Bangkok Design Week 2024 จัดที่ไหน แนะนำจุดเช็กอินน่าสนใจรอบกรุง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2758952

Bangkok Design Week 2024 จัดที่ไหน แนะนำจุดเช็กอินน่าสนใจรอบกรุง

29 ม.ค. 2567 15:58 น.

Bangkok Design Week 2024 จัดที่ไหน แนะนำจุดเช็กอินน่าสนใจรอบกรุง

งาน Bangkok Design Week 2024 หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ในปีนี้ได้นำเสนอผลงานที่น่าสนใจในพื้นที่ 15 ย่านและพื้นที่อื่นๆ รอบเมืองกรุง นอกจากจะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านงานออกแบบให้กับชาวเมืองแล้ว ยังมีกิจกรรม นิทรรศการ อีเวนต์ การอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ

งาน Bangkok Design Week 2024 คืองานอะไร

งาน Bangkok Design Week 2024 คือ เทศกาลการงานออกแบบผลงานต่างๆ อย่างสร้างสรรค์และแปลกใหม่ โดยจัดแสดงผ่านการใช้งานพื้นที่ในย่านต่างๆ ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับภาครัฐ และเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศกว่า 60 หน่วยงาน รวมถึงนักออกแบบ และธุรกิจอื่นๆ

ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่กว่าที่เคย เน้นชูจุดเด่น และเอกลักษณ์ของแต่ละย่านพื้นที่ผ่านการออกแบบเมือง หรืองานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ ในขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งผลเชิงบวกกับธุรกิจท้องถิ่นอีกด้วย

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ Bangkok Design Week

งาน Bangkok Design Week 2024 จัดขึ้นวันไหน ที่ไหนบ้าง

งาน Bangkok Design Week 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. โดยขนทัพกิจกรรมน่าสนใจสู่ 15 ย่านไฮไลต์รอบเมืองกรุง ได้แก่

  • เจริญกรุง-ตลาดน้อย
  • พระนคร 
  • ปากคลองตลาด 
  • นางเลิ้ง 
  • เยาวราช 
  • หัวลำโพง 
  • อารีย์-ประดิพัทธ์ 
  • บางโพ-เกียกกาย 
  • วงเวียนใหญ่-ตลาดพลู 
  • เกษตรฯ-บางบัว 
  • พร้อมพงษ์ 
  • สยาม-ราชเทวี 
  • บางกอกใหญ่-วังเดิม 
  • พระโขนง-บางนา 
  • บางมด 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจในพื้นที่อื่นๆ ให้เลือกเดินทางไปสัมผัสกันอีกหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ, เฮาส์ สามย่าน, MRT บางพลัด 

แนะนำกิจกรรมน่าสนใจภายใน Bangkok Design Week 2024 

ภายในงาน Bangkok Design Week 2024 มีกิจกรรมมากกว่า 500 โปรแกรมจากแต่ละย่านให้เข้าร่วมตามความสนใจ ยกตัวอย่างเช่น

Bangkok Design Week 2024 เจริญกรุง-ตลาดน้อย

Bangkok Design Week 2024 บริเวณไปรษณีย์กลาง หรือย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ จัดเต็มกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การแสดงดนตรีของศิลปิน, กิจกรรมเวิร์กช็อป, งานแสดงของโครงการ วัน แบงค็อก ที่จะจัดขึ้นบริเวณลานจัตุรัสไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ Bangkok Design Week

Bangkok Design Week 2024 อารีย์-ประดิพัทธ์

หลายคนรู้จักย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ในฐานะแหล่งรวมคาเฟ่เก๋ๆ แต่ในย่านนี้ยังมีหลากหลายเรื่องราวซ่อนอยู่ ชวนให้มาสัมผัสผ่านกิจกรรมน่าสนใจ เช่น อีเวนต์ ARIAROUND ให้คนแปลกหน้าหยิบของกินติดไม้ติดมือออกมาปิกนิก ที่สวนกรมประชาสัมพันธ์ (อารีย์), การจัดแสดงนิทรรศการ Spirit House Open House หรือ เปิดบ้านศาลพระภูมิ จัดขึ้นที่ PoA White Box, Yellow Lane ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ด้วยตนเอง

Bangkok Design Week 2024 ปากคลองตลาด

ปากคลองตลาดถือเป็นตลาดดอกไม้ชื่อดัง รวมดอกไม้นานาชนิดไว้ที่นี่ และคงจะดีไม่ใช่น้อยหากมีการจัดกิจกรรม หรืองานแสดงที่น่าสนใจ ซึ่งต่อยอดเรื่องราวของดอกไม้สู่ชาวเมือง เช่น Collective Blooms ตามหาเมล็ดดอกไม้ดิจิทัลในย่านปากคลองตลาด ณ อาคารไปรสนียาคาร, CAPYPER คืนชีพดอกไม้ขยะ ออกแบบชิ้นงานสร้างสรรค์จากดอกไม้ขยะย่านปากคลองตลาด ณ ตลาดยอดพิมาน (ชั้นลอย)

Bangkok Design Week 2024 เยาวราช

เยาวราช ศูนย์รวมของวัฒนธรรมจีนที่ปัจจุบันกลายเป็นย่านดังมีทั้งของกิน ของใช้ และจุดไฮไลต์ให้ได้เที่ยวชม ในงานจึงไม่พลาดกับกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น นิทรรศการ “Lay Back” นำเสนออดีตและปัจจุบันของชุมชนทรงวาดผ่านดนตรีและเสียงร้อง จัดบริเวณถนนทรงวาด หรือการจัดแสดงผลงานภาพวาดในรูปแบบนิทานงิ้ว บริเวณโรงเจบุญสมาคม

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ Bangkok Design Week

งาน Bangkok Design Week 2024 จัดขึ้นถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ หากใครสนใจไปร่วมงาน สามารถเช็กโปรแกรมกิจกรรม เวลากิจกรรม รายละเอียดอื่นๆ ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ Bangkok Design Week

อ้างอิงข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์ Bangkok Design Week

MONOPOLY เปิดตัวกระดานใหม่ Bangkok Edition กระตุ้นการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2758095

MONOPOLY เปิดตัวกระดานใหม่ Bangkok Edition กระตุ้นการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ

25 ม.ค. 2567 18:50 น.

MONOPOLY เปิดตัวกระดานใหม่ Bangkok Edition กระตุ้นการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำงานร่วมกับ Winning Moves ผู้ผลิตเกมชั้นนำ เตรียมเปิดตัวเกม MONOPOLY: Bangkok Edition เลือกกรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับปี 2567

ชวนกระตุ้นการออกเดินทางครั้งใหม่ไปกับเกมกระดานสุดคลาสสิก MONOPOLY ในเวอร์ชัน Bangkok Edition ปักหมุด “กรุงเทพมหานคร” เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ในปี 2567 ที่จะชวนผู้เล่นให้รู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท Winning Moves ได้ทำงานร่วมกัน เพื่อออกกระดานเวอร์ชันใหม่ของเกมเศรษฐี หรือที่รู้จักกันในนาม MONOPOLY เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย และเลือกกรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับปี 2567 ซึ่ง MONOPOLY: Bangkok Edition นับเป็นเกมเวอร์ชันที่ 3 ของคอลเลกชันในประเทศไทย ต่อเนื่องจากภูเก็ต และเชียงใหม่ ที่มีการเปิดตัวและจัดจำหน่ายไปเมื่อปี 2565 และ 2566

เกมกระดานเวอร์ชันใหม่ MONOPOLY: Bangkok Edition มีไฮไลต์สำคัญ โดยการรวมเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ช็อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานครมาบรรจุไว้ในเกม เพื่อสร้างการรับรู้ ให้เกิดแรงบันดาลใจในการออกเดินทางท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ “กรุงเทพมหานคร” และ “ประเทศไทย” เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

ดวงใจ กาญธีรานนท์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ททท. และ บริษัท Winning Moves ถือเป็นก้าวสำคัญ ด้านการท่องเที่ยวและเกมที่ผสมผสานกันได้อย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ และเกม MONOPOLY จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 

บริษัท Winning Moves UK ผู้ผลิตเกม MONOPOLY ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Hasbro มีความตั้งใจสร้างเกมนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับกรุงเทพมหานคร และให้เกมนี้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเปิดพื้นที่ให้เหล่าผู้เล่นได้สนุกสนานไปกับการซื้อที่ดินตั้งแต่ร้านอาหารสตรีทฟู้ด แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และสถานที่สำคัญที่เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพมหานคร

“นอกจากนี้บริษัท Winning Moves ยังขอเชิญชวนเหล่าผู้เล่น และผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเกมกระดาน MONOPOLY เวอร์ชันพิเศษนี้ ในการร่วมแนะนำสถานที่ที่จะไปอยู่บนกระดานเกมสุดพิเศษนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สุดโปรด ร้านประจำใกล้บ้าน สถานที่ที่จะไปแฮงเอาต์กับเพื่อนและครอบครัว รวมไปถึงการนำเสนอข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่างๆ ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาเกมนี้ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น” นางสาวเจนนิเฟอร์ เลา ผู้จัดการหุ้นส่วนของ บริษัท Winning Moves UK” กล่าว

โดยแคมเปญในครั้งนี้ หวังว่า เกม MONOPOLY: Bangkok Edition จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร รวมทั้งจะเป็นโอกาสสำคัญแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเกม นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการของตน ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดตัวในช่วงปลายปี 2567 

ภาพ : iStock

เปิดพิกัดโซนลับ เทศกาล Bangkok Design Week 2024 ย่านศรีนครินทร์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2757919

เปิดพิกัดโซนลับ เทศกาล Bangkok Design Week 2024 ย่านศรีนครินทร์

25 ม.ค. 2567 11:42 น.

เปิดพิกัดโซนลับ เทศกาล Bangkok Design Week 2024 ย่านศรีนครินทร์

เทศกาล Bangkok Design Week 2024 (BKKDW2024) กลับมาอีกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่จัดในย่านศรีนครินทร์ เอาใจคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี”

คนรักงานศิลปะเตรียมพบกับเทศกาล Bangkok Design Week 2024 (BKKDW2024) ครั้งแรกในย่านศรีนครินทร์ โดยจัดขึ้นที่ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และ MMAD – MunMun Art Destination (แมด – มันมัน อาร์ต เดสทิเนชั่น) ผ่าน 4 คอนเซปต์ “คน แสง เวลา อารมณ์” พร้อมชมเทศกาลไฟบริเวณจุดติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี”

คน – พบกับงานศิลปะที่หลากหลาย ผ่าน 8 แกลเลอรี 8 นิทรรศการ

เมื่อศิลปะคือส่วนหนึ่งของชีวิต ‘คน’ จึงเป็นส่วนที่ขับเคลื่อนศิลปะ และเมื่อศิลปะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในเมือง จึงเป็นที่มาของการขยายพื้นที่ให้เป็น ‘เมืองดีต่อใจ Heart Matters’ และชวนทุกคนมาค้นหาแรงบันดาลใจในพื้นที่สร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนคนทำงานสร้างสรรค์และกลุ่มคนที่ชื่นชอบในงานศิลปะ

พิกัด: MMAD โซน MUNx2 ชั้น 2 และชั้น 3 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์


แสง – ‘ครั้งแรก’ กับเทศกาล “แสง” จากพลังงานแสงอาทิตย์สู่ศิลปะ

เปลี่ยนโฉมลานจอดรถดาดฟ้าซีคอนสแควร์ บริเวณจุดติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้กลายเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับเมือง พร้อมสัมผัสบรรยากาศแสงยามเย็น เมื่อแสงคือพลังงานธรรมชาติที่เป็นปัจจัยโดยตรงกับการเติบโตของคน เมือง และสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนทุกคนมาร่วมฟังเพลง นั่งชิล เดินชมผลงานศิลปะจาก Solar Cell งานออกแบบ Lighting Installation ที่จะใช้เทคโนโลยี Solar Cell ในการสื่อสารผ่านผลงานศิลปะ

พิกัด: ลานจอดรถดาดฟ้า ชั้น 6 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

เวลา – ต่อยอดโครงการป้ายรถเมล์ติดแอร์ จากพลังงานแสงอาทิตย์ สู่แนวความคิด สีสันแห่งกาลเวลา

Seacon Bus Station “Sabuy Square” ป้ายรถเมล์ติดแอร์พลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในประเทศไทย ใช้กระบวนการออกแบบเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน สร้าง ‘เมืองออกแบบดี’ เชื่อมโยงกับเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์สรรพสินค้า ซีคอนสแควร์ และคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ (AAD) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

พิกัด: Seacon Bus Station ป้ายรถเมล์ติดแอร์ บริเวณด้านหน้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

อารมณ์ – งานศิลปะที่ผสมผสานระหว่างการจัดดอกไม้และผลงานศิลปะ

หลีกหนีจากปัจจัยภายนอกที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน จึงเกิดเป็นผลงานศิลปะที่ผสมผสานระหว่างการจัดดอกไม้และผลงานศิลปะ เพื่อเชื่อมโยงอารมณ์ ผู้คน พื้นที่ ผ่านสีสันของหมู่มวลดอกไม้ให้ผู้คนได้มีพื้นที่ผ่อนคลาย ฟื้นฟูกายใจที่เหนื่อยล้า ช่วยสร้างอารมณ์ที่ดีได้มากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้เกิดพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและโอกาสในการแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน

พิกัด: MMAD โซน MUNx2 ชั้น 1 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

ภาพ : ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และ MMAD

ซินจ่าว..เวียดนาม (ฉบับย่อ) เที่ยว 2 ฮา “ฮานอย-ฮาลองเบย์”

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2756483

ซินจ่าว..เวียดนาม (ฉบับย่อ) เที่ยว 2 ฮา "ฮานอย-ฮาลองเบย์"

20 ม.ค. 2567 05:38 น.

ซินจ่าว..เวียดนาม (ฉบับย่อ) เที่ยว 2 ฮา “ฮานอย-ฮาลองเบย์”

เมื่อเพื่อนพ้องน้องพี่ชาว SML 5 หมู่สิงโต จัดทริปฉบับย่อเที่ยวเวียดนามแบบกรุ๊ปเล็กๆ เที่ยวเบาๆ ได้ทั้งสาระและความรู้ ก็อดไม่ได้ที่ต้องขอติดสอยห้อยตามร่วมเดินทางด้วย

ทริปนี้เริ่มต้น ซินจ่าว…เวียดนามกันที่เมืองหลวงเก่าอย่างฮานอย ในวันที่อากาศกำลังสบาย อุณหภูมิต้อนรับพวกเราราว 17-25 องศา ถ้าไม่นับรวม PM 2.5 ที่ตามไปจากเมืองไทยด้วย ทริปนี้ถือว่าจบครบสมบูรณ์แบบ…ทีเดียว

