เยือน “ต้าหลี่” เมืองแห่งความงดงาม..ในทุกฤดูกาล

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2781258

เยือน “ต้าหลี่” เมืองแห่งความงดงาม..ในทุกฤดูกาล

27 เม.ย. 2567 05:30 น.

เยือน “ต้าหลี่” เมืองแห่งความงดงาม..ในทุกฤดูกาล

ต้าหลี่ หรือต้าลี่ กลายเป็นเทรนด์ในโลกโซเชียลมีเดียจากซีรีส์จีนเรื่อง Meet yourself ที่นำเสนอวิถีชีวิตแบบง่ายๆของชาวจีน โดยมีฉากหลังเป็นเมืองโบราณอันงดงามแห่งหนึ่ง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนอยากรู้จักเมืองนี้

ต้าหลี่ หรือเมืองต้าลี่ เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของจีน ตั้งอยู่ติดเทือกเขาชางซานที่สูงถึง 4,000 เมตร เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของจีน ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรของชาวไป๋ในราวศตวรรษที่ 8-9 ระหว่างปี พ.ศ.2399- 2406

ต้าหลี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งผลิตหินอ่อนหลากหลายชนิด ซึ่งนำไปใช้ในการก่อสร้างและประดับตกแต่งอาคาร และปัจจุบัน เมืองอันสวยงามนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งปรากฏในหนังและคลิปโปรโมตการท่องเที่ยวของจีน ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์สามองค์ (three pagoda dali) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่

เจดีย์ตั้งอยู่ภายในวัดฉงเซิ่งซื่อ ซึ่งในอดีตเป็นวัดหลวงของเจ้าผู้ปกครองเมืองต้าหลี่ เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1925 บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในเมืองต้าหลี่ได้รับความเสียหายถึง 99% แต่เจดีย์สามองค์กลับไม่เป็นอะไร ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเจดีย์ทั้งสามมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ภัยธรรมชาติไม่สามารถทำลายได้

ที่เป็นไฮไลต์ของต้าหลี่เห็นจะเป็นทะเลสาบเอ๋อไห่ หรือในภาษาไทลื้อและไทใหญ่เรียกว่าหนองแส ตั้งอยู่บนที่ราบสูงในเมือง เป็นทะเลสาบบนที่ราบสูงที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสาธารณรัฐประชาชนจีน รองจากทะเลสาบเตียนฉือ นอกจากภูมิทัศน์สวยงามของทะเลสาบเอ๋อไห่แล้ว

ต้าหลี่ยังมีภูเขาชางซาน ที่ตระหง่านเหนือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆซึ่งเป็นที่มาของชื่อมณฑลยูนนาน ซึ่งหมายถึง ‘ดินแดนที่เต็มไปด้วยเมฆ’ อากาศในมณฑลนี้ว่ากันว่าเป็นอีกเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากจีนและต่างชาติให้มาสัมผัส โดยเฉพาะเมืองต้าหลี่ที่มีอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 16 องศาเท่านั้น ใครที่อยากหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็นๆแนะนำที่นี่เลย ไม่ไกล สวยงาม ที่ครั้งหนึ่งควรได้ไปเยือน.

ปักหมุด 7 โลเคชันที่เที่ยวดับร้อน จ.เลย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2780715

ปักหมุด  7 โลเคชันที่เที่ยวดับร้อน จ.เลย

25 เม.ย. 2567 11:28 น.

ปักหมุด 7 โลเคชันที่เที่ยวดับร้อน จ.เลย

เปิด 7 โลเคชันสถานที่เที่ยวดับร้อน ในภาคอีสาน จังหวัดเลย

สภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้ในช่วงเดือนเมษายน ภาคอีสานเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีความร้อนสูง แต่อย่างไรก็ตามในภาคอีสานก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแม่น้ำ ลำธาร แก่ง ห้วย แลกน้ำตก ที่หลบซ่อนอยู่ตามธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่มากมาย ซึ่งเหมาะสมกับการเป็นสถานที่คลายร้อนในช่วงซัมเมอร์ และน่าเดินทางท่องเที่ยวอย่างยิ่ง

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนท่องเที่ยวดับร้อนไปสถานที่ท่องเที่ยวบนพื้นที่ จ.เลย โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเล่นน้ำเย็นๆ จากธรรมชาติ พร้อมนั่งชิมบรรยากาศกลางความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มในช่วงซัมเมอร์นี้

รวมที่เที่ยวเล่นน้ำ ดับร้อน จ. เลย

  • ห้วยกระทิง อ.เมืองเลย

อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง (อ่างเก็บน้ำหมานตอนบน) หนึ่งในสถานที่สุดนิยมในจังหวัดเลย ซึ่งรอบทิศทางมีบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ กิจกรรมไฮไลต์ คือ การล่องแพ รับประทานอาหาร พร้อมทั้งเล่นชิลไปกับลมเย็นๆ และธรรมชาติที่เขียวขจี

ที่ตั้ง : อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง บ้านห้วยกระทิง ตำบลกกทอง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. 

  • หาดปากหมาก อ.เมืองเลย

หาดปากหมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณแม่น้ำที่ทอดยาว ติดกับธรรมชาติอันสมบูรณ์ ของจังหวัดเลย ซึ่งถือว่ามีความใส และความเย็นที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งหาดปากหมากนี้มีพื้นที่ที่เป็นบริเวณหาดทราย เปรียบเสมือนทะเล โดยให้นักท่องเที่ยวสามารถจับจองที่นั่งเพื่อพักผ่อน ลงเล่นน้ำได้ ทั้งนี้ยังมีร้านขายอาหาร และเครื่องดื่มคอยให้บริการอีกด้วย 

ที่ตั้ง : บ้านปากหมาก ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.30–19.00 น. 

  • หาดนางคอย อ.เชียงคาน

หาดนางคอย เปรียบเสมือนทะเลในถิ่นอีสาน เป็นหาดทรายสวย ปนไปด้วยน้ำสุดใสที่สวยงามในบริเวณริมแม่น้ำโขง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสมกับการเล่นน้ำดับร้อน และชวนครอบครัวไปพักผ่อนหย่อนใจ ไปกับธรรมชาติที่รายล้อมอยู่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และร้านอาหารต่างๆ มากมาย

ที่ตั้ง : หมู่ 5 บ้านคกงิ้ว ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. 

  • แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน

แก่งคุดคู้ หนึ่งในสถานที่ที่มีความสวยงามของธรรมชาติมากมาย ที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำโขง พร้อมกับวิวของทะเลภูเขาด้านหลังเสมือนอยู่ในภาพวาด แก่งคุดคู่มีสายน้ำที่ไม่ลึกมากสามารถเดินลงไปสัมผัสริมน้ำโขงได้

ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.30–17.30 น. 

  • น้ำตกแก่งสองคอน อ.ด่านซ้าย

น้ำตกแก่งสองคอน สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกในพื้นที่จังหวัดเลย ซึ่งใช้เวลาเดินทางเท้าไม่ไกล และสะดวกสบาย เพียง 2 กิโลเมตร ลักษณะของพื้นที่น้ำตกแก่งสองคอน จะเป็นธารน้ำกว้าง ไหลผ่านโขดหิน นักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่น้ำเล่นได้ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นน้ำตื้น

ที่ตั้ง : บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

เวลา : เปิดวัน 08.00–18.00 น. 

  • แก่งตาดข่า อ.ท่าลี่

แก่งตาดข่า แก่งน้ำที่ตั้งอยู่ในแม่น้ำเหือง หนึ่งในจุดพักผ่อน เล่นน้ำคลายร้อนยอดนิยมของชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ จนได้ถูกพัฒนาเป็นจุดเล่นน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อระดับน้ำลดลง นักท่องเที่ยวสามารถชมบรรยากาศของโขดหินที่สวยงาม

ที่ตั้ง : บ้านแก่งม่วง ตำบลน้ำทูน อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น. 

  • แพผานาง-ผาเกิ้ง อ.เอราวัณ

แพผานาง-ผาเกิ้ง ตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำห้วยตาดคา เป็นหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมในหน้าร้อน ที่มีบริการแพให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการ ที่แพผานาง มีบรรยากาศรอบข้างรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่เขียวขจี ไฮไลต์ของที่นี่ คือ การล่องแพทานอาหาร และกิจกรรมทางน้ำ เช่น พายคายัค ปั่นเป็ด และสไลเดอร์บนแพ

ที่ตั้ง : บ้านผานาง ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย

เวลา : เปิดวัน 08.00-18.00 น. 

ข้อมูล : ททท.สำนักงานเลย

ภาพ : istock

ไฮไลต์ 3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด ชมธรรมชาติ เมืองชุมพร

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2780328

ไฮไลต์ 3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด ชมธรรมชาติ เมืองชุมพร

24 เม.ย. 2567 17:49 น.

