ชี้เป้าร้านใหม่ ‘ปาปา’ บะหมี่โคตรปู-ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัย เมนูยั่วใจคนรักเส้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667026

วันที่ 02 พ.ย. 2564 เวลา 08:30 น.ชี้เป้าร้านใหม่ 'ปาปา' บะหมี่โคตรปู-ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัย เมนูยั่วใจคนรักเส้นแวะเมืองทอง ลองร้านเปิดใหม่ “ปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม)” ชิมบะหมี่โคตรปู ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัยธานี ต่อที่ข้าวไข่ทอร์นาโดปู สุดยอดเมนูกินง่ายที่เลือกอร่อยได้หลายฟิล

เพราะความอร่อยใหม่รอให้เราไปลิ้มรสอยู่เสมอ ครั้งนี้ กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนพลพรรคคนรักเส้นไปสัมผัสกับอีกสุดยอดเมนูปู ที่ร้านเปิดใหม่บนถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี จ.นนทบุรี อย่างร้าน “ปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม)” ร้านที่เริ่มต้นขึ้นจากพนักงานบริษัทที่อยากเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลังการเป็นพนักงานกินเงินเดือนในอนาคต ด้วยแรงบันดาลใจจากการเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ชอบกินบะหมี่ใส่หมูสับ อวลกลิ่นหอมกรุ่นกระเทียมเจียวของร้านดังที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองของจังหวัดที่เขาได้ไปเป็นประจำ

เมื่อเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ จากที่มีโอกาสได้กินบะหมี่ปูร้านดังอยู่หลายครั้ง ก็สังเกตเห็นภาพบนฝาผนังปรากฏรูปความสำเร็จของลูกเจ้าของร้าน พานคิดไปว่าเขาน่าจะขายดีจนมีเงินส่งลูกเรียนต่างประเทศ จนเมื่อได้ทำงานและเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เมนูบะหมี่สุดอร่อยจึงเป็นที่สนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่ฮ่องกง เรียกว่าทุกครั้งที่ไปต้องสรรหาบะหมี่ที่ถูกใจเสมอ

ทั้งหมดจึงกลายเป็นที่มาของการเปิดร้านปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมี่ยม) ร้านเล็กๆ ของตัวเองที่คัดสรรวัตถุดิบหลักคุณภาพดี อย่างเส้นบะหมี่ไข่เส้นเล็กๆ ที่มีความหอมและเหนียวนุ่ม เฟ้นหาเนื้อปูม้า เลือกสรรส่วนกรรเชียงปูก้อนคัดพิเศษอย่างดีระดับเดียวกับภัตตาคาร ใส่ในเมนูชูโรงอย่าง บะหมี่โคตรปู เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติความหวานของเนื้อปูอย่างเต็มคำ พร้อมด้วยน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้านที่มีรสกลมกล่อมเข้ากันได้เป็นอย่างดี

ต่อกันที่ ข้าวไข่ทอร์นาโดปูก้อน เมนูข้าวสวยร้อนๆ นุ่มๆ ถูกปกคลุมด้วยไข่ข้นที่ใช้วิธีทอดไข่ให้ม้วนเกลียวเหมือนพายุทอร์นาโดตามชื่อ โรยด้วยกรรเชียงปูก้อนและส่วนผสมอื่นๆ อร่อยครบเครื่อง

อีกเมนูแนะนำคือ ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัยธานี ก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรต้นตำรับจากคุณอา หนึ่งในร้านดังของอุทัยธานีที่คนไปเยือนต้องแวะชิม ผ่านการพัฒนาให้ถูกปากคนกรุงเทพฯ เด็ดด้วยรสชาติที่จัดจ้านไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน อร่อยครบรส ให้ทั้งน่องไก่และไก่ชิ้น ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสมุนไพรไทยเย็นๆ อย่าง น้ำอัญชัญผสมน้ำผึ้งออร์แกนิค ที่สัมผัสได้ถึงความหอมหวาน และความรู้สึกสดชื่นไปพร้อมกัน

สำหรับบรรยากาศ ร้านปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม) ตกแต่งในสไตล์คาเฟ่ ให้นั่งแบบสบายๆ เพิ่มความอาร์ตด้วยภาพวาดลายเส้นน่ารักๆ จากฝีมือเพื่อนที่เป็นศิลปิน จะนั่งกินที่ร้านหรือสั่งกลับบ้านก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ยังมีบริการเดลิเวอรี่สั่งผ่าน Robinhood และ Lineman ส่งตรงถึงประตูบ้าน รอทานกันได้เลย

ตามไปลิ้มรสเมนูกินง่ายที่หาอร่อยไม่ง่ายแบบนี้ ได้ที่ “ปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม)” ตั้งอยู่ที่อาคาร TOBA ถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก : ปาปา บะหมี่ปู หรือสอบถามได้ที่ โทร. 095-195-4919

Welcome to Thailand เซ็นทรัลต้อนรับนักท่องเที่ยว ผ่านจอดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667001

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 16:50 น.Welcome to Thailand เซ็นทรัลต้อนรับนักท่องเที่ยว ผ่านจอดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกเซ็นทรัลพัฒนา ขานรับเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านสัญลักษณ์ “Welcome to Thailand” ในภาษาต่างๆ บนจอ PanOramix เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กใจกลางราชประสงค์

  • ตอกย้ำการเป็นไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก และ Tourist destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย. นี้
  • ผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อัดโปรฯ พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมโปรโมชั่นบัตรเครดิตชั้นนำพร้อมส่วนลดมากมาย
  • ต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัย ภายใต้มาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ยกระดับเข้มข้นสูงสุด เพื่อให้ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ COVID-FREE สำหรับทุกคน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาต์เล็ตแห่งแรกของไทย ขานรับภาครัฐเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศทั่วโลก ผ่านสัญลักษณ์ “Welcome to Thailand” ในภาษาต่างๆ 7 ภาษา คือ ไทย, อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สวีเดน และฝรั่งเศส บนจอ PanOramix ดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำการเป็นไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก และ Tourist Destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่โดดเด่นของไทย สู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เตรียมเปิดประตูต้อนรับภายใต้มาตรการยกระดับเข้มข้นสูงสุด “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ศูนย์การค้าปลอดภัย พนักงานปลอดภัยทั้ง 34 สาขา ทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อัดโปรฯ ‘Shopcation Exclusive Privileges’ มอบสิทธิพิเศษ และโปรโมชั่น ส่วนลดมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ในฐานะภาคเอกชน เรามุ่งมั่นในการช่วยขับเคลื่อนประเทศโดยให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมผลักดัน “ภูเก็ต โมเดล ให้เป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย” โดยมีแนวทางที่สำคัญเพื่อเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการมาตรการของศูนย์การค้าไทยต่อไป ดังนี้

· สร้างพื้นที่สาธารณะที่สะอาดปลอดภัย COVID-FREE ‘No.1 Hygiene & Safety Standard’: สร้างความพร้อมเป็น Place of Confidence ของสถานที่ให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวชาวไทยและเทศ ชูความเป็นต้นแบบของศูนย์การค้าปลอดภัย อาทิ เซ็นทรัล ภูเก็ต ที่เป็นศูนย์การค้าแรกที่ได้รับสัญลักษณ์ SHA PLUS+ จาก ททท. และเป็น The First Vaccinated Shopping Center พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า โดยพนักงานติดสัญลักษณ์ I’M VACCINATED

· กระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ สร้างเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย” อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

– เชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้ง Value Chain ตั้งแต่ศูนย์การค้า-โรงแรม-ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเติมเต็มการท่องเที่ยวทั้งระบบ ร่วมกันสร้างความพร้อมให้กับจังหวัด โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล วิลเลจ เซ็นทรัล ภูเก็ต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล พัทยาบีช และ เซ็นทรัล สมุย เป็นต้น

– โปรโมทท่องเที่ยวไทย แบบ Cross-Region โดยมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล 34 สาขาทั่วประเทศเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในการสร้าง “ไทยเที่ยวไทย” ให้ คนใต้เที่ยวภาคเหนือ คนเหนือเที่ยวภาคใต้ เป็นต้น โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งรายใหญ่และรายย่อย

โดยตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจากนี้สถานการณ์ในประเทศจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นโดยเฉพาะช่วงปลายปี เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการและเคอร์ฟิวของภาครัฐส่งผลให้มู้ดบรรยากาศการท่องเที่ยวของประชาชนดีขึ้น รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมีความหลากหลายในการมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศให้คึกคัก ทั้งจากแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมไปถึงแคมเปญการตลาดส่งท้ายปีต่างๆ ซึ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลตั้งเป้าเป็น Destination landmark เทศกาลความสุขในทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติ ภายใต้มาตรการ เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เน้นย้ำเป็นพิเศษเรื่องการจำกัดจำนวนคน และเว้นระยะห่าง Social distancing” ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าว

ผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล มอบสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นสำหรับนักท่องเที่ยวในแคมเปญ ‘Shopcation Exclusive Privileges’ อาทิ ส่วนลดจากร้านค้าในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลพัฒนา และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในเครือเซ็นทรัล รีเทล, ส่วนลดห้องพักจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 650 บาท ต่อคืน สำหรับการเข้าพักอย่างน้อย 7 วัน) และส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับเมนูสปา à la carte และ โปรโมชั่นส่วนลดสุดพิเศษจากท็อปส์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, สินค้ากีฬาจากซูเปอร์สปอร์ต และร้านค้าที่ร่วมรายการในเครือ ซี อาร์ ซี สปอร์ต และร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการในสาขาเมืองท่องเที่ยว อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์: รับฟรี ลำโพงบลูทูธ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต JCB ครบ 2,000 บาท และรับเงินคืนเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร Mastercard ในร้านค้าที่ร่วมรายการ, เซ็นทรัล วิลเลจ: รับฟรีกระเป๋า Clutch Bag, Tote Bag และรับสิทธิ์เข้าใช้บริการ VIP Lounge เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต JCB ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด / รับฟรี บัตรรับประทานอาหารที่ Food Village มูลค่า 200 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Mastercard ครบ 1,500 บาท / รับฟรีกระเป๋า Visa Tote Bag เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Visa ครบ 5,000 บาท และเซ็นทรัล ภูเก็ต: รับฟรี Cash Voucher มูลค่า 900 บาท เพื่อใช้ในร้านค้าที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าพร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายเพียงแสดงบัตรโดยสารจากสายการบิน Etihad (**หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละสาขากำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละสาขา)

3 ร้านอร่อยเด็ดขายดีจนต้องบอกต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666998

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 16:45 น.3 ร้านอร่อยเด็ดขายดีจนต้องบอกต่อ“หนึ่งปูม้า ทะเลเผา – หมูทอดยอดชาย – ผัดไทโบราณยายเจี๊ยบ” 3 ร้านอร่อยเด็ดกับกลเม็ดการขายให้ตอบโจทย์คนชอบกินในยุคโควิด พิชิตยอดขาย

หลังจากที่ร้านอาหารเงียบเหงากันมาสักพักจากการล็อกดาวน์ แต่พอเริ่มคลายล็อกบวกกับการกระตุ้น จากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ก็ทำให้ธุรกิจร้านอาหารกลับมาคึกคักอีกครั้ง รอบนี้เรียกว่าแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ต่างงัดแคมเปญช่วยเพิ่มยอดขายคนละครึ่งให้ร้านอาหารกันแบบจัดหนัก อย่าง LINE MAN ที่มีทั้งงดเว้นการเก็บค่าส่ง และแคมเปญลูกค้าใหม่จ่ายค่าอาหารคนละครึ่งมื้อแรก 1 บาทก็ช่วยโกยลูกค้าให้สั่งคนละครึ่งมากขึ้นกว่าเดิม จนทำเอา บางร้านยอดขายเติบโตสูงสุดถึง 10 เท่าเลยทีเดียว บทความนี้ลองมาพูดคุยกับเจ้าของร้านเด็ดถึงผลตอบรับจากคนละครึ่งเดลิเวอรีกัน

ร้านแรก หนึ่งปูม้า ทะเลเผา : ที่สุดของความสด ในราคาสบายกระเป๋า ที่สาขารามคำแหง 24

“ปูม้าสด เนื้อรสหวาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่ใช้พริกขี้หนูสวนคัดสดๆ ทำวันต่อวัน เสิร์ฟคู่ด้วยกรรเชียงปู คือหนึ่งใน ความโดดเด่นของร้านเรา”

คุณหนึ่ง เจ้าของร้าน หนึ่งปูม้า ทะเลเผา ร้านอาหารทะเลชื่อดังคุ้นหูของเหล่านักกิน เล่าให้เราฟังว่า วัตถุดิบส่วนใหญ่ของร้านจะถูกนำเข้าจากเมืองจันทบุรี อ่าวไทย รวมไปถึงทะเลใต้ โดยไม่ผ่านพ่อค้า คนกลาง ส่งผลให้สามารถขายได้ในราคาย่อมเยาว์ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เหล่าลูกค้าประจำต้องติดใจนอกเหนือจาก เรื่องความสดและรสชาติที่อร่อยของอาหาร

“…เดลิเวอรีตอบโจทย์มากๆ สำหรับลูกค้าที่ยังไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าสัมผัส”

จากที่เคยมีอคติกับเดลิเวอรีก็เปลี่ยนใจ

เธอเล่าให้ฟังว่า เคยเป็นคนที่อคติกับเดลิเวอรีมาก และไม่คิดว่าจะได้ผล จนได้มีโอกาสมาใช้เดลิเวอรี แล้วพอมี โครงการคนละครึ่งทำให้มีทั้งลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่กลับมาซื้อซ้ำ “ช่วงแรกที่ขายเดลิเวอรีใหม่ๆ ก็มีทีมงาน LINE MAN เข้ามาช่วยสอน ทุกวันนี้ ลูกค้าที่มาสั่งจะใช้คนละครึ่งแทบทุกคน” ถึงแม้ออร์เดอร์จะเพิ่มขึ้นจนมือเป็นระวิง แต่หนึ่งปูม้า ทะเลเผา ก็ยังคงคุณภาพคัดความสดส่งให้ถึงมือลูกค้าทุกคนเสมอ พร้อมกับส่งท้ายให้กับเราว่า “ซื้ออาหารร้านเราได้ 2 เด้ง เพราะอาหารร้านเรา ราคาสบายกระเป๋า ยิ่งซื้อผ่านคนละครึ่งใน LINE MAN ก็ยิ่งจ่ายน้อยลงไปอีก”

 

ร้านที่สอง หมูทอดยอดชาย : พื้นที่ที่คนรักเนื้อหมูคู่ควร ในแถบบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

คุณฝ้าย เจ้าของร้านหมูทอดยอดชาย ที่มี “หมูทอด” สูตรเด็ดชวนน้ำลายสอ ด้วยกรรมวิธีของร้านที่ใช้ หมูสันนอกหมักถึง 48 ชั่วโมง ทอดออกมาด้วยแป้งบางเนื้อนุ่ม กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว โรยกระเทียมกรอบพร้อมเสิร์ฟ มาพร้อมต้มเล้งเนื้อเปื่อย ที่เคี่ยวในน้ำซุปไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ให้รสแซ่บแบบกลมกล่อมจนต้องติดใจ

“…รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก คนละครึ่งเดลิเวอรีช่วยให้เด็กที่ร้านมีงานทำโดยไม่ต้องลดตารางวันทำงานของเขา และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับร้านมากขึ้น”

ยอดขายคนละครึ่งเดลิเวอรีพุ่งสูงจนกลายเป็นรายได้หลักของร้าน

นอกจากหมูทอดรสเด็ดแล้ว ผู้ช่วยชั้นดีของคุณฝ้ายที่ดึงดูดเหล่าลูกค้าให้กดสั่งแบบไม่เว้นวัน ก็คือการเข้าร่วม คนละครึ่งกับ LINE MAN ทำให้ลูกค้าประจำของร้านเข้ามาสั่งซ้ำในทุกๆ วัน “ทุกวันก็จะมีชื่อเดิมๆ ของลูกค้าประจำ ขึ้นมาแล้ว ส่วนใหญ่จ่ายผ่านคนละครึ่งกันหมดเลย” และยังเผยอีกว่า “ทุกวันนี้รายได้จากการเดลิเวอรีแบบคนละครึ่ง พุ่งสูงจนเป็นรายได้หลักของทางร้านเลย ซึ่งมองว่าการใช้คนละครึ่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรีเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายมาก ไม่ว่าจะขั้นตอนการสมัครหรือใช้จ่าย ตอบโจทย์ลูกค้าสามารถจ่ายคนละครึ่งผ่านแอปได้เลย”

 

ร้านที่สาม ผัดไทโบราณยายเจี๊ยบ: สูตรเด็ดหนึ่งเดียว แห่งตำบลบ้านใหม่ จังหวัดนครราชสีมา

ร้านผัดไทโบราณยายเจี๊ยบเกิดขึ้นมาจากความชอบส่วนตัวของคุณสมหญิง เจ้าของร้านผัดไทโบราณ ยายเจี๊ยบ ที่ได้ใช้ความเชี่ยวชาญจากการสั่งสมประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติผัดไทจากที่ต่างๆ “เริ่มต้นจากการ ชิมไปเรื่อยๆ เพื่อปรับปรุงสูตร ประกอบกับสูตรจากคุณย่า คุณยายด้วย” ก่อให้เกิดเมนูผัดไทโบราณรสชาติกลมกล่อม ฉบับของตัวเองที่เคี่ยวด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บที่ใช้เวลาเคี่ยวกว่า 4 ชั่วโมง หาทานได้ยากแห่งตำบลบ้านใหม่

“…หลังร่วมโครงการคนละครึ่งกับ LINE MAN ยอดขายเป็นเท่าตัวเลย”

โควิด-19 บทเรียนสำคัญของร้านอาหารที่จะต้องสู้และอยู่กับมันให้ได้

ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ปี ในฐานะเจ้าของกิจการของตัวเอง เธอได้เรียนรู้มากมาย แม้กระทั่งสถานการณ์ โควิดที่ทำให้หลายธุรกิจร้านอาหารต่างต้องตั้งหลักให้แข็งแรงขึ้น “แน่นอนว่าสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาร้านได้รับ ผลกระทบ ซึ่งการใช้เดลิเวอรีเข้ามาช่วยก็เป็นอีกทางรอดหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อมีคนละครึ่งให้ใช้ด้วย” ด้วยช่องทาง ออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์ให้กับคนที่ไม่อยากออกจากบ้าน และไรเดอร์ที่คอยรับออร์เดอร์ตลอดทั้งวัน ก็ทำให้ เพิ่มโอกาสในการขายของร้านมากขึ้น ยิ่งเป็นตัวช่วยให้ยอดขายดีขึ้นไปตามกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความประทับใจ และเป็นกำลังใจให้คุณสมหญิงในฐานะคนทำธุรกิจร้านอาหารได้อย่างดี พร้อมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “อีกไม่นานกำลังจะมี เมนูใหม่ออกมา คือ ผัดไทสปาเก็ตตี้ อยากให้ทุกคนได้มาลอง”

เรื่องราวจากทั้ง 3 ธุรกิจร้านอาหารคงทำให้หลายคนได้ใจชื้นที่เห็นเหล่าร้านอาหารโปรดของเรา กำลังจะกลับมา แข็งแรงอีกครั้งจากยอดขายและการอุดหนุนออร์เดอร์ที่เพิ่มขึ้น โครงการคนละครึ่งครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยเหลือเพียงเหล่าร้าน อาหารเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคอันนำไปสู่การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และสนับสนุนทุกคนในระบบเศรษฐกิจต่อไป

