สิงคโปร์เอาอยู่! เริ่มกลับเข้าทำงาน พลเมือง 76% ฉีดวัคซีนครบแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661002

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

สิงคโปร์เอาอยู่! เริ่มกลับเข้าทำงาน พลเมือง 76% ฉีดวัคซีนครบแล้วสิงคโปร์ผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง

แชนเนล นิวส์เอเชีย (CNA) รายงานว่าพนักงานในสิงคโปร์สามารถกลับไปทำงานที่บริษัทได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. เป็นต้นไป ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

โดยข้อกำหนดดังกล่าวอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าทำงานได้ร้อยละ 50 ของพนักงานทั้งหมด ขณะที่บางบริษัทจัดสรรให้มีการผสมผสานทั้งการทำงานที่บ้านและที่ทำงาน เช่นการกำหนดให้พนักงานเข้าบริษัท 2 หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ หรือบางบริษัทให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานที่บ้านหรือที่ทำงาน

ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้มีการผ่อยคลายข้อจำกัดและมาตรการควบคุมโรคต่างๆ ตั้งแต่เดือนก.ย. ปีที่แล้วรวมถึงการอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานที่บริษัทได้ แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ส่งผลให้รัฐบาลบังคับใช้นโยบายทำงานที่บ้านอีกครั้งตั้งแต่เดือนพ.ค. ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงโดยขณะนี้มีประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 76% จากประชากรทั้งหมดกว่า 5 ล้านคน ทางการสิงคโปร์จึงได้มีการผ่อนคลายข้อจำกัดอีกครั้ง

โดยในวันที่ 18 ส.ค. สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 53 คนเท่านั้น หลังจากการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดในช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละกว่า 100 คน

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 66,334 คนและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 46 คน

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

ตอลิบานเปิดฉากยิงผู้ประท้วง-ผู้หญิง ตายอย่างน้อย 3 ศพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660984

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

ตอลิบานเปิดฉากยิงผู้ประท้วง-ผู้หญิง ตายอย่างน้อย 3 ศพกลุ่มตอลิบานปราบผู้ประท้วง เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 10 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมากลุ่มตอลิบานเข้าปราบปรามผู้ประท้วงในเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานซึ่งห่างจากกรุงคาบูลราว 150 กม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ผู้พบเห็นเหตุการณ์เผยว่ากลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านกลุ่มตอลิบานพยายามนำธงชาติอัฟกานิสถานไปติดที่จัตุรัสในเมืองจาลาลาบัดแทนที่ธงตอลิบาน ส่งผลให้เกิดการปะทะก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะเริ่มเปิดฉากยิง

ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งระบุว่ามีผู้บาดเจ็บราว 13 คน

กลุ่มติดอาวุธตอลิบานรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์สว่า “ผู้ก่อปัญหาบางคนต้องการสร้างปัญหาให้เรา พวกเรากำลังใช้ประโยชน์จากนโยบายที่ผ่อนปรนของพวกเรา”

โดยก่อนหน้านี้กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะนิรโทษกรรมทั่วประเทศและไม่มีการแก้แค้นผู้เห็นต่าง ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกคนภายใต้กรอบกฎหมายอิสลาม และยืนยันว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ

ด้านโฆษกตอลิบานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่นิวยอร์กโพสต์รายงานว่ากลุ่มติดอาวุธตอลิบานยิงผู้หญิงชาวอัฟกันรายหนึ่งที่ไม่สวมบุรเกาะอ์ (burqa) หรือผ้าคลุมยาวที่ใช้ปกปิดใบหน้าและร่างกายตามธรรมเนียมอิสลาม จนผู้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะคุ้มครองสิทธิสตรีภายใต้กรอบกฎหมายอิสลาม

นอกจากนี้มีรายงานว่าภายหลังจากการยึดอำนาจของกลุ่มตอลิบานส่งผลให้ชาวอัฟกันจำนวนมากต้องการลี้ภัยไปยังต่างประเทศ แต่กลุ่มติดอาวุธตอลิบานจำนวนหนึ่งขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงคาบูล ตลอดจนมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชนที่ออกันอยู่บริเวณภายนอกสนามบิน

Photo by Pajhwok / AFP

พบประสิทธิภาพสู้เดลตาลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660982

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

พบประสิทธิภาพสู้เดลตาลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน ออกซ์ฟอร์ดพบประสิทธิภาพกันติดเชื้อเดลตาของวัคซีน AstraZeneca และ Pfizer-BioNTech ลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน 

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่อ Covid-19 สายพันธุ์เดลตาของวัคซีนของ AstraZeneca และ Pfizer-BioNTech ลดลงหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 3 เดือน และยังพบว่าผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาหลังได้รับวัคซีนดังกล่าวครบ 2 โดสแล้วอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ   

จากการเก็บตัวอย่างจากลำคอและจมูก (swab) กว่า 3 ล้านครั้งทั่วอังกฤษ ทีมวิจัยพบว่า หลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว 90 วัน ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อของวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ลดลงเหลือ 75% และของ AstraZeneca ลดลงเหลือ 61% จากเดิม 85% และ 68% ตามลำดับหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 2 สัปดาห์

ประสิทธิภาพที่ลดลงพบได้ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปมากกว่ากลุ่มที่อายุน้อยกว่า

