sheer Violet มาเป็นสีหลักของคอลเลคชั่นนี้ เนื่องจากเป็นสีประจำวง ของวง BTS กระเป๋าเดินทางซึ่งเปิดตัวในขนาด 22 นิ้ว มาพร้อมกับแผ่นเหล็กที่ด้านหน้า สลักทั้งโลโก้ “Dynamite” และลายเส้นสะท้อนตัวตนของสมาชิกวง BTS ทั้ง 7 คน กระเป๋าเดินทางแต่ละใบมาพร้อมกับ สติกเกอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายกราฟฟิกจากเพลง “Dynamite” เช่น “Tonight”, “Ping Pong” และ “Stars” ซึ่งช่วยให้แฟนๆ สามารถปรับแต่งฝาครอบกระเป๋าเดินทางได้ ภายในตกแต่งด้วยสีฟ้าพาสเทล ที่เข้ากับอาร์ตเวิร์คของเพลง “Dynamite”

คอลเลคชั่นนี้ยังมีกระเป๋าถือขนาดเล็กสำหรับพกพาหรือจะเกี่ยวไว้กับกระเป๋าเดินทางก็ได้ และเคสขนาดเล็ก ที่สามารถติดเข้ากับกระเป๋าหรือกระเป๋าเดินทางได้ กระเป๋าสะพายข้างมาพร้อมสายรัดที่ปักโลโก้ “Dynamite” และสามารถเปลี่ยนเป็นกระเป๋าคาดอกได้ พื้นที่กระเป๋าจุของได้เยอะเหมาะสำหรับโอกาสต่างๆ เช่น การเดินทางระยะสั้นและการตั้งแคมป์!

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมการเดินทางต่างๆ ที่จะมาพร้อมกันในเซ็ต เช่น ที่ใส่บัตร ป้ายชื่อ และปกหนังสือเดินทาง ที่ออกแบบตามคอนเซ็ปต์ “ไดนามิค” ได้ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับรสนิยมและความต้องการ ของผู้บริโภคแต่ละคน นอกจากนี้บุด้านในทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ (ยกเว้นป้ายชื่อ) ใช้เทคโนโลยียับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราโดย Microban®

Paul Melkebeke ประธานกรรมการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางของแซมโซไนท์ กล่าวว่า สีแดงของ Samsonite Red และสีม่วงของ BTS เป็นสีแรกและสีสุดท้ายของสายรุ้ง คอลเลคชั่น “BTS x Samsonite Red” นี้ประกอบไปด้วยสินค้าที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองรสนิยมของคนเจเนอเรชั่น Z ที่มีความหลากหลายราวกับสายรุ้ง ในวิดีโอแคมเปญ “From Red to Purple” ลำแสงสีแดงและสีม่วงพร้อมกับเพลงประกอบฉากแนวดิสโก้ป๊อป ซึ่งแสดงถึงการเจอกันของความสวยงามระหว่าง Samsonite Red และ BTS

คอลเลคชั่น “BTS x Samsonite Red” จะเปิดตัวที่ประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2021 โดยสามารถชื่นชม คอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ได้ที่ช็อปแซมโซไนท์สาขา สยาม พารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ ไอคอนสยาม เซ็นทรัลลาดพร้าว เอ็มโพเรียม เมกาบางนา เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลพระราม 9 รวมไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ Samsonite.co.th, Lazada และ Shopee อีกด้วย

นิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์เรือนเวลาซีรี่ย์ที่สาม Lotus Arts de Vivre x Obsidian Objets d’Art

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668996

วันที่ 24 พ.ย. 2564 เวลา 13:55 น.นิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์เรือนเวลาซีรี่ย์ที่สาม  Lotus Arts de Vivre x Obsidian Objets d’ArtLotus Arts de Vivre x Obsidian Objets d’Art : WOMEN are FOREVER – A vintage Cartier Collection หนึ่งในนิทรรศการห้ามพลาดประจำปี ที่รวบรวมเรือนเวลาสุภาพสตรีระดับตำนานจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมโชว์ที่สุดของล้ำค่าที่หาดูชมได้ยากมากกว่า 34 เรือน คาร์เทียร์เลิฟเวอร์และนักสะสมของวินเทจชาวไทยไปชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ตั้งแต่ 25 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2564

