‘กว่างโจว’ พบหมู่หลุมศพ-โบราณวัตถุ ยุคก่อนราชวงศ์ฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661916

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 15:22 น.‘กว่างโจว’ พบหมู่หลุมศพ-โบราณวัตถุ ยุคก่อนราชวงศ์ฉินพบเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบยุคแรก และข้าวของที่ทำมาจากสัมฤทธิ์ หยก และหินมากกว่า 160 ชิ้น

กว่างโจว, 30 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ มีการค้นพบหลุมศพ 58 แห่ง พร้อมโบราณวัตถุยุคก่อนราชวงศ์ฉิน (ช่วงก่อน 221 ปีก่อนคริสต์ศักราช) เป็นจำนวนมาก ณ แหล่งโบราณสถานหล่านหยวนหลิ่ง ในเขตหวงผู่ นครกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

สถาบันมรดกทางวัฒนธรรมและโบราณคดีเทศบาลนครกว่างโจวระบุว่า หลุมศพ หลุม และห้องใต้ดินมากกว่า 200 แห่ง ที่แหล่งโบราณสถานดังกล่าวได้รับการทำความสะอาดแล้ว

สถาบันฯ เปิดเผยว่า ซากโบราณข้างต้นมีอายุย้อนไปถึง 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงปลายยุคหินใหม่จนถึงยุคต้นราชวงศ์ซาง (1600-1046 ปีก่อนคริสต์ศักราช)  และช่วงยุคราชวงศ์โจวตะวันตก (1046-771 ปีก่อนคริสต์ศักราช) จนถึงยุควสันตสารท หรือ ยุคชุนชิว (770-476 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

สถาบันฯ ระบุว่า งานขุดค้นเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนและครอบคลุมพื้นที่ราว 2,000 ตารางเมตร โดยมีการขุดพบเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบยุคแรก และข้าวของที่ทำมาจากสัมฤทธิ์ หยก และหินมากกว่า 160 ชิ้น ซึ่งรวมถึงกำไลหยกคุณภาพสูงสภาพดี 1 ชิ้น

จางเฉียงลู่ รองผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวว่า การค้นพบใหม่นี้จะช่วยจำลองประวัติศาสตร์ยุคแรกๆ ของพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของกว่างโจว อีกทั้งยังเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่พิสูจน์ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาอารยธรรมยุคแรกในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงทางตอนใต้ของจีน

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

จีนบูรณะ ‘พระบาทพระพุทธรูป’ เก่าแก่ 1,600 ปี เสร็จสมบูรณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661915

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 13:26 น.จีนบูรณะ ‘พระบาทพระพุทธรูป’ เก่าแก่ 1,600 ปี เสร็จสมบูรณ์หมู่ถ้ำหินแกะสลักภูเขาเทียนที ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก (ปี 317-420)

หลานโจว, 30 ส.ค. (ซินหัว) — งานบูรณะพระบาทของพระพุทธรูปหินอายุเก่าแก่กว่า 1,600 ปี ในหมู่ถ้ำหินแกะสลักภูเขาเทียนที หนึ่งในหมู่ถ้ำหินแกะสลักเก่าแก่ที่สุดในจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

พระพุทธรูปดังกล่าวสร้างขึ้นบนหินทรายสีแดงเปราะบางข้างอ่างเก็บน้ำ นำไปสู่ปัญหาน้ำรั่วซึมและการสึกกร่อนที่สร้างความเสียหายแก่ส่วนต่างๆ ของรูปปั้น ซึ่งรวมถึงส่วนพระบาท ทางการท้องถิ่นจึงเปิดตัวโครงการบูรณะในเดือนพฤษภาคม 2020

เฉียวไห่ เจ้าหน้าที่สถาบันตุนหวง เผยว่าส่วนท้าทายที่สุดของภารกิจครั้งนี้คือการบูรณะพระบาทของพระพุทธรูป ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงจากการรั่วซึมของน้ำ โดยคนงานทำการระบายน้ำจากพื้นและหินรอบพระพุทธรูป นำหินที่หลุดหลวมออกมา วิเคราะห์ขนาดดั้งเดิมและลักษณะของพระบาทที่เสียหายหนัก ก่อนจะบูรณะให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม

เฉียวเสริมว่าโครงการดังกล่าวช่วยปกป้องฐานของรูปปั้นและฟื้นฟูความสมบูรณ์ในภาพรวมด้วย

ทั้งนี้ หมู่ถ้ำหินแกะสลักภูเขาเทียนที ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นแบบของหมู่ถ้ำหินแกะสลักอวิ๋นกังและหมู่ถ้ำหินแกะสลักหลงเหมิน ได้รับการขนานนามเป็น “บรรพบุรุษของหมู่ถ้ำหินแกะสลัก” ในโลกวิชาการจีน ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก (ปี 317-420) และปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุ้มครองระดับรัฐ

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

สีจิ้นผิงเน้นย้ำนโยบายต่อต้านการผูกขาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661938

