จีนจี้กรณียูเครน ต้องเลิกทำให้ตื่นตระหนก-ปั่นสงครามเกินจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676144

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 12:01 น.จีนจี้กรณียูเครน ต้องเลิกทำให้ตื่นตระหนก-ปั่นสงครามเกินจริง

รมว.กต.จีน เรียกร้องทุกฝ่าย มุ่งทำงานเพื่อสันติภาพในประเด็นยูเครน

ปักกิ่ง, 20 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อวันเสาร์ (19 ก.พ.) หวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายแบกรับความรับผิดชอบและพยายามมุ่งสู่สันติภาพในประเด็นยูเครน แทนที่จะเป็นการเพิ่มความตึงเครียด สร้างความตื่นตระหนก หรือกระทั่งย้ำถึงภัยสงครามมากเกินจริง

หวังอี้กล่าวคำปราศรัยข้างต้น ผ่านทางวิดีโอลิงก์ ขณะตอบคำถามเรื่องการขยายขอบเขตสู่ตะวันออกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) หรือ นาโต รวมถึงเรื่องความมั่นคงของยุโรป และประเด็นสถานการณ์ในยูเครน ระหว่างร่วมการประชุมความมั่นคงมิวนิก (MSC) ครั้งที่ 58 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี

สำหรับประเด็นการขยายอาณาเขตของนาโต หวังอี้ระบุว่ามิตรสหายชาวยุโรปควรไตร่ตรองอย่างจริงจัง ว่าการขยายตัวสู่ฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่องของนาโตนั้น จะเป็นการดีต่อการรักษาและสร้างสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในยุโรปหรือไม่

สำหรับประเด็นยูเครน หวังอี้กล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับสู่ข้อตกลงกรุงมินสก์ ฉบับที่ 2 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากข้อตกลงนี้มีผลผูกพันผ่านการเจรจาระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นทางออกเดียวในการแก้ปัญหายูเครน

หวังอี้เรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือกันอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงจัดทำแผนงานและกำหนดการสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงข้างต้น พร้อมเสริมว่ายูเครนควรจะเป็นสะพานเชื่อมการสื่อสารระหว่างตะวันออกกับตะวันตก มิใช่แนวรบเพื่อการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจ

ส่วนประเด็นความมั่นคงของยุโรป หวังอี้กล่าวว่าทุกฝ่ายสามารถหยิบยกข้อกังวลของตนเองขึ้นมากล่าวได้ และข้อกังวลด้านความมั่นคงอันชอบด้วยกฎหมายของรัสเซียนั้น ควรได้รับการเคารพและดำเนินการอย่างจริงจัง

“จีนหวังให้ทุกฝ่ายหาทางแก้ที่เอื้อต่อการพิทักษ์ความมั่นคงของยุโรปอย่างแท้จริง ผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือกัน” หวังอี้กล่าวเสริม

เนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

Photo by ISHARA S. KODIKARA / AFP

เรือรบจีนยิงเลเซอร์ไส่เครื่องบินสอดแนมออสเตรเลีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676141

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 11:26 น.เรือรบจีนยิงเลเซอร์ไส่เครื่องบินสอดแนมออสเตรเลีย

นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียกล่าวหาว่าจีน “กระทำการข่มขู่” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่าเรือของกองทัพเรือจีนลำหนึ่งส่องเลเซอร์ที่ “เครื่องบินทางทาร” ลำหนึ่งของออสเตรเลีย

เรือลำนี้เป็นหนึ่งในเรือของกองทัพเรือจีน 2 ลำที่แล่นผ่านน่านน้ำนอกชายฝั่งทางเหนือของออสเตรเลียเมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุเรือลำดังกล่าวยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินตรวจการณ์ในเหตุการณ์จน “มีโอกาสเสี่ยงต่อชีวิต”

“ผมมองไม่เห็นทางอื่นนอกจากการข่มขู่” นายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน กล่าว พร้อมเรียกการกระทำดังกล่าวว่า “ไม่ชอบธรรม” และฝ่ายออสเตรเลียก็ “ไม่ได้มีการยั่วยุ”

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างออสเตรเลียและจีนได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสันมีกรณีขัดแย้งกับจีนบ่อยครั้ง เพื่อสนับสนุนความร่วมมือกับสหรัฐในการต่อต้านจีน โดยในเดือนกันยายน 2021 สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักรได้ลงนามในสนธิสัญญาความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ หรือ AUKUS เพื่อช่วยกองทัพเรือออสเตรเลียในการจัดหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจีนได้โจมตีเป็นความพยายามที่จะบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ออสเตรเลียกับจีนยังขัดแย้งอยางหนักในเรื่องการค้า ความมั่นคง และเจ้าหน้าที่รัฐบาลออสเตรเลียยังคว่ำบาตรการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่ปักกิ่งด้วย

สำหรับกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลีย ปีเตอร์ ดัตตัน ก็กล่าวแสดงความกังวลโดยกล่าวว่าการกระทำของเรือจีนเป็น “การกระทำที่ก้าวร้าวมาก”

“ผมคิดว่ารัฐบาลจีนหวังว่าจะไม่มีใครพูดถึงการรังแกที่ก้าวร้าวเหล่านี้” ดัตตันบอกกับ Sky News ในวันอาทิตย์

ในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ กองทัพออสเตรเลียอ้างว่าเครื่องบินสอดแนม P-8A Poseidon ลำหนึ่ง “ตรวจพบเลเซอร์ที่ยิงมายังเครื่องบินขณะบินเหนือแนวเหนือของออสเตรเลีย”

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุในเว็บไซต์ว่า “P-8A Poseidon เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหน่วยข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวนทางทะเลของออสเตรเลียในอนาคต P-8A Poseidon ประจำการอยู่ที่ฐาน RAAF Base Edinburgh (เอดินบะระประมาณ 28 กม. ทางเหนือของแอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย) เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การลาดตระเวนทางทะเลและการตอบสนองในอนาคตของออสเตรเลีย”

กระทรวงกลาโหมระบุว่า เรือของจีนกำลังแล่นไปทางตะวันออกผ่านทะเลอาราฟูรา ทางเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งไม่ใช่น่านน้ำของออสเตรเลีย

รัฐบาลจีนไม่ตอบสนองต่อข้อกล่าวหาจากออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม จีนเคยเผชิญข้อกล่าวหาในการใช้เลเซอร์ทางการทหารกำหนดเป้าหมายไปยังเครื่องบินของออสเตรเลียโดยในปี 2019 เมื่อเฮลิคอปเตอร์ของกองกำลังป้องกันประเทศออสเตรเลียขณะบินผ่านทะเลจีนใต้

Photo by Handout / Australian Defence Force / AFP

เมื่อยอดติดเชื้อพุ่งพรวด แต่ประเทศเหล่านี้กลับเปิดพรมแดนเต็มที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676137

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 10:42 น.เมื่อยอดติดเชื้อพุ่งพรวด แต่ประเทศเหล่านี้กลับเปิดพรมแดนเต็มที่

การติดเชื้อกลับมาสู่ระดับพีคอีกครั้งจนเกือบจะแซงหน้าการติดเชื้อช่วงเดลตาระบาดหนัก แต่บางประเทศเลิกข้อจำกัดจนหมดสิ้น

สัปดาห์นี้ สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นประเทศล่าสุด ซึ่งตอนนี้มีเพียง 4 ประเทศเท่านั้นในโลก ที่จะยกเลิกข้อกำหนดในการเข้าประเทศทั้งหมด ในขณะที่ประธานาธิบดีของประเทศยอมรับว่าพวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19

ในเว็บไซต์รัฐบาลของ Federal Council ระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงกฎการเข้าประเทศดังนี้ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศจะถูกยกเลิก ไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน การฟื้นตัวจากการติดเชื้อ หรือการทดสอบเชิงลบ หรือกรอกแบบฟอร์มการเข้าประเทศอีกต่อไป” โดยสรุปก็คือ ผู้เดินทางไม่ต้องกักกันเมื่อเข้าประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นเพียงประเทศที่ 4 ในโลกที่ใช้มาตรการดังกล่าว ร่วมกับเม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ และนอร์เวย์ ซึ่งวงการท่องเที่ยวขานรับการตัดสินใจนี้เพราะเช่อว่าจะนำรายได้เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง

การยกเลิกของสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างน่าแปลกใจ หากจะลองดูตัวเลขการติดเชื้อที่ยังสูงมากที่ 36,101 คน ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ แม้ว่าจะลดลงตามลำดับจากช่วงพีควันที่ 31 มกราคม 89,462 ราย แต่การลดลงนี้ก็ยังต่างแบบหน้ามือเป็นหลังมือจากช่วงปีที่แล้วที่ตัวเลขน้อยมากในหลักร้อยคนหรือไม่กี่พันคน (หรือหลักหมื่นไม่กี่วัน) และบางช่วง เช่นในเดือนตุลาคมมีเพียง 0 รายก็ยังมีมาแล้ว

นี่คือการตัดสินใจของอีกหนึ่งประเทศที่จะ “อยู่ร่วมกับโควิด” แบบจริงๆ จังๆ อย่างที่ อิกนาซิโอ แคสซิส ประธานาธิบดีของประเทศกล่าวในงานแถลงข่าวที่กรุงเบิร์นว่า “สวิตเซอร์แลนด์กำลังก้าวไปสู่ความปกติอย่างมีนัยสำคัญและเด็ดขาด ไวรัสยังอยู่ เรากำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับไวรัส”

สาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องการอยู่ร่วมกับโควิดและตัดสินใจเปิดเประเทศแบบไร้เงื่อนไข อาจเป็นเพราะพบว่าอการการติดเชื้อไม่ได้เลวร้ายมากแล้ว โรงพยาบาลในสวิสมีอัตราการเข้าใช้ 81.9% ในสัปดาห์นี้ โดยะมีเพียงประมาณ 8% เท่านั้นที่เกิดจากโควิด-19 ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการโดยเฉลี่ย 7 วันลดลงเหลือ 250 ต่อประเชากร 100, 000 คนตามข้อมูลของรัฐบาล มากกว่า 70% ของประชากรสวิสได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส

นอร์เวย์มีเหตุผลคล้ายๆ กัน สัปดาห์ที่แล้ว นอร์เวย์กลายเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ในโลกที่เปลี่ยนข้อกำหนดในการเข้าประเทศกลับไปสู่สถานะก่อนเกิดโรคระบาด โดยเหลือเงื่อนไขการเข้าประเทศเพียงเล็กน้อย เช่น แนะนำให้ตรวจเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีอาการเท่านั้น

การประกาศเปิดประเทศเกิดขึ้นหลังจากนอร์เวย์ยกเลิกข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในท้องถิ่น เช่น การสวมหน้ากากในที่สาธารณะ ทั้งๆ ที่ตัวเลขการติดเชื้อยังคงสูง ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ มี 15,248 ราย จากหลักร้อยเกือบตลอดครึ่งปี 2021 และจากหลักพันในดือนธันวาคม 2021 แต่พุ่งขึ้นมาหลังเกิดโอมิครอน

นายกรัฐมนตรี โยนาส กาฮ์ร สโตร์ ของนอร์เวย์กล่าวว่า “เราสามารถผ่อนปรนมาตรการได้ เนื่องจากโอมิครอนไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงเท่ากับสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ แม้ว่าการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของผู้ป่วยในโรงพยาบาลยังน้อย เราได้รับการคุ้มครองอย่างดีด้วยวัคซีน”

ประเทศในยุโรปดูเหมือนจะมีเหตุให้มั่นใจกับการเปิดประเทศ เพราะเชื่อว่าโอมิครอนไม่ร้ายแรง อัตราการรักษาพยาบาลต่ำ และการฉีควัคซีนครอบคลุม แต่ใน 4 ประเทศที่เพิ่งเปิดประเทศเสรีนี้มีมียุโรปเพียง 2 ประเทศเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังคงมีท่าทีไม่มั่นใจแม้แต่การยุติมาตรการควบคุมโรคภายในประเทศตัวเอง

สำหรับเม็กซิโก ได้ยกเลิกข้อกำหนดในการเข้าประเทศของทั้งหมด ณ วันที่ 1 มกราคม 2022 ส่วนเอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกของโลกที่ยกเลิกข้อกำหนดในการเข้าประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2021

แต่เม็กซิโกไม่เหมือนกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก ที่ยังคงเปิดพรมแดนตลอดการระบาดใหญ่ จึงทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 2020 เพียงแต่ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2022 เม็กซิโกยังคงมีแบบสอบถามด้านสุขภาพสำหรับผู้ที่เดินทางมากับเที่ยวบินทั้งหมด รวมทั้งเที่ยวบินระหว่างประเทศและเที่ยวบินภายในประเทศ

แบบฟอร์มดังกล่าวจะถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น หากผู้โดยสารได้สัมผัสใกล้ชิดกับใครก็ตามที่มีผลตรวจเป็นบวกในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้าหรือไม่ แบบสอบถามยังจะถามผู้เดินทางว่ามีอาการไอ มีไข้ และมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หรือไม่ เมื่อนักเดินทางกรอกแบบฟอร์มดิจิทัลเสร็จแล้ว พวกเขาจะได้รับรหัส QR เพื่อสแกนที่สนามบิน จะช่วยให้ผู้โดยสารผ่านการรักษาความปลอดภัยได้อย่างอิสระ โดยไม่มีการนำตัวตรวจคัดกรองเพิ่มเติม แม้แต่ในกรณีนี้คำตอบในแบบสอบถามขัดแย้งกับมาตรการด้านสุขอนามัยของหน่วยงานที่กำกับดูแล

ตัวเลขการติดเชื้อของเม็กซิโกนั้นอยู่ในช่วงพีค ณ เดือนกุมภาพันธ์เหมือนประเทศส่วนใหญ่ในโลก จาก 0 เคสในเดือนธันวาคม มาเป็นหลัก 30,000 กว่าในช่วงต้นเดือนมกราคม และตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 ราย

Photo by Menahem KAHANA / AFP

German Chancellor Scholz calls for negotiated solution to Ukraine crisis

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40012545


Scholz said on Saturday that diplomatic channels are still the means to solve the Ukrainian problem but warned against “being naive.”

German Chancellor Scholz calls for negotiated solution to Ukraine crisis

MUNICH, Germany, Feb. 19 (Xinhua) — German Chancellor Olaf Scholz said on Saturday that diplomatic channels are still the means to solve the Ukrainian problem but warned against “being naive.”

He made the remarks in his first speech at the 58th Munich Security Conference (MSC), which will last through Monday.

The conflict in Ukraine shows no sign of easing, and “there is a danger of another war in Europe,” he said.

Ukraine’s membership in the North Atlantic Treaty Organization (NATO), which has been a major concern for Russia, is not on the agenda either now or shortly, he noted.

Regarding Germany’s decision not to supply weapons to Ukraine, Scholz said that his country had strict regulations on arms exports and that Berlin had provided financial support to Ukraine instead.

Scholz stressed the importance of the transatlantic partnership, noting that Germany will ensure compliance with Article 5 of the North Atlantic Treaty, the collective defence clause.

Russia has repeatedly urged NATO to halt its eastward expansion as the intergovernmental military alliance led by the United States has further enlarged even after the Cold War.

At a press conference held with Scholz in Moscow on Tuesday, Russian President Vladimir Putin said that postponing Ukraine’s possible accession to NATO will resolve nothing for Russia and that Moscow wants its security concerns to be addressed seriously. 

Published : February 20, 2022

Russia holds strategic deterrence exercise as tensions with Ukraine escalate

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40012544


The combat readiness of the troops and the reliability of the weapons were checked, the Kremlin said. Russia’s Aerospace Forces, the Southern Military District, the Strategic Missile Forces, the Northern and Black Sea Fleets were involved in the drills.

Russia holds strategic deterrence exercise as tensions with Ukraine escalate

MOSCOW, Feb. 19 — Under the leadership of President Vladimir Putin, Russia’s strategic deterrence forces conducted large-scale drills on Saturday as the Ukrainian crisis has flared up.

Putin watched the exercise from the situation centre at the Kremlin together with Belarusian President Alexander Lukashenko, the Kremlin said in a statement.

Russia’s Aerospace Forces, the Southern Military District, the Strategic Missile Forces, the Northern and Black Sea Fleets were involved in the drills, according to the statement.

The Aerospace Forces launched Kinzhal hypersonic missiles, while ships and submarines of the Northern and Black Sea Fleets fired Kalibr cruise missiles and Tsirkon hypersonic missiles against sea and ground targets.

An Iskander ground-based cruise missile was launched from a training ground in the Astrakhan region in southern Russia, and a Yars intercontinental ballistic missile was launched from northwest Russia’s Plesetsk cosmodrome against a target on the Kamchatka Peninsula.

Tu-95MS strategic bombers fired cruise missiles, while the Karelia strategic nuclear submarine of the Northern Fleet launched a Sineva ballistic missile from the Barents Sea towards the Kamchatka Peninsula.

The Kremlin said that the strategic deterrence exercise was “planned previously,” during which the combat readiness of the troops and the reliability of the weapons were checked.

All the tasks were completed in full and all the missiles hit the designated targets, it added.  

Xinhua

Published : February 20, 2022

Second medical team from China arrives in Hong Kong in fighting COVID-19 outbreak

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40012543


The second medical team from the mainland consists of 114 members, who will fully cooperate with the HKSAR government in fighting the latest COVID-19 outbreak.

Second medical team from China arrives in Hong Kong in fighting COVID-19 outbreak

HONG KONG, Feb. 19 (Xinhua) — The second team of mainland health experts and workers arrived in the Hong Kong Special Administrative Region (HKSAR) via the Shenzhen Bay Port on Saturday to work with the HKSAR government in fighting the latest COVID-19 outbreak.

The team is comprised of 114 members, including four critical care medical specialists, four administrative staff members, and 106 sampling workers.

The four critical care specialists will discuss with clinical medical experts in Hong Kong on the treatment of severe and critical COVID-19 cases, and share the treatment experience of COVID-19 patients in the mainland.

Also on Saturday, the construction of two community isolation and treatment facilities built with assistance from the mainland began at Penny’s Bay and Kai Tak Pier in Hong Kong, respectively.

Designed and constructed by China State Construction International Holdings Ltd., the two isolation facilities are expected to provide about 9,500 quarantine units when fully operational.

On behalf of the Hong Kong residents, HKSAR Chief Executive Carrie Lam expressed her heartfelt thanks to the central leadership for their great attention, care and full support to Hong Kong at the commencement ceremony held at Penny’s Bay quarantine site.

The HKSAR government would like to express its sincere gratitude to the China State Construction International for its professionalism and sense of responsibility in assisting Hong Kong in the fight against COVID-19, Lam said.

Published : February 20, 2022

ภาพดาวเทียมเผยกองทัพรัสเซียเคลื่อนไหวคึกคักทั่วชายแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676113

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 17:00 น.ภาพดาวเทียมเผยกองทัพรัสเซียเคลื่อนไหวคึกคักทั่วชายแดน

ภาพถ่ายดาวเทียมชุดใหม่เผยกองทัพรัสเซียกำลังเสริมทัพอย่างต่อเนื่องตามแนวชายแดนยูเครน

บริษัทแม็กซาร์ เทคโนโลยี (Maxar Technologies) เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมชุดล่าสุดที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาและถูกนำมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 เผยให้เห็นว่ารัสเซียระดมกำลังทหารทั่วชายแดนติดกับยูเครน โดยมีทั้งเต็นท์ทหาร รถทหาร เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินรบ หรือแม้แต่โรงพยาบาลสนามหนึ่งแห่ง บริเวณชายแดนด้านติดกับยูเครน

หลายฐานทัพของรัสเซียในเบลารุส แคว้นไครเมีย และในรัสเซียเองมีระยะห่างจากชายแดนยูเครนไม่ถึง 80 กิโลเมตร และฐานทัพที่ใกล้มากๆ นั้นใช้เวลาในการบินไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเบลารุส มีเฮลิคอปเตอร์ของรัสเซียอย่างน้อย 50 ลำ รถถัง ยานเกราะลำเลียงพล และอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ห่างจากพรมแดนยูเครนไม่ถึง 16 กิโลเมตร

ภาพถ่ายดาวเทียมภาพหนึ่งเผยให้เห็นยานรบกองกำลังทางบก (IFVs) หลายคันและอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ จอดอยู่ในฐานทัพในฟิลาทิฟกา ห่างจากชายแดนยูเครนราว 43 กิโลเมตร และที่ฐานทัพในโนโวเซอร์เนของแคว้นไครเมีย ราว 160 กิโลเมตรจากชายแดน

อีกภาพหนึ่งดูเหมือนจะเป็นภาพเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบ su25 ในมิลเยอโรวาของรัสเซียซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนราว 32 กิโลเมตร

ภาพถ่ายดาวเทียมของ Maxar ที่ถ่ายและเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เผยให้เห็นเต็นท์ทหารและโรงพยาบาลสนามหนึ่งแห่งในโนโวเซอร์เนของแคว้นไครเมีย Photo by Satellite image ?2022 Maxar Technologies / AFP
ภาพถ่ายดาวเทียมของ Maxar ที่ถ่ายและเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เผยให้เห็นการส่งเฮลิคอปเตอร์เข้ามาประจำการที่ทะเลสาบโดนุซลาฟ ใกล้กับโนโวเซอร์เนของแคว้นไครเมีย Photo by Satellite image ?2022 Maxar Technologies / AFP
ภาพถ่ายดาวเทียมของ Maxar ที่ถ่ายเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เผยให้เห็นเครื่องบินโจมตี Su-25 ที่ฐานทัพอากาศลูนิเนตส์ในประเทศเบลารุสซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตร Photo by Satellite image ?2022 Maxar Technologies / AFP
ภาพถ่ายดาวเทียมของ Maxar ที่ถ่ายเมื่อวันที่ 15 ก.พ. แสดงให้เห็นเฮลิคอปเตอร์จู่โจมหลายลำถูกส่งมาที่ฐานทัพในวาลูยคีของรัสเซีย ซึ่งห่างจากชายแดนด้านตะวันออกของยูเครนราว 27 กิโลเมตร Photo by Satellite image ?2022 Maxar Technologies / AFP

Photo by Satellite image ©2022 Maxar Technologies / AFP

เตือนคริปโตฯ เป็นภัยต่อเสถียรภาพการเงินโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676109

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 15:21 น.เตือนคริปโตฯ เป็นภัยต่อเสถียรภาพการเงินโลก

หน่วยงานระดับโลกเตือนตลาดคริปโตฯ ที่กำลังบูมอาจเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงทางการเงินหากไม่มีกฎควบคุม

คณะกรรมการกำกับดูแลเสถียรภาพทางการเงิน (FSB) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลภาคการเงินใน 24 ประเทศกังวลว่าขนาดและความเปราะบางทางโครงสร้างของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้น มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก

รายงานของ FSB ระบุว่า “แม้ว่าขอบเขตและลักษณะของการใช้สินทรัพย์คริปโตฯ จะแตกต่างกันบ้างตามแต่กฎหมาย แต่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประเมินนโยบายในการรับมือที่เป็นไปได้ในเวลาที่เหมาะสม”

“ธนาคารที่มีความสำคัญอย่างเป็นระบบและสถาบันการเงินอื่นๆ เต็มใจที่จะทำกิจกรรมและรับความเสี่ยงต่อสินทรัพย์คริปโตฯ มากขึ้น ความแพร่หลายของกลยุทธ์การลงทุนที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งรวมถึงอนุพันธ์และผลิตภัณฑ์ทางการลุงทุนอื่นๆ ที่อ้างอิงสินทรัพย์คริปโตฯ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน”

FSB มองว่า หากวิธีการเติบโตในปัจจุบันของขนาดและความเชื่อมโยงของสินทรัพย์คริปโตฯ กับสถาบันเหล่านี้ดำเนินต่อไป อาจมีแรงสะเทือนต่อความมั่นคงทางการเงินทั่วโลก

รายงานของ FSB ประเมินว่า มูลค่าตามราคาตลาดของสินทรัพย์คริปโตฯ เติบโต 3.5 เท่าในปี 2021 โดยมูลค่าขยับไปอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าของตลาดหุ้นทั่วโลกที่อยู่ที่ราว 120 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ทว่าเมื่อผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง ความผันผวนของตลาดคริปโตฯ อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงตามมาอีกหลายเหตุการณ์ โดย FSB เปรียบเทียบความเสี่ยงนี้กับวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2007-2008

FSB ระบุว่า หากสถาบันทางการเงินยังเข้ามาเกี่ยวข้องในตลาดสินทรัพย์คริปโตฯ ต่อไปก็อาจกระทบกับงบดุลและสภาพคล่องอย่างคาดไม่ถึง เช่นเดียวกับกรณีของวิกฤตซับไพรม์ของสหรัฐ ธุรกรรมเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะเล็กน้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากขาดความโปร่งใสและกฎระเบียบที่ครอบคลุม

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo/File Photo

อย่าเพิ่งวางใจ ญี่ปุ่นชี้ Omicron ล่องหนร้ายกาจกว่าเชื้อเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676101

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 13:03 น.อย่าเพิ่งวางใจ ญี่ปุ่นชี้ Omicron ล่องหนร้ายกาจกว่าเชื้อเดิม

วิจัยญี่ปุ่นพบโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 ร้ายกาจชนิดที่วัคซีนและยาเอาไม่อยู่

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียวของญี่ปุ่นพบว่า Covid-19 สายพันธุ์โอมิครอน BA.2 หรือที่ถูกเรียกว่าสายพันธุ์ล่องหน ไม่ได้แพร่เร็วอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดอาการรุนแรงกว่าโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม หรือ BA.1 รวมทั้งสายพันธุ์เดลตา ทั้งยังสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและยารักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

นักวิจัยพบว่าหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ BA.2 มีอาการป่วยรุนแรงและการทำงานของปอดแย่กว่าหนูที่ติดเชื้อสายพันธุ์ BA.1 เมื่อตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อจากปอดพบว่า ปอดของหนูที่ติดเชื้อสายพันธุ์ BA.2 เสียหายมากกว่า

นอกจากนี้ ยังพบว่าเชื้อสายพันธุ์ BA.2 แบ่งตัวเร็วกว่า BA.1 และยังปรับตัวทำให้เซลล์จับตัวเป็นกลุ่มได้ดีกว่า ทำให้เชื้อไวรัสสามารถสร้างกลุ่มเซลล์ขนาดใหญ่ซึ่งจะกลายเป็นโรงงานผลิตเชื้อไวรัสได้จำนวนมาก โดยเชื้อสายพันธุ์เดลตาก็สามารถสร้างกลุ่มเซลล์ขนาดใหญ่ได้ดีซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่มันสร้างความเสียหายให้ปอดได้มาก

การวิจัยซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังเอกสารวิชาการ bioRxiv ระบุว่า เชื้อสายพันธุ์ BA.2 สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการติด Covid-19 ทั้งยังสามารถหลบเลี่ยงการรักษาด้วยยาประเภทโมโนโคลนอลแอนติบอดีอย่างsotrovimab (โซโทรวิแมบ) ซึ่งเป็นยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอนในปัจจุบัน

เคอิ ซาโตะ นักวิจัยจากมหาวทิยาลัยโตเกียวที่ร่วมวิจัยเผยว่า ผลการวิจัยพิสูจน์ว่า BA.2 ไม่ควรถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน และต้องจับตาสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด เขายังแนะนำให้พัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อที่ตรวจจับ BA.2 โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ตรวจจับยาก

อย่างไรก็ดี สำนักข่าว CNN ระบุว่า จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หลักฐานเกี่ยวกับความรุนแรงของ BA.2 จากข้อมูลในสถานการณ์จริงยังไม่ตรงกัน โดยตัวเลขการเข้ารักษาในโรงพยาบาลยังลดลงอย่างต่อเนื่องในประเทศที่ BA.2 เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาด อาทิ แอฟริกาใต้และสหราชอาณาจักร ทว่าในเดนมาร์กการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

REUTERS/James Pomfret/File Photo

จับตาความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน เมื่อปูตินไปดูซ้อมรบ ผู้นำยูเครนไปพบพันธมิตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676094

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 11:20 น.จับตาความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน เมื่อปูตินไปดูซ้อมรบ ผู้นำยูเครนไปพบพันธมิตร

ปูตินจะไปดูการซ้อมรบนิวเคลียร์ที่พรมแดนยูเครน ส่วนผู้นำยูเครนจะบินไปยุโรปหารือกับพันธมิตรในวันเดียวกัน

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ความกังวลว่าจะเกิดสงครามกลับมาอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียจะไปดูการซ้อมรบครั้งใหญ่ตามแนวชายแดนยูเครนในวันเสาร์นี้ ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นไปอีกหลังจากสหรัฐเผยว่ารัสเซียมีแผนจะบุกยูเครนในอีกไม่กี่วันนี้ ขณะที่ประธานาธิบดีของยูเครนเตรียมบินไปยุโรปขอแรงสนับสนุนจากพันธมิตร

การยิงปืนใหญ่ในฝั่งตะวันออกของยูเครนและคำสั่งจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เมื่อวันศุกร์ยิ่งเป็นการโหมกระพือสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก แม้ว่ารัสเซียจะย้ำหลายครั้งว่าไม่มีแผนบุกยูเครนก็ตาม

ไบเดนเผยว่ารัสเซียจะบุกในอีกไม่กี่วันนี้ และปูตินตัดสินใจที่จะบุกแล้ว แต่ฝั่งสหรัฐยังไม่ปิดช่องทางการเจรจา

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน มีกำหนดบินไปเยอรมนีในวันเสาร์นี้เพื่อพบกับผู้นำชาติตะวันตก และอาจมีการพูดคุยกับ รองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส ของสหรัฐด้วย

ไบเดนแสดงความกังวลกับการเดินทางของผู้นำยูเครนโดยบอกว่า อาจไม่เป็นการฉลาดนักสำหรับผู้นำยูเครนที่จะออกจากประเทศในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด

สหรัฐระบุว่าด้วยกองกำลังรัสเซียถึง 149,000 นายกระจายอยู่ตามชายแดนยูเครน หรืออาจมากถึง 190,000 หากนับรวมกองกำลังกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังอยู่ด้วย การบุกจึงไม่อาจเลี่ยงได้

ขณะที่ฝั่งรัสเซียไม่เคยเปิดเผยตัวเลขของทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนยูเครน หรือทหารที่เข้าร่วมการซ้อมรบกับเพื่อนบ้านอย่างเบลารุสที่กำลังดำเนินอยู่นี้

ที่ยิ่งเพิ่มความกังวลไปอีกก็คือ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียเผยว่า ปูตินจะไปดูการซ้อมรบด้วยขีปนาวุธนิวเคลียร์ด้วยตัวเองในวันเสาร์นี้ซึ่งเป็นการกำหนดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าการปะทะกันระหว่างกองกำลังแบ่งแยกดินแดนกับยูเครน ซึ่งสหรัฐเตือนว่าอาจเป็นเหตุการณ์ลวงที่รัสเซียสร้างขึ้น อาจนำมาซึ่งการเผชิยหน้าทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโตเตือนว่า ขนาดของกองกำลังทหารรัสเซียที่รวมตัวกันมีมากเกินจำนวนที่จำเป็นสำหรับการซ้อมรบไปมาก และรัสเซียมีศักยภาพในการจู่โจมในทันที

ฝรั่งเศสและเยอรมนีเรียกร้องให้รัสเซียใช้อิทธิพลที่มีต่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตะวันออกของยูเครนให้อดทนอดกลั้นและลดระดับความรุนแรง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อรัสเซียว่าท่อส่งน้ำมันระเบิดในลูฮันสก์ทางตะวันออกของยูเครน

ทว่า แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดการหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียในวันพฤหัสบดี กล่าวหาว่ารัสเซียกำลังทำโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้เกิดข้ออ้างในการทำสงคราม

Photo by SERGEY DOLZHENKO and Alexander Zemlianichenko / AFP