บันทึกจาก “สิงห์ปาร์ค” โขนกลางแปลง 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2765707

บันทึกจาก "สิงห์ปาร์ค" โขนกลางแปลง 2567

25 ก.พ. 2567 05:40 น.

บันทึกจาก “สิงห์ปาร์ค” โขนกลางแปลง 2567

เมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ 16–17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสไปร่วมชมงาน “เทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2567” ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ณ บริเวณสวนเกษตร เนื้อที่ 8,000 ไร่ “สิงห์ปาร์ค” จังหวัดเชียงราย

จำไม่ได้แล้วว่า บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ ได้จัดงานมหกรรมนี้มาตั้งแต่เมื่อใด? และจัดมากี่ครั้งแล้ว? จำได้เฉพาะที่หัวหน้าทีมมีโอกาสไปร่วมงานด้วยนั้น นับได้เป็นครั้งที่ 4 แล้วในปีนี้

แม้ว่ารูปแบบของการจัดงานจะเหมือนๆเดิม คือเน้นไปที่การแข่งขันและการแสดงของ “บอลลูน” ระดับนานาชาติ ที่จะเดินทางมาร่วมแข่งขันและร่วมแสดงกว่า 10 ประเทศและด้วยลูกบอลลูนไม่ต่ำกว่า 30 ลูกในทุกๆปี

จุดเด่นประการหนึ่งของการจัดงานนี้ก็คือ เพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด จึงเลือกที่จะให้ตรงกับช่วง “วันวาเลนไทน์” หรือ “วันแห่งความรัก” เพื่อที่จะจัดให้ “คู่รัก” ที่ขันอาสาจำนวนหนึ่งขึ้นไปบอกรักกันบนฟ้า หลังจากจดทะเบียนสมรสกันแล้วในภาคพื้นดิน

ทั้งนี้ก็เพื่อให้จังหวัดเชียงรายได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นจังหวัดที่จดทะเบียนสมรสบนฟ้า ในทำนองเดียวกับการจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างของจังหวัดสุรินทร์ หรือการจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลของจังหวัดตรัง

หลังจากพิธีการจดทะเบียนสมรส หรือบอกรักบนฟ้าผ่านไป ก็จะเข้าสู่การแข่งขันและ การประกวดบอลลูนนานาชาติ รวมถึงการจัดแสดงมหกรรมแสง สี เสียง คล้ายบอลลูนเริงระบำ คือจะนำลูกบอลลูนหลากสีจำนวนหนึ่งมาแสดง ร่วมกันกลางแสงไฟและเสียงดนตรี ซึ่งจะจบลงด้วยการจุดพลุส่งท้ายสวยงามตระการตา…ในทุกๆค่ำคืนเวลาประมาณ 20 นาฬิกาเป็นต้นไป

เมื่อจบงานแสดงบอลลูนก็จะเริ่มแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งจะเชิญวงดังระดับประเทศปีละนับสิบวงไปขึ้นเวทีแสดง จนถึงเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน จึงเป็นอันจบ “งาน” ของแต่ละวันในเทศกาลบอลลูนที่สิงห์ปาร์ค

จนกระทั่งในช่วง 2-3 ปี หลังนี่เอง ผู้บริหารของบุญรอดบริวเวอรี่ฯ ท่านหนึ่งที่ชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่เยาว์วัย ก็เสนอความคิดว่าควรจะมีการแสดง “โขนกลางแปลง” ขึ้นด้วยในงานนี้

เนื่องเพราะพื้นที่อันกว้างขวางของสิงห์ปาร์ค ซึ่งมีภูเขาเรียงรายเป็นแถวอยู่เบื้องหลังนั้น เปรียบเสมือน “ฉากธรรมชาติ” ที่งดงามเหมาะสำหรับการแสดงโขนกลางแปลงเป็นที่สุด

อีกทั้งยังจะเป็นโอกาสดีของพี่น้องชาวเหนือ และนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ตามไปดูเทศกาลบอลลูน หรือคอนเสิร์ตวงต่างๆจะได้รับชม “ศิลปะชั้นสูง” ของไทยเราควบคู่ไปด้วย

เจ้าของแนวความคิดในเรื่องนี้ได้แก่ คุณ อิสระ ขาวละเอียด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสของบริษัท ซึ่งมีใจรักศิลปะการแสดงโขนเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่เรียน มหาวิทยาลัย

หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับอาจารย์ สุรเชษฐ์ เฟื่องฟู ข้าราชการ บำนาญผู้เชี่ยวชาญด้านโขนละครในสังกัดกรมศิลปากร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเพราะมีรสนิยมเดียวกัน ว่าหากจะจัดให้มีการแสดง ณ สิงห์ปาร์ค ด้วย จะเป็นไปได้หรือไม่?

เมื่อได้รับคำตอบว่า “เป็นไปได้แน่นอน” ทั้ง 2 จึงเสนอขออนุมัติต่อคุณ สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบุญรอดฯ ซึ่งก็ได้พยักหน้าอนุมัติให้ก่อนที่จะทำหนังสือขออย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียด้วยซ้ำ

เป็นที่มาของคณะโขน “กลุ่มศิลปินวังหน้า” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิษย์เก่าของวิทยาลัยนาฏศิลป์ หรือสถาบันพัฒนาศิลป์ในปัจจุบัน โดยความร่วมมือของวิทยาลัยนาฏศิลป์ เชียงใหม่ ระดม ผู้แสดง ผู้พากย์โขน และวงปี่พาทย์กว่า 100 ชีวิตออกโรงแสดงครั้งแรก ณ สิงห์ปาร์ค เมื่อปีก่อนโน้น

จากนั้นก็ต้องหยุดจัดงานบอลลูนไประยะหนึ่ง เพราะโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก น่าจะตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพิ่งจะกลับมาจัดใหม่ได้อีกครั้งในปี 2567 พร้อมแถลงว่า จะมีการแสดงโขน กลางแปลงอีกครั้ง

หัวหน้าทีมซอกแซกซึ่งรอคอยมาหลายปีจึงตอบรับคำเชิญของบริษัท บุญรอดฯ ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง เพราะตั้งใจจะไปดู “โขนกลางแปลง” นี่แหละครับ จึงขอไปในวันที่ 16 และ 17 ก.พ. ซึ่งจะมีการแสดงโขนติดต่อกัน 2 วัน

คณะกรรมการจัดงานแถลงว่า โขนกลาง แปลงของงานบอลลูนปีนี้จะเป็นชุด “พระจักรีทรงกลด ปฐมบทรามเกียรติ์” อันเป็นตอนที่ว่าด้วย พระนารายณ์ ปราบ นนทก แล้วท้าทายมาสู้รบกันต่อในโลกมนุษย์ โดยฝ่ายหนึ่งจะไปเกิดเป็นพระราม และฝ่ายนนทกไปเกิดเป็นทศกัณฐ์

ท่านอาจารย์ สุรเชษฐ์ เฟื่องฟู กรุณาออกมาเป็นพิธีกรลำดับเรื่องให้ทราบก่อนล่วงหน้าพอสังเขป จากนั้นก็ปล่อยตัวแสดงออกมาแสดงบทต่างๆ ได้อย่างสนุกสนานในองก์แรก ซึ่งเป็น เหตุการณ์บนสรวงสวรรค์ และการอาละวาดของนนทก จนพระนารายณ์ต้องมาปราบแล้วท้าทายไปสู้กันใหม่ในโลกมนุษย์ดังกล่าว

พอเริ่มองก์ 2 ท่านก็ตัดภาพมาตอนยกรบเลยให้กองทัพลิงภายใต้การนำของพระรามออกมาสู้กับกองทัพยักษ์ของทศกัณฐ์ด้วยบทบาทลีลาเดียวกับที่เราเห็นในเวทีโขนต่างๆจะผิดแผกไปและได้รสชาติมากกว่าก็ตรงที่เป็นการสู้รบในสนามหญ้าและมีฉากผืนใหญ่ที่คอยฉายสไลด์เป็นรูปโน่นนี่อยู่เบื้องหลัง

หลังจากสู้รบจบขบวนท่าแล้ว ทศกัณฐ์ก็ขอยุติการรบชั่วคราว บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมารบกันใหม่…ฝ่ายพระนารายณ์ก็ตอบว่าไม่เป็นไร อย่าว่าแต่พรุ่งนี้เลย ปีหน้าเราค่อยมารบกันใหม่ก็ได้

เรียกเสียงปรบมือกราวใหญ่จากผู้ชม เพราะเท่ากับเป็นการให้สัตยาบันว่า เทศกาลบอลลูนปีหน้าโขนคณะนี้จะยกพลมาสู้รบกันอีกอย่างแน่นอน

ขอบคุณบริษัท บุญรอดฯ ที่ไม่ลืมศิลป วัฒนธรรมไทย และให้คำมั่นสัญญาว่าจะสืบสานและสนับสนุนสืบต่อไปนานเท่านาน

สรุปว่า “วาเลนไทน์” ปีหน้าโขนกลางแปลงชุดนี้จะมารบกันที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย อีกครั้ง แต่ก่อนจะรบฝากให้มีฉากรักบ้าง เพื่อให้เข้าบรรยากาศ “วาเลนไทน์”…และจะให้ดีมีสักตอน ไหมครับ ที่จะให้พลลิงหรือพลยักษ์ก็ได้ เหาะเหินเดินอากาศ โดยใช้บอลลูนเป็นยานพาหนะ ฝากไว้ด้วยนะครับ ท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ครับ!

“ซูม”

ชมแสงสียามราตรี “พระราชวังพญาไท” “NIGHT MUSEUM” ครั้งแรกในรอบ 101 ปี

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2765565

ชมแสงสียามราตรี “พระราชวังพญาไท” “NIGHT MUSEUM” ครั้งแรกในรอบ 101 ปี

24 ก.พ. 2567 07:44 น.

ชมแสงสียามราตรี “พระราชวังพญาไท” “NIGHT MUSEUM” ครั้งแรกในรอบ 101 ปี

ปักหมุดเที่ยวกันหรือยังกับ “NIGHT MUSEUM” พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน ครั้งแรกบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ ณ พระราชวังพญาไท เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในบรรยากาศแห่งความสุข จัดโดยมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินี เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 มี.ค.2567 เวลา 18.00-21.30 น.

ทีมงานคุณภาพระดับแถวหน้าของไทยร่วมใจกันเนรมิต “พระราชวังพญาไท” ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนสุดอลังการ เพื่อฉลองครบรอบ 101 ปี ภายในแบ่งเป็น 6 โซนคือ โซนที่ 1 “ARCHITECTURE LIGHTING & PROJECTION MAPPING” การฉายภาพแสง กับงานออกแบบภาพเคลื่อนไหว ร่วมกับการแสดงศิลปะสถาปัตยกรรมฉายบนอาคาร พระที่นั่งพิมานจักรี และพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

โซนที่ 2 “ARCHITECTURE LIGHTING & INTERIOR LIGHTING” นิทรรศการจัดแสดงแสงไฟเพื่อนำเสนอสถาปัตยกรรมอันงดงามภายในพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ ในส่วนของ “LIGHTING INSPIRATIONS” พบกับงานสร้างสรรค์ผลงานไฟที่วิจิตรตระการตาบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ใน “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6”

โซนที่ 3 “PROJECTION MAPPING” ต้อนรับบรรยากาศ “NIGHT MUSEUM” โดยพาไปสัมผัส “ความระยิบ ระยับรับแสงแห่งอุโมงค์” กับเทคนิคการแสดงแสงไฟสะท้อนผ่านกระจกเงา พร้อมร่วมชม “พระอัจฉริยภาพ พระราชนิพนธ์” ภายในห้องธารกำนัล ผ่านเทคนิค “PROJECTION MAPPING” โดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ใน “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” อาทิ วิวาหพระสมุท, โคลงภาษิตนักรบโบราณ, โคลงสยามานุสสติ, โรเมโอและจูเลียต และเวนิสวานิช พลาดไม่ได้รวมถึง “สง่างามยามยล” กับการรับชมเรื่องราวในอดีตของพระราชวังพญาไท ย้อนไปเมื่อร้อยกว่าปี ผ่านการยิง “PROJECTION MAPPING” บนกำแพงที่ตกแต่งด้วยผ้าขาว

โซนที่ 4 “PROJECTION MAPPING & LIGHTING INSTALLATION” พลังแห่งพญามังกร กับประติมากรรมนูนต่ำชิ้นเก่าแก่ “พญามังกรถือวชิราวุธ” เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์แทนปีพระราชสมภพของ “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” พร้อมเปิด “สวนรื่นรักมัทนา” ให้ได้สัมผัสบรรยากาศของพระราชวังพญาไท ผสมผสานจินตนาการในโลกศิลปะของการแสดงแสงสีเสียงอันน่าอัศจรรย์ ด้วยการยิง “PROJECTION MAPPING” เข้าส่วนหลังของ “พระที่นั่งพิมานจักรี” ทุกๆครึ่งชั่วโมง โดยนำบทพระราชนิพนธ์ใน “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” เรื่อง “มัทนะพาธา” ที่วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์มาดำเนินเรื่อง ถือเป็นโซนไฮไลต์ในการจัดแสดงไฟล้านดวง

โซนที่ 5 “LIGHTING INSTALLATION & MAPPING ON THE BIG GIANT TREE WITH THE GLASS SCREENS” แสงสิเนหา ณ แรกรัก สัมผัสงานอาร์ตกับการจัดแสดงแสงไฟนับพันดวง ที่ประดับ ประดาบริเวณสนามหญ้า และต้นไม้ยักษ์ พร้อมตื่นตาตื่นใจกับเทคนิค “Glass Screens”

โซนที่ 6 “LIGHTING INSTALLATION” พรหม พฤกษ์ตระการตา กับการย้อมไฟใส่ต้นไม้ และในแดนโกเมศวิเศษพร เปิดประสบการณ์พร้อมดื่มด่ำไปกับความงดงามของดอกบัวนับพันดอกด้วยเทคนิคไฟย้อมสี พร้อมตามเส้นทางไปสักการะ “พระนาคปรกนำโชคคุ้มครอง” และรับ “พลังเมตตาจากท้าวหิรัญพนาสูร”

นอกจากนี้ยังมีสตรีทฟู้ด บริเวณพระตำหนักเมขลารูจีและร้านกาแฟนรสิงห์ ที่ตั้งอยู่ในอาคารเทียบรถพระที่นั่ง ณ บริเวณส่วนหน้าพระที่นั่งพิมานจักรี เปิดให้บริการเป็นพิเศษในช่วงเวลา 16.00-20.30 น. ของทุกวัน ไม่น่าพลาดกับครั้งแรกที่เปิดให้ชมความวิจิตรของ “พระราชวังพญาไท” ท่ามกลางแสงสียามราตรี.