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 12:45 น.สีจิ้นผิงเน้นย้ำนโยบายต่อต้านการผูกขาดรัฐบาลจีนเน้นย้ำถึงกฎระเบียบต่อต้านการผูกขาด ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมาประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 21 โดยเน้นย้ำถึงความพยายามในการเสริมสร้างกฎระเบียบต่อต้านการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

โดยที่ประชุมได้ทบทวนและอนุมัติแนวทางปฏิบัติหลายชุด รวมถึงแนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกฎระเบียบต่อต้านการผูกขาด และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม

ซึ่งที่ประชุมได้เล็งเห็นว่ากลไกต่อต้านการผูกขาดควรได้รับการปรับปรุง และควรมีการเสริมสร้างกำลังกำกับดูแลต่อต้านการผูกขาด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับระบบทุนสำรอง และการควบคุมมลพิษในประเทศด้วย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า การปฏิบัติตามกฎระเบียบและนโยบายต่อต้านการผูกขาดที่ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เป็นแนวทางของการปรับปรุงระบบเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยม

พร้อมเน้นย้ำถึงความพยายามในการส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียม ตลอดจนปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของผู้บริโภค

โดยนับตั้งแต่การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 ในปี 2555 ได้มีการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายครั้งเกี่ยวกับการต่อต้านการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพื่อปรับปรุงระบบการแข่งขันที่เป็นธรรมและส่งเสริมระบบตลาดเปิดที่เป็นหนึ่งเดียวและมีการแข่งขันอย่างมีระเบียบ

ในระยะหลังมานี้ รัฐบาลจีนได้ยกระดับการกำกับดูแลต่อต้านการผูกขาด โดยมีการตรวจสอบและลงโทษองค์กรธุรกิจที่มีพฤติกรรมของการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท Alibaba ซึ่งถูกสั่งปรับเป็นเงิน 2,750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 86,515 ล้านบาท ไปเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ฐานละเมิดกฎระเบียบในการต่อต้านการผูกขาดตลาด นับว่าเป็นค่าปรับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่ Didi Chuxing ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ยอดนิยมในจีน ก็ถูกสั่งให้หยุดให้บริการเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่เพิ่งเสนอขายหุ้น IPO เข้าตลาดสหรัฐไปได้ไม่นาน โดยรัฐบาลจีนให้เหตุผลว่ามีการวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย

Photo by Mark Schiefelbein / POOL / AFP

ผวาวัคซีนปนเปื้อนที่ญี่ปุ่น เกิดอะไรขึ้นกับ Moderna? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661927

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 11:42 น.ผวาวัคซีนปนเปื้อนที่ญี่ปุ่น เกิดอะไรขึ้นกับ Moderna?ญี่ปุ่นเร่งหาสาเหตุสารปนเปื้อนใน Moderna หลังพบแล้วหลายจังหวัด พร้อมสืบหาสาเหตุการตาย 2 ราย

วันนี้ (31 ส.ค.) โนริฮิสะ ทามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าสิ่งปนเปื้อนที่พบในวัคซีนโควิด-19 ของ Moderna จากศูนย์ฉีดวัคซีนในโอกินาว่าซึ่งได้ระงับใช้ไปแล้วนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดจากการแทงเข็มฉีดยาลงในขวดวัคซีนอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลให้มีเศษยางที่ปิดฝาขวดวัคซีนหลุดร่วงลงไปในขวด

โดยโอกินาว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่พบสารปนเปื้อนในวัคซีน Moderna หลังจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมามีรายงานการตรวจพบสารปนเปื้อนในวัคซีนจากจากศูนย์ฉีดวัคซีนในโตเกียว, อิบารากิ, ไซตามะ, กิฟุ และไอจิ รวมแล้ว 39 ขวด

ส่งผลให้วัคซีน Moderna จำนวน 1.63 ล้านโดสที่อยู่ในสายการผลิตเดียวกันถูกระงับไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยวัคซีนดังกล่าวถูกผลิตขึ้นในสายการผลิตที่สเปน ซึ่งประกอบด้วย 3 ล็อต ได้แก่ 3004667, 3004734 และ 3004956 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ฉีดให้ประชาชนไปแล้วมากกว่า 500,000 โดส

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ส.ค. มีรายงานการตรวจพบสารปนเปื้อนในวัคซีนในจังหวัดกุมมะ ซึ่งระบุว่าเป็นสารสีดำขนาดเล็ก ซึ่งตรวจพบในวัคซีนคนละล็อตกับ 3 ล็อตที่ระงับไปก่อนหน้านี้ และได้สั่งระงับการฉีดวัคซีนล็อตที่พบปัญหาดังกล่าว

