ชูสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลระดับโลก

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2776365

ชูสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลระดับโลก

6 เม.ย. 2567 07:18 น.

ชูสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลระดับโลก

ร่วมสร้างปรากฏการณ์ “สงกรานต์ไทย” ติดท็อปเทนสุดยอดเฟสติวัลโลก ค่ายเซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 400 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “THAI LAND’S SONGKRAN FES TIVAL 2024” ฉลองยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 เมษายน 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เตรียมอัด 1,000 อีเวนต์ทั่วประเทศ ผสานวัฒนธรรมและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบทุกความมหาบันเทิง

พร้อมเซอร์ไพรส์ครั้งแรกเปิดตัวนางสงกรานต์ส่งตรงจากจักรวาล “เชย์นิส ปาลาซิโอส” มิสยูนิเวิร์ส 2023 ร่วมเป็น “Global Cultural Ambassador” ส่งต่อความเป็น “The Best of Thainess” ให้กับคนทั่วโลก ปลุกเศรษฐกิจและท่องเที่ยวไทยช่วงไฮซีซันคึกคักในไตรมาส 2 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติฉลองสงกรานต์ไทยดังไกลระดับโลก หลังยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และสร้างแม็กเน็ตประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในทุกเทศกาล ตอกย้ำศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศเป็นแพลตฟอร์มเบอร์หนึ่ง และแลนด์มาร์กคัลเจอร์เทนเมนต์ระดับโลก พร้อมมอบประสบการณ์ช็อป กิน เที่ยว หลอมรวมวัฒนธรรมทุกมิติและมิวสิกเฟสติวัลระดับโลก

6 ไฮไลต์ เที่ยวสงกรานต์เซ็นทรัล ครบทุกความมหาบันเทิงทั่วไทย นำขบวนโดย “เทศกาลดนตรีและสาดน้ำมหาบันเทิง” 30 แลนด์มาร์ก World’s Best Water Fight Entertainment ขยายความมันส์จุดเล่นน้ำทั่วไทยยาวนานกว่าครึ่งเดือน ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทย โดยชูเซ็นทรัลเวิลด์ จัด “centralwOrld Songkran Fest 2024” เป็นแลนด์มาร์กสงกรานต์ระดับโลกใจกลางเมือง

ไฮไลต์ไม่น่าพลาดรวมถึง “ไทยมหาบันเทิง” ชมโชว์เคสสุดพิเศษมรดกโลกวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก อาทิ โขน, หุ่นละครเล็กโจหลุยส์, รำมโนราห์ และการแสดงทางวัฒนธรรมหาชมยาก เสริมทัพด้วย “สุขมหาบันเทิง” กิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ร่วมสักการะและสรงน้ำขอพรพระพุทธรูปจากวัดดังประจำเมือง อาทิ “เซ็นทรัลเวิลด์” ชวนสรงน้ำพระหลวงพ่อทันใจองค์จำลอง จากเชียง ใหม่,

“เซ็นทรัล อุบล” สักการะและสรงน้ำพระแก้ว 5 พระองค์ จากวัดดังคู่เมืองอุบล และ “เซ็นทรัล นครสวรรค์” สักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากศรีลังกา “อร่อยมหาบันเทิง” ฉลองสงกรานต์และวันครอบครัว ชวนช็อปชิมลิ้มรสอาหารไทยพื้นถิ่นกับ Thai Market ในบรรยากาศเย็นสบาย “แต่งชุดไทยมหาบันเทิง” ชวนแต่งผ้าไทย-ผ้าถิ่นทั่วประเทศ ตลอดเดือนเมษายน และ “ช็อปมหาบันเทิง” อัดโปรสุดคุ้มรวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท สมาชิก The 1 ช็อปครบทุก 2,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นรวม 50 รางวัล.

ตามหาสีสันแห่งเกาหลี…ที่ Jeonju (จอนจู)

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2776374

ตามหาสีสันแห่งเกาหลี...ที่ Jeonju (จอนจู)

6 เม.ย. 2567 05:34 น.

ตามหาสีสันแห่งเกาหลี…ที่ Jeonju (จอนจู)

เป็นทริปเปิดประสบการณ์นอกกรุงโซล เกาหลีใต้ อีกทริปที่น่าประทับใจ สำหรับ Fam Trip ที่จัดโดยเมืองยอซู ร่วมกับการท่องเที่ยวเมืองจอนจู (JeonJu) ของเกาหลีใต้ เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวและกลุ่ม MICE ที่ต้องการมาจัดประชุม สัมมนา หรือ งานเทศกาลใหญ่ๆร่วมกับทั้งสองเมืองนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Jeonju ที่เต็มไปด้วยเทศกาลต่างๆตลอดทั้งปี

จากสนามบินอินชอนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเราก็มาถึง จอนจู เมืองเก่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโซลเจ้าภาพต้อนรับคณะด้วย “ซอก กัลบี” หมูย่างกระทะร้อน ที่มาพร้อมเครื่องเคียงหลากหลายตามสไตล์เกาหลี ที่ร้านเก่าแก่ของเมือง ชื่อว่า จงโรเฮวควอน เป็นร้านอาหารเก่าแก่ 45 ปี และเพราะได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดอกบัว Lotus City ด้วย สูตรเด็ดที่มาพร้อมกันอีกอย่าง ก็คือ ข้าวเหนียวธัญพืชห่อใบบัว ที่หุงร้อนๆ หอมและอร่อยมากๆ

เสร็จจากอาหารมื้อกลางวันอันเลอค่าแล้ว คณะไปเยี่ยมชม สำนักงานการท่องเที่ยวของเมืองจอนจู ที่เรียกว่า JEONBUK เป็นองค์การเฉพาะคล้ายๆกับองค์การมหาชนบ้านเรา ที่นอกจากจะทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองแล้ว ยังเป็นสตูดิโอสำหรับกลุ่ม Start Up ที่ต้องการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวหรือแม้แต่ธุรกิจที่สนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ที่พัก Home Stay หรือ แม้แต่การออกแบบแพลตฟอร์มต่างๆ สำนักงานนี้เพิ่งเปิดมาได้ 2 ปีครึ่ง แต่สามารถสร้าง Content และ ทำการตลาดให้เมืองจอนจู สามารถมีรายได้จากการท่องเที่ยวได้ไม่น้อย ด้วยจุดขายที่มีเสน่ห์ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ในฐานะมืองหลวงทางจิตวิญญาณของราชวงศ์โชซอนในอดีต และ เมืองแห่งการทำอาหารของยูเนสโก ปี 2012 และ จอนจู ยังติดอันดับในรายชื่อ Ultimate Eatlist ของ Lonely Planet ด้วย

จาก JEONBUK เราแวะไปจิบกาแฟต่อกันที่ ร้านกาแฟ Sakjang Jungmiso ของ คุณ Lee ea min ที่ลงทุนซื้อบ้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เพื่อทำร้านกาแฟสุดชิค ทั้งยังเก็บรักษาของโบราณที่มาพร้อมกับบ้านหลังนี้ไว้หลายชิ้น ไฮไลท์สำคัญนอกจากดื่มกาแฟแล้ว แนะนำให้ขึ้นไปถ่ายรูปที่หน้าต่างชั้นสองของบ้าน จะได้ภาพสวยๆแบบที่ในชีวิตคุณอาจจะได้ถ่ายรูปแบบนี้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

