Jaspal จับมือแบรนด์ดังระดับโลก Diane von Furstenberg ปล่อยคอลลาบอเรชั่นพิเศษแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663134

วันที่ 14 ก.ย. 2564 เวลา 11:16 น.Jaspal จับมือแบรนด์ดังระดับโลก Diane von Furstenberg ปล่อยคอลลาบอเรชั่นพิเศษแห่งปีเขย่าวงการแฟชั่นไทย Jaspal จับมือแบรนด์ดังระดับโลก Diane von Furstenberg ส่งคอลเลคชั่นใหม่สุดปัง! เอาใจผู้หญิงทุกเจเนอเรชั่น 28 ก.ย.นี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ล้วนเป็นรสนิยมของแต่ละบุคคล ไม่เว้นแต่ผู้สวมใส่เท่านั้นการสร้างสรรค์ผลงาน หรือการออกแบบ ของผู้ที่ถูกเรียกว่าดีไซเนอร์ก็ย่อมมีเอกลักษณ์และจุดเด่นของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่ากว่าคนเหล่านี้จะได้รับการยอมรับไม่ใช่เรื่องง่ายในวงการแฟชั่นที่มีดีไซเนอร์มากมายไม่ใช่เรื่องง่าย

วันนี้จะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงระดับแนวหน้าของวงการแฟชั่นของสหรัฐอเมริกา ‘ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก’ ดีไซเนอร์สาวผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า สร้างความมุ่งมั่นและเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้หญิงในการเดินทางสู่การเป็นผู้หญิง  InCharge เพื่อเอาชนะเป้าหมายของตนเอง และเร็วๆ นี้ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำสัญชาติไทยขวัญใจสาวกแฟชั่นในทุกวงการ ได้เชิญ ไดแอน วอน ดีไซเนอร์ที่มีความโดดเด่น ได้รับการยอมรับระดับแนวหน้าในวงการแฟชั่นอเมริกา มาสร้างสรรค์ผลงานในคอลเลคชั่น FW2021 ที่ได้รวบรวมความงามและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก นักออกแบบแฟชั่นที่เกิดในเบลเยี่ยม ก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่นในปี 2513 และ 2 ปีต่อมา (ปี 2515) เธอได้ก่อตั้งแบรนด์ Diane von Fürstenberg (DVF) ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงระดับแนวหน้าของวงการแฟชั่นสหรัฐอเมริกา โดยผลงานที่สร้างไดแอนให้เป็นตำนานในอุตสาหกรรมแฟชั่นก็คือ เสื้อถัก”ชุดเดรสรัดรูป” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความเป็นอิสระสำหรับผู้หญิงรุ่นหนึ่ง และด้วยความสามารถด้านการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เธอได้รับคัดเลือกให้ขึ้นปกนิตยสารนิวส์วีก ซึ่งเป็นนิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของสหรัฐที่โด่งดังมาก และในปี 2540ไดแอน ได้กลับมาขึ้นแท่นอีกครั้งด้วยการเปิดตัวแบรนด์ ที่มีชีวิตชีวาในแบบฉบับของเธอ ซึ่งในปีนี้ถือว่าเธอได้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างเต็มตัว เพราะได้รับรางวัลมากมาย หนึ่งในนั้นคือ รางวัล Lifetime Achievement Award จาก Council of Fashion Designers of America (CFDA) รางวัลใหญ่แห่งวงการแฟชั่นในสหรัฐอเมริกาที่เหล่าดีไซเนอร์หลายคน ใฝ่ฝันตั้งเป้าหมายจะคว้ามันมาให้ได้

ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก เป็นดีไซเนอร์ที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบเสื้อผ้า และมุ่งมั่นเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้หญิงผ่านงานแฟชั่น และสัญลักษณ์อันโดดเด่นนั้นคือ Iconic Wrap Dress เธอยังให้คำปรึกษาและก่อตั้งมูลนิธิ The Diller – von Furstenberg Family (องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร-DVF)  และได้มอบรางวัล DVF Awards ให้กับผู้หญิงที่แสดงความเป็นผู้นำความเข้มแข็งและความกล้าหาญในความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายของตนเอง และล่าสุดไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก เปิดตัวรายการ InCharge เพื่อสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงในการเพิ่มขีดความสามารถและเป็นแนวทางให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาเอาชนะเป้าหมายของตัวเอง

ในวันที่ 28 กันยายนนี้ ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก จะมาส่งมอบพลังบวก สร้างความประทับใจขั้นสุดให้กับวงการแฟชั่นไทยด้วยการ จับมือกับ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำสัญชาติไทย ในการส่งคอลเลคชั่นที่ดึงจุดเด่นด้านดีไซน์ของ ไดแอน ในเรื่อง Wrap dress และ Floral print มาผสมผสานกับตัวตนของผู้หญิงแบบฉบับ Jaspal ที่หลงใหลในลายดอกไม้ แฝงด้วยความหวานน่าทะนุทนอม  แต่ในขณะเดียวกัน ก็ดูสมาร์ท มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ๆ และมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนความเป็นผู้หญิง #InCharge อย่างชัดเจน

ห้ามพลาด! กับคอลลาบอเรชั่นพิเศษแห่งปี ที่จะถ่ายทอดพลังบวกให้ผู้หญิงอันทรงพลังผ่านแฟชั่นดีไซน์สุดประทับใจ ให้สาวๆ Incharge ในทุกเจเนอเรชั่น!

หรูหราควรค่าการครอบครอง บิวตี้ เจมส์ รังสรรค์อัญมณีสุดล้ำค่าสะท้อนจุดเด่นของ 12 ประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663078

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 16:01 น.หรูหราควรค่าการครอบครอง บิวตี้ เจมส์ รังสรรค์อัญมณีสุดล้ำค่าสะท้อนจุดเด่นของ 12 ประเทศท่องเที่ยวต่างแดนผ่านสุดยอดเครื่องประดับ กับ “บิวตี้ เจมส์” ส่งความสุขให้คนไทยผ่านอัญมณีสุดล้ำค่า ถ่ายทอดผ่าน 12 เครื่องประดับ กับจุดเด่น 12 ประเทศทั่วโลก

ช่วงที่ผ่านมานี้ เราทุกคนต้องเผชิญและตึงเครียดกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ความสุขในออกไปผจญภัยกับท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่ในวันนี้ Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) แบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบอัญมณีเบอร์ 1 ของเมืองไทย โดย หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล ได้ส่งความสุขให้คนไทยผ่านอัญมณีและเครื่องประดับ ที่สร้างสรรค์อัญมณีให้กลายเป็น 12 เครื่องประดับ ที่ถ่ายทอดจุดเด่นของ 12 ประเทศทั่วโลก ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่โดดเด่นและสวยงามจากฝีมือคนไทย

สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด กล่าวว่า “การส่งมอบความสุขให้ผู้คนท่ามกลางสภาวะปัจจุบันทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งตนเองมีความถนัดและความเชี่ยวชาญในเรื่องของอัญมณีและเครื่องประดับ จึงคิดว่า ควรนำจุดเด่นในเรื่องนี้มาส่งมอบความสุขให้คนไทย ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนมีความสุขได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความรักและชื่นชอบในอัญมณีและเครื่องประดับ และสำหรับคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์เครื่องประดับที่ถ่ายทอดผลงานออกมาเป็น 12 เครื่องประดับ กับจุดเด่น12 ประเทศทั่วโลกเพื่อให้คนไทยได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดในสถานการณ์โควิด ประกอบกับปัจจุบันที่ยังไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศไทยทางบิวตี้ เจมส์ บริษัทในเครือ และพาร์ทเนอร์ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่ความสุขผ่านเครื่องประดับ ทั้งความสวยงามของสถานที่ สิ่งของ รวมไปถึงวัฒนธรรมประเพณีที่บ่งบอกถึงประเทศนั้นๆ ชวนให้ทุกคนหวนคิดถึงการท่องเที่ยวในต่างแดนผ่านเครื่องประดับและอัญมณี ที่สวยงามและล้ำค่าโดยช่างฝีมือคนไทย”