ขณะที่ทางการโอกินาว่าก็ได้มีการพบสารปนเปื้อนสีชมพูเพิ่มเติมในวัคซีนคนละล็อตเช่นกัน โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่าอาจเป็นเศษยางที่ปิดฝาขวดวัคซีน ซึ่งหลุดร่วงลงไปขณะแทงเข็มฉีดยาลงในขวด พร้อมสั่งระงับฉีดวัคซีนดังกล่าว

ส่งผลให้มีวัคซีน Moderna ที่พบปัญหาสารปนเปื้อนใน 7 จังหวัด ได้แก่ โตเกียว, อิบารากิ, ไซตามะ, กิฟุ, ไอจิ, โอกินาว่า และกุมมะ โดยมีวัคซีนที่ถูกระงับแล้วกว่า 2.6 ล้านโดส

โนริฮิสะ ทามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดถึงสาเหตุของสารปนเปื้อนดังกล่าว แต่ยืนยันว่ายังไม่มีรายงานถึงปัญหาด้านความปลอดภัยหรือปัญหาอื่นๆ จากวัคซีนที่พบสารปนเปื้อน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและรายงานให้ทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานการเสียชีวิตของชายชาวญี่ปุ่น 2 ราย อายุ 30 ปีและ 38 ปี ซึ่งทั้งคู่ไม่มีโรคประจำตัว และเสียชีวิตไม่กี่วันหลังจากได้รับวัคซีน Moderna ล็อตที่ถูกระงับใช้

โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน หรือสารปนเปื้อนในวัคซีนหรือไม่ และจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบต่อไป

Photo by Joseph Prezioso / AFP

ตอลิบานลากนักร้องอัฟกันไปยิงหัวหลังสั่งแบนดนตรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661920

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 10:54 น.ตอลิบานลากนักร้องอัฟกันไปยิงหัวหลังสั่งแบนดนตรีนักร้องเพลงโฟล์กชาวอัฟกันถูกตอลิบานลากตัวออกจากบ้านไปสังหาร

สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างนักข่าวท้องถิ่นว่า ฟาวาด อันดาราบี นักร้องโฟล์กชาวอัฟกันถูกกลุ่มตอลิบานลากตัวออกจากบ้านในหุบเขาอันดาราบในจังหวัดบักห์ลานทางตอนเหนือของกรุงคาบูลก่อนจะลงมือสังหาร สร้างความหวาดกลัวว่ากฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของตอลิบานที่เคยใช้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว รวมทั้งการห้ามเล่นดนตรีจะกลับมาอีกครั้ง

จาวาด ลูกชายของผู้เสียชีวิตเผยกับสำนักข่าว AP ว่า พ่อของเขาถูกยิงที่ศีรษะที่บ้านของครอบครัว “เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นเพียงนักร้องที่สร้างความบันเทิงให้ผู้คน”

ด้าน มาสซูด อันดาราบี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงหาดไทยของอัฟกานิสถานซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับผู้เสียชีวิตทวีตว่า “ความโหดเหี้ยมทารุณของตอลิบานยังคงดำเนินอยู่ในอันดาราบ วันนี้พวกเขาสังหาร ฟาวาด อันดาราบี นักร้องเพลงโฟล์กที่สร้างความบันเทิงให้หุบเขาแห่งนี้และผู้คนอย่างโหดเหี้ยม”

การสังหารนักร้องรายนี้สร้างความกังวลว่ากฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสุดโต่งของกลุ่มตอลิบานที่เคยใช้ในช่วงปี 1996-2001 จะกลับมาอีกครั้ง โดยช่วงนั้นกลุ่มตอลิบานห้ามเล่นดนตรีทุกรูปแบบโดยอ้างว่าขัดกับศาสนาอิสลาม

สัปดาห์ที่แล้ว ซาบิอุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกตอลิบานเผยกับ The New York Times ว่า “ดนตรีเป็นสิ่งต้องห้ามในศาสนาอิสลาม” เมื่อถูกถามว่าดนตรีจะถูกแบนในที่สาธารณในอัฟกานิสถานอีกครั้งหรือไม่

จีนสกัดเยาวชนติดเกมออนไลน์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ให้เล่นแค่ 1 ชม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661907

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 10:03 น.จีนสกัดเยาวชนติดเกมออนไลน์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ให้เล่นแค่ 1 ชม. การจัดระเบียบทั่วประเทศครอบคลุมไปถึงกลุ่มเยาวชนที่นิยมเล่นเกมออนไลน์ หลังจากที่ทางการจัดระเบียบบริษัทไปก่อนหน้านี้แล้ว

ปักกิ่ง, 30 ส.ค. (ซินหัว) — วันจันทร์ (30 ส.ค.) สำนักบริหารสื่อและสิ่งพิมพ์แห่งชาติจีนได้ออกประกาศฉบับหนึ่งว่าด้วยการป้องกันเยาวชนจากการติดเกมออนไลน์

ประกาศดังกล่าวระบุว่าผู้ให้บริการเกมออนไลน์สามารถให้บริการแก่ผู้เยาว์ได้เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 20.00 น. จนถึง 21.00 น. ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ รวมถึงในวันนักขัตฤกษ์

