“ขนหัวลุก เวียงพิงค์” จ.เชียงใหม่ อีเวนต์ปลุกกระแสท่องเที่ยวสายศรัทธา และความเชื่อไทย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2811497

“ขนหัวลุก เวียงพิงค์” จ.เชียงใหม่ อีเวนต์ปลุกกระแสท่องเที่ยวสายศรัทธา และความเชื่อไทย

29 ส.ค. 2567 17:28 น.

“ขนหัวลุก เวียงพิงค์” จ.เชียงใหม่ อีเวนต์ปลุกกระแสท่องเที่ยวสายศรัทธา และความเชื่อไทย

ชวนเที่ยวงาน เทศกาลขนหัวลุก เวียงพิงค์ จ.เชียงใหม่ อีเวนต์ที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวความศรัทธา ความเชื่อ ที่มาพร้อมกิจกรรมมากมายที่สนุก ตื่นเต้น และสวยงาม ในวันที่ 29 สิหาคม – 1 กันยายน 2567 ณ สวนสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟ จ.เชียงใหม่

เทศกาลขนหัวลุก เวียงพิงค์ อีเวนต์ที่จัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สานต่อความสำเร็จจากงานเทศกาลขนหัวลุกมักกะสันที่ถูกจัดขึ้นไปก่อนหน้านี้ โดย ททท. เชื่อว่า งานนี้จะเป็นหนึ่งในงานที่ผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี

 “เทศกาลขนหัวลุก เวียงพิงค์” ตอน แม่นาคแอ่วเหนือ จะรวบรวมกิจกรรม และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีกระแสอยู่ในความสนใจของคนไทยในทุกระดับ มุ่งเน้นการสร้างความประทับใจ ประสบการณ์ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เกิดการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ 

โดยงานจะถูกจัดขึ้นที่ สวนสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟ จ.เชียงใหม่ สถานที่แห่งนี้จะเป็นการประเดิมงานแรกที่จะปลุกคืนชีวิตให้แก่สวนสาธารณะแห่งนี้ ซึ่งมีความเหมาะสมทั้งในด้านประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า 100 ปี และยังเป็นต้นกำเนิดความรุ่งเรืองของกิจการรถไฟไทยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศที่ชวนขนหัวลุกที่น่าสนใจ โดยใช้เป็นพื้นที่ในการจัดงานกว่า 31,000 ตารางเมตร และมีผู้ประกอบการ/ชุมชนท้องถิ่นร่วมออกบูธถึง 70 ร้านค้า

ภายในงาน เทศกาลขนหัวลุก เวียงพิงค์ จะได้รวบรวมเรื่องราววัฒนธรรมไทยล้านนาในแนวคิดต่างๆ ด้านความเชื่อ รวมถึงองค์ความรู้ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ เพื่อนำทุนทางวัฒนธรรมไทยต่อยอดสร้างเศรษฐกิจกระตุ้นการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวต้นทางในรูปแบบงานที่สนุก ตื่นเต้น และสวยงาม ภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 8 สาย ได้แก่

1. สายเสริม : พื้นที่สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการเสริมความเป็นสิริมงคล อาทิ เครื่องราง เครื่องประดับสายมู Art toy ลอตเตอรี่ เป็นต้น          

2. สายกิน : ผู้ร่วมงานจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารสตรีทฟู้ด อาหารถิ่นชื่อดัง อาหารไทยพื้นบ้าน ขนมโบราณ เครื่องดื่มสมุนไพร พร้อมไฮไลต์อย่าง “ลูกชิ้นยันต์” อาหารพิเศษเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ บนลูกชิ้นลงยันต์นะลือชา ปรุงด้วยน้ำซุปปลุกเสกผสมด้วยน้ำมนต์ และต้มด้วยหม้อลงยันต์มงคล (นะโภคทรัพย์ ยันต์จัตตุโร ยันต์เศรษฐี)

3. สายไหว้ : ปักหมุดสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ไหว้ขอพร โชคลาภ การงาน ได้แก่ เสด็จพ่อ ร.5 พระพุทธรูปในหอธรรม

4. สายบุญ : ภายในงานจะมีกิจกรรมให้ร่วมทำบุญบริจาคโลงศพ กับมูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ และบริจาคเสื้อผ้าเก่านำมารีไซเคิลเป็นเส้นใยผลิตเสื้อกีฬาใหม่นำไปบริจาคให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

5. สายดวง : พบกิจกรรมดูฮวงจุ้ย ดูไพ่ กับหมอดูชื่อดัง ได้แก่ อาจารย์แหม่ม ไพ่ออราเคิล ชุดเทพคติ, อาจารย์นุ่น ไพ่ตองส่องใจ เป็นต้น

6. สายสนุก : ผู้ร่วมงานจะได้สนุกสนานกับกิจกรรมงานวัดแบบดั้งเดิม อาทิ ชิงช้าสวรรค์ ยิงปืนจุกน้ำปลา ปาลูกโป่ง สาวน้อยตกน้ำ

7. สายสยอง : ขนทัพพาหลอน กับแกลลอรี่ผีสิง รวมถึงชมหนังผีกลางแปลง สาธิตการเล่นผีถ้วยแก้ว และการตกแต่งรอบๆ พื้นที่การจัดงานสุดหลอน อย่าง สะพานสีเลือด, Blacklight Tunnel เป็นต้น

8. สายย่อ : พบกับศิลปินชื่อดังที่จะมามองความสนุกสุดมันส์กับงานแสดงคอนเสิร์ต โดย ลานนา คัมมินส์, Gap The Voice, Don The Voice และ ปราง ปรางทิพย์ The Voice

นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากการจัดงานโดยการนำเสนอการทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ เส้นทางท่องเที่ยวไหว้พระธาตุประจำปีเกิดได้แก่ ปีมะเส็ง-วัดเจ็ดยอด,ปีมะแม-วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร, ปีมะโรง-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, ปีชวด-วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร และ ปีจอ-วัดเกตการาม ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ยังมีวัดชื่อดังอีกหลายแห่งที่มีความเชื่อ ความศรัทธาในด้านต่างๆ อาทิ วัดป่าแดด ขอพรเรื่องความสำเร็จ, วัดโลกโมฬี ขอพรเรื่องความรัก, วัดอุปคุต ขอพรเรื่องการเงิน, วัดศรีดอนมูล เสริมเสน่ห์ มหานิยม เสริมมงคลให้ชีวิต เป็นต้น

“เทศกาลขนหัวลุก เวียงพิงค์” (Thailand Goosebumps Festival 2024) ตอน แม่นาคแอ่วเหนือ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้  ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น. ณ สวนสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟ จังหวัดเชียงใหม่  และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ก : สำนักงานเชียงใหม่ – TAT Chiang Mai

ภาพ : ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

รีวิว Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน แหล่งท่องเที่ยวครอบครัว เกาะสวรรค์ที่เติมฝันให้แก่เด็กทั่วโลก

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/abroad/2809067

รีวิว Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน แหล่งท่องเที่ยวครอบครัว เกาะสวรรค์ที่เติมฝันให้แก่เด็กทั่วโลก

22 ส.ค. 2567 16:39 น.

รีวิว Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน แหล่งท่องเที่ยวครอบครัว เกาะสวรรค์ที่เติมฝันให้แก่เด็กทั่วโลก

รีวิวทริป Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธีมพาร์ค แอดเวนเจอร์ สุดคลาสสิก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาอย่างเนิ่นนานบนเกาะฮ่องกง หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวแนวครอบครัว ที่ต้องมาลองเปิดประสบการณ์ครอบครัวให้กับเด็กๆ ณ ที่แห่งนี้สักครั้ง

แน่นอนว่าเกาะฮ่องกงนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวสายมู สายทำบุญ ที่ต่างพากันบิดลัดฟ้าไปไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอย่างมากมาย แต่อย่างไรก็ดีที่เกาะแห่งการท่องเที่ยวแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับทริปครอบครัว ธีมพาร์ค ให้ได้เลือกเที่ยวอยู่ และหนึ่งสถานที่ที่ขึ้นชื่ออย่างมากก็คือ Ocean Park (โอเชียนพาร์ค)

Ocean Park เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว ธีมพาร์ค แอดเวนเจอร์ ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานบนเกาะฮ่องกง ทางตอนใต้ที่ครอบคลุมพื้นที่มากมาย ปัจจุบันได้รับการพัฒนาและปรับปรุงในทุกปี เพื่อเติมความสนุกสนานให้กับผู้มาเยือน พร้อมแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เพิ่มขึ้นตามเทรนด์ของโลก ซึ่งที่นี่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานานกว่า 47 ปี 

เดิมที Ocean Park เป็นที่รู้จักในนามสวนสนุกที่ขึ้นชื่อบนเกาะฮ่องกง แต่ในปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวกลุ่มวัยรุ่น หรือแม้แต่กระทั่งกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีการต่อเติมความทันสมัยและการบริการแบบครบวงจรให้กับนักท่องเที่ยวทุกเพศวัย 

