สาขาแรกในไทยเปิดให้ลิ้มลองความอร่อยแล้ววันนี้ Yakiniku Like @เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669026

วันที่ 24 พ.ย. 2564 เวลา 18:33 น.สาขาแรกในไทยเปิดให้ลิ้มลองความอร่อยแล้ววันนี้ Yakiniku Like @เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวร้านยากินิกุชื่อดังในคอนเซ็ปต์ “อร่อย รวดเร็ว คุ้มค่า” พร้อมให้ลูกค้ามาสัมผัสประสบการณ์ปิ้งย่างต้นตำรับจากญี่ปุ่น จัดเต็มฉลองสาขาแรกในประเทศไทย ด้วยโปรโมชันในราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาท!

คนรักปิ้งย่างร้องว้าววววว เมื่อชาวไทยพร้อมได้ฟินกับสุดยอดเนื้อของร้าน Yakiniku Like ร้านยากินิกุที่มาในสไตล์ Fast Casual แห่งแรกจากประเทศญี่ปุ่น ปักหมุดเปิดให้บริการสาขาแรก  ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว พร้อมมอบประสบการณ์ยากินิกุที่ไม่มีใครเหมือนให้สายปิ้งย่างในไทยได้ลิ้มลอง และจัดเต็มโปรโมชันฉลองการเปิดสาขาแรก ให้ลูกค้าอิ่มอร่อยกับเมนูเซ็ตยอดนิยมในราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาทเท่านั้น!

ด้วยแนวคิด “อร่อย รวดเร็ว คุ้มค่า” ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์การกินปิ้งย่างสไตล์ Fast Casual ด้วยบริการเสิร์ฟอาหารที่รวดเร็วภายใน 3 นาที พร้อมด้วยนวัตกรรมเตาย่างไร้ควัน ที่มีระบบระบายอากาศทุก ๆ 2.30 นาที ช่วยถ่ายเทอากาศภายในร้าน นอกจากนี้ ระบบฟอกอากาศยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถมารับประทานอาหารปิ้งย่างได้ทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดตัวหรือเสื้อผ้าอีกต่อไป ทั้งนี้ สาขาเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว พร้อมตอบรับความต้องการลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยที่นั่งพร้อมเตาปิ้งย่างส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาคนเดียว ไปจนถึงที่นั่งสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม ด้วยพื้นที่รองรับลูกค้าสูงสุดถึง 72 ที่นั่ง

ณ Yakiniku Like สาขาแรกของประเทศไทย สาวกปิ้งย่างจะได้ลิ้มรสความอร่อยของเนื้อวัวคุณภาพนำเข้าจากสหรัฐและออสเตรเลีย รวมไปถึงเนื้อหมูและไก่พร้อมให้เลือกสรรทั้งในรูปแบบอาหารจานเดี่ยวและเซ็ตสุดคุ้มที่เสิร์ฟพร้อมข้าว ซุปสาหร่าย และเครื่องเคียงอย่างกิมจิหรือสลัด ไม่ว่าจะเป็นเซ็ตหมูคารูบิ หรือหมูสามชั้น ซึ่งเป็นเมนูพิเศษเฉพาะประเทศไทย ในราคาเริ่มต้นเพียง 169 บาท (100 กรัม) เซ็ตเมนูเนื้อยอดนิยมอย่างเซ็ต LIKE ที่ประกอบไปด้วยเนื้อคารูบิ เนื้อฮารามิ และกีวตัน (เนื้อส่วนท้อง เนื้อซี่โครงไม่มีกระดูก และลิ้นวัว) ในราคาเริ่มต้นที่ 339 บาท (150 กรัม) พร้อมด้วยตัวเลือกเนื้อพรีเมี่ยมอย่าง เซ็ตเนื้อไพรม์คารูบิและหมูคุโรบูตะ หรือเนื้อซี่โครงไม่มีกระดูก และหมูคุโรบุตะ ในราคาเริ่มต้นที่ 269 บาท (100 กรัม) และเนื้อวากิว จานเดี่ยว ในราคาเริ่มต้นเพียง 429 บาท (120 กรัม) นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถสั่งเมนูจานเดี่ยวอื่นๆ อย่างเช่น  เมนูเนื้อคารูบิ (เนื้อส่วนท้อง) ในราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาท (50 กรัม) 

พร้อมรับประทานเนื้อย่างร้อน ๆ ได้อร่อยยิ่งขึ้น ด้วยซอสสูตรพิเศษเฉพาะที่ Yakiniku Like ได้แก่ ซอสบาร์บีคิวไลค์ออริจินอล ซอสการ์ลิคโชยุ ซอสสไปซี่มิโซะ และซอสซีซอลท์ ที่จัดเตรียมไว้บนโต๊ะให้เลือกสรรกันอย่างง่ายดาย

โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไร้สัมผัส  เพียงแค่สแกน QR Code ผ่านโทรศัพท์มือถือ (B.Y.O.D. – Bring Your Own Device) นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถจองคิวทางออนไลน์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน QueQ ซึ่งช่วยทั้งประหยัดเวลาและลดจำนวนของลูกค้าที่ยืนรอหน้าร้าน ให้ทุกคนสามารถเว้นระยะห่างได้อย่างปลอดภัย ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โปรโมชั่นพิเศษ

พิเศษสุด! Yakiniku Like ยังได้เตรียมโปรโมชันเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับเมนูอาหารยอดนิยมในราคาเพียง 29 บาท! (จำนวนจำกัด ขอสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่มาก่อน)

รู้หรือไม่? โปรโมชันราคา 29 บาท มีที่มาจากคำว่า “นิกุ” ซึ่งแปลว่าเนื้อในภาษาญี่ปุ่น โดย “นิกุ” เป็นคำพ้องเสียง และยังหมายถึงเลข 29 อีกด้วย (เลข 2 ในภาษาญี่ปุ่นอ่านออกเสียงว่า “นิ” และเลข 9 อ่านออกเสียงว่า “กุ” รวมกันเป็น “29” หรือ “นิกุ”)

  • ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ลูกค้า 100 ท่านแรกที่มารับประทาน Yakiniku Like สามารถสั่งเซ็ตเนื้อคารูบิ ได้ในราคาเพียง 29 บาท! (200 กรัม) จากราคาปกติ 259 บาท (จำกัดจำนวน 1 คนต่อ 1 เซ็ต)
  • ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ลูกค้า 100 ท่านแรกที่มารับประทาน Yakiniku Like สามารถสั่งเซตหมูคารูบิ ได้ในราคาเพียง 29 บาท! (200 กรัม) จากราคาปกติ 259 บาท (จำกัดจำนวน 1 คนต่อ 1 เซต)
  • ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม ลูกค้าสามารถสั่งเมนูจานเดี่ยวเนื้อคารูบิ หรือ เนื้อไก่ หรือ หมูคารูบิ ได้ในราคาเพียงจานละ 29 บาท (50 กรัม จำกัดจำนวน 1 จานต่อ 1 บิล และจนกว่าของจะหมด)

ตามไปปิ้งให้ฟินกันได้ที่ร้าน Yakiniku Like ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

ช่องทางในการติดตาม Yakiniku Like

Facebook: @yakinikulike.th

Instagram: @yakinikulike.th

Hashtag: #yakinikuliketh

ชม ชิม ช้อป เหมือนยกอิตาลีมาไว้ที่ใจกลางกรุงเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668911

วันที่ 23 พ.ย. 2564 เวลา 14:10 น.ชม ชิม ช้อป เหมือนยกอิตาลีมาไว้ที่ใจกลางกรุงเทพฯคนตกหลุมรักประเทศอิตาลีต้องไม่พลาดงานนี้ The 6th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 เอาใจทุกสายช้อป สายชิม สายท่องเที่ยว แบบที่ไม่ต้องบินไกลไปถึงอิตาลี

เริ่มต้นแล้ว! สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 “The 6th Italian Cuisine Week” กลับมาแล้ว สำหรับเทศกาลอาหารอิตาเลียนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่พร้อมให้ทุกคนได้มาลิ้มรสความอร่อยของอาหารอิตาเลียนอันเลื่องชื่ออีกครั้ง โดยสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (ITA Italian Trade Agency) ได้จัดงานครั้งนี้ พร้อมกว่าอีก 110 ประเทศทั่วโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์  “Sustainability – Traditional – Innovation”  ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าอิตาลีอย่างยั่งยืน และใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานกับเสน่ห์การปรุงอาหารแบบต้นตำรับ ท่ามกลางบรรยากาศดนตรีสดเคล้าไปกับรสชาติของอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ จากร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังทั่วกรุง รวมทั้งพบกับผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานสุดพรีเมียมรวมกว่า 30 แบรนด์ ที่คัดมาให้เลือกสรร ระหว่างวันนี้-24 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ 

ฯพณฯ ลอเรนโซ กาลานติ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “อาหารอิตาเลียน มีความหมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังรวมถึงนวัตกรรม ความกินดีอยู่ดี และความยั่งยืน ความจริงแล้ว อาหาร ’เมดิเตอร์เรเนียน’ จัดว่าเป็นอาหารต้นตำรับที่รับประทานกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นต้นแบบของแพทย์และนักวิจัยว่าช่วยในเรื่องลดน้ำหนัก ปัญหาสุขภาพหัวใจ รวมทั้งองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้ศิลปะการทำพิซซ่าแบบเนเปิลส์ (pizzaiuolo napoletano) ถูกรวมให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ สำหรับงานสัปดาห์อาหารอิตาเลียน (The 6th Italian Cuisine Week) เป็นงานประจำปีของชาวอิตาลีที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อร่วมส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมของอาหารอิตาเลียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งเพื่อร่วมสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากอิตาลีอีกด้วย เราจึงมีความยินดีที่จะเฉลิมฉลองสัปดาห์พิเศษนี้ในประเทศไทย”

ในปีนี้ได้เนรมิตพื้นที่ของศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็นแหล่งความอร่อย โดยรวบรวมร้านอาหารอิตาเลียนระดับแถวหน้า พร้อมคัดสรรวัตถุดิบอิตาเลียนดั้งเดิมมาไว้ในงานเดียว ให้เหล่าอิตาเลียนเลิฟเวอร์ได้มาเช็คอิน และลองลิ้มชิมรสกันแบบไม่มีเบื่อ โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ “โซนพลาซ่า” ที่ทุกคนจะได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารอิตาลีรสเลิศจากสูตรต้นตำรับ  “โซนมาร์เก็ต” มาพร้อมวัตถุดิบชั้นดีจากประเทศอิตาลี ให้ได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ “โซนดนตรีสด” กับการบรรเลงดนตรีสดบนเวที โดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะขับกล่อมทุกคนด้วยเสียงเพลงสุดไพเราะตลอดทั้งวัน ปิดท้ายที่รวม “โซน Exhibition” มาพร้อมการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์งานของปีนี้ อย่าง “Sustainability – Traditional – Innovation” ซึ่งตลอด 3 วันของการจัดงาน อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย หลากหลายความอร่อย ควบคู่ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ 

· วันที่ 23 พ.ย. 64 – พบกับการนำเสนอเกี่ยวกับอาหารอิตาเลียน ในหัวข้อ “Italian Wine Pairing” ผ่านไลฟ์สด โดย Ciro Fontanesi ซอมเมอลิเยร์ จาก ALMA นอกจากนี้เชฟ Carlo Maria Ricci  พร้อมด้วย Ciro Fontanesi  ยังมาเปิดบทเรียนสอนทำอาหารทางออนไลน์ผ่านวิดีโอ รวมถึง ผศ.ดร.ฟ้าลั่น ศรีสุริยชัย จะมาแนะนำการจับคู่ไวน์อิตาเลียนกับอาหาร และพาผู้ที่หลงใหลไปท่องโลกไวน์แดงของอิตาลีด้วยกัน

· วันที่ 24 พ.ย. 64 – รับฟังดนตรีสดและสัมผัสมนต์เสน่ห์ลิ้มลองอาหารอิตาเลียน สำหรับผู้ที่สนใจสปาร์กลิงไวน์อิตาลี ห้ามพลาด เพราะ ผศ.ดร.ฟ้าลัน ศรีสุริยะชัย จะขึ้นเวทีนำเสนอการจับคู่และสปาร์กลิ้ง ไวน์ ของอิตาลี กับอาหาร ในงานด้วย

· วันที่ 24 – 26 พ.ย. 64 – เปิดคลาสเรียนออนไลน์กับผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.ฟ้าลั่น ศรีสุริยชัย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากประเทศไทยและพม่า มาร่วมนำเสนอการเรื่องราวของไวน์แดง ไวน์ขาว และสปาร์กลิ้ง ไวน์ ของอิตาลี และการจับคู่ไวน์กับอาหารแต่ละประเภทอีกด้วย

ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ตกหลุมรักประเทศอิตาลีต้องไม่พลาด งาน The 6th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 6 เอาใจทุกสายช้อป สายชิม สายท่องเที่ยว แบบที่ไม่ต้องบินไกลไปถึงอิตาลี

สัญลักษณ์แห่งความสุข บรรยากาศคริสต์มาสและฉลองปีใหม่ของไทยเริ่มแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668816

วันที่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 13:30 น.สัญลักษณ์แห่งความสุข บรรยากาศคริสต์มาสและฉลองปีใหม่ของไทยเริ่มแล้วเช็กอินสถานที่เก็บโมเมนต์แห่งความสุขที่ดีที่สุด “เซ็นทรัลเวิลด์” แลนมาร์กใจกลางเมืองที่มีไฟต้นคริสต์มาสยักษ์สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมมุมถ่ายรูปดินแดนแห่งแสงส่องประกายความสุข Forwarding Happiness สุดตระการตาทั่วศูนย์ฯ

เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับปรากฏการณ์ความสุขทั้งในและนอกศูนย์การค้า จำลองบรรยากาศเมืองนอกใน The Christmas carnival outdoor market  พร้อมช้อปตลาดรวมของขวัญกว่าล้านชิ้น และสนุกกับ 8 คาแรกเตอร์คริสต์มาสสุดน่ารัก ส่งต่อ Positive Energies ให้ทุกคน

โดยปีนี้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กแห่งการฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ จัดงานฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส Forwarding Happiness 2022 สัญลักษณ์การเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยจัดต่อเนื่องถึงเคาท์ดาวน์ ร่วมฉลอง Moment of Celebration กับ Christmas Tree Landmark ต้นคริสต์มาสยักษ์ที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยความสูงกว่า 40 เมตร และมุมถ่ายรูป 8 โซน เนรมิตด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ให้กลายเป็นดินแดนแห่งแสงส่องประกายความสุข เพื่อส่งต่อพลังความสุขแทนคำขอบคุณในโอกาสที่เซ็นทรัลพัฒนาอยู่เคียงข้างสังคมไทยมากว่า 40 ปี

โดยพิธีเปิดงานสุดยิ่งใหญ่ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นประธานเปิดงานร่วมกับ คุณสุทธิภัค จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กรรมการที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา พร้อมด้วย คุณอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณกันต์ กุลปิยะวาจา CMO บริษัท ชบาบางกอก จำกัด, คุณอธิศ รุจิรวัฒน์ Managing Director บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด และคุณสุพรทิพย์ พงศาชำนาญกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส Head of Credit Card Products Card Payment and Unsecured Product ให้เกียรติร่วมงาน  พร้อมเนรมิตโชว์ยิ่งใหญ่ นำโดย โบว์-เมลดา สุศรี นักแสดงชื่อดัง กับ Live performance ครั้งแรกของการร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกับวง Thailand Philharmonic Pops Orchestra เต็มรูปแบบ จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ในปีนี้ มีความพิเศษกว่าทุกๆ ปี เพราะเป็นปีที่เซ็นทรัลพัฒนาอยู่เคียงข้างสังคมไทยมากว่า 40 ปี การจัดงานในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการส่งต่อพลังความสุขแทนคำขอบคุณให้กับคนไทย โดยเราได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความสุขมากมาย อาทิ ต้นคริสต์มาสยักษ์ที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สัญลักษณ์แลนด์มาร์กฉลองความสุข,  มุมถ่ายรูปตระการตา 8 โซน และการตกแต่งทั่วทั้งศูนย์การค้า ให้กลายเป็นดินแดนแห่งแสงส่องประกายความสุข และเป็น Photo Landmark ที่คนไทยต้องมาทุกปี  พร้อมโชว์พิเศษ 3 มิติทะลุจอ the Panoramix ชมพร้อมกันครั้งแรก, ต่อด้วยการแสดงดนตรีจากวงไทยแลนด์ ฟีลฮาร์โมนิก ป๊อบส์ ออร์เคสตรา เต็มรูปแบบ จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล   นอกจากนี้ เตรียมพบกับปรากฏการณ์ความสุขต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี อาทิ  Music Phenomenon จากศิลปิน New Gen ชื่อดังมากมาย, เทศกาลดนตรีแจ๊ส, คริสต์มาสมาร์เก็ต เทศกาลของขวัญสุดยิ่งใหญ่ และงาน Countdown ระดับโลก ณ เซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะ Times Square of Asia เป็นต้น โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลคุมเข้มตามมาตรการยกระดับขั้นสูงสุดเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+

ตระการตาแลนด์มาร์กจุดถ่ายรูปทั่วเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ต้องเช็กอินทุกปี

อลังการกับต้นคริสต์มาสยักษ์ที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความสูงกว่า 40 เมตร ประดับตกแต่งสุดตระการตา พร้อมมุมถ่ายรูป 8 โซนตกแต่งในบรรยากาศดินแดนแห่งความสุข ได้แก่ Gateway of Light, The Positive Energies, Empowerment Stage, Shining Bubble, Tunnel of Harmony, Gifts of Positivity, Field of Stars และ Tree of Hope ณ ลานสแควร์ A, จุดถ่ายภาพใจกลางศูนย์ฯ Universes of Happiness โซน Central Court  และ Happiness Reflection ชั้น 2 โซนทางเข้า Skywalk entrance และ  เซลฟี่กับคาแรกเตอร์คริสต์มาสสุดน่ารักทั้ง 8 ตัว ได้แก่ Kind, Harmony, Hope, Joy, Wisdom, Wonder, Love และ Bliss ที่จะส่งต่อพลังบวกและมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน

Forwarding of Happiness ส่งต่อพลังความสุขผ่านโชว์พิเศษและ Christmas Happening ต่อเนื่องถึงสิ้นปี

ครั้งแรกกับโชว์พิเศษปลาวาฬยักษ์แบบ 3 มิติทะลุจอ the panOramix จอ Digital Interactive ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกระหึ่มแสงสีเสียง, 18 พ.ย. 64 – 28 ก.พ. 65 centralwOrld Music Heals 2021 นำทัพศิลปิน New Gen อาทิ JAYLERR x Ice Paris, Billkin, PP Krit, TRINITY และ ส้ม-มารี ร้องเพลงร่วมกับวง Thailand Philharmonic Orchestra โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล, 1 ธ.ค. 64 – 5 ม.ค. 65 The Christmas carnival outdoor market ช้อปปิ้งในบรรยากาศ Winter market อร่อยฟินไปกับร้านอินเตอร์ยอดฮิตกว่า 300 เมนู และเลือกซื้อของขวัญในงาน The wOrld gift market 16 ธ.ค. 64 – 5 ม.ค. 65 Gift market ที่ใหญ่ที่สุด รวมของขวัญกว่าล้านชิ้น,  23-31 ธ.ค. 64 Happiness Parade ตระการตาขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ และ Santa Clause Live Show ถ่ายรูปกับซานตาครอสในแบบ New Normal, จำลองโลกของเกมส์ Free Fire และ AR ใน Free Fire Festperience Fun Park และพลาดไม่ได้สำหรับ Food lovers พบกับร้านใหม่แกะกล่องที่เซ็นทรัลเวิลด์ อาทิ Co-Unlimited, Meat Labo, Santouka Ramen, Tajimaya Shabu, Tonkatsu Wako และ Victoria by Cocotte รวมถึงเมนูของหวานเฉพาะที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น อาทิ A Christmas Prince จากร้าน Pacamara และ Mashmallow Bomb จากร้าน Peak Chocolate เป็นต้นHappy Family Time ได้ที่ TK Park โฉมใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “Journey to The Next Chapter, Play Mondo อาณาจักรสวนสนุกสำหรับเด็กใจกลางเมือง และลานสเก็ตน้ำแข็งสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง The Rink 

เตรียมช้อปกับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ และโปรโมชั่นส่งท้ายปีแบบเต็มอิ่ม

New Stylish Happiness โฉมใหม่ H&M สุดยิ่งใหญ่ พร้อมชวนสัมผัส H&M HOME คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกของประเทศไทย  จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของการตกแต่งภายในและไลฟ์สไตล์, ครั้งแรกใน South East Asia กับ The North Face New Concept Store ที่จะพาคุณไปพบประสบการณ์ใหม่กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ The North Face Urban Exploration ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย, STUDIO360 X TAKEO KIKUCHI พบกับเซ็ทสินค้าพิเศษช่วงเทศกาลสิ้นปี From Stationery to Fashion การ Collaboration สุดพิเศษระหว่างแบรนด์เสื้อผ้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง TAKEO KIKCUHI และ STUDIO360 ร้านที่คัดเลือกอุปกรณ์เครื่องเขียนจากแบรนด์ในต่างประเทศ และสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดที่เซ็นทรัลเวิลด์ (และเป็นสมาชิก The 1) เฉพาะ 10 ท่านแรกที่มียอดใช้จ่ายสะสมตลอดแคมเปญสูงสุด ขั้นต่ำ 300,000.- ขึ้นไป รับฟรี iPhone13 128GB มูลค่า 29,900 บาท  รับฟรีบัตรกำนัลที่พักสุดหรูจาก เครือ Sala, Hilton, Intercontinental, So Sofitel   มูลค่าสูงสุด 20,000.-* สำหรับ 50 ท่านแรกที่มียอดใช้จ่ายสะสมตลอดแคมเปญสูงสุด ขั้นต่ำ 100,000.- ขึ้นไป ส่งท้ายความสุขปลายปีกับแคมเปญ Happy Everyday Pay Mastercard เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดในเซ็นทรัลเวิลด์ รับฟรี! เครื่องดื่มหรือ Cash Voucher จากร้านค้าแฟชั่นที่ร่วมรายการ

บอกได้คำเดียวว่าปีนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง สำหรับเทศกาลส่งท้ายปี Forwarding Happiness 2022 ส่งต่อพลังความสุข ไม่มีวันสิ้นสุด ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2565 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ให้มื้ออาหารสุดประทับใจ แทนความชื่นใจในวันพ่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668806

วันที่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 12:30 น.ให้มื้ออาหารสุดประทับใจ แทนความชื่นใจในวันพ่อให้บุฟเฟ่ต์บรั้นซ์เป็นของขวัญตอบแทนคำว่า “รักพ่อ” โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมส่งมอบความประทับใจด้วยอาหารมื้อพิเศษ และโปรโมชั่นพิเศษให้คุณพ่อทานบุฟเฟ่ต์ฟรี! เมื่อมาอย่างน้อย 4 ท่าน

วาระพิเศษของลูกๆ วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 วันพ่อปีนี้มาร่วมฉลองเทศกาลวันแห่งความรักให้กับคุณพ่อ พร้อมสร้างความสุข ส่งมอบรอบยิ้มและความประทับใจ ด้วยอาหารหลากหลายเมนูเลิศรสกับบุฟเฟ่ต์บรั้นซ์ เพื่อมอบเป็นของขวัญตอบแทนคำว่า “รัก” แด่คุณพ่อคนสำคัญ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ กับโปรโมชั่นพิเศษให้คุณพ่อทานบุฟเฟ่ต์ฟรี เพียงแค่มาพร้อมครอบครัวอย่างน้อย 4 ท่าน ในราคาสุดคุ้มที่จะทำให้การรับประทานอาหารระหว่างคุณและคุณพ่อ เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่น

พาคุณพ่อปลื้มใจไปกับอาหารนานาชาติที่ห้องอาหารเวนติซี (ชั้น 24)

พบกับความอร่อยหลากหลายของบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ทั้งเมนูซิกเนเจอร์ทั้งอิตาเลียน-ไทย หลากหลายเมนูให้คุณได้อิ่มไม่อั้น อาหารญี่ปุ่นซูชิ ซาซิมิ ซีฟู้ดออนไอซ์วางเรียงรายละลานตา และอาหารยุโรปหลากหลาย ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานนานาชนิด อาทิ ไอศกรีมโฮมเมด เค้ก ผลไม้ตามฤดูกาล และของหวานอื่นๆ ให้คุณลูกและคุณพ่อสุดที่รักได้อิ่มอร่อยกันแบบไม่อั้น ในราคาเพียง 1,999++ บาท/ท่าน รวมเครื่องดื่มแพ็กเกจพรีเมียม พิเศษเมื่อมา 4 ท่าน คุณพ่อทานฟรี ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 15.00 น.

ปลื้มใจกับติ่มซำคำโตๆ แทนคำว่ารักพ่อมากๆ ที่ห้องอาหารจีน ไดนาสตี้ (ชั้น 24)

ร่วมสัมผัสความอร่อยแบบฟินทุกคำ เนื้อแน่นทุกชิ้น คุณภาพล้นเข่ง กับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโตๆ ไม่ว่าจะเป็นของนึ่ง ของทอด เรามีให้เลือกกว่า 35 รายการ ติ่มซำปั้นสดใหม่ทุกวัน รังสรรค์เมนูความอร่อยโดย เชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมียม สะอาด สดใหม่ พร้อมให้คุณได้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำ รวมเมนูไฮไลท์อย่างเป็ดปักกิ่ง 4 ชิ้นต่อท่าน ในราคาเพียง 1,679++ บาท/ท่าน รวมเครื่องดื่มชาร้อนหรือเย็นไม่อั้น พิเศษเมื่อมา 4 ท่าน คุณพ่อทานฟรี

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล: diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เฟซบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld หรือที่อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

มัดรวม 30 Street Food สุดอร่อยถูกปากฟู้ดเลิฟเว่อร์ @LOFTER เซ็นทรัล ชิดลม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668727

วันที่ 21 พ.ย. 2564 เวลา 10:00 น.มัดรวม 30 Street Food สุดอร่อยถูกปากฟู้ดเลิฟเว่อร์ @LOFTER เซ็นทรัล ชิดลม รวม 30 ร้านชื่อดังอายุมากกว่า 30 ปี งานนี้สายกินฟินกันไม่หยุด ที่ LOFTER ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ศูนย์รวมอาหารสุดฮิปแนวใหม่ของ Street Food ในตำนานทั่วกรุง

เอาใจสายกินให้ได้ฟินกันไม่หยุด เมื่อ FoodLoft (ฟู้ดลอฟท์) จากศูนย์รวมอาหารนานาชาติที่คุ้นเคย สู่นิยามใหม่ของความอร่อยในฐานะ “LOFTER” (ลอฟท์เตอร์) Eat Happily Like A Thai นำเสนอตำนานความอร่อยจากร้านเก่าแก่ชื่อดังอายุมากกว่า 30 ปี ทั่วไทยที่ถูกปากฟู้ดเลิฟเวอร์กว่า 30 ร้าน ซึ่งนับรวมอายุทุกร้านแล้วมากกว่า 1,000 ปีเลยทีเดียว! อาทิ ร้านหลายรส, ร้านแกงป่าราม 24, ร้านแอบแซ่บ สรงประภา, ร้านต้นตำรับขาหมูตอกซุงบางรัก นายมัก, ร้านคนชงคนปรุง, เป็ดย่างตงเพ้ง, ร้านสุกี้เมาเวอริค, ร้านขนมปังปิ้งเยาวราช, ร้านปาท่องโก๋เสวย, ร้านไก่ทอดเจ๊กี, เนื้อทอดอาลี, ร้านไทยหวาน ฯลฯ มาไว้ที่ LOFTER ครบจบในที่เดียว พร้อมเปิดครัวเสิร์ฟอาหารจานเด็ด บนชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ต้อนรับเหล่านักชิมและคนรักอาหารไทย

ทันทีเมื่อก้าวสู่ LOFTER”ทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับเมนูอาหารผ่านโซนเฉพาะต่างๆ ทั้งข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารทอด ของว่าง และขนมไทยในแต่ละภาค ในบรรยากาศโมเดิร์นแต่แฝงไว้ด้วยความเรียบง่ายสไตล์ลอฟท์ ด้วยผลงานการออกแบบของ Sean Dix และภาพประกอบโดยศิลปินนักวาดการ์ตูนแถวหน้าของเมืองไทย คุณวิศุทธิ์ พรนิมิตร ที่ได้ออกแบบน้องพุงกางทั้ง 6 คาแรคเตอร์ในร้าน เพื่อสื่อถึงการกินอิ่มอย่างมีความสุข และความสบายใจในบรรยากาศสบายๆ เมื่อได้มาทานอาหารที่ LOFTER ตามคอนเซ็ปต์ Eat Happily Like A Thai ของที่แห่งนี้ โดยทางห้างยังได้ขยายพื้นที่ให้กว้างขวางและสบายยิ่งขึ้น เพื่อมอบแหล่งแฮงเอาท์สุดฮิปกลางกรุงให้แก่ฟู้ดเลิฟเวอร์ทุกคน

เช็คอินพิกัดแรก กับ Local Legend Zone โซนร้านลับๆ ที่จะไม่ลับอีกต่อไป รวมร้านอร่อยในตำนานไว้มากกว่า 5 ร้าน ตั้งแต่ร้านอาหารไทยตำรับชาววัง ที่เปิดบริการมามากกว่า 50 ปี อย่าง ร้านหลายรส ต่อกันที่ ร้านสุกี้เมาเวอริค รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มัดใจลูกค้ามานานกว่า 50 ปี ตามมาด้วย ร้านแกงป่าราม 24 ร้านอาหารไทยดั้งเดิมรสจัดจ้าน ปรุงอย่างพิถีพิถัน สูตรต้นตำรับที่สืบต่อกันมา นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารไทยอีสานที่รสชาติจัดจ้าน อร่อย ได้ความเป็นอีสานแท้ๆ กับ ร้านแอบแซ่บ สรงประภา ที่มาพร้อมสโลแกน “อร่อยอย่างเปิดเผย” เมนูที่มาแล้วพลาดไม่ได้ คือ ส้มตำปลาร้า ที่นี่มีสูตรน้ำปลาร้าที่นับว่าเด็ด รวมถึงส้มตำปูม้า และขนมจีนปลาดุกกรอบ แซ่บนัวสุดๆ

มาต่อกันที่ Rice Dish Zone โซนที่รวมเมนูข้าวรสเด็ดจากร้านดังในตำนาน มาไว้ที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเมนูข้าวขาหมู จากร้านต้นตำรับขาหมูตอกซุงบางรัก นายมัก ที่รสชาติเป็นที่เลื่องลือมานานกว่า 60 ปี แต่ถ้าใครอยากทานอาหารแนวฟิวชั่น ต้องมาลองที่ ร้านคนชงคนปรุง ร้านอาหารไทยสไตล์จีน ไว้ทานเป็นมื้อแสนอร่อยระหว่างวัน ปิดท้ายความอร่อยแบบฟินๆ กับเป็ดย่างตงเพ้ง ร้านอาหารจีนกวางตุ้ง-แต้จิ๋ว เมนูเด็ด เป็ดย่าง ที่ใครๆก็ติดใจ ที่ทางร้านการันตีคุณภาพไม่มีเปลี่ยนแปลง

ในส่วนของคนกินเส้นต้องมารวมกันที่โซนนี้ กับ Noodle Zone เปิดกันที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เบตง เมนูหาทานยาก ไก่ตุ๋นนุ่ม น้ำเข้มข้น จัดความเผ็ดได้ถึง 4 ระดับ ลิ้มลองกับอีกร้านระดับตำนาน 70 ปี ลูกชิ้นปลาแปะเตียง ที่มีเมนูแนะนำอย่าง บะหมี่เป๊าะ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า บะหมี่เหลืองเส้นแบน ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับเส้นบะหมี่ลูกชิ้นปลาเลยก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีร้านเด็ดเจ้าดังอย่าง ร้านบะหมี่กุยช่าย 100 ปี สูตรเด็ดเจ้าเก่า ต้นตำรับจากคลองถม บะหมี่เหนียวนุ่ม หมูแดงน้ำผึ้ง เนื้อปูสดแน่น ทีเด็ดคือกุยช่ายที่ลวกอย่างพิถีพิถันในทุกชาม

อิ่มกับอาหารคาวแล้ว มาต่อกันที่ Appetizer / Snack Zone ของทานเล่น เริ่มร้านแรกก็ปังแล้วกับ ร้านขนมปังปิ้งเยาวราช ไส้ล้นเจ้าดังอายุกว่า 40 ปี ที่ไม่ต้องต่อแถวรอคิวยาวอีกต่อไป แต่พร้อมเสิร์ฟให้คุณแล้วที่นี่ ถัดมากับร้านปาท่องโก๋เสวย การันตีด้วยรางวัลมิชลิน 2 ปีซ้อน เมนูเด็ดคือปาท่องโก๋ ที่เอาไปย่างหอมๆ มีให้เลือกหลายเมนูทั้งหวานและคาว ความอร่อยไม่ธรรมดา มาต่อกันที่ ร้านโรตี street ชาชัก ร้านโรตีชาชักที่เรียกได้ว่าสายชาต้องมาลอง รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นชาสุดๆ ด้านเมนูของทางร้านมีให้เลือกหลากหลาย มีเมนูแนะนำ เช่น โรตีกล้วยสติ๊ก กล้วยหอม+คาราเมล ต้องขอบอกเลยว่าเเป้งนุ่มมาก แถมไม่อมน้ำมันอีกด้วย และโรตีคลุกฝุ่น คือ โรตีราดนมโรยด้วยผงโอวัลตินนั่นเอง เเนะนำให้ทานคู่กับ ชาชักสักเเก้ว รับรองต้องติดใจแน่นอน ปิดท้ายด้วย ร้านศิริประภาขนมเบื้อง ร้านขนมเบื้องเจ้าดัง แผ่นใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ครีมเป็นไส้ แต่มีความโดดเด่นและรสชาติไม่เหมือนใคร

ขอเสียงคนรักของทอด กับ Deep-Fried Food Zone ถ้าพูดถึงร้านไก่ทอดที่ต้องนึกถึง คงไม่พ้น ร้านไก่ทอดเจ๊กี ตำนานไก่ทอดเจ้าดังกว่า 50 ปี ด้วยเมนูเด็ดประจำร้านอย่างไก่ทอดหนังกรอบ ที่ต้องทานคู่กับกระเทียมเจียวรสเด็ด ที่ให้มาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ส่วนสายเนื้อทอดห้ามพลาด เนื้อทอดอาลี สูตรเด็ดอิสลาม ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปราศจากผงชูรสทุกเมนู อีกหนึ่งร้านดังจากเชียงใหม่ ดำรงค์ by หมูทอดกาดหลวง ร้านอาหารเมืองชื่อดังจากเชียงใหม่ ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสรสชาติความอร่อยได้แล้วที่นี่

ปิดท้ายด้วยขนมหวาน ที่ Dessert Zone ดับร้อนด้วยของหวานชื่นใจกับ ร้านไทยหวาน เมนูเด็ดต้องไอศกรีมมะพร้าว ลอดช่องน้ำกะทิ เฉาก๊วยทรงเครื่อง และอีกหลากหลายเมนูที่บ่งบอกบอกถึงรสชาติขนมไทย

