T+L Luxury Awards Asia Pacific 2024 เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดยนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังของเอเชียอย่าง Travel + Leisure Southeast Asia, Hong Kong and Macau เพื่อจัดอันดับให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสาขา และหมวดหมู่ต่างๆ ของโซนเอเชียแปซิฟิก
Love Pride Parade 2024 มาในแนวคิด Love Equality Peace ที่แสดงออกถึง ความรัก ความกลมเกลียว ความเท่าเทียม และความเสมอภาค ด้วยอีเวนต์การเดินขบวนพาเหรด ที่มีการตั้งขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชียด้วยระยะทาง 6 กิโลเมตร ตั้งแต่สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ไปจนถึงอุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท
ถือได้ว่างาน Love Pride Parade 2024 เป็นอีกหนึ่งในคอนเทนต์ปิดท้ายเดือน เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไพรด์ ของประเทศไทย ในกรุงเทพมหานคร แถมยังเป็นการแสดงศักยภาพ และปักหมุด Pride Festival Destination ที่พร้อมต่อยอดผลักดันกรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเมืองหลวงแห่งกิจกรรม และความบันเทิง หรือ Entertainment Hub of Asia ภายใต้ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์
ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน กล่าวในงานแถลงข่าว Love Pride Parade 2024 ในฐานะผู้แทนภาคีภาคเอกชน
ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน กล่าวในงานแถลงข่าว ฐานะผู้แทนภาคีภาคเอกชนว่า “สำหรับงาน Pride Month ซึ่งผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญ และจัดกิจกรรมในเมืองสำคัญต่างๆ โดย Love Pride Parade 2024 จะเป็นหนึ่งในคอนเทนต์เทศกาลไพรด์ ของประเทศไทย ที่จะช่วยปักหมุด Pride Festival Destination สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่จะผลักดันกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย สำหรับการก้าวสู่ Entertainment Hub of Asia เมืองหลวงแห่งกิจกรรมและความบันเทิงของเอเชีย เพื่อบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในการเป็น LGBTQIAN+ Friendly ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกทุกปี”
“Love Pride Parade 2024 ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ จะเป็นการร่วมสนับสนุนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ ภายใต้แนวทางเศรษฐกิจสีรุ้ง บนเทศกาลไพรด์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Creative Economy โดยใช้ขบวนพาเหรดของ Love Pride Parade 2024 แสดงถึงความรัก ความเท่าเทียม และความเสมอภาคอันเป็นเสน่ห์ของสังคมไทย เพื่อให้เป็นภาพปรากฏแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดงานส่งท้ายเทศกาลด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมไทย นับเป็นการแสดงพลังสร้างสรรค์ครั้งสำคัญ อันนำมาซึ่งประโยชน์ทั้งในมิติเศรษฐกิจ และสังคม” รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน กล่าว
แพทองธาร ชินวัตร คณะทำงานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เดินทางร่วมงานแถลงข่าว Love Pride Parade 2024
แพทองธาร ชินวัตร คณะทำงานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวแถลงในงาน Love Pride Parade 2024
“นี่จะเป็นหนึ่งในครีเอทีฟอีเวนต์ที่มีส่วนผลักดันแนวคิด Soft Power ให้เกิดประสิทธิผล ด้วยการแสดงออก ให้นักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ เห็นว่า สังคมไทยมีความเป็นมิตร กับความหลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจบันเทิง แฟชั่น ร้านอาหาร เป็นธุรกิจที่ช่วยผลักดัน เศรษฐกิจสีรุ้ง Soft Power ที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับประเทศ ซึ่งคอนเทนต์ในธุรกิจบันเทิง เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจ การนำเทศกาลไพรด์ มาร่วมต่อยอด ผลักดันธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิน ดื่ม เที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ จะช่วยเพิ่มมิติของหมุดหมายการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีอยู่แล้วสู่หมุดหมายใหม่ คือ Hub Of Entertainment ที่จะเป็นเสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น และสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในการเชื้อเชิญกิจกรรมด้านเอนเตอร์เทนเมนต์สำคัญๆ ให้เข้ามาจัดในประเทศไทยเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ที่นำมาซึ่งความสำเร็จของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศโดยรวมให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” แพทองธาร กล่าวทิ้งท้าย
แน่นอนว่างาน Love Pride Parade 2024 จะกลายเป็นหนึ่งในพลังสำคัญ ต่อยอดจาก Bangkok Pride 2024 ที่เป็นตัวช่วยในการดันกรุงเทพฯ ในการเป็นเจ้าภาพจัด World Pride ในปี 2030 ภายใต้ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ โดยนำเสน่ห์กรุงเทพฯ ร่วมเชื้อเชิญนักท่องเที่ยว มาปักหมุดวางแผนท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลระดับโลกนอกเหนือจากเทศกาลสงกรานต์
ผลงานของ ปิกัสโซ แบ่งออกเป็นหลายยุคหลักๆ คือ ยุค Blue Period นำเสนอออกมาในแนวเศร้าหม่นหมอง ตามสภาวะของชีวิตและจิตใจในช่วงนั้นที่ต้องสูญเสียเพื่อนรัก จึงถ่ายทอดออกมาด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง ไร้ชีวิตชีวา ใช้สีโทนฟ้าและน้ำเงินเป็นหลัก ขณะที่ ยุค Rose Period ถ่ายทอดความรู้สึกถึงความเบ่งบานในใจ เมื่อได้พบรักกับ แฟร์น็องด์ ออลิวีเย ซึ่งเป็นรักแรก จึงสร้างผลงานที่มีความสุข มีชีวิตชีวา เน้นสีแดง ชมพู ส้ม
ส่วน ยุค Cubism Period มีการใช้เทคนิคที่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ลงในผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิวัฒนาการความเจริญทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบหน้ากากของชนเผ่าดั้งเดิมในแอฟริกา ส่งผลให้งานศิลปะมีการนำเอารูปทรงเรขาคณิตมาประกอบกันเป็นภาพคนหรือสิ่งของต่างๆ และมีการนำหนังสือพิมพ์หรือเศษกระดาษมาตัดแปะกลายเป็นภาพศิลปะด้วย
นอกจากผลงานของ ปิกัสโซ แล้ว ยังมีคอลเลกชันศิลปะร่วมสมัยของศิลปินระดับโลก เช่น Nicolas de Stael ที่เคยอาศัยอยู่ในอานทีบส์, Hans Hartung, Anna–Eva Bergman และ Joan Miro รวมทั้งมีประติมากรรมยอดเยี่ยมจาก Joan Miro, Germaine Richier, Bernard Pages และศิลปินคนอื่นๆบนลานระเบียงปราสาท ส่วนด้านนอกอาคารยังสามารถชมวิวทิวทัศน์อันน่าประทับใจของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย