เซ็นทาราเปิดแคมเปญใหม่ Ultimate Seven Night Experience แพ็กเกจกินหรูอยู่ดี 7 วัน 7 คืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666177

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 12:10 น.เซ็นทาราเปิดแคมเปญใหม่ Ultimate Seven Night Experience แพ็กเกจกินหรูอยู่ดี 7 วัน 7 คืนท่องเที่ยวทั่วไทยทั้งในภูเก็ต กระบี่ พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ “เซ็นทารา” เปิดตัวแคมเปญใหม่ต่อยอดความสำเร็จ Thailand Rediscovered เสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยแพ็กเกจที่พักรวมอาหาร พร้อมประสบการณ์ 7 วัน กับ “Ultimate Seven Night Experience”

จากผลตอบรับอันท่วมท้นของแคมเปญทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภูเก็ต อย่างแคมเปญ Phuket Rediscovered โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้นำเอาคอนเซปท์ของแคมเปญนี้ ขยายไปสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและหัวเมืองใหญ่อื่นๆ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้กับแขกผู้เข้าพักคนสำคัญ

โดยล่าสุดเซ็นทาราได้ออกแพ็กเกจพิเศษที่มีชื่อว่า Ultimate Seven Night Experience ที่ครอบคลุมทั้งห้องพักสุดหรู โปรแกรมอาหารแบบฮาล์ฟบอร์ด (รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น) เป็นเวลา 7 วัน ณ โรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมรายการ ในภูเก็ต กระบี่ พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ ซึ่งแพ็กเกจนี้รวมถึงกิจกรรมสุด เอ็กซ์คลูซีฟที่จัดให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสกับสีสันวัฒนธรรมท้องถิ่นและประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว สามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในเกาะภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัว ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดรัฐบาลไทยยังได้ประกาศเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนจาก 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ จีน และเยอรมัน ให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

สำหรับแพ็กเกจนี้เปิดให้ลูกค้าสำรองห้องพักได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 ธันวาคม 2564 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มีนาคม 2565 โดยราคาเริ่มต้นที่ 52,500 บาท สำหรับแขกผู้เข้าพัก 2 ท่าน ในการเข้าพักต่อเนื่อง 7 คืน และพิเศษสำหรับสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน (CentaraThe1) ยังลดเพิ่มได้อีกถึง 15%

Phuket Rediscovered

สำหรับแพ็กเกจการพักผ่อน 7 คืนที่ภูเก็ตนั้นมีตัวเลือกเป็นโรงแรมและรีสอร์ทสุดหรูในเครือสองแห่งที่ร่วมรายการ ได้แก่ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต และ ไม้ขาว ดรีม วิลลา รีสอร์ทและสปา เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน โดยหากเป็นการเข้าพักที่ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต จะสามารถเลือกห้องพักได้ ว่าจะเป็นห้องพักประเภทพูลสวีทหรือพูลวิลล่า โดยจะรวมโปรแกรมอาหารและเครื่องดื่มแบบฟูลบอร์ด (รวมอาหารทุกมื้อ) และสารพัดกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำสปาสุดผ่อนคลาย คลาสเรียนมวยไทยและทำอาหาร หรือหากเป็นการเข้าพักที่ ไม้ขาว ดรีม วิลลา รีสอร์ทและสปา เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน ก็สามารถเลือกห้องพักเป็นวิลล่าขนาด 1 ถึง 3 ห้องนอนได้ โดยจะมาพร้อมโปรแกรมอาหารแบบฮาล์ฟบอร์ด (รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น) แล้วเสริมด้วยหลากหลายกิจกรรมที่น่าสนใจระหว่างเข้าพัก อาทิ คลาสเรียนทำขนมไทย คลาสฟิตเนส คลาสโยคะ หรือกีฬาต่างๆ เช่น การพายบอร์ดลอยน้ำ พายคายัค ก็มีให้เลือกใช้บริการอย่างหลากหลาย 

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 52,500++ บาท

Krabi Rediscovered

หลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนบนเกาะส่วนตัวไปกับข้อเสนอห้องพัก ที่มาพร้อมบริการอาหารเช้า กลางวัน และค่ำ เป็นเวลา 7 วัน รวมถึงบริการรับส่งจากสนามบิน ณ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่ รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อ่าวไผ่ปล้อง โอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูน ท่ามกลางน้ำทะเลใสสีฟ้าครามและหาดทรายขาวละเอียด โดยลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมหลากหลายรอบๆ รีสอร์ทได้อีกมากมาย อาทิ ปีนผา ทัวร์เกาะพีพี ทัวร์สี่เกาะกระบี่ และทัวร์เกาะห้อง

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 63,000++ บาท

Hua Hin Rediscovered

ผ่อนคลายไปกับรีสอร์ทสวยริมหาดหัวหินอันเงียบสงบที่ห้องพูลวิลล่า พร้อมบริการอาหารเช้าและค่ำ ณ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน รีสอร์ทสง่างามสุดคลาสสิกที่มาพร้อมเสน่ห์ริมทะเลและความหรูหราแบบสบายๆ เซ็นทารา แกรนด์ หัวหินฯ เป็นหนึ่งในโรงแรมมรดกที่มีชื่อเสียงที่สุดด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและความสวยงามในสไตล์โคโลเนียล ลูกค้าสามารถสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งกาลเวลาไปกับกิจกรรมมากมายภายในรีสอร์ทได้ อาทิ ทัวร์ชมโรงแรม เซตชุดน้ำชายามบ่าย และคลาสเรียนทำอาหารไทยแท้แบบดั้งเดิม 

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 75,000++ บาท

Pattaya Rediscovered

หากคุณกำลังมองหาความสนุกและความบันเทิงสำหรับครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ เซ็นทารามอบแพ็กเกจห้องพัก ที่มาพร้อมบริการอาหารเช้า กลางวัน และค่ำ ณ เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา รีสอร์ทสำหรับครอบครัวภายใต้ธีมเดอะลอสต์เวิลด์ที่ลูกค้าชาวไทยชื่นชอบเป็นอย่างมาก เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัว และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็กอย่างครบครัน อาทิ สวนน้ำขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ ถ้ำน้ำตก สไลเดอร์ และสระน้ำวนเลซี่ริเวอร์ รวมถึงสวนสนุกเดอะลอสเวิลด์แอดเวนเจอร์แลนด์ ที่มอบการผจญภัยและความสนุกไม่รู้จบสำหรับเด็กๆ ด้วยสนามเด็กเล่น 3 ระดับ ที่มีทั้งสไลเดอร์ เครื่องเล่นสำหรับกระโดด เครื่องเล่นตีลังกากลางอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย 

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 97,650++ บาท

Bangkok Rediscovered

ดื่มด่ำวิวเมืองอันงดงามจากห้องพักผสานการใช้ชีวิตในเมืองอย่างหรูหรา ไปกับข้อเสนอห้องพัก ที่มาพร้อมบริการอาหารเช้า กลางวัน และค่ำ รวมถึงบริการรับส่งจากสนามบิน ณ เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ท่ามกลางย่านช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ธุรกิจ และศูนย์รวมของทุกอย่าง แขกผู้เข้าพักสามารถสัมผัสประสบการณ์ชีวิตคนเมืองอย่างเหนือระดับไปกับไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์แบบครบครันที่โรงแรมแห่งนี้ได้ อาทิ ดื่มด่ำกับวิวขอบฟ้าของกรุงเทพฯ บนบาร์แชมเปญที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่อนคลายไปกับคอร์สอโรม่าสปาทรีตเมนต์ต่างๆ ของทางโรงแรมฯ หรือจากอ่างอาบน้ำพร้อมบรรยากาศวิวเมืองแบบส่วนตัวที่ห้องพักคลับสวีท

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 69,300++ บาท

ลูกค้าสามารถจองข้อเสนอ “Thailand Rediscovered” ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 ธันวาคม 2564 สำหรับการเข้าพักภายใน 31 มีนาคม 2565 โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/thailand-rediscovered 

สามารถติดต่อฝ่ายสำรองห้องพักได้ที่ ccc@chr.co.th และ +66(0) 2101 1234 หรือ ดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th

ชวนสัมผัสประสบการณ์ Oktoberfest ฉลองสุดรื่นเริงแบบชาวแคว้นบาวาเรีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666013

วันที่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 13:50 น.ชวนสัมผัสประสบการณ์ Oktoberfest ฉลองสุดรื่นเริงแบบชาวแคว้นบาวาเรียฮอลล์ ฉลองเทศกาล Oktoberfest ในงาน Bavarian Oktoberfest : The Best of Germany ชวนกิน ดื่ม ช้อป สินค้าบาวาเรียและเยอรมันยอดนิยม ลดสูงสุด 25%

เริ่มได้เห็นบรรยากาศของการท่องเที่ยวกันบ้างพอให้คลายความคิดถึง ครั้งนี้กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ พาไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่สไตล์  บาวาเรีย รัฐใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีเทศกาล Oktoberfest (อ็อกโทเบอร์เฟสต์) อันโด่งดังและอาหารขึ้นชื่อหลายเมนูกลายเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวต่างหลงใหล

โดย ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมมอบประสบการณ์ OKTOBERFEST ให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความรื่นเริงแบบดั้งเดิมและเฉลิมฉลองไปพร้อมๆ กับชาวแคว้นบาวาเรีย ในงาน Bavarian Oktoberfest : The Best of Germany ชวนมากิน ดื่ม ช้อป สินค้าบาวาเรียและเยอรมันยอดนิยม มอบส่วนลดสูงสุด 25% พร้อม 12 เมนูเยอรมันจานเด็ดจากเชฟ CENTRAL EATERY และเบเกอรี่อบใหม่สไตล์บาวาเรียนจาก THE BAKER ตั้งแต่วันนี้ – 2 พฤศจิกายน 2564 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เฉพาะสาขากรุงเทพฯ และปริมณฑล, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ทุกสาขา และช้อปออนไลน์ได้ที่ http://www.tops.co.th, แอปพลิเคชั่นแกร็บ และไลน์ @TopsThailand พิเศษ! ช้อปสินค้าบาวาเรียหรือเยอรมันที่ร่วมรายการครบ 450 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี! กระเป๋าเก็บความเย็นดีไซน์พิเศษ 1 ใบ มูลค่า 95 บาท

พบกับความพิเศษในครั้งนี้ อาทิ  

· สินค้าบาวาเรียและเยอรมันยอดนิยม ลดสูงสุด 25% เช่น Scandia Pepparrot ซอสทาเฟลเมียเรททิชและซอสซานี เมียเรททิชสำหรับจิ้มอาหารทะเล, Bauer Sahne โยเกิร์ต, Zott Toast ชีสสไลด์, Annes Feinste แยมออร์แกนิค, ไส้กรอกสไตล์บาวาเรียนสูตรเฉพาะจากเชฟเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และไส้กรอกอีกหลากรสชาติเมนูจานเด็ดของเยอรมัน เช่น ไส้กรอกซอสผงกะหรี่, ไส้กรอกธัวริงเกอร์, ไส้กรอกขาวจากเนื้อลูกวัว

· สังสรรค์ร่วมกันด้วยอาหารบาวาเรียน 12 เมนูเด็ด ประจำเทศกาล Bavarian Oktoberfest โดยเชฟประจำ CENTRAL EATERY อาทิ Crispy-Beer Roasted Pork Shoulder: อาจเรียกได้ว่าหมูกรอบสไตล์เยอรมัน สันไหล่หมูหมักเบียร์จนเนื้อนุ่ม นำไปอบจนหนังกรอบ ทานคู่กับซอสสูตรเด็ด , Sauerkraut: ซาวเคราท์ หรือกะหล่ำปลีเปรี้ยว เครื่องเคียงพื้นเมืองที่มักจะเสิร์ฟพร้อมกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไส้กรอก หรือแฮม เพื่อช่วยตัดเลี่ยน

Chicken Schnitzel: ชนิต-เซิล หรือไก่ทอดสไตล์เยอรมัน เมนูยอดนิยมที่ใครๆ ก็รัก ไก่เนื้อนุ่มนำไปทุบให้บาง ชุบด้วยแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปังก่อนนำไปทอดจนกรอบ เป็นได้ทั้งเมนูทานเล่นและมื้อหลัก , Weisswurst with Pretzel and Sweet Mustard: เพรสเซลไส้กรอกขาว ของดีประจำรัฐบาวาเรีย ทานคู่กับซอสมัสตาร์ดหวาน อร่อยอย่าบอกใคร, Warm Skillet Potatoes: มันฝรั่งทอดกรอบนอก นุ่มใน เมนูกินเล่นรสชาติโฮมมี่กินที่ไรก็ชวนให้หัวใจอบอุ่น

Currywurst with curry sauce and French fries: เมนูฟาสต์ฟู้ดสุดที่รักของชาวเยอรมัน ไส้กรอกทอดเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอด เพิ่มรสชาติด้วยผงกะหรี่ บอกได้แค่คำเดียวไม่เคยพอ , Fleischkaese pretzel burger: เบอร์เกอร์เพรซเซลที่เด็ดตรงเนื้อแพตตี้ที่ไม่เหมือนใคร ทำจากเนื้อวัวอัดผสมชีส คลุกเคล้าด้วยเนื้อหมู เบคอน หัวหอม ก่อนนำไปย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวสีสวย ออกมาเป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่ทั้งอิ่มและอร่อย , XL Bratwurst: ไส้กรอกชิ้นจัมโบ้ย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมขนมปัง หัวหอมคาราเมลไลซ์ และเฟรนช์ฟราย

หอมกรุ่นกับขนมปังสไตล์บาวาเรียน อบใหม่ ๆ จากเตาจาก THE BAKER ได้แก่ ขนมปังไส้กรอกมานไฮเมอร์เวียนเนอร์ บาวาเรียนรัสติคัลไรย์เบรด บาวาเรียน อาร์ติซานเพรซเซล

ร่วมเฉลิมฉลอง Oktoberfest พร้อมกิน ดื่น ช้อปกับเมนูฟินๆ และวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ได้แล้ววันนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, Central Food Hall และไลน์ @TopsThailand

Central Anniversary 2021 ฉลอง 74 ปี ‘ห้างเซ็นทรัล’ มอบความสดใสให้ทุกหัวใจเบิกบานอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665985

วันที่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 10:10 น.Central Anniversary 2021 ฉลอง 74 ปี 'ห้างเซ็นทรัล' มอบความสดใสให้ทุกหัวใจเบิกบานอีกครั้งด้วยแรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำเจ้าพระยา สู่งานศิลปะแห่งดอกไม้ในคอนเซ็ปต์ “The Flow at Sun Dawn” โอกาสฉลอง 74 ปี “Central Anniversary 2021”

รีบเตรียมกล้องแล้วคิดท่าโพสสวยๆ ให้พร้อม เพราะงานนี้ ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ เซ็นทรัลเดอะวันเครดิตการ์ด และมาสเตอร์การ์ด จัดงานใหญ่ Central Anniversary 2021 มอบความสดใส แทนขอบคุณที่เคียงข้างกันตลอด 74 ปี ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม ผ่านดอกไม้ออริกามิหลากสีสันกว่า 2 แสนดอก ที่กำลังผลิบาน เฉกเช่นหัวใจคนไทยที่เบิกบานอีกครั้ง พร้อมพบกับไฮไลต์ผลงานศิลปะสุดสร้างสรรค์บนใบไม้ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่โถงชั้น 1 และกิจกรรมสร้างสีสันแห่งความสุขทั่วทั้งห้างตลอดวันที่ 21-25 ตุลาคม 2564 ที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม และ 15-31 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี พบกับงานศิลปะแห่งดอกไม้ในคอนเซ็ปต์ “The Flow at Sun Dawn” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำเจ้าพระยา

โอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “ห้างเซ็นทรัล อยู่เคียงข้าง และอยู่ในทุกโมเมนต์สำคัญของคนไทยมากว่า 7 ทศวรรษ ในปีนี้ห้างเซ็นทรัลได้มีการนำเสนอเรื่องราวดีๆที่จะมาสร้างรอยยิ้ม ผ่านภาพยนตร์โฆษณา “Bloom” ถ่ายทอด 3 เรื่องราวของคนดังจิตอาสา นำโดย คู่รักนักสู้ บอย – อนุวัฒน์ และ เจี๊ยบ – พิจิตตรา สงวนศักดิ์ภักดี, ลิลลี่ – ระริน สถิตธนาสาร นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม และกลุ่มหมอและพยาบาล ผู้ก่อตั้ง “โรงเรียนโควิดวิทยา” ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความสุข ความสดใสให้กลับมาในสังคมไทยอีกครั้ง สามารถรับชมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของห้างเซ็นทรัล ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป”

