Science Update : มนุษย์จดจำใบหน้าได้ 5 พันใบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370165

Science Update : มนุษย์จดจำใบหน้าได้ 5 พันใบหน้า

Science Update : มนุษย์จดจำใบหน้าได้ 5 พันใบหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษค้นพบว่า มนุษย์สามารถจดจำใบหน้าบุคคลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนฝูง ไปจนถึงคนแปลกหน้า ได้มากถึง 5,000 ใบหน้า ทำให้คนเราสามารถกลั่นกรอง แยกแยะผู้คนหลายพันคนที่พบเห็นในแต่ละวันทั้งในสังคมแวดล้อม ในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน รวมทั้งหน้าจอโทรทัศน์ได้ หนึ่งในคณะนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ในแต่ละวัน คนเราแยกแยะบุคคลต่างๆ เช่น เพื่อน เพื่อนร่วมงาน บุคคลที่มีชื่อเสียง และบุคคลอื่นๆ ด้วยใบหน้า ผลการศึกษาครั้งนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลก จะช่วยพัฒนาซอฟท์แวร์การจดจำ แยกแยะความแตกต่างของใบหน้าเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในการสอบสวนคดี ตรวจความปลอดภัยส่วนบุคคลตามสนามบินได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจจะช่วยให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับกรณีการระบุคนผิดตัว แต่ที่แน่ๆ การศึกษางานนี้ชี้ชัดได้ว่า สมองของมนุษย์ แทบจะไม่มีขีดจำกัดเลยในการจดจำคำศัพท์และภาษา

Science Update : สูตรอาหารวัวลดเรอ-ผายลม ลดโลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368670

Science Update : สูตรอาหารวัวลดเรอ-ผายลม ลดโลกร้อน

Science Update : สูตรอาหารวัวลดเรอ-ผายลม ลดโลกร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัทอโกแล็ง บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พัฒนาสูตรอาหารที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในปศุสัตว์เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน โดยอาหารสูตรพิเศษนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซลงได้ร้อยละ 10 หลังจากมีรายงานพบว่าวัวตัวหนึ่งจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาถึง 3 ตันต่อปี นอกจากนี้อาหารสูตรทดลองยังช่วยทำให้วัวให้น้ำนมได้มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น ทางโรงงานผลิตอาหารสำหรับวัว 1 ล้านตัวในแต่ละปี ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) มีวัวอยู่ 25-28 ล้านตัว โดยสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 300,000 ตัน ในปัจจุบัน สหประชาชาติรายงานว่า ภาคปศุสัตว์เพื่อการเกษตรเพียงแห่งเดียวปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงร้อยละ 18 ของภาวะโลกร้อนโดยหนึ่งในสี่มาจากอาการท้องอืดและแน่นท้องในวัวควาย

Science Update : ห้องแล็บอวกาศเทียนกง 2 หลุดวงโคจรปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367135

Science Update : ห้องแล็บอวกาศเทียนกง 2 หลุดวงโคจรปีหน้า

Science Update : ห้องแล็บอวกาศเทียนกง 2 หลุดวงโคจรปีหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำนักงานวิศวกรรมอวกาศมนุษย์ของจีนแถลงว่า จะบังคับให้ห้องทดลองปฏิบัติการอวกาศเทียนกง2 หลุดจากวงโคจรตามที่กำหนดไว้ในเดือนกรกฎาคม ปีหน้า เพราะได้ปฏิบัติภารกิจการทดลองทุกอย่างลุล่วงตลอด 2 ปี ที่อยู่ในวงโคจร ห้องแล็บเทียนกง2 ยังอยู่ในสภาพดีหลังทะยานขึ้นจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวนในเขตมองโกเลียในทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 ปฏิบัติภารกิจระหว่างอยู่ในวงโคจรแล้ว 738 วัน จนถึงวันอังคารที่ผ่านมา ทำการทดลองลุล่วงครบทั้ง 14 โครงการตามที่กำหนดไว้ จีนส่งห้องแล็บนี้ขึ้นไปเพื่อให้นักบินอวกาศเสิ่นโจว 11 และยานขนส่งเทียนกง 1 ไร้มนุษย์ ทดสอบศักยภาพการสนับสนุนการมีชีวิตขั้นสูง การเติมเชื้อเพลิงและเสบียง เพื่อเตรียมการสำหรับการก่อสร้างสถานีอวกาศขนาดใหญ่ในวงโคจรต่ำของโลกต่อไป

Science Update : ดาวพลูโตหวังกลับมาเป็นดาวเคราะห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365703

Science Update : ดาวพลูโตหวังกลับมาเป็นดาวเคราะห์

Science Update : ดาวพลูโตหวังกลับมาเป็นดาวเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะนักดาราศาสตร์นำโดย ศ.ฟิลิป เมตซ์เจอร์ จากมหาวิทยาลัย University of Central Florida (UCF) ตีพิมพ์รายงานวิจัยลงในวารสารอิคารัส (Icarus) ระบุว่านิยามของดาวเคราะห์ที่สหภาพดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (IAU) กำหนดขึ้นใหม่เมื่อปี 2006 ในประเด็นที่ดาวเคราะห์จะต้องมี “วงโคจรที่ชัดเจน” (Clear orbit) นั้น เป็นการนิยามที่มีปัญหาและคลุมเครืออย่างมาก เนื่องจากการสืบค้นทวนวรรณกรรมงานวิจัยทางดาราศาสตร์ทั้งหมดในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา ไม่พบการใช้ข้อกำหนดเรื่องวงโคจรมาเป็นตัวตัดสินว่า วัตถุในอวกาศอันใดอันหนึ่งถือเป็นดาวเคราะห์หรือไม่ ทำให้เห็นว่าการพิจารณาถอดดาวพลูโตออกจากการเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะ เมื่อ 12 ปีก่อนเป็นความผิดพลาด และเรียกร้องให้นำดาวพลูโตที่ตอนนี้มีสถานะเป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ กลับมาเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลอีกครั้ง

Science Update : เศษพลาสติกชิ้นเดียวทำลูกเต่าทะเลตายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364305

Science Update : เศษพลาสติกชิ้นเดียวทำลูกเต่าทะเลตายได้

Science Update : เศษพลาสติกชิ้นเดียวทำลูกเต่าทะเลตายได้

วันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รายงานขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพอังกฤษ ระบุมลภาวะขยะพลาสติกในท้องทะเล ทำให้ลูกเต่าทะเลมีความเสี่ยงตายสูงมากกว่าเต่าทะเลวัยเจริญพันธุ์หรือวัยผู้ใหญ่ ลูกเต่าทะเลตัวเล็กๆ จะตายได้แม้กินเศษขยะพลาสติกเข้าไปเพียงชิ้นเดียว โดยงานวิจัยเต่าทะเลมากเกือบ 1,000 ตัว พบเต่าทะเลวัยเยาว์ตายจากการกินขยะพลาสติกมากถึงร้อยละ 23 เทียบกับเต่าวัยเจริญพันธุ์ที่ร้อยละ 15 และเต่าวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 16 ทำให้ทีมวิจัยสรุปผลถึงความเสี่ยงที่เต่าทะเลรุ่นอายุน้อยๆ เสี่ยงตายจากการกินขยะพลาสติกในท้องทะเลมากกว่าวัยเจริญพันธุ์หรือวัยผู้ใหญ่ งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นในเคนยา ซึ่งผู้คนในชุมชนชายฝั่งทะเลต่างร่วมแรงร่วมใจกันเร่งแก้ปัญหาขยะพลาสติกในท้องทะเลอย่างจริงจัง และระบุว่าขยะพลาสติกจำนวนมากลอยมาไกลจากเยเมนและอินโดนีเซีย

Science Update : ญี่ปุ่นเตรียมทดสอบลิฟต์อวกาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362890

Science Update : ญี่ปุ่นเตรียมทดสอบลิฟต์อวกาศ

Science Update : ญี่ปุ่นเตรียมทดสอบลิฟต์อวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นจะลงมือทดสอบความเป็นไปได้ของลิฟต์อวกาศ (Space Elevator) โดยใช้ต้นแบบขนาดย่อส่วนทดลองเคลื่อนที่ขึ้น-ลงระหว่างดาวเทียมจิ๋วสองดวงที่อยู่ในวงโคจรของโลก ถือว่าเป็นการทดลองการเคลื่อนที่แบบลิฟต์ในอวกาศครั้งแรกของโลก โดยในวันที่ 11 ก.ย. นี้จะมีการยิงจรวด H-2B จากศูนย์อวกาศทาเนะงะชิมะ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เพื่อนำอุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบขึ้นสู่ห้วงอวกาศ จรวดจะปล่อยดาวเทียมจิ๋วทรงลูกบาศก์ 2 ดวง เพื่อทำหน้าที่เป็นสถานีต้นทางและปลายทางของลิฟต์อวกาศต้นแบบ โดยแต่ละด้านของดาวเทียมมีความกว้างเพียง 10 เซนติเมตรเท่านั้น ระบบลิฟต์อวกาศดังกล่าว ริเริ่มออกแบบและพัฒนาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิซึโอกะ และบริษัทโอบะยะชิ ของญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีทั้งสองหน่วยงานได้ประกาศแผนการคิดค้นและก่อสร้างระบบลิฟต์อวกาศ โดยตั้งเป้าให้เริ่มใช้งานได้จริงภายในปี 2050

Science Update : แพะชอบคนหน้าตามีความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361515

Science Update : แพะชอบคนหน้าตามีความสุข

Science Update : แพะชอบคนหน้าตามีความสุข

วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษทำการทดลองแปลกๆ โดยให้แพะดูรูปสองรูปของคนคนเดียวกัน โดยรูปหนึ่งแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว ในขณะที่อีกรูปดูมีความสุข ปรากฏว่า แพะตรงปรี่เข้าหารูปที่แสดงสีหน้ามีความสุขก่อนทันที ซึ่งผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความสามารถในการอ่านสีหน้ามนุษย์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนมนุษย์อย่างสุนัขและม้าเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีผลสำคัญต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ เพราะช่วยเปลี่ยนความเข้าใจของมนุษย์ในเรื่องความสามารถในการรับรู้ของสัตว์เหล่านี้ด้วย อย่างไรก็ดีมีข้อสังเกตว่าแพะจะทำอย่างนั้นก็เฉพาะตอนที่นักวิจัยวางรูปใบหน้าคนที่ดูมีความสุขไว้ทางขวามือเท่านั้น และเมื่อนำรูปไปวางไว้ฝั่งซ้าย แพะจะไม่แสดงออกว่าชอบรูปฝั่งไหนมากกว่ากันอาจเป็นเพราะแพะใช้สมองข้างเดียวในการประมวลข้อมูล เช่นเดียวกับสัตว์ชนิดอื่นๆ

Science Update : พบน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและใต้ของดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360126

Science Update : พบน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและใต้ของดวงจันทร์

Science Update : พบน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและใต้ของดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วารสาร PNAS ตีพิมพ์รายงานของคณะนักดาราศาสตร์อเมริกันภายใต้โครงการสำรวจขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา ซึ่งเผยว่า ค้นพบผืนน้ำแข็งจำนวนมากกระจายตัวอยู่บนพื้นผิวตรงขั้วเหนือและขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยใช้อุปกรณ์ทำแผนที่แร่ธาตุ ซึ่งตรวจสอบสภาพทางธรณีวิทยาบนดวงจันทร์ด้วยรังสีอินฟราเรด ที่ติดไปกับยานสำรวจ “จันทรายาน-1”
(Chandrayaan-1) ของอินเดีย ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศตั้งแต่ปี 2551 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีน้ำแข็งบนพื้นผิวกระจายอยู่ในหลายจุด ใกล้บริเวณที่เป็นเงามืดอย่างถาวรของขั้วเหนือและขั้วใต้ ซึ่งบริเวณนี้มีอุณหภูมิไม่เกิน -163 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำแข็งไม่ละลายหายไปเพราะโดนแสงอาทิตย์ ถือเป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานยืนยันถึงการมีอยู่ของน้ำแข็งบนดวงจันทร์โดยตรง ซึ่งแหล่งน้ำนี้สามารถนำไปใช้เป็นทรัพยากรในการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตได้

Science Update : อีกไม่กี่ปีโลกจะร้อนสุดขั้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358568

Science Update : อีกไม่กี่ปีโลกจะร้อนสุดขั้ว

Science Update : อีกไม่กี่ปีโลกจะร้อนสุดขั้ว

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วารสาร Nature Communications ตีพิมพ์ผลการศึกษาของ ดร. ฟลอริยง ซีวีลเลก จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส ซึ่งระบุว่า นับแต่ปีนี้เป็นต้นไป ทั่วโลกมีความเสี่ยงสูง ที่จะเผชิญกับคลื่นความร้อนและภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นไปจนถึงปี 2022 เป็นอย่างน้อย เนื่องจากวงจรสภาพอากาศตามธรรมชาติเข้าสู่ระยะที่ร้อนที่สุดช่วงหนึ่งในรอบไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยระหว่างปี 1998-2010 ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของมนุษย์นั้นไม่ได้บรรเทาเบาบางลง แต่เราไม่รู้สึกถึงผลกระทบที่รุนแรงมากนัก เพราะได้รับความเย็นชดเชยจากวงจรสภาพอากาศตามธรรมชาติที่ยังคงเป็นปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) อยู่ อย่างไรก็ตาม โลกได้เข้าสู่วงจรสภาพอากาศช่วงใหม่ที่มีความร้อนระอุมากขึ้นในปีนี้ ทำให้ปี 2018 มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาวะโลกร้อนในระยะยาวถึง 2 เท่า และจะพุ่งขึ้นอีกเป็น 3 เท่าในปีหน้า ภาวการณ์เช่นนี้จะทำให้กระแสน้ำในมหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าอากาศบนภาคพื้นทวีปต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดพายุไต้ฝุ่นและไซโคลนที่รุนแรง รวมทั้งน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นความร้อน ไฟป่า และภัยแล้ง

Science Update : ลีเมอร์เกือบทั้งหมดอาจกำลังสูญพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355713

Science Update  :  ลีเมอร์เกือบทั้งหมดอาจกำลังสูญพันธุ์

Science Update : ลีเมอร์เกือบทั้งหมดอาจกำลังสูญพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ตระกูลไพรเมต (Primate Specialist Group) ทำการศึกษาเปรียบเทียบจำนวนประชากรของลีเมอร์ที่หลงเหลืออยู่กับภัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและถิ่นอาศัยของพวกมัน และได้ข้อสรุปว่า มีความเสี่ยงสูงมากที่เหล่าลีเมอร์เป็นสัตว์ตระกูลไพรเมตและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวประจำมาดากัสการ์จะสูญพันธุ์ และเป็นสัญญาณเตือนถึงภัยคุกคามต่อทั้งระบบนิเวศบนเกาะแห่งนี้อีก โดยลีเมอร์กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากมนุษย์ที่ทำลายที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการเผาป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย ลักลอบตัดต้นไม้ และผลิตเหมืองถ่านหิน นอกจากนี้ การล่าลีเมอร์เพื่อเป็นอาหารหรือซื้อ-ขาย เป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามใหม่ที่ทำให้พวกมันใกล้สูญพันธุ์ ทั้งนี้ มีลีเมอร์ทั้งหมด 111 ชนิดที่นักวิทยาศาสตร์รู้จัก ซึ่งทั้งหมดเป็นสัตว์ประจำถิ่นในมาดากัสการ์ และกลุ่มอนุรักษ์พบว่า 105 สปีชีส์จากทั้งหมดกำลังถูกคุกคาม