ชวนวิ่งกับเพื่อนในวัยเยาว์ ที่งาน “โดราเอมอน รัน” 24 มี.ค.นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2765329

ชวนวิ่งกับเพื่อนในวัยเยาว์ ที่งาน “โดราเอมอน รัน” 24 มี.ค.นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

22 ก.พ. 2567 17:51 น.

ชวนวิ่งกับเพื่อนในวัยเยาว์ ที่งาน “โดราเอมอน รัน” 24 มี.ค.นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

โดราเอมอนเปรียบเสมือนเพื่อนในวัยเด็กของใครหลายคน ซึ่งเพื่อนของคุณจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบงานวิ่งที่มีชื่อว่า “โดราเอมอน รัน” โดยมีไฮไลต์เป็นบอลลูนโดราเอมอนยักษ์ขนาด 10 เมตร พร้อมจุดถ่ายภาพร่วมกับโดราเอมอนและผองเพื่อนทั่วบริเวณงาน เริ่มออกสตาร์ตวิ่งพร้อมกัน 24 มีนาคมนี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ถ้าหากคุณเป็นคนที่รักหุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากโลกอนาคต และเป็นนักวิ่ง ต้องไม่พลาดกับงาน “Doraemon Run” ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับเพื่อนสมัยเด็ก ภายในงานจะมีจุดถ่ายภาพร่วมกับโมเดลโดราเอมอนและผองเพื่อน มีบอลลูนโดราเอมอนยักษ์ขนาด 10 เมตร 

งาน “Doraemon Run” แบ่งการวิ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Family Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon 10 กิโลเมตร เริ่มต้นออกสตาร์ตวิ่งสนามแรกที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 เปิดขายบัตรแล้ว 2 ราคา ผู้ใหญ่ 750 บาท และเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ราคา 450 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Doraemon Run Thailand หรือ Add Line: @Runonline

เสื้อสำหรับงาน Doraemon Run

สำหรับงาน Doraemon Run จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ที่ Sanchong Taipei Metropolitan Park เมืองนิวไทเป ไต้หวัน ซึ่งครั้งนั้นมีนักวิ่งจากไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ร่วมงานอย่างคึกคักกว่า 14,000 คน 

การจัดงานครั้งที่สองมีขึ้นในปีถัดมาปี 2016 ในชื่อ “Doraemon Run Hong Kong” จัดขึ้นเพื่อระดมทุนให้ Hong Kong Angelman Syndrome Foundation ซึ่งสร้างปรากฏการณ์บัตร Sold out ภายใน 1 ชั่วโมงหลังการเปิดขาย สำหรับประเทศไทยจะเกิดขึ้นในปีนี้ นับเป็นการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งที่ 3 ของโลก

หุ่นยนต์แมวฟ้าผู้เป็นที่รักของคนทุกคน

ญี่ปุ่นเตรียมออก Digital Nomad Visa เอาใจสายงานออนไลน์ ให้เวลาเที่ยว และทำงาน ได้ถึง 6 เดือน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2765036

ญี่ปุ่นเตรียมออก Digital Nomad Visa เอาใจสายงานออนไลน์ ให้เวลาเที่ยว และทำงาน ได้ถึง 6 เดือน

21 ก.พ. 2567 18:39 น.

ญี่ปุ่นเตรียมออก Digital Nomad Visa เอาใจสายงานออนไลน์ ให้เวลาเที่ยว และทำงาน ได้ถึง 6 เดือน

ประเทศญี่ปุ่นเตรียมออกนโยบายวีซ่าใหม่อย่าง ‘Digital Nomad Visa’ เอาใจคนที่ทำงานออนไลน์ หรือ ทำงานในรูปแบบ Remote Worker (ทำงานที่ไหนก็ได้) สามารถเดินทางมาพำนัก และท่องเที่ยวในประเทศได้ถึง 6 เดือน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ และการพัฒนาดิจิทัล

ปัจจุบันหลังจากโรคระบาดที่ผ่านมา พฤติกรรมของมนุษย์ได้เปลี่ยนไปอย่างมากมาย รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีที่พัฒนามาเป็นตัวช่วยในการทำงานผ่านโลกออนไลน์  ซึ่งทำให้สามารถสั่งการ และทำงานผ่านที่ไหนก็ได้บนโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดแนวทางใหม่ในการทำงาน และเพิ่มมิติทางเลือกใช้ชีวิตให้กับผู้คนจำนวนมาก

จากเหตุการณ์ข้างต้นทำให้พนักงาน และผู้คนเกิดเทรนด์ในการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work From Anywhere) มากขึ้น และเริ่มผันตัวเองเป็น Digital Nomad ที่เป็นกลุ่มคนที่แสวงหาความท้าทายในชีวิตด้วยรูปแบบงานใหม่ๆ 

ประชากรในรูปแบบ Digital Nomad คือ ผู้ที่ทำงานอิสระพร้อมกับเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ โดยมีที่ทำงานเป็นร้านกาแฟ สถานที่ท่องเที่ยว หรือ Co-working Space โดยใช้อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไร้สายในการทำงานเป็นหลัก

การที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ กลุ่มคน Digital Nomad มากยิ่งขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้ต่างจากพนักงาน Freelance ทั่วไป โดยมักจะเป็นนักเดินทางที่มีการเดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กับการทำงานผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีความต่างจาก Expatriate ในหลายจุด อาทิ ลักษณะงานที่เป็นอิสระ ไม่ยึดติดกับพื้นที่สำนักงาน ทำให้กลุ่ม Digital Nomad มีลักษณะคล้ายไปกับนักท่องเที่ยวมากกว่า เป็นการทำงานที่เรียกว่า Remote Work อย่างเต็มรูปแบบ 

ผนวกกับสถิติของ The Rise of Global Digital Jobs กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้คนทั้งหมด 73 ล้านคน ที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ (Remote Work) อย่างเต็มรูปแบบ และในปี 2023 จะมีจำนวนคนที่ทำงานในรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้านคน

สาเหตุนี้เองทำให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ได้พิจารณาการออกวีซ่าแบบใหม่ให้ผู้ที่ประกอบอาชีพแบบ Digital Nomad เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และยังเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Digital Nomad ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นแรงจูงใจในการดึงดูดพนักงานทักษะสูง เจ้าของบริษัทต่างชาติ รวมถึงเหล่ายูทูบเบอร์ ให้เข้ามามากขึ้นนั่นเอง 

เงื่อนไขของวีซ่า Digital Nomad Visa ประเทศญี่ปุ่น 

  • ผู้ขอวีซ่าต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเยนต่อปี หรือราว 2.4 ล้านบาทต่อปี 
  • ผู้ขอวีซ่าต้องเป็นพลเมืองของ 50 ประเทศ และดินแดนที่ทำข้อตกลงยกเว้นวีซ่ากับญี่ปุ่น (รวมประเทศไทย)
  • มีประกันสุขภาพเอกชน

ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับวีซ่า Digital Nomad Visa จะสามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ถึง 180 วัน (6 เดือน) และสามารถทำงานได้ ซึ่งมีความแตกต่างกับวีซ่านักท่องเที่ยวที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในญี่ปุ่นได้สูงสุดเพียง 90 วันเท่านั้น และไม่สามารถทำงานได้นั่นเอง นอกจากนี้ผู้ขอวีซ่ายังได้รับสิทธิในการพาสมาชิกในครอบครัวที่มีประกันสุขภาพเอกชนให้เดินทางมาด้วยได้

คาดการณ์ว่า Digital Nomad Visa นี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจะแล้วเสร็จ และทำการให้ยื่นเรื่องขอวีซ่าได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2024.