อีกอย่างที่พลาดไม่ได้ ถ้ามาที่ จอนจู นั่นก็คือ การใส่ชุดฮันบก เพื่อเดินท่องเที่ยวในหมู่บ้านโบราณที่ Hannoks Village เป็นหมู่บ้านเกาหลีดั้งเดิมสมัยศตวรรษที่ 14 จอนจูมีกลุ่มบ้านประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ที่ยังมีคนอาศัยอยู่ประมาณ 800 คน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม เช่าชุดฮันบก ชุดกษัตริย์ ทหาร ขุนนาง สมัยราชวงศ์โชซอน ใส่เดินรอบเมือง เพื่อถ่ายรูป เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจะจดจำ และยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของราชวงศ์โชซอนที่ปกครองเกาหลีระหว่างศตวรรษที่ 14 ถึง 19 ซึ่งทำให้ จอนจู เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์แบบเปิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศ

สถานที่สำคัญในหมู่บ้านฮันนก ที่ต้องไปเยี่ยมชม ก็คือ พระราชวัง Gyeonggijeon สร้างขึ้นในปี 1410 เป็นที่ประดิษฐานภาพเหมือนของ ซัง อิ เก ผู้ก่อตั้งราชวงศ์โชซอน พระราชวังแห่งนี้ถูกทำลายในช่วงสงคราม และถูกสร้างขึ้นใหม่ในทศวรรษปี 1600 สถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในพระราชวัง ก็คือ หอประวัติศาสตร์ หรือห้องสมุดโบราณ ซึ่งภายใน เก็บรักษาสิ่งประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงแผ่นจารึกบรรพบุรุษของราชวงศ์ยี่ ควบคู่ไปกับบันทึกพงศาวดารจากราชวงศ์โชซอนซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ชิ้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จากการรุกรานของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับโบสถ์คาทอลิกจอนดง หนึ่งในอาคารโรมาเนสก์แห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้

จากหมู่บ้านฮันนกไปไม่ไกล การท่องเที่ยวเมืองจอนจู นำเสนอการแสดงดนตรีพื้นบ้านที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ประเภทเดียวกับ เทศกาลสงกรานต์บ้านเรา ที่เรียกว่า พันซูริ หรือ การร้องเพลงพร้อมกับเล่าเรื่อง ที่ใช้เครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้น ไฮไลท์อยู่ที่คนร้อง ที่ว่ากันว่า มีการถ่ายทอดทักษะการร้องเพลงแบบนี้จากรุ่นสู่รุ่น เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่น่าประทับใจ

ช่วงเย็น เรามีกิจกรรมทำอาหาร (Cooking Class) กับเชฟชื่อดัง ชอง ชอง ฮี ที่บ้านของเธอ และแน่นอน อาหารแนะนำของเชฟชองในคลาสนี้ ก็คือ บิบิมบับ อาหารที่มีต้นกำเนิดในเมืองจอนจู และ ยังเป็นอาหารจานเด็ดอันดับ 8 ของโลกที่ถูกบันทึกไว้ใน Lonely Planet ด้วย

บิบิมบับ หรือ ข้าวยำเกาหลี เป็นข้าวผสมกับเห็ด กะหล่ำม่วง แครอท คึ่นไช่ ผักโขม กิมจิ โรยด้วยเนื้อวัว ปรุงรสด้วยน้ำยำสูตรเกาหลี เป็นอีกหนึ่งเมนูชูสุขภาพที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกล้วนๆ และ อีกเมนูหนึ่งคือ พาจอน หรือ พิซซ่าเกาหลี ที่ทำจากแป้งหมักสไตล์เกาหลีโรยหน้าด้วยต้นหอม และ เนื้อสัตว์ตามชอบจะเป็นกุ้ง หรือ ปูอัดก็ได้ แต่สำหรับเมนูระดับเชฟชื่อดังของเมืองแล้ว แน่นอน ต้องเป็นกุ้งสดตัวโตๆ สำหรับอาหารคำโตในมื้อค่ำนี้ด้วย ปิดท้ายด้วยมันเทศเผารสหวาน เหมาะกับช่วงอากาศเย็นๆในฤดูใบไม้ผลิที่สายฝนตกพรำๆในจอนจู

เสียดายที่มีเวลาไม่มาก คณะของเราต้องเดินทางต่อไปเมืองยอซู ในวันรุ่งขึ้น เราจึงยังคงพลาดอีกหลายกิจกรรมในจอนจู ทั้งการตามหาบิงซูเจ้าดัง การถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนังในหมู่บ้านฮันนก ลิ้มลองคาเฟ่ขนมปังจอนจู ที่เป็นขนมปังถั่วแดงราดด้วยกาแฟคัปป้า ฯลฯ แต่ไม่เป็นไร เพราะ จอนจู มีกิจกรรมให้มาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ในเดือนพฤษภาคม เทศกาลบิบิมบับ และ เทศกาลอาหารที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนตุลาคม ที่แม้ในช่วงเวลานั้นจะไม่มีน้องซากุระให้ชมแต่ความงดงามในอีกแบบหนึ่งของจอนจูก็รอให้ผู้คนจากทั่วโลกเข้ามาสัมผัส เป็นสีสันของการท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหลตลอดทั้งปีในเมืองโบราณแห่งนี้

ปิดท้ายอำลาจอนจู ด้วยเมนูหม้อไฟร้านดัง ฮันกุกจิป ร้านเก่าแก่โบราณที่ถ้ามาจอนจูแล้ว ไม่ควรพลาดร้านนี้ เพราะทั้งน้ำซุป และ พริกป่น บอกเลยว่าเด็ดสุดๆจริงๆ

ถ้าเกาหลีเป็นแพลนในทริปหน้าของคุณ แนะนำว่า ไม่ควรพลาดเมืองมรดกทางวัฒนธรรมอย่างจอนจูเด็ดขาด อ้อ!ถ้าคุณมาเดินในเมืองนี้แล้วรู้สึกว่าคุ้นๆกับสถานที่บางแห่ง อย่าแปลกใจ ไม่ใช่เพราะพรหมลิขิตแต่เพราะที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ของเกาหลีมากกว่า 200 เรื่อง อาทิ Moon Embraces the Sun, Sungk yunkwan Scandal รวมถึงซีรีส์น่ารักที่เพิ่งฉายไปเมื่อไม่นานมานี้ อย่าง Just an ordinary love story ด้วย

รู้จักเมืองฮวาเหลียน เมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2775684

รู้จักเมืองฮวาเหลียน เมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

3 เม.ย. 2567 12:49 น.

