ภัยของโอมิครอน มันทำให้โรงพยาบาลล้นจนรักษาไม่ทัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671302

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 17:41 น.ภัยของโอมิครอน มันทำให้โรงพยาบาลล้นจนรักษาไม่ทันถึงแม้ว่าอาการ (เบื้องต้น) จะไม่รุนแรง แต่มันมีความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ นั่นคือทำให้ระบบสาธารณสุขแบกรับไม่ไหว

1. เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาระยะหนึ่งแล้วว่าถึงแม้โอมิครอนจะมีอาการไม่หนัก แต่มันจะทำให้โรงพยาบาลแบกรับผู้ป่วยไม่ไหว และประเด็นนี้ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องรีบขยับตัว เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนเตรียมส่งทหาร 1,000 นายไปช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมกับแจกอุปกรณ์ตรวจเชื้อด่วน 500 ล้านชิ้นให้ประชาชน คาดว่าก็เพื่อให้ประชาชนรู้อาการตัวเองโดยไม่ต้องมาโรงพยาบาลให้ภาระของระบบสาธารณสุขหนักอึ้งเข้าไปอีก

2. ที่ฝรั่งเศส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเผยผลจากโมเดลการวิเคราะห์คาดว่าผู้ติดเชื้อโอมิครอนในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ของการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดในอีกไม่นาน และคาดว่าผู้ติดเชื้อรายวันจะสูงถึง 100,000 รายต่อวัน (จากในขณะนี้ที่ 70,000 รายต่อวัน) เบื้องต้น ฝรั่งเศสจะไม่ประกาศมาตรการควบคุมการระบาด (แต่ในอนาคตไม่แน่) เพราะจะเน้นไปที่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าโรงพยาบาลเริ่มจะอาการหนักเพราะผู้ป่วย ICU ถึงระดับ 3,000 คนต่อวัน

3. ข้ามมาที่ฝั่งเอเชีย เกาหลีใต้ที่กำลังเผชิญกับคลื่นการระบาดที่หนักขึ้นมาอีก มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีคิมบูคย็อมจะเพิ่มเตียงอีก 10,000 เตียงในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการปานกลางถึงอาการหนักในช่วงกลางเดือนข้างหน้า และโรงพยาบาลบางแห่งจะมีการย้ายผู้ป่วยอื่นเพื่อเปลี่ยนมามารองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ประธานาธิบดีมูน แจอิน เรียกร้องให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 และให้รัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่โอมิครอนเป็นเชื้อหลักในประเทศ

4. รายงานจาก Sky News ของสหราชอาณาจักรตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการติดเชื้อในสหราชอาณาจักพุ่งขึ้นสูงมากหลังจากพบโอมิครอนครั้งแรก เช่นเดียวกับอัตราการเข้ารับการักษาในโรงพยาบาล แต่กราฟของอัตราเข้าโรงพยาบาลยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอัตราการติดเชื้อ แสดงว่าโอมิครินอาจจะมีอาการไม่รุนแรง และระบบสาธารณสุขอันจะไม่ล้น แต่รายงานเตือนว่าจะสรุปง่ายๆ แบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ผู้สูงสัยจะมีอาการหนักเพราะโอมิครอนจะทำให้อัตราเข้ารับการรักษาสูงขึ้นมาอีก

5. บทวิเคราะห์ของ Guardian ชี้ว่า การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรรอหลักฐาน “ที่ชัดเจนแบบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้” เกี่ยวกับโอมิครอน ถือเป็นการเดิมพันที่สูงเกินไป เพราะระบบสาธารณสุขเสี่ยงที่จะล้น บทวิเคราะห์ชี้ว่า “กรณีเคสโอมิครอนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเร็วกว่าทุกๆ 48 ชั่วโมงซึ่งหมายความว่าจำนวนบุคคลที่จะมีอาการร้ายแรงก็เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณด้วย” และ “โรงพยาบาลในลอนดอนรายงานว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น แต่ 10 วันนับจากนี้ มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของโอมิครอนเนื่องจากมีการติดเชื้อจำนวนมาก”

6. เยอรมนีก็มีความกังวลคล้ายๆ กัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชาวเยอรมันกล่าวเมื่อวันพุธว่ามาตรการควบคุมใหม่อาจไม่มากพอที่จะสกัดโอมิครอนเอาไว้ได้ ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของประเทศกล่าวว่ายังมีโอกาสที่จะออกกฎการล็อคทั้งหมดหากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน สถาบัน Robert Koch Institute (RKI) สำหรับโรคติดเชื้อได้แนะนำให้ใช้ “ข้อจำกัดการสัมผัสสูงสุด” และ “มาตรการป้องกันการติดเชื้อสูงสุด” โดยให้ประกาศใช้ในทันที

7. เจอรัลด์ กาสส์ ประธานสหพันธ์โรงพยาบาลแห่งเยอรมนี (DKG) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า โรงพยาบาลต่างๆ ได้รับความกดดันจากการระบาดระลอกที่สี่ และจะถูกผลักดันให้ถึงขีดจำกัด หากโอมิครอนกระตุ้นคลื่นที่ 5 ที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เขากล่าวว่า “ในสหราชอาณาจักรและเดนมาร์ก เราเห็นว่าตัวเลขการติดเชื้อที่สูงยังหมายความว่ามีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องลาป่วยเนื่องจากตัวเองติดเชื้อ”

Jack Dorsey ลั่นสักวัน Bitcoin จะแทนที่เงินดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671279

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 15:10 น.Jack Dorsey ลั่นสักวัน Bitcoin จะแทนที่เงินดอลลาร์เมื่อ Cardi B ถามว่าคริปโตจะมาแทนที่ดอลลาร์หรือไม่? นี่คือคำตอบของผู้ก่อตั้ง Twitter

เมื่อแรปเปอร์สาว Cardi B จู่ๆ ก็สนใจคริปโตเคอร์เรนซี่ขึ้นมา เธอทวีตคำถามว่า “คุณคิดว่าคริปจะมาแทนที่ดอลลาร์หรือไม่?” แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ก่อตั้ง Twitter และปัจจุบันคือ Block, Inc ตอบสั้นๆ ว่า “Yes, Bitcoin will” หรือ “ถูกต้อง Bitcoin จะแทนที่ (ดอลลาร์)

คำตอบของดอร์ซีย์สั้นๆ แต่ได้ใจความ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยกับคำตอบนี้ เช่น @BarryARothman โต้ว่า “เรื่องไร้สาระที่สุด เงินดอลลาร์สหรัฐอิงกับเชื่อมั่นและเครดิตของรัฐบาลสหรัฐ Bitcoin ไม่ได้รับการสนับสนุนจากอะไรเลยนอกจากอากาศ สกุลเงินต้องมีความมั่นคงและไว้วางใจโดยปริยาย Bitcoin นั้นขาดคุณสมบัติทุกๆ ด้าน ไปสนใจกับการบริหาร Twitter เถอะ” หมายเหตุ คำพูดท้ายสุดเป็นการแขวะดอร์ซีย์ แต่จริงๆ แล้วเขาเพิ่งสะลตำแหน่งซีอีโอของ Twitter

@JakeReacts3 ตอบว่า “ไม่เพราะ เอาจริงๆ นะ คริปโตมันเกิดขึ้นจากการปั่น และรัฐบาลไม่อนุญาตเพราะคุณสามารถฟอกเงินได้ ดังนั้นรัฐบาลจะสามารถควบคุมเศรษฐกิจได้อย่างสมบูรณ์”

@Devilhimself69 ให้คำตอบกับ @iamcardib ว่า “ไม่ มัจะไม่เกิดขึ้น เงินดอลลาร์เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง คริปโตเป็นเหมือเมฆ มันมีอยู่แต่จริงๆ แล้วก็เหมือนไม่มี”

@Grady_Booch ให้คำตอบว่า “ไม่ Cardi ผมเป็นสถาปนิกซอฟต์แวร์ มีปัญหาทางระบบกับโครงสร้างพื้นฐานของคริปโตเคอร์เรนซี่หลักๆ ทั้งหมดที่ทำให้ไม่สามารถปรับขนาดได้และเปิดกว้างต่อการถูกโจมตีที่อันตรายและกว้าง”

