วันที่ 25 พ.ค. 2564 ข่าวบันเทิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent

“เบสท์ คำสิงห์” เปิดใจเรื่องลบคอมเมนต์คนที่เข้ามาบูลลี่ว่าอ้วนขึ้น

“เบสท์ คำสิงห์” เปิดใจเรื่องลบคอมเมนต์คนที่เข้ามาบูลลี่ว่าอ้วนขึ้น

“เบสท์ คำสิงห์” เปิดใจเรื่องลบคอมเมนต์ หลังถูกชาวเน็ตบูลลี่หุ่น เผยเป็นโรคกระเพาะวันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 18:00 น. | ข่าวบันเทิง

โสดแล้วแซ่บได้! “นาย ชนุชตรา" อวดหุ่นเซ็กซี่แบบไม่กั๊ก แถมแคปชั่นเด็ดน่าติดตาม

โสดแล้วแซ่บได้! “นาย ชนุชตรา” อวดหุ่นเซ็กซี่แบบไม่กั๊ก แถมแคปชั่นเด็ดน่าติดตาม

“นาย ชนุชตรา” โสดแล้วจัดเต็มความเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำแบบไม่กั๊ก แถมแคปชั่นเด็ดจริงวันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 16:52 น. | ข่าวบันเทิง

ไม่เคยยอมใคร “เป้ย ปานวาด” อวดความเซ็กซี่แบบเต็มๆ ในชุดว่ายสุดแซ่บ

ไม่เคยยอมใคร “เป้ย ปานวาด” อวดความเซ็กซี่แบบเต็มๆ ในชุดว่ายสุดแซ่บ

“เป้ย ปานวาด” ยืนหนึ่งความเป๊ะ! อวดความเซ็กซี่แบบเต็มๆ ในชุดว่ายน้ำสุดแซ่บวันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 13:31 น. | ข่าวบันเทิง

 “เสก โลโซ” เผยแรงบันดาลใจ ที่มาของเพลง “ใจสั่งมา” แต่งให้สาวคนนี้..

“เสก โลโซ” เผยแรงบันดาลใจ ที่มาของเพลง “ใจสั่งมา” แต่งให้สาวคนนี้..

ชาวเน็ตแห่แชร์โพสต์ “เสก โลโซ” เล่าที่มาเพลง “ใจสั่งมา” ที่แต่งให้สาวคนนี้..วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 11:12 น. | ข่าวบันเทิง

 “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” สุดภูมิใจ! ลูกชาย “ไม้ กวิน“ เรียนจบแพทย์ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

“สามารถ พยัคฆ์อรุณ” สุดภูมิใจ! ลูกชาย “ไม้ กวิน“ เรียนจบแพทย์ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

ดีใจยิ่งกว่าได้แชมป์โลก! “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” เดินทางยินดี “ไม้ กวิน“ เรียนจบแพทย์ที่อเมริกาวันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 10:35 น. | ข่าวบันเทิง

วันที่ 20-24 พ.ค. 2564 ข่าวบันเทิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent

“หมอเจี๊ยบ ลลนา” บ้านสวยน่าอยู่มาก แถมมีบันไดเพื่อขึ้นเตียงสำหรับสุนัขด้วย

“หมอเจี๊ยบ ลลนา” บ้านสวยน่าอยู่มาก แถมมีบันไดเพื่อขึ้นเตียงสำหรับสุนัขด้วย

ถูกใจคนรักสุนัขกับเรือนหอของ “หมอเจี๊ยบ ลลนา” สวยน่าอยู่มาก บรรยากาศดีติดทะเลสาบวันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 19:00 น. | ข่าวบันเทิง

"ฟลุค ชลัคร" เผยเริ่มคบ "บี น้ำทิพย์" ได้เดือนเศษและเลิกกับภรรยาเก่าแล้ว

“ฟลุค ชลัคร” เผยเริ่มคบ “บี น้ำทิพย์” ได้เดือนเศษและเลิกกับภรรยาเก่าแล้ว

“ฟลุค ชลัคร” ชี้แจงเรื่อง “บี น้ำทิพย์” เริ่มคบกันได้เดือนเศษและเลิกกับภรรยาเก่าแล้ววันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 17:42 น. | ข่าวบันเทิง

แต่งแล้วจ้า! “ฟ้าใส อรจิรา” เข้าพิธีสมรสกับผู้ว่าฯ อุดรธานี อบอุ่นเรียบง่าย

แต่งแล้วจ้า! “ฟ้าใส อรจิรา” เข้าพิธีสมรสกับผู้ว่าฯ อุดรธานี อบอุ่นเรียบง่าย

“ฟ้าใส อรจิรา” เข้าพิธีสมรสกับผู้ว่าฯ อุดรธานี อบอุ่นชื่นมื่น ตามแบบประเพณีไทยวันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 15:00 น. | ข่าวบันเทิง

ส่องภาพเหล่าคนบันเทิง พากันตบเท้าเข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19

ส่องภาพเหล่าคนบันเทิง พากันตบเท้าเข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19

เหล่าคนบันเทิงพร้อมใจช่วยชาติ พากันไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 14:00 น. | ข่าวบันเทิง

“ดีเจมะตูม" ขอกลับสู่โลกโซเชียล เปิดภาพแรกรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ

“ดีเจมะตูม” ขอกลับสู่โลกโซเชียล เปิดภาพแรกรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ

เวลคัมแบค! “ดีเจมะตูม” กลับสู่โลกโซเชียล เปิดภาพแรกรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติวันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 12:10 น. | ข่าวบันเทิง

เพลงแรกจากประเทศไทย “GUYGEEGEE” และ “Sprite” พาเพลง #ทน ติดชาร์ตระดับโลก Billboard

เพลงแรกจากประเทศไทย “GUYGEEGEE” และ “Sprite” พาเพลง #ทน ติดชาร์ตระดับโลก Billboard

“GUYGEEGEE” และ “Sprite” พาเพลง #ทน เข้าชาร์ตระดับโลก Billboard ครั้งแรกของประเทศไทยวันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 07:31 น. | ข่าวบันเทิง

ไขข้อข้องใจ! “บอม ธนิน” ปฏิเสธรับวัคซีน Sinovac เสียสละให้คนที่มีความจำเป็นก่อน

ไขข้อข้องใจ! “บอม ธนิน” ปฏิเสธรับวัคซีน Sinovac เสียสละให้คนที่มีความจำเป็นก่อน

“บอม ธนิน” ปฏิเสธรับวัคซีน Sinovac หลังได้รับการติดต่อให้ไปฉีด ขอให้คนที่มีความจำเป็นก่อนวันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 11:50 น. | ข่าวบันเทิง

ความผันผวนของ Bitcoin กำลังทะลักเข้าสู่หุ้นสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653937

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 17:31 น.

