รัสเซียไม่รับประกัน 2 อดีตทหารอเมริกันที่ถูกจับจะไม่เจอโทษตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686071

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 14:30 น.

รัสเซียไม่รับประกัน 2 อดีตทหารอเมริกันที่ถูกจับจะไม่เจอโทษตาย

เครมลินเผยชาวอเมริกัน 2 คนที่ไปรบในยูเครนแล้วถูกจับต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบรัฐบาลรัสเซียให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ NBC ของสหรัฐว่า ชาวอเมริกัน 2 คนที่ถูกควบคุมตัวในยูเครนระหว่างไปร่วมทำสงครามกับฝั่งยูเครนเป็นทหารรับจ้างที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของทหารรัสเซีย และพวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

“พวกเขาเป็นทหารรับจ้าง พวกเขาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในอาณาเขตของยูเครน พวกเขาเกี่ยวข้องกับการยิงทหารของเรา พวกเขาเป็นอันตรายต่อชีวิตของคนเหล่านั้น” เปสคอฟเผย “และพวกเขาควรรับผิดชอบต่อสิ่งที่ก่อขึ้น อาชญากรรมเหล่านั้นต้องถูกสอบสวน…สิ่งเดียวที่ชัดเจนคือพวกเขาก่ออาชญากรรม พวกเขาไม่ได้อยู่ในกองทัพยูเครน ดังนั้นจึงไม่อยู่ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา”

ส่วนสำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า เปสคอฟเผยว่ารัสเซียไม่อาจรับประกันได้ว่าอดีตทหารอเมริกัน 2 คนที่ถูกควบคุมตัวจะไม่ได้รับโทษประหาร “ผมไม่สามารถรับรองอะไรได้ มันขึ้นอยู่กับการสอบสวน”

Reuters ระบุว่า การแสดงความเห็นของเปสคอฟนับเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกว่าชาวอเมริกัน 2 คนคือ แอนดี หวิ่ญ และอเล็กซานเดอร์ ดรูค ถูกรัสเซียควบคุมตัวและสอบสวน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชาวอังกฤษ 2 คนคือ เอเดน อัสลิน และฌอน พินเนอร์ และบราฮิม ซาเดน สัญชาติโมรอกโก ถูกศาลในพื้นที่แบ่งแยกดินแดนโดเนตสก์ตัดสินประหารชีวิตด้วยเหตุผลว่าพวกเขาเป็นทหารรับจ้างและไม่ได้อยู่ภายใต้อนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยเชลยสงคราม

นอกจากนี้ เปสคอฟยังพูดถึง บริตต์นีย์ ไกรเนอร์ นักบาสเก็ตบอลหญิงชาวอเมริกันที่ถูกรัสเซียจับกุมตัวเมื่อกว่า 2 เดือนก่อน หลังจากศุลกากรรัสเซียตรวจพบน้ำมันกัญชาในบุหรี่ไฟฟ้าในกระเป๋าสัมภาระ ว่าเธอมีความผิดในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่ใช่ตัวประกัน

“ไม่ใช่เฉพาะรัสเซียที่มีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด…มันเป็นไปตามกฎหมาย เราทำอะไรไม่ได้” เปสคอฟเผยกับ NBC “เราไม่สามารถเรียกเธอว่าตัวประกัน ทำไมต้องเรียกเธอว่าตัวประกัน? เธอฝ่าฝืนกฎหมายรัสเซียและตอนนี้เธอกำลังถูกดำเนินคดี ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวประกัน”

Sputnik/Sergey Guneev/Kremlin via REUTERS

จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686063

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 13:39 น.

จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม

เสฉวนพบ ‘หลุมศพ’ กว่า 1,100 หลุม ซุกวัตถุโบราณกว่า 5 พันชิ้น

คณะนักโบราณคดีเปิดเผยการค้นพบหลุมศพจากยุคปลายราชวงศ์ซาง (1600-1046 ปีก่อนคริสต์ศักราช) จนถึงยุคต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (202 ปีก่อนคริสต์ศักราช-ปี 25) มากกว่า 1,100 หลุม ในอำเภอเหยียนหยวน มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

สถาบันวิจัยโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีนครเฉิงตู เมืองเอกของซื่อชวน ระบุว่ามีการค้นพบโบราณวัตถุกว่า 5,000 ชิ้น อาทิ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องสัมฤทธิ์ เครื่องเหล็ก เครื่องทอง และเครื่องเงินจากซากเหล่าหลงโถว นับตั้งแต่เริ่มขุดค้นเมื่อเดือนเมษายน 2020

คณะนักโบราณคดีกล่าวว่าเครื่องปั้นดินเผาส่วนใหญ่เป็นโถมีหูจับ โดยจุดเด่นการค้นพบในหมู่เครื่องสัมฤทธิ์ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์สิ่งทอสภาพดี รถม้าสัมฤทธิ์ 3 ล้อ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบเก่าแก่ที่สุดในจีน และเครื่องสัมฤทธิ์ลักษณะคล้ายกิ่งก้านยื่นออก ที่สะท้อนความเชื่อและการบูชาอันเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น

โจวจื้อชิง รองหัวหน้าสถาบันฯ เผยว่าการขุดค้นครั้งนี้สลักสำคัญยิ่งต่อการศึกษาพัฒนาการของวัฒนธรรมสัมฤทธิ์ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลซื่อชวน รวมถึงภาคตะวันตกของมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทั้งเป็นหลักฐานการแลกเปลี่ยนระหว่างบรรดากลุ่มชาติพันธุ์ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

เนื้อหาข่าวและภาพโดยสำนักข่าวซินหัว

จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม
จีนพบสุสานสมัยราชวงศ์ซาง-ฮั่นตะวันตกมากกว่า1,100หลุม

สหรัฐผลักดันยกเว้นภาษีน้ำมัน เป็นเครื่องมือสู้เงินเฟ้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686058

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 12:40 น.

สหรัฐผลักดันยกเว้นภาษีน้ำมัน เป็นเครื่องมือสู้เงินเฟ้อ

สหรัฐพิจารณายกเว้นภาษีน้ำมันชั่วคราว ช่วยชาวอเมริกันรับมือภาวะเงินเฟ้อ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. โดยเสนอว่าการยกเว้นภาษีน้ำมันควรนำมาใช้เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ

“ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นการผลักภาระให้ชาวอเมริกัน การยกเว้นภาษีน้ำมันชั่วคราวอาจไม่เพอร์เฟกต์แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเพื่อจัดการกับภาวะเงินเฟ้อ” เยลเลนกล่าว

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 5 เหรียญสหรัฐต่อแกลลอน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 48% โดยเยลเลนมองว่าการยกเว้นภาษีน้ำมัน 18 เซนต์ต่อแกลลอนเป็นการชั่วคราวเป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณา และเชื่อว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะผลักดันเรื่องนี้ในสภา

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไบเดนเรียกร้องให้โรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐผลิตน้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้น ในขณะที่ชาวอเมริกันต้องต่อสู้กับราคาน้ำมันที่สูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนผลกำไรของบริษัทเหล่านั้นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน

“วิกฤตการณ์ที่ครอบครัวจำนวนมากกำลังเผชิญควรได้รับการดำเนินการทันที บริษัทของคุณต้องร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมในระยะสั้นเพื่อจัดการกับวิกฤต” ไบเดนเขียนจดหมายถึงโรงกลั่นนำมัน 7 แห่ง

พร้อมวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสิ่งที่เขามองว่าเป็นการแสวงหาผลกำไรท่ามกลางวิกฤตระดับโลก

“ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อความเจ็บปวดทางการเงินที่หนักหนาสาหัสของชาวอเมริกันและครอบครัว แต่ท่ามกลางสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 1.70 เหรียญสหรัฐต่อแกลลอน อัตรากำไรจากโรงกลั่นที่สูงเป็นประวัติการณ์กลับยิ่งทำให้ความเจ็บปวดแย่ลงไปอีก” ไบเดนกล่าว

Photo by REUTERS/Jonathan Ernst/File Photo

เฟดคาดเศรษฐกิจสหรัฐจะซอฟท์แลนดิงได้เหมือนปี 1994 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686052

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 12:00 น.

เฟดคาดเศรษฐกิจสหรัฐจะซอฟท์แลนดิงได้เหมือนปี 1994 

ธนาคารกลางสหรัฐอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกเพื่อกรุยทางสู่ซอฟท์แลนดิงหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้เหมือนปี 1994

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจมส์ บุลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์เผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้ และสร้างเศรษฐกิจที่สดใสในอนาคตได้หากประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบายแบบตึงตัว (ขึ้นดอกเบี้ย) เช่นที่ธนาคารกลางเคยประสบความสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 1994

บุลลาร์ดเผยในงานซึ่งจัดโดย AXA-Barcelona School of Economics ในเมืองบาร์เซโลนาของสเปนว่า “การขึ้นดอกเบี้ยทำให้เกิดการหยุดชะงักในปีนั้น อย่างไรก็ดี ผมรู้สึกมาตลอดว่ามันทำให้เศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 1990… หวังว่าครั้งนี้มันจะเป็นแบบนั้น”

บุลลาร์ดหนุนหลังการดำเนินการเชิงรุกของเฟดเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเกินกว่า 3 เท่าของที่เฟดตั้งเป้าไว้ที่ 2% โดนในปี 1994 เฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 เท่าเป็น 6% ในการประกาศขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว 7 ครั้ง รวมทั้งขึ้นครั้งเดียว 0.75% 1 ครั้ง และ 0.50% 2 ครั้ง

สิ่งที่เรียกว่า “ซอฟท์แลนดิง” ของเฟด ซึ่งทำให้หลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ ตามมาด้วยช่วงเวลาของการเติบโตอย่างรวดเร็วและตลาดแรงงานตึงตัวเป็นประวัติการณ์

สัปดาห์ที่แล้วเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% มาอยู่ที่ 1.50%-1.75% แต่ขณะนี้คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นจากระดับดังกล่าวมากกว่า 2 เท่าภายใน 6 เดือนข้างหน้า

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า คาดว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% หรือ 0.75% ในเดือนก.ค. และนับตั้งแต่นั้นมาบรรดู้กำหนดนโยบาย รวมทั้งที่เคยระมัดระวังในแนวทางการลดแรงกดดันด้านราคาก่อนหน้านี้ในกรณีที่ธนาคารกลางปล่อยให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ดูเหมือนจะสนับสนุนแนวทางอะไรก็ตามที่จำเป็น

ขณะที่ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐเรียกร้องให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมครั้งหน้าในเดือน ก.ค. โดยบอกว่าขณะนี้ธนาคารกลางกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อลดระดับเงินเฟ้อ

บุลลาร์ดกล่าวว่า เฟดยังพอมีวิธีลดอัตราเงินเฟ้ออยู่บ้าง “เรากำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่เคลื่อนไหวจากระดับต่ำและจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากที่เราวางไว้”

REUTERS/Lucas Jackson/File Photo

‘ไม่ขอเกี่ยวข้องกับพ่ออีกต่อไป’ ลูก ‘อีลอน มัสก์’ เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686044

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 11:15 น.

'ไม่ขอเกี่ยวข้องกับพ่ออีกต่อไป' ลูก 'อีลอน มัสก์' เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล

เกิดอะไรขึ้น? ลูกสาวข้ามเพศของอีลอน มัสก์ เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ลั่นไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับพ่ออีกต่อไป

รอยเตอร์สรายงานว่าซาเวียร์ อเล็กซานเดอร์ มัสก์ (Xavier Alexander Musk) ลูกสาวข้ามเพศของอีลอน มัสก์ ที่เพิ่งอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ไปหมาดๆ ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอรับรองการเปลี่ยนเพศจากชายเป็นหญิง และเปลี่ยนชื่อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบิดาผู้ให้กำเนิด

“ฉันไม่ต้องการที่จะเกี่ยวข้องกับบิดาผู้ให้กำเนิดอีกต่อไปแล้วไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใดๆ ก็ตาม” ซาเวียร์กล่าว ซึ่งเธอต้องการจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วิเวียน เจนนา วิลสัน” (Vivian Jenna Wilson)

ทั้งนี้ แม่ของเธอคือจัสติน วิลสัน ซึ่งหย่ากับอีลอน มัสก์ เมื่อปี 2008 และยังไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกแยกระหว่างสองพ่อลูกคู่นี้

อย่างไรก็ตาม สื่อตั้งข้อสังเกตว่าเธอยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเดือนเม.ย. ซึ่งในเดือนพ.ค. ประมาณหนึ่งเดือนถัดมามัสก์ประกาศสนับสนุนพรรครีพับลิกัน ซึ่งมีผู้แทนที่สนับสนุนร่างกฎหมายที่จะจำกัดสิทธิของคนข้ามเพศในรัฐต่างๆ ทั่วประเทศ

รอยเตอร์สได้ติดต่อไปทางอีเมลของทนายความของมัสก์ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบกลับ

Photo by REUTERS/Mike Blake/File Photo

ประเทศต่างๆ ควรเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686040

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 10:55 น.