ข้อมูล : worldeconomicforum

ภาพ : istock

เปิดปฏิทินดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน ม.เกษตรฯ กําแพงแสน ปี 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2764964

เปิดปฏิทินดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน ม.เกษตรฯ กําแพงแสน ปี 2567

21 ก.พ. 2567 14:41 น.

เปิดปฏิทินดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน ม.เกษตรฯ กําแพงแสน ปี 2567

คาดการณ์การเบ่งบานของ ‘ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์’ ในงานเทศกาลดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน 2567 ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เตรียมตัววางแผนเดินทาง ซึ่งปัจจุบันเริ่มเบ่งบานแล้ว

กลับมาอีกครั้งกับฤดูกาลผลิดอกออกผลของ ‘ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์’ ดอกไม้ที่มีความคล้ายกับดอกซากุระ ซึ่งปีหนึ่งจะมีให้เห็นไม่มากนัก 

โดยในปี 2567 นี้ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จะเริ่มมีให้ชมในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม โดยส่วนใหญ่จะหาดูได้ไม่กี่ที่ในประเทศไทย และหนึ่งสถานที่ที่เป็นไฮไลต์ และมีคนรอคอยจำนวนมากนั่นก็คือ ‘ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์’ ในงานเทศกาลดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน ที่รั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม

ไฮไลต์ของที่ งานเทศกาลดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน 2567 นี้ จะทำให้ผู้เข้าชมบรรยากาศของซากุระเมืองไทยได้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็น อุโมงค์ดอกไม้สวยๆ มุมถ่ายรูปมากมาย บูธสินค้า และการแสดงต่างๆ 

ข้อมูลคาดการณ์การบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ปี 2567 

ปีนี้ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เริ่มบานแล้ว ซึ่งได้มีตารางข้อมูลการคาดการณ์ในปี 2567 จากเพจเฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

  • ช่วงที่หนึ่ง (บานประปราย) ระหว่างวันที่ 24-29 กุมภาพันธ์ 2567 
  • ช่วงที่สอง (บานเยอะถ่ายรูปสวย) ระหว่างวันที่ 3-9 มีนาคม 2567  
  • ช่วงที่สาม (บานสะพรั่งสวยสุดๆ) ระหว่างวันที่ 10-16 มีนาคม 2567

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ และรายงานการออกดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน หรือ กองบริการกลาง วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อวางแผนเดินทางได้.

ข้อมูล : ข่าวสารท่องเที่ยว ททท., มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

10 โฮมสเตย์จันทบุรี 2567 ที่ไหนดี วิวสวย บุฟเฟต์ไม่อั้น ชิลตลอดทริป

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2762501

10 โฮมสเตย์จันทบุรี 2567 ที่ไหนดี วิวสวย บุฟเฟต์ไม่อั้น ชิลตลอดทริป

15 ก.พ. 2567 15:24 น.

10 โฮมสเตย์จันทบุรี 2567 ที่ไหนดี วิวสวย บุฟเฟต์ไม่อั้น ชิลตลอดทริป

จันทบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวยอดฮิต เพราะเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติสมบูรณ์ ของกินหลากหลาย รวมไปถึงมีที่พักโฮมสเตย์จันทบุรีสวยๆ ให้ได้มาพักผ่อนหย่อนใจชิลๆ ได้ตลอดทั้งปี ใครที่วางแผนเที่ยวจังหวัดนี้ ไทยรัฐออนไลน์อัปเดต 10 โฮมสเตย์จันทบุรี 2567 บรรยากาศดี หลากหลายรูปแบบมาฝาก ดังนี้

10 โฮมสเตย์จันทบุรี 2567 ติดทะเล มีบุฟเฟต์ พักผ่อนชิลๆ ได้ตลอดปี

1. ปลายตะวัน โฮมสเตย์

หากพูดถึงโฮมสเตย์จันทบุรี สุนัขเข้าได้ 2567 “ปลายตะวัน โฮมสเตย์” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากที่พักให้สุนัขตัวเล็กเข้าได้ มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีบริการบุฟเฟต์อาหารซีฟู้ด รวมถึงเครื่องดื่มไม่อั้นทั้ง 3 มื้อ ใครที่เป็นสายปู กุ้ง หรืออาหารทะเล ครบทั้งกินปูดูเหยี่ยวโฮมสเตย์จันทบุรี รับรองว่าจะต้องติดใจ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7tCP4a72FoJGBRXc7
เฟซบุ๊ก : ปลายตะวัน โฮมสเตย์ จันทบุรี 

ขอบคุณภาพจากปลายตะวัน โฮมสเตย์

2. เสน่ห์ทะเลจันท์โฮมสเตย์ 

“เสน่ห์ทะเลจันท์โฮมสเตย์” โฮมสเตย์จันทบุรีติดทะเล สัมผัสบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มาพร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นล่องแพ พายเรือ ชมเหยี่ยวแดง ปั่นจักรยาน หรือเครื่องเล่นกลางน้ำ รับรองว่าได้พักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KpVzsxNmZMNxCXNL9
เฟซบุ๊ก : เสน่ห์ทะเลจันท์โฮมสเตย์ มัลดีฟส์ขลุง

ขอบคุณภาพจาก เสน่ห์ทะเลจันท์โฮมสเตย์

3. ภูธารา โฮมสเตย์ 

ภูธารา โฮมสเตย์ จันทบุรี 2567 สไตล์แคมปิ้ง ที่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติทั้งภูเขา ต้นไม้ ฝายน้ำ และหญ้าสีเขียวขจี นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ ได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะไปกางเต็นท์กับแก๊งเพื่อน หรือครอบครัว ก็สนุกสนานไม่แพ้กัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LdrZT4hBUof1eZJx6
เฟซบุ๊ก : ภูธารา โฮมสเตย์ จันทบุรี

ขอบคุณภาพจากภูธารา โฮมสเตย์

4. จันท์เอ๋ย จันทร์เจ้า โฮมสเตย์

“จันท์เอ๋ย จันทร์เจ้า โฮมสเตย์” จัดเต็มกิจกรรมล่องแพชมเหยี่ยว เครื่องเล่นกลางน้ำ พร้อมจุดถ่ายรูปเช็กอินสวยๆ ที่สำคัญมีบริการอาหารบุฟเฟต์อาหารทะเลครบทั้ง 3 มื้อ รวมไปถึงเครื่องดื่ม เหมาะสำหรับการมาเที่ยวกับชาวแก๊ง เพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัว ก็พักผ่อนได้ชิลๆ ณ โฮมสเตย์จันทบุรีจันทบุรีกินปูดูเหยี่ยว
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HBGgpGTzUgM3hpdL8
เฟซบุ๊ก : จันท์เอ๋ย จันทร์เจ้า โฮมสเตย์ – จันทบุรี

