U.S. CDCs isolation guidance confusing, counterproductive: doctors group

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010859


“Physicians are concerned that these recommendations put our patients at risk and could further overwhelm our health care system,” said a statement.

U.S. CDCs isolation guidance confusing, counterproductive: doctors group

 With Omicron cases surging across the United States, recent recommendations from the U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) seem quite confusing and risky, according to the American Medical Association (AMA).

In a statement released on Wednesday, Gerald Harmon, president of the association, reckoned that tens of thousands — potentially hundreds of thousands of people — could return to work and school infectious if they follow the CDC’s new guidance on ending isolation after five days without a negative test.

People wait for COVID-19 testing at the Times Square in New York, the United States, Dec. 13, 2021. (Xinhua/Wang Ying)People wait for COVID-19 testing at the Times Square in New York, the United States, Dec. 13, 2021. (Xinhua/Wang Ying)

Related Stories

“Physicians are concerned that these recommendations put our patients at risk and could further overwhelm our health care system,” said the statement.

Since reemerging without knowing one’s status would unnecessarily trigger further transmission of the virus, the AMA suggested that a negative test should be required for ending isolation after one tests positive.

In December, the CDC reduced the isolation period for people infected with COVID-19 to five days from 10, if asymptomatic, followed by five days of wearing a mask when around others. The guidance did not include a negative test to leave isolation or quarantine.

Published : January 08, 2022

By : Xinhua

เตือนไข้หวัดนกแพร่ระบาดจากสัตว์สู่มนุษย์ง่ายขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672513

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 16:00 น.เตือนไข้หวัดนกแพร่ระบาดจากสัตว์สู่มนุษย์ง่ายขึ้นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเตือนไข้หวัดนกที่กำลังระบาดอยู่เสี่ยงแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ง่ายขึ้น

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า องค์กรสุขภาพสัตว์โลก (OIE) เตือนว่า การระบาดของไข้หวัดนกในเอเชียและยุโรปเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนมากขึ้น เนื่องจากมีสายพันธุ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย

การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หรือไข้หวัดนก สร้างความกังวลให้รัฐบาลและอุตสาหกรรมสัตว์ปีกหลังจากการระบาดครั้งก่อนนำมาสู่การฆ่าสัตว์ปีกหลายสิบล้านตัว ทั้งยังมาพร้อมข้อจำกัดด้านการค้า

“ครั้งนี้สถานการณ์ยุ่งยากกว่าและมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากมีหลายสายพันธุ์เกิดขึ้นซึ่งทำให้ยากต่อการติดตาม” โมนีค เอลอยต์ ผู้อำนวยการ OIE เผยกับ Reuters

เอลอยต์กล่าวอีกว่า “ในที่สุดความเสี่ยงก็คือมันกลายพันธุ์หรือผสมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ซึ่งสามารถแพร่จากคนสู่คนซึ่งนำมาสู่มิติใหม่”

ข้อมูลของ OIE ระบุว่า ขณะนี้มี 15 ประเทศที่รายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ปีกระหว่างเดือน ต.ค. จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ H5N1 โดยอิตาลีเผชิญสถานการณ์รุนแรงที่สุดในยุโรป พบการกระบาดในฟาร์มสัตว์ปีก 285 แห่ง จนต้องกำจัดสัตว์ปีกเกือบ 4 ล้านตัว

ไข้หวัดนกมักแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาวจากการอพยพของนกป่า

สายพันธุ์ H5N1 เป็นเพียงไม่กี่สายพันธุ์ของไข้หวัดนกที่แพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ OIE ระบุว่าจนถึงขณะนี้มูผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้แล้วรวม 850 ราย โดยครึ่งหนึ่งเสียชีวิต

เมื่อปีที่แล้วพบชาวจีนหลายคนติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเชื้อเกิดการเปลี่ยนแปลงและแพร่จากสัตว์สู่คนได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ดี เอลอยต์เชื่อว่าหลายประเทศมีบทเรียนในการควบคุมการระบาด และย้ำว่าการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากเชื้อไข้หวัดนกมักจะแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเท่านั้น

ด้านสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) เผยเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก 1 รายทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ โดยผู้ป่วยสัมผัสใกล้ชิดกับนกที่ติดเชื้อ และไม่พบหลักฐานว่ามีผู้อื่นติดเชื้ออีก

“บุคคลดังกล่าวติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดมากๆ ตามปกติกับนกจำนวนมากที่ติดเชื้อ ซึ่งพวกเขาเลี้ยงไว้ในบ้านและรอบๆ บ้านเป็นเวลานาน” UKHSA ระบุ “ผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่เยี่ยมชมสถานที่ดังกล่าวถูกติดตามตัวพบแล้ว และไม่มีหลักฐานว่าผู้อื่นติดเชื้ออีก ขณะนี้ผู้ป่วยกำลังกักตัว ความเสี่ยงที่จะระบาดเป็นวงกว้างต่ำมาก”

Photo by JALAA MAREY / AFP

วิจัยอิสราเอลพบวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงลองโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672504

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 14:00 น.วิจัยอิสราเอลพบวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงลองโควิดนอกจากป้องกันอาการรุนแรงแล้ว วัคซีนยังช่วยลดความเสี่ยงภาวะ Long Covid หรืออาการที่หลงเหลืออยู่หลังหายป่วย Covid-19

ผลการวิจัยของทีมนักวิจัยจากอิสราเอลซึ่งตีพิมพ์ในเว็บไซต์คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ก่อนการตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ medRxiv พบว่า นอกจากวัคซีนป้องกัน Covid-19 จะช่วยลดอาการรุนแรงแล้ว การฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 โดสยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะ Long Covid หรืออาการหรือความผิดปกติที่ยังคงอยู่แม้ว่าจะหายจากการติดเชื้อแล้ว

ทีมวิจัยทำการเปรียบเทียบกลุ่มผู้ที่เคยติด Covid-19 ระหว่างวันที่ 15 มี.ค. 2020- 15 มิ.ย. 2021 ทั้งที่ฉีดและไม่ฉีดวัคซีนในการรายงานภาวะอาการระยะยาวด้วยตนเอง

ในจำนวนผู้ที่เคยติดเชื้อ 951 คน มี 637 คน (67%) ที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และในจำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว 340 คน (53%) ได้รับวัคซีน 1 โดส และ 294 คน (47%) ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว (2 โดสหรือมากกว่า)

อาการ Long Covid ที่พบได้บ่อยได้แก่ เหนื่อยล้า (22%), ปวดศีรษะ (20%), อ่อนเพลีย(13%) และปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (10%) หลังจากปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการติดตามและอาการเบื้องต้นแล้วพบว่า กลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว (2 โดสหรือมากกว่า) มีโอกาสน้อยกว่าบุคคลที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่จะพบอาการเหล่านี้ 64%, 54%, 57%, และ 68% ตามลำดับ

ความถี่ของอาการ Long Covid ที่รายงานบ่อยที่สุดตามสถานะการฉีดวัคซีน ที่มา: medRxiv

Photo by Ishara S. KODIKARA / AFP 

รัสเซียเอาจริง! เล็งส่งนักโทษใคร่เด็กใช้แรงงานหนักขั้วโลกเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672496

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 12:00 น.รัสเซียเอาจริง! เล็งส่งนักโทษใคร่เด็กใช้แรงงานหนักขั้วโลกเหนือนักโทษล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่ก่อคดีซ้ำจะถูกส่งตัวไปใช้แรงงานหนักที่คุกขั้วโลกเหนือ

DailyMail รายงานว่า วีเชสลาฟ โวโลดิน ประธานรัฐสภารัสเซียเผยว่า รัฐสภารัสเซียกำลังพิจารณาบังคับใช้กฎหมายใหม่ เพิ่มโทษผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่กลับมาก่อคดีซ้ำให้จำคุกตลอดชีวิตและส่งไปใช้แรงงานหนักที่เรือนจำในขั้วโลกเหนือ ซึ่งต้องทำงานในเหมืองที่ไซบีเรีย