ถือได้ว่า หากสนใจที่จะพาครอบครัวมาท่องเที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทย Ocean Park ฮ่องกง ถือเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ เพราะที่นี่มีการพัฒนาแบบครบวงจร ต่อเติมความทันสมัยด้วยการบริการทั้ง สวนสนุก สวนสัตว์ สวนน้ำ โรงแรม แถมเป็นแหล่งการเรียนรู้เชิงอนุรักษ์และความยั่งยืนให้กับเด็กๆ อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าสามารถท่องเที่ยวที่ Ocean Park แบบทริปเดียวจบเพื่อเติมเต็มความฝันและประสบการณ์ของเด็กๆ ได้อย่างเต็มที่

รีวิว Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน (ฉบับเต็ม)

ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสเดินทางไปยังเกาะฮ่องกง 3 วัน 2 คืน ทริปนี้เราจะอยู่ใน Ocean Park ทั้งหมด 3 วันเต็ม เพื่อตามรอย ไปสัมผัส และเฟ้นหาประสบการณ์ จากแหล่งท่องเที่ยวแนวครอบครัวหรือแฟมิลี่ทริปที่ Ocean Park แบบเต็มรูปแบบ ว่าที่นี่มีอะไรที่น่าสนใจให้ค้นหาอยู่บ้าง 

เริ่มต้นประสบการณ์จากการแลนดิ้งลงบนเกาะฮ่องกง และได้เดินทางมุ่งตรงไปยัง Ocean Park โดยทันที สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาสามารถใช้ MTR มาลงได้ที่สถานี Ocean Park (South Island Line) ก็ถึงเลยทันที นอกจากนี้ ยังมีบริการ Shuttle Bus ฟรี สามารถไปลงที่ Water World Ocean Park และกลับมาที่ Ocean Park ได้เช่นกัน

  • Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน (วันแรก)

หลังจากเดินทางถึงสถานี Ocean Park ภายในคืนแรกเราได้เลือกพักที่ Hong Kong Ocean Park Marriott Hotel หนึ่งใน 2 โรงแรมประจำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ที่ตกแต่งให้เข้ากับธีมพาร์คได้อย่างลงตัว เช่น อควาเรียมภายในโรงแรม, ห้องอาหารสุดหรู ฟิตเนส สระว่ายน้ำ รวมถึงยังมี HARNN Heritage Spa ร้านนวดสัญชาติไทย รูปแบบ Wellness & Hospitality มาร่วมเปิดให้บริการ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย

เช็กอินโรงแรมเรียบร้อย แผนการเดินทางในวันแรกของทริป เราจะเริ่มต้นที่ Ocean Park Hong Kong แบบเต็มวัน ซึ่งที่นี่เขาได้พรีเซนต์ถึงความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธีมพาร์ค ที่มาพร้อมกับเครื่องเล่นสุดมันระดับโลกมากมาย พร้อมทั้งภายในสวนสนุกแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด อควาเรียม และทีมอนุรักษ์ที่คอยให้ความรู้อย่างมากมาย ซึ่งมาพร้อมกับบรรยากาศทางวัฒนธรรมที่หลากหลายจากฮ่องกงที่ตกแต่งอยู่ภายใน

เป้าหมายของเรานอกจากเครื่องเล่นสุดมันระดับโลก เช่น ไวลด์ ทวิสเตอร์ (Wild Twister) เครื่องเล่นชวนหวาดเสียว และ แฮร์เรเซอร์ (Hair Raiser) รถไฟเหาะตีลังกาสุดระทึกที่มีความเร็วระดับ 4G ที่เรียกว่าพลาดไม่ได้แล้ว เราจะพาไปชมกับสิงสาราสัตว์รอบๆ ที่หลบซ่อนอยู่ภายในสวนสนุกแห่งนี้ว่าจะมีอะไรอยู่บ้าง

  • Polar Adventure

เส้นทางที่เราเลือกเดินทางไป คือโซน Polar Adventure ซึ่งอาจจะหาดูได้ยากในประเทศไทย เราเลือกขึ้นไปบนเขาโดย Cable Car กระเช้าลอยฟ้า เพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ เกาะที่สวยงาม หลังจากนั้นเข้าสู่โซนสัตว์ขั้วโลกเหนือแบบเต็มตัว ภายในเราจะได้พบกับกิจกรรมการให้อาหารแมวน้ำสุดน่ารัก แบบ Exclusive แนบชิดติดกับน้องแมวน้ำที่ถูกฝึกมาอย่างดี  

นอกจากนี้ เราจะได้พบกับสัตว์ขั้วโลกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น นกเพนกวิน 3 สายพันธุ์หายากอย่าง King Penguin, Southern Rockhopper Penguin และ Gentoo Penguin แบบฝูงใหญ่ รวมถึงสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก และสุดพิเศษคือ “วอลรัสแปซิฟิก” ยักษ์เขี้ยวยาวแห่งทะเลเหนือ ตัวใหญ่ แพ็กคู่ มาว่ายเวียนให้ถ่ายรูปแบบหนำใจมากมาย

เสร็จสิ้นภารกิจกับสัตว์ขั้วโลกเหนือแล้ว เราได้เดินทางลงมาโซนด้านล่างโดยประสบการณ์แบบใหม่ที่นอกเหนือจากกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งนั่นก็คือ รถไฟตะลุยใต้น้ำจำลอง (Ocean Express) ซึ่งก็ให้บรรยากาศที่แปลกใหม่ น่าตื่นเต้นได้ดีไม่แพ้กัน 

  • Amazing Asian Animal

หมุดหมายของเราหลังจากลงมา คือ โซน Amazing Asian Animal เพื่อที่จะพบกับแพนด้าสุดน่ารักและแพนด้าแดง สัตว์ยอดนิยมขวัญใจใครหลายๆ คน ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง น้องออกมาแสดงตัวอย่างเป็นมิตรและน่ารักมาก

หลังจากนั้นได้แอบเข้าไปต่อในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อพบกับสัตว์จากแอฟริกา เช่น เต่ายักษ์ และเมียร์แคต ต่อด้วยน้องสลอธปิดท้ายในพื้นที่ Sloth and Friends Studio

  • Old Hong Kong

โซนที่เล่ามาทั้งหมดนั้นใช้เวลาไปเกือบครึ่งวันแล้ว เรียกได้ว่าอัดแน่น คิดว่าถ้าเรามีเวลาเต็มวันอาจจะสามารถเก็บได้ครบแน่นอน และเมื่อใกล้ยามเย็นแล้วจึงได้ตัดสินใจไปเดินเล่นที่ Old Hong Kong เพื่อสัมผัสเมืองเก่าฮ่องกงจำลอง พร้อมชมการแสดงแสงสีนีออนและการชิมอาหาร Street Food แบบดั้งเดิมประจำชาติฮ่องกง ที่ได้นำมาไว้ในพื้นที่ Ocean Park แห่งนี้

Gala of Lights

ประจวบเหมาะกับได้เวลาแสดงโชว์ไฟไฮไลต์ของ Ocean Park ที่มีชื่อว่า Gala of Lights พอดี ซึ่งโชว์นี้เป็นการแสดงมัลติมีเดียแบบ 3 มิติโฮโลแกรม เล่าเรื่องราวผ่านตึกอันสวยงาม ผสมผสานระหว่างดนตรี การฉายภาพ และเอฟเฟกต์สุดพิเศษ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Animo ที่มาบอกกล่าวถึง เรื่องของการรณรงค์ ปลูกฝังการอนุรักษ์ให้แก่เด็กๆ และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

  • Grand Aquarium

หลังจากจบโชว์ซึ่งเป็นช่วงหัวค่ำแล้ว จึงตัดสินใจปิดท้ายวันแรกด้วยการไปเยี่ยมชม สำรวจโลกใต้น้ำ โซน Grand Aquarium 

ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณโชว์ที่พึ่งชมจบไป เรียกว่าโลกใต้น้ำที่นี่จัดได้อย่างดีและมีสัตว์หลากหลายให้ได้ชมอย่างเพลิดเพลิน พร้อมห้องอาหารที่เข้าไปกินดินเนอร์ โดยมีเหล่าฝูงปลาล้อมรอบ ก่อนจะเดินทางกลับที่พัก ซึ่งสามารถเดินถึงที่ Hong Kong Ocean Park Marriott Hotel โดยไม่ต้องเสียเวลา 

  • Ocean Park ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน (วันที่สอง)

