รัวจังหวะช้อปโปรปัง! กับสุดยอดแบรนด์ดัง @เซ็นทรัล ลาดพร้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667965

วันที่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 19:10 น.รัวจังหวะช้อปโปรปัง! กับสุดยอดแบรนด์ดัง @เซ็นทรัล ลาดพร้าวมัดรวมโปรโมชั่นบิวตี้ไอเท็มเต็มพิกัด จัดให้ทั้งลด! ทั้งแถม! กับหลายแบรนด์ดังในดวงใจ ไปกันได้ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว

..

ลั่นกลองช้อปขนโปรดีดีลเด็ดกับ 11.11 โพสต์ทูเดย์ คัดบิวตี้ไอเท็มเด็ดให้สาวๆ พร้อมที่สุดของโปรโมชั่นจากบรรดาแบรนด์ดัง อาทิ DOLCE & GABBANA , NARS , CLE DE PEAU BEAUTE , LAURA MERCIER  

DOLCE&GABBANA Promotion

สวยฟินแมตช์ได้ทุกลุค! ช้อป DOLCE&GABBANA The Only One Matte Lipstick Color คู่กับแคปลายโปรด และเครื่องสำอาง DG Beauty ใดๆ ครบ 3,500 บาท รับทันทีชุดของขวัญ มูลค่า 3,930 บาท 

สามารถช้อปสินค้าโปรโมชั่นได้ที่เคาน์เตอร์ DOLCE&GABBANA Beauty สาขาพารากอน โทร. 02-610-7696 , สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว โทร. 065-986-9341

FRAGRANCE Promotion

EXCLUSIVE เฉพาะการช้อปที่เคาน์เตอร์น้ำหอม DOLCE&GABBANA, Issey Miyake และ Narciso Rodriguez แผนกบิวตี้ แกเลอรี ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 11 พ.ย. 2564 – 14 พ.ย. 2564

ช้อปน้ำหอม DOLCE&GABBANA Light Blue รุ่นใดๆ ไซซ์ใหญ่ จำนวน 1 ขวด รับฟรี PRECIOUSKIN Perfect Finish Cushion Foundation และลิปสติก DOLCE&GABBANA คละรุ่น คละเฉดสี จำนวน 1 ชิ้น รวมมูลค่า 4,300 บาท

ช้อปน้ำหอม DOLCE&GABBANA , ISSEY MIYAKE และ NARCISO RODRIGUEZ จำนวน 1 ชิ้น  รับฟรีน้ำหอม Mini The Only One EDP 7.5ml. จำนวน 1 ขวด มูลค่า 1,160 บาท

FRAGRANCE Promotion : เซ็ตน้ำหอมราคาพิเศษสุดคุ้ม

Narciso Rodriguez Set เซ็ตน้ำหอม For her EDT 100ml + For Her EDP 30ml. ราคาพิเศษ 4,800 THB ราคาปกติ 6,800 THB

ISSEY MIYAKE Set เซ็ตน้ำหอม L’EAU D’ISSEY EDT 100ml. + L’EAU D’ISSEY POUR HOMME EDT 125ml. ราคาพิเศษ 5,400 THB ราคาปกติ 8,600 THB

K by DG EDT Set เซ็ตน้ำหอม K by DG EDT 100ml. + K by DG EDT 50ml. ราคาพิเศษ 5,400 THB ราคาปกติ 7,800 THB

NARS Promotion

ต้อนรับการเปิดตัวรูปแบบเคาน์เตอร์ใหม่ ของ NARS ครั้งแรกในประเทศไทยกับคอนเซ็ปต์ 360 CIRCULAR COUNTER ที่แผนกบิวตี้ แกเลอรี ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ด้วยส่วนลด 20% ทุกไอเทม (ยกเว้น Holiday Collection 2021) เฉพาะวันที่ 11 พย. วันเดียวเท่านั้น!!

CLE DE PEAU BEAUTE Promotion

พบข้อเสนอสุดพิเศษต้อนรับเทศกาล 11.11 ที่ทุกคนรอคอย จากเคลย์ เดอ โป โบเต้ เมื่อช้อป Le Serum ขนาด 30 มล. รับของขวัญพิเศษ 3 ชิ้น มูลค่ารวม 2,250 บาท ที่เคาน์เตอร์ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ ผ่านทาง Line Official และบริการ Chat & Shop ตั้งแต่ 6 พฤศจิกายน 2564 – 11 พฤศจิกายน 2564 เท่านั้น

Line Official Account: @cledepeaubeaute หรือ https://lin.ee/jCNrbRU

Central Chat & Shop: @centralbeautyclub

ICONSIAM Chat & Shop: https://bit.ly/3vYHjAl

The Mall Chat & Shop: @MonlineTH

LAURA MERCIER Promotion

11.11 นี้ พบกับเคาน์เตอร์  Laura Mercier โฉมใหม่ ชั้น M เซ็นทรัล ลาดพร้าว พร้อมร่วมฉลองกับโปรสุดปัง และสิทธิพิเศษอีกมากมาย พิเศษเฉพาะเคาน์เตอร์ Laura Mercier เซ็นทรัล ลาดพร้าว ช้อปครบ 2,000 บาท  รับ THE SENSATION OF BEAUTY Grand opening Exclusive Set ชุดของขวัญ 4 ชิ้น มูลค่ารวม 3,140 บาท  ประกอบด้วย

  • Mini Rouge Essentiel สี A La Rose มูลค่า 450 บาท
  • Tinted Moisturizer Oil Free สี 2N1 Nude ขนาด 10 ml มูลค่า 450 บาท
  • Pure Canvas Primer สูตร Hydrating ขนาด 10 ml  มูลค่า 450  บาท และผ้าพันคอ Kiss Me More มูลค่า 1,790 บาท
  • รับเพิ่ม! เมื่อช้อปครบ 2,500 บาท กระเป๋า Half Moon Bag สี Deep Ocean มูลค่า 1,000 บาท
  • และเมื่อช้อปถึง 3,500 บาท รับ Translucent Loose Setting Powder ขนาดจริง มูลค่า 1,790 บาท 

เฉพาะวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 – 14 พฤศจิกายน 2564 ณ เคาน์เตอร์ลอร่า เมอซิเอ ชั้น M เซ็นทรัล ลาดพร้าวเท่านั้น!

เปิดแล้ว Crystal Sports ไลฟ์สไตล์สปอร์ตคอมมูนิตี้แห่งใหม่เอาใจคนกรุงและกลุ่มคนรักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667891

วันที่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 10:30 น.เปิดแล้ว Crystal Sports ไลฟ์สไตล์สปอร์ตคอมมูนิตี้แห่งใหม่เอาใจคนกรุงและกลุ่มคนรักสุขภาพKE Group เปิดตัว Crystal Sports ไลฟ์สไตล์สปอร์ตคอมมูนิตี้แห่งใหม่ สร้างสรรค์พื้นที่ออกกำลังกายตอบโจทย์ชาวกรุง ชูสนามเทนนิสในร่มมาตรฐานระดับโลกพร้อมสนามฟุตบอลสากลสุดพรีเมี่ยม

ข่าวดีสำหรับคนรักสุขภาพกับไลฟ์สไตล์สปอร์ตคอมมูนิตี้แห่งใหม่ โดย KE Group สร้างสรรค์พื้นที่ออกกำลังกายให้คนกรุงเทพ เปิด Crystal Sports สุดพรีเมี่ยมติดกับเดอะ คริสตัล ศูนย์การค้าชื่อดัง บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายและตอบโจทย์คนรักกีฬากับ คริสตัล เทนนิส เซ็นเตอร์ (Crystal Tennis Center) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคอร์ท US Open และ Crystal Football Club สนามฟุตบอลหญ้าจริงพาสพารั่มที่ใช้ปุ๋ย ออแกนิคธรรมชาติรักสิ่งแวดล้อม ขนาดมาตรฐานสากลให้บริการแก่นักฟุตบอล

งานนี้เปิดตัวสุดอลังการครั้งแรกกับการดึงแชมป์ระดับโลกอย่าง แทมมี่-แทมมารีน ธนสุกาญจน์ และภราดร ศรีชาพันธุ์ พร้อมนักเทนนิสมากฝีมือมาประเดิมหวดลูกสักหลาดแบบทีมผสมอย่างเร้าใจ พร้อมได้รับเกียรติจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ มาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ภายใต้มาตรการณ์ป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ CEO KE Group กล่าวว่า ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพและเล่นกีฬากันมากขึ้น ดังนั้น เคอี กรุ๊ป จึงจุดประกายไอเดียในการสร้างพื้นที่ให้คนกรุงเทพได้ออกกำลังกาย และใช้เวลากับกีฬาเทนนิสสุดโปรด ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมมาตรการณ์ป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทั้งการจัดเตรียมจุดตรวจคัดกรองผู้มาใช้บริการ การตรวจและประเมินผลพนักงาน โค้ช ผู้ใช้บริการ รวมถึงการทำความสะอาดพื้นที่

โดยงานเปิดตัว Crystal Sports ได้สร้าง Talk of The Town ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับคอมมูนิตี้ การออกกำลังกายกับแมตช์เปิดสนามที่คว้านักเทนนิสในตำนานระดับชาติและท็อปโลกแทมมี่-แทมมารีน ธนสุกาญจน์ อดีตนักเทนนิสหญิงอันดับหนึ่งประเทศไทย, อดีตอันดับ 15 ของโลกในเทนนิสคู่ ที่มาจับคู่กับ ดนัย อุดมโชค เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2006 ที่เมืองโดฮาประเทศการ์ตา ปะทะเดือดกับ ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสชายชาวเอเชียที่มีอันดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยอันดับ 9 ของโลกในปี 2546 จับคู่กับ ณัฐนิดา หลวงแนม นักเทนนิสหญิงมีอันดับโลกสูงสุดประเภทเดี่ยว อันดับ 290 เมื่อปี 2550 และประเภทคู่ อันดับ 557 เมื่อปี 2548 ลงสนามดวล racket คู่ผสมที่เรียกว่าสุดมัน ที่มือหวดทั้ง 4 ผลัดกันโชว์ลีลาและฟอร์มดีไม่มีตกสร้างสีสันและความตื่นเต้นเร้าใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

Crystal Tennis Center เป็นสนามเทนนิสฮาร์ดคอร์ทในร่มมาตรฐาน US Open แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย เชื่อว่าถูกใจคนเลิฟการเล่นเทนนิสมากๆ แน่นอน เพราะใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อมอบสิ่งดีๆ ให้กับนักเทนนิส โดยมีคอร์ทในร่มทั้งสิ้น 3 คอร์ท ที่มาพร้อมกับคุณลักษณะพิเศษของพื้นผิวสนาม LAYKOLD ที่ตอบสนองต่อการเล่นเทียบเท่าสนามแข่งขัน US Open และสามารถเล่นได้ทุกสภาพอากาศในประเทศไทย

และสำหรับคนที่มุ่งมั่นอยากพัฒนาเป็นนักเทนนิสมืออาชีพ ที่นี่มีคลาสสอนสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคลาสเด็กหรือคลาสผู้ใหญ่จะได้เรียนกับโค้ชฝีมือระดับโลกอย่างใกล้ชิด ทั้ง โค้ชแทมมี่-ธามารีน ธนสุกาญจน์,โค้ชจูน-ณัฐนิดา หลวงแนม, โค้ชโฮม-พงศ์นริศร์ อินทสุวรรณ์ และโค้ชโอ้-ภาสกร แก้วบริสุทธิ์

นอกจากสนามเทนนิสที่โดนใจแล้ว Crystal Sports ยังมี Crystal Football Club สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานสากลที่ได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญ สร้างสรรค์พื้นที่ออกกำลังกายด้วยคุณภาพหญ้ามาตรฐานระดับสากลโดยใช้หญ้า Paspalum ที่มีความนุ่ม และระบบการดูแลรักษาแบบไบโอชีวภาพ รักสิ่งแวดล้อม

และอีกหนึ่ง Talk of the town ที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะในงานเปิดตัว Crystal Sports ยังมีกลุ่ม Infinity Supercar Club พร้อมเหล่าเซเลบริตี้คนดัง อาทิ Patrick Edward Dean ,หม่อมหลวง โอรัส เทวกุล, ธีระ ภู่ตระกูล, พงศกร ล่ำซำ, กิตติ อดิเรก, พสุ ลิปตพัลลภ, นัฐวรา บุญญาปะมัย, กุลวดี นิ่มนวล ,นิรมล วยากรณ์วิจิตร, อรวรรณ คราประยูร, ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ, หวานใจ เอกบัณฑิต, , ภูริสร์ บุญญาปะมัย ,ประกาศิต โบสุวรรณ, และเอกกี้ เอื้อสังคมเศรษฐ์ มาร่วมแสดงความยินดีและการันตีว่าพื้นที่นี้เหมาะกับสายสปอร์ตทุกไลฟ์สไตล์สุดๆ

เรียกว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการของสายกีฬาสุดๆกับ Crystal Sports ที่มีทุกอย่างครบจบในสถานที่เดียว ขอยืนยันว่าห้ามพลาด!! กับประสบการณ์ Crystal Sports ที่ภายในมีทั้ง Crystal Tennis Center และ Crystal Football Club เดินทางสะดวกอยู่ติดกับศูนย์การค้าเดอะคริสตัล และหมู่บ้าน คริสตัล พาร์ค ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เปิดให้บริการตั้งแต่ 6:00 น. – 24:00 น.จองสนามได้ที่ โทร. 02-101-5995, Line:@crystalsports,FB: Crystal Sports และ IG: crystalsports.th

ซิกเนเจอร์คอลเลคชั่นกับความหรูหราครั้งใหม่ Chloe Eau de Parfum Naturelle

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667887

วันที่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 09:45 น.ซิกเนเจอร์คอลเลคชั่นกับความหรูหราครั้งใหม่ Chloe Eau de Parfum Naturelle Chloe Eau de Parfum Naturelle ความหรูหราครั้งใหม่ที่โอบกอดความสง่างามของหญิงสาวและธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับตั้งแต่ปี 1952 ที่ Gaby Aghion (กาบี อากียง) แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งแบรนด์ Chloé (โคลเอ้) ได้นำพาเมซงสุดหรูหรานี้เดินทางผ่านยุคต่างๆ และเติบโตมาพร้อมจิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อิสรภาพ และความสดใส ซึ่งได้ส่งต่อพลังมาสู่ผู้หญิงทั่วโลกรวมถึงโลกแฟชั่นในปัจจุบัน ด้วยวิสัยทัศน์อันมีเป้าหมาย กาบี หล่อหลอมแฟชั่นเฮ้าส์แห่งนี้จนโดดเด่น โดยปลูกฝังเสมอในเรื่องมนุษยธรรม ความกล้าหาญ อีกทั้งให้เปิดกว้างและยอมรับสิ่งใหม่ๆ ทำให้แบรนด์ระดับโลกอย่างโคลเอ้มีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป จนกลายเป็นอีกหนึ่งเสียงและแรงขับเคลื่อนสำคัญเพื่อสังคมสตรีมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากจะมุ่งมั่นสานต่อความก้าวหน้า ความเท่าเทียมกัน และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้หญิงอย่างเช่นที่ทำมาตลอด ปัจจุบันโคลเอ้ยังหันมาใส่ใจโลกอย่างจริงจังโดยให้ความสำคัญต่อการสร้างผลกระทบเชิงบวกทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมโคลเอ้ถึงกำลังทำงานอย่างหนักในการปรับโมเดลธุรกิจให้สามารถสอดประสานกับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว เพื่อมุ่งลดผลกระทบที่อาจเกิดต่อสิ่งแวดล้อมในทุกการสร้างสรรค์ผลงานของแบรนด์ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของแฟชั่นไปจนถึงผลิตภัณฑ์น้ำหอม ซึ่งน้ำหอมรุ่นซิกเนเจอร์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Chloé Eau de Parfum Naturelle คงเป็นคำตอบที่ดีที่สะท้อนให้เห็นแล้วว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ต้อนรับสมาชิกใหม่สู่ซิกเนเจอร์คอลเลคชั่น กับการเฉลิมฉลองความเป็นสตรีเพศผู้สง่างามที่ความงดงามของธรรมชาติขับกล่อมให้เธอรู้สึกเป็นอิสระและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แสงแดดอันอบอุ่นกับสายลมที่พัดผ่าน ทำให้ผู้หญิงในแบบฉบับของโคลเอ้รู้ดีว่าธรรมชาตินั้นทรงพลังเพียงใดแต่ขณะเดียวกันก็เปราะบางและต้องการการเอาใจใส่ ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องปกป้องสิ่งที่เป็นดั่งแรงบันดาลใจและลมหายใจของเธอ

สัมผัสกลิ่นหอมอบอวลแสนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% ของ Chloé Eau de Parfum Naturelle วีแกนพาร์ฟูมที่หอบเอาความหอมสดชื่นใหม่มาพร้อมกลิ่นแนววู้ดดี้ ฟลอรัล ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณเฟมินีน ของต้นตำรับไว้นั่นคือกลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่ทั้งสดใหม่และสดใส โดยครั้งนี้นักปรุงน้ำหอมระดับปรมาจารย์อย่าง Michel Almairac (ไมเคิล อัลเมรัค) นำความสูงส่งของดอกกุหลาบออร์แกนิกที่ปลูกจากฟาร์มประเทศบัลแกเรียมาเป็นหัวใจหลัก แซมด้วยดอกเนโรลี่ที่มีกลิ่นไอความหอมหวานและกลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ รังสรรค์เป็นบูเก้ช่องามที่หอมนุ่มละมุนดุจกำมะหยี่ ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับสัมผัสแรกที่ดึงความสดชื่นมีชีวิตชีวามาจากสารสกัดตูมอ่อนของแบล็คเคอร์แรนท์และซิตรอน ซึ่งพิถีพิถันคัดสรรจากแหล่งเพาะปลูกแบบยั่งยืนในโมร็อคโคและอิตาลี ก่อนปิดท้ายด้วยเบสโน๊ตสไตล์ฟลอรัลของมิโมซ่าสีเหลืองทองที่มอบความสดชื่นของธรรมชาติเปรียบได้กับตะวันยามทอแสงอบอุ่น เข้ากันได้ดีกับกลิ่นแนววู้ดดี้ของไม้ซีดาร์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และหอมตรึงใจ

เพื่อเป็นการตอกย้ำคอนเซ็ปต์รักษ์โลก น้ำหอมขวดซิกเนเจอร์ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีจึงถูกนำกลับมาตีความใหม่ผ่านการใช้วัสดุรีเคลมร่วมด้วย กล่าวคือ 25% ของขวดแก้วผลิตขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล โดยแพคเกจจิ้งมาในโทนสีเขียวเทา ตั้งแต่ภายนอกกล่องรวมไปถึงริบบิ้นสุดไอคอนนิกที่ผูกประดับรอบปากขวด ซึ่งทำมาจากโพลีเอสเตอร์ รีไซเคิล 100% นอกจากนั้นตัวกล่องกระดาษยังผลิตจากวัสดุรีไซเคิลถึง 40% เช่นกัน

และเช่นเคย Lucy Boynton (ลูซี่ บอยน์ตัน) คือสาวโคลเอ้คนล่าสุดที่มารับหน้าที่บอกเล่านิยามของน้ำหอมตัวใหม่นี้ ผ่านภาพยนตร์แคมเปญที่ได้ Jonathan Alric หนึ่งในคู่หูดูโอ้วง The Blaze มากำกับและร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์แคมเปญ “Breathe” นี้อีกด้วย โดยนักแสดงสาวชาวอังกฤษได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นผู้หญิงในแบบฉบับของโคลเอ้ผ่านมุมมองของเธอที่ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ เธอจึงได้ฟื้นฟูและเติมเต็มพลังบวก อีกทั้งรู้สึกเป็นอิสระอย่างแท้จริง ดั่งเช่น Motto ของเธอที่ว่า “My nature, my strength” ซึ่งจะเห็นได้จากภาพสแนปช็อตโทนขาว-ดำที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของการพึ่งพาอาศัยระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมออกมาได้อย่างงดงาม ขณะที่ตัวเอกของเรื่องกำลังนั่งซึมซับความงามของธรรมชาติอยู่บนต้นไม้ใหญ่

Chloé Eau de Parfum Naturelle พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ที่เคาน์เตอร์น้ำหอม Chloé ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อาทิ เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, โรบินสัน, สยาม ทาคาชิมายะ, Sephora และ Eveandboy หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ Central Online, M Online และ Sephora Online โดยขนาด 30 มล. ราคา 3,300 บาท, 50 มล. ราคา 5,200 บาท และขนาด 100 มล. ราคา 7,200 บาท

How to กู้คืนผิวสวยหลังทริปเที่ยวล้างแค้น Revenge Tourism

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667834

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 16:45 น.How to กู้คืนผิวสวยหลังทริปเที่ยวล้างแค้น Revenge Tourismธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีฟื้นฟูสภาพผิวหลังกลับจากการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมชวนเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดี

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ผู้คนห่างหายจากการออกท่องเที่ยวเป็นเวลานาน หลายคนรอคอยเวลาที่สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต และหลังจากที่มีการคลายล็อกดาวน์ เราจะเห็นภาพผู้คนออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตจำกัดอยู่แต่ภายในบ้าน จนทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ “เที่ยวล้างแค้น” (Revenge Tourism) มากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวแล้ว อาจต้องเจอกับปัญหาผิวที่เกิดจากการเผชิญทั้งแดด ฝน ฝุ่น และลม จนผิวโทรมคล้ำเสีย, ผิวล้าอิดโรย รวมถึงผิวแห้งขาดน้ำ

‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล แนะวิธีฟื้นฟูสภาพผิวหลังกลับจากการเดินทางท่องเที่ยว กับผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก ,  โอ๊ตมีล เฟซ สครับ และ ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม พร้อมด้วยเซเลบริตี้สาวสวยมาร่วมแชร์เคล็ดลับฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาสวยสุขภาพดี

แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีฟื้นฟูปัญหาสภาพผิวเสียหลังจากการเดินทางท่องเที่ยว ว่า การเดินทางท่องเที่ยวทำให้เราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละฤดูที่เราเดินทางไป หากในฤดูหนาวก็จะเจอสภาพอากาศหนาว ความชื้นมากก็อาจจะทำให้ผิวหน้าลอก แดง และมีผดผื่นจากการแพ้อากาศ หรือในฤดูร้อนก็จะเจอแสงแดดที่ร้อนแรง ความชื้นในอากาศน้อย ทำให้ประสบปัญหาผิวโทรม คล้ำเสีย แห้งกร้าน รวมไปถึงฝ้า กระจุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นหลังกลับจากท่องเที่ยวเราจึงควรฟื้นฟูและบำรุงผิวให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำเสียไปมากกว่าเดิม

สำหรับวิธีฟื้นฟูสุขภาพผิวนั้นเริ่มจากการรักษาความสะอาดผิวหน้า ควรงดการใช้โฟมล้างหน้าเพราะโฟมล้างหน้ามีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ซึ่งมีหน้าที่ชะล้างคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกบนผิวหน้าของเรา แม้จะช่วยให้ผิวรู้สึกสะอาดหมดจดหลังล้างหน้า แต่ก็ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีผลทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติทำให้ผิวอ่อนแอต่อภาวะสิ่งแวดล้อมและแสงแดด ง่ายต่อการเกิดริ้วรอยที่สำคัญคือทำให้ผิวที่คล้ำเสีย อักเสบ บวมแดง และแห้งกร้านอยู่แล้วกลับแลดูย่ำแย่ไปกว่าเดิม ควรเปลี่ยนมาทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งออยล์ (Cleansing Oil) หรือ คลีนซิ่งวอเตอร์ (Cleansing Water) ในช่วงฟื้นฟูผิวหลังออกแดด เพราะสามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยละลายคราบไขมันและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนพร้อมช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติให้กลับมาแข็งแรง

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ครีมบำรุงที่ช่วยให้ผิวขาว แต่ควรเน้นการบำรุงด้วยมอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม ที่มีส่วนผสมของธรรมชาติอย่างน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil), เชีย บัตเตอร์ (Shea Butter) หรืออีฟนิงพริมโรส (Evening Primrose) เพื่อรักษาสมดุลความชุ่มชื้นให้กับผิวไม่ให้แห้งไปมากกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมาส์กหน้าด้วยโคลนธรรมชาติอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อดีท็อกซ์และปลอบประโลมผิว ให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติ โดยสามารถสครับผิวเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวได้ ควรเลือกเนื้อสครับชนิดที่มีความอ่อนโยนต่อผิว

เราสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารอย่างผัก และผลไม้เน้นชนิดที่รสไม่หวานมากให้ได้อย่างน้อยวันละครึ่งกิโลกรัม เนื่องจากในผักผลไม้จะมีวิตามินซีตามธรรมชาติและไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) ช่วยบำรุงผิวพรรณที่หมองคล้ำดำโทรมจากการตากแดดให้ฟื้นตัวกลับมาแลดูสดใส รวมถึงการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 2 ลิตร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากเพิ่มระบบการเผาผลาญแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ (Anti-oxidant) รวมถึงยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ในการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน (Melanin) ช่วยให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา”

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับวิธีฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาสวยสุขภาพดี เริ่มที่สาวยิ้มสวย รินทร์รตา อินทามระ เผยว่า “ช่วงล็อกดาวน์ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านมาเป็นเวลานาน พอคลายล็อกดาวน์ก็มีกิจกรรมที่อยากทำอย่างการไปเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่ ก็เพลิดเพลินมากเพราะธรรมชาติสมบูรณ์ แน่นอนว่าการออกไปนอกบ้านก็ทำให้ต้องเจอกับแสงแดด ฝุ่นควัน และมลภาวะ ทำให้ผิวเราหมองคล้ำได้ ดังนั้นเราก็ต้องให้ความสำคัญในการดูแลและบำรุงผิวมากขึ้น โดยจะมาส์กหน้าด้วยดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อเป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างอยู่บนผิว และตามด้วยการสครับผิวหน้าด้วยโอ๊ตมีล เฟซ สครับ เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำให้หลุดลอกออกไปได้ง่าย และปิดท้ายด้วยการบำรุงผิวด้วยไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีมเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพื่อผิวจะได้แข็งแรงและสุขภาพดีอยู่เสมอ”

ถัดมาที่สาวเก่ง จงจินต์ จึงสุระ เล่าว่า “ปกติแล้วเราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งมาก เวลาไปเที่ยวก็จะสนุกสนานกับทุกกิจกรรมอย่างเต็มที่ จนหลายครั้งลืมปกป้องตัวเองจากแสงแดด อย่างช่วงคลายล็อกดาวน์ที่ผ่านมาก็มีโอกาสไปเที่ยวสมุยกับเพื่อนๆ ได้พักผ่อนริมทะเล ได้พายคายัค และเล่นแพดเดิ้ลบอร์ด ทำให้ต้องเจอทั้งลมและแสงแดดที่ร้อนแรง ทำให้ผิวไหม้ คล้ำเสีย มีรอยแดง และเกิดการระคายเคือง ซึ่งหลังจากทำกิจกรรมเราจึงต้องรีบบำรุงผิวด้วยไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และหลังกลับจากการท่องเที่ยว เราก็จะเพิ่มขั้นตอนดูแลผิวด้วยดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก ซึ่งเป็นมาส์กที่ผลิตจากโคลนธรรมชาติ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างได้ดีแล้วย ยังช่วยปลอบประโลมและปรับสภาพผิวให้กลับมาดูมีชีวิตวาด้วยค่ะ”