นิกกี้ วอน บูเรน ประธานกรรมการบริหาร Lotus Arts de Vivre (โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์) แบรนด์จิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านระดับโลกที่รวบรวมผลงานมาสเตอร์พีซโดยช่างฝีมือชั้นสูงตั้งแต่ปี 2525 จับมือกับ มร.แฮรี่ เฟน นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญด้าน “คาร์เทียร์ วินเทจ” ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นเจ้าของ แบรนด์ Obsidian Objets d’ Art (ออบซิเดียน ออบเจคท์ เดออาร์ต) แห่งกรุงลอนดอน อันโดดเด่นในเรื่องนาฬิกา จิวเวลรี่ และงานศิลป์ชั้นสูงที่นักสะสมทั่วโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดี จัดนิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์เรือนเวลาซีรี่ย์ที่สาม ในชื่อ Lotus Arts de Vivre x Obsidian Objets d’Art : WOMEN are FOREVER – A vintage Cartier Collection หนึ่งในนิทรรศการห้ามพลาดประจำปีอันรวบรวมเรือนเวลาสุภาพสตรีระดับตำนานที่ใช้เวลาเสาะหามาอย่างยาวนานจากทั่วทุกมุมโลก และเรียกได้ว่าหาดูชมได้ยากกว่า 34 เรือน มาให้เหล่าคาร์เทียร์เลิฟเวอร์และนักสะสมของวินเทจชาวไทยได้ชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงมีโอกาสได้ครอบครองอีกด้วย เพื่อตอบสนองกระแสความนิยมของนาฬิกาวินเทจคาร์เทียร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในยุคปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละชิ้นถูกเก็บรักษาและคัดเลือกอย่างพิถีพิถันโดย มร.แฮรี่ เฟน นั่นเอง ร่วมด้วย ฟรานเชสกา คาร์เทียร์ บริคเคล ทายาทคาร์เทียร์รุ่นที่ 6 และนักเขียนเจ้าของผลงาน The Cartiers: The Untold Story of the Family Behind the Jewelry Empire ที่มาเผยเบื้องหลังเกี่ยวกับ คาร์เทียร์ แฟมิลี่ และถ่ายทอดเรื่องราวของคาร์เทียร์วินเทจในแง่มุมของผู้หญิงที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ช่วงศตวรรษที่ 20 ถือเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมาก คงไม่มีใครคาดคิดว่าตอนปี 1900 ช่วงเวลาที่โลกไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า โทรศัพท์ หรือรถยนต์ แต่อีก 100 ปีต่อมากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นปรากฏการณ์ขั้นสุดในหลาย ๆ ด้าน โดยหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นภูมิทัศน์วงการแฟชั่นของเหล่าสุภาพสตรีที่หลุดพ้นจากพันธนาการและค่านิยมในแบบดั้งเดิม เช่นเมื่อคุณหวนคิดถึงวงการแฟชั่นในปี 1900 ดีไซน์ในยุคนั้นมักมาในรูปแบบกระโปรงยาวเข้ารูป เน้นเรือนร่างและปิดถึงช่วงคอ ก่อนเข้าสู่ยุครุ่งโรจน์ทางการออกแบบในปี 1920 เมื่ออิทธิพลของแบรนด์ Chanel มอบอิสรภาพและปรับเปลี่ยนดีไซน์เครื่องแต่งกายให้สาว ๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะที่ปัจจุบันแฟชั่นเต็มไปด้วยความหลากหลาย บ้างก็นำมาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แต่เชื่อหรือไม่? สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนนับตั้งแต่วันแรก ๆ ของศตวรรษที่ 20 ไปจนถึงต้นศตวรรษที่ 21 นั่นก็คือ สุภาพสตรีมักสวมใส่นาฬิกาข้อมือเสมอ ทั้งที่ความเป็นจริงในยุคก่อนเพียงแค่สุภาพสตรีเหลือบมองดูเวลาบนข้อมือ ก็ถือว่าเป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างมากแล้วก็ตาม