ความผันผวนของ Bitcoin กำลังทะลักเข้าสู่หุ้นสหรัฐ จับตาให้ดีเมื่อ Bitcoin ไม่ได้แค่ผันผวนในตัวมันเอง แต่กำลังเป็นหนึ่งในอิทธิพลที่ส่งผลต่อหุ้นในตลาดใหญ่ของโลก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าการเคลื่อนไหวที่รุนแรงของ Bitcoin กระตุ้นความผันผวนของหุ้นฟิวเจอร์สของสหรัฐในช่วงวันซื้อที่มีความผิดปกติสูงขายตามรายงานของ DBS Group Holdings Ltd. ของสิงคโปร์

ในการศึกษาที่สรุปว่า Bitcoin ซึ่งเป็นโทเค็นที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้เป็นกลุ่มสินทรัพย์ชายขอบอีกต่อไป ซึ่งไทมูร์ เบก (Taimur Baig) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ DBS และนักยุทธศาสตร์เศรษฐศาสตร์มหภาคกล่าวว่าหุ้น S&P 500 มีแนวโน้มที่จะลงแกว่งมากขึ้นหลังจากที่ Bitcoin พุ่งขึ้นหรือลดลง 10% ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง

พวกเขาวิเคราะห์วันซื้อขายที่แสดงอาการดังกล่าว 4 วันคือ 28 ธันวาคม 4 มกราคม 29 มกราคมและ 19 พฤษภาคมเป็นตัวอย่างของความผันผวนของ Bitcoin ที่รุนแรงและเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับหุ้นฟิวเจอร์ส S&P 500 การศึกษาแสดงให้เห็นว่า Bitcoin และ S&P 500 มีความสัมพันธ์กันเป็นรูปธรรมมากขึ้นหลังจากกาเคลื่อนไหวขนาดใหญ่โดยพบว่ามีผลที่ 0.26 เทียบกับ 0.19 จุดในสภาวะปกติ

แม้ว่ามันยังคงเป็นความเชื่อมโยงที่อ่อนแอระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง แต่ DBS กล่าวว่านอกจากนี้ยังพบว่าความแปรปรวนของผลตอบแทนของฟิวเจอร์ส S&P 500 นั้นสูงกว่าปกติถึง 42% ในช่วงเวลาที่ Bitcoin ผันผวนเช่นกัน

“สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าบรรยากาศของหุ้นอาจเริ่มผูกติดกับบรรยากาศในตลาด Bitcoin ได้ในช่วงเวลาชั่วคราว จากขาลงของ Bitcoin เมื่อเร็วๆ นี้ผู้ที่อยุ่ในตลาดอาจควรจับตาดูการพัฒนาในพื้นที่นี้”

Bitcoin เพิ่มขึ้น 6% สู่การซื้อขายใกล้ 40,000 ดอลลาร์ในวันพุธ ซึ่งสูงกว่าระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่แล้วที่ประมาณ 30,000 ดอลลาร์ แต่ต่ำกว่าสถิติช่วงกลางเดือนเมษายนที่เกือบ 65,000 ดอลลาร์

สินทรัพย์กระแสหลักยังคงหลีกเลี่ยงการแกว่งตัวอย่างรุนแรงและยังไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล ถึงกระนั้นก็เป็นที่ชัดเจนว่า Bitcoin กลายเป็นกำลังสำคัญในตลาดการเงิน และการลงพรวดพราดของมันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้ความคิดเรื่องคริปโตต้องเปลี่ยนไป

“Bitcoin ไม่ได้เป็นสินทรัพย์ชายขอบอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไปเนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่สูงขึ้นและความผันผวนของหุ้นสหรัฐที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในตลาด Bitcoin” ทีมงาน DBS เขียน

ในบันทึกล่าสุดนักกลยุทธ์ของ JPMorgan Chase & Co. กล่าวว่าผลกระทบข้ามสินทรัพย์ของขาลงของสกุลเงินดิจิทัลนั้น “ไม่รุนแรง” โดยมีการถือครองและการลดเครดิตน้อยลงเมื่อเทียบกับการสะดุดของหุ้นที่ถูกปั่นโดยสื่อหรือการเทขายพันธบัตรในปีนี้

ถึงกระนั้นนักยุทธศาสตร์คนอื่น ๆ ก็ยังคงระมัดระวัง Bitcoin กำลัง “กระชับการยึดเกาะในตลาดผ่านความผันผวนสภาพคล่องและความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง” เบน อีมอนส์ (Ben Emons) กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์มหภาคระดับโลกของ Medley Global Advisors LLC ในนิวยอร์กกล่าวในสัปดาห์นี้

มีศักยภาพที่จะเกิด”ผลกระทบติดต่อทางการเงิน หาก Bitcoin ลดลงต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์จะไม่สามารถหลีกเลี่ยง เขากล่าวเสริม

Photo by PHILIPPE LOPEZ / AFP

Illumina บริษัทอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังการต่อสู้กับโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653872

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 16:00 น.

Illumina บริษัทอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังการต่อสู้กับโควิดบริษัทถอดรหรัสพันธุกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการโควิด-19

Illumina บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการรับมือกับโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนโดยนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยในห้องปฏิบัติการกว่า 10,000 แห่งใน 115 ประเทศทั่วโลก

นี่เป็นอีกธุรกิจที่กำลังโดดเด่นหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย Illumina เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1998 จนเป็นบริษัทผู้นำด้านการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์และเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างวัคซีนเพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆ กว่า 90% ของบริษัททั่วโลกใช้เทคโนโลยีของ Illumina ในการวินิจฉัยเซลล์มะเร็ง

ฮีโร่ในวิกฤตโควิด

เมื่อมีการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เทคโนโลยีของ Illumina จึงมีส่วนสำคัญในการนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์รหัสจีโนมของไวรัสในประเทศจีนได้อย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส และได้รับความสนใจจากนักวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก

อุปกรณ์การวิเคราะห์พันธุกรรมของไวรัสที่ผลิตโดย Illumina มีสัดส่วนถึง 70% ของอุปรณ์ทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวหนุนยอดขายที่สำคัญของบริษัทเนื่องจากเป็นที่ต้องการของบรรดาผู้ผลิตวัคซีน

นอกจากนี้ Illumina ยังได้ผลิตชุดตรวจโควิด-19 ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐเรียบร้อยแล้ว

Illumina กล่าวว่าบริษัทจะจัดหาเทคโนโลยีสนับสนุนการติดตามการแพร่ระบาดของไวรัส เฝ้าระวังโรค ตลอดจนร่วมพัฒนาวัคซีนและการรักษาพยาบาลต่อไปเพื่อรับรองความปลอดภัยและความมั่นคงระดับโลกในระยะยาว

รางวัลการันตี

Illumina ติดอันอับ 1 ใน 100 บริษัทที่ทรงอิทธิพลแห่งปี 2021 จากนิตยสาร TIME (TIME100 Most Influential Companies 2021)

นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนายจ้างที่ดีที่สุดของสิงคโปร์ตามผลการสำรวจที่สนับสนุนโดย The Straits Times และบริษัทการตลาด Statista เมื่อช่วงปลายปี 2020 จากการสอบถามพนักงาน 9,000 คนในอุตสาหกรรมต่างๆ ในสิงคโปร์

อีกทางเลือกในการลงทุน

ในช่วงวิกฤตโรคระบาดผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนต่างชี้ว่าบริษัทด้านสุขภาพและสาธารณสุขเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนเนื่องจากเป็นบริษัทที่ก้าวขึ้นมามีความสำคัญระดับโลก

โดย Gary Robinson ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Baillie Gifford ก็ได้แนะนำให้ลงทุนใน Illumina เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับโควิด-19

เช่นเดียวกับ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ก็เคยให้ความเห็นไว้ว่านวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 คือการหลอมรวมระหว่างชีวภาพและเทคโนโลยี นั่นเป็นสาเหตุที่การลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพจึงน่าสนใจ

สหรัฐอิดออดไม่ส่งวัคซีนให้ไต้หวัน อ้างคนติดเชื้อน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653922

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 14:45 น.