เริ่มต้นวันที่สองของแฟมิลี่ทริปของเราด้วยการเช็กเอาต์ แล้วนั่ง Shuttle Bus จากทาง Ocean Park เพื่อไปเช็กอินโรงแรมใกล้เคียงอย่าง The Fullerton Ocean Park Hotel Hong Kong ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้หมุดหมายที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยว และเดินเพียงไม่ถึง 5 นาที ซึ่งนั่นก็คือ Water World Ocean Park

Water World Ocean Park

เมื่อเช็กอินที่โรงแรม The Fullerton Ocean Park Hotel Hong Kong เรียบร้อยก็เตรียมเสื้อผ้าเล่นน้ำ เพื่อเดินทางไปยัง Water World Ocean Park ซึ่งสถานที่นี้เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ในเกาะฮ่องกง

สวนน้ำอาคารทรงโดมสุดแปลกตาแห่งนี้ ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจและแปลกใหม่ เพราะมีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้เลือกเล่นได้อย่างหลากหลาย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบทริปครอบครัวได้เป็นอย่างดี

วิวทิวทัศน์โดยรอบก็ถือว่าสวยใช้ได้ เราจะได้เห็นวิวทะเล ภูเขา และ Ocean Park แบบครบองค์ประกอบ รวมทั้งภายในอาคาร Water World Ocean Park ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบวงจร และเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวทุกเพศวัย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นกิจกรรมทางน้ำหลากหลายรูปแบบ ทั้งโซนเด็ก โซนผู้ใหญ่ เซิร์ฟบอร์ด สปาร์แอนด์พูล หรือโซนคาบาน่า ไว้ให้เช่าพักพิงหากเป็นครอบครัวใหญ่ ศูนย์อาหารและล็อกเกอร์ ทำให้เด็กๆ และผู้ปกครองที่เดินทางมาไม่เบื่ออย่างแน่นอน

ตัวผู้รีวิวเองได้ทดสอบเครื่องเล่นน้อยใหญ่หลากหลายชนิด บอกเลยว่าสนุกจนเล่นซ้ำอยู่หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น Sky High Fall ถือได้ว่าถูกจริตผู้ใหญ่อย่างเราเป็นอย่างมาก 

รวมถึงสำหรับคนที่ไม่ชอบความหวาดเสียวมากนัก ในเครื่องเล่นที่ทดแทนได้ เสียวระดับปานกลางก็มี Thunder loop, Dare Devil Drop Vortex และ Bravery cliff ให้ได้ลองชิมลางกันก่อนด้วย

ของเล่นสำหรับเด็กก็มีอยู่มากมาย และที่เห็นเด็กๆ เล่นเยอะกันมากที่สุดจะเป็น Rainbow Rush ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ สวนน้ำบ้านเรา แต่มีเอกลักษณ์ตรงที่มีปล่องทางลงที่คดเคี้ยว พร้อมกับการหันหน้าลงมีทิศทางที่ไม่เหมือนกันก่อนจะลงมาบรรจบในลู่เดิม รวมถึงโซนใกล้เคียงก็มีเครื่องเล่นอย่าง Cyclone Spin และ Tropucal Twist ให้ได้หวาดเสียวกันในระดับเบาๆ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ชื่นชอบความหวาดเสียวมากนัก ที่นี่จะมีโซนเซิร์ฟบอร์ดให้ได้ลองเล่น รวมถึงสระน้ำโต้คลื่นแบบอินดอร์และเอาต์ดอร์ที่สามารถเลือกได้ รวมไปถึงสระน้ำวนที่สามารถลอยตัวไปพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ และบรรยากาศโดยรอบได้อย่างผ่อนคลาย

โดยรวมแล้วเราอยู่ที่นี่อีกหนึ่งวัน เพื่อซึมซับกับกิจกรรมทางน้ำแบบจัดเต็ม ก่อนจะไปเอนกายพักผ่อนแบบสุดรีแลกซ์ที่ The Fullerton Ocean Park Hotel Hong Kong ต่ออีกหนึ่งคืน

วันสุดท้าย เหลือเวลาให้เดินทางช็อปปิ้งประมาณครึ่งวัน และเตรียมเดินทางกลับ โดยเราสามารถขึ้น MTR สถานี Ocean Park ไปลงที่ Admiralty ต่อสาย Island Line เพื่อไปสถานี Central ต่อไปลงสถานี Hong Kong เพื่อนั่งรถไฟใต้ดินสาย Airport Express ไปลงยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 

การเดินทางไป “เกาะฮ่องกง” หากเบื่อสถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆ ที่อาจจะไม่ตรงใจกับกลุ่มเด็กๆ และครอบครัวเท่าไร “Ocean Park” ถือเป็นอีกหนึ่งทริปเดินทางที่น่าสนใจอย่างมาก และตอบโจทย์สำหรับครอบครัวที่ต้องการพาเด็กๆ ไปเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และได้รับความรู้อย่างเต็มที่

โดยทริปนี้อาจใช้เวลาหลายวัน แต่ในความเป็นจริงเราสามารถเจียดเวลาหนึ่งวันเดินทางมาก็ยังถือว่าคุ้มค่า โดยสามารถเลือกตามความต้องการตามใจน้องๆ หนูๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัว Ocean Park เอง หรือ Water World Ocean Park ถือเป็นหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจและคุ้มค่า การเดินทางท่องเที่ยวใช้เวลา 1 วันก็เพียงพอ 

ส่วนการเดินทางมายังสวนสนุกแห่งนี้ ถือได้ว่าสะดวกในระดับหนึ่ง เพราะในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าใต้ดินอย่าง MTR เข้าถึง และมีรถ Shuttle Bus จากทางสวนสนุกคอยให้บริการตลอดวันถึง 22.00 น. ตามเวลาในเกาะฮ่องกง

ล่องเรือ “คลองเขาแดง” ชม Crocodile Rock…สุดอลังการ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2808299

ล่องเรือ “คลองเขาแดง” ชม Crocodile Rock...สุดอลังการ

17 ส.ค. 2567 05:18 น.

ล่องเรือ “คลองเขาแดง” ชม Crocodile Rock…สุดอลังการ

เป็นอีกหนึ่ง Amazing Thailand ที่อยากชวนไปเที่ยวชม สำหรับการเดินทางล่องใต้ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อย่างอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ชวนเที่ยว “คลองเขาแดง” ในเขตอุทยานเขาสามร้อยยอด ที่บอกได้เลยว่า ไปแล้วต้องติดใจ

ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของลำคลองที่ไหลลงมาจากอุทยานเขาสามร้อยยอด เชื่อมต่อกับทะเลปากอ่าวไทย ความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน ที่ต้องบอกว่าสมบูรณ์มากๆ รากโกงกางเกาะยึดป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้เป็นอย่างดี

เราลงเรือที่ท่าเรือวัดเขาแดง ซึ่งต้องบอกว่าที่นี่เป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวชุมชนที่ดี หลังจากจ่ายค่าบัตรเข้าชมอุทยานในราคา คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เข้าฟรี เรียบร้อยแล้ว ก็เดินลงไปบริเวณท่าเรือ ที่มีเรือบริการ บรรทุกไม่เกิน 6 คน ลำละ 500 บาทต่อ 1 เที่ยวของการนั่งเรือชมคลองเขาแดง

วันที่เราไป เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว นักท่องเที่ยวจึงมากกว่าปกติ คุณลุงคนขับเรือ บอกว่า วันนี้ถือว่าโชคดีเพราะได้วิ่งถึง 2-3 เที่ยว แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาทั่วไป บางทีก็จอดเรือตบยุง เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เรือที่นี่มีอยู่ประมาณ 12 ลำ ผลัดเปลี่ยนกัน ต่อคิวรับลูกค้าเหมือนคิวรถสองแถวนั่นละ วนกันไป แต่ที่น่าชื่นชมคือ รายได้ ที่ได้จะเป็นของชาวบ้าน เป็นของคนในชุมชนทั้งหมด

ใช้เวลาล่องเรือราว 40-50 นาทีต่อเที่ยว เรือค่อยๆแล่นช้าๆในคลอง และจอดแวะให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปตามจุดสำคัญที่เป็นไฮไลต์ เริ่มจากหินรูปจระเข้ ที่ต้องบอกว่า เหมือนจระเข้จริงๆ กำลังไต่ขึ้นไปบนหน้าผา เป็น Crocodile Rock ที่สุดอลังการ เลยไปอีกนิด ในซอกหลืบเล็กๆของเขาหิน เป็นหินรูปลิงจ๋อ ที่ธรรมชาติเสกสรรได้อย่างลงตัว เฉพาะแค่ใบหน้าก็เหมือนแบบสุดๆแล้ว

อาชวันต์ บอกว่า น่าเสียดายที่ยังมีคนมาเที่ยวน้อย เลยอยากจะโปรโมตให้คนมาเที่ยวกันมากขึ้น เพราะธรรมชาติที่นี่ยังสมบูรณ์อยู่มาก ชุมชนก็น่ารัก นอกจากหินรูปจระเข้ และลิงน้อยแล้ว ยังมีเขา 8 เซียน ที่ธรรมชาติเสกสรรให้มีเขาเล็กๆ 8 ยอดเรียงกันอย่างสมดุล