นอกจากนี้ สำนักฯ ยังเรียกร้องให้ใช้มาตรการลงทะเบียนและล็อกอินด้วยชื่อจริง โดยระบุว่าผู้ให้บริการเกมออนไลน์จะต้องไม่ให้บริการเกมแก่ผู้ใช้ที่ไม่ลงทะเบียนและล็อกอินด้วยตัวตนจริงทุกรูปแบบ

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านสื่อและสิ่งพิมพ์ทุกระดับของจีนได้ถูกร้องขอให้กำกับดูแลการบังคับใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องและจัดการกับบริษัทที่ไม่บังคับใช้มาตรการเหล่านี้

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ได้กลิ่น “การปฏิวัติ” โชยมาแต่ไกลจากในจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661885

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 20:29 น.ได้กลิ่น "การปฏิวัติ" โชยมาแต่ไกลจากในจีนจีนกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลายคนอาจจะมองไม่เห็น แต่มีคนหนึ่งบอกใบ้ออกมา และสื่อของรัฐบาลตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

คนภายนอกอาจไม่รู้สึกว่าจีนกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนในหลายๆ ด้าน คอข่าวต่างประเทศส่วนใหญ่มักโฟกัสไปที่ “จีนกับสหรัฐ” ไม่ค่อยติดตามว่า “จงหนานไห่” (ศูนย์กลางการปกครองงของจีน) กำลังคิดทำอะไรกับประเทศและประชาชน

ในไทย เมื่อเราเอ่ยถึง “การปฏิวัติ” มันมักมีความหมายถึงการยึดอำนาจมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและทิศทางการเมือง แต่ในจีน หากเอ่ยคำว่าการปฏิวัติมันไม่ใช่แค่การชิงอำนาจของคนบางคน แต่มันคือการผลิกฟ้าคว่ำดินที่กระทบคนนับพันล้าน

กลิ่น “การปฏิวัติ” เริ่มชัดขึ้น เมื่อมีการเผยแพร่บทความของบุคคลที่มีชื่อว่า “หลี่กวงหม่าน ปิงเตี่ยน สือผิง” (หลี่กวงหม่านคอมเมนต์ ณ จุดเยือกแข็ง) หลี่กวงหม่านฯ คนนี้เป็นใครเรายังไม่ทราบชัด แต่รู้ว่าบทความของเขาชิ้นนี้เผยแพร่ก่อนใน WeChat

แต่หลังจากนี้นั้นมันถูกแชร์ต่อโดยสื่อของรัฐบาลเกือบยกแผง ไม่ว่าจะเป็น People’s Daily, Xinhua News Agency, PLA Daily, CCTV, China Youth Daily และ China News Service ล้วนแต่เป็นสื่อของรัฐระดับเอลิสต์

สื่อในไต้หวันและฮ่องกงที่อยู่คนละฝั่งกับรัฐบาลจีนก็รายงานบทความของหลี่กวงหม่านฯ ราวกับว่ากำลังสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง อันที่จริงแล้ว สื่อภาษาจีนนอกจีนค่อนข้างตื่นตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ เพราะความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในจีนแบบรายวันเลยทีเดียว

และการที่สื่อของรัฐเผยแพร่บทความของหลี่กวงหม่านฯ นับว่าไม่ใช่เรื่องปกติเอาเลย มันต้องมีนัยอะไรสักอย่าง ไม่ต้องมองไปไกลเอาแค่ชื่อบทความนี้ใชคำว่า “เปี้ยนเก๋อ” ก็ส่อนัยที่น่าคิดมาก

บทความนี้มีชื่อว่า “ทุกคนสามารถรู้สึกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกำลังดำเนินอยู่!” คำว่า “เปลี่ยนแปลง” หรือ เปี้ยนเก๋อ” นี้ มันสามารถแปลได้ว่า “การปฏิวัติที่ถึงแก่น” ได้ด้วย นัยความหมายของคำๆ นี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลง หรือสลับของเก่าเป็นของใหม่ แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่

มันสะท้อนกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในจีน ที่มีการล้างบาง กวาดล้าง ชำระล้างวงการต่างๆ ตั้งแต่การศึกษา บันเทิง ธุรกิจเทค การเงินการธนาคาร และวงการการเมือง

ขณะที่กำลังนั่งเขียนอยู่นี้มีข่าวว่าทางการจีนสั่งให้บริษัทเกมส์ออนไลน์กำหนดโควต้าเวลาให้ผู้ใช้บริการที่ไม่ใช่ผู้ใหญ่เล่นเกมส์ได้แค่วันละ 1 ชั่วโมงในวันหยุดเท่านั้น คำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการจีนเพิ่งจัดระเบียบวงการเกมส์ออนไลน์ไปหมาดๆ คำสั่งล่าสุดคือการ “บีบ” ให้วงการนี้มีอิทธิพลต่อเยาวชนน้อยลง

หลังจากรัฐบาลสั่งกวาดล้างธุรกิจกวดวิชาเพื่อให้เด็กๆ ไม่เรียนมากไปกว่าจำเป็นและป้องกันความเหลื่อมล้ำจากการที่คนมีเงินมีโอกาสทางการศึกษาล้ำหน้าคนรายได้ระดับอื่นเกินไป ทางการจีนจัดเด็กๆ ให้อยู่ในแถวด้วยการเล่มเกมส์เป็นเวลาและมีโอกาสเข้าถึงมันยากขึ้น และกวาดล้างกลุ่มแฟนบันเทิง (ซึ่งมักเป็นเยาวชนอีกนั่นแหละ) ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและฟุ้งเฟ้อหลายครั้ง

นี่แหละคือ “เปี้ยนเก๋อ” อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะวงการบันเทิงกำลังถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมประชาชน แต่ดาราหลายคนพฤติกรรมไม่น่าชื่นชม และรัฐบาลไม่อดทนต่อไปอีกจึงต้องลึกขึ้มาเก็บกวาดครั้งใหญ่

“หลี่กวงหม่าน ปิงเตี่ยน สือผิง”มองเห็นการปฏิวัติอันลึกซึ้งนี้และเอ่ยถึงพฤติกรรม “อันฉาวโฉ่” ของคนดังในวงการบันเทิงคนแล้วคนเล่า แต่เรื่องทีเกิดขึ้่นในวงการบันเทิงเป็นเพียงคลื่นลูกหนึ่งในคลื่นลูกแล้วลูกเล่าที่ซัดทำลาย “พฤติกรรมไม่พึงประสงค์” ในสายตาของรัฐบาลจีน

เขาเขียนว่า “ตั้งแต่การระงับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ Ant ไปจนถึงการที่รัฐบาลกลางแก้ไขระเบียบเศรษฐกิจและการต่อต้านการผูกขาดไปจนถึงการปรับ Ali และการสอบสวนของ Didi จำนวนเงิน 18.2 พันล้านหยวน ไปจนถึงการฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคฯ อันโอ่อ่าโดยรัฐบาลกลาง, ข้อเสนอที่จะเดินตามเส้นทางของความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และความวุ่นวายล่าสุดในวงการบันเทิง การดำเนินการแก้ไขเป็นชุดๆ โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังบอกเราว่าจีนกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่ด้านเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม และการเมือง ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้ง (เปี้ยนเก๋อ) หรือการปฏิวัติที่ลึกซึ้ง (เก๋อมิ่ง)”

จะเห็นได้ว่าในข้อเขียนนี้เขาถึงกับใช้คำว่า “การปฏิวัติ” หรือ “เก๋อมิ่ง” กันตรงๆ คำๆ นี้บ่งนัยถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วย ดังนั้น มันจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม (เปี้ยนเก๋อ) แต่จีนกำลังมุ่งไปถึงการถอนรากถอนโคนทางการเมืองด้วย – บทความกล่าวต่อไปว่า

“นี่คือการคืนทวงคืนจากกลุ่มทุนกลับสู่มวลชน และนี่คือการเปลี่ยนแปลงจากทุนเป็นศูนย์กลางไปสู่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ประชาชนกลายเป็นแกนหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้อีกครั้ง และทุกคนที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางจะถูกละทิ้ง การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งนี้ยังเป็นการหวนกลับ คือการหวนคืนสู่ความตั้งใจดั้งเดิมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน การหวนคืนสู่ธรรมชาติ (ของพรรคฯ) ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการหวนกลับคืนสู่แก่นแท้ของลัทธิสังคมนิยม”

เนื้อหาตอนนี้สะท้อนแนวทางของสีจิ้นผิงอย่างชัดเจนที่ต้องการส่งเสริมค่านิยมสังคมนิยมในจีนอีก หลังจากที่คนจีนหลงไหลกับทุนนิยม (หรือที่เรียกอย่างสวยหรูว่า “สังคมที่มีคุณลักษณะแบบจีน”) มานับสิบๆ ปีแล้ว ผลของการปล่อยให้ประชาชนเสพทุนนิยมคือ เศรษฐกิจจีนใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก แต่มันต้องแลกมาด้วยความเสื่อมถอยเรื่องค่านิยมต่างๆ ทั้งความสุรุ่ยสุร่าย ความคลั่งไคล้ที่ไร้เหตุผล และการไม่มีจริยธรรมของคนระดับไอดอลของสังคม

สีจิ้นผิงก็ยังเชิดชูแนวคิด “สังคมที่มีคุณลักษณะแบบจีน” เพียงแต่เขาต้องดึงสติประชาชนให้เป็นสังคมนิยมมากขึ้น ทุนนิยมให้น้อยลง

การทำแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้คนหลงกับทุนนิยมจนถอนตัวไม่ขึ้น หนทางที่ต้องทำคือต้อง “ช็อค” ด้วยการกวาดล้างเซคเตอร์ต่างๆ แบบไม่หยุดหย่อน เป็นการปฏิวัติแบบสายฟ้าแลบในภาคส่วนที่กระทบต่อมิติด้านทุนนิยมของประชาชนอย่างลึกซึ้ง

ส่วนพวกนายทุนที่กอบโกยจนเกินเหตุนั้น หลังจากนี้จะต้องปรับตัวไม่อย่างนั้นจะอยู่ไม่ได้ – บทความเตือนว่า

“การเปลี่ยนแปลงนี้จะล้างฝุ่นทั้งหมดออกไป ตลาดทุนจะไม่ใช่สวรรค์สำหรับนายทุนที่จะร่ำรวยในชั่วข้ามคืนอีกต่อไป ตลาดวัฒนธรรมจะไม่ใช่สวรรค์ของดาราสาววายร้ายอีกต่อไป และข่าวและความคิดเห็นของสาธารณชนจะไม่อยู่ในฐานะที่บูชาวัฒนธรรมตะวันตกอีกต่อไป (นี่คือ) การกลับมาของสีแดง (คอมมิวนิสต์) การกลับมาของวีรชน (ของพรรคฯ) และการกลับมาของความเสียสละภักดี (ต่อพรรคฯ)”

บทความนี้ยังไปไกลถึงขั้นเสนอแนะแนวทางว่าควรทำอย่างไรต่อไป ไม่แน่ว่านี่คือการแย้มพรายให้รู้ว่ารัฐบาลจีนจะมุ่งไปทางนี้ก็เป็นได้

“ดังนั้น เราจำเป็นต้องควบคุมความวุ่นวายทางวัฒนธรรมทั้งหมด และสร้างวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา มีสุขภาพดี มีพลังชายชาตรี เข้มแข็ง และมุ่งเน้นที่ผู้คน เราต้องปราบความวุ่นวายของการยักย้ายถ่ายเทเงินทุนขนาดใหญ่ การผูกขาดแพลตฟอร์ม และความโกลาหลจากการที่เงินไม่ดีขับไล่เงินดีในตลาดทุน ชักนำการไหลของเงินทุนไปยังองค์กรธุรกิจ องค์กรที่มีเทคโนโลยีสูง และอุตสาหกรรมการผลิต จัดการความโกลาหลของการศึกษาอย่างต่อเนื่องโดยเริ่มจากการจัดการสถาบันฝึกอบรมและเขตการศึกษาจะช่วยให้การศึกษากลับสู่คนสามัญและมีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้คนทั่วไปมีพื้นที่ในการยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น ในอนาคตราคาบ้านที่สูงและค่ารักษาพยาบาลที่สูงจะได้รับการแก้ไขอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำการปราบภูเขาใหญ่ที่กีดขวางให้ราบคาบ คือภูเขาของการศึกษา การรักษาพยาบาล และที่อยู่อาศัย”

ข้อความสุดท้ายมีน้ำเสียงการปฏิวัติสังคมนิยมอย่างชัดเจน คำว่า “ภูเขาใหญ่ทั้งสาม” (ซานจั้วต้าซาน) เป็นศัพท์แสงของสังคมนิยมจีน แต่ก่อนหมายถึงสิ่งที่ขัดขวางสังคมนิยม คือ ลัทธิจักรพรรดินิยม, ระบอบศักดินา และทุนนิยมเล่นพรรคเล่นพวก สิ่งเหล่านี้คือ อุปสรรคในการสร้างจีนใหม่หลังการปลดปล่อย แต่ตอนนี้อุปสรรคของจีนที่รุ่งเรืองคือ “การศึกษา การรักษาพยาบาล และที่อยู่อาศัย”

ผู้เขียนกล่าวว่า “แม้ว่าเราไม่ได้พยายามฆ่าคนรวยและช่วยคนจน (เหมือนยุคปราบ “ภูเขาใหญ่ทั้งสาม” ในสมัยก่อน) แต่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาการช่องว่างรายได้ที่เพิ่มขึ้นระหว่างคนรวยกับคนจนอย่างมีประสิทธิภาพ ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันคือการเปิดทางให้คนงานธรรมดามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการกระจายความมั่งคั่งทางสังคม”

ส่วนที่เหลือของบทความเอ่ยถึงแนวโน้มของการเผชิญหน้าระหว่างจีนกับโลกภายนอก ซึ่งหากมีโอกาสผู้เขียนจะเอ่ยถึงต่อไป

สิ่งที่สำคัญกว่าจากบทความของ “หลี่กวงหม่านฯ” ก็คือท่าทีผลักดันให้จีนหวนคืนสู่รากเหง้าสังคมนิยมหรืออย่างน้อยก็ลดความเห็นแก่ตัวแบบทุนนิยมลงเสีย

การที่สื่อของรัฐพร้อมใจกันลงบทความนี้ย่อมสะท้อนว่ามันสอดคล้องกับแนวทางของรัฐนั่นเอง อันที่จริงแล้วหากไม่มีบทความนี้ หลายๆ คนก็พอจะเดาออกว่าจีนกำลังมุ่งไปในทางเดียวกับที่บทความนี้บอก

เพียงแต่การเลือกใช้คำ “ปฏิวัติ” และ “การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างลึกซึ้ง” ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามันจะส่งแรงกระเพื่อมหนักหนาขนาดไหนในจีน

การปฏิวัติวัฒนธรรมเมื่อทศวรรษที่ 60 เริ่มต้นด้วย “หนังสือตัวโต” (ต้าจื้อเป้า) หรือประกาศแจ้งข่าวที่ติดไว้ตามกำแพง แปะไว้บอกเจตนารมณ์และแนวทางการปฏิวัติและเปิดโปงศัตรูของการปฏิวัติ บทความชิ้นนี้ก็คล้ายกับหนังสือตัวโตในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม

มันคือการบอกให้ประชาชนปรับท่าทีให้เป็นสังคมนิยมมากขึ้นและเริ่มต้นการกวาดล้างศัตรูของสังคมนิยม

ครั้งสุดท้ายที่จีนใช้คำว่า “ปฏิวัติ” (เก๋อมิ่ง) คือการปฏิวัติวัฒนธรรม (เหวินฮว่า ต้าเก๋อมิ่ง) เมื่อทศวรรษที่ 60 คือการทำลายล้างรากฐานสังคมแบบใหม่ เพื่อทำให้จีนเป็นสังคมคอมมิวนิสต์บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ผลของมันวินาศสันตะโรเอามากๆ

เรามารอดูกันว่า “เก๋อมิ่ง” คราวนี้จะจะมีผลเช่นไร

โดย กรกิจ ดิษฐาน

AFP PHOTO / JEAN VINCENT

Afghans suffer as U.S. wraps up mission in Afghanistan #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005505

Afghans suffer as U.S. wraps up mission in Afghanistan


The U.S. mission was to “end the war, bring about peace and prosperity in Afghanistan,” said a wounded Afghan man. However, the war-torn country was left in lurch amid “instability, extreme poverty and uncertainty.”

“It was a horrific scene as the injured men were crying for help and dead bodies were scattered around you,” an injured Afghan man Mohammad Bakhsh said here on Monday.

Receiving medical treatment at a local hospital here, Bakhsh claimed that he was going to leave Afghanistan with the U.S. military but the terrorist attack at the airport had turned his dream to ash.

In a deadly terrorist attack on the fortified Kabul airport Thursday evening for which ISIS-K, an affiliate of the Islamic State group active in Afghanistan, claimed responsibility, at least 170 Afghans and 13 U.S. soldiers were killed and about 200 others wounded.

“The wave of the blast of the terrorist attack threw me to a polluted water canal next to the wall of the airport,” Bakhsh recalled.

The attack rocked Kabul airport amid the evacuation of foreign soldiers and Afghans cooperated with them during the 20 years of the presence of the U.S.-led forces in Afghanistan.

Bakhsh is from the country’s central Daykundi province. Like dozens of other injured Afghans, he has been hospitalized in a local hospital.

The U.S. mission, according to the wounded Afghan man, was to “end the war, bring about peace and prosperity in Afghanistan.” However, they left the war-torn country in lurch amid “instability, extreme poverty and uncertainty.”

People injured in the Kabul airport attacks receive medical treatment at a local hospital in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 27, 2021. People injured in the Kabul airport attacks receive medical treatment at a local hospital in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 27, 2021.

Following the Taliban’s takeover of Kabul on Aug. 15, the United States and allied nations began the withdrawal of their nationals including soldiers, diplomats and their Afghan employees from Afghanistan and Washington would reportedly wrap up the evacuation process on Aug. 31.

Lying on a hospital bed, an injured Afghan man who only gave his name as Kamyab told Xinhua on Monday about his ordeal at the Hamid Karzai international airport on Thursday night. “The blast was followed by gunshots and due to the firing, my hand was injured outside the airport,” he recalled.

“No other armed men except the American soldiers were in the area when the shooting took place,” he said. “Under a rain of bullets, everyone was trying to escape the tragic scene.”

Some injured people on the condition of anonymity claim that the U.S.-made bullets had been taken out of the bodies of some wounded men.

“The horrific U.S.-led military invasion of Afghanistan begun with killing Afghans 20 years ago and ended with tragic scene as fighting continues, terrorist attacks claim the lives of Afghans and poverty is high as the majority of Afghans live under poverty line,” Kamyab said.

Published : August 31, 2021

IS attacks resurge in Afghanistan after Taliban takes control of capital Kabul #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005493

IS attacks resurge in Afghanistan after Taliban takes control of capital Kabul


Kabul has been the scene of more violent attacks in recent days. Five rockets were fired early Monday at Kabul airport in the Afghan capital, where the evacuation of U.S.-led troops is underway, witnesses said.

After years of being silenced in the war-battered Afghanistan, the Islamic State (IS) group launched a deadly attack on the fortified Kabul airport Thursday, leaving at least 170 Afghans and 13 U.S. soldiers dead and about 200 others wounded.

The bloody attack, claimed by ISIS-K, a local affiliate of the Islamic State group in Afghanistan, has taken many by surprise and the armed extremist group has warned of more attacks after completion of the pull-out of U.S.-led forces from Afghanistan.

The attack on the Kabul airport has been faced by the U.S. military’s sharp reaction as it launched drone strikes in the eastern Nangarhar province, killing an alleged attack planner of the terror group.

Taliban spokesman Zabihullah Mujahid has confirmed the incident in Nangarhar, saying two civilians were killed and four others including two children were injured in the unmanned plane attacks.

The attack on the alleged IS hideout in Afghanistan has been termed by the Taliban as breach of the U.S.-Taliban peace deal inked in Doha.

“The airstrike inside Afghanistan is a violation of Doha agreement and America does not have the right to conduct operations in Afghanistan soil,” a Taliban senior leader Abdul Haq Waseq was quoted by a local media outlet Tolo News as saying.

People injured in the Kabul airport attacks receive medical treatment at a local hospital in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 27, 2021.People injured in the Kabul airport attacks receive medical treatment at a local hospital in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 27, 2021.

Mujahid also said that the U.S. had to share its intention for attack before launching it.

In the meantime, Kabul has been the scene of more violent attacks in recent days.

Five rockets were fired early Monday at Kabul airport in the Afghan capital, where the evacuation of U.S.-led troops is underway, witnesses said.

“The rockets attached to a sedan were fired towards the airport from Khair Khana Minia locality. It looked to me that the U.S. missile system intercepted the rockets,” witness Sayyad Mohammad told Xinhua.

Evacuation flights continued as the U.S. troops were at the final stage of their withdrawal from Afghanistan. The pull-out is expected to be completed on Tuesday.

U.S. unmanned planes have been flying over Kabul since Sunday.

Afghans fear that the IS fighters would conduct more attacks in the coming days or weeks to prove its presence in Afghanistan.

The ISIS-K emerged in Afghanistan in 2015.

Published : August 31, 2021

WHO calls for action to increase COVID-19 vaccination rates in Europe #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005492

WHO calls for action to increase COVID-19 vaccination rates in Europe


“Vaccination is a right, but its also a responsibility. Vaccine skepticism and science denial are holding us back from stabilizing this crisis. It serves no purpose, and is good for no one,” said WHO Regional Director for Europe Hans Kluge.

The World Health Organization (WHO) Regional Office for Europe on Monday called on health authorities to take urgent action to counter both an accelerated transmission of the coronavirus and a clear stagnation in vaccination rates across the region.

“The high transmission is deeply worrying particularly in the light of low vaccination uptake in priority populations in a number of countries. Several countries are starting to observe an increased burden on hospitals and more deaths,” said WHO Regional Director for Europe Hans Kluge during an online press conference.

According to Kluge, alarm bells are already ringing in 33 of the 53 states in the WHO European region which have reported a greater than 10 percent increase of COVID-19 cases in the past 14 days. Moreover, there was an 11-percent increase in the number of deaths in the region during the past week.

“Three factors account for this increase: the first is the more transmissible Delta variant, now reported in 50 countries in the Region. The second factor is the easing of public health measures and the third is the seasonal surge in travel, driving a significant growth in case numbers in most countries,” said Kluge.

Despite nearly 850 million vaccine doses having already been administered and nearly half of the people of the European Region being fully vaccinated, the regional director criticized the lack of access to vaccines in some countries and a lack of vaccine acceptance in others during a time when the “public’s vaccination acceptance is crucial.”

Passengers wait to receive COVID-19 vaccine at the Fiumicino airport in Rome, Italy, July 29, 2021.Passengers wait to receive COVID-19 vaccine at the Fiumicino airport in Rome, Italy, July 29, 2021.

“Vaccination is a right, but it’s also a responsibility. Vaccine skepticism and science denial are holding us back from stabilizing this crisis. It serves no purpose, and is good for no one,” said Kluge.

In an effort to counter vaccine skepticism, Kluge called upon the region’s health authorities to examine closely what determines vaccination uptake by population groups and then “establish tailored interventions at the community level to boost vaccine uptake.”

He called for an increase in vaccine production, sharing vaccine doses equitably as well as a drive on vaccine acceptance and demand as the three fundamental elements needed “to deliver on the promise that vaccination can move the European Region beyond the pandemic.”

Asked about the perception of the effectiveness of a third vaccine jab, or the “booster jab,” Kluge advised caution due to lack of evidence on its effectiveness.   

People walk on a street amid the COVID-19 outbreak in Madrid, Spain, Aug. 2, 2021. People walk on a street amid the COVID-19 outbreak in Madrid, Spain, Aug. 2, 2021.

Published : August 31, 2021