ความสำเร็จของเซ็นทรัลคงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการสนับสนุนอันดีจากทุกคน ในโอกาสครบรอบ 74 ปี เราจึงตั้งใจสร้างสรรค์ดิสเพลย์ “มวลดอกไม้ออริกามิ (Origami)” ตกแต่งทั่วห้างเซ็นทรัลชิดลม อันเกิดจากช่วงเวลาพิเศษที่ห้างฯ จัดกิจกรรมให้ลูกค้าและพนักงาน ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้เหล่านี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้ดอกไม้ออริกามิที่เบ่งบานกว่า 2 แสนดอก สื่อถึงช่วงเวลาดอกไม้ผลิบาน อันเป็นห้วงเวลาแห่งความสุข ที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากไปด้วยกัน ‘เพราะห้างเซ็นทรัล อยากเห็นหัวใจคนไทยเบิกบานอีกครั้ง’ ประกอบไปด้วย 6 พันธุ์ดอกไม้ ที่เปี่ยมด้วยความหมายดี ๆ อย่าง ดอกแอนนีโมนี (Anemone) มีความหมายว่า รักแท้และความคิดถึง, ดอกมงกุฎจักรพรรดิ (Crown Imperial) หมายถึง ความประทับใจ ความสง่างาม และตราตรึงใจ, ดอกแดนดิไลออน (Dandelion) สื่อถึง ความสุข ความร่าเริง และความหวัง, ดอกบิลลี่บัตตัน (Billy Button) แทน ความสุขนิรันดร์, ดอกพีโอนี (Peony) หมายถึง เกียรติยศ ความมั่งคั่ง ความโชคดี และชีวิตรักโรแมนติก ปิดท้ายที่ ดอกไอริส (Iris) แทน รักบริสุทธิ์ และความผูกพัน นอกจากนี้ยังนำดอกไม้ออริกามิไปตกแต่งห้างเซ็นทรัลสาขา ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยเช่นกัน

สำหรับกิจกรรมมอบความสุข ยังจัดเต็มให้ได้เบ่งบานใจทั่วห้างฯ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 โดย ห้างเซ็นทรัลชิดลม จะจัดงานระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2564 อิ่มเอมใจกับดอกไม้หลากหลายสีสัน ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งให้เพลิดเพลิน เริ่มต้นที่ ชั้น 1 พบกับ Central The1 Credit Card Exclusive Lounge ซึ่งได้ร่วมกับ “คอ ระฆังคาเฟ่” คาเฟ่แสนสวย พร้อมนำเมนูขนมอาลัวร์สร้างสรรค์เป็นรูปดอกไม้ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษพร้อมเครื่องดื่มชื่นใจ สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต Central The1 โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ลูกค้าสามารถไปรับดอกไม้จากแบรนด์ชั้นนำในแผนก Beauty Galerie หรือเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากแผนก Luxe Galerie ที่ร่วมรายการ เพื่อนำมาจัดช่อดอกไม้สวยๆ จาก เป็นเลิศ เดอ เฟลอร์ มาต่อกันที่ ชั้น 2 แผนกแฟชั่น และเครื่องประดับสตรี พบกิจกรรมเวิร์คช้อปการเพ้นต์รูปดอกไม้ลงบนถุงผ้าไม่ซ้ำแบบใคร มาถึง ชั้น 3 แผนก

วัยรุ่นและยูนิเซ็กส์ ห้ามพลาดไว้ที่ ป๊อบอัพ บาร์ ให้ทุกคนเพลิดเพลินกับกิจกรรมความสุขผ่านเสียงเพลง พร้อมอิ่มอร่อยกับโดนัท “Chubby Dough” ร้านโดนัทดังของวัยรุ่น ขณะที่ชั้น 4 แผนกผู้ชาย มาเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยหลากกิจกรรม ทั้งการโชว์เต้นฮิปฮอป โรลเลอร์แดนซ์ แฟลซม็อบ และยังมีเครื่องดื่มสูตรเด็ด ที่รอให้มาลองลิ้มชิมรสกันอีกด้วย

ต่อกันที่ ชั้น 5 แผนกตกแต่งบ้าน ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับคนรักบ้าน ทั้งการสาธิตทำอาหารจากแบรนด์ Tefal นำโดยเชฟบอย ปิยะชาติ พุทธวงษ์ มิชลินเชฟ และผู้เข้าแข่งขัน The Next Iron Chef สาธิตการปรุงกาแฟแบบต่างๆ จาก Hario และ Bialetti นอกจากนี้ยังมี Wine Festival พบกับการจัดโต๊ะไวน์อย่างไรให้ได้อรรถรส Korean Cooking Theme โดย Lock n’ Lock ในบรรยากาศปิกนิกริมแม่น้ำฮัน ได้อารมณ์เดียวกับซีรีย์ดัง พร้อมป็อปอัพร้านเค้กสุดอร่อยจาก CakeLicious ในส่วนของ ชั้น 6 แผนกเด็ก ที่ขอมอบความเพลิดเพลินให้กับเจ้าตัวเล็ก กับการตกแต่งด้วยลูกโป่งหลากสีสัน ดีไซน์เป็นดอกไม้หลายแบบ และยังมีลูกโป่งประดิษฐ์ บิดเป็นช่อดอกไม้มอบให้น้องๆ ด้วย ปิดท้ายที่ ชั้น 7 พบ “Muji New Concept Store” ที่นอกจากจะได้รู้จักความเป็นมูจิที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมสินค้าที่ออกแบบสไตล์น้อยแต่มาก ยังได้รับสิทธิพิเศษเฉพาะงาน Central Anniversary 2021 กับการรับบริการปักผ้าลายดอกไม้ฟรี! เพียงช้อปครบ 3,000 บาท

เดินลัดเลาะมาฝั่ง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี พร้อมจัดกิจกรรมระหว่าง วันที่ 15 – 31 ตุลาคม 2564 ที่ ชั้น G พร้อมเซอร์ไพรส์ความสุขครบครัน ในคอนเซ็ปต์ “The Flow at Sun Dawn” ที่สร้างสรรค์เป็น Flower Installation โดยได้แรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำเจ้าพระยา และความสวยงามในรุ่งอรุณยามเช้า ที่มาบรรจบกันจนทำให้เกิดความร่มเย็นและสวยงาม กลายเป็นฉากสีฟ้าของสายน้ำและสีแดงของพระอาทิตย์ขนาด 4 เมตร โดยมีลูกบอลเมทาลิกขนาดใหญ่ สื่อถึงดวงอาทิตย์ รวมถึงเกาะดอกไม้บานสะพรั่ง แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย เรียกว่าจัดใหญ่อลังการเอาไว้คอยทุกคนมาเก็บภาพประทับใจ รวมทั้งยังเอาใจสายคาเฟ่ กับ “Char Flower Tea” ที่จะมาเปิดคาเฟ่ดอกไม้ให้มาพักผ่อน พร้อมลิ้มรสเครื่องดื่มและขนมแสนอร่อย รวมทั้ง “The1 Flower Shop” ร้านดอกไม้ที่จะมามอบดอกไม้ให้ผู้ที่แสดงบัตรเครดิต Central The1 และยังได้สเปรย์แอลกอฮอล์จาก “Char Flower Tea” (จำนวน 300 สิทธิ์) ฟรี! พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารสุดพิเศษ 7 เซ็ต ในราคาสุดว้าว! เพียงเซ็ตละ 74 บาท ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 64 – 25 ต.ค. 64 ที่ อีทไทย ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้–วันที่ 2 พ.ย. 2564 พร้อมพบกับโปรโมชั่นคุ้มที่สุดแห่งปี อาทิ ช้อปสินค้าราคาปกติ ลดสูงสุด 30% ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 30% และรับฟรี คูปองแทนเงินสด หรือ E-Coupon และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิต Central The 1 รวมสูงสุด 19% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข, แลกรับผ้าพันคอผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้ดีไซน์พิเศษ เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไปต่อวัน, สำหรับลูกค้า Mastercard รับฟรี Samsung Galaxy Z Flip 3 ความจุ 256 GB เมื่อมียอดช้อปสะสมตลอดรายการครบ 350,000 บาท (จำนวนจำกัด) และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 และ Facebook Live ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Central Department Store สำหรับ Central App รับส่วนลดสูงสุด 70% พร้อมโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 1,200 บาท พบสินค้า Flash Deal ราคาพิเศษเปลี่ยนใหม่ทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ในช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ เปี่ยมรัก หัตถกิจโกศล หรือที่รู้จักในชื่อ “Ping Hatta” ศิลปินและนักวาดประกอบ ที่ได้ออกแบบบัตรของขวัญเซ็นทรัลดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีความหมายถึง “ความหวังและการให้พลังใจ ที่จะให้ก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยกัน” นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นบัตรของขวัญเซ็นทรัล เมื่อช้อปบัตรของขวัญเซ็นทรัลครบตามเงื่อนไข รับคูปองแทนเงินสด และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 8% ตั้งแต่วันนี้–31 มกราคม 2565