กิมมิคของนิทรรศการครั้งนี้จึงต่างไปจาก 2 ครั้งก่อน โดยโฟกัสไปที่เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 20 ผ่านเรือนเวลาสุภาพสตรี ที่สร้างสรรค์โดยแบรนด์เครื่องประดับระดับตำนานอย่าง Cartier ลองจินตนาการดูว่า มันน่าตื่นเต้นแค่ไหนที่คุณจะได้สัมผัสมุมมองด้านแฟชั่นบนเรือนเวลาผ่านสายตาของ “ผู้ผลิตเครื่องประดับให้ราชา และเป็นราชาแห่งเครื่องประดับ”

โดยช่วงแรกเราจะพาคุณไปสำรวจนาฬิกาข้อมือประดับเพชรของช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เรื่อยมา จนถึงช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือราวยุค 1915-1930 ซึ่งถือเป็นยุคทองแห่งการสวมใส่เครื่องประดับเลยก็ว่าได้ – ทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าแม้จะมีผู้ผลิตเครื่องประดับสวยหรู ราคาแพงมากขึ้นกว่ายุคก่อน แต่กลับเป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นผู้คนเฉิดฉายด้วยเครื่องประดับเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่กรอบของสังคมในยุค 1920 และ 1930 กลับสวนกระแส เพราะหากคุณไม่มีเครื่องประดับติดตัวสักชิ้น อาจตีความได้ตรงตัวว่า คุณยังไม่พร้อมออกจากบ้าน หรือ เข้าร่วมสังคม

ซึ่งภายในนิทรรศการ เรือนเวลาที่นำมาจัดแสดงในช่วงยุคดังกล่าวมีครอบคลุมกว่า 14 แบบ ตั้งแต่เรือนเวลาขนาดจิ๋ว ไปจนถึงนาฬิกาข้อมือไซส์ใหญ่ล้อมรอบด้วยเพชร หรือแม้แต่จับคู่ตัวเรือนกับสร้อยข้อมือไข่มุก นอกจากนี้สิ่งที่เราต้องการสะท้อนให้เห็นก็คือ จินตนาการของนักออกแบบในการสร้างสรรค์ชิ้นงานแต่ละชิ้นช่างแฝงไปด้วยเรื่องราวอันแสนพิเศษเหลือเกิน

และนี่คือ 8 ชิ้นเด่น พร้อมด้วย Crash ราชาแห่งเรือนเวลาประดับเพชรที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปัจจุบัน

1. Diamond Set Wristwatch, 1920 (B.8897)

นาฬิกาข้อมือประดับเพชรปี ค.ศ 1920 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่โค้งมนพร้อมตัวเรือนสี่เหลี่ยมแบบโปร่งประดับเพชรโรสคัท ขาตัวเรือนมาในดีไซน์ฉลุพร้อมกับหัวเข็มขัดแบบบานพับประดับเพชรดั้งเดิม ที่สำคัญมาพร้อมกลไกไขลานที่บางมากและเคสที่ออกแบบให้สวมใส่สบาย เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าสุภาพสตรียุคนั้นได้ไม่ยาก เพราะหลอมรวมความหรูหรา ประณีต และมีดีไซน์ ไว้ในเรือนเดียว

2. Cartier Diamond and Natural Pearl Lady’s Wristwatch, 1919 (B.8995)

แม้ขนบแบบดั้งเดิม ผู้หญิงไม่สามารถแม้แต่ชำเลืองมองดูนาฬิกาข้อมือของพวกเธอได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่การวางตำแหน่งหน้าปัดเข็มนาฬิกาเยื้องศูนย์ของเรือนเวลารุ่นนี้ กลับทำให้สาว ๆ หลายคนบอกเวลาได้ทันทีเพียงแค่เหลือบตามองผ่านอย่างรวดเร็ว โดยโมเดลที่นำมาจัดแสดงถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาข้อมือประดับเพชรที่ยอดเยี่ยมและหายากที่สุดของ คาร์เทียร์ ในยุค ค.ศ. 1920 มาในดีไซน์หน้าปัดโปร่ง ทรงรูปไข่ เข็มนาฬิกาแบบเยื้องศูนย์ ประดับรอบ ๆ ด้วยเพชรโรสคัท มาพร้อมรูปทรงหน้าปัดแบบดั้งเดิมจาก คาร์เทียร์ ทั้งยังผสานลูกเล่นด้วยสายนาฬิกาถักทอด้วยไข่มุกสีเทาบริสุทธิ์และเพชรโรสคัทน้ำงาม

3. Cartier Diamond and Black Onyx Set Wristwatch, 1921 (B.8996)

ถือเป็นนาฬิกาคาร์เทียร์ที่เข้าใจความต้องการของสุภาพสตรียุคก่อนที่อยากใส่นาฬิกาข้อมือวิบวับราวดั่งสร้อยเพชร โดยแบรนด์สร้างความสะดุดตาด้วยการหยิบเอาอัญมณีแห่งมนต์เสน่ห์อย่าง โอนิคส์ (Onyx) หรือนิลดำ มาตัดกับความแวววาวของเพชรเจียระไนทรงโรสคัทบนดีไซน์หน้าปัดสี่เหลี่ยมได้อย่างลงตัว ขาตัวเรือนประดับเพชรในรูปแบบของศิลปะแนวอาร์ตเดโค (Art Deco) มาพร้อมหลักชั่วโมงโรมันและเข็มทรงเบรเกต์ (Breguet) รวมถึงมาตรนาทีรอบหน้าปัดรูปรางรถไฟหรือ chemin de fer ผลิตขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1921

4. Antique Diamond Set Cocktail Watch, 1919 (B.8553)

ในยุคของเรือนเวลาประดับเพชร แม้จินตนาการต่าง ๆ จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่คาร์เทียร์กลับสร้างสรรค์เรือนเวลาออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่เรือนเวลาขนาดจิ๋วที่ต้องอาศัยทักษะและความประณีตเป็นอย่างมาก ไปจนถึงนาฬิกาขนาดใหญ่ที่สร้างตัวตนได้อย่างน่าจดจำ เรือนเวลาขนาดจิ๋วนี้ถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะขนาดของกลไกที่สร้างความแตกต่างจากเรือนเวลายุคเดียวกันได้อย่างเด่นชัด ทั้งยังเป็นดีไซน์ที่ไม่ว่าเพศไหนต่างจับจ้องที่จะครอบครองทั้งสิ้น ดังจะเห็นได้จากภาพถ่ายของมหาราชาแห่งเมืองอินดอร์ (ประเทศอินเดีย) ช่วงปลายยุค ค.ศ. 1920 ที่สวมใส่เรือนเวลาขนาดจิ๋วกับ dress code แบบ white tie เต็มยศ โดยโมเดลที่นำมาจัดแสดงนี้ผลิตระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน ปี ค.ศ. 1929 ถือเป็นรุ่นที่มีความพิเศษเป็นอย่างมาก เพราะตัวเรือนประดับด้วยเพชรหน้าตัดสี่เหลี่ยมแทนที่จะเป็นแบบทรงกลม ส่งผลให้ประกายงามของเพชรมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร

5. Antique Round Diamond Set Cocktail Watch, 1919 (B.8416)

ในช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 แม้ชิ้นงานส่วนใหญ่ของคาร์เทียร์มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ไปที่เรือนเวลาทรงสี่เหลี่ยม แต่ความเป็นจริงแล้วรูปทรงอื่น ๆ ก็สร้างปรากฏการณ์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างตัวเรือนหน้าปัดกลมชิ้นนี้ ก็ถือเป็นอีกชิ้นงานหายากแห่งยุคก็ว่าได้ และหากมองย้อนไปปี 1907 ซึ่งเป็นยุคที่คาร์เทียร์เริ่มสร้างนาฬิกาข้อมืออย่างจริงจัง จนกลายเป็นสิ่งที่ชนชั้นสูงต่างถวิลหา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณสามารถพบเห็นเหล่าสุภาพสตรีสวมใส่เรือนเวลาประดับเพชรมาประชันกันขณะดื่มด่ำดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารเก่าแก่ของฝรั่งเศสอย่าง Maxims เพื่อบ่งบอกถึงฐานะและสร้างการยอมรับในแวดวงสังคม โดยนาฬิกาเรือนนี้ผลิตในปี ค.ศ. 1919 โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกลม ตัวเรือนแพลตินัมประดับเพชรโรสคัท ขณะที่ขาตัวเรือน 2 ข้าง ออกแบบให้โค้งรับกับตัวเรือนได้อย่างไร้ที่ติ ประดับเพชรหน้าตัดสี่เหลี่ยมและเพชรโรสคัท ราว 3 กะรัต

6. Antique Tank Normale Diamond Set Cocktail Watch, 1922 (B.8420)

Tank Normale คือรุ่นบุกเบิกของตระกูล Cartier Tank เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1919 แม้จะมาในดีไซน์สี่เหลี่ยมแสนคลาสสิกที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจมาจากรถถังตามชื่อรุ่น แต่โมเดลปี ค.ศ. 1922 ที่นำมาจัดแสดง กลับชวนให้รู้สึกตื่นตาไม่น้อยกับการตกแต่งตัวเรือนด้วยเพชรเจียระไนทรงโรสคัท

7. Cartier Platinum and Diamond Watch, 1927 (8418)

อีกเรือนเวลาที่สะท้อนถึงหัตถ์ศิลป์อันละเมียดละไมของแบรนด์ รังสรรค์ขึ้นในยุค 1920 โดยเรือนเวลาขนาดจิ๋วชิ้นนี้กลายเป็นอีกทางเลือกของหญิงสาวในยุคนั้นทันที เพราะนอกจากจะสามารถสวมใส่กับสร้อยข้อมือประดับเพชรได้อย่างกลมกลืนแล้ว ยังเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตาอีกด้วย ซึ่งเรือนที่นำมาโชว์นี้ผลิตในปี ค.ศ. 1927 ประดับด้วยเพชรทรงบาแก็ตต์ที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางเพชรโรสคัทแบบกลม หน้าปัดแสดงหลักชั่วโมงแบบเลขอารบิค ซึ่งถือเป็นสไตล์ที่หายากของคาร์เทียร์ จับคู่สายรัดข้อมือผ้าไหมสีดำ

8. Cartier Diamond and Emerald Wristwatch (B.8729)

ชิ้นงานที่ออกแบบโดนผสมผสานเพชร โอนิคส์ และ มรกตไว้อย่างเข้ากัน ถือเป็นเรือนเวลาตัวอย่างที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์อันสุดขั้วของคาร์เทียร์ที่ต้องการเปลี่ยนนาฬิกาให้เป็นอัญมณีและอัญมณีเป็นนาฬิกา โดยโมเดลนี้ผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1925

Cartier Diamond Crash, 1991 (B.8748)