“วัคซีนทั้งสองยี่ห้อ เมื่อฉีด 2 เข็ม ยังปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้ดีมาก เมื่อเริ่มจากประสิทธิภาพสูงมากๆ ก็ย่อมอยู่ได้นานกว่า” ซาราห์ วอล์กเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านเวชสถิติของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและหัวหน้าทีมวิจัยเผย

การวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่ติดเชื้อหลังจากได้รับวัคซีนครบโดสแล้วมีแนวโน้มจะมีปริมาณไวรัสในตัวเท่ากับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC)

ผลการวิจัยชิ้นนี้ยังออกมาไล่เลี่ยกับที่รัฐบาลสหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือ booster shot ให้ชาวอเมริกันในเดือนหน้าท่ามกลางการระบาดของสายพันธุ์เดลตา

ก่อนหน้านี้ Pfizer เผยว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และเดือนที่แล้ว AstraZeneca เผยว่า ยังศึกษาอยู่ว่าวัคซีนจะป้องกันได้นานเท่าใด และต้องฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้มภูมิคุ้มกันหรือไม่

งานวิจัยของออกซ์ฟอร์ดชิ้นนี้ตอกย้ำความกังวลของนักวิทยาศาสตร์ว่าสายพันธุ์เดลตาซึ่งพบครั้งแรกในอินเดียจะทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ระบาดก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ทีมวิจัยของออกซ์ฟอร์ดวิเคราะห์ตัวอย่างจากลำคอและจมูกราว 2.58 ล้านตัวอย่างที่สุ่มเก็บจากชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2020-16 พ.ค. 2021 จำนวน 380,000 ตัวอย่าง และผลการตรวจ 810,000 ชิ้นจากอาสาสมัคร 360,000 คน ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 ส.ค. เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วงก่อนและหลังเดลตาระบาดในอังกฤษ

อดีตปธน.อัฟกันเผยโดนบังคับให้หนี ปัดขนเงินมาด้วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660981

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

อดีตปธน.อัฟกันเผยโดนบังคับให้หนี ปัดขนเงินมาด้วยอดีตผู้นำอัฟกานิสถานปรากฏตัวครั้งแรกหลังออกนอกประเทศ ยืนยันทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าอัชราฟ กานี อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานปรากฏตัวเป็นครั้งแรกหลังออกจากประเทศไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นการแถลงการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กย้ำว่าการออกนอกประเทศครั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาขนเงินมหาศาลหลบหนีออกไปด้วย

นายกานีซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยืนยันว่าเขาทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศไม่ใช่สวัสดิภาพของตนเอง โดยระบุว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะลี้ภัย แต่ทีมรักษาความปลอดภัยของเขาบังคับให้ต้องออกจากอัฟกานิสถาน

“ถ้าผมอยู่ที่นั่นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของอัฟกานิสถานจะถูกแขวนคอต่อหน้าชาวอัฟกันอีกครั้ง” กานีกล่าวพร้อมเสริมว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอกลับประเทศ

นอกจากนี้ยังได้ปฏิเสธข่าวลือที่อ้างว่าเขานำทรัพย์สินมูลค่ากว่า 169 ล้านเหรียญสหรัฐออกจากอัฟกานิสถานมาด้วย โดยชี้ว่าเขาเดินทางมาอย่างฉุกละหุกไม่ได้เตรียมตัวใดๆ และมาด้วยมือเปล่า

กานีย้ำว่าเขากำลังพยายามปกป้องประเทศและชาวอัฟกัน ตลอดจนสนับสนุนการเจรจาระหว่างกลุ่มตอลิบานและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอัฟกานิสถาน และหวังว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลได้ให้การต้อนรับอดีตผู้นำอัฟกานิสถานและครอบครัวด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม

Photo by – / various sources / AFP

ประกาศก้องแกนนำตอลิบานจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนอีกต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660972

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 10:20 น.

ประกาศก้องแกนนำตอลิบานจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนอีกต่อไปเจ้าหน้าที่ตอลิบานเผยแกนนำกลุ่มจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนอีกต่อไป

เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกลุ่มตอลิบานเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า แกนนำกลุ่มตอลิบานจะเปิดเผยตัวต่อคนทั้งโลก และจะไม่ใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนอยู่ในเงามืดเหมือนเมื่อช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอีก

“อย่างค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุด โลกจะได้เห็นแกนนำของเรา จะไม่มีเงามืดอีกต่อไป” เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเผย

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า สมาชิกกลุ่มตอลิบานได้รับคำสั่งไม่ให้ฉลองชัยชนะที่ยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จเมื่อวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) และพลเรือนต้องส่งมอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนให้กลุ่มตอลิบาน

Photo by KARIM JAAFAR / AFP

ทำไมตอลิบานจึงยึดประเทศได้แบบสายฟ้าแลบ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660940

วันที่ 18 ส.ค. 2564 เวลา 20:38 น.