ทันทีที่ถึงฮานอย สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การไปทำความรู้จักกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเวียดนาม อย่างคุณลุงโฮจิมินห์กันเสียก่อน เพราะถ้าไม่มีลุงโฮ ก็คงไม่มีเวียดนามในวันนี้

ร่างของลุงโฮ ผู้นำการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ของเวียดนาม ถูกดองด้วยน้ำยาอาบศพเก็บไว้ในโลงแก้วในสุสานที่จัตุรัสบาดิงห์ในกรุงฮานอยซึ่งปัจจุบันเป็น “พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์” รัฐบาลเวียดนามจะจัดพิธีรำลึกอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี

ความน่าสนใจของการไปเยือนพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์คงไม่ใช่การถกเถียงว่าร่างของลุงโฮที่นอนนิ่งสงบ สง่างามอยู่นั้น เป็นร่างจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือ เหตุใดคนเวียดนามจึงรักและเทิดทูนคุณลุงท่านนี้ประดุจดังเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่ง

ชาวเวียดนามจากทุกสารทิศไม่ใช่เฉพาะในเวียดนาม ถ้าทำได้จะต้องมาคารวะลุงโฮอย่างน้อยปีละครั้ง เช่นเดียวกับ โรงเรียนและสถาบันการศึกษาที่ต้องนำนักเรียน นักศึกษามาที่นี่ทุกปี โดยนัยสำคัญคงไม่ใช่เพื่อมาคารวะร่างลุงโฮเท่านั้น แต่เป็นการตอกย้ำจิตสำนึกของความเป็นชาติ ความรักชาติ ให้อยู่ในจิตสำนึกของชาวเวียดนามทุกคน และทุกคนมีดีเอ็นเอของความรักชาติเช่นเดียวกับลุงโฮอยู่ในสายเลือด

เวียดนามเคยตกเป็นส่วนหนึ่งของจีนนานนับพันปีตั้งแต่ 2 ศตวรรษก่อนคริสตกาล เคยถูกปกครองด้วยระบอบกษัตริย์หลายราชวงศ์ และเคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ก่อนที่โฮจิมินห์จะประกาศตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามขึ้น ภายหลังจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายสละราชสมบัติในปี 2488 เวียดนามประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ หลังรบชนะฝรั่งเศสในยุทธการเดียนเบียนฟู เมื่อปี 2497 โดยโฮจิมินห์ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามคนแรก

โฮจิมินห์ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 2 ก.ย.2512 ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่ออายุ 79 ปี สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ลุงไม่ได้อยู่ชื่นชมชัยชนะของเวียดนามเหนือในปี 2518 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่เลวร้ายที่สุดของสหรัฐอเมริกา

แม้จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ แต่ลุงโฮกลับใช้ชีวิตอย่างสมถะในบ้านหลังเล็กๆ มีรถยนต์ 3 คัน ที่ผลิตในโซเวียต และฝรั่งเศส สิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้จากลุงโฮก็คือ “ผู้ยิ่งใหญ่มักทำตัวเรียบง่ายเสมอ”

ฮานอยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วมากในช่วงระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นักลงทุนจากต่างชาตินิยมมาลงทุนและขยายธุรกิจในเวียดนาม รวมทั้งไทย ที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ไม่รวมธุรกิจด้านการเงิน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงฮานอย นอกจากสุสานโฮจิมินห์แล้ว แนะนำให้เดินเล่นในย่านเมืองเก่า หรือ Hanoi Old Quarter เป็นย่านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ของฮานอย ที่นี่มีถนนเล็กๆ ถนน 36 สาย เป็นแหล่งช็อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ชิกๆ รวมทั้งตึกวินเทจสไตล์เวียดนามและฝรั่งเศสเก่าแก่ที่อนุรักษ์เอาไว้กว่า 600 ปีด้วย

ใจกลางกรุงฮานอยเป็นที่ตั้งของทะเลสาบคืนดาบฮว่านเกี๋ยม หรือ Hoan Kiem Lake ที่มีตำนานอิงประวัติศาสตร์ สมัยที่เวียดนามทำสงครามสู้รบกับจีน กษัตริย์เวียดนามทำสงครามมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่สามารถเอาชนะทหารจากจีนได้ จึงมาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ และเกิดปาฏิหาริย์ เต่าขนาดใหญ่นำดาบวิเศษมาให้พระองค์ เพื่อทำสงครามกับประเทศจีน ทำให้ได้รับชัยชนะเหนือประเทศจีน เมื่อเสร็จศึกสงคราม พระองค์จึงนำดาบมาคืน ณ ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นที่มาของชื่อ ทะเลสาบคืนดาบ

ด้วยเป็นการเที่ยวฉบับย่อ เราเลยพลาดอีกหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นวิหารวรรณกรรม วัดเฉินก๊วก รวมทั้งที่ท่องเที่ยวใหม่ๆอีกหลายแห่ง ไว้ค่อยกลับมาเก็บตกคราวหน้า

