ทหารเมียนมาคุมย่างกุ้ง อาจมีการตัดสัญญาณเน็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644162

วันที่ 01 ก.พ. 2564 เวลา 07:51 น.ทหารเมียนมาคุมย่างกุ้ง อาจมีการตัดสัญญาณเน็ต สัญญาณเรื่องการทำรัฐประหารในเมียนมาเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ หลังการควบคุมตัวอองซานซูจีและพรรคพวก

หลังจากมีรายงานว่าทหารเมียนมาได้ทำการการควบคุมตัวอองซานซูจีและบุคคสำคัญของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD เอาไว้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าพยานในกรุงย่างกุ้งพบเห็นทหารมาประจำการที่ศาลาว่าการนครยางกุ้งซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงและปัจจบุันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

นักข่าวเอเอฟพีเห็นรถบรรทุกทหาร 5 คันภายในศาลาว่าการโดยทหารสั่งให้ผู้คนที่มาถึงที่ทำงานห้ามเข้าสถานที่

ขณะนี้ยังไม่ทราบเจตนาของกองทัพ แต่น่าจะเป็นสัญญาณที่ชัดขึ้นว่าเมียนมากำลังเผชิญกับการก่อรัฐประหาร

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวด้วยว่า การเชื่อมต่อข้อมูลอินเทอร์เน็ตบนมือถือและบริการโทรศัพท์บางอย่างหยุดชะงักในย่างกุ้งเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์

โดยบริการตรวจสอบอินเทอร์เน็ต NetBlocks กล่าวการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในประเทศของเมียนมาลดลงเหลือ 75% ของระดับปกติตั้งแต่เวลา 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สัญญาณว่ามีการทำรัฐประหารยังมาจาก MRTV สื่อของรัฐบาลเมียนมาที่เผยว่ากำลังมีปัญหาทางเทคนิคและไม่สามารถออกอากาศเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยกล่าวว่าผู้นำอองซานซูจีและบุคคลอาวุโสคนอื่น ๆ ถูกควบคุมตัว

“เนื่องจากปัญหาการสื่อสารในขณะนี้ เราจึงขอแจ้งให้คุณทราบด้วยความเคารพว่ารายการปกติของ MRTV และ Myanmar Radio ไม่สามารถออกอากาศได้” Myanmar Radio and Television กล่าวในโพสต์บนหน้า Facebook

Photo by Thet AUNG / AFP

อองซานซูจีถูกทหารเมียนมาควบคุมตัวเอาไว้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644159

วันที่ 01 ก.พ. 2564 เวลา 06:44 น.อองซานซูจีถูกทหารเมียนมาควบคุมตัวเอาไว้กำลังเกิดการยึดอำนาจในเมียนมา?

อองซานซูจีผู้นำเมียนมาและสมาชิกอาวุโสคนอื่นๆ ของพรรคถูกควบคุมตัวในการจู่โจมเมื่อเช้าโดยกองทัพ โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยกล่าว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหลายวันของความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างรัฐบาลพลเรือนและกองทัพ ซึ่งกระตุ้นความกลัวว่าจะเกิดรัฐประหารหลังจากที่เกิดความขัดแย้งเรื่องการเลือกตั้งและกองทัพกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง

โฆษก Myo Nyunt บอกกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่าซูจี ประธานาธิบดีวินมินต์ และผู้นำคนอื่นๆ ถูก “ควบคุม” ในช่วงเช้าตรู่

“ผมอยากบอกคนของเราว่าอย่าตอบสนองอย่างผลีผลามและผมต้องการให้พวกเขาปฏิบัติตามกฎหมาย” Myo Nyunt กล่าวและคาดว่าตัวเขาจะถูกควบคุมตัวด้วย

สายโทรศัพท์ไปยังเนปิดอว์ซึ่งเป็นเมืองหลวงไม่สามารถเข้าถึงได้ในช่วงหัวค่ำของวันจันทร์

โฆษกทหารไม่รับโทรศัพท์เพื่อขอความคิดเห็น

สมาชิกในสภาของพรรค NLD ซึ่งไม่ขอให้เปิดเผยชื่อเพราะกลัวการถูกตอบโต้กล่าวว่าอีกคนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวคือ Han Thar Myint สมาชิกคณะกรรมการบริหารกลางของพรรค

AFP PHOTO / Ye Aung THU

หุ้น GameStop จะซ้ำรอยวิกฤตคลั่งทิวลิปหรือไม่? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644148

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 20:14 น.หุ้น GameStop จะซ้ำรอยวิกฤตคลั่งทิวลิปหรือไม่? ปรากฎการณ์ที่ทำให้โลกต้องตะลึง จะกลายเป็นอีกหนึ่งวิกฤตทางการเงินหรือไม่?

การภาวะ Short squeeze เกิดขึ้นกับหุ้นของ GameStop ทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วนครั้งใหญ่ ทำให้ราคาหุ้นของ GameStop ที่อาการร่อแร่พุ่งขึ้นมาถึง 190 เท่าจาก 2.57 มาอยู่ที่เกือบ 500 เหรียญสหรัฐทำให้นักลงทุนมืออาชีพในกลุ่มเฮดจ์ฟันด์เสียหายอย่างหนัก และการซื้อขาย 140% ของหุ้น GameStop เกิดจากการขายชอร์ต

การภาวะ Short squeeze คือการที่ราคาหุ้นที่ทำท่าแย่ๆ จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว หุ้นพวกนี้ปกติจะถูกการขายชอร์ต (Short selling) หรือการซื้อในราคาสูงแล้วขายในราคาต่ำแล้วฉวยโอกาสทำกำไรจากช่วงที่ซื้อขายนั้น แต่การขายช็อร์ตมีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียแบบไม่ได้อะไรเลยสูงมากหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น หุ้นของ GameStop ถูกนักลงทุนเฮดจ์ฟันทำการขายช็อร์ตเพื่อทำกำไรเพราะแนซโน้มของบริษัทมไม่ดีมาหลายปีแล้ว ใครจะเชื่อว่าจู่ๆ จะมีกลุ่มคนมาซื้อหุ้นแบบมืดฟ้ามัวดินจนราคามันพุ่งเป็นพันเปอร์เซนต์ เมื่อเป็นแบบนี้พวกขายชอร์ตจึงหงายหลังไปตามๆ กัน