ทำไมตอลิบานจึงยึดประเทศได้แบบสายฟ้าแลบ?วิเคราะห์แนวทางการต่อสู้ของตอลิบาน ทำไมพวกเขาถึงรุกคืบได้อย่างรวดเร็ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำได้

‘ฏอลิบาน’ หรือที่เรียกันแบบรวบรัดว่าตอลิบานหรือตาลีบัน ใช้เวลาแค่ 2 เดือนกว่าๆ ก็สามารถยึดจังหวัดต่างๆ ของอัฟกานิสถานได้แห่งแล้วแห่งเล่า ใช้ยุทธวิธีที่เรียกว่า ‘ป่าล้อมเมือง’ ค่อยๆ เขมือบพื้นที่ที่พวกเขาถนัดคือพื้นที่ห่างไกลในชนบท แล้วยึดเมืองเอกของภูมิภาคต่างๆ ทีละแห่งในเวลาไม่ถึง 1 เดือน จากนั้นก็ล้อมเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึง 2 วันพวกเขาก็ยาตราทัพเข้าคาบูลได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตอลิบานรุกคืบได้เร็วขนาดนี้ ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาจับอาวุธใหม่ๆ ก็ใช้เวลาไม่กี่เดือนก็ยึดพื้นที่ของอัฟกานิสถานเอาไว้มากมาย

ฐานที่มั่นของตอลิบานคือเมืองกันดะฮาร์ทางภาคใต้ เมื่ออัฟกานิสถานเขาสู่สงครามกลางเมืองช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ตอลิบานที่เดิมเป็นเพียงกลุ่มนักศึกษาศาสนาแต่มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะสร้างรัฐอิสลามที่แท้จริง ได้ดึงดูดนักศึกษาศาสนาและผู้ร่วมอุดมการณ์นับหมื่นมาเคลื่อนไหวร่วมกัน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยข่าวกรองของปากีสถาน (ISI ซึ่งเรื่องนี้สามารถแตกประเด็นไปได้อีกเรื่องการยอมรับและถ่วงดุลอำนาจต่างประเทศของตอลิบาน)

ผู้นำของพวกเขาคือ มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ครูสอนศาสนาชาวกันดาฮาร์ที่ตั้งเป้าที่ว่าจะกวาดล้างพวกขุนศึกที่เฉือนแผ่นดินปกครอง โค่นล้มรัฐบาลกลางที่ไร้น้ำยาและฉ้อฉล กำจัดอาชญากรที่ทำลายบ้านเมือง ทำให้อัฟกานิสถานเป็นรัฐอิสลามที่บริสุทธิ์ตามหลักศาสนา – ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและถูกใจผู้คนที่เบื่อหน่ายกับความถดถอยไร้อนาคตของประเทศ

นี่คือพิชัยสงครามข้อที่หนึ่งของตอลิบาน พวกเขามีเป้าหมายชัดเจนว่าจะทำอะไร เป็นเป้าหมายที่กระชับและตรงความต้องการของผู้คน พวกเขารู้ว่าผู้คนเบื่อหน่ายอะไร และเผอิญว่าผู้มีอำนาจกลุ่มอื่นๆ ในประเทศคือพวกขุนศึกและรัฐบาลกลางตอบสนองประชาชนไม่ได้แถมยังโกงกินบ้านเมืองอย่างหนัก

มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร เริ่มต้นจากกลุ่มนักศึกษาศาสนาเพียง 50 คนเท่านั้นที่หวังจะกวาดล้างขุนศึกและความฉ้อฉลสร้างรัฐอิสลาม แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่ความฝันของคนแค่ 50 คน แต่เป็นความต้องการของคนจำนวนไม่น้อย อย่างๆ น้อยช่วงไม่กี่เดือนหลังก่อตั้งกลุ่มมีผู้ร่วมอุดมการณ์เพิ่มถึง 15,000 คน

ตอลิบานที่ถือกำเนิดได้ไม่กี่ปีจึงแข็งแกร่งเหลือเชื่อ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 กลุ่มตอลิบานได้โจมตีเมืองกันดะฮาร์แบบสายฟ้าแลบ จากนั้นใช้เวลาไม่ถึง 2 เดือนพวกเขาควบคุม 12 จังหวัดได้ก่อนวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2538 ดังนั้น การยึดอัฟกานิสถานครั้งนี้ (ปี 2564) จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตอลิบานเคยทำสำเร็จมาแล้ว

เคล็ดลับความสำเร็จในตอนนั้นก็เพราะตอลิบานได้รับความนิยมในหมู่ประชาชน เพราะพวกเขาปราบปรามการทุจริต ควบคุมความไร้ระเบียบ ทำให้การสัญจรบนท้องถนนและพื้นที่ต่างๆ มีความปลอดภัย และพื้นที่ภายใต้การควบคุมมีการค้าที่เจริญรุ่งเรืองนั่นเพราะบ้านเมืองปลอดภัยแล้วนั่นเอง หลังจากความสำเร็จช่วงนี้ตอลิบานมีกำลังเพิ่มขึ้นมา 25,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538

ในการรุกคืบปี 2564 ก็เช่นกัน เมื่อตอลิบานบุกเขาไปยึดได้เมืองที่วุ่นวายไม่มีขื่อไม่มีแปมานาน พวกเขาได้รับการต้อนรับจากชาวเมืองด้วยความยินดี

ดูเหมือนว่าตอลิบานจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งมันไม่จริงเสมอไป จากการสำรวจโดย Asia Foundation เมื่อปี 2552 พบว่าตอลิบานเคยได้รับการสนับสนุนจากชาวอัฟกานกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นชาวปาทานและประชาชนในถิ่นห่างไกล แต่พอถึงปี 2562 การสนับสนุนเหลือ 13.4%