ปิดท้ายที่สาวนักเดินทาง ณพสรา ไทยวัฒน์ เผยว่า “เอื้อนเป็นผู้หญิงที่ไม่กลัวแดดและรักการอาบแดดมาก เพราะชอบสีผิวแทนนิดๆ หากมีเวลาว่างและได้ลาพักร้อนก็จะเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวที่ทะเล แน่นอนว่าต้องเจอแสงแดดตัวการสำคัญของผิวลอก แสบ และมีรอยแดง แต่เราก็ไม่ได้กังวลมากเท่าไหร่ เพราะมีวิธีดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาสุขภาพดี หลังการอาบแดดจะเน้นทาไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม ทั้งเช้าและเย็น เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวไม่ให้แห้งกร้าน หรือเกิดการลอกระคายเคือง โดยจะทาให้ทั่วใบหน้าไปจนถึงลำคอ ส่วนลำตัวก็จะทาด้วยบอดี้ บัตเตอร์ นอกจากนี้เราก็จะมาส์กหน้าด้วยดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก มาส์กจากโคลนธรรมชาติสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำที่อุณหภูมิห้อง และหลังจากการออกแดดประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะสครับผิวด้วยโอ๊ตมีล เฟซ สครับ เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียให้หลุดลอกและเกิดการสร้างผิวใหม่ทดแทน”

ฟื้นฟูสุขภาพผิวให้สุขภาพดีหลังจากการเดินทางท่องเที่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

Nespresso สร้างสรรค์คอลเลคชั่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ของขวัญเปี่ยมคุณค่า Gifts of the Forest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667824

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 15:45 น.Nespresso สร้างสรรค์คอลเลคชั่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ของขวัญเปี่ยมคุณค่า Gifts of the ForestNespresso ร่วมกับ Johanna Ortiz ดีไซเนอร์สาวชาวโคลัมเบีย สร้างสรรค์คอลเลคชั่นของขวัญอันเปี่ยมคุณค่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Gifts of the Forest ร่วมส่งมอบความสุขเพื่อโลกที่ยั่งยืนจากความงดงามของผืนป่าและธรรมชาติ

ใกล้สิ้นปีหาของขวัญความหมายดีๆ ให้ประทับใจผู้รับกับเซ็ตของขวัญ Gifts of the Forest ที่เนสเพรสโซ (Nespresso) ร่วมกับ โจฮานนา ออร์ทิส (Johanna Ortiz) ดีไซเนอร์สาวชาวโคลัมเบียได้ถูกสร้างสรรค์เพื่อเชิดชูความงดงามของผืนป่า บนพื้นฐานของการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอันเป็นพันธะสัญญาแห่งความยั่งยืนของเนสเพรสโซ โดยกาแฟแคปซูลภายใต้คอลเลคชั่นนี้ ได้ถูกหลอมรวมพันธะสัญญาของเนสเพรสโซที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมลงลึกไปถึงผืนดินอันเป็นจุดกำเนิดของต้นกาแฟแต่ละต้น นอกจากนี้ ยังมอบความอิ่มเอมใจให้กับผู้รับ ซึ่งเป็นคอกาแฟสายกรีนไปกับแอคเซสเซอรี่ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจแห่งการอนุรักษ์จากโครงการปลูกต้นไม้ 10 ล้านต้น เพื่อปกป้องผืนป่าอะเมซอนของเนสเพรสโซ

สำหรับความพิเศษในการคอลลาบอเรชั่นในครั้งนี้ เนสเพรสโซได้เลือก โจฮานนา ออร์ทิส แฟชั่นดีไซเนอร์ลักชัวรี่ชาวโคลัมเบีย ร่วมออกแบบสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่ผสานความงามของธรรมชาติและแนวความคิดความยั่งยืน เพื่อนำพาผู้ที่หลงใหลในกาแฟได้เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ในวิถีอันยั่งยืนของเนสเพรสโซอย่างแท้จริง

“สำหรับฉัน การออกแบบและธรรมชาติคือของคู่กัน ในฐานะที่เป็นคนรักกาแฟโคลอมเบีย และเป็นผู้สนับสนุนอย่างแรงกล้าเพื่อต่อสู้กับวิกฤตทางภูมิอากาศ ฉันได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเนสเพรสโซที่มีความตั้งใจจริงในการรักษาผืนป่า ผ่านโครงการปลูกต้นไม้ 10 ล้านต้นคืนสู่ป่าอะเมซอน จึงเป็นเหตุผลหลักในการร่วมงานกับเนสเพรสโซเพื่อสร้างสรรค์ผลงานบนจุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยการออกแบบคอลเลคชั่นนี้ ฉันได้ถ่ายทอดภาพความงามของผืนป่าไว้ในทุกชิ้นงาน โดยได้เลือกนำเสนอภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าแมตช์กับการใช้สีเอิร์ธโทนไว้ในงานออกแบบ ซึ่งตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานอันเยี่ยมยอดนี้ฉันมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับเนสเพรสโซเป็นอย่างมาก” โจฮานนา ออร์ทิส กล่าว

ดื่มด่ำไปกับ 3 รสชาติกาแฟที่รังสรรค์จากแรงบันดาลใจของผืนป่าที่จะนำพาจินตนาการของ คอกาแฟให้โลดแล่นเสมือนได้ออกไปสำรวจผืนป่าอย่างแท้จริง 

· ลิ้มรสชาติความลึกลับสุดคลาสสิกของกาแฟดำรสชาติของ ‘Forest Black’ จากเมล็ดกาแฟโคลอมเบียที่ถูกฟูมฟักภายใต้ร่มเงาของแมกไม้นานาพรรณแผ่กิ่งก้านพร้อมปกป้อง และรักษารสชาติกาแฟที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มใบที่ปกคลุมเมล็ดกาแฟแต่ละเมล็ด เพื่อนำเสนอรสชาติกาแฟ เอสเพรสโซสุดเข้มอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศและไม้ป่าธรรมชาติ ชวนให้จินตนาการถึงป่าทึบนั่นเอง

· สัมผัสรสชาติของขวัญอันล้ำค่าจากพฤกษชาติไปกับรสชาติของ ‘Forest Fruit’ มอบรสชาติกาแฟเอสเพรสโซที่หอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าของอเมริกาใต้ ผสานกลิ่นหอมของผลเบอร์รี่ป่า ธัญพืช และขนมอบให้กลิ่นอายแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุขท่ามกลางผืนป่าได้เป็นอย่างดี

· รื่นรมย์ไปกับสมบัติอันล้ำค่าจากป่าไม้กับรสชาติของ ‘Forest Almond’ ที่สร้างสรรค์รสชาติแห่งความรื่นเริงของฤดูกาลนี้ ด้วยกาแฟเอสเพรสโซจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าของอเมริกาใต้ เสริมรสหวานจากถั่วคั่ว ผสานกลิ่นหอมของวานิลลาอัลมอนด์ และกลิ่นผลไม้อ่อนๆ รวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ยกระดับรสชาติแห่งการเฉลิมฉลองจากคอลเลคชั่นกาแฟ ‘Gifts of the Forest’ ด้วยเมนูกาแฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเนสเพรสโซ

แฟนๆ ของเนสเพรสโซสามารถสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขต้อนรับแขกผู้มาเยือนช่วงเทศกาล ส่งท้ายปีด้วยการครีเอทเมนูกาแฟสูตรพิเศษที่สามารถทำได้ง่ายๆ จากกาแฟในคอลเลคชั่น ‘Gifts of the Forest’ ที่สร้างสรรค์สูตรขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านกาแฟจากเนสเพรสโซ เพื่อส่งต่อโมเม้นต์ความประทับใจให้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การดื่มกาแฟสุดสร้างสรรค์นี้ สามารถเยี่ยมชมเว็ปไซต์เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการรังสรรค์กาแฟได้ที่ https://www.nespresso.com/recipes/th/th/recipes.html

จับคู่ของขวัญให้ผู้รับถูกใจยิ่งขึ้นด้วย คอลเลคชั่นกาแฟ ‘Gifts of the Forest’ และแอคเซสซอรี่ลิมิเต็ด อิดิชั่นจากเนสเพรสโซ 

· เพิ่มความประทับใจให้กับผู้รับ

เลือกแมตช์ของขวัญกาแฟจากคอลเลคชั่น ‘Gifts of the Forest’ กับแก้วกาแฟแบบพกพา (NOMAD Travel Mug) เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขระหว่างออกกิจกรรมเอาท์ดอร์กับแกงค์เพื่อน หรือครอบครัว โดย โจฮานนา ออร์ทิส ได้เลือกใช้สี Deep Cherry ในการออกแบบแก้วกาแฟเพื่อสื่อถึงผลเบอร์รี่ป่าที่สุกแล้ว เข้าเซ็ตกันกับคอลเลคชั่นกาแฟ ‘Gifts of the Forest’ เป็นอย่างดี

· เซอร์ไพรส์คนที่คุณรักด้วยของขวัญสุดพิเศษ

นอกเหนือจากกาแฟแล้ว เนสเพรสโซ ยังมีไอเท็มสุดพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเทศกาลแห่งความสุข อย่างสมุดจดบันทึกที่ทำขึ้นจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตกแต่งด้วยลวดลายแพทเทิร์นใบไม้ ซิกเนเจอร์เฉพาะของคอลเลคชั่น Nespresso X Johanna Ortiz เพื่อถ่ายทอดถึงความงดงามของผืนป่า

· ของขวัญคืนสู่ป่า

นับเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่เนสเพรสโซ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องธรรมชาติผ่านโครงการวนเกษตร เพื่อปกป้องระบบนิเวศของไร่กาแฟที่แบรนด์ทำธุรกิจด้วย ในครั้งนี้เนสเพรสโซได้สานต่อพันธกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากการปลูกกาแฟและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ด้วยการคืนผืนดินกลับสู่ป่าในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างองค์กรอนุรักษ์นานาชาติ (Conservation International) และชุมชน Madroño เมือง La Pedrera เพื่อปกป้องต้นไม้ 10 ล้านต้นในป่าอะเมซอน เขตเมือง La Pedrera ประเทศโคลัมเบีย เพราะเนสเพรสโซเชื่อว่าการปกป้องผืนป่าคือความรับผิดชอบอย่างนึงของเรา และในกาแฟทุกแก้วของเราจะต้องสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายและยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งคุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนนี้ไปด้วยกันกับเราได้

คอลเลคชั่น ‘Gifts of the Forest’ มีกำหนดวางจำหน่ายให้สามารถเลือกซื้อเป็นของขวัญได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 – 18 มกราคม 2565 ที่เนสเพรสโซ บูติก หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ หรือเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM ราคาแคปซูลละ 26 บาท

สามารถติดตามรายละเอียดของข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคอลเลคชั่น นี้ได้ที่เฟซบุ๊ก: Nespresso , อินสตาแกรม: @Nespresso.th #NespressoTH, และไลน์ ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์: @NespressoTH

#GiftsOfTheForest #NespressoxJohannaOrtiz #NespressoTH

DO & DON’T สร้าง Critical Thinking ให้เด็กในวัยเริ่มเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/66767

วันที่ 09 พ.ย. 2564 เวลา 09:40 น.DO & DON’T สร้าง Critical Thinking ให้เด็กในวัยเริ่มเรียนรู้ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ เผยแนวทาง Do & Don’t ในการช่วยสร้าง Critical Thinking ให้กับเด็กไทยในวัยเริ่มเรียนรู้

“การคิดเชิงวิพากษ์” (Critical Thinking) หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายคือ คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจ ประเมิน หรือแก้ปัญหาต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของเด็กยุคใหม่ แต่การเลี้ยงดูแบบเดิมๆ ที่ปิดกั้นทางความคิด การตีกรอบ การใส่ชุดข้อมูลสำเร็จรูป จากผู้ปกครองหรือแม้แต่ในระบบการเรียนการสอนในโรงเรียน ส่งผลให้เกิดปัญหาที่เรามักจะได้ยินมาโดยตลอด คือเด็กไทยไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าถามในเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจ ขาดทักษะในการเชื่อมโยงเหตุผลอย่างถูกต้อง ซึ่งทัศนคติที่ปิดกั้นเหล่านี้ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และประธานกรรมการ โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า Critical Thinking  มีความสำคัญและเป็นอีกทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็ก สามารถฝึกฝนได้ และควรปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเป็นพื้นฐานด้านความคิดที่สำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้แบบ Active Learning หัวใจของการเรียนรู้ในยุคที่ต้องทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งการปลูกฝังเรื่อง Critical Thinking ควรเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งจากที่บ้านและโรงเรียน โดย ดร.ดาริกา ในฐานะนักบริหารการศึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการเรียนรู้ทั้งในระดับปฐมวัยและมหาวิทยาลัย ได้ให้แนวทาง Do & Don’t ในการช่วยสร้าง Critical Thinking ให้กับเด็กไทยไว้ดังนี้

DO – ปล่อยให้ทำ – ฝึกตั้งคำถาม – ทำซ้ำบ่อยๆ

“ปล่อยให้ทำ”  เพราะการได้ทำด้วยตัวเองจะทำให้เกิดการเรียนรู้และเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องประเมินแล้วว่าสิ่งนั้นไม่เป็นอันตราย ลูกสามารถทำได้ เช่น ถ้าลูกอยากใช้มือหยิบจับอาหารแทนการใช้ช้อน ถ้าลองแล้วร้อนก็จะเกิดการเรียนรู้ว่าควรใช้ช้อนตักแทน พ่อแม่มีหน้าที่ให้เหตุผลถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบการอธิบาย

“ฝึกตั้งคำถาม” การไม่กล้าถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ จะกลายเป็นปัญหาสำคัญต่อการเรียนรู้ในอนาคตของเด็กๆ ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือคุณครู ต้องปลูกฝังให้เด็กกล้าที่จะถามคำถาม หรือสอนว่าการยกมือถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจไม่ใช่เรื่องผิด โดยอาจจะกล่าวชื่นชมเมื่อเด็กมีคำถาม ซึ่งจะสร้างความมั่นใจในการตั้งคำถามครั้งต่อไปให้กับเด็กๆ และกระตุ้นให้เด็กคนอื่นได้เห็นว่าการรู้จักตั้งคำถามไม่ใช่เรื่องน่าอาย

“ขอเหตุผล” ฝึกให้ลูกเริ่มใช้ความคิด เช่น ถ้าลูกอยากได้ของเล่น พ่อแม่ลองตั้งคำถามกลับไปว่า ขอเหตุผลสัก 3 ข้อ ว่าทำไมต้องซื้อของเล่นชิ้นนี้ หรือของเล่นชิ้นนี้ข้อดีอย่างไร เด็กก็จะเริ่มใช้ความคิดของตัวเองในการนำเสนอออกมา ทำให้พ่อแม่เห็นความคิดที่ลูกคิดอยู่

“ชวนแลกเปลี่ยน” เริ่มฝึกการคิดวิเคราะห์ด้วยการที่พ่อแม่หรือคุณครูลองหยิบยกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในข่าวหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาพูดคุยร่วมกัน แล้วให้เด็กๆ ได้แสดงความคิดของตัวเอง วิธีนี้ฝึกให้เด็กๆ รู้จักการหาเหตุผลมาประกอบการพูดคุยถกเถียง และประเมินตัวเองว่าเหตุผลที่นำมาประกอบนั้นมีความน่าเชื่อถือในมุมมองของผู้อื่นหรือไม่

“ฝึกให้วิเคราะห์ด้วยตัวเอง” เด็กๆ ควรถูกปลูกฝังไม่ให้ปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ต้องรู้จักหาข้อมูลประกอบ รับฟังจากหลายๆ ด้าน หรือทดลองลงมือทำด้วยตัวเอง เปิดใจกว้างรับความคิดเห็นที่หลากหลายจากผู้อื่น คิดตามอย่างวิเคราะห์ และใช้เหตุผลแยกแยะได้ว่าอันไหนเป็นข้อเท็จจริง

“ทำสม่ำเสมอ” การฝึกทักษะ Critical Thinking ให้ลูกน้อย ไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกโตก่อน แต่สามารถเริ่มฝึกได้ตั้งแต่ลูกสามารถสื่อสารกับพ่อแม่ได้ และต้องฝึกบ่อยๆ ทำซ้ำๆ สม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดเป็นทักษะที่ติดตัวเด็กๆ ที่จะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ในอนาคต

DON’T : ห้ามทำ-ชี้นำ-คิดลบ อุปสรรคการพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต

“ห้ามไปหมดทุกอย่าง” การออกคำสั่งให้หยุดการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เด็กยังไม่ได้ลงมือทำ หรือการแสดงกิริยาไม่พอใจ อย่างการสั่งห้ามไม่ให้ใช้มือหยิบข้าวเพราะมันจะร้อน  ถือเป็นการปิดกั้นความคิดเห็นของเด็ก และอาจจะทำให้เด็กไม่กล้าที่จะคิด ไม่กล้าที่จะทำ หรืออาจเกิดความอยากลองและกระทำลับหลังไม่ให้พ่อแม่รู้ ซึ่งอาจจะเกิดเหตุร้ายแรงตามมา

“ชี้นำ” เพราะการชี้นำเป็นการนำความคิดหรือเอาประสบการณ์ของตนเองในอดีตมาใส่ในชุดความคิดของเด็ก ซึ่งบางความคิดบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ทำให้เด็กไม่กล้าแสดงความคิดที่คิดอยู่นั้นออกไป และอาจนำไปสู่ความเข้าใจว่าสิ่งที่คิดนั้นผิด

