จีนต้องการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678186

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 14:02 น.จีนต้องการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

ทางการจีนไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐกรณีสงครามยูเครน

Bloomberg รายงานว่า หวังอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า จีนต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจากการทำสงครามของรัสเซีย นับเป็นหนึ่งในถ้อยแถลงที่ชัดเจนที่สุดของปักกิ่งเกี่ยวกับบทลงโทษของสหรัฐที่ทำให้เกิดการเทขายในตลาดครั้งประวัติศาสตร์

“จีนไม่ใช่คู่กรณีในวิกฤตนี้ และไม่ต้องการให้การคว่ำบาตรกระทบจีน” หวังเผยระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ โฮเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสเปนเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามยูเครน “จีนมีสิทธิที่จะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของตัวเอง”

Bloomberg ระบุว่า บรรดานักลงทุนพากันกังวลว่าบริษัทสัญชาติจีนจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่ารัสเซียขอความช่วยเหลือด้านการทหารและการเงินจากจีน โดยบุคคลที่ทราบเรื่องเผยว่า สหรัฐเตือนพันธมิตรในยุโรปว่ารัสเซียร้องขอโดรนติดอาวุธจากจีนเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.

จีนโต้กลับรายงานที่บอกว่ารัสเซียขออาวุธว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล ส่วนรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน ทว่าทั้งสองประเทศยังไม่มีปฏิกิริยากับเรื่องโดรนติดอาวุธซึ่งจีนขายให้กับหลายประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

China Daily via REUTERS

บก.รัสเซียแฉกลางรายการสด สื่อของรัฐโกหกประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678168

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.บก.รัสเซียแฉกลางรายการสด สื่อของรัฐโกหกประชาชน

“อย่าไปเชื่อ พวกเขากำลังโกหก” บก.ชูป้ายประท้วงต่อต้านสงครามกลางรายการข่าวรัสเซีย

The Guardian รายงานว่ามารินา ออฟไซยานิโควา (Marina Ovsyannikova) บรรณาธิการข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Channel One ของรัฐบาลรัสเซียเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลกหลังจากที่เธอบุกเข้าไปในฉากขณะที่กำลังมีการถ่ายทอดสดรายการข่าวในช่วงเย็นวันจันทร์ (14 มี.ค.) ที่ผ่านมา และชูป้ายข้อความ “อย่าไปเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขากำลังโกหกคุณอยู่” “ชาวรัสเซียไม่เอาสงคราม”

พร้อมตะโกนว่า “หยุดสงคราม ไม่เอาสงคราม”

แม้ว่าผู้ประกาศข่าวจะพยายามอ่านข่าวต่อไปให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงของออฟไซยานิโควา แต่การประท้วงของเธอออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นเวลาหลายวินาที ก่อนที่ทางช่องจะตัดภาพออกไป

ออฟไซยานิโควายังได้เปิดเผยผ่านกลุ่มสิทธิมนุษยชน OVD-Info โดยระบุว่าเธอละอายใจที่ต้องทำงานให้กับ Channel One และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย

“มันช่างน่าเศร้า เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ฉันทำงานให้กับ Channel One และโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย ตอนนี้ฉันรู้สึกละอายใจมาก ละอายใจที่ต้องบอกเล่าเรื่องโกหกผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ละอายใจที่ยอมให้คนรัสเซียกลายเป็นซอมบี้ เมื่อความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปี 2014 เราก็เงียบ เมื่อนาวัลนี (แกนนำฝ่ายค้าน) ถูกรัฐบาลวางยาพิษเราก็ไม่ได้ออกมาพูด”

“เรากำลังเฝ้าดูระบอบการปกครองที่ต่อต้านมนุษย์อย่างเงียบๆ และตอนนี้โลกได้หันหลังให้กับเรา อีก 10 รุ่นต่อไปก็ยังไม่สามารถชำระล้างความอัปยศของสงครามนี้ได้” “สิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนคืออาชญากรรม และรัสเซียคือผู้รุกราน ความรับผิดชอบของการรุกรานครั้งนี้อยู่บนบ่าของคนคนเดียวคือ วลาดิมีร์ ปูติน”

ในแถลงการณ์ทางวิดีโอ ออฟไซยานิสวมสร้อยคอสีน้ำเงิน-เหลือง สีธงชาติยูเครนโดยกล่าวว่าพ่อของเธอเป็นชาวยูเครน และแม่ของเธอเป็นชาวรัสเซีย

เธอเรียกร้องให้เพื่อนชาวรัสเซียเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านสงครามเพื่อยุติความขัดแย้ง “มีเราเพียงเท่านั้นที่จะหยุดความบ้าคลั่งทั้งหมดนี้ ไปประท้วง อย่าไปกลัว พวกเขาไม่สามารถขังเราทุกคนได้หรอก”

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวเมื่อคืนวันจันทร์ว่า “ขอบคุณชาวรัสเซียที่ไม่หยุดความพยายามที่จะเปิดเผยความจริง และต่อสู้กับการบิดเบือนข้อมูล” โดยกล่าวถึงออฟไซยานิโควาที่บุกเข้าไปในสตูดิโอถ่ายทอดสดพร้อมชูป้ายต่อต้านสงครามด้วย

อย่างไรก็ตาม OVD-Info กล่าวว่าออฟไซยานิโควาถูกจับกุมไม่นานหลังจากที่เธอออกมาประท้วงกลางรายการสด โดยรายงานระบุว่าเธออาจต้องรับโทษจำคุกฐานเผยแพร่ “ข่าวปลอม” เกี่ยวกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และอาจมีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ จากการปลุกระดมให้ชาวรัสเซียออกมาประท้วง หรือความผิดฐานกระทำในที่สาธารณะเพื่อทำลายชื่อเสียงของกองกำลังติดอาวุธของรัสเซีย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัสเซียได้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง สำนักข่าวอิสระ และเครือข่ายโซเชียลมีเดียต่างประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยรายงานระบุว่าประชาชนเกือบ 15,000 คนรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุถูกควบคุมตัวเนื่องจากการประท้วงต่อต้านสงคราม

ขณะที่โทรทัศน์ของรัฐยังคงเป็นแหล่งข่าวหลักสำหรับชาวรัสเซียหลายล้านคน ท่ามกลางข้อครหาว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนและโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล

Photo by Channel One/via REUTERS

UN เตือนเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678170

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 12:17 น.UN เตือนเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์

เลขาธิการสหประชาชาติเตือนเป็นไปได้ว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะลงเอยด้วยสงครามนิวเคลียร์

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการยกระดับความพร้อมของกองกำลังนิวเคลียร์หลักบุกยูเครน โดยกูเตร์เรสเรียกว่าเป็น “ความเคลื่อนไหวที่หนาวไปถึงกระดูก”

“โอกาสของความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ซึ่งครั้งหนึ่งไม่สามารถจินตนาการได้ ขณะนี้กลับมาอยู่ในขอบเขตของความเป็นไปได้”

กูเตร์เรสเตือนอีกว่า สงครามที่กำลังลุกลามบานปลายในยูเครนไม่ว่าจะโดยอุบัติเหตุหรือโดยตั้งใจจะเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติทั้งมวล

“ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดสร้างความสยองขวัญให้กับประชาชนของยูเครน และกลับเข้าสู่เส้นทางของการทูตและสันติภาพ” กูเตร์เรสกล่าว

นอกจากนี้ยังเตือนว่า “สงครามนี้จะไม่มีผู้ชนะ มีแต่ผู้แพ้เท่านั้น” โดยเฉพาะคนยากคนจนจะได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่สูงขึ้น เนื่องจากเฉพาะยูเครนประเทศเดียวจัดหาข้าวสาลีให้กับโครงการอาหารโลกกว่าครึ่ง และรัสเซียกับยูเครนรวมกันมีน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันในสัดส่วนครึ่งหนึ่งของซัพพลายทั้งโลก และข้าวสาลีอีก 1 ใน 3

“สงครามนี้กระทบไปไกลกว่ายูเครน ดาบของแดโมคลีส (การลงโทษ-ผู้เขียน) ปักอยู่บนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนา”

เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องให้รักษาความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ซาโปริซเซียซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปที่เกิดไฟไหม้และถูกรัสเซียยึด

กูเตร์เรสเผยอีกว่า UN จะจัดหางบประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อจัดหาอาหาร ความช่วยเหลือ และเงินไปยังประชาชนยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

REUTERS/Mohamed Azakir/File Photo

รัสเซียลั่นรู้ที่มั่นแล้ว จะถล่มทหารรับจ้างต่างชาติในยูเครนอย่างไม่ปรานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678156

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 10:58 น.รัสเซียลั่นรู้ที่มั่นแล้ว จะถล่มทหารรับจ้างต่างชาติในยูเครนอย่างไม่ปรานี

รัสเซียประกาศกร้าวรู้ฐานทัพของทหารอาสาต่างชาติทั้งหมดในยูเครนและจะโจมตีต่อไปอย่างไม่ปรานี

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวถึงบรรดาทหารอาสานานาชาติที่ช่วยยูเครนรบกับรัสเซียว่า กองทัพรัสเซียรู้ที่ตั้งของพวกเขาทั้งหมดในยูเครนและจะโจมตีพวกเขาต่อไปโดยไม่ปรานี

“เรารู้ฐานทัพของของทหารรับจ้างต่างชาติในยูเครน เราขอเตือนพวกคุณอีกครั้ง จะไม่มีความปรานีสำหรับทหารรับจ้าง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนในดินแดนของยูเครน” โคนาเชนคอฟกล่าว

“การโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีด้วยขีปนาวุธบนฐานทัพทหารในยาโวรอฟและสตาริชิในยูเครนตะวันตก”

โดยเสริมว่ารัฐบาลตะวันตกบางประเทศสนับสนุนให้พลเมืองของตนออกมาร่วมสู้รบกับกองทัพรัสเซียในฐานะทหารรับจ้าง ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเมืองเหล่านี้ในยูเครนขึ้นอยู่กับผู้นำประเทศเหล่านี้เท่านั้น

ตามรายงานของทางการรัสเซียระบุว่าการระดมยิงด้วยขีปนาวุธได้ทำลายเครื่องมืออุปกรณ์ของกองกำลังต่างชาติเพื่อปกป้องดินแดนยูเครน (International Legion of Territorial Defense of Ukraine) และสังหารทหารอาสาต่างชาติไปมากถึง 180 คน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 35 คนและบาดเจ็บ 130 คนในการโจมตีฐานทัพทหารใกล้กับเมืองยาโวรอฟ ซึ่งเป็นที่ที่ NATO ใช้ฝึกกองทัพยูเครนมาหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางการยูเครนยืนยันว่าไม่มีทหารต่างชาติถูกสังหาร แต่แหล่งข่าวอังกฤษหลายแห่งรายงานว่าอดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหราชอาณาจักร 3 คนเสียชีวิตที่ยาโวรอฟ ทว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการอังกฤษ ในขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐยืนยันว่าไม่มีกองทหารสหรัฐ ทหารรับจ้าง หรือเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ที่ยาโวรอฟ

ทั้งนี้ รัสเซียส่งกองกำลังทหารไปยังยูเครนเมื่อเดือนที่แล้วโดยอ้างถึงความล้มเหลวของทางการยูเครนในการดำเนินการตามข้อกำหนดของข้อตกลงมินสค์ และสร้างสันติภาพกับภูมิภาคโดเนตสค์และลูกันสค์ ขณะที่รัสเซียยอมรับทั้งสองเป็นรัฐอิสระเมื่อไม่นานมานี้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนานาชาติ ขณะที่กล่าวโทษว่ารัสเซียโจมตียูเครนโดยปราศจากการยั่วยุ

Photo by Russian Defence Ministry/Handout via REUTERS

สหรัฐกังวลรัสเซีย-จีน ส่อแววเป็นแนวร่วมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678148

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 10:06 น.สหรัฐกังวลรัสเซีย-จีน ส่อแววเป็นแนวร่วมกัน

สหรัฐฯ แสดง ‘ความกังวลอย่างลึกซึ้ง’ เกี่ยวกับ ‘แนวร่วม’ ระหว่างรัสเซีย-จีน

สหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับ “แนวร่วม” (alignment) ระหว่างรัสเซียและจีน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนพบกันเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเกี่ยวกับสงครามยูเครนและปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆ

“เรามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการเป็นแนวร่วมของจีนกับรัสเซีย” เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยไม่ได้เปิดเผยชื่อ พร้อมเสริมว่า (การหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีน) “เป็นการสนทนาที่ตรงไปตรงมามาก”

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และหยางเจี๋ยฉือ หัวหน้านักการทูตของพรรคคอมมิวนิสต์จีน พบกันที่โรงแรมในกรุงโรม ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าการพบปะกันครั้งนี้เป็นช่วงที่ “สำคัญ”

ทำเนียบขาวกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองยัง “เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาแนวการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างสหรัฐฯ และจีน”

มอสโกและปักกิ่งเริ่มแนบชิดกันมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันมองว่าเป็นพันธมิตรของมหาอำนาจนิวเคลียร์ระบอบเผด็จการกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปฏิปักษ์ (ต่อชาติตะวันตก) มากขึ้นเรื่อย

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่าแผนการประชุมระหว่างซัลลิแวนกับนักการทูตระดับสูงของจีนมีขึ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่การพบปะดังกล่าวมีนยสำคัญขึ้นมาอีกหลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ทำการโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน

เจ้าหน้าที่ยังได้พบปะกันหนึ่งวันหลังจากสื่อของสหรัฐฯ รายงานว่ารัสเซียได้ขอความช่วยเหลือด้านการทหารและเศรษฐกิจจากจีน ขณะที่กองทหารของรัสเซียพยายามดิ้นรนเพื่อสร้างฐานที่มั่นในยูเครน และเศรษฐกิจของประเทศรัสเซียกำลังเผชิญกับความหายนะจากการคว่ำบาตรจากตะวันตก

หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่าไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจีนตอบรับคำร้องขอจากรัสเซียหรือไม่ แต่จนถึงตอนนี้จีนได้ส่งสัญญาณที่หลากหลายเกี่ยวกับการบุกรุกของรัสเซีย และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่ายังคงต้องจับตากันต่อไปว่าปักกิ่งจะดำเนินการอย่างไร

– ‘การยกระดับ’ ของจีนในรัสเซีย –

รัฐบาลวอชิงตันหวังว่ารัฐบาลปักกิ่งจะสามารถใช้อิทธิพลของตนกับปูตินได้ และในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งไม่สนับสนุนการคว่ำบาตรจากตะวันตก ทำเนียบขาวกำลังกดดันจีนว่าอย่างน้อยที่สุดก็ให้ละเว้นจากการช่วยเหลือรัสเซียจากการผิดนัดชำระหรือการส่งอาวุธที่อาจเกิดขึ้น

“เราได้สื่อสารไปยังรัฐบาลปักกิ่งอย่างชัดเจนแล้วว่าเราจะไม่นิ่งเฉย” เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว “เราจะไม่อนุญาตให้ประเทศใดๆ ชดเชยความสูญเสียของรัสเซีย”

“เรากำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า… (จีน) หรือประเทศอื่นใดสำหรับเรื่องนั้นให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านวัตถุ การสนับสนุนทางเศรษฐกิจ” เขากล่าว

ไพรซ์ยังเน้นย้ำถึง “อำนาจมหาศาล” ของจีนที่มีต่อรัสเซีย และกล่าวว่า “จีนสามารถทำได้มากกว่าประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศที่จะยุติความรุนแรงที่ไร้สตินี้ เพื่อความโหดร้ายนี้ ต่อสงครามที่ปูตินได้ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า”

รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธที่จะกล่าวถึงรายงานดังกล่าวโดยตรง แต่กลับกล่าวหาวรัฐบาลอชิงตันว่าเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จ” อย่างมุ่งร้ายต่อบทบาทของจีนในสงครามยูเครน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน จ้าวลี่เจี้ยน บอกกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า จีน “มีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการเรียกร้องสันติภาพและเรียกร้องให้มีการเจรจา”

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่านอกจากประเด็นยูเครนแล้ว ซัลลิแวนและหยางยังได้หารือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ซึ่งกำลังเพิ่มการทดสอบขีปนาวุธ และความตึงเครียดต่อไต้หวันซึ่งปกครองโดยประเทศเอกราช แต่ถูกจีนอ้างสิทธิ์

เจ้าหน้าที่อธิบายว่าการเจรจาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง “ความรุนแรง” ของบรรยากาศในปัจจุบัน และสิ่งสำคัญคือต้องมี “การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา”

“เราเชื่อว่าการรักษาแนวการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เราไม่เห็นด้วย” เจ้าหน้าที่กล่าว

© Agence France-Presse

Photo – เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวสหรัฐฯ พูดกับสื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนระหว่างการแถลงข่าวประจำวันที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 REUTERS/Leah Millis

โจมตีประเทศอื่นตามใจชอบ นาโตทำได้ คนอื่นทำไม่ได้!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678110

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 21:23 น.โจมตีประเทศอื่นตามใจชอบ นาโตทำได้ คนอื่นทำไม่ได้!

ปฏิบัติการนาโตทิ้งระเบิดยูโกสลาเวียเป็นกรณีที่อื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่ง griktนาโตดำเนินปฏิบัติการทางทหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสหประชาชาติ

1. การรุกรานยูเครนของรัสเซียถูกสื่อตะวันตกประโคมว่าเป็นความขัดแย้งในยุโรปที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนี่ไม่ใช่ความจริง และสะท้อนว่าโลกตะวันตก “ความจำสั้น” เมื่อเอ่ยถึงเรื่องการรุกรานซึ่งตัวเองก็ทำมาก่อนกับความขัดแย้งที่นองเลือดยิ่งกว่านี้และเกิดขึ้นประชิดยุโรปตะวันตกยิ่งกว่านี้เสียอีก นั่นคือ “สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย” ซึ่งในสงครามครั้งนั้นโลกตะวันตก/นาโต ใช้ “อำนาจบาตรใหญ่” โจมตีประเทศอื่นตามอำเภอใจมาแล้ว

2. เบื้องหลังของเหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย ซึ่งมีคนส่วนใหญ่เป็นชาวเซิร์บทำกดขี่ชนกลุ่มน้อยชาวแอลเบเนียที่อาศัยในจังหวัดโคโซโวอย่างหนัก กีดกันชาวโคโซโวจากหน้าที่การงานและโอนมันให้กับชาวเซิร์บ (ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ) ทั้งยังเกิดการสังหารหมู่ชาวโคโซโว ทำให้ชาวโคโซโวคับแค้นใจต้องลุกฮือจับอาวุธขึ้นสู้ในที่สุดในปี 1996 และเกิดการปะทะกันเรื่อยมา

3. องค์การนาโตพยายามไกล่เกลี่ยให้หยุดยิงแต่ไม่สำเร็จ นาโตพยายามให้แต่ละฝ่ายบรรลุข้อตกลงรังบุยเลต์ (Rambouillet Agreement) ในต้นปี 1999 ซึ่งจะเปิดทางให้มีกองกำลังรักษาสันติภาพของนาโตจำนวน 30,000 นายในโคโซโว ให้สิทธิแก่กองทหารนาโต้เข้ามาในในดินแดนยูโกสลาเวียอย่างไม่จำกัด สิทธิการใช้ถนนในท้องถิ่น ท่าเรือ ทางรถไฟ และสนามบิน โดยไม่ต้องชำระเงินและเรียกขอสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และต้องให้ภูมิคุ้มกันของนาโต้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายยูโกสลาเวีย

4. ข้อตกลงนี้เท่ากับทำให้นาโตมี “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” เหนือประเทศยูโกสลาเวีย เป็นข้อเรียกร้องที่เหมือนกับประเทศนักล่าอาณานิคมเมื่อศตวรรษที่แล้ว แถมยังขูดเลือดขูดเนื้อจากเจ้าบ้านอย่างไม่เกรงใจ แน่นอนว่ายูโกสลาเวียไม่ยอมลงนามในข้อตกลงนี้ และเป็นเหตุให้นาโตอ้างความชอบธรรมที่จะส่งกำลังทหารไปประจำการในประเทศยูโกสลาเวียโดยการขู่เข็ญ และเหนือสิ่งอื่นใดอ้างเป็นเหตุให้ส่งกำลังโจมตียูโกสลาเวียเสียเลย

5. วันที่ 23 มีนาคม 1999 ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการประกาศว่าการเจรจาล้มเหลว ยูโกสลาเวียประกาศทางโทรทัศน์แห่งชาติว่าได้ประกาศภาวะฉุกเฉินโดยอ้างถึง “ภัยคุกคามจากสงครามที่ใกล้เข้ามา … ต่อยูโกสลาเวียโดยนาโต” และเริ่มระดมกำลังพลและทรัพยากรจำนวนมาก จนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1999 เวลา 22:17 น. เวลา UTC ฮาเวียร์ โซลานา เลขาธิการนาโตก็ประกาศว่าเขาได้สั่งการผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายพันธมิตรยุโรป (SACEUR) คือนายพลเวสลีย์ คลาร์ก ให้ “เริ่มปฏิบัติการทางอากาศในสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย”

6. การโจมตีครั้งนี้ใช้เครื่องบิน 1,000 ลำที่ปฏิบัติการจากฐานทัพอากาศในอิตาลีและเยอรมนี และเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ของสหรัฐลอยลำอยู่ในทะเลเอเดรียติก วันที่ 24 มีนาคม เวลา 19.00 น. เวลา UTC นาโตเริ่มการทิ้งระเบิดโจมตียูโกสลาเวีย ในช่วงสิบสัปดาห์ของความขัดแย้ง เครื่องบินของนาโตทำการบินกว่า 38,000 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจการต่อสู้ โดยเน้นที่เป้าหมายด้านการทหารของยูโกสลาเวีย

7. แต่การโจมตีนี้มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมอย่างมาก ขณะที่นาโตอ้างว่าต้องส่งกำลังเข้าไปและทำการโจมตียูโกสลาเวียเพื่อป้องกันหายนะด้านมนุษยธรรม แต่กลุ่มเฝ้าระวังสื่อ Accuracy in Media กล่าวหาว่านาโตการบิดเบือนสถานการณ์ในโคโซโวและโกหกเกี่ยวกับจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้ ข้อหานี้ยังถูกสื่อต่างๆ โจมตีรัฐบาลคลินตันด้วย กล่าวหาว่าปั่นตัวเลขผู้เสียชีวิตชาวโคโซโวที่ถูกชาวเซิร์บฆ่า

8. ที่สำคัญการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้รับไฟเขียวจากสหประชาชาติเลย ประเทศในกลุ่มนาโตพยายามขออนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในการดำเนินการทางทหาร แต่ถูกจีนและรัสเซียคัดค้าน ทำให้นาโตต้องโจมตียูโกสลาเวียโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสหประชาชาติโดย “เลี่ยงบาลี” ด้วยการระบุว่าเป็นการแทรกแซงด้านมนุษยธรรม

9. ประเด็นการโจมตีแต่ฝ่ายเดียวนี้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม UNSC โดยรัสเซีย ในร่างมติมีหัวใจหลักคือเพื่อจะยืนยันว่า “การใช้กำลังฝ่ายเดียวดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง” จีน นามิเบีย และรัสเซียโหวตให้มตินี้ สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย มติจึงไม่ผ่าน

10. จีนนั้นนอกจากจะคัดค้านการรุกรานแต่ฝ่ายเดียวของนาโตแล้วยังตกเป็นเหยื่อการโจมตีของนาโตด้วย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม สหรัฐได้ทิ้งระเบิดสถานทูตจีนในกรุงเบลเกรด ส่งผลให้นักข่าวชาวจีนเสียชีวิต 3 คน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอ้างสาเหตุของข้อผิดพลาดว่า “เพราะคำสั่งวางระเบิดอิงตามแผนที่ที่ล้าสมัย” แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับคำอธิบายนี้ และกรณีนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐเสื่อมทรามลงทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน

11. และมีรายงานว่าสถานทูตจีนในกรุงเบลเกรดถูกกำหนดเป้าหมายโดย CIA นอกระบอบการกำหนดเป้าหมายของนาโตตามปกติ จอร์จ เทเนต์ ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้นให้การต่อหน้าคณะกรรมการรัฐสภาว่าเหตุระเบิดสถานทูตจีนเป็นผลงานของ CIA จริง และเกิดจากการระบุพิกัดที่ไม่ถูกต้องเพราะคิดว่าเป็นเป้าหมายทางทหารของยูโกสลาเวียที่ตั้งบนถนนสายเดียวกัน

12. แต่ในเดือนตุลาคม 1999 หรือ 5 เดือนหลังจากการทิ้งระเบิด The Observer สื่ออังกฤษพร้อมด้วย Politiken สื่อเดนมาร์กได้ตีพิมพ์ผลการสอบสวนโดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามซึ่งกล่าวว่าเหตุระเบิดเป็นความตั้งใจจริง เพราะสถานทูตจีนเป็นตัวกลางส่งผ่านการสื่อสารกองทัพยูโกสลาเวีย แต่ในเดือนเมษายน 2000 The New York Times ของสหรัฐได้ตีพิมพ์ผลการสอบสวนระบุว่า “การสอบสวนไม่มีหลักฐานว่าเหตุระเบิดที่สถานทูตเป็นการกระทำโดยเจตนา”

13. นอกจากจีนแล้ว อีกชาติหนึ่งที่คัดค้านการโจมตียูโกสลาเวียคือรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียวิพากษ์วิจารณ์การโจมตียูโกสลาเวียว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการท้าทายสถานะของรัสเซีย เพราะรัสเซียมีความเกี่ยวพันแนบแน่นกับชาวเซิร์บ แต่รัสเซียมีอิทธิพลต่อการเมืองโลกน้อยมากในเวลานั้น เพราะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่หลังจากการล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต

14. สิ่งที่รัสเซียทำได้คือ ในวันที่การทิ้งระเบิดเริ่มขึ้น รัสเซียได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมเพื่อพิจารณา “สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งซึ่งเกิดจากการปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียวขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย” อย่างไรก็ตาม ร่างมติที่รัสเซีย เบลารุส และอินเดียร่วมกันเสนอให้เรียกร้องให้ “ยุติการใช้กำลังกับสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวียทันที” ต้องตกไป

15. ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีบางทัศนะอ้างว่าการที่มติประณามของรัสเซียที่ถูกตีตกไป เท่ากับสหประชาชาติเห็นชอบปฏิบัติการของนาโตโดยปริยาย และยังมีการอ้างกันว่าการที่สหประชาชาติจัดตั้ง “ภารกิจการบริหารชั่วคราวของสหประชาชาติในโคโซโว” (UNMIK) โดยมติคณะมนตรีความมั่นคงที่ 1244 เท่ากับยอมรับการโจมตีของนาโตโดยเป็นการมอบสถานะความชอบธรรมทางกฎหมายหลังการกระทำได้ผ่านพ้นไปแล้ว

16. รัสเซียจึงได้แต่ทำตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย โดยร่วมทีมกับฟินแลนด์ ทุกฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงมีข้อตกลงใหม่คือข้อตกลงคูมาโนโว (Kumanovo Agreement) ซึ่งคราวนี้ยูโกสลาเวียยอมรับเพราะต่างจากข้อตกลงคราวก่อนที่ไม่มีบทบัญญัติให้นาโตมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเหนือยูโกสลาเวีย อันเป็นเหตุให้เจ้าของประเทศไม่ยอมรับข้อตกลงนั้น และเป็นเหตุให้นาโตอ้างการโจมตียูโกสลาเวีย

17. สงครามสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน และพลร่มรัสเซียได้ยึดสนามบินสลาตินาในฐานะเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพกลุ่มแรกในเขตสงคราม เหตุการณ์นี้นับว่าสร้างความอับอายให้แก่นาโตไม่น้อยเพราะรัสเซียเดินทางมาถึงก่อนฝ่ายตนที่ลงทุนโจมตีทางอากาศมาโดยตลอด เมื่อมาถึงแล้วชาวเซิร์บพากันยินดีกับการมาถึงของรัสเซีย เพราะมันสะท้อนว่าต่อจากนี้เป็นปฏิบัติการของสหประชาชาติแล้ว ไม่ใช่ปฏิบัติการของนาโต

18. ผลของการทิ้งระเบิดของนาโต คร่าชีวิตสมาชิกกองกำลังความมั่นคงยูโกสลาเวียไปประมาณ 1,000 นาย นอกจากนี้ยังมีพลเรือน 489 ถึง 528 คนเสียชีวิต Amnesty International ออกรายงานซึ่งระบุว่ากองกำลังนาโตจงใจมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายพลเรือน และได้ทิ้งระเบิดเป้าหมายที่พลเรือนต้องถูกสังหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่นาโตปฏิเสธว่ารายงานดังกล่าว “ไม่มีมูลและมีสมมติฐานที่แย่”

19. นอม ชอมสกี (Noam Chomsky) นักวิชาการชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงก้องโลก ตำหนิการโจมตีครั้งนี้ของนาโตอย่างมาก โดยเฉพาะการโจมตีเป้าหมายที่มิใช่ด้านการทหาร ตามทัศนะของชอมสกี เขาเชื่อว่าวัตถุประสงค์หลักของการแทรกแซงของนาโต้คือการทำให้ยูโกสลาเวียแตกเป็นประเทศย่อยๆ แล้วให้หันมาใช้ระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่แบบตะวันตก เนื่องจากเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ยังคงท้าทายอำนาจของตะวันตกในเวลานั้น

20. ในเวลานั้นรัสเซียยังคงมีอำนาจจำกัดในเวทีโลก แต่เหตุการณ์นี้ไม่มีวันเลืมเลือนไปจากใจของว่าที่ผู้นำรัสเซียในอนาคต คือ วลาดิมีร์ ปูติน ในเวลาต่อมาปูตินทำให้รัสเซียแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งเป็นภัยคุกคามต่อนาโต และเขาเองก็มองนาโตเป็นภัยคุกคาม จนกระทั่งโลกตะวันตกและรัสเซียปะทะกันในที่สุดในกรณียูเครนเมื่อปี 2014 ในการปราศรัยเกี่ยวกับแหลมไครเมียในเดือนมีนาคม 2014 ปูตินกล่าวถึงการโจมตียูโกสลาเวียของนาโตว่า “เราจำปี 1999 ได้เป็นอย่างดี”

21. ปูตินกล่าวว่า “พันธมิตรตะวันตกของเราซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาไม่ต้องการให้กฎหมายระหว่างประเทศมาชี้นำในนโยบายที่ใช้กันจริงๆ แต่โดยกฎของปืน พวกเขาเชื่อในความพิเศษและความเป็นเอกเทศเฉพาะตัวของพวกเขา…เรื่องนี้เกิดขึ้นในยูโกสลาเวีย เราจำปี 1999 ได้เป็นอย่างดี เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ…มีมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งอนุญาตให้ดำเนินการเหล่านี้ได้? ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย”

22. หลังจากที่นาโตได้สมาชิกใหม่เป็นอดีตเครือประเทศสหภาพโซเวียตหลายประเทศและยังพยายามขยายอิทธิพลมายังยูเครนและจอร์เจีย ซึ่งรัสเซียประกาศมิให้นาโตแตะต้องมาโดยตลอด ในที่สุด 24 กุมภาพันธ์ 2022 วลาดิมีร์ ปูติน ส่งกองทัพรุกรานยูเครน

23. ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน (15 กุมภาพันธ์) ปูตินกล่าวว่าความทรงจำของเขายังคงชัดเจนจนถึงวันนี้จากสงครามที่นาโตเริ่มในยุโรปเพื่อต่อต้านยูโกสลาเวียและการทิ้งระเบิดที่เบลเกรด ปูตินกล่าวว่า “มันเกิดขึ้น โดยไม่มีมาตรการคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นตัวอย่างที่น่าเศร้ามาก แต่เป็นความจริงที่ชัดเจน”

24. หลังการรุกรานยูเครน รัสเซียถูกคว่ำบาตรอย่างเต็มที่จากทั้งนาโตและพันธมิตรชาติตะวันตกทั้งในยุโรปและบางชาติในเอเชีย ราวกับต้องการให้รัสเซียถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo – เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งสหราชอาณาจักร (ซ้าย) พบกับผู้บัญชาการสูงสุดของนาโต เวสลีย์ คลาร์ก และพลโท เซอร์ ไมเคิล แจ็คสัน หัวหน้ากองกำลังรักษาสันติภาพโคโซโว (ขวา) ที่สนามบินปริสตินาก่อนจะสิ้นสุดการเยือนโคโซโวในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2542 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มาถึงโคโซโวเพื่อสังเกตการณ์โดยตรงในสถานที่ที่ถูกทำลายจากสงครามและเยี่ยมชมกองกำลังอังกฤษที่ร่วมภารกิจรักษาสันติภาพที่นำโดย NATOAFP PHOTO / HAZIR REKA (ภาพโดย POOL / AFP)

Myanmar to accept baht for border trade

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013433


Myanmar will start accepting the Thai baht for border trade transactions, the ministries of information and investment said on Tuesday.

Myanmar to accept baht for border trade

“By reducing dependence on the US dollar, we will mitigate the risk of sudden exchange rate swings due to external geopolitical factors,” the ministries said in a statement, adding the move would help reduce inflation caused by appreciation of the dollar.

The arrangements would also help support economic recovery, the statement said, adding that Myanmar should record “modest” gross domestic product growth in the fiscal year ending October 2022.

Myanmar’s military-controlled government has already said it would accept China’s renminbi as the official currency for trade settlements.

Reuters reported that Myanmar’s economy has slumped since the army overthrew an elected government a year ago and launched a bloody crackdown on opponents, with a struggle to impose order amid widespread civil unrest and armed resistance from pro-democracy militias and ethnic minority rebels.

On March 3, the Central Bank of Myanmar (CBM) announced it would allow the use of the baht and the Myanmar kyat for direct payment at the border in order to “facilitate bilateral trade, the flow of goods, payment and a settlement system and to promote the use of local currency according to the objectives of Asean financial integration”.

The CBM also said importers and exporters who carry out cross-border trade can open bank accounts at designated banks.

These banks must follow guidelines on the process of direct payment in baht/kyat during bilateral trade transactions.

The CBM had issued a similar notification on December 14 last year on the use of the Chinese yuan and the kyat for direct payment at their borders.

Myanmar is also looking to accept the Indian rupee for trade between the two countries.

Published : March 16, 2022

By : THE NATION

Anti-war protester in studio disrupts live Russian state TV news

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013415


An anti-war protester interrupted a live news bulletin on Russia’s state TV Channel One on March 14, holding up a sign behind the studio presenter and shouting slogans denouncing the war in Ukraine.

Anti-war protester in studio disrupts live Russian state TV news

The sign, in English and Russian, read: “NO WAR. Stop the war. Don’t believe the propaganda. They are lying to you here.” Another phrase, which looked like “Russians against war”, was partly obscured.

The extraordinary act of dissent took place on day 19 of the war which began when Russia invaded Ukraine on February 24 in what it calls a special military operation.

“Stop the war. No to war,” the woman protester could be heard shouting, as the news anchor continued to read from her teleprompter.

The protester could be seen and heard for several seconds before the channel switched to a different report to remove her from the screen.

State TV is the main source of news for many millions of Russians, and closely follows the Kremlin line that Russia was forced to act in Ukraine to demilitarise and “denazify” the country, and to defend Russian-speakers there against “genocide”. Ukraine and most of the world have condemned that as a false pretext for an invasion of a democratic country.

The woman was named by OVD-Info, an independent protest-monitoring group, and by the head of the Agora human rights group, as Marina Ovsyannikova, an employee of the channel.

Pavel Chikov, head of Agora, said she had been arrested and taken to a Moscow police station. Tass news agency said she may face charges under a law against discrediting the armed forces, citing a law enforcement source.

The law, passed on March 4, makes public actions aimed at discrediting Russia’s army illegal and bans the spread of fake news or the “public dissemination of deliberately false information about the use of the Armed Forces of the Russian Federation”. The offence carries a jail term of up to 15 years.

In a video recorded before the incident and posted online, a woman who appeared to be Ovsyannikova described herself as a Channel One employee and said she was ashamed to have worked for years spreading Kremlin propaganda. She said her father was Ukrainian, and her mother was Russian.

Published : March 15, 2022

By : Reuters

Senior Chinese diplomat elaborates on China’s position over Ukraine

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013407


Yang Jiechi, a member of the Political Bureau of the Communist Party of China (CPC) Central Committee, on Monday, elaborated on China’s position on the situation in Ukraine during his meeting with U.S. National Security Advisor Jake Sullivan in Rome, capital of Italy.

Senior Chinese diplomat elaborates on China's position over Ukraine

Yang, also director of the Office of the Foreign Affairs Commission of the CPC Central Committee, said that the Chinese side does not want to see that the situation in Ukraine has come to this point.

China always stands for respecting the sovereignty and territorial integrity of all countries, and abiding by the purposes and principles of the UN Charter, he said, adding that China is committed to promoting peace talks.

He called on the international community to jointly support the Russia-Ukraine peace talks so that substantive results can be achieved as soon as possible and to help de-escalate the situation as early as possible.

All parties should exercise maximum restraint, protect civilians and prevent a large-scale humanitarian crisis, Yang said, adding that China has provided emergency humanitarian assistance to Ukraine, and will carry on its efforts to this end.

Yang also said that it is important to straighten out the historical context of the Ukraine issue, get to the bottom of the problem’s origin, and respond to the legitimate concerns of all parties.

He called for taking a long-term view, actively advocating a vision of common, comprehensive, cooperative and sustainable security, encouraging relevant parties to conduct equal-footed dialogue, and setting up a balanced, effective and sustainable European security framework based on the principle of indivisible security in a bid to preserve peace in Europe and around the world.

Yang stressed that the Chinese side resolutely opposes any words and deeds that spread false information or distort and discredit China’s position.

Published : March 15, 2022

France’s Macron defends Russia sanctions, opponents warn of consequences

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013404


French President Emmanuel Macron defended on March 14 sanctions imposed on Russia by EU countries, during a special programme for which French channel TF1 invited all the major presidential election candidates.

France's Macron defends Russia sanctions, opponents warn of consequences

“What we are trying to do as Europeans is to try to put an end to this war, without going to war,” said Macron, who is running for re-election.

“So, sanctioning Russia so that it stops this offensive, helping Ukraine and specifically the Ukrainian people to live or survive, to defend itself, and isolating Russia internationally.”

Far-right candidate Marine Le Pen condemned the Russian invasion of its neighbour but warned of the effects of sanctions on the French.

“I do not want the French to commit suicide over sanctions decided by our leaders which do not take into account the daily lives of our countrymen,” said Le Pen, who currently polls second behind Macron.

“I do not want them to lose their jobs, I do not want their businesses to go bankrupt, I do not want them to be unable to heat their houses, to feed themselves or to take their car to go to work,” she added, in a reference to climbing energy prices that have had an increasingly damaging effect on the finances of French families.

On the opposite end of the political spectrum, far-left candidate Jean-Luc Melenchon defended the use of some sanctions but insisted that ‘price freezes’ would be necessary to relieve the French and that, ultimately, fossil fuels had to be abandoned.

Speaking on refugees, Macron said France had to “take our part” in the flow of Ukrainians arriving in Western Europe, citing the figure of welcoming at least 100,000.

The number of refugees fleeing Ukraine since Russia invaded on February 24 climbed to more than 2.8 million, United Nations data showed on Monday, in what has become Europe’s fastest-growing refugee crisis since World War Two.

Though all major presidential candidates were invited for the programme dubbed ‘France in the face of war,’ it was not a debate as the current president has refused to part in debates until the first round of the election, on April 10.

Published : March 15, 2022

By : Reuters