โชคุปังสุดปังกลางทองหล่อ @คิวามิ นามะ โชคุปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666874

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 11:15 น.โชคุปังสุดปังกลางทองหล่อ @คิวามิ นามะ โชคุปังเอาใจสาวกคนรักขนมปังนมสไตล์ญี่ปุ่น “ดองกิ” ต่อยอดความอร่อย เปิดตัวร้าน “คิวามิ นามะ โชคุปัง” กลางทองหล่อ

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ครั้งนี้ชวนฟินกับเมนูขนมปังสุดปังสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่คุ้นกันนาม โชคุปัง ร้านใหม่ล่าสุดย่านทองหล่อ โดยบริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด ร้านค้าอันดับหนึ่งด้านสินค้าประเภทของใช้และอาหารคุณภาพดีนำเข้าจากจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) เปิดตัวร้าน “คิวามิ นามะ โชคุปัง” สาขาหลักในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่ ชั้น 1 โซนด้านหน้าอาคารดองกิ มอลล์ ทองหล่อ

จุดนัดพบคนรักโชคุปัง ขนมปังนมสุดพรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของดองกิประเทศไทย และเป็นครัวกลางในการผลิตสำหรับส่งผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายยังดอง ดอง ดองกิ สาขาอื่นๆ ควบคู่ไปกับแผนในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายขนมปังคิวามิโชคุปัง ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบขนมปังคิวามิโชคุปังคุณภาพสูง และต้องการความสดใหม่ ตลอดจนเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตมากยิ่งขึ้น

สำหรับที่มาของชื่อร้าน มาจากคำว่า “คิวามิ” ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “ขั้นเทพ หรือขั้นสุดยอด” สื่อถึงความพรีเมี่ยมสุดยอดของขนมปังที่เกิดจากความมุ่งมั่นของเชฟชาวญี่ปุ่นที่คิดค้นสูตรขนมปังนี้ขึ้นมา ส่วนคำว่า “นามะ” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง “สด” ดังนั้น “นามะ โชคุปัง” จึงหมายถึง ขนมปังที่ให้ความอร่อยแบบรับประทานได้โดยไม่จำเป็นต้องปิ้ง

ซึ่งจุดเด่นของขนมปังคิวามิ คือเนื้อสัมผัสที่นุ่มมากๆ จากความชุ่มชื้นที่ค่อนข้างสูงกว่าขนมปังทั่วไป เพราะมีกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมือนใคร โดยสามารถดึงเอาความหอมอร่อยจากแป้งสาลีสูตรพิเศษ ผสานกับความหอม มัน เข้มข้นของนมแบบเน้นๆ จึงทำให้ได้รสสัมผัสที่ละมุนลิ้น เนื้อเนียนนุ่มฟู รวมถึงการฝึกฝนและประสบการณ์ในการทำโชคุปังทุกวันมานานเกือบ 3 ปีของพนักงานดองกิ ประเทศไทย ที่ได้รับการอบรมถ่ายทอดมาจากเชฟญี่ปุ่นผู้พัฒนาสูตร ทำให้มียอดขายแล้วกว่า 100,000 ชิ้น จึงการันตีได้ทั้งในเรื่องของรสชาติความอร่อย และคุณภาพของขนมปังคิวามิในแบบฉบับญี่ปุ่นแน่นอน

สำหรับร้าน คิวามิ นามะ โชคุปัง เน้นการตกแต่งร้านด้วยสีขาวและน้ำเงิน ที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นสมัยใหม่ สอดคล้องกับสไตล์ของขนมปังคิวามิ ที่เป็นขนมปังพรีเมี่ยมสูตรดั้งเดิมของเชฟชาวญี่ปุ่น โดยตั้งใจให้เป็นร้านที่ขายขนมปังคิวามิ นามะ โชคุปัง ทั้ง 2 แบบ คือขนมปังที่ใช้นมผลิตในไทย และขนมปังที่ใช้นมฮอกไกโดจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งมีให้เลือก 2 ขนาด คือขนาดหนึ่งโลฟและครึ่งโลฟ เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบและให้ความสำคัญกับการเลือกทานขนมปังระดับพรีเมี่ยมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มอร่อยเป็นพิเศษ รวมถึงลูกค้าประจำชาวญี่ปุ่นที่มีความคุ้นเคยกับโชคุปังระดับพรีเมี่ยม ขนมปังขั้นเทพยอดนิยมอยู่แล้ว ซึ่งทุกท่านสามารถที่จะซื้อขนมปังอบสดใหม่ได้ทุกวัน

ตามหาความอร่อยได้ที่ร้านคิวามิ นามะ โชคุปัง ตั้งอยู่ใจกลางทองหล่อได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น 1 โซนด้านหน้าอาคารดองกิ มอลล์ ทองหล่อ และ ดอง ดอง ดองกิ สาขาใกล้บ้าน (เดอะมาร์เก็ต ราชดำริ และซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์) หรือสั่งซื้อแบบเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน GrabMart ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง DON DON DONKI Thailand หรือทางเว็บไซต์ https://www.dondondonki.com/th/

ปักหมุด 7 ร้านดัง ชิมฝีมือ 7 เชฟสุดปัง เพื่อบีฟเลิฟเวอร์ชาวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666837

วันที่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 12:52 น.ปักหมุด 7 ร้านดัง ชิมฝีมือ 7 เชฟสุดปัง เพื่อบีฟเลิฟเวอร์ชาวไทยพาเหรดความอร่อย MLA จัดแคมเปญ “The Great Steak Escape” เอาใจสายเนื้อเลิฟเว่อร์ ยกขบวน 7 เชฟสุดปัง ปักหมุด 7 ร้านอาหารดัง เสิร์ฟเมนูเนื้อวัวออสเตรเลียเกรดพรีเมี่ยมสู่เหล่านักชิม

นับเป็นข่าวดีที่คนรักเนื้อในเมืองไทยห้ามพลาด เมื่อเชฟชื่อดังร่วมกันนำเสนอเมนูเนื้อวัวออสเตรเลียแสนอร่อยในสไตล์ของตนเอง เพื่อเฉลิมฉลองรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับและคุณภาพระดับสูงที่นักชิมทั่วโลกต่างให้การยอมรับมาช้านาน โดย MLA (Meat & Livestock Australia) องค์กรซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ผลิต ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา รวมถึงทำการตลาดเพื่อสร้างความสำเร็จระยะยาวแก่อุตสาหกรรมเนื้อแดงออสเตรเลีย ได้จัดแคมเปญ The Great Steak Escape ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และได้เวียนมาถึงประเทศไทยในที่สุด เริ่มแล้ววันนี้ – 24 พฤศจิกายน 2564

ความพิเศษในครั้งนี้คือการเปิดประสบการณ์ในการลิ้มรสชาติเนื้อตำรับออสเตรเลียขนานแท้ นำโดย 7 เชฟชั้นนำจาก 7 ร้านอาหารชื่อดังทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเชฟแต่ละท่านจะนำเนื้อวัวออสเตรเลียมารังสรรค์เป็นสูตรอาหารที่แตกต่างกันเพื่อนำเสนอคุณภาพของเนื้อออสเตรเลียที่เปี่ยมด้วยความชุ่มฉ่ำ รสชาติเนื้อที่เข้มข้น และสัมผัสอันนุ่มละมุนอย่างน่าประทับใจในทุกคำที่ลิ้มลอง เพื่อให้คอเนื้อในเมืองไทยสามารถสัมผัสกับรสชาติแบบฉบับออสเตรเลียขนานแท้ได้อย่างสะดวกสบายแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงเมืองต้นตำรับ

แคมเปญ The Great Steak Escape”คัดเลือกเชฟฝีมือเยี่ยมจำนวน 7 คน โดยแต่ละคนจะนำเนื้อวัวออสเตรเลียส่วนต่าง ๆ มารังสรรค์เป็นเมนูอาหาร ผ่านกรรมวีธีการปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง นับเป็นโอกาสดีของบรรดาคนรักเนื้อที่จะได้เปิดโลกแห่งรสชาติและสัมผัสมาตรฐานใหม่ของเนื้อวัวจากออสเตรเลีย ที่ผ่านการควบคุมคุณภาพมาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ขั้นตอนฟาร์มเลี้ยงจนถึงการนำเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหาร จนเป็นที่ยอมรับในหมู่นักชิมทั่วโลกถึงคุณภาพเนื้อที่สม่ำเสมอทุกคำที่ลิ้มลอง อีกทั้งเชฟที่เข้าร่วมแคมเปญจะแบ่งปันสูตรอาหาร รวมถึงเทคนิคการปรุง เพื่อให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปสามารถปรุงเมนูเนื้อที่อร่อยระดับภัตตาคารได้ที่บ้านของตัวเอง

“ในช่วงเวลาที่เราไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แคมเปญ The Great Steak Escape จะมอบประสบการณ์การเดินทางสู่โลกแห่งรสชาติชั้นเลิศของเนื้อวัวออสเตรเลีย แหล่งผลิตวัวสุขภาพดีจากฟาร์มปศุสัตว์ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติบนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ทำให้เนื้อวัวที่ไม่เพียงแค่มีความปลอดภัยต่อการบริโภคเท่านั้น หากยังเต็มเปี่ยมทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่อร่อยเข้มข้น เหมาะกับการปรุงเป็นเมนูอาหารแสนอร่อยทุกรูปแบบ รวมถึงอาหารไทยยอดนิยมอีกมากมาย แม้ในวันนี้คุณไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องจำกัดประสบการณ์แห่งรสชาติตามไปด้วย MLA จึงได้จัดแคมเปญ The Great Steak Escape เพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งรสชาติเนื้อออสเตรเลียขนานแท้สู่เมืองไทย ด้วยผลิตภัณฑ์เนื้อวัวที่ผลิตจากความใส่ใจของกลุ่มเกษตรกรชาวออสเตรเลีย โดยร้านอาหารและเชฟที่เข้าร่วมแคมเปญจะร่วมนำเสนออาหารจานหลัก ซึ่งเมนูนั้นจะสื่อถึงรสชาติอันโดดเด่นของเนื้อออสเตรเลียในแบบฉบับของเชฟแต่ละคน นักชิมและคนรักเนื้อตัวจริงจึงไม่ต้องแบกกระเป๋าเดินทางเพื่อไปตะลุยชิมเมนูเนื้อในต่างประเทศอีกแล้ว เพียงแค่ไปยังร้านอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญ ก็จะได้ลิ้มลองเมนูแสนอร่อยที่ปรุงโดยเชฟชั้นนำซึ่งใช้เนื้อวัวนำเข้าเป็นวัตถุดิบหลัก และสัมผัสกับรสชาติต้นตำรับออสเตรเลียนขนานแท้ได้อย่างสะดวกสบาย” วาเลสกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Meat & Livestock Australia กล่าว