วาร์ปสู่ความรื่นเริงแบบ Matsuri กับเทศกาลอาหารและความสุขสไตล์ญี่ปุ่น JAPAN SIGNATURE 2021–2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665882

วันที่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 09:30 น.วาร์ปสู่ความรื่นเริงแบบ Matsuri กับเทศกาลอาหารและความสุขสไตล์ญี่ปุ่น JAPAN SIGNATURE 2021–2022เริ่มแล้ววันนี้ อร่อยรับความสุขกับอาหารญี่ปุ่นจากแบรนด์ดังทั้งในและนอกศูนย์การค้า กับงาน JAPAN SIGNATURE 2021–2022 ในบรรยากาศ “MATSURI” เทศกาลอาหารและความสุขสไตล์ญี่ปุ่นที่เหล่าเจแปนเลิฟเวอร์ต้องมา

ชี้เป้างานดีๆ ที่ เซ็นทรัลพัฒนา จับมือพันธมิตรธุรกิจ ชวนเหล่าเจแปนเลิฟเวอร์มาอร่อยรับความสุขกับอาหารญี่ปุ่นจากแบรนด์ดังทั้งในและนอกศูนย์การค้า ชิมราเมนระดับตำนาน อาหารจานเด็ดแนว Ready to Eat มากกว่า 300 เมนู ตลอดทั้งแคมเปญสมาชิก Blue Card รับฟรี เมนูเด็ด เพียงแลก 200 คะแนน ในงาน Japan Signature 2021–2022 เหมือนได้วาร์ปสู่ความรื่นเริงแบบ “Matsuri” ที่คนญี่ปุ่นจะออกมาเที่ยวชมงาน พร้อมเดินซื้อของกินไปตามทางอย่างสนุกสนาน โดยจะเริ่มสาขาแรกที่เซ็นทรัล เวสต์เกต วันที่ 19 ต.ค. 64 – 25 ต.ค. 64 และโรดโชว์ไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 15 สาขา ภายใต้มาตรการเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+

รวมความอร่อยแบบต้นตำรับ ในงาน Japan Signature 2021 – 2022 กว่า 300 เมนู อาทิ เมนูเด็ด ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต เริ่มแล้ววันนี้ ห้ามพลาด A Ramen แสนอร่อยจนต้องให้เกรด A เด่นด้วยเส้นราเมนสด คลุกเคล้าน้ำซุปเข้มข้น แนะนำเมนูใหม่ “ข้าวหมูชาชู” นุ่มละลาย กินคู่กับ “ไข่ต้ม AJITSUKE TAMAGO” ต่อที่ Uma Ramen ราเมนสไตล์โฮมเมด Tonkotsu Ramen รสชาติเอกลักษณ์ น้ำซุปกระดูกหมู ต้มนานกว่า 72 ชม. เพื่อความเข้มข้น หวาน หอมกระดูกหมูไม่เหมือนใคร

UNAGI DON จากร้าน Semakutei ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น ปลาไหลชิ้นใหญ่ ย่างจนหอม ฉ่ำซอสสูตรพิเศษจากเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ๆ Seal Mochi Special Sakura Flavor น้องโมจิแมวน้ำสีชมพูน่าเอ็นดู มาพร้อมกับ รสครีมซากุระไวท์ช็อกโกแลต หวานฉ่ำรับซัมเมอร์ จากร้าน Tokyo Sweets หรือจะเป็น Strawberry cream Sando จากร้าน Hakuna Matacha ขนมปังนุ่มประกบไส้แบบแซนวิส กับครีมละมุนและสตรอเบอรี่ลูกโต แช่เย็นจัด กัดเต็มคำ

ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นขนานแท้ พร้อมของฝากจากญี่ปุ่นอีกมากมายที่งาน Japan Signature 2021 – 2022 โรดโชว์ไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัล 15 สาขา ภายใต้มาตรการแผนแม่บท เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+

  1. เซ็นทรัล เวสต์เกต (19 ต.ค. 64 – 25 ต.ค. 64)
  2. เซ็นทรัลพัทยา บีช (1 พ.ย. 64 – 7 พ.ย. 64)
  3. เซ็นทรัล ลาดพร้าว (11 พ.ย. 64 – 17 พ.ย. 64)
  4. เซ็นทรัล พระราม 9 (19 พ.ย. 64 – 25 พ.ย. 64)
  5. เซ็นทรัล ศาลายา (30 พ.ย. 64 – 05 ธ.ค. 64)
  6. เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (8 ธ.ค. 64 – 14 ธ.ค. 64)
  7. เซ็นทรัล พระราม 2 (16 ธ.ค. 64 – 21 ธ.ค. 64)
  8. เซ็นทรัล พระราม 3 (23 ธ.ค. 64 – 5 ม.ค. 65)
  9. เซ็นทรัล ชลบุรี (10 ม.ค. 65 – 16 ม.ค. 65)
  10. เซ็นทรัล บางนา (27 ม.ค. 65 – 3 ก.พ. 65)
  11. เซ็นทรัล นครราชสีมา (8 ก.พ. 65 – 17 ก.พ. 65)
  12. เซ็นทรัล มหาชัย (22 ก.พ. 65 – 28 ก.พ. 65)
  13. เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (4 มี.ค. 65 – 10 มี.ค. 65)
  14. เซ็นทรัลเวิลด์ (21 มี.ค. 65 – 27 มี.ค. 65)
  15. เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (3 พ.ค. 65 – 9 พ.ค. 65)

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโมเดลความยั่งยืน จาก'กาแฟ' สู่ 'ฟาร์ม'

เปิดโมเดลความยั่งยืน จาก’กาแฟ’ สู่ ‘ฟาร์ม’

ไขรหัสความสมบูรณ์แบบของโลกกาแฟ @Pacamara Coffee Roasters

ไขรหัสความสมบูรณ์แบบของโลกกาแฟ @Pacamara Coffee Roasters

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ จาก 'เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์'

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ จาก ‘เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์’

Ready to Eat อร่อยง่าย ได้สุขภาพ กับสลัดแฟคทอรี่ ที่ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665757

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 07:25 น.Ready to Eat อร่อยง่าย ได้สุขภาพ กับสลัดแฟคทอรี่ ที่ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์สลัดแฟคทอรี่ ส่งเมนูสลัดซิกเนเจอร์เริ่มต้นที่ 99 บาท วางจำหน่ายในท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ตอบโจทย์ความสะดวกรับเทรนด์สุขภาพ

เพิ่มทางเลือกให้คนรักสุขภาพ สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) ร้านสลัดที่เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูเพื่อสุขภาพที่หลากหลายให้คนทานได้ทานผักจากแหล่งผลิตอาหารที่ดี ภายใต้งานบริหารงานโดย บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ มั่นใจตลาดอาหารพร้อมทาน หรือ Ready to Eat (RTE) ยังเติบโตไม่หยุด จึงเร่งเพิ่มช่องทางจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกที่สุด พร้อมส่งเมนูสลัดพร้อมทาน สไตล์โฮมเมด 6 เมนูซิกเนเจอร์ อาทิ สลัดมังสวิรัติ สลัดหมูย่างงาญี่ปุ่น สลัดไก่ย่างอบน้ำผึ้ง สลัดซีซาร์ สลัดร็อกเก็ตผักรวมย่าง และ สลัดควินัวร์อกไก่ จัดจำหน่ายใน ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

ปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ (สลัดแฟคทอรี่) (Mr.Piya Dankum Chief Executive at Green Food Factory) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน หรือ Ready to Eat (RTE) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน จึงเล็งเห็นโอกาสในการแตกไลน์สินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ได้อีกทางหนึ่ง เร่งทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นเมนูสลัดพร้อมทาน เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังดำเนินการ Synergy กันภายในกลุ่มธุรกิจระหว่าง ซีอาร์จี (CRG) โดยแบรนด์ สลัดแฟคทอรี่ และ ท็อปส์ (TOPS) ร่วมผนึกกำลังเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย และขานรับเทรนด์สุขภาพที่ยังคงมาแรงในขณะนี้ วางจำหน่ายเมนูสลัดพร้อมทาน ในราคาเริ่มต้นที่ 99 บาท ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ นำร่องที่ 6 สาขา อาทิ เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เมกา บางนา และ เซ็นทรัล พระราม 3 (จัดจำหน่ายเฉพาะในช่องทางออนไลน์)