พอถึงในช่วงต้นปี 2564 ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่อย่างท่วมท้นกล่าวว่าการปกป้องสิทธิสตรี เสรีภาพในการแสดงความเห็น และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญ ไม่แน่ว่าด้วยผลโพลนี้ตอลิบานจึงเปลี่ยนท่าทีหลังจากยึดคาบูลคราวนี้ แทนที่จะตั้งกฎเข้มงวดเมื่อคราวก่อนแบบที่ไม่แยแสอะไรอื่นนอกกจากหลักศาสนาและกฎหมายชะรีอะฮ์ พวกเขายืนยันว่าจะให้สิทธิสตรีใขขอบเขตของหลักศาสนา อนุญาตให้ผู้หญิงเรียนหนังสือได้ เชิญผู้หญิงทำงานกับภาครัฐ และออกทีวีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหญิง

นี่คงเป็นการซื้อใจอย่างหนึ่ง ซึ่งชาติตะวันตกถึงกับทำตัวไม่ถูกที่ตอลิบานมาแนวนี้ ไม่รู้ว่าจะดีใจ เชื่อใจ หรือไม่ไว้วางใจพวกเขาดี

พิชัยสงครามข้อที่สอง สืบเนื่องจากเป้าหมายที่ชัดเจนคือจัดระเบียบบ้านเมืองเสียใหม่ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ตอลิบานมีธงนำที่ชัดเจนในเรื่องนี้มากกว่าใคร เพราะหากนำเป้าหมายนี้ไปใช้ในทางการเมืองมันจะทำไม่สำเร็จเพราะการเมืองผูกไว้กับผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ละคนอ้างว่ารักชาติบ้านเมือง และต้องการใช้วิธีตัวเองที่จะไปถึงเป้าหมาย แต่ตอลิบานรวมศูนย์เป้าหมายไว้ที่ศาสนา เป้าหมายส่วนตัวจึงไม่สำคัญ

นักรบของตอลิบานจึงไม่วอกแวก คาร์เตอร์ มอลเคเชียน นักประวัติศาสตร์และอดีตที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานกล่าวไว้ในบทความของ Politico ว่า “ในการสนทนาที่ผมพูดคุยกับกลุ่มตอลิบานด้วยตัวเอง ซึ่งมักจะคุยกันด้วยภาษาปาทานของพวกเขา “กลุ่มตอลิบานต่อสู้เพื่อความเชื่อ เพื่อญันนะตุ (สวรรค์) และฆอซี (การฆ่าคนนอกศาสนา) … กองทัพและตำรวจต่อสู้เพื่อเงิน” นักวิชาการด้านศาสนาของกลุ่มตอลิบานจากกันดาฮาร์บอกผมในปี 2562 ว่า “กลุ่มตอลิบานยินดีที่จะเสียหัวเพื่อต่อสู้ … กองทัพและตำรวจจะมาสู้ได้อย่างไร”

พิชัยสงครามข้อที่สามของตอลิบาน จะต้องสร้าง ‘ความชอบธรรม’ ให้ผู้คนเชื่อถือศรัทธา อาจเป็นเพราะต้องการสร้างความชอบธรรมหรือเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อหรือเหตุผลเรื่องอุมการณ์ การยึดกุมคาบูลและประการอดีตผู้นำยังไม่เพียงพอ มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ต้องการสิ่งอื่นที่จะสร้างความชอบธรรมมากกว่านี้ เพราะประเทศใหม่ที่จะสถาปนาขึ้นไม่ใช่แค่ ‘ประเทศอัฟกานิสถาน’ หรือ ‘รัฐอิสลามอัฟกานิสถาน’ ของรัฐบาลที่ตอลิบานหวังจะโค่นล้ม เพราะมันยังไม่เป็นอิสลามพอ

ตอลิบานต้องการสถาปนา ‘เอมิเรตแห่งอัฟกานิสถาน’ ซึ่งหมายความว่าผู้นำจะต้องเป็นเอมีร์ มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ไม่จำเป็นต้องมีเชื้อเจ้าเพราะมีอีกวิธีหนึ่งที่เขาจะได้รับตำแหน่ง ‘เอมีร์ อัลมุอฺมินูน’ (แม่ทัพแห่งผู้ศรัทธา) ได้ นั่นคือการได่รับการรับรองจากที่ประชุมของอุลามาอฺ (ครูสอนศาสนา) เพื่อให้บุคคลนั้นเป็นเอมีร์ อัลมุอฺมินูน ในฐานะแม่ทัพในสงครามศักดิ์สิทธิ์ (ญิฮาด)

ที่กันดะฮาร์มีสิ่งสำคัญชิ้นหนึ่งเก็บรักษาไว้ คือ เสื้อคลุมของนบีโมฮัมหมัด (ที่ท่านสวมในเหตุการณ์อัลอิสรออ์และอัลมิอรอจญ์) เก็บรักษาไว้ที่มัสยิดคีรคาชารีฟเสื้อคลุมถูกล็อกไว้ภายในมัสยิดและไม่ค่อยมีใครเห็น มีสกุลหนึ่งปกป้องดูแลมานานถึง 250 ปีแล้วและตามธรรมเนียมแล้วผู้ดูแลจะนำเสื้อคลุมออกมาแสดงแก่ผู้นำอัฟกานิสถานที่มีความชอบธรรมเท่านั้น

