China slams Britain, saying it has no right to supervise Hong Kong #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403728

China slams Britain, saying it has no right to supervise Hong Kong

InternationalMar 16. 2021

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Andrew Davis

China accused the U.K. of “groundless slanders” after the British government said Beijing’s crackdown on dissent in Hong Kong wasn’t in compliance with a treaty that paved the way for the city’s return to Chinese control.

“The U.K. has no sovereignty, jurisdiction or right of ‘supervision’ over Hong Kong after the handover, and it has no so-called ‘obligations’ to Hong Kong citizens,” China said in a statement posted Sunday on the website of its London embassy. “No foreign country or organization has the right to take the Joint Declaration as an excuse to interfere in Hong Kong affairs, which are China’s internal affairs.”

The statement came after U.K. Foreign Secretary Dominic Raab on Saturday said China is in a “state of ongoing noncompliance” with the 1984 treaty that paved the way for Hong Kong’s return to Chinese control. His remarks have gone further than previous comments by the U.K., which had called the changes a breach in the declaration.

In recent days, Chinese lawmakers approved an overhaul of the city’s election system that threatens to stack its legislature with pro-Beijing loyalists. The move was the culmination of a series of steps to curb challenges to Chinese rule, including passage of a national security law that led to the arrest of dozens of democracy activists and prompted many to flee the city.

The election overhaul “is part of a pattern designed to harass and stifle all voices critical of China’s policies and is the third breach of the Joint Declaration in less than nine months,” Raab said. The U.K. decision was a “demonstration of the growing gulf between Beijing’s promises and its actions.”

The statement gave no indication of what the U.K. government would do if China doesn’t return to compliance with the Joint Declaration.

“The U.K. will continue to stand up for the people of Hong Kong,” Raab said. “China must act in accordance with its legal obligations and respect fundamental rights and freedoms in Hong Kong.”

China fired back in a 500-word statement asserting its control over the city. “Hong Kong is a special administrative region of China,” it said. “How to design and improve its electoral system is purely China’s internal affair and brooks no external interference.”

There was little London could do aside from voicing its displeasure, said Tim Summers, an assistant professor specializing in U.K.-China relations at the Chinese University of Hong Kong.

“The U.K. does not have any leverage to do much more,” he said. “There is no chance that Beijing is going to change course on the electoral reforms in Hong Kong because of the views of Western governments.”

China’s Hong Kong and Macao Affairs Office also responded to a statement by the Group of Seven nations that expressed “grave concerns” at the changes in the city’s electoral system.

The G-7 statement “distorts facts and makes irresponsible comments,” which are in violation of the international law and the norms of international relations, the Hong Kong and Macao Affairs Office said Sunday, calling it a “gross interference” in internal affairs.

Hong Kong was a British colony for more than 150 years until its return to China in 1997 after the two countries signed the Joint Declaration. The agreement gave control back to China in return for the city maintaining a “high degree” of autonomy. Yet under President Xi Jinping, China has moved to tighten its grip on the city; the crackdown accelerated after massive pro-democracy demonstrations broke out in 2019.

After passage of the national security law, the U.K. responded by offering a path to British citizenship for eligible Hong Kong residents.

China’s overhaul of Hong Kong’s legislature will give Beijing virtual veto power in the selection of the city’s leaders. China said the national security law was necessary to punish acts of secession, subversion of state power, terrorist activities or collusion with foreign entities. Dozens of opposition figures, including media tycoon Jimmy Lai and former student leader Joshua Wong, have been jailed under the law.

เอลอน มัสก์เปลี่ยนตำแหน่งจากซีอีโอเป็น “ราชันเทคโน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647948

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 19:11 น.เอลอน มัสก์เปลี่ยนตำแหน่งจากซีอีโอเป็น "ราชันเทคโน"นอกจากจะเป็นผู้สร้างกระแสคริปโตให้ปั่นป่วนรวมถึงสร้างแสอื่นๆ อีกหลายครั้ง ตอนนี้เขายังทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจใหม่อีกด้วย

เอลอน มัสก์ (Elon Musk) สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนอีกครั้ง เมื่อเขาเปลี่ยนตำแหน่งอย่างเป็นทางการของเขาที่บริษัท Tesla กลายเป็น “Technoking” หรือ “ราชันเทคโน” ตามข้อมูลที่ยื่นคำร้องใหม่ที่มอบให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC)

คำร้องนี้ไม่ได้ระบุว่าตำแหน่งเดิมของมัสก์ที่บริษัท Tesla เป็นอย่างไรก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นราชันเทคโน แต่ในข้อมูลการจดทะเบียนระบุว่าเขาเป็นซีอีโอของบริษัท

นอกจากมัสก์แล้ว แซค เคิร์กฮอร์น (Zach Kirkhorn) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทได้รับตำแหน่ง “Master of Coin” (เจ้าแห่งเหรียญ) อย่างเป็นทางการ

บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เอกสารคำร้องของ SEC ระบุชัดเจนว่า: “มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2021 ชื่อของเอลอน มัสก์ และแซค เคิร์กฮอร์นได้เปลี่ยนเป็น Technoking of Tesla และ Master of Coin ตามลำดับ เอลอนและแซคจะดำรงตำแหน่งตามลำดับในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน”

ส่วนสาเหตุที่เขาเปลี่ยนชื่อตำแหน่งยังไม่เป็นที่ชัดเจน แต่เมื่อตรวจสอบบัญชีทวิตเตอร์ของเอลอนพบว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม เขาทวีตว่า Homo sapiens techno: Loves raves & technology (มนุษย์โฮโม เซเปียนส์ เทคโน: รักการปาร์ตี้และเทคโนโลยี่) และหลังจากนั้นเขาทวีตเกี่ยวกับดนตรีอีกเช่น I love music. It makes my heart sing (ผมรักเสียงเพลง. มันทำให้หัวใจของผมร้องเพลง)

อาจเป็นไปได้ว่า “ราชันเทคโน” คงหมายถึงความชอบในดรตรีเทคโนและเทคโนโลยี

Photo by Odd ANDERSEN / AFP

โรงงานจีนเสียหาย 32 แห่ง รัฐบาลห่วงชีวิตคนจีนในเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647943

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 18:03 น.โรงงานจีนเสียหาย 32 แห่ง รัฐบาลห่วงชีวิตคนจีนในเมียนมาธุรกิจจีนในเมียนมาเริ่มเจอแรงกระแทก หลังกระแสต่อต้านจีนจากความเข้าใจว่าจีนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร นำไปสู่การวางเพลิงโรงงานที่ลงทุนโดยชาวจีน

เว็บไซต์ข่าว Global Times ซึ่งเป็นสื่อแท็บลอยด์ที่ควบคุมโดยรัฐของจีนเปิดเผยว่ามีโรงงานที่ลงทุนโดยคนจีนรวม 32 แห่งถูกทำลายจากการโจมตีที่สื่อจีนเรียกว่าเป็นการกระทำที่ “ชั่วร้าย” ระหว่างที่เกิดการปะทะระหว่างกองกำลังความมั่นคงที่ปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายที่เมืองย่างกุ้ง

Global Times เปิดเผยในโพสต์ในบัญชี Twitter โดยอ้างข้อมูลสถานทูตจีนในเมียนมาว่า มีพนักงานชาวจีน 2 คนได้รับบาดเจ็บและไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยมีการสูญเสียทรัพย์สินถึง 240 ล้านหยวน (ราว 1,134 ล้านบาท)

ด้านจ้าวลี่เจียนโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่ารัฐบาลจีน “กังวลอย่างมาก” ต่อความปลอดภัยของพลเมืองในเมียนมาหลังจากโรงงานของจีนหลายแห่งถูกโจมตีท่ามกลางการปราบปรามการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในย่างกุ้ง

จ้าวลี่เจียนกล่าวว่าจีน “มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถาบันและบุคลากรของจีน” และกล่าวเรียกร้องให้เมียนมาดำเนินการเพื่อ “หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีก”

ภาพ – ผู้คนขี่สกู๊ตเตอร์ผ่านซากเครื่องกีดขวางในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2021 ท่ามกลางการปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงอย่างหนักต่อประชาชนที่ต่อต้านการทำรัฐประหาร (ภาพโดย STR / AFP)

เหลืองทั้งฟ้า ปักกิ่งเจอพายุทรายใหญ่สุดในรอบทศวรรษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647911

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 15:01 น.เหลืองทั้งฟ้า ปักกิ่งเจอพายุทรายใหญ่สุดในรอบทศวรรษ กรุงปักกิ่งเมืองหวงของประเทศจีนต้องเผชิญ ‘พายุทราย’ ทัศนวิสัยต่ำกว่า 1 กม.

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าช่วงเช้าวันจันทร์ (15 มี.ค.) สำนักอุตุนิยมวิทยากรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ประกาศเตือนภัยพายุทรายระดับสีเหลืองหรือระดับสาม หลังจากปักกิ่งถูกปกคลุมด้วยเม็ดทรายเม็ดฝุ่นจนทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นลดลงเหลือน้อยกว่า 1 กิโลเมตร

ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ปรับใช้กลไกการดำเนินงานทัศนวิสัยต่ำ เนื่องจากพายุทรายทำให้ระยะการมองเห็นที่ท่าอากาศยานฯ เหลือเพียง 400-800 เมตร ส่งผลกระทบต่อหลายเที่ยวบิน ขณะสำนักอุตุฯ คาดว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นนี้จนถึง 20.00 น. ของวันจันทร์ (15 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีระยะการมองเห็นดีขึ้นตามลำดับ

Photo by Noel Celis / AFP

รายงานสภาพอากาศระบุว่า เนื่องด้วยผลกระทบจากพายุไซโคลนและกระแสลมแรง พายุทรายเคลื่อนตัวมาถึงมณฑลเหอเป่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ (14 มี.ค.) ก่อนเคลื่อนตัวถึงปักกิ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียง

ศูนย์เฝ้าติดตามนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครปักกิ่ง เปิดเผยว่าระดับความเข้มข้นของอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม10 (PM10) ในหลายพื้นที่สูงเกิน 2,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในวันจันทร์ (15 มี.ค.) นอกจากนั้นยังตรวจพบความเข้มข้นสูงถึง 3,572 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในเขตไห่เตี้ยนของปักกิ่งด้วย

Photo by NOEL CELIS / AFP

ด้านสำนักอุตุฯ ของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประกาศเตือนภัยพายุทรายระดับสีส้ม ซึ่งรองจากระดับสีแดงอันเป็นระดับสูงสุด โดยพายุทรายส่งผลกระทบในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นอาลาซ่าน (Alxa League) รวมถึงเมืองอื่นๆ ในเอ้อเอ่อร์ตัวซือ (Ordos) และเปาโถว (Baotou) ด้วย

ด้านสำนักข่าว CGTN ของจีนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 6 รายสูญหาย 81 รายหลังพายุฝุ่นถล่มมองโกเลียเมื่อวันอาทิตย์ตามรายงานของหน่วยงานภัยพิบัติท้องถิ่น

อนุเคราะห์ข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว “ปักกิ่งเผชิญ ‘พายุทราย’ ทัศนวิสัยต่ำกว่า 1 กม.“

Photo by LEO RAMIREZ / AFP
Photo by WANG Zhao / AFP
Photo by GREG BAKER / AFP

ไต้หวันสั่งให้บริษัทในเมียนมาชักธง ป้องกันเข้าใจผิดเป็นจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647905

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 14:15 น.ไต้หวันสั่งให้บริษัทในเมียนมาชักธง ป้องกันเข้าใจผิดเป็นจีนหลังจากที่โรงงานที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนในเมียนมาหลายแห่งถูกวางเพลิงเผาเมื่อวันอาทิตย์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจของไทเป หรือสถานทูตโดยพฤตินัยของไต้หวันในเมียนมาได้แนะนำให้บริษัทของชาวไต้หวันที่ดำเนินธรุกิจในประเทศเมียนมา ปักธงของไต้หวันและแขวนป้ายที่ระบุว่ามาจากไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับจีนหลังจากโรงงานที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีนถูกวางเพลิงหลายแห่ง

กระทรวงต่างประเทศของไต้หวันกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ามีบริษัทของไต้หวันเพียงแห่งเดียวที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงโดยมีพลเมืองไต้หวัน 10 คนติดอยู่ภายในสถานที่เกิดเหตุแต่พวกเขาปลอดภัย

กระทรวงต่างประเทศของไต้หวันยังกล่าวว่าสำนักงานตัวแทนของไต้หวันในประเทศเมียนมาได้ติดต่อกับ บริษัทของไต้หวันหลังจากได้รับรายงานการโจมตีบริษัทที่ลงทุนโดยจีน

สำนักงานของไต้หวันจึง “แนะนำให้นักธุรกิจชาวไต้หวันแขวนป้ายภาษาพม่าที่บอกว่าเป็น “บริษัท ไต้หวัน “ที่โรงงานของตนและแขวนธงชาติของประเทศของไต้หวันและอธิบายให้คนงานในพื้นที่และเพื่อนบ้านทราบว่าเป็นโรงงานของไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บุคคลภายนอกสับสนและ “คิดผิด”

ด้านสถานทูตของจีนในเมียนมาระบุว่าบุคคลากรจีนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ในสถานที่เกิดเหตุลอบวางเพลิงเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากมีผู้ลอบโจมตีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในย่านเขตแลงตายา ในเมืองย่างกุ้งและได้เรียกร้องให้เมียนมาปกป้องทรัพย์สินและประชาชนของจีน

ในส่วนของญี่ปุ่น คัตสึโนบุ คาโตะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ว่ารัฐบาลกำลังติดตามการรัฐประหารครั้งล่าสุดของเมียนมาและจะพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อการพัฒนาในประเทศเมียนมาอย่างไร

“ในอนาคตญี่ปุ่นจะพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ในเมียนมาอย่างไรในแง่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนโยบาย โดยติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ พร้อมทั้งคำนึงถึงการตอบสนองของประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย” คาโตะกล่าวกับผู้สื่อข่าว

ท่าทีของรัฐบาลญี่ปุ่นขึ้นหลังจากเกาหลีใต้กล่าวว่าจะระงับการแลกเปลี่ยนด้านกลาโหมกับเมียนมาและห้ามส่งออกอาวุธไปยังเมียนมา

Photo by MARVIN RECINOS / AFP

จับตา Bitcoin อาจถึง $75,000 อย่างไว หลังพุ่งข้ามปี 1,000% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647903

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 13:49 น.จับตา Bitcoin อาจถึง $75,000 อย่างไว หลังพุ่งข้ามปี 1,000%บิตคอยน์ (Bitcoin) ยังค้างอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเท่าที่คยทำมาแม้ว่าจะมูลค่าจะลดลงเล็กน้อย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบิตคอยน์ (Bitcoin) ผ่อนคลายลงหลังจากมูลค่าพุ่งขึ้น 61,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกจากแรงหนุนของการใช้มาตรการการจ่ายเงินบรรเทาทุกข์บางส่วนในสหรัฐ

สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดมีการซื้อขายที่ประมาณ 60,000 เหรียญสหรัฐในเอเชียในวันจันทร์หลังจากที่มีพุ่งขึ้นมาย 61,742 เหรียญสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์

ทั้งนี้ บิตคอยน์มีมูบลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% ในปีที่ผ่านมา และมูลค่ายิ่งสูงขึ้นจากท่าทีสนใจของสถาบันและองค์กรต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับความต้องการเก็งกำไรตามปกติ

คริส เวสตันหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group Ltd. เขียนในบันทึกย่อบิตคอยน์อยู่ในกระแสที่ดีเพราะเทรดเดอร์จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และบิตคอยน์จะต้องอยู่เหนือระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 58,000 เหรียญสหรัฐเพื่อเสริมความมั่นใจให้เกิดกระแสกระทิงครั้งใหม่

เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Oanda Asia Pacific Pte และแมท มาลีย์ จาก Miller Tabak + Co ต่างมองเห็นศักยภาพในการทำกำไรเพิ่มเติมจากแนวโน้มความเคลื่อนไหวล่าสุด มาลีย์ถึงกับบอกว่ามันสามารถทำมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 75,000 เหรียญสหรัฐอย่างเร็วมาก

ส่วนไมค์ แมคโลกน นักยุทธศาสตร์ด้านข่าวกรองของ Bloomberg กล่าวว่าระดับราคาที่ 100,000 เหรียญสหรัฐอาจเป็นแรงต้านต่อไปของบิตคอยน์

Photo by Ozan KOSE / AFP

หุ้นพุ่ง! Xiaomi รอดหลังศาลสหรัฐสั่งห้ามรัฐบาลแบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647889

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 11:06 น.หุ้นพุ่ง! Xiaomi รอดหลังศาลสหรัฐสั่งห้ามรัฐบาลแบน หลังจากที่หลายแบรนด์หลายธุรกิจของจีนถูกรัฐบาลสหรัฐสั่งแบนไปในสมัยของทรัมป์ ล่าสุด Xiaomi ได้ข่าวดีเป็นรายแรกของปี

หุ้นของ Xiaomi Corp. พุ่งขึ้นในฮ่องกงหลังผู้พิพากษาสหรัฐสั่งให้ Xiaomi (เสียวหมี่) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีนถูกถอดออกจากบัญชีดำของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งเป็นคำสั่งของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ที่กำหนดมาเพื่อสั่งห้ามชาวอเมริกันลงทุนในบริษัทจีนรายนี้ และยังใช้มาตรการเดียวกันกับบริษัทจีนรายอื่นๆ ด้วย

หุ้นของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายนี้เพิ่มขึ้นมากถึง 12% ในวันจันทร์ซึ่งเป็นผลกำไรระหว่างวันที่มากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน

ทั้งนี้ 6 วันก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์จะออกจากตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลของเขาได้ทิ้งระเบิดไว้ให้รัฐบาลโจ ไบเดนด้วยการทำให้สงครามการค้ากับจีนรุนแรงขึ้นด้วยการประกาศกำหนดข้อห้ามบริษัทจีนหลายรายรวมถึง Xiaomi และ CNOOC ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัฐ รวม TikTok โซเชียลมีเดียยอดนิยม

Xiaomi เป็นหนึ่งใน 9 บริษัทที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐจัดอยู่ในประเภท “บริษัททหารของจีนคอมมิวนิสต์” ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงและห้ามอเมริกันลงทุนกับบริษัทประเภทนี้

แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ รูดอล์ฟ คอนเทรรัส ผู้พิพากษาเขตวอชิงตัน มีคำตัดสินว่าการที่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลัง”ใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ มิได้ถือว่ามีเหตุผลอันควร” ที่จะสั่งแบน Xiaomi

ผู้พิพากษาจึงออกคำสั่งห้ามเบื้องต้นให้ Xiaomi พ้นจากบัญชีดำและพ้นจากคำสั่งระงับการห้ามนักลงทุนอเมริกันซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทแห่งนี้

ทั้งนี้ ในการยื่นอุทธรณ์เมื่อเดือนมกราคมเพื่อคัดค้านการขึ้นบัญชีดำ Xiaomi (ซึ่งแซงหน้า Apple เมื่อปีที่แล้วจนกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับสามของโลก) ได้กล่าวว่ากาคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐนั้น “ไม่ถูกต้อง” และ “ทำให้บริษัทไม่อาจทำนิติกรรมได้”

Photo by GREG BAKER / AFP

ภาพสะเทือนใจ ผู้ประท้วงถือโล่บังกระสุนข้างร่างสหายที่ถูกยิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647885

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 10:12 น.ภาพสะเทือนใจ ผู้ประท้วงถือโล่บังกระสุนข้างร่างสหายที่ถูกยิงการต่อต้านเผด็จการทหารที่ย่างกุ้งเมื่อยันอาทิตย์เป็นวันที่นองเลือดที่สุดวันหนึ่ง และสื่อสามารถจับภาพที่น่าสะเทือนใจนี้เอาไว้ได้

สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างข้อมูลกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาสังหารผู้คนอย่างน้อย 38 คนระหว่างการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึกใน 2 เขตในเมืองย่างกุ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

รายงานผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตในวันที่ 3 มีนาคมซึ่งเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ภาพที่ 1

ภาพที่ 1 ช่างภาพที่ทำงานให้กับสำนักข่าว STR / AFP จับภาพผู้ประท้วงขณะที่กำลังจับเสื้อของเพื่อนที่ล้มลงหลังถูกเจ้าหน้าที่ยิงใส่ในระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 2

ภาพที่ 2 ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่การปะทะซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวไปที่ปลอดภัย ระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อการประท้วงของผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021  ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 3

ภาพที่ 3 อีกหนึ่งประชาชนชาวเมียนมาที่ถูกกองกำลังความมั่นคงทำร้าย (คาดว่าถูกยิง) ระหว่างการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 4

ภาพที่ 4 ภาพเอกซเรย์ของศีรษะ เชล เย วินซึ่งถูกยิงด้วยกระสุนจริงเข้าที่ใบหน้าระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ภาพนี้ถ่ายที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 5

ภาพที่ 5 ผู้คนวิ่งผ่านเครื่องกีดขวางชั่วคราวที่ผู้ประท้วงตั้งขึ้นในระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงในการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาฝั่งตรงข้ามเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 (ภาพโดย STR / AFP)

ประกาศกฎอัยการศึกหลังปะทะหนักที่ย่างกุ้ง-โรงงานจีนถูกเผา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647884

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 09:58 น.ประกาศกฎอัยการศึกหลังปะทะหนักที่ย่างกุ้ง-โรงงานจีนถูกเผาทหารเมียนมาใช้ไม้แข็ง หลังเกิดความวุ่นวายในบางพื้นที่ของย่างกุ้งอย่างหนักต่อเนื่องจากวันอาทิตย์

รัฐบาลทหารของเมียนมาร์ประกาศ “กฎอัยการศึกเต็มรูปแบบ” เมื่อช่วงดึกของวันที่ 14 มีนาคม (ประมาณ 11.00 น. ตามเวลาไทย) โดยประกาศใช้ในบางพื้นที่ของย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงการค้าหลังจากการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นและธุรกิจของจีนถูกวางเพลิงเผา

คำสั่งกฎอัยการศึกมีผลบังคับใช้กับสองเมืองที่มีประชากรหนาแน่นในย่างกุ้ง ได้แก่เขตแลงตายา และเขตชเว ปยี ตา มาตรการนี้ให้อำนาจผู้บัญชาการกองทัพเขตย่างกุ้งสามารถใช้อำนาจได้เพื่อ “ธำรงความปลอดภัย หลักนิติธรรม และสันติภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

สำนักข่าว AFP รายงานว่าในเขตแลงตายาตำรวจและทหารปะทะกันอย่างรุนแรงกับผู้ประท้วงที่ถือไม้และมีดซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังเครื่องกีดขวางชั่วคราว

ผู้ประท้วงใช้ถังขยะที่ถูกตัดออกทำเป็นเกราะป้องกันเพื่อดึงผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อกองกำลังความมั่นคงเปิดฉากยิง แต่แพทย์บอกว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด

“ฉันสามารถยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย” แพทย์หญิงบอกกับ AFP พร้อมเสริมว่าเธอทำการรักษาประมาณ 50 คนและคาดว่าผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น

กลุ่มตรวจสอบสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งตรวจสอบการจับกุมและการเสียชีวิตนับตั้งแต่การรัฐประหารได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้ บางรายงานระบุว่าอาจถึง 30 คน

นอกจากการปะทะนแล้วยังมีการวางเพลิงโครงงานของชาวจีนในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่อื่นๆ ด้วย

“เราขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมากำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อยุติการกระทำที่รุนแรงทั้งหมดและสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย” สถานทูตจีนในเมียนมากล่าวในแถลงการณ์เมื่อเย็นวันอาทิตย์

ด้าน Global Times ซึ่งเป็นสื่อแท็บลอยด์ที่ดำเนินการโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวในบทบรรณาธิการเมื่อวันจันทร์ว่า “ผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับจีนและยุยงให้โจมตีโรงงานจีน” ต้องได้รับ “บทลงโทษอย่างรุนแรง”

Photo by STR / AFP

ฝรั่งเศสยังระบาดหนัก ยอดติดโควิดพุ่งเกือบ3หมื่นในวันเดียว! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647878

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 09:02 น.ฝรั่งเศสยังระบาดหนัก ยอดติดโควิดพุ่งเกือบ3หมื่นในวันเดียว!ฝรั่งเศสยังเผชิญโควิดระบาดหนัก แม้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว พบผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 3 หมื่นรายในวันเดียว ขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝรั่งเศสยังเผชิญตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19ไปแล้วก็ตาม โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 64 หน่วยงานด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศสรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ 29,759 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 4,045,319 ราย

ขณะที่ ผู้เสียชีวิตจากโควิด เพิ่มขึ้น 174 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 90,315 ราย

มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 24,671 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 37 รายในรอบ 24 ชั่วโมง แตะ 4,070 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ย. 2563

ขณะที่ รัฐบาลฝรั่งเศสได้เปิดเผยว่า ประชาชนราว 4.85 ล้านคน หรือ 7.2% ของประชากรทั้งหมดในฝรั่งเศส ได้รับการฉีดวัดซีนป้องกันโควิดเข็มแรก และ 2.2 ล้านคนได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว

ด้าน Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 120,123,556 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,661,035 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (30,043,662) รองลงมาคือบราซิล (11,439,250), อินเดีย (11,359,048), รัสเซีย (4,390,608), สหราชอาณาจักร (4,253,820), ฝรั่งเศส (4,045,319), อิตาลี (3,201,838) และสเปน (3,183,704)

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 ล้านราย ได้แก่ ตุรกี เยอรมนี โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และเม็กซิโก

ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ โปแลนด์ อิหร่าน แอฟริกาใต้ ยูเครน อินโดนีเซีย เปรู สาธารณรัฐเช็ก และเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (546,605) ตามมาด้วยบราซิล (277,216), เม็กซิโก (194,490), อินเดีย (158,642) สหราชอาณาจักร (125,464) และอิตาลี (101,881)

ภาพ เอเอฟพี