แต่ประเด็นก็คือปรากฎการณ์ GameStop ทำให้ราคาหุ้นของมันเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้อิงกับพื้นฐานตลาด คล้ายกับการปั่นราคาครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก นั่นคือเหตุการณ์ Tulip mania หรือ โรคคลั่งทิวลิป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ปี 1636 มาถึงทุกวันนี้ก็ครบ 385 ปีพอดิบพอดี

ขณะที่ราคาหุ้นของ GameStop พุ่งขึ้นมาถึง 1,625% ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 แต่เมื่อ 385 ปีก่อนนักลงทุนปั่นราคาของดอกทิวลิปพุ่งขึ้นมา 1,000% ในช่วงทศวรรษที่ 1630 สิ่งที่ต่างกันระหว่างสองเหตุการณ์นี้คือ GameStop เป็นการสวนกลับช็อร์ตเซลหุ้นด้วยจุดประสงค์ที่แปลกประหลาดที่สุด ส่วน Tulip mania เป็นเกิดจากความโลภและความลนลานตามราคาของดอกทิวลิป

ขณะที่สาเหตุของการขายชอร์ตกรณี GameStop ยังคลุมเครือและมีหลายสาาเหตุ แต่กรณีของ Tulip mania เกิดจากความหลงไหลในดอกทิวลิปก่อน จากนั้นเพราะราคาที่สูงขึ้นเพราะความต้องการสูงขึ้นมันจึงถูกฝช้เป็นสินทรัพย์การลงทุน จนในที่สุดราคาของมันก็ถูปั่นไปเรื่อยๆ

ความล้ำค่าของดอกทิวลิปในยุคนั้นมีเรื่องเล่ากันว่า

“นานมาแล้ว กระทาชายนายหนึ่งเดินทางไปหาความมึนเมา ที่ร้านสุราเล็กๆ อันเป็นสถานที่รวมตัวของคนเกือบทั้งเมืองในช่วงค่ำ ก่อนที่เรื่องจะจบลงที่ความไร้สติเพราะฤทธิ์สุรา ชายผู้นี้กลับทำเรื่องที่ไร้สติยิ่งกว่า เมื่อฉวยเอาเหง้าดอกทิวลิปใกล้ๆ มือขึ้นมาฝานเป็นชิ้นๆ ด้วยสำคัญผิดคิดว่าเป็นหัวหอม แต่แท้จริงแล้วมันคือเหง้าดอกทิวลิปราคาหลายพันเหรียญสหรัฐ ที่เจ้าของร้านเตรียมนำขึ้นประมูล ชีวิตของชายขี้เมาผู้น่าสงสารจึงต้องจบลงในตะราง รอจนกว่าจะมีเงินมาไถ่ถอนหนี้ที่เกิดจากการสวาปามเหง้าทิวลิปโดยไม่รู้ตัว!”

อาจเป็นเรื่องเล่าขานที่ฟังเหลือเชื่อ ถ้าเหง้าทิวลิปหัวหนึ่งอาจมีราคาดังทอง แต่แม้จะเป็นเรื่องเล่าจริง อย่างน้อยมันก็เป็นภาพสะท้อนที่ดีของเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 17 ห้วงเวลาที่คนทั้งประเทศกำลังบ้าคลั่งกับการเป็นเจ้าของเหง้าทิวลิปราคาแพงเสียยิ่งกว่าแพง ปรากฏการณ์นั้นได้รับการขนานนามว่า Tulip mania หรือ โรคคลั่งทิวลิป อันเป็นกรณีศึกษาภาวะฟองสบู่แตกครั้งแรกของโลก

แน่นอน ชาวโลกอาจรู้สึกได้ถึงความโปรดปรานในดอกไม้ชนิดนี้ของประชาชนชาวแดนกังหันลมอยู่ก่อนแล้ว แต่หลายท่านคงไม่ทราบว่า ก่อนที่ดอกไม้ชนิดนี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์คู่เนเธอร์แลนด์ มันเคยสร้างความปั่นป่วนให้คนทั้งประเทศ เมื่อแรกนำเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ จากตุรกี อันเป็นต้นกำเนิดเมื่อปี 1593

ความที่ต้องนำเข้าจากถิ่นไกลโพ้น กอปรกับรูปลักษณ์อันแปลกตา ทำให้ ดอกทิวลิป กลายเป็นของสะสมล้ำค่าของประดาชนชั้นสูงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหง้าที่ติดเชื้อโรค “โมเซอิก” ซึ่งจะทำให้ สีของกลีบดอกมีรูปลักษณ์คล้ายเปลวเพลิง เหง้าทิวลิปที่ทุกวันนี้แทบไร้มูลค่า จึงกลายเป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่ง และนับเป็นการริเริ่มหันเห “มูลค่าจริง” ของดอกไม้ประเภทหนึ่ง สู่ “มูลค่าเทียม” ที่จะกลายเป็นหายนะต่อมา

จากปริมาณที่น้อยนิด ทำให้พ่อค้าหัวใสหลายรายเริ่มมีความคิดที่จะปั่นราคาเหง้าดอกทิวลิปให้สอดคล้องกับความต้องการที่มีอย่างไม่จำกัด ซึ่งสัมฤทธิผลอย่างง่ายดาย เมื่อราคาดอกทิวลิปพันธุ์เด่นๆ ที่แตะระดับหลายร้อยฟลอรินส์ (ค่าเงินของเนเธอร์แลนด์ขณะนั้น) อยู่แล้ว ถูกปั่นจนมีราคาเป็นหลายพัน บางพันธุ์ถูกปั่นราคาจนมากกว่าเดิมถึง 20 เท่า!

หากไม่เห็นภาพ ขอให้พิจารณาจากราคาแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า หรือ บาร์เตอร์ ของเหง้าดอกทิวลิปที่มีราคาแพงเกือบสูงสุดนามว่า “อุปราช” ซึ่ง 1 เหง้าสวยๆ ต้องแลกมาด้วย ข้าวสาลี 4 ตัน, ข้าวไรย์ 8 ตัน, เตียงนอน 1 หลัง, วัว 4 ตัว, หมู 8 ตัว, แกะ 12 ตัว, อาภรณ์อย่างดี 1 ชุด, ไวน์ 2 ถัง, เบียร์ 4 ตัน, เนย 2 ตัน, เนยแข็ง 1 พันปอนด์ และเครื่องเงิน 1 ชุด รวมแล้วมีมูลค่าในปัจจุบันถึง 40,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 ล้านบาท)

ด้วยสนนราคาถึงขนาดนี้ มิพักจะเอ่ยถึงพันธุ์ “เซมเพอร์ เอากุสตุส” ที่เพียงเหง้าหนึ่ง อาจซื้อเมืองได้ทั้งเมืองด้วยซ้ำ!