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ อีกมากมายให้เหล่านักชิมได้เพลิดเพลิน อาทิ การแสดง วงดนตรีสด ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์, เวิร์คช็อปการเลือกไวน์คู่กับอาหารไทย ระหว่างวันที่ 11-12 ธ.ค. 64 และเวิร์คช็อปการแต่งหน้าขนมในธีมคริสต์มาส ระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค. 64 และ 25-26 ธ.ค. 64

มาร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของความอร่อย และร้านเด็ดในตำนาน ที่ “LOFTER” ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 64 เป็นต้นไป พร้อมดีลพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รับส่วนลด 100 บาท เมื่อทานครบ 300 บาท เพียงรับส่วนลดผ่านช่องทาง ดังนี้ 1) ท้ายใบเสร็จเมื่อซื้อสินค้าภายในห้างฯ เซ็นทรัล ชิดลม ครบ 1,000 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 18 พ.ย. 64 – 31 ม.ค. 65 จำกัด 2,000 สิทธิ์ ตลอดรายการ 2) แอด Line Official Account ‘@happylofter’ ตั้งแต่ 18 พ.ย. 64 – 31 ธ.ค. 65 *จำกัด 2,000 สิทธิ์, รับของพรีเมียม Limited Edition สุดน่ารัก เพียงรับประทานอาหารครบ 300 บาท รับ 1 แสตมป์ สะสมแสตมป์ตามที่กำหนด (จำนวนจำกัด) ตั้งแต่ 18 พ.ย. 64 – 15 ก.พ. 65 พร้อม ลด / รับเพิ่มสูงสุด 15% เพียงชำระค่าอาหารผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 18 พ.ย. 64 – 31 ม.ค. 65 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook HappyLofter www.facebook.com/HappyLofter และ https://www.instagram.com/happylofter/ #HappyLofter #LofterAndFriend หรือ Line: @happylofter

ครบทุกสิ่งที่คอกาแฟตามหา HARIO CAFE Flagship store แห่งใหม่ใหญ่ที่สุด @Thaniya Plaza

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668385

วันที่ 18 พ.ย. 2564 เวลา 11:40 น.ครบทุกสิ่งที่คอกาแฟตามหา HARIO CAFE Flagship store แห่งใหม่ใหญ่ที่สุด @Thaniya PlazaCafe Hopping ตัวจริงต้องมา!! HARIO ฉายาราชาแห่งแก้ว เปิด Flagship Store แห่งใหม่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วใจกลางสีลม

หลังจากเปิดสาขาแรกในไทยย่านโชคชัย 4 ไปก่อนหน้านี้ HARIO CAFE ก็ถือฤกษ์ดีฉลองครบปีที่ 100 ปักหมุดสาขาใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ย่านสีลม ใน Thaniya Plaza  เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสาขาใหม่ล่าสุดนี้ HARIO แบรนด์ที่ได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งแก้ว” ก็ทำได้สมศักดิ์ศรี เพราะเป็นสาขาที่ใหญ่ขึ้น ครบครันกว่า และตอบโจทย์คนรักกาแฟทุกรูปแบบ เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสาขาแรกในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นสาขาต้นแบบไปแล้ว ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักกาแฟในประเทศไทยอย่างแท้จริง

สำหรับความพิเศษของ HARIO CAFE Flagship store ที่ Thaniya Plaza นอกจากจะเป็น Specialty Coffee ที่มาในรูปแบบ Flagship store รวมครบทุกสิ่งที่คอกาแฟตามหา ครบครันด้วยเบเกอรี่ อาหารเพื่อสุขภาพแล้ว ยังมาในคอนเซ็ปต์สุดเก๋ที่สายคาเฟ่ต้องอยากมาเช็กอิน ด้วยคอนเซ็ปต์การนำเสนอหลากมุมมองของ HARIO ผ่านฤดูกาลทั้ง 4 ที่ให้อารมย์ความรู้สึกและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

เริ่มที่ ฤดูร้อน ปราการด่านแรกที่ต้อนรับแบบอบอุ่น ตกแต่งหน้าร้านเป็นมุมดอกไม้ห้อยระย้าที่ใครผ่านมาก็อยากถ่ายภาพ และโซน Speed Bar เอาใจชาวออฟฟิศและไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนเมืองที่ต้องการความเร่งด่วน บาร์นี้มีเมล็ดกาแฟพิเศษหลากหลายเบลนด์ให้ได้เลือกตามความชอบ รวมทั้งเมนู Signature ที่น่าสนใจ

SAMUI BRULEE (190 บาท)

อาทิ SAMUI BRULEE (190 บาท) รสสัมผัสที่หอมหวานของน้ำมะพร้าวจากสมุยปั่นกับครีมนมพรีเมี่ยม แต่งหน้าด้วยน้ำตาลเผา เสิร์ฟพร้อมกับช็อตกาแฟ Ristretto สุดเข้มข้น ราดลงในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน รสชาติในฝันของความเข้ากันระหว่างกาแฟและมะพร้าว

COLD BREW FIZZ (190 บาท)

COLD BREW FIZZ (190 บาท) กาแฟสกัดเย็นผสานความหวานและกลิ่นหอมของน้ำผึ้ง เพิ่มมิติด้วยรสเปรี้ยวของน้ำส้มยูสุ เสริมด้วยไอศกรีมยูสุโฮมเมด ท็อปรังผึ้งสุดคิ้วท์เพิ่มความน่ารักแบบละมุน ดื่มแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น

YUZU HONEY

ยังมีเมนูน่าลองและเมนู Non-coffee อื่นๆ อาทิ Dusk till Dawn ช็อคโกแลตพรีเมี่ยม โรยด้วยดาร์คช็อคโกแลตขูดสุดเข้มข้น Latte on the Rock กาแฟ Cold Brew ในก้อน Iced Ball เสิร์ฟคู่กับนมอุ่น เวลาราดจะได้กลิ่นซินนามอนอ่อนๆ หรือจะเป็น Baked Apple Cold brew กาแฟ Cold Brew หอมหวานด้วยกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ และน้ำผลไม้หลากหลายชนิดรวมกัน ท็อปด้วยแอปเปิ้ลลายหัวใจหวานแหว๋ว

MATCHA GYOKURO GENMAICHA
GREEN TEA TIRAMISU (180 บาท)

สวยงามไม่แพกันกับ ฤดูใบไม้ผลิ ที่ทางเข้าหลักของคาเฟ่จากญี่ปุ่นขนานแท้ ประดับต้นซากุระดอกสีชมพูบานสะพรั่ง ส่วนใครอยากนั่งยาวๆเชิญที่โซน ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเวลาว่างมาชมการชงกาแฟแบบสโลว์ไลฟ์ที่ต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันอย่างการดริป และเทคนิคต่างๆ

ปิดท้ายก่อนกลับบ้านแวะที่ เหมันตฤดู โซน Sales Area ช้อปปิ้งสบายๆ เคล้าลมหนาวพัดเบาๆ ราวช้อปปิ้งในแดนอาทิตย์อุทัย รายล้อมด้วยเครื่องแก้วและผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ HARIO ที่ให้ความเป็นส่วนตัวในการเดินชมและเลือกช้อป ใกล้กันมี Coffee Roaster Showroom ห้องคั่วกาแฟกระจกใส  Coffee Bean Zone มุมเมล็ดกาแฟขึ้นชื่อทั่วทุกมุมโลก Hario Equipment Zone โซนอุปกรณ์ everyday life ของใช้ในบ้าน ทั้งอุปกรณ์กาแฟ ไอเท็มฮอตสุดคลาสสิก Hario V60 เครื่องครัว รวมถึงของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง

พิเศษสุดกับ Omakase Coffee มุมโอมากาเซะ เอาใจคอกาแฟ COE กาแฟพิเศษหายากที่ถูกรวบรวมไว้แล้วที่นี่แล้ว พร้อมเปิดคอร์สให้ได้เรียนรู้กันแบบ Exclusive เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในกาแฟพิเศษ และอยากสัมผัสประสบการณ์สู่โลกของกาแฟที่แท้จริง โดยทางร้านจัดให้มีในวันเสาร์-อาทิตย์ โดยสามารถจองคิวได้ที่หน้าร้าน แถมช่วงนี้ยังมีโปรโมชั่นดีๆ ที่อยากกระซิบดังๆ เลยว่ามาแล้วคุ้มมาก 

พบกับ HARIO CAFE  Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดของชาว HARIO ครบทุกสิ่งที่คอกาแฟตามหา ได้ที่ Thaniya Plaza เปิดทุกวันเวลา 07.00 – 20.00 น. สอบถามโทร. 061-412-3015

FB : https://www.facebook.com/hariocafebkk/

IG : https://www.instagram.com/hariocafebkk/

Map : https://goo.gl/maps/DDSiueJ87ePcVUMVA

HOTEL MOCO พรีเมี่ยมบูทีคโฮเทลสไตล์โมเดิร์นโคโลเนียลแห่งเดียวในอุดร ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668415

วันที่ 17 พ.ย. 2564 เวลา 14:23 น. HOTEL MOCO  พรีเมี่ยมบูทีคโฮเทลสไตล์โมเดิร์นโคโลเนียลแห่งเดียวในอุดร ฯชวนเช็กอินพรีเมี่ยมบูทีคโฮเทลสุดหรู HOTEL MOCO โรงแรมใหม่แกะกล่องของจังหวัดอุดรธานี กับสไตล์โมเดิร์นโคโลเนียล พร้อมชิมเมนูอีสานไฟน์ไดนิ่งที่ห้องอาหาร “Par” (พา) หรูหราควรค่าแก่การมาเยือน

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ทริปนี้ เราพามาที่จังหวัดอุดรธานี ดินแดนแห่งศรัทธาเมืองป่าคำชะโนด เช็กอินโรงแรมใหม่ ใหญ่ หรู พรีเมี่ยมบูทีคโฮเทล สไตล์โมเดิร์นโคโลเนียล มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท “HOTEL MOCO” ตั้งอยู่บนพื้นที่ร่วม 2 ไร่  แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนถนนทองใหญ่ ใจกลางเมืองอุดรธานี ที่ตอบโจทย์นักเดินทางทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งในภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว นักช้อป นักแสวงบุญ แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรทั้ง “ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์” และศูนย์ประชุมระดับประเทศ “มลฑาทิพย์ ฮอลล์” ภายใต้การบริหารของสองผู้บริหารรุ่นใหม่ มากความสามารถแห่งกลุ่มธุรกิจ “ยูดี ทาวน์”  โดย ภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด บริหาร HOTEL MOCO  รวมถึงศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ฮอลล์  และ อภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ “บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด” บริหารศูนย์การค้ายูดี ทาวน์  เจ้าของร้าน “Brunch & Munch” และห้องอาหาร “Par” (พา) 

HOTEL MOCO CONCEPT

สำหรับ Conceptual Design ในส่วนงานอินทีเรียใช้ Concept ของกลิ่นอายอาคารแบบโคโลเนียล โดยผสมกับเส้นสายความเป็น Modern และนำรูปแบบของงานหัตถศิลป์ของภาคอีสานมาร่วมในงานออกแบบ โดยนำเอาเอกลักษณ์ของลวดลายหรือวัสดุพื้นถิ่น เช่น ลายผ้า หรืออุปกรณ์ทอผ้า มาบอกเล่าเรื่องราวของศิลปะวัฒนธรรมประจำจังหวัดที่น่าสนใจ เพื่อให้การออกแบบส่งเสริมและสนับสนุนเอกลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นมากยิ่งขึ้น