แม้คาร์เทียร์จะผลิตเรือนเวลาสร้างชื่อมากมายในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่ไม่มีเรือนไหนที่กลายเป็นไอคอนของยุคได้อย่าง ‘Crash’ อีกแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1967 เมื่อ มร.ฌอง-ฌาคส์ คาร์เทียร์ ได้เห็นการชนกันของรถบัสสองชั้นและแท็กซี่สีดำในกรุงลอนดอน นำไปสู่การตั้งคำถามในเวิร์คชอปว่า Cartier Tank จะหน้าตาเป็นอย่างไรหากเข้าไปอยู่ในอุบัติเหตุนั้น ซึ่งนักออกแบบได้ระดมความคิดและทำออกมา จนสุดท้ายได้ออกมาเป็นรูปแบบอย่างที่เราเห็นกัน ส่งผลให้นาฬิกาเรือนนี้กลายเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่น่าจดจำในลอนดอนยุค 60 ซึ่งเป็นยุคที่วงอย่าง ‘เดอะบีเทิลส์’ โด่งดังอย่างสุดขีด หรือแม้แต่รถยนต์ ‘จากัวร์ อี ไทป์’ อันโดดเด่น และการมาของแฟชั่นกระโปรงสั้น โดยคาร์เทียร์ที่กรุงลอนดอนได้สร้างสรรค์นาฬิกา ‘Crash’ เรือนทองราว ๆ 20 เรือน ในช่วงปี 1967-1987 ก่อนที่ฝ่ายผลิตจะย้ายไปปารีสในปี 1990 ตั้งแต่นั้นมา ‘Crash’ ก็กลายเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่มีชื่อเสียงที่สุดของ คาร์เทียร์ ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับโมเดลที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เป็นตัวเรือนประดับเพชร ผลิตขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงต้นยุค 1990 ถือเป็นตัวอย่างชั้นเลิศที่สะท้อนถึงหัตถศิลป์ของ คาร์เทียร์ ณ เวลานั้น โดยนาฬิกาเรือนนี้ได้รับการระบุผลิตปีราวๆ ค.ศ. 1991

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เป็นตำนานและหาชมได้ยากที่เหล่าสุภาพสตรีต่างเลือกมาเป็นบรรทัดฐานของแฟชั่นในยุคสมัยนั้น ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ไอเท็มเหล่านี้ยังคงความอมตะมาจนถึงปัจจุบัน เพราะไม่ว่าคุณจะสวมใส่เรือนเวลาประดับเพชรซึ่งตอนนี้มีอายุมากกว่า 100 ปีเมื่อใดหรือมิกซ์แอนด์แมตช์กับลุคไหน ก็ยังดูไม่ตกยุค และพร้อมสร้างความประหลาดใจให้คุณอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเรือนเวลาดีไซน์คลาสสิก ที่ไม่ได้ตกแต่งด้วย อัญมณีระยิบระยับ และเป็นเพียงตัวเรือนทำจากทองคำ แต่ไม่ว่าจะผ่านกี่ความโกลาหลในช่วงที่เกิดภาวะสงครามและการปฏิวัติ เรือนเวลาอันทรงคุณค่าเหล่านี้ก็ยังสามารถครองใจคนได้ทุกยุคทุกสมัย