ร้านอาหาร 7 แห่งที่เข้าร่วมแคมเปญ The Great Steak Escape

“Smoked by Chef Pam” ร้านอาหารบาร์บีคิวเนื้อรมควันแนวใหม่สไตล์เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef ประจำประเทศไทย โดดเด่นด้วยการใช้กรรมวิธีการย่าง รมควัน และอบด้วยไม้และถ่านไม้ ให้มีกลิ่นหอมกรุ่น เพื่อปลดล็อกรสชาติอันน่ามหัศจรรย์ของเนื้อคุณภาพเยี่ยมที่ถูกนำมาห่อด้วยเครื่องเทศชั้นดี แล้วนำมารมควันหรือย่างด้วยถ่านไม้ ทาด้วยซอสบาร์บีคิวสไตล์โฮมเมดสดใหม่เพื่อมอบรสชาติแสนอร่อยเข้มข้นในทุกวัน

“Market Café by Khao” ในเครือ “ข้าว” แบรนด์ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรมไฮแอท รีเจนซี กรุงเทพ สุขุมวิท ดำเนินงานโดยเชฟมาโนช พึ่งพร้อม ผู้ทุ่มเทสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยเพื่อลูกค้าด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ซึ่งรวมถึงเนื้อวัวออสเตรเลียระดับคุณภาพ โดยเชฟมาโนชพิถีพิถันในทุกรายละเอียดของการปรุง เพื่อให้อาหารทุกจานมอบรสชาติชั้นเลิศที่จะกลายเป็นความทรงจำอันน่าประทับใจ

“Chef’s Table by Chef Art” โดยเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง อาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ผู้บุกเบิกบริการแบบ Chef’s Table รายแรกของเมืองไทยเพื่อนำเสนอนิยามใหม่ของร้านอาหารแบบ Fine Dining Restaurant โดยเชฟอาร์ตจะคัดสรรวัตถุดิบเพื่อปรุงเป็นเมนูอาหารตามฤดูกาล รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่ใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนำเข้า อาทิ บีฟเวลลิงตัน ซึ่งใช้เนื้อคุณภาพสูงเพื่อให้ทุกคำมีรสชาติสม่ำเสมอ ซึ่งลูกค้าจะได้พบกับรายการอาหารที่แตกต่างกันไปในการไปเยือนแต่ละครั้ง

“Sexy Cow Prime Steak & Seafood” มอบประสบการณ์มื้ออาหารชั้นเลิศโดย เชฟเอก-อภิชิต ปวงขจร ซึ่งนำองค์ความรู้มาพัฒนาต่อยอดเพื่อคิดค้นสูตรและแนวทางการทำอาหารเป็นของตนเอง โดยเชฟเอกให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อลูกค้า ซึ่งเนื้อออสเตรเลียก็เป็นหนึ่งในเมนูพระเอกของร้านด้วย โดยเนื้อของร้านจะถูกบ่มในโรงเก็บที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะซึ่งต้องมีอากาศถ่ายเทสม่ำเสมอเพื่อให้ได้รสชาติเนื้อที่เข้มข้นที่สุด ซึ่งลูกค้าสามารถดื่มด่ำกับรสชาติวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ที่ย่างเสิร์ฟจากเตา Charzilla

“Flat Marble Restaurant” โดยเชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ และหุ้นส่วน ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักชิมที่ชื่นชอบประสบการณ์ Fine Dining Restaurant ในห้องอาหารขนาดเล็กแต่อบอุ่น โดดเด่นด้วยบริการชั้นเยี่ยมจากพนักงานที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรี ร้านตั้งอยู่ในซอยอารีย์อันเงียบสงบโดยเป็นร้านเรือนกระจกที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านและมีการตกแต่งที่สวยงามเก๋ไก๋ ซึ่งทำให้ดูแตกต่างจากร้านอื่น ๆ อย่างชัดเจน นำเสนอเมนูอาหารหลากหลายรูปแบบ รวมถึงเมนูเนื้อสำหรับคนรักเนื้อตัวจริง

“MAD BEEF” โดยเชฟเชอ-พันธ์ทิพย์ อรรถการวงศ์ ร้านอาหารไคเซกิที่เสิร์ฟเนื้อย่านใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดการนำเสนออาหารเนื้อรสเยี่ยมเพื่อคนรักเนื้อ และแน่นอน รวมถึงเมนูเนื้อออสเตรเลีย ทางร้านมักเลือกใช้คัตเนื้อส่วนที่หายากและนำมาปรุงด้วยวิธีการที่พิสดารที่สุดในสไตล์ของเชฟ โดยไม่มีนิยามว่าเป็นอาหารประเภทใด เพียงแค่ใช้เนื้อวัวที่ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว ซึ่งปกติทางร้านเลือกใช้เฉพาะเนื้อจากวัวพันธุ์แท้ ทั้งเนื้อแองกัสและเนื้อวากิวในการทำอาหารทุกจาน

“Fat Lamb Restaurant” โดยเชฟยาคุป-ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ ซึ่งต้องการสร้างร้านอาหารให้เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของเพื่อนฝูง คนในครอบครัว ไปจนถึงการรับรองแขกคนสำคัญ ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน พร้อมบริการอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียน-อเมริกันทวิสต์ในแบบฉบับฮาลาล ซึ่งเป็นอาหารแนวถนัดของเชฟ

คนรักเนื้อตามไปชิมเมนูสุดพิเศษจากเชฟคนพิเศษกันได้ ดูรายละเอียดแคมเปญ The Great Steak Escape และเมนูอาหารของเชฟทั้ง 7 ท่านที่ร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์  www.thegreatsteakescape.com/th

ส่อง 7 ไฮไลท์สุขล้ำอย่างลงตัวเพื่อชาวศรีราชา @เซ็นทรัล ศรีราชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666646

วันที่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 10:30 น.ส่อง 7 ไฮไลท์สุขล้ำอย่างลงตัวเพื่อชาวศรีราชา @เซ็นทรัล ศรีราชา เช็กอินห้างใหม่! ใหญ่! ครบ! สุขล้ำที่ “เซ็นทรัล ศรีราชา” กับ 7 ไฮไลท์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ต้นแบบ Eco-Friendly Mall และคอมมูนิตี้คนรักสัตว์ที่ดีที่สุดแห่งแรกในภาคตะวันออก

ในวันที่เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ‘ศูนย์การค้า’ จึงเป็นมากกว่าสถานที่เพื่อการช้อปปิ้ง แต่ถือได้ว่าเป็น Experience Mall ให้คนมาใช้ชีวิตในหลากหลายรูปแบบ เสมือน ‘ศูนย์กลางการใช้ชีวิต’ ของชุมชนที่ให้ทุกคนได้มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ แชร์ไลฟ์สไตล์และความชอบที่คล้ายกัน ด้วยไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เพิ่มทางเลือกด้วยคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน

อย่างเช่นที่ “เซ็นทรัล ศรีราชา” โครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่และครบครันที่สุดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ต้นแบบศูนย์การค้าสีเขียว Eco-friendly Mall แห่งแรกในภาคตะวันออก ท่ามกลางบรรยากาศ Semi-outdoor ใกล้ชิดธรรมชาติ และ Pet-friendly เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ด้วยคอนเซ็ปต์ The Innovation Oasis ต้นแบบชีวิตสุขล้ำอย่างลงตัว ที่สุดของความล้ำแห่งแรกในศรีราชา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบคลุมทุกคอมมูนิตี้ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ ด้วยพื้นที่ Co-working Space ที่ล้ำที่สุด

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์พาเที่ยว เซ็นทรัล ศรีราชา ศูนย์การค้าเปิดใหม่ใจกลางศรีราชา พร้อมชม 7 ไฮไลท์สุขล้ำอย่างลงตัวเพื่อชาวศรีราชา…รู้แบบนี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

1. สุขล้ำกับไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต

ต้นแบบศูนย์การค้ารูปแบบใหม่แห่งอนาคต Eco-Friendly Mall แห่งแรกในภาคตะวันออก ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการกับการนำขยะเสาเข็มมารีไซเคิล, ติดตั้ง Recycle Station, EV Charging Station, Solar Battery Charger, สนับสนุนให้ใช้ร้านค้าใช้ Bio-Degradable Packaging, E-Receipt, E-Menu เพื่อลดการใช้กระดาษ สำหรับด้าน Energy Saving  มีการพัฒนาระบบปรับอากาศที่ช่วยลดพลังงานได้ถึง 40%, ติดตั้ง Solar Rooftop ลดการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงาน อาทิ การใช้แสงธรรมชาติภายในศูนย์ฯ ให้มากที่สุด, การติดตั้งฝ้าลดความร้อน ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งโครงการ