หลังจากชมประติมากรรมธรรมชาติอันงดงามแล้ว เรือวกกลับไปอีกด้าน ผ่านหมู่บ้านชาวประมง มีทั้งเรือหาปลาลำใหญ่และเรือประมงพื้นบ้านลำเล็กสำหรับใช้จับปลาตามแนวชายฝั่ง รวมถึงเรือตกหมึกที่โดดเด่นด้วยสายไฟและหลอดไฟระโยงระยางสำหรับการออกหาปลาในยามค่ำคืนของชาวประมง

ผอ.ททท.ประจวบคีรีขันธ์ บอกว่า ด้วยความที่ธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์ไม่ถูกทำลาย นอกจากชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีสัตว์น้อยใหญ่ให้ได้ชม ทั้งนกกระยาง ปลาตีน ปูก้ามดาบ ลิงแสม หรือค่างแว่น ซึ่งยังมีอยู่มากเป็นฝูงที่นี่

“นักท่องเที่ยวสามารถเลือกช่วงเวลาในการมาท่องเที่ยวได้ จะเป็นช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อน นั่งเรือรับลมเอื่อยๆสบายๆ หรือถ้าอยากชมพระอาทิตย์ตกที่ปากอ่าว ก็อาจจะเลือกช่วงเย็นประมาณ 4-5 โมงเย็น นั่งเรือเที่ยวและรอชมพระ อาทิตย์ตกไปในคราวเดียวกันก็ได้”

นอกจากนั่งเรือเที่ยวแล้ว ถ้าไม่เหนื่อยจนเกินไป แนะนำให้ขึ้นไปชมวิวที่ จุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอาจจะต้องเดินขึ้นเขาไปประมาณ 400 เมตร หรืออาจจะแวะไปรับลมทะเลที่ หาดสามพระยา ซึ่งเป็นชายหาดที่เงียบสงบ ทอดยาวขนานกับทะเล ได้ความประทับใจไปอีกแบบหนึ่ง

สำหรับเราเลือกล่องเรือในช่วงสาย พอขึ้นจากเรือ ท้องก็ร้องพอดี ถ้าไม่รีบร้อนจนเกินไปและอยากชิมอาหารทะเลสดๆรสมือแบบบ้านๆแซ่บจี๊ดจ๊าด แนะนำร้านนี้เลย “แหลมทองซีฟู้ด” ร้านอาหารทะเลชุมชน ของ คุณลุงไววิทย์ และ คุณป้าประมาณ เทียนแท้

คุณลุงรับบทเด็กเสิร์ฟ ส่วนคุณป้าเป็นแม่ครัวใหญ่ อาหารแนะนำของร้าน บอกเลยว่าเลือกไม่ถูก เพราะสดทุกอย่าง แต่ที่โดดเด่น (ซึ่งเราไม่ได้สั่ง) คือ แกงปูชะคราม หรือ แกงคั่วชะครามปู ที่เห็นราคาแล้วตกใจ ไม่ใช่แพงจนตกใจแต่ถูกจนไม่น่าเชื่อสำหรับแกงปูสดๆ และใบชะคราม ที่คุณป้าบอกว่า เก็บเอาตามธรรมชาติ ริมบ่อตกปลาหลังร้านนั่นล่ะ ส่วนอย่างอื่นก็เป็นอาหารทะเลทั่วไป ทั้งปูม้านึ่ง กุ้งซอสมะขาม หรือหมึกไข่นึ่งมะนาว อย่างหลังนี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาด กินคู่กับทอดมันปลาที่ใช้ปลาตำกับเครื่องแกง รสชาติกลมกล่อม หนึบเหนียวได้ที่ ไม่ต้องพึ่งพาน้ำจิ้ม

ร้านคนไม่เยอะ แต่แม่ครัวมีคนเดียว ถ้าไปหลายคนแนะนำให้โทร.ไปออเดอร์ก่อนที่เบอร์ 08-5794-7741, 08-6276-9635 จะได้ทานของอร่อยแบบไม่ต้องคอยนาน.

15 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสแสงแรกของวัน สวย ฮีลใจหายเหนื่อย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2808031

15 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสแสงแรกของวัน สวย ฮีลใจหายเหนื่อย

15 ส.ค. 2567 15:07 น.

15 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสแสงแรกของวัน สวย ฮีลใจหายเหนื่อย

จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นมักเป็นจุดไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ชมวิวแสงแรกของพระอาทิตย์ เติมพลังกายและใจก่อนเริ่มวันใหม่แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถถ่ายภาพสวยๆ เก็บความประทับใจโพสต์ลงโซเชียลได้อีกด้วย

ไทยรัฐออนไลน์ไม่พลาด เอาใจสายเที่ยวชิลๆ กับ 15 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นพัทยา ภูเก็ต รวมถึงที่เที่ยวยอดฮิตในประเทศมาให้ตามไปเช็กอินและสัมผัสบรรยากาศดีๆ แล้ว ดังนี้

15 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยสะกดทุกสายตา สายเที่ยวไม่ควรพลาด

1. เขาพระตำหนัก ชลบุรี

หากพูดถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น พัทยา ก็อาจจะมีชื่อของที่เที่ยวชื่อดังอย่าง “เขาพระตำหนัก” แน่นอน เพราะที่นี่อยู่บริเวณด้านบนของภูเขา ทำให้สามารถมองเห็นวิวทะเล และเมืองพัทยาได้อย่างชัดเจน แต่เนื่องด้วยหาดพัทยาส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก อาจทำให้มองเห็นวิวพระอาทิตย์เล็กน้อย แนะนำให้ชมวิวพระอาทิตย์ตก รับรองว่าสวยสะกดสายตา

2. สะพานหิน ภูเก็ต

สะพานหินเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ภูเก็ตที่ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมือง นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีอนุสาวรีย์หลัก 60 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแก่กัปตันเอ็ดเวิร์ด โธมัสไมล์ ผู้นำเรือขุดแร่ลำแรกมาใช้ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้งให้มาสักการะ ขอพรกันอีกด้วย

3. ภูทับเบิก เพชรบูรณ์

ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูฝนหรือหนาว ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ก็เป็นหนึ่งที่เที่ยวที่มีจุดชมวิวที่สวยงามไม่แพ้กัน โดยภูทับเบิกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,768 ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศเย็นสบาย และหากเป็นช่วงหลังฝนตกก็อาจจะได้ชมทะเลหมอกพร้อมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ อีกด้วย

4. หาดตายาย เกาะล้าน ชลบุรี

หากใครกำลังมองหาจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น เกาะล้าน นั่งชมวิวสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ราวกับว่าอยู่บนหาดส่วนตัว “หาดตายาย” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ทั้งนี้ หากใครมากับหวานใจ แนะนำให้พกเสื่อปิกนิกมาปูรองนั่งระหว่างชมพระอาทิตย์ก็โรแมนติกไปอีกแบบ

5. ดอยผาตั้ง เชียงราย

ดอยผาตั้ง ตั้งอยู่ที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย บริเวณดอยผาตั้งมีจุดชมวิวช่องผาบ่อง ซึ่งเป็นช่องหินขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวคดเคี้ยวในฝั่งลาวได้ แต่หากใครที่อยากชมทัศนียภาพโดยรอบ สามารถเดินทางไปชมวิวบริเวณด้านเหนือของดอยผาตั้งได้เช่นกัน

6. ดอยเสมอดาว น่าน

เอาใจสายตั้งแคมป์กันต่อ กับที่เที่ยวภาคเหนืออย่าง ดอยเสมอดาว น่าน ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่จุดสูงสุดจากน้ำทะเล แต่ก็เป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม เหมาะสำหรับการตั้งเต็นท์ นอนชมดาว และชมวิวทะเลหมอก พร้อมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได้อีกด้วย

7. อ่าวไผ่ เกาะเสม็ด ภูเก็ต

อ่าวไผ่ เป็นอ่าวขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลสีใส บรรยากาศค่อนข้างสงบเงียบกว่าหาดทรายแก้ว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ด้วยความสวยงามของวิวธรรมชาติและความสงบ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น เกาะเสม็ด จ.ภูเก็ต

8. จุดชมวิวไปรษณีย์ เขาค้อ

หากพูดถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ สุดคลาสสิก ก็ต้องยกให้จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถยืนชมวิวทะเลหมอกได้สุดสายตา นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ ยังมีจุดบริการให้กางเต็นท์ได้อีกด้วย ใครที่อยากชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าตรู่ ก็สามารถมาจับจองพื้นที่แคมปิ้งกันได้

9. ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

ต่อเนื่องกันกับจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ แลนด์มาร์กยอดฮิตที่ต้องได้ไปเช็กอินสักครั้งในช่วงฤดูหนาว เพราะที่นี่เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ที่สำคัญนักท่องเที่ยวจะยังได้ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติอีกด้วย

10. ผาเก็บตะวัน นครราชสีมา

ใครที่มีเวลาน้อย กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เดินทางง่าย แนะนำผาเก็บตะวัน จ.นครราชสีมา ตั้งในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทับลาน นอกจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่ยังมีวิวสวยๆ พร้อมกับกิจกรรมดีๆ อย่างการปลูกป่าด้วยหนังสติ๊กอีกด้วย

11. ภูทอก เชียงคาน เลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เชียงคาน จ.เลย เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะภูทอก ในช่วงฤดูหนาว เพราะที่นี่เป็นภูเขาสูงจากน้ำทะเลระดับ 500 เมตร สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้า พร้อมกับความงามของเมืองเชียงคานและแม่น้ำโขงได้อย่างเต็มตา

12. ผาเดียวดาย

“ผาเดียวดาย” จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาใหญ่ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวยอดฮิต เนื่องจากสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 900 เมตร ทำให้มองเห็นวิวของสันเขาและธรรมชาติได้โดยรอบ อย่างไรก็ดี ผาแห่งนี้มีช่วงเวลาเปิด-ปิดการให้บริการ แนะนำให้เช็กรายละเอียดกับทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อีกครั้ง 

13. สะพานมอญ กาญจนบุรี

หากใครได้มีโอกาสแวะเวียนไปยังกาญจนบุรี ต้องไม่พลาดกับจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น กาญจนบุรี อย่าง สะพานมอญ ที่นอกจากจะได้ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ยังดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ วัฒนธรรม รวมไปถึงวิถีชีวิตของชาวมอญได้อีกด้วย

14. เสม็ดนางชี

จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น พังงา อย่างเสม็ดนางชี เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวยอดฮิต ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม เนื่องจากพระอาทิตย์จะปรากฏขึ้นระหว่างภูเขาหินของอ่าวพังงา เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็จะค่อยๆ สาดแสงสะท้อนกับผิวน้ำและภูเขาเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจ

15. ผานกแอ่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ปิดท้ายจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย หาไปช่วงฤดูหนาวจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย ชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างเต็มตา แต่หากไปช่วงฤดูร้อนก็จะได้ชมดอกกุหลาบป่า แต่หากไปในช่วงหน้าฝนก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง

15 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ทางไทยรัฐนำมาฝากในข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในประเทศไทยยังมีจุดชมวิวสวยๆ อีกหลายแห่ง ทั้งนี้ บางแห่งอาจมีการกำหนดช่วงเวลาเปิด-ปิดเส้นทางธรรมชาติ แนะนำให้เช็กรายละเอียดอีกครั้งก่อนเดินทาง

ที่มาภาพ : iStock

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ฯ เตรียมขยายพื้นที่ธีมมาร์เวล (Marvel) เอาใจคนรักซุปเปอร์ฮีโร่

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2807564

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ฯ เตรียมขยายพื้นที่ธีมมาร์เวล (Marvel) เอาใจคนรักซุปเปอร์ฮีโร่

14 ส.ค. 2567 09:50 น.

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ฯ เตรียมขยายพื้นที่ธีมมาร์เวล (Marvel) เอาใจคนรักซุปเปอร์ฮีโร่

เหล่าแฟนซุปเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวล (Marvel) ยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใจจดจ่อ ล่าสุดฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต ได้เตรียมขยายพื้นที่ธีมมาร์เวลเพื่อเอาใจแฟนๆ ทั่วโลก

จอช ดามาโร (Josh D’Amaro) ประธานแห่ง Disney Experiences ได้แถลงในงาน D23: The Ultimate Disney Fan Event ในแอนะไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เกี่ยวกับพื้นที่ส่วนต่อขยายธีมมาร์เวลที่จะมีโซนเครื่องเล่นใหม่ ณ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของการขยายต่อเนื่องหลายปี พร้อมเปิดตัวภาพร่างคอนเซปต์อาร์ตของโซนเครื่องเล่นใหม่เป็นครั้งแรก ทำให้โปรเจกต์นี้เป็นที่ตั้งตารออย่างมาก และเป็นการเรียกรวมพลเหล่าแฟนมาร์เวลจากทั่วโลกให้มาดื่มด่ำบรรยากาศแห่งการผจญภัยสุดเร้าใจครั้งนี้ ณ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต

เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของมวลมนุษยชาติและโลกใบนี้ เหล่ายอดมนุษย์จากอเวนเจอร์สได้ร่วมมือกันสร้างอาคารใหม่ให้ สตาร์คเอ็กซ์โป (Stark Expo) เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเหล่าอเวนเจอร์ส โดยหนึ่งในนั้นคือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (หรือ สไปเดอร์แมน) เด็กฝึกงานคนใหม่ล่าสุดของ Stark Industries ซึ่งจะมารับหน้าที่เจ้าบ้านพาชมการสาธิตผลงานการพัฒนาล่าสุด และการปรากฏตัวของสไปเดอร์แมนย่อมดึงดูดหนึ่งในตัวร้ายที่น่าเกรงขามซึ่งมาทำลายล้างสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ปีเตอร์จึงกำลังต้องการความช่วยเหลือ เพื่อปกป้องเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเขา ไปพร้อมกับการช่วยชีวิตผู้ชมที่ถูกจับระหว่างการต่อสู้ไปด้วย

โปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะมาถึงอย่าง พื้นที่ส่วนต่อขยายในทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland) นี้ ถือเป็นการต่อขยายหลักครั้งที่สามของประสบการณ์ธีมมาร์เวลหลากมิติ ณ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งจะครอบคลุมประสบการณ์ด้านความบันเทิง ช็อปปิ้ง และการรับประทานอาหารใหม่ทั้งหมด ทั้งยังจะเป็นการขยายศูนย์กลางแห่งซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งจะดึงดูดแฟนๆ จากทั่วโลกให้มารวมพลังกันต่อสู้กับเหล่าวายร้ายจากหลายเรื่องราวในจักรวาลมาร์เวล

จุดกำเนิดของมหากาพย์มาร์เวลในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เริ่มจากการที่ โทนี่ สตาร์ค (หรือ ไอรอนแมน) ได้เลือกฮ่องกงให้เป็นสำนักงานใหญ่ของ Stark Industries ประจำเอเชีย ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จึงกลายเป็นที่ตั้งของสตาร์คเอ็กซ์โป ทำหน้าที่จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่และใหม่ล่าสุดของ Stark Industries

นอกจากนี้ สืบเนื่องมาจากความนิยมอันล้นหลามของประสบการณ์เครื่องเล่นธีมมาร์เวลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้ง Iron Man Experience และ Ant-Man and The Wasp: Nano Battle! ซึ่งมีแค่ที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เท่านั้น และได้มอบความสนุกให้กับแขกหลายล้านคนตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปี พ.ศ. 2560 และ 2562 ตามลำดับ ไปจนถึงกิจกรรมใหม่ประจำฤดูกาลที่ออกใหม่เรื่อยๆ อย่าง ไลน์อัปอัดแน่นของซุปเปอร์ฮีโรมาร์เวล, Avengers Deployment Vehicle และ การแสดงโดรนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากมาร์เวล ทำให้ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต มีความตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสานต่อการทำให้เรื่องราวซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวลมีชีวิตขึ้นมา ผ่านการเล่าเรื่องอันมีเอกลักษณ์และล้ำสมัย

รีวิวที่เที่ยวริมแม่น้ําเจ้าพระยา “เอเชียทีค” ไปยังไง จุดไฮไลต์ฉบับอัปเดต 2024

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2807480

รีวิวที่เที่ยวริมแม่น้ําเจ้าพระยา "เอเชียทีค" ไปยังไง จุดไฮไลต์ฉบับอัปเดต 2024

13 ส.ค. 2567 14:45 น.