รู้จักเมืองฮวาเหลียน เมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

เมืองฮวาเหลียน ของไต้หวัน กลายเป็นข่าวดังในขณะนี้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (3 เม.ย. 2567) แต่ในอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมืองฮวาเหลียน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน ซึ่งอุดมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามมากมายดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส

เมืองฮวาเหลียน สวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ

ฮวาเหลียนเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาสูง ท้องฟ้าสีคราม และท้องทะเลอันกว้างใหญ่ อีกทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและผู้คนท้องถิ่นที่เป็นมิตร ทำให้ฮวาเหลียนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ

ด้วยวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันสวยงามของฮวาเหลียน ช่วยสร้างชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวให้แก่ไต้หวันและดึงดูดคนทั่วโลกให้มาชมเสน่ห์ของเมืองนี้ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยม ได้แก่

1. อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ

อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของทิวเขา มีพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุม 3 เมือง ได้แก่ ฮวาเหลียน หนานโถว และไถจง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จึงทำให้อุทยานแห่งนี้ เป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ด้วย

เส้นทาง Swallow Grotto Yanzikou ในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ เมืองฮวาเหลียน ไต้หวัน (ภาพจาก iStock)

สำหรับคนที่รักธรรมชาติ ห้ามพลาดกับจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกไป๋หยาง น้ำตกหยินไต้ น้ำตกฉางชุน น้ำตกลวี่ซุ่ย ถ้ำนกนางแอ่น อุโมงค์เก้าโค้ง รวมทั้งอนุสาวรีย์ทาโรโกะและวัดฉางชุน ซึ่งรายล้อมไปด้วยวิวสวยๆ ของหุบเขาและดอกไม้ป่านานาชาติ

นอกจากนี้ยังมี “เทียนเซียง” หมู่บ้านเก่าแก่ของชนพื้นเมืองชาวไท่หย่า (Atayal) มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งอย่าง วัดเซียงเต๋อ เจดีย์เทียนเฟิง สะพานแขวน สวนอนุสรณ์เหวินเทียนเซียง และสวนพลัม ที่เมื่อถึงฤดูหนาว ดอกพลัมจะบานสะพรั่งสวยงามเหมาะกับการถ่ายรูปมาก

2. อุทยานแห่งชาติยวี่ซัน

อุทยานแห่งชาติยวี่ซาน มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงป่าไม้ที่เต็มไปด้วยพืชนานาชนิด เช่น ป่าไม้ใบกว้าง ป่าผสม ป่าสนและป่าไผ่ เป็นต้น โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกอาซาเลียและดอกอัลไพน์จะผลิบาน สีสันสวยงาม

อุทยานแห่งนี้เต็มไปด้วยนกป่าหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ รวมถึงสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น หมีดำ กวางป่า ลิงแม็กแคกไต้หวัน เลียงผา ที่สามารถพบเห็นได้ในอุทยานแห่งนี้

3. อุทยานแห่งชาติชายฝั่งตะวันออก

ชายฝั่งนี้มีพื้นที่ยาว 170 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำฮวาเหลียน (Hualien) ทางตอนเหนือของเสี่ยวเย่หลิว (Shiauyeliou) มีหินภูเขาไฟ หินคลาสสิกจากใต้ทะเลลึก และหินดินดานที่ถูกดันขึ้นมาจากใต้ท้องทะเล ด้วยความหลากหลายของภูมิประเทศ ทำให้จุดชมวิวแห่งนี้งดงามมาก ทั้งแนวชายฝั่งทะเล หาดทราย แนวปะการัง อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของพืชพรรณธรรมชาติและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์

อุทยานแห่งชาติชายฝั่งตะวันออก เมืองฮวาเหลียน ไต้หวัน (ภาพจาก iStock)

นอกจากนี้ ทางชายฝั่งตะวันออกยังเป็นหมู่บ้านของชนพื้นเมืองอาเหม่ย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชนพื้นเมืองอาเหม่ยได้ ผ่านงานเก็บเกี่ยวประจำปี ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รวมถึงโบราณสถานและโบราณวัตถุให้ได้ชมกัน ด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและโบราณสถานอันทรงคุณค่า ทำให้สำนักงานการท่องเที่ยวกำหนดให้ที่นี่เป็น “จุดชมวิวแห่งชาติชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก” ตั้งแต่ปี 1988 เพื่อพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เจริญยิ่งขึ้น

4. อุทยานแห่งชาติหุบเขาตะวันออก

อุทยานแห่งชาติหุบเขาตะวันออก ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งนมน้ำผึ้ง” ประกอบด้วยวิวอันสวยงามตลอดสองข้างทาง มีทุ่งนาเขียวขจีทั่วบริเวณเนินเขาของเมืองฮวาเหลียนและไถตง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 140,000 เฮกเตอร์

หากคุณกำลังมองหากิจกรรมดีๆ เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจอยู่ละก็ ลองมาแช่น้ำพุร้อนกลางธรรมชาติที่นี่สิ นอกจากจะมีน้ำพุร้อนให้แช่กันฟินๆ แล้ว ยังมีวิวทิวทัศน์ของสวนดอกทิวลิป และสวนผลไม้อีกนานาชนิด ให้ได้ชมกันอย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

ดอกลิลลี่ที่บานสะพรั่งบนภูเขาลิ่วสือซือ เมืองฮวาเหลียน ไต้หวัน (ภาพจาก iStock)

หุบเขาแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของชนพื้นเมืองถึง 4 เผ่า ได้แก่ เผ่าอาเหม่ย ไท่หย่า ปู้หนง และเปยหนาน อีกทั้งเป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมกลุ่มชนพื้นเมืองของไต้หวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยี่ยมชมหุบเขาแห่งนี้ จะได้ศึกษาวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองอย่างใกล้ชิด

นอกจาก 4 อุทยานแห่งชาติที่กล่าวไปแล้ว เมืองฮวาเหลียน ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น บ่อน้ำพุร้อนรุ่ยซุ่ย หนึ่งใน 3 บ่อน้ำพุร้อนที่โด่งดังมากที่สุดของไต้หวัน, เส้นทางเดินวัดฉางชุน เป็นเส้นทางเดินท่องเที่ยวที่ค่อนข้างสูงชัน เหมาะกับนักผจญภัยที่ชอบความท้าทาย, ภูเขาลิ่วสือซือ ที่มีไฮไลต์คือดอกลิลลี่ที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายที่

ทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ เมืองฮวาเหลียน ไต้หวัน (ภาพจาก iStock)

อย่างไรก็ตาม เมืองฮวาเหลียน ของไต้หวัน เป็นเมืองที่เกิดแผ่นดินไหวค่อนข้างบ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน 2565 เกิดแผ่นดินไหวความแรง 6.4 ริกเตอร์ ความลึก 7.3 กิโลเมตร และมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 50 ครั้ง ที่ผ่านมาไต้หวันมีประวัติการเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงจำนวนมาก เนื่องจากเกาะตั้งอยู่บนเขตการชนกันของทวีปอันซับซ้อนระหว่างแผ่นทะเลฟิลิปปินส์ (Philippine Sea Plate) และแผ่นยูเรเชีย บนพื้นที่ซึ่งเกิดแผ่นดินไหว แผ่นเหล่านี้เคลื่อนตัวเข้าหากันด้วยอัตรา 75 มิลลิเมตรต่อปี

ภาพจาก iStock

ดังนั้นหากใครมีแผนไปเที่ยวไต้หวันควรศึกษาข้อมูลเรื่องการเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว รวมถึงเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดอยู่เสมอ เพราะอาจเปลี่ยนสถานะจากนักท่องเที่ยวสู่ผู้ประสบภัยได้ แต่ก็ขอให้ประสบภัยอย่างมีสติและปลอดภัยที่สุด

ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ

ภาพ : iStock

10 ที่เที่ยวราชบุรี 2024 สวย บรรยากาศดี เดินทางง่าย ใกล้กรุงฯ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2775128

10 ที่เที่ยวราชบุรี 2024 สวย บรรยากาศดี เดินทางง่าย ใกล้กรุงฯ

1 เม.ย. 2567 14:49 น.

10 ที่เที่ยวราชบุรี 2024 สวย บรรยากาศดี เดินทางง่าย ใกล้กรุงฯ

“ราชบุรี” ตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านตะวันตกของภาคกลาง ในจังหวัดมีทั้งพื้นที่ภูเขาสูง พื้นที่ราบสูง และราบลุ่ม ส่งผลให้ที่เที่ยวราชบุรีมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวธรรมชาติ ตลาด พิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่พื้นที่ตั้งแคมป์ ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนนักท่องเที่ยวก็สามารถมาพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดปี

10 ที่เที่ยวราชบุรี 2024 ครบทุกสไตล์ คัดมาให้แบบเน้นๆ

1. อุทยานหินเขางู

ที่เที่ยวราชบุรี 2024 ยอดฮิตที่อุทยานหินเขางู เดิมทีที่นี่เป็นเหมืองสำหรับระเบิดหิน แต่ต่อมากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จุดไฮไลต์ของที่นี่คือ มีภูเขาหินตั้งตระหง่าน สะพานไม้ยาวพาดสองฝั่งแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมบรรยากาศ หากขึ้นไปด้านบนของเขาจะเจอกับถ้ำอีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XJhnZ72nY1bCbmiz5
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.  

2. สะพานหนุนลอย M4

ที่เที่ยวราชบุรีเปิดใหม่ กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กกลางแม่น้ำแม่กลองที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจ ถ่ายรูป ชมวิวและบรรยากาศริมแม่น้ำกันได้แบบชิลๆ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fFG33eWyMWYfpYVy6
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 16.00-22.00 น.  

3. ตลาดน้ำดำเนินสะดวก 

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตั้งอยู่ที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 80 กิโลเมตรเท่านั้น บรรยากาศอบอุ่น โดยไฮไลต์ที่นี่คือ การซื้อขายสินค้ากันบนเรือตามวิถีชีวิตในสมัยก่อน ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KiMBDFnruPWtTKVy5
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.  

4. Coro Field 

หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวราชบุรี 2567 ในสวนผึ้ง บรรยากาศชิลๆ มีพื้นที่ให้พักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมสนุกๆ เช่น การปลูกผัก เก็บผัก รวมไปถึงการทำเวิร์กช็อป ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qNbp6h4gd1L2kNqZ6
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.  

5. Street Art บ้านโป่ง

อีกหนึ่งที่เที่ยวที่เหมาะกับสายถ่ายรูปเช็กอินโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟบ้านโป่ง บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น ภาพวาดมังกรบนตึก ภาพวาดดอกไม้ หรือแม้แต่ภาพการ์ตูน ให้เดินถ่ายรูปชิลๆ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/A84dZq24FEHjcHvcA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เดินชมได้ตลอดเวลา

6. วัดขนอนหนังใหญ่ 

เอาใจสายบุญกับพิกัดที่เที่ยวราชบุรี โพธาราม “วัดขนอนหนังใหญ่” ที่นอกจากจะแวะทำบุญ เสริมสิริมงคลให้กับตนเองแล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน เป็นที่เก็บรักษาหนังใหญ่ วัดขนอน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงที่มา นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุอื่นๆ อีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fBg5rGKRHBJkhf7w6
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.30 น.  

7. กาดวิถีชุมชน วัดโขลงสุวรรณคีรี

กาดวิถีชุมชน วัดโขลงสุวรรณคีรี หรือกาดวิถีชุมชนคูบัว สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ที่ดีของคนในชุมชน ชนวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ มีทั้งของกิน ของใช้ ของพื้นบ้านให้ได้เลือกช็อป ชิม ชิลกันได้เต็มที่
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DUKqWs8gKLs2cwQt5
เวลาเปิด-ปิด : เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30-19.30 น.  

8. ณ สัทธา อุทยานไทย

อีกหนึ่งพิกัดที่เที่ยวราชบุรี 2024 เพื่อการเรียนรู้ มีการจัดแสดงและจำลองสถานที่ต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถสวมใส่ชุดไทยเดินชมบรรยากาศรอบๆ ถ่ายรูป ในช่วงตอนค่ำยังมีการแสดงไฟให้ได้ชมความงามช่วงกลางคืนอีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FdmZ4W5GAFU429UH6
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-22.00 น. 

9. เขากระโจม

ที่เที่ยวราชบุรี สวนผึ้งเหมาะสำหรับสายท่องเที่ยวธรรมชาติ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เดินขึ้นเขา ชมวิวธรรมชาติ ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ใครจะแคมปิ้งนอนค้างคืนด้านบน หรือเดินลงก็ได้เช่นกัน หากมาช่วงอากาศหนาวรับรองว่าฟิน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FdmZ4W5GAFU429UH6
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เดินขึ้นได้ตั้งแต่เวลา 04.00-07.00 น. และลงได้ตั้งแต่เวลา 07.00-09.00 น. ส่วนรถยนต์ขึ้นลงได้ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. 

10. เถ้า ฮง ไถ่ เซรามิก

หลายคนอาจจะคุ้นตากับรูปปั้นสุนัขลายจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของเถ้า ฮง ไถ่ เซรามิก ซึ่งนอกจากรูปปั้นดังกล่าวยังมีโอ่ง เครื่องปั้น และอื่นๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสายทำกิจกรรม ถ่ายรูป หรือเที่ยวแบบชิลๆ ก็ถูกใจ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZaDgVfJduw53WMGAA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 

ราชบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีที่เที่ยวหลากสไตล์ ในช่วงวันหยุดนี้ใครยังไม่มีไอเดียว่าจะไปเที่ยวไหนดี 10 ที่เที่ยวราชบุรีที่นำมาฝากกันในข้างต้นก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เที่ยวเพลินๆ เดินทางง่าย ใกล้กรุงเทพฯ อีกด้วย

เปิดจักรวาล “การท่องเที่ยวสายมู” 5 ธุรกิจมาแรงชิงส่วนแบ่งตลาดหมื่นล้าน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2774561

เปิดจักรวาล “การท่องเที่ยวสายมู” 5 ธุรกิจมาแรงชิงส่วนแบ่งตลาดหมื่นล้าน

30 มี.ค. 2567 07:36 น.

เปิดจักรวาล “การท่องเที่ยวสายมู” 5 ธุรกิจมาแรงชิงส่วนแบ่งตลาดหมื่นล้าน

เดินสายขายผ้าขาวม้าก็ว่าปังแล้ว แต่คงสู้พลัง “การท่องเที่ยวสายมู” ไม่ได้ เพราะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้เศรษฐกิจไทยปีละไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท และกำลังได้รับความสนใจในตลาดโลกอย่างมาก โดยมีประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมที่โดดเด่นไปด้วยเสน่ห์ เชื่อมโยงไปถึงอัตลักษณ์ ความเชื่อท้องถิ่น ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสายมูเตลู สอดรับกับเทรนด์หลักของโลกที่มุ่งนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่มีคุณค่าและให้ความหมายกับนักท่องเที่ยว

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในปี 2562 การท่องเที่ยวเชิงแสวงบุญ สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทยสูงสุดถึง 10,800 ล้านบาท และจากข้อมูลของ “ฟิวเจอร์ มาร์เก็ต อินไซต์ 2023” พบว่า การท่องเที่ยวเชิงศรัทธามีแนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 10 ปี จากมูลค่ากว่า 13.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2565 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2576

ถามว่าถ้าประเทศไทยไม่อยากตกรถขบวนนี้ ควรจะพุ่งเป้าการสนับสนุนไปที่ภาคธุรกิจใด เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ต่อยอดขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญไม่ใช่ยิงพลาดเป้าเปลืองกระสุนไปเรื่อยๆ!! ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) ฟันธง 5 ธุรกิจมาแรง ที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด และโกยรายได้จากเทรนด์ฮอตการท่องเที่ยวสายมู

