จากความหลงใหลในกลิ่นหอม สู่ Pim Rum Peoy เครื่องหอมที่พร้อมจะทำให้ทุกคนตกหลุมรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665759

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 08:18 น.จากความหลงใหลในกลิ่นหอม สู่ Pim Rum Peoy เครื่องหอมที่พร้อมจะทำให้ทุกคนตกหลุมรักตอบโจทย์สาวหรูผู้คลั่งไคล้กลิ่นหอม “Pim Rum Peoy” เปิดตัว 2 ปฐมบท จุดเริ่มต้นแห่งตำนานความหอมอันแสนตราตรึงไม่รู้เลือน

แบรนด์เครื่องหอม Pim Rum Poey (พิมพ์รำเพย) พร้อมสร้างตำนานความหอมตราตรึงใจ ด้วยการนำแรงบันดาลใจจากภาพลักษณ์ของแฟชั่นไอคอนคนดังอย่าง Audrey Hepburn, Grace Kelly, Olivia Palermo และ Alicia Silverstone ผู้เปี่ยมไปด้วยสไตล์และรสนิยม ผสานหลอมรวมกับความเป็นตัวตนของเจ้าของแบรนด์ พิมพ์-พัฒนียา อุชชิน หรือ เมนเทอร์พิมพ์ จากเพจสมการความรัก สาวเก่งแห่งวงการ Luxury Brand Industry ในประเทศไทย ที่เป็นผู้หญิงมีเสน่ห์มั่นใจ มองโลกในแง่ดี มีปฏิภาณไหวพริบ และพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ โดยสื่อผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการคัดสรรส่วนผสมที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกมารังสรรค์ร่วมกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่พิถีพิถันปรุงแต่งขึ้นโดย Scent Designer นักออกแบบกลิ่นหอมจากจินตนาการ จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่พร้อมจะทำให้ทุกคนตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย

“หลายคนคงมีกลิ่นที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ สำหรับพิมพ์แล้วกลิ่นครีมทาผิวที่คุณแม่ใช้เป็นประจำ กลิ่นกุหลาบอ่อนๆ จากลิปสติกแท่งโปรดของคุณยาย และกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายของหนุ่มคนรักตอนที่เพิ่งเริ่มคบกันใหม่ๆ …กลิ่นที่คุ้นเคยเหล่านี้มันคือตัวแทนหรือสายสัมพันธ์อย่างหนึ่งของคนที่เรารักที่ทำให้พิมพ์รู้สึกถึงความรัก ความอบอุ่นที่แม้บางครั้งจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน และนอกจากนี้กลิ่นยังแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน และเป็นส่วนหนึ่งของที่พำนักแห่งจิตวิญญาณด้วย พิมพ์จึงให้ความสำคัญกับกลิ่นมากเป็นพิเศษ” พิมพ์ กล่าว

จากความหลงใหลในกลิ่นหอม และเรื่องของบิวตี้ความสวยความงามทำให้สาวพิมพ์ตัดสินใจสร้างแบรนด์เครื่องหอมของตนเองในชื่อ “Pim Rum Poey” (พิมพ์รำเพย) ซึ่งมาจากชื่อเล่นของเธอคือ “พิมพ์” และคำว่า “รำเพย” คำไทยๆ ที่หมายถึงการพัดพากลิ่นดอกไม้หอมโชยอ่อน ซึ่งเมื่อรวมแล้วจึงสื่อความหมายถึง การที่เธอได้นำพากลิ่นหอมที่เธอรักมามอบให้กับบรรดาสาวๆ นั่นเอง

เริ่มต้นเปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์อย่าง ก้านไม้หอม หรือ Reed Diffuser ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมในบ้าน ที่ประกอบด้วย 2 กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Beautiful to Behold กลิ่นหอมสดชื่นในยามเช้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำแห่งแสงอาทิตย์ ซึ่งถูกบันทึกไว้ในตำราเวทมนตร์โบราณว่าเป็นน้ำที่จะนำมาซึ่งความสนุก ความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และการมีสุขภาพดี เปิดสัมผัสแรกด้วยกลิ่นหอมอันแสนสดชื่นจากเมลอน, เนโรลี และดอก บลูเบล ตามด้วยกลิ่นหอมของมวลดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่ผลิดอกบานสะพรั่งรับอรุณในยามเช้า ไม่ว่าจะเป็น ดอกมะลิ, ดอกกล้วยไม้, ลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเล่ย์, ฟรานจิพานี่ ตามด้วยกลิ่นอันละมุนลุ่มลึกของโรส วู้ด, ไม้สนซีดาร์ และอำพันทะเล โดยทั้งหมดนี้จะมาช่วยสร้างบรรยากาศอันแสนสดชื่น พร้อมปลุกพลังความสดใสในห้องของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน น้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสื่อถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงเก่ง สง่างามที่มองโลกในแง่ดี เปี่ยมพลังงานบวก และพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์

ส่วน Soulmates Potion โดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้หอมเย้ายวนยามราตรี ได้แรงบันดาลใจจากน้ำแห่งแสง จันทราตามตำราเวทมนตร์โบราณได้กล่าวว่า เป็นตัวแทนของพลังธรรมชาติที่อัดแน่นไปด้วยความขลังของ เวทมนตร์ อีกทั้งยังเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ทำน้ำอมฤต ประกอบพิธีกรรม ถวายเทพหรือเทพี รวมถึงเจิมสถานที่ และสิ่งของเพื่อช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีทั้งหลาย และนำมาซึ่งความโชคดี โดย Pim Rum Poey ได้รวบรวมพลังความหอมอันแสนเลอค่าจากทุ่งดอกไม้แห่งรัตติกาลที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ตราตรึง แฝงเร้นไปด้วยมนต์เสน่ห์ลึกลับน่าค้นหามาช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติก ปรับความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความเร่าร้อน เติมเต็มอารมณ์ของคู่รักให้ครุกรุ่น สื่อถึงตัวตนอีกด้านของหญิงเก่งที่มีเสน่ห์เหลือร้ายต่อเพศตรงข้ามในยามราตรี เปิดสัมผัสแรกด้วยกลิ่นหอมชวนหลงใหลจากดอกพีโอนี่, ลิ้นจี่ และเบอร์กามอต ตามมาด้วยกลิ่นเย้ายวนจากดอกกุหลาบดามัสก์, พริกไทย, มะลิ, ดอกไอริส และลูกพีช ทิ้งสัมผัสสุดท้ายก่อนไฟรักจะคุโชนด้วยกลิ่นหอมจากไวท์ มัสก์, แอมเบอร์ และคอตตอน แคนดี้

นอกจากนี้ Pim Rum Poey (พิมพ์รำเพย) ยังจะมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจ ตอบโจทย์สาวหรูผู้คลั่งไคล้กลิ่นหอมให้ติดตามกันจากนี้อีกมากมาย สัมผัสกลิ่นหอมอันตราตรึงจากผลิตภัณฑ์ Pim Rum Poey (พิมพ์รำเพย) ได้แล้ววันนี้ โดย Reed Diffuser ทั้งสองกลิ่นอย่าง Beautiful to Behold และ Soulmates Potion จำหน่ายในราคาพิเศษ!!! เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเปิดตัวแบรนด์ เพียงขวดละ 1,190 บาทเท่านั้น (จากราคาปกติ 1,590 บาท)

ตามไปสัมผัสกลิ่นหอมของแบรนด์ Pim Rum Poey (พิมพ์รำเพย) ได้ที่ IG: @pimrumpoey ,  Facebook: https://www.facebook.com/pimrumpoey , LINE OA: @pimrumpoey ,  LINE MY SHOP , Lazada และ Shopee

6 ความเชื่อพื้นฐานสร้าง Growth Mindset

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665755

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 06:50 น.6 ความเชื่อพื้นฐานสร้าง Growth Mindsetบ่อยครั้งที่เราทำอะไรซ้ำๆ จนเราคุ้นชินกับสิ่งที่เราทำ จนกระทั่งพอมีเหตุการณ์ หรือปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องเปลี่ยนแปลงทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำดู มิฉะนั้นคงแก้ไขปัญหาหรือเตรียมรับมือกับเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ทันการณ์ แต่เราก็ยังมีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่ เราสามารถเสริมให้ตัวเองกล้าที่จะก้าวออกไปทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมากขึ้น ด้วยการเสริมให้ตนเองมี Growth Mindset มากขึ้น

Growth Mindset คือการเชื่อว่าสิ่งที่เรามีหรือเราเป็น เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการพัฒนา เราสามารถพัฒนาได้ด้วยการให้คุณค่ากับความท้าทาย ความพยายามและการเรียนรู้   

อาจารย์ก้อย-เภสัชกรหญิง ธันยพร จารุไพศาล โค้ชและวิทยากรด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Performance Coach and Trainer) แบ่งปันความเชื่อพื้นฐานที่มาจากศาสตร์ NLP (Neuro-Linguistic Programming คือการโปรแกรมสมองด้วยภาษา หรือการสื่อสาร เพื่อให้มีความคิดหรือพฤติกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ ซึ่งหากเราเข้าใจและยอมรับความเชื่อเหล่านี้มากขึ้นจะช่วยให้เรามีมุมมองแบบ Growth Mindset เพิ่มขึ้น

1. เรารับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เกิดจากเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราอาจจะทำอะไรมากเกินไป หรือน้อยไปที่เป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากยอดขายของเราตก ถ้าเราไม่รับผิดชอบ เราจะโทษเพราะอย่างอื่นหมดยกเว้นเพราะเรา เช่น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี เพราะกระแสการบริโภค (trend) เปลี่ยนไปเป็นต้นสาเหตุเหล่านั้นอาจจะมีผลก็ได้เพียงแค่เป็นสาเหตุที่เราควบคุมไม่ได้ในทางตรงข้ามหากเรามองว่าเพราะเราหรือเรารับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นเราก็จะคิดหาสาเหตุและแนวทางใหม่ๆในการแก้ไขปัญหาได้