สำหรับ 12 เครื่องประดับ ที่รังสรรค์ความสวยงามและถ่ายทอดจุดเด่นของ 12 ประเทศ ประกอบด้วย

1. THE POSITIVE ENERGY (เดอะ-พอซ-ซะ-ทีฟ-เอน-เออะ-ยี่) สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู และแหวน พลอยประดับเพชร เป็นดั่งตัวแทนของประเทศไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่งพลังงานออโรร่า หรือพลังงานแสงเหนือที่มีความสวยงามเปรียบเสมือนแสงแห่งพลังงานบวก

2. THE LOVER  (เดอะ-เลิฟเวอร์) เข็มกลัดพลอยประดับเพชรรูปนกฟลามิงโก้ สัญลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสวนนกฟลามิงโก้ แห่งลาสเวกัส อเมริกา โดยนกฟลามิงโก้ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรัก ความอบอุ่น   

3.THE LAND OF SAFARI  (เดอะ-แลนด์-ออฟ-ซาฟารี) แหวนและเข็มกลัดพลอยประดับเพชร ตัวแทนของ ประเทศแอฟริกา ที่รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งซาฟารี เครื่องประดับจึงถูกออกแบบมาเป็นรูปสัตว์สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความโชค

4. THE JEWEL OF BHARAT (เดอะ-จิวเวล-ออฟ-ภารตะ) สร้อยคอพลอยประดับเพชร ที่นำความศรัทธาและความเชื่อในความหมายของพลอยแต่ละชนิด มาบรรจงอย่างมีลวดลายอักขระ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่งทางศิลปวัฒนธรรม เป็นมนต์เสน่ห์ที่งดงาม ชวนหลงไหล อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศอินเดีย

5. THE HERITAGE OF GEMS (เดอะ-เฮอ-ริ-เทจ-ออฟ-เจมส์) เข็มกลัดพลอยประดับเพชร อัญมณีอันล้ำค่าเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของประเทศบรูไน ที่ได้ชื่อเป็นดินแดนแห่งความสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ บ่งบอกถึงความ  มั่งคั่ง ร่ำรวย ที่มีพร้อมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

6. THE ELEGANCE OF EGYPT (ดิ-เอ-เล-แกนซ-ออฟ-อียิปต์)  สร้อยคอพลอยประดับเพชร  ได้รับแรงบันดาลใจจากหญิงสาวในตำนานของอียิปต์ที่งดงาม และเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา และอียิปต์ถือเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมที่ลึกลับแต่แฝงไปด้วยความมีเสน่ห์เย้ายวน พลอยสีต่างๆถูกนำมาร้อยเรียงเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง

7. THE COLOUR OF BRAZIL (เดอะ-คัลเลอร์-ออฟ-บราซิล) สร้อยคอพลอยประดับเพชร  เป็นตัวแทนของ ความอุดมสมบูรณ์พร้อมไปด้วยธรรมชาตินานาพรรณ สีฟ้าครามของท้องทะเล แสงแดดอันอบอุ่น และสายลมที่พริ้วไหว สะท้อนถึงความสดใส รื่นเริง สีสันอันเป็นเสน่ห์ของประเทศบราซิล

8. THE CITY OF LOVE (เดอะ-ซิ-ตี้-ออฟ-เลิฟ) กระเป๋าทองคำ และปลอกลิปสติกประดับเพชร เปรียบเสมือนตัวแทนของ ปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ที่ได้รับฉายาว่าคือ มหานครแห่งรัก ด้วยบรรยากาศที่สุดแสนคลาสสิคและสถานที่อันสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำหอมและเครื่องสำอางค์ จึงเป็นที่มาของเครื่องประดับคอลเลกชันนี้ 

9. DANCE OF THE BUTTERFLY (แดนซ์-ออฟ-เดอะ-บัต-เทอร์-ฟราย)  สร้อยคอพลอยประดับเพชร  ที่ดึงความเชื่อของญี่ปุ่น เกี่ยวกับผีเสื้อ ที่เปรียบดั่งสัญลักษณ์ของการเติบโตจากวัยเด็กสาว ไปสู่วัยหญิงสาวเต็มตัว จึงนำเอาความงดงามเหล่านั้น มาบอกเล่าเรื่องราวของความสุข ที่เต็มไปด้วยความร่าเริงและความสนุกสนาน 

10. THE RISING DRAGON (เดอะ-ไรซ์-ซิ่ง-ดรา-กอน) เข็มกลัดพลอยประดับเพชร ประเทศจีนหรือที่ถูกขนานนามรู้จักกันในชื่อ “ดินแดนมังกร”  มังกรถือเป็นสัตว์วิเศษในวรรณคดีของจีน ตามคติจีนเชื่อว่า มังกรนั้นคือตัวแทนของเทพเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคล จึงนิยมนำรูปมังกรมาเป็นเครื่องประดับ เครื่องรางเพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความร่ำรวย 

11. THE STATE OF YACHING (เดอะ-สเตท-ออฟ-ยอช-ชิ่ง) เรือพลอยประดับเพชร  ถ้าเปรียบสิ่งที่ทำให้นึกถึงประเทศสวีเดน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนคือ พิพิธภัณฑ์เรือ สวีเดนถือเป็นดินแดนแห่งท้องทะเลอันสวยงามและมีชื่อเสียงในการสร้างเรือเดินสมุทร จึงเป็นที่มาของเรือลำนี้เพื่อรำลึกถึงสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างประเทศไทยและประเทศสวีเดน

12. THE TREASURE OF SIAM (เดอะ-เทรซ-เออะ-ออฟ-สยาม) สร้อยคอ กำไล และเข็มกลัดพลอยประดับเพชร  เอกลักษณ์ความเป็นไทยถูกรังสรรค์ เจียรไนอย่างประณีตผ่านเพชรและพลอย ผสมผสานลวดลายอันอ่อนช้อยวิจิตรบรรจง ออกมาเป็นคอลเลคชั่น THE TREASURE OF SIAM ตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองถือเป็นสมบัติอันล้ำค่า ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ควรค่าแก่การเก็บรักษาให้คงอยู่คู่ชาติไทย 

ทั้ง 12 เครื่องประดับที่รังสรรค์โดย Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) แบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบอัญมณีเบอร์ 1 ของเมืองไทย ถือว่าเป็นสินค้าล้ำที่มีความสวยงามชวนให้หลงใหล และน่าค้นหา ที่สำคัญทำให้เรารู้สึกมีความสุขในการดื่มด่ำกับความสวยงามของอัญมณีและเครื่องประดับจนลืมความตึงเครียดของบ้านเมืองไปได้ชั่วครู่ อย่างไรก็ดี หากใครอยากชมความสวยงามของ 12 เครื่องประดับ สามารถเดินเข้าประตูวิเศษไปท่องเที่ยว 12 ประเทศได้ในงาน Beauty gems all around the world  จนถึงวันที่ 15 กันยายน 64 ณ The Event Hall ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม 

ทั้งนี้ หากแฟนอัญมณีและเครื่องประดับที่จะไปผจญภัยในงาน อย่าลืมที่จะปฎิบัติตามมาตรการของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่เชื้อของโควิด-19 อาทิ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง

คอลเลคชั่นใหม่ Michael Kors ใน New York Fashion Week 2022 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663044

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 13:50 น.คอลเลคชั่นใหม่ Michael Kors ใน New York Fashion Week 2022สองสาวหน้าสวย “พลอย เฌอมาลย์” และ “วุ้นเส้น วิริฒิพา” นั่งฟรอนต์โรว์ร่วมชมแฟชั่นแบรนด์ Michael Kors คอลเลคชั่นล่าสุด Spring/Summer 2022 ในงาน New York Fashion Week 2022

เริ่มกลับมามีสีสันสร้างบรรยากาศคึกคักให้วงการแฟชั่นอีกครั้ง หลังต้องเบรกไว้หลายเดือน ทำให้ช่วงนี้หลายๆ แบรนด์เริ่มจัดแฟชั่นโชว์อวดคอลเลคชั่นล่าสุด ซึ่งหนึ่งในงานใหญ่ระดับโลกที่เปิดพรมแดงให้เดินเฉิดฉายคือ New York Fashion Week 2022 ที่มหานครนิวยอร์ก

สำหรับโชว์ที่ครั้งนี้มีนักแสดงสาวไทยได้รับเชิญไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ Michael Kors Collection Spring/Summer 2022 ด้วย โดยนางเอกสาวพลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นั่งฟร้อนต์โรลร่วมชมโชว์ที่เซ็นทรัลปาร์ค สวนกลางใจเมืองในนิวยอร์ก พร้อมอวดความสวยด้วยโททอลลุคเดรสสีดำปักเลื่อม และเสื้อคลุมลายแอนิมอลพริ้นต์ คู่กับกระเป๋าไมเคิล คอรส์ รุ่นใหม่สีขาว รุ่น คาร์ลี Karlie ในแบบฉบับสาว ไมเคิล คอรส์ ส่วนสาวสวยอย่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน มาในลุคที่สวยตามแบบฉบับสาววุ้นเส้นที่เห็นแล้วต้องมองซ้ำกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในโชว์ครั้งนี้ได้มีนางแบบชื่อดังระดับโลกอย่าง Kendall Jenner, Gigi Hadid, Precious Lee, Natasha Poly, Adut Akech and Irina Shayk ร่วมเดินในโชว์ด้วย

สายแฟทั้งหลายตามไปรับชมรันเวย์โชว์ได้ทาง  http://www.michaelkors-collection.com/

ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663036

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 11:30 น.ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เอไอ ก้าวหน้าในอัตราเร่ง นำมาซึ่งความท้าทายต่อการปรับตัวขององค์กรธุรกิจเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

ความท้าทายในการแก้ปัญหาการดำเนินไปของโลกทุกวันนี้คือการแก้ปัญหา ปัญหามีทั้งใหม่เก่าเข้ามาตลอดเวลา แต่การแก้ปัญหา เรามักเจอความท้าทายต่อไปนี้

1. เวลาจะแก้ปัญหา คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเก่าๆ คิดวนเวียนเหมือนติดอยู่ใน “กับดักกรอบความคิดเดิมๆ” ไม่สามารถตีทะลุออกนอกกรอบได้

2. ไม่เข้าใจว่าทำไมในขณะที่กำลังจัดการกับปัญหาหนึ่งๆ แม้มันยังไม่เรียบร้อยดีเลย มันก็มีปัญหาอื่นๆ แทรกและพ่วงติดเข้ามาทุกครั้ง ทำไมปัญหามันไม่จบซักที ทำไมแก้แล้วมันไม่สุด มันมีปัญหาต่อยอดไปเรื่อยๆ

3. เวลามีปัญหาเข้ามา ทำไมแก้ปัญหาไม่ตก คิดไม่ได้ เหมือนคิดไม่เป็น หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่เป็น ไม่เป็นลำดับชั้น คิดสับสน วนไปมา การแก้ปัญหาจึงไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง องค์กรก็ล้าหลัง ขาดความสามารถด้านการแข่งขัน

4. เวลาแก้ปัญหา คิดทีไรมันก็ได้แต่แนวทางแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่มีอะไรใหม่ขาดทางเลือกที่หลากหลาย ไม่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ จึงขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้

5. องค์กรไม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ขาดการเชื่อมโยง การถ่ายทอด และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขาดการต่อยอดองค์ความรู้ เพราะการทำงานยังแยกส่วน ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจในสาระสำคัญได้ เพราะมองภาพคนละเป้าหมาย จึงไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน ไม่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว

ทางออกการแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ แล้วเราจะสร้างปัญญา และความคิดที่แตกต่างขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น โดยรวมแล้วเป็นเพราะขาดมุมมองเชิงระบบ แล้วมุมมองเชิงระบบคืออะไร การทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมขอเสนอ ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory

เวลาท่านจะทานกาแฟร้อน โดยมาตรฐานก็มีผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน แล้วท่านสงสัยไหมว่า ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง แต่ท่านต้องนำองค์ประกอบทั้งสี่มาผสมมาชง มาคนให้เข้ากันก่อนแล้วจึงดื่ม

เมื่อพิจารณาถึงกาแฟร้อนที่ชงเสร็จแล้ว จะเห็นว่ามันมีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วย ในความเป็นหนึ่งเดียวนั้น มันต้องมีองค์ประกอบ ก็คือผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน องค์ประกอบทั้งสี่ต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะที่มันเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ได้เป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่สูงกว่าเดิม ภาวะใหม่ที่ว่านี้สามารถแสดงศักยภาพ ในรูปของความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม และคุณสมบัติเหล่านี้เองที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าและสะท้อนออกมาในรูปของราคาและมูลค่าที่สูงขึ้น และเราเรียกส่วนต่างนั้นว่ากำไร

และไม่ว่าเราจะพิจารณาอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ นาฬิกา คอมพิวเตอร์ ปากกา แม้แต่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด หรือข้าวของเครื่องใช้ทุกประเภท หรือแม้แต่ตัวความรู้ ปัญญา กระบวนการเรียนรู้เราพบว่าสรรพสิ่งรอบตัว ไม่ว่าอะไรก็ตามทั้งรูปและนาม ต่างล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน เช่นเดียวกับความเป็นกาแฟร้อน กล่าวคือ มันมีภาวะของความเป็นองค์รวมที่สะท้อนออกมาจากความเป็นระบบ และขอเรียกแนวคิดนี้ว่า ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงให้ความหมายที่เข้าใจง่ายถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งว่าคืออะไร โลกเรานี้มันมีธรรมชาติเป็นอย่างไร แล้วเราจะนำเอาความเข้าใจในธรรมชาติดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

สรรพสิ่งคือระบบ ระบบมีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะใหม่ที่เกิดขึ้นนี้สามารถแสดงศักยภาพหรือคุณสมบัติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

ที่สำคัญคุณสมบัติทั้ง 6 ประการนี้ใช้อธิบายสรรพสิ่งรอบตัว ทั้งในระดับอะตอมและที่เล็กกว่า รวมทั้งในระดับจักรวาลและที่ใหญ่กว่า เพราะทั้งหมดนี้ล้วนมีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมทั้ง 6 นี้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น การพัฒนาใดๆ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงธรรมชาติทั้ง 6 นี้ตามทฤษฎีกาแฟร้อน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาปัญญา องค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา การพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ รวมทั้งการคิดค้นนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเอไอ หุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด

โดยสรุป ปัญหาคือความท้าทาย การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เราเข้าใจในความหมายของมุมมองเชิงระบบ อันเป็นฐานรากสำคัญของการยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงเป็นศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

waterandothers ชุดว่ายน้ำคลาสสิคแต่ไม่เอาท์ ไอเท็มที่สาวๆ ต้องมีติดตู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663029

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 10:40 น.waterandothers ชุดว่ายน้ำคลาสสิคแต่ไม่เอาท์ ไอเท็มที่สาวๆ ต้องมีติดตู้พาชมชุดว่ายน้ำคลาสสิคแต่ไม่วินเทจ waterandothers ของ 3 เพื่อนซี้ ‘ส้มโอ-ปุ๋ย-เป๊ก’ เปิดใจความชอบที่บรรจบลงตัวเป็นชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร แถมหยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ร่วมสมัยอยู่เสมอ

โด่งดังเป็นพลุในโลกโซเชียลด้วยคอนเซปต์ของชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใครของ waterandothers ที่เกิดจากความชอบและความพร้อมที่บรรจบลงตัวของ 3 เพื่อนซี้  ส้มโอ – อทิตยา ประเสริฐสังข์, ปุ๋ย – ปัทมา บัวแก้ว และ เป๊ก – รัตนเทพ แป้นกระโทก กับซิกเนเจอร์ที่เน้นเรื่องของความเป็น feminine มีความเป็นผู้หญิงสูง colourful สีสันสดใส และ functionable ใช้ประโยชน์ได้ มีแพทเทิร์นที่คลาสสิค สามารถใส่ได้นานไม่เอาท์ เรียกได้ว่ามีติดตู้เสื้อผ้าไว้ถือเป็น classic piece หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ร่วมสมัยอยู่เสมอ สามารถหาได้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

เจ้าของแบรนด์ทั้งสามคน เล่าว่า waterandothers ไม่ใช่แบรนด์แรกที่ทำ ก่อนหน้านี้เคยทำแบรนด์มาก่อนร่วมกับเพื่อนอีกหลายคน แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นทำให้ทั้งสามคนตัดสินใจแยกตัวออกมาเปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง หัวหอกสำคัญคือส้มโอ ที่ชอบว่ายน้ำเดินชายหาด แต่หาชุดถูกใจไม่ค่อยได้ จึงอยากทำของตัวเองประกอบกับสบช่องทางการตลาดที่ยังไม่มีแบรนด์ชุดว่ายน้ำมากนัก จึงชวนเพื่อนอีกสองคนมาทำ เป๊กจะถนัดในเรื่องแฟชั่นเพราะเป็นสไตล์ลิสต์ ส่วนปุ๋ยจะเข้ามาเติมเต็มเรื่องการบริหารจัดการบัญชีการเงิน waterandothers เป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำและไลฟ์สไตล์ ที่แตกไลน์บีชแวร์ออกมาด้วย เพื่อให้ตลาดกว้างขึ้น เป็นแบรนด์สำหรับผู้หญิงทุกคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรจะเซ็กซี่ ฮิปสเตอร์ หญิงหวาน แนวไหนก็มาได้หมด เพราะคอนเซปต์หลักของเราคือ feminine , colourful และ functionable

ดีไซน์ชุดจะมีคาแรคเตอร์ base on classic timeline ถึงจะเป็นแบบเดียวกันแต่ภาพสะท้อนของคนที่ใส่จะออกมาไม่เหมือนกัน จะดูเปลี่ยนไปตามคาแรคเตอร์ของคนใส่กลายเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ แม้ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกันสีเดียวกันก็ตาม เราอออกแบบให้ดูคลาสสิคแต่ไม่วินเทจ เป็น timeless pieces  คลาสสิคไอเท็ม ที่สำคัญใส่ว่ายน้ำได้จริง ทำกิจกรรมทางน้ำได้หมดไม่ใช่แค่ชุดที่ใส่ถ่ายรูปสวยๆเท่านั้น ในหนึ่งปีแบรนด์จะออก 4  คอลเลคชั่น แต่ละคอลเลคชั่นจะมีลูกเล่นบนพื้นฐานความเป็นคลาสสิค จะเล่นสีหรือลายปริ้นท์ แต่ถ้าอยากมีลายปริ้นท์ดีไซน์ชุดก็จะเรียบหน่อย หรือชุดมีลีลาก็จะใช้สีเรียบแทน มีความผสมผสานกันไป ดีไซน์ของเราจะไม่ตามเทรนด์แฟชั่นไม่ตามใคร เอาความชอบของตัวเองใส่ลงไปแทน

“ประสบการณ์ในการทำแบรนด์แรกถือเป็นบทเรียนสำคัญมาก ทำให้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ชีวิต ไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิด ไม่เสียดายด้วย กลับทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำ พอมาทำแบรนด์ของตัวเองจึงมั่นใจกว่าเดิม พร้อมและสนุกกว่าเดิม รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง รู้ว่าต้องทำยังไงแบรนด์ถึงอยู่ได้นานนั่นคือความไม่แฟชั่นจ๋ามากไม่หวือหวามาก แบรนด์เราโตขึ้น กลุ่มลูกค้าก็โตขึ้นเช่นกัน แบรนด์เก่าเน้นความเป็นแฟชั่น แต่แบรนด์ใหม่เราเน้นความอยู่นานเป็น timeless ชุดว่ายน้ำของแบรนด์อื่นจะเป็น want เห็นแล้วชอบอยากได้ใส่ฉาบฉวย แต่ของแบรนด์เราจะเป็น need ที่คุณจะขาดไม่ได้เลย ที่สำคัญชุดเราใส่สวยและใช้ประโยชน์ได้จริง ลูกค้าไม่ได้ซื้อแล้วแค่อยากใส่ถ่ายรูปโชว์สวยๆ แต่เขารู้ว่าชอบอะไรและต้องการอะไรจากชุดของเรา ใส่แล้วมั่นใจ ซึ่งจุดนี้เรามองว่ามาถูกทางแล้ว ชุดของเราต่อให้ซื้อไว้สิบปีหยิบออกมาใส่ก็ยังสวยอยู่ ยั่งยืน ซื้อแล้วหยิบมาใส่ได้เรื่อยๆไม่มีเอาท์ คุ้มค่า ซึ่งทุกครั้งที่จะไปทะเล เราอยากให้เขาคิดถึงเรา”

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทั้งสามอยากฝากไว้ก็คือ ลูกค้ามาซื้อชุดว่ายน้ำที่เราถึงจะใส่ไม่ได้ทุกรุ่น แต่เรามีรุ่นแนะนำให้ทุกรูปร่างแน่นอน เพราะสิ่งที่พวกเรายึดถือกันมาตลอดคือความห่วงใยซึ่งไม่เพียงแต่ห่วงใยในตัวเพื่อนด้วยกันเท่านั้น แต่เราส่งต่อความห่วงใยไปถึงลูกค้าด้วย ซึ่งเราเชื่อว่าลูกค้ารู้สึกได้และรับได้ถึงพลังส่งต่อนี้ทำให้ทุกคนมีความสุข

สำหรับใครที่มองหาชุดว่ายน้ำ timeless pieces  คลาสิคไอเท็มที่ต้องมีติดตู้ ต้องไม่พลาด waterandothers ในร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือ FB :absolutesiamstore  หรือช้อปเพลินๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop หรือ Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop

Welcome back ต้อนรับการกลับมาให้ทุกคนได้ Everyday Surprise #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662968

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 13:15 น.Welcome back ต้อนรับการกลับมาให้ทุกคนได้ Everyday Surpriseร้าน Loft ไลฟ์สไตล์ช้อปชื่อดังจากญี่ปุ่น จัดทัพสินค้าต้อนรับการกลับมาให้ทุกคนได้ Everyday Surprise เอาใจทั้งกลุ่มคนทำงาน คนรักแกดเจ็ท หนุ่มสาวสายเฮลท์ตี้ บิวตี้ไอเท็ม และสินค้าที่ควรค่าแก่การสะสม

“ลอฟท์” ไลฟ์สไตล์ช้อปชื่อดังจากญี่ปุ่น Welcome back หลังจากมีการผ่อนคลายเปิดศูนย์ฯได้ปกติ ร้านลอฟท์จึงจัดทัพสินค้ามาต้อนรับให้ทุกคนได้ Everyday Surprise กับหลากหลายสินค้าที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สินค้าแก็ดเจ็ต เครื่องสำอาง อุปกรณ์เสริมต่างๆ และของสะสมมากมาย ที่เหมือนได้บินไปญี่ปุ่นเลยทีเดียว ณ ร้านลอฟท์ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่, ชั้น 3 ไอคอนสยาม และ ชั้น 1 เมกาบางนา

เอาใจกลุ่มทำงาน และรักอุปกรณ์ไอทีต่างๆ “กระเป๋าเป้โน๊ตบุ๊ค INCASE” มีหลากหลายรุ่นให้เลือก ทั้งแบบรุ่น Compass มีความทนทานสามารถใส่ MacBook, iPad หรือ เอกสารต่างๆ มีแผ่นรองไหล่ สายสะพายสามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ, “กระเป๋าเป้ รุ่น DSLR Pro Pack” มีช่องที่ใหญ่สามารถใส่กล้องได้ พร้อมช่องใส่เลนส์เสริมและแฟลชได้อีกสี่อัน พร้อมกับช่องเสริม เพิ่มการเก็บของสำหรับอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆได้, “คีบอร์ดและเม้าส์ไร้สาย” LOGITECH  เติมเต็มความล้ำสมัยบนโต๊ะทำงาน เป็นชุดคอมโบไร้สายแบบบาง MK470 โดยคีบอร์ดและเมาส์มีความบางเป็นพิเศษและมีดีไซน์ล้ำ หรือ “คีบอร์ดไร้สาย” LOGITECH รุ่น K480 คีย์บอร์ดตั้งโต๊ะแบบไร้สายสำหรับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ดีไซน์สวย ล้ำสมัยมาก หากใครอยากได้เพียงคีบอร์ดตัวเลขเท่านั้น ขอแนะนำ “คีย์บอร์ดแป้นตัวเลขไร้สาย” MOFII (CRACKER BISCUIT WIRELESS 2.4G) ปุ่มกดสัมผัสนุ่ม เพิ่มประสิทธิภาพในการพิมพ์ตัวเลขได้รวดเร็วขึ้น หรือเพิ่มความสะดุดตาขึ้นมาหน่อยกับ “แป้นตัวเลขไร้สาย” MOFII (BISCUIT WIRELESS 2.4G) แป้นตัวเลขกลมมน เชื่อมต่อได้ไกล ไม่ดีเลย์ในระยะ 10 เมตร

สายเฮลท์ตี้รักสุขภาพ กับไอเท็มที่ต้องมีติดบ้าน อย่าง “เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell” ขนาด 5 ลิตร รุ่น 8F-5AW เป็นเครื่องผลิตออกซิเจนที่แยกออกซิเจนออกจากอากาศในห้อง สำหรับใช้งานที่บ้าน หรือสถานพยาบาล ดีไซน์สวยงาม ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และ “เครื่องผลิตออกซิเจน YU300” จาก YUWELL สามารถพกพาได้, “หน้ากากอนามัย” MANDINA READ MY LIPS MASK แบบใสสามารถทาลิปสติกโชว์ความสวยที่ปากได้, “สติ๊กเกอร์แปะหน้ากากอนามัย” FRONTIER COOLING ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ด้วยกลิ่นของเมนทอล นำเข้าจากญี่ปุ่น

อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยากแนะนำในร้านลอฟท์ กับ KIDNAP ME ไม่ว่าจะเป็น “กระเป๋าคาร์ตัน” สามารถปักชื่อบนสายกระเป๋าได้ฟรี 7 ตัวอักษร สามารถถือและสะพายไหล่ข้าง สามารถกันน้ำได้ 100% ทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบา มาพร้อมกับฐานรองก้นเพื่อช่วยรับน้ำหนักสัมภาระ, “กระเป๋า รุ่น CART BAG” กระเป๋าผ้าใบขนาดกลาง แข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน, “สายคล้องกระบอกน้ำแบบยาว/สั้น” ทำให้พกพาแก้วสะดวกมากขึ้น และ “สายคล้อง” สามารถคล้องได้ทั้งหน้ากากอนามัยพร้อมคล้องแว่นตาได้อีกด้วย

รวมถึงผลิตภัณฑ์การบำรุงผิวที่ต้องใส่ใจ ร้านลอฟท์ได้แนะนำแบรนด์ ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ (SANA NAMERAKAHONPO) มีทั้งโฟมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว แผ่นมาร์กหน้า เอสเซ้นส์บำรุงผิว อุดมด้วยสกัดจากถั่วเหลืองเข้มข้น ทำให้ผิวสวยใส ไร้ริ้วรอย

ชวนเพลิดเพลินไปกับสินค้าควรค่าแก่การสะสม อาทิ “ตัวต่อโมเดลรูปต้นไม้ญี่ปุ่น” ทำจากกระดาษ บอนไซเป็นต้นไม้ย่อส่วนที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในวัฒนธรรม ธรรมชาติดั้งเดิมของญี่ปุ่น ช่วยแก้เบื่อได้ดีทีเดียว, “TOY Camera DSC Pieni” กล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้, “ตัวช่วยรูดซิป” (Zipper Bite) มี 10 ลายให้เลือก ที่จะช่วยเพิ่มความน่ารักและสะดวกสบายมากขึ้นในการรูดซิป

ชวนมาช้อปให้เพลินไปกับอาณาจักรที่รวมของมากมาย ได้ที่ ร้านลอฟท์ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่, ชั้น 3 ไอคอนสยาม และ ชั้น 1 เมกาบางนา หรือช้อปปิ้งออนไลน์ง่ายๆ เพียงคลิกไปที่ Loft หรือ Facebook : Loftbangkok

ซูมโททัลลุค ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ผลงานจากฝีมือดีไซเนอร์สายเลือดไทยแบรนด์ Landmee #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662959

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.ซูมโททัลลุค 'ลิซ่า BLACKPINK' ผลงานจากฝีมือดีไซเนอร์สายเลือดไทยแบรนด์ Landmeeตอกย้ำกระแสความฮอตให้กับ ลิซ่า BLACKPINK อย่างต่อเนื่องด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อไทย ในโททัลลุคจากแบรนด์ Landmee ฝีมือดีไซเนอร์สายเลือดไทย เนตรดาว วัฒนะสิมากร จากคอลเลกชั่น Spring-Summer 2021

นาทีนี้ต้องยกความฮอตให้กับ ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หลังปล่อยมิวสิกวิดีโอ เพลง “LALISA” ซิงเกิลอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตออกมาเรียกเสียงฮือฮารัวๆ 

ซัพพอร์ตไอดอลสาวตอกย้ำกระแสฮิตต่อเนื่องด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก กับลุคที่บอกเลยว่าสวยจัดเต็มในโททัลลุคจากแบรนด์ไทย Landmee ของดีไซเนอร์สาวสายเลือดไทย มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร จากคอลเลคชั่น Spring-Summer 2021 ‘Will you Landmeé’ ที่ตั้งใจถ่ายทอดความรู้สึกของความรักที่ทำให้สาวๆ รู้สึกใจเต้นแรงราวกับว่ากำลังตกหลุมรักตามแบบฉบับของ Landmee ซึ่งชุดที่สาวลิซ่าเลือกมาใส่คือชุดสูทสีน้ำตาลที่มีกิมมิคเล็กๆ แต่ง Pocket Square ชิ้นเล็กๆ สีฟ้าสอดไว้บนตัวสูท แมตช์เข้ากับเสื้อครอปลูกไม้สีฟ้าด้านใน เมื่อความลูกไม้ที่เป็นซิกเนอเจอร์ของแบรนด์ตัดสลับกับผ้าสูททรงสวย เลยกลายเป็นคู่สีแปลกตาที่เข้ากันอย่างลงตัว เรียกได้ว่าสวยเฟี๊ยซมองเพลินๆ ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สาวๆ อยากอัพลุคแต่งตามไอดอลกันเลยทีเดียว

ใครสนใจตามไปช้อปกันได้ที่ Landmee Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี หรือช้อปออนไลน์ผ่านทาง Line Official: @landmee , Instagram : @landmee_official

#LandmeeGIRLS

#LandmeeSS21

Burberry Kisses อัพลุคให้โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662845

วันที่ 10 ก.ย. 2564 เวลา 12:55 น.Burberry Kisses อัพลุคให้โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองBurberry เปิดตัวแคมเปญ Burberry Kisses คอลเลคชั่นใหม่สีสันสดชัด เพื่อเรียวปากชวนหลงใหลพร้อมสะกดทุกสายตา

Burberry เผยแคมเปญ Burberry Kisses คอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งได้ Fran Summers แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Burberry Beauty มาเป็นผู้ถ่ายทอดความงามอันโดดเด่นของเรียวปากชวนหลงใหล ผ่านมุมมองภาพถ่ายของ Suffo Moncloa ที่เผยความงามเหนือกาลเวลา ด้วยจิตวิญญาณอันกล้าหาญและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแคมเปญนี้แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของ Burberry ภายใต้การบริหารของ Riccardo Tisci ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนผ่านความต่างสุดขั้วของ Fran Summers กับฉากหลังที่สดใสซึ่งอ้างอิงเฉดสี แดงสด หรือ The Red อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น ภาพสะท้อนกระจกของ Fran สะท้อนให้เห็นบุคลิกที่หลากหลายของเธอ พร้อมทั้งความงามเหนือกาลเวลาและทัศนคติที่กล้าหาญ กล้าที่จะโดดเด่น

Burberry Kisses  ลิปสติกเม็ดสีเข้มข้นมาพร้อมกับเนื้อซาตินเนื้อสัมผัสพิเศษสูตรเฉพาะจาก Burberry ซึ่งมอบประสิทธิภาพการปกปิดแบบ Full-coverage ที่ช่วยเติมเต็มร่องปากได้แนบเนียน ติดทนนานตลอดวัน อีกทั้งเป็นสูตรที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูโรนิกช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นนานถึง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ แต่ละเฉดสีในคอลเลกชั่นยังอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ

สำหรับ Burberry Kisses มีให้เลือกถึง 31 เฉดสี ซึ่งมาในแพ็กเกจใหม่สีทองอร่ามสลักด้วยลวดลายเชคอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีเฉดสีอันเป็นซิกเนเจอร์ 6 เฉดสี ซึ่งได้รวมเอาความงามเหนือกาลเวลาสำหรับผู้หญิงที่กล้าที่จะโดดเด่น ได้แก่

TB Orange No.17 ตั้งชื่อตาม Thomas Burberry ผู้ก่อตั้งแบรนด์ สีส้มนี้ถูกนำมาใช้ในลาย Monogram TB ของ Burberry ที่สร้างสรรค์โดย Riccardo Tisci และ Peter Saville นักออกแบบกราฟิกชาวอังกฤษ Thomas Burberry Monogram เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งกลายลวดลายอันเป็นซิกเนเจอร์ให้กับแบรนด์จวบจนปัจจุบัน

Russet No. 93 หนึ่งในเฉดสีที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ Russet คือ สีน้ำตาลประกายแดง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับหนังสีแทน เฉดสีนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ

Oxblood No. 97 เฉดสีเบอร์กันดี เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางแฟชั่นของอังกฤษที่ Riccardo Tisci นำมาใช้ในคอลเลกชันกระเป๋า Burberry จำนวนมาก

The Red No. 106 สีแดงสดที่ทาบนริมฝีปากของ Fran Summers ในแคมเปญนี้ เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น The Red ถูกนำมาใช้ในคอลเลกชั่น Burberry และ Burberry Beauty เพื่อความคลาสสิกและสง่างาม แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม

Military Red No. 109 สีแดงเหลือบน้ำเงิน แดงคลาสสิกนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบของเครื่องแบบอังกฤษ เลือกสีแดงทหารเพื่อความโดดเด่นแบบคลาสสิก

Signature Gold No. 188 สีทองประกายแวววาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฮาร์ดแวร์บนกระเป๋าซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Signature Gold เป็นทางเลือกสุดชิค เป็นตัวของตัวเองเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ไม่กลัวที่จะยอมรับความเป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ซึ่งมาในบรรจุภัณฑ์แบบใหม่สีทองหรูหราของ Burberry Beauty ที่สื่อถึงการเฉลิมฉลองความงามแบบอังกฤษคลาสสิกด้วยความแปลกใหม่และน่าสนใจ

เคล็ดลับเพื่อเรียวปาดสวยสะกดทุกสายตา

วาดกรอบริมฝีปากด้วยดินสอเขียนขอบปากด้วย Lip Definer ก่อน จากนั้นจึงตามด้วย Burberry Kisses เพื่อความคมชัด จากนั้นใช้ Fresh Glow Highlighting Luminous Pen ไฮไลท์เนื้อครีมในรูปแบบแท่งปากกา วาดตามแนวโค้งและตรงกลางริมฝีปาก เพื่อเพิ่มริมฝีปากดูอวบอิ่มสะกดสายตา

อัพลุคสวยมั่นสะกดทุกสายตากับ Burberry Beauty ได้ที่เคาน์เตอร์ Burberry Beauty Counter ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลชิดลม สยามพารากอน เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และสยามทาคาชิมายา และร้าน Sephora สยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือทางเว็บไซต์ sephora และ central

เปียกแค่ไหนก็พร้อมลุย!! รวมไอเดียเท่ท้าฝนฉบับคนรักรองเท้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662575

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 14:55 น.เปียกแค่ไหนก็พร้อมลุย!! รวมไอเดียเท่ท้าฝนฉบับคนรักรองเท้าหล่อๆ เท่ๆ แม้ฝนเทก็ไม่หวั่น ชี้เป้าตัวเลือกรองเท้าคู่ใจในหน้าฝน พร้อมไอเท็มเสริมที่ต้องมีฉบับคนรักรองเท้า พร้อมเคล็ดลับดูแลสุขภาพเท้าให้ปลอดภัยจากกลิ่นไม่พึงประสงค์

ในช่วงหน้าฝนหนุ่มๆ หลายคนเลือกเก็บรองเท้าคู่โปรดไว้ในโหมดปลอดภัย เพราะกังวลกับความสกปรก ความชื้น และกลิ่นอับในรองเท้า แล้วหันมาใช้ตัวเลือกสำรองของตายอย่าง “รองเท้าแตะ” แต่บางเวลาและสถานที่หนุ่มๆ ก็ต้องคีพลุคดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ตัวเลือกนี้จึงอาจไม่เหมาะเสมอไป โพสต์ทูเดย์ รวมไอเดียหล่อเท่แม้วันฝนเท พร้อมเคล็ดลับในแบบฉบับคนรักรองเท้ามาให้แล้ว