การออกแบบผนังด้านหน้า ส่วนทางเข้าอาคาร ออกแบบโดยใช้ช่องลมแบบอาคารไทยในอดีต มาใช้ในการออกแบบในส่วนของผนังที่โชว์ถนนฝั่งร้านค้าและออกแบบให้แสงส่อง Up Light ผนังอาคาร เกิดเป็นมิติของผนังที่มีความน่าสนใจ การออกแบบ Façade ฝั่งด้านถนนทองใหญ่ มีการออกแบบรูปด้านมีระเบียงตกแต่งด้วยต้นไม้และมีการเล่นจังหวะในชั้น 6 -7 ให้มีความแตกต่างจากชั้น 3-5 ทั้งในส่วนของให้ระเบียงมีแนวสลับหว่าง และการเปลี่ยนจังหวะของหน้าต่างในชั้นบนสุด ผนังของห้องพัก ออกแบบให้มีความโค้งมน เพื่อให้เกิดมิติของแสงเงาที่มีความโค้ง Smooth สีของหน้าต่าง ใช้สีเทาอมเขียว ผนังใช้สีครีมเทา ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในอาคาร Colonial ในยุคก่อน

ในส่วนของชั้นล่างซึ่งเป็นพื้นที่สูง 2 ชั้น เป็นลักษณะ Pattern ในรูปแบบของเสาแบบ Thai Colonial Style ผนังออกแบบเป็นสีเขียวอมเทาเพื่อสร้างความน่าสนใจ ดัดกับ บัวผนังส่วนล่างหินอ่อนสีขาวนอกจากนี้ยังมีส่วนของการตกแต่งระแนงในส่วนโค้งบนของเสา และระเบียง ตามรูปแบบของ Thai Colonial Style   ที่มีลักษณะเฉพาะคือการใช้วัสดุที่มีความโปร่งโล่งระบายอากาศ

Lobby Reception

ให้ความรู้สึกถึงการต้อนรับ เหมือนชานเรือนของบ้านไทย ที่จัดไว้เป็นส่วนกลางเชื่อมต่อกับส่วนต่างๆ ด้วยการใช้โทนสีที่อบอุ่นสว่าง และนำการลดทอนของผนังบ้านไม้มาใช้เป็นการออกแบบ โดยจะเห็นได้จากจังหวะของงานตกแต่งผนังรอบๆ ส่วน Lobby โดยเพิ่มความนุ่มนวลด้วยการใช้ความโค้งมนของวัสดุ   การออกแบบ Lobby   เน้นพื้นที่ที่มีความสูงโปร่ง และออกแบบพื้นที่ผสมผสานความเก่าและใหม่ โดยใช้ Pattern ช่องแสงที่มีความร่วมสมัย ทั้ง ช่องประตูหน้าต่างแบบ Thai Colonial Style  วัสดุในลักษณะของ Industrial Style  อย่าง Glass Block  และงานเหล็ก

Stairs & Hallway

ในส่วนของโถงบันไดหลักได้มีการออกแบบโคมไฟห้อยซึ่งยาวลงมาตั้งแต่ชั้นบนสุดถึงชั้น 3  ซึ่งรูปแบบของโคมดังกล่าวมีแนวความคิด จากการนำกระสวยทอผ้ามาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการรังสรรค์ ออกแบบ โดย ศรุตา เกียรติภาคภูมิ  นักออกแบบชื่อดัง เจ้าของรางวัล Designer of The Year 2021    

Restaurant & Meeting Room

ในส่วนของห้องอาหาร ห้องประชุม ได้เพิ่มความสดใสของพื้นที่ด้วยการนำกลิ่นอายพื้นถิ่นเข้ามาเป็นส่วนตกแต่งผ่านการ Decorate ด้วยตัวเครื่องปั้นดินเผา ไม้กลึงตกแต่ง และการนำภาพพิมพ์ลายมาใช้ร่วมกับประตูบานเฟี้ยมและการเลือกสีสันโดดเด่น โดยการนำสีเขียวมาใช้เป็นสีหลักในการออกแบบ

 

Guestroom 

HOTEL MOCO มีความสูงจำนวน 7 ชั้น มีห้องพักไว้รับรอง  68 ห้อง ในสไตล์โมเดิร์น โคโลเนียล การตกแต่งโดดเด่นด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว ด้วยการนำเอกลักษณ์ของลวดลาย หรือสีสันของผ้าพื้นถิ่น เช่น ลายผ้า หรืออุปกรณ์ทอผ้า มาบอกเล่าเรื่องราวของศิลปะวัฒนธรรม ประจำจังหวัดที่น่าสนใจ สีห้องพักและลายผ้าที่ใช้จะแตกต่างกันไป ในห้องพักแต่ละประเภท  แต่ยังคงเน้นวัสดุที่เป็นไม้ งานสาน เพื่อให้ห้องพักมีความเป็นพื้นถิ่น

ในส่วนของห้องพัก type ต่างๆ แบ่งออกเป็น ซูพีเรีย, ดีลักซ์, จูเนียร์ สวีท และ โมโค สวีท ซึ่งห้องพักแต่ละแบบมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป   

Superior มีขนาด 27 ตารางเมตร เป็นห้องพักสำหรับ 1-2 ท่าน เป็นห้องที่ติดกับถนนเส้นหลัก ชื่อถนนทองใหญ่ แขกสามารถชมวิวเมืองยามค่ำคืน ผ่านกระจกของโรงแรม ภายในห้องออกแบบด้วยผ้าขิดลาย “ใบบัว” ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุดรธานี

Deluxe มีขนาด 32 ตารางเมตร  ตกแต่งด้วยการนำเอาผ้าลายบ้านเชียง และวัสดุที่เป็นงานไม้สานมาสร้างสีสันให้กับห้อง บวกกับความอบอุ่นโดยการใช้สีและแสงจากธรรมชาติ รวมไปถึงการออกแบบและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่คำนึงถึงความสบายเป็นหลัก

Junior Suite มีขนาด 29 ตารางเมตร เป็นห้องที่มาพร้อมกับความหรูหราด้วยสไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนที่ใด เน้นการออกแบบด้วยสีฟ้าคราม โดยอ้างอิงมาจากผ้าย้อมครามสัญลักษณ์ของแดนอีสาน  มุมห้องสามารถมองเห็นวิวเมืองอุดรธานีได้

MOCO Suite มีขนาด 72 ตารางเมตร สามารถสัมผัสการพักผ่อนที่เหนือระดับด้วยห้องพักที่โดดเด่น สวยงาม หรูหรา เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของ HOTEL MOCO โดยมีพื้นที่กว้างขวาง ห้องนอนและห้องนั่งเล่นถูกแบ่งเป็นสัดส่วน อ่างอาบน้ำริมหน้าต่างจะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับวิวมุมสูงของเมืองอุดรธานี สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างชัดเจน

นอกจากความโดดเด่นของห้องพัก  HOTEL MOCO ยังมีห้องอาหารมาตรฐานระดับสากล ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น ในแบบฉบับเฉพาะตัวคือ “พา” (Par) โดยคำว่า “พา” แปลว่า “สำรับ” ในภาษาอีสาน เป็นชื่อที่สะท้อนให้เห็นความตั้งใจของร้านที่จะคัดสรรเมนูอาหาร  จากทั่วทุกสารทิศมาจัดเป็นสำรับเลิศรส  โดยห้องอาหาร “พา” (Par)  แบ่งช่วงเวลาการให้บริการออกเป็น 4 สไตล์ 

เริ่มความอร่อยจาก “พางาย” (อาหารเช้า) ตั้งแต่ช่วงเวลา 6.00-10.30 น. ให้บริการมื้อเช้า เสิร์ฟทั้งเมนูสไตล์ตะวันตก (WESTERN BREAKFAST) และ เมนูสไตล์เมืองอุดรธานี (UDON THANI-STYLE BREAKFAST) สำหรับมื้อเช้าอย่างตะวันตก (WESTERN BREAKFAST) เสิร์ฟด้วย ไข่คน เบคอน แฮม ไส้กรอกหมู มันฝรั่งผัดเนย เห็ดผัดเนย มะเขือเทศย่าง ไข่เบเนดิกต์

ส่วนมื้อเช้าสไตล์อุดรธานี (UDON THANI-STYLE BREAKFAST) อร่อยกับ ไข่กระทะและขนมปังญวน ข้าวเปียกเส้น และข้าวต้มหมู ส้มตำไทย หมูปิ้ง รับประทานกับข้าวเหนียวและแจ่ว อิ่มอร่อยครบอรรถรสกับ ขนมหวาน โมโค โทสต์ ขนมปังบรีออช รับประทานกับน้ำตาลอบเชย ครีมสด ราดซอสเนยถั่ว+วาฟเฟิลอย่างเบลเยียม ราดซอสน้ำตาลโตนดแพนเค้ก รับประทานกับผลไม้สด ครีมสด และน้ำเชื่อมเมเปิ้ล

จากนั้นต่อด้วย “พาสวย” (อาหารพร้อมเสิร์ฟทั้งวัน) ในเวลา 11.00 – 22.00 น. ซึ่งมีเมนูทั้งอาหารไทยกลางอาหารอีสานอาหารนานาชาติและเมนูฟิวชั่นที่ผสมผสานรสชาติท้องถิ่นกับสากลได้อย่างกลมกล่อมไว้ให้ลองลิ้มครบครันมีเมนูแนะนำสุดอร่อยล้ำ อาทิ ลาบปลาทูน่าครีบเหลืองสด เสิร์ฟพร้อมข้าวเกรียบทอดและยำคอหมูย่างกับแตงกวา, พะแนงอกไก่ลิ้นจี่, ข้าวผัดนาซีโกเร็งและข้าวผัดแจ่วบองปลาส้ม, กุ้งภูพริกไทยดำและยำส้มโออกไก่ใบชะพลู, สามเกลอ (ของหวาน)

นอกจากอาหารมื้อหลักก็ยังมี “พาหวาน” x “บ้านนาคาเฟ่” (Afternoon tea) ในเวลา 11.00-17.00 น.  เป็นการให้บริการ ชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษ ลูกค้าสามารถจับคู่ชาถ้วยโปรด จากใบชาคัดพิเศษคู่แซนด์วิช, สโคน, เค้ก หรือ Pastries (เพสตรี) ต่างๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น แซนด์วิชหลากชนิด, มินิครัวซองต์เบคอนรมควันกับครีมฮอลแลนเดชและแตงกวา, ล็อบสเตอร์โรลโรลหน้าแซลมอนกราฟลักซ์, สโคนนุ่มชุ่มเนยฝรั่งเศส, แยมผลไม้ตามฤดูกาล, คล็อตเต็ดครีมหรือเนย,    ขนมอบหลากชนิดจากบ้านนาคาเฟ่, ทาร์ตผลไม้ตามฤดูกาล, ทาร์ตอัลมอนครีม ลูกแพรหรือแอปเปิลตุ๋น, ทาร์ตเมอแรงซิตรัส ส่วนผสมจาก ส้มยูสุ ส้มจี๊ด และเลมอน, ชูครีม และครีมลิ้นจี่กุหลาบเนื้อเบา  บนทาร์ตอัลมอนด์, เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง ช็อกโกแลตกานาช สอดไส้แยมส้ม

ส่วนมื้อที่พิเศษอย่าง “พาแลง” (Dinner) ในเวลา 18.30 – 22.30 น. มีเมนูชวนลิ้มลอง (tasting menu)  แบบฉบับอาหารอีสานต้นตำรับ ในรูปแบบไฟน์ไดนิ่งไว้นำเสนอ โดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และภูมิปัญญาการปรุงท้องถิ่น จัดเป็นสำรับ “พาข้าวที่บ้านเฮา… สู่สำหรับข้าวของเฮาเอง” ที่จะ “พา” ผู้ชิมสัมผัสรสอาหารอีสาน ที่ปรุงอย่างเคารพซื่อตรงต่อวัตถุดิบ ฤดูกาล และธรรมชาติ ทุกครั้ง  อาทิ พาข้าว, เหล้าพื้นบ้าน ซอยจุ๊, ไส้กรอกอีสาน ปากเป็ดทอด แมลงทอด, ข้าวเม่า 3 อย่าง