โดยสินค้าที่วางจำหน่ายใน ท็อปส์ มาร์เก็ต เป็นสินค้าที่ผลิตจากโรงงานของทางแบรนด์เอง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของทางแบรนด์ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดโมเดลใหม่ ๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งผู้บริโภคยังสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพ ด้วยมาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารที่สะอาด ปลอดภัย และยังคงความอร่อยเสมือนรับประทานที่ร้าน ช่วงแรกประเดิมตลาดใหม่ด้วยเมนูสลัดซิกเนเจอร์ 6 เมนู ได้แก่ สลัดมังสวิรัติ สลัดหมูย่างงาญี่ปุ่น สลัดไก่ย่างอบน้ำผึ้ง สลัดซีซาร์ สลัดร็อกเก็ตผักรวมย่าง และ สลัดควินัวร์อกไก่ และยังตั้งเป้าในการพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ให้หลากหลาย และมองหาช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มอยู่เสมอ

สลัดแฟคทอรี่พร้อมคุมเข้มมาตรการรับมือโควิด-19 ในทุกขั้นตอนการบริการ เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้บริการมั่นใจในความสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/saladfactoryofthailand หรือ CRG Call Center โทร. 1312

#RediscoverThailand แชร์ภาพถ่ายที่เที่ยวลับโปรโมทการท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665733

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 15:55 น.#RediscoverThailand แชร์ภาพถ่ายที่เที่ยวลับโปรโมทการท่องเที่ยวททท. จับมือ Leica จัดแคมเปญ #RediscoverThailand ชวนคนไทยแชร์ภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวลับ ที่น้อยคนจะรู้จักเพื่อช่วยกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวและสนับสนุนกิจการท้องถิ่นให้ยั่งยืนไปด้วยกัน

นับเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ก็ส่งผลให้ธรรมชาติค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาสวยงามยิ่งกว่าเดิม ประกอบกับการเตรียมความพร้อมของประชาชนชาวไทยให้สามารถดำเนินชีวิตในสถานการณ์วิกฤตินี้ได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ Leica Camera Thailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Leica (ไลก้า) แบรนด์กล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพระดับโลกสัญชาติเยอรมัน จึงร่วมกันจัดแคมเปญ #RediscoverThailand ชวนคนไทยจับมือช่วยกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยและเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการแชร์ภาพสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ผู้คน อาหารการกิน ธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะ location ลับที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะยังไม่รู้ พร้อมใส่ #RediscoverThailand ระบุสถานที่ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง Facebook, Instagram หรือ Twitter ทาง Leica Camera Thailand จะคัดเลือกและจัดทริปตามรอยบันทึกภาพด้วยกล้องไลก้าผ่านมุมมองของไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ ช่างภาพชื่อดัง เพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย แล้วส่งต่อให้กับ ททท. และสื่อต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้อัตราการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลงกว่าร้อยละ 84.75% ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกิดการชะลอตัว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และขนส่งท้องถิ่น ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจและสังคมได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง และท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ฅซบเซาตลอดระยะกว่า 2 ปี ที่ผ่านมานั้นสถานการณ์โควิด-19 กลับส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติจากการฟื้นตัวของระบบนิเวศ ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสสัมผัสความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในเมืองไทย และเพื่อปลุกกระแสการเดินทางภายในประเทศให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทางครั้งใหม่ในมุมมองที่ “Amazing ยิ่งกว่าเดิม” ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ร่วมกับไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ เปิดตัวโครงการ “Rediscover Thailand” ให้ประชาชนคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หรือแหล่งท่องเที่ยวมุมมองใหม่สู่สายตานักท่องเที่ยว ผ่านการจัดกิจกรรมที่ทางไลก้าจัดขึ้น โดยเฉพาะการนำช่างภาพระดับแนวหน้าของประเทศไทยเดินทางไปเก็บภาพแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ช่วยขับเคลื่อนค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ – Unseen New Series พร้อมกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคม (Responsible Tourism) ควบคู่กับมาตรการสาธารณสุขในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ให้ประเทศไทยกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างยั่งยืนตลอดไป โดย ททท.วางเป้าว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 882,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 นี้”

ดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอลิส ไพรเวต จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Leica กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวทั้งด้านวิถีชีวิตและการดำเนินธุรกิจ ในทางกลับกันธรรมชาติก็ได้ฟื้นฟูตัวเองจนทำให้วันนี้แหล่งท่องเที่ยวกลับสวยงามมากยิ่งขึ้นและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งแต่ละปีมีจำนวนเกือบ 40 ล้านคน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันการจะดึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้กลับมานั้นต้องใช้เวลา ประกอบกับการเดินทางไปต่างประเทศก็ไม่สามารถทำได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราคนไทยจะกลับมาสำรวจความสวยงามของประเทศไทย จึงจัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชน ธุรกิจต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมกับการค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก โดยเชิญชวนคนไทย คนในชุมชนร่วมกัน แชร์ภาพหรือคลิปวีดีโอ แหล่งท่องเที่ยวร้านอาหาร ที่พัก ซึ่งจะถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ หรือ กล้องถ่ายรูปแบรนด์ใดก็ได้ โพสต์ลงโซเชียลของตัวเอง พร้อมปักหมุดสถานที่ในภาพถ่าย ใส่ #RediscoverThailand และบอกเล่าความประทับใจเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ จากนั้นทางไลก้าจะทำการรวบรวมและคัดเลือกสถานที่เพื่อออกทริปตามรอยบันทึกภาพถ่ายทุกๆ เดือน เพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย แล้วส่งต่อให้กับ ททท. เพื่อนำไปใช้โปรโมทการท่องเที่ยวต่อไป โดยเรายังได้พาร์ทเนอร์คนสำคัญอย่าง Thai Smile Airways (สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์) มาร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วย ทาง Leica Camera Thailand หวังว่าแคมเปญนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย พร้อมกับการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน”

ด้าน ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ หนึ่งใน Leica Thailand Ambassador (ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์) ได้แสดงทัศนะต่อแคมเปญนี้ว่า “หลังจากกักตัวอยู่บ้านกันมานานตอนนี้ทุกคนต่างคิดถึงโมเมนต์การออกเดินทาง และโควิดทำให้เจ้าของกิจการเรียนรู้ถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน #RediscoverThailand เป็นแคมเปญที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยว สถานที่ที่คนในชุมชนคุ้นเคยจะถูกบอกเล่าผ่านภาพถ่าย เช่น จังหวัดชุมพรส่วนมากจะนึกถึงทะเลแต่ที่จริงยังมีวิวภูเขาที่สวยงามอย่าง ดอยตาปัง ซึ่งเมื่อขึ้นจุดชมวิวที่หลายคนมักคาดหวังว่าจะได้เห็นวิวทะเล แต่กลับเห็นวิวทิวเขาความเขียวชอุ่มของต้นไม้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเที่ยวภูเขาแถวภาคเหนือ หรือ เกาะปลิง หาดในยาง จังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ในอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถเป็นเกาะเล็กๆ ล้อมรอบด้วยแนวปะการังน้ำตื้นซึ่งสวยงามมากๆ และไม่คิดว่าจะมีสถานที่ที่สามารถแวะไปเที่ยวก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ เพราะเป็นทางผ่านไปสนามบิน ผมหวังว่าแคมเปญนี้จะทำให้ทุกคนอิ่มเอมไปกับความสวยงามของธรรมชาติพร้อมๆ กับการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่เกิดจากคนไทยเที่ยวเมืองไทย”

ชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร Leica Thailand Ambassador กล่าวว่า “ผมดีใจที่เกิดแคมเปญนี้ขึ้น เพราะเป็นการใช้ความถนัดที่เราทำได้ดีมาช่วยเหลือชุมชน นำภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไปเผยแพร่ในวงกว้าง และเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากที่เราได้จะค้นพบเดสติเนชั่นใหม่ๆ พร้อมกับการที่คนในชุมชนช่วยกันพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น จังหวัดพังงา ไม่ใช่เป็นเพียงเมืองที่สงบเหมาะกับครอบครัวเท่านั้นแต่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวแนวสปอร์ต เนื่องจากทะเลของพังงาก็สามารถเล่นเซิร์ฟได้ เล่นโยคะริมชายหาด มีภูเขาที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่ชอบแทรคกิ้ง รวมถึงยังมีร้านอาหารท้องถิ่นที่รสชาติอร่อยๆ มากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน”