สหรัฐอิดออดไม่ส่งวัคซีนให้ไต้หวัน อ้างคนติดเชื้อน้อยในขณะที่ทางการไทเปโวยไม่เหลือวัคซีนสักโดสเดียวในมือ และนายกเทศมนตรีโวยว่าไม่ได้รับวัคซีนจากสหรัฐเลย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวง่านักการทูตชั้นนำของสหรัฐในไต้หวันกล่าวเมื่อวันพุธโดยส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐไม่รีบร้อนที่จะส่งวัคซีนโควิด -19 ไปยังไต้หวันโดยชี้ว่าว่าจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่เขากล่าวว่าการเจรจาในประเด็นนี้กำลังดำเนินอยู่

หลังจากหลายเดือนไต้หวันค่อนข้างปลอดภัยจากการระบาด มาตอนนี้เกิดการระบาดหนักขึ้นมาอย่างรวดเร็วแต่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเพียง 1% ของประชากรมากกว่า 23 ล้านคน

รัฐบาลไต้หวันระบุว่ากำลังจะมีวัคซีนเข้ามาเพิ่มอีกหลายล้านโดสและเมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้พูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐเพื่อขอความช่วยเหลือ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวว่าเขาจะส่งวัคซีนโควิด-19ไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายน

แต่เบรนท์ คริสเตนเซน (Brent Christensen) ทูตโดยพฤตินัยของสหรัฐประจำไทเปกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าการจัดการโรคระบาดของไต้หวันได้สร้างความประทับใจให้กับทุกคนทั่วโลก

“เรามั่นใจในความสามารถของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของไต้หวันในการป้องกันการระบาดล่าสุด” เขากล่าว

“ผมยังชี้ให้เห็นว่าเพื่อนบ้านของไต้หวันหลายประเทศในภูมิภาคนี้กำลังประสบกับการแพร่ระบาดและจำนวนผู้ติดเชื้อของไต้หวันยังอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในโลก” คริสเตนเซนกล่าวเสริม

ในส่วนของมาตรฐานการระบายวัคซีนของสหรัฐยังคงอยู่ในระหว่างการจัดทำ แต่มีแนวทางการพิจารณาโดยขึ้นอยู่กับระดับการติดเขื้อ, ศักยภาพของระบบสาธารณสุข และระดับการฉีดวัคซีน

“เราทราบดีว่าวัคซีนของไต้หวันจะพร้อมให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและผมรับรองได้ว่าเรามีส่วนร่วมกับไต้หวันในทุกระดับ”

เช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่สหรัฐไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่เป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดในเวทีโลกและเป็นแหล่งขายอาวุธที่สำคัญ

จีนเสนอวัคซีนให้ไต้หวัน แต่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวโดยระบุว่าจีนไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและไม่ว่าในกรณีใดก็ตามได้พยายามปิดกั้นการเข้าถึงวัคซีนของไต้หวันในระดับสากล

ไต้หวันได้สั่งซื้อวัคซีนมากกว่า 20 ล้านวัคซีนจาก AstraZeneca Plc และ Moderna Inc รวมทั้งพัฒนาวัคซีนของตนเอง จนถึงขณะนี้มีปริมาณ AstraZeneca เพียง 700,000 โดสเท่านั้น

สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนระบุว่าไต้หวันใช้ “ข้อแก้ตัวต่างๆ” เพื่อปิดกั้นประชาชนไม่ให้รับวัคซีนจากจีน

“นี่เป็นอุปสรรคทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเพื่อนร่วมชาติไต้หวันในการสกัดตัวเองจากการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด” โฆษกหญิงจูเฟิ่งเหลิงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในปักกิ่ง

เมื่อวันพุธ ไช่อิงเหวินประธานาธิบดีไต้หวันกล่าวรัฐบาลไม่สามารถลงนามในข้อตกลงกับ BioNTech SE ของเยอรมนีได้เนื่องจาก “การแทรกแซง” ของจีน

ขณะเดียวกับสำนักข่าว China Times ของไต้หวันรายงานว่า เฉินจื้อฮั่น โฆษกของรัฐบาลกรุงไทเปเปิดเผยว่าตอนนี้หน่วยราชการของไทเปไม่มีวัคซีนครอบครองเลยสักโดสเดียว โดยโต้คำแถลงของรัฐบาลกลางที่ระบุว่าทางการไทเปมีวัคซีนอยู่ในการบิรหาร 7,000 โดส ซึ่งเฉินจื้อหานบอกว่าก่อนหน้านี้เหลือแค่ 2 โดสเท่าน้นแต่ได้มอบให้กับทา.โรงพยาสบาลไปแล้วทำให้ไม่มีเหลือเลย และยังตอบโต้รัฐบาลด้วยว่าอย่าเล่มเกมเรื่องตัวเลขอีก

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม สำนักข่าว Taiwan News รายงานว่าเคอเหวินเจ๋อนายกเทศมนตรีกรุงไทเปเผยว่าไต้หวันไม่ได้รับวัคซีนจากสหรัฐเลย และชี้ว่าสงครามกับโคโรนาไวรัสไม่สามารถอาชนะได้ง่ายๆ แค่ยกการ์ดป้องกัน

ราบงานข่าวเดียวกันระบุว่า เซียวเหม่ยฉิน ผู้แทนของไต้หวันไปยังสหรัฐให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับประกันว่าวัคซีน Moderna ที่ผลิตในสหรัฐจะมาถึงประเทศภายในเดือนมิถุนายน มีการสัญญาประมาณ 5 ล้านโดสผ่านข้อตกลงการจัดซื้อ

Photo by Sam Yeh / AFP

สองสหายผู้ถือ Crypto มากที่สุดในโลก จากบริษัทที่ก่อตั้งในห้องครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653899

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 13:26 น.

สองสหายผู้ถือ Crypto มากที่สุดในโลก จากบริษัทที่ก่อตั้งในห้องครัวอดีตเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายเป็นหนึ่งในผู้ถือ Crypto ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ไคล์ เดวีส์ (Kyle Davies) และซู จู (Su Zhu) เริ่มต้น Three Arrows Capital ที่โต๊ะในครัวของอพาร์ตเมนต์ของพวกเขาในปี 2012 มาถึงวันนี้พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ถือครองคริปโตเคอร์เรนซี่รายใหญ่ที่สุดของโลกที่มีพอร์ตมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

Bloomberg รายงานว่าผลงานของพวกเขาได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการขุดคริปโตในจีนและทวีตของอีลอน มัสก์ส่งผลให้ราคาของคริปโตผันผวนอย่างหนัก

แต่สำหรับเดวีส์ซึ่งนักลงทุนรายแรกๆ ในตลาดคริปโตและเป็นผู้สนับสนุนตัวยงในเทคโนโลยีบล้อคเชน ความผันผวนล่าสุดเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนมือใหม่กลัวได้ แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนมากกว่า

เดวีส์ วัย 34 ปีให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg จากสิงคโปร์ว่า “Bitcoin ลดลง 30% จากจุดสูงสุด แต่ก็ไม่ได้ลดลงมากนัก ผมไม่เห็นว่ามันน่ากลัวขนาดนั้นเลย”

เดวีส์และจูเรียนมัธยมปลายด้วยกันจากนั้นเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์กก่อนจะร่วมงานกับ Credit Suisse ในฐานะผู้ค้าอนุพันธ์ในโตเกียว หลังจากสามปีที่ธนาคารสวิสพวกเขาเลิกและเปิดตัว Three Arrows Capital เพื่อเริ่มซื้อขายสกุลเงินดั้งเดิมในตลาดเกิดใหม่

“มันเป็นตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพมากและนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรา” เดวีส์กล่าว

ภายในสามปีพวกเขาเปลี่ยนจากการทำงานในอพาร์ทเมนต์ในซานฟรานซิสโกมาจ้างคนประมาณ 35 คนและซื้อขาย 5% ถึง 10% ของปริมาณสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในท้องถิ่นทั้งหมด

พวกเขากระจายไปสู่ตัวเลือกหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล เดวีส์บอกว่าเพราะบริษัทที่ใหญ่กว่าและดีกว่าเข้ามาในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศในตลาดเกิดใหม่และบริษัทพวกนั้นทำผลงานได้ดีกว่า ภายในปี 2018 บริษัท Three Arrows จึงหันมาให้ความสำคัญกับคริปโตโดยเฉพาะ

ขณะนี้บริษัทในสิงคโปร์ของพวกเขามีกองทุน DeFiance Capital ซึ่งลงทุนในการเงินแบบกระจายอำนาจโดยเดิมพันว่าธุรกิจเหล่านี้จะ “ครอบงำทุนแบบเดิมในทศวรรษหน้า” การลงทุนของบริษัทได้แก่ InsurAce ซึ่งให้บริการประกันภัยและ CDEX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล

เดวีส์และจูอดีตเทรดเดอร์ของ Credit Suisse Group AG ทั้งสองเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกของวอลล์สตรีทที่ใช้คริปโตกลุ่มแรกๆ ร่วมกับแดน มอร์เฮด (Dan Morehead) จาก Pantera Capital และไมค์ โนโวกราตซ์ (Mike Novogratz) จาก Galaxy Digital ตอนนี้ทุกคนตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อยไปจนถึงนายธนาคารต่างก็เข้ามาในตลาดคริปโต แม้แต่ CNBC ยังรายงานในเดือนนี้ว่าเอซิซแมคมาฮอน (Aziz McMahon) หัวหน้าฝ่ายขายในตลาดเกิดใหม่ของ Goldman Sachs Group Inc. ในลอนดอนลาออกจากบริษัทหลังจากทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลด้วยตัวเอง

ที่ผ่านมาเดวีส์และจูไม่ยอมเปิดเผยทรัพย์สินของพวกเขาและยังแนะนำผ่านโซเชียลมีเดียด้วยว่ามหาเศรษฐีคริปโตคนอื่นๆ ก็ควรทำเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามจากเอกสารในเดือนมกราคมเปิดเผยข้อมูลของบริษัท Three Arrows ของเขาทั้งสอง พบว่าบริษัทนี้มีสัดส่วนการถือหุ้น 5.6% ใน Grayscale Bitcoin Trust ซึ่งเป็นกองทุนมูลค่า 22,000 ล้านดอลลาร์ที่ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่ตั้งขึ้นโดยแบร์รี่ ซิลเบิร์ท (Barry Silbert)

เดวีส์ปฏิเสธที่จะบอกว่าสถานะของพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่หรือระบุจำนวนเงินทุนของบริษัทที่เป็นของพวกเขา การลงทุนโดยตรงอื่นๆ ส่วนใหญ่ในสกุลเงินดิจิทัลและบริษัทที่เกี่ยวข้องของพวกเขาไม่จำเป็นต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ

สัดส่วนการถือหุ้น Grayscale ทำให้ Three Arrows เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและจะมีมูลค่ามากถึง 2,100 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน หุ้นของกองทรัสต์ร่วงลงมากกว่า 40% หลังจากการประกาศของมัสก์ในเดือนนี้ว่า Tesla จะระงับการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเนื่องจาก “การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในการขุด Bitcoin” และยังมีการประกาศการควบคุมด้านกฎระเบียบจากจีน

แม้จะมีทวีตของมัสก์เผยให้เห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการขุด Bitcoin แต่เดวีส์กล่าวว่าเขาไม่เชื่อว่าความกังวลเหล่านั้นจะมีผลกับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลโดยรวม

“มีสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากที่ใช้ระบบ proof-of-stake (กาตรวจธุรกรรมในบล็คเชน) ได้ซึ่งใช้พลังงานน้อยมากหากมีการใช้ไฟฟ้า นั่นคือทิศทางที่คริปจำนวนมากมุ่งไป” เดวีส์กล่าว ทั้งนี้ เดวีส์กล่าวว่าปัจจุบัน Ethereum ถือเป็นคริปโตที่บริษัทถือครองมากที่สุด

“เราอยู่ในวงการคริปโตมานานแล้ว” เดวีส์กล่าวกับ Bloomberg “เราไม่ได้ติดอยู่ Ethereum มานานตั้งแต่แรก อันที่จริงเราก็ขาดช่วงไปเช่นกัน วิธีใดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะ Bitcoin ในตอนนี้? มีเพียงการเป็นเจ้าของ Ethereum เป้าหมายสูงสุดของการลงทุนของผมคือการมีประสิทธิภาพสูงกว่า Bitcoin”

เรียบเรียงจาก – Ex-High School Classmates Are Among the World’s Largest Crypto Holders (Bloomberg) 

ภาพประกอบ – ในรูปถ่ายไฟล์นี้ถ่ายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2017 ฟาร์มขุดสกุลเงินเสมือนของ Dmitry Marinichev นักธุรกิจคริปโตของรัสเซียทำงานในโกดังโรงงานผลิตรถยนต์ยุคโซเวียตในมอสโก (Photo by MAXIM ZMEYEV / AFP)

Photo by MAXIM ZMEYEV / AFP

สหรัฐคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้นให้ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653901

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 11:08 น.

สหรัฐคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้นให้ไทยเพจของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตันรายงานข่าวภารกิจทับหลังคืนสู่มาตุภูมิ

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 สำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Homeland Security Investigation – HSI) ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้จัดพิธีส่งมอบทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้นคืนให้แก่รัฐบาลไทย โดยมีนาย David A. Prince หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษ HSI นครลอสแอนเจลิส นาย Tatum King หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษ HIS ซานฟรานซิสโก นางสาว Stephanie Hinds รักษาการอัยการสหรัฐฯ ประจำรัฐแคลิฟอร์เนียเขตภาคเหนือ นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน นายมังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส นายพิษณุ โสภณ กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก และนายฟาบิโอ จินดา กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ทับหลังปราสาทหนองหงส์เป็นทับหลังจำหลักลายพระยมทรงกระบือ ในขณะที่ทับหลังปราสาทเขาโล้นเป็นทับหลังจำหลักลายพระอินทร์เหนือเกียรติมุข ทับหลังทั้งสองทำจากหินทราย และเป็นศิลปะสมัยลพบุรี (ศิลปะเขมรโบราณในไทย) มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 มีหลักฐานภาพถ่ายว่าทับหลังทั้งสองเคยประดิษฐานอยู่เหนือกรอบประตูปราสาทของปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และปราสาทเขาโล้น จ. สระแก้ว ตามลำดับ และคาดว่าน่าจะถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยในช่วงปี 2508 ซึ่งเป็นช่วงสงครามเวียดนาม

Photo by HSI

การส่งมอบโบราณวัตถุที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรม คืนให้แก่รัฐบาลไทยและประชาชนไทยในครั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมการทำงานกว่า 3 ปี ของหน่วยงานที่สำคัญของฝ่ายสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Homeland Security Investigation – HSI) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ตลอดจนการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานไทยและผู้เขี่ยวชาญด้านโบราณคดีของไทย จนประสบความสำเร็จในที่สุด การทำงานร่วมกันดังกล่าวของฝ่ายไทยและสหรัฐฯ เป็นสิ่งแสดงถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพอันดีและยาวนานระหว่างไทยและสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ HSI รายงานว่าการสอบสวนเป็นเวลาสามปีโดย Homeland Security Investigations (HSI) นำไปสู่การยุติคดีในสหรัฐเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ซึ่งเมืองและมณฑลซานฟรานซิสโกยินยอมให้ริบทับหลังไทยสองชิ้นที่ตั้งอยู่และจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย เมืองซานฟรานซิสโก (Asian Art Museum)

Photo by HSI

ทับหลังไทยเป็นโบราณวัตถุที่แกะสลักด้วยมือ น้ำหนัก 1,500 ปอนด์ 2 ชิ้นซึ่งตามเอกสารของศาลระบุว่าเดิมเป็นส่วนหนึ่งของวัดทางศาสนาโบราณในประเทศไทยและเป็นตัวอย่างที่สำคัญของทับหลังประดับและศิลปวัตถุตามประเพณีของศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทับหลังที่สำคัญทางศาสนาเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าส่งออกจากประเทศไทยโดยละเมิดกฎหมายไทยเมื่อ 50 ปีก่อนและต่อมาได้บริจาคให้ซานฟรานซิสโกและนำไปจัดแสดงที่ Asian Art Museum

ในปี 2017 ตัวแทนพิเศษของ HSI ได้ทราบเกี่ยวกับการส่งออกโบราณวัตถุเหล่านี้อย่างผิดกฎหมายจากประเทศไทยซึ่งทำให้สามารถริบได้ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลาง สหรัฐอเมริกาและเมืองและเทศมณฑลซานฟรานซิสโกได้ทำข้อตกลงยุติคดีซึ่งซานฟรานซิสโกยินยอมให้มีการริบทับหลังของไทยที่ส่งมายังสหรัฐ

“ผลสำเร็จของการสืบสวนครั้งนี้ช่วยฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยเพื่อการชื่นชมและการศึกษาของคนรุ่นนี้และคนรุ่นต่อไปในอนาคต” เททัม คิง (Tatum King) เจ้าหน้าที่พิเศษที่รับผิดชอบ HSI San Francisco กล่าว “การขโมยและการค้าวัตถุทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานพอ ๆ กับการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมนั่นเอง การส่งคืนโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศจะช่วยส่งเสริมความปรารถนาดีกับรัฐบาลและพลเมืองต่างชาติ พร้อมกับปกป้องประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของโลกและความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมในอดีต ด้วยพันธมิตรของเราที่สำนักงานอัยการสหรัฐประจำเขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไทยยังคงเป็นหนึ่งในความเคารพและความชื่นชมซึ่งกันและกัน”

เกาหลีใต้ไม่ต้องใส่หน้ากากอีกต่อไปถ้าฉีดวัคซีนแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653890

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 09:57 น.

เกาหลีใต้ไม่ต้องใส่หน้ากากอีกต่อไปถ้าฉีดวัคซีนแล้วชาวเกาหลีใต้ไม่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยนอกบ้านอีกต่อไปหากได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด -19

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคมทางการเกาหลีใต้ระบุว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากในที่กลางแจ้งอีกต่อไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19 อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความพยายามเพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้รับการฉีดวัคซีนเนื่องจากเกาหลีใต้ตั้งเป้าที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนอย่างน้อย 70% จาก 52 ล้านคนภายในเดือนกันยายน จากเพียง 7% ในขณะนี้

นายกรัฐมนตรี คิม บู-คย็อม (Kim Boo-kyum) กล่าวกับที่ประชุมการตอบสนองต่อไวรัสโคโรนาเมื่อวันพุธว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดอย่างน้อยหนึ่งครั้งจะได้รับอนุญาตให้รวมตัวกันเป็นจำนวนมากตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

เขากล่าวว่ามาตรการกักกันทั้งหมดจะได้รับการปรับเปลี่ยนเมื่อประชาชนมากกว่า 70% ได้รับวัคซีนครั้งแรก

เกาหลีใต้จะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปที่มีอายุระหว่าง 65 ถึง 74 ตั้งแต่วันพฤหัสบดีในคลินิกกว่า 12,000 แห่ง

เกาหลีใต้รายงานผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่ 707 รายเมื่อวันอังคารทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ 137,682 รายเสียชีวิต 1,940 ราย

Photo by Jung Yeon-je / AFP

“เหรียญโลหิต” เหตุผลที่จีนกวาดล้าง Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653864

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 21:01 น.

"เหรียญโลหิต" เหตุผลที่จีนกวาดล้าง Bitcoinมีปมเงื่อนบางอย่างที่ทำให้จีนต้องเร่งกวาดล้างการทำเหมืองคริปโต มันเกี่ยวกับปัญหาระดับโลกและปัญหาระดับชาติ

“หลิวเฮ่อ” เป็นเทคโนแครตที่สีจิ้นผิงให้ความไว้วางใจที่สุด เขาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี, ผู้อำนวยการหน่วยงายภายใต้คณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และยังเป็นเป็นหัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงทางการเงินและการพัฒนา เรียกได้ว่าเป็น “ซาร์เศรษฐกิจ” ของจีนก็ว่าได้

หลิวเฮ่ออยู่ในกระแสความสนใจอย่างมากในเวลานี้ และคนในวงการคริปโตเคอร์เรนซี่อาจจะคุ้นชื่อเขาขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะเขาเป็นพลังเบื้องหลังในการที่จีนออกคำสั่งแบนการทำเหมืองขุด Bitcoin จนทำให้ราคาของมันดิ่งพรวดจากที่อยู่ในช่วงขาลงอยู่แล้ว

ปัจจัยต่างๆ รวมถึงท่าทีแข็งกร้าวของจีนทำให้มูลค่าของ Bitcoin ดิ่งลง 50% ช่วงกลางเดือนเมษายน ส่วนมูลค่าของตลาดคริปโตทั้งหมดทั้งมวล หายไป 1.3 ล้านดอลลาร์ เพียง 2 สัปดาห์หลังจากทำออลไทม์ไฮท์

ท่าทีของจีนแข็งกร้าวมากเพราะมีความจำเป็นจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 แต่ขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมไม่ให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดทุน เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เงินหมุนในมือนักเก็งกำไรได้ง่าย เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม คณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงินและการพัฒนาของสภาแห่งรัฐ ได้ประชุมโดยหลิวเฮ่อเข้าร่วมด้วยแถลงการณ์การประชุมถึงกับใช้คำว่า “ระบบการเงินจะต้องปฏิบัติตามการตัดสินใจและการปรับใช้ของคณะกรรมการกลางพรรคและสภาแห่งรัฐอย่างเฉียบขาด”

ดังนั้นจึง “จำเป็นต้องใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่หลากหลายเพื่อรักษาสภาพคล่องที่เหมาะสมและเพียงพอ ป้องกันและคลี่คลายความเสี่ยงทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมวัฏจักรเศรษฐกิจและการเงินในด้านที่เป็นคุณ” การจะทำเช่นนั้นได้ทางคณะกรรมการได้ระบุเป้าหมาย 3 ข้อ ซึ่งข้อที่ 2 ที่ทำให้โลกคริปโตถึงกับสั่นสะเทือนก็คือ …

“ประการที่สอง คือการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงทางการเงินอย่างเฉียบขาด ยึดมั่นในแนวความคิดการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เสริมสร้างการตรวจสอบที่ครอบคลุม และการเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงิน ส่งเสริมการปฏิรูปสถาบันการเงินขนาดเล็กและขนาดกลาง มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงด้านเครดิต เสริมสร้างการกำกับดูแลกิจกรรมทางการเงินขององค์กรแพลตฟอร์ม”

“ปราบปราม Bitcoin พฤติกรรมการขุดและการซื้อขายและป้องกันการส่งผ่านความเสี่ยงของปัจเจกบุคคลไปยังภาคสังคมอย่างเด็ดขาด จำเป็นต้องรักษาการดำเนินการอย่างราบรื่นของตลาดหุ้น, หนี้ และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ปราบปรามกิจกรรมด้านหลักทรัพย์ที่ผิดกฎหมายอย่างรุนแรง และลงโทษกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายและเป็นอาชญากรรมอย่างรุนแรง”

ทางคณะกรรมการไม่ได้เหตุผลว่าทำไมจึงต้องปราบปราม Bitcoin แต่เราสามารถอนุมานได้ว่าทางคณะกรรมการมองมันเป็นความเสี่ยงหรืออาจถึงขั้นเป็น “กิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายและเป็นอาชญากรรมอย่างรุนแรง”