“ทัวร์มูเตลู” ธุรกิจความเชื่อของไทยเติบโตขึ้นมาก มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงความเชื่อและศาสนา เราสามารถสร้างโอกาสจากเทรนด์การท่องเที่ยวนี้ได้ โดยผู้ประกอบการจัดหาโปรแกรมทัวร์ที่จะเป็นตัวช่วยพานักท่องเที่ยวไปไหว้พระเสริมดวงชะตา พร้อมมีไกด์นำไหว้พระ สอนวิธีบูชาที่ถูกต้อง และจัดเตรียมอุปกรณ์มูให้สุดไหว้ให้ปัง

“มูเตลูกับเมนูอาหาร” เชื่อไหมคะว่าอาหารการกินก็ผูกกับความเชื่อของผู้คนด้วย ผู้ประกอบการอาจพลิกให้เป็นโอกาสในเรื่องของธุรกิจอาหาร โดยจัดเซตอาหารมงคล ประยุกต์ให้เข้ากับอาหารประจำถิ่น เพื่อส่งเสริมอาชีพผู้คนในชุมชน และนำออกมาจำหน่ายในช่วงเทศกาลต่างๆ ดึงดูดกลุ่มสายมู

“เซตอุปกรณ์ไหว้สำเร็จรูป” ในแต่ละ ท้องถิ่นจะมีอุปกรณ์การไหว้ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มักมองหาทางเลือกที่ง่ายและสะดวก นั่นคือชุดไหว้บูชาที่จัดมาแล้วแบบสำเร็จรูป จึงเป็นโอกาสทอง ในการส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชนท้องถิ่นได้อีกทาง

“ธุรกิจที่พักแถมดูดวงและเสริมดวง” ลองนำเสนอโปรโมชันแพ็กเกจการเข้าพัก พร้อมมอบสิทธิพิเศษในการดูดวงและเสริมดวงชะตากับผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รับรองว่าจะเพิ่มยอดจองที่พักให้พุ่งกระฉูด เพราะโดนใจนักท่องเที่ยวสายมู

“ธุรกิจเครื่องรางของขลัง” สมัยนี้มีการออกแบบเครื่องรางของขลังให้สวยงามน่าใช้, ทันสมัย และพกพาง่าย เช่น กำไลหินนำโชค, สร้อยข้อมือเสริมดวง และตะกรุดสายแฟชั่น เมืองไทยถือเป็นผู้นำเทรนด์เครื่องประดับสายมูของโลก ที่ลุกขึ้นปฏิวัติวงการวัตถุมงคล สร้างเทรนด์ใหม่เป็นของขลังที่สามารถสวมใส่ได้เก๋ไก๋ในชีวิตประจำวัน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลจริงๆ.

เก็บไว้ในลิสต์ 6 อุทยานน่าเที่ยวที่ได้รางวัลจาก Thailand Tourism Awards

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2774189

เก็บไว้ในลิสต์ 6 อุทยานน่าเที่ยวที่ได้รางวัลจาก Thailand Tourism Awards

28 มี.ค. 2567 16:31 น.

เก็บไว้ในลิสต์ 6 อุทยานน่าเที่ยวที่ได้รางวัลจาก Thailand Tourism Awards

ชวนปักหมุดเที่ยว 6 อุทยานแห่งชาติยอดนิยม ที่ได้รับรางวัลจากอุตสาหรกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) นักท่องเที่ยวสายแคมป์และธรรมชาติ ห้ามพลาด

อุทยานแห่งชาติ เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตที่ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆ นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติอันเขียวขจี และทำกิจกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลได้

ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมที่เที่ยวที่ได้รับ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ที่การันตีโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาฝากให้นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติได้ไปพักแรมฟินกับธรรมชาติ นั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก หนีร้อน สัมผัสลมเย็นๆ พักผ่อนกันให้ในช่วงวันหยุดยาวที่จะถึงนี้อย่างเต็มที่

6 อุทยานแห่งชาติที่ได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards

  • อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จ.เชียงราย

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จังหวัดเชียงราย มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไฮไลต์ที่น่าสนใจ คือ น้ำตกปูแกง น้ำตกที่สายน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ 

พร้อมทั้งยังมีถ้ำเล็กใหญ่อยู่ในพื้นที่อีกจำนวนมาก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ให้เดินศึกษาต้นไม้นานาพันธุ์ และสัตว์ต่างๆ ทั้งนี้ยังมีพื้นที่ลานกางเต็นท์ทั้งหมด 3 จุด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การดูนก ปลูกต้นไม้ และกิจกรรมศึกษาเพื่อความยั่งยืนอีกมากมาย

  • อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งอุทยานยอดนิยมที่มีชื่อคุ้นหู หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีวิวสวยๆ ของธรรมชาติมากมาย จากยอดดอย น้ำตก รวมถึงดอกไม้นานาพันธุ์ 

ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นลานกางเต็นท์ดอยปุย ซึ่งเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น และเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยลานกางเต็นท์นี้ สูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 1,500 เมตร มีอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 300 คน และที่สำคัญคือไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก ทำให้เดินทางได้ง่าย และสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองเชียงใหม่ได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน รวมถึงน้ำตกหมอกฟ้า น้ำที่ไหลจากหน้าผาสูงกว่า 30 เมตร ทำให้เกิดเป็นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วเสมือนม่านหมอก

  • อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากอุทยานอื่นๆ ที่กล่าวมา โดยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนี้เป็นไฮไลต์ที่เห็นได้บ่อยๆ ตามเว็บไซต์ท่องเที่ยวของไทย

สถานที่แห่งนี้ได้รวมรวบ วัตถุ และอารยธรรมโบราณ ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของประเทศไทย หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่ผสมกับธรรมชาติที่สวยงามนี้ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ซึ่งเป็นเทศกาลที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้ามากันอย่างล้นหลาม

  • อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติสุดสวย แถมยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่มากมาย หากต้องการไปพักผ่อนใจ สูดอากาศดีๆ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แนะนำ เนื่องจากมีแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์ และดอกไม้นานาพรรณตามฤดูกาลที่น่าสนใจอยู่มากมาย

ไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตกหมันแดง และน้ำตกร่มเกล้าภราดร พร้อมแหล่งท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน เป็นวีรกรรมของนักรบไทยที่เกิดขึ้น ณ ที่เเห่งนี้ ให้ได้ศึกษามากมาย

  • อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีผืนป่าขนาดใหญ่ และสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวต่างนิยมเดินทางมาส่องสัตว์ ตั้งแคมป์ เที่ยวน้ำตก และทำกิจกรรมอยู่เป็นประจำตลอดปี

ไฮไลต์ที่น่าสนใจ คือ ช่องเย็น หนึ่งในสถานที่ยอดฮิตที่เป็นพื้นที่เป็นช่องเขาที่ลมพัดผ่าน และมีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี และการส่องสัตว์จำพวกนก อย่าง นกเงือกคอแดง ถือเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบที่หาดูได้ยาก และใกล้สูญพันธุ์ ทั้งนี้ยังมีจุดชมวิว 360 องศา สามารถสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี 

  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ และ อุทยานมรดกแห่งอาเซียนครอบคลุม 4 จังหวัด ประกอบด้วย สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก และสามารถเดินทางได้ง่าย สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารสำคัญหลายสายที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และถือว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญหายาก และใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด 

กิจกรรมที่น่าสนใจของที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และจุดชมวิวที่หลากหลาย รวมถึงยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกกว่า 280 ชนิด และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ลานกางเต็นท์ ถนนหนทางที่ดี ร้านค้า ร้านอาหาร 

ข้อมูล : Tourism Product, ข่าวสาร ททท., ททท

Airbnb เปิดตัวไกด์บุ๊ก คู่มือการท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ กระตุ้นสงกรานต์ 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2773921

Airbnb เปิดตัวไกด์บุ๊ก คู่มือการท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ กระตุ้นสงกรานต์ 2567

27 มี.ค. 2567 18:54 น.

