ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ที่ THE NORTH FACE NEW CONCEPT STORE

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668801

วันที่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 11:40 น.ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ที่ THE NORTH FACE NEW CONCEPT STORETHE NORTH FACE NEW CONCEPT STORE คอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แหล่งรวมไอเท็มของเหล่า Urban Explorer ร่วมหาแรงบันดาลใจและค้นหาสิ่งใหม่ในการเดินทางและใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน

นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเปิดตัว THE NORTH FACE NEW CONCEPT STORE คอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่แห่งแรก ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่แห่งนี้รวบรวมไอเท็มของเหล่า Urban Explorer ไว้ให้ทุกคนมาร่วมหาแรงบันดาลใจและค้นหาสิ่งใหม่ในการเดินทางและใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน โดยคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งนี้มีความพิเศษทั้งเรื่องการออกแบบ รวมไปถึงคอลเลกชั่นพิเศษที่ร่วมกับ 3 นักออกแบบระดับโลก ยิ่งทำให้สโตร์แห่งนี้น่าค้นหาเป็นพิเศษ

THE NORTH FACE NEW CONCEPT STORE แห่งนี้ ถูกรังสรรค์โดยนำเอกลักษณ์จากประเทศไทยมาใส่ในการออกแบบที่เป็นไอคอนนิคของร้านเลย ได้แก่ ไฟเพดานรูป Contour ที่ถูกถอดแบบจากระดับความชันของยอดดอยอินทนนท์ที่สูงสุดในประเทศไทย รวมทั้งเติมเต็มพื้นที่ 167 ตร.ม.ด้วยดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกสั่งทำและนำเข้ามาตกแต่งภายในช็อป พร้อมให้คุณใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ต้นไม้จริง ที่ให้ Mood & Tone มินิมอล น้อยแต่มาก เบลนด์อินความธรรมชาติและไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนั้น ป้ายสินค้าที่ใช้กระดาษรีไซเคิลและหมึกที่ทำจากซอสถั่วเหลืองเป็นมิตรกับธรรมชาติอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทยในการวางจำหน่าย THE NORTH FACE Urban Exploration คอลเล็คชั่นที่ได้ร่วมงานกับนักออกแบบระดับโลก 3 ท่าน ได้แก่ คาซูกิ คุราอิชิ, แอนเดรีย เจียเพ่ย ลี่ และ หาน ยี่ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่นและคุณสมบัติของการใช้งานเอาท์ดอร์ที่ดีเยี่ยม จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการออกแบบ คือ การเปลี่ยนจากธรรมชาติสู่ความเป็นเมือง ซึ่งคอลเล็คชั่นนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมในการออกแบบ รายละเอียดสุดพิเศษ และเทคโนโลยีต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อผ้า วัสดุในการผลิต โดยแนวคิดหลักของการสร้างสรรค์ The North Face Urban Exploration คือ

– เราออกมาใช้ชีวิตท่ามกลางความสับสนในเมือง เสื้อผ้าไม่ได้เป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องคุณจากฝน ลม หิมะ หรืออากาศที่หนาวเย็น แต่วันนี้ชีวิตในเมืองเต็มไปด้วยอากาศที่เลวร้ายกว่าในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งมลภาวะ เสียงรบกวนและความเป็นส่วนตัวที่ขาดหายไป

– คำกล่าว Never Stop Exploring ยืนยันว่าเราไม่ได้เพียงเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ แต่เรายังยืดหยุ่น ปรับตัว ให้เข้ากับทุกสภาวะไม่ว่าจะในเมืองหรือบนยอดขุนเขา…เราไม่เคยหยุดที่จะค้นหา

โดยแบ่งเป็น 3 คอลเลคชั่น ดังนี้

1) Urban Utility ออกแบบโดย คาซูกิ คุราอิชิ นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ที่เป็นเจ้าของและนักออกแบบของแบรนด์สตรีทอย่าง The Fourness และมีผลงานการออกแบบให้กับแบรนด์ระดับโลกมากมาย เช่น Vans นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของร้านสตรีทแฟชั่นสุดเอ็กคลูซีฟอย่าง Heather Grey Wall ในโตเกียว โดยที่รูปทรงเลขาคณิต (Complex Structure) คือ แรงบันดาลในการออกแบบ พร้อมทั้งความหนาแน่นและความซับซ้อนของสังคมเมืองถูกนำเสนอในรูปแบบของคาซูกิ คุราอิชิ

2) Urban Elegance ออกแบบโดย แอนเดรีย เจียเพ่ย ลี่ นักออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงชื่อดังที่ทำงานในนิวยอร์ก เธอออกแบบคอลเล็คชั่นของตัวเองครั้งแรกในปี 2015 หลังจากจบวิจิตรศิลป์จากมหาวิทยาลัยพาร์สัน (1 ใน 3 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับการศึกษาวิจิตรศิลป์) เธอเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 2015 LVMH และเป็นผู้ชนะเลิศรางวัล 2015 VFILES Made Fashion ซึ่งเป็นงานแข่งขันที่การันตีเส้นทางของนักออกแบบหน้าใหม่ของวงการแฟชั่นในแต่ละปี แนวคิดในการออกแบบจากการเรียงร้อยของพื้นผนังผิวคอนกรีต (Concreate Wall) ท่ามกลางแสงและเงา สู่ความสง่างามและเรียบง่าย จะพาคุณหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางผู้คน

3) Urban Sprawl ออกแบบโดย หาน ยี่ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมออกแบบของแบรนด์สตรีทยอดนิยมอย่าง Wisdom แบรนด์ไต้หวันที่พาตัวเองไปสู่ระดับโลกทั้งที่พึ่งก่อตั้งในปี 2009 ที่ผสมผสานสไตล์ความเป็นเมืองและเอาท์ดอร์ได้อย่างลงตัว โดยแนวคิดในการออกแบบที่เชื่อมโยงระหว่างเถาวัลย์ (Climbing Plant) และความเป็นเมือง นำคุณสู่การเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกัน

พร้อมให้เหล่า Urban Explorer ได้ค้นหาสิ่งใหม่ในทุกวันไปด้วยกัน ตามแนวทางที่เราสนับสนุนให้ทุกคนค้นหาตนเอง ออกเดินทาง และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น “We dare to lead the world forward through exploration” พบกันที่ “THE NORTH FACE” New Concept Store ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (โซนเอเทรียม)

#TheNorthFace

#TheNorthFaceThailand

#NeverStopExploring

#TheNorthFacecentralwOrld

แมตช์ทุกลุค มั่นทุกสไตล์ กับ Burberry Kisses Matte 20 เฉดสี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668738

วันที่ 21 พ.ย. 2564 เวลา 11:12 น.แมตช์ทุกลุค มั่นทุกสไตล์ กับ Burberry Kisses Matte 20 เฉดสีลิปสติกใหม่ในคอลเลคชั่น Burberry Kisses เนื้อสัมผัสแมตต์ 20 เฉดสีร้อนแรง ให้บรรดาสาวมั่นเลือกแมตช์เรียวปากสวยแซ่บได้ดั่งใจในทุกสไตล์

Burberry Beauty เผยอีกหนึ่งลิปสติกใหม่จากคอลเลคชั่น Burberry Kisses กับการเปิดตัว Burberry Kisses Matte ลิปสติกเฉดสีสดชัดในเนื้อสัมผัสแมตต์ ที่มีครบจัดเต็มกว่า 20 เฉดสี ให้บรรดาสาวมั่นเลือกแมตช์เรียวปากสวยแซ่บได้ดั่งใจในทุกสไตล์ เช่นเดียวกับนางแบบสาวดาวรุ่งเมืองผู้ดีอย่าง Fran Summers ที่ปรากฏตัวในภาพถ่ายแคมเปญล่าสุดในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญจากฝีมือการรัวชัตเตอร์ของ Suffo Moncloa เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความงดงามเหนือกาลเวลาที่มาพร้อมความโดดเด่น มั่นใจ และกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง ซึ่งคราวนี้เธอมาในลุคริมฝีปากแดงสุดเย้ายวนชวนให้หลงใหลเมื่อเข้าคู่กับฉากหลังที่สดใส ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหนึ่งในเฉดสีซิกเนเจอร์ของคอลเลคชั่นนี้อย่าง The Red สะท้อนความเป็นผู้หญิงที่ทั้งสง่างามและสตรองในแบบ Burberry Beauty ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