2. เรามีทรัพยากรพร้อมที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

ในชีวิตของเรา เราผ่านประสบการณ์มามากมาย  เราเจออุปสรรคมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วทุกครั้งท้ายที่สุดเราก็ก้าวข้ามอุปสรรคนั้นมาได้ เรามีทรัพยากรต่างๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอยู่ในตัว เช่น คุณสมบัติดีๆ (ความกล้าหาญ ความอดทน ความรับผิดชอบ) และมีความรู้ ทักษะต่างๆ เป็นต้น ท้ายที่สุดเหตุการณ์ที่เราเจอนี้เราก็จะทำสิ่งที่ไม่เคยทำแล้วผ่านมันไปได้

3. พร้อม-ยิง-เล็ง

พอเราศึกษาข้อมูลในสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำ ให้มีความรู้เพิ่มขึ้นระดับหนึ่งเราจะมีความพร้อมเพิ่มขึ้น และเมื่อเราพร้อมระดับหนึ่ง เราก็ยิงหรือลงมือทำ แล้วค่อยปรับให้ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ (เล็ง) ไม่ต้องรอให้พร้อม 100% ก่อนแล้วค่อยลงมือทำ เพราะจะไม่ได้ลงมือสักที และความพร้อมจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลังจากที่เราทำไปสักระยะหนึ่ง เราจะมั่นใจเพิ่มขึ้น ลองนึกถึงตอนเราหัดขับรถใหม่ๆ หรือเริ่มทำงานที่แรกก็ได้ เราก็ทำทั้งๆ ที่ไม่ได้มั่นใจหรือพร้อม 100%

4. ความยืดหยุ่นนำไปสู่ความสำเร็จ

หากผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่เราต้องการ ทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ เราต้องมีความยืดหยุ่น หรือการปรับ เราไม่สามารถทำอะไรซ้ำๆเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ต้องการผลลัพธ์แบบใหม่ได้

5. ไม่มีความล้มเหลว มีเพียงข้อมูลป้อนกลับ

หากเราลองทำอะไรใหม่ๆ แล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เราไม่ได้ล้มเหลว  เราแค่เห็นข้อมูลป้อนกลับที่บอกกว่ายังไม่ใช่ และให้ถามตัวเองว่าเราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง แล้วทบทวนว่าที่ยังไม่ใช่นั้นเกิดจากอะไร สิ่งใหม่ที่เราทำ ทักษะยังไม่มากพอ ต้องพยายามเพิ่ม ทำซ้ำเพิ่มขึ้นให้ชำนาญ หรือสิ่งที่เราคิดไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ ต้องมองหาสิ่งอื่น/วิธีอื่นแทนเป็นต้น

6. สื่อสารกับคนที่เกี่ยวข้อง

ในการ Work From Home การสื่อสารกับผู้อื่นแบบเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ เพราะเราสามารถทราบว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอย่างไรผ่านสีหน้าและน้ำเสียง แต่หากไม่สะดวกที่จะให้เห็นหน้า อาจจะเลือกแค่ได้ยินเสียงก็ได้  ในกรณีที่จะพูดคุยกับหัวหน้า/ลูกน้อง หรือประชุมในเวลางาน แนะนำให้ส่งข้อความไปนัดเวลาไว้ก่อน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดสรรเวลาไว้ก่อน  จะได้ไม่ขัดจังหวะเวลาที่เขามีสมาธิคิดงานอยู่

วันนี้หากเรามีเรื่องใดที่เราอยากมี Growth Mindset หรืออยากพัฒนาทักษะใด เช่น การนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ การอาสาทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ลองนำ 6 ความเชื่อพื้นฐานนี้ไปปรับใช้ดู และได้ผลเป็นอย่างไรเล่าสู่กันฟังได้ อ.ก้อยหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านมีความกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น

คาสิโอ เปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ ตอกย้ำความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของ G-SHOCK

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665698

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 09:30 น.คาสิโอ เปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ ตอกย้ำความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของ G-SHOCKคาสิโอเผยโฉมนาฬิกา 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ดีไซน์ใหม่สุดล้ำ แข็งแกร่งตามแบบฉบับของ G-SHOCK ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ได้หลากหลายและดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น

ใกล้สิ้นปีแบบนี้ ขอเอาใจคนรักนาฬิกา และคนที่กำลังหาของขวัญสุดพิเศษ ด้วยคาสิโอ 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาภายใต้รูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้แก่ รุ่น MTG, MUDMASTER, GMW, G-STEEL และ GM (รุ่นกรอบตัวเรือนโลหะ) โดยทั้ง 5 รุ่นมีดีไซน์โดดเด่น พร้อมด้วยคุณสมบัติเฉพาะที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เสริมโครงสร้างกันกระแทกตามแบบฉบับของ G-SHOCK และดีไซน์ใหม่สุดล้ำ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้หลากหลายและดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น

เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวรุ่น MTG-B2000YBD และ MTG-B2000XD ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเป็นรุ่นใหม่จากคอลเลกชัน MT-G ที่ใช้คุณสมบัติของวัสดุโลหะและเรซิน เสริมด้วยชั้นคาร์บอนหลายชั้น เพื่อให้ทนทานต่อแรงกระแทกอันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา G-SHOCK โดยรุ่น MTG-B2000YBD และ MTG-B2000XD ใหม่นี้ เป็นการต่อยอดจากรุ่น MTG-B2000 ที่มีโครงสร้างแบบกันกระแทกสองชั้นเพื่อเสริมความแข็งแรงทนทาน รวมถึงเน้นย้ำวัสดุเฉพาะของตัวเรือน โดยนาฬิการุ่นใหม่นี้ได้พัฒนากรอบตัวเรือน และส่วนด้านบนของกรอบจากวัสดุคาร์บอนเพื่อดีไซน์การออกแบบภายนอกที่สวยงามไปพร้อมกับน้ำหนักที่ลดลงให้ความรู้สึกเบาสบายขณะสวมใส่

รุ่น MTG-B2000YBD กรอบตัวเรือนทำจากวัสดุคาร์บอนและไฟเบอร์กลาสวางซ้อนไล่ระดับชั้น กรอบตัวเรือนแบบใหม่นี้มีน้ำหนักเบากว่ากรอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลถึง 77% แผ่นคาร์บอนชั้นบนสุดแผ่คลุมมาถึงด้านข้างของกรอบตัวเรือน และมีแผ่นคาร์บอนทรงกระบอกหุ้มบริเวณส่วนเชื่อมสายนาฬิกาเพื่อเพิ่มความทนทาน เม็ดมะยมรูปทรงหลายเหลี่ยมช่วยเสริมรับกับดีไซน์ของขอบตัวเรือน นอกจากนี้ชั้นไฟเบอร์กลาสสีแดงยังช่วยเน้นย้ำสไตล์อันสวยงามของตัวเรือนผ่านทางหน้าปัดอีกด้วย ในทางตรงกันข้ามกรอบด้านบนของตัวเรือนรุ่น MTG-B2000XD เผยสไตล์ที่ซับซ้อนจากดีไซน์การวางและตัดขอบผ่านวัสดุคาร์บอนหลายชั้น ด้านข้างตัวนาฬิกาเผยให้เห็นชั้นไฟเบอร์กลาสสีเขียวแบบใหม่ เพื่อให้ตัวเรือนรุ่นนี้ดูประณีตและเหมาะกับสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น

ถัดมาเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของซีรีย์ MUDMASTER รุ่น GWG-2000 จาก G-SHOCK นาฬิกาที่สร้างขึ้นจาก Forged Carbon หรือวัสดุคาร์บอนแบบที่ใช้ในอตุสาหกรรมอากาศยานและรถแข่ง ที่มีเอกลักษณ์เรื่องน้ำหนักเบาและความทนทานเป็นเลิศ โดยรุ่น MUDMASTER นี้เหมาะสำหรับสวมใส่ในสภาวะที่ต้องการความแข็งแกร่งสูงสุด เนื่องจากตัวเรือนมีโครงสร้างป้องกันฝุ่นและโคลน พร้อมด้วยปุ่ม Mud Resist แบบปรับปรุงใหม่ เพื่อการใช้งานที่เหนือกว่าในสภาวะแวดล้อมทางบกที่มีสิ่งสกปรก ทราย โคลน ฝุ่น หรือสิ่งก่อสร้าง ได้อย่างสะดวกสบายและแข็งแรงทนทาน

นอกจากนี้ MUDMASTER GWG-2000 รุ่นใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ของ G-SHOCK รุ่น MUDMASTER ที่ทนทานต่อแรงกระแทก กันโคลน กันน้ำลึก 200 เมตร อีกทั้งยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ อาทิ ระบบเข็มทิศดิจิตอล ระบบวัดแรงดันอากาศ ระยะความสูง อุณหภูมิ คลื่นวิทยุและความถี่ เวลาโลก ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ตัวจับเวลาหรือนับถอยหลังอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งออกแบบมาทั้งสิ้น 3 เฉดสี ได้แก่ สีเทา (GWG-2000-1A1) สีเขียวกากี (GWG-2000-1A3) และสีแซนด์เบจ (GWG-2000-1A5)

อีกรุ่นที่น่าจับตามอง คือรุ่น GMW-B5000TVA มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้รับแรงบันดาลใจจากธีมโลกเสมือนจริง และอ้างอิงจากรุ่น GMW-B5000 ที่ทำด้วยโลหะทั้งหมด โดยดีไซน์ของรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก G-SHOCK แบบเหลี่ยมรุ่นแรก มาพร้อมชิ้นส่วนไทเทเนียมที่แข็งแกร่งทนทานแต่มีน้ำหนักเบา เคลือบด้วย DLC (diamond-like carbon) และแกะสลักลวดลายเรขาคณิตด้วยเลเซอร์บนกระจก ซึ่งธีมโลกเสมือนจริงพิเศษนี้จะเน้นถึงการออกแบบที่มีลูกเล่นไม่ซ้ำใคร ผ่านวัสดุที่ใช้ผลิต การแกะสลัก และรูปลักษณ์ที่โดดเด่นกว่ารุ่นอื่น ๆ

รุ่น GST-B400CD นาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน G-STEEL ยอดนิยม โดยรุ่น GST-B400 มาพร้อมตัวเรือนเพรียวบางคล่องตัวและกรอบตัวเรือนมีการเคลือบไอพีสีเขียว แสดงถึงลักษณะเฉพาะตัวของผู้สวมใส่ที่ละเอียดอ่อนและสุขุม โดดเด่นด้วยวัสดุโลหะและคาร์บอน มาพร้อมโครงสร้างคาร์บอนปกป้องตัวเรือน และกรอบตัวเรือนจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริม เรซินที่ทนทานต่อแรงกระแทก ทำให้ตัวเรือนมีน้ำหนักเบาและเพรียวบางเพียง 12.9 มม. ซึ่งสอดคล้องกับตัวปุ่มกด สแตนเลสที่มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ง่ายต่อการสัมผัสและใช้งานจริง

สุดท้ายนี้คาสิโอได้เปิดตัวนาฬิกาคู่รับเทศกาลพิเศษ ได้แก่ รุ่น GM-2100CH และ GM-S2100CH ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสีสันในช่วงวันหยุดฤดูหนาว ตัวเรือนโลหะเคลือบไอพีสีดำ และสีเมทัลลิกหลากสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากของตกแต่งในช่วงวันหยุด เพื่อให้เข้ากับเทศกาลและช่วงเวลาที่สุดแสนประทับใจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนาฬิการุ่นใหม่จาก CASIO G-SHCOK สามรถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.casio-cmg.com หรือ Facebook : Casio Watches Thailand

เช็กผิวให้พร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665696

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 07:15 น.เช็กผิวให้พร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวจะออกทริปกี่ครั้ง ผิวก็ไม่พัง!! ธัญ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผิวหนังและความงาม เผยวิธีเตรียมผิวสวยให้พร้อมทั้งก่อนออกเที่ยวและหลังกลับจากทริป งานนี้ชวนสามเซเลบริตี้สาวสวยมาร่วมเผยเคล็ดลับวิธีดูแลสุขภาพผิวและแชร์ไอเดียสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ จะเป็นอย่างไรกันบ้าง มาดูกัน

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีเตรียมผิวให้สวยสุขภาพดี พร้อมท่องเที่ยวถ่ายรูปเผยผิวสวยหลังคลายล็อกดาวน์ว่า ช่วงโควิดที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตทำให้ต้องงดกิจกรรมนอกบ้าน ต้องเวิร์คฟอร์มโฮม พออยู่บ้านนานๆ หลายคนจึงละเลยการดูแลตัวเอง เพราะคุ้นชินกับการที่ไม่ต้องแต่งตัวแต่งหน้าสวยๆ ไม่ทาครีมกันแดด ไม่ทาครีมบำรุงผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำ หน้ามัน เกิดสิว ผดผื่น ได้ง่าย และยิ่งต้องอยู่แต่ในห้องแอร์ผิวเราจะยิ่งสูญเสียความชุ่มชื้นมากกว่าปกติ ผิวจึงแห้งกร้าน เกิดการคัน ระคายเคือง หากละเลยการดูแลผิวเป็นเวลานานผิวจะยิ่งอ่อนแอ ดูโทรมไม่สดใส ดังนั้ นจึงควรดูแลผิวให้ดูดีอยู่เสมอเพื่อที่จะออกไปเดินทางท่องเที่ยวอย่างมั่นใจ

· ก่อนออกทริปท่องเที่ยว

ควรดูแลผิวตั้งแต่ขั้นตอนการเช็ดล้างทำความสะอาด การปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขน รวมถึงการเลือกครีมบำรุงที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิว อาจจะเน้นครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นสู่ผิว ที่สำคัญก่อนไปทริปท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือการสครับผิว เพราะจะทำให้ผิวบางและไวต่อแสง อาจเกิดอาการระคายเคืองระหว่างออกทริปได้

· การดูแลผิวระหว่างทริปท่องเที่ยว

นอกจากขั้นตอนการบำรุงผิวตามปกติแล้ว ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดเมื่อต้องออกทำกิจกรรมนอกสถานที่ เพื่อป้องกันรังสียูวีเอ ยูวีบี ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างบ้านเรา คือ ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ก่อให้เกิดความมันส่วนเกินบนผิว ในระหว่างวันก็สามารถใช้สเปรย์น้ำแร่เพื่อคืนความสดชื่นและลดความร้อนของผิวได้ เมื่อหมดวันก็ควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิว พร้อมฟื้นฟูสภาพผิวจากความอ่อนล้าด้วยการมาส์กหน้า และปิดท้ายด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันและลดเลือนริ้วรอย

· การดูแลหลังจากกลับจากทริปท่องเที่ยว

หากผิวมีอาการแห้งลอก หรือไหม้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการคืนความชุ่มชื้นสู่ผิว เพื่อให้ผิวกลับมาฟื้นตัวก่อน หากเป็นผดผื่นหรือมีรอยแดงไหม้มากกว่าปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา หากมีปัญหาผิวหมองคล้ำสามารถใช้สกินแคร์ประเภทที่มีคุณสมบัติในการคืนความกระจ่างใสสู่ผิว ก็จะสามารถช่วยปรับสภาพสีผิวให้ค่อยๆ กลับมาสว่างสดใส นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิวแบบอ่อนโยน ก็สามารถกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียให้หลุดลอกได้ง่ายขึ้นด้วย

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพผิว

การเดินทางท่องเที่ยวไปในแต่ละสถานที่นั้นทำให้เราต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วการดูแลผิวอาจจะไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม แต่หากเราเดินทางไปสถานที่ที่มีแสงแดดจ้ามากอย่างทะเล ก็อาจจะต้องเน้นเรื่องกันแดดมากเป็นพิเศษ ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หากเดินทางไปในที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก (Deep nourishment) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วย ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับวิธีดูแลสุขภาพผิวและแชร์สถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ เริ่มที่ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เผยว่า “สำหรับการเตรียมผิวเพื่อไปถ่ายรูปท่องเที่ยวนั้น ก่อนเดินทางเราจะดูแลบำรุงผิวเป็นพิเศษด้วยความที่เป็นคนผิวแห้งก็จะเน้นทาพวกมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ระหว่างท่องเที่ยวก็จะมีไอเท็มที่ขาดไม่ได้อย่างแว่นตากับครีมกันแดดอย่างออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ เพราะเราค่อนข้างที่จะเต็มที่กับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง จึงต้องปกป้องผิวจากแสงแดดไม่ให้คล้ำเสีย ส่วนการดูแลหลังกลับจากท่องเที่ยวก็จะพยายามบำรุงผิวเป็นประจำด้วยเอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย และมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อฟื้นคืนความกระจ่างใสสู่ผิว หรือถ้ามีอาการผิวไหม้ก็จะพักผิว พยายามหลีกเหลี่ยงไม่ออกไปโดนแสงแดด และใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวโดยส่วนตัวแล้วเราชอบเที่ยวทั้งทะเลและภูเขา แต่ถ้าให้เลือกหลังคลายล็อคดาวน์ก็อยากจะไปทะเลมากกว่า ทะเลที่ชอบที่สุดก็คือที่พังงาเพราะตั้งใจจะไปเล่นเซิร์ฟด้วย”

ถัดมา พรรษมน พิริยะเมธา เล่าว่า “ก่อนเดินทาง 3-5 วัน จะงดสครับหรือผลัดเซลล์ผิว เพราะการสครับจะทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสง ส่วนไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยเวลาไปเที่ยวก็จะเป็นครีมกันแดดอย่าง ออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ ทำให้เรามั่นใจว่าสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างไม่ต้องคอยกังวลเรื่องผิวคล้ำเสียโดยเราจะทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ส่วนสกินแคร์ก็จะเลือกที่เหมาะกับสภาพผิว ยิ่งเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายอย่างเวลาไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ บางครั้งก็จะเจอกับปัญหาผิวแพ้น้ำ ทำให้ต้องบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อลดการระคายเคือง ส่วนการทำความสะอาดผิวหน้าเราจะให้ความพิถีพิถันเป็นพิเศษโดยจะล้างหน้าด้วย เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช เพื่อไม่ให้เครื่องสำอางตกค้างบนใบหน้า ไม่ว่าจะไปออกทริปท่องเที่ยว หรืออยู่ในช่วงเวลาไหนก็พร้อมถ่ายรูปโชว์ผิวสวยได้เสมอ ส่วนสถานที่ที่อยากไปหลังช่วงคลายล็อกดาวน์ก็คือ เชียงราย อยากพักที่เป็นเต็นท์กระโจมใสกลางป่าที่มีช้างเดินไปมา และตอนนี้ก็ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อากาศทางภาคเหนือก็จะเย็นสบายด้วย”

ปิดท้ายที่ จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล เผยว่า “วิธีดูแลสุขภาพผิวของเราโดยส่วนใหญ่แล้วเราจะพิจารณาจากสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมของสถานที่ที่เราจะไป บวกกับสภาพผิวของเราในช่วงนั้นๆ ว่าผิวของเราเป็นอย่างไร แห้งเกินไป หรือมันเกินไปไหม ต้องบำรุงในส่วนไหนเป็นพิเศษบ้าง อย่างเวลาเดินทางก็มักจะเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ก็จะเน้นการบำรุงด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว พร้อมป้องกันและลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยได้เยอะเวลาที่ต้องเจอปัญหาผิว อีกสิ่งสำคัญต้องพกติดกระเป๋าเดินทางไปตลอดคือ รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ตัวช่วยสำหรับฟื้นบำรุงผิวให้กลับมากระจ่างใส นอกจากนี้เรายังเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นจำพวกไขมันดีอย่าง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก และดื่มน้ำเยอะๆ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่นชอบจะเป็นสวนดอกไม้ใหญ่ๆ ทางภาคเหนืออย่างที่เชียงดาว เพราะเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกจากยูเนสโก มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งดอกไม้ เห็ด รวมถึงพืชพันธุ์ตามธรรมชาตินานาชนิด ซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวที่จะถึงนี้”

เตรียมผิวให้สวยสุขภาพดี พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวหลังคลายล็อกดาวน์กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Shiso Collection ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรี) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

Airinum หน้ากากผ้ามินิมอล เพื่อการหายใจที่ดีที่สุดกับสไตล์ที่เลือกได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665645

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 20:25 น.Airinum หน้ากากผ้ามินิมอล เพื่อการหายใจที่ดีที่สุดกับสไตล์ที่เลือกได้ทำไมต้องเลือกระหว่าง ‘เทคโนโลยี’ กับ ‘แฟชั่น’ รู้จักกับ Airinum หน้ากากผ้าสไตล์มินิมอลสัญชาติสวีเดน ขั้นกว่าของการปกป้อง เพื่อการหายใจที่ดีที่สุดกับสไตล์ที่เราเลือกได้

ในวันที่ NEW NORMAL กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องเคยชินไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลป้องกันตนเองตามมาตรฐานสากลจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ควรอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ทำให้คุณมีสไตล์ที่แตกต่างไม่ได้ 

Airinum (แอรินัม) หน้ากากผ้าสไตล์มินิมอลสัญชาติสวีเดน ขั้นกว่าของการปกป้อง ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ปกป้องด้วยคุณภาพมาตรฐาน N95 ที่ช่วยให้การหายใจได้เต็มปอดอย่างที่เคยเป็น เปิดตัวครั้งแรกในไทย กับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ ที่พร้อมจะเป็นคำตอบให้ Everyday Look ของคุณ ยังคงมีสไตล์โดดเด่น ไม่จำเจ และส่งเสริมให้ทุกคนได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดได้อย่างเต็มปอด ภายใต้หน้ากากผ้าที่ดีที่สุดจาก Airinum

ต้นกำเนิด Airinum

Airinum มีความหมายตรงตัว แปลว่า ต้นกำเนิดของอากาศ (Air= อากาศ และ Inum เป็นภาษาละติน = ต้นกำเนิด) Airinum ตระหนักถึงปัญหาสภาวะการเปลี่ยแปลงของอากาศ และปัญหามลพิษทางอากาศ ทั่วโลก Airinum จึงเกิดขึ้นในปี 2015 เพื่อมุ่งหวังจะให้เป็นเครื่องประดับอีก 1 ชิ้น ที่ช่วยดูแลมวลมนุษยชาติได้มี

สุขภาพปอดที่ดี มีการหายใจที่ดีที่สุดท่ามกลางสภาวะมลพิษทางอากาศ และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

แอช เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำเข้า แบรนด์ Airinum (แอรินัม) หน้ากากผ้านวัตกรรมจากประเทศสวีเดน เชิญชวนทุกคนมาฉีกกฏการดูแลป้องกันตนเองท่ามกลางสถานการณ์การแพระระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ต่าง ๆ และสภาวะมลพิษทางอากาศในปัจจุบัน ด้วยหน้ากากผ้าสไตล์มินิมอล ออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน ตามแนวคิดของชาวสวีเดน เพื่อการปกป้องที่ดีที่สุด เพื่อการสวมใส่ที่สบายที่สุด และ เพื่อการหายใจที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับเทคโนโลยีผ้าที่สะท้อนน้ำและกันฝุ่น ด้วยฟิลเตอร์ 5 ชั้นเทียบเท่ามาตรฐาน N95 ที่ได้รับการรับรอง  สวมใส่สบายรองรับทุกสรีระของใบหน้าหายใจสะดวกดีไซน์ที่ทันสมัยใส่แมทช์กับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์

Airinum (แอรินัม) นำเสนอ 2 รุ่น 2 สไตล์ ได้แก่

URBAN AIR MASK 2.0 (ราคา 2,329 บาท)

เป็นหน้ากากผ้ารุ่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านการออกแบบให้เป็นหน้ากากปกป้องมลพิษทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดในประเทศสวีเดน วัสดุเนื้อผ้าที่สะท้อนน้ำและกันฝุ่น ผลิตจากนวัตกรรม Polygiene® ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆ ขณะใช้งาน สามารถล้างทำความสะอาด และนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างปลอดภัย ต้วมาส์กประกอบด้วยฟิลเตอร์ 5 ชั้น สามารถกรองเชื้อโรค สารแพร่เชื้อต่างๆ  และฝุ่นควันในอากาศ ที่มีอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ใช้งานได้ยาวนานถึง 100 ชั่วโมง (ต่อตัวกรอง 1 ชิ้น)    

Urban Air Mask 2.0 โดดเด่นที่มีวาล์วเปิด-ปิดที่แนบติดกับหน้ากาก เพื่อเพิ่มการระบายอากาศ ลดความอับชื้น มีระบบ Valve Stopper ช่วยปิดการระบายอากาศออก ลดการแพร่อากาศหายใจออกของผู้สวมใส่ต่อผู้อื่น สายคล้องหู และ สายรัดศีรษะแบบปรับได้ เพื่อความกระชับ รองรับให้พอดีกับใบหน้า และแรงกดที่หูน้อยลง เมมโมรี่โนสโฟม 3D รองสันจมูก ปรับเข้ากับรูปหน้า ลดการรั่วไหลของอากาศ ออกแบบมา 4 ขนาดเพื่อเหมาะกับทุกวัยตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ มี 3 สีคลาสสิค ได้แก่ Onyx Black, Quartz Grey และ Pearl Pink

LITE AIR MASK (ราคา 1,499 บาท)

หน้ากากผ้ามินิมอลตัวจริง ที่ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น เพื่อการสวมใส่ที่สบายที่สุด แม้ใช้งานเป็นเวลานาน วัสดุเนื้อผ้าที่สะท้อนน้ำและกันฝุ่น ผลิตจากนวัตกรรม Polygiene® ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่น ๆ ขณะใช้งาน สามารถล้างทำความสะอาด และนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างปลอดภัย  ต้วมาส์ก ประกอบด้วยฟิลเตอร์ 5 ชั้น พร้อมการกรองอากาศแบบ 2 ทิศทาง สามารถกรองเชื้อโรคในอากาศ อาทิ สารแพร่เชื้อต่าง ๆ ฝุ่นควัน แบคทีเรีย และละอองเกสร ที่มีอนุภาคขนาดเล็ก อีกทั้งยังสามารถป้องกันรังสี UV และ UPF50+ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

LITE AIR MASK โดดเด่นด้วยเนื้อผ้าเป็นตาข่าย 3D ที่ช่วยให้การหายใจที่โล่งโปร่งสบาย เมมโมรี่โนสโฟม 3D รองสันจมูก ปรับเข้ากับรูปหน้า ลดการรั่วไหลของอากาศ พร้อมกับสายคล้องหูแบบยืดหยุ่นเพื่อมอบความกระชับให้กับทุกสรีระของใบหน้า ออกแบบมา 4 ขนาดเพื่อเหมาะกับทุกวัยตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่

เทคโนโลยีฟิลเตอร์ 5 ชั้นมาตรฐาน N95 ที่ผ่านการทดสอบเเละรับรอง

ฟิลเตอร์ 5 ชั้นมีความสำคัญในการป้องกัน เมื่อคุณหายใจผ่านหน้ากากผ้า Airinum อากาศจะทะลุผ่านฟิลเตอร์ทั้ง 5 ชั้นก่อนจะเข้าถึงปอดของคุณ โดยแต่ละชั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ชั้นที่ 1 – ฟิลเตอร์ด้านนอกสุดช่วยเรื่องความคงทนของชุดมัลติเลเยอร์ฟิลเตอร์
  • ชั้นที่ 2 – Active Carbon Layer กรองก๊าซและกรองกลิ่น
  • ชั้นที่ 3 – 1st Electro Charged Layer กรอง PM10, ละอองเกสรและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ
  • ชั้นที่ 4 – 2nd Electro Changed Layer ชั้นนี้จะช่วยกรอง PM2.5 ฝุ่นและแบคทีเรียขนาดเล็ก
  • ชั้นที่ 5 – ชั้นสุดท้ายเป็นฟิลเตอร์ผิวนุ่ม เรียบเนียนไม่ระคายเคืองผิว

เทคโนโลยีฟิลเตอร์ 5 ชั้นได้รับการทดสอบที่ศูนย์ RISE R&D ในสวีเดน มีอัตราการป้องกัน 98% ต่ออนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน และ 99.99% ต่อต้านมลภาวะ PM2.5 ได้ 

เป็นเจ้าของ Airinum ได้ที่ Line my shop: Airinum_TH และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Airinum_TH หรือ Instragram: Airinum.th 

G2000 Innovation Pants นิยามใหม่ของกางเกง สอดรับไลฟ์สไตล์ ครบทั้งฟังก์ชั่นและแฟชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665546

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 15:15 น.G2000 Innovation Pants นิยามใหม่ของกางเกง สอดรับไลฟ์สไตล์ ครบทั้งฟังก์ชั่นและแฟชั่นG2000 เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Innovation Pants สร้างเทรนด์ใหม่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่สะดวกรวดเร็ว ครบทั้งฟังก์ชั่นและแฟชั่นพร้อมสไตล์สุดเนี้ยบ

G2000 แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำขอนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่สอดรับกับทุกความต้องการได้อย่างลงตัวกับ คอลเลคชั่น Innovation Pants  หลากหลายทั้งฟังก์ชั่นการสวมใส่และวัสดุเนื้อผ้าที่ใช้ และที่โดดเด่นมากๆ คือสามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้าได้อย่างไร้ปัญหา ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้คนในยุคปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งรวดเร็วทันใจ อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก ในฤดูกาลนี้ได้ปรับทรงกางเกงให้พอดีกับรูปร่างของคุณผู้ชายมากยิ่งขึ้น รวมถึงขอบกางเกงแบบใหม่ (Anti-Slip) เพื่อเก็บชายเสื้อให้เข้าที่ ไม่มีเลื่อนหลุดตลอดการสวมใส่ ช่วยให้หนุ่มๆ ดูสมาร์ท คล่องตัว และเนี้ยบขึ้นได้อย่างง่ายดาย

คอลเลคชั่นที่สามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้า กับหลากหลายฟังก์ชั่นเพื่อการสวมใส่ที่ “ใช่”

ยืดหยุ่นได้หลายทิศทาง (Multi-way Stretch suits) – ความยืดหยุ่นสูง ออกแบบมาเพื่อชายหนุ่มผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและทะมัดทะแมงเป็นพิเศษ พร้อมออกเดินทางและเคลื่อนไหวในทุกสถานการณ์

ระบายเหงื่อได้ดี (Sweat-wicking suits) – ด้วยการเลือกใช้เนื้อผ้าที่ระบายเหงื่อและความชื้นได้ดีจึงไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเหมาะกับการสวมใส่ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ด้วยฟังก์ชั่นที่ช่วยปรับสภาพตามอุณหภูมิได้

เย็นสบายเมื่อสวมใส่ (Cool Biz suits) – พิเศษด้วยฟังก์ชั่นการออกแบบที่ช่วยให้เนื้อผ้าแห้งไวและสามารถช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีด้วยเนื้อผ้าที่เย็นสบายแม้ในวันที่มีอุณหภูมิสูง

คัตติ้งของกางเกงที่ตอบทุกความต้องการ ให้ลุคของคุณดูไม่น่าเบื่อจำเจ

กางเกงสำหรับฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายเพื่อลุคที่แตกต่างถึง 6 สไตล์ นอกเหนือจากทรงกางเกงทั้งแบบ Slim Fit, Smart Fit, Regular Fit และ Comfort Fit ซึ่งพบเจอได้เป็นประจำในช็อปของเราแล้ว ยังมี Ultra Slim Fit และ Smart Fit with Flexi-waist design ที่มอบทางเลือกให้กับคุณผู้ชายได้มากขึ้น โดย Ultra Slim Fit นั้นออกแบบมาเพื่อสอดรับกับเทรนด์ที่เน้นช่วงเรียวขาเป็นพิเศษ ช่วยให้สัดส่วนและรูปร่างดูลงตัวมากยิ่งขึ้น ดูทันสมัยแต่ยังคงสง่า เท่ และเป็นการเป็นงาน สามารถสวมใส่ในงานทางการทุกโอกาสได้อย่างไร้ปัญหา รวมถึง Flexi-waist design ของกางเกงรุ่น Smart Fit ที่เพิ่มยางอิลาสตินที่ขอบกางเกงเพื่อให้รอบเอวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมี่อรูปร่างมีความเปลี่ยนแปลง และกระชับยังคงยึดเกาะได้ดีแม้ในยามที่เคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ

กางเกงขอบ Anti-slip เพื่อความมั่นใจในทุกอิริยาบท

G2000 เข้าใจและใส่ใจเสมอในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และความต้องการของคุณผู้ชายทุกคน ที่เมื่อยามต้องสวมใส่เสื้อเชิ้ตที่หลุดออกมานอกขอบเอวกางเกงคือหนึ่งในปัญหาที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีการขยับเคลื่อนไหวระหว่างวัน ซึ่งทำให้ลุคของหนุ่มๆ ดูไม่เนี้ยบ ไม่พิถีพิถัน เราจึงได้คิดค้น ขอบกางเกง Anti-slip ซึ่งจะช่วยให้เสื้อเชิ้ตยึดเกาะกับขอบกางเกงได้ดีเยี่ยมแม้ในยามที่ต้องขยับตัว ยกแขน แกว่งแขนไปมา คุณผู้ชายจึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระไร้กังวล พร้อมลุคที่ดูหนักแน่นและสมาร์ทอยู่เสมอ 

เพิ่มไซส์ ขยายความต้องการสำหรับคุณผู้ชายทุกคน

G2000 ยังคงยึดมั่นในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของชายหนุ่มทุกไซส์ ไม่ใช่เพียงเพิ่มไซส์ใหญ่ให้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงไซส์รอบเอวที่พอดีมากยิ่งขึ้น (Waist+ collection) เพื่อแก้ปัญหากางเกงที่ “ไซส์ได้ เอวไม่ได้” ซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เพื่อรูปร่างที่แตกต่างกันไป แต่ยังสวมใส่ได้สบายและดูดีในชุดโปรดของคุณ

อัพเดทคอลเลคชั่นใหม่ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของ G2000 ได้ที่ Facebook: G2000thailand , Instagram: G2000thailand , Website: www.G2000.co.th , Line OA: https://bit.ly/G2000thailand

#G2000Thailand #NewCollection

คาร์เทียร์ พร้อมฉีกทุกกรอบ ทลายทุกกฎ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665405

วันที่ 12 ต.ค. 2564 เวลา 14:20 น.คาร์เทียร์ พร้อมฉีกทุกกรอบ ทลายทุกกฎ คาร์เทียร์เติมเต็มเครื่องประดับคอลเลคชั่น Clash de Cartier และเปิดตัว Clash [Un]limited เครื่องประดับที่ฉีกทุกกรอบ ทลายทุกกฎ พร้อมแต่งตั้ง ลิลลี่ คอลลินส์ ขึ้นเป็นแอมบาสเดอร์ประจำคอลเลคชั่น

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส ทลายขนบการออกแบบเครื่องประดับแบบดั้งเดิมและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดของเมซง เติมเต็มคอลเลคชั่น แคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) ด้วยเครื่องประดับชิ้นใหม่ในดีไซน์ที่ฉีกกรอบกว่าเคย และเปิดตัว คอลเลคชั่นแคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]Limited) เครื่องประดับที่ฉีกทุกรูปแบบแห่งความคลาสสิก พร้อมแต่งตั้งลิลลี่ คอลลินส์ ในฐานะแอมบาสเดอร์ประจำคอลเลคชั่นแคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]limited) อีกด้วย

Clash de Cartier: เกินไปหรือยังไม่พอ? เหนือกาลเวลาหรือนอกขนบ?

แคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) เครื่องประดับคอลเลคชั่นที่ผสานความแตกต่างเข้าด้วยกัน หลีกหนีความโบราณจำเจแต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานดีไซน์เรียบหรูและพลังงานอันล้นเหลือไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมด้วยจิตวิญญานแน่วแน่ด้วยเสน่ห์อันเป็นแบบฉบับ แคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) เปรียบได้ดั่งความสมดุลที่แสนงดงาม ผสมผสานรหัสความงามชั้นสูง และท้าทายขนบประเพณีในขณะเดียวกัน จนก่อเกิดเป็นการปะทะกันของเจตคติ โดยชิ้นงานในคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ยิ่งเพิ่มพลังแห่งแรงปะทะระหว่างสองเจตคติ ด้วยการขยายผลลัพธ์ของ รหัสความสวยงามด้านการออกแบบแห่งเมซงคาร์เทียร์อย่างลูกปัดสูงค่าและหมุดสีโรสด์โกลด์แวววาวล้ำสมัย เนรมิตเป็นแหวน ต่างหู กำไลข้อมือ และสร้อยคอ ที่มีสัดส่วนลงตัวพอดิบพอดี หมุดแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) อันรุ่มรวยสามารถตรึงสายตาได้โดยพลัน คอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์นี้ผสานโรสโกลด์เข้ากับออนิกซ์ ทองคำขาว และไข่มุกตาฮีติเอาไว้ด้วยกันอย่างสมดุล เกิดเป็นสองเฉดสีเข้ม สองสุนทรียศาสตร์ สองตัวเลือกที่แตกต่างทว่าโดดเด่นเสมอกัน

สมาชิกใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) ในปีนี้ โดดเด่นด้วยไข่มุกดำจาก หมู่เกาะตาฮีติ ไม่ว่าจะเป็นแหวน ต่างหูเม็ดเขื่องที่เรียงรายส่องประกายสีเทา เขียว และม่วง ผสานอย่างลงตัวกับตัวเรือนทองคำขาวและหมุดประดับออนิกซ์ที่ประกบอยู่ด้านข้าง หินออนิกซ์สีดำขลับเม็ดกลมที่ถูกจัดวางราวกับลอยตัวอยู่ด้านในชิ้นงาน เป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดขนาดโครงสร้างด้านในของเครื่องประดับโรสโกลด์ในคอลเลคชั่น ทั้งแหวน, กำไลข้อมือ, จี้ห้อยคอและต่างหูแบบห่วง ทำให้ทุกชิ้นเล่นแสงระริกดูราวกับมีชีวิตยามสวมใส่ เครื่องประดับบางชิ้นสามารถสวมใส่ได้หลายแบบเพื่อสร้างมิติให้ทั้งสองขั้วเจตคติ เช่น ต่างหูแบบห่วงประดับหินออนิกซ์และต่างหูไข่มุกตาฮีติแบบข้างเดียว สามารถนำมาใส่ครอบติ่งหูได้เช่นเดียวกัน

คาย่า สโคเดลาริโอ (Kaya Scodelario) นักแสดงสาวหน้าคม ลูกครึ่งอังกฤษบราซิล เฟซประจำคอลเลคชั่นเครื่องประดับแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) ที่สะท้อนตัวตนสองบุคลิกและจิตวิญญาณอิสระอย่างชัดเจน เช่นเดียวกันกับคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) คาย่าได้ผสานตัวตนความสง่างามชั้นสูง ทว่าท้าทายขนบประเพณีในขณะเดียวกันเกิดเป็นความสมดุลที่แสนงดงาม

Clash [Un]Limited ไร้ขีดจำกัดและฉีกกรอบขนบกว่าที่เคย

เครื่องประดับจากคอลเลคชั่นล่าสุดของแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) ที่มาพร้อมความหรูหราอันแปลกใหม่ยิ่งกว่าเคย ฉีกทุกรูปแบบแห่งความคลาสสิก ด้วยขนาดที่ไม่ปราณี สีดำที่เข้มลุ่มลึกขึ้น หมุดโอเวอร์ไซส์ และนานาวิธีสวมใส่ที่ยิ่งโดดเด่น ราวกับพลิกโฉมคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) อย่างหมดจด ปลดปล่อยอารมณ์ของแรงปะทะระหว่างสองขั้วต่าง เส้นสายเรขาคณิตกับความโค้งนูนราวกับพองลม เครื่องประดับชิ้นใหม่เหล่านี้จึงกู่ก้องพลังแห่งแรงปะทะระหว่างสองเจตคติที่แตกต่างให้ยิ่งสะเทือนกว่าที่เคย

แคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]limited) คอลเลคชั่นเครื่องประดับที่ผลิตเพียงจำนวนจำกัดนี้เน้นความโดดเด่นของหมุดสตั๊ดแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) เป็นพิเศษ ด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น ยอดแหลมที่คมขึ้น และจำนวนที่มากขึ้น ประดับอัญมณีระยิบระยับในสีขาวและดำ และประกายสีม่วงในบางชิ้น หมุดสตั๊ดดูน่าหลงใหลดึงดูดใจยิ่งขึ้นด้วยการประดับเพชร ส่องประกายท้าแสงที่ตกกระทบกับส่วนโค้งของหมุดขนาดใหญ่ทรงกรวยประดับเพชรและออนิกซ์สีดำขลับ มาในสัดส่วนเตะตาเย้ายวนกว่าครั้งไหน หมุดอเมทิสต์ยอดแหลมสีม่วงเพิ่มมิติสไตล์พั้งค์และฉายความแตกต่างให้แข็งแกร่งชัดเจนยิ่งขึ้น

ฉีกทุกกรอบ ทลายทุกกฎ: เครื่องประดับคอลเลคชั่น แคลช [อัน]ลิมิเต็ด กับวิธีสวมใส่หลายหลากให้ยิ่งโดดเด่น

ไม่ว่าจะเป็นนาฬิการูปทรงเหมือนถุงมือแบบมิทเทน (Mitten), เครื่องประดับกระเป๋าเสื้อ, แหวนซ้อนวง เครื่องประดับหูที่สามารถใส่ประดับในใบหูหรือเกี่ยวใบหู หรือกำไลข้อมือและสร้อยคอที่สามารถเลือกใส่ได้ทั้งสองด้าน เครื่องประดับจากแคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]limited) ล้วนสร้างความสนุกพร้อมสไตล์โดยปราศจากกฎตายตัว เครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ได้หลายแบบ เช่น แหวนซ้อนวงที่ประดับด้วยเพชรทรงพีระมิดและหมุดสตั๊ดออนิกซ์ สามารถถอดแยกออกจากกันได้เพื่อนำมาสวมเป็นแหวนข้อนิ้ว หรือ Midi Ring หมุดสตั๊ดที่มีปลายแหลม 4 ด้านทรงพีระมิดแต่ละชิ้นประดับประดาไปด้วยเพชรและหมุดสตั๊ดออนิกซ์เม็ดจิ๋ว

นาฬิกาทรงถุงมือมิทเทนผสานศาสตร์และศิลป์แห่งเครื่องประดับอัญมณี แฟชั่น และการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันในชิ้นงานเดียว เมื่อสวมใส่แล้วแนบเนียนไปกับผิวแต่ทว่าโดดเด่นตรึงตรา ทำจากตาข่ายโรสโกลด์ปรายประดับด้วยเพชรระยิบล้อมรอบเรือนเวลาเบญ์นัวร์ อัลลองเจ (Baignoire Allongée) พร้อมขอบหมุดสตั๊ดรอบหน้าปัด

เครื่องประดับแคลช Clash [Un]limited ขับเคลื่อนหัตถศิลป์ของคาร์เทียร์สู่ขีดสุด ทั้งด้านนวัตกรรมและการสร้างความประหลาดใจใหม่ๆ เครื่องประดับแคลช [อัน]ลิมิเต็ดแต่ละชิ้นจึงถูกบ่มเพาะเป็นเวลานานผ่านหลากหลายเวิร์คช็อปที่ดีไซน์สตูดิโอของคาร์เทียร์ เพื่อค้นหาทุกความเป็นไปได้ซึ่งจะมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการเลือกใช้เพชร, ออนิกซ์ และอเมทิสต์ ความอาจหาญในการสร้างสรรค์ทำให้คาร์เทียร์เลือกที่จะฉีกกรอบเดิมๆ ในการออกแบบ ด้วยการกลับด้านเพชรโดยใช้ฐานเดิมที่เป็นทรงกรวยกลับขึ้นมาเป็นหมุดสตั๊ด องค์ประกอบที่สะท้อนและตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งคอลเลคชั่นนี้ ส่วนหน้าเพชรที่เคยถูกใช้เป็นประจำในงานออกแบบเครื่องประดับทั่วไป จะถูกฝังลงในตัวเรือนที่จะแนบติดกับผิวโดยไม่ถูกสัมผัสอีกเลย

การเคลื่อนไหวอย่างอิสระคือหัวใจหลักแห่งสุนทรียศาสตร์ของคอลเลคชั่นแคลช

คอลเลคชั่น Clash [Un]limited กำหนดการเคลื่อนไหวราวสัมผัสนุ่มนวลบนผิวหนัง สอดประสานดั่งท่วงทำนองไปกับรูปทรงเรขาคณิตที่แม่นยำขึงขัง ความสำเร็จของเวิร์คช็อปสร้างสรรค์เครื่องประดับของ คาร์เทียร์ให้ผลลัพธ์เป็นกำไลข้อมือและโชกเกอร์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ประดับด้วยหมุดออนิกซ์จัตุรัสทรงโดม (clous carrés) และหมุดสตั๊ดฝังเพชร ที่ถูกตรึงไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ทว่ายังขยับได้อย่างพลิ้วไหวดุจมีชีวิต โดยสร้อยคอประดับเพชรพราวระยับกว่า 8,000 เม็ดและหมุดออนิกซ์จัตุรัสทรงโดมกว่า 200 ชิ้น สำหรับแหวนประดับหมุดสตั๊ดแบบรอบวงและกำไลข้อมือประดับโคนทรงพีระมิดนั้น หมุดแต่ละอันจะถูกจัดวางให้มีช่องว่างระหว่างกันอย่างพอดิบพอดี หมุดสตั๊ด แต่ละอันยังสามารถขยับหมุนได้รอบ เชื่อมต่อกับออนิกซ์เม็ดกลมด้านในของกำไลที่ก็สามารถเคลื่อนขยับได้เช่นเดียวกัน

เทคนิคใหม่ในการผสานเพชร ออนิกซ์ และอเมทิสต์บนเครื่องประดับ

คอลเลคชั่นแคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]limited) ใช้เทคนิคการฝังเพชรแบบชากรีน (shagreen) ซึ่งเป็นรูปแบบการฝังอัญมณีที่ซับซ้อนและประณีตบรรจง ด้วยการพิถีพิถันเลือกสรรอัญมณีต่างขนาดและยึดเข้าด้วยกันโดยปราศจากหนามเตย โดยเลือกใช้หมุดสตั๊ดอเมทิสต์จากธรรมชาติที่ผ่านการเจียระไนด้วยมือและถูกปรับเปลี่ยนขนาดโดยคาร์เทียร์ ผ่านหัตถศิลป์เชิงช่างเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ใหญ่ลงตัวพอดีกับตัวเรือนประดับเพชร

ลิลลี่ คอลลินส์ แอมบาสเดอร์ประจำคอลเลคชั่น Clash [Un]limited

ลิลลี่ คอลลินส์ (Lily Collins) นักแสดงสาวชื่อดังและศิลปินรุ่นใหม่ที่กล้าเปิดเผยด้านที่แตกต่างของตนเอง แอมบาสเดอร์ประจำคอลเลคชั่นแคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]limited) ด้วยนิสัยที่รักอิสระ เต็มไปด้วยพลังและความเป็นธรรมชาติ ลิลลี่ คอลลินส์จึงเป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการสื่อถึงพลังสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน 2 ขั้วของคอลเลคชั่น แคลช [อัน]ลิมิเต็ด (Clash [Un]limited) นี้

ความรับผิดชอบต่อสังคม

คาร์เทียร์ ในฐานะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ใส่ใจเป็นพิเศษกับพันธกิจในการเสาะหาวัสดุอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการจัดหาเพชรจากแหล่งที่มาที่ไม่มีความขัดแย้งและดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของ Kimberley Process และกฎของ World Diamon Council นอกจากนี้ ทองที่ใช้ในเครื่องประดับนำมาจากกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับวัสดุในเครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นแร่ หิน หรืออัญมณีต่างๆ คาร์เทียร์เลือกที่จะร่วมงานกับเหมืองขนาดเล็กระดับชุมชนที่ผ่านการรับรองจากสภาเครื่องประดับที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Jewellery Council) ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานเชิงความรับผิดชอบต่อสังคม กฎการใช้สารเคมี และหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ ได้ที่ www.cartier.com/en-th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Cartier Thailand LINE Official Account @CartierTH 

Hidden Folder เสื้อกัดสีเสน่ห์มัดใจคนรักมัดย้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665401

วันที่ 12 ต.ค. 2564 เวลา 13:55 น.Hidden Folder เสื้อกัดสีเสน่ห์มัดใจคนรักมัดย้อมวิช-วิศรุต เฉลิมสิทธพัฒน์ เลือกสานฝันผ่านการทำเสื้อมัดย้อม จุดประกายสร้างแบรนด์ Hidden Folder คนรักงานแฟชั่นคราฟต์ต้องมาชมและเลือกลายที่ใช่…แตกต่างไม่เหมือนใคร

เสน่ห์ของเสื้อมัดย้อมที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และมีหนึ่งเดียวเท่านั้น ถือเป็นซิกเนเจอร์สำคัญที่ทำให้ผู้คนหลงใหลและไม่เบื่อกับการเลือกหยิบเสื้อมัดย้อมมาใส่หรือแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า และเสน่ห์นี้เองที่มัดใจให้ “วิช” วิศรุต เฉลิมสิทธพัฒน์ เลือกที่จะสานฝันของตัวเองด้วยการทำเสื้อมัดย้อมผ่านแบรนด์ “Hidden Folder” ซึ่งผู้ชื่นชมงานแฟชั่นคราฟต์ต้องมาชมและเลือกลายที่ใช่สำหรับคุณได้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

ดีไซเนอร์หนุ่มวิช กล่าวว่า เป็นคนชอบซื้อเสื้อเป็นประจำทุกเดือน จนหลายคนทักว่าทำไมไม่เปิดร้านขายเสื้อเองเลย ถือเป็นจุดผลักดันแรกเริ่มที่ทำให้คุณวิช ตั้งปณิธานในใจที่จะต้องทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ประกอบกับพูดได้ว่าเป็นคนที่มีความหลงใหลในงานศิลปะและความชอบงานอาร์ทที่อยู่บนเสื้อผ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อสบโอกาสความเหมาะสมทุกอย่างจึงลงมือสร้างแบรนด์ Hidden Folder ขึ้นมาใช้เวลาเดือนเดียวก็ทำแบรนด์เสร็จ เพราะมีความรู้เรื่องการออกแบบอยู่แล้ว และรู้ตัวว่าชอบสไตล์ไหนพอลงมือทำไม่นานก็เสร็จ คุณวิชบอกว่าแรกเริ่มทำแนวสตรีทฮิปฮอปก่อนแต่ไม่ตอบโจทย์ จึงเปลี่ยนมเป็นมัดย้อมก็ปังทันที คิดว่าเป็นเพราะมัดย้อมคนใส่ได้เรื่อยๆ ใส่กับยีนส์ตัวเดียวก็จบคอมพลีทลุคได้

ตั้งใจที่จะทำให้ Hidden Folder เป็นแบรนด์ลับในใจของลูกค้า ที่ว่าหากต้องการหาซื้อเสื้อมัดย้อมพิเศษๆ สักชิ้นจะต้องนึกถึงเรา อย่างที่บอกก่อนจะมาเป็นเสื้อมัดย้อม เริ่มต้นจากการทำเสื้อผ้าแนวสตรีทฮิปฮอปก่อน ทำเสื้อยืดสกรีนลายแต่คิดว่าลวดลายที่ทำไม่ตอบโจทย์กลุ่มฮิปฮอปเท่าที่ควร จึงปรับวิธีการใหม่หันมาทำเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์แทน ทดลองทำเสื้อมัดย้อม กัดสี ย้อมสีดู ทำออกมาสิบตัวสิบลายไม่ซ้ำกันปรากฎว่า เปิดขายวันเดียวหมดเกลี้ยง จึงคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว พอผลตอบรับดีจึงจำนวนการผลิตมากขึ้น จากหนึ่งลายหนึ่งตัว เป็นหนึ่งลายยี่สิบตัว สามสิบตัว จนถึงห้าสิบตัวบ้าง เพราะลูกค้ามักจะมาซื้อเสื้อลายเดิมซ้ำ ถึงแม้ว่าจะเป็นลายเดิม แต่บอกได้เลยว่าไม่ว่ายังไงก็เป็นตัวเดียวในโลกอยู่ดี เพราะแต่ละครั้งที่ทำจะมีองศาหรือลายที่เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย แต่ยังคงรูปทรงเดิมอยู่

กว่าจะได้แต่ละลายที่มีความโดดเด่น คุณวิชบอกว่าต้องเสียเสื้อเปล่าไปไม่น้อย เพราะทุกอย่างคือการทดลอง อินสไปร์มาจากการลองพับแบบนั้นแบบนี้ พับแล้วกัดสีวิธีนี้จะได้ลายแบบไหน จดบันทึกและทดลองไปเรื่อยๆ การพับมัดแล้วย้อมจะเป็นพื้นฐาน แต่พอกัดสีลงไปก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งที่มีการเหลื่อมของสีตัวเสื้อเข้ามาเกี่ยวด้วย ซึ่งการกัดสีให้ได้เสื้อสีสดๆสวยงามนี่เองกลายเป็นจุดเด่นหรือซิกเนเจอร์ของร้านเรา ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายก็คือ เสื้อมัดย้อมสีเป็นการเอาเสื้อขาวเปล่าๆมามัดให้เกิดลายแล้วใส่สีเทลงไป ส่วนการกัดสีคือการเอาเสื้อสีๆ สำเร็จรูปมาทำการมัดแล้วเอาสีติดเสื้อเดิมออกมา

ส่วนทางด้านลวดลายในการออกแบบได้มาจากการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ไปเจออะไร เจอ Quote คำพูดหรือคีย์เวิร์ดก็ไรก็เอามาต่อยอดออกแบบ เช่น ลาย somewhere ไปเจอคนพ่นคำนี้ก็เลยเอามาทำลายต่อ หรือ คำพูดเด่นๆมีมในโซเชียล ก็เอามาแปลงเป็นภาษาอังกฤษ เอามาประโยคฮุกเด็ดๆมาแปลง หรือเอามาผสมเรื่องราวกันจากสองประโยคสองเรื่อง มาผสมกลายเป็นเรื่องราวใหม่ โดยลายฮอตฮิตจะเป็นลายดอกไม้กับข้อความว่า No Rain No Flowers เกิดจากเห็นภาพช่อดอกไม้ในอินเตอร์เน็ต เลยลองนำภาพดอกไม้มาวาดใหม่แล้วหา Quote มาซ้อนทับจนกลายเป็นเรื่องราวใหม่ “ถ้าไม่มีฝนจะไม่มีดอกไม้งอกงาม” ส่วนใหญ่ข้อความที่เลือกมาทำจะเป็นแนวให้แง่คิดให้กำลังใจ เตือนสติ แต่จะไม่ดูซีเรียสจนเกินไป ออกแนวชิลด์ๆสบายๆมากกว่า ล่าสุดกับลายดอกเดซี่ Just Keep Glowing ที่ต่อยอดมาจากลาย No Rain…หลังจากฝนตกดอกไม้ก็เจริญงอกงาม แสดงถึงการเติบโต เป็นการเอาคีย์เวิร์ดมาปรับต่อ

เสื้อผ้าของ Hidden Folder เอกลักษณ์คือการกัดสีและความใช้สีสันสดๆสวยงาม ซึ่งลูกค้าจะชอบมาก ด้วยเพราะสีสันที่เราเลือกใช้สวยอยู้แล้ว พอมากัดสีก็ได้ลายใหม่ที่สวยขึ้น สไตล์ง่ายๆสามารถนำมามิกซ์แมทช์กับการแต่งตัวได้สนุกสนาน สีพาสเทล ชมพู ม่วง ฟ้า จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้นเสื้อมัดย้อมกัดสีของเราจะมีลายที่แตกต่างไปจากท้องตลาด ต่างจากร้านอื่นๆ ไม่ได้เป็นลายที่มีอยู่แล้วแต่เป็นการครีเอทใหม่จากวิธีการพับไปมา การเลือกข้อความมาวางบนเสื้อ ซึ่งไม่ค่อยมีคนทำ ทำให้แบรนด์เราติดอยู่ในใจลูกค้าให้นึกถึงเสมอ

“ตอนนี้ก้าวเล็กๆของการสานฝันตัวเองเป็นรูปเป็นร่างแล้ว มีแบรนด์ของตัวเอง ได้มาวางขายสินค้าในสยามเซ็นเตอร์ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยังมีเป้าหมายใหญ่รออยู่ข้างหน้า นั่นคือการเปิดข้อปแบรนด์ตัวเอง ซึ่งตอนนี้มองว่าเราเพิ่งเดินมาได้สองสามก้าว อนาคตยังอีกไกล แต่เราไม่ท้อและยังมุ่งมั่นต่อเพื่อให้ความตั้งใจและเป้าหมาของเราเป็นจริงให้ได้ คนเราต้องไม่กลัวและกล้าที่จะเริ่มต้น ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วทำให้สำเร็จ” คุณวิชกล่าว

สำหรับใครที่สนใจ Hidden Folder เสื้อมัดย้อมกัดสีลายแปลกใหม่สดใสไม่เหมืนอใคร สามารถแวะไปได้ที่ร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งเดียที่ล้ำเทรนด์ https://www.facebook.com/absolutesiamstore หรือช้อปเพลินๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop https://onesiam.one-viz.com, Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

4 Mindset จัดการความคิด สร้างความมั่นใจ มองหาความดูดีในตัวเองให้เจอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665287

วันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 11:30 น.4 Mindset จัดการความคิด สร้างความมั่นใจ มองหาความดูดีในตัวเองให้เจอความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง เปิด 4 Mindset จัดการความคิด สร้างความมั่นใจ มองหาความดูดีในตัวเองให้เจอ

การสูญเสียความมั่นใจ เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าดารา ศิลปิน คนดังหรือเซเลบริตี้ ก็มักจะมีปัญหาข้อกังวลใจเกี่ยวกับความงามหรือความดูดีของตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะด้วยอาชีพที่ต้องอยู่หน้ากล้อง อยู่ท่ามกลางคนดูดี และต้องอยู่ในสายตาของสาธารณชนอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ต้องใส่ใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ สำหรับบางรายอาจรู้สึกถึงความกดดัน คิดว่าเป็นความรับผิดชอบว่าจะต้องดูดีอยู่เสมอ อย่างเรื่องของใบหน้า ซึ่งเป็นส่วนที่คนทั่วไปสามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งเมื่อไหร่ที่เจอกับความเครียด การโหมทำงานหนัก พักผ่อนน้อยอย่างต่อเนื่อง เจ็บป่วย อยู่ในสภาวะจิตใจอ่อนไหว หรือด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น เหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อสภาพทางร่างกายทันที ทั้งริ้วรอย ผิวที่โทรมหมองคล้ำ หรือใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ก็เป็นปัญหาที่จะตามมาทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นจุดเริ่มให้เกิดความกังวล ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจที่ลดลงได้ วันนี้ เราจึงขอหยิบยกข้อคิด คำแนะนำเรื่องการจัดการความคิด ความเครียด และปรับทัศนคติในการใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพใจ กาย ไปจนถึงความงาม เพื่อส่งเสริมความมั่นใจสำหรับทุกคน มาฝากกันอีกครั้ง 

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานหลากหลายท่าน มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการเสริมความงามอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งแนวคิดการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองแบบ Confidence to be ในรายการ Woody FM โดยมีแขกรับเชิญเป็นคนดังมากมายแวะเวียนกันมาแชร์ประสบการณ์และปัญหาความงามที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ ซึ่งเราได้สรุปรวมข้อคิดทั้งหมดที่ได้จาก 9 ตอน มารวมไว้ที่นี่แล้ว กับ 4 Mindset จัดการความคิด สร้างความมั่นใจ มองหาความดูดีในตัวเองให้เจอ

1. เข้าใจตัวเอง

สิ่งแรกก่อนที่ทุกคนจะมั่นใจในตัวเองได้และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความรู้จักและต้องเข้าใจตัวเองให้มากที่สุด รู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร จุดเด่นจุดด้อยคืออะไร และมองให้เห็นปัญหา เพื่อที่จะสามารถปรับแก้หรือหาวิธีดูแลในส่วนที่ขาดความมั่นใจได้อย่างตรงจุด โดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้สวยตามมาตรฐานความงาม (Beauty Standard) ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของ หมอป้อ – พันตรี นพ. อุกฤษ จิรภัทรสุนทร แห่ง B Well Clinic at BTS อารีย์ “ปัจจุบันผู้รับบริการไม่ได้มาด้วยโจทย์ว่าต้องการสวยหล่อแบบเพอร์เฟค แต่มาด้วยโจทย์ที่ว่า ต้องการปรับจุดด้อย เน้นจุดเด่นบนใบหน้าและยังคงความเป็นตัวเอง ที่ให้ผลลัพธ์แบบ Effortless Beauty หรือสวยหล่อแบบเป็นตัวเอง โดยไม่ต้องพยายามปรุงแต่ง”

2. มองหาความดูดีในตัวเอง

สิ่งที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองได้ คือ การที่เราโฟกัสและมองในส่วนที่ดูดี หรือส่วนที่เราภูมิใจ เป็นการสะกดจิตตัวเองอย่างหนึ่ง โดยจะทำได้หลังจากการทำความเข้าใจตัวเองและรู้ถึงจุดเด่นจุดด้อยของตัวเองอย่างแน่ชัดแล้ว ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกดีและเพิ่มความมั่นใจในตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ตามที่ นพ. วาสนภ วชิรมน สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่จะทำให้เราน่ามองและดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น และมนุษย์ทุกคนควรมี คือ “Confidence to be…” หรือ ความมั่นใจในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งความมั่นใจนี้ ไม่ได้เกิดจากความรู้ แต่เกิดจากความพร้อม ในที่นี้คือ ความพร้อมที่มาจากจิตใจ และต้องมีความพร้อมด้านร่างกายมาประกอบด้วย ซึ่งความพร้อมนี้แหละที่จะทำให้เราเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ และรับมือได้อย่างมั่นใจ และเมื่อเรามีความมั่นใจ ก็จะก่อให้เกิดเป็นรากฐานที่สร้างความมั่นใจในระดับต่อไปได้ดียิ่งขึ้น”

3. ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง

อีกหนึ่งความคิดที่สำคัญ คือการยอมรับว่าความสมบูรณ์แบบหรือความเพอร์เฟคนั้นไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ทุกคนล้วนเกิดมามีสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีสิ่งใดที่สามารถมาวัดมาตรฐานว่าแบบไหนคือสิ่งที่สมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง ? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองและทัศนคติของแต่ละบุคคล ดังนั้นจึงไม่ควรยึดติดมากเกินไป เมื่อเราเข้าใจในพอยท์นี้ได้แล้ว จะทำให้เรามองในสิ่งที่เป็นเราและพัฒนาในสิ่งที่มี ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นพร้อมกับความมั่นใจซึ่งจะทำให้เราดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจ หมอโอ๊ค – นายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล แห่ง Smith Prive’ Aesthetique Clinic เคยให้คำแนะนำที่สนับสนุนแนวคิดไว้ว่า “ผมเชื่อว่า ความมั่นใจคือพลังในการขับเคลื่อนหลายๆ อย่างในชีวิต ความงามก็เช่นเดียวกัน ความหมายของคำว่า Confidence to be… คือ ความพึงพอใจในตัวเอง ที่จะช่วยให้เราไม่หลงไหลไปตามกระแส ซึ่งการที่เราจะก้าวไปสู่ความสมบูรณ์แบบในแบบฉบับของตัวเองได้ ต้องเริ่มจากความเข้าใจตัวเอง รู้ว่าเรามีจุดเด่นหรือจุดด้อยอะไร และต้องยอมรับว่าความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ (perfection) นั้นไม่มีอยู่จริง ไม่มีใครบอกว่าดีที่สุดคืออะไร แต่คุณต้องรู้ว่า ดีที่สุดสำหรับคุณคืออะไร” ความดูดีเริ่มต้นได้จากการเข้าใจตัวเอง และยอมรับในจุดเด่นจุดด้อยเพื่อลดความกังวลเรื่องรูปลักษณ์ที่ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ (imperfection) และเสริมความมั่นใจได้ถูกจุด

4. ดูแลตัวเองด้วยการเริ่มต้นอย่างถูกต้องและปลอดภัย เสริมความมั่นใจและเป็นตัวเองในแบบที่ดูดีขึ้น

หลายคนเมื่อเจอปัญหาและอยากเร่งรีบแก้ไขเพื่อเสริมความมั่นใจบนใบหน้า ถึงตอนนั้นต้องไม่ลืมที่จะศึกษาและหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องของการเสริมความงาม เพราะหากเราเริ่มต้นได้ถูกต้องและมีความปลอดภัย อย่างการยกกระชับหน้าด้วยเครื่องอัลเทอราปีแท้ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ หรือ การเลือกใช้สารลดเลือนริ้วรอยโบบริสุทธิ์ ที่จะทำให้ไม่มีการดื้อโบและทำได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งส่งเสริมความดูดีในแบบที่เป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้คำแนะนำไว้สำหรับทุกคนที่อยากเริ่มต้นดูแลผิวพรรณที่คลีนิกเสริมความงามคือ “1) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเป็นแพทย์จริงหรือไม่ โดยเช็คได้จากจากเว็บไซต์ของแพทยสภาหรือสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย 2) ‘ตรวจสอบคลินิก’ ว่าได้รับอนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือไม่ และ 3) หาข้อมูลของสารที่จะใช้ให้แน่นอนเสียก่อน” ดังนั้น เพียงทำตามข้อแนะนำเหล่านี้จึงทำให้วิธีการดูแลความสวยหรือเสริมความหล่อของเราถูกต้องและปลอดภัย

ความมั่นใจและความดูดี ไม่ได้เกิดจากการดูแลตัวเองอย่างดีเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความคิด ทัศคติที่มีต่อตัวเราเองด้วย เพราะหากเรามองไม่เห็นสิ่งที่เราเป็น ไม่ภูมิใจในตัวเอง ต่อให้เราพยายามดูแลตัวเองหรือปรับเปลี่ยนตัวเองมากเท่าไหร่ก็จะยังรู้สึกไม่พอดีและไม่ค้นพบความสุขในตัวเอง ดังนั้นควรเริ่มจากการปรับความคิดที่ดีกับตัวเอง แล้วจึงค่อยมองหาตัวช่วยเพื่อเสริมความมั่นใจให้ตัวเราดูดีและรู้สึกดีกว่าที่เคย รับฟังมุมมองเสริมความมั่นใจเพิ่มเติมกันได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=5dBQFgCLOxI และสามารถดูดียิ่งขึ้น ด้วยความมั่นใจที่ปลอดภัย โดยตรวจสอบคลินิกที่ให้บริการ โบบริสุทธิ์ ฟิลเลอร์เนื้อเนียน จาก?สวิสเซอร์แลนด์  และเครื่องอัลเทอราปีแท้ ได้ที่  www.merzclubthailand.com

ชุดเดรสผ้าทอไทยลื้อ เสน่ห์ลวดลายสุดเอกลักษณ์ของผ้าทอชนเผ่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/665272

วันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 10:38 น.ชุดเดรสผ้าทอไทยลื้อ เสน่ห์ลวดลายสุดเอกลักษณ์ของผ้าทอชนเผ่า‘พรฟ้า ปุณิกา’ ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand อวดลุคออกกองประกวดวันแรก กับชุดเดรสผ้าทอไทลื้อสุดปัง จากห้องเสื้อ วนัช กูตูร์

ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ สำหรับ พรฟ้า-ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ ในฐานะผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ หลังจากปล่อยลุคสุดแซ่บจนเกิดกระแสในชั่วข้ามคืน ในงานเปิดตัวมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 รอบ 30 คนสุดท้ายได้ไม่นาน ล่าสุดเสิร์ฟความปังสวยฟาดไปอีกหนึ่งกรุบกับชุดเดรสผ้าทอไทยลื้อในกิจกรรมวันแรกของกองประกวด ซึ่งตรงกับวันเกิดของเธอด้วย ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ที่สามารถเรียกสายตาของคนทั้งงานได้ไม่แพ้สาวงามผู้เข้าประกวดเลยทีเดียว

ด้วยความมีเสน่ห์ของลวดลายสุดเอกลักษณ์ของผ้าทอชนเผ่าไทลื้อทำให้ชุดเดรสที่พรฟ้าเลือกสวมใส่ในวันนี้มีความสวยงามที่แตกต่างออกไป เกิดจากการผสมผสานในทุกรายละเอียดของความงดงามจากผ้าทอแต่ละเส้น บวกกับงานออกแบบและตัดเย็บสุดประณีตจากห้องเสื้อชื่อดัง วนัช กูตูร์ ทำให้ชุดไทลื้อชุดนี้ดูเลอค่าและมีความหมาย มีความอ่อนช้อยสวยงามแต่ทรงพลังน่าค้นหา สมกับสาวพรฟ้าเป็นที่สุด ซึ่งวันนี้เธอทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เธอเกิดมาเพื่อเป็นนางพญาตัวจริง เสียงจริง และการประกวดครั้งนี้จะพิสูจน์ว่าเธอจะเปรี้ยงปังกับบทบาทใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผู้เข้าประกวดได้มากแค่ไหน เห็นทีว่ากว่าจะจบงานประกวดในปีนี้ เราคงได้เห็นศักยภาพของสาวพรฟ้าที่เดินหน้าไปไกลมากๆ บวกกับความสวยโดดเด่นแบบนี้ในอีกหลายลุคแน่นอน  แฟนๆ คอยติดตามชมกันได้เลย