Airbnb เปิดตัวไกด์บุ๊ก คู่มือการท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ กระตุ้นสงกรานต์ 2567

Airbnb เปิดตัวซิตี้ไกด์บุ๊กเล่มแรก (Airbnb’s Creative Guide to Bangkok) พร้อมนำเสนอ 4 ย่านท่องเที่ยวสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ ที่เข้ามาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผู้สร้างเทรนด์ (Tastemakers) และเจ้าของที่พัก Airbnb ในแต่ละชุมชน ตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และยกระดับ Soft Power ของไทย

“ประเทศไทยได้ครองอันดับที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นักเดินทาง Airbnb จากทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดในปี 2566” ข้อมูลล่าสุดจาก Airbnb 

จากสถิติดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดีของการท่องเที่ยวไทยที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง และเทรนด์ท่องเที่ยวที่กำลังจะเปลี่ยนไป พร้อมเผยจำนวนคืนของการจองที่พักของ Airbnb ในประเทศไทย ปรากฏว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยนักเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศต้นทางที่มาเยือนไทยมากที่สุด ตามด้วยประเทศจีน ประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร และประเทศเกาหลีใต้ ตามลำดับ

ด้าน กรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองยอดนิยม อันดับ 1 ในประเทศไทย รองลงมา คือ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ตามลำดับ เป็นจังหวัดที่มีนักเดินทาง จาก Airbnb ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดในปี 2566 

โดยนักเดินทางแบบกลุ่มที่เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และนักเดินทางเดี่ยว (เดินทางคนเดียว) เพิ่มขึ้น 52% ในช่วงเวลาเดียวกัน 

Airbnb ยังพบสัญญาณการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากนักเดินทางชาวจีน และอินเดีย โดยประเทศไทย รั้งอันดับที่ 1 จุดหมายปลายทางนอกประเทศที่นักเดินทาง Airbnb ชาวจีนค้นหามากที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจาก Airbnb ชาวอินเดีย ยังเสิร์ชหาประเทศไทยมากที่สุดในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวโฮลี (เทศกาลสาดสี) และช่วงวันหยุดยาวอีสเตอร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้า

อมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ของ Airbnb (ซ้าย) และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (ขวา)

อมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ของ Airbnb กล่าวว่า “นักเดินทาง Airbnb แตกต่างจากนักเดินทางทั่วไป โดยจะชอบสำรวจสถานที่ใหม่ๆ และกระตือรือร้นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่ได้ไปพัก และเยี่ยมเยือน”

“Airbnb’s Creative Guide to Bangkok จะเป็นคู่มีที่ทำให้นักเดินทางได้รู้จักกับเสน่ห์เฉพาะตัวของชุมชนที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ตั้งแต่ประวัติศาสตร์เก่าแก่ในย่านวังเดิม กลิ่นอายของชุมชนในย่านตลาดพลู และกุฎีจีน ไปจนถึงความหลากหลาย ทางมรดกและวัฒนธรรมในย่านตลาดน้อย ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนโครงการของภาครัฐ เรามีความมุ่งมั่นในการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้การท่องเที่ยว ชูความเป็นชุมชน ความคิดสร้างสรรค์ และทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกๆ ฝ่ายมากยิ่งขึ้น เผื่อช่วยผลักดัน ให้ประเทศไทยเป็นโฮมสเตย์ชั้นนำระดับโลก” อมันพรีท บาจาจ จาก Airbnb กล่าวเสริม

“ซิตี้ไกด์บุ๊ก” ตัวช่วยของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ให้ได้เที่ยวอย่างสร้างสรรค์

Airbnb จึงได้เปิดตัว Airbnb’s Creative Guide to Bangkok เป็นซิตี้ไกด์บุ๊กเล่มแรกโดยข้อมูลภายในเล่มจะคอยในนำเสนอ 4 ย่านสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย ตลาดน้อย วังเดิม ตลาดพลู และกุฎีจีน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผู้สร้างเทรนด์ และเจ้าของที่พัก Airbnb ในแต่ละชุมชน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ท่องเที่ยวชุมชน

เนื้อหาภายใน Airbnb’s Creative Guide to Bangkok ประกอบไปด้วยข้อมูลของสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจเช่น แฮงก์เอาต์, ร้านอาหารท้องถิ่น, ที่พัก และสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในแต่ละย่าน พร้อมแนะนำจุดท่องเที่ยวตั้งแต่สตรีทอาร์ต ตลาดท้องถิ่น ไปจนถึงเรื่องราวของสถาปัตยกรรม อาหาร และงานฝีมือของคนในท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ 

ไกด์บุ๊กเล่มนี้ จัดพิมพ์ขึ้น ทั้งหมด 3 ภาษาได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน โดยจะเผยแพร่ทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศที่เป็นตลาดท่องเที่ยวหลักอย่างประเทศจีนและอินเดีย เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ยังเชื่อว่าไกด์บุ๊กนี้จะสามารถเป็นส่วนร่วมในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้เกิดความหมุนเวียนมากยิ่งขึ้นทั้งในประเทศ จังหวัด ชุมชน และบุคคล รวมถึงยังยกระดับ Soft Power ในแง่มุมต่างๆ ของประเทศไทยไปอีกหนึ่งช่องทาง

พร้อมยังเป็นการสนับสนุน และจุดประการให้แก่นักท่องเที่ยว และวงการท่องเที่ยวให้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น เที่ยวย่านเยือนถิ่น แหล่งศิลป์ ท่องเที่ยวเสน่ห์ชุมชน ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นตัวของชุมชนที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักผ่านพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อให้ประเทศไทย และกรุงเทพฯ มีเอกลักษณ์ทัดเทียมกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในระดับโลก

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า “ในนามของกรุงเทพมหานคร เรารู้สึกตื่นเต้น ที่ได้เห็น การนำเสนอย่านสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ สู่สายตานักเดินทางทั่วโลกเป็นแห่งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาก่อนสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย”

“กรุงเทพฯ นั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งหลายๆ แห่งนักเดินทางอาจจะยังไม่เคยมาเยือน โดยในปี 2565 กรุงเทพมหานครได้เปิดตัวโครงการย่านสร้างสรรค์นำร่อง 20 ย่าน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชุมชนที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยแต่ละย่านประกอบไปด้วยร้านอาหาร และร้านค้าดั้งเดิม แกลเลอรี่ คลอง และวัดวาอารามต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งทาง กทม. หวังว่า ไกด์บุ๊กเล่มนี้ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเดินทางอีกหลายคนได้มาสำรวจย่านที่มีความสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้เชื่อมต่อกับคนในพื้นที่ และค้นพบความพิเศษหรือเสน่ห์ที่แตกต่างกันไปของย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร” รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : ททท. , istock

เที่ยวทะเลช่วงไหนดี 2567 ทะเลสวย น้ำใส วางแผนจัดทริปได้ตลอดทั้งปี

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2773816

เที่ยวทะเลช่วงไหนดี 2567 ทะเลสวย น้ำใส วางแผนจัดทริปได้ตลอดทั้งปี

27 มี.ค. 2567 12:55 น.