Burberry Kisses Matte ออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์อันน่าประทับใจยาวนานตลอดวัน โดดเด่นด้วยพิกเมนต์สีแน่นติดทนนานถึง 8 ชั่วโมง เพียงปาดครั้งเดียวก็ให้การปกปิดแบบ full-coverage ในทันที นำเสนอความแมตต์ ในรูปแบบใหม่ที่งามเจิดจรัสด้วยฟินิชแบบลูมินัสแมตต์ มาพร้อมสีสันที่เด่นชัดดึงดูดใจ อีกทั้งเป็นสูตรที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูโรนิก ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นเบาสบายยาวนาน 24 ชั่วโมง และยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นอันสุนทรีย์ของกุหลาบที่เข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบแห่งประสาทสัมผัส บรรจุมาในแพคเกจจิ้งใหม่สีทองอร่ามสลักด้วยลายตาราง Burberry Check สุดไอคอนนิคของแบรนด์ มีให้เลือกสรรถึง 20 เฉดสี โดยภูมิใจเสนอ 4 เฉดสีซิกเนเจอร์ ดังนี้

Matte The Red No. 106 สะกดทุกสายตาด้วยเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์อย่างสีแดงสดที่ปรากฏเด่นชัดบนเรียวปากของ Fran Summers ในภาพถ่ายแคมเปญ โดยเฉดสี The Red ได้รับเลือกให้นำมาใช้กับคอลเลคชั่นของ Burberry และ Burberry Beauty เพื่อสะท้อนถึงความคลาสสิกและสง่างาม แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ต่อกันด้วยหนึ่งในเฉดสียอดนิยมและขายดีที่สุดของแบรนด์อย่าง Matte Russet No. 93 ที่มาในโทนสีน้ำตาลไหม้ประกายแดง แมชต์ได้ง่ายกับทุกเฉดสีผิว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องหนังสีน้ำตาลแทน

จากนั้นเปลี่ยนลุคมาสวยเก๋แบบซอฟท์ๆ กับลิปสติกสีนู้ดอมชมพู ในเฉด Matte Soft Pink No. 12 ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีกลีบกุหลาบอังกฤษ ให้สีสันงามระเรื่อดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติกับสีริมฝีปาก และพลาดไม่ได้กับเฉดสีแดงเข้มอย่าง Matte Burgundy No. 102 ซึ่งว่ากันว่าที่มาของสีเบอร์กันดีอันสุดแสนคลาสสิกแต่โฉบเฉี่ยวนี้ ได้อินสไปร์มาจากเฉดสีซิกเนเจอร์จากคอลเลคชั่นกระเป๋าดีไซน์ทรงพระจันทร์เสี้ยว รุ่น Olympia นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายเฉดสีที่น่าครอบครองไม่แพ้กัน อาทิ Matte Beige Archive No. 00, Matte Soft Fawn No. 06, Matte TB Orange No. 17, Matte Candy Floss No. 30, Matte Unicorn Pink No. 34, Matte Vintage Pink No. 36, Matte Rosewood No. 38, Matte Dusty Pink No. 39, Matte Bright Rose No. 42, Matte Orange Red No. 71, Matte Dark Amber No. 76, Matte Oxblood No. 97, Matte Red Crimson No. 107, Matte Military Red No. 109, Matte Burnished Red No. 117, Matte Vintage Orange No. 121

และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของเรียวปากที่โดดเด่นคมชัดเกินใคร Burberry Make-up (เบอร์เบอรี่ เมคอัพ) จึงแนะเทคนิคสุดพิเศษในการแต่งแต้มเพิ่มเติม โดยให้เริ่มจากวาดกรอบริมฝีปากด้วยดินสอเขียนขอบปาก Lip Definer จากนั้นตามด้วย Burberry Kisses และใช้ Fresh Glow Highlighting Luminous Pen ซึ่งเป็นไฮไลท์เนื้อครีม ในรูปแบบแท่งปากกา เน้นที่ขอบริมฝีปากด้านบน เพื่อสร้างมิติให้เรียวปากคุณอวบอิ่มขั้นสุด

Burberry Kisses Matte พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัล ชิดลม, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, สยาม ทาคาชิมายะ, ร้าน Sephora สาขาสยามเซ็นเตอร์ และสาขาเอ็มควอเทียร์ หรือช้อปออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.sephora.co.th และ www.central.co.th ในราคา 1,500 บาท

งานเซลส์แห่งปี BIGGEST SALE ยกทัพแบรนด์ดังในเครือ CMG ลดสูงสุด 80%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668723

วันที่ 20 พ.ย. 2564 เวลา 13:45 น.งานเซลส์แห่งปี BIGGEST SALE ยกทัพแบรนด์ดังในเครือ CMG ลดสูงสุด 80%โอกาสแบบนี้มีปีละครั้ง!! เปิดบรรยากาศงานช้อปสุดพลัง BIGGEST SALE เมื่อ CMG รวมลิสต์แบรนด์ตัวท็อปในเครือมาสูงสุดกว่า 80% อาทิ THE BODY SHOP, FITFLOP , GUESS , CASIO , DIESEL , DYSON , EMPORIO ARMANI ณ BCC Hall ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

BIGGEST SALE สุดพลัง จุดนัดพบนักช้อปนักหิ้วตัวยง เริ่มแล้ววันนี้-28 พ.ย. 2564 ที่ BCC Hall ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว มาเลือกสรรกันเพลินๆ กับไอเท็มเด็ดในเครือ Central Marketing Group (CMG) ที่พร้อมใจกันลดสูงสุดถึง 80% ช้อปมั่นใจกับมาตรการรักษาระยะห่าง และบริการแอลกอฮอล์ครบครัน

จุใจไปกับสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบิ้วตี้ไอเท็มอย่างแบรนด์ LULULUN, THE BODY SHOP  หรือ IMPORT FASHION อย่างแบรนด์ G2000, CALVIN KLEIN , GUESS, TOMMY , HUSH PUPPIES, JOHN HENRY , LEE , S’FARE , WRANGLER และ WATCHES & HARDLINE อย่างแบรนด์ CASIO , CASIO BABY-G, CASIO G-SHOCK , DIESEL , DYSON , EMPORIO ARMANI , FOSSI 

พร้อมใจกันลดแบบนี้ ต้องรีบมาช้อปกันที่งาน BIGGEST SALE สุดพลัง  วันนี้-28 พ.ย. 64 เท่านั้น ณ BCC Hall ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ปล่อยพลังช้อปกันให้เต็มที่ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. หรือแอดไลน์ Line : @cmgdeals คลิก : https://bit.ly/30fhaCJ ส่งฟรี!! เมื่อช้อปครบ 500 บาท/ใบเสร็จ

พาทัวร์ ‘ไนกี้’ สาขาใหม่ Live Concept Store แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668400

วันที่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 18:50 น.พาทัวร์ 'ไนกี้' สาขาใหม่  Live Concept Store แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้“ไนกี้” เผยโฉมสาขาใหม่ในเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตามแนวคิด Live Concept Store พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งเฉพาะบุคคลโดนใจสายสปอร์ตขั้นสุด

สายสปอร์ตต้องกรี๊ด! สายสตรีทต้อง LIKE! กับ ไนกี้ ที่ล่าสุดเผยโฉมสาขาใหม่ในเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ภายใต้ดำเนินงานโดยวาลิรัม (Valiram) ผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีกสินค้าลักซูรี่และสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำในเอเชีย

สำหรับ ไนกี้ สาขานี้ตั้งอยู่ในย่านที่คึกคักที่สุดย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์รองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬาต่างๆ ของไนกี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในทุกๆ วัน แก่สมาชิกครอบครัวไนกี้และลูกค้าสายสปอร์ต ทางด้านการออกแบบมาในขนาดกะทัดรัดรูปแบบ Live Concept Store แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พร้อมสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบเฉพาะบุคคลที่ผสมผสานนวัตกรรมค้าปลีกทั้ง offline & online เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานองค์ประกอบที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วม อาทิ บอร์ดประกาศกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิก โดยให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับการเอาใจนักช้อปผู้หญิงด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นที่สุดของไนกี้ ซึ่งผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเธอหันมาเล่นกีฬา

ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายที่ไนกี้ลาดพร้าว ประกอบด้วย เสื้อผ้า รองเท้าฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย อาทิ รองเท้า Nike ZoomX Vaporfly Next% 2 และ Nike Air Zoom Alphafly Next% ที่นักกีฬาของไนกี้อย่าง เชลลี-แอนน์ เฟรเซอร์-ไพรซ์ (Shelly-Ann Fraser-Pryce) และ เอเลียด คิปโชเก้ (Eliud Kipchoge) เลือกใช้

“หลังจากรอคอยกว่า 1 ปีนับจากเปิดตัวร้านที่ใหญ่ที่สุดของไนกี้ในสยามเซ็นเตอร์เมื่อปีที่แล้ว เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เปิดตัวร้านไนกี้ ลาดพร้าว ในรูปแบบ Live Concept Store แห่งแรกที่กรุงเทพฯ” คุณทารันดีพ ซิงห์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจร้านไนกี้ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย กล่าว

สำหรับทำเลที่เป็นศูนย์กลางอย่างลาดพร้าวจะช่วยให้ไนกี้ได้มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่างให้แก่กับนักท่องเที่ยวนับล้านภายในประเทศรวมถึงกลุ่มคนรักการเล่นกีฬา ในขณะที่เมืองไทยเริ่มเปิดประเทศแล้ว ซึ่งแนวคิดของร้านที่มุ่งเน้นประสบการณ์เฉพาะบุคคลผ่านการออกแบบพื้นที่ค้าปลีกและการบริการสมาชิกจะสนองตอบต่อสมาชิกไนกี้ที่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน จึงช่วยต่อยอดความง่ายในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราผ่านแอปพลิเคชั่นไนกี้

ทั้งนี้ ไนกี้ ลาดพร้าวเป็นเสมือนร้านในพื้นที่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกีฬาและสายสปอร์ตต่างๆ  นักช้อปผู้หญิงจะชื่นชอบเป็นพิเศษกับบริการช่วยเลือกบราให้เข้ากับสรีระ และบริการสร้างสรรค์สไตล์การแต่งตัวเพื่อช่วยให้พวกเธอพบกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และสามารถบ่งบอกตัวตนผ่านคอลเลคชั่นต่างๆ ทั้งแดนซ์ ฟิตเนส วิ่ง และโยคะ

คุณมูเคช วาลิรัม ผู้อำนวยการบริหารวาลิรัม กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีกแบรนด์สินค้าลักซูรี่และสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, กลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก กล่าวว่า “การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างวาลิรัมและไนกี้ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแรงเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่การเข้าบริหารและเปิดร้านไนกี้สาขาแรกโดยวาลิรัมที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ในเดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และล่าสุด เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินการเปิดร้านไนกี้สาขาที่ 7 ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว แม้ว่าในช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เรายังคงขยายตลาดในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า และการเปิดร้านไนกี้สาขาล่าสุดแห่งนี้ได้กลายเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของเรา”

พบกับไนกี้ สาขาใหม่ได้ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

อีกก้าวของ “สิริไท” แบรนด์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668335

วันที่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 11:27 น.อีกก้าวของ “สิริไท” แบรนด์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก้าวสู่ปีที่ 2 ของ ‘สิริไท’ เชอรี่-เข็มอัปสร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสังคม Sirithai Artisan Liquid Soap สกัดเข้มข้นจากน้ำมันรำข้าวเพื่อผิวกายอย่างอ่อนโยน

จากสถานการณ์โควิด-19 แบรนด์ ‘สิริไท’ ที่ก่อตั้งโดย เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ ตระหนักดีว่าอาจมีปัญหาบางอย่างสำหรับเกษตรกรไทยในการขายผลผลิตของตน ในปี 2563 เราจึงได้ก่อตั้งสิริไท ธุรกิจเพื่อสังคมขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ที่บ้านโคกสะอาด จังหวัดสกลนคร

ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนในการปลูกข้าวเท่านั้น แต่ยังดูแลป่ารอบๆ นาข้าวด้วย ซึ่งทำให้ระบบนิเวศโดยรอบพื้นที่เหล่านั้นดียิ่งขึ้น เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่เราช่วยให้พวกเขาขายผลผลิตข้าวอินทรีย์บริสุทธิ์ภายใต้แบรนด์ของเรา SiriThai ที่เรามีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือ เพื่อจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งความรับผิดชอบในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และเน้นย้ำเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล

ในปีที่ 2 นี้ ถือเป็นอีกก้าวของ “สิริไท” โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่ “Sirithai Artisan Liquid Soap” ในรูปแบบเมดทูออเดอร์ โดยในการเปิดตัว เคน – ธีรเดช และ เก๋ – ชลลดา พร้อมเหล่าคนดัง เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, สู่ขวัญ บูลกุล, ชวนล ไคสิริ, จ๋า – ยศสินี ณ นคร, ดิว – ปิ่นกมล มาลีนนท์ มาร่วมงานและพูดคุยถึงความประทับใจที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์

เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ สิริไทย กล่าวว่า “ในปี 2564 นี้ ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของสิริไท เรายังคงยึดมั่นในปณิธานของแบรนด์ที่ตั้งใจสนับสนุนเกษตรกรวิถีเกษตรอินทรีย์ พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ของแบรนด์ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราเชื่อว่า ธรรมชาติ ศาสตร์ และศิลปะของความงาม คืนความสมดุลให้ชีวิตของคุณ อันเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ใหม่ของสิริไทในปีนี้ นั่นก็คือ “Sirithai Artisan Liquid Soap” ที่คัดสรรขึ้นจากวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ทำจากน้ำมันรำข้าวพรีเมียมออแกนิค ในคุณภาพระดับเดียวกับที่ใช้ในการผลิต Dietary Supplement โดยใช้น้ำมันรำข้าวจากชุมชนเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ที่เป็นแหล่งปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ สกัดเข้มข้นภายใน 24 ชั่วโมง นำมารังสรรค์ เป็น โฮมเมด ลิขวิด โซป ในชื่อ “Sirithai Artisan Liquid Soap” แบบเมด ทู ออเดอร์ เท่านั้น* เนื่องด้วยเรามีกรรมวิธีในการผสมผสานสบู่สูตรพิเศษของเราอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยส่วนผสมระดับพรีเมียมที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุดจากธรรมชาติถึง 99% จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะตอบโจทย์กับทุกสภาพผิวอย่างแท้จริง”

Sirithai Artisan Liquid Soap รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะ Made to order เท่านั้น เนื่องด้วยมีกรรมวิธีในการผสมผสานสบู่สูตรพิเศษของเราอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ใช้ส่วนผสมระดับพรีเมียมที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุดจากธรรมชาติถึง 99% เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการทะนุถนอมด้วยคุณค่าจากธรรมชาติอย่างนุ่มนวล ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น แต่ไม่แห้งตึงผิว รู้สึกผิวนุ่มชุ่มชื้นทันทีหลังใช้และให้คุณมั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายสามารถซึมผ่านผิวเข้าสู่ร่างกายของคุณได้ ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ‘Sunny days in a rice field’ ที่มอบความสดชื่นแต่ผ่อนคลายราวกับว่า ‘คุณกำลังมีความสุขในวันที่แสงแดดสดใส เป็นอิสระท่ามกลางทุ่งข้าวที่สวยงาม’ รวมทั้ง ‘สิริไท’ ได้สนับสนุนชุมชนที่ใช้วิถีเกษตรนิเวศในการเพาะปลูกอีกด้วย โดยได้สนับสนุนไปยังชุมชนเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งชุมชนนี้เองที่เป็นแหล่งปลูกข้าววิถีเกษตรอินทรีย์แท้พร้อมทั้งดูแลผืนป่าโดยรอบ

