มาเลย์เจอผู้ป่วยปอดบวมติดเชื้อโคโรนาไวรัสในสุนัข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653438

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 19:15 น.

มาเลย์เจอผู้ป่วยปอดบวมติดเชื้อโคโรนาไวรัสในสุนัขพบเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในสุนัขในผู้ป่วยปอดอักเสบในมาเลเซีย

เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากสหรัฐ มาเลเซีย และจีน พบเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในสุนัขในผู้ป่วยปอดอักเสบอย่างน้อย 1 รายที่รักษาตัวในโรงพยาบาลในรัฐซาราวักของมาเลเซียเมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบเชื้อนี้ในมนุษย์

ทีมนักวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างเชื้อในจมูกและคอ (swap) ของผู้ป่วยปอดอักเสบ 301 รายที่รักษาตัวในโรงพยาบาลในรัฐซาราวักในปี 2017-2018 พบตัวอย่างเชื้อจากผู้ป่วย 8 รายมีสัญญาณของเชื้อโคโรนาไวรัส และอย่างน้อยหนึ่งในนั้นเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่พบในสุนัข (CCoV-HuPn-2018)

อนาสตาเซีย วลาสโลวา ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอของสหรัฐซึ่งวิเคราะห์ไวรัสดังกล่าวเผยว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองบนเกาะบอร์เนียวของรัฐซาราวักซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถบชนบทที่หลายครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกันและมักจะคลุกคลีใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Infectious Diseases ระบุว่า หากเชื้อโคโรนาไวรัสที่พบในสุนัขแพร่กระจายในวงกว้าง จะกลายเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสตัวที่ 8 ที่ติดสู่มนุษย์ต่อจากเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหวัดทั่วไป เชื้อ SARS-CoV ที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส MERS-CoV ที่ทำให้เกิดโรคเมอร์ส และเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโรค Covid-19

นอกจากนี้ การจัดเรียงพันธุกรรมของไวรัสยังพบลักษณะบางอย่างที่บ่งบอกว่ามันกำลังปรับตัวให้เข้ากับมนุษย์ และมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมบางอย่างคล้ายกับที่พบในเชื้อ SARS-CoV และ SARS-CoV-2 แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะก่อให้เกิดโรคระบาดในอนาคตหรือไม่

EU ไฟเขียวเปิดรับนักท่องเที่ยวหากฉีดวัคซีนครบแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653439

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

EU ไฟเขียวเปิดรับนักท่องเที่ยวหากฉีดวัคซีนครบแล้วสหภาพยุโรปเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวหากฉีดวัคซีนใดก็ได้ใน 5 ยี่ห้อนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประเทศสมาชิกสภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงที่จะเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบโดสแล้ว โดยสามารถเดินทางเข้าประเทศในสหภาพยุโรปได้ตั้งแต่เดือนส.ค.

การผ่อนปรนข้อจำกัดในการเดินทางข้ามประเทศครั้งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศนอกสมาชิกสหภาพยุโรปที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ครบโดสแล้วสามารถเดินทางเข้ามายังสหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องกักตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ฉีดจะต้องได้รับการรับรองจากองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) เท่านั้น

ซึ่งได้แก่ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca), จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson), โมเดอร์นา (Moderna), ไฟเซอร์ (Pfizer-BioNTech) และซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำหรือมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 14 วันไม่เกิน 75 คนต่อประชากร 100,000 คนสามารถเดินทางเข้าสหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องกักตัวแม้จะยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ตาม

โดยจะพิจารณาประกอบกับการตรวจเชิงรุกในประเทศ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ที่น่ากังวลร่วมด้วย ซึ่งจะกำหนดรายชื่อประเทศเสี่ยงต่ำภายในสัปดาห์นี้หรือไม่เกินสัปดาห์หน้า

Photo by PATRICIA DE MELO MOREIRA / AFP

เจ้าชายวิลเลียมรับการฉัดวัคซีนเข็มแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653442

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 17:05 น.