ด้าน แอ๊ด-พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ Leica Thailand Ambassador เผยว่า “RediscoverThailand แคมเปญที่นอกจากจะทำให้ค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ คนในชุมชน และนักท่องเที่ยวตระหนักถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะผลจากโควิดทำให้ธรรมชาติกลับมาสมบูรณ์ ดังนั้นเราต้องช่วยกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลธรรมชาติ เพราะบางครั้งเมื่อเราไปเยือนสถานที่นั้นๆ เราอาจมองข้ามบางสิ่งไป เช่น เมื่อเราเดินขึ้นดอยเพื่อจะไปชมวิว ชมทะเลหมอก ทุกย่างก้าวที่เดินคุณอาจจะไปเหยียบต้นไม้หายากก็เป็นได้ ผมหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนจะได้ท่องเที่ยววิถีใหม่ในสถานที่ใหม่ๆ และช่วยกันดูแลธรรมชาติของเมืองไทยไว้ให้คงอยู่”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนกับแคมเปญ #RediscoverThailand ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ประกอบการ สื่อ หรือ องค์กรเอกชน ที่สนใจร่วมมือในการช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวประเทศไทย แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมเด็ดแบบเจาะลึก สามารถติดต่อเราได้ทาง Line Official: @leicath หรือ bit.ly/LeicaTHLineOA

ททท.ชี้เป้าสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ชนะการประกวด Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 13

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665316

วันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 15:30 น.ททท.ชี้เป้าสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ชนะการประกวด Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 13แพ็คกระเป๋าเที่ยวตามลายแทงจากงานรางวัลการประกวดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 โดย ททท.จัดพิธีพระราชทานรางวัลรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล

บ่ายวันนี้ (11 ตุลาคม 2564) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล Thailand Tourism Awards ให้กับผู้ประกอบการ องค์กร และชุมชนท้องถิ่น ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชนะการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 185 รางวัล ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดการประกวดและรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนมีนาคม–พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมสร้าง ความเชื่อมั่น มั่นใจ และประทับใจแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวรูปแบบวิถีใหม่ ปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ณ PM Studio กรุงเทพมหานคร และถ่ายทอดสดทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ThailandTourismAwards และ Amazing Thailand

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากข้อจำกัดในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงพฤติกรรมการเดินทางที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จึงเป็นกลไกหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยในปีนี้ได้เพิ่มเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็น “การท่องเที่ยวสีขาว” (สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการท่องเที่ยววิถีใหม่ นำไปสู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว ที่ปลอดภัยและประทับใจ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการรักษาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ตามที่ ททท. ได้ดำเนินการจัดโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดประกวดทุกๆ 2 ปีเปรียบเสมือนเครื่องมือรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันและยกระดับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและบริการที่ดี ส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ รวมถึงการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาและตัดสินรางวัล ตามกรอบเกณฑ์การตัดสินทั้ง 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวสีขาว 2.ตอบโจทย์ BCG Model 3.มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) 4.การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 5.เสียงสะท้อน จากนักท่องเที่ยว (Voice of Customer)

สำหรับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 มีผู้ประกอบการส่งผลงาน เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 346 ราย และมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกชนะรางวัล รวมทั้งสิ้น 185 รางวัล แบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัลหลัก ได้แก่ 1) แหล่งท่องเที่ยว (Attraction) จำนวน 83 รางวัล 2) ที่พักนักท่องเที่ยว (Accommodation) จำนวน 69 รางวัล และ 3) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) จำนวน 33 รางวัล โดยแต่ละประเภทได้รับคัดสรรผลงานที่มีคุณภาพ แบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัลย่อย ได้แก่ รางวัล Thailand Tourism Gold Award (ยอดเยี่ยม) Thailand Tourism Award (ดีเด่น) และ รางวัล Hall of Fame สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 3 ครั้งติดต่อกัน

ซึ่งในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการได้รับรางวัล Hall of Fame จำนวนทั้งสิ้น 10 รางวัล ได้แก่ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี และฟลายอิ้ง หนุมาน จ.ภูเก็ต ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ โรงแรมสยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี และประเภทการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ บันยันทรี สปา ภูเก็ต จ.ภูเก็ต บันยันทรี สปา สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ฟ้าล้านนา สปา จ.เชียงใหม่ ระรินจินดา เวลเนส สปา เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โอเอซิส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา จ.ภูเก็ต และโอเอซิสสปา พัทยา จ.ชลบุรี

ททท. คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรและท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาจัดการแหล่งท่องเที่ยวภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดในการเสนอขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระจายสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกระดับอย่างกว้างขวางและทั่วถึง นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 ได้ที่ www.tourismthailand.org/tourismaward หรือ www.facebook.com/thailandtourismawards

คนรักงานศิลป์ต้องมา!! AR Art Gallery ประสบการณ์ดีๆ แบบ Interactive art experience

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665235

วันที่ 10 ต.ค. 2564 เวลา 14:30 น.คนรักงานศิลป์ต้องมา!! AR Art Gallery ประสบการณ์ดีๆ แบบ Interactive art experiencewOrldofArt เซ็นทรัลเวิลด์ เนรมิต Groove Gallery Walk ให้กลายเป็น Interactive Art Experience จากผลงานร่วมสมัยของศิลปินรุ่นใหม่ชื่อดัง ตลอดทั้งปี 2564 ตอกย้ำเดสติเนชั่นแห่งไอเดียความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก

สร้างปรากฏการณ์งานอาร์ตครั้งสำคัญอีกครั้งแล้ว สำหรับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแลนด์มาร์กระดับโลก โดยครั้งนี้จับมือกับศิลปินรุ่นใหม่ชื่อดังของเมืองไทยจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่ผสานดิจิทัลเทคโนโลยี ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านมุมมองของไอเดียความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดของศิลปินรุ่นใหม่ ที่เตรียมผลงานมาแสดงในรูปแบบของ AR (Augmented Reality) Art Gallery ตลอดทั้งปี 2564

โดยเริ่มที่นิทรรศการแรก “FIKA MAISON (ฟิก้า เมซอง)” ของ นัส – พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล ศิลปินผู้ก่อตั้งแบรนด์ NussDaydream และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยผลงานชิ้นนี้ ได้ถ่ายทอดความเป็น Art & Food destination ระดับโลกของเซ็นทรัลเวิลด์ ออกมาเป็นลายเส้นของอาหาร, พืชผักผลไม้ และสัตว์ต่างๆ ในสีสันที่สดใส และแฝงไปด้วยสำนวนน่ารักๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร เช่น I Love you Cherry much และ You’re So Grape เป็นต้น โดยผู้ชมสามารถสัมผัสประสบการณ์แบบ Interactive art experience ได้ง่ายๆ ผ่าน Smartphone ทั้ง IOS หรือ Android เพียงแค่ใช้ Mobile Application Artivive (Free download) ผลงาน “FIKA MAISON” จัดขึ้นบริเวณ Groove Gallery Walk ชั้น 3 ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม 2564 และอีก 1 จุดที่ชั้น 7 โซนเอเทรียมในรูปแบบ ART TOWER ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นอกจากเซ็นทรัลเวิลด์ จะเป็นแลนด์มาร์กของการ ช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ระดับโลกแล้ว เรายังต้องการให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่ไร้ข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานศิลปะ ที่ผ่านมาเราไม่เคยหยุดนิ่งในการ Curate ผลงานทั้งจากศิลปินระดับโลกหาชมได้ยากมาจัดแสดงให้คนไทยได้เสพย์งานศิลป์อย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้ Local artist และศิลปินรุ่นใหม่ ได้จัดแสดงผลงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ศิลปะมีส่วนช่วยอย่างมากในการเยียวยาจิตใจ และสร้างมุมมองใหม่ๆ ทั้ง Creativity และ Positivity ในการใช้ชีวิต ซึ่งในปีนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ ได้เนรมิตพื้นที่ ให้กลายเป็น AR Art Gallery ใช้ศิลปะที่บางคนเคยบอกว่าเข้าถึงยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่าย และสนุก เพียงแค่มีมือถือ และดาวน์โหลด Application ‘Artivive’ ก็สามารถสนุกไปกับงานอาร์ตผ่านมุมมองของศิลปินรุ่นใหม่อย่างคุณ นัส – พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล (NussDaydream) ได้ และสามารถดาวน์โหลด VDO clip และรูปผ่านแชร์ผ่าน Social media ได้อย่างง่ายๆ แล้ว ซึ่งนอกจากจะได้ชมงานอาร์ตสนุกๆแล้ว เซ็นทรัลเวิลด์ยังเตรียมโปรโมชั่นพิเศษไว้มากมาย อาทิ ส่วนลดเครื่องดื่ม และ ขนม หลากหลายร้าน ส่วนในเดือนพฤศจิกายนก็จะต่อด้วยผลงานของศิลปิน Sundae Kids ให้ได้ชมแบบต่อเนื่องยาวไปจนถึงสิ้นปี และในอนาคตจะมีการต่อยอดงานศิลปะให้เกิดขึ้นและเป็นไปในรูปแบบใหม่ๆอย่างไรต้องติดตามกันต่อไปครับ” ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าว

