แนะนาโตติดอาวุธให้มอลโดวา ป้องกันภัยคุกคามจากรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683738

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 11:14 น.แนะนาโตติดอาวุธให้มอลโดวา ป้องกันภัยคุกคามจากรัสเซีย

The Telegraph รายงานว่าสหราชอาณาจักรต้องการติดอาวุธให้มอลโดวาเพื่อปกป้องจากภัยคุกคามของรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ – สหราชอาณาจักรต้องการส่งอาวุธสมัยใหม่ไปยังมอลโดวาเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากการรุกรานของรัสเซีย The Telegraph รายงานโดยอ้างรัฐมนตรีต่างประเทศลิซ ทรัสส์

ทรัสส์บอกกับหนังสือพิมพ์ว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มุ่งมั่นที่จะสร้าง “รัสเซียที่มีอาณาเขตไพศาล” (greater Russia) แม้ว่าการรุกรานยูเครนของเขาจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็ตาม

รัสเซียเรียกการบุกรุกที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ว่าเป็น “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ที่มุ่งเป้าไปที่การปลดอาวุธยูเครนและกำจัดกลุ่มผู้รักชาติที่ต่อต้านรัสเซียหัวรุนแรง ยูเครนและพันธมิตรมองว่านี่เป็นข้ออ้างที่ไร้เหตุผลสำหรับการทำสงคราม

มอลโดวาซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครนทางตะวันตกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรนาโต

ทรัสส์กล่าวว่ามีการเจรจาเพื่อให้แน่ใจว่าการป้องกันของมอลโดวาสามารถยับยั้งการโจมตีในอนาคตได้

“ดิฉันอยากเห็นมอลโดวามีคุณสมบัติตามมาตรฐานของนาโต นี่คือการสนทนาที่เรามีกับพันธมิตรของเรา” ทรัสส์ บอกกับ The Telegraph

“ปูตินมีความชัดเจนอย่างยิ่งเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของเขาในการสร้างรัสเซียให้ยิ่งใหญ่ และเพียงเพราะความพยายามของเขาที่จะยึดเคียฟไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเขาละทิ้งความทะเยอทะยานเหล่านั้น” ทรัสส์ กล่าว

หากใช้แผนของทรัส สมาชิกของนาโต จะจัดหาอาวุธที่ทันสมัยให้กับมอลโดวา แทนที่อุปกรณ์ในยุคโซเวียต และจะฝึกทหารเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน

Photo – มายา ซันดู (Maia Sandu) ประธานาธิบดีมอลโดวาแถลงร่วมกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ็มมานูเอล มาครง ก่อนการประชุมที่พระราชวังเอลิเซ ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส 19 พฤษภาคม 2022 REUTERS / Gonzalo Fuentes

ฝีดาษลิงอาจติดต่อทางเพศสัมพันธ์ WHOคาดจะมีเคสเพิ่มทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683732

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 10:40 น.ฝีดาษลิงอาจติดต่อทางเพศสัมพันธ์  WHOคาดจะมีเคสเพิ่มทั่วโลก

ที่ปรึกษา WHO เผยองค์การกำลังศึกษาทฤษฏีเรื่องการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ คาดว่าเคสฝีดาษลิง (Monkeypox) จะเกิดขึ้นทั่วโลกมากขึ้น

องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า คาดว่าจะระบุกรณีตัวเลขผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงมากขึ้น เนื่องจากมีการขยายการเฝ้าระวังในประเทศที่มักไม่พบโรคนี้

ณ วันเสาร์ มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 92 รายและผู้ป่วยต้องสงสัยว่าเป็นฝีดาษลิง 28 รายจาก 12 ประเทศสมาชิกที่ไม่เป็นโรคเฉพาะถิ่น WHO กล่าวเสริมว่า จะให้คำแนะนำและคำแนะนำเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าสำหรับประเทศต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการบรรเทา การแพร่กระจายของโรคฝีดาษลิง

“ข้อมูลที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าการติดต่อจากคนสู่คนกำลังเกิดขึ้นในหมู่คนที่สัมผัสร่างกายใกล้ชิดกับกรณีที่มีอาการ” หน่วยงานกล่าวเสริม

ฝีดาษลิงเป็นโรคติดเชื้อที่มักไม่รุนแรง และเป็นเฉพาะถิ่นในบางส่วนของแอฟริกาตะวันตกและตอนกลาง มันแพร่กระจายโดยการสัมผัสใกล้ชิด ดังนั้นจึงสามารถกักกันได้อย่างง่ายดายผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การแยกตัวเองและดูแลสุขอนามัย 

“สิ่งที่ดูเหมือนกำลังจะเกิดขึ้นในตอนนี้คือมันได้เข้าสู่ประชากรในรูปแบบทางเพศ ทางอวัยวะเพศ และกำลังแพร่กระจายเช่นเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งได้ขยายการแพร่ระบาดไปทั่วโลก” เดวิด เฮย์แมนน์ (David Heymann) เจ้าหน้าที่ของ WHO ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อกล่าวกับรอยเตอร์

เฮย์แมนน์กล่าวว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติได้ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เพื่อดูสิ่งที่จำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและสื่อสารต่อสาธารณะ รวมถึงมีการแพร่กระจายที่ไม่มีอาการหรือไม่ ใครที่เป็นกลึามมีความเสี่ยงมากที่สุด และเส้นทางการแพร่เชื้อที่หลากหลาย

เขากล่าวว่าการประชุมจัดขึ้นมา “เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน” คณะกรรมการไม่ใช่กลุ่มที่จะเสนอแนะให้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่เป็นข้อกังวลระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นรูปแบบการแจ้งเตือนสูงสุดของ WHO ซึ่งใช้กับการระบาดใหญ่ของโควิด-19

เขากล่าวว่าการติดต่ออย่างใกล้ชิดเป็นเส้นทางการแพร่เชื้อที่สำคัญ เนื่องจากรอยโรคตามแบบฉบับของโรคติดต่อได้มาก ตัวอย่างเช่น ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กป่วยมีความเสี่ยง เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมบางประเทศจึงเริ่มฉีดวัคซีนให้กับทีมที่รักษาผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงโดยใช้วัคซีนสำหรับไข้ทรพิษ ซึ่งเป็นไวรัสที่เกี่ยวข้อง

กรณีปัจจุบันจำนวนมากได้รับการระบุที่คลินิกสุขภาพทางเพศ

การจัดลำดับจีโนมในช่วงต้นของเคสไม่กี่กรณีในยุโรปได้ชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันกับสายพันธุ์ซึ่งแพร่กระจายอย่างจำกัดในสหราชอาณาจักร อิสราเอล และสิงคโปร์ในปี 2561

เฮย์แมนน์กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ทางชีวภาพ” ที่ไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายไปนอกประเทศที่เป็นโรคประจำถิ่น แต่ไม่ได้นำไปสู่การระบาดใหญ่อันเป็นผลมาจากการล็อกดาวน์ของโควิด-19, การเว้นระยะห่างทางสังคม และข้อจำกัดการเดินทาง

เขาเน้นว่าการระบาดของฝีดาษาลิงนั้นไม่เหมือนกับช่วงแรกๆ ของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เพราะไม่ได้แพร่ระบาดอย่างง่ายดาย ผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจสัมผัสเชื้อหรือแสดงอาการ ซึ่งรวมถึงผื่นคันและเป็นไข้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น เขากล่าว

“วัคซีนมีให้ใช้ได้ แต่ข้อความที่สำคัญที่สุดคือ คุณสามารถป้องกันตัวเองได้” เขากล่าวเสริม

Photo – CDC/Handout via REUTERS

แผนซ้อมสงครามชีวภาพปีที่แล้ว ทำนายฝีดาษลิงระบาดไปทั่วโลกปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683728

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 09:59 น.แผนซ้อมสงครามชีวภาพปีที่แล้ว ทำนายฝีดาษลิงระบาดไปทั่วโลกปีนี้

แม่นเหมือนรู้ล่วงหน้า? ในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว NGO แห่งหนึ่งทำแผนรับมือการระบาดจากการโจมตีอาวุธชีวภาพ เนื้อหาของแผนการคือการรับมือการระบาดของฝีดาษลิง

ในเดือนมีนาคมปี 2021 โครงการ Nuclear Threat Initiative (NTI) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 โดยอดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐ Sam Nunn และผู้ประกอบการด้านสื่อ Ted Turner ได้ร่วมมือกับการประชุมด้านความมั่นคงแห่งมิวนิกเพื่อดำเนินการฝึกหัดเกี่ยวกับ “การลดภัยคุกคามทางชีวภาพที่มีผลกระทบสูง ” มุ่งเน้นไปที่ฝีดาษลิง

รายงานข่าวของ NTI ในเวลานั้นระบุว่าจากผลกระทบของโควิด-19 ถือเป็นสถานการณ์ที่เร่งด่วนที่จะต้องมีการซ้อมรับมือการระบาดของโรคและการโจมตีด้วยอาวุธชีวภาพ เนื่องจากการระบาดใหญ่ที่กำลังดำเนินอยู่ได้เน้นย้ำจุดอ่อนในกลไกสากลในการป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามจากการระบาดใหญ่ นี่เป็นข้อกังวลเร่งด่วน เนื่องจากการระบาดใหญ่ในอนาคตอาจเทียบเท่าหรือเกินกว่าผลกระทบร้ายแรงของโควิด-19ในชีวิตที่สูญเสียไปและเศรษฐกิจที่พังทลาย

“สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นก็คือ มีช่องว่างที่สำคัญในการกำกับดูแลเทคโนโลยีชีวภาพที่สร้างโอกาสสำหรับการใช้ในทางที่ผิดโดยไม่ได้ตั้งใจหรือโดยเจตนา ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อโลก” NTI ระบุ

NTI จึงทำการจำลองสถานการณ์การฝึกซ้อม นั่นคือตั้งโจทย์การโจมตีด้วยอาวุธชีวภาพเน้นเป้าหมายเฉพาะท้องถิ่นด้วยไวรัสโรคฝีดาษลิงที่ดัดแปลงพันธุกรรมเริ่มต้นขึ้นในประเทศบริเนีย (Brinia) ซึ่งเป็นประเทศสมมติในแอฟริกา จากนั้นเกิดการระบาดเป็นเวลากว่า 18 เดือน สถานการณ์นี้ค่อยๆ พัฒนาไปสู่การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 40% ทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 ใน 4 ของประชากรพันล้านคน (250 ล้านคน) 

“สถานการณ์การฝึกซ้อมแสดงให้เห็นถึงการแพร่ระบาดทั่วโลกที่ร้ายแรงซึ่งเกี่ยวข้องกับไวรัสโรคฝีดาษลิงสายพันธุ์ที่ผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นในประเทศบริเนียที่สมมติขึ้นและแพร่กระจายไปทั่วโลกในช่วง 18 เดือน ในท้ายที่สุด สถานการณ์การฝึกเปิดเผยว่าการระบาดครั้งแรกเกิดจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายโดยใช้เชื้อโรคที่ออกแบบในห้องปฏิบัติการซึ่งมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและความปลอดภัยทางชีวภาพที่ไม่เพียงพอและการกำกับดูแลที่อ่อนแอ เมื่อสิ้นสุดการฝึก การระบาดใหญ่ในจินตนาการส่งผลให้มีผู้ป่วยมากกว่า 3,000 ล้านรายและเสียชีวิต 270 ล้านคนทั่วโลก”  executive summary ของรายงานชิ้นนี้ระบุ

รายละเอียดของ NTI ระบุสถานการณ์จำลองที่เหมือนกับการระบาดของฝีดาษลิงในเวลานี้อย่างน่าตกใจ นั่นคือการระบาดเริ่มเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2022 ที่ประเทศบริเนีย มีเคสติดเชื้อ 1,421 ราย/4 รายเสียชีวิต โดยไม่มีคำเตือนระหว่างประเทศหรือคำแนะนำ

เมื่อถึง 10 มกราคม 2023 มี 83 ประเทศได้รับผลกระทบ ติดเชื้อ70 ล้านราย/ผู้เสียชีวิต 1.3 ล้านราย โดยเชื้อฝีดาษลิงตัวนี้ถูกตัดแต่งพันธุกรรมโดยออกแบบมาเพื่อเป็นดื้อวัคซีน

เมื่อถึง 10 พฤษภาคม 2023 มีผู้ติดเชื้อ 480 ล้านราย/ผู้เสียชีวิต 27 ล้านราย มีการเปิดเผยของกลุ่มก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยการแทรกซึมของพลเรือนเข้าไปห้องปฏิบัติการชีวภาพ

