Amerigo Vespucci เรือสำเภาที่สวยที่สุดในโลก เตรียมเทียบท่าเรือภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแล้ว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2823879

Amerigo Vespucci เรือสำเภาที่สวยที่สุดในโลก เตรียมเทียบท่าเรือภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแล้ว

5 พ.ย. 2567 16:43 น.

Amerigo Vespucci เรือสำเภาที่สวยที่สุดในโลก เตรียมเทียบท่าเรือภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแล้ว

เรือสำเภาที่สวยที่สุดในโลก สัญชาติอิตาลี อย่าง Amerigo Vespucci มีกำหนดการเทียบท่าเรือในจังหวัดภูเก็ตวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 นี้ เตรียมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้เข้ามาเยี่ยมชมฟรี

ชวนนักท่องเที่ยวเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ “Amerigo Vespucci (อเมริโก เวสปุชชี)” เรือเดินมหาสมุทรรอบโลก สัญชาติอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือสำเภาสุดโด่งดัง ที่ได้รับขนานนามว่า “เรือที่สวยที่สุดในโลก” กำลังเดินทางเข้ามาเทียบท่าในประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 ที่จะถึงนี้ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังประเทศอินเดียในลำดับถัดไป

Amerigo Vespucci เป็นเรือสำเภาประเภท 3 เสา โดยมีพื้นที่ทั้งหมดถึง 2,600 ตารางเมตร ความยาวโดยรวม 101 เมตร เดิมทีเป็นเรือรบฝึกทหารสัญชาติอิตาลีที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1930 และเปิดตัวเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1931 หลังจากนั้นถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นเรือสำรวจน่านน้ำเชิงอนุรักษ์

ปัจจุบันเรือที่สวยที่สุดในโลกลำนี้มีอายุเกือบ 94 ปี และกำลังอยู่บนเส้นทางการเดินทางรอบโลกอีกครั้งในรอบ 20 ปี ในรูปแบบเรือท่องเที่ยว ที่จะคอยเผยแพร่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานของอิตาลี

ไฮไลต์บนเรือประกอบไปด้วยนิทรรศการ ศิลปะ วัฒนธรรม และประติมากรรมชื่อดังจากประเทศอิตาลี พร้อมทั้งยังมีภัตตาคารอาหารอิตาลีต้นตำรับอยู่บนเรือลำนี้อีกด้วย

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังสนใจที่จะเข้าไปเยี่ยมชม Amerigo Vespucci ลำนี้จะเทียบท่าที่ประเทศไทย ท่าเรือน้ำลึก จังหวัดภูเก็ต ในช่วงวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 นี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าชมได้ที่นี่

ตารางเวลาเข้าชมเรือสำเภา “Amerigo Vespucci”

  • วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16:00 น. – 19:30 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:00 น. – 12:00 น. และ 14:00 น. – 19:00 น.
  • วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:00 น. – 12:00 น. และ 15:00 น. – 17:00 น.
  • วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:00 น. – 12:00 น. และ 15:00 น. – 17:00 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:30 น. – 12:30 น. และ 15:00 น. – 19:00 น.

ข้อมูล และภาพ : tourvespucci.it, TAT Phuket

นักเที่ยวสายลุยเตรียมตัว “เขาช้างเผือก” อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ประกาศเปิดการท่องเที่ยวแล้ว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2823661

นักเที่ยวสายลุยเตรียมตัว "เขาช้างเผือก" อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ประกาศเปิดการท่องเที่ยวแล้ว

4 พ.ย. 2567 13:48 น.

นักเที่ยวสายลุยเตรียมตัว “เขาช้างเผือก” อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ประกาศเปิดการท่องเที่ยวแล้ว

เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ประกาศเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

เขาช้างเผือก หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวสายเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ต่างก็หวังที่จะเดินทางไปพิชิตสถานที่แห่งนี้สักครั้ง

ซึ่งเขาช้างเผือก ผืนป่าฝั่งตะวันตก ที่มีธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันสวยงามและสมบูรณ์ แถมยังเป็นสถานที่ที่สามารถวัดใจ วัดความอึด ความแกร่งของนักเดินทางที่ต้องเดินเท้า บุกป่าฝ่าดงเพื่อขึ้นเขาไปสู่จุดชมวิว 360 องศาที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยการพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวด้วยกิจกรรม ประกอบกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลากหลาย เพื่อการพักผ่อนและการสัมผัสกับบรรยากาศอันบริสุทธิ์อย่างใกล้ชิด และในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมและพักผ่อนเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน “เขาช้างเผือก” อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ประกาศเปิดการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้แล้วตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 นี้

โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำ “กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกล” จะต้องจองและลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งจะเปิดเป็นรอบ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park

Samsung Galaxy Immersive Gardena นิทรรศการชมดอกไม้สุดล้ำ ผ่านจอดิจิทัลแคนวาส

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2823040

Samsung Galaxy Immersive Gardena นิทรรศการชมดอกไม้สุดล้ำ ผ่านจอดิจิทัลแคนวาส

31 ต.ค. 2567 16:54 น.

Samsung Galaxy Immersive Gardena นิทรรศการชมดอกไม้สุดล้ำ ผ่านจอดิจิทัลแคนวาส

ครั้งแรกของการนำเสนอเทคโนโลยีผ่านศิลปะที่ล้ำสมัยจากงาน SAMSUNG GALAXY IMMERSIVE GARDENA โดย SAMSUNG  (ซัมซุง) ที่จะพานักท่องเที่ยวไปชมงานดอกไม้ประจำปี ผ่านรูปแบบนิทรรศการ Immersive บนจอดิจิทัลแคนวาส ที่เซ็นทรัลชิดลม วันนี้ – 15 พ.ย. 2567

SAMSUNG GALAXY IMMERSIVE GARDENA เป็นหนึ่งงานนิทรรศการจาก ซัมซุง ที่ร่วมเฉลิมฉลองในวาระที่ห้างเซ็นทรัล ครบรอบ 77 ปี คิกออฟเมกะแคมเปญ “Central 77th Anniversary 2024”

เชิญชวนนักท่องเที่ยว มาร่วมเก็บภาพความทรงจำอันน่าประทับใจ ไปพร้อมกับสัมผัสประสบการณ์พิเศษ ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากการชมงานดอกไม้ในครั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีการแสดงภาพบนจอบนดิจิทัลแคนวาส 

งาน Samsung Galaxy Immersive Gardena มาในคอนเซปต์ “อาวองก์ การ์ดีน่า (AVANT GARDENA)” ที่จะมอบประสบการณ์การชมดอกไม้แบบ Immersive ผ่านเทคโนโลยีการแสดงภาพบนจอบนดิจิทัลแคนวาส 

พร้อมทั้งยังนำจุดเด่นด้านเทคโนโลยีของซัมซุง มาผสมผสานเข้ากับศิลปะไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ความสวยงามที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสวย ๆ ในบรรยากาศสุดพิเศษ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขและความเป็นตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยคุณภาพเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ตรงใจสไตล์คนยุคปัจจุบัน จุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ภายในงานจะจัดแสดงภาพดอกไม้ 7 ชนิด บนดิจิทัลแคนวาส ที่สะท้อนตัวตนที่ชัดเจนของห้างเซ็นทรัลเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง ประกอบด้วย Leader (การเป็นผู้นำของวงการรีเทล), Bold (ความกล้าที่จะแตกต่าง), Innovative (การสร้างสรรค์สิ่งใหม่), Inspiring (การเป็นสเปซแห่งแรงบันดาลใจ), Fun & Playful (ความสดใสสนุกสนาน), Authentic (สง่างามในแบบของตนเอง) และ Sophisticated (ฉลาดล้ำสมัย) 

งานเปิดให้เข้าชมความงามด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อมบันทึกความทรงจำอันน่าประทับใจและแชร์โมเมนต์ดี ๆ ให้เพื่อน ๆ ที่เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้ – 15 พ.ย. 2567 นี้

“Untamed Melody” ฝีมือศิลป์จาก ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ พาตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมจากภาพบุคคลไร้ควบคุม

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2823033

"Untamed Melody" ฝีมือศิลป์จาก ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ พาตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมจากภาพบุคคลไร้ควบคุม

31 ต.ค. 2567 16:16 น.

“Untamed Melody” ฝีมือศิลป์จาก ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ พาตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมจากภาพบุคคลไร้ควบคุม

MOCA BANGKOK ทำงานร่วมกับ Four Seasons Hotel Bangkok ในการเปิดนิทรรศการ “Untamed Melody Part I” ภัณฑารักษ์ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช นิทรรศการเดี่ยวของ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย การจัดแสดงผลงานศิลปะภาพบุคคล สะท้อนความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

“Untamed Melody” งานที่เชิญชวนให้ผู้ชมตระหนักถึงบทบาทของตนเองในกระบวนการบริโภคและผลกระทบที่ตามมา โดยเฉพาะการทำลายสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นิทรรศการนี้ยังเตือนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาที่มนุษย์สร้างขึ้น และกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการหาทางออกอย่างจริงจัง

“Untamed Melody Part I” งานศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจของศิลปิน ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ โดยงานจะถ่ายทอดการทดลอง และเรียนรู้ในการเปลี่ยนมุมมองจากภาพบุคคล

โดยผลงานเหล่านี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไปจนถึงผู้ที่อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ด้วยความสนใจอันเปิดกว้างของศิลปิน ทั้งหมดถูกนำไปสู่การผสมผสานศิลปะกับชีวิตของผู้คน ผ่านการสำรวจสื่อ วัสดุ และแนวคิดต่าง ๆ เพื่อลบเลือนเส้นที่แบ่งกั้นระหว่างตัวตน ธรรมชาติ และโลก

งานจะสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ด้วยแรงผลักดันจากความหลงใหลในพฤติกรรมมนุษย์ที่ซับซ้อนของศิลปิน โดยใช้ผลงานชุดนี้ในการสำรวจว่าการกระทำของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นขับเคลื่อนโดยความคิดสร้างสรรค์หรือการบริโภคนั้นส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่อย่างไร ผ่านภาพเหมือนและผลงานแนวคิด ที่ได้วิเคราะห์ถึงผลของความปรารถนาที่ไร้การควบคุม และวิธีที่สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ที่โลกต้องเผชิญ

“ร้อยพ่อพันแม่” เป็นสำนวนไทยที่ใช้เปรียบเทียบถึงการรวมตัวของผู้คนจากหลากหลายที่มา ซึ่งมีพื้นเพ ความคิด นิสัย และทัศนคติที่แตกต่างกัน ชุดภาพคนในนิทรรศการนี้นำเสนอภาพบุคคลหลากหลายที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในโลกของเรา ศักยภาพที่น่าทึ่งของสมองมนุษย์สามารถนำไปสู่ทั้งการสร้างสรรค์และการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ได้พร้อมกัน มนุษย์ได้วิวัฒนาการและพัฒนาอย่างรวดเร็วในทุกด้านของชีวิต เกินกว่าที่ความต้องการพื้นฐานจะกำหนดไว้ แต่เมื่อความโลภของมนุษย์เริ่มกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ไม่อาจควบคุมได้ การทำลายตนเองและโลกก็กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และน่าเศร้า ในขณะที่มนุษยชาติพัฒนา เราก้าวข้ามความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต แต่เมื่อความโลภของมนุษย์ไม่ได้ถูกควบคุม ก็จะนำไปสู่การทำลายล้างตัวเราเองและโลกใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลงานของไทวิจิตแสดงถึงความตึงเครียดนี้ เตือนให้เราตระหนักถึงความสมดุลระหว่างการสร้างสรรค์และการทำลาย และเชิญชวนให้เราคิดทบทวนถึงผลกระทบที่เรามีต่อโลกใบนี้

นิทรรศการนี้จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 ที่ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK ณ โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok

“Thailand Winter Festivals 2024” ชวนคนไทย และเทศ เที่ยวเทศกาล และอีเวนต์ฉ่ำ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2822806

"Thailand Winter Festivals 2024" ชวนคนไทย และเทศ เที่ยวเทศกาล และอีเวนต์ฉ่ำ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

30 ต.ค. 2567 15:00 น.

“Thailand Winter Festivals 2024” ชวนคนไทย และเทศ เที่ยวเทศกาล และอีเวนต์ฉ่ำ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

Thailand Winter Festivals 2024 ยกทัพเทศกาลและอีเวนต์รับฤดูท่องเที่ยว ชวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศเดินทาง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “7 Wonders of Thailand” ดันประเทศไทยสู่ World Class Event Hub

Thailand Winter Festivals 2024 ถือเป็นหนึ่งในงานเทศกาลช่วงไฮซีซั่นที่รวบรวมกิจกรรมท่องเที่ยว อีเวนต์ และเทศกาลไฮไลต์ที่น่าสนใจมารวมตัวกันไว้อย่างหลากหลายหมวดหมู่

โดยงาน Thailand Winter Festivals 2024 จะจัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ซึ่งกิจกรรมอีเวนต์และเฟสติวัลอันหลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติจากงาน Thailand Winter Festivals 2024 ในปีนี้ จะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “7 Wonders of Thailand” คอนเซ็ปต์ที่มีเป้าหมายในการผลักดันประเทศไทยไปสู่ World Class Event Hub และจะตรงกับช่วงเวลาพิเศษของประเทศไทยที่เป็นไฮซีซั่นหรือฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมนี้

เป้าหมายในการไปสู่ World Class Event Hub นี้ทางการท่องเที่ยวเล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เพื่อให้สิ่งต่างๆ เกิดผล การผลักดันการท่องเที่ยวไทยไปสู่ตลาดโลกนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะ World’s Festival Destination

เทศกาล Thailand Winter Festivals ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะเป็นการส่งมอบประสบการณ์ความสุขช่วงปลายปี ตามแนวคิด “7 Wonders of Thailand” ที่น่าสนใจ และยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อนำส่งประสบการณ์ความสุข และเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของกิจกรรมใน 7 หมวดหมู่ ดังนี้

1. เทศกาลลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทงอันทรงคุณค่าสะท้อนความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์จากอัตลักษณ์ท้องถิ่นบนรากฐานทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กิจกรรม โดยมีการจัดงานทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย

  • งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ณ คลองผดุงกรุงเกษม (ย่านหัวลำโพง) ในวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2567
  • งานลอยกระทงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • ประเพณีเผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย วันที่ 8 – 18 พฤศจิกายน 2567 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
  • ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2567 ทั่วจังหวัดเชียงใหม่
  • ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จังหวัดตาก วันที่ 15 – 18 พฤศจิกายน 2567 ณ ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อำเภอเมืองตาก
  • ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม วันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณสองฝั่งน้ำแม่กลอง ได้แก่ ฝั่งอุทยาน ร.2 และฝั่งวัดภุมรินทร์กุฎีทอง
  • ประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2567 ณ บึงพลาญชัย 

2. เทศกาล Countdown

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองท้ายปี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสสู่การส่งท้ายปีแบบยิ่งใหญ่ตระการตา ทั้งการจัดแสดงพลุ และแสงสีเสียงสื่อผสม การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง การแสดงทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการขึ้นปีใหม่แบบไทยด้วยการสวดมนต์ข้ามปีและการทำบุญตักบาตร ประกอบไปด้วย

  • Amazing Thailand Countdown 2025 ในวันที่ 28 ธันวาคม 2567 – 1 มกราคม 2568 กรุงเทพมหานคร
  • งาน ICONSIAM Amazing Thailand Countdown 2025 วันที่ 29-31 ธันวาคม 2567
  • งาน CentralWorld Bangkok Countdown 2024 วันที่ 31 ธันวาคม 2567
  • Amazing Chiang Mai Countdown 2025 วันที่ 21-31 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • HATYAI COUNTDOWN 2025 วันที่ 31 ธันวาคม 2567-1 มกราคม 2568 จังหวัดสงขลา
  • เทศกาลปีใหม่ Suphanburi Festival 2024 วันที่ 29-31 ธันวาคม 2567 จังหวัดสุพรรณบุรี

3. กิจกรรมเชิงกีฬา

หนึ่งในกิจกรรมเชิงกีฬาที่จะพาทุกคนไปสัมผัส เข้าถึงแก่นแท้ของสุขภาพ รวมทั้งยังมีหลากหลายกิจกรรมกีฬาให้ร่วมทำตามความสนใจ ประกอบด้วย

  • Amazing Thailand Marathon Bangkok ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณถนนพญาไท กรุงเทพฯ
  • งานวิ่งเทรลอินทนท์ Hoka Chiang Mai Thailand by UTMB วันที่ 5-8 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • เชียงใหม่มาราธอน วันที่ 22 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • Bangsaen 42 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดชลบุรี
  • KORAT MARATHON 2024 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดนครราชสีมา
  • ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดภูเก็ต
  • Betong 21 International Half Marathon วันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดยะลา

4. กิจกรรมด้านวัฒนธรรม

กิจกรรมที่นำเสนออัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประจำท้องถิ่นของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ

  • มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ วันที่ 14-25 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดสุรินทร์
  • งานใส่ไทย เฟสติวัล (Sai Thai Festival) จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2567 และจังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2567
  • งานประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส วันที่ 20-25 ธันวาคม 2567 จังหวัดสกลนคร

5. เทศกาลอาหาร

อาหารไทยเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าสนใจอันหลากหลาย ซึ่งแต่ละภูมิภาคท้องถิ่นก็จะมีอาหารขึ้นชื่อ ร้านอาหารดัง เมนูสุดพิเศษแปลกตา ให้ตามกิน ตามเก็บกันอย่างไม่รู้จบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดทั้งคนไทยและต่างประเทศให้ออกเดินทาง โดยปลายปีนี้จะมีงานต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น

  • มหกรรมอาหาร ฟู้ด เฟสติเว่อร์ วันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 กรุงเทพฯ
  • งานเทศกาลปลาร้าหมอลำ Isan To The World วันที่ 26-29 ธันวาคม 2567 จังหวัดขอนแก่น
  • NORTHERN COFFEE Gathering 2024 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • Hidden Gem Food Festival วันที่ 11-15 ธันวาคม กรุงเทพฯ

6. เทศกาลดนตรี

เทศกาลดนตรีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมอีเวนต์ที่สำคัญที่จัดเป็นประจำในช่วงท้ายปี โดยประเทศไทยก็ผ่านประสบการณ์ในการจัดอีเวนต์สำคัญๆ เทศกาลดนตรีดังๆ มาแล้วมากมาย ทำให้อีเวนต์ทางดนตรีนี้เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจและชัดเจน ที่ช่วยเพิ่มความคึกคักและเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะจัดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น

  • Wonderfruit วันที่ 12-16 ธันวาคม 2567 จังหวัดชลบุรี
  • Rolling Loud Thailand 2024 วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ Legend Siam พัทยา
  • เชียงใหม่เฟสต์ จังหวัดเชียงใหม่
  • Big Mountain จังหวัดนครราชสีมา
  • เทศกาลดนตรีนานาชาติ Maho Rasop จังหวัดปทุมธานี

7. เทศกาลแสงสี (Lighting & Illumination)

ยิ่งใกล้ช่วงสิ้นปี อีเวนต์เทศกาลแสงสีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ และมีการแสดงโชว์อยู่มากมายและหลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถพบกับมหาปรากฏการณ์แสดงแสง เสียง พลุ โดรนสุดยิ่งใหญ่จากงานเหล่านี้ ในชื่อ Vijit Chao Phraya 2024 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตามสถานที่ต่างๆ ประกอบด้วย สะพานพระราม 8, อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา (กองทัพเรือ), ป้อมวิไชยประสิทธิ์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า), อาคารสุนันทาลัย (โรงเรียนราชินี), ไอคอนสยาม, สะพานพระปกเกล้า, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์

นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลแสงสีอื่น ๆ ที่จะมาเติมสีสันอีกมากมาย อาทิ

  • Awakening Bangkok วันที่ 8-17 พฤศจิกายน 2567 ย่านเมืองเก่าพระนคร กรุงเทพฯ
  • Night at the Museum Festivals 2024 วันที่ 1-31 ธันวาคม 2567 ณ มิวเซียมสยาม และพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้กว่า 24 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
  • เทศกาลพลุนานาชาติ “Pattaya International Fireworks Festival 2024” วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 เลียบหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี

ทางผู้จัดงานเชื่อว่า Thailand Winter Festivals 2024 ส่งท้ายปีนี้ จะเป็นกิจกรรมอีเวนต์ที่สามารถสร้างบรรยากาศของการเดินทางท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น ความสุข และความประทับใจให้กับชาวไทยและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2568 และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป

เช็กอิน “ป้าย” กูลิโกะ ยืนยัน “ถึงแล้ว” โอซากา

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2822125

เช็กอิน "ป้าย" กูลิโกะ ยืนยัน "ถึงแล้ว" โอซากา

27 ต.ค. 2567 05:35 น.

เช็กอิน “ป้าย” กูลิโกะ ยืนยัน “ถึงแล้ว” โอซากา

ในคู่มือท่องเที่ยวของบริษัททัวร์ทุกสำนักจะระบุเกือบเหมือนๆกันว่า 5 สถานที่ที่ควรไปเยือนเมื่อไปถึงโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่…

1.ปราสาทโอซากา หรือ Osaka Castle สัญลักษณ์ของเมืองอายุกว่า 440 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ปราสาทโด่งดังของญี่ปุ่น

2.สวนสนุกยูนิเวอร์แซล หรือยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน ซึ่งเป็นขวัญใจไม่เฉพาะเด็กญี่ปุ่นเท่านั้นยังเป็นขวัญใจเด็กเอเชียอีกด้วย

3.พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซากา (ไคยูคัง) หรือ Osaka Aquarium Kaiyukan

4.ตึกอูเมดะสกาย (Umeda Sky Building) ตึกสูงระฟ้าสูง 173 เมตร ที่เมื่อขึ้นไปแล้วจะเห็นตัวเมืองโอซากาทั้งเมือง

ส่วนอันดับ 5 นั้น จริงๆแล้วจะอยู่อันดับ 1 หรือ 2 ด้วยซ้ำ ได้แก่ แผ่นป้ายโฆษณาขนม “กูลิโกะ” ที่เป็นรูปนักกีฬากางแขนขณะวิ่งเข้าเส้นชัย ซึ่งประดับอยู่ ณ ย่านช็อปปิ้ง+อาหาร+ ท่องเที่ยว ที่เรียกว่า โดทงโบริ อันสว่างไสวและสนุกสนานครึกครื้นตลอดวันยันเที่ยงคืนนั่นเอง

ทีมงานซอกแซกจึงขอถือโอกาสที่จะเขียนถึงเป็นอันดับแรกเพื่อให้สมกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่า…เจ้าป้าย “กูลิโกะ” นี่แหละที่เป็นสัญลักษณ์ (แบบแอบแฝง) ตัวจริงเสียงจริงของโอซากา ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่มาเยือนจะต้องมา “เช็กอิน” ถ่ายรูปไว้เป็นการยืนยันว่าฉันไปถึงโอซากาเรียบร้อยแล้ว

รวมทั้งทีมงานซอกแซกด้วย เพียงคืนแรกของวันที่ไปถึงเราก็ชวนกันขึ้นรถไฟฟ้าจากบ้านไปลงสถานีใต้ดินที่ใกล้ที่สุดแถวๆนั้นพร้อมกับไปยืนคารวะรายงานตัวพร้อมถ่ายรูปทันที

จริงๆแล้วโอซากาเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมผลิตสินค้าโด่งดังระดับโลกหลายๆ ยี่ห้อ รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า “พานาโซนิค” และ “ชาร์ป” ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองนี้เช่นกัน แต่ก็ไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวคนไหนไปเดินหาป้ายโฆษณาของ 2 ยี่ห้อนี้

ในทางตรงข้ามกลับแห่ไปที่ป้าย “กูลิโกะ ป๊อกกี้” แสดงว่าต้องมีอะไรดีๆที่ประทับใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างแน่นอน

ตามประวัติที่มีการบันทึกไว้ ระบุว่าเมื่อ ค.ศ.1919 หรือ พ.ศ.2462 หรือเมื่อ 105 ปีที่แล้ว บุรุษญี่ปุ่นนามว่า ริอิจิ เอซากิ ได้ค้นพบสาร ไกล โคเจน ในน้ำต้มหอยนางรม และเชื่อกันว่ารักษาโรค บางโรคได้ โดยเฉพาะโรคไข้รากสาดที่ลูกเขาเคยป่วยแล้วให้รับประทานน้ำต้มสารดังกล่าวนี้

นายเอซากิจึงมีความคิดที่จะใช้น้ำผสมสาร ไกลโคเจน ไปเป็นส่วนสำคัญของการทำขนมขาย และได้ออกสินค้าตัวแรกชื่อ “กูลิโกะ คาราเมล” ที่เขาเรียกมันว่าขนมหรืออาหารสุขภาพ ใช้รูปวาดนักกีฬาชูมือ 2 มือวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นสัญลักษณ์พิมพ์ไว้ที่ข้างกล่องขนมตั้งแต่ ค.ศ.1921 หรือ พ.ศ.2464 หรือเมื่อ 103 ปีที่แล้วเป็นต้นมา

“กูลิโกะ” ก็แผลงมาจากสารไกลโคเจน (Glycogen) นั่นเอง…เขาตั้งชื่อให้อิงๆกับสารเพื่อสุขภาพอย่างตั้งใจว่างั้นเถอะ

เขาส่งสินค้าไปวางขายที่ห้าง “มิตสึโกชิ” ซึ่งเป็นห้างระดับหรูของโอซากา เพื่อเพิ่มระดับให้ดูสูงขึ้นควบคู่ไปกับการวางขายตามร้านทั่วๆไป พร้อมกับปรับปรุงสูตรไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ขายดีมากถึงขนาดไปตั้งสาขาที่ โตเกียว ได้ใน ค.ศ.1936 หรือ พ.ศ.2479 แล้วยังขยายไปถึงประเทศจีนอีก 1 โรงงาน