“หลิวเฮ่อ” คงจะจับตา Bitcoin มาสักพักแล้วถึงออกคำสั่งเด็ดขาดแบบนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลิวเฮ่อได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน “ฟอรั่มถนนการเงินประจำปี” โดยกล่าวว่าขั้นตอนต่อไปสำหรับระบบการเงินของจีนคือการปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มใหม่ๆ

ข้อที่สี่ที่เขากล่าวถึงคือ “การมุ่งเน้นไปที่บทบาทของเทคโนโลยีทางการเงิน, บิ๊กดาต้า, การประมวลผลแบบคลาวด์, บล็อกเชน, ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงนิเวศวิทยาทางการเงินในอนาคตอย่างมาก จำเป็นต้องแสวงหาข้อดีและหลีกเลี่ยงข้อเสียเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินที่มีสุขภาวะที่ดี”

จะเห็นว่าปาฐกถานี้สะท้อนออกมาในการประชุมเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมนั่นเอง และย้ำว่าจีนสนใจเรื่องบล็อกเชนเพราะมันคือการเงินแห่งอนาคต แต่พวกเขาจะเลือกเอาเฉพาะข้อดีของมัน ส่วนข้อเสียจะตัดทิ้งไป

มีสองสามเหตุผลที่เป็น “ข้อเสีย” ที่จีนจะต้องกวาดล้าง Bitcoin

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าจีนคือประเทศที่ทำการขุดคริปโตมากที่สุดในโลก (โดยเฉพาะ Bitcoin ในอัตราสูงถึง 60% – 95%) เนื่องจากมีเงื่อนไขปัจจัยที่เหมากับการขุด คือมีไฟฟ้าราคาถูกและมีพื้นที่กว้างขวางและอุณหภูมิไม่สูงนักซึ่งดีต่อระบบให้ความเย็น ดังนั้นพื้นที่ของจีนที่มีการขุดคริปโตมากที่สุดคือทิเบต (ที่อากาศเย็น) และมองโกเลียใน (ที่ค่าไฟถูกมาก)

ดังนั้นนักขุด Bitcoin จากทั่วทุกมุมโลกจึงหลั่งไหลกันมาที่จีนเพื่ออาศัยข้อดีจุดนี้ แต่ข้อดีของนักขุดคือข้อเสียของชาวโลก เพราะค่าไฟราคาถูกในจีนได้มาจากการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งการใช้ถ่านหินมากที่สุดในโลกในการผลิตไฟฟ้าและในทิเบตไฟฟ้ายังมาจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งก่อความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ยังไม่นับปัญหาการสร้างเขื่อนของจีนที่ขวางลำน้ำสำคัญของเอเชียซึ่งไหลมาจากทิเบต เช่น แม่น้ำพรหมบุตรและแม่น้ำโขง

การที่จีนปล่อยให้มีการขุด Bitcoin โดยอาศัยปัจจัยเหล่านี้ทำให้จีนถูกโจมตีมาโดยตลอด หนึ่งในนั้นคือ เควิน โอเลียลี (Kevin O’Leary) นักลงทุนชื่อดังชาวอเมริกันที่เมื่อต้นเดือนเมษายนเขาบอกกับ CNBC ว่า “ผมเห็นเหรียญสองชนิดในปีหน้าหรือสองปีข้างหน้า (คือ) เหรียญโลหิตจากประเทศจีน (และ) เหรียญสะอาดที่ขุดได้อย่างยั่งยืนในประเทศที่ใช้พลังน้ำไม่ใช่ถ่านหิน ผมจะอยู่เคียงข้างเหรียญที่สะอาด”

โอเลียลีถึงกับเรียก Bitcoin จากจีนว่าเป็น “เหรียญโลหิต” (Blood coin) เพราะเขาเห็นว่ามันเกิดขึ้นจากการทำลายโลก ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นการใช้คำที่รุนแรงไปสักหน่อยอาจเป็นเพราะบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนไม่สู้ดีนัก อะไรๆ ที่เป็นจีนจึงมักถูกมองว่าเป็น “ผู้ร้ายไปซะหมด”

หลังจากโอเลียลี โพล่งเรื่องเหรียญโลหิตขึ้นมาตลาดก็ยังไม่แยแสเท่าไร แถม Bitcoin ยังทำราคาถึงจุดพีคในช่วงกลางเดือนเมษายนด้วย

จนกระทั่งอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ก้าวเข้ามา

มัสก์มีส่วนทำให้ Bitcoin ร้อนแรงสุดๆ ด้วยการเชียร์มันอย่างออกหน้าออกตาและโดยการปฏิบัติจริงเช่นการให้บริษัท Tesla รับ Bitcoin ในการทำธุรกรรมซื้อขายรถยนต์

แต่แล้วเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางตลาด Bitcoin เมื่อเขาทวีตว่า

“Tesla ระงับการซื้อรถโดยใช้ Bitcoin เรากังวลเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับการขุดและการทำธุรกรรม Bitcoin โดยเฉพาะถ่านหินซึ่งมีการปล่อยเชื้อเพลิงที่เลวร้ายที่สุด คริปโตเคอร์เรนซี่เป็นความคิดที่ดีในหลายๆ ระดับและเราเชื่อว่ามันมีอนาคตที่สดใส แต่สิ่งนี้ไม่ควรจะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม Tesla จะไม่ขาย Bitcoin ใดๆ และเราตั้งใจที่จะใช้มันเพื่อการทำธุรกรรมทันทีที่การขุดเปลี่ยนไปสู่พลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น เรากำลังดูสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ที่ใช้พลังงาน/ธุรกรรมน้อยกว่า 1% ของ Bitcoin”

ผลก็คือราคาของ Bitcoin ดิ่งเหวยาวถึง 2 สัปดาห์ กว่ามันจะเด้งขึ้นมาอีกครั้งก็เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมเมื่อมัสก์ทวีตอีกครั้งว่า

“ได้พูดคุยกับนักขุด Bitcoin ในอเมริกาเหนือ พวกเขามุ่งมั่นที่จะเผยแพร่การใช้งานหมุนเวียนในปัจจุบันและตามแผนและขอให้คนงานเหมือง WW ให้ทำเช่นนั้น มีแนวโน้มที่มีศักยภาพ”

ท่าทีของมัสก์นี้บอกอะไรกับเรา?

ในทวีตแรกเขาเอ่ยถึงการทำลายสิงแวดล้อมและการใช้ถ่านหินเพื่อขุด Bitcoin ถึงแม้จะไม่เอ่ยชื่อแต่เราก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาหมายถึงการขุดเหรียญในจีนและเป็นแสดงจุดยืนเหมือนโอเลียรีว่าจะไม่ยอมรับ “เหรียญโลหิต” จากจีน ในทวีตต่อมาที่ทำให้มูลค่าของเหรียญกระเตื้องขึ่้นมา เขาเอ่ยถึงการร่วมมือกับนักขุดใน “อเมริกาเหนือ” ซึ่งไม่น่าจะพ้นสหรัฐหรือแคนาดาเพื่อพัฒนาเหรียญที่ใช้พลังงานหมุนเวียน

มันหมายความว่ามัสก์กำลังนำกระแสสลัด Bitcoin ให้พ้นจากจีนนั่นเอง

แต่ข้อหา “เหรียญโลหิต” ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทางการจีนต้องควบคุม Bitcoin จีนแสดงท่าทีมาก่อนหน้าที่โอเลียรีและมัสก์จะแสดงออกชัดๆ แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้มีการขุดโดยสวาปามพลังงานอย่างบ้าคลั่งอีกต่อไป ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม ทางการเขตปกครองตนเองมองโกเลียนอกมีคำสั่งให้ “เก็บกวาดและปิด” การดำเนินการขุดคริปโตทั้งหมดในพื้นที่มองโกเลียในภายในสิ้นเดือนเมษายน 2021 สาเหตุก็เพราะมองโกเลียในเป็นพื้นที่เดียวของจีนที่ทำไม่เข้าเป้าการลดการบริโภคพลังงาน

ยังไม่ทันไรเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปมองโกเลียใน (DRC) กล่าวในการประกาศว่าได้จัดตั้งสายด่วน, อีเมลและที่อยู่อีเมลเฉพาะเพื่อเป็นช่องทางให้กับคนในพื้นที่เพื่อแจ้งให้รัฐบาลทราบหากได้เบาะแสมาว่ายังมีเหมืองคริปโตดำเนินการอยู่ในมองโกเลียใน มาตรการนี้เป็นการเก็บกวาดพวกเหมืองคริปโตเถื่อนหลังจากพ้นเส้นตายไล่ให้หมดจากมองโกเลียในตั้งแต่เดือนเมษายน

ถ้ามองเฉพาะการกวาดล้างของมองโกเลียในมันจะสอดคล้องกับเป้าหมายของจีนที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการบริโภคพลังงานฟอสซิลหันมาเน้นพลังงานหมุนเวียนเรื่องนี้สีจิ้นผิงเป็นคนประกาศด้วยตัวเอง เพราะเป็นเรื่องจริงจังระดับวาระแห่งชาติ

เหมืองคริปโตคือตัวผลาญพลังงานและสร้าง “เหรียญโลหิต” ที่ฆ่าโลกทางอ้อมขึ้นมา ดังนั้นจึงควรแล้วที่จะถูกปิด แต่มันยังมีเหตุผลเรื่องที่เหมืองขุดต่างๆ ทำตัวเป็น “นักโหน” ที่ใช้พื้นที่จีนกอบโกยความมั่งคั่งโดยาอาศัยค่าไฟถูก อาศัยที่ดินของจีน และยังอำพรางเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เพราะบางแห่งไม่ได้บอกว่ากำลังขุด Bitcoin แต่เป็นศูนย์ดาต้าต่างหาก

เรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นเหตุให้กวาดล้างได้ แต่ไม่น่าจะเป็นเหตุผลหนักเท่ากับความกังวลของจีนเรื่องผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน

ก่อนที่หลิวเหอจะออกมาขึงพืด Bitcoin ไม่กี่วัน (18 พฤษภาคม) มันมีสัญญาณมาก่อนหน้านี้แล้วจากแถลงการณ์ของสมาคมการเงินทางอินเทอร์เน็ตของจีน, สมาคมการธนาคารของจีน, สมาคมการชำระเงินและเคลียริ่งของจีน ซึ่งเป็นสมาคมกึ่งหน่วยงานรัฐ

ทั้งสามสมาคมออกมาเตือนเรื่อง “การป้องกันความเสี่ยงจากการเก็งกำไรในธุรกรรมสกุลเงินเสมือนจริง” เพราะ “เมื่อเร็วๆ นี้ราคาสกุลเงินเสมือนได้เพิ่มสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็วแล้วกิจกรรมการซื้อขายสกุลเงินเสมือนได้ดีดตัวขึ้นอีก สร้างความปั่นป่วนต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้คนอย่างร้ายแรงและขัดขวางความสงบเรียบร้อยทางเศรษฐกิจและการเงินตามปกติ”

ทางสมาคมได้ย้ำว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่จะใช้เงินคริปโตไปทำธุรกรรมในโลกแห่งความเป็นจริง (ซึ่งเรื่องนี้จีนประกาศว่าผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2013) แต่ย้ำถึงปัญหาใหม่ที่น่ากังวลคือการเก็งกำไร โดยกล่าวว่า

“สกุลเงินเสมือนจริงไม่มีการรองรับมูลค่าที่แท้จริงและราคาสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายมาก กิจกรรมการซื้อขายเก็งกำไรที่เกี่ยวข้องมีความเสี่ยงหลายประการ เช่น ความเสี่ยงด้านสินทรัพย์ที่ผิดพลาด, ความเสี่ยงจากความล้มเหลวทางธุรกิจและความเสี่ยงจากการเก็งกำไรการลงทุน เมื่อพิจารณาจากแนวทางการพิจารณาคดีในประเทศจีนแล้ว สัญญาการทำธุรกรรมสกุลเงินเสมือนไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและผลที่ตามมา และความสูญเสียที่เกิดจากธุรกรรมการลงทุนจะตกเป็นภาระของคู่สัญญาเอง”

มีไม่กี่เรื่องในทางเศรษฐกิจการเงินที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจีนกับสหรัฐเห็นตรงกัน นั่นคือเห็นตรงกันว่าคริปโตคือการเก็งกำไร และเตือนนักลงทุนให้ระวังอยู่ตลอด แต่คำเตือนนี้ถูกมองว่าเป็น “อาการริษยา” ของธนาคารกลาง/รัฐบาลที่มีต่อคริปโตที่ถูกวางให้เป็นการเงินแห่งอนาคต และเป็นความริษยาที่เกิดจากการถูก “การเงินแบบระจายอำนาจ” ท้าทายการเงินแบบรวมศูนย์

หลังจากการแสดงจุดยืนของภาคการเงินซึ่งเป็นการเตือนในจีนเป็นหลัก หลิวเฮ่อผู้เป็นซาร์เศรษฐกิจก็ออกโรง ทำเอาเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในวงการคริปโต

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนเล่นงาน Bitcoin และเคยเล่นจนราคาตกพรวดแบบนี้มาแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือจีนไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่นักลงทุน แต่เล็งไปที่นักขุด ผลก็คือไม่กี่หวันหลังจากนั้นบริษัทที่ทำเหมือนขุดในจีนเริ่มถอนตัวออกไป ต่อจากนี้คงต้องไปหาทำเลทองกันใหม่ ซึ่งมัสก์พบแหล่งแล้วคือนักขุดในอเมริกาเหนือ

ตอนนี้จีนกำลังกังวลเรื่องหนี้พอกพูนในภาคการเงินและกิจกรรมการเก็งกำไรอยู่ในระดับที่น่าห่วงซึ่งอาจเป็นวิกฤตได้ง่ายๆ ไม่น่าแปลกใจหรอกว่าทำไมจีนถึงปิดเหมืองและกำจัด “เหรียญโลหิต” ให้พ้นไปจากประเทศ

Photo by Lars Hagberg / AFP

เบื้องหลังปฏิบัติการอุกอาจ เบลารุสจี้เครื่องบินจับฝ่ายต้านรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653871

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 19:50 น.

เบื้องหลังปฏิบัติการอุกอาจ เบลารุสจี้เครื่องบินจับฝ่ายต้านรัฐบาลเหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเบลารุสกับชาติตะวันตกที่กระท่อนกระแท่นอยู่แล้ว

ขณะนี้เบลารุสกำลังถูกชาติตะวันตกรุมประณามและคว่ำบาตร รวมทั้งไม่บินเข้าน่านฟ้าหลังจากส่งเครื่องบินเจ็ตขึ้นประกบเครื่องบินโดยสารของสายการบิน Ryanair แล้วบีบบังคับให้ลงจอดที่สนามบินในกรุงมิตสก์ของเบลารุส เพื่อจับกุมตัวนักข่าวและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

1.เครื่องบินของสายการบิน Ryanair เที่ยวบิน FR4978 อยู่ระหว่างการเดินทางจากกรุงเอเธนส์ของกรีซไปยังกรุงวิลนีอุสของลิทัวเนียตามปกติ แต่แล้วขณะอยู่เหนือน่านฟ้าของเบลารุส 2 นาทีก่อนที่เครื่องกำลังจะเข้าสู่น่านฟ้าของลิทัวเนีย ก็ได้รับแจ้งจากหอควบคุมการบินของเบลารุสให้เปลี่ยนเส้นทางกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในกรุงมินสก์ของเบลารุส โดยอ้างว่าบนเครื่องบินลำดังกล่าวมีระเบิด พร้อมกับส่งเครื่องบินขับไล่ Mig-29 ของกองทัพเบลารุส 4 ลำบินประกบ

2.หลังเครื่องลงจอดเจ้าหน้าที่เบลารุสส่งสุนัขดมกลิ่นมาตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารทั้งหมด แต่ไม่พบระเบิดตามที่กล่าวอ้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเบลารุสได้เข้าไปจับกุมตัว รามัน พราทาเซวิช (Roman Protasevich) นักข่าวและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเบลารุสวัย 26 ปีพร้อมกับ โซเฟีย ซาเพกา แฟนสาวชาวรัสเซีย และพาตัวทั้งคู่ออกไป ส่วนเครื่องบินของ Ryanair หลังจอดชั่วคราว 7 ชั่วโมงก็กับขึ้นบินไปยังจุดหมายปลายทางอีกครั้ง

3.การไม่พบระเบิดนำมาสู่ข้องสังเกตว่า ทางการเบลารุสใช้ระเบิดเป็นอุบายให้เครื่องบินลงจอดเพื่อจับกุมตัวพราทาเซวิช ส่วนสำนักข่าว BelTA ของเบลารุสรายงานว่า ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชงโก เป็นคนสั่งให้เครื่องบินเจ็ตขึ้นบินประกบเครื่องบินของ Ryanair

4.รามัน พราทาเซวิช เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวออนไลน์ NEXTA และแชนแนล Nexta-Live ในแอพพลิเคชัน Telegram ซึ่งเผยแพร่การใช้กำลังปราบปรามการชุมนุมประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีลูคาเชงโก เมื่อปีที่แล้ว โดยในขณะนั้นสื่อมวลชนอื่นรวมทั้งสื่อต่างประเทศไม่สามารถทำได้ เนื่องจากรัฐบาลควบคุมเข้มงวด และแชนแนลนี้ยังเป็นช่องทางเรียกระดมผู้ประท้วงด้วย

5.พราทาเซวิชลี้ภัยไปโปแลนด์ตั้งแต่ปี 2019 และเพิ่งย้ายไปอยู่ที่ลิทัวเนียเมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะที่คณะกรรมการความมั่นคงของเบลารุส หรือ KGB ขึ้นบัญชีเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเมื่อปีที่แล้ว โดยถูกตั้งข้อหาก่อให้เกิดการจลาจลซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี และสร้างความเกลียดชังในโซเชียลมีเดีย ทั้งยังถูกเบลารุสและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรของลูคาเชงโกขึ้นบัญชีเป็นบุคคลที่เป็นที่ต้องการตัว

6.เหตุการณ์ของสายการบิน Ryanair นี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเบลารุสกับชาติตะวันตกที่กระท่อนกระแท่นอยู่แล้ว โดย แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเรียกการบังคับเครื่องบินลงจอดและการจับกุมว่าเป็นการกระทำที่น่าตกใจ และเรียกร้องให้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตผู้โดยสาร รวมทั้งพลเมืองสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ

7.ส่วนอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเรียกร้องให้ปล่อยตัวพราทาเซวิชทันที และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปล้นเครื่องบิน Ryanair ต้องถูกลงโทษ

8.ไมเคิล โอเลียรี ซีอีโอ Ryanair เผยว่า “เราเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ KGB บางคนออกมาจากเครื่องบินลำดังกล่าวด้วย นี่เป็นการปล้นเครื่องบินที่มีรัฐสนับสนุน”

9.ส่วน โดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษมองว่ามีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียหนุนหลังเหตุการณ์นี้ เช่นเดียวกับ เบน ฮอดเจส อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐในยุโรปที่บอกว่า การป้องกันทางอากาศของเบลารุสร่วมกับการป้องกันทางอากาศของรัสเซียอย่างใกล้ชิด “หากมีอะไรเกิดขึ้นกับน่านฟ้าของเบลารุส เป็นไปไม่ได้ที่เครมลินหรืออย่างน้อยกองทัพรัสเซียจะไม่รู้เรื่อง”

10.แอสตา สไกส์เกอริเท ที่ปรึกษาประธานาธิบดีลิทัวเนียเผยว่า ปฏิบัติการบังคับเครื่องบิลงจอดดูเหมือนมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า และด้านองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ออกแถลงการณ์ว่า “การบังคับข่มขู่” ให้เครื่องบินพาณิชย์ลงจอด อาจเข้าข่ายละเมิดอนุสัญญาชิคาโก

11.ในเวลาต่อมา ทางการเบลารุสชี้แจงว่า การสั่งให้เครื่องบินของ Ryanair เปลี่ยนเส้นทางกะทันหันมาลงจอดที่สนามบินในกรุงมินสก์เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนด้านความมั่นคง และเผยว่าทางการได้รับจดหมายที่อ้างว่ามาจากกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ที่ขู่ว่าจะระเบิดเครื่องบินเหนือน่านฟ้ากรุงวิลนีอุสหากสหภาพยุโรป (EU) ยังไม่หยุดสนับสนุนอิสราเอล

12.แม้ว่าผู้นำหลายประเทศจะไม่เชื่อคำชี้แจงของเบลารุส แต่ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกลับออกโรงปกป้องเบลารุสว่า คำอธิบายดังกล่าวสมเหตุสมผลแล้ว

13.เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ที่ประชุมผู้นำสหภาพยุโรปมีมติห้ามเครื่องบินสายการบินของสายการบิน Belavia ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของเบลารุสบินเหนือน่านฟ้าสหภาพยุโรปและห้ามลงจอดที่สนามบินในสหภาพยุโรป และห้ามสายการบินที่อยู่ในสหภาพยุโรปบินผ่านเบลารุส

14.Nexta ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ที่พราทาเซวิชร่วมก่อตั้งรายงานว่า บนเที่ยวบินดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของรัฐบาลมินสก์แฝงตัวอยู่ด้วย โดยพราทาเซวิชรู้ตัวว่าเขาถูกสะกดรอยตามก่อนจะขึ้นเครื่องบิน

15.ขณะที่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินลำเดียวกับพราทาเซวิชเล่าว่า หลังจากกัปตันแจ้งว่าเครื่องจะลงจอดฉุกเฉินที่กรุงมินสก์ พราทาเซวิชดูตกใจและยืนขึ้นจากที่นั่ง และตอนที่ถูกเจ้าหน้าที่เบลารุสควบคุมตัวไป พราทาเววิชพูดว่า “ผมอาจถูกประหารที่นี่

16.ล่าสุด บัญชี Telegram บัญชีหนึ่งซึ่งเป็นของฝ่ายโปรลูคาเชงโก โพสต์คลิปความยาว 29 นาทีเป็นภาพพราทาเซวิชนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ และพูดกับกล้องว่าเขาอยู่ที่เรือนจำกลางที่ 1 ในกรุงมินสก์ และยังกล่าวอีกว่า “ผมจะให้ความร่วมมือกับการสอบสวน และให้การยอมรับในข้อหาก่อให้เกิดจลาจลในกรุงมินสก์”

17.คลิปดังกล่าวคล้ายๆ กับคลิปสารภาพผิดของฝ่ายตรงข้ามประธานาธิบดีลูคาเชงโกก่อนหน้านี้ที่ถูกบังคับให้พูดขณะอยู่ในเรือนจำ

Photo by – / ONLINER.BY / AFP