การผลักดันกฎหมายใหม่นี้เกิดขึ้นหลังคดีสะเทือนขวัญเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อเด็กหญิงวัยเพียง 5 ขวบถูก เดนิส เกราซิมอฟ คนร้ายในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กวัย 44 ปีที่เพิ่งถูกปล่อยตัวเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และ วาดิม เบลยาคอฟ วัย 24 ปีแฟนหนุ่ม ลักพาตัวไปขณะเล่นอยู่ใกล้กับที่ทำงานของแม่ในเมืองคอสโตมา

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ขณะถูกพาตัวไปเด็กหญิงเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้สนใจ สุดท้ายเธอถูกพาตัวไปยังห้องพักของคนร้าย จากนั้นคนร้ายลงมือล่วงละเมิดทางเพศและกระหน่ำแทงจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่พบศพของเธอในกระเป๋าใบใหญ่ในห้องพักของคนร้ายซึ่งเตรียมนำไปทิ้ง โดยคนร้ายทั้งคู่ยอมสารภาพเนื่องจากจำนนด้วยหลักฐาน

โวโลดินซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เผยว่า โศกนาฏกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการเพิ่มโทษ คนที่ทำความผิดเช่นนี้ควรถูกจองจำตลอดชีวิตในสภาพที่โหดร้ายอย่างในขั้วโลกเหนือหรือในเหมือง

“คนพวกนี้สมควรถูกใช้แรงงานอย่างหนักจะได้จดจำอาชญากรรมที่ตัวเองทำไปทุกวันและสำนึกเสียใจ คนพวกนี้ไม่ควรถูกเรียกว่ามนุษย์” โวโลดินกล่าว

Photo by Natalia KOLESNIKOVA / AFP

ผู้นำคาซัคฯ สั่งยิงทิ้งผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672487

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 10:14 น.ผู้นำคาซัคฯ สั่งยิงทิ้งผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนก่อนปธน.คาซัคสถานไฟเขียวให้ทหารยิงผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดี ฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ของคาซัคสถานออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์โดยสั่งให้กองทัพยิงสังหารผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า และขู่ว่าคนที่ไม่ยอมจำนนจะถูกบดขยี้

“ผู้ก่อการร้ายยังคงทำลายทรัพย์สิน…และใช้อาวุธกับประชาชน ผมได้มอบอำนาจให้ผู้บังคับใช้กฎหมายยิงสังหารได้โดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า” โตกาเยฟกล่าว

ผู้นำคาซัคสถานยังปฏิเสธที่จะเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วง โดยเรียกกลุ่มผู้ประท้วงเหล่านี้ว่าอาชญากร ฆาตกร และโจร

นอกจากนี้ โตกาเยฟยังกล่าวขอบคุณประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หลังจากที่ส่งกองทัพเข้ามาช่วยปราบปรามเหตุไม่สงบ

ทั้งนี้ การประท้วงในคาซัคสถานเริ่มจากความโกรธเกรี้ยวที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นก่อนจะบานปลายกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลท่ามกลางความไม่พอใจที่คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำลงและการคอร์รัปชั่น

ประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวกันบนท้องถนนและบุกยึดและจุดไฟเผาทำเนียบรัฐบาล ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยคาซัคสถานเมื่อวันศุกร์ (7 ม.ค.) ระบุว่า ผู้ประท้วงอย่างน้อย 26 รายเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่

ทว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากคลิปวิดีโอที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่ากองทัพยิงอาวุธอัตโนมัติในเมืองอัลมาตีซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดของประเทศ

Photo by Alexander PLATONOV / AFPTV / AFP

ทำไมโลกต้องสะเทือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคาซัคสถาน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672451

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 16:02 น.ทำไมโลกต้องสะเทือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคาซัคสถาน?สรุปสถานการณ์ในคาซัคสถานที่ไม่ใช่แค่ปัญหาภายใน แต่อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งข้ามประเทศและส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

ณ วันที่ 7 มกราคม 2022 ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากการลุกฮือในคาซัคสถานทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบจากผู้ผลิต OPEC+ อาจหยุดชะงักได้ ในเวลาเดียวกันผลผลิตในลิเบียลดลง