โดย สิริไท เลือกใช้น้ำมันรำข้าวจากชุมชนนี้ ซึ่งน้ำมันรำข้าวที่เราเลือกสรรคือเกรดพรีเมียมที่ดีที่สุด ที่สกัดภายใน 24 ชั่วโมง เราเห็นถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ที่นอกเหนือจากการทำความความสะอาดผิวแล้ว ยังช่วยถนอมผิวและต้องไม่ก่อให้เกิดสารเคมีตกค้างไปพร้อมกันด้วย เราจึงให้ความสำคัญกับการเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุด โดยเลือกใช้น้ำผึ้งแท้ดอกไม้ป่าจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งภาคเหนือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนผึ้งที่ทำหน้าที่ Pollinator ที่สำคัญ ทั้งยังเป็นการช่วยขยายพันธุ์พืชและเฝ้าระวังไฟป่าไปพร้อมกันด้วย นอกจากนั้น Essential oils ที่บรรจงคัดสรรนำมาใช้ ไม่เพียงแค่มอบกลิ่นที่สดชื่นอย่างมีเอกลักษณ์ แต่ยังบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ทั้งยังได้รับการรับรองจาก USDA อีกด้วย

ทุกๆ ผลิตภัณฑ์จาก ‘สิริไท’ คุณสามารถรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีอย่างจริงใจที่เราตั้งใจมอบให้กับคุณ จากการใส่หัวใจของเราในทุกรายละเอียดอย่างประณีต ไม่ใช่เพียงเพื่อสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของคุณเท่านั้น แต่สิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่เรารักและตั้งใจปกป้องดูแลด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่งSirithai Artisan Liquid Soap 500 ml ราคา 1,190 บาท ช่องทางการสั่งซื้อ Line : @sirithaibrand IG,FB @sirithaibrand

คอลเลคชั่นใหม่ Keds : A Lady in the City เสน่ห์ช่วงเวลาสุดท้ายของปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668330

วันที่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.คอลเลคชั่นใหม่ Keds : A Lady in the City เสน่ห์ช่วงเวลาสุดท้ายของปีKeds : A Lady in the City เผยเสน่ห์ความสดใสหลากสไตล์ช่วงฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021 ผ่านเฉดสีโทนอบอุ่น และลายพิมพ์ Paisley ลวดลายแห่งโลกแฟชั่น

ก่อนโบกมือลาปี 2021 นี้ Keds (เคดส์) ได้หยิบเอาเสน่ห์ช่วงเวลาสุดท้ายของปี มาออกแบบคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง- ฤดูหนาว 2021 ผ่านเฉดสีโทนอบอุ่น และลายพิมพ์ที่โลดแล่นในโลกแฟชั่นมายาวนานอย่าง ลายเพสลีย์ (paisley) หรือลายลูกน้ำ ทั้งหมดถูกนำมาแต่งแต้มลงบนรองเท้าหลากสไตล์ มีทั้งรุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Kickback สนีกเกอร์แนวสปอร์ตแบบไม่ต้องผูกเชือกให้ยุ่งยาก หรือรุ่นคลาสสิกต่างๆ อย่าง Champion, Chillax, Clipper, Crew Kick, Jump Kick Slip On และ Kickstart ทุกรุ่นล้วนโดดเด่นด้วยการดีไซน์อันเรียบง่ายที่สามารถหยิบมาแมทช์กับชุดต่างๆ ได้หลากสไตล์ ใน ซีซั่นนี้ โบว์-เมลดา สุศรี Global Brand Ambassador ประจำคอลเลคชั่นของ Keds ประเทศไทย มาพร้อมกับรองเท้า คอลเลคชั่นล่าสุดในคอนเซ็ปต์ A Lady in the City สาวสวยในเมืองใหญ่ผู้สนุกกับไลฟ์สไตล์และการแต่งตัวในแบบที่ชอบ

ซึ่งทั้งในฐานะหนึ่งใน Global Brand Ambassador และแฟนรองเท้าเคดส์ นางเอกคนสวยกล่าวว่า “ปกติโบว์เลือกใส่ สนีกเกอร์ของ Keds ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วค่ะ เพราะด้วยบุคลิกเราเป็นคนที่ไม่ได้เรียบร้อยมาก ชอบทำอะไรรวดเร็ว เลยชอบรองเท้าที่ให้ทั้งความสบายและคล่องตัวในคราวเดียวกัน แต่สิ่งที่รองเท้าของ Keds ตอบโจทย์ที่สุดคือ สามารถแมทช์เข้ากับเสื้อผ้าได้หลากสไตล์ เรียกว่า 365 วัน โบว์สนุกกับการแต่งตัวได้ไม่มีเบื่อเลยค่ะ”

เตรียมพบกับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021 ได้ที่ร้าน Keds และ Ikon ทุกสาขา หรือคลิกเข้าไปได้ที่ เว็บไซด์ www.keds.co.th หรือทาง LINE :@KedsThailand หรือคลิกได้เลยที่ http://bit.ly/KedsLine พร้อมทั้งติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand

ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory กับการผุดขึ้นของปัญญา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668289

วันที่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 18:15 น.ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory กับการผุดขึ้นของปัญญาโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

การทำงานคือการแก้ปัญหา การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ แต่บ่อยครั้ง เวลาจะแก้ปัญหา มันไปไม่ถูก มันคิดไม่ออก มันหาทางออกไม่เจอ ที่คิดได้ มันก็ได้แต่แนวทางเดิมๆ ขาดทางเลือกที่หลากหลาย ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีอะไรแตกต่าง แล้วเราจะสร้างปัญญา และความคิดที่แตกต่างขึ้นมาได้อย่างไร

จากทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ที่อธิบายถึงธรรมชาติของแนวคิดเชิงระบบที่ว่าสรรพสิ่งมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ 1. ความเป็นหนึ่งเดียว 2. องค์ประกอบ 3. การเชื่อมโยง 4. การผุดกำเนิด 5. ศักยภาพที่แตกต่าง 6. คุณค่าและความหมาย

กล่าวคือ สรรพสิ่งคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะองค์รวมใหม่ที่ผุดขึ้นนี้สามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่าง (จากองค์ประกอบเดิมที่อยู่อย่างแยกส่วน) ได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

กาแฟร้อนก็เช่นกัน มันคือระบบที่ที่เกิดจากการเชื่อมโยง (หรือการชง) ขององค์ประกอบ ภาวะองค์รวมใหม่นี้สามารถแสดงศักยภาพในรูปของรสชาติและความหอม ที่เมื่อองค์ประกอบอยู่อย่างแยกส่วนแล้ว มันทำไม่ได้ จึงทำให้มันมีคุณค่าในรูปของราคาที่สูงขึ้น

ด้วยมุมมองดังกล่าว ช่วยให้เราเข้าใจถึงที่มาของการเกิดขึ้นของปัญญาว่ามาได้อย่างไร เพราะปัญญา มันก็คือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบหรือคำสำคัญ (Key Words) ภาวะใหม่ที่เกิดขึ้นนี้จึงมีคุณค่าและความหมายที่สูงขึ้น เพราะมันสามารถแสดงศักยภาพในรูปของความรู้ ความเข้าใจ หรือปัญญาที่แตกต่างจากเดิม

หากเราอยู่บ้านและอยากทานกาแฟร้อน เราก็เปิดตู้กับข้าว ในนั้นมีของมากมาย ท่านคิดว่า พริกไทย พริกป่น เกลือ กะปิ น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมัน มันเกี่ยวไหม ……. ไม่ แต่เราต้องหาอะไรให้เจอ นั่นคือ ผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน เพราะมันคือองค์ประกอบหลัก จากนั้นเราก็เอามาชงเข้าด้วยกัน ความเป็นกาแฟร้อนก็เกิดขึ้นทันที และก็แสดงศักยภาพในรูปของรสชาติและความหอมที่เหนือกว่าองค์ประกอบเดิมที่อยู่อย่างแยกส่วน

เมื่อมาพิจารณาเทียบกับการเกิดขึ้นของปัญญา ความรู้ความเข้าใจ กระบวนการเรียนรู้ มันก็เรื่องเดียวกัน เพราะความรู้ก็คือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบหลักหรือคำสำคัญ

สังเกตุตอนที่เราอ่านหนังสือ เมื่อเราเปิดตำรา มันก็เหมือนกับการเปิดตู้กับข้าว ทั้งหน้า A4 มันมี 20 บรรทัด แต่ละบรรทัดมี 15 คำ ทั้งหน้ามี 300 คำ ท่านคิดว่าท่านจะจำหมดไหม ……. ไม่ ท่านทำยังไง ท่านใช้ปากกาหลากสี ขีดเส้นใต้ วงกลม เน้นคำหรือข้อความสำคัญ ท่านทำอย่างนั้น ทำไม เพราะนั่นท่านกำลังหาองค์ประกอบหลัก หรือคำหรือใจความสำคัญ ใช่หรือไม่ ซึ่งว่าไปแล้ว มันคือการจับประเด็นนั่นเอง จากนั้น ท่านก็ลากเส้นเชื่อมโยงคำหรือใจความสำคัญเหล่านั้นเข้าด้วยกัน

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ มันก็คือทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ เพื่อหาใจความสำคัญหรือประเด็นหลัก จากนั้น ก็ใช้ทักษะการคิดเชิงสังเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงประเด็นหลักเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ทันใดนั้น ความรู้ความเข้าใจ กระบวนการเรียนรู้ ก็ผุดขึ้นทันที

ดังนั้น ท่านจะสังเกตเห็นว่า คนที่เรียนเก่ง หนังสือของเขาจะมีการระบายสีและลากเส้นโยงไปมาดูเลอะเทอะไปหมด แต่นั่นแหละของจริง

ถึงตรงนี้ ท่านได้เรียนรู้อะไร ปัญญา ความรู้ความเข้าใจ กระบวนการเรียนรู้คืออะไร ทฤษฎีกาแฟร้อนนำไปสู่ความเข้าใจของการเกิดขึ้นของปัญญาได้อย่างไร

จากการสังเกตที่ว่า กาแฟร้อนเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบหลักฉันใด การเกิดขึ้นของปัญญา กระบวนการเรียนรู้ ก็เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงของประเด็นหลักหรือใจความสำคัญฉันนั้น ดังนั้น ในการพัฒนาความรู้ หลักการข้อที่ 1 ก็คือ เราจะต้องหาประเด็นหลักหรือจับใจความสำคัญที่เกี่ยวข้องให้เจอ แล้วเชื่อมโยงประเด็นเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นทางออก แล้วเอาไปใช้แก้ปัญหา

นอกจากนี้ กาแฟร้อนมีหลายชนิดเพื่อให้เป็นทางเลือก มีชื่อเรียกและราคาที่แตกต่าง ขึ้นอยู่กับความหอมและรสชาติที่ต่างกัน คุณสมบัติดังกล่าวนี้ มันขึ้นกับความแตกต่างขององค์ประกอบ เช่น เอสเพรสโซ่ มีแต่ผงกาแฟและน้ำร้อน คาปูชิโน่ก็เกิดจากการเอาเอสเพรสโซ่มาเติมด้วยนมสดและฟองนมมอคค่า ก็เกิดจากการเอาคาปูชิโน่มาเติมด้วยผงช็อกโกแลต กาแฟร้อนทั้งสามชนิดนี้ต่างก็คือระบบ เพราะเกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ แต่ที่มีชื่อเรียกต่างกัน นั่นเป็นเพราะองค์ประกอบต่างกัน รสชาติ ความหอมจึงต่างกัน คุณค่าและราคาก็ต่างกันด้วย ดังนั้น หลักการข้อที่ 2 ในการพัฒนาปัญญาก็คือ เราต้องสร้างทางออกหลายๆ ทางเลือกด้วยองค์ประกอบที่แตกต่าง

ยิ่งไปกว่านั้น กาแฟที่มีชื่อเรียก รสชาติ ความหอม ราคาที่ต่างกันนั้น การเกิดขึ้นของกาแฟร้อนแต่ละชนิด มันมีลำดับของการชง ขั้นตอน หรือการเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ที่ต่างกันด้วย ดังนั้น หลักการข้อที่ 3 ในการสร้างองค์ความรู้ เราจึงต้องหาทางออกของปัญหาอย่างมีทางเลือกที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างการเชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ อย่างหลากหลาย

โดยสรุป ในการแก้ปัญหา เราต้องมีปัญญา ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เราเข้าใจถึงธรรมชาติที่มาของปัญญาว่า รากฐานทางความคิดของมันมาจากมุมมองเชิงระบบ ด้วยการคิดวิเคราะห์ แจกแจง เพื่อหาองค์ประกอบหลักหรือใจความสำคัญ แล้วตามด้วยการคิดเชิงสังเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงประเด็นสำคัญเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ในขณะนั้น ความรู้ใหม่ก็เกิดขึ้น นอกจากนี้ การแก้ปัญหาต้องมีทางออกหลายๆ ทางเลือก และมันจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เข้าใจถึงธรรมชาติของความเป็นองค์รวม และเป็นแนวทางเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงระบบ เพื่อความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน เพราะกาแฟร้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญญาก็เกิดขึ้นได้อย่างนั้น

…ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงเป็นศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

วนัช กูตูร์ คอลเลกชั่นใหม่ชุดไทยประยุกต์ 8 ชุด 8 สไตล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668176

วันที่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 14:20 น.วนัช กูตูร์ คอลเลกชั่นใหม่ชุดไทยประยุกต์ 8 ชุด 8 สไตล์วนัช กูตูร์ พลิกโฉม “เจน-รมิดา จีรนรภัทร” สวยผุดผาดในลุคชุดไทยประยุกต์ 8 ชุด 8 สไตล์ ขึ้นปกนิตยสารดัง

งานดีไม่มีแผ่วเลยจริง ๆ เลยเจ้าค่า สำหรับ ห้องเสื้อวนัช กูตูร์ ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยคอลเลกชั่นใหม่ขึ้นปกนิตยสาร แพรว เวดดิ้ง บอกได้คำเดียวว่าชุดไทยประยุกต์ในคอลเลกชั่นนี้เลิศหรู งดงามอลังการมากๆ เพราะแต่ละชุดที่ดีไซน์เนอร์ออกแบบมานั้นมีความวิจิตรบรรจงงดงาม ทั้งแบบโบราณและแบบร่วมสมัย ดูหรูหราไม่ซ้ำแบบใคร และสำหรับใครที่ติดตามผลงานของห้องเสื้อนี้จะเห็นได้ว่า งานออกแบบและความประณีตนั้นพัฒนาไปไกลมาก จนกลายเป็นอินสปายเรชั่นให้ กับเหล่านักออกแบบมือใหม่หลายๆคน ถือเป็นต้นแบบของงานฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทยก็ว่าได้ และงานนี้ยังได้นักแสดงสาววัยรุ่นหน้าใส เจน-รมิดา จีรนรภัทร มาร่วมถ่ายทอดผลงานชุดไทยเป็นครั้งแรกให้กับทางห้องเสื้ออีกด้วย มีชุดไทย แบบไหนบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่า

เปิดตัวด้วยชุดไทยที่สาวสายฝอสายแฟห้ามพลาดเด็ดขาด บอกแล้วว่า ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เสกชุดไทยออกมาแต่ละชุดสวยฟาดสุดๆ ไปเลย แถมยืนหนึ่งของจริงไม่มีโป๊ะอีกด้วย ชุดนี้ถือเป็น ชุดไฮไลท์ที่ดัดแปลงมาจากชุดไทยจักรีที่ทัชใจสาวๆยุคนี้มากทีเดียว ด้วยงานดีไซน์ที่ถูกวางไว้ไม่ให้ ไทยจ๋ามาก ตัวชุดตัดเย็บด้วยผ้าไหมลำพูนสีฟ้าพาสเทลยกล้านนาแบบสั่งทอพิเศษ รวมถึงใช้ เทคนิคพิเศษในการย้อมไล่สีผ้าแบบออมเบร มีการจับเดรปตรงตัวเสื้อ ทับด้วยสะพักเฉียงบ่าที่บรรจงปักด้วยลูกปัดและคริสตัลสีทอง ตัวสไบปักเป็นลวดลายแห่งวนัช (แปลว่า ดอกบัว) จรดทอดยาวถึงพื้น ชุดนี้แม้จะถูกดัดแปลงมาจากชุดไทยจักรีแต่ดีไซน์เนอร์ก็เพิ่มความเก๋ให้ชุดด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์แขนเสื้อสไตล์ยุโรปยาวไล่ลงมาจรดปลายข้อมือแบบเข้ารูปหนึ่งข้าง ดูงดงามเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร เป็นความแปลกตาแต่ลงตัวสุดๆ ทำให้ชุดนี้ ดูสวยเฉียบเนี๊ยบไปทุกองศาจริงๆ

สำหรับชุดไทยประยุกต์สีกลีบบัวชุดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งชุดที่สายแฟห้ามพลาดเช่นกัน เพราะเป็นลุคที่สวยละมุนตาสุด ๆ ชุดนี้ถูกออกแบบให้มีความร่วมสมัยโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดไทยศิวาลัย และมีความผสมผสานทางวัฒนะธรรมระหว่างชุดไทยกับจีนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตัวเสื้อนั้นตัดเย็บจากผ้าลูกไม้เกรดพีเมียมและเพิ่มความหรูหราด้วยงานปักคริสตัลลวดลายพิเศษนำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ความพิเศษของชุดนี้อยู่ตรงพัดผ้าไหม สัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลของวัฒนธรรมจีนที่มีมาอย่างช้านานกว่า 4,000ปี โดยพัด มีความหมายว่าความดีงามที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือนของวิเศษอันเป็นมงคลนาม ส่วนของผ้านุ่งออกแบบให้เป็นทรงหางปลาแต่งจีบหน้านาง มีการปักลายเพื่อความสวยงาม ดูหรูหราไร้ที่ติ เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการใช้ชุดพิธีหมั้นที่มีเชื้อสายทั้งไทยและจีน

สาวยุคใหม่ที่ชื่นชอบสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ เรียบหรู ดูแพง แต่ยังคงความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างเนียนกริบ ขอแนะนำชุดไทยประยุกต์ชุดนี้เลย บอกได้คำเดียวว่าตอบโจทย์คุณสาว ๆ สุด ๆ ตัวเสื้อถูกออกแบบเป็นเสื้อลูกไม้แขนตุ๊กตา เพิ่มดีเทลด้วยลวดลายงานปักคริสตัลและลูกปัดผลึกแก้วใสลงบนผ้าซีทรูซีขาวออฟไวท์ทั้งตัวเพื่อความอ่อนช้อยสวยงาม ตัดกับตัวกระโปรงทรงหางปลาลากยาวที่ตัดเย็บจากผ้าไหมพาราณสีที่ผ่านการทออย่างประณีต แต่ยังคงอัตลักษณ์แบบชุดไทยไว้ด้วยหน้านางและชายพก แม้ชุดนี้จะมีดีเทลไม่มากนัก แต่เสริมลุคให้ผู้สวมใส่ดูงามระหงส์ บริสุทธิ์ผุดผาดละม้ายคล้ายเด็ก วัยแรกรุ่นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ถ้าสาว ๆ คนไหนชื่นชอบชุดไทยจักรพรรดิที่เน้นงานประณีต งดงาม และดูเลอค่า ห้ามพลาดชุดนี้เด็ดขาด ตัวชุดไทยตัดเย็บด้วยผ้าไหมลำพูนสีขาวเกรดพรีเมียม เพิ่มความหรูหราสะดุดตาด้วยลวดลายของงานปักลูกปัดสีทองและคริสตัล ห่มด้วยสไบจีบสีขาวทับด้วยสะพักโบราณสีทองปักด้วยดิ้นทองลายดอกพุดและประดับด้วยคริสตัลทั่วทั้งผืนอีกชั้น เพิ่มความเก๋ที่ชายสไบด้วยภู่ทองที่ร้อยเรียงด้วยลูกปัดสุดงามตา นับเป็นอีกหนึ่งชุดไทยจักรพรรดิที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในเวลานี้

ตระการตากับชุดไทยจักรพรรดิสีขาวปักทองกันอีกชุด ซึ่งชุดนี้ถูกออกแบบตามต้นฉบับชุดไทยพระราชนิยมได้แบบเป๊ะปังมาก ตัวชุดไทยตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกใหญ่สีขาวทั้งชุด ในส่วนขอผ้าซิ่นนั้นเพิ่มความหรูหราด้วยเชิงปักทองมีหน้านางและชายพก ห่มด้วยสไบจีบผ้าไหมสีขาวทับด้วยสะพักสีขาวปักทองแทรกลายสีเงินอีกชั้น ทำให้ชุดนี้ดูงามสง่าสมกับแม่หญิงทั้งหลายเป็นที่สุด

อีกหนึ่งชุดไทยจักรีประยุกต์สีชมพูอ่อน ที่ให้ความพิเศษที่แตกต่างออกไป ตัวชุดใช้ผ้าไหมพาราณสีในการตัดเย็บ เพิ่มความหรูหราลงบนผ้าด้วยงานปักลวดลายที่ใช้คริสตัลและลูกปัดผลึกแก้วใสทั้งชุด ความเก๋อยู่ที่ชายกระโปรงที่ถูกออกแบบให้เป็นทรงหางปลาลากยาว เสริมลุคให้ผู้สวมใส่ดูงดงามมากยิ่งขึ้น

ตามติดมาด้วยชุดไทยจักรพรรดิสีกลีบบัวอีกหนึ่งชุดที่สวยงามไม่แพ้กันเหมาะกับออเจ้าทุกคนจริง ๆ เลยเจ้าค่า ด้วยรูปแบบของชุดที่มีความอ่อนช้อยงดงามเหมือนนางในวรรณคดี งานตัดเย็บจึงจำเป็นต้องประณีตขั้นสุด ผ้าไหมที่เลือกใช้เป็นผ้าไหมพาราณสีที่ผ่านการทอมือด้วยความวิจิตรบรรจง ผสมผสานด้วยงานปักจากช่างฝีมือระดับโลก ทำให้ชุดไทยโบราณชุดนี้ดูงดงามและเลอค่าหาตัวจับยากอีกเช่นกัน

ปิดท้ายด้วยชุดไทยศิวาลัยสีขาว ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าไหมลำพูนสอดดิ้นเงิน ชุดนี้เป็นผลงาน ชั้นเลิศเพราะทางห้องเสื้อสามารถเก็บรายละเอียดของความงดงามและมีเสน่ห์ตามแบบฉบับของชุดไทย พระราชนิยมเอาไว้ได้อย่างหมดจด ด้วยเสน่ห์ของชุดที่ให้ความรู้สึกแบบสาวชาววังในอดีต ดูเรียบหรู และงดงามเป็นพิเศษ จึงเป็นอีกหนึ่งลุคที่มีอยู่ในทุกคอลเลกชั่นของทางห้องเสื้อ อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของเหล่าคนดังที่ต่างก็แวะเวียนมาเลือกชุดไทยศิวาลัยสำหรับใช้ในวันสำคัญต่าง ๆ มากมายอีกด้วย

สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบชุดไทยและกำลังมองหาเพื่อใช้สวมใส่ในพิธีสำคัญต่างๆ สามารถเข้ามาขอรับ คำปรึกษาได้ที่ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ พิกัดปากซอยลาดพร้าว 50 หรือดูผลงานต่าง ๆ ผ่านทาง www.facebook.com/vanuscouture หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 020024895, 020024896, 086-491-5445 Line: @ vanuscouture

ส่องเทรนด์บ้านปลอดฝุ่น นวัตกรรมบ้านสุขภาพดีปลดล็อก PM2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668172

วันที่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 13:50 น.ส่องเทรนด์บ้านปลอดฝุ่น นวัตกรรมบ้านสุขภาพดีปลดล็อก PM2.5 ฝุ่น PM 2.5 ของที่มาคู่กับฤดูหนาว ส่องเทรนด์บ้านปลอดฝุ่น กับกระเบื้องฟอกอากาศ ‘คอตโต้’ นวัตกรรมบ้านสุขภาพดีปลดล็อก PM2.5

เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว ฤดูฝุ่น PM 2.5 ก็มาพร้อมกับลมหนาวทันที หลายคนสงสัยว่าทำไมหน้าหนาวถึงมีฝุ่นเยอะกว่าปกติ มีคำอธิบายง่าย ๆ ว่าอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว มาจากความกดอากาศสูง ทำให้พื้นดินคายความร้อนอย่างรวดเร็ว อากาศที่อยู่เหนือพื้นดินก็เย็นตามไปด้วย อากาศร้อนที่ดันขึ้นอยู่คั่นกลางระหว่างชั้นอากาศเย็น จึงกลายสภาพเป็นเกราะ เรียกกันว่าเป็น “อากาศปิด” ทำให้ไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน  ดังนั้น อากาศรวมถึงฝุ่นที่สะสมอยู่จึงไหลย้อนกลับลงสู่พื้นอีกครั้ง มลภาวะในอากาศจึงสูงตามไปด้วย

ฟังดูอาจเป็นเรื่องปกติ เพราะถึงแม้ฝุ่นอาจจะมากไปสักหน่อย แต่ลมโชยเย็น ๆ ในช่วงหน้าหนาว ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเย็นสบายเพิ่มมากขึ้น การปรากฏตัวของฝุ่น PM2.5 หรือที่เรียกว่า “ฝุ่นจิ๋ว” ที่มีแหล่งกำเนิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม การเผาวัชพืช รวมถึงไฟไหม้ป่าที่เริ่มทวีเพิ่มมากขึ้น ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และส่งผลต่อสุขภาพอย่างมหาศาล ด้วยขนาดที่เล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมจนขนจมูกไม่สามารถกรองได้ จึงถูกสูดผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ปอด และกระแสเลือดโดยตรง ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของเซลส์เม็ดเลือดขาว ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอดด้วย

ทำอย่างไร ให้บ้านปลอดฝุ่น

ด้วยตระหนักถึง ความสำคัญของการพักอาศัย ที่เป็นหลักสำคัญของคุณภาพชีวิตของคนไทย คอตโต้ โดยบริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) จึงได้พัฒนานวัตกรรมกระเบื้อง กระเบื้องฟอกอากาศ (AIR ION) ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าฝุ่นจิ๋ว ตัวการสำคัญสามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 89% พร้อมเพิ่มมวลอากาศสดชื่นภายในบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กระเบื้องฟอกอากาศมีคุณสมบัติอย่างไร

กระเบื้องฟอกอากาศ คือ นวัตกรรมกระเบื้อง ที่ผสมจากแร่ธาตุธรรมชาติ Tourmaline บนผิวหน้ากระเบื้อง ปล่อยประจุไอออนลบในระดับ 3,000 ions/cm3 เพื่อเข้าดักจับฝุ่น โดยฝุ่นลดลงไปถึง 89% ภายในระยะเวลา 30 นาที

กระเบื้องฟอกอากาศติดตั้งอย่างไรให้ใช้งานได้ประสิทธิภาพสูงสุด

กระเบื้องฟอกอากาศ สามารถติดตั้งโดยปูได้ทั้งพื้นและกรุผนัง แต่ถ้าให้ดีที่สุดควรติดตั้งบริเวณผนังเพื่อการดักจับฝุ่นที่ลอยในอากาศ ซึ่งอยู่ในระยะการหายใจของมนุษย์ และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยดักจับฝุ่น ควรติดตั้งประมาณ 40% ของพื้นที่ภายในห้อง ซึ่งเทียบเท่ากับ ผนัง 2 ด้าน หรือ พื้น+ผนัง 1 ด้าน จะช่วยลดฝุ่นภายในบ้านได้เยอะ แถมยังสามารถใช้งานได้ตลอดการติดตั้ง โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ยิ่งใครที่อยู่คอนโดฯ ก็ยังช่วยประหยัดพื้นที่มากขึ้น ไม่ต้องติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองอากาศให้เปลืองพื้นที่อีกด้วย คุ้มค่าและดีต่อสุขภาพแน่นอน

นอกจากฟังชั่นก์ที่ดีงามแล้ว ดีไซน์เนอร์ยังได้รังสรรค์ดีไซน์กระเบื้องฟอกอากาศให้สวยหรูอย่างมีเอกลักษณ์ หลากหลายสีสัน ให้เลือกตกแต่งตามความชอบของสมาชิกในบ้านและตามสไตล์ของห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน อาทิ

ห้องนั่งเล่น เป็นจุดสะสมฝุ่นภายในบ้านที่ค่อนข้างเยอะ อาจจะมาจากหลาย ๆ สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือฝุ่นจากร่างกายของเราที่นำมาจากนอกบ้าน คอดโต้ ขอแนะนำดีไซน์ 2 รูปแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายที่ชอบความเท่ห์ แต่ซ่อนความอบอุ่น และสาวหวาน ที่ชวนพิศ ด้วยกระเบื้องบุผนังลายพรีโม่ซีรีย์ เป็นการนำลวดลายของหินในโทนสีเทา จัดวางในรูปแบบของก้อนอิฐ เลือกใช้สีอ่อนสลับสีเข้มทำให้ดูมีมิติ เลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์ไม้โทนสีเข้มและเก้าอี้หนังดีไซน์เก๋ ๆ เป็นรูปไข่ ทำให้ได้ห้องนั่งเล่นสไตล์หนุ่มเท่ ๆ

กระเบื้องบุผนังลายริตาซีรีย์ เป็นการนำลวดลายที่สวยงามของ Cream Karaman Marble หินอ่อนธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากประเทศตุรกี นำมาทำเป็น 2 ดีไซน์ คือ ริตา เดคโค นำมาลวดลายของหินอ่อนมาตัดเรียงเป็นชิ้นเล็ก ๆ คล้ายโมเสกทำให้ดูโดดเด่น วาง pattern กรุผนังคู่กับ ริตา เป็นการโชว์ความสวยงามของลายหินอ่อนทั้งแผ่นเพิ่มความหรูหรา เลือกใช้ริตาซีรีย์ สีเบจทำให้ห้องนั่งเล่นดูนุ่มนวล เลือกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนทำให้ห้องดูละมุน เข้ากับสไตล์สาวหวาน

ห้องครัวและห้องทานอาหาร ปัจจุบันนิยมให้ห้องครัวและห้องอาหารในพื้นที่เดียวกันเพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย จึงเป็นพื้นที่ที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดจากฝุ่นเป็นพิเศษ ขอแนะนำกระเบื้องฟอกอากาศลายลาวาเรโด ขนาด 60×120 cm. ในการปูพื้น ได้รังสรรค์ดีไซน์จาก White Volakas หินอ่อนธรรมชาติสีขาวจากประเทศกรีซ ลดทอนลวดลายของเส้นริ้วให้เบาบางลง ทำให้ได้กระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวสว่างเป็นที่ชื่นชอบของนักออกแบบบ้าน เลือกทำเฟอร์เจอร์แบบบิวท์อินบานปิดเน้นสีขาว เพื่อป้องกันฝุ่นลงภาชนะต่าง ๆ ทำให้ได้ ห้องครัวในสไตล์โมเดิร์นลักซูรี

ห้องน้ำ พื้นที่ส่วนตัวห้องนี้ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าห้องอื่น โดยปกติห้องน้ำจะเป็นห้องที่มีความชื้นสูงมากกว่าห้องอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีฝุ่นละอองจากแป้งทาตัว ฝุ่นละอองจากภายนอกที่เข้ามาทางหน้าต่างห้องน้ำ ขอแนะนำกระเบื้องบุผนังลายแอมมี่ซีรี่ย์ นำมาทำเป็น 2 รูปแบบ คือ แอมมี่มิงเกิ้ล และ แอมมี่ ขาว ได้แรงบันดาลใจจากหินที่ประดับบนกำแพงหมู่บ้านโบราณบุกซอนฮันอก ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ลักษณะของดีไซน์เป็นหินและหินอ่อน วางสลับกันในสไตล์โมเสก การตกแต่งภายในห้องน้ำใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเพื่อจะได้ไม่เป็นที่สะสมของฝุ่น ใช้โทนสีขาวและไม้สีอ่อนทำให้มองเห็นฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ง่ายขึ้น ช่วยทำให้ทำความสะอาดได้หมดจด เป็นห้องน้ำน่ารัก ๆ แบบมินิมอล

สำหรับใครที่สนใจกระเบื้องฟอกอากาศเพื่อเพื่อเพิ่มมวลอากาศให้สดชื่นตลอด 24 ช.ม. สามารถพบกับโปรโมชั่นพิเศษเอาใจคนรักบ้าน เพียงช้อปครบ10,000 บาท รับส่วนลด 500 บาท โดยกิจกรรมนี้สามารถเลือกใช้บริการผ่าน COTTO LIFE.COM และร้านค้าที่ร่วมรายการ ทั่วประเทศ โดยสามารถกดรับโค้ดส่วนลด และคูปองส่วนลดได้ที่ https://www.cotto.com/fulfill-your-dream/concept ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2564 เท่านั้น หรือสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ https://www.cotto.com/ หรือ https://www.facebook.com/cottoofficial/ และLine Official Account : @COTTOlife >> http://bit.ly/2D5BeJd หรือ ณ จุดขาย และร้านค้าที่ร่วมรายการ

พาชมโฉมใหม่ ใหญ่! ครบ! พบแบรนด์ดังระดับโลกในโซน Beauty Galerie @เซ็นทรัล ลาดพร้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/668155

วันที่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.พาชมโฉมใหม่ ใหญ่! ครบ!  พบแบรนด์ดังระดับโลกในโซน Beauty Galerie @เซ็นทรัล ลาดพร้าว สาวกบิวตี้พร้อมปักหมุด ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ต้อนรับการปรับโฉมสุดอลังการของแผนก “Beauty Galerie” ช้อปแบรนด์ความงามดังระดับโลก ตอกย้ำความเป็น Beauty Destination ของเมืองไทย

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พร้อมมอบความสุขขั้นสุดให้เหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ ด้วยการปรับโฉมแผนก Beauty Galerie ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับ #ความรู้สึกใหม่ของความงาม กับงาน Central The Sensation of Beauty บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร บิวตี้แลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่พร้อมมอบประสบการณ์ด้านความงามสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเผยโฉมเคาน์เตอร์แบรนด์ดังระดับโลก ทั้งเครื่องสำอาง และน้ำหอมกว่า 300 แบรนด์ อาทิ Dior ,Chanel, La Mer, Lancôme, Shiseido, Estée Lauder, Clarins, SK-II, Clé de Peau Beauté, Sisley, La Prairie,   Jo Malone London, Clinique, Kiehl’s,  YSL, Tom Ford,  Armani Beauty, Bobbi Brown, M.A.C,  Nars, Laura Mercier, Hourglass, Sulwhasoo, The History of Whoo,  Aesop, L’Occitane, Fresh, Origins , Ipsa,  Biotherm และอีกมากมาย พร้อมต้อนรับแบรนด์ New-in ใหม่ล่าสุด! ที่มาร่วมเปิดเคาน์เตอร์ ฉลองโฉมใหม่ให้ยิ่งอลังการ ไม่ว่าจะเป็น  Charlotte Tilbury, Gucci Beauty, Augustinus Bader, Dolce&Gabbana, Diptyque, Suqqu และ By Terry ดีไซน์พิเศษในสไตล์ของตนเอง เผยเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของแต่ละแบรนด์ได้อย่างลงตัว ครบครันด้วยผลิตภัณฑ์ความงามแบบเอ็กคลูซีฟ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษให้เหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปอย่างจุใจ

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เซ็นทรัลพร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ของเมืองไทย โดยการปรับโฉมแผนก “Beauty Galerie” (บิวตี้ แกเลอรี) ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร เพื่อส่งมอบความสุขให้บิวตี้เลิฟเวอร์ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ผสมผสานเข้ากับความเป็นอินโนเวทีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Central The Sensation of Beauty เพื่อสร้างความแปลกใหม่ และเปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับ #ความรู้สึกใหม่ของความงาม ให้กับบิวตี้เลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปกันอย่างสนุกสนาน พบกับ New Brands ทั้งเครื่องสำอาง และน้ำหอม กว่า 300 แบรนด์ที่จะมาช่วยเปิดประสบการณ์ความงามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน  มาพร้อม New Counter Design ในรูปแบบที่ทันสมัยกับดีไซน์สุดพิเศษของเคาน์เตอร์แบรนด์ดังระดับโลกซึ่งออกแบบอย่างโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Brand Identity) สะท้อนถึงดีเอ็นเอของแต่ละแบรนด์ได้อย่างชัดเจน และพร้อมมาอวดโฉมที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นที่แรกและที่เดียวเท่านั้น  พิเศษสุดกับ New Technology and Services ที่จะมาช่วยยกระดับการให้บริการและนวัตกรรมสุดล้ำเพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการให้แหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ได้สัมผัสในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม อีกทั้งยังให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยในยุค New normal ที่เคร่งครัดขั้นสูงสุดอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านจะรู้สึกประทับใจอย่างแน่นอน”

สำหรับโซน Beauty Galerie แต่ละแบรนด์มาพร้อมดีไซน์สุดพิเศษในสไตล์ของตัวเอง แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ (Brand Identity และความงามแบบเอ็กคลูซีฟ  อาทิ 

YSL เปิดตัวเคาน์เตอร์ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ในรูปแบบ “Marble Look” แห่งแรกของโลก ที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว แสดงออกถึงแบรนด์ DNA ผ่านการตกแต่งด้วยหินอ่อนสลับดำ-ขาวเต็มพื้นที่ หรูหราด้วยการเล่นวัสดุลายเส้นสีทอง-เงินเงาวาว ดึงดูดทุกสายตา พร้อมการออกแบบภายในที่เอื้อต่อการบริการเหนือระดับ

Kiehl’s พบกับแฟล็กชิฟสโตร์ใหม่ ในคอนเซ็ปต์ Future Made Better ซึ่งเป็นแคมเปญหลักของคีลส์ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยพัฒนาชุมชนที่เราอยู่ให้ดียิ่งขึ้น มีการออกแบบร้านอย่างยั่งยืน (Eco-Conscious Retail Design) โดยคำนึงถึงวัสดุและวิธีการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในร้านเป็นวัสดุ FSC (Finest Stewardship Council) ที่มีการจัดการอย่างถูกต้องและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมการติดตั้งแผงไฟ LED ทั้งร้าน เพื่อเป็นการประหยัดไฟ และสีที่ใช้ตกแต่งร้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (VOCs = 0%)  

Bobbi Brown ปรับโฉมใหม่ล่าสุด โดยได้แรงบันดาลใจจากเมือง New York เน้นโทนสีขาวดำ สื่อถึงความนำสมัยให้ความรู้สึกหรูหรา รวมถึงมีตัว Skylight ที่ฝ้า ทำให้เหมือนอยู่ในตึกที่ NYC มาพร้อมกับมุม Make Up ที่ทันสมัยมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Loft Design Concept พบได้ที่ห้างเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว เท่านั้น 

Shiseido ขออวดโฉมใน “Shiseido Alive Counter” เคาน์เตอร์รูปแบบล่าสุด ออกแบบในคอนเซ็ปต์ “The Japanese Digital Garden” ได้แรงบันดาลใจจากน้ำตกและสายน้ำสู่ดีไซน์ที่สามารถหมุนได้ 360 องศา ซึ่งเป็นดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟที่เคาน์เตอร์ห้างเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว เท่านั้น!

Clé de Peau Beauté ผสมผสานความหรูหรา แต่ดูอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำแห่งวงการบิวตี้ อย่าง “Smart Radiance Mirror” อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี  “Virtual Makeup Try-on”  เพียงสแกน QR Code ก็สามารถเลือกเมคอัพลุคที่ต้องการลงบนใบหน้าได้เสมือนจริง โดยไม่ต้องถอดหน้ากากอนามัยอีกด้วย

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษรับคูปองส่วนลดแทนเงินสด สูงสุด 5,000 เมื่อช้อปตามเงื่อนไข, ลดเพิ่ม สูงสุด 27.5% เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน 2 เท่าของยอดช้อป หรือใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนสูงสุด30% จากเดอะวัน และบัตรเครดิต ตั้งแต่วันนี้-15 ธ.ค 2564 ณ แผนก Beauty Galerie ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว นอกจากนี้ บิวตี้เลิฟเว่อร์ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การช้อปผ่าน Central Chat & Shopที่ไลน์ @centralofficial, Central Call & Shop ที่เบอร์ 1425 พร้อมบริการใหม่ล่าสุด Personal Shopper โทร. 1425 กด 3 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวบริการสุดพิเศษสำหรับทุกคน หรือช้อปผ่าน Facebook Inbox ที่ www.facebook.com/centralbeautyclub พร้อมช่องทางรับสินค้าเติมเต็มความสะดวกสบายให้แก่คุณด้วยบริการ Click & Collect และ Drive Thru ที่ห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