เมษายน พ.ศ. 2539 ตอลิบานเรียกชุมนุมอุบามะอฺ ครั้นแล้วมุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ผู้นำของกลุ่มตอลิบาน ได้นำเสื้อคลุมออกมาและถือไว้ต่อหน้าฝูงชน ฝูงชนก็เริ่มตะโกนว่า “เอมีร์ อัลมุอฺมินูน” นี่คือจุดเริ่มต้นของการยอมรับว่าตอลิบานคือผู้ก่อตั้งประเทศใหม่คือเอมิเรตแห่งอัฟกานิสถาน ผู้นำตอลิบานคือเอมีร์ ที่สำคัญพวกเขามีความชอบธรรมแล้วที่จะโค่นล้มรัฐบาลเพราะโยงตัวเองเข้ากับสิ่งผู้นำที่ชอบธรรมของอัฟกานิสถานจะสัมผัสได้เท่านั้น

เรื่องการเรียกตัวองเป็นเอมีร์ทำให้มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัรถูกวิจารณ์มาก อาเหม็ด ราชีด นักข่าวและนักเขียนนโยบายต่างประเทศมีหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และเอเชียกลาง กล่าวว่า “ไม่มีชาวอัฟกันรับตำแหน่งนี้ (เอมีร์) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2377 เมื่อกษัตริย์ดอสต์ โมฮัมเหม็ด ข่าน รับตำแหน่งก่อนที่พระองค์จะประกาศญิฮาด (สงครามศักดิ์สิทธิ์) ต่อต้านอาณาจักรซิกข์ในเปชาวาร์ แต่ดอสต์ โมฮัมเหม็ดทรงต่อสู้กับชาวต่างชาติ ในขณะที่โอมาร์ประกาศญิฮาดกับชาวอัฟกันคนอื่นๆ”

แต่เป้าหมายของตอลิบานชัดเจนอยู่แล้วคือสร้างรัฐอิสลามบริสุทธิ์ รัฐบาลรูปแบบอื่นจึงเป็นศัตรู นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ตอลิบานพยานยามทำให้คนอัฟกันหวนนึกถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ยุคกษัตริย์ดอสต์ โมฮัมเหม็ด ข่านรวมถึงยุคสมัยของอับดูร รอฮ์มาน ข่าน พระราชนัดดาของดอสต์ โมฮัมเหม็ด ข่าน ที่เป็นกษัตริย์ที่เข้มงวดและเก่งกาจด้านการทหารจนได้ฉายาว่า ‘เอมีร์เหล็ก’

ตอลิบานใช้เวลาอีกปีกว่าๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538 – 2539 เข้ายึดกรุงคาบูล และสามารถเข้ายึดครองได้ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2539 ขับไล่รัฐบาลรับบานีและกลุ่มอื่น ๆ ไปทางเหนือ และภายในสิ้นปีที่ครอบครองพื้นที่สองในสามของอัฟกานิสถาน อดีตประธานาธิบดีโมฮัมหมัด นาญิบุลลอฮ์ถูกจับกุมและประหารชีวิตในที่สาธารณะโดยการแขวนคอเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539

เมื่อครั้งที่สหภาพโซเวียตรุกรานอัฟกานิสถาน มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ได้เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านของโซเวียตที่นำโดยนาญิบุลลอฮ์นี่เอง ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มในวันนั้นคือเอมีร์ฯ ที่ประหารเขาในวันนี้

การสร้างผู้นำที่แข็งแกร่งแบบนี้ยังอาจมีผลต่อการรุกคืบในปี 2564 ด้วย เทียบกับอัชราฟ ฆานี อดีตประธานาธิบดีที่หลบหนีไปซึ่งนักวิชาการที่ได้รับการฝึกอบรมจากตะวันตกและได้รับการสนับสนุนจากวอชิงตัน ผู้นำของตอลิบานหรือ ‘เอมีร์ฯ’ ดูมีบารมีกว่ามากทั้งในทางการเมืองและความชอบธรรมทางวัฒนธรรม

ฆานียังได้รับการสนับสนุนจากภายนอกคาบูลเพียงเล็กน้อยและยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีแม้แต่กับผู้บัญชาการบางคนของเขาเอง ขณะที่เอมีร์ฯ ของตอลิบานนั้นชี้นำเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ถึงจะสั่งการจากโดฮาก็ยังมีประสิทธิภาพสูงมาก

พิชัยสงครามข้อสี่ ตอลิบานรู้ว่าสังคมอัฟกานแตกแยกแต่พวกเขากลับไม่ย้ำความแตกแยก เพราะยิ่งสังคมแตกแยกพวกเขาจะปกครองลำบาก เนื่องจากอัฟกานิสถานประกอบด้วยหลายชนเผ่า แต่ชนเผ่าหลักๆ คือปาทานคิดเป็น 40% มีเมืองหลักคือกันดะฮาร์ ส่วนชนเผ่าอื่นเช่น ทาจิก, อุซเบก ฮาซารา คนกลุ่มนี้อยู่ทางตอนเหนือ การที่ตอลิบานสามารถกุมพื้นที่ทางใต้ได้ก่อน เพราะชาวปาทานให้การสนับสนุน ปัญหาก็คือพวกเขาจะทำอย่างไรกับภาคเหนือที่พวกครองด้วยชนเผ่าต่างๆ และขุนศึกคนต่างๆ?