ทว่า…เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมาหลังจากนั้นซึ่งญี่ปุ่นของเขาเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นต้นเหตุของสงคราม และพ่ายแพ้ให้แก่ฝ่ายพันธมิตรดังที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว

โรงงานขนมของเขาถูกระเบิดเกลี้ยงหมด ไม่ว่าจะเป็นที่โอซากา, โตเกียว และที่ประเทศจีน ดังนั้น เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง นาย เอซากิ จึงเท่ากับเหลือ “ศูนย์” ไม่มีสมบัติพัสถานใดๆเลย นอกจากสูตรและความรู้ในการทำขนม “กูลิโกะ คาราเมล” ที่ยังอยู่ในสมองของเขาครบถ้วน

เมื่อสงครามสงบเขาก็กลับมาเปิดโรงงานใหม่ที่โอซากาอีกครั้งตามมาด้วยโรงงานที่โตเกียว ทั้งผลิตสินค้าตัวเองและรับผลิตขนมปังให้บริษัทอื่นๆจนฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

มาประสบความสำเร็จสูงสุดที่ “กูลิโกะ ป๊อกกี้” เจ้าขนมปังแท่งเล็กๆชุบช็อกโกแลตนี่เอง ขายดีทั้งในญี่ปุ่น ในเอเชียไปจนถึงแคนาดา ฝรั่งเศส และอเมริกาในที่สุด

สำหรับในประเทศไทยมีโรงงานผลิตกูลิโกะ 2 แห่งด้วยกัน แห่งแรกอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมบางกะดี ปทุมธานี และแห่ง 2 อยู่ที่รังสิต ปทุมธานี เช่นกัน

ปี ค.ศ.1998 หรือ พ.ศ.2541 บริษัทกูลิโกะ ไปเปิดป้ายโฆษณารูปนักวิ่งรายนี้ที่ย่าน โดทงโบริ (Dotonbori) ริมฝั่งแม่น้ำสายเล็กๆชื่อเดียวกันนี้ข้างๆสะพาน อิบิซึบาชิ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น 1 ในสัญลักษณ์ของเมืองที่ใครๆ (ที่เคยกินกูลิโกะ ป๊อกกี้) จะต้องไปถ่ายรูปด้วย

นับมาถึงวันนี้มีการเปลี่ยนแผ่นป้ายไปแล้ว 6 ครั้ง, โดยป้ายปัจจุบันซึ่งเป็นป้ายที่ 6 นั้นจัดทำในระบบ LED อย่างเต็มตัว

เมื่อปี ค.ศ.1999 หรือ พ.ศ.2542 บริษัทกำหนดให้วันที่ 11 พฤศจิกายน เป็นวัน “ป๊อกกี้” ด้วยเหตุผลด้านการตลาด แต่ก็ได้รับการยอมรับจากแฟนๆสาวกกูลิโกะทั่วโลกอย่างเป็นเอกฉันท์ และในปี 2019 หรือ พ.ศ.2562 (ปีโควิดระบาดปลายๆปีนั่นแหละ) ยอดขายกูลิโกะทั่วโลกสูงสุดถึงเกือบ 590 ล้านดอลลาร์ คว้าแชมป์อันดับ 1 ประเภทบิสกิตของโลกไปครองอย่างขาดลอย

เคยมีการประมาณการว่าปีหนึ่งๆยอดขายกูลิโกะทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศจะอยู่ที่ 500 ล้านกล่องต่อปี ซึ่งเมื่อขายดีถึงขนาดนี้แล้ว ย่อมจะมีสาวกหรือแฟนคลับมากมายทั่วโลกหลายๆร้อยล้านคนอย่างแน่นอน

จึงไม่แปลกอะไรที่บรรดาสาวกเหล่านั้น จะพากันไปคารวะและถ่ายรูปเช็กอินไว้เมื่อไปถึงบ้านเกิดของกูลิโกะที่โอซากา (รวมทั้งทีมงานซอกแซกด้วย) ด้วยประการฉะนี้แล.

“ซูม”

“ภูทับเบิก” ที่เที่ยวสวยๆ ใกล้กรุงเทพฯ ชมทะเลหมอก ใกล้ชิดธรรมชาติ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2821177

"ภูทับเบิก" ที่เที่ยวสวยๆ ใกล้กรุงเทพฯ ชมทะเลหมอก ใกล้ชิดธรรมชาติ

26 ต.ค. 2567 13:02 น.

“ภูทับเบิก” ที่เที่ยวสวยๆ ใกล้กรุงเทพฯ ชมทะเลหมอก ใกล้ชิดธรรมชาติ

ภูทับเบิก (ภาษาอังกฤษ : Phu Thap Buek) สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ซึ่งมีไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ “ทะเลหมอก” ให้ได้สัมผัสความสวยงามอย่างใกล้ชิด ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุด ภูทับเบิกถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว 

ที่เที่ยวใกล้กรุงฯ “ภูทับเบิก” อยู่จังหวัดอะไร?

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,768 เมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากบนภูทับเบิกมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูฝน-ฤดูหนาว ก็ยังมีทะเลหมอกขาวโพลนเป็นจุดไฮไลต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมความงดงามของธรรมชาติ

ประวัติภูทับเบิก ที่เที่ยวยอดฮิตในเพชรบูรณ์ ฉายา “ดาวบนดิน” 

ภูทับเบิก” เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง มีอาชีพทำเกษตรกรรม ทำให้มีพืชเพาะปลูกที่มีชื่อเสียงอย่างไร่กะหล่ำปลี ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของภูทับเบิก นอกจากนี้แล้วพื้นที่บริเวณนั้นยังมีต้นนางพญาเสือโคร่งสีชมพู ที่จะออกดอกบานสะพรั่งเพิ่มความสวยงามให้ภูทับเบิกมากยิ่งขึ้น

ภูทับเบิกยังมีฉายาว่า “ดาวบนดิน” เนื่องจากเมื่อขึ้นไปยังบนยอดภูทับเบิก แล้วมองลงมายังเบื้องล่างในยามค่ำคืน ก็จะเห็นบ้านเรือนประชาชนที่มีแสงไฟ ดูคล้ายแสงดาวระยิบระยับ เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวต่างประทับใจ ส่วนในเวลากลางวันก็มีวิถีชีวิตชาวเขาให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบ้านพักและจุดชมวิว รวมถึงจุดบริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าและคาเฟ่ต่างๆ 

ที่เที่ยวในภูทับเบิก มีพิกัดไหนบ้างที่ไม่ควรพลาด?

  • จุดชมวิวผาหัวสิงห์ : เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศาที่จะได้สัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติ พร้อมชมทะเลหมอกขาวโพลน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายๆ ใครมาเที่ยวภูทับเบิกต้องมาเช็กอินจุดนี้ให้ได้
  • จุดชมวิวดอกนางพญาเสือโคร่ง : ช่วงปลายปีถึงต้นปีคือช่วงที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมความงดงามของดอกพญานางเสือโคร่งที่บานสะพรั่งทั่วทั้งภูทับเบิก ถือเป็นไฮไลต์จุดถ่ายรูปสวยๆ ที่ไม่ควรพลาด
  • สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ : เป็นที่ตั้งของแปลงทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งสาธิตการปลูกพืชเมืองหนาว โดยเฉพาะกะหล่ำปลีดอกใหญ่ๆ เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับชาวเขาบนภูทับเบิก 
  • วัดป่าภูทับเบิก : หากมาเที่ยวภูทับเบิก็สามารถมาสักการะพระมหาเจดีย์โพธิปักขิยธรรม ซึ่งเป็นเจดีย์เพชร 37 ยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นักท่องเที่ยวนิยมไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ที่พักภูทับเบิก : ปัจจุบันบริเวณใกล้ภูทับเบิกมีที่พักหลายแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนที่พักของทางภูทับเบิกเองก็มีบ้านพักหลายประเภทให้นักท่องเที่ยวเลือกตามความสะดวก สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มการท่องเที่ยวทับเบิก ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเพชรบูรณ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โทรศัพท์ 0-5681-0737

อากาศภูทับเบิก อุณหภูมิประมาณเท่าไร?

นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวภูทับเบิกในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนและชมวิวความงดงามของทะเลหมอก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส

  • อุณหภูมิช่วงฤดูฝน : เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-เดือนตุลาคม มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิช่วงฤดูหนาว : เริ่มตั้งแต่พฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส

ไปเที่ยวภูทับเบิก ใช้เส้นทางไหน?

เส้นทางขึ้นภูกระดึง แม้จะเป็นถนนลาดยางสะดวกต่อการขับขี่รถยนต์ แต่ถนนค่อนข้างคดเคี้ยวมีโค้งประมาณ 111 โค้ง จึงควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง

หากเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ แนะนำให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 21 เพื่อผ่านเขตอำเภอหล่มเก่า เมื่อเห็นป้ายบอกทางไปภูทับเบิก ให้เลี้ยวไปตามเส้นทางหลวง 2372 และเส้นทางหลวง 2331 ขับตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ก็จะไปถึงภูทับเบิก

ขอบคุณข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

กรุงเทพฯ จัดเทศกาลขนหัวลุก “ตลาดขนลุก” ส่งต่อกิจกรรมหลอน เนรมิตโรงงานมักกะสันรับฮาโลวีน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2821903

กรุงเทพฯ จัดเทศกาลขนหัวลุก "ตลาดขนลุก” ส่งต่อกิจกรรมหลอน เนรมิตโรงงานมักกะสันรับฮาโลวีน

25 ต.ค. 2567 11:55 น.

กรุงเทพฯ จัดเทศกาลขนหัวลุก “ตลาดขนลุก” ส่งต่อกิจกรรมหลอน เนรมิตโรงงานมักกะสันรับฮาโลวีน

จากขนหัวลุก เวียงพิงค์จากเชียงใหม่ กลับมาสู่ความหลอนใจกลางเมืองอีกครั้งกับงาน “เทศกาลขนหัวลุก ตลาดขนลุก” (Goosebumps Market) ที่จัดขึ้นที่โรงงานมักกะสัน การรถไฟแห่งประเทศไทย ถนนนิคมมักกะสัน กรุงเทพมหานคร

เทศกาลขนหัวลุก ตลาดขนลุก อีเวนต์ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ได้กลับมาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้สัมผัสประสบการณ์ขนหัวลุกอีกครั้ง และเป็นสีสันในช่วงเทศกาลฮาโลวีนที่กำลังจะเกิดขึ้น

เทศกาลขนหัวลุก ตลาดขนลุก เป็นหนึ่งในงานที่ผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย โดยงานจะรวบรวมกิจกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทยมารวมตัวไว้ในที่เดียว

งานนี้ถือเป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และประสบการณ์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ

ภายในงานมีบรรยากาศชวนขนหัวลุก และประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสายมู อาหารอันหลากหลาย ไหว้พระขอพร ดูดวง พยากรณ์ ปลุกเสก และการแสดงหนังกลางแปลง

8 กิจกรรมสุดหลอนที่น่าสนใจ ภายในงาน “เทศกาลขนหัวลุก ตลาดขนลุก”

  • กิจกรรมสายช้อป: เลือกซื้อสินค้าสายมูเสริมวาสนาดวงชะตา
  • กิจกรรมสายกิน: อิ่มอร่อยครบ ๕ หมู่ คุณวิเศษ
  • กิจกรรมสายสนุก: สนุกเพลิดเพลินกับงานวัดย้อนยุค
  • กิจกรรมสายไหว้: ไหว้ขอพร โชคลาภ การงาน
  • กิจกรรมสายเสน่ห์: เจิมหน้าผาก ฟังเสียงสังข์
  • กิจกรรมสายดวง: พยากรณ์โลกแห่งโชคชะตากับ ๕ หมอดูสุดแม่น
  • กิจกรรมสายสยอง: ชวนดูหนังกลางแปลงผีไทย
  • กิจกรรมสายย่อ: ดาร์กสุดกับการแสดงดนตรีบนเวที

งานเทศกาลขนหัวลุก ตลาดขนลุก จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 31 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น. ณ โรงงานมักกะสัน รฟท. กรุงเทพมหานคร สามารถเข้าชมงานฟรี พร้อมลงทะเบียนหน้างานมีสิทธิ์รับ “สายสิญจน์มงคล” ปลุกเสกโดยหลวงปู่ศิลา สิริจันโท

“Thailand Winter Festivals 2024” ชวนคนไทย และเทศ เที่ยวเทศกาล และอีเวนต์ฉ่ำ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2822806

"Thailand Winter Festivals 2024" ชวนคนไทย และเทศ เที่ยวเทศกาล และอีเวนต์ฉ่ำ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

30 ต.ค. 2567 15:00 น.