ขอบคุณภาพจากจันท์เอ๋ย จันทร์เจ้า โฮมสเตย์ – จันทบุรี

5. มุมทะเลจันท์ โฮมสเตย์

โฮมสเตย์จันทบุรี ติดทะเล 2567 สไตล์ญี่ปุ่น ให้บรรยากาศอบอุ่น มีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลายรูปแบบ เช่น ล่องแพเปียก ชมเหยี่ยวแดง ดูทะเลแหวก พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างชิลๆ แน่นอนว่ามีอาหารให้บริการทั้ง 3 มื้อ กินได้ไม่อั้น ได้ทั้งกินปูดูเหยี่ยวที่โฮมสเตย์จันทบุรี
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/2JcsGQMfBZeRMMTx6
เฟซบุ๊ก : มุมทะเลจันท์โฮมสเตย์ หมู่บ้านไร้แผ่นดิน

ขอบคุณภาพจากมุมทะเลจันท์ โฮมสเตย์

6. บ้านเรือโฮมสเตย์ จันทบุรี

หากใครกำลังมองหาโฮมสเตย์จันทบุรี 2024 ติดทะเล ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ และมาพร้อมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น เล่นเครื่องเล่นกลางน้ำ ชมเหยี่ยว และทะเลแหวก นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์ซีฟู้ด เครื่องดื่ม และมิกเซอร์ให้บริการแบบไม่จำกัดอีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LmWKnT7UsaeUqn767
เฟซบุ๊ก : บ้านเรือโฮมสเตย์ จันทบุรี 

ขอบคุณภาพจากบ้านเรือโฮมสเตย์ จันทบุรี

7. พาเพลิน โฮมสเตย์ จันทบุรี 

โฮมสเตย์จันทบุรี กินปูดูเหยี่ยว ตกแต่งด้วยสีสันสดใส มาพร้อมกิจกรรมล่องแพเปียกชมธรรมชาติของป่าชายเลน ชมทุ่งหอยนางรม ชมนกเหยี่ยวแดง สระว่ายน้ำ รวมไปถึงเครื่องเล่นกลางน้ำหลากหลายรูปแบบ ส่วนใครที่เป็นสายกินที่นี่ก็มีอาหาร และเครื่องดื่ม ให้บริการฟรีทั้ง 3 มื้อ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DvqwaravhGJQQ1gA8
เฟซบุ๊ก : พาเพลิน โฮมสเตย์ จันทบุรี

ขอบคุณภาพจากพาเพลิน โฮมสเตย์ จันทบุรี

8. เพลินจันท์ โฮมสเตย์

เพลินจันท์ โฮมสเตย์ ที่พักตั้งอยู่อำเภอแหลมสิงห์ จัดเต็มทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น สไลเดอร์ เรือกระด้ง ล่องแพ หรือชมเหยี่ยวแดง ทั้งนี้ ที่พักยังมีอาหารบริการ ได้กินปูดูเหยี่ยวในโฮมสเตย์จันนทบุรี บรรยากาศดีๆ ไม่ว่าจะงานจัดเลี้ยง เที่ยวกับครอบครัว หรือแก๊งเพื่อน ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mYRUHDpejpGdpjFS9
เฟซบุ๊ก : เพลินจันท์ โฮมสเตย์ 

ขอบคุณภาพจากเพลินจันท์ โฮมสเตย์

9. สายน้ำจันท์ โฮมสเตย์

สายน้ำจันท์ โฮมสเตย์ เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์จันทบุรีสุนัขเข้าได้ โดยไม่จำกัดน้ำหนักตัว เหมาะสำหรับเหล่าทาสที่ต้องการพาสุนัขไปเที่ยวด้วย ที่นี่มีกิจกรรมหลายรูปแบบ พร้อมกับบริการบุฟเฟต์ไม่จำกัด ทั้งนี้หากแวะมาเข้าพักในช่วงฤดูกาลของทุเรียน ก็มีบุฟเฟต์ทุเรียนให้บริการด้วยเช่นกัน
พิกัด :  https://maps.app.goo.gl/RWLMGen4ULUdEr4D7
เฟซบุ๊ก : สายน้ำจันท์ โฮมสเตย์

ขอบคุณภาพจากสายน้ำจันท์ โฮมสเตย์

10. รัตนะบุรี จันทบุรี โฮมสเตย์

ปิดท้ายโฮมสเตย์สวยๆ กลางน้ำ การตกแต่งคงกลิ่นอายของศิลปะล้านนา สามารถถ่ายรูปเช็กอินได้ทั้งบริเวณ สำหรับที่นี่มาพร้อมกิจกรรมล่องแพเปียก ร้องคาราโอเกะ ให้บริการบุฟเฟต์ 2 มื้อ และเครื่องดื่มฟรี รวมกับค่าที่พัก เรียกได้ว่าถูกใจทุกเพศ ทุกวัย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/12C8hB6SJajF9phi9
เฟซบุ๊ก : รัตนะบุรี จันทบุรี โฮมสเตย์

ภาพจาก iStock

ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวจังหวัดจันทบุรี 10 โฮมสเตย์จันทบุรี 2567 ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดี นอกจากความสวยงาม หรือวิวธรรมชาติ แนะนำให้เลือกที่พักโดยคำนึงถึงระยะทาง หรือที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบร่วมด้วย ก็จะช่วยให้ทริปนี้สนุกได้ยิ่งขึ้น.

แนะนำสถานที่นัดเดต ‘วันวาเลนไทน์ 2567’ ยอดนิยม ที่น่าสนใจ ทั่วประเทศไทย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2762933

แนะนำสถานที่นัดเดต ‘วันวาเลนไทน์ 2567’ ยอดนิยม ที่น่าสนใจ ทั่วประเทศไทย

13 ก.พ. 2567 19:10 น.

แนะนำสถานที่นัดเดต ‘วันวาเลนไทน์ 2567’ ยอดนิยม ที่น่าสนใจ ทั่วประเทศไทย

แนะนำสถานที่ออกเดตในช่วงวันวาเลนไทน์ 2567 นี้ สถานที่ที่มากไปด้วยความน่าสนใจทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร กิจกรรม และบรรยากาศ ที่สามารถทำให้วันแห่งความรักนี้ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิต สามารถเดินทางได้สะดวกในกรุงเทพมหานคร

รวมสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ออกเดตยอดนิยมในวันวาเลนไทน์ ของ จ.กรุงเทพมหานคร ที่สามารถเดินทางได้ง่ายสะดวก บรรยากาศดี พร้อมทั้งยังเป็นสถานที่ที่มากไปด้วยประสบการณ์พิเศษ ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร กิจกรรม และบรรยากาศ ที่อยากแนะนำสำหรับคู่รัก และครอบครัวที่ไม่รู้จะเดินทางไปที่ไหน ให้ได้เลือกเดินทางได้ตามสะดวก

สถานที่นัดเดต ‘วันวาเลนไทน์ 2567’ ยอดนิยม ในกรุงเทพฯ

  • MOCA Museum of Contemporary Art

หอศิลป์ MOCA Museum of Contemporary Art เป็นหอศิลป์ร่วมสมัยที่นอกจากจะมีงานศิลปะที่มีผลงานของทาง MOCA เอง ยังมีงานที่จัดแสดงผลงานของศิลปินชื่อดังที่หมุนเวียนไปในทุกๆ เดือน รวมถึงพื้นที่จัดนิทรรศการของนักเรียน นักศึกษา ให้ได้ชื่นชมอย่างหลากหลาย MOCA จึงเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ถูกเลือกให้เป็นสถานที่นัดเดตวาเลนไทน์ที่มีกิจกรรมดีๆ ให้ได้ใช้เวลาร่วมกันได้นานๆ ยิ่งคู่รักคนไหนที่ชอบงานศิลปะต้องห้ามพลาด 

พิกัด : เลขที่ 499 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น.

หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC)
  • หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC)

หนึ่งในสถานที่ที่รวมงานศิลปะไว้มากมายใจกลางกรุงเทพมหาคร ยิ่งในช่วงวันวาเลนไทน์จะกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คู่รักนิยมเดินทางไปอย่างล้นหลาม เนื่องจากบริเวณรอบๆ มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอย่างห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หากเดินห้างเสร็จก็สามารถมาเดินชมงานนิทรรศการศิลปะต่อได้ แถมบริเวณโดยรอบยังมีภาพงานศิลปะหมุนเวียนที่หากมาแล้วก็สามารถมาอีกได้อย่างไม่รู้จบ รวมทั้งอาคารของหอศิลป์เองก็มีความอาร์ตถ่ายรูปคู่ได้อย่างสวยงาม จึงไม่แปลกที่สถานที่นี้จะเป็นหนึ่งจุดเช็กอินยอดนิยมในช่วงวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้

พิกัด : เลขที่ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น.

ท้องฟ้าจำลอง
  • ท้องฟ้าจำลอง

ท้องฟ้าจำลอง คือ อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตสำหรับการออกเดต และจะนิยมเป็นอย่างมากในช่วงวันวาเลนไทน์ 2567 นี้ เนื่องจากมีกิจกรรมให้ทำอยู่มากมาย ยิ่งสำหรับใครที่ชอบบรรยากาศโรแมนติก ท่ามกลางท้องฟ้า และหมู่ดาว การมาเข้าชมที่ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้คงจะตอบโจทย์อย่างสุดๆ แถมยังมีการจัดแสดงท้องฟ้าจำลองเพื่อให้คู่รักได้นอนชมบรรยากาศดวงดาวกันแบบสุดฟิน

พิกัด : เลขที่ 928 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

  • ซีไลฟ์ แบงคอก (Sea Life Bangkok)

ซีไลฟ์ แบงคอก คือ อควาเรียม ยอดฮิตที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บนห้างสยามพารากอน ที่คู่รักสามารถพากันจูงมือดูโลกใต้น้ำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก กับการถ่ายภาพซิกเนเจอร์กับอุโมงค์ยักษ์ มองดูฉลามลอยอยู่เหนือศีรษะ 

พิกัด : ชั้น บี 1-บี 2 สยามพารากอน 991 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร วันและเวลาทำการ วันจันทร์-วันอาทิตย์ 10.00-20.00 น.

  • ซาฟารีเวิลด์

ผ่านโลกสัตว์น้ำมาแล้ว การไปสวนสัตว์ก็คงตอบโจทย์คู่รักไม่น้อย ซาฟารีเวิลด์ จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ยอดนิยมสำหรับวันวาเลนไทน์ปีนี้ ซึ่งนอกจากการได้ไปเดินดูสัตว์ ให้อาหารสัตว์เลี้ยงแล้วแบบเพลินๆ ในซาฟารีเวิลด์ยังมีโชว์อีกมากมายในสัตว์หลายประเภท เช่น ลิงอุรังอุตัง, สิงโตทะเล, คาวบอยสตันต์, ช้าง, โลมา, สงครามจารกรรม และโชว์นก 

พิกัด : 99 ถนนปัญญาอินทรา (ซอยรามอินทรา 109) แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ 10.00-18.00 น.

มิวเซียมสยาม
  • มิวเซียมสยาม

มิวเซียมสยามเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ของวัยรุ่น หนุ่มสาว มีงานศิลปะจัดแสดงหมุนเวียน มีจำหน่ายของที่ระลึก ใครที่อยากเดินเล่น จิบกาแฟ ชมงานศิลป์ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน ก็ลองดูมิวเซียมสยามเป็นตัวเลือก 

พิกัด : 4 ถนนสนามไชย พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดเวลา 10.00-18.00 น.

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์
  • เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ เป็นอีกหนึ่งจุดสุดโรแมนติกที่ขึ้นชื่อ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวคู่รักมาเช็กอินอยู่แล้วบ่อยๆ จากหลายประเทศทั่วโลก ด้วยโลเคชันที่สุดโรแมนติก ติดวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มาพร้อมกับม้าหมุนสุดสวย ชิงช้าสวรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ และมุมถ่ายรูปอีกมากมาย พร้อมทั้งร้านอาหารอร่อยๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในเพียบ ซึ่งกลายเป็นไฮไลต์อีกหนึ่งที่สำหรับใครที่มองหาสถานที่เดตในวันวาเลนไทน์นี้

พิกัด : 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร วัน และเวลาทำการ วันจันทร์-วันอาทิตย์ 11.00-22.00 น.

  • มหานครสกายวอล์ก

หนึ่งในสถานที่เดตวันวาเลนไทน์ สำหรับใครที่หาร้านอาหารดินเนอร์สุดหรู ซึ่งที่ตึกมหานครสกายวอล์ก มีร้านอาหาร Fine Dining สุดหรู หลากหลายแนว ด้วยวิวโลเคชันบนตึกกระจกสูงระฟ้า 78 ชั้น พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน และดินเนอร์สุดพิเศษ สามารถเดินทางได้โดย รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีช่องนนทรี 

พิกัด : อาคารคิง พาวเวอร์ มหานคร เลขที่ 114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

  • Baiyoke Sky (ตึกใบหยก)

เดตวันวาเลนไทน์ บนตึกใบหยก กับร้านอาหารสุด Exclusive แบบบุฟเฟต์ ถ่ายภาพโรแมนติกที่ชั้น 81 มีวิวฉากหลังเป็นกรุงเทพมหานครสวยๆ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งโปรพิเศษ และบุฟเฟต์ ที่เป็นอาหารเช้า อาหารกลางวัน และมื้อดินเนอร์ โดยคู่รักอาจจะต้องสำรองที่นั่งห้องอาหารไปก่อน ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลไปที่ @BaiyokeSkyHotel 

พิกัด : 222 อาคารใบหยก 2 ซอยราชปรารภ 3 ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร 

เยาวราช
  • เยาวราช

ถ้าหากร้านดินเนอร์หรู สำรองที่นั่งไม่ทัน หรือจองร้านอาหารได้ยากลำบาก เยาวราชอาจเป็นที่เดตในกรุงเทพฯ สามารถมาได้ทุกเทศกาล ด้วยบรรยากาศแสงสีที่สวยงาม พร้อมร้านอาหารอร่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ด หรือร้านอาหารเหล่าระดับภัตตาคาร ที่สามารถจูงมือเดินเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอร้านที่น่าสนใจ

พิกัด : ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ ร้านอาหารต่างๆ เปิดเวลา 08.00-01.00 น.

  • สามย่าน-บรรทัดทอง

ย่านเก่าแก่ บรรยากาศดี ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนในปัจจุบันมีร้านอาหารมากมาย หลายสไตล์ ให้คู่รักได้เลือกเดินเล่น และหาร้านดินเนอร์ร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดกันได้อย่างจุใจ ที่อาจทำให้คู่รักนักชิมนั้นต้องชอบที่จะเดินทางไปอย่างแน่นอน

พิกัด : ถนนบรรทัดทอง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

โรงแรมชาเทรียม เรสซิเดนซ์ สาทร
  • โรงแรมชาเทรียม เรซิเดนซ์ สาทร

หากต้องการหาดินเนอร์มื้อสุดพิเศษ และโรแมนติก โรงแรมชาเทรียม เรซิเดนซ์ สาทร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยภายในจะมีร้านอาหารสเปน สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน พร้อมบริการถ่ายรูปที่ระลึกสำหรับคู่รักสุดโรแมนติก หรือจะดื่มด่ำไปกับร้านอาหารริมสระน้ำกับ “โฟลว์ โอเอซิส พูล เลาจน์” และเพลิดพลินไปกับเสียงเพลงรักจากกีตาร์อะคูสติก

พิกัด : โรงแรมชาเทรียม เรซิเดนซ์ สาทร ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24 ถนนสาทร กรุงเทพมหานคร

ภาพ : istock

ชวนสัมผัสประสบการณ์สกีรีสอร์ตสุดพิเศษที่ คลับเมด คิโรโระ พีค (Club Med Kiroro Peak) ฮอกไกโด

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2762871

ชวนสัมผัสประสบการณ์สกีรีสอร์ตสุดพิเศษที่ คลับเมด คิโรโระ พีค (Club Med Kiroro Peak) ฮอกไกโด

13 ก.พ. 2567 16:12 น.

ชวนสัมผัสประสบการณ์สกีรีสอร์ตสุดพิเศษที่ คลับเมด คิโรโระ พีค (Club Med Kiroro Peak) ฮอกไกโด

สำหรับผู้ที่รักการเล่นสกี ภูมิภาคฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น คือหนึ่งในจุดหมายที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากไปสัมผัสประสบการณ์การเล่นสกีท่ามกลางหิมะที่มีทัศนียภาพสวยงามราวกับศิลปะบนภาพวาดสักครั้ง

คลับเมด (Club Med) ประกาศยกระดับคลับเมด คิโรโระ พีค (Club Med Kiroro Peak) ให้เป็นรีสอร์ตในกลุ่ม เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน (Exclusive Collection) ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2567 เป็นต้นไป เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางทิวทัศน์หิมะที่งดงาม

ผู้เข้าพักที่คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลคชั่น คิโรโระ พีค จะได้สัมผัสกับประสบการณ์พิเศษที่โดดเด่นตามสไตล์คลับเมด ที่มีพนักงานคลับเมด หรือ G.Os (Gracious Organizers) นานาชาติพร้อมให้บริการ ด้วยภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยงามเป็นฉากหลังและการตกแต่งภายในด้วยงานฝีมือท้องถิ่น จะยกระดับการการพักผ่อนที่หรูหราและสะดวกสบายมากขึ้น

ประสบการณ์พิเศษสำหรับแขกของคลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน คิโรโระ พีค ได้แก่

  • แชมเปญต้อนรับเมื่อเดินทางมาถึงรีสอร์ต
  • อาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลฟรีเมื่อพักห้องสวีต
  • บริการรูมเซอร์วิสตลอดวันสำหรับห้องดีลักซ์และห้องสวีต*
  • สิทธิ์เข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ คลับเมด คิโรโระ แกรนด์ เวลเนส
  • สามารถไปใช้บริการร้านอาหารและบาร์ของคลับเมด คิโรโระ แกรนด์ รวมถึงห้องอาหาร Yoichi, The Ogon – อาหารเอเชียหม้อไฟและ Yotei Bar นอกเหนือไปจากจากร้านอาหารที่มีอยู่แล้วที่ คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน คิโรโระ พีค คือ Otaru และ The View Bar
  • สิทธิพิเศษสำหรับการจองร้านอาหารก่อนใคร ที่ The Ogon, The Kaen* – ร้านปิ้งย่าง และ The Ebisu* – ร้านซูชิ
  • ดื่มแชมเปญไม่อั้น ทุกวันที่ The View Bar หลัง 18.00 น.
  • และอื่นๆ อีกมากมาย
  • *บริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ศูนย์รวมแห่งความล้ำหน้าของญี่ปุ่น ผสานดีไซน์ตะวันตกร่วมสมัย

คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน คิโรโระ พีค ออกแบบโดย Studio HBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการตกแต่งภายในโรงแรม ที่ผสานยุคเก่าและยุคใหม่เข้าด้วยกัน ปรุงแต่งด้วยสัมผัสแห่งความร่วมสมัยและความสะดวกสบายที่เหนือระดับสำหรับผู้แสวงหาการเดินทางที่ไม่จำเจ ก้าวแรกเมื่อเข้าไปในล็อบบี้จะเพลินตาไปกับการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะซึ่งถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น ทุกพื้นที่การใช้งานได้รับการออกแบบมาให้ทุกส่วนลื่นไหลเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการออกแบบอันล้ำหน้า ดูสะอาดตาแบบญี่ปุ่น ผสมผสานกับองค์ประกอบแบบตะวันตกร่วมสมัยที่โดดเด่น มอบสุนทรียศาสตร์ระดับไฮเอนด์และความสะดวกสบายแก่ผู้มาเยือนทุกท่าน เพื่อยกระดับประสบการณ์วันหยุดในบรรยากาศสบายๆ ที่จะช่วยให้พร้อมประสบการณ์สุดประทับใจแบบองค์รวมของคลับเมด รอให้คุณมาสัมผัส

สัมผัสประสบการณ์บนลานหิมะที่ดีที่สุด

ด้วยสภาพแวดล้อมธรรมชาติอันงดงาม และความสะดวกที่ท่านสามารถออกไปยังลานสกีได้จากรีสอร์ต หิมะที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหิมะที่ดีที่สุดในโลก ด้วยความขาวสะอาดเบาเหมือนปุยนุ่น พร้อมปริมาณหิมะเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 21 เมตร และมีฤดูเล่นสกีที่ยาวนานจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลคชัน คิโรโระ พีค จึงเป็นจุดหมายปลายทางบนภูเขาของคลับเมด แห่งเดียวในเอเชียที่สามารถเล่นสกีได้จนถึงฤดูใบไม้ผลิ

คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลคชั่น คิโรโระ พีค มีห้องพักทั้งหมด 126 ห้อง และเป็นรีสอร์ตแบบ สกีอิน-สกีเอาต์ ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงลานสกีได้อย่างสะดวกไม่จำกัด พร้อมเส้นทางสกีถึง 23 เส้นทาง และสโลปนอกเส้นทาง (off-piste) อันสวยงาม อีกทั้งยังสามารถเข้าคลาสเรียนสกี หรือสโนว์บอร์ดแบบกลุ่มทุกวัน ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับสูง ซึ่งได้รวมอยู่แล้วในราคาแพ็กเกจ

ประสบการณ์ไม่ซ้ำใครในฮอกไกโด

สนุกสนานเพลิดเพลินกับการชมงานฝีมือท้องถิ่นของฮอกไกโด ที่โอตารุ เมืองชายฝั่งที่อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ต โอตารุ เป็นเมืองท่าที่โด่งดังจากโรงงานผลิตเครื่องแก้วและตะเกียงน้ำมัน กล่องดนตรี และโรงกลั่นเหล้าสาเก ห่างจากคลับเมด คิโรโระ พีค เพียง 40 นาที เดินเล่นไปตามถนนหนทางชมร้านรวงงานฝีมือจากแก้ว ภาพวาดของศิลปินท้องถิ่น หรือลองสร้างสรรค์งานศิลปะของคุณเองเพื่อนำกลับบ้านที่เวิร์กช็อปทำแก้ว ลิ้มรสสาเกและเบียร์รสเลิศจากโรงเบียร์ท้องถิ่นในโอตารุและโยอิจิ พร้อมเรียนรู้กระบวนการผลิตเบียร์นิฮงชู (nihonshu) อันเป็นเอกลักษณ์

พบกับนิยามใหม่ของวันหยุดพักผ่อนบนภูเขาที่ คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน คิโรโระ พีค – การผสมผสานระหว่างความหรูหราร่วมสมัยอันล้ำหน้า ท่ามกลางภูมิประเทศอันน่างดงามตระการตาของฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

ภาพ : คลับเมด เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน คิโรโระ พีค

เช็กอิน “หินสามวาฬ” เที่ยวเส้นทางธรรมชาติ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2762182

เช็กอิน “หินสามวาฬ” เที่ยวเส้นทางธรรมชาติ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น

11 ก.พ. 2567 05:40 น.

เช็กอิน “หินสามวาฬ” เที่ยวเส้นทางธรรมชาติ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น

กุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก โดยมีทั้งวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแห่งความรักสากล และ วันมาฆบูชา 24 ก.พ. ที่ถือเป็นวันแห่งความรักของชาวพุทธ

“พี่ม้ามังกร” จึงขอชวนน้องๆ พาครอบครัวไปเที่ยวชมธรรมชาติอันงดงามที่ ป่านันทนาการหินสามวาฬ จ.บึงกาฬ ตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ที่กรมป่าไม้ดูแลพื้นที่อยู่ โดย หินสามวาฬ มีอายุกว่า 75 ล้านปี ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดมหึมาวางเรียงกัน 3 ก้อน มองไกลๆ หรือมองจากภาพถ่ายทางอากาศ มีรูปร่างคล้าย วาฬ พ่อ แม่ ลูก กำลังว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน และถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่น อยู่ด้านตะวันออกของภูสิงห์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า โดยจากจุดชมวิวบนหินสามวาฬ จะสามารถยืนชมทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขง และภูเขาเมืองปากกระดิ่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

แหล่งท่องเที่ยวของหินสามวาฬ มีเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามและน่าตื่นเต้น เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00-17.00 น. จุดแรกคือ “ลานธรรม” มีลักษณะเป็นลานโล่งมีก้อนหินรูปร่างคล้ายกับสิงห์หมอบอยู่ข้างลาน และมีพระพุทธรูป หลวงพ่อพระสิงห์ ประดิษฐานอยู่ เป็นสถานที่ พระสงฆ์และฆราวาสใช้เป็นที่จัดกิจกรรมทางศาสนา ต่อมา “จุดชมวิวถ้ำฤาษี” เป็นลานหินขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของผืนป่าภูวัว ซึ่งมองไกลออกไปเป็นแม่น้ำโขง และเมืองปากกระดิ่ง ฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ไฮไลต์ที่จุดนี้คือ หินสามวาฬ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตก มีลักษณะเป็นหินทรายขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน ดูคล้ายกับครอบครัววาฬหัวทุย 3 ตัวประกอบด้วย พ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ

ถัดมาคือ “ประตูภูสิงห์” มีลักษณะเป็นหินใหญ่สองก้อนตั้งอยู่ริมผา คล้ายกับช่องเขารูปหัวใจเมื่อเดินเข้าไปชมใกล้ๆ บริเวณริมผาจะเห็นวิวของผืนป่าเขียวขจี อีกจุดคือ “จุดชมวิวหินหัวช้าง” มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ที่ยื่นตัวออกมาจากภูเขา ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหัวช้างตัวใหญ่บิ๊กเบิ้มที่ปลายสุดของหน้าผา สามารถชมวิวป่าและภูเขาโดยรอบได้อย่างสวยงามจุดนี้จะต้องเดินจากปากทางเข้า ไปจุดชมวิวประมาณ 200 เมตร น้องๆจึงควรใส่รองเท้าผ้าใบ หรือหุ้มส้นที่สามารถเดินได้สะดวก

อีกจุดที่พลาดไม่ได้คือ “ส้างร้อยบ่อ” ที่มีความหมายว่า “บ่อน้ำร้อยบ่อ” ซึ่งตั้งตามลักษณะของบริเวณนี้ที่มีหลุมบ่อมากมายนับไม่ถ้วน แต่ละบ่อก็มีความลึกแตกต่างกันออกไป มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา ทั้งในบริเวณเดียวกันยังมีหินรูปร่างคล้ายกับหัวใจให้คู่รักได้ถ่ายภาพคู่กัน หรือจะถ่ายรูปกับคนในครอบครัวที่เป็นที่รักก็ได้เช่นกัน

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น้องๆ และครอบครัวที่รักควรไปท่องเที่ยวกันในเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ที่อากาศยังหนาวเย็นสบายๆครับ.

จักรยานไฟฟ้าในพื้นที่ท่องเที่ยวในชนบท

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2761787

จักรยานไฟฟ้าในพื้นที่ท่องเที่ยวในชนบท

9 ก.พ. 2567 08:18 น.

จักรยานไฟฟ้าในพื้นที่ท่องเที่ยวในชนบท

จักรยานไฟฟ้า หรืออี-ไบค์ (E-Bike) เป็นอีกหนึ่งในยานพาหนะที่ได้รับความสนใจอย่างมากในยุคนี้ไม่แพ้รถยนต์ไฟฟ้า ทว่าจักรยานไฟฟ้าถูกนำมาใช้เพื่อธุระและพักผ่อนมากกว่าการเดินทางไกล ทำให้อาจสำคัญต่อการลดการจราจรทางรถยนต์ในพื้นที่ท่องเที่ยว

หลายคนมองว่าจักรยานไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ชนบท และลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชนบทได้ มีนักวิจัยกลุ่มหนึ่งเขียนรายงานลงเว็บไซต์คอนเวอร์เซชัน สำรวจว่าชาวอังกฤษขี่จักรยานธรรมดาโดยเฉลี่ย 87 กิโลเมตรต่อปี โดยผู้ตอบแบบสำรวจหลายคนขี่จักรยานไฟฟ้ามากกว่านี้ในหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งในพื้นที่ที่นักวิจัยสนใจสำรวจก็คืออุทยานแห่งชาติเลค ดิสทริก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถยนต์ไปพักผ่อนราวๆ 18 ล้านคนต่อปี รถยนต์เหล่านี้ก่อปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความแออัด มลภาวะ และอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้น นักวิจัยพบว่าผู้คนใช้จักรยานไฟฟ้าในอุทยานแห่งชาติเลค ดิสทริก โดยขี่เฉลี่ย 124 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ ในช่วงมีมาตรการปิดเมืองรับมือโควิด-19 ในปี 2563 และขี่มากกว่า 101 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ในฤดูใบไม้ผลิปี 2564

การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าจักรยานไฟฟ้าเข้ามาแทนที่การเดินทางด้วยรถยนต์บ่อยกว่าการเดินทางด้วยจักรยานธรรมดาหรือการขนส่งสาธารณะ ถือเป็นผลบวกในแง่ของศักยภาพในการลดคาร์บอนและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อระบบนิเวศในชนบท และจะนำไปสู่การปรับปรุงการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะช่วยให้ผู้คนใช้จักรยานไฟฟ้าแทนรถยนต์เพื่อไปยังที่ที่พวกเขาต้องการได้.