2. สุขล้ำอร่อยทุกวันไม่มีซ้ำ

กับ Food Destination ที่ดีที่สุดในศรีราชา ครั้งแรกของ Tops Market (Premium) รูปแบบ Glasshouse ที่คัดสรรสินค้าที่ดีที่สุดเพื่อคนศรีราชา รวมร้านอาหารดังจากกรุงเทพฯ และชลบุรีมากมายกว่า 30 ร้าน อาทิ Bonchon, CoCo Ichibanya, Mos Burger, Starbucks, Koi The’, Kamu Kamu, Bake A Wish, Bar B Q Plaza, Hachiban Ramen, Fin Sushi, Potato Corner, Fuji Restaurant, MK Restaurant, KFC, Olino, Sizzler, Swensen’s, Yayoi, Yamazaki, ซาลาเปาโกอ้วน และครั้งแรกกับ ‘Food Park x ซอสศรีราชา’ เสิร์ฟเมนูเด็ดที่ปรุงจากซอสศรีราชา เฉพาะที่ เซ็นทรัล ศรีราชา เท่านั้น

3. สุขล้ำช้อปปิ้งฟินเว่อร์

จุใจกับร้านค้าแฟชั่นกว่า 100 แบรนด์ดัง อาทิ Muji, Uniqlo, Skechers, Anello, Beautrium, iStudio, .life, Xiaomi, Huawei, Big Camera, Converse, Crocs, Fitflop, Guess, Havaianas, กลุ่ม Jaspal อาทิ CCOO, Lyn, Levi’s, Mc, MLB, Timberland, Wrangler สร้าง Seamless Shopping Journey พบโซนใหม่โซนใหม่ที่ช้อปปิ้งด้วยกันได้ทั้งครอบครัว ‘Playhouse’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรักแฟชั่น คัดสรรสินค้าสุดชิคมารวมอยู่ในชั้นเดียว, ‘Design House’ รวบรวมสินค้าตกแต่งบ้านอย่างมีสไตล์ไว้ในที่เดียว, ‘Asian Village’ ที่นำแบรนด์ดังจากทั่วเอเชียมารวมกันไว้ในที่เดียว, Supersports, Powerbuy นอกจากนี้ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ทั้งธนาคาร, โรงภาพยนตร์ Si Racha Cineplex, Kids Playground และ Education Center

4. สุขล้ำถูกใจ Pet Lovers

ครั้งแรกของศูนย์การค้าในชลบุรีกับ Central Si Racha Pet Community คอมมูนิตี้คนรักสัตว์ ที่สามารถพาน้องหมามาทำ Dog ID ฟรี! และมีพื้นที่เล่นสนุกสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณที่ Pet Park พร้อมบริการและสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักอีกมากมาย

5. สุขล้ำแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง

ถูกใจสายโซเชียลและสายคอนเท้นต์กับมุมถ่ายรูปที่ดึงเอาอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจท้องถิ่นมาผสานและถ่ายทอดผ่านคอนเซ็ปต์ ‘Si Racha’s Charm หรือ มนต์เสน่ห์แห่งศรีราชา’ ในดีไซน์ฟีเจอร์แลนด์มาร์กทั่วศูนย์ฯ ได้แก่ Outdoor Signature ชื่อเมือง ‘ศรีราชา’, Si Racha Textile ตกแต่งด้วยลวดลาย ‘ผ้าทอคุณย่าท่าน’, House of Carpenter จุดนั่งพักผ่อนหย่อนใจ, Tiger + Neko Sculpture

6. สุขล้ำสุดยอด Co-working Space

พร้อม Free Wi-fi ทั่วทั้งศูนย์ฯ ครั้งแรกของ B2S Thinkspace ตีม Jungle Books และ Co-Working Space ที่ครบวงจรและดีที่สุดในศรีราชา ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ต่อยอดธุรกิจ รองรับการจัด Start-Up Hackathon Showcase, Creative Forum

7. สุขล้ำสร้างสรรค์ไอเดียท้องถิ่น

สนับสนุนกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น และต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการจับมือกับแบรนด์ดังเพื่อทำสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่ขายเฉพาะที่เซ็นทรัล ศรีราชา เท่านั้น เช่น Uniqlo และ Jubilee นอกจากนี้ยังร่วมมือภาครัฐ อาทิ อพท. จัดงานส่งเสริมหัตถกรรมชุมชนตลอดปี, ร่วมกับชุมชนพนัสนิคม ทำ Wrap ตุ๊กตุ๊กจักสานและนำสินค้าจักสานชุมชนมาขายภายในศูนย์ฯ

พร้อมช้อปสะอาด มั่นใจ ปลอดภัยที่สุด ครั้งแรกกับนวัตกรรม ‘Smart & Healthy Building’ ที่เซ็นทรัล ศรีราชา อัพเกรดระบบปรับอากาศและกรองอากาศเพื่อให้มีอากาศที่สะอาดหมุนเวียนภายในศูนย์การค้ามากที่สุด ด้วยการติดตั้งแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง (MERV Filter) ที่ช่วยกรองละอองฝุ่นได้มากถึง 90%, ติดตั้ง UVC Lamp แสงยูวีที่เครื่องปรับอากาศส่วนกลาง ลดการแพร่เชื้อโรคในระบบปรับอากาศได้มากถึง 95% และติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศตามจุดต่างๆ เพื่อวัดคุณภาพอากาศภายในศูนย์การค้าให้มั่นใจว่าอยู่ในระดับที่ดีเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการ และมาตรการเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ SAFE PLUS+ พนักงานฉีดวัคซีนครบแล้ว 100% ก่อนเปิดให้บริการ

“เซ็นทรัล ศรีราชา” จัดเต็มไฮไลท์และโปรโมชั่นเพื่อเอาใจพี่น้องชาวศรีราชาอย่างเต็มที่ในช่วงเปิดตัว ร่วมสัมผัสประสบการณ์ Digitalised Experience สุขล้ำทั่วทั้งศูนย์การค้า สแกน QR Code ผ่าน Smart Phone เพียงเครื่องเดียว เพื่อทำความรู้จักแลนด์มาร์ก Si Racha’s Charm, ร่วมสนุกเล่นเกม, รับข้อมูลโปรโมชั่น, สแกนชมผลงานภาพวาดสัตว์เลี้ยงในโลกเสมือนจริงของ “คุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล” นักวาดภาพประกอบชื่อดังระดับโลกที่บริเวณ Moonlight Garden Outdoor Market & AR Zone ชั้น G ลาน Outdoor ด้านหน้า ให้คุณ Scan & Collect บรรดาสัตว์เลี้ยงในโลกเสมือนจริงเพื่อเก็บคะแนนและลุ้นรับของรางวัล, Giant Digital Christmas Tree ชั้น G ลานโปรโมชั่น แลนด์มาร์กสุดอลังการด้วยต้นคริสต์มาสยักษ์สูงกว่า 17 เมตร ให้ชาวศรีราชาได้มา Snap & Share, Creative Food & Garden Truck ลานโปรโมชั่น หน้าศูนย์การค้า เสิร์ฟความอร่อยท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคจากหลากหลายร้านดังในชลบุรี, Foodie Oasis ชั้น G ลานโปรโมชั่น รวมที่สุดของร้านโฮมเมด และแปลงผักไฮโดรโปรนิกจำลอง จากร้านชีวิตดี คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม พิเศษ! พบกับเมนูสุดครีเอท ‘โอมากาเสะ’ ดอกไม้กินได้ ที่เปิดให้ลิ้มลองเฉพาะงานนี้เท่านั้น

โปรโมชั่นช้อปทุกวันรับสิทธิ์ลุ้นได้ทุกวัน รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรับ Toyota C-HR Hybrid Premium Safety มูลค่า 1.139 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล เมื่อช้อปครบ 1,000 บาท, รับฟรีกระเป๋าดีไซน์พิเศษเฉพาะที่เซ็นทรัล ศรีราชา 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท, รับฟรี Movie Gift Set 1 ชุด ประกอบด้วย Movie Complimentary Voucher 1 ใบ และบัตร M GEN Next 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมายจากบัตรเครดิตและแอพพลิเคชั่นที่ร่วมรายการ อาทิ รับของสมนาคุณหรือเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% พิเศษ!สำหรับสมาชิก The1 เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 64 ถึง 6 ม.ค. 65 สามารถสะสมและแลกรับคะแนน The1 ได้ กับ 150 แบรนด์ที่ร่วมรายการ หรือแลกรับคูปองส่วนลดเพียงแลกคะแนนผ่านแอพพลิเคชั่น The1 และรับฟรีคะแนน The1 เมื่อสมัครสมาชิกผ่านแอป The1 เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเป็นครั้งแรก

เซ็นทรัล ศรีราชา เป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 35 ของเซ็นทรัลพัฒนา ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ทางหลวงสายหลักสู่ภาคตะวันออก และเป็นโครงการแบบมิกซ์ยูสที่ครบครันและใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ประกอบด้วย ศูนย์การค้ารูปแบบ Semi-Outdoor แห่งแรกนอกกรุงเทพฯ, คอนเวนชั่นฮอลล์, โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และอาคารสำนักงาน สามารถจอดรถยนต์ได้ 1,800 คัน และจักรยานยนต์กว่า 800 คัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแห่งอนาคต และศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) ยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ รวมสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและศูนย์กลางกิจกรรมทุกประเภทที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของเมืองศรีราชา

‘เวนติซี’ เนรมิตสรวงสวรรค์สำหรับคนรักเนื้อแกะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666496

วันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 16:55 น.'เวนติซี' เนรมิตสรวงสวรรค์สำหรับคนรักเนื้อแกะ ปักหมุดความอร่อย! สวรรค์ของคนรักเนื้อแกะ จัดหนักจัดเต็มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์เนื้อแกะ และอาหารนานาชาติ ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนตะลุยลิ้มรสความอร่อยบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และเมนูไฮไลท์เนื้อแกะออสเตรเลีย ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้เต็มอิ่มฟินแบบจัดหนักจัดเต็มไปกับไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อเย็น โดยเชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ได้ยกวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างเนื้อแกะออสเตรเลีย นำมารังสรรค์เป็นสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ทั้งอิตาเลียน-ไทย หลากหลายเมนูให้คุณได้อิ่มไม่อั้น