หลุยส์ ดิกสัน นักวิเคราะห์ของ Rystad Energy ระบุในอีเมลว่า “ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่วนใหญ่สะท้อนถึงความกระวนกระวายใจของตลาด เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรงขึ้นในคาซัคสถาน และสถานการณ์ทางการเมืองในลิเบียยังคงแย่ลงเรื่อยๆ และกีดกันการผลิตน้ำมัน”

มันไม่ใช่แค่ตลาดน้ำมันเท่านั้นที่สั่นสะเทือนเพราะคาซัคสถาน การที่คาซัคสถานเป็นแหล่งขุดคริปโตที่มาแรง เมื่อเกิดประท้วงรุนแรงขึ้นพร้อมกับการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นระยะทำให้การขุดคริปโตมีปัญหา เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ณ วันที่ 7 มกราคม

The New York Times รายงานว่า การสร้างหรือการขุด Bitcoin และคริปโตอื่น ๆ เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานมาก ก่อนหน้านี้นักขุดแแห่กันไปพึ่งจีนซึ่งมีพลังงานราคาถูก หลังจากที่ทางการจีนปราบปรามการขุดคริปโตปเมื่อปีที่แล้ว นักขุดถูกบังคับให้มองหาพลังงานราคาถูกที่อื่น คาซัคสถานที่อุดมด้วยถ่านหินกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม

คำถามในตอนนี้ก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับคาซักสถาน?

1. คาซัคสถานมีหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุดในเอเชียกลาง โดยการผลิตน้ำมันช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในสัดส่วนที่มาก และในตอนนี้ยังเป็นแหล่งขุดคริปโตที่กำลังมาแรงแห่งหนึ่งของโลก แต่เป็นประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นที่รุนแรงมาก เงินรายได้จากน้ำมันถูกบริหารอย่างมีลับลมคมในโดยผู้มีอำนาจในประเทศ

2. เมืองจานาโอเซน (Zhanaozen) ซึ่งเป็นเมืองที่ผลิตน้ำมันในเขตมังกีทาอู มีประวัติการหยุดงานประท้วงและการประท้วงด้านแรงงาน ในปี 2011 เกิดการจลาจลขึ้นในเมืองท่ามกลางวันครบรอบ 20 ปีของวันประกาศอิสรภาพ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 รายและบาดเจ็บ 100 รายตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ

ผู้ประท้วงเข้าร่วมการชุมนุมในอัลมาตีเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 หลังจากขึ้นราคาพลังงาน – ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและระเบิดช็อตเพื่อสลายการเดินขบวนหลายพันคนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองอัลมาตี เมืองที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน หลังจากการประท้วงที่เริ่มต้นจากราคาน้ำมันที่คุกคามจนควบคุมไม่ได้ (Photo by Ruslan PRYANIKOV / AFP)

3. คราวนี้การประท้วงเริ่มในเช้าวันที่ 2 มกราคม 2022 ผู้อยู่อาศัยในเมืองเมืองจานาโอเซนได้ปิดกั้นถนนเพื่อประท้วงการขึ้นราคาน้ำมัน ในวันถัดมาผู้ชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้น ผู้บริหารท้องถิ่นไม่สามารถทำให้ฝูงชนพอใจได้ จนต้องพากันหลบหนีจากฝูงชนที่เกรี้ยวกราด

4. ในวันเดียวกันนั้น การประท้วงลุกลามไปยังเมืองอื่นๆ มีรายงานการจับกุมประชาชนในเมืองนูร์-สุลต่าน, อักโทเบ และอัลมาตี ที่ซึ่งจัตุรัสรีพับลิกและจัตุรัสอัสตานาต้องถูกปิดลง ในเมืองอื่นๆ มีการสั่งให้เพิ่มกำลังตำรวจในที่สาธารณะ แต่ไม่สามารถขัดขวางพลังประชาชนทั่วประเทศได้ ต่างพากันเรียกร้องให้ลดค่าน้ำมันและรัฐบาลลาออก

5. เมื่อวันที่ 4 มกราคม ผู้คนประมาณ 1,000 คนรวมตัวกันเพื่อประท้วงที่ใจกลางอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ตำรวจใช้ระเบิดแฟลชและแก๊สน้ำตาสลายผู้ประท้วง ประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตมันกีสตาอูและอัลมาตี ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 01:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึงวันที่ 19 มกราคม 00:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพนี้แสดงให้เห็นผู้ประท้วงใกล้กับอาคารบริหารระหว่างการชุมนุมเพื่อขึ้นราคาพลังงานในอัลมาตีเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565 – ผู้ประท้วงบุกโจมตีสำนักงานนายกเทศมนตรีในเมืองอัลมาตีที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถานเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565 เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศแถบเอเชียกลาง หมุนออกจากการควบคุม (Photo by AFP)

6. วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ กล่าวว่าข้อเรียกร้องที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดของผู้ประท้วงจะได้รับการพิจารณา และหลังจากพบปะกับผู้ประท้วง คณะกรรมาธิการพิเศษ ตกลงที่จะลดราคา LPG เป็น 50 เทนเก (ราว 0.11 ดอลลาร์) ต่อลิตร แต่การประท้วงก็ยังไม่ซาลงแถมยังลามไปยังเมืองอื่น

7. เมื่อวันที่ 5 มกราคม ประธานาธิบดีโตกาเยฟยอมรับการลาออกของรัฐบาล ในวันเดียวกัน นักข่าวของรอยเตอร์รายงานผู้ประท้วงหลายพันคนมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองอัลมาตี หลังจากกองกำลังความมั่นคงไม่สามารถสลายผู้ชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาและระเบิดแฟลช

8. ในอัลมาตี สำนักงานของนายกเทศมนตรีเมืองถูกโจมตีและถูกวางเพลิง สถานที่เก็บอาวุธขนาดเล็กถูกยึดโดยผู้ประท้วง การประท้วงที่สนามบินนานาชาติอัลมาตีส่งผลให้เที่ยวบินถูกยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทาง และมีรายงานของรัฐบาลว่าผู้ประท้วงยึดเครื่องบิน 5 ลำ ผู้ประท้วงยังโจมตีบ้านของประธานาธิบดีโตกาเยฟด้วยปืนไรเฟิลและระเบิดมือ ซึ่งทำให้บ้านถูกทำลายบางส่วน

9. ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 5 มกราคม ประธานาธิบดีโตกาเยฟประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศจนถึงวันที่ 19 มกราคม ซึ่งจะรวมถึงเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 23:00 ถึง 07:00 น. การจำกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราว และการห้ามการชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ ประธานาธิบดีขู่ว่าจะปราบปรามผู้ประท้วง โดยระบุว่า “ผมวางแผนที่จะดำเนินการอย่างสุดกำลัง” และกล่าวว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ

ภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565 จากวิดีโอ AFPTV ที่จัดทำเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565 แสดงให้เห็นว่าผู้ประท้วงปะทะกับกองกำลังความมั่นคงของคาซัคสถานระหว่างการประท้วงในเมืองอัลมาตีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ (Photo by Alexander PLATONOV / AFPTV / AFP)

10. วันที่ 6 มกราคม ผู้ประท้วงหลายสิบคนและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 12 คนเสียชีวิต ที่อัลมาตีอาคารรัฐบาลบุกโจมตีหรือจุดไฟเผาและการปล้นสะดมอย่างกว้างขวาง กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้ถูกจับกุม 2,298 รายในระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบ ขณะที่โฆษกตำรวจ ซัลตานาต อาซีร์เบก บอกกับช่องข่าวของรัฐ Khabar 24 ว่า “ผู้โจมตีหลายสิบคนถูกสังหาร”

11. พลร่มรัสเซีย 3,000 นายมาถึงคาซัคสถานในเช้าวันที่ 6 มกราคม หลังจากที่ประธานาธิบดีโตกาเยฟร้องขออย่างเป็นทางการเพื่อขอความช่วยเหลือต่อองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม ประเทศร่วมภูมิภาค คือ อาร์เมเนีย เบลารุส คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน ก็ส่งทหารเข้าประเทศเช่นกัน

12. วันที่ 7 มกราคม สำนักข่าวอินเทอร์แฟกซ์อ้างคำพูดของกระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าหน่วยทหารรัสเซียกำลังบินเข้าสู่คาซัคสถาน “ตลอดเวลา” และควบคุมสนามบินของเมืองอัลมาตีที่ใหญ่ที่สุดร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของคาซัคสถาน

เอกสารแจกนี้ถ่ายและเผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564 แสดงให้เห็นว่าพลร่มชาวรัสเซียกำลังขึ้นเครื่องบินขนส่งสินค้าทางทหารเพื่อออกเดินทางไปยังคาซัคสถานในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพที่สนามบินชคาลอฟสกี นอกกรุงมอสโก (Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP)

13. สหรัฐเตือนกองกำลังรัสเซียที่ประจำการในคาซัคสถาน ไม่ให้เข้าควบคุมคาซัคสถาน โดยกล่าวว่าโลกจะจับตาดูการละเมิดสิทธิ เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สหรัฐ, และบอกตามตรง รวมถึงโลกด้วย จะจับตาดูการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ เราจะจับตาดูการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการยึดสถาบันคาซัค”

14. ประธานาธิบดีคาซัคสถานสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดฉากยิงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าในกรณีที่เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก และเสริมว่าผู้ที่ล้มเหลวในการมอบตัวจะ “ถูกทำลาย” และกล่าวว่าระเบียบส่วนใหญ่ได้รับการฟื้นฟูในประเทศหลังจากเกิดความรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนมาหลายวัน ด้านกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่ากองกำลังรักษาความมั่นคงได้เข้ายึดพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ “ภายใต้การคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น” และ “อาชญากรติดอาวุธ” 26 คนเสียชีวิตและบาดเจ็บ 18 คนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ

15. อย่างไรก็ตาม มุคตาร์ อับเลียซอฟ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคาซัคสถานและผู้นำฝ่ายต่อต้านเผด็จการที่ปักหลักในฝรั่งเศสกล่าวว่า ระบอบการปกครองที่ปกครองคาซัคสถานตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตกำลังใกล้จะสิ้นสุดในการปฏิวัติประชาชน เมื่อผู้คนรวมตัวกันเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงความโกรธแค้นต่อรัฐบาล และยังได้กล่าวถึงการแทรกแซงทางทหารที่นำโดยรัสเซียว่าเป็น “การยึดครอง” และกระตุ้นให้ชาวคาซัคลุกขึ้นยืนหยัดต่อสู้กับกองกำลังต่างชาติ

Photo by Abduaziz MADYAROV / AFP

Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672449

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 15:23 น.Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนร่วงลงมากถึง 5% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน แต่เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดเปHนประวัติการณ์ลดลงถึง 40%

สำนักข่าวรอยเตอร์ Bitcoin ร่วงลงมากถึง 5% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน โดยร่วงลงต่ำกว่า 41,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางการกระแสขายคริปโตในวงกว้าง

Bitcoin ร่วงลง 3.7% หลังจากแตะ 40,938 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูญเสียไปกว่า 40% นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของมันนับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ 

พลังประมวลผลทั่วโลกของเครือข่าย Bitcoin  ลดลงอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้ หลังจากการปิดอินเทอร์เน็ตของคาซัคสถานเนื่องจากการจลาจลกระทบอุตสาหกรรมการขุดคริปโตเคอร์เรนซี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศ

Bitcoin ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันหลังจากรายงานผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ดูเหมือนว่าจะโน้มเอียงไปสู่การดำเนินการตามนโยบายเชิงรุกมากขึ้น ส่งผลให้บั่นทอนความสนใจของนักลงทุนต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมาก

Matthew Dibb ซีโอโอของ Stack Funds แพลตฟอร์มคริปโตของสิงคโปร์กล่าวว่า “เราเห็นบรรยากาศการขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในวงกว้างในทุกตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับแนวหน้าของความคิดของนักเก็งกำไร”

“สภาพคล่องใน BTC ค่อนข้างบางทั้งสองฝ่าย และมีความเสี่ยงที่จะกลับมาอยู่ในช่วง 30,000 กลางๆ ในระยะสั้น”

Ether ซึ่งเป็นโทเค็นที่ใหญ่เป็นอันดับสองตามมูลค่าราคาตลาด ลดลงมากถึง 8.6% ที่ $3,114 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.

Photo by KAREN BLEIER / AFP

จีนพบห้องโถงหลุมศพ ซุกภาพวาด ‘สุริยัน-จันทรา’ ยุคราชวงศ์หมิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672434

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 13:26 น.จีนพบห้องโถงหลุมศพ ซุกภาพวาด ‘สุริยัน-จันทรา’ ยุคราชวงศ์หมิงคณะนักโบราณคดีในมณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน ค้นพบห้องโถงหลุมศพก่ออิฐจากยุคราชวงศ์หมิง (ปี 1368-1644) จำนวน 3 แห่ง ซึ่งมีภาพวาดฝาผนังอยู่ข้างใน

สถาบันโบราณคดีมณฑลซานซีระบุว่ากลุ่มหลุมศพนี้ตั้งอยู่ที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ โดยมีการเริ่มขุดสำรวจพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของงานก่อสร้างถนนสายใหม่

โครงสร้างหลุมศพและวัตถุที่ขุดพบบ่งชี้ว่าทั้งหมดอาจเป็นหลุมศพประจำตระกูลของผู้คนในยุคต้นราชวงศ์หมิง โดยหลังคาของห้องโถงหลุมศพแห่งหนึ่งพังทลาย และเหลือภาพวาดฝาผนังให้เห็นเพียงน้อยนิด

ทว่าภาพวาดฝาผนังในห้องโถงหลุมศพอีกสองแห่งยังอยู่ในสภาพดีและมีรูปแบบเดียวกัน โดยมีภาพวาดดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และองค์ประกอบอื่นๆ ตามตำนานจีน

นอกจากนั้นคณะนักโบราณคดียังค้นพบสิ่งปลูกสร้างสำหรับพิธีการ รวมถึงวัตถุโบราณ 18 ชิ้น อาทิ เหรียญทองแดง กระจกทองแดง และเซรามิก

เจิ้งหยวน รองผู้อำนวยการสถาบันฯ เผยว่าการค้นพบหลุมศพประจำตระกูลนี้มอบข้อมูลและวัตถุดิบสำคัญ สำหรับการศึกษาพิธีฝังศพในยุคสมัยดังกล่าว และสถาปัตยกรรมโบราณ

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ

โควิดจะไม่หยุดกลายพันธุ์ จนกว่าทั้งโลกจะได้รับวัคซีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672403

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 12:00 น.โควิดจะไม่หยุดกลายพันธุ์ จนกว่าทั้งโลกจะได้รับวัคซีนผู้เชี่ยวชาญเตือนโควิดสายพันธุ์ใหม่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ และอาจอันตรายกว่าเดิม หากคนทั้งโลกยังไม่ได้รับวัคซีน

ดร.แอนดริว ฟรีดแมน จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์กล่าวกับ CNBC ว่าโลกมีแนวโน้มที่จะเกิดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังมีคนไม่ได้รับวัคซีน พร้อมเตือนว่าเราอาจกำลังตกอยู่ในอันตรายจากสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และบางสายพันธุ์อาจรุนแรงกว่าโอมิครอน

ฟรีดแมนตั้งข้อสังเกตว่าไวรัสกลายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น แต่ก็ไม่เสมอไป “มันอาจเป็นไปได้ว่าสายพันธุ์ใหม่ในอนาคตจะมีศักยภาพในการแพร่เชื้อมากขึ้น หรือรุนแรงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างแน่ชัด”

จนถึงปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วราว 9,280 ล้านโดสทั่วโลกโดย 58.6% ของประชากรโลกได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ตามข้อมูลของ Our World in Data

ปัจจุบันประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วในประเทศร่ำรวย โดยส่วนใหญ่เป็นชาติตะวันตก อาทิ ประเทศในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศเหล่านี้มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรอายุน้อยแล้วด้วย

ในทางกลับกันประเทศที่มีรายได้ต่ำมีประชากรเพียง 8.5% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส

นับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตัววัคซีนองค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยบริจาควัคซีนส่วนเกินให้แก่โครงการ COVAX เพื่อให้ทุกประเทศได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างเท่าเทียม โดยเน้นย้ำเสมอว่า “จะไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย” “การระบาดจะไม่สิ้นสุดจนกว่าทุกคนจะได้รับวัคซีน”

อย่างที่เราได้เห็นกันแล้วว่านับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศจีนเมื่อปลายปี 209 ไวรัสก็ยังคงพัฒนาและกลายพันธุ์มาตลอด และการกลายพันธุ์บางครั้งก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไวรัสมีศักยภาพในการแพร่ระบาดมากขึ้นกว่าเดิม

Photo by YONHAP / AFP

จีนทำสำเร็จ ฝ่าด่านความเร็วเทคโนโลยี 6G

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672433

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 10:22 น.จีนทำสำเร็จ ฝ่าด่านความเร็วเทคโนโลยี 6Gขณะที่สหรัฐและพันธมิตรจะจับมือกันเพื่อร่วมพัฒนา 6G จีนเดินหน้าไม่หยุดจนสร้างมาตรฐานใหม่ได้

ห้องปฏิบัติการไฮเทค Purple Mountain Laboratories ในหนานจิง เมืองหลวงของมณฑลเจียงซู ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารไร้สายแบบเรียลไทม์ที่ความเร็ว 100/200Gbps (กิกะบิตต่อวินาที) ที่มุ่งไปสู่ระดับ 6G โดยมีอัตราการส่งข้อมูลสูงกว่า 10-20 เท่าของเครือข่าย 5G

ทั้งนี้ เครือข่าย 5G ใช้คลื่นความถี่ในช่วง 24 GHz ถึง 100 GHz หรือที่เรียกว่า mmWave

Global Times รายงานว่า ความสำเร็จครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนแผนวิจัยและพัฒนาหลักระดับประเทศสำหรับการมุ่งไปสู่เทคโนโลยี 6G ทำให้ระบบทดลองการสื่อสารไร้สายแบบเรียลไทม์ขนาด 360-430GHz เทอร์เฮิร์ตซ์100/200Gbps ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งนำไปสู่การส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่เร็วที่สุดสำหรับการสื่อสารไร้สายแบบเรียลไทม์เทอร์เฮิร์ตซ์ เท่าที่มีการรายงานกันมาต่อสาธารณชน

Purple Mountain Laboratories กล่าวว่า ความสำเร็จนี้มีโอกาสนำไปปรับใช้ในวงกว้าง โดยสามารถรวมเข้ากับเครือข่ายใยแก้วนำแสงที่มีอยู่เพื่อสร้างการเข้าถึงไร้สายความเร็วสูงพิเศษทั้งกลางแจ้งและในร่ม 100 ~ 1000Gbps สามารถลดต้นทุนและการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งกับดาวเทียม โดรน และแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ ซึ่งใช้ในสถานการณ์การสื่อสารไร้สายความเร็วสูงระหว่างกลุ่มดาวเทียม ระหว่างท้องฟ้ากับโลก และระหว่างดาวเทียม ในระยะกว่าพันกิโลเมตรเพื่อให้เกิดการสื่อสารแบบบูรณาการของอากาศ อวกาศ โลก และทะเล

Global Times ระบุว่าย่านความถี่เทราเฮิร์ตซ์ตั้งแต่ 300GHz ถึง 3THz จะเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดของระบบ 5G ที่มีอยู่ ซึ่งสามารถให้บริการการสื่อสารแบบโฮโลแกรม 6G ในอนาคต รวมถึงเมตาเวิร์ส และแอปพลิเคชันใหม่อื่นๆ

REUTERS/George Frey/File Photo