ไฮไลต์ 3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด ชมธรรมชาติ เมืองชุมพร

เปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวคลายร้อน ที่สามารถทำกิจกรรมพายซับบอร์ด ชื่นชมธรรมชาติในจังหวัดชุมพร

จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในจังหวัดยอดนิยมจากทางภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวรวมตัวอยู่อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมถึงที่ จ.ชุมพร แห่งนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำอยู่มากมาย

แน่นอนว่า ‘กิจกรรมการพายซับบอร์ด’ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยว ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ ได้ปักหมุดมาท่องเที่ยวที่จังหวัดชุมพรแห่งนี้ เพื่อมาทำกิจกรรมการพายซับบอร์ดในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด ที่มีทั้งทะเลที่สวยงาม รวมถึงเส้นทางธรรมชาติอันหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดชุมพร ได้แนะนำ 3 โลเคชันพายซับบอร์ด ใน จ.ชุมพร ที่ต้องห้ามพลาด ซึ่งมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สนุกไม่เหมือนใคร พร้อมกับบรรยากาศที่สดชื่น ซึ่งหาไม่ได้จากที่ไหน

3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด จ.ชุมพร

  • เส้นทางที่ 1 : หาดทรายรี-เกาะมะพร้าว (ช่วงเวลาที่เหมาะสม กุมภาพันธ์-ตุลาคม) 

ระยะทาง 3-5 กิโลเมตร  

ใช้เวลาทำกิจกรรม 3-4 ชั่วโมง

  • เส้นทางที่ 2 : อุโมงค์โกงกาง (ช่วงเวลาที่เหมาะสม พฤศจิกายน-มกราคม) 

ระยะทาง 4 กิโลเมตร

ใช้เวลาทำกิจกรรม 2 ชั่วโมง 

  • เส้นทางที่ 3 : หาดทุ่งมะขาม 

ระยะทาง 2 กิโลเมตร 

ใช้เวลาทำกิจกรรม 1.30 ชั่วโมง 

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดชุมพร

ที่เที่ยว จุดชมวิว “เขายายเที่ยง” โคราช แจกพิกัดที่พัก คาเฟ่ พร้อมเส้นทาง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2780084

ที่เที่ยว จุดชมวิว "เขายายเที่ยง" โคราช แจกพิกัดที่พัก คาเฟ่ พร้อมเส้นทาง

22 เม.ย. 2567 17:59 น.

ที่เที่ยว จุดชมวิว “เขายายเที่ยง” โคราช แจกพิกัดที่พัก คาเฟ่ พร้อมเส้นทาง

เขายายเที่ยง (ภาษาอังกฤษ : Khao Yay Thieng) อีกหนึ่งที่เที่ยวบรรยากาศดีๆ ที่หลายคนปักหมุด พร้อมเดินทางกันตลอดปี เนื่องจากที่นี่บรรยากาศดี มีจุดไฮไลต์อย่างกังหันลมขนาดใหญ่ ให้ได้ถ่ายรูปเช็กอิน โพสต์ความประทับใจเก็บลงบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย

ชวนเที่ยว “เขายายเที่ยง” อยู่จังหวัดอะไร

เขายายเที่ยง ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จุดเด่นของบริเวณเขายายเที่ยงคือ มีกังหันลมสีขาวขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ โดยเป็นกังหันลมที่สร้างกระแสไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าลำตะคอง นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้ได้ชมวิว ปั่นจักรยานชมบรรยากาศดีๆ รวมถึงเช็กอินกันได้ตลอดปี จะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือพักที่พักเขายายเที่ยงก็ได้เช่นกัน

บริเวณกังหันลมเขายายเที่ยงเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โดยไม่คิดค่าบริการ แต่หากต้องการเช่าจักรยาน ปั่นชมบรรยากาศโดยรอบ คิดค่าบริการแบบปั่นคนเดียว 40 บาท และปั่นเป็นคู่ 80 บาท สามารถเลือกปั่นได้ตามชอบ

บริเวณถัดจากกังหันลม มีหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ พระพุทธรูปอันเก่าแก่ประทับอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมากราบไหว้ ขอพร เพื่อเสริมสิริมงคลในการเดินทางได้เช่นกัน

แจกพิกัด ที่พัก เขายายเที่ยง คาเฟ่ ร้านอาหาร มีอะไรน่าสนใจบ้าง

นอกจากถ่ายรูปบรรยากาศดีๆ หรือเที่ยวบริเวณกังหันลมเขายายเที่ยงแล้ว ยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และที่พักอีกหลายแห่ง เช่น

The Pandora Camp เขายายเที่ยง
คาเฟ่เขายายเที่ยง 2567 ตั้งอยู่บริเวณริมเขา ทำให้สามารถมองเห็นวิวภูเขา ป่าและวิวของ อ.สีคิ้ว ได้อย่างเต็มตา ไม่ว่าจะเลือกนั่งจิบกาแฟชิลๆ หรือชิมเบเกอรีก็ฟินไม่แพ้กัน

Campsite เขายายเที่ยง
อีกหนึ่งที่พักที่มีทั้งคาเฟ่เปิดให้บริการ ตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีน้ำตาลและสีขาว ตัดกับสีของต้นไม้และบรรยากาศเขียวขจีบนยอดเขา ชมบรรยากาศดีๆ ได้แบบจุใจ

บ้านไร่ปลายเนิน เขายายเที่ยง
ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารเขายายเที่ยง ก็สามารถแวะมายังร้านบ้านไร่ปลายเนิน กลุ่มศูนย์สาธิตการตลาดเขายายเที่ยงกันได้ ที่นี่ให้บริการทั้งอาหารคาวและหวาน สามารถนั่งกิน พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศดีๆ ได้แบบ 360 องศา

Safe Haven เขายายเที่ยง
ลานกางเต็นท์ เขายายเที่ยงที่สายแคมปิ้งต้องไม่พลาด ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นาน ก็สามารถสัมผัสบรรยากาศดีๆ ใกล้เมืองกรุงกันได้แล้ว ที่สำคัญลานกางเต็นท์แห่งนี้ยังเปิดให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้อีกด้วย

ภูนางฟ้า Angel Hill 
เรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวสำหรับใครที่มองหาที่กิน ที่เที่ยว ที่พักเข้ายายเที่ยง 2567 เพราะที่นี่ให้บริการทั้งอาหารคาว ขนม เครื่องดื่ม และที่พัก สำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจ ณ เขายายเที่ยง

ภูล้านดาวแคมป์ ณ เขายายเที่ยง
เอาใจสายแคมปิ้งกันต่อกับ ภูล้านดาว ลานกางเต็นท์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มากางเต็นท์ พักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติสวยๆ มองเห็นวิวของเขื่อนลำตะคองได้เช่นกัน

โกดังกุ้ง สาขาลำตะคอง
อีกหนึ่งร้านอาหารใกล้ๆ กับเขายายเที่ยง จัดเต็มอาหารหลากหลายรูปแบบทั้งอาหารขึ้นเชื่อและอาหารเมนูเด็ด ให้นักท่องเที่ยวได้แวะพักเติมพลัง พร้อมชมวิวของเขื่อนลำตะคองได้อีกด้วย

วิธีเดินทางไปยังเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา

การเดินทางไปยัง จ.นครราชสีมา สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ ปักหมุดตามพิกัด กูเกิล แม็ป https://maps.app.goo.gl/jvTqEYzQt89UzmfQ9 หรือใครที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ ก็สามารถต่อรถรับจ้างของคนในพื้นที่มายังเขายายเที่ยงได้เช่นกัน

หากใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้เมืองกรุง เดินทางง่าย สามารถไปเช้าเย็นกลับ หรือใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดสั้นๆ เขายายเที่ยงก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

4 เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก นักเดินทางควรไปเยือนสักครั้ง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/abroad/2780106

4 เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก นักเดินทางควรไปเยือนสักครั้ง

22 เม.ย. 2567 17:29 น.