@8thDegreeSavage แสดงความเห็นว่า ““มูลค่า” ของสกุลเงินดิจิตอลเข้ารหัสนั้นผูกติดอยู่กับ “มูลค่า” ในสกุลดอลลาร์สหรัฐ สิ่งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงในชั่วชีวิตของคุณ และในที่สุดเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปกติของเรา ไม่มีทางที่มันจะไม่ถูกควบคุมมันทั้งหมดโดยคนรวยที่สุดในโลก ได้ มันเป็นกับดัก”

Photo by Jim WATSON / AFP

AstraZeneca เริ่มวิจัยวัคซีนตัวใหม่สู้เชื้อ Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671276

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 15:00 น.AstraZeneca เริ่มวิจัยวัคซีนตัวใหม่สู้เชื้อ OmicronAstraZeneca จับมือออกซ์ฟอร์ดพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่สู้ Omicron

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. บริษัท AstraZeneca Plc เผยว่ากำลังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 สำหรับรับมือกับสายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะ

โฆษกของ AstraZeneca แถลงว่าขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเบื้องต้นเพื่อผลิตวัคซีนสำหรับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนหากมีความจำเป็น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

แซนดี้ ดักลาส หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเผยกับเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์สว่าวัคซีนสูตรใหม่นี้จะยังคงใช้เทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) โดยมีอะดีโนไวรัส (Adenovirus) เป็นพาหะเช่นเดียวกับวัคซีนรุ่นปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าวัคซีนของ AstraZeneca สูตรปัจจุบัน 2 เข็มสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโอมิครอนได้บ้าง แต่หากฉีดวัคซีนชนิด mRNA เป็นเข็มที่ 3 จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น แต่ยังคงไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต่อเชื้อโอมิครอน

ผลการศึกษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังพบว่า Evusheld (AZD7442) แอนติบอดีค็อกเทลของ AstraZeneca ยังคงสามารถลบล้างฤทธิ์ของเชื้อ (neutralising) โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้

นอกจากนี้ ผู้ผลิตวัคซีน Pfizer/BioNTech และ Moderna เองก็เคยกล่าวว่าพวกเขากำลังวางแผนพัฒนาวัคซีนสำหรับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะเช่นกัน โดยคาดว่า Moderna จะเริ่มการทดลองในช่วงต้นปีหน้า

Photo by DANIEL MUNOZ / AFP

สวนทาง WHO ไบเดนชี้ฉีดวัคซีนแล้วฉลองได้ไม่ต้องกลัวป่วยหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671261

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 13:00 น.สวนทาง WHO ไบเดนชี้ฉีดวัคซีนแล้วฉลองได้ไม่ต้องกลัวป่วยหนักโจ ไบเดน ไฟเขียวชาวอเมริกันฉลองในวันหยุด ท่ามกลางโอมิครอนระบาดหนัก

CNN รายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐสร้างความมั่นใจให้แก่ชาวอเมริกันโดยกล่าวว่าประชาชนสามารถเฉลิมฉลองในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงได้หากได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้ว โดยไม่ต้องกลัวว่าจะป่วยหนัก แม้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดมากขึ้น

“ผมทราบว่าชาวอเมริกันบางคนกำลังสงสัยว่าจะสามารถเฉลิมฉลองวันหยุดกับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ คำตอบคือใช่ คุณสามารถทำได้หากคุณและคนที่คุณฉลองด้วยได้รับวัคซีนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น” ไบเดนกล่าวในการแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐแล้ว ขณะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะยกระดับมาตรการเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดหรือไม่

ขณะที่ไบเดนเน้นย้ำว่าการแพร่ระบาดระลอกนี้จะไม่เป็นเหมือนช่วงเดือนมี.ค. 2020 อย่างแน่นอน และยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลไม่มีแผนที่จะล็อกดาวน์ แต่จะป้องกันไม่ให้ระบบสาธารณสุขของประเทศต้องรับภาระหนัก

พร้อมเรียกร้องให้ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนที่ปฏิเสธวัคซีน เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการป่วยหนักหรือเข้าโรงพยาบาล หลังจากที่สหรัฐพบผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนรายแรกของประเทศแล้ว ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้นานาประเทศยกเลิกกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยชี้ว่าการเฉลิมฉลองตอนนี้อาจต้องเสียใจในภายหลัง