“Thailand Winter Festivals 2024” ชวนคนไทย และเทศ เที่ยวเทศกาล และอีเวนต์ฉ่ำ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

Thailand Winter Festivals 2024 ยกทัพเทศกาลและอีเวนต์รับฤดูท่องเที่ยว ชวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศเดินทาง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “7 Wonders of Thailand” ดันประเทศไทยสู่ World Class Event Hub

Thailand Winter Festivals 2024 ถือเป็นหนึ่งในงานเทศกาลช่วงไฮซีซั่นที่รวบรวมกิจกรรมท่องเที่ยว อีเวนต์ และเทศกาลไฮไลต์ที่น่าสนใจมารวมตัวกันไว้อย่างหลากหลายหมวดหมู่

โดยงาน Thailand Winter Festivals 2024 จะจัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ซึ่งกิจกรรมอีเวนต์และเฟสติวัลอันหลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติจากงาน Thailand Winter Festivals 2024 ในปีนี้ จะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “7 Wonders of Thailand” คอนเซ็ปต์ที่มีเป้าหมายในการผลักดันประเทศไทยไปสู่ World Class Event Hub และจะตรงกับช่วงเวลาพิเศษของประเทศไทยที่เป็นไฮซีซั่นหรือฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมนี้

เป้าหมายในการไปสู่ World Class Event Hub นี้ทางการท่องเที่ยวเล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เพื่อให้สิ่งต่างๆ เกิดผล การผลักดันการท่องเที่ยวไทยไปสู่ตลาดโลกนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะ World’s Festival Destination

เทศกาล Thailand Winter Festivals ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะเป็นการส่งมอบประสบการณ์ความสุขช่วงปลายปี ตามแนวคิด “7 Wonders of Thailand” ที่น่าสนใจ และยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อนำส่งประสบการณ์ความสุข และเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของกิจกรรมใน 7 หมวดหมู่ ดังนี้

1. เทศกาลลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทงอันทรงคุณค่าสะท้อนความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์จากอัตลักษณ์ท้องถิ่นบนรากฐานทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กิจกรรม โดยมีการจัดงานทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย

  • งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ณ คลองผดุงกรุงเกษม (ย่านหัวลำโพง) ในวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2567
  • งานลอยกระทงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • ประเพณีเผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย วันที่ 8 – 18 พฤศจิกายน 2567 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
  • ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2567 ทั่วจังหวัดเชียงใหม่
  • ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จังหวัดตาก วันที่ 15 – 18 พฤศจิกายน 2567 ณ ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อำเภอเมืองตาก
  • ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม วันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณสองฝั่งน้ำแม่กลอง ได้แก่ ฝั่งอุทยาน ร.2 และฝั่งวัดภุมรินทร์กุฎีทอง
  • ประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2567 ณ บึงพลาญชัย 

2. เทศกาล Countdown

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองท้ายปี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสสู่การส่งท้ายปีแบบยิ่งใหญ่ตระการตา ทั้งการจัดแสดงพลุ และแสงสีเสียงสื่อผสม การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง การแสดงทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการขึ้นปีใหม่แบบไทยด้วยการสวดมนต์ข้ามปีและการทำบุญตักบาตร ประกอบไปด้วย

  • Amazing Thailand Countdown 2025 ในวันที่ 28 ธันวาคม 2567 – 1 มกราคม 2568 กรุงเทพมหานคร
  • งาน ICONSIAM Amazing Thailand Countdown 2025 วันที่ 29-31 ธันวาคม 2567
  • งาน CentralWorld Bangkok Countdown 2024 วันที่ 31 ธันวาคม 2567
  • Amazing Chiang Mai Countdown 2025 วันที่ 21-31 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • HATYAI COUNTDOWN 2025 วันที่ 31 ธันวาคม 2567-1 มกราคม 2568 จังหวัดสงขลา
  • เทศกาลปีใหม่ Suphanburi Festival 2024 วันที่ 29-31 ธันวาคม 2567 จังหวัดสุพรรณบุรี

3. กิจกรรมเชิงกีฬา

หนึ่งในกิจกรรมเชิงกีฬาที่จะพาทุกคนไปสัมผัส เข้าถึงแก่นแท้ของสุขภาพ รวมทั้งยังมีหลากหลายกิจกรรมกีฬาให้ร่วมทำตามความสนใจ ประกอบด้วย

  • Amazing Thailand Marathon Bangkok ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณถนนพญาไท กรุงเทพฯ
  • งานวิ่งเทรลอินทนท์ Hoka Chiang Mai Thailand by UTMB วันที่ 5-8 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • เชียงใหม่มาราธอน วันที่ 22 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • Bangsaen 42 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดชลบุรี
  • KORAT MARATHON 2024 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดนครราชสีมา
  • ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดภูเก็ต
  • Betong 21 International Half Marathon วันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดยะลา

4. กิจกรรมด้านวัฒนธรรม

กิจกรรมที่นำเสนออัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประจำท้องถิ่นของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ

  • มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ วันที่ 14-25 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดสุรินทร์
  • งานใส่ไทย เฟสติวัล (Sai Thai Festival) จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2567 และจังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2567
  • งานประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส วันที่ 20-25 ธันวาคม 2567 จังหวัดสกลนคร

5. เทศกาลอาหาร

อาหารไทยเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าสนใจอันหลากหลาย ซึ่งแต่ละภูมิภาคท้องถิ่นก็จะมีอาหารขึ้นชื่อ ร้านอาหารดัง เมนูสุดพิเศษแปลกตา ให้ตามกิน ตามเก็บกันอย่างไม่รู้จบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดทั้งคนไทยและต่างประเทศให้ออกเดินทาง โดยปลายปีนี้จะมีงานต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น

  • มหกรรมอาหาร ฟู้ด เฟสติเว่อร์ วันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 กรุงเทพฯ
  • งานเทศกาลปลาร้าหมอลำ Isan To The World วันที่ 26-29 ธันวาคม 2567 จังหวัดขอนแก่น
  • NORTHERN COFFEE Gathering 2024 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่
  • Hidden Gem Food Festival วันที่ 11-15 ธันวาคม กรุงเทพฯ

6. เทศกาลดนตรี

เทศกาลดนตรีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมอีเวนต์ที่สำคัญที่จัดเป็นประจำในช่วงท้ายปี โดยประเทศไทยก็ผ่านประสบการณ์ในการจัดอีเวนต์สำคัญๆ เทศกาลดนตรีดังๆ มาแล้วมากมาย ทำให้อีเวนต์ทางดนตรีนี้เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจและชัดเจน ที่ช่วยเพิ่มความคึกคักและเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะจัดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น

  • Wonderfruit วันที่ 12-16 ธันวาคม 2567 จังหวัดชลบุรี
  • Rolling Loud Thailand 2024 วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ Legend Siam พัทยา
  • เชียงใหม่เฟสต์ จังหวัดเชียงใหม่
  • Big Mountain จังหวัดนครราชสีมา
  • เทศกาลดนตรีนานาชาติ Maho Rasop จังหวัดปทุมธานี

7. เทศกาลแสงสี (Lighting & Illumination)

ยิ่งใกล้ช่วงสิ้นปี อีเวนต์เทศกาลแสงสีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ และมีการแสดงโชว์อยู่มากมายและหลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถพบกับมหาปรากฏการณ์แสดงแสง เสียง พลุ โดรนสุดยิ่งใหญ่จากงานเหล่านี้ ในชื่อ Vijit Chao Phraya 2024 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตามสถานที่ต่างๆ ประกอบด้วย สะพานพระราม 8, อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา (กองทัพเรือ), ป้อมวิไชยประสิทธิ์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า), อาคารสุนันทาลัย (โรงเรียนราชินี), ไอคอนสยาม, สะพานพระปกเกล้า, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์

นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลแสงสีอื่น ๆ ที่จะมาเติมสีสันอีกมากมาย อาทิ

  • Awakening Bangkok วันที่ 8-17 พฤศจิกายน 2567 ย่านเมืองเก่าพระนคร กรุงเทพฯ
  • Night at the Museum Festivals 2024 วันที่ 1-31 ธันวาคม 2567 ณ มิวเซียมสยาม และพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้กว่า 24 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
  • เทศกาลพลุนานาชาติ “Pattaya International Fireworks Festival 2024” วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 เลียบหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี

ทางผู้จัดงานเชื่อว่า Thailand Winter Festivals 2024 ส่งท้ายปีนี้ จะเป็นกิจกรรมอีเวนต์ที่สามารถสร้างบรรยากาศของการเดินทางท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น ความสุข และความประทับใจให้กับชาวไทยและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2568 และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป

ชมโชว์รูมเครื่องครัวบิลท์อิน กึ่งร้านอาหารสุดหรู ที่ Signature Kitchen Suite เกาหลีใต้

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2821170

ชมโชว์รูมเครื่องครัวบิลท์อิน กึ่งร้านอาหารสุดหรู ที่ Signature Kitchen Suite เกาหลีใต้

21 ต.ค. 2567 14:52 น.

ชมโชว์รูมเครื่องครัวบิลท์อิน กึ่งร้านอาหารสุดหรู ที่ Signature Kitchen Suite เกาหลีใต้

เปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่กับ LG’s Signature Kitchen Suite ประเทศเกาหลีใต้ โชว์รูมเครื่องครัวบิลท์อินกึ่งคาเฟ่ที่จะมามอบประสบการณ์รสชาติอาหารและไอเดียที่เคล้าไปกับห้องครัวสุดล้ำหลากสไตล์ เพื่อพ่อครัวคนรุ่นใหม่

LG’s Signature Kitchen Suite จาก LG Electronics Inc. ประเทศเกาหลีใต้ หนึ่งในโชว์รูมเครื่องครัวบิลท์อิน กลิ่นอายสไตล์คาเฟ่และร้านอาหาร ที่มาในคอนเซ็ปต์การเคารพต่ออาหารในทุกระดับ โดยการมอบประสิทธิภาพ การออกแบบ นวัตกรรม และความหรูหรา ในฐานะผู้ผลิต

การนำเสนอของ Signature Kitchen Suite ของ LG คือความต้องการในการสร้างแรงบันดาลใจให้พ่อครัวรุ่นใหม่ ด้วยเครื่องครัวที่มีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า ผนวกกับการตกแต่งและความคิดสร้างสรรค์อันทันสมัย เพื่อตอบโจทย์คอนเซ็ปต์การรังสรรค์รสชาติอาหารอย่างแท้จริง

LG’s Signature Kitchen Suite ก่อตั้งขึ้นบนสามหลักความคิดประกอบด้วย งานฝีมือ นวัตกรรม และความน่าเชื่อถือ สิ่งเหล่านี้สนับสนุนความเป็น Art of Essence โดยใช้ศิลปะด้านอาหารที่กลมกลืนไปกับเทคโนโลยี

  • ด้านงานฝีมือ (Craftsmanship)

LG’s Signature Kitchen Suite มีการใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยของลูกค้า ตามความต้องการ ด้วยวิธีการสร้างสรรค์จากนวัตกรรมอย่างมีระเบียบวินัย โดยผลิตภัณฑ์ LG SIGNATURE แต่ละชิ้นจะได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์แบบ

  • ด้านนวัตกรรม (Innovation)

นอกจากรายละเอียดในงานปลีกย่อยแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการ และคุณค่าที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์ด้วยการควบคุมที่ใช้งานง่าย และฟังก์ชันการใช้งานที่โดดเด่น

  • ความจริงใจ (Authenticity)

LG จะยึดหลักในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ทนทานและความประทับใจ ในระดับพรีเมียม

แน่นอนว่า LG’s Signature Kitchen Suite นี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจด้วยคอนเซ็ปต์การ “เคารพอาหารทุกระดับ” ภายในตกแต่งอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม

ชั้นล่างมีคาเฟ่และร้านอาหารที่นำโดยพ่อครัวที่มีความคิดก้าวหน้ารุ่นใหม่ ผสมผสานความหลงใหลในอาหารและนวัตกรรม โดยพื้นที่ร้านอาหารนี้จะใช้นวัตกรรมจากผลิตภัณฑ์ในการรังสรรค์ในทุกเมนู เพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้สัมผัสรสชาติเมนูอาหารด้วยประสบการณ์ที่แท้จริง

นอกจากนี้ที่นี่ยังเน้นย้ำไปที่นวัตกรรมอัจฉริยะที่ได้รับการออกแบบและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ พร้อมไปกับการออกแบบดีไซน์ในทุกๆ มิติไม่ว่าจะครัวระดับเล็ก กลาง ใหญ่ จัดแสดงเป็น Mock Up ตัวอย่าง เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจในการประกอบธุรกิจอาหารได้มายลโฉม เก็บไอเดียในการต่อยอดร้านอาหารที่เป็นธุรกิจของตัวเองได้ในที่เดียว โดยทาง LG’s Signature Kitchen Suite มีความเชื่อว่าองค์ประกอบทั้งหมดสามารถทำให้อาหารรสชาติมีคุณภาพไปด้วยการคิดที่ดีขึ้น