และแน่นอนว่าถึงแม้ “Par” (พา) จะให้บริการอาหารหลายมื้อหลากประเภท  แต่รับประกันได้ว่ารสชาติอาหารทุกจาน จะคงความเป็นตัวตน มีซิกเนเจอร์กลิ่นอายสไตล์อีสานบ้านเฮา ในแบบฉบับ “Par” (พา)  อบอวลความประทับใจในทุกมื้อเสมอ  นึกถึงอาหารอีสานแบบโมเดิร์นอยากให้นึกถึง “Par” (พา)  เพราะจะไม่มีคำว่าผิดหวังกับความกลมกล่อมอย่างแน่นอน

อยากไปสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดผ่อนคลายสไตล์โมเดิร์นโคโลเนียลแบบนี้ ไปกันได้ที่ “HOTEL MOCO” บนถนนทองใหญ่ ใจกลางเมืองอุดรธานี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 042 219 456 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://hotelmoco.com/ หรือทางเฟซบุ๊ก Hotel MOCO

ลิ้มรสภัตตาคารอาหารเหลาที่ ‘เฉาเซียง’ สาขาใหม่ใจกลางเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668384

วันที่ 17 พ.ย. 2564 เวลา 09:18 น.ลิ้มรสภัตตาคารอาหารเหลาที่ 'เฉาเซียง' สาขาใหม่ใจกลางเมือง กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ พาประเดิมภัตตาคารเฉาเซียง สาขาใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ @InterContinental Bangkok ชิมเมนูอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วระดับจักรพรรดิ์แบบจัดเต็ม

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ห่างหายจากวงล้อมงานมงคลใหญ่ๆ กันไปนานเพราะสถานการณ์โควิด สำหรับคนที่คิดถึงบรรยากาศการทานอาหารโต๊ะใหญ่ ได้พบปะพูดคุยกับครอบครัว หรือสังสรรค์แบบส่วนตัวในห้อง ViP แนะนำให้มาที่ ภัตตาคารเฉาเซียง ลิ้มลองของอร่อย สด รสเลิศ แบบต้นตำรับอาหารจีนแต้จิ๋วสไตล์กวางตุ้ง จากชื่อที่สื่อถึงโดยการรวมคำสองคำเข้าไว้ด้วยกัน อย่าง “เฉา” แปลว่า แต้จิ๋ว และ “เซียง” แปลว่า หอม เมื่อรวมกันว่า “เฉาเซียง” (潮香大酒楼) ตามคำอ่านสำเนียงแมนดาริน หรือจีนกลาง จึงหมายถึงภัตตาคารที่หอมกลิ่นอายแต้จิ๋ว 

คุณ LIN WEI เจ้าของภัตตาคารเฉาเซียง
เมนูพระกระโดดกำแพง

สำหรับจุดเด่นของอาหารแดนมังกรต้นตำรับแบบฉบับของแต้จิ๋ว จะเน้นที่ความสดใหม่ สะอาด คุณภาพเป็นเลิศ และคีย์สำคัญที่ขาดไม่ได้คือ การปรุงอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพ เสริมกำลังวังชา เริ่มด้วยเมนูซุปซดร้อนๆ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เปิดประสาทรับรสด้วย “พระกระโดดกำแพง” ซุประดับจักรพรรดิ์ สุดยอดอาหารบำรุงร่างกาย เมนูที่มีตำนานเล่าขานเรื่องราวซึ่งบ่งบอกถึงกลิ่นหอมสุดเย้ายวนชวนให้ต้องกระโดดข้ามไปชิม เมนูนี้มีวัตถุดิบหลักขึ้นชื่อทั้งหูฉลาม ปลิงทะเล หอยเป๋าฮื้อ กระเพาะปลา โสม เก๋ากี้ และถั่งเช่า ตุ๋นในยาจีนหลากชนิดโดยใช้เวลาในการตุ๋นนานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสอร่อยสุดกลมกล่อมและกลิ่นหอม พรีเมี่ยมขนาดนี้แน่นอนว่าไม่ได้มีเสิร์ฟทุกร้านอาหารจีน เพราะแต่ละวัตถุดิบมีราคาค่อนข้างสูงและหายาก จึงเป็นเมนูที่ขายดี และไม่อยากให้พลาดเมื่อมีโอกาสเยือนเฉาเซียง

เมนูต้องสั่ง เป็ดปักกิ่ง หนังเป็ดผ่านการแล่สุดชำนาญจากเชฟชาวจีน บางกรอบแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำไม่เหนียว เสิร์ฟพร้อมแป้งอัญชันบางนุ่ม ผักสด ราดตามด้วยซอสหวานสูตรพิเศษ

ต่อด้วย เป็ดกีต้าร์ เมนูที่หาทานได้ยากพอควร ด้วยกรรมวิธีที่แยบยล ผ่านการหมักด้วยเครื่องเทศ ก่อนยกขึ้นตักน้ำมันร้อนๆ ราดบนตัวเป็ดซ้ำๆ จนได้สีสันที่สวย ตัวหนังที่กรอบ แล้วผึ่งให้อุ่นจนหนังกรอบยิ่งขึ้น ก่อนจะแล่เนื้อหนังวางเรียงบนจานคืนร่างเป็ดอีกหน เป็ดกีต้าร์เนื้อหนาแต่จะค่อนข้างนุ่ม หนังกรอบ เอกลักษณ์คือรสหวานเค็มกลมกล่อม จิ้มกินกับซีอิ๊วหวาน ทานคู่ขิงดอง

กุ้งทอดครีมสลัด ใช้กุ้งตัวโตชุบแป้งพอสุกได้เนื้อนุ่มเด้ง เพิ่มรสหวานด้วยผลไม้ อาทิ แคนตาลูป แอปเปิ้ล เผือก คลุกเคล้าน้ำสลัดครีมสูตรเฉพาะ โรยด้วยงาเพิ่มความหอม เสิร์ฟบนเผือกทอดทรงรังนกกรุบกรอบ ใครชอบปูแนะนำ ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ ปูนิ่มตัวโตหั่นชิ้นใหญ่เต็มคำ ผัดกับเครื่องกะหรี่สูตรเฉพาะเข้มข้น หอมมัน ทานคู่ข้าวสวยร้อนๆ

ปลาเก๋าหนึ่งซีอิ๊ว ใช้ปลาเก๋าตัวเป็นๆ เน้นความสดเพื่อรสหวานตามธรรมชาติ นึ่งจนได้ที่แล้วโรยต้นหอม ผักชี ราดตามด้วยน้ำซีอิ๊วนำเข้าจากจีนสูตรพิเศษ อีกจานที่รสอร่อยไม่แพักันยกให้ หอยเซลล์อบวุ้นเส้น สแกลอปไซส์เบิ้มนึ่งบนวุ้นเส้น ท็อปด้วยกระเทียม เสริมรสชาติกลมกล่อมด้วยน้ำราด เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพที่สุด

ของหวานทีเด็ด เผือกทอดหิมะ เนื้อเผือกหอมนุ่มร่วน ฉาบด้วยความหวานของเกล็ดน้ำตาลสีขาวราวหิมะสมชื่อ นับเป็นการปิดท้ายมื้อนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

อยากอร่อยฟินเหมือนบินไปกินที่แดนมังกร ตามไปกันได้ที่ Chao Xiang Restaurant ‐ ภัตตาคารเฉาเซียง 潮香大酒楼 มีบริการห้อง VIP ส่วนตัวทั้งสองสาขา

สาขาที่ 1: รัชดาภิเษก โรงแรม the Travellers hotel โทร. 082 373 5555 แผนที่ https://maps.app.goo.gl/ESGgFXYdosptWaAs6

สาขาที่ 2: ชั้น B1 โรงแรม InterContinental Bangkok ถนนเพลินจิต โทร. 02-626-1615, 081-810-9788 https://maps.app.goo.gl/25yTgAQ3yRmTF2Dy6

พร้อมพบกับอาหารเมนูสุดพิเศษและโปรโมชั่นฉลองเปิดร้านใหม่ ลดค่าอาหาร 20% พร้อมฟรี service charge 10% จนถึงสิ้นปี 2564 ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ภัตตาคารเฉาเซียง

เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข @โซเนวา คีรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668381

วันที่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 16:02 น.เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข @โซเนวา คีรี โซเนวา คีรี ชวนทุกคนร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ด้วยโปรแกรมสุดพิเศษเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร…ครั้งหนึ่งในชีวิต

โซเนวา คีรี ชวนทุกคนดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุขและการพักผ่อน พร้อมสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดบนเกาะกูดอันสวยงาม โดยสามารถเลือกประสบการณ์การรับประทานอาหารในเทศกาลที่หลากหลาย รวมถึงการเฉลิมฉลองทุกรูปแบบและอาหารที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เริ่มต้นความพิเศษกับวันคริสต์มาสอีฟ (วันที่ 24 ธันวาคม 2564) เพลิดเพลินระหว่างวันกับคลาสเรียนทำคุกกี้คริสต์มาสจากพืชที่ เชฟ เทเบิ้ล (Chef’s Table) ในช่วงเย็นผู้เข้าพักสามารถเฉลิมฉลองที่เซ้าท์บีช (South Beach) สดชื่นไปกับเครื่องดื่มในธีมคริสต์มาสกับซานต้า จากนั้นสามารถเลือกมื้อค่ำที่หลากหลาย

อาทิ แกสโทรโนมิเคิล แชมเปญ ดินเนอร์ (Gastronomical Champagne Dinner) ที่เอเวอร์ โซเนวา โซ สครูว์ อัพ (Ever Soneva So Screwed Up), คริสต์มาส ดินเนอร์ (Christmas Dinner ) ที่ห้องอาหารเดอะ วิว (The View) และลิ้มรสอาหารไทยท้องถิ่นที่ครัวแม่ตุ๊ก (Kruua Mae Tuk) หรืออิ่มอร่อยกับป็อปอัพดินเนอร์คริสต์มาสที่ลูน่าร์ เดค (Lunar Deck)

สำหรับวันคริสต์มาส (วันที่ 25 ธันวาคม 2564) ผู้เข้าพักสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับคริสต์มาส มื้อสาย (Christmas Lunch) สุดอลังการที่ห้องอาหารไดนิ่ง รูม (Dining Room) หรือล่องเรือเพื่อไปค้นพบความงดงามของชายหาดบนเกาะกูดด้วยโปรแกรม Seven Days, Seven Beaches ซึ่งจะพาคุณไปสำรวจหาดตะเคียน ที่เป็นหนึ่งในอัญมณีที่ซ่อนอยู่ของประเทศไทย ในช่วงเย็นพร้อมเสิร์ฟรัมและทาปาสที่เอเวอร์ โซ สปิริตเทต (Ever So Spirited), ลิ้มลองอาหารเลิศรสจับคู่กับไวน์แบบบลายด์เทสติ้ง, คานาเป้แสนอร่อยที่เอเวอร์ โซเนวา โซ สครูว์ อัพ (Ever Soneva So Screwed Up) กับอาหารทะเลในรูปแบบป๊อบอัพดินเนอร์ที่ลูน่าร์ เดค (Lunar Deck)

อีกทั้งแต่ละวันในช่วงเทศกาล ผู้เข้าพักสามารถเข้าร่วมคลาสโยคะฟรี!, คลื่นเสียงบำบัดด้วยซิงกิ้ง โบวล์ (Singing bowls) หรือการทำสมาธิแบบมีไกด์ที่สปา นอกจากนั้นยังสามารถร่วมสนุกผ่านกิจกรรมโซเนวาก็อตทาเลนต์ (Soneva’s Got Talent), นั่งผ่อนคลายที่ ชิลล์เอาต์ เลานจ์ (Chill Out Lounge) หรือเพลิดเพลินกับเพลงฮิตใหม่ ๆ ในช่วงค่ำกับดีเจ

มอบความสนุกให้เด็กๆ จะได้สนุกสนานที่เดอะ เด็น (The Den) และเดอะ อีโค เด็น (The Eco Den) โดยจะมีตารางกิจกรรมในช่วงเทศกาลแห่งความสุข รวมถึงประสบการณ์ร่วมกันสำหรับครอบครัว นอกจากนั้นสามารถเพลิดเพลินกับการลิ้มรสช็อกโกแลตและตกแต่งขนมปังขิง, ดูหนังคลาสสิก หรือทำงานฝีมือต่าง ๆ เช่น ทำการ์ดคริสต์มาส, ตามล่าหาสมบัติที่ต้นคริสต์มาส, ใกล้ชิดกับซานต้าที่มาพร้อมของขวัญสุดเซอร์ไพรส์, ร้องคาราโอเกะและปาร์ตี้ริมสระน้ำ หรือล่องเรือสำราญไปกับนักดาราศาสตร์

ในปีนี้โซเนวา คีรี ฉลองส่งท้ายปีด้วย Soneva Kiri’s Around the World New Year’s Eve Journey ที่จะพาผู้เข้าพักร่วมเดินทางเพื่อค้นพบกับอาหารมากมายและความสุขแห่งรสชาติจากทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเริ่มต้นที่ห้องอาหารเดอะ วิว (The View) ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลและคานาเป้ จากนั้นแสงไฟระยิบระยับตามทางเดินจะพาคุณพบกับสเตชั่นอาหารปรุงสดให้คุณเลือกอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสจากทั้ง 7 ทวีป พร้อมการแสดงสร้างความบันเทิงตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การแสดงพื้นเมืองไปจนถึงนักดนตรีมากความสามารถ

ปิดท้ายค่ำคืนสุดท้ายของปีด้วยการนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2565 ที่เซ้าท์บีช (South Beach) พร้อมการแสดงไฟตระการตาต้อนรับปีใหม่ และสนุกสนานไปกับเสียงเพลงตลอดคืนจากดีเจของเรา

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดของโปรแกรม โซเนวา คีรี เฟสทีฟ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.soneva.com 

เริ่มแล้ว ‘คริสต์มาส พาร์ค’ ใจกลางเมือง กับช่วงเวลาที่วิเศษสุดในรอบปีและการเฉลิมฉลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/668371

วันที่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 14:55 น.เริ่มแล้ว ‘คริสต์มาส พาร์ค’ ใจกลางเมือง กับช่วงเวลาที่วิเศษสุดในรอบปีและการเฉลิมฉลองปลูกความสุขให้เติบโตได้ทุกวัน ในงาน Let’s Celebrate 2022 ‘The Christmas Park & New Year’s Favourites อลังการกับต้นคริสต์มาสยักษ์ประดับด้วยพันธุ์ไม้เขียวขจี สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 22 เมตร ออกแบบโดย KDa ครั้งแรกในไทย และตื่นตากับสวนคริสต์มาสใจกลางกรุง ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 ม.ค. 65

‘ความสุข’ ของทุกคนเติบโตขึ้นแล้วที่นี่ Let’s Celebrate 2022 ‘The Christmas Park & New Year’s Favourites’ ช่วงเวลาที่วิเศษสุดในรอบปีกับการเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นใจกลางกรุงเทพฯ ได้เนรมิตแลนด์มาร์คแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย ในธีม ‘คริสต์มาส พาร์ค’ ชวนให้รื่นรมย์เหมือนได้เดินเล่นที่สวนสาธารณะในเมือง ท่ามกลางวงล้อมของธรรมชาติอันเขียวขจีที่ทุกคนโหยหา และสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ ที่พร้อมตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ทั้งช้อปฯ สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ เพลิดเพลินกับศิลปะและดนตรีสุดผ่อนคลาย มาพร้อมกับโปรโมชั่นและกิจกรรมสุดพิเศษเฉพาะงานนี้ รวมถึงบริการเหนือระดับครบวงจรใจกลางเมือง ที่ทุกคนสามารถเลือกสรรเป็นของขวัญพิเศษให้กับตัวคุณเองและคนที่คุณรักในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้

ประเดิมยิ้มรับความสุขไปกับความอลังการของต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาประดับด้วยพันธุ์ไม้เขียวขจี สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 22 เมตร ครั้งแรกในไทย ออกแบบโดย Klein Dytham architecture (KDa) บริษัทออกแบบชั้นแนวหน้าจากญี่ปุ่น ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ พร้อมตกแต่ง ไฟคริสต์มาสสุดตระการตานับล้านดวง ตั้งแต่อุโมงค์ทางเชื่อม ระหว่างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม และที่บริเวณทางเชื่อมจากรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต เข้าสู่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตลอดจนแนวทางเดินถนนเพลินจิต ความยาวกว่า 200 เมตร สร้างสรรค์โดยทีมนักออกแบบ Awakening Bangkok เป็นครั้งแรก อีกทั้ง มีมุมสวยๆ ให้ทุกคนมาถ่ายรูปแชร์ความสุขอัพลงโซเชียลกันรัวๆ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลท์มากมายให้ร่วมสนุกกันได้ทั้งครอบครัว อาทิ เวิร์กช็อปรักษ์โลก โดย สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. กิจกรรมความสุขวันหยุดสุดสัปดาห์ และ คริสต์มาส ฟู้ด มาร์เก็ต โดย BKKMENU ร่วมคัดสรรร้านอาหาร ขนม และเครื่องดื่มแสนอร่อย กว่า 80 ร้าน ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนทุกสัปดาห์ และยังมีคาเฟ่สุดชิค ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อย แถมเต็มอิ่มไปกับหลากหลายเมนูยอดนิยมประจำเทศกาล พร้อมชวนมาเลือกช้อปฯ ไอเท็มชิ้นพิเศษจากเหล่าแบรนด์ชั้นนำให้จับจองก่อนใคร ตลอดจนโปรโมชั่นสุดพิเศษแห่งปีที่ไม่ควรพลาดตลอดช่วงเทศกาลนี้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 ม.ค. 65

รวมถึงสัมผัสช่วงเวลาพิเศษกับดินเนอร์ปาร์ตี้ที่ SIWILAI CITY CLUB ในช่วงคริสต์มาส 24-25 ธ.ค. 64 พร้อมนับถอยหลังสู่ปีใหม่กับ Count Down Party ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 64 ที่กำลังจะมาถึง รวมไปถึงที่ OPEN HOUSE เนรมิต Art Tower ให้กลายเป็นปฏิทินนับถอยหลังสู่ปีใหม่ขนาดใหญ่ เพิ่มสีสันและบรรยากาศเทศกาล ส่งท้ายปี แถมที่นี่ยังมี Winter Market ในวันที่ 17 – 26 ธ.ค. นี้ ให้ได้ทั้งชม ช้อปฯ กับร้านค้าสุดพิเศษกันอีกด้วย

สำหรับ ‘คริสต์มาส พาร์ค’ ใจกลางเมืองแห่งนี้ อัดแน่นด้วยสุดยอดไฮไลท์ที่ชวนให้มาช้อปฯ ชิม ชิลล์ แชร์ และเช็คอินถ่ายรูปโลเคชั่นสวยๆ ทั่วบริเวณศูนย์การค้าฯ ได้ตลอดวัน ทั้งช่วงกลางวันและยามค่ำคืน เริ่มตั้งแต่

The Giant Reflective Tree บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ชมความสวยงามอลังการของ The Giant Reflective Tree ต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ประดับด้วยพันธุ์ไม้เขียวขจี สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 22 เมตร ที่แรกในไทย ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นความสุขในเทศกาลนี้ ออกแบบโดย Klein Dytham architecture (KDa) โดยนำพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ กว่า 30 สายพันธุ์ และกล่องของขวัญมาจัดและตกแต่ง เพิ่มความรู้สึกสดชื่นได้ตั้งแต่แรกเห็น ท่ามกลางเหล่าเจ้ากวางเรนเดียร์คู่กายของคุณลุงซานต้าที่ถูกสอดแทรกอยู่ในสวนแห่งจินตนาการ มาส่งมอบของขวัญสีเหลืองทองส่องประกายทั่วทั้งลาน และตระการตาไปกับแสงแห่งความสนุก ความหวัง และสีสันแห่งชีวิต เหมือนแสงที่พุ่งทะยานไปบนฟ้า พร้อมสนุกสนานไปด้วยกันตลอดทั้งปี และ ยังประดับไฟสวยๆ เติมเต็มสีสันยามค่ำคืนตลอดแนวทางเดินถนนเพลินจิต สร้างสรรค์โดยทีมนักออกแบบ Awakening Bangkok เป็นครั้งแรก ในคอนเซปต์ Together We Grow x AWKN เพราะเราจะเติบโตอย่างมีความสุขไปด้วยกัน

PRADA GLOW POP-UP ที่ชั้น G Prada เปิดตัวป็อปอัพแห่งใหม่ “Prada Glow” ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. ถึง 12 ธ.ค. นี้ ภายในพื้นที่ป็อปอัพนั้นตกแต่งด้วยโปรเจ็คเตอร์แบบเคลื่อนไหวผ่านเทคนิคล้ำสมัย พร้อมเอ็ฟเฟ็กต์การไล่เฉดแสงเรืองสุดตระการตาและมีโลโก้ Prada รูปทรงสามเหลี่ยมโดดเด่นเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยไอเท็มที่เปี่ยมไปด้วยลูกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปักเย็บและตกแต่งรายละเอียดที่หรูหราอย่าง เลื่อม คริสตัล หมุด และลูเร็กซ์ (Lurex) เข้ากับลุคและสีสันของเมทัลลิก เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้แก่เสื้อผ้า แอคเซสเซอรี่ กระเป๋า และรองเท้าที่ดูเรียบสะอาดตา เผยผลงานที่ผสมผสานไฮแฟชั่นเข้ากับสปอร์ตแวร์ได้อย่าง ลงตัว

The Festive Walk ชั้น 1 พบกับ The Festive Walk การตกแต่งทางเดินสกายวอล์กด้วยต้นสนประดับไฟคริสต์มาส จากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต เชื่อมโยงเข้าสู่บรรยากาศของความสุขทั่วบริศูนย์การค้าฯ

The Rabbit’s Garden ชั้น 2 เปิดพื้นที่ให้เป็น The Rabbit’s Garden ชวนสาวกงานประดิษฐ์และคนรักต้นไม้มาร่วมทำเวิร์กช็อปรักษ์โลกกันได้ตลอดงาน โดย สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ได้ร่วมจัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘Bonsai Workshop‘ กิจกรรมเพาะลี้ยงบอนไซเอาใจคนรักต้นไม้, ‘Floating tree Workshop’ การทำต้นไม้ลอยได้ที่จะทำให้การปลูกต้นไม้ของคุณไม่ธรรมดาอีกต่อไป, ‘Nature postcard Workshop’ ออกแบบโปสการ์ดภาพธรรมชาติสวยๆ มองเองยังสบายตา มอบให้คนอื่นแล้วสบายใจ และ ‘Painting Plant Pots Workshop’ การเพ้นท์กระถางต้นไม้แฮนด์เมด ระหว่างวันที่ 11 ธ.ค. 64 – 9 ม.ค. 65 เวลา 11.00 – 19.00 น. ของแต่ละวัน (จำกัด 50 สิทธิ์/วัน)

ความสุขดีๆ ยังมีต่อเนื่องมาที่ Tunnel: Glow with the Flow Tunnel อุโมงค์ทางเชื่อมชั้น 2 ระหว่างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัลชิดลม ตระการตาด้วยแสงสีต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส อีกหนึ่งมุมถ่ายรูป สุดปังให้ได้เก็บความทรงจำตามชอบใจ

Feast in the Park ชั้น 5 สัมผัสบรรยากาศแบบสบายๆ เหมือนงานเลี้ยงในสวน Feast in the Park ชวนอร่อยเพลินไปกับ คริสต์มาส ฟู้ด มาร์เก็ต โดย BKKMENU ร่วมคัดสรรร้านอาหาร ขนม และเครื่องดื่มแสนอร่อย กว่า 80 ร้าน ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนทุกสัปดาห์ มาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปของอร่อยกันได้ตามใจชอบ รวมถึงยังมี Gift Wrapping Station จุดห่อของขวัญและกระดาษห่อของขวัญลายพิเศษที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เพียงแสดงใบเสร็จจากการ ซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าภายในศูนย์ฯ โดยไม่มีขั้นต่ำ (1 ใบต่อ 1 สิทธิ์)

Christmas Feast & Countdown to 2022 at SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5 วันที่ 24 และ 25 ธ.ค. 64 มาฉลองช่วงเวลาพิเศษ คริสต์มาสดินเนอร์ ที่ SIWILAI CITY CLUB พร้อมส่งท้ายนับถอยหลังสู่ปีใหม่กับ Count Down Party ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 64 เริ่มตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป จัดเต็มด้วยดีเจและศิลปินชื่อดังอย่าง อะตอม – ชนกันต์ รัตนอุดม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร 02 160 5631

Lighting & Advent Calendar ที่ OPEN HOUSE ชั้น 6 อีกหนึ่งไฮไลท์สุดพิเศษบนพื้นที่แห่งความสุขที่ OPEN HOUSE แห่งนี้ กับ Lighting & Advent Calendar ปฏิทินนับถอยหลังสู่ปีใหม่ขนาดใหญ่ รวมไปถึงการตกแต่งไฟวิบวับสวยงาม สร้างบรรยากาศแสนอบอุ่น พร้อมเพิ่มสีสันตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณ ชวนให้ฮิปสเตอร์ทุกท่านได้กดชัตเตอร์กันแบบรัวๆ นอกจากนี้ ยังมี Winter Market ให้ได้ทั้งชม ช้อปฯ กับร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกกว่า 20 ร้าน ตั้งแต่วันที่ 17–26 ธ.ค. 64 กันอีกด้วย

Eathai ชั้น LG จากนั้นมาต่อกันที่ Eathai (อีทไทย) ขอส่งมอบกระเช้าทางมะพร้าวสานผลิตภัณฑ์จากชุมชนอัมพวา สวยงามมีคุณค่า บรรจุด้วยขนมไทยที่เปี่ยมด้วยความหมายอันเป็นสิริมงคล อาทิ กระเช้าทองเฟื่องฟูชูใจ, กระเช้าลูกชุบปิติ และกระเช้ามงคลอื่นๆ อีกมากมาย เป็นตัวแทนความรู้สึกปรารถนาดีในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 64 – 15 ม.ค. 65 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร: 0-2160- 5995 Line: @eathaibycentral ทั้งยังสามารถแวะมาสนุกกับกิจกรรม สอยดาวโชคดี ลุ้นรับของรางวัลจากอีทไทยได้ ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 64 – 9 ม.ค. 65 ที่ อีทไทย ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

ยิ่งไปกว่านั้น ยกระดับความสุขไปอีกขั้น อีกหนึ่งความพิเศษที่ทุกคนจะได้สัมผัสความน่าตื่นตาตื่นใจ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 18 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ นั่นคือ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จะเนรมิตพื้นที่ atrium space ชั้น G ให้กลายเป็น คริสต์มาส พาร์ค หรือสวนคริสต์มาสขนาดใหญ่ใจกลางศูนย์การค้าฯ เป็นครั้งแรก โดย KDa ในฐานะนักออกแบบ ได้นำแนวคิดและแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่าง การได้เห็นความเขียวชอุ่มและพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่น่าทึ่งในประเทศไทย มาใช้ในการสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ สูง 18 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศของ อินฟินิตี้ ฟอเรสต์ (Infinity Forest) ฝีมือการตกแต่งและการจัดวางโดย At Real Design ที่ให้ความรู้สึกเสมือนดั่งคุณกำลังเดินเข้าไปในป่าที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต แวดล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์และดอกไม้นานาชนิดสีสันสดใส แถมเสริมทัพขบวนความสุขด้วยมาสคอตสัตว์สุดน่ารัก เพื่อสร้างความสุขไม่สิ้นสุดมอบเป็นของขวัญให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน รวมทั้งพบกับสองนักแสดงหนุ่มสุดฮอต เก้า-นพเก้า เดชาพัฒนกุล และ อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง ที่จะพาทุกท่านเยี่ยมชมคริสต์มาส พาร์ค อย่างเป็นทางการ ในเวลา 12.30 – 13.30 น. อีกทั้งพบกับ 3 หนุ่มหล่อศิลปินรุ่นใหม่จาก White Fox by GMM Grammy ทั้ง คิน-ธนชัย ศักดิ์ชัยเจริญกุล, ไตเติ้ล-กีรติ พวงมาลี, บอส-ธปณัฐ อธิคมโภคิน ที่จะมาร่วมร้องเพลงเพื่อส่งมอบความสุข ความสนุกให้แฟนๆ ระหว่างเวลา 17.00 – 19.00 น. เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์ดีต่อใจ

นอกจากนี้ มาค้นพบความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ กับกิจกรรมประจำวันเสาร์ รับสิทธิ์เข้าร่วมเวิร์กช็อปศิลป์ในสวน ‘Art in the park’ โดย Soul Salt River City วันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. 64 เวลา 11.00 – 19.00 น. (จำกัด 50 สิทธิ์/วัน) และเวิร์กช็อปน่ารักๆ ‘Christmas in the bottle’ อีกหนึ่งไอเดียของขวัญทำมือสำหรับปีใหม่นี้ วันเสาร์ที่ 1 ม.ค. 65 เวลา 11.00 – 19.00 น. (จำกัด 200 สิทธิ์/วัน) เพียงแสดงใบเสร็จจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายใน ศูนย์ฯ ในวันดังกล่าวครบ 3,000 บาท ส่วนวันที่ 25 ธ.ค. ระหว่างเวลา 14.00 และ 16.00 น., ชมการแสดงสตรีทอาร์ทและคริสต์มาสแครอล รวมทั้งเพลิดเพลินไปกับไลฟ์สไตล์ทางดนตรีจากดีเจ และดนตรีแจ๊สในสวนแสนอบอุ่นในทุกวันเสาร์และอาทิตย์

ตลอดจนเหล่าร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ ทั้งแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำ นำเสนอไอเท็มสินค้า ชิ้นพิเศษและเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครให้นักช้อปได้จับจอง พร้อมส่วนลดและข้อเสนอจากร้านค้าแบรนด์ดัง รวมถึง เหล่าภัตตาคารและร้านอาหารชื่อดังหลากหลายสัญชาติใน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยังพร้อมเสิร์ฟเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มีเฉพาะที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เท่านั้น และเมนูพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาล อาทิ Albero, Coffeeology, Hong Bao, Muteki by Mugendai, PAUL, The Raw Bar, Water Library รวมทั้งยังมีกระเช้าและชุดกล่องของขวัญสวยงามให้เลือกหลากหลายจากร้านดัง อาทิ Char Flower Tea, Dean & Deluca, Ma Chandelle, Matara Studio, Panpuri และอีกมากมาย

เท่านั้นไม่พอ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพิ่มพลังความสุขให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง และอิ่มคุ้ม กับโปรโมชั่นสุดพิเศษแห่งปี Let’s Celebrate 2022 ‘The Christmas Park & New Year’s Favourites’ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 64 ถึง 9 ม.ค. 65 เอาใจนักช้อป นักชิม รับทันทีบัตรกำนัล หรือบัตรรับประทานอาหาร และเงินคืน พร้อมลุ้นรับแพ็คเกจที่พักสุดหรูและของรางวัลอื่นๆ มากมาย มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข และรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ

สายขาช้อปไม่ควรพลาด รับฟรี นาฬิกาตั้งโต๊ะมูลช้าง จาก Hyperdesign-lab หรือ Central Embassy Voucher และ Cash Back จากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 12,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (จำกัด 1,575 รางวัล ต่อรอบ รวม 3,150 รางวัลตลอดรายการ) และเพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย เพียงมาช้อปในวันเสาร์ และอาทิตย์ที่ 27 – 28 พ.ย. 64 และ 31 ธ.ค. 64 – 1 ม.ค. 65 รับทันทีรางวัล E-Voucher (โค้ดส่วนลด) สำหรับเดินทางภายในประเทศ จาก Bangkok Airways จำนวน 2 ใบ รวมมูลค่า 6,000 บาท เมื่อช้อปครบ 150,000 บาทขึ้นไปต่อวัน (จำกัด 8 รางวัล ต่อรอบ รวม 16 รางวัล ตลอดรายการ) นอกจากนี้ ยังมีรางวัลโดนใจเหล่านักชิม รับฟรีบัตรกำนัล รวมสูงสุด 800 บาท เมื่อรับประทานอาหารครบตามเงื่อนไข (จำกัด 1,500 รางวัล ต่อรอบ รวม 3,000 รางวัล ตลอดรายการ) รอบแรกระหว่างวันที่ 11 พ.ย. 64 – 10 ธ.ค. 64 และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 11 ธ.ค. 64 – 9 ม.ค. 65

พิเศษสุด มอบเอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก The Embassy Club และ Central Diamond Society สำหรับ Top Spender ที่มียอดช้อปสูงสุด 2 ท่าน และมียอดช้อปสะสม 3 ล้านบาทขึ้นไปตลอดรายการ รับแพ็คเกจที่พัก สุดหรู Park Hyatt Bangkok ห้อง Presidential Suite voucher 2 วัน 1 คืน มูลค่า 220,000 บาท พร้อม Central Embassy Voucher มูลค่า 70,000 บาท รวมมูลค่า 290,000 บาท และรับเพิ่ม Central Embassy Voucher สูงสุด 60,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (จำกัด 38 รางวัล)

มากไปกว่านั้น พิเศษสุดสำหรับสมาชิก The1 เมื่อช้อป หรือ รับประทานอาหารครบทุก 3,000 บาทขึ้นไป ลุ้นรับของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 650,000 บาท จำนวน 11 รางวัล ได้แก่ ที่พัก Amanpuri จังหวัดภูเก็ต ห้องพัก Ocean Pool Pavilion 3 วัน 2 คืน มูลค่า 210,000 บาท (1 รางวัล), รถจักรยานยนต์ Vespa รุ่น LX 125 i-Get สีแดง มูลค่า 89,400 บาท (2 รางวัล), ที่พัก Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort จังหวัดเชียงราย กับห้องพักหรู The Deluxe Three country view & The Jungle Bubbles 3 วัน 2 คืน มูลค่า 65,000 บาท (1 รางวัล), ที่พัก The Sarojin เขาหลัก จังหวัดพังงา กับห้องพักแบบ Jacuzzi Pool Suite 3 วัน 2 คืน มูลค่า 64,876 บาท (2 รางวัล), แพ็คเกจตรวจสุขภาพชะลอวัย (Fully check-up) และ Myer’s Cocktail Program จาก Panacee Medical Center มูลค่า 9,000 บาท (5 รางวัล) ตลอดจนสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 25% หรือผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน พร้อมส่วนลดและข้อเสนอจากร้านค้าในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่ร่วมรายการ

และหากไม่อยากพลาด ปักหมุดรอไว้เลย วันที่ 26 พ.ย. 64 วันเดียวเท่านั้น! เตรียมช้อปสุดคุ้มเปย์มันส์ วันเดียว ! ใน “Black Friday” และรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท รับฟรี Voucher มูลค่า 5,000 บาท เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป ผ่านบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน หรือยูโอบี หรือกรุงศรีฯ หรือ ทีทีบี (จำกัด 170 รางวัล) ก่อนปิดท้ายอีกหนึ่งวันพิเศษ เฉพาะวันที่ 26 ธ.ค. 64 วันเดียวเท่านั้น! เตรียมช้อปฯ ให้สุดกับมหกรรมช้อปสนั่นเมือง “Boxing Day” รับส่วนลดและของรางวัลมากมาย พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ

นี่คือจุดหมายในการเดินทางมาเฉลิมฉลองและส่งต่อความสุขไปด้วยกันในงาน Let’s Celebrate 2022 ‘The Christmas Park & New Year’s Favourites’ ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้-9 ม.ค. 65 ติดตามรายละเอียดและตารางกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/centralembassy และ www.centralembassy.com

#LetsCelebrate2022

#TheChristmasPark

#NewYearsFavourites

#GrowingHappiness

#CentralEmbassy

@klein_dytham_architecture