อาทิ สลัดไส้กรอกเนื้อแกะ, แกงมัสมั่นแกะ, กะเพราเนื้อแกะไข่ดาว, ซี่โครงแกะซอสโรสแมรี่, เนื้อแกะสอดไส้ผลไม้แห้ง, มีทบอลเนื้อแกะ, คาเนลโลนี่เนื้อแกะ รวมไปถึงบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอีกมากมาย มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง ซูชิและซาชิมินานาชนิด รวมถึงอาหารอิตาเลียน และอาหารไทย แฮมนานาชนิด สลัดต่างๆ ซุปให้คุณเลือกลิ้มลอง พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับชีส รวมถึงของหวานนานาชนิด

บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อเย็น ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. (ปิดไลน์อาหาร 21.30น) ในราคาเพียง 1,590 บาท++ ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคา 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบทานฟรี และอายุ 5-11 ขวบครึ่งราคา 

ห้องอาหารเวนติซี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30–22.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล : diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เฟซบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld

‘ทองหล่อ’ ส่งต่อความอร่อยผ่าน 4 เซตเมนูโปรโมชั่นไดอิน ฟินตำรับไทยพื้นบ้านเลิศรสครบคาวหวานเพียง 450 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666455

วันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 14:35 น.‘ทองหล่อ’ ส่งต่อความอร่อยผ่าน 4 เซตเมนูโปรโมชั่นไดอิน ฟินตำรับไทยพื้นบ้านเลิศรสครบคาวหวานเพียง 450 บาทร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ขอจัดเต็มความอร่อยคุ้มค่าคุ้มราคา กับ 4 เซตเมนูอาหารโปรโมชั่นไดอิน อิ่มอร่อยทั้งเมนูอาหารไทยพื้นบ้านและเมนูเลิศรสดีต่อสุขภาพ ในราคาเพียง 450 บาท (สำหรับ 1-2 ท่าน) ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตั้งแต่วันนี้–31ธันวาคม ศกนี้

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เชฟนุ๊ก-ฐิติรัตน์ เพ็ชรเจริญ รองหัวหน้าเชฟประจำร้านอาหารไทย “ทองหล่อ”

คิดถึงอาหารไทย…คิดถึงร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ครั้งนี้ชวนทุกคนมาดื่มด่ำกับเมนูสุดอร่อย พร้อมเสริมความมั่นใจกับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยจัดเต็มความอร่อยผ่าน 4 เซตเมนูอาหารสุดคุ้มกับโปรโมชั่นไดอินที่ให้ได้อิ่มอร่อยทั้งเมนูอาหารไทยพื้นบ้านและเมนูเลิศรสที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมของหวานที่ปรุงอย่างพิถีพิถันโดยฝีมือเชฟคุณภาพคนรุ่นใหม่ในทุกขั้นตอน ในราคาเพียงชุดละ 450 บาท (รับประทานได้ 1-2 ท่าน) ไม่ว่าจะอิ่มอร่อยมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นก็อร่อยสุดคุ้ม พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้–31ธันวาคม ศกนี้

สำหรับโปรโมชั่นไดอิน 4 เซตอาหารสุดคุ้มนี้มีให้บริการเฉพาะรับประทานอาหารที่ร้านเท่านั้น เริ่มที่ เซต A ประกอบด้วย “หมูครองแครง” หมูบดปรุงรสที่หอมเครื่องเทศสามเกลอ นำไปทอด เสิร์ฟพร้อมสับปะรด เหมาะสำหรับรับประทานเล่นหรือรับประทานคู่กับแกงไทย “ยำวุ้นเส้นโบราณใส่ดอกขจร” อร่อยจัดจ้านถึงใจ “แกงแห้งป่าปลากะพง” ที่ใช้ปลากะพงออร์แกนิค “ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี” และเมนูของหวานขายดี “บัวลอยน้ำกะทิ”

ต่อที่ เซต B ประกอบด้วย “กุ้งตะไล” เมนูเรียกน้ำย่อยจัดจ้านถึงเครื่องยำแบบไทย “ปีกไก่ทอดออร์แกนิค” “ปลาช่อนหลงไฟใส่มะเฟือง” ซดน้ำแกงคล่องคอ หอมปลาย่างชั้นดี และเสิร์ฟพร้อม “ข้าวไรซ์เบอรี่” ดีต่อสุขภาพ ปิดท้ายด้วยของหวาน “นารีจำศีล” 

จัดเต็มกันหน่อยสำหรับเซต C ที่อัดแน่นด้วยอาหารไทยเลิศรสดีต่อสุขภาพ “ยำขมิ้นขาวพร้าวคั่วหอม” ยำแบบไทยถึงเครื่องสมุนไพร ใส่ขมิ้นขาว มะพร้าวคั่วหอม และกุ้งสดตัวโต และยังมี “วุ้นเส้นผัดไข่ใส่ผักหวาน” ใช้ผักหวานป่าผัดกับไข่และวุ้นเส้นจนหอม “แกงส้มไหลบัวใส่ปลากะพง” พริกแกงเหลืองใต้โขลกเอง ปรุงกับไหลบัวอ่อนๆ และปลากะพงออร์แกนิค รับประทานกับ “ข้าวสีคราม” และของหวาน “ถั่วเขียวต้มน้ำลำไย”

ปิดท้ายด้วยเซต D “ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง” รสชาติเข้มข้นลงตัว ปรุงโดยใช้ไข่ไก่ออร์แกนิคนำไปต้มและทอด แล้วนำมาเคี่ยวจนได้ที่ “ยำส้มฉุน” เมนูชาววังที่หารับประทานยาก ใช้มะม่วงหั่นแฉลบคล้ายผลส้มฉุน ใส่ปลากรอบและหอมแดง ยำให้เข้ากัน “แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย” เข้มข้นถึงเครื่องแกง อร่อยกับลูกชิ้นปลากรายที่นวดอย่างดีจนเหนียวหนึบได้ที่ เสิร์ฟพร้อมขนมจีนผักสด และของหวาน “สาคูเปียกข้าวโพดมะพร้าวอ่อน” ปิดท้ายมื้ออร่อย

นอกจากนี้ ทางร้านยังขอแนะนำ 2 เมนูซิกเนเจอร์ขายดีที่ทุกคนต้องลองอย่าง ทองพลุไส้ไก่ (250 บาท) ของว่างตำรับโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ตำรับท้าวทองกีบม้า ดัดแปลงมาจากขนมเอแคลร์ของฝรั่งเศส ตัวแป้งเอาไปนวดกับน้ำมัน เนยและไข่ไก่ และนำไปทอดให้แตกเป็นพลุ เปรียบเสมือนความมีชื่อเสียง ยัดไส้ด้วยกะหรี่ไก่ผัดแห้งรสชาติหอมละมุน และ มัสมั่นเนื้อน่องลายใส่เม็ดบัว (350 บาท) มัสมั่นเนื้อน่องลายสุดเข้มข้น ใช้เนื้อวัวจากจังหวัดสกลนคร เคี่ยวนานถึง 2 วันจนหอมนุ่มและเข้าเนื้อ ส่วนเครื่องแกงมัสมั่นก็เข้มข้นถึงเครื่องแกง ใส่เม็ดบัว เพิ่มความหอมมัน ทานกับโรตีนุ่มหนึบแสนเข้ากัน 

พิเศษสุด! สำหรับผู้อ่านเว็บไซต์ PostToday รับสิทธิพิเศษ เมื่อสั่งอาหารชุด Dine In Promotion ชุดใดชุดหนึ่ง ในระหว่างวันนี้-30 พฤศจิกายน 2564 สามารถสั่งซื้อ ทองพลุไส้ไก่ 115 บาท จากราคาเต็ม 215 (ขนาด Half) หรือ มัสมั่นเนื้อน่องลายใส่เม็ดบัว ราคา 195 บาท จากราคาเต็ม 350 บาท (ขนาด Half) หรือมั่สมั่นไก่ออร์แกนิคมันสามสีราคา 175 บาท จากราคาเต็ม 295 บาท (ขนาด Half)

เครื่องดื่มทางร้านแนะนำ Virgin Bangkok Sunrise (150 บาท) ม็อกเทลสุดพิเศษแสนสดชื่น มีส่วนผสมของน้ำส้ม และน้ำมะนาว กรีนาดีน เสิร์ฟพร้อมตะไคร้และผลส้มสไลซ์ นอกจากนี้ ทางร้านทองหล่อยังมีหลากหลายเครื่องดื่มให้เลือกทั้งชากาแฟค็อกเทลม็อกเทลและไวน์พร้อมให้บริการตลอดทั้งวัน