4 เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก นักเดินทางควรไปเยือนสักครั้ง

เอาใจนักท่องเที่ยวสายยั่งยืน รวมเมืองท่องเที่ยวจาก 4 ประเทศทั่วโลกที่มีสิ่งแวดล้อมอันสวยงาม โดยเมืองเหล่านี้มีความยั่งยืนอย่างเหมาะสม พิจารณาจากตัวชี้วัดตามเกณฑ์ทั้ง 69 ตัว เช่น อัตราการรีไซเคิล ระดับมลพิษทางอากาศ ปริมาณเส้นทางปั่นจักรยาน และเปอร์เซ็นต์ของห้องพักในโรงแรม ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสท่องเที่ยวที่น่าสนใจไปทั่วโลก เนื่องจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนี้ เป็นการส่งผลกระทบเชิงบวกไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างเศรษฐกิจให้กับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ในทิศทางที่ดีขึ้น สร้างบรรยากาศที่ดี และยังเป็นการรณรงค์ที่จะช่วยลดผลกระทบทางลบต่อการท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย

กระแสท่องเที่ยวนี้ทำให้ทางไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวม 4 แหล่งท่องเที่ยวสุดยั่งยืนที่น่าสนใจ และต้องเดินทางไปสัมผัสความยั่งยืนนี้ด้วยตนเองสักครั้ง ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ ได้รับการพิจารณาจากตัวชี้วัดตามเกณฑ์ความยั่งยืนทั้ง 69 ตัวในลำดับต้นๆ ของโลก

เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก

  • Gothenburg ประเทศสวีเดน

กอเทนเบิร์ก (Gothenburg) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสวีเดน และเป็นเมืองท่าสำคัญ บรรยากาศและผังเมืองที่นอกจากจะอุดมไปด้วยความเจริญแล้ว ยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวจะได้เห็นหมู่บ้านสไตล์นอร์ดิกเรียงรายตลอดทาง ที่เน้นเป็นหนึ่งเดียวกับความเขียวขจีจากธรรมชาติ 

นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศของความเรียบง่าย สงบ อบอุ่น และผ่อนคลาย สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเน้นไปในเชิงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ สวนสาธารณะ จุดชมวิวที่เหมาะสมมากๆ กับนักท่องเที่ยวสายชิลที่อยากจะลิ้มลองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

  • Oslo ประเทศนอร์เวย์

ออสโล (Oslo) เป็นเมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นอีกประเทศสำคัญที่เป็นดั่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากมีความสวยงาม ไม่ว่าจะจากธรรมชาติก็ดี ประติมากรรมจากยุโรปที่เหมือนหลุดมาจากภาพวาด

ถึงแม้ว่าออสโลจะเป็นเมืองหลวงของนอร์เวย์ ที่เมืองหลวงแห่งนี้ยังมีพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีเขียวอยู่มากกว่าครึ่ง เช่น สวนสาธารณะ ป่า ทิวเขา และทะเลสาบอยู่มากมาย และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่พัฒนาเพื่ออยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีความสะอาดเป็นเลิศ สำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ บอกเลยว่าที่ออสโลนี้ ต้องเดินทางมาท่องเที่ยวให้ได้สักครั้ง

  • Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก

โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งที่นี่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่งในทวีปยุโรป โดยกรุงโคเปนเฮเกนเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารประเทศ เป็นที่ตั้งพระราชวังหลวง ทำให้ที่นี่มีวัฒนธรรมและความดั้งเดิมของพื้นที่ตั้งแต่ยุคเก่า เคล้ากับความพัฒนาและความเจริญได้อย่างลงตัว

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงความสวยงามของการออกแบบผังเมือง ตึกรามบ้านช่องสไตล์เดนิช ที่มีให้เห็นในประเทศเดนมาร์กโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางการจราจรที่ไม่แออัด พร้อมทั้งพื้นที่ปั่นจักรยานภายในเมืองที่จัดได้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ทำให้เป็นที่ชื่นชอบแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนในลำดับต้นๆ อีกหนึ่งประเทศ

  • Helsinki ประเทศฟินแลนด์

เฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงขนาดใหญ่ของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ และเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ มีความสวยงาม เคล้าคลอกับธรรมชาติ แถมยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ได้ติดตามอย่างน่าหลงใหลในช่วงฤดูหนาว

นอกจากนี้ เฮลซิงกิ ยังมีการตกแต่งสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่สวยงาม ซึ่งทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของฟินแลนด์ได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งเมืองและประเทศที่หากมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยว ควรเก็บไว้ในลิสต์อีกหนึ่งสถานที่

ข้อมูล : bbc

ภาพ : istock

รู้จัก Brewpub Passport สะสมแสตมป์ดื่ม ร่วมเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2779510

รู้จัก Brewpub Passport สะสมแสตมป์ดื่ม ร่วมเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่

19 เม.ย. 2567 18:34 น.

รู้จัก Brewpub Passport สะสมแสตมป์ดื่ม ร่วมเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่

Brewpub Passport พาสปอร์ตสำหรับนักเดินทางที่สะสมรสชาติความหลากหลาย ของเครื่องดื่ม ในแต่ละพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยวไทย ในแต่ละพื้นที่ ของแหล่งท่องเที่ยวด้วยคอนเซปต์ Craft Beer The reason to travel ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรรมเครื่องดื่มในแต่ละท้องถิ่น และยังรวมไปถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างน่าสนใจ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รายย่อยในประเทศไทย ยังไม่ได้มีโอกาสมากนักในตลาด ขณะที่ผู้ผลิตหลายรายมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกชูกลิ่นอายของวัตถุดิบในแต่พื้นที่เอาออกมามานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ และพยายามทำตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ล่าสุดสมาคมคราฟต์เบียร์ของไทย ได้จัดทำ Brewpub Passport เพื่อให้นักท่องเที่ยว และนักดื่มได้เดินทางออกไปสัมผัสรสชาติของคราฟต์เบียร์ ที่หลบซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ทั่วประเทศ 

Brewpub Passport เปรียบเสมือนพาสปอร์ตที่นักท่องเที่ยว นักดื่ม หรือนักชิม พกพาเพื่อสะสมตราประทับของโรงผลิตคราฟต์เบียร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นโรงเบียร์ของผู้ผลิตรายย่อยที่ตั้งใจปรุงแต่งรสชาติของเบียร์ อันหลากหลายสไตล์ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรายเล็กที่ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายให้มีรายได้ และกำลังใจในการผลิตวัตถุดิบที่ดีในการสร้างชื่อให้กับประเทศไทยได้ในอนาคต

นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดัน ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อช่วยปลุกกระแสท่องเที่ยวท้องถิ่น ในลักษณะทางตรง และทางอ้อมเพื่อสร้างเม็ดเงินทางด้านเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ฉลองสงกรานต์ชื่นฉ่ำหัวใจ “Bangkok Water Festival 2024”

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2777768

ฉลองสงกรานต์ชื่นฉ่ำหัวใจ “Bangkok Water Festival 2024”

12 เม.ย. 2567 07:35 น.

ฉลองสงกรานต์ชื่นฉ่ำหัวใจ “Bangkok Water Festival 2024”

ร่วมฉลองปีใหม่ไทยในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปีนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนพร้อมใจฉลองอย่างคึกคัก อย่างกิจกรรม “Bangkok Water Festival 2024” เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ให้ “เย็นฉ่ำ ชื่นใจ” พร้อมกันทั่วประเทศ เริ่มจากภาคกลาง ที่ กรุงเทพฯ ที่ปักหมุดจัดกิจกรรมบุญ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวร มหาวิหาร, วัดอรุณ ราชวราราม ราชวร มหาวิหาร,วัดกัลยาณ มิตรวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือกิจกรรมบันเทิงที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน,ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ส่วนภาคเหนือ จัดที่เชียงใหม่ และลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่อุดรธานีและขอนแก่น ซึ่งมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้

นอกจากนี้ ในกรุงเทพฯ ยังได้มีการขยายพื้นที่การจัดงาน เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย สู่คลองโอ่งอ่าง-สะพานหัน-วัดบพิตรพิมุข โดยมีกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ สองฟากฝั่งริมคลองโอ่งอ่าง รับอรุณรุ่งในเช้าของวันปีใหม่ไทยในวันที่ 13 เม.ย.67 ก่อนที่จะมาร่วมสนุกไปกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พายเรือคายัคกับทริปเจาะเวลาหาอดีตที่คลองโอ่งอ่าง สัมผัสมนต์เสน่ห์ของวิถีชุมชนริมน้ำสมัยรัชกาลที่ 1 กับเรื่องเล่าสองฟากฝั่งตั้งแต่ป้อมพระสุเมรุจนถึงสะพานวัดบพิตรพิมุข และกิจกรรมปั่นจักรยาน ร่วมกับ Jamming Thailand เป็นกลุ่มจักรยานท้องถิ่น และดื่มด่ำบรรยากาศชม ชิม ช้อป ซึ่งการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ MRT สถานีสามยอด แล้วเดินข้ามมาที่สะพานดำรงสถิต หรือสะพานเหล็ก

ส่วน 4 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์อย่างสนุกสนานเช่นกัน โดย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงาน MBK Center Sand Sculpture Songkran Festival ศิลปะกองทราย นุ่งกางเกงช้างไทย ในวันทีี่ 12-17 เม.ย.67 บริเวณ MEETING POINT และ ลานกิจกรรม MBK Avenue โซน A อลังการตื่นตาตื่นใจกับโมเดลจำลองงานประติมากรรมเจดีย์ทรายสัตว์หิมพานต์ 5 ผลงานสุดสร้างสรรค์จากเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2567 นอกจากนี้ ยังได้อัญเชิญพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี มาประดิษฐาน บริเวณ CENTER HALL ชั้น G โซน B อีกด้วย ส่วนพาราไดซ์ พาร์ค ชวนสรงน้ำพระ “สมเด็จพระพุทธปฐมบรมวงศ์จักรพรรดิ์ฯ” เสริมสิริมงคล.