ประเทศต่างๆ ควรเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้

นี่คือข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับ “อัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก” ซึ่ริเริ่มไปเมื่อไม่นานมานี้

สำนักข่าวรอยเตอร์- เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เมื่อบางประเทศเริ่มบังคับใช้ภาษีขั้นต่ำทั่วโลกสำหรับบริษัทข้ามชาติ ประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราภาษีนิติบุคคลต่ำกว่าจะต้องปฏิบัติตามหรือเสี่ยงต่อการสูญเสียรายได้จากภาษี

“เมื่อบางประเทศเลือกใช้ (ภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ) และบังคับใช้ภาษีเหล่านี้ ก็จะเริ่มมี (ประเทศต่างๆ) มากขึ้นเรื่อยๆ ที่เห็นว่าพวกเขาสนใจที่จะเข้าร่วม” เยลเลนกล่าวในการหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของแคนาดา คริสเชีย ฟรีแลนด์ ในเมืองโตรอนโต

ทั้งนี้ มี 136 ประเทศตกลงข้อตกลงระดับโลกเกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำในเดือนตุลาคม 2564 เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทขนาดใหญ่จ่ายอัตราภาษีขั้นต่ำที่ 15% และทำให้ยากขึ้นสำหรับบริษัทเหล่านี้ที่จะหลีกเลี่ยงการเก็บภาษี แต่มาตรการภาษีดังกล่าวยังไม่ได้ดำเนินการที่ไหนเลย

ทั้งนี้ “อัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก” (Global minimum corporate tax rate) เป็นอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับรายได้นิติบุคคลที่ตกลงและยอมรับในระดับสากลโดยเขตอำนาจศาลแต่ละแห่ง แต่ละประเทศจะมีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งรายได้ที่เกิดจากภาษี เป้าหมายคือเพื่อลดการแข่งขันด้านภาษีระหว่างประเทศและกีดกันบรรษัทข้ามชาติ (MNC) จากการเปลี่ยนแปลงผลกำไรเพื่อบรรลุการหลีกเลี่ยงภาษี

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564 มี 136 ประเทศตกลงตามแผนขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) เพื่อใช้อัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก 15% โดยเริ่มในปี 2566 โดย 4 ประเทศยังไม่ได้ลงทะเบียน (เคนยา ไนจีเรีย ปากีสถาน และศรีลังกา)

หากประเทศที่มีภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำต่ำกว่า 15% ตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลย พวกเขาอาจสูญเสียสิทธิ์ในการเก็บภาษี สิทธิการเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นเหล่านี้อาจไปประเทศอื่น ตัวอย่างเช่น หากบรรษัทข้ามชาติตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลภาษีต่ำซึ่งไม่ได้ใช้มาตรการที่เกี่ยวข้อง ภาษีที่ถูกทบมาจะถูกคำนวณโดยบริษัทโฮลดิ้งคนกลางรายถัดไปในห่วงโซ่ความเป็นเจ้าของ ในกรณีนี้ เขตอำนาจศาลภาษีต่ำจะสูญเสียรายได้จากภาษีซึ่งมีสิทธิในการจัดเก็บภาษีเบื้องต้น

ทุบสถิติ! นักข่าวรัสเซียขายเหรียญโนเบลสันติภาพช่วยเด็กยูเครนจากสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686039

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 10:34 น.

ทุบสถิติ! นักข่าวรัสเซียขายเหรียญโนเบลสันติภาพช่วยเด็กยูเครนจากสงคราม

การเปิดประมูลเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของนักข่าวรัสเซียเพื่อช่วยเด็กยูเครนที่เดือดร้อนเพราะสงครามได้ราคาทุบสถิติ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ดมิทรีมูราตอฟ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2021 และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Novaya Gazeta สื่ออิสระรายใหญ่เจ้าสุดท้ายของรัสเซีย นำเหรียญรางวัลออกประมูล โดยทำราคาสูงทุบสถิติที่ 103.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3,660,432,750 บาท เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ต้องพลัดถิ่นพราะสงครามในยูเครน

Heritage Auctions ซึ่งเป็นผู้จัดประมูลในนิวยอร์กเผยว่า เงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมดจะมอบให้กับองค์การยูนิเซฟเพื่อการดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเด็กๆ ยูเครนที่พลัดถิ่นเพราะสงคราม