เมื่อราคาของเหง้าดอกไม้ธรรมดาๆ แพงจนกลายเป็นสินทรัพย์ชั้นยอด ผู้คนจากชั้นต่างๆ ของสังคมจึงถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนของความโลภ ตลาดหุ้นหลายแห่งผุดขึ้นทั่วเมืองสำคัญของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่เมืองเล็กๆ ไกลปืนเที่ยง ยังเปลี่ยนร้านสุราเป็นตลาดค้าหลักทรัพย์กับเขาด้วย

ในชั่วพริบตา ยาจกกลายเป็นเศรษฐี และเศรษฐีกลายอภิมหาเศรษฐี จากการเก็งกำไรผ่านการซื้อขายเหง้าทิวลิปเพียงไม่กี่ครั้ง!

เนเธอร์แลนด์ในขณะนั้นเปี่ยมไปด้วยความคึกคัก ทุกผู้ทุกนาม ต่างเฝ้าฝันถึงความมั่งคั่ง หลายคนขายบ้าน และสินทรัพย์ที่หามาได้ทั้งชีวิต เพื่อเป็นเจ้าของเหง้าดอกทิวลิปเพียงเหง้าเดียว

แต่กฎหนึ่งของการเก็งกำไรและภาวะฟองสบู่ที่ยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือ ผู้ที่อยู่รอดและเสวยความร่ำรวยมีเพียงพวก เงินฉลาด (Smart Money) ที่เก็งกำไรในระดับบนสุดของตลาดหลักทรัพย์ เท่านั้น ส่วนบรรดาแมลงเม่าทั้งหลายได้เพียงลิ้มรสความสุขชั่วครู่ และรอวันฟองสบู่แตกอย่างน่าสลดใจ โดยไม่ทันตั้งตัว!

และเวลานั้นมาถึงในปี 1637 หลังจากที่ทิวลิปพุ่งขึ้นสูงสุด บรรดาเงินฉลาดทั้งหลาย ต่างพร้อมใจกันเทขายดอกทิวลิปในทันที ทันใด ทำให้ราคาเหง้าทิวลิปที่แพงลิบลิ่ว ดิ่งฮวบอย่างน่าใจหาย บางพันธุ์ไร้ราคาไปโดยปริยาย ที่ดีกว่าอาจเหลือมูลค่าเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น

ในชั่วพริบตา มหาเศรษฐีกลายเป็นยาจก และยาจกหลายคนต้องหาทางออกด้วยการจบชีวิต อีกหลายร้อยคนต้องหิวโซ เพราะไม่อาจใช้เหง้าทิวลิปไร้มูลค่าเพื่อประทังชีวิต

รัฐบาลดัตช์พยายามมองดูห่างๆ เมื่อฟองสบู่แตกโพละ แต่ในที่สุดต้องกระโจนเข้ามากู้เศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพินาศ ด้วยการจัดคณะกรรมการไกล่เกลี่ย และขออำนาจศาลสั่งให้การซื้อขายบางช่วงถือเป็นโมฆะ เพื่อให้บรรดาเงินฉลาดและแมลงเม่าทั้งหลายพบกัน ครึ่งทาง แต่มาตรการแล้วมาตรการเล่า กลับเยียวยาเศรษฐกิจของประเทศเพียงเล็กน้อย และแดนกังหันลมต้องพบกับความบอบช้ำไปอีกนานนับปี

โชคร้าย ที่มนุษย์เรียนรู้จากประวัติศาสตร์น้อยมาก เพราะเพียงไม่นานอีกเพื่อนร่วมโลกกับชาวดัตช์ ต้องพบกับภาวะฟองสบู่อีกหลายระลอก ต่างกรรมต่างวาระกัน ตั้งแต่ฟองสบู่หุ้นเซาท์ซีของอังกฤษ ฟองสบู่สหรัฐยุคทศวรรษที่ 1920 หรือแม้แต่การทำช็อร์ตเซลจนบางคนรวยเละในช่วงวิกฤตการเงิน 2007 – 2008

ตอนนี้ GameStop มีราคาหุ้นที่เรียกได้ว่า “แพงเว่อร์” แถมมันยังเกิดจากการลงทุนแบบแปลกๆ มีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายว่าทำไมนักลงทุนถึงสนใจหุ้นของบริษัทที่ทำท่าจะไม่รอด และหุ้นของบริษัทนี้ถูกทำช็อร์ตเซลโดยนักลงทุนเฮดจ์ฟันด์มาระยะหนึ่งแล้ว

บ้างก็ว่านักลงทุนในโซเชียลมีเดีย (เริ่มจาก Reddit) ไม่มีอะไรทำจึงใช้เงินเก็บมาตลอดปีที่ถูกกักตัวเพราะล็อคดาวน์รวมถึงเงินช่วยเหลือของรัฐบาลมาลงทุนเล่นๆ บ้างก็ว่าเพราะดอกเบี้ยมันต่ำเกือบศูนย์ บางก็ว่าเพราะการปั่นของเอลอน มัสก์ บ้างก็ว่าเป็นกลุ่มคนที่เกลียดนักลงทุนกระหายเลือด จึงรวมตัวกันถล่มเฮดจ์ฟันด์ด้วยการทำ Short squeeze ซะเลย

แต่มันเป็นเหตุผลไม่อิงกับพื้นฐานตลาด วันหนึ่งเมื่อตลาดไม่เหลือใครให้ซื้ออีก เราจะมารอดูกันว่า GameStop จะมีจุดจบเหมือน Tulip mania หรือไม่

Photo by Chris DELMAS / AFP

เพราะโหยหาเมืองไทย ร้านอาหารไทยยังฮิตสู้โควิดในจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644147

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 18:00 น.เพราะโหยหาเมืองไทย ร้านอาหารไทยยังฮิตสู้โควิดในจีนสำนักข่าวซินหัวรายงาน “เจาะวงในร้านอาหารไทย ‘น้องใหม่มาแรง’ แห่งหนานหนิง”