รีวิวที่เที่ยวริมแม่น้ําเจ้าพระยา “เอเชียทีค” ไปยังไง จุดไฮไลต์ฉบับอัปเดต 2024

เอเชียทีค หรือเอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ฟรอนต์ (ภาษาอังกฤษ : ASIATIQUE, The Riverfront) อีกหนึ่งพิกัดที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่มีครบทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องเล่นหลากหลายรูปแบบ บทความนี้ ไทยรัฐออนไลน์ชวนเที่ยว เอเชียทีค พร้อมอัปเดตข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

เอเชียทีคคืออะไร มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เอเชียทีคเป็นแหล่งท่องเที่ยวและช็อปปิ้ง ทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ของกิน ของใช้ รวมไปถึงของตกแต่ง ยาวตลอด 10 โกดัง และมาพร้อมไฮไลต์และจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้

ชิงช้าสวรรค์ เอเชียทีค

ชิงช้าสวรรค์ เอเชียทีค หรือเอเชียทีค สกาย จุดเด่นที่หลายๆ คนสนใจ ด้วยความสูง 60 เมตร ทำให้สามารถรับชมวิวของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มตา

บ้านผีสิง Mystery House

บ้านผีสิง Mystery House มีทั้งหมด 12 ที่นั่ง รองรับได้ถึง 24 คน พร้อมมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความตื่นเต้นเร้าใจ

ม้าหมุน

ม้าหมุน 2 ชั้น ตกแต่งด้วยไฟประดับประดาทั้งชั้นบนและล่าง กลายเป็นจุดไฮไลต์ให้เล่นเครื่องเล่นและถ่ายภาพประทับใจเก็บไว้ เรียกได้ว่าถูกใจทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่

เรือสิริมหรรณพ

เรือสิริมหรรณพได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรือสามเสา ขนาด 475 ตัน ซึ่งเป็นเรือที่นำความเจริญจากโลกตะวันตกมายังประเทศไทยเมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 กลายเป็นกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้ถ่ายรูป

เอเชียทีค ร้านอาหาร

เอเชียทีค เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ให้บริการร้านอาหารหลากหลายเมนู หลากหลายสัญชาติ สามารถเลือกซื้อมานั่งชิมชิลๆ บริเวณริมน้ำได้อีกด้วย โดยสามารถเช็กรายละเอียดร้านค้าได้ที่นี่

เอเชียทีค ค่าเข้าเท่าไร เปิด-ปิดกี่โมง

เอเชียเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. สามารถเข้าได้ฟรี เว้นเพียงแต่หากต้องการเล่นเครื่องเล่น จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่กำหนดไว้

  • ชิงช้าสวรรค์ เอเชียทีค สกาย ผู้ใหญ่ ราคา 500 บาท/คน, เด็กที่สูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร ราคา 200 บาท/คน และผู้สูงอายุ ราคา 300 บาท/คน
  • บ้านผีสิง ราคา 150 บาท 
  • ม้าหมุน ราคา 150 บาท/คน

วิธีเดินทางไปเอเชียทีค ไปยังไง

วิธีการเดินทางไปเอเชียทีคทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้

  • รถยนต์ส่วนตัว ปักหมุดตามพิกัดกูเกิล แม็ป https://maps.app.goo.gl/E6Gi5gvggfhiXV268
  • รถโดยสารประจำทาง สาย 1, 15, 17, 35, 75, 504 และ 547
  • เอเชียทีคโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีศาลาแดง หรือบางหว้า จากนั้นต่อ BTS มาลงสถานีสะพานตากสิน
  • เอเชียทีคโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน ทางออก 1 ขึ้นรถบัสหรือแท็กซี่ หรือทางออก 2 ขึ้นเรือรับส่งฟรี
  • เรือโดยสารฟรี ให้บริการตั้งแต่ 16.00-23.30 น. โดยเรือจะออกทุกๆ 25-30 นาที
  • เรือเจ้าพระยาด่วน (เรือสีส้ม) ให้บริการถึงเวลา 17.00 น. บริเวณท่าเรือวัดราชสิงขร จากนั้นเดินต่อประมาณ 500 เมตร
  • เรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา ให้บริการตั้งแต่ 16.10-19.10 น.

นอกจากเอเชียทีคจะมีร้านอาหาร ร้านค้า เครื่องดื่มให้บริการแล้ว ยังมีเครื่องเล่นอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาพิกัดที่เที่ยวในกรุงเทพฯ ชิลๆ ชมบรรยากาศริมแม่น้ำ ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

ทริปหรูเอกซ์คลูซีฟแห่งปี “Luxury Monaco” เปิดประสบการณ์เหนือระดับท็อปสเปนเดอร์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2806672

ทริปหรูเอกซ์คลูซีฟแห่งปี “Luxury Monaco” เปิดประสบการณ์เหนือระดับท็อปสเปนเดอร์

10 ส.ค. 2567 05:45 น.

ทริปหรูเอกซ์คลูซีฟแห่งปี “Luxury Monaco” เปิดประสบการณ์เหนือระดับท็อปสเปนเดอร์

ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางด้านลักชัวรีแบรนด์ระดับโลกที่ครองใจนักช็อปรสนิยมหรู ด้วยการให้บริการเหนือระดับเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างสูงสุด จากทีมบริการคุณภาพการันตีรางวัลระดับโกลบอล ล่าสุด สยามพารากอนและไอคอนสยาม ส่งเทียบเชิญลูกค้าคนสำคัญสมาชิกบัตรแพลทินัมเอ็มการ์ด และ สการ์เล็ต ที่มียอดช็อปสูงสุดจำนวน 14 คู่จากแคมเปญ “The Exclusive Trip of the Year : Luxury Monaco” อาทิ อรรณพ-อธิภัทร พรประภา, สุพัตรา อยู่วิทยา, ณรงค์ ไพรัชเวทย์, อภิชัย-พรรณี ตั้งวงศ์ศิริ และกฤษฎิ์ ศุภเดชชูชัย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ และที่สุดของความพิเศษที่ไม่อาจหาซื้อได้ แทนคำขอบคุณให้เฉพาะลูกค้าคนสำคัญ

งานนี้ “สรัลธร อัศเวศน์” ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์ การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ “สาระวารี ศรีชุ่มสิน” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงาน Client Experience and Relationship นำชาวคณะเหินฟ้าสู่ประเทศฝรั่งเศส และโมนาโก เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปักหมุดจุดหมายปลายทางแรกที่ “แซงต์ โทรเปซ์” เมืองตากอากาศไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และยังเป็นที่จอดเรือยอชต์หลักหลายร้อยล้านของมหาเศรษฐีคนดังมากมาย นอกจากลูกค้าคนพิเศษจะได้ผ่อนคลายไปกับทัศนียภาพที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติสุดตระการตา ชาวคณะยังได้สัมผัสกับบรรยากาศของการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีรสนิยม จากนั้นจึงเข้าสู่โปรแกรมสุดเอกซ์คลูซีฟ ปิดพื้นที่ชาโตว์ใจกลางโพรวองซ์ ณ “Chateau d’Esclans” เพื่อให้ลูกค้าคนสำคัญได้ดื่มด่ำไวน์ชั้นเลิศ ละเมียดรสสัมผัสไวน์โรเซ่ที่ดีที่สุดในโลก

ไปถึงประเทศฝรั่งเศสทั้งที สยามพารากอนและไอคอนสยาม ขอมอบประสบการณ์เหนือระดับให้เหล่าลูกค้าคนสำคัญได้ปรุงน้ำหอมกลิ่นเฉพาะของตนเองหนึ่งเดียวในโลก ณ “เมืองกราซ” เมืองหลวงแห่งน้ำหอมที่เป็นต้นกำเนิดแบรนด์ดังมากมาย โดยความพิเศษเหนือใครก็คือการพาไปสัมผัสกับบรรยากาศของคฤหาสน์สุดหรูริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของมหาเศรษฐีโลก “ตระกูลรอธส์ไชลด์” ซึ่งมีคลังสมบัติมหาศาล โดยเฉพาะผลงานศิลปะล้ำค่าที่รวบรวมไว้ ก่อนจะร่วมเดินทางด้วยขบวนยนตรกรรมแสนคลาสสิก ที่เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะและความมั่งคั่งของตระกูลดังแห่งฝรั่งเศส เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารกลางวันสุดชิก ที่ตั้งอยู่บนโขดหิน พร้อมวิวทะเลงดงามของเมืองนีซ

งานนี้ยังมีการเนรมิตอีเวนต์สุดเอกซ์คลูซีฟ “Exclusive Event by Tiffany & Co.” เพื่อต้อนรับลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์ทิฟฟานีจากทั่วโลกเฉพาะผู้ได้รับเทียบเชิญ โดยลูกค้าคนสำคัญของสยามพารากอนและไอคอนสยาม เป็นคนไทยเพียงกลุ่มเดียวที่ได้ร่วมงานนี้ รวมทั้งรับประทานอาหารค่ำระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว ณ “Le Louis XV by Alain Ducasse” สร้างความประทับใจให้อย่างมิรู้ลืม

ความพิเศษของทริปนี้ปรากฏในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรือยอชต์สุดหรูชมวิวความงามของทะเลแถบเฟรนช์ริเวียร่า, การได้เข้าห้อง VIP ที่หรูหราอลังการของกาสิโนระดับโลก และขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมเมืองโมนาโก…นับเป็นประสบการณ์เหนือระดับที่สัมผัสได้เฉพาะลูกค้าคนพิเศษจริงๆ.

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยเรือแคนู

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2806418

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยเรือแคนู

9 ส.ค. 2567 05:15 น.

เที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยเรือแคนู

สำรวจธรรมชาติสุดตระการตาของอ่าวพังงาแบบใหม่ เมื่อ จอห์น เกรย์ ซี แคนู หนึ่งในผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยไกด์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญ ที่จะพานักเดินทางเข้าไปสำรวจเกาะแก่งและถ้ำหินปูนใจกลางทะเลอันดามันอย่างใกล้ชิด และเข้าสู่โลกของธรรมชาติในแบบที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน

การผจญภัยบนท้องทะเลกับจอห์น เกรย์ ซี แคนู เริ่มต้นบนเรือโดยสารลำใหญ่พร้อมเสิร์ฟอาหารไทยมื้อกลางวันและมื้อเย็น ในระหว่างการเดินทางพาทุกคนไปสู่พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

โดยจุดหมายปลายทางนั้นอยู่ที่ เกาะพนัก ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่มีถ้ำทะเลและหินงอกหินย้อยสวยงาม ในหลายๆ จุดสามารถเข้าชมได้ด้วยเรือแคนูเท่านั้น อีกแห่งคือ เกาะห้อง อันโด่งดัง มีลากูน (หรือทะเลใน) ในช่วงน้ำขึ้นสูง น้ำทะเลจะเป็นสีเขียวมรกตล้อมรอบด้วยเขาหินปูนสูงชัน ซึ่งเส้นทางการพายเรือนี้ค้นพบโดยมิสเตอร์จอห์น เกรย์ ตั้งแต่การเข้าสำรวจในปี 1989 จากคำบอกเล่าของเพื่อนชาวประมงและชาวบ้าน

อีกทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่าโกงกาง ซึ่งการสำรวจธรรมชาติอย่างใกล้ชิดโดยเรือแคนูที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ ไม่สร้างมลภาวะทางเสียง อีกทั้งยังไม่รบกวนการใช้ชีวิตของสัตว์ป่า เป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการเที่ยวทะเล ทั้งนี้ สำรองแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษกับ ‘จอห์น เกรย์ ซี แคนู’ ผ่าน Line ID: @johngrayseacanoe เท่านั้น พร้อมส่วนลดสูงสุด 40% สิทธิพิเศษเฉพาะคนไทยเท่านั้น สอบถามโทร.06-3124-3404 และเว็บไซต์ johngray-seacanoe.com

ปักหมุด 3 จังหวัด ติดอันดับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ ของประเทศไทย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2806498

ปักหมุด 3 จังหวัด ติดอันดับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ ของประเทศไทย

8 ส.ค. 2567 14:23 น.

ปักหมุด 3 จังหวัด ติดอันดับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ ของประเทศไทย

เผย 3 จังหวัดเมืองน่าเที่ยวที่กำลังเป็นกระแส และเทรนด์ในปัจจุบัน (ปี 2567) ซึ่งทั้งหมดติดอันดับจุดหมายปลายทางใหม่ในประเทศไทย จากการจัดอันดับของ Airbnb 

เจาะเบื้องลึกเมืองน่าเที่ยวยอดฮิตในประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงแค่ไหนไปจากเดิม โดยทาง Airbnb เปิดข้อมูลที่น่าสนใจล่าสุด เกี่ยวกับจังหวัดที่กำลังได้รับความนิยมทั้งนักท่องเที่ยวไทย และต่างประเทศ ประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน ตรัง และอยุธยา 

3 จังหวัดที่กล่าวมาข้างต้น ถือว่ากำลังเป็นคลื่นความนิยมด้านการท่องเที่ยวระลอกใหม่ที่นักเดินทาง Airbnb ทั่วโลก เข้ามาค้นหาจุดหมายปลายทางและที่พักมากที่สุด ถือเป็นเทรนด์ที่เปิดโลเคชันใหม่ๆ พร้อมเปรยศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่แตกต่างไปจากเดิมอย่าง ภูเก็ต สมุย กระบี่ และชลบุรี 

อมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ของ Airbnb เปิดเผยว่า “ประเทศไทยมีสถานที่น่าสนใจมากมายที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศ ด้านจุดหมายปลายทางหลักๆ ยังคงได้รับความนิยมจากนักเดินทางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็มีความยินดีที่ได้เห็นข้อมูลล่าสุดระบุนักเดินทาง Airbnb กำลังมองหาประสบการณ์ และสถานที่ใหม่ๆ ในการเดินทาง ที่สื่อถึงพฤติกรรมการอยากออกไปสำรวจสถานที่นอกเส้นทางหลัก”

ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มชุมชนนักเดินทาง จากแอปพลิเคชัน Airbnb ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสนับสนุนในการช่วยกระจายตัวของการท่องเที่ยวที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศไทยซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเมืองรองอย่างต่อเนื่อง

สถิติของจุดหมายปลายทางใหม่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “แม่ฮ่องสอน” เนื่องจากมีนักเดินทางค้นหาที่พัก Airbnb ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพิ่มขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ อำเภอปาย ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักเดินทาง และเป็นจังหวัดที่มีทั้งความสวยงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม และมีกิจกรรมสนุกๆ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวทำให้โดนใจผู้เข้าพัก Airbnb จากทั่วโลก 

จังหวัดที่ได้รับความนิยมในอันดับที่ 2 คือ ตรัง ซึ่งการค้นหาที่พักบน Airbnb เพิ่มขึ้น 143% ตามมาด้วย อยุธยา, สตูล และเพชรบุรี ตามลำดับ

จังหวัดที่ได้รับความนิยมหลักอย่าง ภูเก็ต สมุย กระบี่ และชลบุรี ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มนักเดินทาง Airbnb จากทั่วโลก แต่ก็มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่านักเดินทางส่วนหนึ่งกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่เป็นชายหาด ซึ่งยังไม่ค่อยมีคนรู้จักเพื่อหาทางเลือกเพิ่มเติม และสถานที่ที่มีริมหาดอันเงียบสงบ จังหวัดตรัง จึงได้เข้ามาเป็น จุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งใหม่ที่กำลังมาแรงในกลุ่มนักเดินทาง Airbnb จังหวัดตรังมีถึง 46 เกาะ รวมถึงเกาะกระดาน ซึ่งเป็นเกาะที่ติดอันดับที่ #1 ของโลกจากการจัดอันดับของ World Beach Guide 2023 และล่าสุดยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไดโนเสาร์ชื่อดังอีกด้วย 

ส่วนจังหวัดสตูล มาแรงอันดับที่ 2 เนื่องจากมีอุทยานธรณีโลกที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO และยังมีเกาะสวยงามมากมาย ตามมาด้วย พังงา ส่วนจังหวัดติดทะเลทางฝั่งอ่าวไทยที่ได้รับความนิยม คือ ตราด และสงขลา

จากที่กล่าวมาทั้งหมด พิสูจน์ว่าแหล่งท่องเที่ยวทางภาคใต้ตอนล่างกำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น เพราะภาคใต้ตอนล่างมีวัฒนธรรมอันเข้มข้น และเป็นกลุ่มจังหวัดที่มักจะถูกมองข้าม แต่ปัจจุบันได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักเดินทาง Airbnb เช่น นราธิวาส กำลังเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่างเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย และยังมีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และแนวชายฝั่งทะเลอันสวยงาม ทำให้มีการค้นหาที่พักในจังหวัดนราธิวาสเพิ่มขึ้น 87% ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567

ด้านปัตตานี และยะลา พบว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลักตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ส่วน สงขลา และพัทลุง ก็พบว่ามีการค้นหาเพิ่มขึ้น 74% และ 52% ตามลำดับ

ภาคอีสานก็ไม่แพ้กัน โดยมีนักเดินทางที่ทำการค้นหาที่พักในจังหวัดภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น เช่น กาฬสินธุ์ มีเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ตามมาด้วย บุรีรัมย์ และสกลนคร นอกจากนี้ยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยม อาทิ อุบลราชธานี และขอนแก่น ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดนี้มีนักเดินทางเข้ามาค้นหาที่พักเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567

ทั้งหมดสื่อถึงเทรนด์การเดินทางไปเที่ยวธรรมชาติ และภูเขาเพื่อมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางที่ไม่ใช่ศูนย์กลางของสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ทำให้เมืองท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศแบบภูเขาและธรรมชาติของประเทศไทยกำลังดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ภูมิประเทศแบบเทือกเขา และวิวแม่น้ำอันสวยงามเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เนื่องจากพบว่ามีการค้นหาที่พักเพิ่มขึ้นเกือบ 150% นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ขณะที่ เพชรบุรี มีการค้นหาที่พักบน Airbnb นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 ถึงไตรมาสแรกของปี 2567 มากขึ้นเป็นอันดับที่ 2

ส่วนจุดหมายปลายทางอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ และพังงา ซึ่งเป็นจังหวัดในภาคใต้ และอุบลราชธานี ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง สามพันโบก หรือแกรนด์แคนยอนเมืองไทย

นักสะสมห้ามพลาด ชวนเที่ยวงาน “Thai Art Toy Fest สยามเด็กเล่น” พร้อมเผยไฮไลต์ที่น่าสนใจ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2806261

นักสะสมห้ามพลาด ชวนเที่ยวงาน “Thai Art Toy Fest สยามเด็กเล่น” พร้อมเผยไฮไลต์ที่น่าสนใจ

7 ส.ค. 2567 16:15 น.

นักสะสมห้ามพลาด ชวนเที่ยวงาน “Thai Art Toy Fest สยามเด็กเล่น” พร้อมเผยไฮไลต์ที่น่าสนใจ

ชวนนักสะสมอาร์ตทอย และของเล่น มาชื่นชม เที่ยวงาน Thai Art Toy Fest สยามเด็กเล่น เทศกาลที่ชวนนักสะสม มาแพ็กกระเป๋าออกไปท่องเที่ยวเมืองไทย ผ่านของเล่น ของสะสม และงานศิลปะที่กำลังมาแรงอย่างอาร์ตทอยในวันที่ 24-25 สิงหาคม 2567 นี้

ปักหมุดเที่ยวงาน “Thai Art Toy Fest : สยามเด็กเล่น” งานครั้งแรกที่จัดขึ้นเกี่ยวกับเทศกาลอาร์ตทอย ที่จะชวนนักท่องเที่ยวได้แพ็กกระเป๋าออกไปท่องเที่ยวเมืองไทย พร้อมได้สะสมผลงานของเล่น และงานศิลปะที่กำลังมาแรงอย่างมากในช่วงนี้สำหรับนักสะสม โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 24-25 สิงหาคม 2567 นี้

ไฮไลต์ของงาน Thai Art Toy Fest : สยามเด็กเล่น คือ การรวมตัวของศิลปินไทยคนรุ่นใหม่ และสตูดิโออาร์ตทอยไทย กว่า 80 รายการ ที่พร้อมใจเล่าเรื่องเมืองไทยในแง่มุมที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งศิลปะวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ แลนด์มาร์ก ไปจนถึงเรื่องเล่าตำนาน และความเชื่อผ่าน “อาร์ตทอย”

พร้อมอาร์ตทอยคอลเลกชันพิเศษที่ออกแบบมาเพื่องาน Thai Art Toy Fest : สยามเด็กเล่น โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีสินค้าในหมวดซอฟต์พาวเวอร์จัดเต็มเรื่องดีไซน์ที่จะมาร่วมเล่าเรื่องประเทศไทยให้สนุกยิ่งขึ้น

เปิดประสบการณ์เที่ยวไทยผ่านอาร์ตทอยไปพร้อมกันใน “Thai Art Toy Fest : สยามเด็กเล่น” เซฟลงปฏิทินแล้วมาเจอกัน 24-25 สิงหาคม 2567 ที่ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ICONSIAM ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ไฮไลต์งาน Thai Art Toy Fest สยามเด็กเล่น

  • อาร์ตทอยสัตว์วิเศษทั้ง 5 ภูมิภาค พร้อมชวนหมุนอาร์ตทอยสัตว์วิเศษประจำท้องถิ่นไทยสุดซิกเนเจอร์ โดย ททท. 

การท่องเที่ยวเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะงานนี้จะพาไปเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในเส้นทางใหม่กับ “เส้นทางเที่ยวไทยตามรอยสัตว์วิเศษ” โดย ททท. ที่จะมาเปิดตัวแผนที่เที่ยวไทยตามรอยสัตว์วิเศษประจำท้องถิ่น ไฮไลต์ คือ การเปิดตัว อาร์ตทอยสัตว์วิเศษประจำท้องถิ่น ตัวแทนจาก 5 ภูมิภาค พร้อมสัตว์วิเศษตัว Secret ที่จะเปิดให้หมุนกันเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

  • “Amazing Hunt” เปิดตัวไกด์บุ๊กฉบับใหม่จาก ททท. NFT Travel Guide

เปิดตัวไกด์บุ๊กฉบับใหม่รูปแบบ NFT Travel Guide “Amazing Hunt” ที่จะชวนออกไปตามหาสัตว์วิเศษ 5 ภูมิภาคพร้อมของดีประจำท้องถิ่นในรูปแบบ NFT ด้วยการตามหาสัตว์วิเศษที่ซ่อนอยู่ในงานเพื่อรับอาร์ตทอยตัว Secret ฟรี และรับดีลส่วนลดด้านการท่องเที่ยวที่มาแจกในงานนี้

  • Let’s Camping with your toy นิทรรศการอาร์ตทอยศิลปินไทย จาก DDD Collectible Art Toys X Motley Party

นิทรรศการและโชว์เคสจาก DDD Collectible Art Toys DDD ArtToys ร่วมกับ Motley Party Studio ที่ต้องการแสดงศักยภาพของศิลปินอาร์ตทอยไทยสู่สายตาคนไทย และชาวต่างชาติ ครั้งนี้พวกเขาจะชวนเหล่าอาร์ตทอยออกเดินทางไปแคมปิ้ง

  • “มูเตทอย” มูให้สุดแล้วหยุดที่เวิร์กช็อป อาร์ตทอยจากมวลสารผงธูปวัด และศาลเจ้าดังทั่วไทย

เวิร์กช็อปทำอาร์ตทอยสัตว์วิเศษ DIY จากมวลสาร “ผงธูป” นำผงธูปจริงจากวัด และศาลเจ้าดังทั่วประเทศ มารียูสด์สร้างชีวิตใหม่ให้กลายเป็นอาร์ตทอยสัตว์วิเศษ มังกร สิงห์ และพญาคันคาก ที่อยู่ในตำนานพื้นถิ่นแดนอีสาน

  • Model Painting Workshop by Vallejo เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ และลงสีอาร์ตทอยที่มีตัวเดียวในโลก

ไม่ว่าใครก็สร้างสรรค์อาร์ตทอยในแบบฉบับของตัวเองได้ Vallejo บริษัทสีอาร์ตทอย เปิดเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ และลงสีอาร์ตทอยโดยมี 3 ศิลปินอาร์ตทอยไทย Kuma bear, Sloth Doll และ Kappa มาเปิดคลาส Art Toy 101 แจกเทคนิคการลงสีอาร์ตทอย พร้อมรับอาร์ตทอยที่มีตัวเดียวในโลกกลับบ้าน

  • ฟิกเกอร์นักมวยปล้ำไทย Monomoth เปิดตัวฟิกเกอร์นักมวยปล้ำฉายา Smiling Angel

ครั้งแรกกับการเปิดตัว ฟิกเกอร์ซอฟต์ไวนิลนักมวยปล้ำไทย “Monomoth” เจ้าของฉายา Smiling Angel นักมวยปล้ำชายที่สวยที่สุดในโลก ต่อสู้มาแล้วในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ Monomoth จะมาเปิดตัวอาร์ตทอยพร้อมแจกลายเซ็น

  • ถอดรหัสความสำเร็จศิลปินอาร์ตทอยไทย Porin, Greenie & Elfie, MOTMO Studio และ Shew Sheep

เรื่องเบื้องหลังกว่าจะเป็นความสำเร็จของศิลปินอาร์ตทอยไทย ที่โด่งดังทั้งในไทย และต่างประเทศ ได้แก่ Porin, Greenie & Elfie, MOTMO Studio และ Shew Sheep และทำให้อาร์ตทอยกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์อย่างแท้จริง

  • มวยปล้ำไทย 101 ประวัติศาสตร์มวยปล้ำไทย Soft Power ที่มาแรงระดับโลก

ทอล์กกับประวัติศาสตร์มวยปล้ำกับเมืองไทย รวมถึงซอฟต์พาวเวอร์มวยปล้ำไทยที่โด่งดังระดับโลก โดยมี ปูมิ ประธานสมาคมมวยปล้ำ SETUP Thailand Pro Wrestling มาร่วมเปิดเวทีทอล์ก พร้อมด้วย Matcha & Jeney ไอดอลหญิงที่ผันตัวมาเป็นนักมวยปล้ำ และ Monomoth นักมวยปล้ำชายที่สวยที่สุดในโลก

  • NFT Talk เมื่อศิลปะที่ถูกเปลี่ยนถ่ายสู่โลก NFT

ทอล์กว่าด้วยศิลปะที่ถูกเปลี่ยนถ่ายสู่โลก NFT รวมทั้งกระแส NFT ในปัจจุบัน พร้อมเปิดให้ดร็อป NFT ลิมิเต็ดเอดิชันที่พิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น

ข้อมูล : ททท.