งานวัดไร่ขิง 2567 วันไหน แจกวิธีเดินทาง พร้อมตารางงานแสดงคอนเสิร์ต

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2777405

งานวัดไร่ขิง 2567 วันไหน แจกวิธีเดินทาง พร้อมตารางงานแสดงคอนเสิร์ต

10 เม.ย. 2567 14:36 น.

งานวัดไร่ขิง 2567 วันไหน แจกวิธีเดินทาง พร้อมตารางงานแสดงคอนเสิร์ต

กลับมาอีกครั้งกับ งานวัดไร่ขิง 2567 หรืองานเทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง ที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาทำบุญ เสริมสิริมงคลให้กับชีวิต เดินช็อปปิ้ง และเลือกชิมอาหารจากร้านค้าหลากหลายประเภท ซึ่งงานวัดไร่ขิงปี 67 นี้จัดนานถึง 9 วัน 9 คืน

งานวัดไร่ขิง 2567 มีถึงวันไหน เปิดกี่โมง 

งานวัดไร่ขิง 2567 หรืองานเทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง จัดขึ้นทั้งหมด 9 วัน 9 คืน ตั้งแต่วันที่ 19-27 เมษายน 2567 ตั้งแต่ตลอดเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมก็ได้มีการจัดตั้งร้านค้าให้มาเดินเลือกซื้อของกินของใช้กันได้แล้ว โดยร้านค้าในงานวัดไร่ขิงจะเริ่มทยอยเปิดตั้งแต่ช่วง 11.00-24.00 น. สามารถเดินทางมาได้ตามสะดวก

งานวัดไร่ขิง 2567 มีของกินอะไรบ้าง

อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตภายในงานวัดไร่ขิง คือ การเดินเลือกซื้อของกินทั้งคาวและหวานจากร้านดัง ในปีนี้มีร้านค้าหลากหลายรูปแบบอีกเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น มินิมาการอง ขนมปังไส้ทะลัก หมึกย่าง ข้าวเกรียบทอด กะละแม เกี๊ยวเด้ง ขนมตาล รวมไปถึงร้านเจ้าดังในโซเชียลมีเดีย

แจกตารางคอนเสิร์ตงานวัดไร่ขิง 2567 นักร้องมีใครบ้าง

นอกจากการทำบุญ ช็อปสินค้า ยังมีการจัดงานรื่นเริง การแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องชื่อดังตลอดทั้ง 9 คืน ดังนี้

  • วันที่ 19 เมษายน 2567 : มนต์สิทธิ์ คำสร้อย
  • วันที่ 20 เมษายน 2567 : เพลิน พรหมแดน
  • วันที่ 21 เมษายน 2567 : ลูกปัด พิมพ์ชนก-ปิ่น พรชนก Goodluck Band
  • วันที่ 22 เมษายน 2567 : ทศพล หิมพานต์
  • วันที่ 23 เมษายน 2567 : สลักจิต ดวงจันทร์
  • วันที่ 24 เมษายน 2567 : ยุ้ย ญาติเยอะ และหนุมานรถแห่
  • วันที่ 25 เมษายน 2567 : ชาย เมืองสิงห์
  • วันที่ 26 เมษายน 2567 : จอมขวัญ กัลยา
  • วันที่ 27 เมษายน 2567 : แซ็ค ชุมแพ และเทพบุตรแบนด์

นอกจากคอนเสิร์ตของศิลปินดังแล้ว ยังมีการจัดงานประกวดร้องเพลงลูกทุ่งตลอด 9 วัน ชิงรางวัลเงินสดรวม 100,000 บาทอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กวัดไร่ขิง พระอารามหลวง

วิธีเดินทางไปงานวัดไร่ขิง 2567 จอดรถที่ไหนได้บ้าง

ใครที่จะเดินทางไปงานวัดไร่ขิง 2567 สามารถเดินทางไปยังงานได้หลายวิธี ดังนี้

  • รถโดยสารประจำทาง สาย 8, สาย 556 และสาย 8335
  • รถยนต์ส่วนตัว ปักหมุดตามพิกัด https://maps.app.goo.gl/Gcm2XhWKf9pPem9x7 โดยภายในวัดจะมีการจัดพื้นที่จอดรถให้บริการ

งานวัดไร่ขิง 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งงานวัดที่หลายคนรอคอย เพราะนอกจากจะได้ร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลกันแล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารคาว-หวาน และงานมหรสพรื่นเริงที่ทางวัดจัดขึ้นได้ตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน. 

ที่มา : เฟซบุ๊กวัดไร่ขิง พระอารามหลวง

S2O เทศกาลดนตรีสาดน้ำ อีเวนต์ประจำชาติไทย นำสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลก (คลิป)

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2776777

S2O เทศกาลดนตรีสาดน้ำ อีเวนต์ประจำชาติไทย นำสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลก (คลิป)

9 เม.ย. 2567 16:56 น.

S2O เทศกาลดนตรีสาดน้ำ อีเวนต์ประจำชาติไทย นำสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลก (คลิป)

S2O Songkran Music Festival (S2O) งานเทศกาลดนตรี ซึ่งเป็นอีเวนต์ต้นตำรับ สัญชาติไทย ที่จัดขึ้นในช่วงวันสงกรานต์เป็นประจำทุกปี ใช้เวลาเดินทางสร้างชื่อเสียงมา 1 ทศวรรษ และถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ในประเทศไทย ในปี 2567 นี้

งานเทศกาลดนตรี ที่ควบคู่ไปกับการได้เล่นน้ำสงกรานต์ในคราเดียวกัน เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ของประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับ ‘วันสงกรานต์’ และถูกแผ่ขยายโกอินเตอร์ ออกไปไกลทั่วโลก

ปัจจุบันการเฉลิมฉลองสุดพิเศษ จากเทศกาลสงกรานต์นี้ ถูกถ่ายทอดออกไปในงานเทศกาลดนตรี ซึ่งเป็นมากกว่าการฉลองแค่เพียงในเทศกาลสงกรานต์ ของประเทศไทยอย่างเดียวเท่านั้น แต่กลายเป็นงานเทศกาลดนตรีที่โด่งดังสู่สากล ด้วยการนำการละเล่นในวัฒนธรรมความเป็นไทยเป็นสารตั้งต้น มาประยุกต์ใช้ไปกับงานเทศกาลดนตรีดังๆ ในต่างประเทศ จนเกิดเป็น S2O เทศกาลดนตรี EDM ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

การประสบความสำเร็จนี้ ได้สอดคล้องกับนโยบายจากทางรัฐบาล ที่อยากจะผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ และการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘Festival’ ทำให้งาน S2O Songkran Music Festival กลายเป็นส่วนหนึ่งในแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้คนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยเพื่อร่วมงาน และทำให้เศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในวันสงกรานต์กลายเป็นหมุดหมายหลัก เพื่อการเติบโตในอุตสาหกรรมต่างๆ มากยิ่งขึ้น

การเดินทางของงาน S2O Songkran Music Festival ในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป และก้าวขึ้นมาเทียบเท่ากับเทศกาลดนตรีดังเจ้าอื่นๆ ได้มากแค่ไหน มีแนวทาง แนวคิด และอุปสรรค ที่ส่งผลต่อประเทศไทยได้อย่างไรต่อจากนี้ 

0 of 3 minutes, 40 secondsVolume 0%


บทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจจากผู้จัดงาน และผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O ‘วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา’ ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวหน้า ที่พาเทศกาลสงกรานต์ไทย ไปแนะนำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฝั่งเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาแล้ว

แน่นอนกว่าการพา S2O มาไกล และมีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางได้ในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจ ที่อยากจะสอบถามถึงว่าแนวคิดนี้เมื่อ 10 ปีก่อนที่จะมีงานเทศกาลนี้เกิดขึ้น นั้นมีที่มา ที่ไปได้อย่างไร

วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้จัด และผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O

วู้ดดี้ วุฒิธร เล่าว่า “แรงบันดาลใจของ S2O เกิดขึ้นจากการที่ได้เดินทางไปร่วมงาน Tomorrowland และตอนที่ไปยืนอยู่หน้าเวทีของงาน ตัวเองได้ตั้งคำถามว่า ถ้ายุโรปสามารถจัดงานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้เนี่ย สำหรับเอเชียนั้นจะเป็นยังไงได้บ้าง”

“หลังจากกลับมาที่เมืองไทย เลยดูว่าจะมีเทศกาลไหนเนี่ย ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นงานเทศกาลระดับสากลได้บ้าง จึงมองเห็นว่า ‘การละเล่นสงกรานต์’ เป็นการละเล่นที่คนไทยชื่นชอบอยู่แล้ว หนึ่งในเทศกาลที่ทุกคนออกมาสาดน้ำใส่กัน เฉลิมฉลอง เพื่อผ่อนคลายจากสิ่งต่างๆ รวมถึงช่วงนั้นเป็นวัยรุ่นด้วย เลยคิดว่า ถ้าแพสชัน และความรู้สึกในตอนนั้นมันใช่ การเล่นน้ำมันสนุก ถ้าเราใส่ความเป็นดนตรีสากลขึ้นมาเพิ่มจะเป็นอย่างไร ก็เลยเป็นที่มาของงาน S2O ที่ย่อมาจาก S คือ คำว่า สงกรานต์ และ ล้อไปกับเสียงที่ออกมาเป็น H2O ที่มีความหมายของคำว่า น้ำ ทั้งหมดจึงเป็นจุดเริ่มต้น และแรงบันดาลใจของงานนี้ทั้งหมด” วู้ดดี้ กล่าว

S2O ‘ยกระดับงาน’ ด้วยประสบการณ์ การเรียนรู้ และบูรณาการ

แน่นอนว่าพองาน S2O ที่ถูกจัดขึ้น กลายเป็นอีเวนต์ที่ตอบโจทย์คนไทย และชาวต่างชาติ ทำให้การพัฒนางานต้องก้าวต่อไป เพื่อการยกระดับในทุกๆ ปี ให้ตอบโจทย์ผู้ร่วมงาน ซึ่งประกอบไปด้วย มาตรฐานความปลอดภัย บูธอำนวยความสะดวก สแตน เวที และกลไกของการฉีดน้ำ

“ยอมรับเลยว่าตั้งแต่ปีแรก จนถึงปีนี้จะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าแฟนคลับงาน S2O จะเห็นพัฒนาการตัวนี้อย่างชัดเจน เรื่องแรก คือ โปรดักชัน ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องยิ่งใหญ่ขึ้นในทุกๆ การจัดงาน ทั้งฉาก แสง สี เสียง โดยกำหนดให้ตัวเองเป็นที่ตั้งว่า ถ้างานจะเพอร์เฟกต์หรือสมบูรณ์ได้ ‘ตัววู้ดดี้เองต้องไปดูแล้วอ้าปากค้างก่อน’ ” วู้ดดี้ ตอบปนเสียงหัวเราะ

ผู้จัดงาน S2O กล่าวต่อ “ผนวกกับการที่เราได้ไปลองทำที่ต่างประเทศด้วย มาตรฐาน กฎเกณฑ์ต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน ปัจจัยสำคัญ คือ เมื่อพูดถึงน้ำ กับไฟฟ้า คนก็จะตั้งข้อสงสัยเรื่องในความปลอดภัย จะสามารถไปด้วยกันได้อย่างไร เราเองก็ได้รับคำแนะนำที่ดีเพิ่มขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิก และเทคโนโลยีที่ดีเพื่อโคฟเวอร์ให้ปลอดภัยที่สุด เช่น การที่เราไปญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นก็มีการจัดการสายไฟอย่างดี อุปกรณ์ที่กันน้ำอย่างปลอดภัย ทำให้เรานำทุกประสบการณ์ ความรู้เหล่านี้ที่เราได้ทัวร์มา สอน และทำให้เรานำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างดี และตอบโจทย์ที่สุด นอกจากนี้ระบบการจัดการคน ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ สมัยแรกๆ เคยประสบปัญหาคนล้น รอคิวนาน เราก็เรียนรู้ที่จัดการแบ่งโซน จำกัดจำนวนให้เพียงพอต่อความจุ ไม่ให้แออัด และเกิดอันตราย”

“ทั้งหมดจึงทำให้ S2O เป็นงานที่นำข้อดีของการจัดงานในประเทศเข้าไปใส่ มันจึงเป็นการคอลแลบส์แต่สิ่งดีๆ ในการจัดการของหลายๆ ประเทศมารวมกัน จนบูรณาการออกมาเป็นเทศกาลที่มีมาตรฐาน ซึ่งมั่นใจได้ว่าความปลอดภัยของงาน S2O จะเป็นอันดับแรกที่เราคำนึงถึง” วู้ดดี้ วุฒิธร กล่าว

ทั้งหมดทำให้ตอนนี้ S2O ที่หนึ่งในเรื่องของการจัดการอีเวนต์ และความปลอดภัยในงานทั้งหมดของฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งถูกโหวตให้เป็นอันดับหนึ่งใน EDM Festival ในประเทศไทย และ อันดับที่ 55 ของงาน EDM Festival ทั่วโลก โดยการจัดอันดับของ DJ Top 100 Festival

ยกระดับ ‘เฟสติวัลสัญชาติไทย’ สร้างชื่อไกลทั่วโลก

กระแสตอบรับที่ดีของงานเทศกาล S2O Songkran Music Festival ด้วยความแปลกใหม่ ปรากฏการณ์ และประสบการณ์ที่คนไม่เคยเจอ ในความสนุกที่มีการละเล่นน้ำเข้ามาผนึกกำลังกับดนตรี ทำให้ปัจจุบัน S2O ได้เดินทางทัวร์ไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นหนึ่งด้านการพัฒนาในการจัดอีเวนต์ที่แข็งแรง และเป็นการแนะนำการละเล่นน้ำของประเทศไทยให้คนได้รู้จัก 

วุฒิธร มิลินทจินดา กล่าว “เป้าหมายของ S2O หลังจากนี้ คือ การพาเทศกาลดนตรีสัญชาติไทยไปสู่นานาประเทศ โดยล่าสุดได้ประกาศตารางทัวร์ของเทศกาลตลอดปี 2024 ในหลายประเทศ” 

โดยประเทศที่ได้เคยไปจัดงานแล้วประกอบด้วย ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม ฮ่องกง และไต้หวัน โดยล่าสุดงาน S2O ใกล้ที่จะได้โกอินเตอร์เป็นครั้งแรกในทวีปอเมริกา ที่มหานครนิวยอร์กในปีนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นภาพในฝันใน 5 ปีข้างหน้าของ วู้ดดี้ วุฒิธร ที่จะทำให้มี S2O ตามหัวเมืองใหญ่ไปทั่วโลก

วู้ดดี้ วุฒิธร กล่าวถึงอนาคตของ S2O “นอกจากสหรัฐอเมริกาแล้ว เรายังมีแผนในการมองทวีปต่างๆ อย่าง อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และทวีปที่น่าสนใจอย่าง ตะวันออกกลาง ซึ่งมีการแข่งขันในด้านเฟสติวัลสูงมาก และจะมีการนำอีเวนต์ต่างๆ เข้าไปจัด ซึ่งเขากำลังจะปลดล็อกเรื่องของแอลกอฮอล์บางส่วน และก็มีการสนับสนุนให้คนมาเที่ยว และใช้จ่ายอย่างดูไบ และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจในการขยับขยายเป็นอย่างมาก”

ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O Songkran Music Festival เผยว่า ”โดยการเติบโตของ S2O ยังสะท้อนถึงพลัง Soft Power ของประเทศไทย ที่จะใช้ภาษาสากลอย่าง ‘ดนตรี’ และเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยมาเชื่อมโยงโลกและผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน “การเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษของ S2O ในครั้งนี้จึงมีความหมายมากสำหรับพวกเรา และชาวไทยทุกคน  เพราะนี่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไปได้ และการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการส่งออกวัฒนธรรมไทยอย่างไร้พรมแดน และการนำ Soft Power ของไทยไปสู่เวทีระดับโลก”

“ปัจจุบันรัฐก็ยกให้ S2O เป็น Official Softpower Event ของประเทศไทย และปีหน้าอาจมีลุ้นว่าพื้นที่ใหม่ที่ทางรัฐบาลจะจัดให้สำหรับงาน S2O Songkran Music Festival จะเป็นที่ไหน เพื่อเป็น Flagship ของงานในประเทศไทย และการรองรับผู้คนจำนวนมากกว่าเดิมได้เท่าไร เพื่อขยายสเกลของงานให้เทียบเท่าเฟสติวัลระดับโลกได้อย่างไรต้องติดตามกันต่อไป และในอนาคตทีม S2O เอง ก็อาจจะได้มีโอกาสในการเป็นผู้สนับสนุน ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่อยากจะทำให้ Festival ของตัวเองไประดับโลกได้อย่างไรอีกด้วย นอกจากนี้การเข้ามาของชาวต่างชาติ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ไต้หวัน และ จีน ตามลำดับ ยังสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจของกลุ่มคนในอุตสาหกรรม คนท้องถิ่น โรงแรม และการท่องเที่ยว” วุฒิธร เล่า