เที่ยวทะเลช่วงไหนดี 2567 ทะเลสวย น้ำใส วางแผนจัดทริปได้ตลอดทั้งปี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ว่าจะฤดูกาลไหน “ทะเล” ก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่หลายๆ คนเลือกไปพักผ่อนหย่อนใจ แต่หากเลือกไปช่วงที่มรสุมเข้าก็อาจจะทำให้หมดสนุกได้ ดังนั้น แนะนำให้เช็กปฏิทินเที่ยวทะเลช่วงไหนดี 2567 ร่วมด้วย รับรองว่าเที่ยวสนุก ได้สัมผัสท้องฟ้าแจ่มใส และน้ำทะเลสวยๆ กันได้ตลอดทริป

ปฏิทินเที่ยวทะเลช่วงไหนดี 2567/2024 ทะเลสวย น้ำใส ไม่เจอมรสุม

ทะเลในประเทศไทยแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนก็จะมีฤดูกาลการเที่ยวที่ต่างกันออกไป ดังนี้

ทะเลอันดามันเที่ยวช่วงไหนดี

ทะเลอันดามัน เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย น้ำค่อนข้างมีความเค็มสูงกว่าปกติ ประเทศไทยมีชายฝั่งติดกับทะเลอันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล แนะนำช่วงที่ควรเที่ยว ดังนี้

  • ช่วงที่ควรเที่ยว : ธันวาคม-มีนาคม 
  • ช่วงที่ควรเฝ้าระวัง : เมษายนและพฤศจิกายน
  • ช่วงมรสุมเข้า : พฤษภาคม-ตุลาคม

ทะเลอ่าวไทยเที่ยวช่วงไหนดี

ทะเลอ่าวไทย เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ในประเทศไทยมีจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลอ่าวไทยคือจังหวัดที่ไล่เรียงลงมาตั้งแต่ จ.เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานี ไปจนถึง จ.นราธิวาส ช่วงที่ควรเที่ยว มีดังนี้

  • ช่วงที่ควรเที่ยว : เมษายน-ตุลาคม
  • ช่วงที่ควรเฝ้าระวัง : มีนาคมและพฤศจิกายน
  • ช่วงมรสุมเข้า : ธันวาคม-กุมภาพันธ์  

ทะเลตะวันออกเที่ยวช่วงไหนดี

ทะเลฝั่งตะวันออก ถือเป็นทะเลที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากเดินทางสะดวก ใกล้กรุงเทพฯ ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด ช่วงเวลาที่เหมาะสม เช็กปฏิทินเที่ยวทะเลเดือนไหนดี มีดังนี้

  • ช่วงที่ควรเที่ยว : ธันวาคม-มีนาคม
  • ช่วงที่ควรเฝ้าระวัง : เมษายนและพฤศจิกายน
  • ช่วงมรสุมเข้า : พฤษภาคม-ตุลาคม

ทะเลตะวันตกเที่ยวช่วงไหนดี

ทะเลฝั่งตะวันตก หรือฝั่งอ่าวไทยตอนบน ประกอบด้วย 2 จังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ แนะนำช่วงเวลาที่ควรเที่ยว ดังนี้

  • ช่วงที่ควรเที่ยว : ธันวาคม-เมษายน
  • ช่วงที่ควรเฝ้าระวัง : พฤษภาคมและพฤศจิกายน
  • ช่วงมรสุมเข้า : มิถุนายน-ตุลาคม

อย่างไรก็ดี หากใครที่วางแผนเดินทางไปเที่ยวทะเล แนะนำให้เช็กปฏิทินเที่ยวทะเลช่วงไหนดีสุดร่วมด้วย เพื่อให้ได้เที่ยวชมบรรยากาศดีๆ กันได้อย่างเต็มที่ จะโพสต์ท่าถ่ายรูป ทำกิจกรรมริมชายหาด หรือถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลก็ประทับใจแน่นอน

15 ที่เที่ยวระยอง 2567 เที่ยวชิลหลากสไตล์ ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2773658

15 ที่เที่ยวระยอง 2567 เที่ยวชิลหลากสไตล์ ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

26 มี.ค. 2567 17:49 น.

15 ที่เที่ยวระยอง 2567 เที่ยวชิลหลากสไตล์ ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ใครที่กำลังวางแผนหนีรัก พักงาน ไปพักผ่อนชิลๆ ที่ริมทะเล “ที่เที่ยวระยอง” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ เพราะนอกจากทะเลสวยๆ ที่นี่ก็ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศสุดชิล รอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส บทความนี้ ไทยรัฐออนไลน์แจกพิกัดที่เที่ยวระยอง 2567 มัดรวมที่เที่ยวหลากสไตล์ ไม่ว่าจะมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือคนรักก็สนุกไม่แพ้กัน

15 ที่เที่ยวระยอง 2567 สุดชิล หลากสไตล์ เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

1. สะพานรักษ์แสม

สะพานรักษ์แสม ตั้งอยู่ที่ อ.แกลง จ.ระยอง ด้านข้างของสะพานอุดมไปด้วยป่าชายเลนซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศของป่าชายเลนบนสะพานไม้ความยาวประมาณ 100 เมตรได้อย่างจุใจ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dfr64tAqKDhVkiMv6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

2. สวนลุงทองใบ

สวนลุงทองใบเป็นที่เที่ยวระยองที่ไม่ใช่ทะเล แต่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการท่องเที่ยวในเชิงเกษตรแทน โดยหากมาในช่วงที่ผลไม้ออกผล ก็จะได้ชิมผลไม้แบบไม่จำกัด เช่น ทุเรียน มังคุด หรือแม้แต่ไอศกรีมหรือข้าวเหนียวทุเรียนก็จัดเต็มได้ทั้งทริป
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64F4ERpiphk3szs66
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

3. ทุ่งโปรงทอง

ที่เที่ยวระยอง อ.แกลง ยอดฮิตที่ไม่ว่าใครก็จะต้องมาแวะเดินชมบรรยากาศดีๆ ท่ามกลางต้นโปรง โดยเฉพาะช่วงที่ใบของต้นโปรงทองเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง สะท้อนกับแสงแดดที่ตกกระทบ รับรองว่าได้สัมผัสบรรยากาศดีๆ รวมไปถึงได้รูปสวยๆ กลับบ้านแน่นอน
พิกัด :  https://maps.app.goo.gl/7qhj8HKHnEJEkKyF8
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

4. ทะเลแหวก เกาะมันใน

ทะเลแหวก เกาะมันในเป็นที่เที่ยวระยอง ทะเลแหวกที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบนสันทรายกลางทะเลได้ ไม่ว่าจะถ่ายรูป เช็กอิน หรือชมบรรยากาศชิลๆ ก็ประทับใจไม่แพ้กัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/A4Fkufm9ZnEa56xY9
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

5. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง

อีกหนึ่งที่เที่ยวระยอง สำหรับเด็กหรือผู้ที่มาเที่ยวกับครอบครัว เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ปลาที่หลากหลาย ผ่านการเดินชมใต้อุโมงค์ปลา นอกจากนี้จะยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพการทำประมงอีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/GXuLZ9P69CLEqpyw8
เวลาเปิด-ปิด : วันพุธ-ศุกร์ เปิด 10.00-16.00น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 10.00-17.00น. ปิดทุกวันจันทร์-อังคาร

6. ตลาดน้ำเกาะกลอย

ใครที่มีอยากเดินช็อปปิ้งชิลๆ รวมไปถึงชิมอาหารหลากหลายสไตล์ “ตลาดน้ำเกาะกลอย” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด นอกจากจะได้สนุกไปกับการช็อปปิ้งในบรรยากาศชิลๆ แล้ว อาจจะได้ของฝากกลับบ้านไปด้วยเช่นกัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/JTv9jKiVAjNMqF1W6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

7. เกาะเสม็ด

“เกาะเสม็ด” เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวระยอง ทริป 2 วัน 1 คืนที่หลายคนเลือกไป เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้เลือกเล่นอีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะไปเที่ยวกับแฟนหรือกับแก๊งเพื่อนก็สนุก
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZJUdaNNGiDdgrEV77
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

8. หาดแม่รำพึง

หนึ่งในที่เที่ยวระยอง ทริป 2 วัน 1 คืน ที่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย แต่อยากพักผ่อนชิลๆ เล่นน้ำทะเลกับชาวแก๊งหรือครอบครัว นอกจากบรรยากาศดีๆ บริเวณใกล้ๆ ก็มีร้านอาหารหลากหลายรูปแบบให้ได้ชิมกันอีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/zpFQSKdsv1FrEjtQ7
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ไม่มีเวลาเปิด-ปิด

9. สวนพฤกษศาสตร์ระยอง

เอาใจคนรักธรรมชาติกับที่เที่ยวระยอง อ.แกลง อย่าง “สวนพฤกษศาสตร์” นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติ บรรยากาศดีๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ล่องเรือชมบรรยากาศ ปั่นจักรยาน พายเรือคายัก
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VXzH3HY92EhevpX79
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

10. สวนละไม

เอาใจคนชอบผลไม้และธรรมชาติกันต่อกับ สวนละไม สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ มีทั้งผลไม้ยอดฮิตอย่างทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง และอื่นๆ อีกเพียบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมกินผลไม้บุฟเฟต์ได้ตามฤดูกาล
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/eLZLiWFmF4vW9MjX6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

11. หาดพลา

หาดพลาเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวระยอง ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านฉาง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบ พักผ่อนอย่างชิลๆ เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีแต่คนในพื้นที่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ใครที่มีโอกาสเดินทางมายัง อ.บ้านฉาง อาจจะลองแวะมาก็ได้เที่ยวแบบชิลๆ อีกรูปแบบหนึ่ง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LUWUWfoSoXBHfgMX7
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ไม่มีเวลาเปิด-ปิด

12. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า

อีกหนึ่งที่เที่ยวระยองยอดฮิต โดยเฉพาะสายถ่ายภาพโพสต์ลงอินสตาแกรมเก๋ๆ หรือเช็กอินบนเฟซบุ๊ก เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปริมทะเลตามแนวชายฝั่ง ถ่ายรูปบนสกาย วอล์ก หรือถ่ายบริเวณจุดประภาคารสีขาวก็ได้รูปสวยไม่แพ้ใครแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QT8ZR23o6Cnt7uk17
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

13. เกาะทะลุ

หากพูดถึงชายหาดที่ทรายขาว ตัดกับน้ำทะเลสวยๆ “เกาะทะลุ” ก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนพูดถึง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีจุดไฮไลต์ที่สำคัญอย่างบริเวณผาหินที่เว้นส่วนตรงกลางที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จนกลายเป็นที่มาของชื่อเกาะนั่นเอง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/egGyQCLA1nthcgau8
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

14. หาดพยูน

หาดพยูนเป็นหาดที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 32 กิโลเมตร ส่งผลให้บริเวณชายหาดนั้นเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนชิลๆ หรือต้องการความเป็นส่วนตัว ชมวิวทะเลสวยๆ กลายเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุดชิลใน จ.ระยอง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/2ysWhJ6eupTiJz859
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ไม่มีเวลาเปิด-ปิด

15. พระเจดีย์กลางน้ำ

ปิดท้ายที่เที่ยวระยอง 2567 กับเจดีย์กลางน้ำสูง 10 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือหรือการประมง โดยในแต่ละปีก็จะมีการจัดงานห่มเจดีย์กลางน้ำ หรืองานลอยกระทง งานแข่งเรือให้นักท่องเที่ยวหรือคนในท้องถิ่นได้มาร่วมงานอีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qdQCS7AiaRXxGk7d6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวในช่วงนี้ ที่เที่ยวทะเลระยอง 2567 ที่นำมาฝากในข้างต้นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากจะพักผ่อนหย่อนใจไปกับทะเลสวยๆ ยังมีธรรมชาติและที่เที่ยวอีกหลายสไตล์รอให้สัมผัส

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต เปิดวันไหน มีอะไรน่าสนใจ เช็กวิธีเดินทางได้ที่นี่

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2773235

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต เปิดวันไหน มีอะไรน่าสนใจ เช็กวิธีเดินทางได้ที่นี่

25 มี.ค. 2567 13:52 น.

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต เปิดวันไหน มีอะไรน่าสนใจ เช็กวิธีเดินทางได้ที่นี่

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต” หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมคือ จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต เตรียมปรับรูปแบบ เปิดให้บริการอีกครั้งในชื่อใหม่ พร้อมชูสไตล์ความวินเทจตามแบบฉบับของตลาดนัดรถไฟ ในครั้งนี้จะมีอะไรน่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต เปิดวันไหน มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต เริ่มเปิด 1 เมษายน 2567 เปิดทั้งหมด 4 วัน คือ วันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ เวลา 17.00-24.00 น. โดยในครั้งนี้มาภายใต้คอนเซปต์ของตลาดนัดรถไฟ รวมสินค้ามือสอง ของสะสม หรือสินค้าสไตล์วินเทจ

นอกจากนี้ยังมีร้านแฮงก์เอาต์ อาหารสตรีทฟู้ด รวมถึงปรับราคาของสินค้าให้ตอบโจทย์กับคนไทย ตามสไตล์ของตลาดนัดรถไฟมากขึ้น

แจกพิกัด ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต ไปยังไงได้บ้าง

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ทำให้เดินทางได้อย่างสะดวก โดยสามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้

  • BTS ลงสถานีห้าแยกลาดพร้าว ทางออก 4 เดินต่อประมาณ 650 เมตร
  • BTS ลงสถานีพหลโยธิน 24 ทางออก 2 เดินต่อประมาณ 500 เมตร
  • MRT ลงสถานีพหลโยธิน ทางออก 3 เดินผ่านสกายวอล์ก BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าวไปยังตลาด
  • รถโดยสารประจำทางสาย 24, 26, 34, 39, 59, 63, 104, 107, 129, 136, 191, 503, 524, 529 หรือ 545

ทั้งนี้ หากใครที่ขับรถส่วนตัวมา สามารถปักหมุดเดินทางตามพิกัดกูเกิลแม็ป https://goo.gl/maps/f7NP81XSWfDombDF8 ได้เช่นกัน

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต ที่จอดรถมีไหม

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังตลาดนัด แดนเนรมิต สามารถจอดรถได้ในบริเวณด้านหลังของตลาด อย่างไรก็ดีแนะนำให้เลือกเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน 

ตลาดนัดรถไฟ แดนเนรมิต ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 33 ไร่ เดินทางง่าย หากใครที่กำลังหาสถานที่นั่งชิล แฮงก์เอาต์ หรือเดินช็อปปิ้งซื้อของกิน ของใช้ตามสไตล์ชาวกรุง ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ.