นักลงทุนคาดปลายปีนี้ Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657097

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

นักลงทุนคาดปลายปีนี้ Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ Bitcoin ยังผันผวน นักลงทุนเกือบ 50% คาดปลายปีนี้จะร่วงต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ

สถานีโทรทัศน์ CNBC สำรวจความคิดเห็นผู้จัดการพอร์ตการลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การลงทุนกลุ่มหนึ่งด้วยคำถามว่า “สิ้นปีนี้ Bitcoin จะเป็นไปในทิศทางไหน”

ผลการสำรวจพบว่า 44% ของนักลงทุนมองว่า Bitcoin จะร่วงลงไปต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลืออีก 56% นั้น 25% คาดว่าจะขึ้นไปแตะที่ 45,000 เหรียญสหรัฐ อีก 25% มองว่า Bitcoin จะวิ่งไปถึง 55,000 เหรียญสหรัฐ และส่วนน้อยที่ 6% อาจพลิกกลับไปอยู่ที่ 60,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับออลไทม์ไฮเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาที่ 65,000 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี การสำรวจครั้งนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของนักลงทุนส่วนน้อยเท่านั้น

มูลค่าของ Bitcoin ที่ร่วงลงไปอยู่ที่ 29,000 เหรียญสหรัฐสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่น้อย ทว่านักลงทุนมือเก๋าส่วนใหญ่ส่งสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลาที่ราคาจะพุ่งขึ้นแล้ว และนับตั้งแต่ Bitcoin ดีดกลับขึ้นมาที่ 32,000 เหรียญสหรัฐ บรรดาเทรดเดอร์ก็มีความหวังว่า Bitcoin จะกลับไปสู่จุดออลไทม์ไฮได้อีกครั้ง

Photo by JACK GUEZ / AFP

จีนอู้ฟู่จากการส่งออกอุปกรณ์การแพทย์เกี่ยวกับโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657089

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

จีนอู้ฟู่จากการส่งออกอุปกรณ์การแพทย์เกี่ยวกับโควิด การส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 พุ่งขึ้นเกือบ 3 เท่าในปี 2020 คิดเป็นมูลค่า 105,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

องค์กรการค้าโลก (WTO) เผยว่า การส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 อาทิ หน้ากากอนามัย เครื่องช่วยหายใจ แอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องสแกนอัลตราโซนิก ของจีนในปี 2020 เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าของปีก่อนหน้า หรือมีมูลค่าถึง 105,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้จีนขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอันดับต้นๆ ของโลกในปี 2020 ทั้งยังพบว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2020 มีบริษัทใหม่ในจีนจดทะเบียนผลิตหรือซื้อขายหน้ากากอนามัย 70,802 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1,256%

ขณะที่บรรดาบริษัทที่ผลิตสินค้าอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 อย่างลูกกอล์ฟ บุหรี่ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ พากันเปลี่ยนมาผลิตหน้ากากอนามัย ด้วยเหตุผลว่าสามารถทำกำไรได้ดีและเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ เนื่องจากมีความต้องการสูง

หากมองภาพรวมทั่วโลกมูลค่าสินค้าทางการแพทย์ของปี 2020 สูงถึง 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากทั้งโลกต้องรับมือกับการแพร่ระบาดของ Covid-19 คิดเป็นสัดส่วนการเติบโต 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สวนทางกับการค้าทั่วโลกที่หดตัว 7.6% ในปีเดียวกัน

ขณะที่สหรัฐนำเข้าสินค้าทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับ Covid-19 มากที่สุด ตามด้วยเยอรมนี ซึ่งทั้งสองประเทศนี้สั่งสินค้าส่วนใหญ่จากจีน

AFP PHOTO / WANG ZHAO

วัคซีน Covaxin ของภารัตอินเดียป้องกันเดลตาได้ 65.2% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657085

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

วัคซีน Covaxin ของภารัตอินเดียป้องกันเดลตาได้ 65.2% ภารัตอินเดียเผยวัคซีน Covaxin ป้องกัน Covid-19 ได้ 77.8% กันเดลตาได้ 65.2%

บริษัท ภารัต ไบโอเทค (Bharat Biotech) ของอินเดียเผยผลการทดลองวัคซีน Covaxin ทางคลินิกระยะที่ 3 พบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการ 77.8% ป้องกันอาการรุนแรงได้ 93.4% และป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตาซึ่งพบครั้งแรกในอินเดียได้ 65.2%

การเผยผลการทดลองระยะที่ 3 นี้มีขึ้นหลังจากบริษัท Ocugen ซึ่งพัฒนา Covaxin ร่วมกับภารัตสำหรับตลาดในสหรัฐ เตรียมยื่นเอกสารให้ทางการสหรัฐอนุมัติ

การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของ Covaxin ทำในผู้ป่วย Covid-19 แบบแสดงอาการ 130 คนอายุระหว่าง 18-98 ปีในพื้นที่ 25 จุดทั่วอินเดีย โดย 12% มีอาการข้างเคียงทั่วไปหลังได้รับวัคซีน และไม่ถึง 0.5% ที่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง โดยภารัตสรุปว่าอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์โดยรวมจาก Covaxin น้อยกว่าวัคซีนป้องกัน Covid-19 อื่นๆ

วัคซีน Covaxin ได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินใน 16 ประเทศ อาทิ บราซิล อินเดีย ฟิลิปปินส์ อิหร่าน เม็กซิโก และขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับองค์การอนามัยโลกเพื่อขอขึ้นทะเบียนรับรอง

REUTERS/Adnan Abidi/File Photo

ดาวเทียมแฉจีนซุ่มสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์กว่า 100 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657079

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 10:30 น.

ดาวเทียมแฉจีนซุ่มสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์กว่า 100 แห่งจีนกำลังสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปในทะเลทรายในเขตมณฑลกานซูกว่า 100 แห่ง

สำนักข่าว The Washington Post รายงานว่า ภาพถ่ายทางดาวเทียมของบริษัทดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ Planet Labs Inc. เผยให้เห็นว่าทางการจีนกำลังก่อสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีป 119 แห่งในทะเลทรายใกล้กับพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองอี้เหมินในมณฑลกานซู

นักวิจัยจากศูนย์เพื่อการศึกษาด้านการป้องกันการสะสมอาวุธนิวเคลียร์เจมส์มาร์ตินในแคลิฟอร์เนียซึ่งศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าวระบุว่า ไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปทั้ง 119 แห่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันและยังเหมือนกับฐานยิงขีปนาวุธของจีนที่มีอยู่ก่อนแล้ว

จากภาพถ่ายดาวเทียมของ Planet Labs Inc. ไซโลที่กำลังก่อสร้างถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทะเลทรายฝั่งตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอี้เหมิน โดยแต่ละที่ห่างจากกันราว 3.2 กิโลเมตร และไซต์ก่อสร้างส่วนใหญ่จะถูกคลุมด้วยสิ่งของลักษณะใหญ่คล้ายโดม

ส่วนภาพถ่ายไซต์ก่อสร้างที่ไม่ได้ถูกปกคลุมจะเห็นคนงานก่อสร้างกำลังขุดหลุมวงกลมบนพื้นทะเลทราย และยังมีไซต์ก่อสร้างที่คาดว่าจะเป็นศูนย์ควบคุม

เจฟฟรี ลูอิส นักวิจัยเผยกับ The Washington Post ว่า การก่อสร้างดังกล่าวบ่งชี้ว่าจีนกำลังพยายามยกระดับความสามารถในการป้องปรามนิวเคลียร์ของตัวเอง และหากนับรวมไซโลเก็บขีปนาวุธที่กำลังก่อสร้างทั่วประเทศจีนอาจมีถึง 145 แห่ง

ลูอิสยังคาดว่าจีนสร้างไซโลเหล่านี้สำหรับเก็บขีปนาวุธข้ามทวีป DF-41 ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งสามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ได้หลายหัว มีพิสัยการยิง 12,000-15,000 กิโลเมตร ซึ่งไกลพอจะโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐได้

ทั้งนี้ คาดว่าจีนมีอาวุธนิวเคลียร์ราว 250-350 หัวรบ ซึ่งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับของสหรัฐและรัสเซีย แต่การสร้างไซโลเพิ่มอาจบ่งบอกว่าจีนอาจมีหัวรบเพิ่มขึ้นอีก

เกาหลีใต้งดฉีด AZ ให้คนอายุไม่ถึง 50 ปีหากฉีดแล้วให้ Pfizer เป็นเข็ม 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657055

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

เกาหลีใต้งดฉีด AZ ให้คนอายุไม่ถึง 50 ปีหากฉีดแล้วให้ Pfizer เป็นเข็ม 2เกาหลีใต้แก้ไขข้อจำกัดด้านอายุสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca จาก 30 ปีขึ้นไปเป็น 50 ปีขึ้นไป

สำนักข่าวเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศประกาศแก้ไข้ข้อจำกัดในการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของ AstraZeneca จากเดิมที่กำหนดว่าไม่ฉีดให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ล่าสุดขยับขึ้นมาเป็นไม่ฉีดให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 50 ปี เนื่องจากความกังวลในความเสี่ยงของอาการลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับการรฉีดวัคซีน

สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีซึ่งได้รับวัคซีนของ AstraZeneca เข็มแรกไปแล้วจะได้รับวัคซีนของ Pfizer เป็นเข็มที่ 2 ซึ่งมีประมาณ 1.6 ล้านคน

ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีรายงานผู้เกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน 2 รายในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เข็มแรกโดยทั้ง 2 รายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งรายหนึ่งมีอาการทรงตัวขณะกำลังรักษาตัว ขณะที่อีกรายเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.

อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้คาดว่าการเปลี่ยนแปลงข้อจำกัดด้านอายุจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนเนื่องจากวัคซีน AstraZeneca ที่สั่งซื้อมาจำนวน 20 ล้านโดสใกล้หมดแล้ว โดยตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปเกาหลีใต้จะใช้วัคซีน Pfizer เป็นหลัก

สำหรับวัคซีน Johnson & Johnson ซึ่งมีข้อกังวลด้านอาการลิ่มเลือดอุดตันเช่นกันนั้น เกาหลีใต้ได้จำกัดอายุผู้รับวัคซีนไว้ที่ 30 ปีขึ้นไป แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวในผู้ที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว 1 ล้านคน

Photo by Chung Sung-Jun / POOL / AFP

2 มหาเศรษฐีเปิดศึกชิงตำแหน่งเดินทางสู่อวกาศคนแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657053

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 18:00 น.

2 มหาเศรษฐีเปิดศึกชิงตำแหน่งเดินทางสู่อวกาศคนแรกริชาร์ด แบรนสัน ตัดหน้า เจฟฟ์ เบโซส แค่ 9 วัน เตรียมเดินทางสู่อวกาศ 11 ก.ค.นี้

ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทด้านอวกาศและการบิน Virgin Galactic เตรียมเดินทางไปยังขอบอวกาศด้วยยาน VSS Unity ในการบินทดสอบในวันที่ 11 ก.ค.นี้

Virgin Galactic ระบุว่า หากเที่ยวบินของยานอวกาศ VSS Unity ประสบความสำเร็จก็จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแข่งขันท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ของเอกชน และยังมีความหมายว่า แบรนสันเดินทางออกไปไกลกว่าชั้นบรรยากาศของโลกก่อนหน้า เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และบริษัท Blue Origin ซึ่งขับเคี่ยวกันมากับ Virgin Galactic ซึ่งมีกำหนดเดินทางไปในอวกาศวันที่ 20 ก.ค.นี้

ในเวลาต่อมาแบรนสันทวีตว่า “ผมเป็นคนช่างฝันมาตลอด แม่ผมสอนไม่ให้ยอมแพ้และสอนให้ไปให้ถึงดวงดาว วันที่ 11 ก.ค. ถึงเวลาเปลี่ยนความฝันนั้นให้เป็นจริงบนการเดินทางสู่อวกาศครั้งต่อไปของ Virgin Galactic”

เที่ยวบินของแบรนสันในวันที่ 11 นี้ จะเป็นเที่ยวบินทดสอบของ VSS Unity เป็นระยะเวลา 20 วินาที และเป็นเที่ยวบินที่ 4 ที่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย แต่เป็นเที่ยวแรกมีลูกเรือเต็มพิกัด ซึ่งประกอบด้วยนักบิน 2 คนและผู้เชี่ยวชาญอีก 4 คน รวมถึงแบรนสันด้วย

Virgin Galactic มีกำหนดจะบินทดสอบอีก 2 ครั้ง ก่อนที่จะเริ่มเปิดบริการเชิงพาณิชย์ในปี 2022

การประกาศของแบรนสันมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเบโซสประกาศว่า วอลลี ฟังค์ ผู้บุกเบิกด้านการบิน จะเดินทางสู่อวกาศไปกับยาน New Shepard ร่วมกับตัวเขา มาร์ค เบโซส น้องชาย และผู้ชนะการประมูลตั๋วเดินทางไปกับ New Shepard มูลค่า 28 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้ง Virgin Galactic และ Blue Origin ต่างขับเคี่ยวกันในธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศโดยทั้งสองบริษัทเสนอแพ็คเกจทัวร์อวกาศเหนือชั้นบรรยากาศเพื่อสัมผัสภาวะไร้น้ำหนักและชมวิวน่าตื่นตาไม่กี่นาทีก่อนจะกลับสู่พื้นโลก

ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทไหนเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายในการท่องอวกาศ แต่คาดว่าจะสนนราคา 250,000-500,000 เหรียญสหรัฐ ถึงอย่างนั้นก็มีคนสนใจวางเงินมัดจำเพื่อเดินทางไปกับ Virgin Galactic กว่า 600 คน ส่งผลให้หุ้นบริษัทพุ่งขึ้นถึง 25%

Photos by MANDEL NGAN and Don EMMERT / AFP

อีลอน มัสก์ ชมเศรษฐกิจจีนน่าทึ่งขณะที่เทสลาเริ่มสะดุดในจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657052

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 17:00 น.

อีลอน มัสก์ ชมเศรษฐกิจจีนน่าทึ่งขณะที่เทสลาเริ่มสะดุดในจีนอีลอน มัสก์ เอ่ยปากชมจีนเนื่องในวันครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมาเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ตอบกลับทวีตของสำนักข่าวซินหัวของจีนที่อ้างถึงแคมเปญแก้จนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงระบุว่า “ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของจีนนั้นช่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐาน ผมขอแนะนำให้ทุกคนไปเยี่ยมชมและมองเห็นด้วยตาของคุณเอง”

นอกจากนี้ยังได้โพสต์ข้อความเดียวกันลงบนเวย์ปั๋ว แพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมของจีนซึ่งบัญชีของอีลอน มัสก์มีผู้ติดตามเกือบ 1.8 ล้านคน ท่ามกลางความคิดเห็นกว่า 500 รายการบนโพสต์ดังกล่าวของเขา บ้างก็แซวว่า “อีลอน มัสก์ เป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน” หรือ “อีลอน มัสก์ อาจเป็น แจ็ค หม่า คนต่อไปของจีน”

ท่ามกลางความคิดเห็นจำนวนมากชาวเน็ตบางคนสนับสนุนคำพูดของมัสก์ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งชี้ไปที่ประเด็นสิทธิมนุษยชนในประเทศจีน

ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมามัสก์ยังได้ให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนโดยกล่าวยกย่องรัฐบาลจีนและระบุว่า “จีนจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งขณะนี้ตำแหน่งนั้นกำลังเป็นของสหรัฐ

เกาเฉิน นักวิเคราะห์จากเซี่ยงไฮ้มองว่าประเทศจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัทเทสลา (Tesla) ซึ่งก่อนหน้านี้เทสลาถูกรัฐบาลจีนสั่งให้เรียกคืนรถยนต์มากกว่า 285,000 คันในประเทศจีน เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ยังถูกเพ่งเล็งถึงการสอดแนมจากกล้องที่ติดอยู่ในรถยนต์ และมีเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้ชาวจีนส่วนหนึ่งด้วยส่งผลให้ยอดขายเทสลาในจีนเริ่มลดลง

Photo by Brendan Smialowski / AFP

ผู้เชี่ยวชาญเตือนฉีดวัคซีนแล้วอย่าการ์ดตกเสี่ยงแพร่เดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657031

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

ผู้เชี่ยวชาญเตือนฉีดวัคซีนแล้วอย่าการ์ดตกเสี่ยงแพร่เดลตาผู้เชี่ยวชาญชี้หน้ากากอนามัยยังจำเป็น แม้ฉีดวัคซีนครบแล้วยังมีโอกาสแพร่โควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่เพิ่มขึ้นในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แม้จะมีประชากรที่ได้รับวัคซีนครบโดสอยู่ที่ประมาณ 50% แล้วก็ตาม ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าทุกคนยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแม้จะได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม

โดยตามรายงานของ ABC7 ระบุว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในลอสแอนเจลิสเตือนว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและน่ากลัว ดังนั้นประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัยแม้จะฉีดวัคซีนแล้วเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด รวมถึงลดความเสี่ยงในการนำเชื้อไปแพร่ต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้กับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

กล่าวคือการสวมหน้ากากอนามัยยังเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค แม้ในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วการติดเชื้ออาจพบได้ยากและไม่รุนแรงแต่ก็มีแนวโน้มที่จะสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนได้

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสายพันธุ์เดลตาสามารถติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อัลฟาประมาณ 50% ถึง 60% ขณะที่สายพันธุ์อัลฟานั้นสามารถติดต่อได้มากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม 50% ถึง 60% เช่นกัน ท่ามกลางการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ว่าสายพันธุ์เดลตาอาจพบได้ส่วนใหญ่ในโควิด-19 ทุกสายพันธุ์บนโลกในอีกไม่ช้า

เช่นเดียวกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำก่อนหน้านี้ว่าทุกคนควรปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นะยะห่างทางสังคม เนื่องจากสายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว กระตุ้นในเกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมถึงในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในจำนวนมากแล้ว