และปิดท้ายกับโค้งสุดท้ายสำหรับเมนูเจประจำปีนี้ ด้วยเมนูอาหารเจและเมนูมังสวิรัติ เอาใจสายวีแกนด้วยขบวนหลากหลายความอร่อยกับอาหารเจ 16 เมนูที่ยังคงความอร่อยแบบไทย ในราคาเริ่มต้นที่ 99 – 195 บาท  อาทิ “ข้าวผัดผักเจเห็ดหอม” “หมี่ฮกเกี้ยนเต้าหู้เจ” “ก๋วยเตี๋ยวน้ำลูกชิ้นปลาเจ” ที่มีน้ำซุปรสอร่อยจากผักหลายชนิด อาทิ หัวไชเท้า เห็ดหอม พร้อมลูกชิ้นปลาเจชั้นดี และเต้าหู้คัดพิเศษ “กะเพราโปรตีนเกษตรเจราดข้าว” “แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาเจใส่ฟัก” “ผัดวุ้นเส้นผักหวานเต้าหู้กรอบเจ” “ผัดพริกขิงเจ” “ต้มยำเห็ดสามสหายเจ” หนึ่งในเมนูเจที่อร่อยจัดจ้านแบบไร้เนื้อสัตว์ แต่ได้ประโยชน์จากเห็ดสามอย่าง พร้อมกลิ่นหอมจากใบกะเพราที่มีสรรพคุณช่วยป้องกันหวัด “ต้มกะหล่ำปลีเห็ดหอมเจ” “มัสมั่นเต้าหู้เจ” ที่รสเข้มข้นถึงเครื่องแกง ใช้เต้าหู้เหลืองคัดพิเศษที่ดีต่อสุขภาพปรุงกับเครื่องเทศหลายชนิด ทั้งโป้ยกั๊ก อบเชย กานพลู รับประทานคู่โรตีสดยิ่งเพิ่มความอร่อย “แกงส้มผักรวมเจ” ที่ใช้พริกแกงส้มโขลกเองรสชาติเข้มข้น พร้อมผักรวมมิตร อุดมด้วยวิตามินซี และปิดท้ายด้วย “ลาบเห็ดเจ” เมนูขายดีที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ นอกจากนี้ยังเมนูอาหารทานเล่นให้เลือกอร่อยในราคาเพียง 99 บาท ได้แก่ “เผือกทอดเจ” “ข้าวโพดทอดเจ” “เปาะเปี๊ยะไส้ผักเจ” และ “ข้าวเกรียบปากหม้อเจ” ห้ามพลาดความอร่อยของเมนูอาหารเจที่ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ตลอดเดือนตุลาคม 2564

ตามมาค้นพบความอร่อยสุดพิถีพิถัน พร้อมสัมผัสบรรยากาศร้านสุดคลาสสิคกับโปรโมชั่นไดอิน 4 เซตอาหารไทยเลิศรสที่คุณจะประทับใจไม่รู้ลึม แวะมาอิ่มอร่อยได้ที่ ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ตั้งอยู่ที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ (ทองหล่อ ซอย 5)  เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30–21.00 น. พร้อมบริการซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่ โดยสั่งผ่านไลน์ @thonglorcuisine หรือโทร. 095-426-4646, 02-000-4701 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารและโปรโมชันต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.thong-lor.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/thonglorcuisine อินสตาแกรม: www.instagram.com/thonglorcuisine ไลน์: @thonglorcuisine และช่องทางใหม่ในการอัปเดตเรื่องราวงานหัตถศิลป์เอาใจคนรักงานฝีมือทางอินสตาแกรม Sri.thonglor

ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา สวรรค์แห่งการพักผ่อนริมชายหาดใจกลางเมืองหัวหิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666290

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 12:50 น.ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา สวรรค์แห่งการพักผ่อนริมชายหาดใจกลางเมืองหัวหินอีกครั้งกับความสุขและความตื่นเต้นของการพักผ่อนด้วยกันในวันหยุด ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา หนึ่งในโรงแรมริมชายหาดที่ดีที่สุดในหัวหิน ปล่อย Family Getaway Package ข้อเสนอโดนใจทั้งที่พักใหม่ ห้องพักเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาหารเลิศรส ตอบโจทย์ทั้งครอบครัว

หลายเดือนที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ได้ใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าปกติและสำหรับใครหลายๆ คนโดยเฉพาะครอบครัวแล้วนั้นมักจะหมายถึงการใช้เวลารอให้พัสดุมาส่งที่บ้านด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นที่จะได้รับสิ่งใหม่ๆ เป็นสีสัน อาจจะเป็นพวกของเล่น แกดเจ็ต หรืออะไรบางอย่างที่จะช่วยให้การอยู่บ้านสะดวกสบายและสนุกมากยิ่งขึ้น

แต่จากวันนี้ไป การท่องเที่ยวในวันหยุดและความฝันที่จะได้ไปพักผ่อนที่รีสอร์ทริมชายหาดนั้นจะกลับมาอยู่ในแผนของหลายครอบครัวอีกครั้ง  หลัง มีการผ่อนคลายข้อจำกัดและมาตรการต่างๆ หากใครกำลังคิดถึง ท้องฟ้า แสงแดด สายลม คลื่นซัดเบาๆ เคล้ากลิ่นไอทะเล “หัวหิน” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำในครั้งนี้ ข้อเสนอพิเศษที่ ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา จะช่วยให้บนใบหน้าของทุกคนกลับมามีรอยยิ้มได้อีกและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมกับความสนุกสนานท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่นริมชายหาดด้วย Family Getaway Package แพ็คเกจสุดคุ้มสำหรับครอบครัว

ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นหนึ่งในสถานที่ชื่นชอบสำหรับครอบครัวมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การพักผ่อนในเมืองชายหาดยอดนิยมของประเทศไทย ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่สองชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็สามารถเดินทางมาสู่รีสอร์ทติดชายหาดที่ปรับปรุงใหม่ใจกลางเมืองหัวหิน สถานที่ที่พร้อมจะมอบความทรงจำใหม่ๆ ให้กับผู้มาเยือน พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นสถานที่ในฝันสำหรับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว

บรรดาคุณพ่อคุณแม่สามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการนันทนาการที่หลากหลาย อาทิ สระว่ายน้ำแบบลากูนกลางแจ้งขนาดใหญ่ บริการสปาสุดหรูที่มีห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวถึง 10 ห้อง รวมถึงจากุซซี่ ห้องอบซาวน่า อ่างอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่น และห้องอาบน้ำแบบวิชชี่ ชาวเวอร์ และศูนย์ออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครัน อีกทั้งยังมีสนามสควอช และสนามเทนนิส เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เลือกสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ตามอัธยาศัยได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับบรรดาลูกๆ  นอกจากมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กให้สนุกสนานกันแล้ว ในรีสอร์ทยังมีคิดส์คลับในร่มขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่มากกว่า 230 ตร.ม. ภายในมีโซนการเล่นแบบอินเทอร์แอคทีฟ เช่น การปีนหน้าผา สไลด์เดอร์ กำแพงเรืองแสง ศิลปะและงานฝีมือ และในขณะที่ลูกๆ กำลังทำกิจกรรมในคิดส์คลับภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ของโรงแรม คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งพักผ่อนและเฝ้าดูเด็กๆ เล่นที่บริเวณเลาจน์ซึ่งอยู่ติดกับคิดส์คลับได้  นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถผ่อนคลายและสบายใจได้ว่า ในโซนของเล่นเด็ก เกมต่างๆ และสไลเดอร์ และจุดที่พื้นผิวมีการสัมผัสสูงจะได้รับการทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และทางโรงแรมยังมีการทำความสะอาดสถานที่ทั้งหมดแบบเชิงลึกทุก ๆ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังมีบริการให้ยืมจักรยานฟรี สำหรับครอบครัวเพื่อออกไปสำรวจตรอกซอกซอยและแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นในเมืองหัวหินที่ยังคงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ภายในท้องถิ่นไว้ แต่ผสมผสานกับความตื่นเต้นแบบร่วมสมัยของเมือง 

หากทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือ สวรรค์แห่งการพักผ่อนสำหรับครอบครัว แพ็คเกจ Family Getaway ของฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา ให้คุณได้มากกว่าที่คิด

ข้อเสนอพิเศษโดนใจกับการเข้าพักในห้องสวีท เหมาะสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง มี 2 แบบให้เลือก ได้แก่ ห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ จูเนียร์ สวีท (Executive Jr. Suite) ขนาด 60 ตร.ม. หรือห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ โอเชียนฟรอนท์ สวีท (Executive Oceanfront Suite) ขนาด 80 ตร.ม. ซึ่งห้องสวีททั้งสองแบบนี้คุณสามารถมองเห็นวิวทะเล มีระเบียงให้ออกไปรับลมชมวิว โต๊ะทำงานพร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อ และห้องน้ำขนาดใหญ่และอ่างอาบน้ำที่แยกเป็นสัดส่วน

ข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์จากแพ็คเกจ Family Getaway ได้แก่ ของกำนัลต้อนรับและของขวัญสำหรับเด็กที่เตรียมไว้ภายในห้องพักของโรงแรม อาทิเช่น เต็นท์เด็ก ลูกเป็ดลอยน้ำ และชุดสร้างปราสาททราย นอกจากนี้ยังมีบริการไอศกรีมสำหรับคุณหนู ๆ ฟรี!!! ที่ DECA Coffee and Dessert Bar และบริการเปิดเตียงทุกคืนพร้อมขนมหวานสำหรับเด็ก ส่วนคุณพ่อคุณแม่สามารถให้รางวัลกับตัวเองด้วยการผ่อนคลายกับสปาทรีทเมนท์ หรือสั่งจะอาหารและเครื่องดื่มที่โปรดปรานได้ ด้วยส่วนลดพิเศษถึง 25%

อัตราค่าห้องพักสำหรับห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ จูเนียร์ สวีท (60 ตร.ม.) ราคา 6,500 บาทสุทธิ/คืน และ ห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ โอเชียนฟรอนท์ สวีท (80 ตร.ม.) ราคา 7,500 บาทสุทธิ/คืน  ราคานี้สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 2 ท่าน โดยต้องทำการจองแพ็กเกจโดยตรงกับทางโรงแรม ระยะเวลาการจองตั้งแต่วันที่ วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2564 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 3 พฤศจิกายน ถึง 30 ธันวาคม 2564

สามารถจองแพ็คเกจ Family Getaway ได้แล้ววันนี้  เพื่อใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดอย่างมีคุณภาพอีกครั้งได้ที่นี่ ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมริมชายหาดที่ดีที่สุดในหัวหิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล huahin.reservations@hilton.com หรือโทร +66 (0) 32 538 990

Fin&Fun One Day Trip กับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666203

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 18:05 น.Fin&Fun One Day Trip กับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก!!สัมผัสประสบการณ์การขับขี่มิติใหม่กับ “ORA Good Cat Future Ready Driving Experience” สนุกท้าทายตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ กับรถยนต์ไฟฟ้า 100% แกดเจ็ตอัจฉริยะยุคใหม่ที่ทุกคนรอคอย