วิธีการก็คือต้องกลับไปที่พิชัยสงครามข้อสองคือการรวมศูนย์เป้าหมายไว้ที่ศาสนา ศาสนาเท่านั้นที่จะรวมเอาความแตกต่างของชนเผ่าต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าภาคเหนือจะปกครองโดยพวกอุซเบก ทาจิก เติร์กเมน ฯลฯ แต่ตอลิบานที่ส่วนใหญ่เป็นพวกปาทานสามารถดึงชนเผ่าอื่นมาร่วมขบวนการได้โดยอาศัยอุดมการณ์เดียวกันและทำสำเร็จด้วยในบางพื้นที่ หรือหาไม่แล้วก็เชิญผู้แทนเผ่าต่างๆ มาทำงานร่วมกันเหมือนคราวนี้

ด้วยวิธีการนี้ตอลิบานจึงสามารแก้ไขความไม่ลงรอยระหว่างเผ่าได้ และเผ่าอื่นๆ จะไม่รู้สึกว่าตอลิบานเป็นรัฐบาลของพวกปาทานเท่านั้น แต่เป็นเอมิเรตแห่งศาสนาอิสลามของผู้นับถือศาสนาอิสลามและของชาวอัฟกานิสถานเท่าๆ กัน

แต่นอกจากอุมการณ์เรื่องศาสนาแล้วยังมีปัจจัยอื่นด้วย นั่นคือพิชัยสงครามข้อห้า ใช้ผู้รุกรานภายนอกเป็นแรงกระตุ้น ตอลิบานและชนเผ่าต่างๆ มีความรู้สึกร่วมกันนั่นคือไม่พอใจกองกำลังนานาชาติที่เข้ามาปักหลักในอัฟกานิสถาน ขณะที่รัฐบาลล่าสุดที่เพิ่งถูกโค่นล้มไปเป็นจำพวกรัฐบาลจับฉ่ายที่รวมตัวกันจากกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ทำให้ขาดเอกภาพอย่างหนัก และยังถูกมองว่าเป็นหุ่นเชดของ ‘ผู้รุกราน’ ที่ฉ้อฉล โกงกิน ไร้ประสิทธิภาพอย่างหนัก

ขณะที่โลกภายนอกมองว่าตอลิบานเป็นผู้ก่อการร้าย (หรืออย่างน้อยอุ้มชูผู้ก่อการร้ายมาก่อน) แต่ชาวอัฟกานิสถานไม่น้อยที่ถูกกองกำลังนานาชาติปฏิบัติอย่างโหดร้ายและใช้อำนาจตามอำเภอใจ มีบางกรณีที่กองกำลังต่างชาติสังหารผู้บริสุทธิ์ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทิ้งบอมบ์ผิดๆ ถูกๆ ของกองทัพสหรัฐและพันธมิตรจนพลเรือนตายไปไม่รู้เท่าไร

ดังนั้นในหมู่ประชาชน ตอลิบานจึงเป็นผู้ปลดปล่อยมากกว่าผู้รุกราน สอดคล้องกับที่ตอลิบานเองก็ใช้แนวทางญิฮาดในการต่อต้านคนนอกศาสนาผู้รุกรานเช่นกัน

แต่นี่เป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งเท่านั้น การที่ตอลิบานสามารถใช้ศาสนาและชูธงต่อต้านผู้รุกรานเพื่อดึงคนมาเข้าร่วมยังไม่พอ มันอาจทำสำเร็จในการยึดประเทศเมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่หากใช้แค่ 2 เหตุผลนี้ในตอนนี้ตอลิบานไม่มีทางทำสงครามยืดเยื้อมานหลายปีได้ ปัจจัยที่เร่งปฏิกิริยาให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือการประกาศถอนกำลังทหารของชาติตะวันตก

ผู้บัญชาการกลุ่มตอลิบานคนหนึ่งในจังหวัดฆัชนีทางตอนกลางกล่าวกับ Reuters ว่าเมื่อกองกำลังของรัฐบาลเห็นว่าสหรัฐกำลังจะจากไปในที่สุด การต่อต้านก็พังทลายลง ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ เมืองใหญ่ทั้งหมดของอัฟกานิสถาน ตั้งแต่คุนดุซทางตอนเหนือไปจนถึงกันดาฮาร์ทางใต้ก็ล่มสลายลง

ผู้บัญชาการตอลิบานรายนี้กล่าวว่า “ไม่ได้หมายความว่าผู้นำชาวอัฟกันที่ยอมจำนนต่อเรานั้นเปลี่ยนไปหรือกลายเป็นคนเคร่งศาสนา แต่เป็นเพราะไม่มีเงินแล้ว” เขาหมายถึงการสนับสนุนทางการเงินที่รัฐบาลและกองทัพได้รับจากตะวันตกมาเกือบสองทศวรรษ

หากไม่มีการถอนกำลังออกไป สงครามกลางเมืองก็จะยืดเยื้อต่อไป แต่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอนตัวออกไปในที่สุด ซึ่งย่อมเป็นชาติตะวันตกที่ไม่ได้ประโยชน์โพดผลอะไรที่จะอยู่ต่อเพื่อผลาญงบประมาณ นับแต่โบราณแล้วที่การรบยืดเยื้อจะทำได้ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะปักหลักนานๆ ได้และเป้าหมายที่ต้องการจะโค่นต้องสมกับต้นทุนที่เสียไปด้วย