ขณะที่เว็บไซต์ข่าว WBRC รายงานในวันที่ 2 มิ.ย. ว่าหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา ยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา 27 ซึ่งแพทย์เชื่อว่าอาจมีมากกว่านี้ โดยในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 4 รายได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

ทั้งนี้ ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยว่าปัจจุบันปัจจุบัน 54.6% ของชาวอเมริกันทั้งหมดได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดส และ 47% ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

Photo by JEFF PACHOUD / AFP

พบ Covid-19 สายพันธุ์ต้านวัคซีน mRNA ในแคลิฟอร์เนีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657016

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

พบ Covid-19 สายพันธุ์ต้านวัคซีน mRNA ในแคลิฟอร์เนียเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐดื้อต่อวัคซีน mRNA

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science พบว่า Covid-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์เอพไซลอน (Epsilon) หรือ B.1.427/B.1.429 ซึ่งพบครั้งแรกในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามโปรตีนที่ใช้ยึดเกาะเซลล์ของมนุษย์ 3 ตำแหน่ง

การกลายพันธุ์ดังกล่าวส่งผลให้เชื้อสายพันธุ์เอพไซลอนดื้อต่อแอนติบอดีที่เกิดจากการฉีดวัคซีนชนิด mRNA

ทั้งนี้ เชื้อสายพันธุ์เอพไซลอนพบครั้งแรกในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และจนถึงเดือน พ.ค. มีการพบสายพันธุ์นี้แล้วใน 34 ประเทศ

Photo by Handout / National Institute of Allergy and Infectious Diseases / AFP

ตุรกีเริ่มฉีดเข็ม 3 แล้วทั้ง Pfizer-Sinovac #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

ตุรกีเริ่มฉีดเข็ม 3 แล้วทั้ง Pfizer-Sinovacตุรกีเริ่มฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา

สำนักข่าวซินหัวและไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่าตุรกีเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดสที่ 3 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนฉีดวัคซีนของประเทศ หลังจากที่การวิจัยในฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาพบว่าการฉีดวัคซีนเข็มเสริมจะช่วยให้การป้องกันโรคที่ดีขึ้นสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

โดยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. หลังการประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ด้านเชื้อไวรัสโคโรนา ฟาห์เรตติน โคกา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขตุรกี แถลงข่าวทางสถานีโทรทัศน์ว่าผู้ที่มีคุณสมบัติฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในรอบนี้ ควรทำการจองคิวเพื่อรับวัคซีนโดสที่ 3 ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะได้รับวัคซีนยี่ห้อใดก็ตาม

โดยตุรกีเริ่มแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคม โดยฉีดวัคซีนซึ่งพัฒนาโดยซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีน ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุ และวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค (Pfizer-BioNTech) ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาในแผนฉีดวัคซีนไม่นานนี้

โคการะบุว่าคณะกรรมการฯ ประเมินแล้วว่าการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จะเป็นประโยชน์ไม่ว่าก่อนหน้านี้ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะได้รับวัคซีนชนิดใดมาก็ตาม

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนโดสที่ 3 เป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคลซึ่งจะไม่มีข้อจำกัดว่าจะใช้วัคซีนชนิดใด หมายความว่าประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะฉีดวัคซีนชนิดใดเป็นโดสที่ 3 โดยไม่คำนึงถึงวัคซีนที่เคยฉีดก่อนหน้านี้

นอกจากนี้โคกากล่าวว่าคณะกรรมการฯ ยังตัดสินใจกำหนดให้ผู้ที่ป่วยโรคโควิด-19 สามารถฉีดวัคซีนได้หลังจากผ่านไป 3 เดือน จากเดิมที่กำหนด 6 เดือน พร้อมระบุว่ามีการประเมินแล้วว่าการทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มระดับแอนติบอดีและระดับการป้องกันในปัจจุบัน ได้อย่างมีนัยสำคัญ

โคกาเสริมว่ามีการลดระยะห่างระหว่างการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไบออนเทคจำนวน 2 โดส ลงเหลือ 4 สัปดาห์ จากเดิม 6 สัปดาห์ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา (Delta) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยโควิด-19 ของประเทศ โดยพบผู้ป่วยใน 26 จังหวัดและเพิ่มขึ้นเป็น 244 ราย จากสัปดาห์ก่อนซึ่งอยู่ที่ 138 รายใน 16 จังหวัด

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าตุรกีฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ไปแล้วมากกว่า 50 ล้านโดส และมีประชาชนฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วมากกว่า 15.1 ล้านคนหรือคิดเป็นประมาณ 18% ของประชากรทั้งหมด 83 ล้านคน

Photo by Adem ALTAN / AFP