ฟรานเชสกา คาร์เทียร์ บริคเคล กล่าวว่า “Motto: Never copy, only create คือสิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่า คาร์เทียร์สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ผลงานในอดีตทุกชิ้นจึงถ่ายทอดแรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบตัว ไม่ใช่จากชิ้นงานที่มีอยู่ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ หลุยส์ คาร์เทียร์ หนึ่งในสามหลานชายของผู้ก่อตั้งก็เป็นเหมือน สตีฟ จ็อบส์ คือมีความครีเอทีฟสูงมาก มีวิสัยทัศน์ที่ไม่เดินตามใคร ไม่ทำตามแบบแผน พร้อมสร้างความแปลกใหม่อยู่เสมอ เช่น การว่าจ้างสถาปนิกและนักออกแบบภายในมาร่วมทีม เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจวิธีการ และมุมมองในการสร้างสรรค์ชิ้นงานจิวเวลรี่ดีไซน์ใหม่ ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เรือนเวลายุคนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง อีกทั้งในยุคนั้นยังเป็นที่กล่าวขานกันว่า สุภาพสตรีที่นับได้ว่าเป็นสไตล์ไอคอนของยุคสมัย มักสวมใส่เสื้อผ้า Chanel ถือกระเป๋า Hermes และสวมใส่นาฬิกา Cartier จึงเป็นที่มาว่าไม่ว่าคุณจะมาจากแวดวงไหน ทุกคนก็ต่างจับจ้องและเสาะหานาฬิกาคาร์เทียร์มาสวมใส่ เฉกเช่นเหล่าสุภาพสตรีและคนดังมากมายในอดีต นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่พิเศษมาก ที่สามารถรวบรวมเรือนเวลาสุภาพสตรีหายากจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้มากถึง 34 เรือน ฉันเชื่อว่าคุณจะได้ซึมซับชิ้นงานที่วิจิตรตระการตา จากมุมมองอันน่าทึ่งของตระกูล Cartier อย่างแน่นอน”

ขณะที่ มร.แฮรี่ เฟน เสริมว่า “การแสวงหานาฬิกาคาร์เทียร์โดยเฉพาะต้นยุคศตวรรษที่ 20 ถือเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมาก เพราะทุกเรือนมีความสวยงามเฉพาะตัว ทั้งยังผลิตด้วยมือในจำนวนน้อยชิ้น ยกตัวอย่างเช่น Cartier Diamond and Natural Pearl Lady’s Wristwatch, 1919 (B.8995) ที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ คือหนึ่งในเรือนเวลาที่ปล่อยหลุดมือไม่ได้เด็ดขาด เพราะใครเห็นก็อยากจับจอง ด้วยรูปทรงโค้งที่ค่อนข้างสะดุดตาในยุคนั้น และสร้อยข้อมือไข่มุกจากอ่าวเปอร์เซีย – สำหรับผมนาฬิกาวินเทจของคาร์เทียร์จึงเป็นเหมือนชิ้นงานศิลปะที่จับต้องได้ และไม่ว่าคุณจะส่งต่อไปอีกกี่เจนเนอเรชั่น คุณค่าและมูลค่าของมันยังคงสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับคุณได้เสมอ”

นิกกี้ วอน บูเรน ประธานกรรมการบริหาร Lotus Arts de Vivre กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้จะเป็นปีที่ 3 แล้วที่ได้ร่วมจัดนิทรรศการกับ มร.แฮรี่ เฟน ในฐานะแบรนด์ที่แชร์วิสัยทัศน์ ปรัชญา ไปจนถึงความละเมียดละไมในศาสตร์แห่งศิลป์ร่วมกัน แต่เราก็ตื่นเต้นกับนิทรรศการครั้งนี้มาก เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เรือนเวลาสุภาพสตรีที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ถูกนำมาจัดแสดงที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการพร้อมกันถึง 34 เรือน การมาเยือนในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้ง Lotus Arts de Vivre และ Obsidian Objets d’Art เพื่อแสดงความขอบคุณต่อแฟนๆ ชาวไทย ทั้งยังสะท้อนถึงการเป็นตลาดสำคัญของนาฬิกาวินเทจอีกด้วย”

บทสรุปของนิทรรศการในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงสิ่งที่มีอยู่ในอดีต ความเชื่อมโยงกับปัจจุบัน และการที่คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ไม่ธรรมดาอย่างที่คาร์เทียร์เคยเป็นได้อย่างไร ทั้งหมดนี้สามารถหาคำตอบได้ผ่านนิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์เรือนเวลาซีรี่ย์ที่สาม ในชื่อ Lotus Arts de Vivre x Obsidian Objets d’Art : WOMEN are FOREVER – A vintage Cartier Collection โดยสามารถเข้าชมได้ในระหว่างวันที่ 25 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2564 เวลา 10.30 – 19.00 น. ณ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ บูทีค, โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-250-0732