ชาติตะวันตกนั้นมองไม่เห็นกำไรในอัฟกานิสถานอีก ส่วนตอลิบานใช้พิชัยสงครามข้อหก คือเมื่อต่อสู้กับยักษ์ไม่ได้ก็ต้องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ในระยะหลายปีที่ผ่านมาตอลิบานไปปักหลักตามชนบทห่างไกล เข้าควบคุมพื้นที่หลายจังหวัดแล้วตั้งรัฐบาลเงาที่มีศาลและระบบภาษีของตนเอง ขณะที่ชาติตะวันตกแทบไม่ได้อะไรติดมือในเมืองใหญ่ของอัฟกานิสถาน ตอลิบานได้ทุนรอนเรื่อยๆจากการค้าฝิ่นและการทำเหมืองในเขตอิทธิพล หลีกเลี่ยงการปะทะซึ่งๆ หน้า เพราะอีกฝ่ายมีกำลังทางอากาศสนับสนุนจากสหรัฐ

ศัตรูของตอลิบานคืออดีตขุนศึกของพันธมิตรภาคเหนือ (Northern Alliance) ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 90 รัฐบาลอัฟกานที่เพิ่งถูกโค่นล้มไปก็พึ่งพา Northern Alliance ในการต้านทานตอลิบานเช่นกัน นำโดยขุนศึกภาคเหนือ อัตตา โมฮัมหมัด นูร์ ชาวเผ่าทาจิก และ ราชีด ดอสตุม ชนเผ่าอุซเบก

ตอลิบานรอเวลาเหมาะที่จะกวาดล้างเสี้ยนหนามใหญ่คืออดีตขุนศึกของ Northern Alliance ในที่สุดฐานที่มั่นของขุนศึกทั้งสองก็ถูกตอลิบานโค่นลงได้เพราะคนในยอมจำนนเนื่องจากไม่รู้จะสู้ต่อทำไมหลังจากสหรัฐตัดช่องน้อยแต่พอตัว ขุนศึกทั้งสองต้องหนีออกจากประเทศไป ไม่กี่วันหลังจากนั้ตอลิบานก็ยึดเมืองใหญ่ๆ รอบคาบูลได้

ตอลิบานรบเหมือนพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปักหลักตามชายขอบรอจังหวะกลืนพื้นที่ชั้นในด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง แต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็เหมือนตอลิบานก็คือ ถ้าสหรัฐไม่ถอนความช่วยเหลือจากรัฐบาลก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็กในปี ค.ศ. 1947 พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็จะยึดครองประเทศได้ยาก

รัฐบาลอัฟกานิสถานที่เพิ่งถูกโค่นล้มไปก็เหมือนก๊กมินตั๋ง เต็มไปด้วยปัญหาฉ้อฉล ไร้อุดมการณ์หลัก และพึ่งพาอำนาจภายนอก และเหมือนกับรัฐบาลเวียดนามใต้ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับก๊กมินตั๋งแต่พึ่งพาสหรัฐอย่างหนักหน่วงกว่า แน่นอนว่าพอสหรัฐลอยแพเวียดนามใต้ ไซ่ง่อนก็แตกในไม่นาน สภาพการณ์ไม่ผิดอะไรกับคาบูลในมือของตอลิบาน

เมื่ออำนาจภายนอกถอนตัวไป ก็แค่นับถอยว่าจะถึงกาลอวสานเมื่อไร

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by – / AFP

Life of Afghans in Kabul under Talibans control #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005051

Life of Afghans in Kabul under Talibans control


Afghanistans capital Kabul has been experiencing seemingly peaceful days since the Taliban took control of the city on Sunday.

Photo taken on Aug. 20, 2021 shows a view in Kabul, Afghanistan. Photo taken on Aug. 20, 2021 shows a view in Kabul, Afghanistan.

Photo taken on Aug. 20, 2021 shows a view in Kabul, Afghanistan. 

ADVERTISEMENTx

Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021.Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021.

Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021.

Afghan Taliban fighters are seen at a security checkpoint in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 20, 2021. Afghan Taliban fighters are seen at a security checkpoint in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 20, 2021.

Afghan Taliban fighters are seen at a security checkpoint in Kabul, capital of Afghanistan, Aug. 20, 2021. 

Published : August 21, 2021

By : xinhua

Afghans flock around Kabul airport to escape uncertainty #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005047

Afghans flock around Kabul airport to escape uncertainty


Thousands of Afghans, including government employees and security forces, gathered in an open field north of Kabul International Airport on Friday, waiting for a chance to enter the airport, as intermittent gunfire rang out near the scene.

Following the fall of Kabul to the Taliban on Sunday, thousands of Afghans, especially those who had worked for the U.S. army and companies, flooded to the airport to leave the country.

ADVERTISEMENTx

At its first press conference since the Taliban’s takeover of most parts of Afghanistan, the group’s spokesman Zabihullah Mujahid on Tuesday promised to ensure the safety of people who worked with the United States and allied forces.

However, the unchecked rush of people to the Kabul airport and stampede had forced the country’s civil aviation authority to suspend commercial flights for a while.

Those who have been waiting on the dusty streets and pathways around the airport over the past five days with the hope to board a plane by chance are blaming the U.S. military invasion for their miseries.

Published : August 21, 2021

By : xinhua

Situation across Afghanistan remains extremely fluid: UN #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005044

Situation across Afghanistan remains extremely fluid: UN


550,000 people had been forcibly displaced inside Afghanistan this year, there were also 2.9 million internally displaced persons from prior crises, and 2.6 million Afghans who had fled worldwide over the past decades, according to UN officials.

The situation across Afghanistan remained extremely fluid and bolstered support for the humanitarian response inside Afghanistan was urgently needed, said UN officials on Friday.

Shabia Mantoo, spokesperson for the UN Refugee Agency (UNHCR), said at a press briefing here that while widespread fighting had decreased since the takeover of the country by the Taliban on Sunday, the full impact of the evolving situation was not yet clear.

ADVERTISEMENTx

The vast majority of Afghans were not able to leave the country through regular channels, Mantoo said, adding that some 200 UNHCR colleagues, both national and international, remained in Afghanistan.

“UNHCR was working with 18 local non-government partners with some 900 staff throughout the country. At present, they were able to access all provinces and working in two-thirds of all districts,” she said.

Mantoo told reporters that 550,000 people had been forcibly displaced inside Afghanistan this year, but there were also 2.9 million internally displaced persons from prior crises, and 2.6 million Afghans who had fled worldwide over the past decades.

The Taliban spokesman Zabihullah Mujahid (C, rear) attends a press conference in Kabul, capital of Afghanistan, on Aug. 17, 2021.The Taliban spokesman Zabihullah Mujahid (C, rear) attends a press conference in Kabul, capital of Afghanistan, on Aug. 17, 2021.

Tarik Jasarevic, spokesperson for the World Health Organization (WHO), said at the press briefing that WHO was also committed to staying in Afghanistan and delivering critical health services.

At the start of 2021, he said, half the population of Afghanistan, including more than four million women and nearly ten million children, already needed humanitarian assistance.

“One-third of the population was facing acute food insecurity and more than half of all children under five years of age were malnourished. The current drought was expected to elevate those figures,” he said.

According to the WHO spokesperson, most major health facilities in Afghanistan were functional, and health workers had been called to return to, or remain at their posts, including female health staff.

Photo taken on Aug. 15, 2021 shows a road in Kabul, capital of Afghanistan. Photo taken on Aug. 15, 2021 shows a road in Kabul, capital of Afghanistan.

Published : August 21, 2021

By : xinhua

Biden defends handling of withdrawal from Afghanistan, sees “no question” of U.S. credibility #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005042

Biden defends handling of withdrawal from Afghanistan, sees “no question” of U.S. credibility


Calling the past week “heartbreaking,” President Joe Biden said the United States has made “significant progress” and evacuated from Afghanistan over 18,000 people since July and 13,000 since Aug. 14. Nearly 6,000 troops are on the ground to assist civilian departure.

U.S. President Joe Biden on Friday once again defended his administration’s handling of withdrawal from Afghanistan, denying America’s allies questioning the country’s credibility over the ongoing chaotic evacuation.

ADVERTISEMENTx

“This is one of the largest, most difficult air lifts in history, and the only country in the world capable of projecting this much power on the far side of the world with this degree of precision is the United States of America,” said Biden, who has been widely criticized on the botched pullout, in a televised speech from the White House.

Biden said he has “seen no question of our credibility from our allies around the world.”

“And all our allies have agreed with that … every one of them knew and agreed with the decision I made to end – jointly end – our involvement in Afghanistan,” said Biden with Vice President Kamala Harris, Secretary of State Antony Blinken, Secretary of Defense Lloyd Austin and National Security Adviser Jake Sullivan standing behind him.

“Let’s put this thing in perspective here. What interest do we have in Afghanistan at this point with al Qaeda gone? We went to Afghanistan for the express purpose of getting rid of al Qaeda in Afghanistan as well as getting Osama bin Laden, and we did,” Biden said.

Calling the past week “heartbreaking,” Biden said the United States has made “significant progress” and evacuated from Afghanistan over 18,000 people since July and 13,000 since Aug. 14.

Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021. Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021.

He pledged to use the full force of the U.S. military to complete the withdrawal and bring Americans and their Afghan allies who assisted the United States in the 20-year conflict to safety.

Nearly 6,000 troops are on the ground, providing runway security, and standing guard around the airport to assist civilian departure, said Biden, acknowledging the evacuation mission is “dangerous.”

“We will get you home. Make no mistake, this evacuation mission is dangerous and involves risks to our armed forces. And it’s being conducted under difficult circumstances. I cannot promise what the final outcome will be,” he said.

This is Biden’s second press conference at the White House since the Taliban took control of the Afghan capital of Kabul last weekend.

The world was shocked to see scenes of chaotic evacuation at the Kabul airport.

In his speech on Monday, Biden said Kabul’s fall to the Taliban came much sooner than Washington had anticipated.

While saying he bears responsibility for the unfolding crisis in Afghanistan, Biden has also cast blame on top Afghan leaders, Afghan forces and his predecessor Donald Trump.

In an interview with ABC News on Wednesday, Biden said he believed the withdrawal could not have been executed without chaos ensuing and he was open to extending the Aug. 31 deadline for a total withdrawal from Afghanistan.

The Taliban took over Afghanistan just two weeks before the United States was planning to complete its withdrawal of troops from the war-torn country.

Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021. Afghan Taliban members are seen at a security checkpoint in Kabul, Afghanistan, Aug. 20, 2021.

Published : August 21, 2021

By : xinhua