ก่อนเปิดตัวในประเทศไทย พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม ORA Good Cat Future Ready Driving Experience เพื่อทดสอบสมรรถนะและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่มิติใหม่กับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% อัจฉริยะที่ทุกคนรอคอยที่คนไทยจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่ยุคการขับขี่แห่งอนาคตที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเนรมิตพื้นที่ อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี ให้เป็นสถานีทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่สุดเร้าใจ ก่อนนำขบวนน้องเหมียวสุดน่ารักไปโลดแล่นบนถนนจริง และเช็กอินยังสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ทำกิจกรรมเวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และปิดท้ายด้วยกิจกรรม ORA Good Cat Challenge ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานและความท้าทายในทุกมิติตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การตรวจ ATK ที่หน้างาน การสวมหน้ากากอนามัย 100% ตลอดการทำกิจกรรม และการจัดให้มีจุดวางแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือให้บริการอย่างเพียงพอ

กิจกรรมครั้งนี้มี นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และนายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายข้อมูลที่โดดเด่นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และแคมเปญการตลาดของ ORA Good Cat โดยคณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA เพิ่มเติม พร้อมทั้งพูดคุยกับผู้บริหารอย่างใกล้ชิด ภายในพื้นที่ที่สร้างสรรค์ให้เป็น ORA Good Cat Café พร้อมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม ORA Good Cat Coffee Print ที่สามารถพริ้นท์ลายโลโก้ ORA หรือรูปน้องเหมียวสุดน่ารักบนฟองของถ้วยกาแฟแก้วโปรดได้

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและคนไทยทุกคนที่ให้ความสนใจ และรอคอยที่จะได้สัมผัส ORA Good Cat ตั้งแต่ที่ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าเราจะนำรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยมี ORA Good Cat เป็นรถยนต์รุ่นแรกในปีนี้ เราได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากชาวไทย พร้อมยอดลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อจากแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL สูงกว่า 4,296 คัน ภายใน 24 ชั่วโมง แม้จะยังไม่ได้มีการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ผนวกกับเป้าหมายของเราในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกำลังใจให้เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาของเราในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าชาวไทย

ในวันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านซึ่งเป็นคนไทยกลุ่มแรกๆ ในประเทศไทย ที่จะได้ทดสอบและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ไปกับ ORA Good Cat ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA ที่ได้รับความนิยมสูงสุดก่อนหน้านี้ในประเทศจีน และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่มีการทำตลาดรถยนต์รุ่นนี้ในต่างประเทศ เราเชื่อว่า ทุกท่านจะได้รับความสุข ความสนุกสนาน พร้อมประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยความประทับใจกลับไป และทุกท่านจะต้องหลงรักเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat คันนี้อย่างแน่นอน

สำหรับ ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Battery Electric Vehicle : BEV) จากแบรนด์ ORA ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สอง ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายที่จะให้เป็น ‘Game Changer’ ในการเข้ามาผลิกโฉมวงการยานยนต์ของเมืองไทยให้คึกคักและมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดย ORA Good Cat ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี ออสเตรีย สหรัฐเอมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดดเด่นยืนหนึ่งในด้านความเป็นแฟชั่นนิสต้า พร้อมดึงดูดทุกสายตาด้วยรูปลักษณ์โค้งมนสไตล์ Retro Futuristic พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม GWM E LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าอัจฉริยะที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งผสานกันได้อย่างลงตัวกับเทคโนโลยีการขับชี่ที่จัดเต็มทั้งสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งาน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี

จากนั้นเป็นการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat สัมผัสเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ในสนามทดสอบรถระบบปิด (Test Track) บริเวณ ORA Good Cat Fun Park ณ  อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี ก่อนที่จะได้ทดลองขับ ORA Good Cat บนเส้นทางถนนจริงเพื่อทดสอบความแม่นยำของระบบพวงมาลัย การตอบสนองของคันเร่งและการขับเคลื่อนจากระบบไฟฟ้า รวมไปถึงทดลองใช้งานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีการขับขี่อันล้ำสมัยอื่นๆ เพิ่มเติม โดยรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat ที่นำมาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะในวันนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ ORA Good Cat 400 PRO มาพร้อมกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh และระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร และรุ่น ORA Good Cat 500 ULTRA มาพร้อมกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร

ตลอดระะยะทาง 117 กิโลเมตร ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทุนคนจะได้ทดสอบระบบต่างๆ ระหว่างการขับขี่ ORA Good Cat บนท้องถนนจริง ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการเชื่อมต่อกับฟังก์ชั่นอัจฉริยะและความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดตลอดเส้นทางการเดินทาง

สถานที่แรกที่เหล่าน้องเหมียวเลี้ยวไปคือ ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ) ถนนสายที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ เรียงรายด้วยโคมไฟรูปหงส์ตลอดสองข้างถนน ก่อนเช็กอินที่ร้าน The Hay – Equestrian Center & Eatery เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้นก็มุ่งหน้าขึ้นทางด่วนตรงไปที่ Soul Salt River City เพื่อทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Painting Workshop ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการวาดภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ORA Good Cat พร้อมดื่มด่ำและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศระหว่างการวาดภาพอันรื่นรมย์บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังจากได้ชื่นชมผลงานศิลปะของตัวเองแล้ว เราก็ได้เดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้น ณ ORA Good Cat Fun Park อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อร่วมสนุกกับ ORA Good Cat Challenge กิจกรรมส่งท้ายก่อนการเดินทางกลับบ้าน ซึ่งสื่อมวลชนจะได้ขับขี่รถยนต์ ORA Good Cat เพื่อร่วมผ่านด้านทดสอบและความท้าทายอีก 2 ด่าน ได้แก่

Cat catch the Mouse ด่าน ‘แมวจับหนู’ ที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานด้วยการขับรถยนต์ ORA Good Cat ผ่านจุดต่างๆ เพื่อขับต่อไปในเส้นทางที่ถูกต้อง จนกว่าจะไปถึงจุดหมายได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อผ่านเส้นทางที่ถูกต้องระบบเซ็นเชอร์จะขึ้นไฟสีเขียว โดยสื่อมวลชนที่สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดเมื่อไปถึงจุดหมายจะเป็นผู้ชนะในด่านนี้

Cat Track and Naughty Cat Yard ด่าน ‘แมวซน’ กับความท้าทายในการทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัวของ ORA Good Cat บนไม้กระดานรูปทรงชีสสุดน่ารัก โดยการขับรถยนต์ ORA Good Cat ขึ้นไปบนกระดานรูปทรงชีสและจอดให้รถหยุดในจุดที่กำหนดเพื่อตรวจสอบทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัวของรถยนต์ก่อนที่จะขับกลับลงไปจากไม้กระดาน สร้างความท้าทายและความสนุนสนานให้กับทุกคน

สำหรับความตื่นเต้นประทับในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นการได้สัมผัสจริงครั้งแรกกับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 100% ดีไซน์ภายนอกสะดุดตา ภายในกลิ่นอายเรโทรคลาสสิค ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับความสามารถในการขับขี่ที่สนุกสนานในทุกๆ เส้นทาง เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมการขับขี่แบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่น และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 152 กม./ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลทั้งบนเส้นทางในเมือง หรือบนถนนขรุขระหรือเส้นทาง Off Road

ห้องโดยสารอัจฉริยะ Intelligent Cockpit เพลิดเพลินไปกับสุนทรียะ และความสะดวกสบายสูงสุดภายในห้องโดยสารของ ORA Good Cat อาทิ หน้าจอ Interactive Double Screen หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถมีขนาด 17.25 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูง แบ่งออกเป็น หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมีเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้วเกียร์ระบบ Electronic Shifter เพื่อลดขนาดพื้นที่คอนโซลกลางให้มีความทันสมัย หรูหราเบาะนั่งไฟฟ้าแบบปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมการจดจำตำแหน่งที่นั่ง (sitting position record) และฟังก์ชั่น Welcome Seat ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าออกจากรถได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ประทับใจกับระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนต่อกับแอปพลิเคชัน ทำให้ฟังเพลง ดูวิดีโอ เป็นเรื่องง่าย มีระบบชาร์จไร้สาย ระบบการแจ้งเตือนและเข้าถึงข้อมูลแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เช่น ระบบตรวจสอบสถานะปริมาณแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบระยะทางวิ่งคงเหลือ ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำ หรือระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และการค้นหา POIระบบแจ้งเตือนและเข้าถึงข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถยนต์ เป็นต้น ระบบการสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล (Telematics System) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานบางฟังก์ชั่นของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อกและปลดล็อกประตู การค้นหารถยนต์ และสามารถสั่งการปิดหน้าต่าง เป็นต้น 

ด้านโหมดการขับขี่มี 5 รูปแบบ คือ 1) โหมดมาตรฐาน 2) โหมด Sport 3) โหมด ECO 4) โหมด ECO+ และ 5) โหมดอัตโนมัติ

และที่ถูกใจสาวๆ เป็นอย่างมากคือมีระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (Integration Auto Parking : IAP) สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA โดยจะเป็นการใช้เซ็นเซอร์และกล้องรอบคันในการตรวจสอบและตรวจจับวัตถุ รวมทั้งเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ และช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง 

ORA Good Cat มีกำหนดการที่จะเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยในตอนนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat ได้ก่อนกับแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น การผ่อน 0% นาน 48 เดือน ฟรีประกันรถยนต์ชั้น 1 ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมการติดตั้ง และบริการเหนือระดับอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท ในระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 0.01 น. ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 18.00 น. นอกจากนี้ ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ในแคมเปญดังกล่าว ยังสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus สุดคุ้มเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ ORA Good Cat และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มเติมได้ที่ GWM Application ,  Facebook: GWM Thailand , Instagram: GWM Thailand , Website: www.gwm.co.th  , Twitter: GWM Thailand , YouTube: GWM Thailand และ Line Official: GWM Thailand