จากฮานอย เรามุ่งหน้าสู่ อ่าวฮาลอง หรือ ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเวียดนาม ไม่ไกลจากกรุงฮานอย ฮาลองเบย์ในภาษาเวียดนามมีชื่อว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง ความสวยงามของฮาลองเบย์ ที่เต็มไปด้วยเกาะหินปูนน้อยใหญ่กว่า 1,969 เกาะ และชายฝั่งยาวถึง 120 กิโลเมตร ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

กิจกรรมไฮไลต์ของการมาเที่ยวชมฮาลองเบย์คือ ล่องเรือชมทัศนียภาพอันงดงามของเกาะต่างๆ เช่น เกาะกัดบา (Cat Ba Island) เกาะต่วนเจิว (Tuan Chau) เกาะช้าง เกาะไก่ชน เกาะหลังคา และแวะชมถ้ำสวรรค์ (Thiên Cave) ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของฮาลองเบย์ โดยเป็นถ้ำที่มีโถงขนาดใหญ่ 3 ห้อง มีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาประดับประดาอย่างสวยงาม ทั้งรูปทรงเต่ายักษ์ และนางฟ้า เมื่อกระทบกับแสงสีที่นำมาประดับตกแต่งก็ทำให้เห็นลวดลายประติมากรรมที่เกิดจากธรรมชาติได้อย่างชัดเจน

พี่ๆสิงโต SML 5 เลือกที่จะพักบนเรือสำราญขนาดใหญ่ 1 คืน ในอ้อมกอดของฮาลองเบย์ เพื่อดื่มด่ำกับความงดงามของที่นี่ เลือกทำกิจกรรมตามความชอบ ทั้งพายเรือคยัค เที่ยวถ้ำ ว่ายน้ำในสระน้ำอุ่นบนเรือสำราญ รวมทั้งร่ำเมรัยในบรรยากาศแห่งมิตรภาพแบบเบาๆ

เพียงแค่นี้ พวกเราก็พบกับความสุขที่ไม่ต้องตามหาให้ไกลจากที่ไหนในโลก…แล้ว.

โจทย์ใหญ่ Bangkok Design Week 2024 คนยิ่งทำ..เมืองยิ่งดี..กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2756490

โจทย์ใหญ่ Bangkok Design Week 2024 คนยิ่งทำ..เมืองยิ่งดี..กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

20 ม.ค. 2567 05:30 น.

โจทย์ใหญ่ Bangkok Design Week 2024 คนยิ่งทำ..เมืองยิ่งดี..กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

กลับมาสร้างสีสันให้กรุงเทพฯ อีกครั้ง ในฐานะเมืองกิจกรรมที่ไม่เคยหลับใหล เปิดปีใหม่มาก็คอนเสิร์ตฉ่ำ อีเวนต์ไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดถึงคิวเทศกาลของคนรักงานดีไซน์ “Bangkok Design Week 2024” ที่จะมาสร้างความคึกคักทั่วทุกพื้นที่ของเมืองกรุง ภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ระหว่างวันที่ 27 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์นี้

ปีนี้ถือเป็นปีที่มีโปรแกรมจัดแสดงเยอะและหลากหลายที่สุดตั้งแต่เคยมีมา กระหน่ำทีเดียวกว่า 500 โปรแกรมจัดแสดง โดยครอบคลุมทั้งในหมวด SHOWCASE, MUSIC & PER FORMING, WORKSHOP, TOUR, TALK, EVENT และ MARKET ให้ทุกคนได้มาอัปเดตเทสต์เสพงานดีไซน์แบบจุใจตลอด 9 วัน เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

ความพิเศษยังอยู่ที่พื้นที่จัดแสดงจัดเต็มถึง 15 ย่าน ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ในช่วงเทศกาล ก็เหมือนได้เดินงาน “Bangkok Design Week 2024” เพราะปีนี้จัดพร้อมกันถึง 15 ย่านทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้เข้าถึง ทุกคนในเมืองได้อย่างทั่วถึง นำทีม โดยคนในพื้นที่ที่ต่างหยิบยกเอาของดีประจำย่านออกมานำเสนอ ผ่านความคิดสร้างสรรค์และงานออกแบบ มีทั้งการเล่าเรื่องของ ย่านผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน, การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในชุมชนให้กินได้ และการเปิดตัวพื้นที่ Unseen ในย่านที่ไม่มีใครเคยเห็น ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นแต่ละย่านในมุมใหม่ๆ ที่ต่างกันออกไป จนต้องอุทานว่ากรุงเทพฯมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ? จะน่าสนุกขนาดไหน ถ้าเราได้สำรวจเมืองมุมใหม่กับไกด์ประจำย่าน ที่จะพาเราเข้าทุกซอกออกทุกซอยไปทำความรู้จักกับเมืองแบบเจาะลึก ผ่านโปรแกรมท่องเที่ยวจากย่านสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯที่มีให้เลือกทั้งทริปเดินเล่น, เดินกิน, ปั่นจักรยาน ไปจนถึงทริปทางน้ำ