เจ้าชายวิลเลียมรับการฉัดวัคซีนเข็มแรกเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ทรงเข้ารับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 เข็มแรก

เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ทรงเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า พระองค์ทรงเข้ารับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 เข็มแรกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งโพสต์ภาพขณะรับการฉีดวัคซีนที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ

“เราฉีดวัคซีน Covid-19 เข็มแรกเมื่อวันอังคาร” เจ้าชายวิลเลียมทวีต “สำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานในโครงการฉีดวัคซีน ขอบคุณสำหรับทุกๆ สิ่งที่พวกคุณทำและกำลังจะทำต่อ”

เจ้าชายวิลเลียมทรงติดเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งใกล้เคียงกับที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาทรงติด Covid-19 แต่เจ้าชายวิลเลียมไม่เปิดเผยการประชวรจนกระทั่งเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความตื่นตกใจ

ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วเช่นกัน โดยสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ตรัสว่า การฉีดรวดเร็วมากและไม่เจ็บ รวมทั้งทรงเชิญชวนให้ชาวอังกฤษเข้ารับการฉีดวัคซีน

On Tuesday I received my first dose of the COVID-19 vaccine. To all those working on the vaccine rollout – thank you for everything you’ve done and continue to do. pic.twitter.com/8QP6ao5fEb— The Duke and Duchess of Cambridge (@KensingtonRoyal) May 20, 2021

มาลาวีเผาวัคซีนหมดอายุเกือบ 20,000 โดสเพราะฉีดไม่ทัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653414

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

มาลาวีเผาวัคซีนหมดอายุเกือบ 20,000 โดสเพราะฉีดไม่ทันมาลาวีเผาทำลายวัคซีน Covid-19 หมดอายุเกือบ 20,000 โดส เพราะฉีดไม่ทัน เนื่องจากตอนได้รับมาเหลืออายุการใช้งานเพียง 18 วัน

ทางการมาลาวีเผาทำลายวัคซีนต้าน Covid-19 19,610 โดสของ AstraZeneca ที่หมดอายุ แม้จะได้รับคำยืนยันจากสหภาพแอฟริกา (AU) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าวัคซีนล็อตดังกล่าวยังสามารถใช้ได้ไปจนถึงกลางเดือน ก.ค.

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.มาลาวีได้รับวัคซีน 102,000 โดสภายใต้โครงการความริเริ่มระหว่าง AU และ WHO โดยฉลากระบุว่าหมดอายุในวันที่ 13 เม.ย. เท่ากับว่ามาลาวีมีเวลาเพียง 18 วันในการใช้วัคซีน ซึ่งขณะนั้นมาลาวีใช้วัคซีนจำนวนนี้ไปราว 80%

จอห์น เอนเคนกาซอง ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา (Africa CDC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ AU เผยว่า จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมโดยสถาบันเซรุ่มของอินเดีย (SII) พบว่าวัคซีนดังกล่าวยังสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 13 ก.ค. และเรียกร้องไม่ให้มาลาวีทำลายวัคซีนที่ได้รับบริจาค

อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาลาวียืนยันว่าจะไม่ฉีดวัคซีนหมดอายุให้ประชาชน โดย คุมบิซ ชาพอนดา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาลาวีเผยว่า “ในนามของรัฐบาล ฉันขอยืนยันต่อชาวมาลาวีว่าจะไม่มีการฉีดวัคซีนที่หมดอายุแล้ว”

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังโทษว่าเป็นเพราะการโฆษณาชวนเชื่อที่ทำให้ชาวมาลาวีลังเลที่จะฉีดวัคซีนของ AstraZeneca ทำให้ฉีดวัคซีนไม่ทันจนหมดอายุ

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาหน่วยงานกำกับดูแลยาของอินเดียอนุญาตให้ใช้วัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตจากสถาบันเซรุ่มของอินเดียได้นานถึง 9 เดือนนับจากวันที่ผลิต จากเดิมที่ประกาศให้ใช้ได้ 6 เดือน

มาดูภาพแรกบนดาวอังคารจากยานสำรวจของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653412

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

มาดูภาพแรกบนดาวอังคารจากยานสำรวจของจีนจีนเผยภาพแรกจากยานหุ่นยนต์สำรวจหลังลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ค. หุ่นยนต์สำรวจดาวอังคาร “จู้หรง” ของจีนที่ลงจอดดาวอังคารไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งภาพถ่ายจากดาวอังคารชุดแรกกลับมายังโลกได้สำเร็จ

ภาพถ่ายดังกล่าวเผยแพร่โดยสำนักงานจัดการอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ซึ่งได้มาจากกล้องที่ติดอยู่บนตัวยานซึ่งมีทั้งภาพถ่ายสีและภาพขาวดำ แสดงให้เห็นส่วนหนึ่งของยานที่กำลังลงจอดอยู่บนบริเวณที่เรียกว่า “ยูโทเปีย พลานิเทีย” บนดาวอังคาร โดยหลังจากนี้จู้หรงจะปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวอังคารเป็นเวลาประมาณ 90 วัน