ตัวเลือกรองเท้าช่วงหน้าฝน

สายลุย

เพราะโลกไม่เคยหยุดหมุนแม้ในวันฝนตก หนุ่มๆ คนไหนพร้อมลุยพร้อมเปียก keen Uneek อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่ เพราะเป็นรองเท้าที่ออกแบบได้สอดรับกับสไตล์เอาท์ดอร์ที่หลากหลายของหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นใส่เดินบนถนนในเมือง หรือแม้แต่ใส่ท่องเที่ยว แคมปิ้ง ขณะสวมใส่ให้ความรู้สึกกระชับแต่ไม่อึดอัด มีสายรัดบริเวณส้นเท้า ป้องกันนิ้วเท้าจากการกระแทกในรูปแบบต่างๆ  แถมยังกันน้ำ กันลื่น และระบายเหงื่อรวมถึงความชื้นได้ดี

ตามด้วย Must Have Items! อย่าง Crocs และ Native สองแบรนด์รองเท้าเพื่อสุขภาพที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ น้ำหนักเบา ทนทาน ลุยน้ำ ลุยทราย ลุยโคลน ทำความสะอาดง่าย จัดเป็นรองเท้าแบบ Casual ที่ใส่สบายที่สุด มีสีให้เลือกค่อนข้างมากและสามารถแมตช์กับเสื้อผ้าได้หลายลุค แถมบางรุ่นยังใส่ไปทำงานได้อีก เท่ๆ คูลๆ แบบนี้จึงถูกใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ไปตามๆ กัน

สายหล่อ

ขอเท่กับสนีกเกอร์แบบไม่มีอุปสรรคกับน้ำฝน ควรเลือกรองเท้าแบบที่มีนวัตกรรมเคลือบกันน้ำที่มีตะเข็บซีลกันน้ำที่อยู่บนพื้นผิวชั้นนอก และมีชั้นวัสดุเคลือบกันน้ำบางๆ ที่ด้านในรองเท้าเพื่อช่วยให้เท้าแห้งอยู่เสมอ อย่างแบรนด์ adidas , Scholl , BAOJI , หรือ NIKE ก็หล่อเท่ได้ไม่แพ้กัน

สายแฟ

ต้องเลือกแบบที่เปียกได้ ไม่เอาท์ด้วย อย่าง birkenstock รองเท้าที่ได้รับความนิยมตลอดกาล แบรนด์รองเท้าเพื่อสุขภาพชื่อดังที่มีทั้งรองเท้าแตะ รองเท้ากีฬา รองเท้าแฟชั่น แต่โดดเด่นเรื่องการเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ เพราะจุดประสงค์แรกสุดของผู้ผลิตคือการสร้างรองเท้าที่ใส่สบาย หนุ่มคนไหนไม่อยากตกเทรนด์หรือต้องเปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ แบรนด์นี้ต้องมีติดตู้รองเท้าแล้วล่ะ

สายเนี้ยบ

คอมพลีทลุคหล่อเนี้ยบเทียบผู้บริหาร หน้าฝนแบบนี้ก็ยังต้องเลือกรูปทรงรองเท้าที่ดูภูมิฐาน แต่ขอแนะนำรองเท้าคัทชูที่มีการใช้วัสดุที่เหมาะสำหรับการสวมใส่รองเท้าภายนอกอาคาร หรือหลายรุ่นอาจจะเลือกใช้สารเคลือบบางชนิดที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำให้กับรองเท้า เพื่อป้องกันรองเท้าเปียกและคราบเลอะต่าง ๆ ที่อาจทำให้รองเท้าสกปรก นอกจากนี้ เชื่อว่ามีบ่อยครั้งที่อาจเดินไปเจอกับบริเวณที่พื้นลื่น ด้วยเหตุนี้เอง วัสดุที่นำมาใช้ทำพื้นรองเท้าจึงมีความสำคัญมาก โดยในปัจจุบันก็ได้มีรองเท้าคัทชูผู้ชายที่เสริมด้วยวัสดุยางที่มีคุณสมบัติกันลื่นได้ดีมากขึ้น อาทิ ECCOHush Puppies , Bata

สายเซฟ

เซฟทั้งรองเท้าคู่เก่ง และยังประหยัดเงินในกระเป๋า ด้วยไอเท็มเสริมที่คนรักรองเท้าควรหามาติดบ้าน อย่างซิลิโคนกันฝน ที่สามารถคลุมรองเท้าเพื่อกันน้ำ กันลื่นในวันฝนตก ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบใสและแบบมีสีสันให้เลือกกันตามความชอบ

ไอเท็มเสริมสำหรับคนรักรองเท้า 

นอกจากนี้ ยังไอเท็มเสริมที่คนรักรองเท้าต้องมีเพื่อดูแลรักษารองเท้าคู่ใจให้ได้ใช้กันยาวๆ ไม่ว่าจะเป็น สเปรย์กันน้ำนาโน สำหรับฉีดพ่นบนรองเท้าเพื่อเคลือบกันน้ำ โฟมทำความสะอาดรองเท้า Quick Wipes ผ้าเช็ดทำความสะอาด เซฟแรงเซฟเวลา ที่สำคัญยังถนอมวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของรองเท้า เรียกว่าทั้งดูแลและรักษาในเวลาเดียวกัน

How to ดูแลสุขภาพเท้าลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

รองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้าที่ปกปิดเท้ามิดชิด และมีวัสดุที่หนา ไม่ค่อยระบายอากาศ จึงเป็นสาเหตุที่มักทำให้เกิดกลิ่นได้ง่ายๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ที่ช่วยให้กลิ่นเท้าลดลงได้

1 ไม่ควรสวมรองเท้าที่คับจนเกินไป เพราะรองเท้าคับๆ จะยิ่งเร่งให้เท้าผลิตเหงื่อออกมามากขึ้น ควรเลือกสวมรองเท้าขนาดที่พอดี

2 เลือกสวมถุงเท้าที่เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี เช่นถุงเท้าที่ทำจากผ้าฝ้าย เพราะจะช่วยระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไนลอน

3 เปลี่ยนสลับสวมรองเท้าคู่อื่นบ้าง ไม่ควรสวมรองเท้าคู่เดิมตลอดทั้งวันเกิน 2 วัน

4 นอกจากรองเท้าแล้ว ก็อย่าสวมถุงเท้าคู่เดิมๆ ซ้ำวันด้วย

5 หมั่นทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบ โดยนอกจากซักแล้ว ควรตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ้าง

6 หากวันไหนรู้ตัวว่าเหงื่อออกเท้ามาก และไม่ค่อยได้ถอดรองเท้า กลับบ้านควรรีบทำความสะอาดเท้า และอาจแช่เท้าด้วยน้ำผสมมะนาว หรือชาดำ เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

7 หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงเท้าที่ซอกนิ้วเท้า เพราะอาจไม่ซึมแห้ง และอับชื้นจนเกิดเป็นเชื้อราในภายหลังได้

8 หากรู้ตัวว่าเป็นคนเหงื่อเท้าออกมาก และจำเป็นต้องสวมรองเท้าผ้าใบนานๆ อาจเตรียมถุงเท้าไปเปลี่ยนระหว่างวันได้เช่นกัน

9 ไม่สวมรองเท้าผ้าใบในขณะที่เท้ายังเปียกอยู่

10 ไม่สวมรองเท้า ถุงเท้า ร่วมกับคนอื่น

ตามหารองเท้าที่ใช่ เลือกให้ตอบโจทย์พร้อมลุยตามไลฟ์สไตล์ ได้ที่ Shopee  พบกับ Shopee 9.9 Super Shopping Day | โปร 9.9 โค้ดส่วนลด 999 บาท  สินค้ายอดฮิตโปร 9.9 สินค้าดีลปังเพียง 9 บาท! เก็บโค้ดส่วนลด 999 บาท พร้อมส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ!

ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/662626

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 08:40 น.ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้นเปิด 3 มุมมองของนักสร้างสรรค์ นักสะสม และนักอนุรักษ์ กับสมการความยั่งยืนของวงการศิลปะ The Art of Masterpiece ศิลปะในการดูแลรักษางานชิ้นเอกให้คงคุณค่ายืนยาว

ภาพวาดหัวหมี อายุกว่า 500 ปี ผลงานชิ้นเล็กๆ ของลีโอนาร์โด ดาวินชี ทุบสถิติการประมูลด้วยมูลค่า 395 ล้านบาท เมื่อเร็วๆ นี้ สร้างกระแสและแรงบันดาลใจให้ศิลปินและผู้หลงใหลงานศิลปะไม่น้อย ผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง ยิ่งผ่านวันเวลา คุณค่าก็ยิ่งมากขึ้น มูลค่าของชิ้นงานก็สูงมากขึ้นไม่แพ้กัน กระบวนการสร้างสรรค์ สะสม และรักษาผลงานเหล่านั้นให้คงคุณค่ายืนยาว…ทำอย่างไร

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รวบรวมเคล็ดลับในหัวข้อ “The Art of Masterpiece ศิลปะในการดูแลรักษางานชิ้นเอกให้คงคุณค่ายืนยาว” ผ่าน 3 มุมมองของนักสร้างสรรค์ นักสะสม และนักอนุรักษ์ ได้แก่ อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (นักสร้างสรรค์) คุณธีระ วานิชธีรนนท์ (นักสะสม) และคุณขวัญจิต เลิศศิริ (นักอนุรักษ์) เอกอุแห่งแวดวงศิลปะของไทยในมิติที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันเพื่อให้ความรู้และน่าจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับศิลปินให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเลือกสรรวัสดุการจัดเก็บรักษาและการซ่อมแซมผลงานชิ้นเอกที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกให้คงคุณค่ายืนยาว

อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2557 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ศิลปินผู้สร้างสรรค์จิตรกรรมไทยโดยผสมผสานศาสตร์แห่งตะวันตกเป็นคนแรกๆ ในประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า “เยาวชนรุ่นใหม่ๆ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงมาก เพราะมีข้อมูลเยอะ มีโอกาสเรียนรู้ในวงกว้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อยากให้ศิลปินยุคใหม่ศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์ ศึกษาการเคลื่อนไหวของวงการนี้ เพื่อที่จะหาจุดแตกต่างของตัวเองให้เจอ”

อาจารย์ปัญญาเป็นผู้หนึ่งที่สร้างสรรค์งานศิลปะแบบไม่จำกัดเทคนิค และให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดจนถึงคุณภาพของงาน เพื่อให้ชิ้นงานคงทนเมื่อถูกส่งต่อไปยังผู้ชื่นชอบผลงาน ทั้งนี้ คุณค่าของงานศิลปะเป็นเรื่องที่มากกว่าความสวยงาม หากงานศิลป์มีเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรสามารถมาทดแทนได้ ก็จะเป็นที่ต้องการของนักสะสม

คุณธีระ วานิชธีรนนท์ นักสะสม/เจ้าของ 333 Gallery จากวิศวกรไฟฟ้ามาสู่นักสะสมผลงานศิลปะชั้นแนวหน้าของไทย ได้กล่าวไว้ว่า “ผมเก็บประวัติศาสตร์ งานที่สะสมเป็นผลงานที่เป็น signature ของศิลปิน ผมให้ความสำคัญกับการเก็บรักษา ผู้ที่รักในการสะสมผลงานศิลปะควรต้องศึกษาวิธีคงสภาพผลงานให้ยาวนาน” ซึ่งคุณธีระไม่ได้จำกัดเพียงแค่ชิ้นงานที่สมบูรณ์ แม้แต่รูปสเก็ต (งานร่าง) ก็มีคุณค่าเป็น masterpiece เพราะเป็นลายแทงสู่ความสำเร็จของศิลปิน

ปัจจุบันโลกเปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงผลงานอย่างเท่าเทียมในโลกออนไลน์ศิลปินมีโอกาสได้พบและซื้อขายกับนักสะสมโดยตรงแต่แม้ว่าศิลปะดิจิทัลจะมีบทบาทมากขึ้นก็ยังมีศิลปินจำนวนไม่น้อยและนักสะสมจำนวนมากที่ยังชื่นชอบสร้างสรรค์และสะสมชิ้นงานจิตรกรรมงานประติมากรรมรวมถึงต้องการอนุรักษ์ผลงานชิ้นที่ครอบครองให้ยั่งยืนเพื่อคงคุณค่าของงานศิลป์และเป็นประวัติศาสตร์ให้แก่คนรุ่นต่อๆ ไป

คุณขวัญจิต เลิศศิริ นักอนุรักษ์ชั้นครู อีกหนึ่งตำนานแห่งการอนุรักษ์ผลงานศิลปะของไทย มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าศิลปินสามารถซ่อมแซมผลงานของตนเองได้ อันที่จริงแล้วงานอนุรักษ์ต้องใช้ความเข้าใจในผลงานชิ้นนั้นๆ และต้องอาศัยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความสามารถในงานศิลป์ จึงจะสามารถสืบสานลมหายใจของผลงานศิลปะได้โดยไม่เอาตัวเองเข้าไปแทรกแซงชิ้นงานดั้งเดิม

คุณขวัญจิต กล่าวว่า “ทุกการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปินต้องคำนึงถึงปัจจัยภายใน คือ “คุณภาพของวัสดุ” และปัจจัยภายนอก คือ “สภาวะแวดล้อม” ไม่ว่าจะเป็นแมลง ความชื้น เชื้อรา รวมถึงวิธีการเก็บรักษาล้วนส่งผลต่อชิ้นงาน เมื่อผลงานป่วยจนเกิดความเสียหาย หน้าที่ของนักอนุรักษ์ไม่ใช่การทำให้ผลงานกลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง แต่จะเป็นการทำให้งานคงสภาพเดิมให้มากที่สุด เพราะหากเติมแต่งเข้าไป ‘คุณค่า’ ดั้งเดิมของชิ้นงานจะหายไป”

งานศิลปะที่ทำวันนี้ จะไม่ได้จบแค่วันนี้ แต่อาจจะเป็นอีกหน้าของประวัติศาสตร์ ใครจะรู้ วันนี้เราอาจจะเป็นแค่นักศึกษาศิลปะ อาจจะไม่ดัง แต่ศิลปินที่ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืนก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ งานชิ้นแรก งานร่าง ล้วนมีคุณค่าที่ส่งผลต่อศิลปินในอนาคต จึงควรเก็บรักษาผลงานให้ดีในทุกๆ ชิ้น

“Ars Longa, Vita Brevis ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” ส่วนโอกาสจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับการเปิดใจและลงมือทำจะเป็นผู้สร้างผู้สะสมหรือผู้รักษาวงการศิลปะมีพื้นที่ให้เลือกยืนและฝันมากกว่าที่ตาเห็น