และเมื่อถึง 1 ธันวาคม 2023 ทั่วโลกติดเชื้อ 3,200 ล้านคน/ 271 ล้านคนเสียชีวิต 

นี่คือสถานการณ์จำลองคร่าวๆ และมีการลงรายละเอียดแวดล้อมให้สมจริง เช่น เงื่อนไขที่ทำให้เชื้อหลุดออกมาจากห้องแล็บเพราะจุดประสงค์ทางการเมือง 

รายงานสรุปว่า ผู้เข้าร่วมการฝึกเห็นพ้องกันว่าช่องว่างในกลไกความปลอดภัยทางชีวภาพระหว่างประเทศและการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่นั้นกว้างขวาง ซึ่งบ่อนทำลายความสามารถของประชาคมระหว่างประเทศในการตอบสนองอย่างมีประสิทธิผลต่อเหตุการณ์ทางชีววิทยาในอนาคต และพวกเขาตั้งข้อสังเกตว่าการเตรียมพร้อมที่แข็งแกร่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในหลายด้าน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Picture taken in 1997. Brian W.J. Mahy/CDC/Handout via REUTERS

รัสเซียขู่ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก Sarmat ทำลายชายฝั่งของทวีปที่รัสเซียไม่ชอบได้ครึ่งหนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683705

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 15:04 น.รัสเซียขู่ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก Sarmat ทำลายชายฝั่งของทวีปที่รัสเซียไม่ชอบได้ครึ่งหนึ่ง

ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าคำขู่นี้ถูกปล่อยออกมากลบเกลื่อนผลงานที่ย่ำแย่ของกองทัพรัสเซียในยูเครน

ดมิทรี โรโกซิน ผู้อำนวยการองค์การอวกาศรัสเซีย (Roscosmos) เผยกับเด็กนักเรียนในงานนิทรรศการด้านการศึกษาว่า ขีปนาวุธนิวเคลียร์ไฮเปอร์โซนิก (ความเร็วเหนือเสียง) ซาร์มัต (Sarmat) หรือซาตาน-2 (Satan-2) สามารถทำลายชายฝั่งครึ่งหนึ่งของทวีปหนึ่ง “ซึ่งเราอาจไม่ชอบเพราะมีนโยบายก้าวร้าว”

โรโกซินบอกว่าขีปนาวุธ Sarmat ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายด้วยความเร็ว 15,880 ไมล์ต่อชั่วโมง จะเข้าประจำการในฤดูใบไม้ร่วงนี้

“เรากำลังผลิตขีปนาวุธอิสกันเดอร์ (Iskander) ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกคินซาล (Kinzhal) ในโรงงานของเราด้วย” โรโกซินเผย

การพูดเชิงข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีของโรโกซินเป็นคำขู่ล่าสุดที่ออกมาจากบรรดาเจ้าหน้าที่รัสเซีย

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าคำขู่นี้เป็นการกลบเกลื่อนผลงานที่ย่ำแย่ของกองทัพรัสเซียในยูเครน

ก่อนหน้านี้โรโกซินเคยอ้างว่าประเทศสมาชิกนาโตอาจถูกทำลายภายในเวลาครึ่งชั่วโมง

Russian Defence Ministry/Handout via REUTERS

ฝีดาษลิงอันตรายไหม? น่ากังวลแค่ไหน? ติดง่ายหรือเปล่า?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683710

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 16:35 น.ฝีดาษลิงอันตรายไหม? น่ากังวลแค่ไหน? ติดง่ายหรือเปล่า?

ขณะนี้ทั่วโลกพบโรคฝีดาษลิง (monkeypox) แล้วในอย่างน้อย 11 ประเทศในยุโรป สหราชอาณาจักร สหรัฐ แคนาดา และออสเตรเลีย

โรคฝีดาษลิงคืออะไร?

ฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสฝีดาษลิงซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับฝีดาษ (smallpox) หรือไข้ทรพิษ แต่รุนแรงน้อยกว่าและมีโอกาสในการติดเชื้อต่ำกว่า ส่วนใหญ่ระบาดในประเทศแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกใกล้กับป่าฝนเขตร้อน ฝีดาษลิงมี 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์แอฟริกากลางและสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตกซึ่งรุนแรงน้อยกว่า

มีอาการอะไรบ้าง?