นัส – พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล ศิลปินและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมแสดงผลงานกับเซ็นทรัลเวิลด์ในครั้งนี้ ซึ่งพื้นที่ Groove Gallery Walk ของเซ็นทรัลเวิลด์ ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีผลงานศิลปะมากมายทั้งจากศิลปินในประเทศ และระดับโลกมาสับเปลี่ยนหมุนเวียนจัดแสดงให้ชม และเป็น Photo landmark สำคัญที่ไม่ว่าใครก็ตามที่มาที่นี่ ต้องถ่ายรูปมุมต่างๆ เก็บไว้และแชร์ใน Social media และด้วยขนาดของพื้นที่จัดแสดงที่ยาวถึง 22 เมตร จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายว่าเราจะออกแบบลายเส้นอย่างไรให้ออกมาสวยและลงตัวที่สุด ซึ่งพอผลงาน “FIKA MAISON” ออกมาแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น และมีความสุขมากๆ ซึ่ง FIKA เป็นภาษาสวีดิช หมายถึง ช่วงเวลาที่ได้หยุดคิดอย่างช้าๆ เพื่อตระหนักและชื่นชมถึงสิ่งดีๆ รอบตัว เป็นชิ้นงานที่อยากให้ผู้ชมค่อยๆ กวาดสายตา สนใจแต่สิ่งตรงหน้าและใช้เวลาสังเกตสิ่งเล็กๆ รอบตัว โดยที่มาของแรงบันดาลใจเกิดจากการชอบมาทานอาหารที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเห็นว่าที่นี่มีร้านอาหารอร่อยอยู่เยอะมากๆ ถือเป็น FOOD DESTINATION ที่ดีที่สุด จึงเกิดไอเดียในการนำเอาอาหาร, พืชผักผลไม้, สัตว์ ต่างๆ รอบตัวมาวาดและใส่รายละเอียดในภาพราวกับภาพนั้นๆกำลังสื่อสารข้อความดีๆให้แก่เรา และย้ำเตือนว่า อย่าทำตัวยุ่งเกินไปจนไม่มีเวลา FIKA กับสิ่งรอบตัวค่ะ

งานส่วนใหญ่ของนัสเป็นการวาดมือ นำเทคนิค engraving ของสมัยก่อนมารวมกับสื่อดิจิตอล อย่างเช่นการทำดิจิตอลเพ้นท์ติ้งทำให้ภาพมีความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำสมัย AR หรือ AUGMENTED REALITY TECHNOLOGY มาผสมลงบนชิ้นงานและประยุกต์ใช้กับการวาดลาย เทคโนโลยีด้านศิลปะที่อาศัยการเชื่อมต่อภาพกับแอปพลิเคชั่นซึ่งทำให้ให้สิ่งที่เรากำลังมองเห็นอยู่นั้นเกิดการเคลื่อนไหว เกิดเป็นโลกเสมือนจริง ทำให้ภาพวาดธรรมดาต่างๆมีชีวิต เคลื่อนไหวขึ้นมาได้

ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ของงานศิลปะที่ผสานกับเทคโนโลยี AR เพียงแค่โหลด Application: Artivive (Free download) ลงบนมือถือ ผ่านขั้นตอนนี้ 1) สแกน QR code เพื่อโหลด app Artivive แอปพลิเคชั่น2) เปิดแอปพลิเคชั่นและสแกนไปที่ภาพ และ 3) สามารถบันทึกเป็น วีดีโอคลิปหรือแชร์ลงบนโซเชียลมีเดีย Instragram หรือ Facebook ได้

FIKA MAISON (ฟิก้า เมซอง) จัดแสดง 2 จุด ณ บริเวณ Groove Gallery Walk ชั้น 3 ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม 2564 และที่ชั้น 7 โซนเอเทรียม ในรูปแบบของ ART TOWER ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564 ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น. พร้อมด้วยโปรโมชั่นที่น่าสนใจมากมาย ติตต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LINE: @CentralLife หรือ Facebook: Central World หรือคลิกชม VDO clip สัมภาษณ์แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินได้ที่ link : https://www.youtube.com/watch?v=pDkgT2-e7Pc และติดตามผลงานของเธอได้ที่ Instragram : NUSSDAYDREAM

#centralwOrld #ArtandCreativityDestination #FikaMaison #wOrldofArt

เช็กอิน 4 ร้าน 4 สไตล์ กินให้หายคิดถึง @อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665227

วันที่ 10 ต.ค. 2564 เวลา 13:10 น.เช็กอิน 4 ร้าน 4 สไตล์ กินให้หายคิดถึง @อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ไปกินให้คลายความคิดถึง โพสต์ทูเดย์รวม 4 ร้านอาหารอิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ต้อนรับการกลับมาให้บริการนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน พร้อมส่วนลดพิเศษตลอดเดือนตุลาคมนี้

ต้อนรับการกลับมานั่งทานอาหารในร้านได้อีกครั้ง คราวนี้เราพาไปที่ร้านอาหารนานาชาติบริเวณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ริมทะเลสาบเมืองทองธานี  ภายใต้การบริหารงานของบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซ์บิชั่นแมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งขานรับนโยบายผ่อนปรนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมให้บริการนั่งรับประทานอาหารภายในร้านตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับ 4 ร้านอาหารนานาชาติบริเวณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ยังคงไว้ซึ่งมาตรการเว้นระยะห่างและจำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ พนักงานทุกคนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม เพื่อความปลอดภัยในการให้บริการที่คำนึงถึงสุขภาพของลูกค้าเป็นหลัก และเพื่อเป็นการขอบคุณที่ลูกค้ามอบความไว้วางใจตลอดมา ทั้ง 4 ร้านจึงมอบส่วนลดค่าอาหารให้กับลูกค้าตลอดเดือนตุลาคม ศกนี้

เริ่มจากร้านแรก “บรีซ คาเฟ่ แอนด์ บาร์” โดดเด่นด้วยเมนูฟิวชั่นนานาชาติ พร้อมบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลายตลอดวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เชฟแหม่ม เชฟใหญ่ประจำร้าน แนะนำเมนูพิซซ่าโฮมเมดสไตล์อิตาเลี่ยนกว่า 10 เมนู ที่อบด้วยเตาถ่านจนหอมกรุ่น ปรุงสดใหม่โดยใช้วัตถุดิบชั้นดี พิเศษกับโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 246 – 427 บาท พร้อมส่งฟรีในระยะ 5 กิโลเมตรจากร้าน (เฉพาะซื้อกลับบ้านและสั่งแบบเดลิเวอรี่) เพียงสั่งผ่านไลน์: @breezecafe.bar

นอกจากนี้ทางร้านยังมอบส่วนลดเฉพาะค่าอาหาร 15% รวมทั้งเมนูซิกเนเจอร์ราคาพิเศษ คือ “ซี่โครงหมูคุโรบูตะ” เพียง 399 บาท และ “สเต็กเนื้อสันนอก” เพียง 799 บาท พร้อมเชิญชวนลิ้มลองเมนูใหม่ ได้แก่ “แซลมอนรมควันอโวคาโดโทสต์” หรือจะเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอย่าง “โปเกะโบว์ทูน่าสลัด” “แซลมอน ปาปิลลอต” หรือ “แซลมอนย่าง เสิร์ฟพร้อมข้าวซ้อมมือควินัว” เลือกรับประทานกับซอสฉู่ฉี่สมุนไพรหรือเลม่อนครีมซอส ในราคาเพียง 199 – 499 บาท เท่านั้น

ร้านที่ 2 “อีสาน จิ้มจุ่ม” ร้านจิ้มจุ่มในบรรยากาศสบายๆ ริมทะเลสาบ พร้อมเมนูอาหารอีสานทั้งฟิวชั่นและดั้งเดิมกว่า 100 เมนู กับโปรโมชั่นลดเฉพาะค่าอาหาร 15% ทุกบิล นอกจากนี้ยังให้คุณได้อร่อยกับเมนูรับประทานเล่นขายดีในราคาพิเศษเพียง 99 บาท ทุกเมนู ได้แก่ “ไส้กรอกอีสาน” “แหนมซี่โครงหมู” และ “เอ็นข้อไก่ทอด”

ร้านที่ 3 ร้านอาหารญี่ปุ่น “อุวะจิมะ” ที่มาในคอนเซปต์ซูชิแอนด์ชาร์โคลกริลล์ ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มอบความพิเศษด้วยโปรโมชั่น We are Open กับส่วนลดเฉพาะค่าอาหาร 15% ทุกใบเสร็จ (สำหรับรับประทานที่ร้านและซื้อกลับบ้าน) พร้อมโปรโมชั่นเมนูราคาพิเศษ 2 รายการ คือ “กุ้งกุลาดำย่างชีส” เพียง 239 บาท และ “ซาชิมิปลาแซลมอน” เพียง 159 บาท เท่านั้น

ปิดท้ายกับร้านที่ 4 ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงซีฟู้ดใหม่ล่าสุด “แจ็คกี้ ซีฟู้ด” ที่คัดสรรความสดใหม่ของอาหารทะเลไซส์ใหญ่ จัดเตรียมในตู้กระจกใหญ่ ให้คุณสัมผัสความเป็นซีฟู้ดสไตล์ฮ่องกงขนานแท้ มอบส่วนลดพิเศษ 15% ทุกบิล พร้อมทั้งให้ทุกคนได้ลิ้มลองความอร่อยของเมนูซิกเนเจอร์ขายดีอย่าง “เป็ดย่างฮ่องกงไม้ลิ้นจี่” ที่มีความกรอบทั้งเนื้อและหนัง และความหอมจากไม้ลิ้นจี่ที่นำมาจากจังหวัดเชียงราย ในราคาพิเศษเพียง 833 บาท สำหรับขนาด 1 ตัว หรือแบบครึ่งตัว ราคาเพียง 476 บาท เท่านั้น

ค้นพบความสุขแสนอร่อยแบบนานาชาติจากฝีมือเชฟคุณภาพที่ 4 ร้านอาหารคุณภาพ ณ อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ พร้อมชมวิวทะเลสาบสบายตา และรับส่วนลดพิเศษมากมายตลอดเดือนตุลาคม ศกนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ร้านบรีซ คาเฟ่ แอนด์ บาร์ โทรศัพท์ 02-033-1851 เฟซบุ๊ก: Breeze Café & Bar

ร้านอีสาน จิ้มจุ่ม โทรศัพท์ 02-033-5009 เฟซบุ๊ก: Isan Jim Joom

ร้านอาหารญี่ปุ่น “อุวะจิมะ” โทรศัพท์ 02-033-1853, 064-184-7109 เฟซบุ๊ก: Uwajima

ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงซีฟู้ด “แจ็คกี้ ซีฟู้ด” โทรศัพท์ 083-247-5958 เฟซบุ๊ก: Jackie Seafood

พร้อมผจญภัย!! ‘ซาฟารีเวิลด์’ เปิดโลกกว้างอีกครั้ง เพิ่มกิจกรรมใหม่ต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665201

วันที่ 10 ต.ค. 2564 เวลา 08:30 น.พร้อมผจญภัย!! 'ซาฟารีเวิลด์' เปิดโลกกว้างอีกครั้ง เพิ่มกิจกรรมใหม่ต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวอาณาจักรแห่งความสุข “ซาฟารีเวิลด์” กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมโชว์โซนใหม่เอาใจสาย Social ให้อัพภาพประทับใจกับเหล่าซุป’ตาร์ที่ Tree House Aviary & Kitchen’ และ ‘Open Air Studio’

คิดถึงน้อนนน…น้อนก็คิดถึงเรา!! ซาฟารีเวิลด์ อาณาจักรแห่งความสุขพร้อมกลับมาเปิดให้บริการแล้ว หลังปิดให้บริการชั่วคราวเป็นครั้งที่ 2 ตามมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐนานกว่า 5 เดือน ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ยังคงเน้นย้ำมาตรฐานสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเคร่งครัด พนักงานทุกคนได้รับวัคซีน COVID-19 (AZ) ครบ 2 เข็ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวกลับมาใช้บริการอีกครั้ง พร้อมต้อนรับด้วย 2 โครงการใหม่แห่งแรกในเมืองไทย

เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ระหว่างที่ปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่เดือนเมษายน 2564  ซาฟารีเวิลด์ได้เร่งพัฒนาจุดให้บริการภายใน เพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น นอกเหนือจากการปรับภูมิทัศน์ความสวยงามเพิ่มขึ้นแล้ว ยังสร้างกิจกรรมใหม่เพื่อต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวกับ “Tree House Aviary & Kitchen” โฉมใหม่ของ Mini World โลกของนก Sun Conure (ซันคอนัวร์) กว่า 200 ตัว ที่หลายคนรอคอย พร้อมเปิดประสบการณ์ความสนุกแบบ Edutainment ให้นักท่องเที่ยว นอกจากจะได้เข้า มาสัมผัสนกเล็กสีสันสดใสอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังสร้างความสนุกผ่านการเรียนรู้ให้กับน้องๆ ด้วยการให้อาหารนกแนวใหม่ ผ่าน ‘โคนไอศกรีม’ อาหารนก ผลิตเองด้วยสูตรที่ผ่านการวิจัยโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนก และสัตวแพทย์ของซาฟารีเวิลด์ อีกทั้งยังเชิญชวนน้องๆ ที่สนใจทำอาหารเลี้ยงนกร่วมกับทีมสัตวบาลในส่วน Kitchen (เฉพาะส่วน Kitchen เปิดบริการ พ.ย. 64) ถือเป็นโลกแห่งการเรียนรู้แบบใหม่ ไม่มีที่อื่นใดในโลก ด้วยค่าเข้าชมเริ่มต้นเพียง 50 บาท/ท่าน

และยังพลาดไม่ได้กับจุด Check-in แห่งใหม่ เอาใจสาย Social ให้อวดภาพประทับใจไม่รู้ลืม ณ  “Open Air Studio” สตูดิโอธรรมชาติ 360 องศา กลางป่าใหญ่ พร้อมมุมถ่ายภาพสุดประทับใจไปกับ 4 ซุปเปอร์สตาร์สุดฮอตจากซาฟารีเวิลด์ อาทิ  ‘Orangutan Photo’ โหด…มัน…ฮากับแอคชั่นลิงอุรังอุตัง อาทิ โหนเถาวัลย์ เดินป่า หรือจิบชายามบ่าย ‘Tiger Photo’ แอคชั่นแสนอบอุ่น ป้อนนมลูกเสือและลูกสิงโตในบรรยากาศแสนธรรมชาติ ‘Macaw Photo’ เก็บภาพประทับใจ กับมาคอว์แสนรู้ สีสันสดใส ‘Birds of Prey Photo’ เก็บภาพหายากกับ ‘นกล่าเหยื่อ’ เจ้าเวหา ที่สง่างามและทรงพลัง อาทิ นกเค้าแมวหิมะ นกอินทรียูเรเซีย เหยี่ยวแฮร์ริส และนกอินทรีทอง ในราคาพิเศษช่วง Soft Opening เพียง 100 บาท/ท่าน เท่านั้น 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซาฟารีเวิลด์ยังมีแนวทางการควบคุมและป้องกันโรคพร้อมเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐาน Social Distancing ด้วยการเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้ง พื้นที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเทและต้นไม้ร่มรื่น พร้อมดูแลเรื่องสุขภาพและสุขอนามัยของนักท่องเที่ยว พนักงาน และสัตว์กว่า 50,000 ตัว มีจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าใช้บริการ เปิดให้ลงทะเบียนเข้า-ออก ผ่านแพลตฟอร์ม ‘ไทยชนะ’ และรักษาระยะห่างในการเที่ยวชม โดยเฉพาะจุดที่นั่งชมการแสดง จุดทานอาหาร รวมถึงพนักงานทุกคนได้รับวัคซีน COVID-19 (AZ) ครบ 2 เข็ม และมีการตรวจ ATK พนักงานทุกคนก่อนให้บริการ

เดือนตุลาคม ซาฟารีเวิลด์เปิดให้บริการ โซน Safari Park (สวนสัตว์เปิด) เที่ยวชมโดยใช้บริการรถโค้ช หรือนำรถส่วนตัวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น. ส่วนโซน Marine Park เปิดบริการวันศุกร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/safariworld.bangkok Line: @safariworldbkk หรือโทร. 02-5181000