ปีนี้ทีมผู้จัดเทศกาลยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อรวมไอเดียแก้ไขปัญหาจากโจทย์จริงของ กทม. และมอบโจทย์ให้เหล่านักสร้างสรรค์ได้มาร่วมคิด ทำ เพื่อแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในเมือง ผ่านงานออกแบบหลากหลายศาสตร์ เราจะได้เห็นไอเดียดีๆที่ถูกคิดมาเพื่อทำให้กรุงเทพฯเป็น เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น แถมยังได้ทดลอง ใช้งาน และมอบ ฟีดแบ็ก เพื่อ พัฒนางานออกแบบให้สมบูรณ์และยั่งยืนในอนาคต

เรียกได้ว่าเทศกาลครั้งนี้คือผลลัพธ์ของการจับมือกันจากหลากหลายภาคส่วนคึกคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร, หน่วยงานรัฐ, หน่วยงานเอกชน, สถานศึกษา, นักสร้างสรรค์, คนในพื้นที่ รวมไปถึงคนทั่วไปที่พร้อมร่วมใจกันระดมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้า โดยไม่ปล่อยให้เป็นแค่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของเทศกาล “Bangkok Design Week 2024” ภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” บอกเลยว่าไม่น่าพลาดจริงๆ.

เปิดพิกัด 5 จังหวัด ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ไปเที่ยวเหนือต้องปักหมุดที่ไหน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2756002

เปิดพิกัด 5 จังหวัด ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ไปเที่ยวเหนือต้องปักหมุดที่ไหน

17 ม.ค. 2567 19:35 น.

เปิดพิกัด 5 จังหวัด ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ไปเที่ยวเหนือต้องปักหมุดที่ไหน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่มักจะเรียกกันว่าเป็น “ซากุระเมืองไทย” ถึงฤดูกาลผลิบานให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ไปดื่มด่ำบรรยากาศกันปีละครั้งที่ภาคเหนือของไทย สำหรับปีนี้มีที่ไหนให้น่าไปเช็กอินถ่ายรูปบ้าง เรารวมมาให้แล้ว

ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นฤดูกาลที่ภูเขาทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะลูกเล็กลูกใหญ่จะถูกแต่งแต้มด้วยความสดใสของสีชมพูพาสเทล ดูละมุนน่ารัก ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาชื่นชมความงดงามของซากุระเมืองไทย หรือดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่พร้อมใจกันเบ่งบานแต่งแต้มสีสันอวดโฉมต่อสายตานักท่องเที่ยว กลายเป็นจุดเช็กอินที่ต้องเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง โดยในปีนี้ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ มีเส้นทางตามล่าเสือที่สุดโรแมนติกใน 5 จังหวัด 26 เส้นทาง ให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ “สุขทันที…ที่เที่ยวเหนือ” ก่อนออกเดินทางสามารถโทรสอบถามข้อมูลการบานของดอกนางพญาเสือโคร่งได้ที่ ททท. สำนักงานในแต่ละพื้นที่

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเชียงใหม่

  1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และไร่ชา 2000 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
  2. โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง
  3. ป่าสนวัดจันทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา
  4. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง
  5. สะพานซากุระ ขุนวาง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง
  6. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หน่วยย่อยแม่จอนหลวง ตำบนแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม
  7. ดอยค้ำฟ้า อุทยานแห่งชาติผาแดง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว
  8. สถานีวิจัยเกษตรสันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว
  9. หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว
  10. หน่วยวิจัยต้นน้ำขุนแม่ยะ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง
  11. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ตำบลกิ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง
  12. สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม
  13. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง
  14. พระตำหนักดอยผาตั้ง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5324 8604 – 5

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  1. ลีไวน์ รักไทย รีสอร์ท บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
  2. ดอยขุนแม่ยะ ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย
  3. ปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5361 2982 – 3

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเชียงราย

  1. ดอยผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น
  2. หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น
  3. โรงเรียนบรรพตวิทยา โรงเรียนบรรพตวิทยา อำเภอเวียงแก่น
  4. ดอยปางขอน ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย
  5. ดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย
  6. ดอยแม่สลอง ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5371 7433

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดน่าน

  1. หน่วยจัดการต้นน้ำขุนสถาน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5471 1217 – 8

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดพิษณุโลก

  1. ภูลมโล อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย
  2. หมู่บ้านร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5525 2742 – 3

ข้อมูลอ้างอิง : ข่าวสารการท่องเที่ยวประเทศไทย

ชวนเที่ยวเทศกาล Colorful Bangkok Expo 2024 รวมพลคนสายศิลป์ กรุงเทพฯ 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755336

ชวนเที่ยวเทศกาล Colorful Bangkok Expo 2024 รวมพลคนสายศิลป์ กรุงเทพฯ 2567

15 ม.ค. 2567 17:32 น.