“เหรียญรางวัลนี้ไม่เหมือนการประมูลอื่นๆ ที่จะนำเสนอ” Heritage Auctions ระบุไว้ในแถลงการณ์ก่อนการประมูล “มูราตอฟอนุญาตให้เรานำเหรียญรางวัลของเขาออกประมูล ด้วยความสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยมของทีมงานของเขาที่ Novaya Gazeta ไม่ใช่เพื่อเป็นของสะสม แต่เพื่อเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เขาหวังว่าจะส่งผลดีต่อชีวิตของผู้อพยพชาวยูเครนหลายล้านคน”

จากการรายงานของสื่อในสหรัฐ การประมูลเหรียญรางวัลโนเบลของมูราตอฟทุบสถิติราคาของเหรียญรางวัลโนเบลที่เคยนำออกมาประมูลก่อนหน้านี้ทั้งหมด โดยยอดประมูลสูงสุดครั้งก่อนทำได้ไม่ถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ มูราตอฟร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Novaya Gazeta เมื่อปี 1991 เป็นหนังสือพิมพ์ที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูตินและรัฐบาลอย่างรุนแรงและเพิ่งยุติการดำเนินการในรัสเซียเมื่อเดือน มี.ค. หลังรัฐบาลเตือนเรื่องการรายงานข่าวสงครามในยูเครน

มูราตอฟได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับ มาเรีย เรสซา นักข่าวของฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2021 จากสิ่งที่คณะกรรมการระบุว่าเป็น “ความพยายามของพวกเขาในการปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับประชาธิปไตยและสันติภาพที่ยั่งยืน”

Photo by Michael M. Santiago / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP

มื้อกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ ปิดประมูลที่ 19 ล้านดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685993

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 17:00 น.

มื้อกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ 'วอร์เรน บัฟเฟตต์' ปิดประมูลที่ 19 ล้านดอลลาร์

Power Lunch with Warren Buffett ปีสุดท้ายปิดประมูลไปด้วยราคาทุบสถิติ

วันที่ 20 มิ.ย. CNN รายงานว่าผู้ประมูลที่ไม่เปิดเผยตัวตนทุ่มเงินกว่า 19 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 670 ล้านบาท เพื่อร่วมโต๊ะทานสเต็ก เป็นมื้อกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีนักลงทุนในตำนาน

การประมูล Power Lunch with Warren Buffett มื้อกลางวันอันทรงพลังกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ครั้งล่าสุดนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 21 ด้วยความร่วมมือของ eBay และ Glide Foundation องค์กรไม่แสวงผลกำไรในซานฟรานซิสโกที่ทำงานเพื่อต่อสู้กับปัญหาความยากจน ความหิวโหย และคนเร่ร่อน

การประมูลเริ่มต้นที่ 25,000 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. และจบลงที่ 19,000,100 จากผู้เสนอราคาที่ไม่ระบุชื่อเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งมากกว่าผู้ชนะการประมูลในปี 2019 กว่า 4 เท่า โดยขณะนั้นปิดประมูลไปที่ 4,567,888 เหรียญสหรัฐ

โดยผู้ชนะการประมูลจะได้เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารกลางวันแบบส่วนตัวกับบัฟเฟตต์ ที่ร้านสเต็ก Smith & Wollensky ในนิวยอร์กซิตี้

สำหรับใครที่อยากมีประสบการสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้ต้องขอแสดงความเสียใจเพราะ Power Lunch with Warren Buffett ประจำปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว โดยได้ระดมทุนจากการประมูลรวมทั้งสิ้นกว่า 53 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อมอบให้แก่มูลนิธิ Glide

“ในนามของ Glide ดิฉันขอขอบคุณบัฟเฟตต์สำหรับความเอื้ออาทร หุ้นส่วน และความทุ่มเทที่แน่วแน่ของเขา และสำหรับผลงานอันน่าทึ่งของเขาในภารกิจของเรา” คาเรน ฮานราฮาน ประธานและซีอีโอของมูลนิธิ Glide

ทั้งนี้ การประมูลริเริ่มขึ้นโดยซูซี่ บัฟเฟตต์ ในปี 2000 และตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา eBay เป็นผู้จัดการประมูล

“เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ Power Lunch มื้อสุดท้ายสามารถระดมทุนได้ทำลายสถิติทุกปีที่ผ่านมา โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนความพยายามของ Glide ในการสร้างเส้นทางเพื่อออกจากวิกฤตและเปลี่ยนชีวิตผู้คน” เจมี่ เอียนโนเน่ ซีอีโอ eBay กล่าว

Photo by REUTERS/Rick Wilking/File Photo

รัสเซียลั่นพร้อมตอบโต้ ลิทัวเนียแบนสินค้าขนส่งเข้าดินแดนรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686001

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 18:00 น.

รัสเซียลั่นพร้อมตอบโต้ ลิทัวเนียแบนสินค้าขนส่งเข้าดินแดนรัสเซีย

รัฐบาลรัสเซียเคลื่อนไหวหลังลิทัวเนียห้ามขนส่งสินค้าบางอย่างไปยังภูมิภาคคาลินินกราดของรัสเซีย

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. รอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลรัสเซียเคลื่อนไหวหลังลิทัวเนียห้ามขนส่งสินค้าบางอย่าง อาทิ ถ่านหิน โลหะ วัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยีขั้นสูง ไปยังภูมิภาคคาลินินกราดของรัสเซีย โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและให้คำมั่นว่ารัสเซียจะตอบโต้การกระทำดังกล่าวของลิทัวเนีย

ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจริงๆ นี่เป็นการละเมิดทุกสิ่ง เราถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สถานการณ์นี้รุนแรงกว่าปกติ เราต้องใช้เวลาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งและจริงจังเพื่อตอบสนอง”

ขณะที่ทางการคาลินินกราดประเมินว่าคำสั่งแบนของลิทัวเนียอาจส่งผลกระทบถึงครึ่งหนึ่งของสินค้าทั้งหมดที่นำเข้ามาในภูมิภาคคาลินินกราดโดยรถไฟ

เมื่อเดือนที่แล้วมีรายงานว่ารัสเซียระงับการส่งกระแสไฟฟ้าให้แก่ลิทัวเนีย หลังจากที่กระทรวงพลังงานของลิทัวเนียประกาศว่าจะยุติการซื้อกระแสไฟฟ้าจากรัสเซีย และหันไปซื้อจากสวีเดน โปแลนด์ และลัตเวียแทน

นอกจากนี้ลิทัวเนียยังเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ประกาศตัดขาดก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย

Photo by REUTERS/Evgenia Novozhenina/File Photo

เยอรมนีหันกลับไปพึ่งถ่านหิน หลังรัสเซียลดส่งก๊าซธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685986

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 15:25 น.

เยอรมนีหันกลับไปพึ่งถ่านหิน หลังรัสเซียลดส่งก๊าซธรรมชาติ

เยอรมนีหันพึ่งถ่านหินผลิตไฟฟ้า ยอมรับเป็นเรื่องที่ขมขื่นแต่จำเป็น

CNN รายงานว่าโรเบิร์ต ฮาเบ็ค รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี ประกาศว่าเยอรมนีต้องลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในการผลิตไฟฟ้า และหันกลับไปใช้ถ่านหินเหมือนเดิมเป็นการชั่วคราว แม้ว่าจะก่อมลพิษมากกว่าแต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว หลังจากที่รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเลิกใช้พลังงานจากถ่านหินภายในปี 2030

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการตัดอุปทานจากรัสเซียซึ่งอาจทำให้เยอรมนีประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียลดการส่งออกก๊าซผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ที่ส่งไปยังยุโรปซึ่งทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอีก โดยรัสเซียให้เหตุผลว่าเกิดปัญหาทางเทคนิคที่ต้องซ่อมแซม แต่เยอรมนีเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า

“นี่เป็นสถานการณ์ร้ายแรง ดังนั้นเราจึงต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ มิเช่นนั้นสถานการณ์จะตึงเครียดมากในช่วงฤดูหนาว” ฮาเบ็คกล่าว

ทั้งนี้ เยอรมนีพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในปริมาณมากโดยช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามในยูเครนเยอมนีนำเข้าก๊าซจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วน 55% แต่ตอนนี้ลดลงมาได้เหลือ 35%

ฮาเบ็คกล่าวต่อว่า “สถานการณ์ในตลาดก๊าซเลวร้ายลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาก๊าซที่สูงขึ้นคือกลยุทธ์ของปูตินที่จะทำให้เราปั่นป่วน เราจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เรากำลังโต้กลับอย่างเด็ดขาด แม่นยำ และรอบคอบ”

“เป็นเรื่องที่ขมขื่น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้มันค่อนข้างจำเป็นเพื่อลดการใช้ก๊าซ”

Photo by REUTERS/Wolfgang Rattay/File Photo