ในปี 2024 จะเป็นก้าวสำคัญของที่จะมีการปักธงเทศกาลดนตรีของคนไทยในทวีปอเมริกาเป็นครั้งแรก ซึ่งการจัดงาน S2O ในมหานครนิวยอร์กในปลายปีนี้ถือเป็นการประกาศให้โลกรู้ถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ความสนุกสนาน ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และจิตวิญญาณแห่งเทศกาลสงกรานต์ของไทยไปสู่นานาประเทศ

Tomorrowland ความท้าทายใหม่ สำหรับไทย และเอเชีย

แน่นอนว่า S2O ได้รับแรงบันดาลใจจาก Tomorrowland อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ด้วยกระแสการนำเข้างาน Tomorrowland มาจัดในประเทศไทย ก็ยังเป็นที่พูดถึง และมีข้อถกเถียงกันอย่างมากมาย โดยล่าสุดงาน Tomorrowland กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และได้มีการลงนามในข้อตกลง MOU แบบเอกสิทธิ์ ปัจจุบันเวลานี้จะ “ยังไม่มีการยืนยันเรื่องการจัดงาน” เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ 

ทีมงานจึงได้สนใจ และสอบถามไปยังประเด็นดังกล่าว เรื่องการนำเข้า Tomorrowland มาจัดในประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า ทางผู้จัดงาน S2O มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับกรณีนี้

ผู้จัดงาน S2O ได้ให้ความเห็นว่า “แน่นอนว่า S2O ของเราเองมีแรงบันดาลใจมาจาก Tomorrowland เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิด S2O Songkran Music Festival ย้อนกลับไปในวันที่ได้ไปร่วมงาน เรามีความคิดที่อยากจะนำ Tomorrowland มาจัดที่ไทย แต่พอคิด และคำนวณในปัจจัยจำเป็นต่างๆ รายได้ ความคุ้มค่า และผลประโยชน์ต่างๆ ที่เข้ามาในประเทศไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้มค่าเสียเท่าไหร่ นอกเหนือจากนี้ที่ยังเป็นห่วง คือ งานอีเวนต์ทัวร์นี้มีชื่อเสียงมาก ซึ่งคนต้องคาดหวังแน่นอน ซึ่งงานอีเวนต์ต้องทำให้ออกมาดีมากๆ ถึงจะคุ้มค่า และดึงดูดคนจำนวน หนึ่งแสนกว่าคนให้เข้ามา”

“รวมถึงรูปแบบการจัดงานในโซนเอเชีย และยุโรปค่อนข้างมีความแตกต่าง และท้าทาย เช่น การจุคนในงานในสเกลที่ใหญ่ การทำเวทีที่หลากหลาย รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งบ่าย 2 ที่เบลเยียม กับบ่าย 2 ที่ประเทศไทย แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งแน่นอน และเชื่อว่าคนเอเชีย ไม่ออกมาเวลานี้แน่นอน , แต่ถ้าหากนำ Tomorrowland มาจัดที่เมืองไทย และเริ่ม 6 โมงเย็น – 6 โมงเช้า ได้อันนี้เป็นเรื่องที่โอเค แต่ก็ยังขัดกับกฎหมายของบ้านเราอยู่”

“ถ้าคิดว่าถ้าจะนำ Tomorrowland มาในประเทศไทย วู้ดดี้ มีความเห็นว่า ควรจะนำเข้ามาในรูปแบบที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับเขาในการสร้างแบรนด์ใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นลิขสิทธิ์ของ Tomorrowland (Co – Brand) ถือว่าเป็นแบบลูกของงาน Tomorrowland ในทวีปเอเชียที่เป็น IP ใหม่ไปเลยเสียมากกว่า” วุฒิธร กล่าวถึงความคิดเห็นเบื้องต้น

การที่ S2O Songkran Music Festival มีชื่อเสียงเป็นเวลา 10 ปี อนาคตคิดว่าการเดินทางของอีเวนต์ระดับชาติไทย จะสามารถเทียบเท่าสเกลงานให้เป็นแบบเดียวกับ Tomorrowland ได้หรือไม่

วู้ดดี้ วุฒิธร ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจไว้ว่า “ผมคิดว่างาน S2O ยังไม่สามารถจะไปได้ถึงระดับ Tomorrowland ได้ เนื่องจากเราเป็นอีเวนต์ที่ชูการใช้ ‘น้ำ’ เป็นการละเล่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เทียบกับ Tomorrowland มันมีหลายเวที หลากหลายแนว เรียกว่าเป็นเมืองหนึ่งเมืองเลยก็ได้ครับ  เราจึงไม่ได้อยากขยับตนเองไปในสเกลนั้น และไม่ได้อยากสร้างเมืองที่ใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมา”

“S2O ก็พร้อมที่จะสนับสนุนเป็นอย่างดี ถ้าหากมีหน่วยงานใด หรือทีมงานไหนต้องการทำ เพื่อสานฝันคนไทยให้เป็นจริง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีเทศกาลอื่นๆ ในลำดับต่อไป เราก็อยากทำงานอีเวนต์ที่นำเทศกาลอื่นๆ ในประเทศไทยดังๆ มารวมกันในระดับหลายๆ เวที หลากหลายแนว โดยยึดแบบ Tomorrowland มาใช้ก็อาจจะมีความเป็นไปได้มากกว่า อย่างไรก็ตามถ้าโฟกัสมาที่ S2O เรามีนโยบายเพียงแค่ว่านำ S2O Songkran Music Festival ไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จักเสียมากกว่า” วู้ดดี้ ถึงการสนับสนุน และความเห็นที่น่าสนใจ

‘ขยะ’ เรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องการจัดการให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่าเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากงานจบไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เรื่องขยะ’ เป็นหนึ่งจุดที่น่าสนใจทาง S2O Songkran Music Festival  จะมีการจัดการอย่างไร

ผู้จัดงาน S2O เล่าให้ฟังไว้ว่า “แน่นอนว่า เรื่องการพัฒนา และยกระดับงานอย่างที่กล่าวไปข้างต้น เราต้องการเพิ่มความสมบูรณ์ในทุกๆ ปี ยกตัวอย่างในปีที่ 2 ที่จัดงาน ทางวู้ดดี้ต้องการที่จะไม่ให้มีขยะหลงเหลือในงานแม้แต่ชิ้นเดียว วิธีที่จัดการ คือ เราจะมีทีมแม่บ้าน แทรกไปอยู่ตามหมู่ผู้คนต่างๆ ถือถุงขยะแล้วเก็บตลอดงาน นอกจากนี้ ปัจจุบันเรายังมี พาร์ตเนอร์เป็นทีมที่เขาเอาขยะของเราทั้งหมด ไปรีไซเคิล และแยกขยะให้เสร็จสรรพ และย่อยสลายไปเป็นปุ๋ย ซึ่งขยะเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน และเราต้องการที่จะจัดการให้ได้มากที่สุดเพื่อความสะอาด และไม่ให้ส่งผลกระทบเชิงลบภายในงาน และส่งผลเสียออกไปข้างนอกให้ได้น้อยมากที่สุด”

ปัจจุบันงาน S2O ในปี 2567 ที่จะถึงนี้บัตรทั้งหมดได้ Sold out ไปหมดแล้ว ซึ่งจะมียอดคนที่จะมาร่วมงานเป็นจำนวนทั้งสิ้นวันละ 25,000 คน รวม 3 วันเป็น 75,000 คน 

จากการพัฒนาทั้งหมดทำให้ในปี 2567 นี้ S2O (S2O Songkran Music Festival) พร้อมยกระดับประสบการณ์ความสนุกสุดยิ่งใหญ่แบบเต็มพิกัดด้วยเวทีสุดอลังการเต็มพื้นที่ พร้อมแสง สี เสียงอันล้ำสมัย และลุดอกไม้ไฟสุดอลังการ รวมถึงเทคนิคการฉีดน้ำด้วย Water Gun 360 องศา ที่ฉีดน้ำได้ทั่วถึงทั้งพื้นที่จัดงาน

แน่นอนว่างานดนตรี กับน้ำอาจเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ และน่าสนใจ แต่ก็อาจจะมีหลายคนไม่น้อยที่ “ชอบการเล่นน้ำสงกรานต์ แต่ไม่ชอบแนวเพลง EDM” หรือ “ชอบแนวเพลง EDM แต่ไม่อยากเปียกน้ำ” จะมีสิ่งไหนที่งาน S2O สามารถดึงดูดพวกเขาได้บ้าง

“แน่นอนว่างานของเรามีคอนเซปต์ของน้ำ และแนวเพลงที่ชัดเจน แต่สิ่งที่อยากจะบอกให้กับคนที่อยากลอง หรือกำลังตัดสินใจว่างานนี้น่าสนใจอย่างไร ทางวู้ดดี้อยากจะบอกว่า ‘โปรดักชั่น ความอลังการของงาน’ เพียงเท่านี้ก็คุ้มแล้วกับประสบการณ์ การท่องเที่ยวเฟสติวัล ซึ่งจะบอกว่า หากไม่ชอบเล่นน้ำ ทางงานก็จะมีมุมแห้งคอยบริการไว้อยู่ด้วย รวมถึงโซนต่างๆ ให้เลือกตามความเหมาะสมอย่าง สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย” วู้ดดี้ กล่าวทิ้งท้าย

วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้จัด และผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O

ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ความสนุกครั้งใหม่ได้ที่ Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2024 ที่ Live Park ถนนพระราม 9 ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายนนี้ พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ s2ofestival ทุกช่องทาง

สนุกสนานฮาเฮ “ฉลองสงกรานต์” เส้นทางสาดน้ำ “ถนนสายข้าว” ทั่วประเทศ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2776661

สนุกสนานฮาเฮ "ฉลองสงกรานต์" เส้นทางสาดน้ำ "ถนนสายข้าว" ทั่วประเทศ

8 เม.ย. 2567 07:40 น.

สนุกสนานฮาเฮ “ฉลองสงกรานต์” เส้นทางสาดน้ำ “ถนนสายข้าว” ทั่วประเทศ

การจัดงานสงกรานต์ปีนี้ จะไม่เหมือนปีไหน กรุงเทพมหานคร จะคึกคักเป็นพิเศษ ในโอกาสพิเศษของการเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนสงกรานต์ในประเทศไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของยูเนสโก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567” ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2567 ณ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง และพื้นที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

โดยจะมีขบวนแห่ 2 วัน คือ วันที่ 11 เม.ย. มีขบวนแห่บริเวณผ่านฟ้าลีลาศ-สนามหลวง และวันที่ 12 เม.ย.67 มีขบวนแห่รอบสนามหลวง ประกอบด้วย ขบวนรถพาเหรดมหาสงกรานต์กว่า 20 ขบวน การจัดกิจกรรม ในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวง มุ่งนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย อัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ และ Soft Power ไทย เช่น การแสดงโขน รำมโนราห์ การแสดงร่วมสมัยผสมผสาน และการแสดงดนตรีออเคสตรา ร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก

โซนสงกรานต์อัตลักษณ์ 5 ภาค ได้แก่ ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ประเพณีสงกรานต์กรุงเก่า จ.พระนคร ศรีอยุธยา ประเพณีแห่ต้นดอกไม้ จ.เลย ประเพณีก่อพระทรายวันไหล จ.ชลบุรี และประเพณีแห่นางดาน จ.นครศรีธรรมราช โซน Soft Power นำเสนอเอกลักษณ์ในแต่ละสาขา ได้แก่ กีฬา อาหาร ท่องเที่ยว หนังสือ และการออกแบบ

การเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ยังกระจายไปทั่วทั้งประเทศไทย ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาในแต่ละพื้นที่ และ “ทีมเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ขอหยิบยกมานำเสนอเพิ่มเติมให้อีก คือ “ถนนสายข้าว” ที่เรา ท่านได้ยินกันมานานแล้ว ไม่ได้มีแต่ถนนข้าวสาร ในกรุงเทพมหานครเท่านั้นที่มีการจัดงานสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ ปีนี้จะมีถนนสายข้าว ณ แห่งไหนบ้างที่ร่วมฉลองสงกรานต์ มีกิจกรรมใดกันบ้างตามมาดูกันได้เลย

ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร

พลาดไม่ได้กับแลนด์มาร์กสำคัญของประเพณีสงกรานต์ใจกลาง กรุงเทพมหานครกับงาน Khao San World Water Festival Unesco 2024 ณ “ถนนข้าวสาร” เขตพระนคร จัดโดยกรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบการเอกชนในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย. 2567 เวลา 12.00-21.00 น. ภายใต้แนวคิด 5 ป. “ปลอดฉีดน้ำใหญ่ ปลอดแอลกอฮอล์ ปลอดโป๊ ปลอดแป้ง และประหยัดน้ำ” รวมทั้งมีการนำหุ่นยนต์เอไอเข้ามาช่วยยกระดับมาตรการความปลอดภัยสแกนคนเข้า-ออกเพื่อป้องกันอาชญากรรม ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์คือ “เบญจภาคีวารีปาฏิหาริย์ จะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปลอยน้ำ (จำลอง) 5 พี่น้อง ได้แก่ หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน หลวงพ่อบ้านแหลม วัดบ้านแหลม หลวงพ่อทอง วัดเขาตะเครา และหลวงพ่อวัดไร่ขิง วัดไร่ขิง พร้อมตั้งถังน้ำ 1 ลิตรที่ผสมน้ำมนต์จากวัดทั้ง 5 แห่ง

เพิ่มความพิเศษมากกว่าทุกปีเมื่อการเล่นสงกรานต์ปีนี้ กรุงเทพมหานครได้ขยายพื้นที่เล่นน้ำให้ใหญ่ขึ้นรอบเขตพระนคร จากถนนข้าวสาร ถนนไกรศรี ถนนตะนาว ถนนรามบุตรี ถนนจักรพงษ์ ซึ่งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สามารถเดินทะลุกันได้

ถนนข้าวเหนียว ขอนแก่น

ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน จัดขึ้นวันที่ 8-15 เม.ย.2567 ณ ถนนข้าวเหนียว (ถนนศรีจันทร์) บึงแก่นนครม่วนคักๆ กับ 2 จุดกิจกรรมหลัก ได้แก่ บริเวณบึงแก่นนคร จัดในวันที่ 8-15 เม.ย. 2567 นำเสนอกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมประเพณี การละเล่นพื้นบ้านวิถีอีสาน กิจกรรมโฮมบุญโฮมญาติ ก่อนส่งท้ายด้วย ฟรีคอนเสิร์ตหมอลำคณะซิ่งอีสานขอนแก่น, คณะดอกคูณมิวสิค, คณะบี ประภาพร แสนแปดบันเทิงศิลป์, คณะบัวลองวาทะศิลป์ ปะทะ น้องใหม่เมืองชุมแพ และการออกร้านจำหน่ายสินค้า

ส่วนบริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น และถนนข้าวเหนียว (ถนนศรีจันทร์) วันที่ 12-15 เม.ย. 2567 จัดพิธีทำบุญตักบาตรวันสงกรานต์ สรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่พระพุทธพระลับ (พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น) ทั้งเนรมิตพื้นที่บริเวณลานจอดรถศาลหลักเมือง ให้เป็น “เกาะวัฒนธรรม” โดยจะมีการประดิษฐานพระพุทธพระลับ พระพุทธอภัยมงคลสามัคคี และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จาก 20 คุ้มวัดในเขตเมืองขอนแก่น รำวงย้อนยุคและการแสดงแสงสีเสียงตำนานสงกรานต์ โดยมีแอนโทเนีย โพซิ้ว ร่วมแสดง

ถนนข้าวปุ้น นครพนม

ระหว่างวันที่ 12-16 เม.ย.2567 ณ ถนนข้าวปุ้น ลานพญาศรีสัตตนาคราช มีไฮไลต์กิจกรรมทำบุญตักบาตรวันสงกรานต์ สรงน้ำพระธาตุวันเกิด ชมขบวนแห่รถบุปผชาติ ขบวนแห่วัฒนธรรม 9 ชนเผ่า และ 2 เชื้อชาติ การแข่งขันกินข้าวปุ้นสุดฟิน บุฟเฟต์ขนมจีน ฟรี 5,000 ถ้วย การแข่งขันส้มตำโชว์ส้มตำลีลา อุโมงค์น้ำบริเวณถนนนิตโย ซุ้มนิทรรศการสินค้าของดีและ OTOP กิจกรรมก่อเจดีย์ทรายริมฝั่งโขง หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์ การแสดงดนตรีจากศิลปินต่างๆ ได้แก่ เน็ค นฤพล แมนอาร์ และบอยพนมไพร เป็นต้น