ชวนเที่ยวเทศกาล Colorful Bangkok Expo 2024 รวมพลคนสายศิลป์ กรุงเทพฯ 2567

ปักหมุดเที่ยวงานเทศกาลรับต้นปี 2567 งานที่คนรักงานศิลปะห้ามพลาด กับงาน Colorful Bangkok Expo 2024 ที่กรุงเทพมหานคร

งานเทศกาลที่รวมตัวกันของคนสายอาร์ต งานประจำปีของผู้ที่รักศิลปะต้องห้ามพลาด เทศกาลที่รวมศิลปินทุกแขนงให้มาช่วยกันแต่งแต้มสีสัน เติมชีวิตชีวาให้กับกรุงเทพมหานคร ในงาน “Colorful Bangkok Expo 2024”

สิ่งที่น่าสนใจในงาน Colorful Bangkok Expo 2024 คือการที่เหล่าศิลปิน และศิลปะในสาขาต่างๆ มาร่วมกันออกแบบงานอาร์ต และแต่งแต้มสีสันให้กับกรุงเทพมหานครแบบครบรส โดยทางกรุงเทพมหานครเปิดลานคนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เหล่าคนทำงานด้านศิลปะร่วมสมัยได้มาจัดกิจกรรมมากมายให้ และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี

Colorful Bangkok Expo 2024 รับไม้ต่อมาจากปีที่แล้ว โดยปีนี้ทาง กรุงเทพมหานคร สัญญาว่าจะจัดเต็มมากกว่าเดิม ด้วยกิจกรรมอันหลากหลายให้ทุกคนให้มีส่วนร่วมที่สนุกสนาน 

ภายในงาน Colorful Bangkok Expo 2024 มีบูธโชว์เคสจากหน่วยงาน องค์กรด้านศิลปะการออกแบบ การจัดบูธจากศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลป์ และบูธสินค้างานดีไซน์ หรืองานคราฟต์ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้อันหลากหลายของความคิดสร้างสรรค์มากกว่ากว่า 90 บูธ

ไฮไลต์กิจกรรมการแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจในศาสตร์ศิลปะ ประกอบไปด้วย หนังกลางแปลง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การออกบูธของศิลปิน การเสวนาเรื่องศิลปะในกรุงเทพฯ และนักสร้างสรรค์ รวมถึงการรังสรรค์ (Mapping) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครโฉมใหม่ ด้วยแสง และสีสัน ให้ออกมาอย่างยิ่งใหญ่ และสวยงาม

Colorful Bangkok Expo 2024 จัดขึ้นวันที่ 18-21 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ เข้าชมฟรี หากผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bangkokartcity.

ข้อมูล และภาพ : bangkokartcity

ปักหมุดเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตามรอย ‘จอง และ คัลแลน’

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755321

ปักหมุดเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตามรอย ‘จอง และ คัลแลน’

15 ม.ค. 2567 17:31 น.

ปักหมุดเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตามรอย ‘จอง และ คัลแลน’

เปิดโลเคชั่น สถานที่เที่ยวตามรอยของสองหนุ่มบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ อย่าง ‘จอง และ คัลแลน’ ที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ มีที่ไหนบ้าง

ถ้าพูดถึงบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุด ณ ขณะนี้ คงหนีไม่พ้น จอง และ คัลแลน จากช่องยูทูบ “컬렌 Cullen HateBerry” ที่หากใครได้หลงเข้าไปในโลกของการท่องเที่ยวจากพวกเขาแล้ว ไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้ เนื่องจากความเป็นกันเองในแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่ง มีความตลก เฮฮา ตามภาษาชาวต่างประเทศที่ยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญในสถานที่ และภาษาไทยมากนั้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ “คัลแลน-พี่จอง” กลายเป็นอีกหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลทางโซเชียลมีเดีย และการท่องเที่ยวไทยอยู่ในปัจจุบัน 

สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของสองหนุ่มชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ คือ ‘อุทยานแห่งชาติ’ เป็นการท่องเที่ยวในสไตล์ ‘แบ็กแพ็กเกอร์’ ที่ทั้งสองหนุ่มนี้เดินทางไปท่องเที่ยวมาแล้วทั้งเมืองท่องเที่ยวหลัก และเมืองรอง จนทำให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องทาบทามมาเป็นพรีเซนเตอร์การท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองคนก็ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์อุทยานฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เรียกได้ว่าได้ใจแฟนคลับไปอีกเต็มๆ 

ไทยรัฐออนไลน์ จึงนำข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวของ “จอง และ คัลแลน” ที่ได้รวบรวมไว้โดย อนุสาร อ.ส.ท. นำมาแชร์ให้นักท่องเที่ยว และแฟนคลับทุกคนได้ทดลองท่องเที่ยวตามรอยความสนุกกันพวกเขากัน

6 อุทยานแห่งชาติที่ จอง และ คัลแลน เคยเดินทางไป

  • ดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 
  • หาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต
  • น้ำตกถ้ำพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ
  • อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
  • ภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
  • เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล

4 อุทยานแห่งชาติ ‘ใกล้กรุงเทพ’ ที่ จอง และ คัลแลน เคยเดินทางไป

  • เขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
  • น้ำตกเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี
  • บ้านกร่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
  • น้ำตกตรอกนอง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

ข้อมูล : อนุสาร อ.ส.ท.