Photo by Brendan Smialowski / AFP

อีลอน มัสก์ โวยรัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671260

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 12:33 น.อีลอน มัสก์ โวยรัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไปอีลอน มัสก์ เผยบรรลุเป้าหมายขายหุ้น Tesla 10% แล้วและวิจารณ์ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไป

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Babylon Bee ว่า เขาขายหุ้นของ Tesla เพียงพอแล้วที่จะบรรลุเป้าหมายขายหุ้นในบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกให้ได้ 10% ตามที่ประกาศไว้

มัสก์ซึ่งเพิ่งย้ายสำนักงานใหญ่ของ Tesla จากรัฐแคลิฟอร์เนียไปยังรัฐเทกซัสเมื่อเร็วๆ นี้หลังจากที่เจ้าตัวย้ายที่อยู่ไปเมื่อปีที่แล้วยังบอกอีกว่า รัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีมากเกินไป

เมื่อวันอังคาร (21 ธ.ค.) มัสก์ขายหุ้น Tesla เพิ่มอีก 583,611 หุ้น มูลค่า 528 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้มัสก์ขายหุ้นไปแล้วรวมทั้งหมด 13.5 ล้านหุ้น หรือราว 80% ของจำนวนหุ้นที่วางแผนจะขาย

“ผมขายหุ้นไปเพียงพอแล้วที่จะบรรลุเป้า 10% รวมทั้งออปชั่นหุ้น และผมพยายามยึดตามตัวอักษรมากที่สุดในการขาย” มัสก์เผยกับ Babylon Bee

และเมื่อถูกถามว่าขายหุ้นตามผลโพลล์ในทวิตเตอร์หรือไม่ มัสก์ตอบว่า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องใช้สิทธิ์ออปชั่นหุ้นที่กำลังจะหมดอายุในปีหน้าอยู่แล้ว

ในจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ขายไปแล้ว 13.5 ล้านหุ้น 8.06 ล้านหุ้นถูกขายเพื่อนำเงินไปจ่ายภาษีที่เกิดขึ้นจากการใช้สิทธิ์ออปชั่นหุ้น

เมื่อวันอาทิตย์ (19 ธ.ค.) มัสก์ทวีตว่า ปีนี้เขาต้องจ่ายภาษีกว่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 371,899 ล้านบาท

“แคลิฟอร์เนียเคยเป็นดินแดนแห่งโอกาสและตอนนี้มัน…กลายเป็นดินแดนที่มีกฎเกณฑ์เยอะแยะ มีการฟ้องร้องดำเนินคดีมากมาย เก็บภาษีมากเกินไป” มัสก์เผยกับ Babylon Bee “มันยากมากขึ้นที่จะทำอะไรให้สำเร็จในแคลิฟอร์เนีย”

Patrick Pleul/Pool via Reuters//File Photo

สิงคโปร์ตามรอยไทย เลิกระบบเข้าประเทศด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671255

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 12:05 น.สิงคโปร์ตามรอยไทย เลิกระบบเข้าประเทศด่วนสิงคโปร์ยกเลิกมาตรการเข้าเมืองแบบไม่ต้องกักตัว สกัดเชื้อโอมิครอน

วันนี้ (22 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลสิงคโปร์เตรียมยกเลิกการจำหน่ายตั๋วเดินทางสำหรับเที่ยวบินและรถโดยสารขาเข้าภายใต้โครงการเดินทางปลอดการกักกัน (quarantine-free travel) เป็นเวลา 4 สัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.

ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ได้ริเริ่มโครงการ vaccinated travel lane (VTL) ซึ่งอนุญาตให้นักเดินทางจากบางประเทศที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าสิงคโปร์ด้วยเที่ยวบินหรือรถโดยสารที่กำหนด ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว แต่ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19

ซึ่งมี 24 ประเทศที่อยู่ในโครงการนี้รวมถึงออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

แต่ล่าสุดจะไม่มีการจำหน่ายตั๋วเดินทางดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. ไปจนถึง 20 ม.ค. หมายความว่านักเดินทางทุกคนที่เข้าสู่สิงคโปร์ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว

ทั้งนี้ นักเดินทางที่มีตั๋วเดินทางอยู่แล้วสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ภายใต้โครงการ VTL ได้ โดยหลังจากวันที่ 20 ม.ค. รัฐบาลสิงคโปร์จะลดโควตาจำหน่ายตั๋วเดินทางปลอดการกักกันภายใต้โครงการ VTL ลงเหลือ 50%

นอกจากนี้รัฐบาลยังเรียกร้องให้ผู้ที่เดินทางมาถึงสิงคโปร์ลดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ขนาดใหญ่ เลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน และตรวจหาเชื้อทุกวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลงว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยซื้อเวลาเพื่อทำความเข้าใจโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนให้มากยิ่งขึ้น และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ ตลอดจนรักษาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลของสิงคโปร์ และใช้โอกาสนี้เร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนรวมถึงวัคซีนเข็มกระตุ้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์กชี้ว่าสิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนมากที่สุดในโลก โดย 96% ของประชาชนที่เข้าเกณฑ์ หรือ 87% ของประชากรทั้งหมดได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ซึ่งสิงคโปร์จะขยายกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นไปยังประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีในวันที่ 27 ธ.ค. นี้

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

อิสราเอลฉีดเข็ม 4 ชาติแรกของโลก พบศพแรกจาก Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671245

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 10:34 น.อิสราเอลฉีดเข็ม 4 ชาติแรกของโลก พบศพแรกจาก Omicronอิสราเอลวางแผนฉีดวัคซีนเข็ม 4 หลังพบผู้เสียชีวิตจาก Omicron รายแรก

วันนี้ (22 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอลวางแผนที่จะฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 ให้แก่ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และกลุ่มเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวดีซึ่งจะช่วยให้อิสราเอลสามารถเอาชนะโอมิครอนซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลก พร้อมขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวยังรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโส ซึ่งหากได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วอิสราเอลจะเป็นชาติแรกของโลกที่เริ่มฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 4

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลยืนยันผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นชายวัย 60 ปี เสียชีวิต 3 สัปดาห์หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โรงพยาบาลเปิดเผยว่าผู้ป่่วยมีอาการแทรกซ้อนหลายอย่าง โดยอาการป่วยส่วนใหญ่มาจากโรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อนแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุว่าพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศแล้วอย่างน้อย 340 ราย ขณะที่รัฐบาลขยายการห้ามการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ตุรกี และแคนาดา เพื่อพยายามควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส

Photo by JALAA MAREY / AFP

เช็คเลย เผยอาการเด่นชัดของโอมิครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671242

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 10:02 น.เช็คเลย เผยอาการเด่นชัดของโอมิครอน  ข้อมูลจากสหรัฐเผยให้เห็นอาการที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ของโอมิครอน (Omicron)

ตอนนี้ โอมิครอนกลายเป็นเชื้อหลักของโควิด-19 ที่ระบาดในสหรัฐแล้ว ด้วยข้อมูลที่มากขึ้น สื่อในสหรัฐได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการมาเผยแพร่กันมากขึ้นในช่วงนี้

The New York Times รายงานผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าอาการของ Omicron แตกต่างจาก Delta อย่างไร นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้ โดยรวมแล้ว Omicron มีอาการคล้ายกับเชื้ออื่นๆ คือ

• คันคอหรือแสบคอ

• คัดจมูก

• ไอแห้ง

• ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะด้านหลังส่วนล่าง

• ปวดหัว

• มีไข้และอาการลักษณะไข้หวัดอื่นๆ

NBC อ้างข้อมูลของคณะกรรมการที่ปรึกษาแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งช่วยชี้แนะการตัดสินใจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เกี่ยวกับวัคซีน กล่าวว่า ดูเหมือน Omicron จะมีอาการเด่นชัดดังนี้ (แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าอาการเหล่านี้มาจากรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเคส Omicron ไม่ใช่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์)

• ไอ

• เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

• คัดจมูก น้ำมูกไหล

• ที่ไม่เหมือนเชื้อรุ่นก่อนๆ คืออาการสูญเสียรสชาติและกลิ่นพบไม่บ่อย

NBC ยังรายงานว่าตามข้อมูลในช่วงแรก ระยะเวลาที่ผู้ติดเชื้อจะพัฒนาอาการหลังการสัมผัสเชื้อ Omicron นั้นอาจสั้นกว่าเมื่อเทียบกับเชื้อก่อนหน้า คือจากหนึ่งสัปดาห์เต็ม เหลือเพียงสามวันหรือน้อยกว่านั้น

ITV สื่อในสหราชอาณาจักร อ้างข้อมูลของดร.อาเมียร์ ข่าน (Dr. Amir Khan) แพทย์ประจำสำนักบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ระบุว่า

• เหงื่อออกตอนกลางคืน

• อาการคันคอแต่ไม่ใช่อาการเจ็บคอ

• ไอแห้ง

• เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง

• ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อเล็กน้อย

ด้านมืดแม้ค้าออนไลน์ เมื่อไอดอลวงการไลฟ์ถูกเปิดโปงความลับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671208

วันที่ 21 ธ.ค. 2564 เวลา 20:05 น.ด้านมืดแม้ค้าออนไลน์ เมื่อไอดอลวงการไลฟ์ถูกเปิดโปงความลับย้อนข่าวฉาววงการไลฟ์สตรีมจากต่างประเทศ ดังได้ก็ดับได้เหมือนกัน

การไลฟ์สด ขายของออนไลน์ เรียกได้ว่าเป็นอาชีพยอดฮิตในยุคนี้ บางคนโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับการชื่นชมมากมายจากการไลฟ์สตรีม แต่เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ บางคนอาจซ่อนด้านมืดอีกด้านเอาไว้ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

เมื่อวานนี้มีข่าวว่า Viya (เวยยา) ราชินีแห่งไลฟ์สตรีมของจีนซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 110 ล้านคน เรียกได้ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านโซเชียลมีเดียและแม่ค้าออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในประเทศ เจอค่าปรับไป 1,340 ล้านหยวน หรือกว่า 7 พันล้านบาทในข้อหาหลีกเลี่ยงภาษี

Viya หรือ Huang Wei (หวง เวย) โกยรายได้เป็นกอบเป็นกำจากอาชีพแม่ค้าออนไลน์ของเธอที่เรียกได้ว่าขายทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบจริงๆ เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาเธอยังเรียกเสียงฮือฮาด้วยการขายบริการปล่อยจรวดในราคา 40 ล้านหยวน หรือราว 200 ล้านบาท

เบื้องหน้า Viya เป็นที่รู้จักในฐานะแม่ค้าออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ และขยันสุดๆ เธอเผยว่าเธอได้นอนวันละ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น และมีวันหยุดเพียง 1 วันในแต่ละเดือน แต่ผลตอบแทนที่เธอได้รับก็ถือว่าคุ้มค่ากับการทำงานหนัก เพราะ Viya มียอดสั่งซื้อสินค้าหลายสิบล้าน หรือถึงหลายพันล้านหยวนต่อการไลฟ์หนึ่งครั้ง

Viya ได้รับการยกย่องจากสำนักงานวัฒนธรรม, วิทยุ, ภาพยนตร์, โทรทัศน์ และการท่องเที่ยวของหางโจว และยังได้รับการเลือกให้เป็นคณะกรรมการยุวชนแห่งชาติครั้งที่ 13 และรางวัลอื่นๆ จากภาครัฐอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีชื่อเป็นหนึ่งใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลประจำปี 2021 ของนิตยสาร TIME

แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังเธอหลบเลี่ยงภาษี 643 ล้านหยวนหรือเกือบ 3.4 พันล้านบาท โดยการปกปิดรายได้และชำระภาษีน้อยไป 60 ล้านหยวน (ราว 317 ล้านบาท)

แม้ว่าเธอจะออกมาขอโทษขอโพยแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นับว่าเหตุการณ์นี้สั่นคลอนอาชีพการงานของเธอไม่น้อยเลย

ล่าสุด แอคเคาท์โซเชียลมีเดียของเธอหายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ไลฟ์สดขายของของเธอบนเว็บไซต์ช้อปปิ้งก็ไม่สามารถเข้าถึงได้แล้วเช่นกัน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเปิดโปงด้านมืดของแม่ค้าออนไลน์

นอกจากการหลบเลี่ยงภาษีแล้ว การหลอกลวงและการขายของปลอมก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งสำหรับการขายของออนไลน์ ไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้นแต่ในต่างประเทศก็มีให้เห็น ยกตัวอย่างเจ้าแม่แบรนด์เนมชาวเวียดนามรายนี้ที่ก่อเรื่องจนโดนรวบคาห้องพักในสิงคโปร์

Le Thi Thu Lang แม่ค้าออนไลน์ชาวเวียดนามในสิงคโปร์รายนี้เคยขายสินค้าแฟชั่นบน Carousell ก่อนที่จะเปลี่ยนมาไลฟ์ขายสินค้าแบรนด์เนมบน Facebook โดยมีลูกค้าจำนวนมากแห่ชมสินค้าแบรนด์เนมราคาถูกของเธอ ไม่ว่าจะเป็น Charles and Keith, Chanel, Hermes หรือ Louis Vuitton แต่ไม่มีใครเอะใจเลยว่ามันคือของปลอม

เธอนำเข้ากระเป๋า เสื้อผ้า ก็อปแบรนด์เนมจากประเทศบ้านเกิดในราคาชิ้นละ 3-10 เหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 70-250 บาท) และนำมาไลฟ์ขายต่อในราคาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แต่ของแบรนด์เนมราคานี้ก็ยังถือว่าถูกมากๆ ติดที่มันไม่ใช่ของแท้! โดยเฉลี่ยแล้วเธอโดยเงินประมาณ 200 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 5,000 บาทต่อการไลฟ์หนึ่งครั้ง

ในเดือนธ.ค. 2020 ทางการสิงคโปร์ได้รับแจ้งจากกรมศุลกากรว่าพบพัสดุที่ต้องสงสัยว่าเป็นของปลอม 2 วันถัดมาตำรวจบุกถึงห้องพักของเธอ และเข้าจับกุมพร้อมของกลางเป็นสินค้าปลอมประมาณ 520 ชิ้น รวมถึงเสื้อผ้า Louis Vuitton 69 ชิ้น, Gucci อีก 96 ชิ้น, รองเท้า Versace 9 คู่ และกระเป๋า Balenciaga 13 ใบ

คนต่อไปที่จะพูดถึงนี้ไม่ใช่แม่ค้า แต่เธอโกยเงินกว่า 500,000 บาทสำหรับการไลฟ์สดหนึ่งครั้ง ทว่า เธอได้เงินนั้นมาด้วยการหลอกลวง

บล็อกเกอร์ชื่อดังชาวจีนรายนี้มีผู้ติดตามบน Douyu มากกว่า 100,000 คน ด้วยใบหน้าที่หลายคนมองว่างดงามชวนหลงใหล และน้ำเสียงที่ไพเราะนุ่มนวลของเธอ จนแฟนๆ เรียกเธอว่า ฝ่าบาท Qiao Biluo หรือ “เทพธิดาผู้น่ารัก”

แฟนๆ บางคนมอบเงินให้เธอมากกว่า 100,000 หยวนเพราะชื่นชอบในใบหน้าของเธอ แต่ในการไลฟ์ทุกๆ ครั้งสังเกตว่าเธอจะต้องใส่ฟิลเตอร์

ครั้งหนึ่งแฟนๆ เรียกร้องให้เธอเอาฟิลเตอร์ออกเพื่อโชว์หน้าที่แท้จริง แต่เธอปฏิเสธโดยบอกว่า “ฉันไม่โชว์หน้าของฉันหรอกนะจนกว่าจะได้ของขวัญเป็นเงิน 100,000 หยวน ยังไงฉันก็หน้าตาดีอยู่แล้ว” และตอนนั้นก็มีคนโอนให้เธอจริงๆ

ทว่า ผู้ติดตามของเธอต้องตะลึงเมื่อเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคระหว่างการไลฟ์สดครั้งหนึ่ง อยู่ดีๆ ฟิลเตอร์บนหน้าของเธอก็หายไป และแสดงใบหน้าที่แท้จริง พบว่าเธอเป็นหญิงวัยกลางคนหน้าตาธรรมดาๆ ไม่ใช่เด็กสาวอย่างที่หลายคนเข้าใจ

เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าผู้ชม VIP ของเธอเริ่มหายออกจากกลุ่มไปเรื่อยๆ แฟนคลับหลายคนของเธอโดยเฉพาะผู้ชายกล่าวว่าจะเลิกติดตามและสนับสนุนเธอหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นดังบนโซเชียลมีเดียของจีนอยู่พักหนึ่ง หลายคนผิดหวังเพราะรู้สึกเหมือนว่าถูกหลอกให้โอนเงิน แต่อีกฝ่ายก็บอกว่าเป็นเพราะผู้ชายพวกนี้ใจง่าย โอนเงินให้กับคนที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง สมควรแล้วที่จะถูกหลอก บางคนแสดงความเห็นอกเห็นใจเธอ และขอให้ทุกคนไม่ตัดสินเธอจากรูปร่างหน้าตา เพราะจริงๆ แล้วความนิยมของเธอส่วนหนึ่งก็มาจากน้ำเสียงอันไพเราะ ในทางกลับกันเหตุการณ์นี้ทำให้เธอมีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Photo by REUTERS/Florence Lo/Illustration

นานาชาติพร้อมใจปิดพรมแดนสกัด Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671212

วันที่ 21 ธ.ค. 2564 เวลา 19:32 น.นานาชาติพร้อมใจปิดพรมแดนสกัด Omicronตอนนี้ไม่เฉพาะไทยเท่านั้นที่เลือกคุมเข้มพรมแดนไม่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อสกัดโอมิครอน

นอกจากรัฐบาลไทยจะเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวปิดรับนักท่องเที่ยวผ่านโครงการ Test&Go ทำให้รัฐบาลอีกหลายประเทศพิจารณาการเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกันใหม่ ท่ามกลางความกังวลการระบาดของโอมิครอน (Omicron) ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

นิวซีแลนด์

จากเดิมที่จะคลายความเข้มงวดการเดินทางเข้าประเทศสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นไปซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้านิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่เดือน เม.ย. ล่าสุดรัฐบาลสั่งเลื่อนแผนการเปิดพรมแดนเป็นระยะๆ ออกไปจนถึงสิ้นเดือน ก.พ.ปีหน้า

ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียโดยไม่ต้องกักตัวซึ่งเดิมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. ถูกเลื่อนออกไปจนถึงสิ้นเดือน ก.พ.เช่นกัน

นอกจากนี้ ทางการนิวซีแลนด์ยังยืดระยะเวลากักตัวในสถานกักตัวของรัฐจาก 7 วันเป็น 10 วัน และลดระยะเวลาการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางเข้านิวซีแลนด์จาก 72 ชั่วโมงเหลือ 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรการเฝ้าระวังพรมแดนเข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง หนังสือพิมพ์ Yomiuri รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า ญี่ปุ่นจะขยายมาตรการห้ามนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไปถึงหลังสิ้นปีนี้

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ประกาศว่า ญี่ปุ่นจะเดินหน้าใช้มาตรการควบคุมพรมแดนไประยะเวลาหนึ่งท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Covid-19 สายพันธุ์โอมิครอน

เยอรมนี

ห้ามชาวอังกฤษเดินทางเข้าตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 19 ธ.ค. จนถึงอย่างน้อยวันที่ 3 ม.ค. โดยอนุญาตเฉพาะชาวเยอรมัน ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในเยอรมนี และคู่สมรสและบุตรให้เดินทางเข้าได้ แต่ต้องแสดงผลตรวจ PCR ที่ตรวจภายใน 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และต้องกักตัว 2 สัปดาห์แม้ว่าจะฉีดวัคซีนมาแล้วกี่เข็มหรือหายป่วยจาก Covid-19 ก็ตาม รวมทั้งจำกัดการเดินทางเข้าของนักท่องเที่ยวจากเดนมาร์ก ฝรั่งเศส นอร์เวย์ เลบานอน

ฝรั่งเศส

แบนนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ

ออสเตรีย

เปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.เป็นต้นไป

ฟิลิปปินส์

เลื่อนแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัควีนแล้วเข้าประเทศ

อิสราเอล

ห้ามพลเมืองเดินทางไปสหรัฐ 

คูเวต

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศต้องฉีดวัควีนเข็ม 3 หากได้รับวัคซีนเข็ม 2 มาแล้วตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไป

ออสเตรเลียและอินเดีย

สองประเทศนี้ประกาศว่าจะทบทวนการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มพรมแดนระหว่างประเทศ

REUTERS/Chris Helgren/File Photo