อาการเบื้องต้น ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ กระสับกระส่าย จากนั้นจะเริ่มมีผื่นหรือตุ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เริ่มจากใบหน้า ก่อนจะกระจายไปตามส่วนอื่นของร่างกาย ที่พบบ่อยคือฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มที่ขึ้นอาจทำให้คันหรือเจ็บและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะกลายเป็นสะเก็ดและร่วงออกมา อาการจะปรากฏราววันที่ 6-13 หลังได้รับเชื้อ การติดเชื้ออาจหายเองโดยไม่ต้องรักษาและคงอยู่ประมาณ 14-21 วัน

ได้รับเชื้อจากอะไร?

ฝีดาษลิงแพร่กระจายจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยเชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่เป็นแผล ทางเดินหายใจ ตา จมูก หรือปาก ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการอธิบายว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ฝีดาษลิงสามารถติดต่อได้โดยตรงระหว่างมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังติดต่อผ่านการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ อาทิ ลิง หนู และระรอก หรือวัตถุที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน เช่น เครื่องนอน เสื้อผ้า

ระยะแพร่เชื้อ?

ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เกิดผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนังจนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุดลอกออกมา โดยสะเก็ดแผลที่หลุดออกมาอาจมีเชื้อไวรัสที่สามารถติดไปสู่ผู้อื่นได้

อันตรายแค่ไหน?

ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง บางครั้งอาการคล้ายกับการเป็นโรคอีสุกอีใส และสามารถหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่บางครั้งฝีดาษลิงก็ก่อให้เกิดอาการรุนแรง และมีรายงานว่าถึงขั้นทำให้เสียชีวิตในแอฟริกาตะวันตก เมื่อปีที่แล้วองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ค่า R0 หรืออัตราแพร่เชื้อของเชื้อฝีดาษลิงอยู่ที่ 2

ระบาดบ่อยไหม?

ฝีดาษลิงพบครั้งแรกเมื่อปี 1958 ในลิงที่นำมาศึกษาในห้องวิจัย พบการติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกเมื่อปี 1970 ในคองโก นับตั้งแต่นั้นก็เกิดขึ้นนานๆ ครั้งในประเทศแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก จากนั้นในปี 2003 เกิดการระบาดในสหรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ฝีดาษลิงระบาดนอกแอฟริกา ผู้ป่วยในสหรัฐได้รับเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดกับแพรีด็อก (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมฟันแทะตระกูลกระรอก) ที่ติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กที่นำเข้ามาในประเทศ

มียาหรือวัคซีนไหม?

ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนรักษาฝีดาษลิง แต่สามารถควบคุมการระบาดด้วยการป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ดี วัคซีนป้องกันฝีดาษมีประสิทธิภาพในการป้องกันฝีดาษลิงได้ 85%

น่ากังวลไหม?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังไม่ถึงขั้นจะพัฒนาเป็นโรคระบาดระดับประเทศ ส่วนสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพสหราชอาณาจักร (UKHSA) บอกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดครั้งใหญ่ต่ำ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญอีกฝั่งหนึ่งบอกว่าการระบาด “น่ากังวล” และ “ผิดปกติมาก” ที่พบการระบาดในชุมชนในยุโรป

ไมเคิล เฮด ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลกจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตันเผยว่า เคสที่เพิ่มขึ้นน่ากังวลอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่การระบาดของฝีดาษลิงครั้งใหญ่ครั้งนี้ยังแตกต่างอย่างมากจากสถานการณ์ของ Covid-19

ระบาดในประเทศไหนแล้วบ้าง?

เยอรมนี เบลเยียม ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส สวีเดน สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ (พบเคสต้องสงสัยยังไม่ยืนยัน) สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย

Brian W.J. Mahy/CDC/Handout via REUTERS

ประธานธนาคารกลางยุโรปเตือนคริปโตไม่มีมูลค่าอ้างอิงต้องออกกฎคุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683700

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 13:00 น.ประธานธนาคารกลางยุโรปเตือนคริปโตไม่มีมูลค่าอ้างอิงต้องออกกฎคุม

ประธานธนาคารกลางยุโรปออกโรงเตือนเกี่ยวกับมูลค่าของคริปโต

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า คริสทีน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยว่า คริปโตเคอร์เรนซี “ไม่ได้อ้างอิงกับสิ่งใด” และควรมีการควบคุมเพื่อไม่ให้ผู้คนนำเงินออมทั้งชีวิตมาเก็งกำไร

ลาการ์ดเผยกับสถานีโทรทัศน์ของเนเธอร์แลนด์ว่า เธอกังวลเกี่ยวกับ “คนที่ไม่มีความเข้าใจในความเสี่ยง คนที่จะสูญเงิน และคนที่จะผิดหวังอย่างรุนแรง นั่นคือเหตุผลที่ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้ควรได้รับการควบคุม”

การแสดงความคิดเห็นของลาการ์ดมีขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตผันผวน โดย Bitcoin และ Ether ร่วงถึง 50% จากช่วงพีคของปีที่แล้ว และในเวลาเดียวกันนี้คริปโตยังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลซึ่งกังวลว่าอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับระบบการเงิน

ลาการ์ดเผยว่า เธอกังขากับมูลค่าของคริปโตซึ่งต่างกับดิจิทัลยูโรของ ECB ซึ่งอาจเห็นผลใน 4 ปีข้างหน้า

“จากการประเมินแบบถ่อมตัวของฉันคือมันไม่มีค่าอะไรเลย มันไม่ได้อ้างอิงกับสิ่งใด ไม่มีสินทรัพย์อ้างอิงที่จะทำหน้าที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวของความปลอดภัย” ลาการ์ดเผย “วันที่เราออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ยูโรดิจิทัลใดๆ ฉันจะรับประกัน ดังนั้นธนาคารกลางจะอยู่เบื้องหลัง และฉันคิดว่ามันแตกต่างอย่างมากจากสิ่งเหล่านั้น”

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของ ECB คนอื่นๆ ก็พูดถึงความกังวลเช่นเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ ฟาบิโอ พาเนตตา คณะกรรมการบริหาร ECB ที่เผยเมื่อเดือน เม.ย.ว่า คริปโต “ก่อให้เกิดความป่าเถื่อนไร้กฎหมายครั้งใหม่” และเปรียบเทียบกับวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์เมื่อปี 2008

ลาการ์ดเผยว่า ตัวเธอไม่ได้ถือคริปโตเพราะ “ฉันต้องทำอย่างที่ฉันสอนคนอื่น” แต่ติดตามอย่างระมัดระวัง เนื่องจากหนึ่งในลูกชายของเธอขัดคำสั่งไปลงทุนในคริปโต

อนามัยโลกยืนยันพบฝีดาษลิงแล้วใน 11 ประเทศป่วยแล้วเกือบร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683687

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 11:06 น.อนามัยโลกยืนยันพบฝีดาษลิงแล้วใน 11 ประเทศป่วยแล้วเกือบร้อย

ยุโรประส่ำเจอฝีดาษลิงระบาดแล้วเกือบ 100 รายยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวการการระบาดของโรคฝีดาษลิง โดยยืนยันว่าเบื้องต้นพบผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 80 ราย และอีก 50 รายที่น่าสงสัยอยู่ระหว่างสอบสวน กระจายอยู่ใน 11 ประเทศ และเตือนว่าอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก

องค์การอนามัยโลกไม่ได้ระบุชื่อประเทศทั้ง 11 ประเทศ เพียงแต่บอกว่าทั้งหมดเป็นประเทศที่ไม่เคยพบโรคฝีดาษลิงมาก่อนซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล

ประเทศที่ออกมายืนยันพบผู้ป่วยได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สวีเดน สเปน โปรตุเกส แคนาดา สหราชอาณาจักร สหรัฐ และออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการระบาดของฝีดาษลิงจะไม่พัฒนาเป็นโรคระบาดใหญ่ (pandemic) เหมือนโรค Covid-19 เนื่องจากไวรัสฝีดาษไม่ได้แพร่ระบาดง่ายเหมือนเชื้อโคโรนาไวรัส (SARS-COV-2)

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของสหรัฐเผยว่า “ดูเหมือนว่าจะมีความเสี่ยงต่ำต่อประชาชนทั่วไปในเวลานี้”

ฟาเบียน ลีนเดอร์ตซ์ จาก Robert Koch Institute เผยว่า “อย่างไรก็ดี ไม่น่าเป็นไปได้อย่างมากที่โรคระบาดนี้จะคงอยู่นาน เพราะสามารถแยกเคสได้ผ่านการติดตามการสัมผัส และยังมียาและวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่สามารถใช้ได้หากจำเป็น”

อย่างไรก็ดี ฮานส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรปกังวลว่า การแพร่ระบาดอาจเพิ่มขึ้นในยุโรป เนื่องจากผู้คนจะออกมารวมตัวกันเพื่อจัดปาร์ตี้และเทศกาลต่างๆ ตลอดช่วงฤดูร้อนนี้

ทั้งนี้ โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสที่พบในลิง โดยส่วนใหญ่พบในทวีปแอฟริกา ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อ มีผื่นขึ้นตามร่างกายภายใน 1-3 วัน แล้วผื่นนั้นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ก่อนกลายเป็นสะเก็ดและหลุดออก

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเฉพาะสำหรับโรคฝีดาษลิง แต่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ หรือฝีดาษมีประสิทธิภาพ 85% ในการป้องกันโรคฝีดาษลิง

เคสแรกที่พบในยุโรปในการระบาดครั้งล่าสุดนี้ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 7 พ.ค. โดยผู้ป่วยเดินทางกลับจากไนจีเรียมายังอังกฤษ ส่วนผู้ป่วยคนอื่นๆ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่ที่โรคฝีดาษเป็นโรคประจำถิ่น และส่วนใหญ่พบในผู้เข้ารับการรักษาในคลินิกสุขภาพทางเพศ และกลุ่มผู้ชายรักเพศเดียวกัน ดังนั้นสาเหตุของการแพร่ระบาดจึงยังไม่แน่ชัด

CDC/Brian W.J. Mahy/Handout via REUTERS

These #monkeypox cases are from non-endemic countries.WHO continues to receive updates on the status of ongoing outbreaks in endemic countries through established surveillance mechanisms https://t.co/CBDuiLtHo4 https://t.co/oVThPVuZUe— World Health Organization (WHO) (@WHO) May 20, 2022

ฟินแลนด์เตรียมพร้อมแล้ว! รัสเซียอาจตัดก๊าซเร็วๆ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683647

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 19:00 น.ฟินแลนด์เตรียมพร้อมแล้ว! รัสเซียอาจตัดก๊าซเร็วๆ นี้

ฟินแลนด์เตรียมพร้อมถูกรัสเซียตัดก๊าซ หลังสมัครเข้านาโต-ปฏิเสธจ่ายด้วยรูเบิล

วันที่ 20 พ.ค. Bloomberg รายงานว่าฟินแลนด์เตรียมพร้อมที่จะถูกซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่างรัสเซียตัดการส่งออกก๊าซธรรมชาติ ซึ่ง Gasum Oy รัฐวิสาหกิจผู้นำเข้าพลังงานคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ จากความเคลื่อนไหวของฟินแลนด์ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโต และปฏิเสธที่จะจ่ายค่าก๊าซด้วยรูเบิล

ขณะที่บริษัทต่างๆ ในเตรียมพร้อมสำหรับการปิดก๊อกของรัสเซียตั้งแต่ที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปลายเดือนก.พ. แล้ว

“พวกเขาได้ทำสุดความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนแล้ว” ไฮกิ ลินฟอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท Finnish Energy กล่าว

ขณะที่บริษัทกลั่นน้ำมัน Neste Oyj หนึ่งในผู้บริโภคก๊าซรายใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์ ซึ่งใช้ก๊าซเพื่อผลิตโฮโดรเจนที่จำเป็นในการกลั่นน้ำมัน เผยว่าบริษัทสามารถแทนที่ก๊าซธรรมชาติด้วยทางเลือกอื่นๆ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างจริงจังอยู่แล้ว เช่น การนำโพรเพนมาใช้ในการผลิตไฮโดรเจน

ผู้บริโภครายใหญ่อีกรายคือ Stora Enso Oyj ผู้ผลิตกระดาษและผลิตภัณฑ์จากป่าไม้เผยว่าได้หยุดใช้เชื้อเพลิงจากรัสเซียแล้ว และแทนที่ด้วยก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐเป็นหลัก

ทั้งนี้ สำนักข่าว Interfax ของรัสเซียชี้ว่ารัสเซียส่งออกก๊าซไปยังฟินแลนด์โดยเฉลี่ยประมาณ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน นับตั้งแต่วันที่ 1-16 มี.ค.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าก๊าซเกือบทั้งหมดในฟินแลนด์จะนำเข้ามาจากรัสเซีย แต่การใช้ก๊าซของฟินแลนด์คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของการใช้พลังงานทั้งประเทศในแต่ละปี

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ผู้นำยูเครนเผยดอนบัส ‘ถูกทำลายอย่างราบคาบ’ ด้วยน้ำมือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683635

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 17:10 น.ผู้นำยูเครนเผยดอนบัส 'ถูกทำลายอย่างราบคาบ' ด้วยน้ำมือรัสเซีย

ผู้นำยูเครนชี้ ‘นี่คือนรก’ ดอนบัสทางตะวันออกของประเทศถูกทำลายอย่างราบคาบ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวเมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่ากองกำลังรัสเซียได้ทำลายล้างภูมิภาคดอนบัส แหล่งอุตสาหกรรมทางตะวันออกของยูเครน พร้อมกล่าวประณามรัสเซียสำหรับการกระหน่ำทิ้งระเบิดที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

“มันคือนรก นี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงเลย…ดอนบัสถูกทำลายอย่างราบคาบ” เซเลนสกีกล่าวโดยเสริมว่ามีผู้เสียชีวิต 12 รายจากการทิ้งระเบิดที่โหดร้ายป่าเถื่อนในเมืองซีวีโรโดเนสค์ แคว้นลูฮันสก์ ภูมิภาคดอนบัส เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

เซเลนสกียังกล่าวหาว่ากองกำลังรัสเซียพยายามเข่นฆ่าชาวยูเครนให้ได้มากที่สุด และสร้างความเสียหายให้มากที่สุด โดยเน้นย้ำถึงข้อกล่าวหาว่ารัสเซียทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ทั้งนี้ รัสเซียพยายามเพิ่มแรงกดดันในดอนบัส หลังจากที่เริ่มถอนกำลังจากรอบๆ กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และมุ่งโจมตีไปที่ภาคตะวันออกและภาคใต้แทน

โดยเริ่มบุกโจมตีตะวันออกอย่างจริงจังเมื่อเดือนที่แล้วและกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของรัสเซีย ซึ่งอันดรี เยอร์มัค ประธานเสนาธิการยูเครนเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “สงครามระยะที่ 2”

Photo by Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

อีลอน มัสก์ โต้กลับ หลังสื่อตีข่าวควักเงินปิดปากพนักงานแฉล่วงละเมิดทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683625

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 15:40 น.อีลอน มัสก์ โต้กลับ หลังสื่อตีข่าวควักเงินปิดปากพนักงานแฉล่วงละเมิดทางเพศ

อีลอน มัสก์ ท้า! บอกตำหนิในร่มผ้า หลังถูกกล่าวหาโชว์ของลับ-ขอมีเพศสัมพันธ์พนักงานหญิงพร้อมจ่ายกว่า 8 ล้านเพื่อจบเรื่อง

สืบเนื่องจากรายงานข่าวของ Business Insider ซึ่งระบุว่าบริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก จ่ายเงินจำนวน 250,000 เหรียญสหรัฐหรือกว่า 8.5 ล้านบาท ให้แก่พนักงานหญิงบนเครื่องบิน เพื่อยุติข้อกล่าวหาที่อ้างว่ามัสก์คุกคามทางเพศ ในปี 2016 โดยการโชว์ของลับ จับขา และขอมีเพศสัมพันธ์กับพนักงาน

ซึ่งมัสก์กล่าวกับ Insider ว่า “ถ้าผมมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชอบล่วงละเมิดทางเพศแบบนั้น นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกในตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผมทำงานมา…เรื่องนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง”

ล่าสุด Reuters รายงานโดยอ้างทวีตจากมัสก์ซึ่งระบุว่า “ข้อกล่าวหาที่ไร้สาระนั้นไม่เป็นความจริงเลย ผมมีคำท้าให้กับคนโกหก อธิบายมาสักอย่างหนึ่งสิ รอยแผลเป็น รอยสัก หรืออะไรก็ได้ที่อยู่ในร่มผ้า เธอทำไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น”

But I have a challenge to this liar who claims their friend saw me “exposed” – describe just one thing, anything at all (scars, tattoos, …) that isn’t known by the public. She won’t be able to do so, because it never happened.— Elon Musk (@elonmusk) May 20, 2022

ขณะที่มัสก์และ SpaceX ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับ Reuters ทั้งในประเด็นการรายงานข่าวของ Business Insider และข้อความที่มัสก์ทวีต

Photo by REUTERS/Andrew Kelly