ทั้งนี้ หุ่นสำรวจจู้หรงเดินทางไปกับยานสำรวจเทียนเหวิน-1 ซึ่งเป็นภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารครั้งแรกของจีน โดยลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารสำเร็จเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมาบริเวณที่เรียกว่ายูโทเปีย พลานิเทีย ซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่บนซีกโลกเหนือของดาวอังคาร ทำให้จีนเป็นประเทศที่สองของโลกรองจากสหรัฐที่นำหุ่นสำรวจลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จ

Photo by CNS/CNSA / AFP

เจ้าของแอพ TikTok วางมือลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653398

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

เจ้าของแอพ TikTok วางมือลาออกจากตำแหน่งซีอีโอผู้ก่อตั้ง ByteDance เจ้าของแอพ TikTok ประกาศวางมือจากตำแหน่งซีอีโอ

จางอี้หมิง ผู้ก่อตั้งบริษัท ByteDance เจ้าของแอพพลิเคชั่น TikTok ประกาศในบันทึกภายในของบริษัทว่า จะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท เนื่องจากมองว่าตัวเองยังขาดทักษะด้านการบริหาร และชอบอ่านหนังสือและปล่อยความคิดไปตามอารมณ์มากกว่าการบริหารบริษัทเทคขนาดใหญ่ 

“ผมรู้สึกว่าผมไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ในด้านของโอกาสเชิงกลยุทธ์ใหม่ๆ การบริหารองค์กร และความรับผิดชอบต่อสังคม” จางระบุในบันทึกภายใน “หลังจากคิดเรื่องนี้มาหลายเดือน ผมได้ข้อสรุปว่าการเปลี่ยนผ่านบทบาทหน้าที่ของซีอีโอ รวมทั้งความรับผิดชอบประจำวันที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะทำให้ผมโฟกัสกับโครงการต่างๆ ในระยะยาวได้มากกว่า” 

เหลียงรู่โป ผู้ร่วมก่อตั้ง ByteDance และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนของจาง จะรับตำแหน่งซีอีโอคนต่อไปในช่วงสิ้นปีนี้ โดยจางจะยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัท และทั้งคู่จะทำงานร่วมกันตลอด 6 เดือนข้างหน้าเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น

ข่าวการวางมือของจางเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทางการจีนกำลังเข้ามาควบคุมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รวมทั้ง ByteDance อย่างเข้มงวด และยังเป็นช่วงที่ ByteDance เตรียมจะเปิดขายหุ้นครั้งแรกแก่บุคคลทั่วไป (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐหรือฮ่องกงด้วย

Photo by STR / AFP

ชาวออสเตรเลียกว่าครึ่งเชื่อ Elon Musk เป็นผู้สร้าง Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653393

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

ชาวออสเตรเลียกว่าครึ่งเชื่อ Elon Musk เป็นผู้สร้าง Bitcoinผลสำรวจชี้ชาวออสเตรเลีย 56% เชื่อว่า Elon Musk เป็นผู้ก่อตั้งเหรียญ Bitcoin

The Australian รายงานว่าเว็บไซต์ Finder ของออสเตรเลียได้ทำการสำรวจชาวออสตรเลีย 1,004 คนเกี่ยวกับความรู้เรื่องสกุลเงินดิจิทัลซึ่งจากผลการสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งหนึ่งเชื่อว่า Elon Musk เป็นผู้สร้างเหรียญ Bitcoin

โดยผลการสำรวจชี้ว่าชาวออสเตรเลียจำนวน 56% ไม่รู้จัก Satoshi Nakamoto ชายลึกลับผู้สร้าง Bitcoin และเชื่อว่า Elon Musk ซีอีโอ Tesla และผู้ก่อตั้ง Space เป็นผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากยังไม่ทราบว่าปริมาณของ Bitcoin มีจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ขณะที่ประชาชน 44% คิดว่า Bitcoin มีจำนวนไม่จำกัดเช่นเดียวกับเงินตราหรือเงินกระดาษ (Fiat money)

การสำรวจยังพบว่าชาวออสเตรเลียจำนวนมากลงทุนในสกุลงินดิจิทัลหรือสนใจที่จะลงทุน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 25% ได้ถือครองหรือวาางแผนที่จะถือครองเหรียญดิจิทัลภายในสิ้นปี 2021

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีความตั้งในที่จะลงทุนในคริปโตอย่างมาก แต่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากถึง 20% กลับไม่ทราบว่าจะต้องซื้อมันอย่างไร

ทั้งนี้ แบบสำรวจดังกล่าวของ Finder มาพร้อมกับการเปิดให้บริการซื้อขาย Bitcoin ผ่านแอปพลิเคชันโดย Fred Schebesta ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริทกล่าวว่าบริการนี้จะช่วยให้ชาวออสเตรเลียเข้าถึงการลงทุนคริปโตได้ง่ายขึ้นหรือสามารถซื้อ Bitcoin ได้ภายใน 3 นาทีด้วยแอพตัวนี้

Schebesta ยังเชื่อว่าราคาของ Bitcoin ที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงในขณะนี้เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น และคาดว่าราคาของมันจะแตะ 250,000 เหรียญสหรัฐภายในปี 2021

ใครคือผู้สร้างตัวจริง?

นับตั้งแต่ Bitcoin ได้เปิดตัวภายใต้ผู้ก่อตั้งที่อ้างว่าเป็นชาวญี่ปุ่นชื่อ Satochi Nakamoto ซึ่งชื่อของเขาเป็นที่กล่าวถึงและเป้าหมายการค้นหามาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าภาษาอังกฤษของเขาอยู่ในระดับดีเยี่ยม อีกทั้งในขณะนั้นยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin ในภาษาญี่ปุ่นเลย ทำให้คนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าเขาไม่น่าจะใช่คนญี่ปุ่น หรือแม้แต่ตัวจริงๆ ของผู้คิดค้น Bitcoin

สื่อมวลชนและนักวิชาการพยายามแกะรอยตัวตนและที่อยู่ของเขาเรื่อยมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งยังชี้ตัวผิดพลาดมาโดยตลอด

นอกจากนี้มีข้อสังเกตว่า Satochi Nakamoto ใช้คำสบถในภาษาอังกฤษแบบที่ใช้กันในสหราชอาณาจักรหรือในกลุ่มประเทศเครือจักรภพ เช่น ออสเตรเลีย

ทั้งนี้ เมื่อปี 2015 Craig Steve Wright นักธุรกิจชาวออสเตรเลียออกมาเปิดเผยตัวว่าเขาคือผู้บุกเบิก Bitcoin ตัวจริงภายใต้นามแฝงว่า Satochi Nakamoto โดยเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสำนักข่าวบีบีซี นิตยสารรดิอีโคโนมิสต์ และนิตยสารจีคิว โดยเจ้าตัวเผยว่าไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผยตัวตนแต่ที่ต้องทำเพื่อยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่สับสน แต่จนถึงปัจจุบันคนจำนวนหนึ่งก็ยังสงสัยและไม่ยืนยันว่าเขาคือผู้สร้าง Bitcoin ตัวจริง

Photo by Justin TALLIS / AFP

ความหวังมนุษยชาติ! นักวิทย์พบยารักษาโควิดประสิทธิภาพ 99.9% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653386

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

ความหวังมนุษยชาติ! นักวิทย์พบยารักษาโควิดประสิทธิภาพ 99.9%ทีมนักวิทยาศาสตร์คิดค้นยารักษา Covid-19 ตัวใหม่ฆ่าไวรัสได้ 99.9% ใช้ได้กับทุกสายพันธุ์

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพเมนซีส์แห่งรัฐควีนส์แลนด์ มหาวิทยาลัยกริฟฟิธของออสเตรเลีย (MHIQ) และสถาบันวิจัยซิตีออฟโฮปในสหรัฐ คิดค้นยาต้านไวรัสตัวใหม่ที่สามารถลดปริมาณเชื้อไวรัสในปอดได้ถึง 99.9% จุดประกายความหวังเป็นยาต้าน Covid-19 ตัวใหม่

โดยปกติแล้วยาต้านไวรัสตัวอื่นๆ อาทิ ทามิฟลู (Tamiflu) ซานามิเวียร์ (zanamivir) และเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) จะช่วยลดอาการและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น แต่ยาตัวใหม่นี้จะตรงเข้าค้นหาและทำลายสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง ทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้  

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Therapy ระบุว่า ยาตัวใหม่ใช้เทคโนโลยียับยั้งการทำงานของยีนโดยการแทรกแซงอาร์เอ็นเอ (RNA) ที่เรียกว่า siRNA โจมตีดีเอ็นเอของไวรัสโดยตรง ซึ่งทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ และยังใช้อนุภาคนาโนไขมันที่ออกแบบโดยทั้งสองสถาบันส่ง siRNA ลงไปที่ปอดซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดการติดเชื้อโดยตรง 

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า เมื่อทดสอบในหนูทดลองที่ติดเชื้อ SARS-Cov-2 ที่ทำให้เกิดโรค Covid-19 พบว่าทำให้หนูมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนูที่รอดชีวิตซึ่งตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในปอดเลย  

ไนเจล แม็คมิลลัน หนึ่งในทีมวิจัยจาก MHIQ เผยว่า “ยาที่ใช้เทคโนโลยี siRNA ลดปริมาณไวรัสได้ถึง 99.9% และอนุภาคนาโนนี้สามารถกระจายในเซลล์ปอดเป็นวงกว้างและกำจัดยีนของไวรัส” และยาดังกล่าวมีเป้าหมายแบบจำเพาะเจาะจงเฉพาะกับไวรัสก่อโรค Covid-19 เท่านั้น จึงไม่มีผลต่อเซลล์ชนิดอื่นๆ ในร่างกาย เนื่องจากทางผู้พัฒนาออกแบบชุดคำสั่งที่จำเพาะอย่างยิ่งด้วยหลักการทางพันธุกรรม ให้ยาค้นหาและทำลายเซลล์หรืออนุภาคไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น 

ด้าน เควิน มอร์ริส จากสถาบันซิตีออฟโฮปเผยว่า “ยานี้ถูกออกแบบให้ใช้ได้ผลกับทั้งเชื้อไวรัส SARS-CoV-1 ที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส และ SARS-CoV-2 และสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจอุบัติขึ้นในอนาคต เนื่องจากถูกออกแบบให้โจมตีดีเอ็นเอของไวรัสในจุดที่มีความคงตัวและการเปลี่ยนแปลงต่ำ” 

ความสำเร็จนี้จุดประกายความหวังในการพัฒนายารักษาผู้ป่วย Covid-19 และการติดเชื้อโคโรนาไวรัสอื่นๆ ในอนาคต ทั้งยังสะดวกในการใช้งาน เพราะเก็บได้ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสได้ 12 เดือน และในอุณหภูมิห้องได้ราว 1 เดือน

Photo by Handout / National Institute of Allergy and Infectious Diseases / AFP

สกัดโควิด! ญี่ปุ่นห้ามต่างชาติจากไทยและอีก 6 ชาติเข้าประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653382

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 10:36 น.

สกัดโควิด! ญี่ปุ่นห้ามต่างชาติจากไทยและอีก 6 ชาติเข้าประเทศมาตรการสกัดโควิด-19 ห้ามนักเดินทางต่างชาติจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าญี่ปุ่น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมาตรการห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศไทย กัมพูชา ศรีลังกา มองโกเลีย ติมอร์ตะวันออก เซเซลล์ และเซนต์ลูเซีย เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยชาวต่างชาติที่เดินทางไปยังประเทศดังกล่าวภายใน 14 วันก่อนเดินทางมาถึงญี่ปุ่นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ เว้นแต่จะมีเหตุผลพิเศษ

ส่งผลให้ขณะนี้ญี่ปุ่นใช้มาตรการดังกล่าวต่อประเทศต่างๆ เพิ่มเป็น 159 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ มาตรการการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้กับชาวต่างชาติในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ค.) โดยไม่มีผลบังคับใช้กับพลเมืองญี่ปุ่น

Photo by Yuichi Yamazaki / POOL / AFP

Japan to bar entry of foreigners from Thailand, 6 other nations #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001088

Japan to bar entry of foreigners from Thailand, 6 other nations


Japan will temporarily bar the entry of foreign nationals who recently visited Thailand or six other nations hit by Covid-19, Japanese media reported.

Japan to bar entry of foreigners from Thailand, 6 other nations

The six are Cambodia, East Timor, Mongolia, the Seychelles, Sri Lanka and Saint Lucia.

The number of countries and regions under such Japanese restrictions now total 159.

Foreign nationals who have been to any of these countries within 14 days of arrival in Japan will not be allowed to enter, with the exception of permanent residents, their families and others with special circumstances.

Japanese citizens are not included.

The government added Sri Lanka to the list because it poses a high risk of becoming a gateway for the highly contagious Indian variant.

Foreigners, even those residing in Japan, will be denied entry if they travelled recently to India, Pakistan, Nepal, the Maldives and Bangladesh.

Japanese citizens who have been to these countries will need to undergo quarantine for six days at a designated facility and take tests to check for any Covid-19 infection.

More details can be viewed here: https://www.mofa.go.jp/ca/fna/page4e_001053.html

Published : May 20, 2021

By : THE NATION