ถนนข้าวตอก สุโขทัย

งานประเพณีสงกรานต์เสื้อลายดอก กระจายความสดใสเต็มพื้นที่ ถนนข้าวตอก เมืองสุโขทัยและสวนสาธารณะริมแม่น้ำยม ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. 2567 จัดเต็มกิจกรรมมากมาย ได้แก่ กิจกรรมการก่อพระเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดราชธานี ชมขบวนแห่สืบสานวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่สวยงามของตำนานนางสงกรานต์รอบตัวเมืองเทศบาลสุโขทัย กิจกรรมสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ และรูปหล่อพระแม่ย่าองค์จำลอง หลวงพ่อเป๋า กิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ หนูน้อยสงกรานต์ และ สาวงามวันวาน จากชุมชนเมืองสุโขทัยธานี รวมทั้งเพิ่มบรรยากาศความสนุกสนานกับกิจกรรมรำวงย้อนยุค และร่วมเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณหอนาฬิกาใจกลางเมืองสุโขทัย

ถนนข้าวแต๋น น่าน

แอ่วน่านม่วนใจรับสงกรานต์ บริเวณถนนข้าวแต๋น ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย.2567 ตั้งแต่เวลา 12.00-19.00 น. ภายใต้แนวคิด 4 ปลอด ปลอดเหล้า-เบียร์ ปลอดนุ่งสั้น ปลอดการทะเลาะวิวาท และปลอดภัย พบกับความสุขจากกิจกรรมร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ปี๋ใหม่เมืองน่าน ม่วนใจ๋ฮ่วมใจ๋ ใส่คัวเมือง ร่วมกันใส่ผ้าพื้นเมืองร่วมงาน พร้อมรับชมการแสดงจากศิลปินชื่อดัง เป็กกี้ ศรีธันญา ไอซ์ ศรัณยู ป็อป ปองกูล และร่วมเล่นน้ำที่ซุ้มเล่นน้ำวัฒนธรรมกว่า 30 ซุ้มรอบบริเวณ

ถนนข้าวสุก อ่างทอง

ถนนข้าวสุก เฟสติวัล 2024 ถนนข้าวสุก @อ่างทอง จัดขึ้นวันที่ 13-16 เม.ย.2567 ณ ถนนข้าวสุก อำเภอวิเศษชัยชาญ ชวนใส่เสื้อลายดอก เที่ยวแบบปลอดแอลกอฮอล์ สืบสานวัฒนธรรมไทยด้วยการชมขบวนแห่พระพุทธพรุณสาตร์ พิธีสรงน้ำพระสงฆ์ พิธีรดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุและชมขบวนแห่นางสงกรานต์ การประกวดนางสงกรานต์ และการละเล่นวัฒนธรรมพื้นบ้าน และไม่พลาดเสิร์ฟความมันส์เต็มสตรีมกับบูธ DJCHOK KHAIYOY พร้อมรถเครื่องเสียงเพิ่มความสนุกสนาน

ถนนข้าวฮาง สกลนคร

งานมหาสงกรานต์ ถนนข้าวฮาง ถิ่นไทสกล ละเบ๋อ ชวนเที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย สนุกได้ไร้แอลกอฮอล์ ในวันที่ 12-15 เม.ย.2567 ณ ถนนข้าวฮาง ลาน ร.5 ปีนี้พบกับมหกรรมอาหารปลอดภัย อุโมงค์น้ำ คอนเสิร์ตสุดมันส์ และกิจกรรมสะท้อนวัฒนธรรม สรงน้ำพระ ตักบาตร ปล่อยปลา ณ สระพังทอง ประกวดก่อเจดีย์ทราย พร้อมตื่นตาตื่นใจกับขบวนแห่สงกรานต์ วันที่ 13 เม.ย.2567 ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร โดยขอความร่วมมือเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ ไม่เล่นปะแป้ง ไม่เล่น น้ำสี รวมถึงงดจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในบริเวณการจัดงานในครั้งนี้ด้วย

ถนนข้าวดอกข่า พังงา

มหาสงกรานต์ ถนนข้าวดอกข่า จัดขึ้นวันที่ 12-13 เมษายน 2567 บริเวณขุมน้ำหนองมูลตะกั่ว เทศบาลตำบลคึกคัก ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์… ร่วมใจ ปลอดภัย…ไร้แอลกอฮอล์” โดยวันที่ 12 เม.ย.2567 ตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น. พบกับการแสดงคอนเสิร์ต วงดนตรี และการประกวดเทพีมหาสงกรานต์ “ถนนข้าวดอกข่า” ต่อมาวันที่ 13 เม.ย.2567 เวลา 08.00-12.00 น. เชิญชวนร่วมก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ก่อนเวลา 13.00-23.00 น. จะเพิ่มบรรยากาศไปกับเสียงเพลงของศิลปินท้องถิ่นจากจังหวัดต่างๆในภาคใต้ อาทิ วงบิ้ววาไรตี้ วงต้น-ตาล วงมหาจำเริญ วงสตั๊นแมนวาไรตี้ รวมทั้งสนุกสนานไป กับอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ภายในงาน

ถนนข้าวเกรียบงาดำ ตาก

งานอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2567 จ.ตาก จัดขึ้นวันที่ 13-15 เม.ย.2567 ณ ถนนข้าวเกรียบงาดำ ริมน้ำปิง อำเภอเมืองตาก ชุ่มฉ่ำรับปีใหม่ไทย ทั้งฉ่ำเย็น ทั้งชื่นใจ สนุกสุขใจ ไร้แอลกอฮอล์ เปิดงานวันที่ 13 เม.ย.ด้วยขบวนแห่เชิงวัฒนธรรมสุดอลังการ จากจุดเริ่มต้นที่กาดนั่งยองคล้องย่าม เวลา 15.00-17.00 น. พร้อมชวนทำบุญตักบาตรรับปีใหม่ไทย ณ วัดมณีบรรพตวรวิหาร ในเวลา 07.00-08.00 น. ไม่เพียงเท่านั้น ภายในงานได้ขนทัพอาหารและเครื่องดื่มมาให้ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ รวมทั้งคาราวานสินค้าท้องถิ่นต่างๆ และการแสดงเวทีมวยไทย-มวยคาดเชือก ก่อนจัดเต็มคอนเสิร์ตสุดมันส์ เวลา 18.00-22.00 น. ร็อกรุ่นใหญ่ “อี๊ด (FLY) และ อู๋ ธรรพ์ณธร” รวมถึงการแสดงดนตรีของคนเมืองตาก

ถนนข้าวแช่ ราชบุรี

ชุ่มฉ่ำวัฒนธรรม สนุกได้ทั้งครอบครัว จัดมาตั้งแต่วันที่ 6-8 เม.ย. 2567 ณ ถนนข้าวแช่ บริเวณริมน้ำ วัดตาลปากลัด อ.บ้านโป่ง พาครอบครัวแต่งชุดมอญเที่ยวสงกรานต์ ถ่ายรูปเช็กอินขนวนแห่สรงน้ำพระทั้งทางเรือและรถบุปผชาติ และเพลิดเพลินไปกับขบวนกลองยาว การละเล่นพื้นบ้าน เพลงฉ่อย เพลงอีแซว รำวงสงกรานต์ มวยทะเลแข่งพายเรือหัวใบ้ท้ายบอด แข่งเรือลีลาหัวเรือ และประเพณีส่งข้าวแช่ของวิถีมอญที่หาดูได้ยาก ห้ามพลาดการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินพื้นบ้านชื่อดัง ลำตัดคณะดาวุด บุตรพิมาย และสมหญิง ศรีประจันต์ศิลปินจากวิทยาลัยศิลปากรและการฟ้อนรำมอญจากเครือข่ายวัฒนธรรม

ถนนข้าวคั่ว นครราชสีมา

ชวนมาร่วมงาน “เสิงสาง สงกรานต์ สาดสุข” ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย.นี้ บริเวณถนนข้าวคั่วและสถานีขนส่งอำเภอเสิงสาง “สืบสานประเพณีไทย รื่นเริงใจ ถนนข้าวคั่ว” มาร่วมกันสร้างตำนาน “ถนนข้าวคั่ว” ของเราชาวโคราชพบกับกิจกรรมสนุกๆมากมาย มาสาด มาสุข มารื่น มาเริง มาบันเทิงใจ อุโมงค์น้ำพระพุทธมนต์ ยาวกว่า 20 เมตร ประพรมตลอดงาน คว้าชุดไทยใส่มาเล่นสงกรานต์ ร่วมสร้างตำนานประวัติศาสตร์เล่นเวฟคลื่นมหาชน ปาร์ตี้ แบบม่วนแทร่ๆ จอยกับดีเจมืออาชีพของเราชาวโคราช ปักหมุดไว้เลยจ้า แล้วมาม่วน…กันเด้อ จ้า

ใครใกล้ถนนข้าวไหน เชิญฉลองสงกรานต์กันให้เต็มที่ได้เลย.