“คิดลบ” การปลูกฝังให้เด็กไม่เชื่อในความคิดของผู้อื่น หรือมองว่าความคิดนั้นผิดและเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่จะปิดกั้นความคิดและมุมมองใหม่ ๆ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรปลูกฝังให้ลูกคิด วิเคราะห์ และหาเหตุผลว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ยินมานั้น มีความถูกต้องหรือไม่ก่อนการตัดสินใจ

การปลูกฝังการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) เป็นชุดเครื่องมือทางความคิดที่สำคัญมากของเด็กไทยยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลต่างๆ ให้เสพอยู่ในโลกออนไลน์มากมาย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเอาเทคนิคการปลูกฝังลูกน้อยให้มีหลักความคิดเชิงวิพากษ์ไปเพิ่มเป็นอีกหนึ่งทักษะเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับลูกนำไปสู่การเรียนรู้แบบ Active Learning ที่มีความจำเป็นอย่างมากในการเรียนระดับที่สูงขึ้น

DISAYA คอลเลกชั่น Among the living flowers งดงามเรียบง่ายกลิ่นอายญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667607

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 14:50 น.DISAYA คอลเลกชั่น Among the living flowers งดงามเรียบง่ายกลิ่นอายญี่ปุ่นจากพลังแห่งความงดงามและความเรียบง่ายของศิลปะอิเคบานะ สู่โลกเฟมินีนของ DISAYA คอลเลกชั่นใหม่ “Among the living flowers”

ด้วยดีไซน์อันเย้ายวน ผสานความหรูหราของเนื้อผ้าที่คัดสรรอย่างดีเลิศ ประกอบกับลายพิมพ์ ดอกไม้ เหล่านี้คือสิ่งที่แบรนด์ DISAYA รวบรวมสอดแทรกไว้ในทุกอณูของแต่ละคอลเลกชั่น เช่นเดียวกับ Among the living flowers คอลเลกชั่นล่าสุดของ DISAYA

ซึ่งในซีซั่นนี้ ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ ได้หยิบเอาศิลปะการจัดดอกไม้ชั้นสูงของญี่ปุ่น Ikebana (อิเคบานะ) นำความอ่อนโยนและความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยพลังของธรรมชาติมาจัดแต่งด้วยสีสันของฤดูกาลและทำให้พื้นที่ดูมีชีวิตมากขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง ลายพิมพ์ดอกไม้ นานาชนิด ถูกจัดเรียงอย่างมีความหมาย ลายพิมพ์จากชุดกิโมโน อย่าง ลายนกกระเรียน ลายผีเสื้อ ถูกนำมาปรับให้ดูโมเดิร์นขึ้นผ่านเทคนิค Stencil (สเตนซิล) ที่ทำให้เกิดการฟุ้งของสีโดยรอบเพื่อเกิดเป็นลายและซิลลูเอทใหม่ แสนเย้ายวน

โครงจากชุดกิโมโนถูกนำเสนอในมุมมองใหม่ผสานกับเทคนิคการปักดอกไม้ 3 มิติ สะท้อนผ่าน โครงร่างเสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์พร้อมกับเติมความสดใสและอ่อนหวานในโทนสีพาสเทล อย่าง สีฟ้า, สีเหลือง, สีชมพู และ สีม่วง ชุดกระโปรงป้าย หรือ wrap dress โดดเด่นด้วยลูกเล่นการเดรปผ้าช่วงเอว เสื้อสายเดี่ยว กระโปรงผ้าลูกไม้ ดีไซน์เรียบหรูด้วยกระดุมมุกและปักดอกไม้สามมิติ เสื้อครอป กางเกงขาบาน สีออมเบร์ ไล่โทนสีเหลือง ปักลายดอกไม้ประดับเลื่อมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ดิษยา มินิเดรส กลิ่นอายกิโมโน ไล่โทนสีฟ้า-เหลือง โดดเด่นด้วยลูกเล่นเชือกผูกเอวขนาดใหญ่และตัดต่อระบาย ช่วงแขน

พบกับ DISAYA – Among the living flowers คอลเลกชั่นที่เต็มไปด้วยดีเทลแห่งความเฟมินีน คลาสซี่ และสวยสะกดตา สวมใส่ง่ายเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ได้ที่ www.disaya.com Line official / Instagram @disayaofficial และ DISAYA Boutique ทุกสาขา

จุดสตาร์ทที่ไม่ได้เริ่มจาก ‘หนึ่ง’ แต่เริ่มจาก “ศูนย์” ของสี่ฮีโร่ผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667527

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 13:30 น.จุดสตาร์ทที่ไม่ได้เริ่มจาก ‘หนึ่ง’ แต่เริ่มจาก “ศูนย์” ของสี่ฮีโร่ผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเองค้นหาแรงบันดาลใจเติมไฟให้ชีวิต จากการต่อสู้ของ 4 ฮีโร่ “บอย โลโมโซนิก – หนุ่ม Runner’s Journey – เอ๋ UTMB – เจ๊มุก ซักรีด” กับเรื่องราวที่มีจุดเริ่มต้นจาก “ศูนย์” สู่ “ฮีโร่” ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

ภายใต้แบรนด์แท็กไลน์ Beat Yesterday หรือ “การเอาชนะเมื่อวาน” การ์มิน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ระดับโลก ส่งแคมเปญ “FROM ZERO TO HERO” เพื่อปลุกสปิริตให้คนไทยในช่วงเวลาที่หมดไฟ ให้สามารถเดินหน้าพิชิตเป้าหมายก่อนปิดปี 64 ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเปิดตัวหนังสั้นความยาว 8.25 นาที ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจุดสตาร์ทที่ไม่ได้เริ่มจาก ‘หนึ่ง’ แต่เริ่มจาก “ศูนย์” ของ 4 ฮีโร่ผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเอง ได้แก่ บอย – อริย์ธัช (พีระสิฐ) พลตาล นักร้องนำชื่อดังจากวงโลโมโซนิก หนุ่ม – เกียรติคุณ เยาวรัตน์ เจ้าของเพจ Runner’s Journey เอ๋ – พิชชานันท์ มหาโชติ หญิงไทยคนแรกที่พิชิต UTMB สนามวิ่งเทรลมหาโหด และ สวัสดิ์ – สวัสดิ์ กันยา หรือที่รู้จักกันในนาม “เจ๊มุกซักรีด” มือรับจ้างซักรีดที่พบความสุขอยู่หลังเส้นชัย และอีกหนึ่งกิจกรรมคือ การเปิดพื้นที่บนโซเชียลมีเดียเชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมแบ่งปัน “ฮีโร่ สตอรี่” เพื่อเป็นพลังบวกส่งต่อให้คนในสังคม

สำหรับ “หนังสั้น FROM ZERO TO HERO” ได้นำเรื่องราวชีวิตจริงของคนธรรมดาทั้ง 4 คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาในชีวิตไม่ว่าจะเป็น การแบกรับความคาดหวังของคนอื่น การมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลอีกชีวิต การก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย และการเอาชนะคำดูถูก โดยมี “การวิ่ง” เป็นเสมือนลมใต้ปีก FROM ZERO TO HERO ถูกถ่ายทอดผ่านภาพและเสียงเพื่อดึงความสนใจให้ผู้คนอยากติดตาม โดยเนื้อหามุ่งส่งผ่านความรู้สึกเข้าใจในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับที่ผู้ชมต้องเผชิญ พร้อมแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่เริ่มจากศูนย์ ผ่านเส้นทางแห่งความยากลำบาก จนในวันนี้ทั้ง 4 ท่านกลายมาเป็น “ฮีโร่” ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนในสังคม

สกาย เชน ผู้อำนวยการ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “การ์มิน เชื่อว่าทุกคนต่างก็ต้องการแรงบันดาลใจเป็นที่ยึดเหนี่ยวในช่วงเวลาที่รู้สึกท้อใจ เลยได้เฟ้นหาเหล่า “ฮีโร่” ผู้ที่จะมาปลุกสปิริตให้ทุกคนกลับมามีแรงที่จะขับเคลื่อนชีวิตต่อไป แคมเปญ FROM ZERO TO HERO จึงมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวความพยายาม ความหวัง และเส้นทางการต่อสู้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค ไปจนถึงจุดเปลี่ยนที่มาจากการวิ่งที่ทำให้สามารถพิชิตเป้าหมายของตัวเองได้สำเร็จ พร้อมกับพัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ตามแบบฉบับของการ์มิน เพื่อกระตุ้นให้คนไทยทุกคนที่กำลังสิ้นหวังกลับมาเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมกัน”

เรื่องราวการต่อสู้ของ 4 ฮีโร่

บอย – อริย์ธัช (พีระสิฐ) พลตาล นักร้องนำชื่อดังจากวงโลโมโซนิก กล่าวว่า “ประสบการณ์การเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ของผมนั้นเริ่มจากที่ผมเป็นคนป่วยง่ายตั้งแต่ตอนเด็ก ไม่ค่อยแข็งแรง มีปัญหากระดูกสันหลังแตก เลยต้องเรียนรู้ตั้งแต่การเดิน จนพัฒนาจากเดินมาเป็นวิ่ง ซึ่งจุดเปลี่ยนของผมคือการละทิ้งทุกอย่าง หันหลังให้กับงานประจำ เพื่อไล่ตามความฝันของผมที่อยากจะเป็นนักร้อง สวนทางกับความคาดหวังของพ่อแม่ และมีหลายครั้งที่ผมเองก็เผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้ผมหมดกำลังใจจะไปต่อ แต่สุดท้ายความทะเยอทะยานของผมก็ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ และการวิ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่คอยเติมพลังให้ผมในการโลดแล่นอยู่บนเวทีในแต่ละครั้งและผลักดันให้เราไปถึงความสำเร็จ เพราะผมเองก็เป็นคนที่ชื่นชอบกีฬา พอเริ่มทำงานโหมหนัก ใช้ร่างกายอย่างเต็มที่ ก็รู้สึกว่าต้องออกกำลังกายเพื่อรักษาสมดุล”

หนุ่ม – เกียรติคุณ เยาวรัตน์ เจ้าของเพจ Runner’s Journey กล่าวว่า “อย่างตัวผมเอง เดิมทีเริ่มจากการเป็นคนที่อยากลดความอ้วนมาก่อน กลับกลายเป็นว่า การวิ่ง มัน ‘อร่อย’ เหลือเกิน พัฒนามาเป็นความชื่นชอบ สู่ การทำเพจ Runner’s Journey จนถึงจุดที่ชีวิตรู้สึกท้อแท้ ผนวกกับแรงกดดันที่ได้รับจากการทำงาน ทำให้ผมตัดสินใจลาออกและหันมาทุ่มเทให้กับการทำเพจอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงแรก ผมก็ต้องกัดฟันฝ่าผ่านอุปสรรค ไม่มีรายได้เข้ามาเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม แต่ก็ยังทนสู้มาเรื่อย ๆ เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งมันทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องราวของชีวิต ทั้งจากตัวเองและจากหลาย ๆ คนที่ได้พบเจอกลางทาง ต้องขอขอบคุณประสบการณ์ทุกอย่างที่ทำให้ผมได้มาเป็นผมในวันนี้ ในฐานะคนทำเพจวิ่ง ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสจากการ์มินในการแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองให้กับทุกคนที่กำลังรู้สึกท้อ”

เอ๋ – พิชชานันท์ มหาโชติ หญิงไทยคนแรกที่พิชิต UTMB สนามวิ่งเทรลระดับโลกมหาโหดท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงามบนเทือกเขามงบล็องประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า “เดิมทีตัวเอง เป็นสาวโรงงาน ไม่เคยสนใจเรื่องกีฬา แต่ต้องตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาดูแลคุณแม่ที่ป่วยด้วยโรคปอด ซึ่งในช่วงนั้นรู้สึกท้อแท้หมดหวัง มีแต่เรื่องหนักใจ จนถึงจุดที่กลับมาคิดกับตัวเองว่าอยากแข็งแรงเพื่อที่จะได้ดูแลคุณแม่ได้ เลยเริ่มออกกำลังกายจากการวิ่งขึ้นลงบันไดของโรงพยาบาล จากนั้นก็เริ่มรู้สึกชื่นชอบในการวิ่ง ได้รับโอกาสไปแข่งขันในการวิ่งเทรลในหลายรายการ และประสบความสำเร็จ จนสุดท้ายได้เป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่พิชิตการแข่งขันวิ่งเทรล UTMB โดยมีแม่คอยเป็นกำลังใจสำคัญมาโดยตลอดในทุกการแข่งขัน จึงอยากจะนำเรื่องราวของตัวเองมาแบ่งปันให้กับทุกคนที่กำลังรู้สึกหมดกำลังใจอยู่ในตอนนี้ ให้เดินหน้าต่อไปเพื่อตัวเองเพื่อคนที่เรารัก”

สวัสดิ์ – สวัสดิ์ กันยา นักวิ่งชาว LGBTQ+ อาชีพรับจ้างซักรีด ที่ทุกคนต่างก็รู้จักกันในนาม ‘เจ๊มุกซักรีด’ กล่าวว่า “มันเริ่มจากที่ช่วงนึงเราน้ำหนักเยอะขึ้นถึง 79 กก. บวกกับอายุที่มากขึ้น ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง บวกกับเหนื่อยง่ายเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เราเลยตัดสินใจวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น จนทำให้รู้สึกว่าเรารักการวิ่ง เวลาเราได้ออกกำลังกายมันรู้สึกแข็งแรง เฮลท์ตี้ แม้ว่าเราจะไม่ได้มีพื้นฐานในการวิ่ง แต่เราก็อาศัยการฝึกฝนการเรียนรู้จากคนรอบตัวและการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม สุดท้ายการวิ่งก็กลายมาเป็นกิจวัตรความสุขในแต่ละวันที่เราได้ลงมือ”

ติดตามพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญสู่การสร้างแรงบันดาลใจ การผลักดันความพยายาม การส่งมอบความหวัง ผ่านสินค้าซีรีส์ FORERUNNER ที่ประกอบไปด้วย FORERUNNER 55, FORERUNNER 245, FORERUNNER 725 และ FORERUNNER 945 เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีแรงลุกขึ้นออกเดินตามเส้นทางสู้อีกครั้งในแบบที่คุณกำหนดเองภายใต้แคมเปญ FROM ZERO TO HERO ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ https://bit.ly/3vr6uwg หรือติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมของการ์มิน ประเทศไทยได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และ อินสตาแกรม Garmin Thailand

สะกดทุกสายตา Casio เผยโฉมนาฬิกา MT-G รุ่นใหม่ เจิดจรัสดั่งภูเขาสายรุ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667514

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.สะกดทุกสายตา Casio เผยโฉมนาฬิกา MT-G รุ่นใหม่ เจิดจรัสดั่งภูเขาสายรุ้งCasio เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ หนึ่งในกลุ่มพรีเมี่ยม MT-G ที่ทนแรงกระแทก โดดเด่นด้วยดีไซน์ หลากหลายสีสันดั่งภูเขาสายรุ้งที่พร้อมเจิดจรัส เตรียมสะกดทุกสายตา ธันวาคมนี้

เตรียมตัวให้พร้อมกับความตื่นตาตื่นใจครั้งใหม่ เมื่อบริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด เผยโฉมนาฬิกา G-SHOCK MTG-B2000XMG รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์นาฬิกาที่ทนทานต่อแรงกระแทก โดดเด่นด้วยดีไซน์ของกรอบตัวเรือนวัสดุคาร์บอนและไฟเบอร์กลาสหลากสีสันดั่งภูเขาสายรุ้งที่เจิดจรัสและสะกดทุกสายตา โดยนาฬิการุ่นล่าสุดนี้ เป็นหนึ่งในนาฬิกาจากกลุ่มพรีเมี่ยม MT-G ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในด้านโครงสร้างตัวเรือนที่ผสมผสานวัสดุโลหะ และเรซินรวมเข้าด้วยกัน

กรอบตัวเรือนรุ่น MTG-B2000XMG ผ่านกระบวนการผลิตแบบใหม่ โดยนำวัสดุคาร์บอนและไฟเบอร์กลาสหลากสี มาทำเป็นลวดลายเป็นชั้นเพื่อให้ได้ความงามแบบธรรมชาติของภูเขาสายรุ้ง แล้วจึงนำวัสดุมาตัดให้เป็นกรอบตัวเรือนนาฬิกา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของแร่ธาตุต่าง ๆ ตามธรรมชาติหลังจากผ่านการระเบิดของภูเขาไฟ และการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ทั้งนี้ นาฬิกาแต่ละเรือนที่ผลิตในรุ่นนี้จะมีความต่างเฉพาะตัวจากลวดลายและสีสันของกรอบที่เป็นเอกลักษณ์อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มลูกเล่นโดยการใช้สีสัน ผ่านการออกแบบหน้าปัดหลากสี เสริมด้วยการเคลือบไอออนประดับส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวเรือน ตั้งแต่ขอบด้านในของตัวเรือนด้วยสีรุ้ง ตัวล็อคและห่วงรัดสายด้วยสีโรสโกลด์ ไปจนถึงสกรูส่วนหน้า ปุ่มกด และตัวเม็ดมะยมด้วยสีม่วงและสีฟ้าอ่อนเป็นต้น

นาฬิกา G-SHOCK รุ่นนี้ให้เวลาเที่ยงตรงแม่นยำทั่วโลกด้วยระบบรับสัญญาณเทียบเวลามาตรฐานของคลื่นวิทยุ มากไปกว่านั้น ตัวเรือนยังมีฟังก์ชันเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้นาฬิกาสามารถอัปเดตแบบอัตโนมัติเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโซนเวลาหรือปรับเวลาออมแสง (Daylight savings time) เพียงแค่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน รวมถึงยังมีระบบการทำงานอื่น ๆ อาทิ การชาร์จพลังงานผ่านแสงอาทิตย์ และหน้าจอ LED ความสว่างสูง เพื่อความสะดวกสบายและพร้อมต่อการใช้งานอย่างครบครัน

เลิกเที่ยวทิพย์ แพลนทริปเที่ยว พร้อมมั่นใจในทุกลุค! กับ 14 แบรนด์แฟชั่น SME ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667509

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 10:15 น.เลิกเที่ยวทิพย์ แพลนทริปเที่ยว พร้อมมั่นใจในทุกลุค! กับ 14 แบรนด์แฟชั่น SME ไทยเที่ยวแบบมั่นใจในสไตล์ที่เป็นเรา กับแฟชั่นไอเท็มเด็ด ของมันต้องมี! จาก 14 แบรนด์ไทยใน LINE FASHION ANNUALE ผลงานมาสเตอร์พีซพรีคอลเลกชั่นสุดเจ๋งที่ช้อปได้แล้ววันนี้

แพ็คกระเป๋าแล้วเตรียมออกเดินทางครั้งใหม่! ชุดก็ต้องปัง! ด้วยแฟชั่นไอเท็ม Pre-collection จาก 14 แบรนด์แฟชั่น SME ไทยในแคมเปญ “LINE FASHION ANNUALE” โปรเจคสานฝันแบรนด์แฟชั่นไทย ก้าวสู่เวทีใหญ่ระดับมืออาชีพ รวบรวมผลงานมาสเตอร์พีซ พรีคอลเลกชันสุดเจ๋งของ 14 แบรนด์ไทย กับหลากหลายลุคโดนใจ ให้คุณเลือกช้อปไอเทมที่ใช่ เนรมิตทริปของคุณให้ดูเก๋ เท่ไม่ซ้ำใครกันได้แล้ววันนี้ที่ LINE SHOPPING

Take Your Time แค่นั่งชมพระอาทิตย์ตกที่ไหนสักแห่ง ก็ดีต่อใจ

สร้างโมเม้นท์ดีต่อใจ ทอดอารมณ์ นั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมๆ กับลุคสวยสะกดทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นพรีคอลเลกชันจากแบรนด์ ROCE ชวนคุณอวดความเซ็กซี่ผ่านดีไซน์ และลวดลายผ้าด้วยโทนสีอบอุ่นจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า มาถ่ายทอดได้อย่างสวยงามและทรงพลัง แบรนด์ LUBNA มาในลุคหญิงสาวสุดคูล บ่งบอกความเป็นตัวตนชัดเจน ด้วยเดรสยาวเข้าเซ็ท พร้อมหมวก ไอเดียเด็ดจากการแต่งกายชาวอาหรับในอดีตผสมวัฒนธรรมฮิปฮอป เสริมด้วยโทนสีธรรมชาติในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลทราย สร้างความมั่นใจ ในลุคสาวเท่ได้อย่างลงตัว

จะสวยครบเซ็ตรองเท้าก็ต้องเก๋ไม่แพ้กัน กับแบรนด์ PLUSH STUDIOS รองเท้าเฟมินีนแฝงความโมเดิร์นผสานกลิ่นอายโบฮีเมียน พร้อมสโลแกน ‘คู่เดียวสำหรับทุกคน’ คงคอนเซ็ปต์รักษ์โลกด้วยกิมมิคสายรัดรองเท้า ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายสไตล์ ให้เข้ากับลุคแต่ละวัน

 

แมชต์ลายให้โดนใจ แล้วออกไปเที่ยวกันเลย

แบรนด์ลายพิมพ์ที่จะมาเติมพลังใจไปกับการเดินทางที่ทุกคนรอคอย ALLA MODA แบรนด์เฟมินีนดีไซน์เก๋ ด้วยจุดเด่นในเรื่องดีเทล ไม่ว่าจะเป็นแพทเทิร์น ลายพิมพ์ รวมไปถึงหมวกเข้าชุด เหมาะกับลุคสาวหวาน แต่หากเป็นแนวสตรีทอาร์ตก็ต้องแบรนด์ SAMUU กับลายพิมพ์สุดเก๋ นำเสน่ห์ของชุด ‘บะบ๋า ยะหย่า’ เอกลักษณ์แห่งเมืองภูเก็ต มาปรับให้เข้ากับยุคสมัย ผสานวัฒนธรรมหลากหลายจากทั่วโลก เหมาะกับหนุ่มสาวยุคใหม่ที่อินกับลายพิมพ์สุดโมเดิร์น

ส่วน SALAWAN ชวนสนุกกับลุคบีชไลฟ์สไตล์ พร้อมลายพิมพ์สุดแซ่บ และไอเท็มเด็ดอย่างกางเกงว่ายน้ำ ทำขึ้นจากผ้า REPREVE ที่รีไซเคิลจากขวดพลาสติกใช้แล้ว เสริมคอนเซ็ปต์นักเดินทางยุคใหม่ สนุกไปกับชีวิตควบคู่กับการรักษ์โลก ส่วนใครอยากแซ่บแบบตัวแม่ต้อง TINYYYSTYLE ชุดว่ายน้ำลายพิมพ์ครบรสทั้งหวานและเปรี้ยวซ่า พร้อมลวดลายกราฟิกที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเสื้อผ้าสไตล์ Beach Wear ที่เอาไว้แมตช์กับชุดว่ายน้ำได้ครบเครื่อง

เที่ยวชิคๆ สไตล์ลูกคุณ.. ไม่ชิคตรงไหน เอาปากกามาวง

จะแต่งตัวไปเที่ยวทั้งที ต้องแต่งให้เก๋และมีสไตล์ กับแบรนด์ EVERYDAY APPARELS ชวนให้คุณหลงใหลในความพาสเทลของโทนสีฟ้า ขาว ชมพูสดใส พร้อมดีไซน์สุดเนี้ยบซ่อนความสนุกไว้ หยิบมาสวมใส่ได้ทุกทริป ตามมาด้วย FLAT2112 แบรนด์สาวสไตล์เฟมินีน ครบจบในชุดเดียว ด้วยชุดเดรสลูกเล่นโดดเด่น ผสมผสานดีเทลมุมน่ารักไว้ในงานออกแบบ คงเอกลักษณ์แบรนด์ไว้ได้อย่างชัดเจน

แบรนด์ PETCHPLOY ชวนลูกคุณไปเที่ยวชิคๆ พรั่งพร้อมไปด้วยความสง่างาม คลาสสิค และมีสไตล์ดุจดั่งสาวๆ ในเมืองปารีสในฝัน พร้อมคอมพลีทลุคด้วย JITTRAKARN แบรนด์เครื่องประดับที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแฟนตาซี ล้ำสมัยแต่ใส่ได้จริงด้วยการออกแบบรูปทรง แสง สี จากแรงบันดาลใจของแสงสีแห่งเมืองที่ไม่เคยหลับไหล สะกดทุกสายตา

ชุดทำงาน ชุดเที่ยว ชุดเดียวกันสไตล์มินิมอล

สายมินิมอลมารวมตัวกันตรงนี้.. เสื้อผ้าสไตล์น้อยแต่มาก ใส่ได้ทุกวัน จะใส่ทำงาน ใส่เที่ยว ก็ครีเอทลุคสนุกในชุดเดียวกันได้ อย่าง COMMON COTTON (CMCT) ด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเงียบสงบ แต่แฝงงานดีไซน์มีกิมมิคจัดเต็ม สู่ลุคแคชชวลเท่ๆ น่ามอง นำไปมิกซ์แอนด์แม็ตซ์ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ส่วน แบรนด์ GROUNDER ชวนอัพลุคเด่น เน้นคัตติ้งเนี้ยบ ดีไซน์คมกริบ มีครบทุกไอเท็มยอดฮิตของผู้ชายอย่าง สูท เสื้อเชิ้ต กางเกงแสลค พร้อมลูกเล่นดีเทลคัตติ้งกลับด้าน เสริมลุคแปลกใหม่ โดดเด่นไม่เหมือนใครให้คุณผู้ชาย อีกแบรนด์ที่คูลไม่แพ้ใครกับ ROSEROMPSTUDIO เสื้อผ้าเบสิกที่ไม่เบสิก อัพลุคชิคให้หนุ่มๆ ได้ ทุกชิ้นสามารถมาปรับใส่ได้ในทุกโอกาส นำไปแมตช์สร้างสไตล์ในแบบของตัวเอง

หลายลุคโดนใจแบบนี้ พร้อมให้คุณเลือกช้อปทุกแฟชั่นไอเท็มของ 14 แบรนด์ไทยจาก “LINE FASHION ANNUALE: Pre-Collection” ได้เต็มที่แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE SHOPPING ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป! เพียงเข้าแท็ป Wallet ใน LINE กดเข้า LINE SHOPPING แล้วคลิกแบนเนอร์ LINE FASHION ANNUALE ไปช้อปกันได้เลย! ใครอยากหาไอเดียครีเอทลุคใหม่ สามารถรับชมไลฟ์ย้อนหลังได้ที่ https://lin.ee/90kIPKy/wcvn

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE : @lineshoppingth เฟซบุ๊กเพจ: LINE SHOPPING Thailand ติดตามวิดีโอ Lookbook 14 แบรนด์ใน LINE FASHION ANNUALE: Pre-Collection: https://youtu.be/GYMsf8rDxFc

#LINEFASHIONANNUALE #LINEFASHIONANNUALEPreCollection #LINESHOPPING