“สวัสดีค่ะ เชิญเข้ามาด้านในก่อน นั่งตรงนี้ได้เลยค่ะ” เสียงจากคุณเมธินี นันตาดี พนักงานผู้สวมใส่ชุดไทยดังขึ้นอย่างสดใส เชื้อเชิญลูกค้าถึงที่นั่ง ก่อนที่เธอจะเดินเข้าครัวไปแสดงฝีมือทำอาหารไทย “ตอนนี้ได้เวลามื้อเย็นแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ที่ร้านมีลูกค้าแค่ 8 คนเอง”

นี่คือร้านอาหารไทย “หลาน ซีเคร็ต การ์เดน” (Lan·Secret Garden) ซึ่งตั้งอยู่ในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน เมื่อ 10 ปีก่อน คุณเมธินีเดินทางจากไทยมาเรียนต่อที่เมืองหนานหนิง และทำงานด้านการแปลหลังจบการศึกษา จากนั้นในปี 2019 เธอและเพื่อนๆ ได้ร่วมลงทุนเปิดร้านอาหารแห่งนี้ด้วยกัน

แม้ร้านแห่งนี้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ทว่าโดยรวมแล้วยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เนื่องจากคุณเมธินีให้สัมภาษณ์ว่า “โรคระบาดทำให้ผู้คนในหนานหนิงจำนวนมากที่อยากไปเที่ยวไทย อยากไปลิ้มรสอาหารไทย แต่ไม่สามารถทำได้ หันมาอุดหนุนร้านอาหารไทยที่นี่แทน ทำให้มีลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ที่สนใจมาลองอาหารไทยที่ร้านเรา”

(แฟ้มภาพซินหัว : ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน วันที่ 24 ม.ค. 2021)

ต้มยำกุ้งเป็นเมนูยอดนิยมที่ทุกคนต้องสั่ง แถมยังเป็นอาหารจานเด็ดฝีมือคุณเมธินี ผู้เติบโตมาจากครอบครัวที่ทำงานในวงการอาหารอีกด้วย “เมนูโปรดของฉันคือต้มยำกุ้งเปรี้ยวจี๊ดสดใหม่แสนอร่อยที่แม่ของฉันทำ ซึ่งฉันดีใจมากที่สามารถทำเมนูแบบเดียวกันนี้ให้ผู้อื่นได้ลิ้มรสด้วย”

ในร้านอาหารไทยอีกแห่งหนึ่ง “พ่าหลาน 9 ไท่กั๋วไช่” หรือที่แปลได้ว่า “พระราม 9 อาหารไทย” สุภาพสตรีแซ่จูท่านหนึ่งกำลังรับประทานข้าวผัดสับปะรดอย่างเอร็ดอร่อย

คุณจูให้สัมภาษณ์ว่าเธอเดินทางไปเมืองไทยกับสามีเมื่อปีที่แล้ว และได้ชิมข้าวผัดสับปะรดในท้องถิ่นโดยบังเอิญ จนตื่นตะลึงกับความอร่อยของมัน “หลังกลับมาที่ฉันพยายามจะทำอาหารเมนูเดียวกันนี้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รสชาติที่ต้องการ”

(แฟ้มภาพซินหัว : ข้าวผัดสับปะรดของร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน วันที่ 25 ม.ค. 2021)

นอกจากอาหารพื้นเมืองชื่อดังของไทยแล้ว ร้านอาหารไทยในจีนบางแห่งยังมีการเติมแต่งเอกลักษณ์บางอย่างของกว่างซีลงไป เพื่อรังสรรค์เมนูที่ถูกปากถูกใจผู้คนที่นี่มากขึ้น เช่น แกงไก่หน่อไม้ดอง และกุ้งใส่เสาวรสด้วย

“ความเปรี้ยวของหน่อไม้ดองผสานกับความเผ็ดของอาหารไทยได้เป็นอย่างดี ฉันมากินที่นี่บ่อยมาก” กานเยี่ยน นักศึกษาหญิงวัย 21 ปีกล่าว

ปัจจุบัน ผู้คนในนครหนานหนิงสามารถพบเห็นร้านอาหารไทยบนท้องถนนได้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่บริหารโดยคนไทย คนส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขานั้นเริ่มต้นจากการมาเรียนต่อหรือการมาเที่ยวที่หนานหนิง ก่อนจะตัดสินใจลงหลักปักฐานที่นี่ในภายหลัง

(แฟ้มภาพซินหัว : ต้มยำกุ้งของร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน วันที่ 24 ม.ค. 2021)

ทั้งนี้ หนานหนิงเป็นสถานที่การจัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน และการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนจีน-อาเซียน หลายปีที่ผ่านมา ได้มีการสร้าง “ช่องหนานหนิง” เพื่อความร่วมมือจีน-อาเซียน ซึ่งส่งเสริมให้องค์ประกอบต่างๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ วัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมชมชอบอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาหารไทยที่เป็นตัวเลือกยอดนิยม

ขณะเดียวกัน การพัฒนาเชิงเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของหนานหนิงในฐานะ “เมืองสีเขียวของจีน” ก็กำลังดึงดูดคนไทยให้มาที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ “ตั้งแต่ 2010 ที่ฉันมาที่หนานหนิง ก็ได้เห็นพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ฉันวางแผนไว้แล้วว่าปีหน้าจะพาแม่มาอยู่ที่นี่ด้วย” คุณเมธินีกล่าวพร้อมเสริมว่าเธอมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่นี่ และมีเป้าหมายในอนาคตคือการบริหารจัดการร้านให้ดีและคิดค้นเมนูอาหารไทยอร่อยๆ ให้มากขึ้นอีกเพื่อรับรองลูกค้าในอนาคต

อนุเคราะห์เนือ้หาข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว

ไข้หวัดหายไป อัตราเป็นหวัดต่ำสุดในรอบ130ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644130

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 15:40 น.ไข้หวัดหายไป อัตราเป็นหวัดต่ำสุดในรอบ130ปีอัตราการติดหวัดในบางประเทศลดลงถึง 95% เรียกได้ว่าเกือบจะหายไปเลยทีเดียว

ตามปกติแล้วไข้หวัดจะเล่นงานประเทศในแถบซีกโลกเหนือตามฤดูกาลโดยจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม แต่หลังจากที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ไข้หวัดตามฤดูกาลเหมือนจะหายไป

โดยมีการตั้งข้อสังเกตตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าไข้หวันตามฤดูกาลในซีกโลกเหนือไม่มาตามนัด ส่วนในซีกโลกใต้ เช่นในออสเตรเลีย ซึ่งผ่านฤดูกาวตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว ปรากฎว่าอัตราการติดไข้หวัดต่ำอย่างมาก

เฉพาะในประเทศอังกฤษ สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคมโดยปกติเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับไวรัสไข้หวัดตามฤดูกาลพบจำนวนอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ที่รายงานต่อแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปอยู่ที่เพียงที่ 1.1 ต่อ 100,000 คนเทียบกับค่าเฉลี่ยเมื่อ 5 ปีที่แล้วอยู่ที่ 27 ต่อ 100,000 คน

หมายความว่าตอนนี้ในอังกฤษในประชากร 100,000 คนมีคนเป็นหวัดแค่ 1 คนเท่านั้น แต่ในช่วงเดียวกันปรากฎซ่าอังกฤษมีอัตราการติดและตายจากโควิด-19 สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในช่วงหนึ่งของปีนี้ยังสูงที่สุดในโลกด้วยซ้ำ

จอห์น แมคคอลีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกสำหรับการอ้างอิงและการวิจัยเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่และหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านไข้หวัดใหญ่ชั้นนำของโลกกล่าวว่า “ครั้งสุดท้ายที่เรามีหลักฐานว่ามีอัตราที่ต่ำเช่นนี้คือตอนที่เรายังคงต้องนับตัวเลขเสียชีวิตไข้หวัดใหญ่ (หมายถึงช่วงที่ไข้หวันดใหญ่รุนแรงเกินควบคุม) และนั่นคือในปี 1888 ก่อนการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ปี 1889 – 1890

ทั้งสามปีนี้คือ พ. ศ. 2431 และ พ.ศ. 2432-2431 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ของประเทศไทย ซึ่งในปีพ.ศ. ประเทศไทยเพิ่งจะมีโรงพยาบาลหลวงแห่งแรกคือโรงพยาบาลศิริราช ในขณะที่โลกเผชิญกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่พอดี

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไข้หวัดหายไปจากฤดูกาลของมัน ริชาร์ด เว็บบี้แห่งโรงพยาบาล St Jude ในเมืองเมมฟิสรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐคาดการณ์ว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับการที่เราใส่หน้ากากและมาตรการล็อคดาวน์เท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศที่ลดลงด้วย

เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วไข้หวัดใหญ่จะเดินทางไปทั่วโลกจากฤดูหนาวหนึ่งไปยังอีกฤดูหนึ่ง ส่วนในขตร้อนเช่นไทยเชื้อไวรัสจะอยู่ตลอดทั้งปีแต่ไม่รุนแรง แม้ว่ากลไกที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้จะไม่ชัดเจน แต่การเคลื่อนไหวของผู้คนไปยังพื้นที่ต่างๅๆ หผ่านการเดินทางมีส่วนอย่างชัดเจน

Photo by Geoff Caddick / AFP

กลุ่มแอนตี้วัคซีนเริ่มก่อกวน เอาไม่อยู่คุมการระบาดลำบากแน่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644118

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 13:36 น.กลุ่มแอนตี้วัคซีนเริ่มก่อกวน เอาไม่อยู่คุมการระบาดลำบากแน่หลังจากที่กลุ่มต่อต้านวัคซีนรวมตัวกันก่อกวนศูนยืฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ

ในที่สุดกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็เริ่มแสดงพลังในที่สุด เมื่อกลุมคนเหล่านี้รวมพลังกับกลุ่มต่อต้านการล็อคดาวน์ไปก่อกวนสนามกีฬา Dodger Stadium ของลอสแองเจลิสซึ่งใช้เป็นหนึ่งในสถานที่ฉีดวัคซีนโควิด -19 ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ จนถูกปิดเกือบหนึ่งชั่วโมงในบ่ายวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (หรือประมาณเช้ามืดตามเวลาวันอาทิตย์ของประเทศไทย)

กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน หรือบางครั้งเรียกว่า anti-vaxxers ไม่ได้เพิ่งมีในตอนการระบาดของโควิด-19 แต่เกิดขึ้นมาลหายปีแล้ว เป็นกลุ่มที่ไม่ยอมให้ลูกหรือตัวเองฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อที่เป็นอันตรายต่อคนในสังคมโดยรวม โดยอ้างว่าวัคซีนทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น บางคนอ้างว่าวัคซีนทำให้เด็กในครรภ์ป่วยเป็นออทิสติกเป็นต้น คนกลุ่มยนี้ถูกมองว่าเป็นพวกที่ไม่เชื่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเป็นพวกที่ปั้นทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมา

น่าเป็นห่วงว่าในช่วงที่มีข่าวเรื่องผลกระทบของวัคซีนโควิด-19 สูตรต่างๆ อาจทำให้กลุ่ม anti-vaxxers ก่อตัวใหญ่ขึ้นและในที่สุดกลายเป็นขบวนการต่อต้านการฉีดวัคซีนที่ทำให้ความพยายามควบคุมการระบาดไม่ประสบผลสำเร็จ

ครั้งนี้กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีรวมพลังกับกลุ่มฝ่ายขวาหัวรุนแรงซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าทรัมป์จะไม่มีอำนาจแล้ว แต่แนวคิดขดองเขายังมีอิทธิพลต่อไปและจะส่งผลกระทบต่อความพยายาามหลายๆ ด้านในการควบคุมการระบาด ซึ่งตัวทรัมป์เองก็ปล่ายข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับโควิด-19 จนสังคมเกิดความสับสนมาแล้ว และมีคนจำนวนมากเชื่อด้วยซ้ำ

ดร. ปีเตอร์ โฮเตซ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อกล่าวว่าการเคลื่อนไหวต่อต้านวิทยาศาสตร์ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในสหรัฐและทั่วโลกและเป็นการต่อต้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด -19 เป็นการต่อต้านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

เขาบอกว่าถึงแม้ว่าทรัมป์จะแพ้การเลือกตั้งและรัฐบาลไบเดนให้คำมั่นว่าจะใช้ยุทธศาสตร์จัดการการระบาดโดบอิงกับวิทยาศาสตร์ แต่ผลพวงของพวกที่เชื่อในทรัมป์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแล้ว

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP

นักลงทุนวัย 10 ขวบได้กำไรจาก GameStop มากกว่า 5,000% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644100

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 11:06 น.นักลงทุนวัย 10 ขวบได้กำไรจาก GameStop มากกว่า 5,000%กรณี GameStop สร้างหายนะให้กับเฮดจ์ฟันด์ แต่มันทำให้ “แมงเม่า” หลายตัวรวยเละ

The New York Times รายงานว่าในขณะที่นักลงทุนสมัครเล่นรวมตัวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อบีบกองทุนป้องกันความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์ ในวอลล์สตรีทด้วยการช่วยกันดันราคาหุ้นของ GameStop ไปสู่ระดับที่สูงจนน่าตกใจ ในกลุ่มของ “แมงเม่าล้มยักษ์” เหล่านี้คือนักเทรดมือใหม่สุดๆ เช่น เจดิน คาร์จากเมืองซานอันโตนิโอวัย 10 ปีที่จู่ๆ เงินของลงทุนของเขาก็เพิ่มขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว

ในเดือนธันวาคม 2019 เจดินอายุ 8 ขวบซื้อเกมลดราคาที่ GameStop และเขาอยากจะซื้อ Xbox One แม่ของเขาจึงพยายามใช้ความสนใจเรื่องเกมส์ของลูกชายให้เป็นประโยชน์จึงหาทางสอนลูกชายเกี่ยวกับการลงทุน และตัดสินใจลงทุนใน GameStop จำนวน 10 หุ้นในราคา 6.19 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นเพื่อเป็นของขวัญงานเทศกาล Kwanzaa ของชาวแอรฟริกัน-อเมริกัน ในขณะนั้นด้วย

แม่ของเจดินมอบใบรับรองให้ลูกชายของเธอที่เธอสร้างจากเทมเพลตออนไลน์เพื่ออธิบายว่าเขาเป็นเจ้าของส่วนเล็กๆ ของ GameStop แล้ว เธอบอกเขาว่าของขวัญนั้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแนวคิดเรื่อง Ujamaa หรือเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการ 7 ประการของเทศกาล Kwanzaa

แม่ของเจดินกดแจ้งเตือนในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์เพื่อติดตามความคืบหน้าของหุ้น ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเธอสังเกตเห็นว่ามันสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาด้วยความตกใจของแม่และลูกชา มูลค่าของหุ้น GameStop พุ่งขึ้นสูงถึง 1,700% ตั้งแต่เดือนธันวาคมหลังจากที่นักลงทุนรายย่อยหลายล้านคนจำนวนรวมพลังผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อบีบเฮดจืฟันด์อย่างน้อยสองกองทุนที่เดิมพันว่าหุ้นของ GameStop จะล้ม พวกรายย่อยเหล่านี้จึงลงทุนสวนเพื่อทำให้หุ้นที่ควรจะทรุดลงกลับพุ่งขึ้นจนน่าตกใจ

แม่ของเจดินเล่าว่าทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียง “ติ๊ง, ติ๊ง, ติ๊ง, ติ๊ง, ติ๊ง” “ซึ่งเป็นเสียงการแจ้งเตือนหุ้น “ฉันคว้าโทรศัพท์ของฉันแล้วดูมันและมันบอกว่าราคา 351 เหรียญ ฉันตกใจมาก ฉันซื้อหุ้นนี้ในราคา 6 เหรียญฉันคิดในใจว่านี่ไม่น่าจะจะถูกต้องแล้ว”

คุณแม่นักโภชนาการรีบถามลูกชายว่าเขาต้องการจะคงหุ้นไว้หรือขาย? เจดินตัดสินใจขายหุ้นของเขาโดยมีรายได้ 3,200 เหรียญผลตอบแทนมากกว่า 5,000% จากการลงทุนประมาณ 60 เหรียญ

“ผมรู้สึกตกใจและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน” เจดินกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์

เขาบอกว่าเขาตัดสินใจที่จะเก็บออมเงิน 2,200 เหรียญและลงทุนอีก 1,000 เหรียญที่เหลือซึ่งน่าจะเป็นหุ้นของ Roblox ซึ่งเป็นจักรวาลเกมแบบผู้เล่นหลายคนที่ได้รับความนิยมในหมู่เด็กเล็ก เมื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวเข้าตลาดหุ้น

“การลงทุนระยะยาวมีความสำคัญเพราะนั่นคือวิธีที่ผมได้รับเงิน” เจดินบอกกล่าว

แม่ของเจดินกล่าวว่าเธอมุ่งมั่นที่จะสอนลูกชายของเธอเกี่ยวกับความรู้ทางการเงินหลังจากที่พ่อของเขาซึ่งเป็นแพทย์เสนารักษ์เสียชีวิตในปี 2014 จากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการรบ ใบรับรองเงินฝากที่เธอเปิดบัญชีขึ้นพร้อมกับการจ่ายค่าชดเชยการเสียชีวิตเป็นจุดเริ่มต้นในการสอนความรับผิดชอบทางการเงินให้กับลูกชายของเธอ บทเรียนที่เธอบอกว่าเธอจะไม่มีวันเรียนรู้จนจบจนกว่าชีวิตจะหาไม่

Photo – Fox Business

สหรัฐติดโควิดทะลุ26ล้าน เตือนไวรัสกลายพันธุ์ติดต่อง่ายขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644094

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 09:05 น.สหรัฐติดโควิดทะลุ26ล้าน เตือนไวรัสกลายพันธุ์ติดต่อง่ายขึ้นยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่ม 6 ล้านใน 1 เดือน ทำยอดสะสมทะลุ 26 ล้านราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4.38 แสนราย ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐเตือนไวรัสกลายพันธุ์ทำให้มีอาการรุนแรงและติดต่อระหว่างคนง่ายขึ้น

ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐล่าสุด ณ เวลา 14.22 น. ของวันที่ 30 ม.ค.64 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ พบว่ามีจำนวน ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 26,012,880 ราย และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 438,239 ราย

รัฐแคลิฟอร์เนียมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด โดยอยู่ที่ 3,293,762 ราย ตามด้วยรัฐเท็กซัส 2,356,172 ราย รัฐฟลอริดา 1,713,589 ราย และรัฐนิวยอร์ก 1,408,698 ราย ขณะเดียวกันรัฐอิลลินอยส์มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1.1 ล้านราย

ส่วนรัฐอื่นๆ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเกิน 600,000 ราย ได้แก่ จอร์เจีย โอไฮโอ เพนซิลวาเนีย นอร์ทแคโรไลนา แอริโซนา เทนเนสซี นิวเจอร์ซีย์ อินเดียนา และมิชิแกน

ปัจจุบันสหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยมีผู้ติดเชื้อในสัดส่วนมากกว่า 25% ของยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตในสัดส่วนเกือบ 20% ของยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐแตะ 20 ล้านรายเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 6 ล้านรายภายใน 1 เดือน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อจากกว่า 30 รัฐ ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมกับเตือนว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลให้โรคมีความรุนแรงขึ้นและติดต่อระหว่างมนุษย์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ CDC ยังระบุผ่านทางเว็บไซต์ว่า บางสายพันธุ์สามารถแพร่กระจายและมีฤทธิ์แรงขึ้น ในขณะที่บางสายพันธุ์อาจอ่อนแรงลง

Ten Senate Republicans propose compromise covid relief package, posing challenge for Biden #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Ten Senate Republicans propose compromise covid relief package, posing challenge for Biden

InternationalFeb 01. 2021

By The Washington Post · Erica Werner, Jeff Stein, Seung Min Kim

WASHINGTON – Ten Republican senators announced plans Sunday to release an approximately $600 billion coronavirus relief package as a counter-proposal to President Joe Biden’s $1.9 trillion plan, posing a test for the new president who campaigned as a bipartisan deal-maker.

The senators, led by Susan Collins, R-Maine, said they would formally unveil the package on Monday. In a letter to Biden, they requested to meet with him and said they were offering their proposal in recognition of his “calls for unity.”

Biden spoke to Collins and has invited the 10 Republican lawmakers to the White House “for a full exchange of views” early this week, White House spokeswoman Jen Psaki said in a Sunday night statement.

The potential bipartisan discussion comes as Democrats prepare to move forward on Monday to set up a partisan path forward for Biden’s relief bill, which Republicans have dismissed as overly costly given some $4 trillion Congress has already committed to fighting the pandemic, including $900 billion in December.

The GOP proposal jettisons certain elements that have drawn Republican opposition, such as increasing the federal minimum wage to $15 an hour.

It would also reduce the size of a new round of checks Biden wants to send to Americans, from $1,400 per individual to $1,000 – while significantly reducing the income limits that determine eligibility for the stimulus payments.

A $600 billion plan that is a fraction of the size of Biden’s proposal is unlikely to draw much if any Democratic support. However, the GOP offer presents a challenge for Biden, who campaigned on promises to unify Congress and the country and must decide whether to ignore the GOP overture or make a genuine effort to find common ground across the aisle.

“We want to work in good faith with you and your administration to meet the health, economic and societal challenges of the covid crisis,” the Republican lawmakers wrote.

Top Biden economic adviser Brian Deese said on CNN’s “State of the Union” that the White House had received the Republicans’ letter and would review it. But he emphasized that speed was of the essence, and refused to say whether Biden was open to entertaining a smaller overall price tag.

“The president is uncompromising when it comes to the speed that we need to act at to address this crisis,” Deese said.

“The provisions of the president’s plan, the American Rescue Plan, are calibrated to the economic crisis that we face,” Deese said.

The White House is pushing its plan amid signs of a broader economic slowdown and a continued wave of enormously high unemployment claims of close to 1 million a week. The emergence in the U.S. of highly transmissible coronavirus variants has also intensified fears that another wave of lockdowns will be necessary.

Because the Senate is split 50-50 between Republicans and Democrats, it is significant that Republicans assembled 10 lawmakers to get behind the proposal. That means that, if Democrats were to join them, they could reach the 60-vote threshold necessary to pass legislation under regular Senate procedures.

Democrats are planning to skirt the 60-vote requirement using special budget rules that would allow the Biden package to pass with a simple majority vote. Democrats control the Senate because Vice President Kamala Harris can cast tie-breaking votes.

Democratic aides said the GOP proposal would not change their plans to move forward with the budget bill this week that would set the stage for party-line passage of Biden’s plan.

Psaki’s statement said Biden also spoke to Senate Majority Leader Chuck Schumer, D-N.Y., and House Speaker Nancy Pelosi, D-Calif., on Sunday as they prepare to push his relief package.

“The key to getting robust job opportunities is to cease any delay, any inaction, any wait-and-see around this rescue plan,” Jared Bernstein, a member of the White House Council of Economic Advisers, said on “Fox News Sunday.”

“The American people could not care less about budget process. . . . They need relief and they need it now,” Bernstein said.

Biden’s plan would send $1,400 payments to individuals with incomes up to $75,000 per year, and couples making up to $150,000.

Sen. Rob Portman, R-Ohio, one of the signers of the letter, said the GOP plan would lower those thresholds to $50,000 for individuals and $100,000 for couples. Instead of $1,400 checks, the GOP plan would propose $1,000 checks, according to Sen. Bill Cassidy, R-La., another member of the group.

The GOP plan would also reduce Biden’s proposal for extending emergency federal unemployment benefits, which are set at $300 a week and will expire in mid-March. The Biden plan would increase those benefits to $400 weekly and extend them through September. The GOP plan would keep the payments at $300 per week and extend them through June, according to three people with knowledge of the plan who spoke on the condition of anonymity ahead of an official announcement.

Portman criticized Democrats for their plans to go it alone, saying this approach would “jam Republicans and really jam the country.”

The signers of the letter include eight Republican senators who are part of a bipartisan group that has conferred with Biden administration officials about the relief bill. In addition to Collins, Portman and Cassidy, these are Sens. Lisa Murkowski of Alaska, Mitt Romney of Utah, Todd Young of Indiana, Shelley Moore Capito of West Virginia and Jerry Moran of Kansas. Also signing are Mike Rounds of South Dakota and Thom Tillis of North Carolina.

Cassidy strongly criticized Biden for not soliciting broader input from senators in both parties. Speaking on “Fox News Sunday,” Cassidy said the Republican package amounted to $600 billion and was “targeted to the needs of the American people.”

Cassidy also said Biden’s push to raise the minimum wage to $15 an hour would cost millions of jobs.

“You don’t want bipartisanship. You want the patina of bipartisanship. … The president’s team did not reach out to anybody in our group, either Democrat or Republican, when they fashioned their proposal,” Cassidy said. “They’ve never reached out to us – that’s the beginning of the bad faith.”

Democrats bristled at Republican accusations that Biden’s relief proposal would give too much in federal aid to affluent Americans, pointing to GOP support for the 2017 tax law that nonpartisan analysts cut taxes substantially for the wealthiest Americans.

“Reasonable people can have honorable differences on the precise income limits of emergency tax relief. But there’s a degree of hutzpah in the GOP suddenly on their high horse on this point when they were just fine with permanently giving people who make over $5 million more tax relief than the bottom 60% of American taxpayers combined,” said Gene Sperling, an economist who advised the Biden presidential campaign and served as former director of the White House National Economic Council under Presidents Bill Clinton and Barack Obama.

The $900 billion relief bill Congress passed in December included $600 stimulus payments to individuals. Biden’s plan to issue a new round of $1,400 checks would bring that figure to $2,000 – making good on promises he and other Democrats made that helped the party win two Senate seats in Georgia in early January. Those victories gave Democrats the majority in the Senate, and Democrats including the two new senators from Georgia have insisted they must make good on those promises.

“The entire Democratic Party came together behind the candidates in Georgia – we made promises to the American people,” Sen. Bernie Sanders, I-Vt., said on ABC. “If politics means anything – if you’re going to have any degree of credibility – you can’t campaign on a series of issues … and then change your mind. That’s not how it works. We made promises to the American people; we’re going to keep those promises.”

In addition to a new round of checks, a higher minimum wage and increased unemployment benefits, Biden’s plan includes rental assistance and eviction forbearance, an increased child tax credit, some $130 billion to help schools reopen, hundreds of billions of dollars for cities and states, and $160 billion for a national vaccination plan, more testing and public health jobs.

Money for vaccinations – which Federal Reserve Chairman Jerome Powell said recently was key to helping the economy – has emerged as the one real area of bipartisan consensus on Capitol Hill. The GOP plan would match Biden’s call to devote $160 billion to vaccines, testing and related health care spending.

“With your support, we believe Congress can once again craft a relief package that will provide meaningful, effective assistance to the American people and set us on a path to recovery,” the GOP senators wrote.

Myanmar leader held amid fears of military coup #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Myanmar leader held amid fears of military coup

InternationalFeb 01. 2021

By The Washington Post
Shibani Mahtani, Kyaw Ye Lynn

HONG KONG – Myanmar’s military said Monday that it took control of the country and declared a state of emergency for a year, hours after detaining civilian leader Aung San Suu Kyi and other leaders of her ruling National League for Democracy in a predawn operation, staging a coup against the democratically elected government.

The raids came hours before a new session of parliament was scheduled to open and members who won the November elections were set to take their seats. Suu Kyi’s National League for Democracy (NLD) won those elections in a landslide, capturing 396 of 476 seats. It was Myanmar’s second democratic election since the country’s fragile transition from military rule to democracy.

NLD spokesman Myo Nyunt told The Washington Post that Suu Kyi, Myanmar President Win Myint and all chief ministers from their party, representing more than a dozen states and regions in the country, were taken at gunpoint. A spokesman for his party was also detained, he said.

“I expect that soldiers will arrive for me soon,” Myo Nyunt said. “This is very likely a coup, but we hope that there will also be negotiation between our leaders and the military.”

Several hours after the raids, the military in a television broadcast said that a state of emergency had been declared in Myanmar, and that power would be transferred to the commander-in-chief Min Aung Hlaing. Myint Swe, a former general and the military-backed vice president, will become the president, the broadcast added.

The sweep included other prominent democracy activists who have been fighting against military rule for decades, leaders of other political parties and NLD lawmakers, according to social media posts and news reports.

Communications appeared to be down or patchy in Naypyidaw, Myanmar’s capital, as well as Yangon, the country’s largest city and commercial hub. The state-run broadcaster Myanmar Radio and Television said in a Facebook post that it was not able to broadcast “due to communication problems.” Websites were also down; the Internet monitoring service Netblocks said national connectivity had fallen to 75% of normal levels.

The military has alleged voter fraud in the November vote, but Myanmar’s election commission has said there is no evidence to support its claims. The military’s proxy party, the Union Solidarity and Development Party, alleged voter fraud after winning 33 seats.

Political tensions and fears of a military takeover have prompted alarm in the international community.

In a statement sent late Sunday in Washington, White House spokeswoman Jen Psaki said the United States was alarmed by the reports and urged Myanmar’s military to adhere to the rule of law and release those detained, or face consequences. “The United States opposes any attempt to alter the outcome of recent elections or impede Myanmar’s democratic transition, and will take action against those responsible if these steps are not reversed,” she said.

On Friday, diplomatic missions in Myanmar affirmed their support for the country’s democratic transition and urged the military to respect the results of the elections.

The military, known as the Tatmadaw, said diplomats were making “unwarranted assumptions” and denied that it was impeding the democratic transition.

Myanmar’s military ruled the country for half a century before beginning a transition to democracy in 2010 and allowing elections that ushered Suu Kyi and her party to power in 2015. But the current military-drafted constitution enshrines power for military generals, who have a quarter of seats in parliament and maintain control over key ministries.

Suu Kyi spent 15 years under house arrest before her release in November 2010, and won the Nobel Peace Prize in 1991 for her resistance to military rule. The military-drafted constitution prevents her from leading Myanmar as president, but she is unequivocally the nation’s leader, revered as a deity, and rules through proxies. The military-drafted constitution also allows the army to step into a situation that may “disintegrate” the county and national solidarity.

Since taking power, Suu Kyi has disappointed old allies in the West, particularly for defending Myanmar – and its military in particular – against charges of genocide over the persecution of the Rohingya ethnic minority. Suu Kyi has in recent years moved closer to powers such as China and India, and grown increasingly estranged from countries such as the United States and Britain, which once led advocacy efforts to get her out of house arrest.

The historian and writer Thant Myint-U said Monday that “the doors just opened to a very different future.”

“I have a sinking feeling that no one will really be able to control what comes next,” he tweeted. “And remember Myanmar’s a country awash in weapons, with deep divisions across ethnic & religious lines, where millions can barely feed themselves.”

– – –

The Washington Post’s Kyaw Ye Lynn in Yangon, Myanmar and Timothy McLaughlin in Hong Kong contributed to this report.