ภาพ : cullen_hateberry

เกาหลีใต้ เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวด้วย ‘วีซ่าพิเศษ’ สำหรับคนรัก K-Pop

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2755240

เกาหลีใต้ เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวด้วย ‘วีซ่าพิเศษ’ สำหรับคนรัก K-Pop

15 ม.ค. 2567 16:24 น.

เกาหลีใต้ เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวด้วย ‘วีซ่าพิเศษ’ สำหรับคนรัก K-Pop

เกาหลีใต้ เตรียมนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยวีซ่าพิเศษที่ออกให้สำหรับคนรักดนตรี K-Pop หลังจากที่วงการนี้กวาดรายได้มหาศาลเข้าประเทศ

กระแสเพลงและศิลปิน K-Pop ณ ปัจจุบันมาแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งวงการนี้สามารถสร้างฐานแฟนคลับได้ทั่วโลก สามารถนำเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการต่อยอดไปได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เรียกว่าเป็นหนึ่งใน Soft Power (ซอฟต์พาวเวอร์) ที่แท้จริงของทางเกาหลีใต้ ที่มีมูลค่าประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยประมาณ

เทรนด์ของ K-Pop ได้สร้างศิลปินชื่อดังที่มีชื่อเสียงก้องโลก ตัวอย่างเช่น BTS, NewJeans, NCT, EXO และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ยืนยันได้ด้วยผลการค้นหาเพลงของพวกเขา ที่มียอดการค้นหามากที่สุดบนกูเกิลที่เป็นประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีตลอด 25 ปีที่ผ่านมา

K-Pop จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพาประเทศเกาหลีใต้ ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างชื่อเสียง และทำให้คนทั่วโลกรู้จักกับวัฒนธรรมเกาหลีอื่นๆ เช่น ภาพยนตร์ และซีรีส์ที่มากด้วยคุณภาพอย่าง K-Series รวมถึงวัฒนธรรมอาหารเกาหลี ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทั่วโลกสนใจไม่น้อย

สิ่งที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีอัตราฟื้นฟูที่รวดเร็วหลังจากโรคระบาด และมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี 

รัฐบาลของเกาหลีใต้ จึงนำสิ่งที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ มาผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตขึ้น 4.8% ต่อปีไปจนถึงปี 2575 มีอัตราเพิ่มขึ้น 1.8% ต่อปี แซงหน้า GDP รวมเดิม 

รัฐบาลจึงออกกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยวีซ่าพิเศษ สำหรับคนรัก K-Pop และ K-Culture ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “Hallyu Visa (ฮันรยู วีซ่า)” แปลเป็นไทยว่า กระแสจากเกาหลี (Korean Wave) ซึ่งมีความหมายถึงวัฒนธรรมทั้งหมดที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศเกาหลีใต้

Hallyu Visa (ฮันรยู วีซ่า) เป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ มีไว้ให้สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว และมีส่วนรวมกับวัฒนธรรมเกาหลีในรูปแบบต่างๆ สามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี โดยนักท่องเที่ยวจะต้องลงทะเบียนผ่านสถาบันศิลปะการแสดงในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อทำการคัดเลือกด้วยตนเอง 

ส่วนรายละเอียด เงื่อนไข และข้อกำหนดในการคัดเลือกนั้น ยังคงต้องติดตามกันในปี 2567 นี้ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

ข้อมูล : worldeconomicforum

ภาพ : istock

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755142

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

14 ม.ค. 2567 21:41 น.

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

บึงฉวาก แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี มีประวัติและที่มาน่าสนใจอย่างไร ทำไมจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าได้

ประวัติบึงฉวาก

บึงฉวาก มีชื่อเต็มว่า บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้งมีขนาดใหญ่กินพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหลัดสุพรรณบุรี และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ ปี 2526 และในปี 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง

ในปี 2537 จังหวัดสุพรรณบุรี ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี จึงมีการขุดลอกคลองบึงให้กักเก็บน้ำได้มากถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถหล่อเลี้ยงเกษตรกรได้ 6,500 ไร่ และพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ คือศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า กรมปศุสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวาก หรืออุโมงค์ปลาบึงฉวาก เป็นต้น

สำหรับโซนสวนสัตว์ของบึงฉวาก เป็นศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ประกอบด้วย อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการ เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าชนิดต่างๆ การดูนก สภาพทางภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของบึงฉวาก มีตู้จำลองระบบนิเวศ ห้องฉายสไลด์วีดิทัศน์

ด้านนอกอาคารมีกรงเลี้ยงนกขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ สูง 25 เมตร ภายในกรงได้รับการตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ประกอบด้วยนกกว่า 45 ชนิด ที่น่าสนใจ ได้แก่ นกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ฟ้าสีทอง มีการจำลองน้ำตกขนาดเล็กเอาไว้ภายในกรง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสใกล้ชิดกับนกต่างๆ ที่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ในสภาพแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกรงเสือขนาดใหญ่ กรงเสือขนาดเล็ก มีเสือชนิดต่างๆ ให้ชม พร้อมสัตว์สวยงามอีกหลายชนิด

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทำการในจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.

ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี

ภาพจาก : สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ, สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี