Alibaba โดนอีก! เจอแบน UC Browser หลังรัฐบาลตำหนิ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648057

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 19:00 น.Alibaba โดนอีก! เจอแบน UC Browser หลังรัฐบาลตำหนิสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ของจีนได้ลบ UC Browser ออกจากแอปสโตร์หลังพบโฆษณาผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

รอยเตอร์สรายงานว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ของจีนได้ลบ UC Browser เว็บเบราว์เซอร์ที่พัฒนาโดยอาลีบาบา (Alibaba) ออกจากแอปสโตร์ หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีนว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ไม่มีใบอนุญาตรวมทั้งมีการแอบอ้างและโฆษณาเกินจริง

ส่งผลให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ดำเนินการโดยผู้ผลิตรายใหญ่ของจีน ได้แก่ Huawei, Xiaomi และ Vivo จะไม่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ แต่ยังคงมีให้บริการในแอปสโตร์ของ Apple

ทั้งนี้ UC Browser เป็นหนึ่งในบริษัทจีนและต่างประเทศจำนวนมากที่ตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์ในรายการ “315” จากสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี

โดยก่อนหน้านี้ทาง UC ได้ออกมาขอโทษพร้อมระบุว่าได้เริ่มการสอบสวนและดำเนินมาตรการแก้ไขเบื้องต้นแล้ว ขณะที่อาลีบาบายังไม่ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการหลังเกดกรณีดังกล่าวเพียงแต่อ้างถึงคำสั่งข้างต้นของ UC

Photo by Philippe LOPEZ / AFP

พ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส ต้องสงสัยเป็นท่อน้ำเลี้ยงผู้ประท้วงเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648032

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 18:30 น.พ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส ต้องสงสัยเป็นท่อน้ำเลี้ยงผู้ประท้วงเมียนมาจอร์จ โซรอส ตกเป็นผู้ต้องสงสัยสนับสนุนการเงินให้ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมียนมา

หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar  ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของกองทัพเมียนมารายงานว่า ทางการเมียนมาจับกุม Phyu Pa Pa Thaw เจ้าหน้าที่การเงินของมูลนิธิ Open Society Myanmar (OSM) ซึ่งก่อตั้งโดย จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อก้องโลก ไปสอบสวนเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่โอนไปยังกลุ่มผู้ประท้วงในเมียนมา

นอกจากนี้ ทางการกำลังตามตัวเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิอีก 11 คน เนื่องจากต้องสงสัยว่ามูลนิธิ OSM สนับสนุนทางการเงินให้กับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร

Global New Light of Myanmar ระบุว่า มูลนิธิ OSM แลกเงินจำนวน 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นเงินจัตของเมียนมาแล้วโอนเงินก้อนดังกล่าวโดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรมบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของเมียนมา และชี้ว่าองค์กรดังกล่าวให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับการทำอารยะขัดขืน (CDM) ของผู้ประท้วง

Global New Light of Myanmar ยังเผยแพร่ภาพที่อองซานซูจีพบกับจอร์จ โซรอสที่นิวยอร์กเมื่อปี 2016 และที่อองซานซูจีพบกับ อเล็กซานเดอร์ โซรอส บุตรชายจอร์จในเมียนมา ทว่าไม่ได้เชื่อมโยงว่าอองซานซูจีเกี่ยวข้องกับมูลนิธิ Open Society และการโอนเงินดังกล่าว

ด้านมูลนิธิ Open Society ไม่ได้ตอบอีเมลสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของสำนักข่าวรอยเตอร์ส

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ของมูลนิธิ Open Society Foundations ระบุว่า เป็นองค์กรอิสระที่สนับสนุนโดยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ทำงานด้านความยุติธรรม ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน โดยให้เงินช่วยเหลือผ่านเครือข่ายมูลนิธิทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

ขณะที่มูลนิธิในเมียนมาทำงานด้านการสนับสนุนภาคประชาสังคมและกลุ่มต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของคนชายขอบที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่มีอำนาจต่อรองเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย

ส่วนตัว จอร์จ โซรอส เองและมูลนิธิที่เจ้าตัวก่อตั้งมักจะถูกรัฐบาลในหลายประเทศโจมตี และเขายังเป็นเป้าของทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ และการปล่อยข่าวปลอมในโซเชียลมีเดียตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

AFP PHOTO / LAKRUWAN WANNIARACHCHI

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีนแอสตราเซเนกาน่ากังวลแค่ไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648020

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 17:36 น.ภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีนแอสตราเซเนกาน่ากังวลแค่ไหนหลายประเทศเริ่มระงับการใช้วัคซีนต้าน Covid-19 จากแอสตราเซเนกาหลังพบภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ขณะนี้พลเมืองโลกนับล้านคนได้รับวัคซีนต้าน Covid-19 จากแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) หลังจากผลการทดลองในคนพบว่าปลอดภัย แต่เมื่อเร็วๆ นี้กลับพบชาวยุโรปที่ได้รับวัคซีนมีปัญหาลิ่มเลือดอุดตันและเลือดออกผิดปกติ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน แม้ว่าจะยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างอาการของผู้ป่วยกับวัควีนของแอสตราเซเนกาก็ตาม

รายงานนี้ส่งผลให้หลายประเทศระงับการใช้วัคซีนไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วนระหว่างรอผลการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนจนกว่าจะมีผลสรุปชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนให้กับนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้ว แล้วคนไทยที่จะต้องฉีดต้องกังวลไหม?

เกิดปัญหาอะไรกับวัคซีนจากแอสตราเซเนกา

ก่อนหน้านี้ชาวนอร์เวย์ซึ่งอายุต่ำกว่า 50 ปี 4 คนฉีดวัคซีนจากแอสตราเซเกาแล้วมีปัญหาลิ่มเลือดอุดตันหรือเลือดออกผิดปกติ และมีเกล็ดเลือดซึ่งจะช่วยให้เลือดแข็งตัวต่ำ และในจำนวนนี้ 2 คนเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง อีก 2 คนต้องเข้าโรงพยาบาล ต่อมาการเสียชีวิตของหญิงชาวเดนมาร์กวัย 60 ปี และชายชาวอิตาลีวัย 57 ปีทำให้หลายประเทศตัดสินใจระงับการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกา แม้ว่าจะยังไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าการเสียชีวิตดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่

วัคซีนทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ไหม

แดเนียล แซมอน ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อความปลอดภัยวัคซีนแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์เผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่าวัคซีนก่อให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน ทั้งนี้ ลิ่มเลือดอุดตันพบได้ตามปกติในประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตั้งข้อสังเกตว่าภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่พบให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญและไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน

ส่วนมาร์ก สลิฟกา นักวิจัยวัคซีนจากมหาวิทยาลัย Oregon Health and Science University กล่าวว่า การเกิดลิ่มเลือดอุดตันมีหลายสาเหตุ หลายปัจจัยเสี่ยง และมีหลายคนที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และคนเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีน

ด้าน สเตฟาน มอลล์ นักโลหิตวิทยาและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนายกตัวอย่างว่า ชาวอเมริกันมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดหรือเท้าหรือส่วนอื่นๆ ราว 300,000-600,000 คนต่อปี หรือราว 1,000-2,000 คนต่อวัน สหรัฐมีประชากรราว 253 ล้านคน และหากชาวอเมริกันฉีดวัคซีนวันละ 2.3 ล้านคน หมายความว่าประชากรวัยผู้ใหญ่ราว 1% ได้รับวัคซีนในแต่ละวัน และเมื่อคำนวณต่อไปจะพบว่า ในจำนวนคนที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน 1,000-2,000 ต่อวัน มีเพียง 1% หรือ 10-20 คนต่อวันเท่านั้นที่เกิดขึ้นในผู้ที่ได้รับวัคซีนซึ่งเป็นอัตราปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน

ข้อมูลที่มีอยู่ของแอสตราเซเนกาบอกอะไรเราบ้าง

เดวิด วอห์ล ผู้อำนวยการคลินิกวัคซีนแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาเผยว่า ยังไม่พบหลักฐานว่าวัคซีนต้าน Covid-19 ตัวใดๆ ก่อให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในการทดสอบทางคลินิกขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี การทดลองกับการใช้จริงมีความแตกต่างกัน โดยการใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกาจริงในประเทศอังกฤษกับประชากร 9.7 ล้านคนเมื่อเดือนที่แล้วพบว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาเท่าๆ กับวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) แต่พบภาวะเกล็ดเลือดต่ำผิดปกติในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกามากกว่าไฟเซอร์

ดังนั้น เมื่อเกิดข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนเมื่อนำมาใช้จริงกับคนกลุ่มใหญ่จึงต้องมีการตรวจสอบ แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกาทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

วัคซีนก่อให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติอื่นๆ หรือไม่

วัคซีนอื่น โดยเฉพาะวัคซีนที่ฉีดให้เด็กเพื่อป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมันเชื่อมโยงกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำชั่วคราว ขณะที่มีรายงานภาวะเกล็ดเลือดต่ำในผู้ที่ได้รับวัคซีนของโมเดอร์นา (Moderna) ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) และแอสตราเซเนกาจำนวนเล็กน้อย โดยแพทย์ในรัฐฟลอริดา 1 รายเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมองเนื่องจากเกล็ดเลือดไม่เพิ่มขึ้น และอีกรายหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ทางการสหรัฐกำลังตรวจสอบทั้งสองเคสนี้

แอสตราเซเนกาดำเนินการอะไรบ้าง

เมื่อสัปดาห์ก่อนแอสตราเซเนกาชี้แจงครั้งแรกเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัควีนหลังจากออสเตรียระงับการใช้วัคซีนโดยระบุว่า ยังไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ต่อมาหลังจากเดนมาร์กระงับวัคซีนอีกราย แอสตราเซเนกาออกแถลงการณ์ว่า จากข้อมูลความปลอดภัยของบริษัทซึ่งมีกว่า 10 ล้านรายการ ไม่พบหลักฐานว่าวัคซีนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

หลังจากหลายประเทศเริ่มระงับการใช้ แอสตราเซเนกาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดยระบุตัวเลขผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีน และตัวเลขผู้ที่ได้รับวัคซีนในขั้นตอนการทดลองทางคลินิก และแคมเปญการสร้างภูมิคุ้มกันในยุโรปที่ชัดเจนขึ้น

และล่าสุด ตัวแทนของแอสตราเซเนกาเผยว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป รวมทั้งกำลังรอผลการประเมินจากทั้งสององค์กร

ภาพ: Thailand Government House

จีนสั่งอพยพพนักงานออกจากโรงงานในเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648044

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 17:01 น.จีนสั่งอพยพพนักงานออกจากโรงงานในเมียนมาทางการจีนสั่งบริษัทในเมียนมาอพยพพนักงานออกจากเมียนมาหลังโรงงานหลายแห่งถูกโจมตี

สำนักข่าวเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในหลายบริษัทว่า คณะกรรมการกำกับตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) มีคำสั่งให้รัฐวิสาหกิจสัญชาติจีนในเมียนมาอพยพพนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่ต้องหยุดชะงักอันเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองกลับจีน

ทางการยังสั่งให้พนักงานที่ใกล้จะครบกำหนดผลัดเปลี่ยนกับพนักงานคนอื่น พนักงานที่ยังไม่ฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 พนักงานที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกล และพนักงานที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงในท้องถิ่นกลับจีนเช่นกัน

พนักงานจากรัฐวิสาหกิจด้านการก่อสร้างรายหนึ่งเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก SASAC เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างที่โรงงานของจีนถูกโจมตี และเกือบทุกโครงการของจีนหยุดดำเนินการแล้ว โดยคาดว่าพนักงานส่วนใหญ่จะต้องเดินทางกลับจีน

นอกจากนี้ ทางการจีนยังสั่งให้บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนในเมียนมาซ้อมรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้แน่ใจว่ามียานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร และสิ่งจำเป็นอื่นๆ เพียงพอสำหรับการอพยพ

คำสั่งอพยพดังกล่าวมีขึ้นหลังจากโรงงานที่ลงทุนโดยคนจีนรวม 32 แห่งในย่านการค้าของเมืองย่างกุ้งถูกกลุ่มผู้ประท้วงโจมตีและจุดไฟเผา ส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายกว่า 240 ล้านหยวน และพนักงานชาวจีนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

ด้านบริษัท Fast Retailing Co ของญี่ปุ่นที่ผลิตสินค้าแบรนด์ Uniqlo ยืนยันว่าเกิดเพลิงไหม้ที่โรงงาน 2 แห่งในเมียนมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

Photo by STR / AFP

เมียนมาอ่วม ข้าวยากหมากแพงชาวบ้านแห่อพยพหนีกฎอัยการศึก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648019

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 16:33 น.เมียนมาอ่วม ข้าวยากหมากแพงชาวบ้านแห่อพยพหนีกฎอัยการศึกโครงการอาหารโลกชี้ราคาอาหารในเมียนมาพุ่งสูงนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ด้านประชาชนพากันอพยพหลังรัฐบาลประกาศกฎอัยการศึกในย่างกุ้งและมัณฑะเลย์

โครงการอาหารโลก (WFP) หน่วยงานด้านอาหารของสหประชาชาติกล่าวว่าราคาอาหารและน้ำมันในเมียนมาพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจหยุดชะงักและส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อครอบครัวยากจน

โดยโครงการอาหารโลกระบุว่าราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้น 20% ในบางพื้นที่ในเมืองย่างกุ้ง และราคาข้าวสูงขึ้น 4% ในเมืองย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงในบางพื้นที่ของรัฐคะฉิ่นราคาข้าวสูงขึ้นถึง 35% นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ รัฐยะไข่ทางตะวันตก

ทั้งนี้ ค่าน้ำมันทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 15% นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และมีแนวโน้มว่าราคาอาหารและน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเช้าวันนี้ (16 มี.ค.) สำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมา The Irrawaddy เผยแพร่ภาพถ่ายของชาวบ้านที่พากันอพยพออกจากเมืองหลังจากที่รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึกในย่างกุ้งและมัณฑะเลย์

โดยชาวบ้านจำนวนมากพากันหอบข้าวของขึ้นรถบรรทุกและรถตุ๊กตุ๊กหลังกองกำลังความมั่นคงยกระดับการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ท่ามกลางนานาประเทศออกมาเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเกือบทุกวันพร้อมตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทุกคืนเพื่อปิดกั้นการนัดระดมพล โดยล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตสืบเนื่องจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหารแล้วอย่างน้อย 183 ราย

Photo by STR / AFP

แจ็ค หม่าเจอศึกหนัก! จีนบีบอาลีบาบาถอนหุ้นธุรกิจสื่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648005

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 14:57 น.แจ็ค หม่าเจอศึกหนัก! จีนบีบอาลีบาบาถอนหุ้นธุรกิจสื่อรัฐบาลจีนกดดันอาลีบาบาขายหุ้นสื่อในมือหวั่นมีอิทธิพลต่อสาธารณชน

บลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลจีนกำลังกดดันให้อาลีบาบา (Alibaba Group Holding Ltd.) ขายหุ้นสื่อในมือรวมถึงเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เนื่องจากกังวลถึงอิทธิพลของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีต่อความคิดเห็นของสาธารณชน

แหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการถือครองหุ้นสื่อและโซเชียลมีเดียหลายแห่งของอาลีบาบา นอกจากนี้ยังมีการประชุมหลายครั้งเกี่ยวกับอิทธิพลของอาลีบาบาที่มีต่อโซเชียลมีเดียในประเทศจีน

นอกจากเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษชั้นนำในฮ่องกงแล้ว อาลีบาบามีสัดส่วนการถือหุ้นสื่อจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นสื่อเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีนอย่าง Weibo และ Youku

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนเพ่งเล็งไปที่แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบาเมื่อปีที่แล้วโดยเรียกตัวเข้าพบและยังสั่งระงับการเข้าจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ของ Ant Group ตลอดจนเปิดการสอบสวนกรณีผูกขาดของอาลีบาบาอีกด้วย หลังจากที่เขาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ระบบกำกับกฎระเบียบทางการเงินของจีน

อย่างไรก็ตามแกรี่ หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ยืนยันว่าอาลีบาบายังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ต่อไป ขณะที่ด้านอาลีบาบายังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ

Photo by Fabrice COFFRINI / AFP

น้องสาวคิมจองอึนเตือนไบเดน ถ้าอยากอยู่อย่างสงบก็อย่าก่อเรื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647998

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 13:21 น.น้องสาวคิมจองอึนเตือนไบเดน ถ้าอยากอยู่อย่างสงบก็อย่าก่อเรื่องคิมยอจอง น้องสาวผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลไบเดนเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวโรดองชินมุนของเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของ คิมยอจอง น้องสาวสของคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือที่เตือนไปยังรัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐว่า หากต้องการอยู่อย่างสงบตลอด 4 ปีที่อยู่ในตำแหน่งก็อย่าสร้างเรื่องที่จะทำให้นอนไม่หลับตั้งแต่ต้น

คิมยอจองยังกล่าวอีกว่า ไบเดนพยายามแพร่กระจายกลิ่นดินปืนในเกาหลีเหนือ

คำเตือนนี้นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือแสดงท่าทีต่อรัฐบาลไบเดนแม้จะไม่เอ่ยชื่อสหรัฐโดยตรงก็ตาม และเกิดขึ้นก่อนที่ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีกำหนดเข้าหารือด้านความมั่นคงกับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ชินบอมชุล นักวิจัยจากสถาบันยุทธศาสตร์ชาติของเกาหลีใต้มองว่า ที่ผ่านมาคำเตือนของคิมยอจองเป็นการส่งสัญญาณว่าเกาหลีเหนือจะมีท่าทีรุนแรงขึ้น และครั้งนี้เกาหลีเหนือประเมินว่าสหรัฐจะไม่ยอมอ่อนข้อให้จึงต้องออกคำเตือนดังกล่าว และมีความเป็นไปได้สูงว่าเกาหลีเหนือจะยั่วยุทางทหารระหว่างหรือหลังจากการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ

Photo by JORGE SILVA / POOL / AFP

เมียนมานองเลือดดับเกือบ 200 ประชาชนทั่วไปโดนลูกหลงด้วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647979

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 12:00 น.เมียนมานองเลือดดับเกือบ 200 ประชาชนทั่วไปโดนลูกหลงด้วยรายงานล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 183 รายสืบเนื่องจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่านับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทีผ่านมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 183 ราย โดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยยังคงใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองระบุว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ขณะที่วันอาทิตย์เป็นวันที่นองเลือดมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารโดยมีผู้เสียชีวิตถึง 74 ราย รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกใน 6 เมืองในย่างกุ้ง

ขณะที่องค์การสหประชาชาติแถลงประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่เมียนมาต่อประชาชนที่ชุมนุมประท้วงโดยสันติ รวมถึงมีการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตบางรายเป็นประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการประท้วงด้วย

Photos of dead ones hanged together in a tsp. in Yangon. Paying tribute. More than 100 pro-democracy protesters died within 6-weeks of Myanmar #militarycoup.#WhatsHappeningInMyanmar pic.twitter.com/WHZ5w5YDCj— Naung Kham (@_naungkham) March 15, 2021

Photo by STR / AFP

เผาโรงงานญี่ปุ่น ต้านทหารเมียนมาโจมตีธุรกิจต่างชาติลามใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647966

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 10:45 น.เผาโรงงานญี่ปุ่น ต้านทหารเมียนมาโจมตีธุรกิจต่างชาติลามใหญ่หลังจากที่มีการวางเพลิงโรงงานที่ลงทุนโดยชาวจีนไปถึง 32 แห่ง ล่าสุดโรงงานญี่ปุ่น 2 แห่งเกิดเพลิงไหม้เสียหายเช่นกัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่าโรงงาน 2 แห่งในย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ที่ดำเนินการโดยบริษัท Fast Retailing Co. ของญี่ปุ่นถูกลอบวางเพลิง

โดยบริษัทยืนยันการเกิดเพลิงไหม้แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งโรงงานทั้ง 2 แห่งที่ตกเป็นเป้าหมายของการลอบวางเพลิงในครั้งนี้ได้แก่ Uniqlo และ GU

รายงานล่าสุดจากสำนักข่าวนิเคอิระบุว่ากองกำลังความมั่นคงเมียนมาสังหารประชาชนไปแล้ว 183 คนนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสถานทูตจีนในเมียนมาระบุว่ามีการลอบวางเพลิงโรงงานจีน 32 แห่งในย่างกุ้งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งยอดรวมผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 74 คนนับเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.

AFP PHOTO / FRED DUFOUR

ทำไมคนถึงกล้าซื้อบ้านที่มีประวัติฆาตกรรมสยอง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647814

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 21:00 น.ทำไมคนถึงกล้าซื้อบ้านที่มีประวัติฆาตกรรมสยอง?บ้านหลายหลังต้องถูกรื้อถอนเพราะตกเป็นสถานที่ฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง แต่ก็มีอีกหลายหลังเช่นกันที่กลับเข้ามาอยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้มีคนยอมซื้อบ้านเหล่านั้น

โอเรลล์ แอนเดอร์สัน ผู้ประเมินอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่าแม้แต่บ้านที่นองเลือดที่สุดยังสามารถดึงดูดผู้ซื้อได้ด้วยการลดราคาประมาณ 10% ถึง 15%

ยิ่งไปกว่านั้นหากเป็นสถานที่ก่ออาชญากรรมจนเป็นข่าวระดับประเทศการลดราคาอาจมากขึ้นอีกเป็น 15% ถึง 50% เลยทีเดียว

นั่นทำให้หลายคนยอมประหยัดเงินไม่กี่เหรียญโดยการซื้อบ้านฆาตกรรม

หนึ่งในนั้นคือคฤหาสน์สุดหรูของจานนี เวอร์ซาเช่ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอิตาเลียนเจ้าของแบรนด์แฟชั่นสุดหรูอย่างเวอร์ซาเช่ (Versace)

ในปี 1992 เขาซื้อคฤหาสน์เก่าแก่ในไมอามีมาด้วยเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐทั้งยังรื้อโรงแรมที่อยู่ติดกันเพื่อขยายคฤหาสน์สุดหรูของเขา

ภายหลังวันที่ 15 กรกฎาคม 1997 เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อจานนีกำลังเดินทางกลับบ้าน แอนดรูว์ คูนานัน ฆาตกรต่อเนื่องกำลังดักรออยู่ที่หน้าบ้านของเขาก่อนที่จะลงมือสังหารเวอร์ซาเช่อย่างโหดเหี้ยม

กระสุนถูกยิงเข้าที่หัวของเวอร์ซาเช่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่บันไดหน้าบ้านของตัวเอง

ยังไม่ทันได้มีใครรู้ว่าสาเหตุการก่อฆาตกรรมของคูนานันคืออะไรเขาก็ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองไปเสียก่อน เพียง 8 วันหลังก่อเหตุเท่านั้น

ในปี 2000 ครอบครัวตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ในราคา 19 ล้านเหรียญสหรัฐและ 13 ปีต่อมาบ้านหลังนี้ก็ถูกขายทอดตลาดในราคา 41.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมหรู The Villa Casa Casuarina

บ้านอีกหลังหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ The Los Feliz Mansion คฤหาสน์ขนาดใหญ่สไตล์สแปนิชซึ่งเป็นที่ตั้งของคดีฆาตกรรมที่หลอนที่สุดและได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองลอสแอนเจลิส

โดยเช้าวันหนึ่งในปี 1959 ฮาโรลด์ เพอร์เรลสัน ใช้ค้อนทุบตีภรรยาของตนจนถึงแก่ความตาย และพยายามฆ่าลูกสาววัย 18 ปีด้วยอาวุธชนิดเดียวกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะกินยาพิษและเสียชีวิตในห้องนอนข้างศพภรรยา จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงว่าอะไรทำให้เพอร์เรลสันตัดสินใจเช่นนั้น

บ้านหลังนี้ถูกเล่าขานต่อกันมาว่าเป็นสถานที่สุดเฮี้ยน โดยในช่วงหลายสิบปีต่อมาแทบไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นเลย

เมื่อปลายปี 2019 บ้านหลังนี้กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งสนนราคาอยู่ที่ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้สัญญาของผู้ซื้ออย่างแบร์เดน พอลล็อก ที่ไม่ได้หวาดหวั่นต่อประวัติของบ้านหลังนี้เลยแม้แต่น้อย

พอลล็อกกล่าวถึงประวัติอันน่าสยดสยองของบ้านหลังนี้ว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาเลย ทั้งยังเป็นโอกาสดีเสียด้วยซ้ำที่ได้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หายากแบบนี้ในราคาเพียงเท่านี้

ภาพโดย Vadelmavene/Wikipedia